ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

"คนป่าคลอก" รวมพลัง สร้างชุมชนพึ่งตนเอง

"คนป่าคลอก" รวมพลัง สร้างชุมชนพึ่งตนเอง


ตำบลป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เป็นอีกพื้นที่หนึ่งในจังหวัดภาคใต้โซนฝั่งอันดามัน ที่มีความเข้มแข็งของชุมชน สมาชิกชุมชนร่วมมือร่วมใจกันสร้างสังคม ตำบลน่าอยู่ รวมกลุ่มกันสร้างอาชีพหลากหลายกลุ่ม และ แหล่งเรียนรู้ ภายใต้การขับเคลื่อนจาก 3 ส่วนหลัก คือ ชาวบ้านในชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ป่าคลอก และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)


อธิพงษ์ คงนามอธิพงษ์ คงนาม นายก อบต.ป่าคลอก เล่าว่า เดิมชุมชนในตำบลป่าคลอก เคยมีปัญหา แตกความสามัคคี แบ่งกลุ่มแบ่งฝ่าย และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวมไม่ต่างจากชุมชนอื่น โดยเฉพาะเมื่อกระแสทุนนิยมแพร่ขยายเข้ามาในชุมชน ส่งผลให้กิจกรรมโครงการที่ต้องการความร่วมมือร่วมใจเพื่อส่วนรวมมักไม่ประสบความสำเร็จ ผู้บริหารอบต. ผู้นำชุมชน ตลอดจนผู้เฒ่าผู้แก่เริ่มเห็นปัญหา และต่างโหยหาอดีต ย้อนหลังไปแบ่งแยกทางศาสนา ขนาดชาวมุสลิมยังบริจาคที่ดิน สร้างสำนักสงฆ์ให้ชาวไทยพุทธ บางโอกาสอบต.ป่าคลอก ก็จัดคนไปร่วมพัฒนาหรือสนับสนุนด้านต่างๆ สำหรับพระภิกษุสงฆ์ แต่ในยุคหลัง เกิดความเปลี่ยนแปลงไม่พึงประสงค์มากมาย ทำให้คนเริ่มเห็นแก่ตนเองมากกว่าส่วนรวม เราจึงมาพูดคุยกัน ทำความเข้าใจกับประชาชนในชุมชนอย่างลึกซึ้ง โดยชูประเด็นเกี่ยวกับสุขภาพหรือสุขภาวะของคนในชุมชน ซึ่งมี อบต. และ สสส.เป็นแกนนำหลักเข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้ แนวทางและประชาชนกลุ่มต่างๆ ลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง


ช่วงที่ 1 ระหว่างปี 2513-2535 หลังรัฐบาลอนุญาต หรือให้สัมปทานเผาทำไม้ หรือ เผา ทำถ่านโกงกาง ทำให้ป่าสงวนแห่งชาติป่าชายเลนเสื่อมโทรม และปัญหาทวีความรุนแรงเพิ่ม มากขึ้น เมื่อมีการทำนากุ้งกุลาดำ ซึ่งมีนักธุรกิจ นายทุนมากว้านซื้อที่ดินเพื่อประกอบการจนประชาชนต้องออกมาปกป้องและอนุรักษ์


"คนป่าคลอก" รวมพลัง สร้างชุมชนพึ่งตนเองช่วงที่ 2 ยุคตื่นและเรียนรู้ ระหว่างปี 2536-2544 ซึ่งประชาชนอนุรักษ์ป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง ยกฐานะสภาตำบลเป็น อบต. เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งปี 2540  แกนนำชุมชนเริ่มตั้งกองทุนช่วยเหลือ หรือกลุ่มออมทรัพย์ และปี 2543 เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงนายจุริน ราชพล นักอนุรักษ์ป่าชายเลนเสียชีวิต ซึ่งมีผลสะเทือนไปสู่สังคมในวงกว้าง


ช่วงที่ 3 ยุทธศาสตร์บูรณาการร่วมปี 2545-2546 เมื่อสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยร่วมกับชุมชน จัดทำแผนทรัพยากรตำบล มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มแม่บ้าน และจัดทำแผนฟื้นฟูชีวิตชุมชนตำบลป่าคลอก


ช่วงที่ 4 การเมืองเป็นเครื่องมือ ศาสนาเป็นแนวทาง ทรัพยากรเป็นฐานทุน หนุนการสร้างคน ปี 2547 - ปัจจุบัน เพราะคนในชุมชนกระตุ้นให้ประชาชนร่วมมือปรองดอง ช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างจริงจัง


ผลจากเส้นทางพัฒนาทั้ง 4 ช่วงดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการสร้างกลุ่มอาชีพในตำบล ป่าคลอกที่หลากหลาย 23 แห่ง ทั้งเป็นห้องเรียนตามธรรมชาติ เป็นแหล่งเรียนรู้ครอบคลุมพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มแม่บ้าน ป่าคลอกที่ผลิตผลิตภัณฑ์ตุ๊กตายางพารา, กลุ่มเกษตรอินทรีย์, กลุ่มเครื่องแกงตำมือ, กลุ่มเกษตรเลี้ยงแพะ, กลุ่มแม่บ้านบางโรง ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องประดับจากคริสตัล หรือ กลุ่มท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์บ้านบางโรง


"คนป่าคลอก" รวมพลัง สร้างชุมชนพึ่งตนเองโดยแต่ละกลุ่มจะแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจน มีโครงสร้าง คือ แกนนำขับเคลื่อน ประธาน รองประธาน เลขานุการ เหรัญญิกและคณะกรรมการรับผิดชอบทุกฝ่าย ที่สำคัญ มีวิทยากรประจำกลุ่ม ที่ช่วยถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ นอกจากนี้ อบต.จะจัดกิจกรรมศึกษาดูงานในพื้นที่องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น(อปท.) อื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างชุมชน อีกทั้งสร้างเครือข่ายขององค์กรชุมชน


"ตำบลป่าคลอกเดินมาถึงจุดนี้ได้ เป็นเพราะความร่วมมือร่วมใจของประชาชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่ให้ขวัญ กำลังใจ ทำให้ประชาชน มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี แข็งแรง มีรายได้เพิ่มขึ้นและเพียงพอสำหรับจุนเจือครอบครัว ขณะเดียวกันยังได้รับการยอมรับจากภายนอก ล่าสุด เมื่อปลายปี 2554 อบต.จัดส่งองค์กรชุมชนเข้าร่วมประกวดตามโครงการ To Be Number One ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปรากฏว่า สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศระดับภาค สร้างความภาคภูมิใจให้ประชาชนในพื้นที่ ทั้งตำบล


เพราะการทำงานเกี่ยวกับสังคมเหล่านี้ ทุกคนเสียสละประโยชน์สุขส่วนตนทั้งสิ้น ทำให้เรามีชุมชนที่เข้มแข็ง สังคมท้องถิ่นมีความยั่งยืน เหมือนที่บรรพบุรุษชาวตำบลป่าคลอกสร้างสมมาตั้งแต่ครั้งอดีต เมื่อเราประสบความสำเร็จ ความเหนื่อยกายเหนื่อยใจ จะหายไปเป็นปลิดทิ้ง" อธิพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย





ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

แสดงความคิดเห็น