ภาวะการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวอเมริกัน
การใช้จ่ายจริงไปกับผลิตภัณฑ์ยาสูบลดลงไปราวร้อยละ 23 บางทีอาจเป็นเพราะว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้แก้ไขปัญหาการติดสารนิโคตินได้เพิ่มขึ้นไปที่ร้อยละ 46 ในระหว่างปีค.ศ. 2007-2010

ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแรงงาน (Bureau of Labor Statistics) บอกว่า ชาวอเมริกันกำลังใช้จ่ายน้อยลงในเรื่องเสื้อผ้าและการทานอาหารนอกบ้าน แต่หันมาใช้จ่ายในเรื่องเชื้อเพลิงที่ใช้ในครัวเรือนและค่าดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น ระหว่างปีค.ศ. 2007-2010 การใช้จ่ายของผู้บริโภคโดยเฉลี่ยต่อปีต่อครัวเรือนลดลงไปราวร้อยละ 3.1
ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและเชื่องช้าเซื่องซึมเช่นนี้ได้ลดอำนาจการซื้อลงไป อีกทั้งผู้บริโภคยังรัดเข็มขัดตนเองในหลาย ๆ ทางด้วย กระนั้นก็ดียังมีผลกระทบด้านสุขภาพในเชิงบวกจากข้อมูลที่มีอยู่นั่นคือ การใช้จ่ายจริงไปกับผลิตภัณฑ์ยาสูบลดลงไปราวร้อยละ 23 บางทีอาจเป็นเพราะว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้แก้ไขปัญหาการติดสารนิโคตินได้เพิ่มขึ้นไปที่ร้อยละ 46 ในระหว่างปี ค.ศ. 2007-2010
นอกจากนี้ ผู้คนก็ซื้อผักและผลไม้มากขึ้น (ตัวเลขสูงขึ้นราวร้อยละ 9) แต่ซื้อน้ำตาลและพวกของหวานน้อยลง (ลดลงราวร้อยละ 6.5) ในช่วงเศรษฐกิจดีคือช่วงปีค.ศ. 2003-2006 การใช้จ่ายของผู้บริโภคพุ่งสูงที่ร้อยละ 8.2 ในช่วงเวลานั้น ชาวอเมริกันดื่มกันมากขึ้น และซื้อพวกเบาะพวกหมอนมากขึ้น ขยายความคือใช้จ่ายไปกับพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องตกแต่งบ้านเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 และ 13 ตามลำดับ โดยเปรียบเทียบกับช่วงค.ศ. 2007-2010 จะเห็นได้ว่า การใช้จ่ายไปกับสองเรื่องนี้ลดลงไปมากกว่าร้อยละ 16
ที่มา:เว็บไซต์ economist.com


แสดงความคิดเห็น