มารู้จัก 'สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย'
ก้าวแรกของสภาเด็กและเยาวชน เกิดจากกลุ่มเยาวชนเล็กๆ ใน 4 จังหวัด คือ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ สตูล และปราจีนบุรี สภานี้จะเป็นเวทีสำหรับเยาวชนให้ได้คิดโครงการสร้างสรรค์หรือแก้ปัญหาของชุมชนตามวิถีทางที่เหมาะสมกับท้องถิ่นนั้นๆ โดยแต่ละจังหวัดก็มีโครงการที่น่าสนใจหลายโครงการ จนกระทั่งปี 2550 ก็มีพระราชบัญญัติพัฒนาส่งเสริมเด็กและเยาวชนแห่งชาติขึ้น
"สาระสำคัญในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ระบุว่า ให้มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนในทุกอำเภอและทุกจังหวัด โดยให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทั้งเรื่องวิชาการ ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น คุณธรรม จริยธรรม และประชาธิปไตย โดยให้เด็กๆ คิดกิจกรรมและโครงการเอง บางครั้งรัฐบาลอาจจะมีนโยบายเฉพาะกิจบางอย่าง เราก็สามารถคิดกิจกรรมให้สอดคล้องกับนโยบายนั้นๆ ของรัฐด้วย" เบนซ์ ศศิพงษ์ รอตเกษม เลขาธิการสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เล่าเปิดประเด็นให้เราฟังด้วยรอยยิ้มไมตรี
เนื่องจากว่าเรามีอิสระในการคิด ดังนั้น สภาเด็กและเยาวชนอาจจะคิดกิจกรรมร่วมกับชุมชนหรือหมู่บ้านได้ เช่น สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดเก็บข้อมูลผู้ที่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงรายจัดค่ายฝึกอบรมคุณธรรม จริยธรรม และสร้างค่ายหรือโครงการถนนเด็กเดินของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดชัยนาท
ซึ่งแต่ละโครงการนับว่าสร้างสรรค์และมีประโยชน์สำหรับท้องถิ่นมาก เพราะบางโครงการรัฐก็ไม่สามารถเข้าไปพัฒนาหรือดูแลได้อย่างทั่วถึง ฉะนั้นการให้เด็กๆ ได้เข้าไปทำโครงการสร้างสรรค์ชุมชนของตนเอง โดยที่มีผู้ใหญ่คอยสนับ สนุน จึงเป็นก้าวแรกของการพัฒนาที่ตรงจุดมากกว่า

สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานกลาง จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างรัฐกับเยาวชน โดยจะเป็นศูนย์กลางรับข้อมูลจากจังหวัดต่างๆ นำมาสะท้อนไปสู่ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในระดับนโยบายแล้วขยายผลต่อไป
นอกจากนี้ เรายังทำงานร่วมกันกับหลายๆ องค์กร เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรมอนามัย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือแม้แต่กระทั่ง NGO
ส่วนสมาชิกสภาเด็กและเยาวชน อันดับแรกจะมาจากการคัดเลือกก่อน โดยเริ่มจากการคัดเลือกกลุ่มเยาวชนเล็กๆ เช่น นักเรียนดีเด่นจากระดับโรงเรียนหรือประธานสภานักเรียน มาจำนวนหนึ่ง จากนั้นก็จะมีการเลือกตั้งคัดหาตัวแทนในระดับชุมชน ตำบล อำเภอ และระดับจังหวัดในที่สุด

นายรัชฏะ ศรีบุญรัตน์
ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
แต่ละสภาจังหวัด จะมีสมาชิกอยู่ประมาณ 21 คน ส่วนสมาชิกส่วนกลาง ช่วงแรกๆ ก็มาจากการจัดตั้งเช่นกัน โดยคัดเลือกเยาวชนที่มีบทบาทดีเด่นและเป็นแบบอย่างที่ดีเข้ามาเป็นสมาชิก แต่พอหลังจากที่พระราชบัญญัติพัฒนาส่งเสริมเด็กและเยาวชนแห่งชาติปี 2550 ออกมา ก็เริ่มให้มีการจัดการเลือกตั้งแล้วเช่นกัน
สำหรับปัญหายังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในระดับนโยบาย ที่ยังไม่มีฝ่ายไหนเข้ามาดูแลเรื่องงานเยาวชนโดยตรง มันยังคงมีความคาบเกี่ยวและความไม่ชัดเจนในเรื่องบทบาทและหน้าที่อยู่

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเด็กมีปัญหาในสถานศึกษา กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กับกระทรวงศึกษาธิการ ว่าใครต้องเป็นฝ่ายดูแล เพราะกระทรวงศึกษาจะสนใจแต่เด็กที่ยังเรียนอยู่ แต่ถ้าเป็นเด็กที่ไม่ได้เรียน หรือเรื่องร้านเกม กระทรวงวัฒนธรรมก็เข้ามาดูแล จึงทำให้สับสนหาเจ้าภาพไม่เจอ ...นี่จึงเป็นอีกหน้าที่ของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะต้องเข้าไปแก้ไขเสียที
"สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ทำงานทางด้านเยาวชน อยากฝากไว้ว่าทุกคนมีบทบาทหน้าที่ มีความรับผิดชอบ และอุดมการณ์ของตัวเองครับ ทุกคนจะทำอะไร จะชอบจุดไหน หรือมีทัศนคติอย่างไร มันเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่อยากขอให้ทุกคนที่ทำงานด้านนี้มีสิ่งหนึ่งที่ร่วมกัน นั่นคือเป้าหมายที่จะพัฒนาเยาวชนให้ยั่งยืน ถ้าเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน งานด้านเยาวชนก็จะสำเร็จลุล่วงและพัฒนาครับ" ตัวแทนจากสภาเด็กและเยาวชนกล่าวปิดท้าย
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


แสดงความคิดเห็น