คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนพฤศจิกายน 2560)

  • โดย webmaster
  • วันที่ 02 พฤศจิกายน 2560
  • อ่าน : 447
สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 

                    งานสร้างเสริมสุขภาพที่ สสส. มุ่งสนับสนุนให้เกิดและขยายทั่วแผ่นดินนั้น  มีบางส่วนซ้อนทับกับการป้องกันการเจ็บป่วยจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases : NCDs) อยู่ไม่น้อย  เมื่อปัญหากลุ่มโรคนี้ได้รับการตระหนักไม่เพียงจากองค์การอนามัยโลก แต่ยังรวมไปถึงองค์การสหประชาชาติ ว่าเป็นวิกฤตที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนทั้งระดับประเทศและนานาชาติ โดยในแต่ละปีทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากถึง 16 ล้านคนจากโรคหัวใจ ปอด โรคหลอดเลือดในสมอง โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน ร้อยละ 80 มาจากประชากรในประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง อย่างประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออก จึงเป็นที่มาของการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตให้ได้ 1 ใน 3 ภายในปี 2573 การป้องกันและควบคุม NCDs ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชน โดยเฉพาะหน่วยงานท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด เพื่อความยั่งยืนของระบบสุขภาพ 

                    สสส. ได้ใช้การสร้างเสริมสุขภาพเข้าร่วมป้องกันการเจ็บป่วยจากกลุ่มโรคนี้ โดยเฉพาะโรคที่มีอัตราสูงอย่างเช่น มะเร็ง หัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน โรคทางเดินหายใจอุดกั้นหรือถุงลมโป่งพอง จะมีสาเหตุจาก 4 พฤติกรรมเสี่ยง การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า กินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และการขาดกิจกรรมทางกาย อันเป็นงานด้านการควบคุมปัจจัยเสี่ยงของการสร้างเสริมสุขภาพเช่นกัน และที่น่ายินดีคือ ในการติดตามสถานการณ์ในปี 2017 ขององค์การอนามัยโลก พบว่า ประเทศไทยมีมาตรการจัดการเรื่อง NCDs ได้คะแนนเพิ่มขึ้น จาก 8 มาตรการในปี 2015 เป็น 12 มาตรการ (จากทั้งหมด 19 มาตรการสำคัญ) ซึ่งนับว่ามีความก้าวหน้าที่สุดในเอเชีย เทียบเท่ากับประเทศฟินแลนด์และนอร์เวย์ ชัดเจนว่ามาตรการเหล่านี้จะบรรลุได้ต้องใช้กระบวนการทำงานอย่างมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ซึ่งประเทศไทยได้พัฒนากลไกการทำงานในระบบสุขภาพนี้อย่างมีความก้าวหน้าจนเกิดผลลัพธ์ดังกล่าว

                    ในช่วงใกล้ปลายปีแบบนี้ สสส. มีงานที่เกี่ยวข้องกับการลดสองปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เป็นส่วนหนึ่งของงาน สสส. ได้สนับสนุนมาต่อเนื่อง และอยากชวนทุกท่านมาร่วมกิจกรรมด้วยกัน 

                    สำหรับงานแรกคือ Thai Health Day Run หรือ งานวิ่งสู่ชีวิตใหม่ ซึ่ง สสส. ได้จัดมาเป็นปีที่ 6 แล้ว นับเป็นงานวิ่งสำคัญของประเทศที่มีนักวิ่งทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่มาร่วมทำกิจกรรมกันอย่างคึกคัก

                    งานวิ่งถือเป็นกีฬาและกิจกรรมที่คนยุคนี้หันมาให้ความสนใจ ชวนเพื่อน ชวนครอบครัวมาวิ่งด้วยกันอย่างอบอุ่น เกิดชมรมวิ่งต่างๆ กระจายอยู่ทั่วประเทศ และพบว่า สถิติผู้ที่หันมาออกกำลังกายด้วยการวิ่งมีมากถึง 12 ล้านคน ซึ่งเป็นเรื่องน่าดีใจที่การจุดประกาย กระตุ้นความสนใจให้ผู้คนหันมาออกกำลังกายตลอดเวลาที่ผ่านมาเริ่มเป็นผลสำเร็จ คนจำนวนมาก มองเห็นประโยชน์ และได้รับความสุข ความสนุกจากการวิ่ง จึงทำให้งานวิ่งเกิดขึ้นจำนวนมากในปีที่ผ่าน 

                    ในช่วงที่ผ่านมา ยังมีเหตุการณ์สำคัญ คือ การเข้าพรรษา ปัจจุบันน่าดีใจว่า คนในสังคมรับรู้และเข้าใจในโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา ที่รณรงค์ต่อเนื่องมาถึง 15 ปี กลายเป็นช่วงเวลาดีๆ ในการเริ่มต้น ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไม่มีใครตั้งข้อสงสัยว่าทำไมต้องทำ เพราะต่างทราบดีว่า การลดละปัจจัยเสี่ยงลง จะช่วยให้ร่างกายได้ฟื้นฟูสุขภาพ ครอบครัวได้กลับมามีความสุขอีกครั้ง

                    การทำงานที่ผ่านมา สสส. และภาคีเครือข่าย ได้เข้าไปสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนต่างๆ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนประเพณี วัฒนธรรม ตัดน้ำเมาออกจากวิถีชีวิตโดยสมัครใจ ชุมชนค่อยๆ เข้มแข็งและเกิดผู้นำสร้างแรงบันดาลใจในชุมชนต่างๆ ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราว ประสบการณ์ชีวิตจากการลด ละ เลิกดื่ม เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้อื่น ซึ่งเชื่อว่า ความเข้มแข็งเหล่านี้จะก่อตัวกระจายเติบโตสู่เรื่องสุขภาวะอื่นๆ ต่อไป   

                    ขอให้เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกท่านจับมือกันเดินทางอย่างมั่นคงต่อไป

 

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ

สารจาก CEO

คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนพฤศจิกายน 2560)

งานวิ่งถือเป็นกีฬาและกิจกรรมที่คนยุคนี้หันมาให้ความสนใจ ชวนเพื่อน ชวนครอบครัวมาวิ่งด้วยกันอย่างอบอุ่น

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120