คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนตุลาคม 2561)

  • โดย webmaster
  • วันที่ 04 ตุลาคม 2561
  • อ่าน : 594
สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 

          ขอแสดงความยินดีและชื่นชมถึงทุกคนที่สามารถลด ละ เลิก การดื่มแอลกอฮอล์และของมึนเมาทุกชนิด ระยะเวลา 3 เดือนในช่วงเข้าพรรษา หลังจากทุกคนได้เข้ามาร่วมกันตั้งปณิธาน เปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อสุขภาพ และคนที่ท่านรัก 

          ความสำเร็จแห่งการลด ละ เลิก การดื่ม ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ที่ท่านได้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ครอบครัวยิ้มแย้มแจ่มใส มีเงินเหลือเก็บเพราะลดการดื่ม สิ่งเหล่านี้เป็นผลตอบแทนแห่งความตั้งใจ ซึ่งเชื่อว่า ทุกคนคงได้รับผลสัมฤทธิ์กลับมาอย่างชัดแจ้ง และยังสามารถเป็นพลังและกำลังใจ ให้อีกหลายๆ คน สามารถลด ละ เลิก อย่างต่อเนื่องหลังจากออกพรรษาได้อีกด้วย 

          หลายปีหลังมานี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. ได้ริเริ่มทำการคัดเลือกและมอบรางวัลสำคัญประจำปีสำหรับหน่วยงานภาครัฐ ในนามรางวัล ‘เลิศรัฐ’ เพื่อเชิดชูเกียรติการทำงานเพื่อประชาชนของหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ สสส. ได้เข้าร่วมส่งโครงการไปร่วมการคัดเลือก และได้รับรางวัลประเภทรางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม (Effective Change) ระดับชมเชย จากโครงการพัฒนาเครือข่ายเพื่อการสร้างการเปลี่ยนแปลง “งดเหล้าเข้าพรรษา”  พื้นที่อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ จนเกิดชุมชนปลอดเหล้าเข้าพรรษา 100 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่นอกจากสะท้อนผลสำเร็จจากการดำเนินงานเรื่องนี้ที่ สสส. และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ได้ร่วมกันส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ยังแสดงการทำงานแบบมีส่วนร่วมจากชุมชนพื้นที่อีกด้วย ปีต่อๆ ไป สสส. จะเชิญชวนภาคีที่ทำงานด้านอื่นๆ ร่วมกันคัดสรรโครงการดีเด่นมาสร้างการรับรู้ในวงกว้างต่อไป

          ช่วงนี้ถึงต้นปีหน้า สสส. ได้เปิด นิทรรศการหมุนเวียน “Go Zero Waste ชีวิตใหม่ ไร้ขยะ” นิทรรศการที่จะชวนสำรวจพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดขยะ และนำเสนอทางออกของปัญหาขยะ พร้อมตัวอย่างนวัตกรรมการจัดการขยะตั้งแต่ระดับบุคคล ชุมชน ไปจนถึงระดับประเทศมานำแสดง ซึ่งอยากชวนทุกคนมาร่วมชม และนำแนวทางจัดการปัญหาขยะไปใช้ร่วมกัน

          ทั่วโลกให้ความสำคัญ และหันมารณรงค์ให้ประชากรช่วยกันแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งสุดท้ายจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และจัดการปัญหาขยะโดยเริ่มจากตัวเองก่อนเป็นลำดับแรก จะเห็นได้ว่าประเทศต่างๆ ทั้งภาครัฐ ประชาสังคม และเอกชนได้เพิ่มมาตรการร่วมกันในการลดปริมาณขยะอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมายให้เก็บเงินค่าถุงพลาสติก การออกกฎหมายบังคับการใช้ประโยชน์จากอาหารแทนการทิ้งอย่างไม่สมควร การใช้ขยะผลิตกระแสไฟฟ้า การงดใช้หลอดพลาสติก การส่งเสริมให้ใช้แก้วน้ำแทนแก้วพลาสติกหรือกระดาษ การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ฯลฯ

          ประเทศไทยนั้น เริ่มมีการรณรงค์ และตื่นตัวเรื่องขยะมากขึ้นเป็นลำดับ เมื่อดูสถานการณ์ปัญหาของไทย พบว่าเราสร้างปริมาณขยะทางทะเล และขยะมูลฝอย 27.4 ล้านตัน ติดอันดับ 6 ของโลก โดย 1 ใน 5 ของปริมาณขยะทั้งหมดอยู่ในเขตกรุงเทพฯ 

          ที่สำคัญคือ ขยะที่เกิดขึ้นนั้น เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการใช้อย่างไม่รู้คุณค่า และไม่มีประสิทธิภาพในการจัดการขยะที่ดีพอ แต่ละวันเราใช้สินค้า และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัญหาขยะในยุคนี้ไม่ใช่ของประเทศใด ประเทศหนึ่ง หรือเป็นแค่ปัญหาท้องถิ่น แต่ถือเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมของโลกใบเดียวกัน เช่น ปัญหาการเคลื่อนย้ายขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปยังประเทศที่ยังมีการรับรู้และป้องกันปัญหาขยะมีพิษต่ำอยู่ เป็นต้น 

          สสส. จึงร่วมกับภาคีเครือข่าย สนับสนุนให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อสร้างปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยนิทรรศการได้รวบรวมการจัดการขยะในรูปแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว องค์กร ชุมชน ไปจนถึงระดับประเทศ 

          จากการรับรู้นี้ เรายังหวังให้สังคมที่ตื่นรู้มากขึ้น มาช่วยกันผลักดันนโยบาย เพื่อสร้างกติกาสังคมในทุกระดับ ช่วยลดผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดจากปัญหาจากขยะอย่างเป็นระบบ ให้เราได้อยู่ในสังคมที่ร่วมลดการสร้างมลพิษต่อโลกใบนี้ให้น้อยที่สุดต่อไป

 

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ

สารจาก CEO

คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนธันวาคม 2561)

สสส. ยังคงทำหน้าที่เป็นกลไกที่ช่วยสนับสนุน ผลักดัน กระตุ้น และร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนขบวนการสร้างเสริมสุขภาพ

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120