ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

โครงการ "ตาใน" น้อมนำเยาวชนสู่เส้นทางสัมมาทิฐิ

โครงการ "ตาใน" น้อมนำเยาวชนสู่เส้นทางสัมมาทิฐิ


เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระชนม์มายุครบ 84 พรรษา สององค์กร คือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงร่วมมือกันจัด โครงการ “ตาใน” ถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อนำเยาวชนระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ จำนวน 8400 คน เข้าสู่เส้นทางสัมมาทิฐิ


นายอนุรุธ ว่องวานิชนายอนุรุธ ว่องวานิช นายกยุวพุทธิกสมาคมฯ กล่าวว่า ปี 2554 ที่ผ่านมา เป็นปีมหามงคล ยุวพุทธิกสมาคมฯ ได้ร่วมกับ สสส. จัดโครงการตาในขึ้นมา เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระชนมายุครบ 84 พรรษา และต่อเนื่องมาจนถึงในปีนี้ (2555) เพื่อเผยแพร่พุทธศาสนาในเชิงรุก โดยมุ่งเป้าหมายไปที่คนรุ่นใหม่ หรือเยาวชน


“โครงการนี้ มีจุดมุ่งหมายต้องการเปิดตาในแก่เยาวชน ซึ่งก็คือให้มี สัมมาทิฐิ หรือความเห็นชอบ เกิดภาวะที่รู้ มีปัญญาเห็นแจ้ง มีปัญญาเป็นเครื่องนำทางให้เท่าทันกิเลส คงพอเทียบเคียงได้กับการมีเรดาร์ชี้ทางชีวิตนั่นเอง หากเราสามารถชี้แนะให้เยาวชนเข้าใจความทุกข์ รู้จักเปลี่ยนทุกข์ให้เป็นปัญญา ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันชีวิตที่ดีที่สุดเพื่อการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคม เพราะการที่เยาวชนเกิดปัญญา ก็จะรู้จักรับผิดชอบตนเอง และพึ่งตนเองได้ เมื่อพึ่งตนเองได้จึงจะมีโอกาสพัฒนาตนให้เป็นที่พึ่งของครอบครัว เป็นประโยชน์ต่อสังคม และประเทศชาติต่อไป” นายกยุวพุทธิกสมาคมฯ กล่าว


อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม ด้าน อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม วิทยากรโครงการตาใน กล่าวว่า สาเหตุที่เลือกนักศึกษามหาวิทยาลัย เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อที่อีกไม่นาน พวกเขาจะต้องออกไปทำงาน ออกไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง หากสามารถโน้มนำให้พวกเขาเข้าใจว่าความทุกข์ ความสุขล้วนเกิดขึ้นในใจตน และรู้วิธีเยียวยาความทุกข์ให้ตนเอง เมื่อหมดทุกข์ สุขก็เกิดนั่นเอง 


“เยาวชนรุ่นใหม่มักไม่เชื่อกรรมดี กรรมชั่วกันอีกแล้ว กฎแห่งกรรม กลายเป็นเรื่องงมงาย แต่หากเราสามารถสร้างจุดเปลี่ยน อย่างเช่น คำว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็น ทำดี ดี ทำชั่ว ชั่ว ทำไมถึงบอก ทำดี ดี ทำชั่ว ชั่ว เพราะว่า ทำดี ดีวินาทีที่ทำเลย ไม่ต้องรอได้ดีที่ไหน คนชั่ว ทำชั่ว ชั่ววินาทีที่ทำ ไม่ได้รอได้ชั่วชาติหน้า ถ้าพวกเขาเข้าใจตรงนี้ เขาจะรู้เลยว่าสิ่งใดควรทำในชีวิตประจำวัน สิ่งใดที่ทำแล้วจะไปกระทบต่อคนอื่น ช่วยปลุกสำนึกต่อสังคมในองค์รวม ต่อประเทศไทย ต่อโลกของเรา และต่อทุกๆ คน” อ.ประเสริฐ กล่าว


อ.ประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการตาในจะช่วยฝึกฝนให้เยาวชนฝึก “ปลูกตาใน” และ “เปิดตาใน” เพื่อมี “ตาใน” เป็นเพื่อนชีวิต ซึ่งตาในก็คือ สติ สัมปชัญญะ เพื่อรู้ กาย-ใจ อันจะนำไปสู่การเห็นความทุกข์ ความสุข ที่เกิดในใจตน รู้เท่าทันทุกข์ โดยจะแบ่งการอบรมเป็น 3 ขั้นตอน ขั้นแรกเป็นการอบรมเบื้องต้นชื่อ “ปลุกตาใน” เป็นการบรรยายถึง สัมมาทิฐิคืออะไร และปลุกตาใน ของเยาวชนให้ตื่นขึ้น เพื่อพัฒนาไปสู่การมีสัมมาทิฐิ ต่อมาเป็นการอบรมขั้นกลางชื่อ “ปลูกตาใน” ให้เยาวชนได้ฝึกฝนการปลูกสติและสัมปชัญญะ ฝึกใช้ตาในในชีวิตประจำวัน เมื่อเห็นถูก ก็จะคิดถูก พูดถูก ทำถูก


โครงการ "ตาใน" น้อมนำเยาวชนสู่เส้นทางสัมมาทิฐิ โครงการ "ตาใน" น้อมนำเยาวชนสู่เส้นทางสัมมาทิฐิ


สุดท้ายเป็นการอบรมขั้นเข้ม ชื่อ “เปิดตาใน” เป็นการฝึกฝนภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น สำหรับเยาวชนที่ผ่านการอบรม ปลูกตาใน และมีความสนใจที่จะพัฒนาตนเองให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เยาวชนจะมีโอกาสอยู่กับตัวเองและสังเกตการทำงานของกายและใจของตนเองตลอดระยะเวลาในการอบรม เพื่อศึกษาเข้าใจตนเองให้ถ่องแท้ยิ่งขึ้น เขาจะมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองได้อย่างถาวร และเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนคนรุ่นใหม่ในสังคมต่อไป


ผู้สนใจ สามารถติดตามข่าวสารโครงการตาในได้ที่ เว็บไซต์ http://www.tanai8400.com/ และ เฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/Tanai8400 หรือรับชมคลิปแนะนำโครงการตาในได้ ที่นี่ ค่ะ





เรียบเรียง: ศิรินทิพย์ อิสาสะวิน Teamcontent www.thaihealth.or.th

แสดงความคิดเห็น