รู้จัก!! แผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา

ปัญหาสุขภาพและเจ็บไข้ได้ป่วยดูจะเป็นเรื่องที่ทุกคนต่างต้องประสบ แม้ว่า “ยา”จะใช้รักษาอาการเจ็บป่วย แต่ก็มักจะมีผลกระทบหรือมีความเสี่ยงตามมา “แผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา” หรือ กพย. จึงได้เกิดขึ้นเพื่อดำเนินการด้านระบบยามาอย่างต่อเนื่อง
กพย.ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เนื่องจากเห็นความสำคัญของผลกระทบจากความเสี่ยง ที่เกิดจากระบบยาที่มีต่อสุขภาพ หากมีกลไกที่เข้มแข็งในการติดตามเฝ้าระวัง จะสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสร้างเสริมสุขภาพคนไทย

ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี
ผู้จัดการแผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา
สำหรับหน้าที่ของ กพย. คือ สร้างและจัดการองค์ความรู้ของระบบยาในประเด็นของการเฝ้าระวัง กำกับความเสี่ยงจากยา และการพัฒนา รวมทั้งประเด็นด้านนโยบาย โครงสร้าง รวมทั้งพัฒนากลไกและรูปแบบต่างๆ ในการส่งสัญญาณเตือนภัยจากยา นอกจากนี้ ยังมีการสร้างเครือข่ายทางวิชาการและประชาสังคมในระดับต่างๆ ให้ประสานกัน เพื่อเป็นกลไกในการเฝ้าระวังระบบยาที่เข้มแข็ง และทำการสื่อสารสาธารณะ ให้เกิดการรับรู้ และสร้างความเข้าใจในวงกว้าง ถึงประเด็นสถานการณ์ความเสี่ยงจากระบบยา จนกระทั่งพัฒนาและผลักดันนโยบายแห่งชาติด้านยา แผนยุทธศาสตร์พัฒนาระบบยา และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการระบบยา
กรอบในการดำเนินงาน ตามยุทธศาสตร์หลัก ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ดังนี้ ด้านแรกการสร้างและจัดการองค์ความรู้ โดยการสนับสนุนการศึกษาวิจัย ประมวลผลงานวิจัย จัดทำฐานข้อมูล และสถานการณ์ของระบบยา จัด “อาศรมความคิดระบบยา-ประชุมเสวนาผู้ค้นคว้าเรื่องที่ใกล้เคียงกันในรูปสหสาขาวิชาเพื่อให้เกิดการพัฒนา” ด้านที่สอง การพัฒนาการทดลองรูปแบบกลไกการจัดการความเสี่ยงจากยาแบบครบวงจร (Social monitoring and intervention) เพื่อพัฒนาให้เกิดศูนย์เฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (Drug System Monitoring and Development Centre, DMDC) มีการพัฒนาเครื่องมือชี้วัดสถานการณ์ระบบยา ส่งเสริมการพัฒนาระบบเฝ้าระวังความเสี่ยงจากยาในชุมชน และภาคีเครือข่าย และสนับสนุนให้เกิดการทดลองรูปแบบการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา เช่น โครงการธรรมาภิบาลระบบยา โครงการจริยธรรมและการส่งเสริมการขายยา โครงการด้านการใช้ยาที่เหมาะสม โครงการด้านการเข้าถึงยา เป็นต้น
ด้านที่สาม การส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา ผ่านการหนุนเสริมบทบาทเครือข่ายวิชาการ วิชาชีพ ได้แก่ การเสริมสร้างความเข้มแข็งกลุ่มวิชาการ วิชาชีพ เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวัง ติดตามกำกับ และพัฒนาระบบยา สนับสนุนและสร้างความเข้าใจ รวมทั้ง รับรู้สภาพปัญหาชุมชน แลกเปลี่ยนดูงาน ฝึกอบรม พร้อมกับการเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายประชาสังคม ได้แก่ ความเข้มแข็งของกลุ่มสังคมต่างๆ สนับสนุนกิจกรรม และส่งต่อองค์ความรู้สู่ประชาสังคม นอกจากนี้ ยังเชื่อมประสานภาคีเครือข่ายทุกระดับ ได้แก่การเชื่อมโยงเครือข่ายในประเทศ ทั้งภาครัฐ สถาบัน ภาคีเครือข่าย วิชาการ และเครือข่ายภาคประชาสังคม รวมทั้งการเชื่อมต่อประสานกับ ต่างประเทศ ด้วยวิธีการหลากหลาย เช่นการสัมมนา ประชุม แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ ศึกษาดูงาน ในประเด็นของการสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนา ระบบยา ในระดับต่าง ๆ

