เหล้าจ๋า!! ลาก่อน... โดยสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า

แม้เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อผลเสียทั้งในเชิงสุขภาพและสังคมในหลายด้าน แต่ทว่าแนวโน้มการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทยกลับเพิ่มสูงขึ้น ทั้งในแง่ของจำนวนผู้ดื่ม ซึ่งเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.6 แสนคนต่อปี และในแง่ของปริมาณการดื่มที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ปัจจุบันพบว่า มีคนไทยบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราว 15.3 ล้านคน และคิดเป็นมูลค่าการบริโภคถึง 125,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ การที่ผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขับขี่ยานพาหนะ ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุจราจรอีกมากกว่าร้อยละ 50 ของที่เกิดทั้งหมด และส่งผลเกี่ยวข้องกับการก่อความรุนแรงต่อครอบครัว และบุคคลอื่นๆ ในลักษณะของการก่ออาชญากรรมอีกด้วย
ด้วยตระหนักในความสำคัญของผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งต่อคุณภาพชีวิตของบุคคลและสังคม จึงเกิดการรวมตัวกันขึ้นของเครือข่ายภาคประชาชน เกิดเป็น “เครือข่ายองค์กรงดเหล้า” ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อประมาณกลางปี 2546 โดยเริ่มจากการนัดประชุมอย่างไม่เป็นทางการของแกนนำสำคัญกลุ่มเล็กๆ ในวันที่ 12 มิถุนายน 2546 มี ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม และ นพ.สุภกร บัวสาย เป็นผู้นำ เพื่อหารือกันในประเด็นการผลักดันมาตรการการควบคุมการบริโภคแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะมาตรการห้ามโฆษณา รวมถึงการหารือถึงวิธีการทำงานร่วมกันของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

จุดกำเนิดของสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เริ่มมาจากโครงการรณรงค์ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักในความสำคัญของเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อมุ่งหมายให้ศาสนิกชนทำสิ่งดีๆ เพื่อตัวเองและครอบครัว ด้วยการงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เป็นบ่อเกิดของโรคร้ายต่างๆ กว่า 50 โรค รวมทั้ง อุบัติเหตุ และปัญหาสังคมต่างๆ โดยได้มีการกำหนดแนวคิดหลักในการรณรงค์ การนำเสนอสื่อในการรณรงค์ การนำเอาหลักการ “ปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา” มาใช้ การจัดทำ “โลโก้” และการขับเคลื่อนในพื้นที่ ผ่านองค์กรภาคีต่างๆ และเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างมีทิศทาง
การดำเนินงานรณรงค์ ทำโดยการขับเคลื่อนผ่านสื่อที่หลากหลาย ทั้งการสร้างกระแสผ่านสื่อสปอตวิทยุ โทรทัศน์ การแถลงข่าว การเข้าพบนายกรัฐมนตรี รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขได้นำนโยบายนี้ไปปฏิบัติด้วย นอกจากนี้ ยังมีการจัดงานใหญ่ร่วมกันก่อนเข้าพรรษา ณ พุทธมณฑล ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2546 จากนั้น ภาคีพันธมิตรต่างๆ เช่น สถาบันราชภัฏ 41 แห่ง, ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ, เสถียรธรรมสถาน, ศูนย์พัฒนาคุณธรรม มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย, สมาพันธ์ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย, เครือข่ายชาวอโศก, สภาอุตสาหกรรม, เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา, สมาคมหมออนามัย และการร่วมมือกับกองทัพ เป็นต้น ทั้งนี้ การขับเคลื่อนดังกล่าว เป็นความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่ระดมความรู้ และการลงมือทำภายใต้เป้าหมายเดียวกัน อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

