คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนพฤษภาคม 2561)

  • โดย webmaster
  • วันที่ 02 พฤษภาคม 2561
  • อ่าน : 888
สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 

           เดือนพฤษภาคมนี้ ถือว่าเป็นเป็นช่วงเวลาสำคัญในการรณรงค์ “งดสูบบุหรี่” 

          การงดสูบบุหรี่ เป็นเรื่องที่เราต่างอยากเห็นคนที่เรารัก หยุด ลด ละ เลิกบุหรี่ เพื่อสุขภาพที่ดี โดยพบว่า 2 ใน 5 ของผู้สูบบุหรี่ ได้สูบบุหรี่ในบ้าน สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจคิดไม่ถึงคือ บุหรี่ทำให้กระทบความสัมพันธ์ในครอบครัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ ที่น่าเป็นห่วงมากคือ มีผลต่อการเริ่มสูบบุหรี่ของคนในบ้าน เมื่อพ่อ แม่สูบบุหรี่ ทำให้ลูก หลาน สมาชิกในบ้านจะสูบบุหรี่ตามอีกด้วย  

          โดยเฉพาะควันบุหรี่มือสอง ทำให้คนในครอบครัวเจ็บป่วย และยังมีบุหรี่มือสาม ที่เกิดจากอนุภาคละอองไอสารเคมีที่เป็นพิษจากควันบุหรี่ ตกค้างเกาะอยู่ตามเส้นผม ผิวหนัง เสื้อผ้า และสิ่งต่างๆ ในบ้าน ซึ่งจะคงอยู่ได้นานหลายชั่วโมง ทารก เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ถือเป็นกลุ่มที่เสี่ยงมากที่สุดในการรับผลกระทบ

          ในปีนี้องค์การอนามัยโลก กำหนดหัวข้อการรณรงค์คือ “บุหรี่ตัวร้ายทำลายหัวใจ” (Tobacco Breaks Hearts Choose health, not tobacco) โดยระบุว่า 1 ใน 4 หรือร้อยละ 25 ของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบเป็นผลจากการสูบบุหรี่ ปีนี้จึงมุ่งเน้นให้ความรู้เรื่องผลกระทบจากบุหรี่กับโรคหัวใจ จากเดิมที่มักได้ยินผลกระทบเรื่องโรคมะเร็ง  

          “การควบคุมยาสูบ” ได้รับความร่วมมือเกือบทุกประเทศทั่วโลก จนเกิดกฎหมายโลกด้านสุขภาพฉบับแรกคือ กรอบอนุสัญญาการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (Framework Convention on Tobacco Control) เป็นมาตรการควบคุมยาสูบที่ทางวิชาการได้พิสูจน์แล้วว่าได้ผล โดยมีมาตรการสำคัญ อาทิ การขึ้นภาษียาสูบที่เป็นมาตรการที่มีประสิทธิผลที่สุด และมีมาตรการดูแลบุหรี่ผิดกฎหมายควบคู่ไปด้วย รวมทั้งมาตรการจำกัดพื้นที่ห้ามสูบ ห้ามขาย จำกัดอายุขั้นต่ำของผู้ซื้อ การห้ามโฆษณาและการตลาด ฯลฯ

          เมื่อเร็วๆ นี้ นักคิดสำคัญของไทยหลายคน ได้เขียนบทความด้านความหลากหลายของสังคม แต่จะยกตัวอย่างโจมตีมาตรการควบคุมยาสูบของไทยว่า เป็นเรื่องของ “คนดี” รังแกบังคับคนสูบบุหรี่ด้วยไม่เข้าใจความแตกต่างของคนอื่น และชี้ว่า ควรใช้แต่การรณรงค์ สื่อสารชักจูงใจ โดยไม่ละเมิดเสรีภาพ และพฤติกรรมต่างของผู้อื่น ซึ่งเป็นการตีความที่เกินเลย เพราะแท้จริงแล้ว “นโยบายสาธารณะ” กำหนดกติกาในสังคมด้วยหวังจะปรับสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต พฤติกรรมของคนในสังคมให้ดีขึ้น เป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกสังคมในโลก รวมทั้งประเทศไทยทำกันมานานแล้ว ประเทศไทยกำหนดเรื่อง “ความเสมอภาคระหว่างเพศ เชื้อชาติ การนับถือศาสนา ฯลฯ” ไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่างๆ เพื่อให้มีผลเชิงบังคับ (ไม่ใช่แค่จูงใจ) ไม่ให้มีการกีดกันสิทธิของคนอื่นด้วยเงื่อนไขเหล่านี้ อาทิ กำหนดให้ฝิ่น เฮโรอีนเป็นสินค้าผิดกฎหมาย อาวุธปืนเป็นสินค้าควบคุม กำหนดโทษของผู้ที่ดื่มแล้วขับและผู้ขับขี่จักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกกันน็อก ฯลฯ คงด้วยเพราะสังคมไทยตระหนักดีว่า ลำพังการชักชวนจูงใจคงไม่เพียงพอ จึงควรต้องมีกติกาสังคมเชิงบังคับมาสนับสนุน 

          ความเห็นพ้องการตกลงออกกติกาในสังคม ย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ อย่างสหรัฐอเมริการณรงค์ให้ออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืนมากขึ้น ฝรั่งเศสออกกฎหมายห้ามผู้ขายอาหารทิ้งอาหารที่เหลือจำหน่ายโดยเปล่าประโยชน์ หรืออังกฤษออกกฎหมายให้ร้านค้าต้องคิดค่าถุงพลาสติกบรรจุสินค้า แต่เรื่องการควบคุมยาสูบ เกือบสองร้อยประเทศที่ร่วมลงนามในกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก มีมาตรการที่เข้มงวดและใกล้เคียงกันมากขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

          ในเดือนพฤษภาคมนี้ ยังมีวันสำคัญอีกวันหนึ่งคือ วันแรงงานแห่งชาติ สสส. ให้ความสำคัญการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้คนทำงานมีสุขภาวะ อันจะส่งผลให้สร้างสรรค์งานออกมาได้อย่างมีประสิทธิผล ดังนั้น บ้านหลังที่ 2 อย่างสถานที่ทำงานต่างๆ หากหันมาให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคลด้วยการสนับสนุนให้มีสุขภาวะที่ดี ทั้งกาย ใจ และสังคม หนุนเสริมให้ทำงานอย่างมีความสุข ก็จะส่งผลดีกลับมาสู่องค์กรด้วย ซึ่งสสส. มีแนวทางการทำงานที่ส่งเสริมองค์กรแห่งความสุข หรือ Happy Workplace ที่ปัจจุบันมีกว่า 10,000 องค์กรที่ให้ความสนใจเข้าร่วมใช้แนวทางและเครื่องมือนี้ในการจัดการองค์กรให้มีความสุข

          ในโอกาสนี้ สสส. มีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ The Company- BrandAge Research House สำรวจสุดยอดหน่วยงานในกลุ่มองค์การมหาชน ประจำปี 2560 สสส. ได้คะแนนเป็นลำดับ 1 เป็นหนึ่งในองค์กรที่คนอยากทำงานด้วย โดยการสำรวจได้สะท้อนเบื้องหลังผลดังกล่าว ทั้งแนวทางในเชิงกลยุทธ์องค์กร วิสัยทัศน์ และทิศทางในการนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย

          มาร่วมกันการสร้างเสริมสุขภาวะของคนไทยในชั่วโมงที่เราอยู่ในที่ทำงานกันให้มากขึ้นครับ

 

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ

สารจาก CEO

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120