คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนพฤศจิกายน 2561)

  • โดย webmaster
  • วันที่ 05 พฤศจิกายน 2561
  • อ่าน : 442
สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 

          เดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนแห่งการก่อตั้ง สสส ซึ่งผ่านมาครบรอบปีที่ 17 ในปีนี้ เรายังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในสังคม เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีใน 4 มิติ ทั้งทางกาย จิต ปัญญา สังคม  บนพื้นฐานความรู้ความเข้าใจว่า เป้าหมายสุขภาวะดังกล่าว ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงแค่สื่อสารรณรงค์ แต่ทุกภาคส่วนต้องลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลง สร้าง "สังคม" "สิ่งแวดล้อม" ตลอดจน "เงื่อนไขชีวิต" ของผู้คนให้พร้อม ให้สะดวกที่จะมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีด้วย  

          เป็นเรื่องน่าดีใจที่เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะไปในทิศทางที่ดีขึ้น ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการกิน อยู่ หลับนอน แนวโน้มวิถีคนรักสุขภาพมาแรงอย่างต่อเนื่อง 

          ประจักษ์พยานล่าสุด คือการที่องค์การอนามัยโลก ได้นำเสนอผลการติดตามการดำเนินงานด้านการควบคุมโรคไม่ติดต่อ หรือ NCDs เช่น มะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน โรคทางเดินหายใจ ฯลฯ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการตายของประชากรไทย และโลกในปัจจุบัน  ของคณะทำงานสหประชาชาติ (United Nations Inter-Agency Task Force on NCDs) ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า การดำเนินงานมาตรการต่างๆ ส่งผลให้ในปี 2560 ประเทศไทยบรรลุผล 12 ใน 19 มาตรการหลักที่งานวิชาการชี้ว่านำไปสู่การลดโรคไม่ติดต่อในระดับประชากร  นับเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นอันดับ 3 ของโลกร่วมกับฟินแลนด์ และนอร์เวย์ 

          ตัวอย่างมาตรการสำคัญ เช่น นโยบายภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ การขึ้นภาษี และการห้ามโฆษณา และส่งเสริมการขายบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรณรงค์สื่อสารในเรื่องบุหรี่ สุรา อาหาร และกิจกรรมทางกาย เป็นต้น  ซึ่งประเทศไทยได้ขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ เหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง โดย 17 ปีที่ผ่านมา สสส. ได้เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในกลไกผลักดันที่สำคัญ

          พญ. ชุมยา สวามินาถัน รองผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ประธานคณะทำงานสหประชาชาติที่มาติดตามงานนี้ในประเทศไทย ได้ทวีตถึง สสส. ว่า "สสส. กองทุนสร้างเสริมสุขภาพของประเทศไทย ที่มีรายได้จากภาษีสรรพสามิตสุรา และยาสูบ มีบทบาทโดดเด่นในการผลักดันนโยบาย การสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคประชาสังคม การสนับสนุนงานวิจัย และนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ"

          คณะทำงานสหประชาชาติ มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลไทยหลายประเด็นสำคัญ เช่น เสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพิ่มการมีส่วนร่วมของภาคส่วนนอกงานสาธารณสุข เพิ่มการบังคับใช้กฏหมาย ฯลฯ โดยมีข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับ สสส. คือ "รัฐบาลควรบำรุงรักษากลไกนวัตกรรมการเงินการคลังที่ยั่งยืน จากภาษีสุรา ยาสูบ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล สำหรับการป้องกัน และควบคุมโรคไม่ติดต่อให้มีความต่อเนื่อง" และ "รัฐบาลควรสนับสนุนบทบาทประเทศไทยให้เป็นผู้นำโลก และศูนย์กลางด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ในบริบทประเทศกำลังพัฒนา โดยใช้บทเรียนของกระทรวงสาธารณสุข สสส. สำนักงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สปสช.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)"  

          หนึ่งในมาตรการสำคัญของสหประชาชาติต่อการลดปัญหา NCDs คือการสร้างความตระหนักในกิจกรรมทางกาย ในเรื่องนี้ การเติบโตของการ "วิ่ง" ถือเป็นกิจกรรมที่บ่งบอกกระแสสุขภาพในสังคมไทย ได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากกว่าหนึ่งพันงานวิ่งต่อปี และมีนักวิ่ง 15 ล้านคน ที่ออกมาวิ่งกัน

          การเดิน วิ่งเพื่อสุขภาพ เป็นกิจกรรมทางกายที่ทำได้ง่าย เข้าถึงประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ และเข้าร่วมได้ไร้ขีดจำกัด ที่ผ่านมา สสส. ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมเดินวิ่งเกือบ 10 ปี โดยมีจำนวนนักวิ่งเพิ่มขึ้นจาก 5 ล้านคน ในปี 2549 เพิ่มเป็น 15 ล้านคน ในปี 2560 ซึ่งเราหวังให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ 150 นาทีต่อสัปดาห์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ภายในปี 2564 

          การจัดงานวิ่ง สิ่งที่ผู้จัดต้องคำนึง คือ มาตรฐานการจัดงาน โดยหลายปีที่ผ่านมา  สสส. ร่วมกับ สมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย จัดทำ "คู่มือมาตรฐานงานวิ่ง" เพื่อให้การจัดงานมีความปลอดภัย และยุติธรรมสำหรับผู้จัด และนักวิ่งทุกคน เพื่อให้ทุกคนได้วิ่งอย่างสนุก และปลอดภัย

          นอกจากสนับสนุนงานกว่า 300 งานแล้ว งาน ThaiHealth Day Run ที่ สสส. จัดก็มุ่งกระตุ้นให้เกิดนักวิ่งหน้าใหม่เข้าสู่สนามวิ่งเป็นจำนวนมาก ภายใต้คำขวัญ "วิ่งสู่ชีวิตใหม่" (Run for New Life) เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนใช้การวิ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเอง และผู้คนรอบข้าง จนเกิดเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจมากมายของผู้ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยการวิ่ง มีบรรดานักวิ่งหน้าใหม่ ที่กลายเป็นนักวิ่งขาประจำไปจำนวนมาก 

          สสส. ได้มียุทธศาสตร์การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 2 เพิ่ม 1 ลด คือ เพิ่มกิจกรรมทางกาย เพิ่มพื้นที่สุขภาวะ และลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ในประชากรทุกกลุ่มวัย ซึ่งการส่งเสริมให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายด้วยการเดิน-วิ่ง ซึ่งเป็นรูปแบบกิจกรรมทางกายอย่างหนึ่งที่ง่าย เริ่มต้นได้ทันที 

          ออกไปวิ่งให้มีความสุข และลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังกันนะครับ...

 

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ

สารจาก CEO

คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนธันวาคม 2561)

สสส. ยังคงทำหน้าที่เป็นกลไกที่ช่วยสนับสนุน ผลักดัน กระตุ้น และร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนขบวนการสร้างเสริมสุขภาพ

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120