มะเร็งปอด เกิดเป็นอันดับสองในชาย

โดย
| |
อ่าน : 193

ตรวจพบในระยะเริ่มแรก ค่อนข้างยาก

 

  

  

มะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่พบมาก เป็นอันดับ 2 ของมะเร็งในเพศชายทั้งหมดในประเทศไทย ซึ่งตรวจพบในระยะเริ่มแรก ได้ค่อนข้างยาก

   

สาเหตุ : ของมะเร็งปอดยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีสาเหตุส่งเสริมหรือปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง

ปอด ดังนี้คือ

 

 

1. ร้อยละกว่า 90 เกิดจากการสูบบุหรี่ 

ผู้สูบมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ไม่สูบถึง 10 เท่า

ผู้ที่ต้องสูดดมควันบุหรี่ของผู้อื่นเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดด้วยเช่นกัน

ควันบุหรี่ มีสารประกอบมากกว่า 4,000 ชนิด และในจำนวนนี้ ประมาณ 60 ชนิด ที่เป็น

 

สารก่อมะเร็ง ตัวกระตุ้นและตัวส่งเสริมให้เกิดมะเร็งปอด ได้แก่ ทาร์ นิโคติน คาร์บอนมอนนอกไซด์

เป็นต้น

                        มะเร็งปอดพบมากในภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งนิยมสูบบุหรี่พื้นเมืองยามวนซึ่งมี

                        ปริมาณทาร์ และสารก่อมะเร็งอื่น ๆ สูง

 

2. การสัมผัสกับสารแอสเบสทอส ซึ่งเป็นแร่ที่ใช้ในอุตสาหกรรมหลายชนิด เช่น การก่อสร้าง  โครงสร้างอาคาร ผ้าเบรค คลัช ฉนวนความร้อน อุตสาหกรรมสิ่งทอ เหมืองแร่ โดย

                        ผู้ที่เสี่ยงคือ ผู้ที่ทำงานในสิ่งแวดล้อมที่มีการใช้ แอสเบสทอสเป็นส่วนประกอบ

                        ระยะเวลาตั้งแต่สัมผัสฝุ่นแอสเบสทอส จนเป็นมะเร็งปอด อาจใช้เวลา 1535 ปี

                        ผู้ไม่สูบบุหรี่ แต่ทำงานกับฝุ่นแร่แอสเบสทอส เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดมากกว่าคน

                        ทั่วไป 5 เท่า

                        ผู้ที่สูบบุหรี่ และทำงานกับฝุ่นแร่แอสเบสทอสด้วย จะเสี่ยงต่อมะเร็งปอดมากกว่า

                        คนทั่วไปถึง 90 เท่าทีเดียว

 

3. เรดอน  เป็นก๊าซกัมมันตรังสี ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส เกิดจากการสลายตัวของแร่ยูเรเนียม ในหินและดิน กระจายอยู่ในอากาศและน้ำใต้ดิน ในที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท เช่น ในเหมืองใต้ดิน อาจมีปริมาณมากทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดได้

 

            4. มลภาวะในอากาศ   ได้แก่ควันพิษจากรถยนต์ และโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานถลุง

เหล็ก โครเมียม นิเกิล แคดเมียม โรงงานน้ำมัน ดินน้ำมัน เป็นต้น

 

            5. สาเหตุอื่น ๆ   เช่น พันธุกรรม ผู้ป่วยมีประวัติเป็นโรคถุงลมโป่งพอง วัณโรค เป็นต้น

   

อาการแสดง :  มะเร็งปอดในระยะแรกจะยังไม่มีอาการ ส่วนใหญ่จะมีอาการแสดงเมื่อโรคเป็นมากแล้ว อาการที่อาจพบได้ คือ

 

1. ไอเรื้อรัง ลักษณะไอแห้ง ๆ นานกว่าธรรมดา บางครั้งมีเสมหะหรือมีเลือดออก

            2. น้ำหนักลดรวดเร็ว

            3. เบื่ออาหาร ซีด อ่อนเพลีย

            4. เหนื่อยง่าย

            5. เจ็บหน้าอก 

 

  นอกจากนี้ ถ้าโรครุนแรงเพิ่มขึ้นก็จะมีอาการ

หอบเหนื่อย

บวมบริเวณ คอ หน้า แขน อก จากการที่ก้อนกดทับเส้นเลือดดำใหญ่

กลืนอาหารลำบาก เป็นต้น

 

 

  ซึ่งอาการเหล่านี้ อาจจะคล้ายกับอาการของโรคปอดอื่น ๆ ได้ด้วย อย่าเพิ่งตกใจหากมีอาการ

เหล่านี้ สิ่งสำคัญคือ ควรจะมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉั

 

การวิฉิจฉัยโรค : มีดังนี้

 

                        1. ถ่ายภาพเอกซเรย์ปอด

                        2. ตรวจเสมหะที่ไอออกมาเพื่อหาเซลล์มะเร็ง

                        3. ส่องกล้องตรวจดูภายในหลอดลม

                        4. ตัดชิ้นเนื้อบางส่วนจากหลอดลม หลอดลม หรือต่อมน้ำเหลืองบริเวณไหปลาร้า

ไปตรวจเพื่อการวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา

   

 

 การรักษา

 

เมื่อพบว่าเป็นมะเร็งปอดแน่นอนแล้ว แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าผู้ป่วยควรจะได้รับการรักษา

แบบใด จึงจะเหมาะสมที่สุด โดยพิจารณาถึงอายุ ภาวะความแข็งแรงของร่างกาย ระยะของโรค 

ชนิดของมะเร็ง และการยอมรับของผู้ป่วย ซึ่งการรักษาจะประกอบด้วย 

 

 1. การผ่าตัด หากเป็นในระยะเริ่มแรก

             2. รังสีรักษา

             3. เคมีบำบัด

             4. การรักษาแบบผสมผสาน คือ การใช้หลาย ๆ วิธีร่วมกันเพื่อบรรเทาอาการ

 

 

 

 

 

ที่มา: ศูนย์มะเร็ง คณะแพททยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

 

update:28-11-51

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • งดเหล้า...เข้าพรรษา -
  • แบบสอบถามประเมินความเสี่ยงโรค NCDs -
  • ประกวดภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ หัวข้อ เขตห้ามสูบบุหรี่ -
  • ครงการพัฒนาข้าราชการในการใช้ ICT อย่างปลอดภัย และสร้างสรรค์ รู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ -
  • HAC Market -
  • เคล็ดลับดีๆ ต่อสุขภาพ ตอนที่ 2 -
  • โครงการเด็กไทยแก้มใส -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม