ข้ามสู่เนื้อหาหลัก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ Thaihealth.or.th

รวมลิงก์ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์

  • ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์
  • กล่องค้นหาในเว็บไซต์
  • ไปยังเนื้อหาหลัก
  • ไปยังเมนูหลัก
  • ไปยังด้านบนสุด
  • แผนผังเว็บไซต์ Sitemap

ส่วนของสมาชิก

  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
คลิกที่นี่เพื่อต้องการปิดส่วนของเข้าระบบ

บัญชีผู้ใช้

ช่องที่มีเครื่องหมาย * หมายถึงช่องที่จำเป็นต้องกรอกข้อมูล
ข้อมูลเข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • ลืมรหัสผ่าน
กด ESC หรือปุ่ม ปิด เพื่อปิดหน้าต่างนี้

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง

ขณะนี้คุณอยู่ที่:

  • หน้าแรก
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
  • แนะนำสื่อ
  • รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2555

รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2555

โดย webmaster | วันที่ 10 กรกฎาคม 2555
บอกกล่าว คณะผู ้ จั ด ท� ำ ท ท คนไทย 2555 เล่มนี้ ได้น�ำเสนอหัวข้อพิเศษประจ�ำฉบับเรื่อง อ ในหล ทีเ่ พิมสูงขึน และก ่ ้ ปัญห และหันม การผลิตอาหารที่มั่นคง เกื้อหนุน และรักษาสมดุลกับระบบนิเวศ สามารถเข้าถึง อาหารทีมอยูอย่างเพียงพอและพอเพียง ส� ่ ี ่ มีคุณภาพของอาหาร ความปลอดภัย และคุณค่าทางโภชนาการตามวัย เพื่อการมี สุขภาวะที่ดี รวมทั้งการคงอยู่ของฐานทรัพยากรอาหารทางธรรมชาติของประเทศ ทั้งในภาวะปกติและในยามที่เกิดภัยพิบัติ หรือในกรณีการก่อการร้ายในความมั่นคง ทางอาหาร อันน� ของอาหาร เพือความไม่ประมาทและสร้างความมันคงทางอาหารให้กบแผ่นดิน สร้าง ่ ่ ั ความตื่นตัวในเชิงนโยบายสาธารณะที่ว่า อาหารที่ผลิตในแผ่นดินไทย รับใช้คนไทย ไม่ ใช่เพื่อคนอื่น” ใหม่ แต่ ได้เกิดขึ้นและสร้างปัญหาครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงเวลาที่ต้องผลักดันเพื่อสร้าง ความตระหนักรู้อย่างทั่วถึง น� ในการรับมือกับวิกฤตทางอาหาร ฉุดสังคมไทยให้หลุดพ้นจากภาพมายาคติในความ สมบูรณ์มงคังและมันคงทางอาหาร ซึงรายงานเล่มนีจะสะท้อนให้คนไทยได้เห็นแก่น ั่ ่ ่ ่ ้ ของความจริง ดังสุภาษิตที่ว่า “เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิของจริง” 11 ตัวชี้วัดประชากรไทยกับสุขภาพ ที่จะฉายภาพให้เห็นโครงสร้างประชากรไทย เพิมช้าลงอย่างมาก อันเป็นผลมาจากอัตราเกิดแต่ละปีได้ลดลง อัตราเพิมประชากร ่ ่ ของประเทศไทยในรอบ 10 ปี ของการท� อยู่ที่เพียงร้อยละ 0.5 ต่อปีเท่านั้นและแนวโน้มว่าอัตราเพิ่มประชากรนี้จะลดต�่ ไปอีกจนเหลือร้อยละ 0 ในอีกไม่เกิน 20 ปีข้างหน้า และอีก 50 ปีข้างหน้าถ้าภาวะ เจริญพันธุ์จะลดต�่ แรงงานประมาณร้อยละ 70 และประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป มีมากถึงร้อยละ 20 ประเทศไทยก็อาจเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีตัวชี้วัดอื่นๆ ได้แก่ การเกิดของวัยรุ่น ปัญหาวัยแรงงาน และเด็กจะน้อยลง ผู้สูงอายุมากขึ้น เกิดปัญหา ภาระการพึงพิงทางเศรษฐกิจ สังคม การวางมาตรฐานและคุณภาพชีวตของประชากร ่ ิ ที่จะต้องเน้นไปที่มิติด้านการศึกษา การพัฒนาแรงงาน พัฒนาคุณภาพ เทคโนโลยี ในส่วน 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ และ 4 ผลงานดีๆ เพื่อสุขภาพคนไทย ในปีนกระแสภัยพิบตทางธรรมชาติเป็นเรืองทีกล่าวถึงมากทีสด คือ มหาอุทกภัย 50 ปี ี้ ั ิ ่ ่ ่ ุ นวน ผู้ ได้รับผลกระทบ เป็นสัญญาณเตือนให้ปรับตัวและเตรียมรับมือกับภัยธรรมชาติ เขียว ดินแดนที่เคยได้รับการเล่าลือ เขียวโมเดล สิทธิปฏิเสธ การรักษา เมือความตายคือทางเลือกของศักดิศรีความเป็นมนุษย์ ปฏิรปประเทศไทย ่ ์ ู ภารกิจถอนต้นไม้พิษที่ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน วิ่งสู้ฟัด! สานฝันสู่ “ประชาคมอาเซียน” คัญ มุ่งศึกษา สร้างความเข้าใจ และปรับตัว เพื่อให้ สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ที่ ไม่อาจปฎิเสธได้ ภายใต้กระแส โลกาภิวตน์ของโลกในปัจจุบน สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา: การสูรบสงบลง แต่ ั ั ้ ปัญหายังไม่จบสิ้น การค้านขึ้นทะเบียน 4 สารเคมีอันตราย ได้เวลาลงหลักปักฐาน โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย บัตรประชาชนเด็กกับโจทย์ที่ ไม่ถกตอบ? และประเด็น ู สุขภาพคนไทย 2555 ยังคงยึดมันในคุณภาพทางวิชาการดังเช่นอดีตทีผานมา ่ ่ ่ คัญกับความหลากหลายของข้อมูล ซึ่งทีมงานได้พัฒนากรอบแนวคิด เสนอทีเหมาะสม ง่าย ่ ต่อการเข้าใจ เข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลาย และสามารถใช้ประโยชน์ ได้จริง เพื่อให้ เกิดความตระหนัก สร้างความรูและความเคลือนไหวในสังคมต่อผลกระทบของปัจจัย ้ ่ คัญของสุขภาพ อันก่อให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพ คณะท� งานสุขภาพคนไทย มีนาคม 2555 11 ตัวชี้วัดประชากรไทยกับสุขภาพ 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. โครงสร้างประชากรและการเปลี่ยนแปลง การเกิด การเจ็บป่วยและการตาย การย้ายถิ่น (ในประเทศ) กับสุขภาพ การย้ายถิ่น (ระหว่างประเทศ) กับสุขภาพ คุณภาพชีวิตและการพัฒนามนุษย์ ก�าลังแรงงานและมิติทางเศรษฐกิจ ครอบครัวและการเกื้อหนุนทางสังคม ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบบบริการสุขภาพ วิวัฒนาการนโยบายทางประชากร 6-31 10 12 14 16 18 20 22 24 26 28 30 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. มหาอุทกภัยในรอบ 100 ปี สัญญาณเตือนให้ปรับตัว ‘วังน�้าเขียวโมเดล’ ภาพสะท้อนปัญหา คน-ป่า-ที่ดิน สิทธิปฏิเสธการรักษา เมื่อความตายคือทางเลือกของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ “ปฏิรูปประเทศไทย” ภารกิจถอนต้นไม้พิษที่ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน วิ่งสู้ฟัด! สานฝันสู่ “ประชาคมอาเซียน” สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา : การสู้รบสงบลง แต่ปัญหายังไม่จบสิ้น ค้านขึ้นทะเบียน 4 สารเคมีอันตราย ได้เวลาลงหลักปักฐาน โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย บัตรประชาชนเด็กกับโจทย์ที่ไม่ถูกตอบ? BOI กับนโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างความเข้มแข็งต่อระบบสุขภาพ 32-81 34 41 45 49 53 58 63 68 73 77 สารบัญ 4 ผลงานดีๆ เพื่อสุขภาพคนไทย 1. แพทยแผนไทยควารางวัลเหรียญทองอาหารเสริมสกัด จากเวทีประกวดสิ่งประดิษฐนานาชาติ 2. สํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ สนับสนุนงบประมาณ กวา 170 ลานบาท เพื่อดูแลสุขภาพผูสูงอายุ 3. หอการคาตั้ง “ภาคีเครือขายภาคเอกชนตอตานการทุจริตคอรรัปชั่น” 4. โครงการสงเสริมคนดีมีคุณธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต 82-83 82 82 83 83 เรื่องพิเศษประจําฉบับ ความมั่นคงทางอาหาร เงินทองของมายา ขาวปลาสิของจริง 84-110 84 ภาคผนวก เอกสารอางอิง เกณฑ ในการจัดทํารายงาน “สุขภาพคนไทย 2555” รายชื่อคณะกรรมการชี้ทิศทาง รายชื่อผูทรงคุณวุฒิ รายชื่อทีมเขียนสถานการณเดนทางสุขภาพ รายชื่อทีมวิชาการจัดทํารายงานสุขภาพคนไทย 111-119 111 116 118 119 119 119 11ตัวชี้วัด ประชากรไทย กับสุขภาพ 8 สุขภาพคนไทย 2555 11ตัวชี้วัด ประชากรไทยกับสุขภาพ ในปีนี้ สุขภาพคนไทย 2555 น�าเสนอ 11 ตัวชีวด ้ั ภายใต้หัวเรื่อง “ประชากรไทยกับสุขภาพ” ซึ่งพยายาม สะท้อนข้อมูลตัวเลขและข้อเท็จจริงการเปลี่ยนแปลง ทีกาลังเกิดขึนกับประชากรไทยในด้านต่างๆ ทังการเกิด ่� ้ ้ การตาย และการย้ายถิ่น อีกทั้ง น�าเสนอนัยยะของ การเปลียนแปลงทางประชากรทีมตอบริบทของประเทศ ่ ่ ี ่ และสุขภาพคนไทยในด้านต่างๆ ไม่วาจะเป็นด้านคุณภาพ ่ ชีวิตและการพัฒนามนุษย์ ผลกระทบต่อก�าลังแรงงาน และมิติทางเศรษฐกิจ ด้านครอบครัวและการเกื้อหนุน ทางสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อระบบบริการ สุขภาพ รวมถึง วิวัฒนาการของนโยบายทางประชากร ของประเทศที่ผ่านมา และในอนาคต ปัจจุบัน ประชากรไทยมีอัตราการเพิ่มที่ค่อนข้าง ต�่า จ�านวนประชากรในราชอาณาจักรไทยตามส�ามะโน ประชากรและเคหะ ครั้งล่าสุด ปี 2553 อยู่ที่ 65.9 ล้านคน (รายงานผลล่วงหน้า) ในจ�านวนนี้ประมาณ เกือบ 3 ล้านคนเป็นคนที่ ไม่มีสัญชาติไทย แม้ “ขนาด” ของประชากรจะค่อนข้างเกือบคงที่ หรือเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่ “โครงสร้างอายุ” ก�าลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ในขณะที่สัดส่วนประชากรวัยเด็กลดลงอย่างต่อเนื่อง ประชากรสูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) กลับมีสัดส่วน เพิ่มขึ้นเป็นถึงร้อยละ 13 ของประชากรทั้งหมด และ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อไปอีก กล่าวได้ว่า ประเทศไทย ก�าลังก้าวสู่การเป็น “สังคมผู้สูงอายุ” โดยสมบูรณ์ เหตุผลส�าคัญทีอธิบายการเปลียนแปลงโครงสร้าง ่ ่ และภาวะเจริญพันธุของคนไทย จากในอดีต 30-50 ปีกอน ์ ่ ที่จ�านวนเด็กเกิดในประเทศเคยมากถึงกว่าหนึ่งล้านคน ปั จ จุ บั น ได้ ล ดเหลื อ เพี ย งประมาณ 7-8 แสนคน เช่นเดียวกับ อัตราเจริญพันธุ์รวม จากที่เคยมีมากถึง 6 ลดลงเหลือเพียง 1.6 เหตุผลส�าคัญที่สอง คือ สุขภาพ ที่ดีกว่าแต่ก่อนและแนวโน้มอายุคาดเฉลี่ยที่ยืนยาวขึ้น ของคนไทย จากในอดีตโดยเฉลี่ย อยู่ที่ประมาณ 50 ปี ปัจจุบัน ได้เพิ่มเป็น 73 ปี อันเป็นผลจากคุณภาพ การด�ารงชีวิตที่ดีขึ้น และการพัฒนาด้านสาธารณสุข ระบบบริการทางสุขภาพของประเทศ อย่างไรก็ดี ขณะนี้ คนไทยตายราว 4 แสนกว่าคนต่อปี ประเด็นที่สาคัญ � คือ การตาย และการเจ็บป่วยในปัจจุบนมีสาเหตุมาจาก ั โรคไม่ติดต่อ จากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตที่ ไม่เหมาะสมของคนไทยเพิมขึนกว่าแต่กอนเป็นอย่างมาก ่ ้ ่ ในประเด็น “การย้ายถิน” อัตราการย้ายถินภายใน ่ ่ ประเทศของคนไทย แม้จะมีลักษณะยืดหยุ่นตามสภาพ เศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา แต่ทผานมามีแนวโน้มลดลง ี่ ่ โดยอยู่ที่ประมาณ ร้อยละ 3 ของประชากรทั้งหมด ในปี 2552 สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจาก การขยายตัว ของ “ความเป็นเมือง” ในประเทศไทยที่มีลักษณะเป็น “การขยายเมืองไปหาคน” เพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีตที่เป็น “คนย้ายถิ่นไปหาเมือง” ผลกระทบจากการย้ายถิ่นต่อ สุ ข ภาพ ทั้ ง ทางกายและทางจิ ต ใจของตั ว ผู ้ ย ้ า ยถิ่ น รวมถึงสมาชิกในครอบครัวต้นทาง โดยเฉพาะเด็กและ คนชรา เป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องเฝ้าระวังและให้การ ประชากรข้างต้น คือ การลดลงอย่างต่อเนืองของอัตราเกิด เกื้อหนุน ่ “จากการเปลี่ ย นแปลงทางโครงสร้ า ง และลักษณะของประชากรไทยในมิติต่างๆ การคาดการณ์ เ กี่ ย วกั บ ผลกระทบที่ จ ะ เกิดขึนและการวางแผนเตรียมความพร้อม ้ เพือรับมือโดยเฉพาะในประเด็นด้านสุขภาพ ่ เป็นสิ่งที่ส�าคัญและท้าทายต่อสังคมไทย” 11 ตัวชีวดประชากรไทยกับสุขภาพ 9 ้ั ปัจจุบน กระแสความต้องการแรงงานย้ายถินข้าม ั ่ ชาติ โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านมีแนวโน้ม ที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดี แรงงานข้ามชาติจ�านวนมาก ยังคงมีปัญหาเรื่องสถานภาพและการไม่มีหลักประกัน ทางสุขภาพ ซึงเป็นอุปสรรคทีสาคัญต่อการเข้าถึงบริการ ่ ่ � สุขภาพที่จ�าเป็น จากการส่งเสริมการเป็นศูนย์กลาง สุขภาพของเอเชีย จ�านวนคนไข้ต่างชาติที่เข้ามารักษา ตัวในประเทศไทยมีทิศทางเพิ่มขึ้นทุกปี แม้จะเป็นผลดี ต่อเศรษฐกิจของประเทศ การเฝ้าระวังและเตรียมรับมือ กั บ ผลกระทบในด้ า นลบที่ อ าจจะมี ต ่ อ ระบบบริ ก าร สาธารณสุขและคุณภาพของบริการส�าหรับคนไทยเป็น เรื่องที่ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องต้องให้ความส�าคัญ จากการเปลี่ ย นแปลงทางประชากรที่ เ กิ ด ขึ้ น จ� า นวนการเกิ ด ของเด็ ก ไทยที่ น ้ อ ยลงอย่ า งต่ อ เนื่ อ ง อาจไม่ ใช่ประเด็นทีสาคัญเท่าว่า จะท�าอย่างไรให้การเกิด ่ � และการเติบโตของเด็กไทยทุกคนเป็นไปอย่างมี “คุณภาพ” ที่ ผ ่ า นมา การพั ฒนามนุษ ย์แ ละโอกาสในการได้รับ การศึกษาของคนไทยนับว่าดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อัตรา การเข้าเรียนหนังสือในทุกระดับชั้นสูงขึ้น เช่นเดียวกับ จ�านวนปีของการศึกษาโดยเฉลี่ย อย่างไรก็ดี “ความ ไม่ เ ท่ า เที ย ม” ของการได้ รั บ โอกาสในการศึ ก ษานี้ ก็พบว่ายังคงมีอยู่สูงเมื่อเปรียบเทียบตามระดับรายได้ หรือในแต่ละภูมิภาคของประเทศ การเปลียนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่ “สังคม ่ ผู้สูงอายุ” ย่อมกระทบต่อขนาดของก�าลังแรงงานและ ภาคการจ้างงานในประเทศ รวมถึงภาวะพึงพิงทีเพิมขึน ่ ่ ่ ้ ของประชากรสูงอายุต่อประชากรวัยแรงงาน อีกทั้ง สภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ครอบครัวไทยมีขนาดเล็กลง ท�าให้ความสามารถในการดูแลและเกือหนุน “ผูสงอายุ” ้ ้ ู มีแนวโน้มลดลงตามจ�านวนเด็กเกิดทีลดลงมาโดยตลอด ่ การพัฒนาเพือเพิมผลิตภาพแรงงานไทย และเพิมทักษะ ่ ่ ่ การท� างานแก่แรงงานสูงวัยให้สามารถอยู่ ในตลาด แรงงานได้ยาวนานขึน พึงพิงตนเองได้มากขึน เป็นเรือง ้ ่ ้ ่ ที่ควรเร่งส่งเสริม เช่นเดียวกับการสนับสนุนการออม การขยายความครอบคลุมของระบบหลักประกันทาง รายได้แก่ผสงอายุ และการส่งเสริมบทบาทของ “ชุมชน” ู้ ู ในการดูแลและเกือหนุนผูสงอายุในอนาคตให้เพิมมากขึน ้ ้ ู ่ ้ จากการพัฒนาประเทศที่ผ่านมา ระดับ “การ บริโภคทรัพยากร” รวมถึง “การปล่อยของเสีย” ของ คนไทยทีกอให้เกิดผลกระทบต่อธรรมชาติและสิงแวดล้อม ่่ ่ มีทิศทางสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การให้ความส�าคัญกับ “ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” และความพยายามใน การปรับเปลียนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ่ รวมถึง กิจกรรมต่างๆ ทีเป็นสาเหตุหรือปัจจัยเร่งให้เกิด ่ “ภาวะโลกร้อน” จึงเป็นเรืองทีทกฝ่ายต้องสนับสนุนและ ่ ่ ุ สร้างความตระหนัก การเพิ่มขึ้นในสัดส่วนประชากรสูงอายุ น�าไปสู่ ข้อเสนอต่อการวางแผนเตรียมรับมือของระบบบริการ สุขภาพไทยที่จะมีอัตราการใช้บริการในอนาคตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะบริการสุขภาพที่มีต้นทุนสูง ในด้านหนึ่งถือ เป็นผลดีจากการด�าเนินโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วน หน้าทีทาให้คนไทยโดยเฉพาะกลุมผูสงอายุเข้าถึงบริการ ่ � ่ ้ ู ที่จ�าเป็นได้ดีขึ้น แต่ ในอีกด้านหนึ่ง ภาระค่าใช้จ่ายทาง สุขภาพได้เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะมาจากภาครัฐ ดังนั้น จ�าเป็นต้องมีการติดตามและประเมินถึงผลกระทบที่ จะเกิดจากค่าใช้จ่ายทางสุขภาพที่สูงขึ้น และการตึงตัว ของทรัพยากรทางสุขภาพที่มี ในปัจจุบัน ทั้งในด้าน ทรัพยากรบุคคลและด้านสถานพยาบาล ในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา นโยบายประชากร ของไทยมุ่งการลดอัตราเพิ่มประชากร ด้วยเกรงว่าการ เพิ่มของประชากรที่มากเกินไปจะกระทบต่อการพัฒนา ประเทศ มาตรการต่างๆ ที่ออกมาเห็นได้ชัดว่าประสบ ความส�าเร็จอย่างสูง แต่หลังจากนี้ ในสถานการณ์ ที่จ�านวนการเกิดมีแนวโน้มลดลง การก�าหนดทิศทาง นโยบายที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมหรือการ ออกมาตรการเพือเอือต่อการมีบตร การพัฒนาคุณภาพ ่ ้ ุ ประชากรในด้านต่างๆ จึงเป็นความท้าทายที่ส� าคัญ ส�าหรับประเทศไทย เพื่อการมีประชากรที่เหมาะสม ทั้งในด้านของ“ปริมาณ” และในด้าน “คุณภาพ” 10 สุขภาพคนไทย 2555 โครงสร้างประชากร และการเปลี่ยนแปลง “อีก 40 ปีข้างหน้า เป็นไปได้ที่ประเทศไทย จะมีผู้สูงอายุมากกว่าเด็ก ถึงเกือบ 2 เท่า” ขนาดของประชากรไทยมีอตราการเพิมทีตามากในปัจจุบน ั ่ ่ �่ ั และมีแนวโน้มว่าอาจจะหยุดขยายตัวในอีกไม่เกิน 20 ปี ข้างหน้า จากการเปลียนแปลงในโครงสร้างของประชากร ่ เป็นทีแน่ชดว่า คนไทยจะยิงมีอายุเฉลียสูงขึน