คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนสิงหาคม 2561)

  • โดย webmaster
  • วันที่ 06 สิงหาคม 2561
  • อ่าน : 599
สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 

          งดเหล้าเข้าพรรษา ถือเป็นการรณรงค์แรก ที่ สสส. เริ่มเพื่อให้ประชาชนลด ละ เลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาตั้งแต่ปี 2546 โดยใช้ทุนทางสังคมดั้งเดิมของไทย ที่มีค่านิยมนี้อยู่แต่ก็เลือนหายจืดจางลงไปในยุคสมัยใหม่ การรื้อฟื้นค่านิยมนี้ ได้รับการตอบสนองอย่างดี “งดเหล้าเข้าพรรษา” ถูกประเมินว่าเป็นแบรนด์สำคัญในสังคมไทยเพียงในสองสามปีแรก และในปี 2551 รัฐบาลประกาศให้ วันเข้าพรรษา เป็น “วันงดสุราแห่งชาติ” 

          นับถึงปัจจุบันปีนี้เป็นปีที่ 16 แล้ว 

          ความตั้งใจนับตั้งแต่วันแรก ยังคงชัดเจนและยังได้รับการขานรับพลังจากภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง เห็นได้จากผู้ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม “เลิกเหล้าเข้าพรรษา” จากเมื่อปี 2546 ซึ่งมีปริมาณผู้ร่วมงดเหล้าตลอดพรรษาเพียง 19.8% ซึ่งได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 37.8% ในปี 2560  เมื่อนับคนที่ดื่มเป็นประจำ และดื่มเป็นครั้งคราว แต่สมัครใจเข้าร่วมตั้งใจงดเหล้าเข้าพรรษา ทั้งงดดื่มตลอดพรรษา และกลุ่มที่งด หรือลดการดื่ม ได้เพิ่มเป็น 67.5 % หรือประมาณ 14.2 ล้านคนแล้ว(ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB), 2560)  

          ประโยชน์ที่สำคัญทำให้ประชาชนเห็นแง่ดีของการเลิกเหล้าเข้าพรรษา มีทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสุขภาพ

          ในทางเศรษฐกิจ การเลิกเหล้าเป็นเวลา 3 เดือน เป็นการประหยัดเงินเพื่อตนเองและครอบครัว ในปีที่ผ่านมาประเมินว่า งดเหล้าเข้าพรรษาสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจากการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากถึง 11,243 ล้านบาท สามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายที่จำเป็นและเป็นประโยชน์อื่นๆ 

          การหยุดดื่มเป็นเวลา 3 เดือน ทำให้หลายคนสุขภาพดีขึ้น สมองแจ่มใส นอนหลับได้เต็มที่ ทำงานทำการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้เวลาคนในครอบครัวได้อย่างเต็มที่ ลดปัญหาความรุนแรงที่มีต้นเหตุมาจากการดื่ม จนทำให้เกิดความสุขคืนมาสู่ครอบครัว 

          การสำรวจทำให้เห็นข้อมูลความเปลี่ยนแปลงของผู้ดื่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า กลุ่มผู้งดเหล้าเข้าพรรษา ระบุว่า เมื่อเลิกหรือลดการดื่มแล้ว ทำให้สุขภาพดีขึ้น 71% รองลงมาคือ ประหยัดค่าใช้จ่าย 54% สุขภาพจิตดีขึ้น  42% และลดปัญหาในครอบครัว มีความสุขมากขึ้น 26% 

          ที่สำคัญ ขณะที่กลุ่มผู้ดื่ม 85.2% ยอมรับว่าเมื่อเห็นสื่อรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาของ สสส. ทำให้เกิดความตระหนักในพิษภัย และพยายามลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยผู้ที่เลิกเหล้าเข้าพรรษา สำเร็จในปี 2560 จำนวน 94.1%  ยังตั้งใจว่า ในปี 2561 นี้ ก็จะเลิกเหล้าเข้าพรรษาอีกครั้ง

          แต่พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอออล์ ไมใช่เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลเท่านั้น สังคมสิ่งแวดล้อมรอบข้างมีอิทธิพลเกี่ยวข้องอย่างมาก

          การช่วยลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

          การงดเหล้าเข้าพรรษาก้าวไปอย่างเข้มแข็งด้วยการประสานภาคส่วนต่างมาหนุนช่วย 

          ในปีนี้ มี 155 อำเภอจากทั่วประเทศ จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเลิกเหล้า โดยจะชวน เชิญ เชียร์ หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ประชาชน ร้านค้า ให้เข้ามาช่วยกันทำให้คนในชุมชนเลิกเหล้าได้สำเร็จด้วยมาตรการของชุมชนรูปแบบต่างๆ 

          โดยเฉพาะเรื่องของการให้กำลังใจ ชื่นชม เชิดชู ผู้ที่สามารถเลิกเหล้าได้ เป็นวิธีเสริมพลังให้ คนเลิกเหล้า สามารถเลิกเหล้าได้สำเร็จ มีหัวใจที่เข้มแข็งขึ้นที่จะฝ่าฟันความอยากในใจได้ 

          วัดเข้ามาช่วยสร้างพลังการปฏิญาณ ลดละเลิกเหล้าของคนในชุมชน

          คนที่เลิกเหล้าได้ถาวร รวมตัวกันเป็น “ชมรมคนใจเพชร” ช่วยถ่ายทอดประสบการณ์เลิกเหล้าแก่ผู้กล้าเปลี่ยนแปลงตนรุ่นต่อไป 

          โรงเรียนเชิญชวนนักเรียนให้ช่วยชักชวนพ่อแม่ที่ดื่มเหล้าอยู่ให้ลด ละ เลิก

          หน่วยบริการสุขภาพโดยเฉพาะในโรงพยาบาลสุขภาพตำบลเพิ่มการค้นหาผู้ติดสุราและให้คำปรึกษาการเลิกดื่มที่ถูกต้อง

          การสื่อสารรณรงค์ของ สสส. ก็ทำภายใต้แนวคิด “พลังมด...ชวนงดเหล้าครบพรรษา”

          มดนั้นเป็นตัวแทนของการร่วมมือทำงานอย่างสามัคคี หากเราชวนกันเลิกเหล้าแบบพลังมด ที่ทุกส่วนช่วยกันทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ลูก เมีย พ่อ แม่ เพื่อน วัด โรงเรียน ร้านค้า ไม่ว่าอยู่ในฐานะใดก็ตาม ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยให้ “คนเลิกเหล้า” ด้วยการส่งกำลังใจ เสริมพลังให้กันและกัน

          รวมพลังสร้างสังคมสุขภาวะที่จะลดพิษภัยจากแอลกอออล์ร่วมกันนะครับ

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ

สารจาก CEO

คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนตุลาคม 2561)

สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย สนับสนุนให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อสร้างปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ และคุณภาพชีวิตที่ดี

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120