คำพูดสุดท้าย “เสียดายชีวิต”

โดย
| |
อ่าน : 453

จบความฝัน ชีวิตนักกีฬา ( ตอนที่ 1 )

 

มีเหยื่อมากมายหลายต่อหลายคนครับที่ประสบอุบัติเหตุเพราะเมาสุราแล้วคะนอง ผลที่เกิดขึ้นตามมาเป็นอย่างไรหรือครับ ถ้าไม่เสียชีวิต ก็บาดเจ็บ พิการ มีน้อยรายนะครับที่แค่เคล็ดขัดยอกตามตัวเท่านั้นแต่สำหรับนภดล วรรณบวร หรือ น้องกุ่ย เด็กหนุ่ม หน้าใสอดีตนักฟุตบอลของโรงเรียนเทพศิรินทร์ อยู่ในกลุ่มที่บาดเจ็บถึงขั้นพิการ ทำให้ความฝันที่จะเป็นนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติกลายเป็นฝันค้าง

 

กีฬาคือชีวิต

 

น้องกุ่ย เป็นเด็กนักเรียนบ้านนอกที่รักการเตะฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ ก้าวเข้าสู่เมืองหลวงในฐานะ นักเรียนโควตา นักฟุตบอลประจำโรงเรียนเทพศิรินทร์ ในปี 2539 ขวบปีแรกของชีวิตนักฟุตบอลเทพศิรินทร์เขาได้สัมผัสถ้วยแชมป์ฟุตบอลจตุรมิตร อันเป็นสุดยอดการแข่งขันฟุตบอลระหว่างโรงเรียนมัธยมชั้นนำของประเทศสี่แห่ง เทพศิรินทร์ สวนกุหลาบ อัสสัมชัญ และกรุงเทพคริสเตียน ซึ่งการได้ลิ้มรสชัยชนะในครั้นนั้นทำให้กุ่ย ฮึกเหิมที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ

 

ด้วยลีลาและความสามารถของกุ่ย เท่าที่ผมประเมินได้ ผมมีความมั่นใจมากครับว่า เด็กคนนี้สามารถเทียบชั้นได้ถึงขั้น ลีซอ หรือ วีรเทพ วิโณทัย และด้วยวัยเพียง 23 ปี กับสภาพร่างกายสมบูรณ์เพียบพร้อมนับเป็นช่วงวัยอัน หนุ่ม และ สด อย่างยิ่งสำหรับชีวิตนักฟุตบอล

 

แน่นั่นเป็นเพียงมโนภาพครับ เพราะความจริงแล้ว กุ่ยในวัย 23 ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่สามารถเล่นฟุตบอลได้อีกต่อไปกุ่ยกลายเป็นคนพิการไม่สามารถเดินได้นับตั้งแต่วันสงกรานต์ ในปี พ.ศ.2543

 

ใช้น้ำตาเล่นสงกรานต์

 

ผมคุยกับกุ่ยอย่างออกรสเขาเป็นคนเฮฮาพูดจาสนุกสนานจึงมีมิตรสหายมากมาย เมื่อฟังเขาเล่าถึงชีวิตตัวเอง ผมได้แต่สะท้อนในใจว่า เพื่อนฝูงนี่หละหนา ชักพาเขามาสู่ชีวิตทุกวันนี้...

 

หลังจากจบปีการศึกษาแรกในรั้วเทพศิรินทร์ หนุ่มน้อยพกพาความภาคภูมิใจของดาวเด่นในทีมฟุตบอลของโรงเรียนกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่ อ.พุนพิน จ.สุราษฎ์ธานี ช่วงเวลาปิดภาคเรียนเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์พอดี ในวันที่ 11 เมษายน พ.ศ.2539 กุ่ยพร้อมเพื่อนจับกลุ่มเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์ โดยมีเป้าหมายที่จะไปชมคอนเสิร์ตในตัวเมืองตามประสาวัยรุ่นที่ห่างหายกันไปนานเมื่อกลับมารวมตัวกันอีกครั้งย่อมต้องเที่ยวเตร่เฮฮาสนุกสนานกันเต็มเหนี่ยว แน่นอนว่าหนึ่งในกิจกรรมเพื่อมิตรภาพครั้งนี้คือ การดื่มสุรา

 

กุ่ยเล่าว่า นักกีฬาต้องมีวินัย ต้องดูแลรักษาสุขภาพและร่างกายของตัวเอง จึงไม่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด จะยกเว้นเฉพาะงานเลี้ยงหรือหน้าเทศกาลเท่านั้นที่ดื่มพอได้บ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อย กุ่ยยอมรับว่าคืนนั้นดื่มไปแก้วหรือสองแก้วเท่านั้น ขณะที่เพื่อนอีก 7 คน เมามายได้ที่