และประเทศไทย ่ ั ่ ่ ้ จะกลายเป็น “สังคมผู้สูงอายุ” โดยสมบูรณ์ ในรอบศตวรรษทีผานมา ขนาดประชากรของไทย ่ ่ ได้ขยายใหญ่ขึ้นอย่างมาก ส�ามะโนประชากรครั้งแรก เมื่อปี 2453 นับจ�านวนประชากรในราชอาณาจักร ได้เพียง 8 ล้านคน ประชากรไทยเพิ่มเป็น 26 ล้านคน ในปี 2503 และเพิ่มขึ้นถึง 65.9 ล้านคน ตามผล การท�าส�ามะโนประชากรครังล่าสุดในปี 2553 (รายงานผล ้ ล่วงหน้า) ในจ�านวนนี้ มีจานวนประชากรที่ ไม่มสญชาติไทย � ี ั อยู่มากถึง 2.7 ล้านคน ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมานี้ ประชากรไทยได้เพิ่มช้าลงอย่างมาก อันเป็นผลมาจาก อัตราเกิดแต่ละปีได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอัตรา เพิ่มประชากรของประเทศไทยอยู่ที่เพียงร้อยละ 0.8 เท่านั้น ต�ากว่าอัตราเพิ่มกว่าร้อยละ 3 เมื่อ 40 ปีก่อน ่ อย่างมาก ทังยังมีแนวโน้มว่าอัตราเพิมประชากรนีจะลด ้ ่ ้ ต�าลงไปอีกจนเหลือร้อยละ 0 ในอีกไม่เกิน 20 ปีขางหน้า ่ ้ หลังจากนั้นอาจลดลงถึงขั้นติดลบก็เป็นได้ ศาสตราจารย์ ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล และ รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล แม้ว่าขนาดประชากรไทยค่อนข้างจะคงตัวอยู่ที่ ประมาณ 65 ล้านคน แต่ โครงสร้างอายุของประชากร ก� า ลั ง เปลี่ ย นไปอย่ า งมาก ในรอบ 50 ปี ที่ ผ ่ า นมา ประชากรไทยเปลียนโครงสร้างจากทีเคยเป็นประชากร ่ ่ วัยเยาว์มาเป็นประชากรสูงวัยแล้ว เมือปี 2503 ประชากร ่ อายุ 65 ปีขึ้นไป มีอยู่ ไม่ถึงร้อยละ 3 ปัจจุบันประชากร สูงอายุกลุมนีมมากถึงร้อยละ 7.9 หรือมีจ�านวนประมาณ ่ ้ ี 5 ล้านคน ประชากรวัยเด็กอายุต�่ากว่า 15 ปี ซึ่งเคย มีอยู่มากถึงร้อยละ 40 ในปี 2503 ได้ลดลงครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงประมาณร้อยละ 20 ในปัจจุบัน การที่ภาวะ เจริญพันธุจะลดต�าลงไปอีก และผูคนจะมีชวตยืนยาวขึน ์ ่ ้ ีิ ้ จะท�าให้ประชากรไทยมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตอีก 40 ปีข้างหน้า ถ้าภาวะเจริญพันธุ์ ลดต�าลงไปอีก ประชากรไทยจะประกอบด้วยเด็ก เพียง ่ ประมาณร้อยละ 12 วัยแรงงานประมาณร้อยละ 65 และประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป มากถึงร้อยละ 23 หรือ ถึงเกือบ 1 ใน 4 การรักษาระดับอัตราเจริญพันธุ์ ไม่ ให้ลดต�าลงไป ่ และการเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยเป็นมาตรการ ส�าคัญและท้าทายส�าหรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง โครงสร้างประชากรไทย 11 ตัวชีวดประชากรไทยกับสุขภาพ 11 ้ั จำนวนประชากรและอัตราเพิ่มประชากรในประเทศไทย พ.ศ. 2452-2553 80 60 2.9% 2.2% 1.2% 9.2 2462 1.9% 17.4 26.3 3.2% 2.7% 2.7% 54.5 44.8 2.0% 34.4 60.6 65.9 3% คนตอ 1 ตร.กม. ความหนาแนนประชากรในประเทศไทย พ.ศ. 2503-2553 4% 140 120 100 80 60 40 20 0 106.3 87.3 67.0 51.2 118.1 128.5 ลานคน 40 20 0 2% 0.8% 2553 1% 0% 8.1 2452 11.5 2472 14.5 2480 1.1% 2503 2513 2523 2533 2543 รอยละ 2490 2503 2513 2523 2533 2543 2553 จำนวนประชากร (ลานคน) อัตราเพิ่ม (%) ที่มา: สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2503, 2513, 2523, 2533, 2543 และ พ.ศ. 2553 (รายงานผลลวงหนา) หมายเหตุ: อัตราเพิ่มประชากรตามแสดงในรูป เปนอัตราเพิ่มเฉลี่ยในชวงเวลา 10 ป ของการทำสำมะโนประชากรและเคหะ ในขณะที่อัตราเพิ่มในชวง 2-3 ปที่ผานมา (พ.ศ. 2550-2553) เมื่อคำนวณจากขอมูลทะเบียนราษฎรอยูที่ประมาณรอยละ 0.5 สัดสวนประชากรในประเทศไทย พ.ศ. 2553 จำแนกตามกลุมอายุ ภูมิภาคและเขตการปกครอง ประชากรในประเทศไทย พ.ศ. 2553 รวม 65.9 ลานคน อายุ 60 ปขึ้นไป 13.0% อายุ 15-59 ป 67.5% อายุ 0-14 ป 19.5% กลุมอายุ ใต 13.4% ตะวันออก เฉียงเหนือ 28.8% เหนือ 17.6% กลาง 27.6% กรุงเทพฯ 12.6% ภูมิภาค นอกเขต เทศบาล 55.9% ภูมิภาค กทม. กลาง เหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ใต รวม ความหนาแนนประชากร ป 2553 (คนตอ 1 ตร.กม.) 5,278.8 ความหนาแนน ประชากรในกรุงเทพฯ 177.7 สูงกวาความหนาแนน 68.6 ประชากรโดยเฉลี่ย 112.3 ทั้งประเทศ ถึง 41 เทา... 125.4 128.5 หมายเหตุ: สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2553 (รายงานผลลวงหนา) ในเขต เทศบาล 44.1% เขตการปกครอง ที่มา: สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2553 (รายงานผลลวงหนา) พีระมิดประชากรไทยในอีก 40 ปขางหนาตามขอสมมุติภาวะเจริญพันธุระดับตางๆ และรอยละของประชากรจำแนกตามวัย (กลุมอายุหลัก) พ.ศ. 2553 2573 และ 2593 พ.ศ. 2573 อัตราเจริญพันธุรวม (TFR) คือ จำนวนบุตรโดยเฉลี่ยที่สตรีคนหนึ่ง (อายุ 15-49 ป) ใหกำเนิดตลอดวัยมีบุตรของตน ภาวะเจริญพันธุระดับสูง พ.ศ. 2593 หญิง 80% 60% 40% 15.4 67.6 20-24 10-14 0-4 3,000 2,000 1,000 15.9 69.0 0 100+ อายุ 90-94 80-84 70-74 ชาย 100+ อายุ 90-94 80-84 ชาย 100+ อายุ 90-94 80-84 หญิง 100% 80% 60% 40% 20% 20.7 พ.ศ. 2553 ชาย 90-94 80-84 70-74 60-64 50-54 40-44 30-34 20-24 10-14 0-4 3,000 2,000 1,000 0 1,000 3,000 20-24 10-14 0-4 1,000 0 1,000 จำนวน (พันคน) 3,000 17.0 จำนวน (พันคน) 1,000 2,000 3,000 0% 100% 80% 60% 40% 20% หญิง 100% 80% 60% 40% 20% ชาย ภาวะเจริญพันธุ ระดับกลาง 3,000 จำนวน (พันคน) 0% 2,000 3,000 100+ อายุ 90-94 80-84 70-74 60-64 50-54 40-44 30-34 20-24 10-14 0-4 1,000 0 1,000 หญิง ชาย หญิง จำนวน (พันคน) 3,000 15.1 3,000 2,000 1,000 16.0 69.8 10-14 0-4 0 อายุ จำนวน (พันคน) 1,000 2,000 3,000 0% 100% 80% 60% 40% 20% วัยสูงอายุ (65 ปขึ้นไป) วัยทำงาน (15-64 ป) วัยเด็ก (ต่ำกวา 15 ป) ภาวะเจริญพันธุระดับต่ำ 3,000 ชาย 100+ อายุ 90-94 80-84 70-74 60-64 50-54 40-44 30-34 20-24 10-14 0-4 1,000 0 1,000 หญิง ชาย หญิง 14.2 จำนวน (พันคน) 0% 0-4 2573 3,000 3,000 2,000 1,000 0 จำนวน (พันคน) 1,000 2,000 3,000 0% 2593 ที่มา: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล หมายเหตุ: 1) อัตราเจริญพันธุรวม (TFR) เมื่อ พ.ศ. 2593 ในภาวะเจริญพันธุระดับสูง ปานกลาง และต่ำ เทากับ 1.65 1.45 และ 1.25 ตามลำดับ 2) วัยสูงอายุ ที่ ใช ในการคาดประมาณ กำหนดที่อายุ 65 ปขึ้นไป 3) เนื่องจากเปนการคาดประมาณจากขอมูล สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2543 อาจทำใหตัวเลขสัดสวนประชากรใน พ.ศ. 2553 แตกตางจาก ขอมูลสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2553 ซึ่งยังไมแลวเสร็จสมบูรณ ณ ขณะจัดทำรายงานสุขภาพคนไทย 12 สุขภาพคนไทย 2555 การเกิด “เดี๋ยวนี้ เด็กเกิดในประเทศไทยน้อยลง” “เด็กรุ่นใหม่ ไม่ค่อยอยำกแต่งงำน พวกที่แต่งงำนแล้วก็มีลูกกัน น้อยลง” “แต่กอนเข้ำไปในหมูบำนก็จะได้ยนเสียงเด็กร้อง ่ ่้ ิ กะจองอแง เดี๋ยวนี้ หมู่บ้ำนเงียบ มีแต่คนแก่” ค�าพูดต่างๆ เหล่านี้ สะท้อนภาพภาวะเจริญพันธุ์ ของประเทศไทยทีลดต�าลงอย่างรวดเร็ว ในรอบ 20-30 ปี ่ ่ ที่ผ่านมา ในช่วงปี 2506-2526 ประเทศไทยมีจานวน � เด็กเกิดมากเกินกว่าล้านคนในแต่ละปี ทีเรียกว่า “คนรุน ่ ่ เกิด (เกิน) ล้าน” หลังจากนั้น จ�านวนเด็กเกิดได้ลดลง จนเหลือเพียง 7 แสน 6 หมื่นราย ในปี 2553 มี แนวโน้มว่าจ�านวนเด็กเกิดแต่ละปีอาจจะลดลงเหลือ ไม่ถึง 7 แสนคน ในอีก 20 ปีขางหน้า ้ ในอดีตเมื่อ 40-50 ปีก่อน ผู้หญิงไทยคนหนึ่งมี บุตรเฉลียตลอดวัยเจริญพันธุของตนมากถึง 6 คน จ�านวน ่ ์ บุตรเฉลียนี้ ได้ลดลงอย่างรวดเร็วจนถึงปัจจุบนนี้ ผูหญิง ่ ั ้ ไทยมีบุตรเฉลี่ยเพียงแค่ 1.6 คนเท่านั้น ซึ่งเป็นอัตรา เจริญพันธุ์ต�่ากว่า “ระดับทดแทน” คือ สตรีคนหนึ่ง มีบตรเฉลียตลอดวัยมีบตรของตนน้อยกว่า 2 คน ซึงเป็น ุ ่ ุ ่ จ�านวนที่จะทดแทนพ่อและแม่ ศาสตราจารย์ ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล และ รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล “เด็กเกิดในประเทศไทยลดลงเหลือปีละ 7.6 แสนคน จากที่เคยสูงถึงกว่าล้านคน เมื่อ 30 ปีก่อน ขณะที่คนไทย ตายปีละ 4 แสนกว่าคน ช่องว่างคนเกิด คนตาย ลดลงเร็วมาก” อย่างไรก็ตาม แม้อตราเจริญพันธุรวมของผูหญิง ั ์ ้ ไทยจะต�ากว่าระดับทดแทนแล้ว แต่ประชากรไทยก็ยัง ่ เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี แม้แต่ละปีจะมีเด็กเกิดไม่ถึง 8 แสนคน แต่ก็ยังมากกว่าจ�านวนคนที่ตายไปปีละ 4 แสนกว่าคน สาเหตุ ส� า คั ญ ที่ ท� า ให้ ภ าวะเจริ ญ พั น ธุ ์ ข อง ประเทศไทยลดลง คือ คนรุ่นใหม่ ไม่อยากแต่งงาน สตรี ไทยมีสถานภาพสูงขึน ท�างานนอกบ้านมากขึน ท�าให้ ้ ้ อัตราส่วนของสตรีรนใหม่ที่ ไม่แต่งงานเพิมสูงขึน คูสมรส ุ่ ่ ้ ่ ที่แต่งงานแล้วในปัจจุบัน ก็มีความต้องการจ�านวนบุตร ที่น้อยลง การวางแผนครอบครัวเป็นเรื่องที่ปฏิบัติกัน ทั่วไป ทั้งควบคุมจ�านวนบุตรให้น้อยลง และเว้นระยะ การมีบุตรตามที่ปรารถนา ประเทศไทยจึงต้องให้ความสนใจ “ต่อคุณภาพ ของการเกิด” มากกว่า “ปริมาณการเกิด” แล้ว 11 ตัวชีวดประชากรไทยกับสุขภาพ 13 ้ั จำนวนการเกิดในประเทศไทย จำแนกตามกลุมอายุมารดา พ.ศ. 2501-2553 พ.ศ.2513 เริ่มเกิดโครงการวางแผนครอบครัว 1,250,000 พ.ศ.2553: รวมเกิด 761,689 คน 1,000,000 750,000 500,000 250,000 0 2501 2503 2505 2507 2509 2511 2513 2515 2517 2519 2521 2523 2525 2527 2529 2531 2533 2535 2537 2539 2541 2543 ไมทราบ 20 ป ขึ้นไป พ.ศ.2553: 637,720 คน ต่ำกวา 20 ป พ.ศ.2553: 123,191 คน 2545 2547 2549 2551 2553 ที่มา: สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย อายุเฉลี่ยเม�อแรกสมรสของสตรีไทย พ.ศ. 2503-2553 25 24 อายุ (ป) 23 24.0 25 20 15 รอยละ 10 5 พ.ศ. 0 สัดสวนชายหญิงที่ยังไมแตงงานในกลุมอายุ 30-49 ป 20.8 ชาย หญิง 12.7 5.2 4.5 2503 5.6 5.7 6.1 7.5 9.3 9.7 11.6 13.8 21 20 2503 2513 2523 2533 2543 2553 2513 2523 2533 2543 2553 พ.ศ. ที่มา: สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2503, 2513, 2523, 2533, 2543 และ พ.ศ. 2553 (รายงานผลลวงหนา) 7.0 6.3 6.0 5.0 อัตราเจริญพันธุรวม 4.0 2.7 3.0 2.2 2.0 1.0 0 2503 2508 2513 2518 2523 2528 2533 อัตราเจริญพันธุรวม (TFR) คือ จำนวนบุตรโดยเฉลี่ยที่สตรีคนหนึ่ง (อายุ 15-49 ป) ใหกำเนิดตลอดวัยมีบุตรของตน 6.1 5.3 4.9 ที่มา: สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2503, 2513, 2523, 2533, 2543 และ พ.ศ. 2553 (รายงานผลลวงหนา) แนวโนมของอัตราเจริญพันธุรวมในประเทศไทย พ.ศ.2503–2558 SPC SOFT CUPs แนวโนมเชิงโลจิสติก 2 1.9 พ.ศ. 2538 2543 2548 2553 2558 ที่มา: Prasartkul, P.; Vapattanawong, P.; Thongthai, V. 2011. หมายเหตุ: SPC = การสำรวจการเปลี่ยนแปลงประชากร (Survey of Population Change) LS = การศึกษาในระยะยาว (Longitudinal Survey) SOFT = การสำรวจภาวะการเจริญพันธุ ในประเทศไทย (Survey of Fertility in Thailand) NS = การสำรวจทั่วประเทศ (National Survey) CPS = การสำรวจความชุกของการคุมกำเนิด (Contraceptive Prevalence Survey) CUPS = รูปแบบของการคุมกำเนิดในประเทศไทย (Contraceptive Use Patterns in Thailand) ทะเบียนชีพ = เปนการคำนวณจากการจดทะเบียนการเกิดในป พ.ศ.2552 14 สุขภาพคนไทย 2555 การเจ็บป่วย และการตาย เดียวนี้ คนไทยมีสขภาพดีกว่าแต่กอนมาก อายุกยนยาว ๋ ุ ่ ็ื ขึน เมือ 40-50 ปีกอน พอเกิดมา คาดเฉลี่ยว่าคนไทยจะ ้ ่ ่ มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกเฉลี่ยเพียง 50 ปีเท่านั้น ปัจจุบันเพิ่ม สูงขึ้นถึง 73 ปี เราหวังว่าคนไทยจะยิ่งมีอายุยืนขึ้นไปอีก ในอีก 20-30 ปีข้างหน้า คนไทยน่าจะมีอายุคาดเฉลี่ยเมื่อ แรกเกิดถึง 80 ปี ไม่นอยกว่าชาวญีปนในปัจจุบนมากนัก ้ ่ ุ่ ั คนไทยตายราว 4 แสนกว่ า คนในแต่ ล ะปี แต่จานวนตายนี้ก�าลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต อีกราว � 10-20 ปี ข ้ า งหน้ า อาจจะมี ค นไทยตายปี ล ะกว่ า 6 แสนคน (หรือทีอตราตายประมาณ 10 คน ต่อประชากร ่ั 1,000 คน) ซึ่งจะเป็นจ�านวนพอๆ กับการเกิด ท�าให้ ประชากรไทยไม่เพิ่มขึ้น หรืออาจถึงขั้นลดจ�านวนลง อายุเฉลี่ยของประชากรไทยที่สูงขึ้นมากในช่วง เวลา 3-4 ทศวรรษทีผานมานี้ เป็นผลอย่างมากจากการ ่ ่ ลดลงของการตายในวัยทารกและเด็ก เมื่อ 40 ปีก่อน เด็กเกิดมา 1,000 คน จะตายไปเสียตังแต่อายุยงไม่ครบ ้ ั ขวบถึง 80 คน อัตราตายทารกได้ลดลงเหลือเพียง 13 รายต่ อ การเกิ ด มี ชี พ 1,000 ราย ในปั จ จุ บั น การอนามัยแม่และเด็ก สุขาภิบาล การสร้างภูมิคุ้มกัน โรค เช่น การปลูกฝี ฉีดวัคซีน ช่วยท�าให้ทารกและเด็ก มีอตรารอดชีพสูงขึนอย่างมาก อัตราตายในวัยอืนๆ ของ ั ้ ่ ประชากรไทยก็ลดลงอย่างมากเช่นกัน การพัฒนาประเทศ ด้านต่างๆ ทั้งด้านการแพทย์ สาธารณสุข สุขาภิบาล เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมท�าให้อัตราตายของ ประชากรไทยลดต�่าลงอย่างมากในทุกกลุ่มอายุ ศาสตราจารย์ ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล และ รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล “จ�านวนการตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ ใช่เพราะเรามีโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้น หากเป็นเพราะประชากรไทยมีอายุสูงขึ้น ประมาณว่าร้อยละ 60 ของคนที่ตายทั้งหมดในแต่ละปีเป็นผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป” สาเหตุการตายของประชากรไทยได้เปลี่ยนไป จากเดิมมาก ในอดีต คนไทยตายมากเพราะโรคติดเชื้อ ที่แพร่ระบาดไปได้ทั้งทางน�้า อากาศ หรือโดยพาหะ น�าโรคชนิดต่างๆ ปัจจุบันการตายของประชากรไทย ส่ ว นใหญ่ มี ส าเหตุ ม าจากพฤติ ก รรมการกิ น อยู ่ แ ละ การใช้ชวตของตนเอง สาเหตุการตายทีสาคัญในปัจจุบน ีิ ่ � ั ได้แก่ โรคเกียวกับทางเดินหายใจและหลอดเลือด มะเร็ง ่ เอดส์ โรคหัวใจ ความดันเลือด รวมทั้งอุบัติเหตุบนถนน โรคสมัยใหม่หลายอย่างสามารถป้องกันหรือหลีกเลี่ยง ได้ดวยการเปลียนพฤติกรรมส่วนบุคคล เช่น พฤติกรรม ้ ่ การกินอาหาร การออกก�าลังกาย การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา การขับขี่ยวดยานพาหนะ เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู ้ สู ง อายุ คื อ มีผสงอายุ 60 ปีขนไปเกินร้อยละ 10 และนับวันประชากร ู้ ู ึ้ ไทยจะยิ่งมีอายุสูงขึ้น เราก็พอมองเห็นภาพแนวโน้ม ของภาวะความเจ็บป่วยของประชากรที่น่าจะเกิดขึ้นใน อนาคต ผู้สูงอายุย่อมมี โอกาสเจ็บป่วยมากกว่าคนอายุ น้อย ยิ่งอายุมากก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยมากขึ้น โรคของผู้สูงอายุมกจะเป็นโรคเรือรังทีตองการการดูแล ั ้ ่ ้ ระยะยาว เช่น โรคเบาหวาน โรคความจ�าเสือม อัมพฤกษ์ ่ อัมพาต โรคเกียวกับกระดูกและฟัน โรคเหล่านีตองการ ่ ้ ้ การรักษาต่อเนื่อง โรคของผู้สูงอายุเหล่านี้จะเพิ่มภาระ ในการดูแลรักษาให้กับสังคมไทยในอนาคต 11 ตัวชีวดประชากรไทยกับสุขภาพ 15 ้ั แนวโนมการเปลี่ยนแปลงอัตราเกิด อัตราตายของประเทศไทย พ.ศ. 2500-2593 45.0 40.0 อัตรา (ตอประชากร 1,000 คน) รอยละจำนวนปที่สูญเสียไปจากการตายกอนวัยอันควร (Year of Life Lost: YLL) จำแนกตามสาเหตุ ของคนไทยเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาค พ.ศ. 2551 60 55 36 24 22 15 35.0 30.0 25.0 20.0 15.0 10.0 5.0 0 อัตราเกิด รอยละ อัตราตาย 50 40 30 20 10 0 พ.ศ. ไทย 49 2500 2504 2508 2512 2516 2520 2524 2528 2532 2536 2540 2544 2548 2552 2556 2560 2564 2568 2572 2576 2580 2584 2588 2593 ในภูมิภาค (เฉลี่ย) โรคติดตอ ไทย ในภูมิภาค (เฉลี่ย) โรคไมติดตอ ไทย ในภูมิภาค (เฉลี่ย) การบาดเจ็บ ที่มา: ปทมา วาพัฒนวงศ พ.ศ. 2500-2553 คำนวณจากขอมูลทะเบียนราษฎร (ไมมีการปรับการตกจดทะเบียน) และ พ.ศ. 2554-2593 คำนวณจากการฉายภาพประชากร ที่มา: Global Health Observatory (GHO), WHO; [http://www.who.int/gho/countries/en/; เขาถึง 30 พ.ย. 2554] หมายเหตุ: ประเทศในภูมิภาค หมายถึง กลุมประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต ขององคการอนามัยโลก การตายของประชากรไทย จำแนกตามสาเหตุ พ.ศ. 2545 และ 2551 500 รอยละในการตายทั้งหมด (ทุกอายุ) 400 จำนวน 1,000 คน กลุมอาการ/โรคไมติดตอ คิดเปนรอยละ 59 ของสาเหตุการตาย ใน พ.ศ.2545 โดยเพิ่มขึ้น เปนรอยละ 71 ใน พ.ศ. 2551 2545 พ.ศ. 300 200 100 0 ที่มา: Global Health Observatory (GHO), WHO. [http://www.who.int/gholcountries/en/; เขาถึง 30 พ.ย. 2554] จำนวนการตายของประเทศไทย พ.ศ. 2511-2553 จำนวนการตาย ป 2553 รวม 4.15 แสนคน 20 0 พ.ศ. 2511 2513 2515 2517 2519 2521 2523 2525 2527 2529 2531 2533 2535 2537 2539 2541 2543 2545 2547 2549 2551 2553 ที่มา: ขอมูลทะเบียนราษฎร ประมาณจำนวนผูสูงอายุ จำแนกตามภาวะพึ่งพิงในกิจวัตรประจำวันและตามเพศ พ.ศ. 2553-2583 1,800 1,500 1,200 พันคน 900 600 300 0 351 163 114 2553 การขับถาย 502 232 163 2563 การทำงานบาน 309 218 2573 360 268 2583 พ.ศ. 832 672 พันคน 1,800 1,693 ชาย 1,500 1,200 900 600 300 0 281 181 2553 644 หญิง 929 1,302 564 411 262 2563 364 2573 675 471 พ.ศ. 2583 กิจวัตรพื้นฐาน ที่มา: ประมาณโดยผูเขียน จากผลการสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทย โดยการตรวจรางกาย ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2546-2547 ภาวะพึ่งพิง (Dependency) หมายถึง ภาวะที่ผูสูงอายุไมปฏิบัติกิจอยางเปนอิสระ แตตองการความชวยเหลือหรือการเฝาระวังจากบุคคลอ�น 16 สุขภาพคนไทย 2555 การยายถิ่น กับสุขภาพ รองศาสตราจารย ดร.สุรียพร พันพึ่ง สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล (ในประเทศ) “แนวโนมการยายถิ่นของคนไทยลดลง และพบวาหลังการยายถิ่น 2 ป แรงงานยายถิ่นมีสุขภาวะทั่วไปดีขึ้น แตหลังจากนั้นอีก 2 ป (ปที่ 4) กลับแยลง โดยเฉพาะ ดานจิตใจและสุขภาวะทางสังคม” จํานวนผูยายถิ่นและอัตราการยายถิ่นในประเทศไทย มีแนวโนมลดลงอยางตอเนือง อยางไรก็ดี ผลกระทบทาง ่ สุขภาพ ทั้งทางกาย จิตใจ และสังคม ของตัวผูยายถิ่น โดยเฉพาะในกลุมวัยแรงงาน เชนเดียวกับผลกระทบที่มี ตอสมาชิกในครัวเรือนตนทางที่สวนใหญเปนเด็กและ ผูสูงอายุ ยังคงเปนประเด็นสําคัญที่ตองเฝาระวัง ในชวง 5 ปทผานมา อัตราการยายถินของประชากร ี่  ่ ภายในประเทศมีแนวโนมลดลง จากรอยละ 4.3 ของ ประชากรทั้งหมด ในป 2548 เปนรอยละ 3.0 ในป 2552 โดยกระแสของการยายถินระหวางเมืองและชนบท ่ มี ลั ก ษณะยื ด หยุ น ตามภาวะเศรษฐกิจ ในชวงวิกฤติ เศรษฐกิจ ป 2540 และ ป 2551-2552 การยายถิ่น จากเมืองสูชนบทมีแนวโนมสูงขึน ในขณะทีการยายจาก  ้ ่ ชนบทกลับลดลง สําหรับ “กลุมแรงงาน” ซึ่งสวนใหญเปนกลุม วัยรุนตอนตนถึงกลุมวัยทํางานตอนกลาง ที่ยายถิ่นจาก ชนบท เขามาหางานทําในเมือง การยายถิ่นนั้นอาจ สงผลกระทบไดทั้งดานบวกและดานลบตอตัวบุคคล ครัวเรือนหรือชุมชนในถิ่นตนทาง เงินสงกลับจากการ ยายถิ่นสามารถนําไปใช ในการปรับปรุงที่อยูอาศัยของ ครัวเรือน การศึกษาของเด็ก หรือการลงทุนในธุรกิจ ยอยๆ ในขณะที่ตัวผูยายถิ่นรวมทั้งสมาชิกในครัวเรือน อาจตองเผชิญกับปญหาสุขภาพกายและจิตใจ กอนการยายถิ่น แรงงานยายถิ่นมักจะเปนผูที่มี สถานะสุขภาพดีกวาผูที่ ไมยายถิ่น และสุขภาพโดยรวม อาจปรับดีขึ้นภายหลังการยายถิ่นในระยะแรก อยางไร ก็ดี เมื่อศึกษาตามระยะเวลาที่อาศัยในถิ่นปลายทาง ยิงอยูนานเทาไหรกลับพบวาสุขภาพโดยทัวไปของแรงงาน ่  ่ กลุมนีมแนวโนมทีจะแยลงกวาเมือกอนยายถิน โดยเฉพาะ  ้ี ่ ่ ่ ดานจิตใจและทางสังคม นอกจากนี้ การยายถินมักสราง ่ ความกังวลใจใหกับพอแมผูสูงอายุ อีกทั้ง เด็กๆ ที่พอ แมตองไปทํางานตางถิน ก็มี โอกาสสูงทีจะประสบปญหา  ่ ่ สุขภาพจิตใจและภาวะโภชนาการที่ ไมเหมาะสม ขณะนี้มี โครงการและกิจกรรมในชุมชน/หมูบาน ที่ ไดดแลผูสงอายุและเด็ก อยูบางพอสมควร แตยงไมมี ู  ู   ั โครงการใดทีมงเนนกลุมผูสงอายุและเด็กทีประสบปญหา ่ ุ   ู ่ อันเนืองมาจากการยายถินของสมาชิกในครัวเรือนทีเปน ่ ่ ่ ลูกของผูสงอายุหรือพอแมของเด็ก การปองกันและการ  ู แก ไขปญหาเหลานี้เปนเรื่องละเอียดออนโดยเฉพาะใน ประเด็นที่เกี่ยวกับผลกระทบทางจิตใจ ซึ่งตองการผูที่มี ความรู และความชํานาญเฉพาะดาน 11 ตัวชีวดประชากรไทยกับสุขภาพ 17 ้ั การสำรวจการยายถิ่นของประชากร โดยสำนักงานสถิติแหงชาติ ใหคำจำกัดความ “ผูยายถิ่น” หมายถึง ผูที่ยายสถานที่อยูอาศัยจากหมูบานอ�น หรือเขตเทศบาลอ�น หรือจากประเทศอ�น ซึ่งเปนที่อยูอาศัยครั้งสุดทาย มายังหมูบานหรือเขตเทศบาลซึ่งเปนพื้นที่ที่อยูปจจุบัน ภายในระยะเวลา 1 ป กอนการสำรวจ กระแสการยายถิ่นของผูยายถิ่น จำแนกตามเขตการปกครอง พ.ศ. 2552 5 รอยละของประชากรทั้งหมดในประเทศ ตางประเทศยายเขา เขตชนบท 2.2% เขตเมืองยายเขา เขตชนบท 43.0% เขตชนบทยายเขา เขตชนบท 27.3% อัตราการยายถิ่น ของประชากรไทย พ.ศ. 2548-2552 4 3 2 1 0 พ.ศ. 2548 2549 2550 2551 2552 ที่มา: รายงานผลการสำรวจการยายถิ่นของประชากร พ.ศ. 2552 สำนักงานสถิติแหงชาติ 4.3 3.3 3.2 2.8 3.0 ผูยายถิ่น ทั้งสิ้น 1,997,733 คน ตางประเทศยายเขา เขตเมือง 0.6% เขตชนบทยายเขา เขตเมือง 11.9% เขตเมืองยายเขา เขตเมือง 15.0% ยายเขา เขตชนบท 72.5% ยายเขา เขตเมือง 27.5% ที่มา: รายงานผลการสำรวจการยายถิ่นของประชากร พ.ศ. 2552 สำนักงานสถิติแหงชาติ รอยละของผูยายถิ่น จำแนกตามเหตุผลการยายถิ่น พ.ศ. 2545 และ พ.ศ. 2552 100 80 รอยละ 60 40 20 0 23.3 9.0 7.5 21.5 33.5 9.5 3.6 16.8 รอยละของผูยายถิ่นทั้งหมด จำแนกตามกระแสการยายถิ่น ระหวางเขตเมืองและชนบท ระหวาง พ.ศ. 2535-2552 50 ชนบทยายไปเมือง 32 16 33 37 เมืองยายไปชนบท 33 19 13 14 36 38 43 40 30 20 10 0 2535 2537 2540 2545 2550 2551 6.3 32.5 12.6 23.9 รอยละของผูยายถิ่นทั้งหมด 15 14 2545 2552 ที่มา: การสำรวจการยายถิ่น ของประชากร พ.ศ. 2545 และ พ.ศ. 2552 สำนักงานสถิติแหงชาติ 12 พ.ศ. 2552 จำนวนผูยายถิ่น จำแนกตามสถานภาพการยายถิ่น ป พ.ศ. 2545-2552 8,000 7,000 199 6,000 5,000 3,357 4,000 3,000 2,000 1,000 3,596 0 2545 ยายมาจากประเทศอ�นๆ ยายระหวางภาค 101 1,887 2,161 2547 57 1,393 1,355 2548 58 1,004 1,115 2549 44 973 1,078 2550 ยายในภาคเดียวกัน 32 895 921 2551 56 1,013 928 พ.ศ. 2552 ที่มา: รายงานผลการสำรวจการยายถิ่นของประชากร พ.ศ.2535, 2537, 2540, 2545, 2550 และพ.ศ.2552 สำนักงานสถิติแหงชาติ ขอมูล พ.ศ. 2535-2551 จาก รายงานการสาธารณสุขไทย พ.ศ. 2551-2553 ภาวะโภชนาการของเด็กที่มีแมอยูดวย เทียบกับเด็กที่ ไมมีแมอยูดวย (แมยายถิ่น) 80 60 รอยละ 40 20 0 ปกติ 12.6 17.2 7.7 10.0 แคระแกร็น 8.1 5.7 ผอม 71.6 67.1 อยูกับแม ไมไดอยูกับแม พันคน ที่มา: การสำรวจการยายถิ่นของประชากร สำนักงานสถิติแหงชาติ น้ำหนักเกิน สุขภาวะ (คะแนนเฉลี่ย) ของผูยายถิ่น 2 ป และ 4 ป เปรียบเทียบกอนและหลังยายถิ่น สุขภาพจิต ความสามารถดานสังคม ความรูสึกและนึกคิด ความสามารถทางรางกาย 64.0 สุขภาพทั่วไป 0 20 40 60 68.2 68.1 80 70.4 72.2 70.8 66.3 75.1 73.7 78.0 84.6 82.3 ที่มา: โครงการ CHAMPSEA (2554);: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม, มหาวิทยาลัยมหิดล หมายเหตุ: ภาวะโภชนาการ วัดจากน้ำหนัก สวนสูงของเด็ก (3-11 ป) และใชแบบจำลอง WHO กำหนดระดับโภชนาการ 93.5 96.5 95.4 ยายถิ่น 4 ป ยายถิ่น 2 ป กอนยาย ที่มา: โครงการการยายถิ่นและสุขภาพ ประชากร อายุ 15-33 ป; สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล หมายเหตุ: สุขภาวะ วัดจาก SF36 Questionnaire โดยแตละดานมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน 100 120 18 สุขภาพคนไทย 2555 การย้ายถิ่น กับสุขภาพ แรงงานข้ามชาติจ�านวนมากยังคงไม่มีหลักประกันทาง สุขภาพ การเข้าถึงบริการที่จ�าเป็น รวมถึงการส่งเสริม และป้ อ งกั น โรคติ ด ต่ อ ที่ อ าจแพร่ ร ะบาด เป็ น เรื่ อ งที่ ต้ อ งให้ ค วามส� า คั ญ และเฝ้าระวัง และด้ ว ยจ� า นวน คนไข้ชาวต่างชาติที่สูงขึ้นทุกปี จึงจ�าเป็นต้องติดตาม ผลกระทบต่ อ ระบบบริ ก ารสุ ข ภาพในภาพรวมและ การวางแผนรับมือในระยะยาวถือว่ามีความจ�าเป็น ส�ามะโนประชากรและเคหะล่าสุด ปี 2553 พบ ว่า ประเทศไทยมีประชากรที่ ไม่ ได้ถอสัญชาติไทยทังสิน ื ้ ้ ประมาณ 2.7 ล้านคน หรือร้อยละ 4.1 ของประชากร ในจ�านวนนี้ มากกว่าครึ่งอาศัยอยู่ ในกรุงเทพฯ และ เขตภาคกลาง คาดว่า เกือบร้อยละ 90 เป็นแรงงาน ชาวต่างชาติที่เข้ามาพ�านักอาศัยและท�างานในประเทศ ซึ่งกลุ่มใหญ่ที่สุดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ พม่า ลาว และกัมพูชา แรงงานข้ามชาติกลุมนีรวมถึงผูตดตาม ่ ้ ้ ิ ที่ ยั ง มี ส ถานภาพการท� า งานผิ ด กฎหมาย หรื อ ไม่ มี ใบอนุญาตท�างาน น่าจะยังมีสูงกว่า 1 ล้านคน ภายใต้สถานการณ์ “สังคมผู้สูงอายุ” รวมถึง การเปลียนแปลงโครงสร้างก�าลังแรงงานของไทย ส่งผล ่ ให้ความจ�าเป็นในการจ้างแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะ กลุ่มแรงงานไร้ฝีมือ เพื่อมาท�างานในประเทศมีแนวโน้ม เพิ่มมากขึ้นในอนาคต การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ รวมถึงการสร้างหลักประกันและสวัสดิการทางสุขภาพ (ระหว่างประเทศ) รองศาสตราจารย์ ดร.วาทินี บุญชะลักษี และ กัญญา อภิพรชัยสกุล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล “1 ใน 25 คนของประชากรในไทยเป็นผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย” ที่เหมาะสมกับแรงงานและผู้ย้ายถิ่นข้ามชาติเหล่านี้ เป็ น เรื่ อ งที่ ต ้ อ งเร่ ง พิ จ ารณา นอกจากนั้ น ลั ก ษณะ การเจ็บป่วยที่พบในกลุ่มคนไข้ชาวต่างชาติชี้ว่า การเฝ้า ระวัง ส่งเสริมและป้องกันโรค โดยเฉพาะโรคติดต่อ เช่น มาลาเรีย วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นเรื่องที่สาคัญ � ในอีกด้านหนึ่ง ในปี 2550 ผู้ป่วยชาวต่างชาติ ในโรงพยาบาลเอกชนไทยมีจานวนสูงถึง 1.37 ล้านคน � เพิ่มจาก 0.55 ล้านคน ในปี 2544 ซึ่งคาดว่าเป็น ผลจากการส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชีย ของประเทศไทย (Thailand: Centre of Excellent Health Care of Asia) ตั้งแต่ปี 2546 ตัวเลขนียงส�ารวจไม่ครบ และยังไม่ ได้รวมผูปวย ้ ั ้ ่ แรงงานข้ามชาติและผู้ป่วยต่างชาติตามเขตชายแดน ซึงถ้ารวมกันทังหมดน่าจะเกิน 3 ล้านคน การเพิมจ�านวน ่ ้ ่ ผู้ป่วยต่างชาตินี้ เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ระบบบริการ สุขภาพของไทยต้องพิจารณาถึงการพัฒนาและเพิ่ม ขี ด ความสามารถด้ า นทรั พ ยากรและบุ ค ลากรทาง การแพทย์ต่างๆ เพื่อรองรับและไม่ ให้เกิดผลกระทบ ต่อระบบและคุณภาพการบริการทางสุขภาพแก่คนไทย ในประเทศ 11 ตัวชีวดประชากรไทยกับสุขภาพ 19 ้ั จำนวนแรงงานขามชาติที่ ไดรับอนุญาตทำงานในประเทศไทย จำแนกตามลักษณะการเขาเมือง (พ.ศ. 2544 - พฤศจิกายน พ.ศ. 2554) 2,000 จำนวนประชากรในประเทศไทย พ.ศ. 2553 จำแนกตามสัญชาติและภูมิภาค สัญชาติไทย 63.2 กรุงเทพฯ 0.7 กลาง 1.0 เหนือ 0.4 ตะวันออกเฉียงเหนือ 0.2 ใต 0.4 1,500 พันคน 1.000 500 745.5 2544 2545 2546 2547 101.1 2548 713.6 112.8 2549 596.6 209.2 2550 562.3 228.4 2551 210.7 344.7 2553 1,334.2 955.6 สัญชาติอ�น 2.7 1,273.6 แรงงานขามชาติ ที่ ไดรับใบอนุญาตทำงาน ในประเทศไทย 689.2 เดือน พ.ย.2554 จำนวนรวม 1.96 ลานคน พ.ย. 2554 ที่มา: สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2553 (รายงานผลลวงหนา) ที่มา: ฝายทะเบียนและสารสนเทศ สำนักบริหารแรงงานตางดาว กระทรวงแรงงาน เขาเมืองผิดกฎหมาย เขาเมืองถูกกฎหมาย 10 อันดับโรคที่พบมากในผูปวยชาวตางชาติเปรียบเทียบกับคนไทย พ.ศ. 2553 10 อันดับโรคติดตอที่พบมาก 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ผูปวยชาวตางชาติ ทองเสียเฉียบพลัน ไขไมทราบสาเหตุ มาลาเรีย ไขเลือดออก ปอดอักเสบ โรคตาแดง โรคตาอักเสบ วัณโรครวม โรคติดตอทางเพศสัมพันธ อาหารเปนพิษ ไขหวัดใหญ ผูปวยคนไทย ทองเสียเฉียบพลัน ไขไมทราบสาเหตุ ปอดอักเสบ ไขเลือดออก ไขหวัดใหญ โรคตาแดง โรคตาอักเสบ อาหารเปนพิษ สุกใส วัณโรครวม งูสวัด การคาดประมาณจำนวนประชากรตางชาติในประเทศไทย จำแนกตามประเภท พ.ศ. 2552-2553 ประเภท พำนักอาศัยอยางเดียว ผูพักอาศัยชั่วคราว นักทองเที่ยวและวีซาผานแดน นักศึกษา (ระดับอุดมศึกษา) ผูพลัดถิ่นอพยพ (อาศัยในคายชั่วคราวผูพลัดถิ่นอพยพ)* พำนักอาศัยและทำงาน แรงงานวิชาชีพ แรงงานมีฝมือและกึ่งมีฝมือ (รวมผูติดตาม) ผูพำนักเกินอายุวีซา (พ.ศ.2550) กลุมชาติพันธุ คนไรรัฐ หรือไรสถานะทางทะเบียน แรงงานขามชาติจากประเทศพมา กัมพูชาและลาว (รวมผูติดตาม) รวม จำนวนที่คาดประมาณ (คน) 373,251 121,109 92,014 19,052 141,076 3,141,580 106,486 65,558 303,610 210,182 2,455,744 3,514,831 รอยละ 10.6% 3.4% 2.6% 0.5% 4.0% 89.4% 3.0% 1.9% 8.6% 6.0% 69.9% 100.0% ที่มา: รายงานการเฝาระวังโรคในชาวตางชาติ ประเทศไทย พ.ศ. 2553, สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข (ขอมูล ณ วันที่ 21 ธันวาคม 2553) ซึ่งเปนการเฝาระวังโรคในผูปวยชาวตางชาติโดยรับรายงานผูปวยที่เขารับ การรักษาจากสถานบริการสุขภาพทั่วประเทศ ที่มา: Thailand Migration Report 2011 (Jerrold W. Huguet และ Aphichart Chamratrithirong, 2011) หมายเหตุ: *ผูพลัดถิ่นอพยพ ไมถูกนับรวมในสำมะโนประชากรและเคหะของประเทศไทย การใชสิทธิประโยชนจากหลักประกันหรือสวัสดิการทางสุขภาพในการรักษาพยาบาลของคนไทย เทียบกับผูที่ ไม ใชคนไทย (อายุ 15 ปขึ้นไป) จำแนกตามประเภทการรักษาการเจ็บปวยครั้งสุดทาย 100 80 60 40 20 0 35.7 59.4 4.9 คนไทย 7.1 40.5 52.4 ไมใชคนไทย 92.4 คนไทย 7.6 29.4 70.6 ไมใชคนไทย มีหลักประกัน/สวัสดิการแตไมใช พันคน มีหลักประกัน/สวัสดิการและใช ไมมีหลักประกัน/สวัสดิการ จำนวนคนไขตางชาติที่มารับบริการทางการแพทย ในโรงพยาบาลเอกชนไทย พ.ศ. 2544-2550 1,500 1,000 973.5 500 0 550.2 2544 630.0 1,103.1 1,373.8 1,249.9 1,330.0 รอยละ ผูปวยนอก ผูปวยใน 2545 2546 2547 2548 2549 2550 ที่มา: วาทินี และคณะ (2555) คำนวณจาก ผลการสำรวจระดับชาติ “ความรู ทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับวัณโรคในกลุมคนไทย และแรงงานขามชาติ พ.ศ. 2554” หมายเหตุ: “ผูที่ ไม ใชคนไทย” ประกอบดวย กลุมแรงงานขามชาติ และกลุมชาติพันธุที่ ไมมีสัญชาติไทย การคาดประมาณจำนวนแพทยที่ตองการเพิ่มขึ้นตอปจากนโยบายศูนยกลางทางการแพทย (medical hub) ชวงป พ.ศ. 2549-2550 2551-2552 2553-2554 2557-2558 จำนวนแพทยที่ตองการ เพิ่มขึ้นรวม ตอปก สมมติฐาน 1ข สมมติฐาน 2ค 856-999 971-1,159 969-1,132 1,092-1,313 899-1,174 1,133-1,416 1,034-1,239 1,210-1,542 รอยละของจำนวนแพทยที่ตองการ เพิ่มขึ้นโดยคนไขตางชาติ สมมติฐาน 1 สมมติฐาน 2 6.7%-8.0% 17.8%-20.7% 6.3%-8.0% 16.9%-20.7% 7.3%-10.3% 19.2%-25.6% 8.5%-12.2% 21.8%-29.5% ที่มา: สำนักสงเสริมธุรกิจบริการ กรมสงเสริมการสงออก กระทรวงพาณิชย อางใน อัญชนา, วิโรจน และ ศิรชัย, 2552 หมายเหตุ: 1. ขอมูลนี้รวบรวมจากตัวเลขที่ โรงพยาบาลรายงานเขามา (รวม 55 โรงพยาบาลในป 2550) ซึ่งอาจยังไมครบถวน 2. ขอมูลตั้งแตป 2546 เปนตนมา อาจรวมกรณีที่คนไขกลับมารับ การรักษาซ้ำ (revisit) ดวย หมายเหตุ: ก) รวมจำนวนแพทยที่ตองการเพิ่มขึ้นทั้งหมด จากคนไข ไทย และคนไขตางชาติ โดยสมมติวาแพทยหนึ่งคนรักษาคนไข ไทย ได ไมเกินวันละ 72-80 ครั้ง ซึ่งมีขอสังเกตวาอาจเปน การกำหนดภาระงานของแพทยที่สูงเกินควร ข) สมมติฐาน 1 สมมติฐานวาแพทยหนึ่งคนรักษาคนไขตางชาติ ได ไมเกินวันละ 40-48 ครั้ง ค) สมมติฐาน 2 สมมติฐานวาแพทยหนึ่งคนรักษาคนไขตางชาติ ได ไมเกินวันละ 14-16 ครั้ง ที่มา: Anchana Na-Ranong and Viroj Na-Ranong, 2011 20 สุขภาพคนไทย 2555 คุณภาพชีวิตและ การพัฒนามนุษย์ คณะท�ำงำนสุขภำพคนไทย “เยาวชนไทยอายุ 18-21 ปี เพียง 1 ใน 4 คนเท่านั้น เข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา” ระดับ “คุณภาพชีวต” เป็นสิงทีวดและเปรียบเทียบได้ยาก ิ ่ ่ั ปัจจุบน มีแนวคิดทีเ่ กียวข้องซึงตีความไว้ ในหลายแนวทาง ั ่ ่ ไม่ว่าจะเป็นในด้านวัตถุวิสัยหรืออัตวิสัย ด้านการพัฒนา มนุษย์ หรือด้านความมันคงของมนุษย์ภายใต้กรอบแนวคิด ่ การพัฒนาที่ยั่งยืน ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมี “ดัชนีคุณภาพชีวิต” หรือ “Quality of Life Index” ดีเป็นอันดับที่ 86 จาก ทั้งสิ้น 192 ประเทศ โดยมีจุดแข็งที่ส�าคัญเมื่อเทียบ กับประเทศอื่นในด้านค่าครองชีพและด้านสุขภาพ ใน ขณะทีจดอ่อนได้แก่ดาน ภูมอากาศ สภาพเศรษฐกิจและ ุ่ ้ ิ เสรีภาพ แม้เมื่อเทียบกับประเทศอื่น “ค่าครองชีพ” ของคนไทยจะถือว่าต�่า แต่จากการส�ารวจในคนไทย 1 แสนคนทั่วประเทศ กลับพบผู้ที่ประสบปัญหาค่า ครองชีพและค่าสินค้าปรับตัวสูงขึ้นสูงถึงร้อยละ 77 ในสัดส่วนที่รองลงมา ประสบปัญหารายได้ ไม่เพียงพอ กับค่าใช้จ่ายและปัญหาเรื่องเครียด ตามล�าดับ “การศึกษา” ถือเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่สาคัญต่อการ � พัฒนามนุษย์และคุณภาพชีวตของคนในสังคม ในปี 2554 ิ ประเทศไทยอยู่ ในล�าดับที่ 103 จากทังหมด 187 ประเทศ ้ ตามระดับ “ดัชนีการพัฒนามนุษย์” แม้จานวนปีการศึกษา � เฉลี่ยของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จะมีทิศทางปรับ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 8.2 ปี อย่างไรก็ตาม ปัญหา “ความเหลื่อมล�้า” ในการเข้าถึง การศึกษาก็ยังคงมีสูง โดยเฉพาะในระดับมัธยมศึกษา ตอนปลายและระดับอุดมศึกษา ใน 100 คน ของเด็ก และเยาวชนในครัวเรือนที่มีฐานะยากจนที่สุด พบว่า เพียง 57 คน และ 2 คน ตามล�าดับเท่านันที่ ได้เข้าศึกษา ้ ในขณะที่กลุ่มซึ่งอยู่ ในครัวเรือนที่มีฐานะร�่ารวยที่สุด ได้เข้าศึกษาสูงถึง 100 คน และ 71 คน ตามล�าดับ ภายใต้ ก รอบแนวคิ ด “การพั ฒ นาที่ ยั่ ง ยื น ” ความพยายามในการพัฒนาคุณภาพชีวตของคนรุนปัจจุบน ิ ่ ั ไม่ควรบั่นทอนหรือลดโอกาสในการพัฒนาและรักษา ระดับคุณภาพชีวตทีดของคนในรุนถัดไป ตัวชีวดคุณภาพ ิ ่ ี ่ ้ั ชีวตใหม่ๆ ในปัจจุบน เช่น ดัชนี โลกมีสข และ ดัชนีสงคม ิ ั ุ ั ที่ยั่งยืน จึงให้ความส�าคัญต่อประเด็นหรือองค์ประกอบ พิจารณาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและ ระบบนิเวศอย่างเห็นได้ชัด 11 ตัวชีวดประชากรไทยกับสุขภาพ 21 ้ั อันดับดัชนีคุณภาพชีวิตของประเทศไทยในแตละดานเทียบใน 192 ประเทศ พ.ศ. 2554 ดัชนีคุณภาพชีวิตรวม (Quality of Life Index) ภูมิอากาศ เศรษฐกิจ เสรีภาพ ความเสี่ยงและความปลอดภัย สาธารณูปโภคและโครงสรางพื้นฐาน สิ่งแวดลอม การพักผอนและวัฒนธรรม สุขภาพ คาครองชีพ 53 53 61 อันดับดัชนีคุณภาพชีวิตของประเทศไทย ในแตละดานเทียบใน 192 ประเทศ (เรียงอันดับจากสูงที่สุดไปต่ำที่สุด) 69 88 83 134 86 151 144 10 ปญหาที่คนไทยประสบอยู ในปจจุบันมากที่สุด คาครองชีพ/ราคาสินคาที่สูงขึ้น รายไดไมเพียงพอกับคาใชจาย ความเครียด ยาเสพติด ราคาพืชผล/สินคาเกษตรตกต่ำ ภัยธรรมชาติ อบายมุข เชน การเลนหวย การพนัน การติดเหลา/ด�มเคร�องด�มมึนเมา ความแหงแลง ความแตกแยก/ไมสามัคคีกันของคนในสังคม 23 22 21 คน (ตอ 100 คน) 30 27 27 38 47 55 77 ที่มา: Quality of Life Index, 2011 by International Living; http://www1.internationalliving.com/qofl2011/show_country.php?country=Thailand ที่มา: 10 เสียงสะทอนของ “คนไทย” (29 สิงหาคม พ.ศ. 2554) http:www.khonthaifoundation.org หมายเหตุ: จากการสำรวจประชากรไทย 100,000 คนทั่วประเทศ 77 จังหวัด ภายใต โครงการ “คนไทยมอนิเตอร เสียงนี้มีพลัง” อัตราการเขาเรียนอยางหยาบ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2553 100 80 รอยละ 60 40 24.8 20 0 2.0 20% จนที่สุด 6.0 20% ที่ 2 13.1 20% ที่ 3 20% ที่ 4 20% รวยที่สุด รวม 24.2 20 0 กรุงเทพฯ กลาง เหนือ ระดับมัธยมปลาย ตะวันออกเฉียงเหนือ ใต รวม ระดับมัธยมปลาย ระดับอุดมศึกษา ระดับอุดมศึกษา 57.0 รอยละ จำแนกตามระดับฐานะ 71.2 78.7 92.5 99.6 70.9 79.3 100 80 60 40 93.9 78.0 56.1 จำแนกตามภูมิภาค 83.8 76.8 76.2 79.3 22.1 19.9 17.2 21.2 24.2 ที่มา: สำนักพัฒนาฐานขอมูลและตัวชี้วัดภาวะสังคม สศช. หมายเหตุ: 1) ระดับฐานะ วัดจากระดับรายจายเพื่อการอุปโภคบริโภค; 2) อัตราเขาเรียนอยางหยาบระดับมัธยมปลาย = จำนวนนักเรียนระดับมัธยมปลายทั้งหมด คูณ 100 หาร จำนวนประชากรอายุ 15-17 ป; 3) อัตราเขาเรียนอยางหยาบระดับอุดมศึกษา= จำนวนนักเรียนระดับอุดมศึกษาทั้งหมด คูณ 100 หาร จำนวนประชากรอายุ 18-21 ป ตัวชี้วัดเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตและการพัฒนามนุษย ซึ่งใชเปรียบเทียบในระดับนานาประเทศ ดัชนีคุณภาพชีวิต (Quality of Life Index) พื้นฐานแนวคิด ชี้วัดระดับคุณภาพชีวิตใน 9 มิติ ดัชนีการพัฒนามนุษย์ (Human Development Index) ชี้วัดระดับการพัฒนามนุษย์ของ ประเทศ โดยค�านึงถึงการมีชีวิต ยืนยาวและสุขภาพดี ความรู้ และมาตรฐานคุณภาพชีวิต ดัชนีโลกมีสุข ดัชนีสังคมที่ยั่งยืน (Sustainable (Happy Planet Index) Society Index) ชี้วัดคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ชี้วัดระดับความยั่งยืนของสังคม ด้วยความยืนยาวของชีวิตและความ บนพื้นฐาน การมีสุขภาวะของมนุษย์ พึงพอใจในการใช้ชีวิต เปรียบเทียบกับ สุขภาวะทางสิ่งแวดล้อมและ ทรัพยากรของโลกที่สูญเสียไป สุขภาวะทางเศรษฐกิจ ผลคูณระหว่างอายุคาดเฉลี่ยกับ คะแนนความพึงพอใจในชีวิต หารด้วย ระดับของรอยเท้า ต่อระบบนิเวศ พ.ศ. 2552 (HPI 2.0) อันดับที่ 41 จาก 143 ประเทศ New Economics Foundation ตัวชี้วัดย่อยสุขภาวะของมนุษย์ สุขภาวะทางสิ่งแวดล้อมและ สุขภาวะทางเศรษฐกิจ ทั้งสิ้น 24 ตัวชี้วัด พ.ศ. 2553 อันดับที่ 38 จาก 151 ประเทศ Sustainable Society Foundation องค์ประกอบ ปีล่าสุดที่มีการจัดอันดับ อันดับที่ของประเทศไทย/ จ�านวนประเทศที่มี การจัดอันดับ หน่วยงานที่จัดอันดับ ค่าครองชีพ, เวลาว่างและวัฒนธรรม, อายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิด, จ�านวนปี เศรษฐกิจ, สิ่งแวดล้อม, เสรีภาพ, เฉลี่ยและจ�านวนปีคาดการณ์ของ สุขภาพ, โครงสร้างพื้นฐาน, การได้เรียนหนังสือ และ ระดับรายได้ ความเสี่ยงและความปลอดภัย, ประชาชาติต่อหัว สภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2554 อันดับที่ 86 จาก 192 ประเทศ International Living อันดับที่ 103 จาก 187 ประเทศ UNDP 22 สุขภาพคนไทย 2555 กําลังแรงงานและ ศาสตราจารย ดร.ดิเรก ปทมสิริวัฒน คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร มิติทางเศรษฐกิจ “แรงงานไทยกําลัง “สูงอายุ” แรงงานไทย รอยละ 25 มีอายุ 50 ป ขึ้นไป ในป พ.ศ. 2554” จากการเคลื่อนสูภาวะสูงวัยของประชากรไทย แนวโนม ภาวะพึ่งพิงทางประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น ผลกระทบที่จะมี ตอโครงสรางกําลังแรงงานของประเทศ และปญหา ความยากจนในกลุมประชากรสูงอายุ เปนเรืองทีควรจับตา  ่ ่ มองและเตรียมการรองรับ ดวยจํานวนประชากรสูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ การพึงพิง (ทางอายุ) ของประชากรมีแนวโนมเพิมสูงขึน ่ ่ ้ ตามลําดับ ในป 2554 อัตราสวนพึ่งพิงผูสูงอายุตอ ประชากรวัยแรงงาน (อายุ 15-59 ป) 100 คน อยูที่ ประมาณ 18 คน (ผูสูงอายุ 1 คน พึ่งพิงวัยแรงงาน 5.5 คน) อีกประมาณ 20 ปขางหนา อัตราสวนนี้จะ เพิ่มสูงถึงแรงงาน 100 คน ตอผูสูงอายุ 41 คน (หรือ ผูสูงอายุ 1 คนพึ่งพิงวัยแรงงานเพียง 2.4 คน) จนถึงปจจุบัน แมผลิตภาพของแรงงานไทยจะ เพิ่มสูงขึ้น แตเปนในอัตราที่คอนขางตํ่า โดยเฉพาะใน ภาคเกษตรกรรม ซึงมีการจางงานเกือบรอยละ 40 ของ ่ กําลังแรงงานทั้งหมด แตมีสัดสวนมูลคาผลผลิตเพียง ไมถึงรอยละ 10 ของ GDP ประเด็นนี้เปนเรื่องที่นา หวงใยเพราะในอนาคตอันใกลซึ่งประชากรจํานวนมาก จะเข า สู  วั ย สู ง อายุ สั ด ส ว นประชากรวั ย แรงงาน จะลดลง อีกทัง กําลังแรงงานทีมอยูกจะมีอายุโดยเฉลีย ้ ่ ี ็ ่ เพิ่ ม มากขึ้ น การเร ง ส ง เสริ ม เพื่ อ พั ฒ นาศั ก ยภาพ การทํางานและผลิตภาพของแรงงานจึงเปนเรื่องที่มี ความสําคัญ เชนเดียวกับการพิจารณานโยบายทางเลือก อืนๆ เพือสงเสริมการทํางานหลังเกษียณหรือขยายอายุ ่ ่ การทํางานของผูสงอายุใหยาวนานขึน ซึงจะเปนประโยชน  ู ้ ่ ตอเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมและตอผูสงอายุเอง  ู ให ยั ง คงมี ส  ว นร ว มในกิ จ กรรมทางเศรษฐกิ จ ลด การพึงพิงและมีรายไดเพียงพอตอการดํารงชีพในวัยชรา ่ ทังนี้ “การออม” เปนเครืองมือจัดการความเสียง ้ ่ ่ และเปนภูมิคุมกันที่ดีตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง จาก บัญชีรายไดประชาชาติ พ.ศ. 2552 มูลคาการออมของ ครัวเรือนคิดเปนเพียงรอยละ 11 ของรายไดครัวเรือน ทั้งหมด ซึ่งเปนสัดสวนที่คอนขางตํ่า หากพิจารณาตาม หลักการ “ใชจาย 3 สวน ออม 1 สวน” การสงเสริม การออม ในรูปแบบตางๆ เพื่อเปนหลักประกันรายได ยามชราของคนไทย จึงเปนเรื่องที่ควรสนับสนุน ควบคู ไปกับการแกปญหาความยากจนในกลุมผูสงอายุ ซึงพบ    ู ่ วามีสดสวนเพิมมากขึนตอจํานวนคนจนทังหมดในประเทศ ั ่ ้ ้ อันนาจะเปนผลมาจากการลดลงของรายไดเมื่อเขาวัย ชราและการมีเงินออมที่ ไมเพียงพอตอคาใชจายทีจาเปน  ่ํ อีกทั้งไมมีหลักประกันทางรายได ในดานอื่นๆ 11 ตัวชีวดประชากรไทยกับสุขภาพ 23 ้ั อัตราสวนพึ่งพิง (dependency ratio) ของประชากรไทย พ.ศ. 2543-2573 70 60 50 40 30 20 10 0 2543 2545 2547 อัตราการพึ่งพิงตอแรงงาน 100 คน ป 2554 อัตราสวนพึ่งพิง วัยเด็ก 30 คน และอัตราพึ่งพิง ผูสูงอายุ 18 คน ป 2573 อัตราสวนพึ่งพิง วัยเด็ก 22 คน และอัตราพึ่งพิง ผูสูงอายุ 41 คน โครงสรางอายุกำลังแรงงานไทย พ.ศ. 2544, 2549 และ 2554 100 80 รอยละ 60 40 20 0 60 ปขึ้นไป 50-59 ป 40-49 ป 30-39 ป 20-29 ป 15-19 ป พ.ศ. 2549 2551 2553 2555 2557 2559 2561 2563 2565 2567 2569 2571 2573 อัตราสวนพึ่งพิงผูสูงอายุ (60 ปขึ้นไป) ที่มา: การสำรวจภาวะการทำงานของประชากร (ไตรมาส 1) สำนักงานสถิติแหงชาติ อัตราสวนพึ่งพิงวัยเด็ก (0-14 ป) ที่มา: การคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ. 2543-2573, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ หมายเหตุ: อัตราสวนพึ่งพิงรวม หมายถึงจำนวนประชากรเด็กและประชากรสูงอายุตอจำนวนประชากรวัยแรงงาน 100 คน อัตราสวนพึ่งพิงวัยเด็ก คำนวณจาก ประชากรวัยเด็ก หาร ประชากรวัยแรงงาน คูณ 100 อัตราสวนพึ่งพิงผูสูงอายุ คำนวณจาก ประชากรผูสูงอายุ หาร ประชากรวัยแรงงาน คูณ 100 โครงสรางอายุกำลังแรงงานไทย พ.ศ. 2553 จำแนกตามภาคการจางงาน แรงงานในระบบ (14.6 ลานคน) 1.9% 12.5% 22.8% 28.3% 3.5% 11.5% 20.0% 26.4% 30-39 ป 40-49 ป 50-59 ป 60 ปขึ้นไป 16.7% 21.8% แรงงานนอกระบบ (24.1 ลานคน) 3.5% ผลิตภาพแรงงานไทยในภาพรวม และในบางอุตสาหกรรม (เกษตรกรรม การผลิต การเงิน) พ.ศ. 2544-2552 500 400 พันบาท/คน/ป 300 200 100 0 283.0 225.6 95.7 20.6 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 การผลิต เกษตรกรรม การลาสัตวและการปาไม การเปนส�อกลางทางการเงิน 443.9 309.7 113.0 22.2 2552 รวม พ.ศ. 31.0% 15-19 ป 20-29 ป ทีมา: การสำรวจแรงงานนอกระบบ (การสำรวจในไตรมาส 3) สำนักงานสถิตแหงชาติ ่ ิ โครงสรางผลิตภัณฑมวลรวมในประเทศ (GDP) และโครงสรางกำลังแรงงาน พ.ศ. 2553 โครงสรางผลิตภัณฑมวลรวมในประเทศ (GDP) โครงสรางกำลังแรงงาน 8.3% 61.7% 91.7% ภาคเกษตร นอกภาคเกษตร 38.3% ที่มา: การสำรวจภาวะการทำงานของประชากร สำนักงานสถิติแหงชาติ ประมวลผลเปนคาเฉลี่ย 4 ไตรมาส โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ รายไดตอเดือนเฉลี่ยของประชากรอายุ 15 ปขึ้นไป จำแนกตามอายุ พ.ศ. 2552 12,000 10,000 บาท/เดือน 8,000 6,000 4,000 2,000 15 18 21 24 27 30 33 36 39 42 45 48 51 54 57 60 63 66 69 72 75 78 81 84 87 90 ปขนไป ้ึ 0 อายุ (ป) รายไดเฉลี่ยตอเดือน เสนแนวโนมโพลีโนเมียล (รายไดเฉลี่ยตอเดือน) เม�อเขาสู วัยสูงอายุ (อายุ 60 ปขึ้นไป) ที่มา: สถานการณความยากจนและความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ, 2554 สัดสวนรายไดครัวเรือนทั้งประเทศ จำแนกตามประเภทรายจาย พ.ศ. 2544-2552 100 8.1 4.9 80 รอยละ 60 40 86.9 88.8 20 0 2544 2545 88.3 87.2 87.5 86.0 81.7 82.2 82.9 พ.ศ. 2552 6.1 5.1 6.5 5.1 7.5 5.3 7.1 5.4 8.2 5.8 12.3 6.1 11.6 11.0 6.1 6.1 ที่มา: คำนวนจากขอมูล การวิเคราะหความสัมพันธระหวางการเปลี่ยนแปลง โครงสรางประชากรกับ ความเหลื่อมล้ำทางรายได ในประเทศไทย (สวรัยและคณะ, 2554) หมายเหตุ: รายได ในที่นี้ รวมถึงรายไดจากการทำงาน รายไดที่ ไม ไดเกิดจากการทำงาน (เชน เงินที่ ไดรับ ความชวยเหลือจากบุคคลอื่นนอกครัวเรือน/รัฐ) รายไดจากทรัพยสิน (เชน ดอกเบี้ย) และรายได ที่บุคคลไดรับในรูปสวัสดิการ/สินคา และบริการตางๆ 2546 2547 2548 2549 2550 2551 การออม รายจายเพ�อการบริโภค รายจายอ�นๆ รอยละคนจนตอประชากรทั้งหมด และรอยละของคนจนทั้งหมดจำแนกตามกลุมอายุ พ.ศ. 2539-2553 รอยละคนจนตอประชากรทั้งหมด 21.0 รอยละของคนจนทั้งหมด 17.5 14.9 11.2 20 0 34.6 2539 2541 32.8 2543 2545 2547 2549 2550 2551 2552 2553 9.6 6.5 8.9 8.1 7.7 49.9 15 10 ที่มา: รายไดประชาชาติของประเทศไทย ฉบับป พ.ศ. 2552, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ผูสูงอายุ (60 ปขึ้นไป) วัยแรงงาน (15-59 ป) วัยเด็ก (<15 ป) รอยละคนจนตอประชากรทั้งหมด (%) ที่มา: ขอมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน สำนักงานสถิติแหงชาติ ประมวลผลโดยสำนักพัฒนา ฐานขอมูลและตัวชี้วัดภาวะสังคม, สำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ พ.ศ. 24 สุขภาพคนไทย 2555 ครอบครัวและ คณะท�ำงำนสุขภำพคนไทย การเกื้อหนุนทางสังคม “เทียบกับ 40-50 ปีก่อน ครัวเรือนไทยมีขนาดเล็กลงถึง 1.8 เท่า ในปี 2553 มีสมาชิกโดยเฉลี่ยเพียงประมาณ 3 คน” ด้วยอายุคาดเฉลียทียนยาวขึนของคนไทย ในขณะทีอตรา ่ ่ื ้ ่ั เกิดลดต�่าลงอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยก�าลังเคลื่อนสู่ การเป็น “สังคมผู้สูงอายุ” อย่างสมบูรณ์ การสร้าง ความเข้มแข็งของการเกื้อหนุนทางสังคมต่อผู้สูงอายุใน รูปแบบต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมเพื่อสร้างหลักประกัน ทางรายได้ยามชราจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องพิจารณา “ครอบครัว” หรือ “ครัวเรือน” ยังคงเป็น “สถาบัน” ที่มีบทบาทส�าคัญในการเกื้อหนุนทางสังคมแก่สมาชิก เมือยามสูงอายุ กระนัน สถาบันนีกอยู่ในช่วงการเปลียนแปลง ่ ้ ้็ ่ หรือเปลียนผ่านด้วยเช่นกัน จากการทีผสงอายุมจานวน ่ ่ ู้ ู ี� มากขึ้นและหลายคนพักอาศัยอยู่กับลูกหลาน ท� าให้ ปัจจุบันสัดส่วนของครัวเรือนที่เป็น “ครัวเรือนขยาย” มี เพิมมากขึน โดยคิดเป็นกว่า 1 ใน 3 ของครัวเรือนทังหมด ่ ้ ้ ในขณะที่ “ครัวเรือนเดี่ยว” มีสัดส่วนลดลง อย่างไรก็ดี ข น า ด ค รั ว เ รื อ น ไ ท ย โ ด ย เ ฉ ลี่ ย ก ลั บ พ บ ว ่ า ลดลงอย่างต่อเนืองอยูทเพียง 3 คน ในปี 2553 ค�าถาม ่ ่ ี่ ที่ตามมา คือ ใน 3 คนนั้น หาก 1 หรือ 2 คน เป็น ผู้สูงอายุ สมาชิกที่เหลือในครอบครัวจะสามารถดูแล และเกื้ อ หนุ น ผู ้ สู ง อายุ ไ ด้ เ หมื อ นในอดี ต ได้ อ ย่ า งไร สิ่งนี้สะท้อนต่อมุมมองของคนไทยที่เริ่มเปลี่ยนไปว่า แหล่งเงินหรือรายได้ที่ส�าคัญในยามชราคงต้องมาจาก การท�างานเลี้ยงตนเองเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนที่มักจะ คาดหวังจากลูกหลาน ในก� า ลั ง แรงงานไทยทั้ ง สิ้ น กว่ า 38 ล้ า นคน มีเพียงไม่ถึง 1 ใน 3 เท่านั้นที่มีหลักประกันทางรายได้ เมื่ อ เข้ า สู ่ วั ย ชรา (หากไม่ นั บ รวมการได้ เ บี้ ย ยั ง ชี พ ผูสงอายุ 500 บาท) ในจ�านวนนี้ 9.7 ล้านคน อยูภายใต้ ้ ู ่ กองทุนประกันสังคม ซึงให้สทธิประโยชน์ กรณีชราภาพ ่ ิ และ 1.2 ล้านคน ภายใต้กองทุนบ�าเหน็จบ�านาญข้าราชการ เมือความสามารถในการเกือหนุนจากครัวเรือนมีแนวโน้ม ่ ้ ลดลง อีกทัง ความครอบคลุมของการคุมครองทางสังคม ้ ้ ในกรณีนี้ก็ยังมีค่อนข้างต�่า จึงมีค�าถามว่าผู้สูงอายุใน อนาคตจะคาดหวังการเกื้อหนุนทางสังคมจากแหล่งอื่น ใดได้บ้าง น่ายินดีที่ “ดัชนีความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน ในสังคมไทย” ได้ชี้ ให้เห็นถึงความเข้มแข็งของชุมชนไทย ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพอจะ ท�าให้มีความหวังว่า “ชุมชน” อาจจะเป็นค�าตอบของ ข้อค�าถามข้างต้นก็เป็นได้ 11 ตัวชีวดประชากรไทยกับสุขภาพ 25 ้ั รอยละครัวเรือน จำแนกตามประเภทครัวเรือน พ.