ด้านที่สี่ การสื่อสารสาธารณะมีการส่งสัญญาณเตือนภัยเรื่องยาสู่สังคม (Social warning)โดยการจัดแถลงข่าว (Press conference)ประชุมวิชาการระบบยา จัดทำรายงานสรุปสถานการณ์ระบบยาจัดทำจดหมายข่าว ยาวิพากษ์ ร่วมกับกลุ่มศึกษาปัญหายา มีมาตรการสื่อมวลชนสัมพันธ์ ได้แก่ การสร้างการรับรู้และตระหนักในปัญหาเรื่องยาของสื่อมวลชน และการสนับสนุนข้อมูลวิชาการแก่สื่อมวลชน และการรณรงค์เผยแพร่ ได้แก่ การสนับสนุนการผลิตสื่อ ด้านสุดท้าย การผลักดันนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการศึกษาวิเคราะห์กฎหมาย นโยบาย สร้างกลไกการติดตามความเคลื่อนไหวและการสื่อสารนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง การพัฒนาและผลักดันนโยบายแห่งชาติด้านยา และแผนยุทธศาสตร์พัฒนาระบบยา

ผลงานของ กพย.ได้แก่ โครงการประกวดสื่อฉลาดใช้ยาปฏิชีวนะ ที่ได้ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดขึ้นเพื่อใหนักเรียนนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ ไดเขามารวมแขงขันสรางสื่อในหลายรูปแบบ ภายใตกรอบแนวคิด “อยาใชยาปฏิชีวนะ ถาไมจําเปน” เพื่อใหนักเรียน นิสิตนักศึกษาเหลานี้ไดเรียนรู และเขาใจการใชยาอยางสมเหตุผล อันจะขยายผลความเขาใจดังกลาวสูครอบครัวและชุมชน และทําการสรางสื่อเพื่อการเผยแพรตอสาธารณะเกิดการรณรงคทั่วทั้งประเทศ

โครงการรณรงค์การใช้ยาเหมาะสม: กรณียาปฏิชีวนะ โดยเครือข่ายฯ ร่วมกันระดมสมองเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้ยาปฏิชีวนะที่เกิดขึ้น ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และแนวทางป้องกันปัญหายาปฏิชีวนะที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีส่วนในการผลักดัน ให้เกิดการเพิกถอนทะเบียนตํารับยาและระงับจําหน่ายยาที่มีส่วนประกอบของ Rosiglitazone (โรสิกลีตาโซน) ซึ่งเป็นยาที่ใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน เนื่องจากพบข้อมูลว่า มีความเสี่ยงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
เพื่อให้สมกับคำขวัญของ กพย. ที่ว่า “เครือข่ายร่วมแรง กพย.ร่วมใจ สร้างกลไกเฝ้าระวัง มุ่งหวังพัฒนาระบบยา เพื่อปวงประชาปลอดภัย” อันแสดงให้เห็นถึงพลังและความมุ่งมั่น ที่จะสร้างสังคมสุขภาวะแก่ประชาชนไทย
ติดต่อแผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 254 ถ. พญาไท เขตปทุมวัน กทม. 10330โทร. 0-2218-8452 โทรสาร 0-2218-8443email: thaidrugwatch@hotmail.com และ ที่เว็บไซต์ http://www.thaidrugwatch.org/
ที่มา: แผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา
เรียบเรียง : ศิรินทิพย์ อิสาสะวิน teamcontent www.thaihealth.or.th


แสดงความคิดเห็น