 

หลังเที่ยงคืนทั้งคณะขับขี่มอเตอร์ไซค์ 4 คัน เรียงเป็นขบวนกลับบ้าน กุ่ยนั่งซ้อนท้ายเพื่อนคนหนึ่ง แต่ในระหว่างทาง เขาสังเกตว่าเพื่อนคนนี้เมามาก ปล่อยให้ขับต่อไปไม่ได้แน่ ๆ จึงอาสาเป็นคนขับแล้วให้เพื่อนคนนั้นไปซ้อนท้ายแทน

 

ผมคิดว่าถ้าปล่อยไปคงไม่ถึงบ้านแน่ เลยขอขับแทน ทั้งที่ตัวผมก็ขับรถเครื่องไม่คล่อง ขับเร็วสู้คนอื่นไม่ได้ ได้แต่ขับประคองเกาะท้ายขบวน

 

ด้วยวัยคึกคะนองที่ถูกเสริมเร่งจากฤทธิ์สุรา ทำให้ทั้งหมดไม่สามารถควบคุมและยับยั้งใจได้ ทุกคนขับแข่งแซงกันไปมา ปาดหน้ารถคันโน้นคันนี้ จนกระทั่งเจอรถบรรทุกสิบล้อขับเอื่อย ๆ ส่ายไปส่ายมา พวกเขาจึงซิ่งตัดหน้าอย่างเมามัน กุ่ยอยู่ลำดับท้ายสุดไม่อยากหลุดขบวนก็ต้องเร่งแซงตามไปด้วย จังหวะนั้นเองสิบล้อคันนั้นก็ปัดคร่อมเลนเข้ามาหาเจตนาเบียดให้ล้ม จนกุ่ยต้องล้มเสียหลักรถไถลครูดกับพื้นพร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งขึ้นมาทับบนตัวเขา เลือดอาบเต็มไปหมดทั้งร่าง จนหลายคนนึกว่าเขาตายเสียแล้ว

 

คนขับสิบล้อลงมายืนดู ตาเขาแดงก่ำไม่เมาเหล้าก็เมายา แถมเหมือนจะถอยรถมาทับซ้ำให้ตายคาที่ โชคดีที่คนเห็นเหตุการณ์เขาจึงขับหนีไป ไม่เช่นนั้นผมอาจตายไปแล้ว

 

เพราะเมาแล้วขับ

 

กุ่ยเล่าต่อไปว่า เขาถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดอาการตอนแรกไม่หนักหนาแต่อย่างใด ยังยกแขนขาได้เป็นปกติ เห็นมีแค่แผลถลอกหรือรอยไหม้ที่ไถลไปกับรถเท่านั้น สิ่งแรกที่เขาขอคือ ให้เอกซเรย์ดูว่ากระดูกขาหักหรือไม่

 

ผมเป็นนักฟุตบอลห่วงขาตัวเองมาก อยากรู้ว่าขาหักหรือไม่ ผลเอกซเรย์ออกมาว่าขาไม่หัก ผมก็โล่งใจ

 

หอมเจ้าของไข้จึงล้างแผลใส่ยาแล้วให้นอนพักรักษาที่โรงพยาบาลแต่ตอนนั้นล่วงเข้าวันที่ 12 เมษายน และหมอเจ้าของไข้ได้ขอลางาน 13 20 เมษายน นานหนึ่งสัปดาห์เต็ม ทำให้กุ่ยต้องนอนอยู่ในสภาพนั้นเกือบสัปดาห์ ไม่มีใครมาดูแลล้างแผลทำแผลให้ใหม่อีกเลย ทั้งที่เป็นแผลสดซึ่งง่ายต่อการติดเชื้อควรต้องเอาใจใส่ดูแลพิเศษ ทั้งที่เป็นคนอื่นแวะมาดูบ้างแต่ก็ไม่ได้ทันเอะใจ กุ่ยและญาติขอร้องให้นางพยาบาลช่วยล้างแผลทำแผลแต่ถูกปฏิเสธ อ้างว่าพวกเขาจะทำงานตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น

 

ช่วงนั้นสงกรานต์พดี โกลาหลไปทั้งโรงพยาบาลอุบัติเหตุทั้งนั้น เตียงข้างผมตายแล้วตายอีก คงไม่มีเวลามาดูแลผม พอเห็นอย่างนี้จึงตัดสินใจขอย้ายโรงพยาบาลอยู่ต่อไม่ได้แล้ว แต่ก็ไม่ได้อีก เพราะทางโรงพยาบาลบอกว่า ต้องให้แพทย์เจ้าของไข้เซ็นอนุมัติเท่านั้น เลยทำอะไรไม่ได้ต้องนอนอยู่อย่างนั้นห้าวัน

