แนะนำภาคี

ปลูกผัก ปลูกเมือง ปลูกชีวิต

ปลูกผัก ปลูกเมือง ปลูกชีวิต thaihealth

สังคมเมือง จัดเป็นศูนย์กลางความเจริญที่มีสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่เป็นอาคารบ้านเรือน ถนนหนทาง และเป็นที่รวมของผู้คนที่มีความแตกต่างทางด้านพื้นเพ ส่วนทางด้านสังคมก็มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์  และเทคโนโลยีที่ทันสมัย  ทำให้ชาวเมืองสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ชีวิตประจำวันของคนในเมืองไม่ได้มีความสัมพันธ์กับธรรมชาติมากนัก กลายเป็นชีวิตท่ามกลางป่าคอนกรีตตามวิถี “ชุมชนเมือง”

สีเขียวจากพืชพันธุ์ธรรมชาติจึงกลายเป็นสิ่งที่ดูแปลกแยก หากแต่กับชีวิตของคนบางกลุ่มได้เห็นความสำคัญของธรรมชาติและพืชผัก จึงเป็นที่มาของ “โครงการสวนผักคนเมือง: ปลูกผัก ปลูกเมือง ปลูกชีวิต” ซึ่งดำเนินงานโดยมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ร่วมกับภาคีเครือข่าย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)

โครงการมีความตระหนักถึงปัญหาของคนเมืองในด้านอาหาร รวมถึงปัญหาด้านสุขภาพ สังคมและสิ่งแวดล้อม  ผนวกกับเรื่องการปลูกผักแบบไม่ใช้สารเคมีและการยกระดับการพึ่งพาตนเอง ตลอดจนการช่วยพัฒนาระบบอาหารและวิถีชีวิตทางเลือกที่เกื้อกูลธรรมชาติ ท่ามกลางข้อจำกัดของชีวิตคนเมือง พวกเขาจึงลุกขึ้นมาปลูกผัก และได้ค้นพบกับคุณค่าบางอย่างของชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตลาดกาล และทำให้เห็นว่า “ผัก” เป็นอะไรมากกว่าที่คุณคิด! ไม่ว่าจะเป็นปลูกผัก ปลูกเมือง ปลูกชีวิต thaihealth

  • การปลูกผักเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีประโยชน์ต่อเด็ก การให้เด็กๆได้ลงมือขุดดิน ผสมดิน ทำแปลง ปลูกผัก เพาะต้นอ่อน และเก็บผลผลิต ถือเป็นการเรียนรู้เรื่องการทำเกษตรด้วยการลงมือปฏิบัติจริง พวกเขาจะได้เรียนรู้ที่จะฝึกความอดทน ฝึกความพยายาม รู้จักเรื่องการเสียสละ และการทำงานเป็นทีมกับเพื่อนๆอีกด้วย

  • ผักช่วยบำบัดและเยียวยา สวนผักบำบัดที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ใช้ฟื้นฟูจิตใจและสังคมของผู้ป่วย  สวนผักบำบัดศรีราชา เปิดพื้นที่ให้ผู้ติดยาเสพติดมาทำกิจกรรมบำบัดในสวน หรือสวนผักบำบัดพนัสนิคม ที่ลูกนำเรื่องสวนผักไปบำบัดคุณพ่อซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์จนอาการดีขึ้น

  • ผักเป็นสะพานเชื่อมโยงสายใย กิจกรรมการปลูกผักเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ให้ครอบครัวได้ลงมือทำอะไรด้วยกัน ตั้งแต่ลงมือปลูก ช่วยกันดูแลรดน้ำ หากพืชผักเติบโตดี ก็อาจจะได้ช่วยกันทำอาหารกินร่วมกันด้วย

  • ลดความเครียด เพิ่มความสุข ฝึกความอดทน การปลูกผักสอนให้เรารู้จักรอคอย ให้รู้จักอยู่กับปัจจุบัน และไม่คาดหวังเรื่องอนาคตมากเกินไป เพราะทุกๆอย่างมีความไม่แน่นอน บางวันผักงาม พอวันรุ่งขึ้นอาจถูกแมลงกินหมดก็ได้ แต่พอเมล็ดที่ปลูกเติบโตงอกงาม มันก็เป็นเหมือนดั่งเมล็ดแห่งความปิติที่งอกงามในใจเราด้วย

  • สร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แปลงผักเป็นเหมือนเครื่องมืออย่างหนึ่ง  การปลูกผัก ก็เหมือนกิจกรรมหรือสถานที่ให้คนในชุมชนได้มีโอกาสมารวมตัวกัน ในสังคมเมืองที่เคยอยู่แบบบ้านใครบ้านมัน ถ้าไม่มีกิจกรรมร่วมกันมันก็ไม่มีศูนย์รวมของชุมชน แต่พอมีแปลงผัก จากคนที่เคยเห็นหน้ากัน แต่ไม่เคยคุยกัน ตอนนี้ก็ได้พูดคุยกันมากขึ้น เรียกว่าเราคุยกันได้ทุกเรื่องที่แปลงผัก เป็นจุดศูนย์รวม ที่ช่วยทำให้เกิดความร่วมมืออื่นๆตามมา

เมื่อ “ผัก” กลายเป็นมากกว่าอาหาร บทบาทของการเกษตรในเมืองจึงมีส่วนในการสร้างสังคมการอยู่ร่วมกันทั้งในเมือง ระหว่างคนเมืองกับชนบทและทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนมุ่งสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายของเมืองที่ให้ความสำคัญกับเกษตรในเมืองในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมือง และขยายไปสู่นโยบายของเมืองต่างๆในประเทศต่อไป

“ถึงตอนนี้การปลูกผักเพียงกระถางเล็กๆ อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณทั้งชีวิตก็ได้”

 

 

ที่มา : www.facebook.com/Section6TH (สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม สสส.)

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ

สารจาก CEO

คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนตุลาคม 2560)

ถึงเวลาที่เราต้องลุกขึ้นมาสานต่องานของพ่อด้วยการลงแรงกาย ใจ ปัญญาทำประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เราเห็นว่าดีงามต่อสังคมไทยร่วมกัน

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120