มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน สร้างความมั่นคงด้านอาหารสู่สังคม

เกษตรกรรมยังคงเป็นอาชีพหลักที่สำคัญของคนไทย ยิ่งผ่านกระแสโลกาภิวัตน์ ความเปลี่ยนแปลงของโลกมากเท่าไร ยิ่งทำให้อาชีพเกษตรทวีความสำคัญ ก่อให้เกิดฐานการพัฒนาระบบ “เกษตรกรรมยั่งยืน” ที่เน้นการพึ่งพาตนเอง เชื่อมโยงสู่ความมั่นคงและอธิปไตยทางอาหารสำหรับประชาชนในประเทศ
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2541 เริ่มแรกทำงานกับเกษตรกรรายย่อย ในโครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน ส่งเสริมให้เกษตรกรและองค์กรชุมชน สามารถพึ่งพาตนเองในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ อาหาร ที่ดินทำกิน และทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการลด ละ เลิกการใช้สารเคมีการเกษตร
นางสุภา ใยเมือง กรรมการมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน กล่าวว่า การดำเนินงานที่สำคัญประการหนึ่งของมูลนิธิฯ คือการพัฒนาความรู้และภูมิปัญญาด้านเกษตรกรรมยั่งยืน ผ่านแผนงานวิจัยการบูรณาการความรู้ด้านเกษตรกรรมยั่งยืนในมิติต่างๆ และการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมกับชุมชน ส่งเสริมให้เกษตรกรและองค์กรชุมชนมีบทบาทในการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากงานศึกษาวิจัย ให้สามารถตอบสนองได้ในทุกระดับ ทั้งระดับการผลิต การแปรรูป การตลาด การจัดการทรัพยากร และระดับนโยบาย
“ปัจจุบันมูลนิธิฯ ปรับบทบาทมาสู่การเป็นองค์กรภาคประชาชนที่ทำงานวิชาการ โดยเอาชุมชนเป็นตัวตั้งและสร้างปัจจัยที่นำไปสู่การพึ่งตนเองและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชุมชน ควบคู่กับการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ ทั้งที่เป็นเกษตรกร หรือ คนชั้นกลาง ข้าราชการ นักธุรกิจ ให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการยอมรับความสำคัญของเกษตรกรรมยั่งยืน และการยอมรับในสิทธิและศักดิ์ศรีของเกษตรกรและชุมชน กลายเป็นโครงข่ายความมั่นคงด้านอาหาร ร่วมกันสร้างความสัมพันธ์ใหม่ที่เกื้อกูลกันทั้งชุมชนท้องถิ่น และคนในสังคมโดยรวม” นางสุภา กล่าว
กรรมการมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากงานสร้างความเข้มแข็ง งานเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสารของเกษตรกรรมยั่งยืนแล้ว ยังได้ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรรือ สสส. จัดทำโครงการสวนผักคนเมืองขึ้น เพื่อสนับสนุนการปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ สำหรับกลุ่มครัวเรือนหรือชุมชนเมือง ที่มีความสนใจต้องการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ จนเกิดเป็นกระแสคนเมืองปลูกผัก ขณะนี้มีศูนย์อบรมสำหรับผู้สนใจ 5 แห่ง กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเกษตรในเมืองและชาน สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันของกลุ่มคนในเมือง ทั้งช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง ก่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อคนเมืองมากขึ้น
เว็บไซต์: www.sathai.org
อีเมล์: sathai@sathai.org
เฟซบุ๊ค: www.facebook.com/cityfarm
เว็บไซต์สวนผักคนเมือง: www.thaicityfarm.com
เรียบเรียง: ศิรินทิพย์ อิสาสะวิน Teamcontent www.thaihealth.or.th

แสดงความคิดเห็น