 

จากบาดแผลธรรมดาไม่หนักหนากลับกลายเป็นแผลติดเชื้อลุกลามจนกุ่ยเริ่มจับไข้ ทางโรงพยาบาลเห็นท่าไม่ดี ต้องรีบตามหมอเจ้าของไข้มาดูอาการทั้งที่ยังไม่ครบวันลาของเขา เมื่อกลับมาเจอหน้ากุ่ยอีกครั้ง เขาบอกหน้าตาเฉยว่า บาดทะยักลงกระดูกแล้ว จำเป็นต้องตัดกระดูกทิ้ง

 

กุ่ยเข้าใจดีว่า หมอกำลังหมายถึงการตัดขานั่นเอง

 

ผมช็อก ทำใจไม่ได้ ไม่ยอมให้ตัดเด็ดขาด ผมเป็นนักฟุตบอลนะตอนแรกผมยังกระดิกขาได้สบายอยู่เลย แล้วจะให้ผมกลายเป็นคนพิการได้อย่างไร

 

ความรู้สึกดังกล่าวคงขมขื่นสุดบรรยาย ไม่ว่าใครเป็นเขาคงทำใจรับความจริงอันโหดร้ายเช่นนี้ไม่ได้ แม้จะโกรธแค้นหมอที่ไม่มีความรับผิดชอบ จะฟ้องร้องหมอ เขาก็บอกว่าก็ได้แค่ให้ออกจากงานเท่านั้น เขาไม่มีเงินจะจ่ายให้หรอก

 

กุ่ยย้ายมารักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์หาดใหญ่ ซึ่งมีเครื่องมือและบุคลากรที่ทันสมัยกว่า ด้วยความหวังว่าจะช่วยบรรเทาความร้ายแรงลงได้ โดยได้กำชัดกับแม่ว่า จะไม่ยอมตัดขาอย่างเด็ดขาด เพราะชีวิตนี้ต้องเป็นนักฟุตบอลทีมชาติให้ได้ แต่ว่าอาการของเขาสายเกินกว่าจะเยียวยาเสียแล้ว หมอที่นั่นบอกว่าถ้ามาเร็วกว่านี้สักสองวันอาจช่วยเหลือได้ทัน ขณะนั้นอาการติดเชื้อทำให้ไข้ขึ้นสูงมากจนเขาเพ้อ แพทย์ต้องยื่นคำขาดต่อแม่ว่า ถ้าไม่ยอมให้ตัดขาลูกชายอาจจะหัวใจวายตายได้

 

ตอนนั้นผมก็สะลึมสะลือ หลับ ๆ ตื่น ๆ ยังได้ยินแม่กระซิบว่า ต้องตัดขาข้างหนึ่งนะ ผมบอกไปว่าขอตายดีกว่า พอตัดไปข้างหนึ่งแล้วก็ยังไม่หาย ต้องตัดทิ้งอีกข้าง อาการจึงเริ่มดีขึ้น

 

การตัดสินใจที่ล่าช้าทำให้เชื้อกัดกินลุกลามขึ้นไปถึงโคนขา ดังนั้น แพทย์จึงต้องตัดลึกไปถึงตำแหน่งที่สูงมาก อีกเพียงคืบเดียวก็จะถึงตะโพกแล้ว เขาจึงไม่สามารถใส่ขาเทียมได้ ทำให้ต้องใช้ชีวิตที่เหลือบนวีลแชร์ตลอดไป

 

 

 

 

 

ที่มา : หนังสือเหยื่อเมาแล้วขับ  มูลนิธิเมาไม่ขับ

ภาพประกอบ : อินเตอร์เน็ต

 

 

update:01-08-51

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • วิ่งสู่ชีวิตใหม่ Thaihealth Dayrun 2014 -
  • เว็บไซต์เก็บข้อมูลผู้ใช้จักรยานเพื่อวางแผนเเละส่งเสริมการใช้จักรยานในประเทศไทย -
  • แบบสอบถามประเมินความเสี่ยงโรค NCDs -
  • The Hero พลเมืองกล้า ท้าเปลี่ยนโลก -
  • โครงการรณรงค์ขับเคลื่อนการสร้างพลเมืองเพื่อประเทศไทยที่น่าอยู่ร่วมกับโครงการปิดทองหลังพระ รุ่น 2 -
  • แบบประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม -
  • รายการ
  • เทศกาลหุ่นโลก กรุงเทพฯ -
  • Banner 14-10-57	เทศกาลหุ่นโลก กรุงเทพฯ www.thaihealth.or.th ไก่ -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม