คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนกุมภาพันธ์ 2561)

  • โดย webmaster
  • วันที่ 05 กุมภาพันธ์ 2561
  • อ่าน : 1,344
สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 

          ก้าวเข้าสู่เดือนแห่งความรัก
          ความรักนั้นเป็นสิ่งสวยงาม สร้างพลังผลักดันให้เกิดสิ่งต่างๆ มากมายขึ้นในโลกในแต่ละชีวิต แน่นอนว่า ความรักย่อมเป็นพลังสำคัญในการสร้างสุขภาวะของสังคมด้วย โดยเฉพาะในครอบครัวที่เป็นแหล่งสร้างความรักพื้นฐานในตัวตนของคน และในระหว่างคนในครอบครัว
          ในช่วงเดือนที่ผ่านมา สสส. ได้เรียนเชิญประธานคณะกรรมการกองทุนคนใหม่ คือ ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ มาเป็นประธานเปิดงานในศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. อยู่สองงานที่ผู้เข้าร่วมงานแตกต่างกันมาก
          งานหนึ่งเกี่ยวกับเด็กปฐมวัย "สิ่งเล็กๆ ที่สร้างลูก" ที่มีพ่อแม่พาลูกตัวน้อยมาเต็มไปหมด อีกงานหนึ่ง เป็นงาน "โรงเรียนผู้สูงอายุ" มีคุณตาคุณยายสูงวัยมากันเต็มห้องประชุมและลานกิจกรรม
          สุขภาวะของสองขั้ววัยในครอบครัว ต่างก็เป็นเรื่องสำคัญในยุคของ "สังคมสูงวัย" ที่ประเทศไทยเผชิญการเกิดที่น้อยลง และสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น เราจึงยิ่งต้องสร้างคนรุ่นใหม่ที่ต้องเก่งกว่ารุ่นปัจจุบันเพื่อแบกภาระที่หนักกว่า พร้อมๆ กับการพัฒนาผู้สูงอายุที่ยังคงศักยภาพไว้ให้สูงสุด
          ในเด็กปฐมวัย เปรียบเสมือนการสร้างฮาร์ดแวร์หรือโครงสร้างทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ที่จะรองรับซอฟท์แวร์หรือพัฒนาการและการเรียนรู้ต่างๆ ไปตลอดชีวิต
          นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลอย่าง ศ.ดร.เจมส์ เจ เฮคแมน ชี้ว่า การลงทุนพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าให้ผลตอบแทนแก่สังคมดีที่สุดในระยะยาว โดยได้ผลตอบแทนคืนกลับมาในอนาคตมากกว่าต้นทุนที่ลงไปถึง 7 เท่า
          ต้นทุนสำคัญแรกในการเลี้ยงดูฟูมฟักพัฒนาเด็ก คือ ความรักแรกแต่มหาศาลจากแม่และพ่อ (แม้จะมีเด็กบางคนโชคร้ายที่ปราศจากมันอยู่บ้าง) พ่อแม่แทบทุกท่านอยากเห็นลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด อยากจะปฏิบัติสิ่งที่ดีที่สุดต่อลูก แต่ก็มีพ่อแม่จำนวนมากก็รู้สึกยากลำบาก ที่จะแน่ใจว่า ตนได้มอบหรือปฏิบัติสิ่งที่ดีที่สุดต่อลูกหรือยัง? มีอะไรที่ขาดไป หรือยังทำไม่ถูกต้อง
          สิ่งที่น่าเป็นห่วงในปัจจุบัน คือ พัฒนาการเด็กปฐมวัยไทย (0-5 ปี) ในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมาพบว่า เด็กปฐมวัยประมาณ 30% มีพัฒนาการล่าช้า ซึ่งถือว่าสูงมาก โดยพบว่ามีพัฒนาการล่าช้าทางภาษาถึง 20% ทางปฏิภาณไหวพริบและการเข้าสังคมอีก 5%
          นอกจากนั้น ยังพบว่าเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี มีพฤติกรรมเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สูงถึง 50% และเกือบ 7 ใน 10 ของเด็กอายุ 2 ปี ขึ้นไปเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่อายุยังน้อย อุปกรณ์เหล่านี้ หากใช้อย่างไม่เหมาะสมก็พบว่าแทนที่จะสร้างเสริม กลับกลายเป็นทำลายพัฒนาการ ทำให้เด็กอาจเกิดภาวะสมาธิสั้น หรือร้ายแรงไปถึงการเกิดออทิสติกเทียมได้
          เมื่อสำรวจบ้าน พบว่า เด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี มีหนังสือสำหรับเด็กอย่างน้อย 3 เล่ม เพียง 41.2% ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการกระตุ้นพัฒนาการเด็ก
          องค์กรสุขภาพเด็กจำนวนมาก และ สสส. จึงได้ร่วมกันพัฒนาและสังเคราะห์วิทยาการด้านพัฒนาเด็กและนำมาสู่การรับรู้และปฏิบัติของครอบครัวที่มีเด็กปฐมวัยให้มากขึ้น ผ่านโครงการ "สิ่งเล็กๆ ที่สร้างลูก" โดยมอบ 5 เครื่องมือช่วยส่งเสริมพัฒนาการลูก ประกอบด้วย 1) คู่มือสิ่งเล็กๆ ที่สร้างลูก 2) นิทานเสริมสร้างพัฒนาการเรื่อง "จ๊ะเอ๋" 3) คู่มือและโปสเตอร์เฝ้าระวัง และส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) รวมถึงแอปพลิเคชัน "คุณลูก" 4) ห้องเรียนพ่อแม่ และ 5) สื่อรณรงค์ ทั้งทางโฆษณาโทรทัศน์ คลิปออนไลน์ และสปอตวิทยุ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการ การเรียนรู้ และสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวจากเรื่องใกล้ตัว
          ต้นกล้าจะได้เติบใหญ่อย่างมั่นคง
          ส่วนงาน "เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้โรงเรียนผู้สูงอายุ และกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ" ชี้ถึงความสำคัญประชากรในอีกฝั่งของวัย ที่ประเทศไทยเผชิญอยู่ ที่ยิ่งต้องการการเรียนรู้เพื่อการปรับตัวในวัยชรา เพื่อการพึ่งพาตนเอง และดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ รวมทั้งสร้างประโยชน์ต่อสังคมได้อีกด้วย
          สสส. ได้ร่วมกับภาคีวิชาการหน่วยงานราชการ และท้องถิ่นในการพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุ จากต้นแบบโรงเรียนที่ประสบผลดี เพื่อเป็นแนวทางการประยุกต์ใช้ในโรงเรียนผู้สูงอายุต่างๆ และขับเคลื่อนสู่การขยายผลผ่านโครงการสร้างของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป
          ความรักในครอบครัว ร่วมกับการสร้างสังคมสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนการพัฒนาในทุกช่วงวัย จะนำสังคมสูงวัยของไทย ให้ยังคงเป็นสังคมสุขภาวะครับ

 

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ

สารจาก CEO

คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนตุลาคม 2561)

สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย สนับสนุนให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อสร้างปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ และคุณภาพชีวิตที่ดี

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120