ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

Talk about sex : เปิดพื้นที่วัยใส เข้าใจเรื่องเพศ

หลายคนอาจะผ่านหูผ่านตากันไปบ้าง กับโฆษณาบนป้ายประกาศ ผืนใหญ่ที่ติดอยู่ตามทางด่วน หรือถนนสายใหญ่ๆ ในกรุงเทพมหานคร ภาพวาดของเด็กทารกที่กำลังร้องไห้ และมีผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น "พ่อ และ แม่" ของเด็กน้อยกำลังยืนอยู่ใกล้ๆ แต่สภาพของพ่อ และ แม่ ที่ว่านั้น สวมกางเกงขาสั้น กับ เสื้อนักเรียนผูกคอซอง


Talk about sex : เปิดพื้นที่วัยใส เข้าใจเรื่องเพศ


โฆษณาชิ้นนี้ดูเหมือนจะสะดุดใจคนหลายๆ คน ยิ่งถ้าหากได้รู้ว่า สถิติ พ่อแม่ ในวัยเรียนของเด็กไทยนั้น พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายปีที่ผ่านมาถึงขั้นติดแชมป์ของเอเชีย หลายคนคงตระหนักได้ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะต้องปฏิรูปสังคม เพื่อสร้างสังคมแห่งความสุขอย่างจริงจังให้กับประเทศของเราเสียที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเริ่มสร้างพื้นฐานความรู้ให้กับเด็ก และเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะเติบโตขึ้นเป็นกำลังที่สำคัญของประเทศ


ปัจจุบัน องค์กรยูนิเซฟ ได้ทำการสำรวจพบว่า ประเทศไทยมีเด็กวัยรุ่นที่อายุไม่ถึง 20 ปี แต่อยู่ในสถานะที่ต้องเป็น "แม่" มากถึง 1.5 แสนคน ความไม่พร้อมทั้งทางสถานะทางสังคมของเด็กกลุ่มนี้ และความไม่พร้อมทางจิตใจ เป็นปัญหาใหญ่ที่ภาครัฐ พร้อมกับพันธมิตรต่างๆ ตระหนักว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องพัฒนาหน่วยเล็กๆ ของสังคมที่เรียกว่า "เยาวชน" ในด้านการความรู้ ที่จะเป็นอาวุธทางปัญญาให้กับเด็กกลุ่มนี้ในอนาคต


Talk about sex : เปิดพื้นที่วัยใส เข้าใจเรื่องเพศ


Talk about Sex เป็นโครงการที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้นเพื่อเป็นการเปิดพื้นที่ให้กับเยาวชนในวัยใส ได้มีโอกาสหาความรู้ ซักถามประเด็นต่างๆ ในด้านเพศศึกษา ภายใต้เป้าหมายในการทำงาน คือการ "ติดอาวุธทางปัญญา" และ "การเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกัน"


เว็บไซต์ Talk about sex จึงได้เปิดตัวขึ้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องเพศให้กับเยาวชนอย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มเด็กๆ ที่อายุตั้งแต่ 9-18 ปี เพราะจากการสำรวจของเอแบคโพล พบว่า บุคคลที่เด็กจะเดินหน้าเข้าไปปรึกษาเรื่องเพศ ส่วนใหญ่ คือเพื่อนสนิทเป็นอัตราส่วนกว่า 51% รองลงมาคือ พ่อแม่ 14% และคู่รักอีก 10%


Talk about sex : เปิดพื้นที่วัยใส เข้าใจเรื่องเพศ


แต่กลุ่มเพื่อน ที่เป็นที่ปรึกษานั้น ก็ไม่ใช่คนที่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะจากสถิติพบว่า เยาวชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ นั่นคือ 65% ยังไม่ทราบวิธีคุมกำเนิด และมีเพียง 35% เท่านั้น ที่เข้าใจและทราบวิธีการคุมกำเนิดที่ถูกต้อง ส่วนเด็กๆ อายุระหว่าง 9-12 ปี มีเพียง 10% เท่านั้นที่ทราบวิธีคุมกำเนิด แม้อัตราส่วนจะเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุของเด็ก แต่ตัวเลขทั้งหมดนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงเงามืดของปัญหาสังคมที่อาจตามมาได้ในอนาคต


ณัฐยา บุญภักดี "ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยยังไม่เตรียมตัวให้กับเด็กๆ มากเท่าที่ควร เพราะเด็กวัยรุ่นตอนต้น ถ้าอยากรู้ในเรื่องนี้โดยไม่มีเกราะป้องกันอาจจะนำไปสู่การอยากลอง ดังนั้น เราจึงควรให้ความรู้ในเรื่องเพศแก่เด็กตั้งแต่ก่อนเข้าวัยรุ่นตอนต้น ซึ่งถือเป็นโอกาสดีในการให้คำตอบความอยากรู้ของเด็กที่ว่า มนุษย์เกิดขึ้นได้อย่างไร พร้อมกับสอดแทรกความรู้ที่ว่า เพศสัมพันธ์มีข้อดีข้อเสียอย่างไร รวมถึงทักษะการปฏิเสธเมื่อถูกชวนให้มีเพศสัมพันธ์ซึ่งเป็นการติดอาวุธทางสติ ปัญญาเพื่อให้เด็กรู้ตั้งแต่เนิ่นๆ" น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ สสส. กล่าว


http://talkaboutsex.thaihealth.or.th คือเว็บไซต์ที่วันนี้มีเด็กๆ และเยาวชนที่สงสัยใคร่รู้เรื่องทางเพศ และไม่อยากปรึกษาใคร เพราะอาจจะยังเห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องปกปิด หรือเรื่องที่น่าอาย เด็กกลุ่มนี้สามารถเข้าไปหาความรู้ได้ ในขณะที่สังคมอินเทอร์เนตกำลังกว้างไกลออกไป การเปิดเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาสาระที่จะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนทางตรงแบบนี้ จึงเป็นวิธีหนึ่งที่ผู้ใหญ่คิดว่า น่าจะช่วยแก้ปัญหาในระยะยาวได้


Talk about sex : เปิดพื้นที่วัยใส เข้าใจเรื่องเพศ


Talk about sex: เปิดพื้นที่วัยใส เข้าใจเรื่องเพศ จะเป็นเว็บไซต์ที่เอาไว้เพื่อ สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเยาวชนในเรื่องเพศอย่างถูกต้องโดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจประกอบด้วย ความเข้าใจเรื่องเพศ กระดานถาม-ตอบ คลิปวีดีโอ เข้าใจสุขภาวะทางเพศ แหล่งข้อมูลและความรู้ นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กและเยาวชนยังคาดหวังต่อบทบาทของผู้ปกครองในการให้ความรู้ความเข้าใจใน เรื่องเพศ เว็บไซต์ดังกล่าวจึงมุ่งสร้างความเข้าใจในเรื่องเพศให้กับผู้ปกครองเพื่อใช้ในการอธิบายให้กับบุตรหลาน


วันนี้ 122 โรงเรียน ที่กระจายอยู่ในทุกภาคของประเทศได้รับโครงการนี้ไปเผยแพร่ ผ่านทั้งทางโรงเรียน และเครือข่ายผู้ปกครอง นอกจากนั้น ยังมีการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ผ่านทางเว็บหลักของกระทรวงศึกษาธิการ และเชื่อมต่อไปยังหน้าเว็บของสำนักกิจการพิเศษ ของปลัดกระทรวงศึกษาธิการอีกด้วย





ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

แสดงความคิดเห็น