บริหารกล้ามเนื้อลดปวดหัวเรื้อรัง

โดย
| |
อ่าน : 294

เลี่ยงใช้คอมฯ นานๆ

 

 

          อาการปวดศีรษะ อันเนื่องมาจากภาวะความเครียดและความกดดันในการทำงานของคนเมืองในปัจจุบัน เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับหนุ่มสาวในวัยทำงาน โดยเฉพาะในกลุ่มที่ในแต่ละวันต้องใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จะพบว่าพอตื่นเช้าขึ้นมามักจะเริ่มมีอาการมึนศีรษะ ไม่สดชื่น เมื่อเริ่มทำงานจะเริ่มรู้สึกปวดบริเวณคอขมับทั้งสองข้าง หรือหน้าผาก บ้างก็มีอาการปวดตื้อ บางครั้งอาจตาพร่า และปวดบริเวณกระบอกตา และเมื่อเริ่มมีอาการหนักขึ้นจะมีอาการปวดถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปวดศีรษะทุกวัน และเริ่มมีอาการปวดรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

 

          แพทย์อายุรเวท วิภาพร สายศรี จากคลินิกรักษาโรคปวดศีรษะดอกเตอร์แคร์ กล่าวว่า อาการปวดศีรษะอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ การปวดศีรษะแบบมีพยาธิสภาพ ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากเชื้อโรค หลอดเลือดในสมองอักเสบ เส้นประสาทอักเสบ เนื้องอกในสมอง ซึ่งพบได้เพียงร้อยละ 10 ของผู้ที่มีอาการปวดศีรษะ อาการปวดแบบนี้รักษาได้ด้วยยาและการผ่าตัด

 

          อีกประเภท คืออาการปวดศีรษะแบบไม่มีพยาธิสภาพ เช่น ปวดศีรษะเรื้อรัง ปวดไมเกรนปวดกระบอกตา พบได้ถึงร้อยละ 90 ของผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ อาการปวดดังกล่าวเป็นอาการปวดที่เกิดจากการที่เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงบริเวณศีรษะได้เพียงพอ เนื่องจากมีการเกร็งและกดทับของกล้ามเนื้อ การปวดศีรษะแบบนี้พบได้บ่อยมากกับกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ อาทิ โปรแกรมเมอร์ นักบัญชี สถาปนิก และผู้ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ เนื่องจากพฤติกรรมการทำงาน ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณบ่า ต้นคอ ต้องเกร็งต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ จนกระทั่งเกิดกล้ามเนื้อหดตัวจนเป็นก้อนเล็กๆ ที่เรียกว่า trigger point เป็นจำนวนมาก ทำให้การกินยาแก้ปวด หรือยาคลายกล้ามเนื้อไม่มีผลต่อการรักษา

 

          "พฤติกรรมที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะเรื้อรังเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งกิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อบริเวณบ่าและคอติดต่อกันเป็นเวลานาน อย่างการใช้คอมพิวเตอร์จากการทำงานหรือเล่นเกม การขับรถระยะไกล ความเครียด ความวิตกกังวล หรือแม้แต่การก้มหรือเงยหน้าเป็นเวลานาน"

 

          วิธีการป้องกันอาการปวดศีรษะเรื้อรังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเกินกว่า 2 ชั่วโมง และควรยุติกิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อบริเวณบ่า และคอทันทีที่รู้สึกเกร็ง ที่สำคัญควรบริหารกล้ามเนื้อบริเวณบ่าและคอด้วยการยืดกล้ามเนื้อ หลังการใช้คอมพิวเตอร์ทุกครั้ง ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนและแอลกอฮอล์ ปิดท้ายด้วยการพักผ่อนและทำสมาธิเมื่อมีความเครียด เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

 

          สำหรับผู้สนใจคลินิกรักษาโรคปวดศีรษะดอกเตอร์แคร์ด้วยเทคนิคที่เรียกว่า dmt (doctor care manipulation technique) มุ่งขจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนที่ขึ้นไปเลี้ยงบริเวณศีรษะและสมอง เมื่อการไหลเวียนของเลือดเป็นปกติ อาการปวดศีรษะทั้งเฉียบพลันและเรื้อรังก็จะบรรเทาและดีขึ้นเป็นลำดับ

 

 

 

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

 

 

 

 

update : 07-10-53

อัพเดทเนื้อหาโดย : สุนันทา สุขสุมิตร

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • งดเหล้า...เข้าพรรษา -
  • แบบสอบถามประเมินความเสี่ยงโรค NCDs -
  • ขอเชิญเข้าร่วมอบรมหลักสูตร
  • ประกวดภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ หัวข้อ เขตห้ามสูบบุหรี่ -
  • หลักสูตรสายธารแห่งปัญญาสู่ภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 -
  • เคล็ดลับดีๆ ต่อสุขภาพ ตอนที่ 2 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม