คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนมีนาคม 2561)

  • โดย webmaster
  • วันที่ 05 มีนาคม 2561
  • อ่าน : 1,566
สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 

          อากาศปลายฤดูหนาวชนต้นฤดูร้อนเปลี่ยนไปมา เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน ทำให้หลายคนปรับตัวไม่ทันและมักจะเจ็บป่วยกัน จึงเป็นยามที่ต้องใส่ใจดูแลสุขภาพให้แข็งแรงรับมือการเปลี่ยนแปลงกันเป็นพิเศษ

          การเตรียมความพร้อมของร่างกายเป็นเรื่องที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก ไม่เจ็บเนื้อ เจ็บตัว หากเทียบกับการต้องทนทรมานจากความเจ็บป่วย ที่จะต้องเสียเวลา เสียสตางค์ที่ไปรักษาให้หายเจ็บหายป่วย การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและพร้อมอยู่เสมอ จึงถือว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างมาก

          เช่นเดียวกับจดหมายข่าวสร้างสุขฉบับนี้ ได้พูดถึงเรื่องการเตรียมความพร้อมของลูกรัก ให้มีสุขภาพฟันที่ดีตั้งแต่ “ฟันซี่แรก” โดยขยายภาพความสำคัญการมีสุขภาพฟันที่ดี มีประโยชน์อย่างไร และคุ้มค่าเพียงไหนหากหันมาดูแลฟันตั้งแต่ “ฟันน้ำนมซี่แรก”

          ถือว่าค่อนข้างน่าเป็นห่วงหากดูตัวเลขของเด็กไทยที่ประสบภาวะฟันผุตั้งแต่ฟันน้ำนม ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา พบว่าเด็กไทยฟันผุถึงร้อยละ 80 แม้ว่าการทำงานของภาคส่วนต่างๆ ในช่วง 10 ปีให้หลังจะช่วยลดภาวะฟันผุในเด็กลงได้เหลือราวร้อยละ 52 แต่ถือว่ายังมีเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง คือ ลดปริมาณเด็กไทยฟันผุตั้งแต่ฟันน้ำนมให้ต่ำที่สุด สาเหตุเพราะสุขภาวะช่องปาก สัมพันธ์กับพัฒนาการที่ดีของเด็กๆ โดยพบว่าเด็กที่มีปัญหาด้านพัฒนามักจะเป็นกลุ่มเด็กที่มีฟันผุด้วยเช่นกัน

          การดูแลฟันซี่แรก ถือเป็นการเตรียมความพร้อม สร้างต้นทุนทางสุขภาวะ โดยไม่ต้องลงทุนด้วยงบประมาณ เพียงแต่ต้องช่วยกันสร้างทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี เสริมความมั่นใจพ่อแม่ ด้วยการให้ความรู้ สร้างทัศนคติเชิงบวกในการดูแลฟันน้ำนม ซึ่งเคล็ดลับและเทคนิคต่างๆ ได้อธิบายไว้ในจดหมายข่าวสร้างสุขฉบับนี้แล้ว

          ยังมีอีกเรื่องที่นักสร้างสุขภาวะ ได้ร่วมกันทำงานเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชน คือ การทำงานป้องกันผลกระทบและปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยช่วงเดือนที่ผ่านมา ถือว่าครบรอบ 10 ปี การออก พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ที่กระทรวงสาธารณสุข  สสส. และภาคีเครือข่ายงดเหล้า ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการบังคับใช้อย่างเข้มข้นมาโดยตลอด ซึ่งมุ่งหวังลดผลกระทบด้านสังคม เศรษฐกิจ ตลอดจนช่วยป้องกันเด็กและเยาวชนไทยให้ห่างไกล รู้เท่าทันสื่อ พร้อมทั้งตระหนักถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น

          การเดินทางในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อาจจะดูเหมือนยาวนาน แต่หากมองภาพรวมของปัญหาก็จะพบว่า เราเพิ่งเดินทางมาถึงภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นเหนือน้ำเท่านั้น ยังต้องใช้พละกำลัง สร้างความเข้าใจ เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่หยั่งรากฝังลึกมานานในสังคมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 

          สถานการณ์บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านมา แนวโน้มการดื่มค่อนข้างทรงตัว แต่สัดส่วนผู้ที่ดื่มระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในระดับปานกลางขึ้นไปลดลงอย่างมาก (จากร้อยละ 9.1 ในปี 2547 เป็นร้อยละ 3.4 ในปี 2557) ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลสำเร็จจากกฎหมายฉบับนี้  อาทิ พบว่า ผลการบังคับใช้กฎหมายเปรียบเทียบระหว่างปี 2551 และ 2561 ได้ทำให้ประชาชนไม่ซื้อในที่ห้ามจำหน่ายเพิ่มจากร้อยละ 79 เป็นร้อยละ 96 การพบเห็นการโฆษณาลดแลกแจกแถม ลดจากร้อยละ 23 เป็นร้อยละ 13 เป็นต้น  

          อย่างไรตาม ยังมีนักดื่มหน้าใหม่เกิดขึ้นมาทดแทนนักดื่มหน้าเก่าที่งดหรือเลิกดื่ม นั่นคือกลุ่มเยาวชนและนักดื่มเพศหญิง ดังนั้นในทศวรรษที่สอง ของการทำงานเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงอย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงยังจำเป็นต้องอาศัยยุทธศาสตร์ นโยบายชาติ เพื่อทำให้การทำงานก้าวต่อไปอย่างแข็งแรง โดย สสส. และภาคีเครือข่าย มุ่งให้ความสำคัญของการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องอันตรายของการดื่ม รวมถึงการมุ่งจำกัดการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งเรื่องอายุ สถานที่ และการโฆษณา 

          แต่ที่ขาดไม่ได้คือ ความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย และประชาชนเอง ที่ต้องเห็นความสำคัญของปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกัน เพื่อหยุดความสูญเสีย และก้าวไปสู่สังคมแห่งสุขภาวะอย่างแข็งแรงด้วยกัน

 

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ

สารจาก CEO

คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนธันวาคม 2561)

สสส. ยังคงทำหน้าที่เป็นกลไกที่ช่วยสนับสนุน ผลักดัน กระตุ้น และร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนขบวนการสร้างเสริมสุขภาพ

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120