หลอดเลือดส่วนปลายตีบรีบป้องกัน

โดย
| |
อ่าน : 261

อาจเสียอวัยวะได้

 

          ขืนปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้สูญเสียอวัยวะส่วนปลาย เพราะเลือดไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงได้ทั่วถึงเมื่อเกิดแผลขึ้นมาจะรักษาไม่หาย สุดท้ายจึงลงเอยด้วยความจำยอม แพทย์ชี้นอกจากกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องเผชิญกับภาวะนี้แล้ว บรรดาสิงห์อมควันหรือกลุ่มหนุ่มสาวเจ้าเนื้อก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ โชคดีที่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถตรวจหาภาวะหลอดเลือดส่วนปลายตีบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้แพทย์รักษาได้ทันท่วงที

         

          นพ.สุทัศน์ ฮ้อศิริมานนท์ ศัลยแพทย์ด้านหลอดเลือดโรงพยาบาลรามคำแหง เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ป่วยด้วยภาวะหลอดเลือดส่วนปลายตีบมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักเข้าใจกันว่าอาการดังกล่าวเหล่านี้มีสาเหตุมาจากโรคยอดฮิตอย่างโรคเบาหวาน แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วยังมีสาเหตุอื่นที่ผลักดันหรือเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบตันเกิดขึ้นได้ เช่น การสูบบุหรี่ หรือมีภาวะไขมันในเลือดสูง

        

          นพ.สุทัศน์ได้ยกกรณีศึกษาของผู้ป่วยรายหนึ่ง ซึ่งได้รักษาอาการเบาหวานมานานกว่า 20 ปีแล้ว และต่อมาได้เกิดการอักเสบขึ้นที่นิ้วเท้า จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดอยู่ระยะหนึ่ง แผลอักเสบดังกล่าวกลับมีการติดเชื้อและลุกลามจนถึงขั้นต้องตัดนิ้วเท้าไปหนึ่งนิ้ว แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหายในที่สุดก็ตัดสินใจตัดนิ้วที่ 2 แต่แผลดังกล่าวก็ยังมีการติดเชื้อและลุกลามอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ รพ.รามคำแหง หลังจากที่ส่งผู้ป่วยเข้าตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แล้ว พบว่ามีหลอดเลือดส่วนปลายตีบตันบริเวณขา จึงได้ทำการรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดและจำเป็นต้องตัดเนื้อส่วนที่มีการตายออกและรักษาแผล ซึ่งปรากฏว่าแผลค่อยๆ แห้งและไม่มีการติดเชื้อลุกลามอีก

         

          ส่วนอีกรายหนึ่ง เป็นผู้ป่วยภาวะหลอดเลือดส่วนปลายตีบ ซึ่งไม่ได้เป็นเบาหวานโดยผู้ป่วยรายนี้เข้ามาพบแพทย์ด้วยอาการขาเย็น ปวดขา และมีแผลเกิดขึ้นที่ข้อเท้า แต่ผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน ซึ่งแพทย์ได้สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากภาวะไขมันสูงในเลือด ร่วมกับมีการสูบบุหรี่มาค่อนข้างนาน ส่งผลให้เกิดภาวะหลอดเลือดส่วนปลายตีบ เมื่อมีแผลที่ขาเกิดขึ้น จึงรักษาไม่หายและลุกลามขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแพทย์ก็ได้รักษาด้วยการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดเช่นเดียวกับในรายแรก ซึ่งปรากฏว่าแผลค่อยๆ ดีขึ้นเป็นลำดับเช่นกัน

         

          อย่างไรก็ตาม นพ.สุทัศน์ ยังได้ให้ข้อแนะนำว่า สำหรับผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปีขึ้นไปควรจะตรวจเช็คร่างกายประจำปีที่สำคัญที่สุดที่อาจจะต้องตรวจด้วยก็คือการตรวจวัดความดันเส้นเลือดที่เรียกว่า การตรวจ abi ซึ่งจะเป็นตัวช่วยคัดกรองว่าเริ่มมีภาวะหลอดเลือดตีบตันเกิดขึ้นแล้วหรือไม่ นอกจากนี้การตรวจวัดระดับไขมันในเลือด ระดับน้ำตาลในเลือด หรือความดันโลหิตก็ถือเป็นการตรวจพบปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะเส้นเลือดตีบตันในอนาคตได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้สูบบุหรี่ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอย่างหนี่งด้วย ซี่งหากตรวจพบภาวะหลอดเลือดส่วนปลายตีบแต่เนิ่นๆ แล้ว แพทย์จะได้วางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพหลายวิธี อาทิ การรักษาด้วยยา การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน หรือแม้แต่การผ่าตัดซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะอาการและการวินิจฉัยของแพทย์ นพ.สุทัศน์กล่าวสรุป

         

 

 

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

 

 

update : 06-09-53

อัพเดทเนื้อหาโดย : สุนันทา สุขสุมิตร

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • งดเหล้า...เข้าพรรษา -
  • แบบสอบถามประเมินความเสี่ยงโรค NCDs -
  • ประกวดภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ หัวข้อ เขตห้ามสูบบุหรี่ -
  • เคล็ดลับดีๆ ต่อสุขภาพ ตอนที่ 2 -
  • ครงการพัฒนาข้าราชการในการใช้ ICT อย่างปลอดภัย และสร้างสรรค์ รู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม