ร่วมรักษ์ทะเลไทยไปกับ ‘มูลนิธิเพื่อทะเล’
แม้ว่าเป็นเวลากว่า 7 ปีมาแล้ว ที่คลื่นยักษ์สึนามิได้ก่อความเสียหายอย่างรุนแรงไว้กับพื้นที่ 6 จังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นชีวิต บ้านเรือน ทรัพย์สิน ฯลฯ หรือแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตต่างๆ ใต้ท้องทะเลอันดามัน โดยเฉพาะแนวปะการัง ที่ต้องอาศัยระยะเวลาที่ยาวนาน กว่าจะสามารถฟื้นฟูให้สวยงามได้ดั่งเดิม

จากภัยพิบัติดังกล่าว ทำให้เกิดการรวมตัวกันของนักดำน้ำมืออาชีพกว่า 50 คน จากกรุงเทพฯ มาประชุมปรึกษาหารือกันถึงหนทางที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม โดยเริ่มจากสิ่งที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญ นั่นคือ การร่วมมือกับนักดำน้ำท้องถิ่นภาคใต้ ออกดำน้ำสำรวจผลกระทบของคลื่นสึนามิที่มีต่อแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล
แต่เนื่องจากงานฟื้นฟูแนวปะการังใต้ทะเล เป็นงานที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และใช้เวลามาก ทางกลุ่มฯ จึงเห็นว่า ควรจัดตั้งเป็นมูลนิธิ โดยใช้ชื่อว่า “มูลนิธิเพื่อทะเล (For Sea Foundation)” และได้จดทะเบียนถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและเพาณิชย์ เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2548 เพื่อให้มีทีมงานถาวรในการสืบสานและติดตามผลการฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลของไทยต่อไปในอนาคต

โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล การฟื้นฟูแนวปะการังที่ได้รับความเสียหาย ทั้งจากภัยธรรมชาติและจากการกระทำของมนุษย์ อีกทั้ง การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยพิบัติทางทะเล การร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางทะเลอย่างยั่งยืน การส่งเสริมการประกอบสัมมาอาชีพในท้องถิ่น และ ให้ร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณะประโยชน์

กิจกรรมที่ผ่านมาของ ‘มูลนิธิเพื่อทะเล’ มีมากมาย ตั้งแต่การสำรวจและศึกษาผลกระทบจากคลื่นสึนามิที่มีต่อแนวปะการังบริเวณหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งพบว่ามีกัลปังหา (Sea Fans) และปะการังโครงร่างแข็งจำนวนมาก เช่น ปะการังโต๊ะ ปะการังโขด ฯลฯ เกิดการฉีก ขาด หัก คว่ำอยู่บนพื้นทราย จึงได้เข้าไปทำการพลิกฟื้น ซ่อมแซม และติดยึด เพื่อฟื้นฟูปะการังเหล่านั้น

จับมือกับ SOS(www.SaveOurSea.net) จัดกิจกรรมปล่อยหอยมือเสือคืนทะเล ซึ่งได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง เพราะหอยมือเสือกินอาหารโดยการอ้าปากดูดกรองอาหารที่ลอยมาตามน้ำ ดังนั้น บริเวณใดที่มีหอยมือเสืออาศัยอยู่ น้ำจะใสสะอาด ซึ่งช่วยให้ระบบนิเวศของทะเลดีตามไปด้วย
กิจกรรมเก็บขยะ และตัดอวนของชาวประมงที่ขาดติดอยู่ตามแนวปะการัง ซึ่งช่วยให้แนวปะการังใสสะอาดและสวยงาม ที่สำคัญคือ ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตของปลาและสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ใต้ท้องทะเลอีกด้วย

โครงการฝูงบินปะการังเพื่อทะเล จากความอนุเคราะห์ของกองทัพอากาศ ที่ได้มอบเครื่องบินเก่าปลดระวางจำนวน 10 ลำ ให้แก่มูลนิธิฯ ใช้สร้างแนวปะการังเทียม ให้เป็นแหล่งดำน้ำใหม่ เพื่อที่จะดึงดูดนักดำน้ำจากจุดดำน้ำธรรมชาติต่างๆ และยังสามารถใช้เป็นแหล่งศึกษาระบบนิเวศวิทยาใต้น้ำในอนาคต

และกับอีกหนึ่งโครงการดีๆ สำหรับเยาวชน นั่นคือ โครงการเยาวชนสัมผัสชีวิตใต้ท้องทะเลไทย ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุน โดยคัดเลือกเยาวชนจากทั่วประเทศ ผ่านเรียงความที่เขียนส่งเข้ามาประกวด ในปีนี้ (รุ่นที่ 9) เป็นหัวข้อ “โลกร้อน ทะเลล้า” คัดให้เหลือจำนวน 30 คน เพื่อเข้ารับการฝึกอบรมดำน้ำจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ หลังจบหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตรจากสถาบัน PADI (Professional Association of Diving Instructor) ซึ่งสามารถนำไปใช้เรียนดำน้ำระดับสูงขึ้นได้อีกด้วย
กิจกรรมทั้งหมดทั้งมวลที่ทางมูลนิธิเพื่อทะเลจัดขึ้น ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างจิตสำนึก ความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ธรรมชาติใต้ทะเล พร้อมทั้งหาแนวร่วมใหม่ๆ ที่จะปกป้องผืนทะเลไทย รวมทั้ง การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางทะเลอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
ติดต่อ มูลนิธิเพื่อทะเล ได้ที่
มูลนิธิเพื่อทะเล ตู้ ป.ณ.5 ปณจ.หลักสี่ กรุงเทพ 10210
อีเมล: reefrecover@yahoo.comเว็บไซต์: http://www.forseafoundation.org/

ที่มา: มูลนิธิเพื่อทะเล
เรียบเรียงโดย: ศิรินทิพย์ อิสาสะวิน Team content www.thaihealth.or.th


แสดงความคิดเห็น