คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนเมษายน 2560)

  • โดย webmaster
  • วันที่ 04 เมษายน 2560
  • อ่าน : 2,764
สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 

          จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพฉบับเดือนเมษายน​​นี้ เทศกาลสงกรานต์เวียนมาบรรจบ ถึงเวลาที่ครอบครัวจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา มีความสนุก และทำกิจกรรมของเทศกาลปีใหม่ไทยด้วยกัน

          เมื่อพูดถึงความสุขเหล่านี้แล้วทุกคนก็จะนึกภาพออกและยิ้มได้ แต่หากพูดว่าเทศกาลเหล่านี้เกิดอุบัติเหตุมากกว่าช่วงปกติหลายเท่าตัวมีผู้บาดเจ็บ สูญเสียมากมาย แน่นอนว่า​เป็นภาพที่ไม่มีใครอยากนึกถึงหรืออยากให้เกิดขึ้นกับครอบครัวและคนที่รักเลย วันผู้สูงอายุในเทศกาลนี้ ก็ควรดึงความสนใจของสังคมไทยให้เข้าใจและเตรียมพร้อมกับสังคมสูงอายุที่เราเผชิญอยู่ และกำลังจะเข้าสู่สังคมสูงอายุสมบูรณ์ในประมาณสี่ปีข้างหน้า


          อีกภาพความจริงที่มากับเทศกาลสงกรานต์ คือ การเดินทางที่เพิ่มปริมาณขึ้นกว่าปกติอย่างมหาศาลพร้อมกับการเฉลิมฉลองด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างต้องระดมสรรพกำลังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และพร้อมรับสถานการณ์คนเจ็บ คนตาย ซึ่งสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนั้น ยังคงเป็นสาเหตุเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว คือ เมาแล้วขับ ง่วงแล้วฝืนขับ ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายทั้งฝ่าฝืนสัญญาณ ไม่ใส่ใจพื้นฐานความปลอดภัย

          เป็นเวลาต่อเนื่องยาวนานที่ภาครัฐ  สสส. และภาคีเครือข่ายหลากหลาย ร่วมกันรณรงค์และดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญในการหยุดการบาดเจ็บล้มตายบนท้องถนน และโดยข้อเท็จจริงแล้ว ปัญหาเหล่านี้ได้ทุเลาลงมาตามลำดับตลอดกว่าสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจต่างจากความรู้สึกจากสาธารณชนรับรู้จากกระแสข่าวสารว่า สถานการณ์ดูเลวร้ายลง

          จริงอยู่ ปัญหาอุบัติภัยจราจรของประเทศไทยติดอันดับสูงของโลก แต่สถิตินี้ลดลงมาตามลำดับเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเราใช้ฐานข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีอยู่ให้ใช้มานานและสมบูรณ์กว่าฐานอื่นในอดีต จำนวนคนตายได้ลดลงจาก 14,012 คนหรือ 22.21 ต่อแสนในปี 2546 ลงมาจนเหลือ 6,273 คนหรือ 9.54 ต่อแสนประชากรในปี 2558 หรือต่อมาที่เราเริ่มพัฒนาข้อมูลจาก 3 ฐานข้อมูลสำคัญคือ ตำรวจ บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัย และมรณบัตรตั้งแต่ปี 2554 สถิติการเสียชีวิตจากฐานใหม่นี้ก็ลดลงในแต่ละปีจาก 22,886 ในปี 2554 เหลือ 21,423 คนในปี 2557  ทั้งนี้โดยต้องเข้าใจข้อเท็จจริงว่า ประเทศไทยเรามียานพาหนะเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 2 ล้านคันมาโดยตลอด ซึ่งเราต้องพยายามพัฒนาดัชนีการวัดอัตราสูญเสียต่อจำนวนกิโลเมตรของการเดินทางจึงจะเป็นค่าที่สะท้อนสถานการณ์ได้ดีที่สุดต่อไป

          แต่การรณรงค์เข้มเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ จำนวนผู้เสียชีวิตใน 7 วันอันตรายที่เริ่มไม่ลดลงในปีหลังๆ (ทั้งที่เคยลดลงจากจำนวน 7-9 ร้อยคนเมื่อสิบกว่าปีก่อน มาเป็นประมาณ 3-4 ร้อยคนในหลายปีหลัง)  ทำให้ผู้คนคิดว่าการรณรงค์และมาตรการต่างๆ ล้วนไม่ได้ผล ทั้งที่มีการทำงานกันอย่างหนัก ที่จริงแล้ว ด้วยมาตรการที่ร่วมมือกันดำเนินงานในช่วงเทศกาลนี้ ได้ทำให้อัตราตายบนถนนลดลงจนเทียบเท่ากับสัปดาห์ปกติ ซึ่งในปี 2559 เรามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติภัยบนท้องถนนเฉลี่ย 412 คนต่อสัปดาห์  ทั้งๆ ที่ในช่วงเทศกาลเรามีปริมาณการเดินทางเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวร่วมกับการเฉลิมฉลองด้วยความมึนเมาด้วย

          ดังนั้น สิ่งที่ควรกระทำต่อไป คือ ใช้มาตรการที่ได้ผลในช่วงเทศกาลเหล่านี้ ขยายไปเพิ่มให้มากขึ้นในอีก 50 สัปดาห์ปกติทั้งปี แล้วเราจะค่อยๆ ลดอันดับแชมป์อุบัติภัยทางถนนลงไปเรื่อยๆ ได้แน่นอนครับ

          ส่วนบรรยากาศของการเล่นน้ำสงกรานต์ สสส. ก็ได้สนับสนุนให้ท้องถิ่นต่างๆ หันมาร่วมมือสร้างวัฒนธรรมเล่นน้ำปลอดเหล้า ซึ่งเวลา 11 ปี เกิดถนนตระกูลข้าวถึงกว่า 50 แห่ง และพื้นที่ปลอดเหล้าอีกหลายร้อยแห่ง ซึ่งทำให้บรรยากาศของการเล่นสงกรานต์เหมาะสำหรับทุกคน สามารถเล่นได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกังวล อันตรายที่อาจเกิดจากผู้คนที่เมามาย ไร้สติ  โดยที่จังหวัดต่างๆ เห็นถึงประโยชน์และชูให้กลายเป็นจุดท่องเที่ยว​อีกด้วย ซึ่งจุดเล่นน้ำปลอดเหล้าเหล่านี้ยังส่งผลไปถึงการหยุดอุบัติเหตุจากการเล่นน้ำสงกรานต์ได้อีกทางหนึ่งด้วย

          เมื่อเดือนที่ผ่านมา ยังมีเรื่องที่น่ายินดี ​ที่ สสส. และภาคีเครือข่าย ต้องขอขอบคุณ​พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ได้เห็นชอบ และผ่านร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ...  โดยกฎหมายดังกล่าวจะ​เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเด็กและเยาวชนจากการเสพติดบุหรี่

          นับเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์การปกป้อง มหันตภัยของบุหรี่ที่จะมีต่อเด็ก เยาวชนไทย และประชาชนคนไทยจำนวนมากครั้งสำคัญอันน่าร่วมกันชื่นชมอย่างสูงครับ

 

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ

สารจาก CEO

คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนตุลาคม 2560)

ถึงเวลาที่เราต้องลุกขึ้นมาสานต่องานของพ่อด้วยการลงแรงกาย ใจ ปัญญาทำประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เราเห็นว่าดีงามต่อสังคมไทยร่วมกัน

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120