หลังจากนั้นคณะทำงานได้กำหนดให้มีการรณรงค์มาอย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรมทอดกฐินปลอดเหล้าขึ้นเพื่อเป็นการรณรงค์ปิดท้ายช่วงเข้าพรรษา และได้จัดการประชุมสมัชชางดเหล้าขึ้น ซึ่งในที่ประชุมได้เชิญชวนให้ทุกฝ่ายมาร่วมเป็นเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และต่อมา สสส.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเครือข่ายองค์กรงดเหล้าขึ้น โดยมีตัวแทนจากองค์กรภาคีร่วมเป็นคณะกรรมการ

ในระหว่างนี้เอง ภาคีเครือข่ายองค์กรงดเหล้าที่ร่วมงานกันมาและ สสส. ได้เล็งเห็นว่า จำเป็นต้องมีหน่วยจัดการเครือข่ายที่มีระบบ มีสำนักงาน มีบุคลากรเต็มเวลา พร้อมที่สนับสนุนกิจกรรมการรณรงค์และการขับเคลื่อนของภาคีเครือข่ายต่างๆ จึงได้เสนอให้ เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี หนึ่งในผู้นำขบวนการรณรงค์มาตั้งแต่ต้น ได้เป็นผู้ดำเนินงานจัดตั้งสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าขึ้น และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานฯ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2547 เป็นต้นมา
สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์ ไม่แสวงหากำไรทางธุรกิจ ภายใต้การรับรองของมูลนิธิวิถีสุข เปรียบเสมือนองค์กรแกนประสานการทำงานของภาคี ด้านลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทน สสส. โดยเป็นหน่วยจัดการ ประสานงาน และผลักดันยุทธศาสตร์ ดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน 2547 จนถึงปัจจุบัน ภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ ดังนี้คือ ยุทธศาสตร์การบังคับใช้กฎหมาย นโยบาย และเฝ้าระวัง ยุทธศาสตร์รณรงค์ตามประเพณีวัฒนธรรม ยุทธศาสตร์รณรงค์ตามกลุ่มเป้าหมาย ยุทธศาสตร์เขตพื้นที่ปลอดแอลกอฮอล์ และยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการรณรงค์ เพื่อให้สามารถบริหารทิศทางการทำงาน ได้ตรงตามเป้าหมายที่กำหนดได้ดียิ่งขึ้น โดยเป้าหมายหลัก คือ การทำให้กฎหมายมีผลการบังคับใช้จริง พร้อมทั้ง กระตุ้นสังคมให้ออกมาเป็นเจ้าของปัญหา เพื่อให้บรรลุสิ่งสำคัญ คือ การป้องกันไม่ให้เกิดนักดื่มหน้าใหม่ (กลุ่มเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี)


การรณรงค์ลด ละ เลิกเหล้าที่เครือข่ายฯได้ดำเนินการ มีความครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นรณรงค์งานบุญประเพณีทั้ง 12 เดือนให้ปลอดจากน้ำเมา การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา การรณรงค์การบังคับใช้กฎหมายและนโยบาย เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งผลกระทบอันเกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ การสร้างชุมชนต้นแบบ คนต้นแบบเลิกเหล้า ทั้งแท็กซี่สามล้อและรถสาธารณะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น และล่าสุดกับการรณรงค์โครงการสวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดี ชีวิตดีในปีใหม่ โดยปราศจากน้ำเมา

ถือเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานสำคัญที่ร่วมคืนความสุขให้ครอบครัว สร้างสรรค์สังคมดีให้กับประเทศไทย ที่น่ายกย่องและเอาเป็นแบบอย่าง
ติดต่อสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า
110/287-288 ม.6 ซอยโพธิ์แก้ว แยก 4 ถ.โพธิ์แก้ว แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.
โทร. 02-948-3300, แฟกซ์ 02-948-3930
เว็บไซต์: http://www.stopdrink.com
ดาวน์โหลดแผนที่สำนักงานฯได้ที่นี่
ที่มา: สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า
เรียบเรียง : ศิรินทิพย์ อิสาสะวิน teamcontent www.thaihealth.or.th
เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
| เอกสารแนบ | ขนาด |
|---|---|
| mapstopdink.jpg | 246.67 KB |



แสดงความคิดเห็น