ศ. 2530-2553 100 80 รอยละ 60 40 20 0 2530 2535 2540 2545 2550 2553 พ.ศ. 65.6 64.4 59.1 57.6 0.7 6.1 27.6 1.1 7.2 27.4 0.9 8.3 31.7 0.8 9.8 31.8 0.7 11.2 33.7 54.5 0.6 12.6 34.5 52.3 กำลังแรงงานไทย และจำนวนสมาชิกของกองทุนเพ�อการสรางหลักประกันดานรายได ยามชราที่มี ในปจจุบัน พ.ศ. 2545-2553 45,000 40,000 35,000 30,000 25,000 20,000 15,000 10,000 5,000 0 34,262 34,902 35,718 36,132 36,429 36,942 37,700 38,427 38,643 พันคน อยูกับผูที่ ไมใชญาติ ครัวเรือนคนเดียว ครัวเรือนขยาย ครัวเรือนเดี่ยว 7,048 1,298 1,160 7,609 1,419 1,161 161 8,032 1,519 1,149 164 8,467 1,666 1,163 163 8,860 1,810 1,177 160 9,182 1,915 1,176 157 9,294 2,054 1,168 153 9,425 1,198 1,161 147 9,703 2,132 1,156 141 ที่มา: มิติหญิงชาย สำนักงานสถิติแหงชาติ และสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหวางประเทศ, 2554 หมายเหตุ: (1) ครัวเรือนเดี่ยว หมายถึง ครัวเรือนที่มีเพียงสามีและภรรยา, หรือ พอ แม และลูก, หรือพอหรือแมและลูก (2) ครัวเรือนขยาย หมายถึง ครัวเรือนที่มีสมาชิกหลายๆ รุนอาศัย อยูดวยกัน เชน พอ แม ลูก ปู ยา ตา ยาย ลุงปา นาอา 154 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 กองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญขาราชการ (กบข.) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กำลังแรงงานรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับลูกจางประจำ ของสวนราชการซึ่งจดทะเบียนแลว (กสจ.) ที่มา: ระบบฐานขอมูลดานสังคมและคุณภาพชีวิต สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ, 2554 ขนาดครัวเรือนไทยโดยเฉลี่ย พ.ศ. 2503-2553 6 5 4 3 2 1 0 5.6 5.7 รูปแบบการดูแลผูสูงอายุโดยชุมชน* รูปแบบ/โครงการ แนวคิดและลักษณะการดูแลผู้สูงอายุ รูปแบบการดูแลและคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุ ในชุมชน ด้วยการเปิดรับสมาชิกในชุมชนเข้าร่วม เป็นอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุถึงบ้าน โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุที่ขาดผู้ดูแลและประสบปัญหาทางสังคม ส่งเสริมการวมกลุ่มของผู้สูงอายุในรูปแบบของชมรม เพื่อให้ท�ากิจกรรมร่วมกันอย่างสม�่าเสมอและท�างานกับ ภาคีเครือข่ายในชุมชน จัดระบบสวัสดิการให้ผู้สูงอายุผ่านกองทุนสวัสดิการ ต�าบลส�าหรับคนทุกช่วงวัย รวมถึงการจ่ายเบี้ยยังชีพ หรือบ�านาญเดือนละ 300 บาทส�าหรับผู้สูงอายุ ที่เป็นสมาชิกกองทุนครบ 15 ปี (ปัจจุบันยังไม่มี การจ่ายเนื่องจากอายุกองทุนยังไม่ถึง 15 ปี) รูปแบบระบบบริการการดูแลผู้สูงอายุที่ป่วยเรื้อรังถึงที่ บ้านโดยการเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน ส่งเสริมการจัดและพัฒนาสภาพแวดล้อมภายในวัด ให้มีสุขอนามัย สะอาด ร่มรื่นและเป็นระเบียบ เหมาะแก่การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพแก่ ผู้สูงอายุและคนในชุมชน จัดตั้งศูนย์กลางในชุมชนเพื่อให้ผู้สูงอายุเข้ามา ท�ากิจกรรมที่จะเสริมสร้างหรือขยายโอกาส การได้รับ ความรู้ การพัฒนาทักษะ และพัฒนาตนเอง ทั้งด้านร่างกายจิตใจ อารมณ์ สังคมและภูมิปัญญา ร่วมกันและร่วมกับสมาชิกในชุมชน โครงการเตรียมความพร้อมให้คนในชุมชน ก่อนที่จะเข้าสู่วัยสูงอายุผ่านกิจกรรมส่งเสริม คุณภาพชีวิตควบคู่กับกิจกรรมดูแลผู้สูงอายุ ในชุมชน ผลการด�าเนินการ ปี 2546-2553 มีพื้นที่ด�าเนินการแล้ว 2,800 เขต อปท. เหลือพื้นที่เป้าหมายที่ต้องด�าเนินการ ภายในปี 2556 อีก 4,970 เขต อปท. ข้อมูล ณ สิ้นปี 2554 มีจ�านวนชมรมทั้งสิ้น 23,069 แห่ง ณ สิ้นปีงบประมาณ 2553 กองทุนได้จัดตั้งแล้วจ�านวน 3,443 กองทุน จาก 26,549 หมู่บ้าน จ�านวนสมาชิก 1,446,262 คน กองทุนรวม 790.72 ล้านบาท ปัจจุบันทุกจังหวัดจะมีต�าบลต้นแบบ ในการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว อย่างน้อยจังหวัดละ 1 ต�าบล ปี 2553 วัดที่ผ่านเกณฑ์ประเมินดีเด่น มีจ�านวน 669 วัด ผ่านเกณฑ์ประเมินขั้นพื้นฐาน จ�านวน 2284 วัด ขยายโครงการน�าร่องจาก 7 เป็น 9 ศูนย์ใน 6 จังหวัด 1 อาสาสมัครดูแล ผู้สูงอายุที่บ้าน (อผส.) (เริ่ม 2545) 2 ชมรมผู้สูงอายุ พ.ศ. 5.2 4.4 3.9 คน 3.2 2503 2513 2523 2533 2543 2553 ที่มา: สำมะโนประชากรและเคหะ หมายเหตุ: ขอมูล พ.ศ. 2553 มาจากสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2553 (รายงานผลลวงหนา) รอยละของประชาชน จำแนกตามแหลงเงินที่สำคัญที่สุด ในการเลี้ยงตนเองยามชรา พ.ศ. 2550 และ 2554 บำเหน็จ บำนาญ เบี้ยยังชีพจากรัฐบาล คูสมรส เงินออม ทรัพยสิน การทำงานเลี้ยงชีพ บุตร 3.1 4.0 4.0 4.4 3 กองทุนสวัสดิการ ชุมชนส�าหรับ ผู้สูงอายุ (เริ่ม 2543) 4. การดูแลสุขภาพ ผู้สูงอายุที่บ้าน ศูนย์ Home Health Care (เริ่ม 2548) 5. โครงการ วัดส่งเสริมสุขภาพ (เริ่ม 2546) 6.6 7.4 2554 2550 21.7 22.7 27.2 29.6 33.9 32.6 รอยละ 6. ศูนย์อเนกประสงค์ ส�าหรับผู้สูงอายุ 0 5 10 15 20 25 30 35 ในชุมชน ที่มา: สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความรูและทัศนคติ (เริ่ม 2549) ที่มีตอผูสูงอายุ พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2554 สำนักงานสถิติแหงชาติ ดัชนีความอยูเย็นเปนสุขรวมกันในสังคมไทย พ.ศ. 2549-2553 80 70 60 50 40 30 20 10 0 7. การดูแลส่งเสริม คุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุในชุมชน (เริ่ม 2551) เตรียมความพร้อมสู่วัยสูงอายุ 16,640 คน ครอบครัวสัมพันธ์ 21,095 คน ชุมชนร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ 2,523 หลัง ออมเพื่อสวัสดิการผู้สูงอายุในชุมชน 32 กลุ่ม 10 จังหวัด สร้างรายได้จากภูมิปัญญาผู้สูงอายุ 5,234 คน ปี 2552 มีชมรม 150 แห่ง ผู้สูงอายุ 3,750 คน ภายในเดือนตุลาคม 2557 มีแบบจ�าลองรูปแบบบริการสุขภาพ และสวัสดิการสังคมโดยชุมชน ส�าหรับผู้สูงอายุไปใช้ทั่วประเทศ อย่างน้อยร้อยละ 15 ของต�าบล ในแต่ละจังหวัด รอยละ 66.3 2549 65.9 2550 67.9 2551 65.7 2552 66.8 2553 พ.ศ. 8. อาสาสมัคร เพื่อนช่วยเพื่อน 9. โครงการพัฒนารูป แบบบริการสุขภาพและ สวัสดิการสังคมเชิง บูรณาการ โดยชุมชน ส�าหรับผู้สูงอายุใน ประเทศไทย (CTOP) (2550) ดูแลผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้โดยอาสาสมัครซึ่ง เป็นผู้สูงอายุด้วยกันแต่ยังสามารถพึ่งพาตัวเองได้อยู่ โดยมีการเยี่ยมเยือน ช่วยเหลือกิจกรรมการด�ารงชีวิต ประจ�าวันให้สามารถอยู่ในชุมชนได้อย่างปกติ เพื่อสร้างและส่งเสริมรูปแบบการบริการสุขภาพ และสวัสดิการสังคมโดยชุมชนส�าหรับผู้สูงอายุ ในพื้นที่เป้าหมาย 4 จังหวัด ได้แก่ ต�าบลยางฮอม อ�าเภอ ขุนตาล จังหวัดเชียงราย ต�าบลสะอาด อ�าเภอน�าพอง จังหวัดขอนแก่น ต�าบลบางสีทอง อ�าเภอ ้ บางกรวย จังหวัดนนทบุรี ต�าบลบ้านนา อ�าเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดัชนีความอยูเย็นเปนสุข การมีสุขภาวะ ครอบครัวอบอุน ชุมชนเขมแข็ง เศรษฐกิจเขมแข็ง และเปนธรรม สภาพแวดลอม และระบบนิเวศสมดุล สังคมประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล ที่มา: การติดตามประเมินผลการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ หมายเหตุ: (1) ดัชนีความอยูเย็นเปนสุข ประกอบดวย 6 ดัชนีองคประกอบยอย ไดแก ดัชนีการมีสุขภาวะ ดัชนีครอบครัวอบอุน ดัชนีชุมชนเขมแข็ง ดัชนีเศรษฐกิจเขมแข็งและเปนธรรม ดัชนีสภาพแวดลอมและ ระบบนิเวศสมดุล ดัชนีสังคมประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล (2) รอยละ 90-100 = ระดับดีมาก; รอยละ 80-89.9 = ระดับดี; รอยละ 70-79.9 = ระดับปานกลาง; รอยละ 60-69.9 = ระดับ ตองปรับปรุง; นอยกวา รอยละ 60 = ระดับเรงแก ไข ที่มา: อนามัยผูสูงอายุ กรมอนามัย, สมาคมสภาผูสูงอายุแหงประเทศไทยฯ, มูลนิธิสถาบันวิจัย และพัฒนาผูสูงอายุ, และขอมูล CTOP จากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย และองคกรความรวมมือระหวางประเทศของญี่ปุน หมายเหตุ: รูปแบบ/โครงการที่ ไดรับการสนับสนุนจากหนวยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงการพัฒนาและความมั่นคง ของมนุษย (พม.) กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทยและองคกรความรวมมือระหวางประเทศของญีปน. ่ ุ 26 สุขภาพคนไทย 2555 ความเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม คณะท�างานสุขภาพคนไทย “คนไทยจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกในไม่ช้านี้” กำรด�ำเนินชีวิตและกิจวัตรในแต่ละวันของมนุษย์ ล้วนแต่ สร้ำงหรือทิง “รอยเท้ำ” ไว้ ให้กบธรรมชำติและสิงแวดล้อม ้ ั ่ เกือบทั้งสิ้น ทั้งกำรบริโภค กำรผลิตสินค้ำและบริกำร กำรเดินทำง กำรติดต่อสื่อสำร หรือแม้แต่กำรท�ำงำน ในส�ำนักงำน กิจกรรมทังหลายเหล่านี้ ใช้ “พลังงาน” ไม่ทางใด ้ ก็ทางหนึ่งจากธรรมชาติ และในขณะเดียวกัน ก็ปล่อย “ของเหลือ” หรือ “ของเสีย” กลับคืนสู่ธรรมชาติด้วย ปริมาณการใช้พลังงาน และ ปริมาณการปล่อย ก๊ า ซคาร์ บ อนไดออกไซด์ หรื อ “ก๊ า ซเรื อ นกระจก” มีความสัมพันธ์กับระดับการพัฒนาประเทศอย่างเห็น ได้ชัด ประเทศพัฒนาแล้วกลุ่ม OECD มี “ปริมาณการ ใช้” และ “ปริมาณการปล่อย” ต่อคนสูงกว่าประเทศไทย ถึง 2.5-3 เท่า ส�าหรับประเทศไทย ปริมาณดังกล่าว เพิมสูงขึนอย่างต่อเนือง โดยเฉพาะในช่วงปี 2530-2539 ่ ้ ่ ซึ่งเป็นปีที่ประเทศมีการขยายตัวและการเติบโตทาง เศรษฐกิจอย่างสูง ในปี 2551 ปริมาณการใช้พลังงาน ของประเทศสูงถึง 1,503.7 (เทียบเท่า) กิโลกรัมน�้ามัน ต่อคน และในปี 2552 ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สูงถึง 4.2 เมตริกซ์ตันต่อคน ต�่ากว่าค่าเฉลี่ยของโลก เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งหากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ต่อไป “ปริมาณการใช้” และ “ปริมาณการปล่อย” ของไทย จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกในไม่ช้าอย่างแน่นอน “ความเป็นมิตรกับสิงแวดล้อม” เป็นเรืองทีทกฝ่าย ่ ่ ่ ุ ให้ความส�าคัญเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ทั้งความพยายาม ในการประเมินผลกระทบของผลิตภัณฑ์หรือกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ทีมตอภาวะโลกร้อน โดยวัดจาก “คาร์บอน ่ ี ่ ฟุตปริ้นท์” หรือการก�าหนดฉลากผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกและปรับ พฤติกรรมการบริโภคของตน ให้มีลักษณะ “รักษ์ โลก” เพิ่มมากขึ้น การส�ารวจเมือไม่นานนี้ พบว่า คนไทยมีพฤติกรรม ่ ทีสะท้อนถึงจิตส�านึกและการรับรูตอปัญหาภาวะโลกร้อน ่ ้ ่ ที่ดี ในหลายด้าน เช่น ด้านการประหยัดพลังงานและ เชื้อเพลิง การน�ากลับมาใช้ ใหม่และการเลือกซือเลือกใช้ ้ สิงของอุปโภค บริโภคทีคานึงถึงผลกระทบต่อสิงแวดล้อม ่ ่ � ่ อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมในการทิ้งและแยกขยะ เช่น ขยะอันตราย หรือ ขยะทีสามารถน�ากลับมาผลิตใช้ ใหม่ ่ (recycle) ยังเป็นเรืองส�าคัญทีตองรณรงค์และสนับสนุน ่ ่ ้ ต่อไป 11 ตัวชีวดประชากรไทยกับสุขภาพ 27 ้ั Carbon Footprint (CF) หมายถึง ปริมาณกาซเรือนกระจกที่ปลอยออกมาจากผลิตภัณฑหรือกิจกรรมตางๆ สูบรรยากาศคำนวณออกมาในรูปคารบอนไดออกไซดเทียบเทา จากการวัดทางตรงหรือทางออม • ทางตรง เปนการวัดปริมาณกาซเรือนกระจกที่ปลอยออกมาจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นโดยตรง เชน การเผาไหมของเชื้อเพลิง รวมถึงการใชพลังงานในครัวเรือนและยานพาหนะ • ทางออม เปนการวัดปริมาณกาซเรือนกระจกจากผลผลิต หรือผลิตภัณฑที่เราใช โดยคำนวณรวมทั้งกระบวนการผลิต ตั้งแตกระบวนการไดมาซึ่งวัตถุดิบ การเพาะปลูก การแปรรูป การขนสง การใชงาน รวมไปถึงกระบวนการจัดการซาก ผลิตภัณฑหรือบรรจุภัณฑหลังการใชงาน เรียกไดวาตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ (LCA: Life Cycle Assessment) Carbon Footprint ของเคร�องใชสำนักงาน (ขนาดกลาง ความเร็วในการถายเอกสาร เทากับ 44 หนาตอนาที) 0.98 (คอมเพรสเซอร ทำงานที่รอยละ 70) Carbon Footprint ของการเดินทาง 0.0900 0.0470 เคโรซีน ดีเซล มีเทน มีเทน ไฟฟา 0.79 0.05 จอ 15 นิ้ว จอ 14 นิ้ว จอ 17 นิ้ว 24,000 บีทียู 20,000 บีทียู 18,000 บีทียู 0.04 0.07 0.000 เบนซิน (CNG/NGV) (CNG/NGV) คอมพิวเตอร เคร�องปรับอากาศ เคร�องพิมพ (ชนิดเลเซอร) เคร�องถายเอกสาร เคร�องบิน รถไฟ รถแท็กซี่ รถโดยสารประจำทาง รถไฟฟา จักรยาน รถยนตสวนบุคคล ปริมาณการปลอยกาซเรือนกระจก (kg CO2e/kWh) ปริมาณการปลอยกาซเรือนกระจก (kg CO2e/km/คน) ที่มา: คูมือ คลายรอนให โลก (ที่) รัก, โดย สำนักสิ่งแวดลอม กรุงเทพมหานคร และองคการความรวมมือระหวางประเทศของญี่ปุน (JICA) ฉลากผลิตภัณฑที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม และลดการปลอยกาซเรือนกระจก ฉลากประหยัดไฟเบอร 5 ฉลากประสิทธิภาพสูง เปนฉลากรับรองประสิทธิภาพ อุปกรณไฟฟา เคร�องใชไฟฟา วามีคุณภาพไดมาตรฐานและประหยัด พลังงาน เปนฉลากแสดงคาประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ ซึ่งไดรับการรับรองวามีประสิทธิภาพสูง ชวยใหประหยัด พลังงานและคาใชจายดานพลังงาน ฉลากเขียว เปนเคร�องหมายที่รับรองวาเปนผลิตภัณฑที่มีคุณภาพ ไดมาตรฐาน และสงผลกระทบตอสิ่งแวดลอมนอย Carbon Footprint Cool Mode เปนฉลากแสดงปริมาณกาซเรือนกระจกที่ปลอยออกมา จากผลิตภัณฑแตละหนวย ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ เปนเคร�องหมายสําหรับเสื้อผาลดโลกรอน (ผลิตจากเสนใยที่มีคุณสมบัติระบายความรอนไดดี ทนทานและปราศจากสารกอมะเร็ง) ฉลากลดคารบอน เปนฉลากที่แสดงวามีการลดการปลอยกาซเรือนกระจก ออกสูบรรยากาศ ในกระบวนการผลิตตอหนวยผลิตภัณฑ ที่มา: คูมือ คลายรอนให โลก (ที่) รัก, โดย สำนักสิ่งแวดลอม กรุงเทพมหานคร และองคการความรวมมือระหวางประเทศของญี่ปุน (JICA) รอยละของประชาชน จำแนกตามพฤติกรรมการปฏิบัติเพ�อลดภาวะโลกรอน พ.ศ. 2552 การซื้อสินคาอุปโภค บริโภค เลือกผลิตภัณฑที่มีฉลากแสดงความเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม ปริมาณขยะมูลฝอยที่เก็บรวบรวมไดตอวัน จำแนกตามภูมิภาค ภูมิภาค กรุงเทพฯ กลาง เหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ใต รวม จำนวน ประชากร (1) 8.3 18.1 11.6 19.0 8.9 65.9 ปริมาณขยะมูลฝอยทีเ่ ก็บรวบรวมไดตอวัน  ปริมาณรวม ปริมาณตอคน (1,000 กิโลกรัม) (กิโลกรัม) (2) (3) = (2) /(1) 8,766 1.06 9,679 0.53 6,524 0.56 1,143 0.60 5,133 0.58 41,532 0.63 90.0 นำของที่ใชแลวกลับมาใชใหม 94.0 ใชถุงผาเม�อไปซื้อสินคา 66.3 เลือกสินคาแบบเติมได (refill) 93.2 เลือกใชสินคาที่มีบรรจุภัณฑยอยสลายงาย 77.3 ขับรถความเร็วไมเกิน 90 กม. 82.4 ใชรถสาธารณะเปนหลักในการเดินทาง 66.3 ใชพลังงานทางเลือก (แกสโซฮอล/ไบโอดเีซล) 67.8 เลือกใชที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร 5 90.3 ปดไฟทุกครั้งที่ ไมมีใครอยู 97.6 ใชหลอดไฟแบบประหยัดพลังงาน 88.8 0 แยกขยะทุกครั้งกอนทิ้ง 38.5 20 40 60 80 61.5 10.0 6.0 33.7 6.8 22.7 ปฏิบัติ 17.6 33.7 ไมปฎิบัติ 32.2 9.7 2.4 11.2 รอยละ 100 การใชเคร�องใชไฟฟา การเดินทาง ภายในบาน ที่มา: โครงการสำรวจความคิดเห็นและทัศนคติทางสังคมรายไตรมาสเรื่อง “ภาวะโลกรอนกับสังคมไทย”, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ, 2552 ที่มา: (1) สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2553 (รายงานผลลวงหนา) (2) (ราง) รายงานสถานการณมลพิษของไทย ป 2553, กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม (มิถุนายน 2554) ปริมาณการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดตอคน (CO2 Emission per capita) ของประเทศไทยเปรียบเทียบกับประเทศอ�น พ.ศ. 2503-2551 ปริมาณการปลอยกาซ CO2 ตอคน (เมตริกตัน) 12 10 8 6 4 2 2503 2505 2507 2509 2511 2513 2515 2517 2519 2521 2523 2525 2527 2529 2531 2533 2535 2537 2539 2541 2543 2545 2547 2549 2551 0 ประเทศไทย พ.ศ.2551 = 4.2 เมตริกซตันตอคน กลุมประเทศ OECD โลก (เฉลี่ย) ประเทศไทย GDP ของประเทศไทย ขยายตัวเฉลี่ย รอยละ 9.5 ตอป ระหวาง พ.ศ. 2530-2539 ปริมาณการใชพลังงานตอคน (เทียบเทา ก.ก. น้ำมัน) 5,000 4,000 3,000 2,000 1,000 ปริมาณการใชพลังงานตอคน (Energy Use per capita) ของประเทศไทย เปรียบเทียบกับประเทศอ�น พ.ศ. 2514-2552 GDP ของประเทศไทย ขยายตัวเฉลี่ย รอยละ 9.5 ตอป ระหวาง พ.ศ. 2530-2539 ที่มา: "World Development Indicators", The World Bank [http://data.worldbank.org/indicator; เขาถึง 30 พ.ย. 2554] เปนขอมูลจาก Carbon Dioxide Information Analysis Center, US. ที่มา: "World Development Indicators", The World Bank [http://data.worldbank.org/indicator; เขาถึง 30 พ.ย. 2554] เปนขอมูลจาก International Energy Agency (IEA) 2516 2516 2518 2520 2522 2524 2526 2528 2530 2532 2534 2536 2538 2540 2542 2544 2546 2548 2550 2552 กลุมประเทศ OECD โลก (เฉลี่ย) ประเทศไทย 0 ประเทศไทย พ.ศ.2552 = 1,503.7 (เทียบเทา) ก.ก. น้ำมัน 28 สุขภาพคนไทย 2555 ระบบ บริการสุขภาพ นายแพทยภูษิต ประคองสาย สํานักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหวางประเทศ “ป 2563 ตองการพยาบาล นักกายภาพบําบัด นักสังคมสงเคราะห เพื่อดูแลผูสูงอายุมากถึง 40,000 คน” จากการเปลี่ยนผานทางประชากรของประเทศไทยไปสู ภาวะสังคมผูสูงอายุ อัตราการใชบริการทางสุขภาพ โดยเฉพาะบริ ก ารที่ มี ต  น ทุ น สู ง มี แ นวโน ม เพิ่ ม สู ง ขึ้ น แม ในปจจุบันคนไทยเกือบทั้งหมดจะมีหลักประกันทาง สุขภาพ แตยังคงมีความเหลื่อมลํ้าในการเขาถึงบริการ นับตังแตมการดําเนินโครงการหลักประกันสุขภาพ ้ ี ถวนหนา (โครงการ “30 บาทรักษาทุกโรค”) ในป 2544 เปนตนมา กลาวไดวา คนไทยทุกคนมีหลักประกันทีชวย  ่ ใหสามารถเขาถึงบริการทางสุขภาพทีจาเปนได โดยไมมี ่ํ อุปสรรคดานการเงิน ซึงจากการบรรลุหลักประกันสุขภาพ ่ ถวนหนา โดยใชภาษีเปนแหลงการคลังสุขภาพสงผลให ภาระคาใชจายสุขภาพรวมจากภาคเอกชนและครัวเรือน  ของไทยเมื่อคิดเปนสัดสวนของรายจายสุขภาพรวมทั้ง ประเทศ ลดลงจากรอยละ 44 ในป 2544 เหลือเพียง ประมาณ รอยละ 25 ในป 2552-53 การมีหลักประกันสุขภาพอยางถวนหนา ชวยให “การเขาถึงบริการ” ที่จําเปนของผูปวยดีขึ้น โดยเฉพาะ บริการทางการแพทยที่มีตนทุนสูง ซึ่งพบวา มีแนวโนม การใชบริการเพิ่มขึ้นในชวงที่ผานมา อยางไรก็ดี ยังคง มีความเหลื่อมลํ้าในการเขาถึงบริการดังกลาวภายใต ระบบหลักประกันสุขภาพทีตางกัน รายจายสุขภาพรวม ่  ของประเทศเพิ่มสูงขึ้นอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะตั้งแต เริ่มมี โครงการหลักประกันสุขภาพถวนหนาในทศวรรษ ที่ผานมา (รายจายตอหัวประชากรเพิ่มขึ้นกวา 2 เทา จาก 2,732 บาท ในป 2544 เปน 6,142 บาท ในป 2553) โดยรัฐเปนผูรับภาระถึงประมาณ 3 ใน 4 ซึ่งมี แนวโนมจะมีภาระเพิมขึนในระยะยาว เนืองจากโครงสราง ่ ้ ่ อายุประชากรที่เปลี่ยนไป และโรคเรื้อรัง รวมทั้งการใช เทคโนโลยีราคาแพงมากขึ้น ทําใหการประเมินความ คุมคารวมถึงควบคุมคาใชจายทีเกิดขึนใหมประสิทธิภาพ   ่ ้ ี ทีสดกลายเปนเรืองทีจาเปนตองดําเนินการอยางตอเนือง ่ ุ ่ ่ํ ่ เทียบกับประชากรกลุมอายุอื่น ผูสูงอายุ (60 ป ขึ้นไป) เปนกลุมประชากรที่มีอัตราการใชบริการทั้ง ผูปวยนอกและผูปวยในสูงกวา ถึงประมาณ 2-3 เทา การเตรี ย มความพร อ มของระบบบริ ก ารสุ ข ภาพ โดยเฉพาะทรัพยากรสุขภาพที่จําเปนทั้ง สถานบริการ บุ ค ลากร และงบประมาณ เพื่ อ การให บ ริ ก ารและ การดูแลผูสูงอายุไดอยางทั่วถึงและมีคุณภาพเปนเรื่อง ที่จะตองมีการวางแผนลวงหนา 11 ตัวชีวดประชากรไทยกับสุขภาพ 29 ้ั อัตราการเขารับบริการทางสุขภาพ จำแนกตามกลุมอายุ พ.ศ. 2546-2552 14 12 10 8 6 4 2 0 ผูปวยนอก 0-14 ป 15-44 ป 45-59 ป 60-69 ป 70-79 ป 80 ปขึ้นไป รวม 2549 2550 2552 พ.ศ. 2546 2547 2548 0.35 0.30 0.25 0.20 0.15 0.10 0.05 0.0 ผูปวยใน 0-14 ป 15-44 ป 45-59 ป 60-69 ป 70-79 ป 80 ปขึ้นไป รวม 2550 2552 พ.ศ. ครั้ง/คน/ป ครั้ง/คน/ป 2546 2547 2548 2549 ที่มา: Impacts of Demographic Changes in Thailand (UNFPA, 2011) ภาระโรคของประชากรกอนวัยสูงอายุ (45-59 ป) และวัยสูงอายุ (60 ปขึ้นไป) จำแนกตามเพศ พ.ศ. 2547 0 จำนวนปสุขภาวะที่สูญเสียไปจากโรค (DALYs) (‘000) 20 40 60 80 100 จำนวนปสุขภาวะที่สูญเสียไปจากโรค (DALYs) (‘000) 0 20 40 60 80 100 120 หัวใจและหลอดเลือดหัวใจ มะเร็ง โรคระบบหายใจเรื้อรัง ความผิดปกติเกี่ยวกับการรับสัมผัส จำนวนปที่สูญเสียจากการตายกอนวัยอันควรของประชากรไทย (ชาย) เบาหวาน จำนวนปที่สูญเสียเน�องจากภาวะบกพรองทางสุขภาพของประชากรไทย (ชาย) โรคติดเชื้อ จำนวนปที่สูญเสียจากการตายกอนวัยอันควรของประชากรไทย (หญิง) ความผิดปกติของระบบยอยอาหาร จำนวนปที่สูญเสียเน�องจากภาวะบกพรองทางสุขภาพของประชากรไทย (หญิง) โรคระบบสืบพันธุและระบบปสสาวะ ที่มา: คณะทำงานจัดทำภาระโรคและ การบาดเจ็บโดยไมตั้งใจ ปจจัยเสี่ยงของประเทศไทย, 2552 โรคทางระบบประสาท โรคอ�นๆ วัยสูงอายุ (60 ปขึ้นไป) ดัชนีปสุขภาวะที่ปรับดวยความบกพรองทางสุขภาพ (DALYs) = เปนการวัดสถานะทางสุขภาพของประชากรแบบองครวม ที่วัดภาวการณสูญเสียดานสุขภาพหรือชองวางสุขภาพ โดยแสดงถึงจำนวนปที่สูญเสียไปจากการตายกอนวัยอันควร (YLL) รวมกับจำนวนป ที่มีชีวิตอยูกับความบกพรองทางสุขภาพ (YLD) ปจจัยเสี่ยงสำคัญตอภาระโรคของกลุมประชากรหญิง กอนวัยสูงอายุ (45-59 ป) และกลุมวัยสูงอายุ (60 ปขึ้นไป) พ.ศ. 2547 45-59 ป 60 ปขึ้นไป มะเร็ง หัวใจและหลอดเลือดหัวใจ การบาดเจ็บโดยไมตั้งใจ เอชไอวี/ เอดส โรคทางจิต ความผิดปกติของระบบยอยอาหาร โรคระบบสืบพันธุและระบบปสสาวะ เบาหวาน กลุมโรคกระดูกและกลามเนื้อ โรคติดเชื้อ โรคอ�นๆ กอนวัยสูงอายุ (45-59 ป) คาดประมาณาคาใชจายสุขภาพสวนบุคคล ตามกลุมอายุ พ.ศ. 2551-2558 700,000 600,000 500,000 400,000 300,000 200,000 100,000 0 80 ปขึ้นไป 70-79 ป 60-69 ป 45-59 ป 15-44 ป แรกเกิด -14 ป ลานบาท 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 ที่มา: Impacts of Demographic Changes in Thailand (UNFPA, 2011) พ.ศ. จำนวนปสุขภาวะที่สูญเสียไปจากโรค (DALYs) (‘000) 250 200 150 100 50 0 แนวโนมการใชบริการทางการแพทยที่มีตนทุนสูง พ.ศ. 2547-2550 การใชบริการทางการแพทย ผาตัดกะโหลก สมอง และเย�อหุมสมอง การผาตัดใสเลนสแกวตาเทียม ผาตัดจอประสาทตา ผาตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ผาตัดเสนเลือดหัวใจตีบ การคลอดโดยอาศัยเคร�องมือ การผาทองทำคลอด 2547 35,474 175,396 50,704 70,850 39,460 43,470 186,774 2548 36,398 213,539 53,411 73,034 42,099 51,429 226,143 2549 36,930 241,884 56,682 72,406 45,340 54,021 243,108 2550 37,021 244,000 59,756 73,227 48,019 50,970 257,763 อย ุหรี่ กาย ยนต อล ติด สูง ลสูง ภัย กาศ ภัย ยสูง ภัย วลกา ปลอด ันโลหิต อรอ ผลไมน การสูบบออกกำลังรถจกรยานภคแอลกอฮ พิษทางอา ้ำที่ ไมปลอด พสารเสพ ใชเข็มขัดนิร ั ิโ ีดัชนีม ้ำที่ ไม ความดาวะคอเลสเตการบริโภค าร ู ั ข่ี ร มล าลและน การเส การไม การม าภิบาลและน ขาดกภยของผขบ การบ ภ การ วกนร ั ิ ุข ุขาภิบ การส การส  ม สวมห การไม ที่มา: คณะทำงานจัดทำภาระโรค และปจจัยเสี่ยงของประเทศไทย, 2552 ปจจัยเสี่ยงสำคัญตอภาระโรคของกลุมประชากรชาย กอนวัยสูงอายุ (45-59 ป) และกลุมวัยสูงอายุ (60 ปขึ้นไป) 45-59 ป 60 ปขึ้นไป ที่มา: Administrative data of the CSMBS, SSS, and the UHC schemes, 2004-2007 คาดประมาณความตองการกำลังคนดานสุขภาพเพิ่มเติมสำหรับการดูแลผูสูงอายุ ในป 2553 และ 2563 กำลังคนดานสุขภาพ (1 คน : จำนวนผูสูงอายุ) กำลังคนทีมีในป 2551 2553 ่ พยาบาล (1:200) 97942 23,888 ผูดูแลสุขภาพที่เปนทางการ นักกายภาพบำบัด (1:200) 2000 2,499 นักสังคมสงเคราะห (1:5000) 214 1,528 สมาชิกในครอบครัว (1:1) 499,873 ผูดูแลที่ ไมเปนทางการ ผูดูแล (1:7) 71,410 ที่มา: Impacts of Demographic Changes in Thailand (UNFPA, 2011) หมายเหตุ: เปนการคาดประมาณ ณ ป 2551 2563 33,880 3,708 2,155 741,766 105,967 จำนวนปสุขภาวะที่สูญเสียไปจากโรค (DALYs) (‘000) ก 250 200 150 100 50 ภคแ ารบริโ ภัย ลสูง ยสูง ยนต พติด นอย ังกาย กาศ ภัย ิรภัย ฮอล บุหรี่ ิตสูง อลกอ การสูบวามดันโลห ธที่ ไมปลอด สเตอรอ ีดัชนีมวลกา รถจกรยานเสพสารเสริโภคผลไมรออกกำลลพิษทางอา ้ำที่ ไมปลอดใชเข็มขัดน ั ค สัมพัน ภาวะคอเล การม งผขบข่ี การ การบ ขาดกา ม าลและน การไม ศ อ ู ั ีเพ ั การ ุขาภิบ ิ ยข การม วกนรภ การส  ม สวมห การไม 0 ที่มา: คณะทำงานจัดทำภาระโรค และปจจัยเสี่ยงของประเทศไทย, 2552 30 สุขภาพคนไทย 2555 วิวัฒนาการ คณะท�ำงำนสุขภำพคนไทย กว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบ ความส�าเร็จอย่างสูงในการด�าเนินงานด้านประชากร ท�าให้อัตราการเพิ่มของประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว ความส�าเร็จนี้ เกิดจากนโยบายในด้านต่างๆ ทั้งการลด อัตราการเพิ่มของประชากร และการพัฒนาคุณภาพ ประชากรในด้านการศึกษาและระบบบริการสุขภาพ นโยบายประชากรของไทยอาจแบ่งได้เป็น 3 ช่วง ในช่วงแรก ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 3 ทศวรรษ ระหว่างปี 2513-2539 ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1-7 เป็นช่วงของ “การลดอั ต ราการเพิ่ ม ประชากร” ภายใต้ แ นวคิ ด “ลูกมากจะยากจน” โดยเริมจากการส่งเสริมการวางแผน ่ ครอบครัวโดยสมัครใจในปี 2513 และด�าเนินนโยบาย วิวัฒนาการนโยบายทางประชากร นโยบายประชากร < พ.ศ. 2507-2509 2497 ประชุม World Population Conference ครั้งแรกที่กรุงโรม อิตาลี 2504 UN Population Commission ประกาศ เรื่องนโยบายประชากร 2505 การประชุมใหญ่สหประชาชาติมีข้อมติ เรื่องการเพิ่มประชากรและการพัฒนา 2508 ประชุม World Population Conference ครั้งที่ 2 ที่กรุงเบลเกรด ประเทศยูโกสลาเวีย ทศวรรษ 1960 พัฒนาการของอุปกรณ์ การวางแผนครอบครัว ได้แก่ ยาเม็ดคุมก�าเนิด และห่วงอนามัย ท�าให้การวางแผนครอบครัวขยาย ในวงกว้าง นโยบายทางประชากร “แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ก�าหนดเป้าหมายอัตราเจริญพันธุ์รวม ของคนไทยไม่ต�่ากว่า 1.6 และการศึกษาเฉลี่ยไม่ต�่ากว่า 12 ปี” อย่างจริงจังในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2515-2519) ด้วยการรณรงค์การวางแผนครอบครัวและมาตรการ จูงใจด้านต่างๆ เพือลดจ�านวนบุตร ในช่วงเวลาดังกล่าว ่ การลดอัตราการเพิมประชากรประสบความส�าเร็จอย่าง ่ สูง ท�าให้ ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 6 และ 7 (พ.ศ. 25302539) การวางแผนครอบครัวเริ่มชะลอตัวลง และ ด�าเนินการโดยเน้นเป้าหมายเฉพาะกลุมประชากรมากขึน ่ ้ จากความส�าเร็จในช่วงแรกนี้ น�ามาสูนโยบาย ใน ่ ช่วงทีสอง หรือระหว่างปี 2545-2554 ซึงให้ความส�าคัญ ่ ่ กับ “การรักษาระดับอัตราเจริญพันธุ์ ให้คงที่ ในอัตรา ทดแทน” ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540-2544) ได้ชะลอการวางแผนครอบครัวในพืนทีทมอตราเจริญพันธุ์ ้ ่ ี่ ี ั พ.ศ. 2515-2519 2517 ประชุม World Population Conference ครั้งที่ 3 ที่กรุงบูคาเรส ประเทศโรมาเนียเสนอ World Population Plan of Action (WPPA) เป็นจุดส�าคัญของการ ก�าหนดนโยบาย ประชากรของ ประเทศต่างๆ พ.ศ. 2520-2524 พ.ศ. 2525-2529 2527 ประชุม World Population Conference ที่ Mexico ติดตาม การด�าเนินงานตาม WPPA ระดับนานาชาติ พ.ศ. 2510-2514 2508-2510 แนวคิดเรื่อง สิทธิของพ่อแม่ในการ ก�าหนดขนาดของครอบครัว น�าไปสู่การขับเคลื่อน นโยบายเรื่อง การวางแผนครอบครัว 2513 จัดตั้งกองทุน ประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) เปลี่ยนจาก UN Population Trust Fund 2513 วางแผน ครอบครัว โดยสมัครใจ โครงการโภชนาการชนบท โครงการอนามัยแม่และเด็ก เกี่ยวกับจ�านวน ประชากร ให้ความรู้ด้านโภชนาการ อนามัยแม่และเด็ก ระดับประเทศ (ประเทศไทย) เกี่ยวกับ คุณภาพ ประชากร เกี่ยวกับระบบ บริการสุขภาพ ลดอัตราการเพิ่ม นโยบายด้านสวัสดิการ ประชากรจากร้อยละ 3.0 และกฎหมายเพื่อส่งเสริม เป็น 2.5 ในปี 2519 การลดจ�านวนประชากร ขยายการศึกษาภาค บังคับจากประถม 4 เป็น ประถม 7 ลดอัตราการเพิ่ม ประชากร ให้เป็น 1.5 ในปี 2529 นโยบายสาธารณสุข มูลฐาน 11 ตัวชีวดประชากรไทยกับสุขภาพ 31 ้ั อยู่ ในระดับทดแทนหรือต�่ำกว่ำ เช่น พื้นที่ภำคเหนือ ของประชำกร อย่ำงไรก็ตำม ในช่วงทีสองทีเน้นกำรรักษำ ่ ่ ภำคกลำงและกรุงเทพมหำนคร แต่ยงคงเร่งรัดส่งเสริม อัตรำเจริญพันธุ์ ในระดับทดแทนนั้น ควำมส�ำเร็จของ ั กำรวำงแผนครอบครัวในพื้นที่ที่มีอัตรำกำรเกิดสูง เช่น ต่ำงประเทศยังไม่มี ให้เห็นเป็นรูปธรรม และประเทศไทย ในบำงพื้นที่ของภำคใต้และภำคตะวันออกเฉียงเหนือ เองก็ ไม่มีมำตรกำรที่ชัดเจน ท�ำให้อัตรำเจริญพันธุ์ของ ่ ่ ในแผนพัฒนำฯ ฉบับที่ 9 และ 10 (พ.ศ. 2545-2554) ไทยยังคงลดต�ำลงอย่ำงต่อเนือง ในอนำคตหำกประเทศไทย ได้กำหนดเป้ำหมำยให้ประเทศไทยมี โครงสร้ำงประชำกร จะก�ำหนดทิศทำงนโยบำยส่งเสริมกำรมีบุตร เหมือน � ที่สมดุล และขนำดครอบครัวที่เหมำะสม โดยรักษำ ในหลำยประเทศทีมอตรำเจริญพันธุตำ ก็จะนับเป็นควำม ่ ีั ์ �่ ่ ้ แนวโน้มภำวะเจริญพันธุ์ของประชำกรให้อยู่ ในระดับ ท้ำทำยอย่ำงมำกเมือบริบทของประเทศทังด้ำนเศรษฐกิจ ทดแทนอย่ำงต่อเนือง อย่ำงไรก็ตำม ยุทธศำสตร์ ในช่วง สังคมและครอบครัวล้วนเอื้อต่อกำรมีบุตรน้อยมำกกว่ำ ่ ทีสองนี้ ยังคงไม่ชดเจนในเชิงปฏิบติ ท�ำให้อตรำเจริญพันธุ์ กำรมีบุตรเพิ่ม มำตรกำรหลำกหลำยด้ำนเพื่อกำรมี ่ ั ั ั ของไทยยังคงลดต�ำลงต่อเนือง เหลือเพียงประมำณ 1.5 ประชำกรที่เหมำะสมส�ำหรับประเทศไทยในอนำคต ่ ่ ในปี 2554 ซึงเป็นปีสดท้ำยของแผนพัฒนำฯ ฉบับที่ 10 ่ ุ ในช่วงทีสำม หรือตังแต่ปี 2554 เป็นต้นมำ ่ ้ อัตราการเพิ่มประชากร และอัตราเจริญพันธุรวม พ.ศ. 2513-2554 นโยบำยประชำกรได้ เ น้ น กำรรั ก ษำอั ต รำ เจริญพันธุ์รวมไว้ ไม่ ให้ต�่ำลงไปจำกเดิม โดย 6 อัตราเจริญพันธุรวม (เสนแนวโนมโลจิสติก) ส่ ง เสริ ม กำรมี บุ ต รในคู ่ ส มรสที่ มี ค วำมพร้ อ ม ก� ำ หนดมำตรกำรที่ เ อื้ อ ต่ อ กำรมี บุ ต ร ทั้ ง ใน อัตราการเพิ่มประชากร 3.2 3 ด้ำนภำษีและสวัสดิกำรในกำรเลี้ยงดู รวมถึง 2.7 2.7 2.0 ให้ ค วำมส� ำ คั ญ ต่ อ คุ ณ ภำพของกำรเกิ ด และ 1.1 0.8 0 พ.ศ. กำรพัฒนำคนในประเทศเพิ่มมำกขึ้น < 2513 2514 2519 2524 2529 2534 2539 2544 2549 2554 นโยบำยประชำกรของไทยได้รับอิทธิพล หมายเหตุ: อัตราการเพิ่มประชากร เปนอัตราเพิ่มเฉลี่ยตอป ในชวงเวลา 10 ป ของการทำสำมะโน ประชากรและเคหะ จำกนโยบำยในต่ ำ งประเทศค่ อ นข้ ำ งมำก โดยเฉพำะในช่วงแรกที่เน้นกำรลดอัตรำกำรเพิ่ม พ.ศ. 2540-2544 พ.ศ. 2545-2549 2543 ก�าหนดเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) 8 เป้าหมาย ที่เกี่ยวข้องกับประชากร ได้แก่ เป้าหมายหลักที่ 1 : ขจัดความยากจนและหิวโหย เป้าหมายหลักที่ 2 : ให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษา ระดับประถมศึกษา เป้าหมายหลักที่ 3: ส่งเสริมความเท่าเทียมกัน ทางเพศและส่งเสริมบทบาทสตรี เป้าหมายหลักที่ 4 : ลดอัตราการตายของเด็ก เป้าหมายหลักที่ 5 : พัฒนาสุขภาพสตรีมีครรภ์ เป้าหมายหลักที่ 6 : ต่อสู้โรคเอดส์ มาลาเรีย และโรคส�าคัญอื่นๆ ส่งเสริมเร่งรัดการวางแผน ลดอัตราการเพิ่มประชากร คนไทยมีขนาดครอบครัวที่เหมาะสม รักษาระดับอัตรา ครอบครัว ให้เป็น 1.2 ในปี 2539 เจริญพันธุ์ให้คงที่ ในระดับทดแทน ขยายการศึกษาจาก 6 ปีเป็น 9 ปี ประชาชนมีการศึกษาโดยเฉลี่ยไม่ตากว่า 9 ปี �่ จ�านวนการศึกษา ลดอัตราตายทารกจาก 29 เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจาก 300 บาท/เดือน เฉลี่ยของคนไทย ต่อ 1,000 เป็น 23 ต่อ 1000 เป็น 500 บาท เป็น 10 ปี การเกิดมีชีพ นโยบายผู้สูงอายุระยะยาว เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเริ่มปี 2536 ให้ประชาชนมีสุขภาพดีถ้วนหน้า หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเริ่มปี 2544 ในระยะยาวเป็นไปตามเป้าหมาย และเกณฑ์ความจ�าเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) พ.ศ. 2530-2534 พ.ศ. 2535-2539 2537 ประชุม International Conference on Population and Development (ICPD) กรุงไคโร ประเทศอิยิปต์ เสนอ program of action บูรณาการประชากรและ การพัฒนา ให้ความส�าคัญ กับประเด็นความเท่าเทียมกัน ทางเพศ พ.ศ. 2550-2554 พ.ศ. 2555-2559 รักษาระดับอัตรา เจริญพันธุ์ให้คงที่ ในระดับทดแทน การศึกษาฟรี 15 ปี (2551-2554) เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แบบขั้นบันได รักษาระดับอัตราเจริญพันธ์ุ ไม่ให้ต�่ากว่า 1.6 ส่งเสริม มาตรการเอื้อต่อการมีบุตร จ�านวนการศึกษาเฉลี่ยของ คนไทยเป็น 12 ปี, ระดับค่า เฉลี่ยเชาว์ปัญญาของเด็กไม่ ต่ากว่าค่ากลางมาตรฐาน สากลที่ระดับ 100 10 สถานการณ์เด่น ทางสุขภาพ 34 มหาอุทกภัย ในรอบ 100 ปี สัญญาณเตือนให้ปรับตัว น�้า น�าท่วมคราวนีเริมขึนปลายเดือนกรกฎาคม 2554 ้ท ้ ่ ้ กลืนกินผืนดินกว่า 150 ล้านไร่ ใน 65 จังหวัด 684 อ�าเภอ ประชาชนเดือดร้อน 4,086,138 ครัวเรือน 13,595,192 คน เสียชีวิต 815 ราย สูญหาย 3 คน3 ความเสียหายขยายวงกว้างไปทุกภาคส่วน ทั้งภาค เกษตร อุตสาหกรรม แหล่งศิลปวัฒนธรรม โครงสร้าง สาธารณูป โภค สิงแวดล้อม รวมแล้วกว่า 1.42 ล้าน ่ ล้านบาท นิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง และแรงงาน ท่วมใหญ่ปี 2554 นับเป็นอุทกภัยครังร้ายแรงทีสด ในแง่ของปริมาณน�้าและจ�านวน ้ ่ ุ ผู้ได้รับผลกระทบในรอบ 100 ปี ก่อความทุกข์ยากต่อประชาชนอย่างแสนสาหัส ประเทศชาติเสียหายยับเยิน ธนาคารโลกประเมินความเสียหายจากน�าท่วมสูงถึง 1.4 ล้าน ้ 1 ล้านบาท และเป็นภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายให้บริษัทประกันภัยในปี 2554 เป็นอันดับ 3 ของโลก2 แต่มาตรการในการแก้ปัญหาและเยียวยาของรัฐไทยยังอยู่ ในระดับอนุบาล ชี้ให้เห็นความไม่พร้อมของสังคมไทยทุกระดับในการรับมือภัยพิบัติ เตือนให้สังคมไทย ต้องเร่งปรับตัวสู้กับภัยพิบัติขนาดใหญ่อย่างเป็นระบบ 993,944 คนได้รับผลกระทบ4 พื้นที่เกษตรกรรมเสีย หายกว่า 12.99 ล้านไร่ บ้านจัดสรรจมน�ากว่า 5.4 แสน ้ 5 หน่วย ยังไม่รวมความสูญเสียทางใจ-กายเนื่องจาก ความเครียด ภัยคุกคามที่มากับน�้า ค่าใช้จ่ายในการ อพยพหนีนาและค่าซ่อมแซมบ้านหลังน�้าลด ความยาก �้ ล� า บากในชี วิ ต ประจ� า วั น อาหาร-น�้ า ดื่ ม ขาดแคลน ด้วยการกักตุนเพราะตื่นตกใจและเส้นทางขนส่งสินค้า ถูกตัดขาด ทางด่วน สะพานข้ามแยกถูกละเมิดกฎความ 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 35 แม้ ม หาอุ ท กภั ย ครั้ ง นี้ จ ะถื อ เป็ น ภั ย ธรรมชาติ ร้ายแรง แต่ปฏิเสธไม่ ได้ว่าความผิดพลาดในการแก้ ไข มวลน�้ามหึมา...มาจากไหน ปัญหาของรัฐบาล และศูนย์ปฏิบตการช่วยเหลือผูประสบ ั ิ ้ ภาพถ่ า ยดาวเที ย มแสดงมวลน�้ า ขนาดมหึ ม า อุทกภัย (ศปภ.) มีส่วนส�าคัญที่ท�าให้ผลกระทบขยาย า แผ่ ค รอบคลุ ม ที่ ร าบลุ ่ ม ภาคกลาง มาจ่ อ อยู ่ เ หนื อ วงกว้างอย่างรุนแรงและกินเวลายาวนานหลายเดือน กรุ ง เทพมหานคร ค� า ถามที่ ดั ง ขรมไปทั่ ว คื อ น�้ า มา (1) เริมต้นช้าไป นับแต่พายุไหหม่าเข้ามาชิมลาง ่ จากไหน ท�าไมมากมายขนาดนี้ าไมมากมายขนาดนี ปลายเดือนมิถุนายน ตามด้วย ‘นกเต็น’ ในช่วงปลาย เริ่ ม จากเดื อ นมี น าคมที่ ป กติ อ ากาศมั ก จะร้ อ น กรกฎาคม จนถึง ‘นาลแก’ ต้นตุลาคม รัฐบาลใช้เวลา อบอ้าวและมีฝนไม่มากนัก แต่บริเวณตอนบนของประเทศ กว่า 3 เดือนในการ ‘มองเห็น’ ความรุนแรงของภัยจาก กลับมีอากาศหนาวเกือบตลอดเดือน มีฝนตกบางช่วง น�า จัดตัง ศปภ. เมือ 8 ตุลาคม 2554 ขณะทีสถานการณ์ ้ ้ ่ ่ และแผ่ความเย็นลงมาถึงภาคกลางหลายวัน ขณะทีหลาย น�าท่วมอยู่ ในภาวะ ‘วิกฤติสดๆ’ กองทัพน�้ารุกโจมตีหลาย ่ ้ ท่ ุ พื้นที่ของภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่น เกิดน�าท่วมรุนแรง จังหวัดภาคเหนือตอนบนและล่างยับเยิน ก่อนจะไหลบ่า ้ ดินโคลนถล่มเป็นบริเวณกว้าง สภาวการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ สูทราบลุมภาคกลาง โถมเข้าใส่ลพบุรี นครสวรรค์ สิงห์บรี ่ ี่ ่ ุ ถือว่า “ผิดปกติ” จากที่เคยเป็นมา6 อุทยธานี ชัยนาท อ่างทอง อยุธยา ฯลฯ จนแทบไม่เหลือ ั ่ ้ ่ ช่วงเดือนมิถนายน-ตุลาคม ประเทศไทยเผชิญกับ ทีแห้ง มวลน�าปริมาณมหาศาลถึง 1.6 หมืนล้านลูกบาศก์ ุ พายุ 5 ลูก คือ ‘ไหหม่า’ ‘นกเต็น’ ‘ไห่ถาง’ ‘เนสาด’ และ เมตร หาทางออกลงสู่อ่าวไทย ทะลักท่วมนนทบุรีและ ‘นาลแก’ แม้จะมีเพียง ‘นกเต็น’ ลูกเดียวทีศนย์กลางพายุ ปทุมธานี ก่อนเข้าโจมตีกรุงเทพมหานครในช่วง 15-18 ่ ู เข้าประเทศไทยตรงๆ ที่จังหวัดน่าน แต่ทั้งหมดได้ส่ง ตุลาคม9 อิ ท ธิ พ ลเสริ ม กั บ ร่ อ งความกดอากาศต�่ า ที่ พ าดผ่ า น (2) วิกฤติผู้น�า การบริหารจัดการของ ศปภ. ตอนบนและตอนกลางของประเทศ ท�าให้มรสุมตะวันตก ถู ก วิ จ ารณ์ อ ย่ า งหนั ก ว่ า เต็ ม ไปด้ ว ยความผิ ด พลาด าใ เฉียงใต้ที่พัดปกคลุมตามฤดูกาลมีกาลังแรงขึ้น เกิดฝน ไม่ทันการณ์ จนน�าไปสู่ภาวะ ‘วิกฤติผู้น�า’ ที่นางสาว � าไ ตกหนักถึงหนักมากต่อเนือง ยืดเยือ ยาวนาน ไม่มภาวะ ยิงลักษณ์ ชินวัตร ต้องรับผิดชอบในฐานะนายกรัฐมนตรี ่ ้ ี ่ ฝนทิ้งช่วงอย่างที่เคยเป็นมาทุกปี ทั้งไม่มีบารมี ไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ ไม่กล้า ดร.เสรี ศุ ภ ราทิ ต ย์ ผู ้ อ� า นวยการศู น ย์ ก าร ตัดสินใจใช้อ�านาจนายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่ ไม่เข้าใจ เปลียนแปลงภูมอากาศและภัยพิบติ มหาวิทยาลัยรังสิต กลไกราชการ ใช้ ค นไม่ ต รงกั บ งาน แก้ ป ั ญ หาแบบ ่ ิ ั และผู้อ�านวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยาน วันต่อวัน เหตุการณ์ต่อเหตุการณ์ ขาดความน่าเชื่อถือ าไม่ สิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ให้ข้อมูลว่าปริมาณฝนใน ในค�าพูดหรือค�าสั่ง ค�าว่า ‘เอาอยู่-ปลอดภัย-น�้าไม่ท่วม’ ภาพรวมทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นกว่าค่าปกติ 30 เปอร์เซ็นต์ ถูกเสียดสีว่ามีความหมายตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง10 มากกว่ า ปริ ม าณน�้ า ฝนในปี 2538 และ 2549 จนประชาชนผูเสียหายส่วนหนึงภายใต้การน�าของ ้ ่ ปริมาณน�านองตังแต่เดือนสิงหาคมถึงธันวาคม 34,000 “สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน” ได้รวมตัวกันยื่นเรื่อง ้ ้ ลูกบาศก์เมตร มากกว่าปี 2538 และ 25497 เช่นกัน ต่ อ ศาลปกครองฟ้ อ งร้ อ งเอาผิ ด รั ฐ บาลที่ บ ริ ห ารน�้า เขื่ อ นหลายแห่ ง รั บ ภาระน�้ า เกิ น ร้ อ ยเปอร์ เ ซ็ น ต์ ข อง ผิดพลาด จนเกิดความเสียหายต่อชีวิต จิตใจ และ ความจุ อ ่ า ง เขื่ อ นภู มิ พ ลทุ บ สถิ ติ รั บ ปริ ม าณน�้ า ไ หล ทรัพย์สิน ถือเป็น “ครั้งแรกของโลก” ที่เหยื่อน�้าท่วม าไ ท เข้าอ่างวันเดียวสูงถึง 300 ล้านลูกบาศก์เมตร มากทีสด ฟ้องรัฐ เพราะพวกเขาเห็นว่า ไม่ ใช่เหตุสุดวิสัย แต่เป็น ่ ุ นับแต่สร้างมา8 เพราะผู้นาไร้ฝีมือในการแก้ปัญหา11 าไร้ � ปลอดภัย ด้วยจ�านวนรถยนต์ทขนไปจอดหนีนายาวเหยียด วนรถยนต์ ี่ ึ้ �้ หลายสิบกิโลเมตร ฯลฯ เหตุสุดวิสัย หรือไร้ฝีมือ 36 สุขภาพคนไทย 2555 (3) สื่อสารสับสน ศปภ. สื่อสารและให้ข้อมูล แก่ประชาชนอย่างสับสนจนขาดความน่าเชื่อถือ แต่ละ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเองก็ ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษา ทีประชาชนจะเข้าใจได้ ประชาชนจ�านวนไม่นอยจึงหันไป ่ ้ ค้ น หาติ ด ตามข้ อ มู ล ข่ า วสารทางอิ น เตอร์ เ น็ ต และ ใช้สามัญส�านึกช่วยตัวเองในการประเมินเส้นทางน�้า สิงเหล่านีสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอของการสือสาร ่ ้ ่ จัดการข้อมูลของภาครัฐ ดังกรณีข้อความล้อเลียนใน Social Network ที่ว่า “รัฐบาลโปรดอยู่ ในความสงบ ประชาชนจะดูแลช่วยเหลือท่านเอง” 12 ทีมโฆษกถูก วิจารณ์อย่างมากว่าท�างานไร้ประสิทธิภาพ ขาดเอกภาพ ในการแจ้งเตือน จนกระทังต้องเปลียนตัวโฆษกเป็นนาย ่ ่ ธงทอง จันทรางศุ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและกู้วิกฤติ ศรัทธา ศปภ.13 (4) การจั ด การของบริ จ าคและถุ ง ยั ง ชี พ มี ป ั ญ หา ท่ า มกลางปั ญ หาที่ ท ่ ว มท้ น แม้ ภ าพการ ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจะหนาแน่นเต็ม ศปภ. แต่ขอครหาส�าคัญทียงตอกย�าความไร้ประสิทธิภาพของ ้ ่ ิ่ ้ ภาครัฐก็คอ กรณีการแจกจ่ายของบริจาคเฉพาะพวกตน ื จนถึงการจัดซื้อถุงยังชีพแพงเกินไป14 โดยเฉพาะกรณี นายการุณ โหสกุล ส.ส.เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย ทีดแลรับผิดชอบการรับ-แจกสิงของบริจาค ถูกร้องเรียน ่ ู ่ ว่าท�าให้การช่วยเหลือล่าช้า เพราะต้องผ่านการอนุมัติ ก่อน ทังยังไม่ทวถึง ไม่เป็นธรรม มีการจับจองของบริจาค ้ ั่ และน�าไปใส่ชอตนเอง ตังแต่ของชินเล็กๆ อย่างถุงยังชีพ ื่ ้ ้ ไปจนถึงสิ่งของขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรือ ส้วม เต็นท์ ฯลฯ15 ประเด็นนี้ยิ่งท�าให้ ศปภ.ขาดความน่าเชื่อถือ ผู้คนไม่น้อยจึงหันไปบริจาคให้มูลนิธิ องค์กรการกุศล ต่างๆ รวมทังสือหลายส�านักทีทาหน้าทีแจกของไปพร้อม ้ ่ ่ � ่ กับรายงานข่าวแทน (1) เขื่ อ นยั ก ษ์ บ ริ ห ารน�้ า ผิ ด พลาดหรื อ ไม่ ? สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน�าและการเกษตร (องค์การ ้ มหาชน) ชี้ว่า ปี 2554 ปริมาณน�าไหลเข้าอ่างของเขื่อน ้ ภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นตัวแปร หนึงทีสงผลให้เกิดน�าท่วมในพืนทีภาคเหนือและภาคกลาง ่ ่ ่ ้ ้ ่ เนืองจากเป็นปีทมนาไหลเข้าสูงทีสดนับตังแต่มการสร้าง ่ ี่ ี �้ ่ ุ ้ ี 16 เขื่อนมา ค�าถามที่ตามมาก็คือ มีการบริหารน�้าผิดพลาด หรือไม่ ? หากพิจารณาเฉพาะข้อมูลจากเขือนใหญ่ทสดคือ ่ ี่ ุ เขือนภูมพล ดร.ชินวัชร์ สุรสวดี จากคณะเทคโนโลยีและ ่ ิ ั สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต ภูเก็ต ได้ศกษาสถิตการกักเก็บน�้าและปล่อยน�้าย้อนหลัง ึ ิ ของเขื่อนภูมิพล พบว่าอัตราของปริมาณน�าไหลลงอ่าง ้ ของเขื่ อ นภู มิ พ ลมี ค ่ า เพิ่ ม ขึ้ น ในช่ ว งเดื อ นมี น าคมและ พฤษภาคม 2554 ซึ่งควรจะปรับอัตราการระบายน�้า ออกให้เหมาะสม แต่กลับลดอัตราการระบายน�้า และ คงอัตราการระบายน�้าที่ตาไว้เป็นเวลานาน ซึ่งเป็นเรื่อง �่ ผิดปกติ แม้ปริมาณน�้าเหนือเขือนปี 2554 จะมีมากกว่า ่ ปี อื่ น ๆ แต่ ก ารระบายน�้ า ออกตั้ ง แต่ ต ้ น ปี จ นถึ ง 31 กรกฎาคม ต�ากว่าปีอื่นๆ มาก17 ่ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล จากมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ วิเคราะห์วา การบริหารน�าทีดจะมีปญหานี้ ่ ้ ่ ู ั มาจาก “องค์กรระดับกลาง” คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และกรมชลประทาน ไม่ ใช่เริ่มที่ระดับรัฐบาล และเกิด ในช่วงที่ “ไม่มีรัฐบาล” ที่แน่นอน เพราะช่วงเดือน กรกฎาคม-สิ ง หาคมนั้ น เป็ น ช่ ว งเปลี่ ย นผ่ า นรั ฐ บาล เพื่อให้เข้าใจถึงที่มาของปัญหา ดร.สมศักดิ์ จึงเสนอว่า ควรจัดตั้ง “คณะกรรมการอิสระเพื่อสืบหาและสรุป ข้อเท็จจริง สาเหตุนาท่วมใหญ่ 2554, วิเคราะห์บทเรียน �้ และประเมินการจัดการวิกฤติน�้าท่วม และท�าข้อเสนอ แนะ ป้องกันไม่ ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต” 18 ต่อมา นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการ มวลน�้ามหาศาลครั้งนี้ ได้พัดพาเอาตะกอนแห่ง า ้ ความขัดแย้งในสังคมให้ผุดขึ้น พร้อมค�าถามหลาย กระทรวงเกษตรฯ ได้ยอมรับกลางสภาว่า “สั่งชะลอน�19 เพื่อให้พี่น้องชาวนาได้เกี่ยวข้าวก่อนปล่อยน�้าเข้าทุ่ง” ประการที่ยังคงไม่มีค�าตอบในสายลม จากนั้นไม่นาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มวลน�้าแห่งความขัดแย้ง: น�าท่วมไฉนตอผุด!? ้ 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 37 ก็ชี้แจงว่าการระบายน�้าของเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ กรรมาธิการ 3 คณะของวุฒิสภา ส�านักการระบายน�้า ไม่ ใช่สาเหตุนาท่วม20 �้ กรุงเทพมหานคร และมูลนิธิ SCG ทีเห็นพ้องกันว่าต้อง ่ ค�าถามข้างต้นจึงยังต้องรอการศึกษาอย่างเป็น ให้น�้าผ่านออกสู่ทะเลโดยเร็ว เพื่อลดภาระของพื้นที่ ระบบจากคณะกรรมการอิ ส ระฯ หากมี ก ารตั้ ง ขึ้ น รับน�้า ในอนาคต เพื่อค้นหาค�าตอบที่แน่นอนต่อไป (2) การผลักน�้าให้กลายเป็นสงครามระหว่าง ชาวบ้าน สองกรณีสาคัญคือ ‘คลองสามวา’ ที่ ส.ส.พรรค � เพือไทยน�าชาวบ้านบุกเปิดประตูระบายน�าเมือ 31 ตุลาคม ่ ้ ่ และ ‘คลองพระยาสุเรนทร์’ เมื่อ 27 พฤศจิกายน21 สะท้อนให้เห็นความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านในพื้นที่ น�้าท่วมขังนานมากกับพื้นที่ชานเมืองของกรุงเทพฯ ที่ ยกระดับไปสูความขัดแย้งทางการเมือง ระหว่างรัฐบาล ่ พรรคเพื่ อ ไทยในนาม ศปภ. กั บ กรุ ง เทพมหานคร ในฐานะตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ “เมื่ อ ฝั ่ ง ธนฯ ถู ก ทอดทิ้ ง บอกให้ เ ป็ น ไปตาม ธรรมชาติ ขณะที่ภาครัฐสามารถจัดการได้เพียงส่งเรือ มารับผู้ประสบภัย รัฐบาลก็ควรให้ โอกาสภาคประชา สังคม ซึ่งมีความสามารถ มีภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ามา จัดการ รวมทั้งให้งบประมาณที่จะใช้แก้ปัญหาตามสติ ปัญญา แต่ขณะนี้กลับพบว่า รัฐบาลไม่ ได้ ใช้สติปัญญา และพละก�าลังของภาคประชาสังคมอย่างเพียงพอ”22 สัญญาณเตือน...ให้ปรับตัว เมื่ อ สถานการณ์ เ ริ่ ม คลี่ ค ลาย รั ฐ บาลได้ ตั้ ง “คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพือวางระบบบริหารจัดการ ่ ทรัพยากรน�้า” หรือ กยน. มีหน้าที่ทบทวนนโยบาย แผนงานและแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร จัดการน�้า จัดท�าเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการ แก้ปญหาและวางระบบการบริหารจัดการน�้า และจัดท�า ั แผนแม่บทการบริหารจัดการน�้าอย่างเป็นระบบและ วางกรอบการลงทุนด้านการบริหารทรัพยากรน�้าของ ประเทศเสนอแก่รฐบาล 3 ใน 25 รายชือ คือ ดร.รอยล ั ่ จิตรดอน ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ ดร.เสรี ศุ ภ ราทิ ต ย์ เป็ น นั ก วิ ช าการที่ สั ง คมไทยคุ ้ น เคยและ เชื่อถือในฐานะผู้ ให้ข้อมูลเรื่องน�า ต่างให้ความเห็นสรุป ้ ได้ดังนี้ (3) พร้อมพลีเพื่อกทม.?! การต่อสู้ระหว่าง วาทกรรมทีเปรียบน�าเป็นข้าศึกศัตรูบกท�าลายเมืองหลวง ่ ้ ุ กับวาทกรรมทีบอกว่าน�าต้องไหลผ่านเพือออกสูทะเลนัน ่ ้ ่ ่ ้ เข้ ม ข้ น ถึ ง ขี ด สุ ด เมื่ อ มวลน�้ า มาถึ ง กรุ ง เทพมหานคร ในทางหนึ่ ง กรุง เทพฯ ได้ รับ การป้อ งกันอย่างเต็มที่ ในฐานะกล่องดวงใจหรือพืนทียทธศาสตร์ดานการบริหาร ้ ่ ุ ้ และเศรษฐกิจ ในอีกทางหนึ่ง พื้นที่ด้านบนของแม่น�้า เจ้ า พระยาและพื้ น ที่ ร อบนอกเอ่ อ ท้ น ไปด้ ว ยมวลน�้ า มหาศาล ความแตกต่ า งของระดั บ น�้ า ในสองพื้ น ที่ ที่ห่างกันเพียงถุงทรายกั้น ท�าให้เกิดค�าถามตามมาถึง ‘ความไม่เป็นธรรม’ ที่ภาครัฐเลือกให้คนต่างจังหวัดต้อง เสียสละชีวตปกติและทรัพย์สนพอยังชีพเพือคนกรุงเทพฯ ิ ิ ่ โดยไม่มีการพูดถึงการช่วยเหลือชดเชยใดๆ ยิ่งตอกย�้า (1) ดูภาพรวมทั้งระบบ23 ดร.รอยล จิตรดอน ความเหลื่อมล�้าระหว่างเมืองและชนบทมากเข้าไปอีก ผู ้ อ� า นวยการสถาบั น สารสนเทศทรั พ ยากรน�้ า และ (4) ตะวันออกกระฉอกมาตะวันตก?! แม้พื้นที่ การเกษตร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระบุ ฝังตะวันออกของกรุงเทพฯ จะถูกก�าหนดให้เป็นฟลัดเวย์ ว่าวิกฤติครั้งนี้บ่งบอกว่าไทยล้มเหลวในเรื่องการใช้และ ่ ้ ่ ่ หรือพื้นที่รับน�้าเพื่อระบายสู่อ่าวไทยมาตั้งแต่ปี 2535 วิเคราะห์ขอมูล สิงทีท�าให้เกิดปัญหามากคือ โครงสร้าง ้ ี ่ ้ แต่ ก ฎหมายผั ง เมื อ งไม่ เ คยศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ ในทางปฏิ บั ติ การระบายน�าไม่มความยืดหยุน ต้องแก้ ไขโดยแบ่งพืนที่ ่ สิ่งก่อสร้างจ�านวนมากจึงเกิดขึ้นขวางทางน�้า รวมทั้ง เขตเมืองกับเขตอุตสาหกรรม แล้วส�ารวจความสูงต�าของ การปรับสีผงทีดนแนวฟลัดเวย์กว่าแสนไร่รอบสนามบิน พื้นที่อย่างละเอียด ฟื้นฟูคูคลองต่างๆ ก�าหนดพื้นที่ ั ่ ิ สุวรรณภูมิ น�าก้อนใหญ่จงถูกผันออกทางฝังตะวันตกได้ หน่วงน�้าเพื่อปล่อยให้น�้าผ่านได้แล้วพัฒนาเป็นแก้มลิง ้ ึ ่ อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ทั้งๆ ที่ศักยภาพด้อยกว่า ต้องก�าหนดความสูงของคันและพื้นที่ป้องกัน ด้วยหลัก ้ ้ ้ ด้วยความร่วมมือของเครือข่ายประชาชนริมคลองฝังธนฯ การว่าใครกันน�าไว้เท่าไหร่ ต้องช่วยระบายออกเท่านัน24 ่ 38 สุขภาพคนไทย 2555 ป้องกันของตัวเอง เช่น กั้นกระสอบ ทรายล้อมรอบหมูบานใครหมูบานมัน ่ ้ ่ ้ สูบน�าจากพืนทีหนึงให้ ไปท่วมอีกพืนที่ ้ ้ ่ ่ ้ หนึ่ ง จนทะเลาะขั ด แย้ ง กั น ไปทั่ ว นอกจากนี้ ในปี 2555 โครงการ ก่อสร้างจ�านวนมากจะเกิดขึน ทังการ ้ ้ ถมที่ สร้างเขื่อน สร้างพนังกั้นน�้า หากไม่มีการควบคุม ประสานงาน และก�ากับดูแลให้ดี จะกลายเป็น ความขัดแย้งทางสังคมทีซาเติมวิกฤติ ่ �้ น�าท่วมให้หนักขึ้นไปอีก ้ ทั้งยังควรให้มีการจัดการน�้าในระดับชุมชนหรือท้องถิ่น าใ เพือเป็นการสร้างภูมคมกันภัยพิบติ และมีกฎหมายแม่บท ่ ิ ุ้ ั ทรัพยากรน�้า ( ต (3) ต้้องอยู่กับน�้าให้ ได้ 26 ห้ ดร.เสรี ศุ ภ ราทิ ต ย์ สรุ ป ว่ า การตัดสินใจในภาวะวิกฤติเป็นเรื่องส�าคัญยิ่ง จ�าเป็น ต้องมีฐานข้อมูล เครื่องมือ กลยุทธ์ เพื่อสนับสนุน การตัดสินใจ และเป็นทางเลือกเพื่อลดความเสียหาย รวมถึงประเมินทางเลือกเพื่อต่อสู้ภัยน�้าท่วม หลังน�้าลด ก็ ใช้การสนับสนุนฟื้นฟูเยียวยา ที่ส� าคัญกว่านั้นก็คือ (2) ความขั ด แย้ ง ทางสั ง คมที่ ร อวั น ปะทุ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อ�านวยการศูนย์ เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและการ ฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลก ตารางแสดงสถานการณ์อุทกภัยและความเสียหาย พ.ศ. 2545-2554 แห่งภูมภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ิ กษตร ความเสียหาย พ.ศ. ประชาชน (ล้าครัวเรือน น) พื้นที่เนไร่) ชี้ว่าเครื่องมือส�าคัญในการบริหาร (ล้านคน) นครัวเรือ (ล้า (ล้านบาท) จัดการน�้าไม่สามารถท�างานได้ตาม าไ 2545 5.13 1.37 10.43 13,385 ศักยภาพที่ออกแบบไว้ ไม่ว่าจะเป็น 2546 1.88 0.48 1.59 2,050 ประตูระบายน�้า คันกั้นน�้า ระบบ 2547 2.32 0.62 3.30 850 คูคลอง พืนทีรบน�าหรือแก้มลิง สถานี ้ ่ั ้ 2548 2.87 0.76 1.70 5,982 สูบน�้า ฯลฯ ซึ่งมีอยู่แล้วและน่าจะ 2549 6.05 1.67 6.56 9,627 ช่วยแก้ปญหาน�้าท่วมได้ถง 60-70% ั ท ึ 2550 2.33 0.57 1.62 1,688 ส่วนแผนหรือมาตรการระยะยาวต้อง พิจารณาให้รอบด้านตังแต่พนทีตนน�า ้ ื้ ่ ้ ้ 2551 7.92 2.03 6.59 7,602 ถึ ง ปลายน�้ า ที่ ส� า คั ญ คื อ ต้ อ งเน้ น 2552 8.88 2.31 2.96 5,253 กระบวนการมีสวนร่วมของประชาชน ่ 2553 13.49 3.92 10.91 16,339 แต่ สิ่ ง ที่ น ่ า ห่ ว งใยมากก็ คื อ ‘ความขัดแย้งทางสังคม’ ที่รอวัน ปะทุ 25 เพราะน�้ า ท่ ว มที่ ผ ่ า นมา ท ได้ แ สดงให้ เ ห็ น ว่ า การขาดความ เชื่อมั่นในรัฐที่ช่วยอะไรไม่ ได้ ท�าให้ าใ แต่ละคน แต่ละพืนทีตองสร้างระบบ ้ ่ ้ 2554 13.60 4.09 12.99 1,356,810* หมายเหตุ: *เป็นการประเมินทังความเสียหายและความสูญเสีย โดยโครงการ Post Disaster Needs Assessment (PDNA) ้ ของธนาคารโลก (“ธนาคารโลกประเมินน�าท่วมเสียหาย 1.356 ล้านล้านบาท และใช้เงินฟื้นฟูอีกกว่า 7 แสนล้าน”. ้ ส�านักข่าวออนไลน์ไทยพับลิกา. 4 ธันวาคม 2554. สืบค้นจาก http://thaipublica.org/2011/12/world-bank-flood้ damage/ เมื่อ 31 มกราคม 2555) ที่มา: โครงการสุขภาพคนไทย สถาบันวิจยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล (ค�านวณจาก สถิตสถานการณ์อทกภัยของ ั ิ ุ ประเทศไทย รายปีจาก พ.ศ. 2545-2554 ศูนย์อ�านวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย. และ สรุปสถานการณ์สาธารณภัย ประจ�าวันที่ 31 ธันวาคม 2554 โดย ศูนย์ปฏิบัติการรองรับเหตุ ฉุกเฉิน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย). 10 สถานการณเดนทางสุขภาพ 39 เกษตร พื้นที่อุตสาหกรรม และพื้นที่เศรษฐกิจที่สําคัญ และ (3) บูรณาการการมีสวนรวมของผูเกียวของทุกภาค   ่ สวนเพื่อบริหารจัดการนํ้าใหลงสูทะเลโดยเร็ว โดยแบง พื้นที่ ในการบริหารจัดการนํ้าเปน 3 ระดับ คือ พื้นที่ ตนนํ้า 10 จังหวัด เนนการซับนํ้าและชะลอนํ้ามิ ให ไหลบาอยางรุนแรง พืนทีกลางนํา 14 จังหวัดจะเนนการ ้ ่ ้ บริหารจัดการนํา คือ ทางระบายนําหลาก (Floodway) ้ ้ แกมลิง และพืนทีปลายนํา 7 จังหวัดจะเนนการเรงระบาย ้ ่ ้ นํ้าและผลักดันนํ้าออกสูทะเลอยางรวดเร็ว28 ทั้งหมดนี้ เพื่อเปาหมายระยะสั้น คือการลดระดับความเสียหาย อภิมหาโปรเจ็คทสูภัยนํ้าทวม ที่อาจเกิดขึ้นจากอุทกภัยในป 2555 และเปาหมาย ภายหลั ง เหตุ ก ารณ ที่ ทิ้ ง ร อ งรอยเสี ย หายไว ระยะยาวคือการปรับระบบการบริหารจัดการอุทกภัย ในพื้นที่ลุมนํ้าเจาพระยาอยางมหาศาล และการทยอย อยางบูรณาการและยั่งยืน จายเงินชดเชยชวยเหลือผูประสบอุทกภัย รัฐบาลก็ ไดมงหนาเตรียมแผนการรับมือภัย ุ นําทวมทีอาจเกิดขึนในอีกไมกเดือนขางหนา ้ ่ ้ ี่ นีดวยการทุมเทเงินงบประมาณหลายแสน ้   ลานบาท รวมทั้งขอเสนอดานการเงินของ กยอ. ที่ ใหออกพ.ร.ก. 4 ฉบับ27 พรอมดวย การจัดตังองคกรระดับชาติทเปนศูนยกลาง ้ ี่ ในการบริหารจัดการนําทังระบบ โดยคณะ ้ ้ รัฐมนตรี ไดเห็นชอบ (ราง) แผนการจัดตั้ง องคการบริหารจัดการนํ้าถาวร และราง 11 ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการ 10 9 8 บริ ห ารจั ด การนํ้ า และอุ ท กภั ย แห ง ชาติ 7 5 6 1 หมายเหตุ: 3 2 ตามที่ กยน. เสนอ เมือ 7 กุมภาพันธ 2555 ่ 1 กรุงเทพมหานคร 4 2 สมุทรปราการ 3 สมุทรสาคร มีคณะกรรมการ 2 ชุดคือ คณะกรรมการ 4 สมุทรสงคราม 5 นครปฐม นโยบายนํ้าและอุทกภัยแหงชาติ (กนอช.) 6 นนทบุรี 7 ปทุมธานี และคณะกรรมการบริหารจัดการนํ้าและ 8 พระนครศรีอยุธยา 9 สุพรรณบุรี 10 อางทอง อุทกภัย (กบอ.) โดยมีสํานักงานนโยบาย 11 สิงหบุรี และบริหารจัดการนําและอุทกภัย (สนอช.) ้ พื้นที่ไดรับผลกระทบ 150 ลานไร 684 อําเภอ 65 จังหวัด เปนสวนสนับสนุน ประชาชนเดือดรอน 4,086,138 ครัวเรือน 13,595,192 คน ทั้งนี้ รัฐบาลไดเห็นชอบแผนแมบท การบริหารจัดการทรัพยากรนํ้า ที่ระบุ แนวทางการดําเนินงานไว 3 ดาน คือ (1) ปรับปรุงและฟนฟูระบบปองกันนําทวม  ้ ให ส มบู ร ณ (2) สร า งความเชื่ อ มั่ น ใน การป อ งกั น นํ้ า ท ว มในพื้ น ที่ ชุ ม ชน พื้ น ที่ นิคมอุตสาหกรรม 7 แหง แรงงาน 993,944 คน พื้นที่เกษตรกรรมกวา 12.99 ลานไร บานจัดสรรกวา 5.4 แสนหลัง มูลคาความเสียหายกวา 1.42 ลานลานบาท ขาดการสื่อสารความเสี่ยง ไมสามารถบอกประชาชน ไดวาจะไดรับผลกระทบอยางไร เพื่อใหเตรียมพรอม รับมือ ทังนี้ ป 2555 นาจะมีความเสียงในการเผชิญภัย ้ ่ พิบตทางธรรมชาติมากขึน เนืองจากสภาพภูมอากาศโลก ั ิ ้ ่ ิ รอนขึน ปริมาณนําฝนสูงขึน หนานํานําจะมาก หนาแลง ้ ้ ้ ้ ้ จะแลงหนัก ระดับความรุนแรงนาจะสูงขึ้น รอบของ การเกิดจะถีขน ดังนัน การอยูรวมกันกับนําเปนสิงจําเปน ่ ึ้ ้  ้ ่ ตองหาที่ ใหนํ้าอยู ไมวาจะทําแกมลิงหรืออางเก็บนํ้า ก็ตาม 40 สุขภาพคนไทย 2555 รายละเอียดแผนปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยระยะเร่งด่วน 6 แผนงาน งบประมาณ 22,626 ล้ า นบาท และแผนปฏิ บั ติ ก ารบรรเทาอุ ท กภั ย ในพื้ น ที่ ลุ ่ ม น�้า แบบบู ร ณาการและยั่ ง ยื น หรื อ แผนจั ด การน�้า ระยะยาว วงเงินงบประมาณ 350,000 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการต่างๆ ดังนี้ แผนปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยระยะเร่งด่วน แผนปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน�้า 6 แผนงาน แบบบูรณาการและยั่งยืน 1. แผนการบริหารจัดการเขื่อนเก็บน�้าหลัก และจัดท�าแผน 1. โครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าต้นน�้าเพื่อให้เกิดระบบนิเวศ บริหารจัดการน�้าของประเทศประจ�าปี 2555 รับผิดชอบ ที่สมดุล ในลุ่มน�้า ปิง วัง ยม น่าน สะแกกรัง และป่าสัก รวม ประมาณ 330,000 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน�้า 10 จังหวัด และ โดยกรมชลประทาน พื้นที่กลางน�้าตอนบน 6 จังหวัด วงเงิน 10,000 ล้านบาท 2. แผนฟื้นฟูและปรับปรุงประสิทธิภาพสิ่งก่อสร้าง วงเงิน 2. โครงการสร้างเขื่อนเก็บกับน�า 5 แห่ง มูลค่า 50,000 ล้าน ้ 17,126 ล้านบาท ประกอบด้วย (1) การปรับปรุงคันกั้นน�้า บาท ในพื้นที่ต้นน�้า 10 จังหวัด และพื้นที่กลางน�า 14 จังหวัด ้ อาคารบังคับน�้า ระบบระบายน�้า 7,062.82 ล้านบาท คือ (1) เขื่อนแม่แจ่ม กั้นแม่นาปิง ใน จ.เชียงใหม่ (2) เขื่อน �้ (2) การปรับปรุงทางระบายน�้า ขุดคลอง ขจัดสิ่งกีดขวาง แก่งเสือเต้น กั้นแม่น�้ายม ใน จ.แพร่ (3) เขื่อนน�้าตาด ในคู ค ลองและทางระบายน�้ า 1,695.27 ล้ า นบาท กั้นแม่น�้าตาด สาขาของแม่นาน่าน ใน จ.น่าน (4) อ่างเก็บน�า �้ ้ (3) การเสริมคันกั้นน�้าและการด�าเนินการตามแนวพระ ขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก กันลุมแม่น�้าป่าสัก ใน จ.เพชรบูรณ์ ้ ่ ราชด�าริ 868.20 ล้านบาท และ (4) การเพิมประสิทธิภาพ เพื่อช่วยรองรับน�้าเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และ (5) เขื่อน ่ ในการระบายน�้ า และบริ ห ารจั ด การน�้ า หลากในพื้ น ที่ แม่วงก์ กั้นแม่นาสะแกกรัง ใน จ.อุทัยธานี �้ 2,984.05 ล้านบาท ้ ่ ้ 3. แผนการพัฒนาคลังข้อมูล ระบบพยากรณ์ และเตือนภัย 3. โครงการปรับปรุงพืนทีเกษตรชลประทานเป็นแก้มลิงและพืนที่ งบประมาณ 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็น (1) แผนการพัฒนา รับน�านอง ประมาณ 2 ล้านไร่ เพื่อใช้เก็บน�้าหลากประมาณ ้ คลั ง ข้ อ มู ล (2) แผนการปรั บ ปรุ ง ระบบการพยากรณ์ 6,000-10,000 ล้าน ลบ.ม. วงเงิน 60,000 ล้านบาท โดย (3) แผนการปรับปรุงระบบการเตือนภัย และติดตั้งระบบ พื้นที่กลางน�้าตอนบน 6 จังหวัด ต้องการพื้นที่แก้มลิง 1 ล้าน โทรทัศน์วงจรปิดทุกประตูระบายน�้า ไร่ หาได้แล้ว 500,000 ไร่ รับน�าได้ 1,850 ล้าน ลบ.ม. คือ ้ พืนทีทงเหนือ จ. นครสวรรค์ ในพืนที่ อ.ชุมแสง อ.บางมูลนาก ้ ่ ุ่ ้ ฯลฯ ส่วนพื้นที่กลางน�าตอนล่าง 8 จังหวัด จัดหาพื้นที่รับน�้า ้ ใต้นครสวรรค์ได้แล้วประมาณ 1 ล้านไร่ เช่น พื้นที่รับน�าทุ่ง ้ บางบาล รับน�าได้ประมาณ 3,100 ล้าน ลบ.ม. ้ 4. แผนงานเผชิญเหตุเฉพาะพืนที่ จัดท�าแผนคมนาคม เมือเกิด 4. โครงการจัดท�าน�้าหลากหรือฟลัดเวย์ และทางผันน�า ขนาด ้ ่ ้ อุทกภัย มีระบบสร้างคลังเครื่องมือ พัฒนาระบบป้องกัน ไม่น้อยกว่า 1,500 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมทั้งถนนและอาคาร บรรเทาอุทกภัยในพืนทีสาคัญ งบประมาณ 1,000 ล้านบาท องค์ประกอบต่างๆ เพือรับน�าหลากจากแม่นาป่าสัก และแม่นา ้ ่ � ่ ้ �้ �้ เจ้าพระยาไปทางฝั่งตะวันออกของแม่น�้าเจ้าพระยาหรือ ทั้งสองฝั่ง งบฯ 120,000 ล้านบาท 5. แผนงานการก� า หนดพื้ น ที่ รั บ น�้ า นอง จั ด ท� า แผนผั น น�้ า 5. โครงการจัดท�าผังการใช้ที่ดินและการใช้ประโยชน์ที่ดินใน และมาตรการช่วยเหลือผูที่ ได้รบผลกระทบจากการใช้พนที่ ผัง รวมทั้งการจัดท�าพื้นที่ปิดล้อม (คันริมแม่น�้าและระบบ ้ ั ื้ เพื่อการรับน�้า ระบายน�้า) ของพื้นที่ชุมชน พาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม งบฯ 50,000 ล้านบาท 6. แผนงานปรั บ ปรุ ง องค์ ก รเพื่ อ บริ ห ารจั ด การน�้ า ให้ มี 6. โครงการปรับปรุงสภาพล� าน�้าสายหลัก และคันริมแม่น�้ า คณะท�างานเฉพาะกิจเพือติดตามการด�าเนินงาน โดย ส.กยน. ส่วนที่เหลือจากกลุ่มโครงการที่ 3 และ 5 งบฯ 7,000 ่ เป็นเลขานุการ ล้านบาท 7. โครงการจัดระบบฐานข้อมูล ระบบพยากรณ์ ระบบเตือนภัย รวมทั้ ง จั ด ตั้ ง องค์ ก ร กฎระเบี ย บที่ จ� า เป็ น และส่ ง เสริ ม การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน งบฯ 3,000 ล้านบาท ที่มา: โครงการสุขภาพคนไทย. 2555. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล (สรุปจากฐานข่าวข้อมูลน�้าท่วมของโครงการในช่วงเดือนธันวาคม 2554-กุมภาพันธ์ 2555). 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 41 ก ลางปี 2554 ‘วังน�าเขียว’ ดินแดนทีเ่ คยได้รบการเล่าลือ ้ ั ว่าเป็น ‘สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย’ กลับแปรเปลียน ่ เป็น ‘วังน�้าเขียวโมเดล’ หุบเขาที่อ�านาจรัฐและประชาชน ทุน และความยากจน การท่องเที่ยวและการบังคับใช้กฎหมาย ปะทะกันจนยากจะหาจุดประนีประนอม เมื่อกรมอุทยานแห่ง ชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิงแวดล้อม เดินถือกฎหมายมุงหน้าไล่รอรีสอร์ตทีบกรุก ่ ่ ื้ ่ ุ พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานอย่างเอิกเกริก กระแสสังคม มีทีท่าเห็นพ้องกับการขับไล่นายทุนออกจากป่า พร้อมกับ ค�าถามอึงคะนึงว่า ท�าไมจึงเป็นเวลานี้ เป็นเรื่องการเมือง หรือไม่ จะจริงจังไปได้สักกี่น�้า แล้วจะใช้มาตรการนี้กับพื้นที่ ป่าอื่นๆ ในเมืองไทยด้วยหรือไม่ ‘วังน�้ำเขียวโมเดล’ ภำพสะท้อนปัญหำ คน-ป่ำ-ที่ดิน www.painaima.com 42 สุขภาพคนไทย 2555 จู่ๆ วันที่ 21 กรกฎำคม 2554 นำยเทวินทร์ มณีทรัพย์ หัวหน้ำอุทยำนแห่งชำติทบลำน ก็ออกประกำศ ั ‘วังน�้าเขียว’ หุบเขาแสนงาม ให้เจ้ำของสิ่งปลูกสร้ำงต่ำงๆ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้ำงของ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ตนและท�ำให้พื้นที่กลับคืนสู่สภำพเดิม ภำยในวันที่ 30 วังน�้ำเขียวเป็นอ�ำเภอหนึ่งในจังหวัดนครรำชสีมำ ตุลำคม 2554 ด้ ว ยสภำพพื้ น ที่ ทั บ ซ้ อ นกั บ อุ ท ยำนแห่ ง ชำติ ทั บ ลำน ที่มีขนำดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ วังน�้ำเขียวจึง กรมอุทยานประกาศชนนายทุน มีอำกำศเย็นสบำยตลอดปี ได้รับกำรยกย่องว่ำมี โอโซน เอาจริงหรือแค่ ไฟไหม้ฟาง บริสุทธิ์ระดับ 7 ของโลก 1 และองค์ก ำรกำรศึกษำ กำรประกำศชนของกรมอุ ท ยำนฯ ไม่ มี ใ ครรู ้ วิทยำศำสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชำชำติ หรือ ต้นสำยปลำยเหตุแน่ชัดว่ำเหตุใดจึงมำเอำจริงเอำจังใน ยูเนสโก รับรองว่ำ เป็นพืนทีสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของ ห้วงเวลำนี้ หลังจำกปล่อยปละละเลยให้ปัญหำลุกลำม ้ ่ ประเทศไทย ทั้งยังมีเขำแผงม้ำอันเป็นแหล่งอนุรักษ์ จนพื้นที่ปำทับลำน 1.3 ล้ำนไร่ ถูกบุกรุกไปกว่ำ 60,000 ่ 2 กระทิงที่มีชื่อเสียง ไร่6 สร้ำงข้อกังขำแก่สังคมไม่น้อยว่ำ เป็นเกมกำรเมือง ผนวกกับทัศนียภำพที่สวยงำม เป็นเหตุให้ช่วง ปีหลังๆ มำนี้ วังน�ำเขียวได้รบกำรส่งเสริมให้เป็นสถำนที่ ้ ั ท่องเทียวยอดฮิตของโครำช ยิงในช่วงฤดูหนำวด้วยแล้ว ่ ่ คำดกันว่ำ เฉพำะช่วงเสำร์-อำทิตย์ อำจมีนักท่องเที่ยว มำเยือนวังน�้ำเขียวถึง 30,000 คน สร้ำงแรงสะพัดของ เงินตรำประมำณ 30 ล้ำนบำท3 เหมือนทุกแห่งในประเทศไทย กำรท่องเที่ยว มักพกพำควำมเปลี่ยนแปลงติดไปด้วย รีสอร์ต บ้ำนพัก ตำกอำกำศ ร้ำนรวง สิงอ�ำนวยควำมสะดวกต่ำงๆ ทยอย ่ ลงไปจับจองพื้นที่ เพื่อหวังตักตวงโอกำสทำงเศรษฐกิจ ทีกำรท่องเทียวมอบให้ ตังแต่ชำวบ้ำนธรรมดำๆ ข้ำรำชกำร ่ ่ ้ นักกำรเมือง นำยทุน ผู้มั่งมีจำกตระกูลดังๆ ส่งผลให้ รำคำที่ดินถีบตัวสูงถึง 20-40 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ตั้งแต่ ไร่ละ 1.5 ล้ำนบำทส�ำหรับที่ดินที่ ไม่ติดถนน จนถึงไร่ละ 5 ล้ำนบำท หำกเป็นที่ติดถนน4 เรื่องรำวของหุบเขำแสนงำมกับกำรท่องเที่ยวที่ สร้ำงมูลค่ำทำงเศรษฐกิจแก่จังหวัดนครรำชสีมำและ ผู้คนจ�ำนวนมำกคงจะจบแบบสวยงำม หำกมิใช่เพรำะ ที่ดินวังน�้ำเขียว 241,000 ไร่เป็นที่ ส.ป.ก., น.ส.3 หรือ หรือไม่ และจะเอำจริงเอำจังแค่ ไหน อย่ำงไรก็ตำม กระแสสังคมส่วนใหญ่เห็นด้วยกับกำรปรำบปรำมนำยทุน รีสอร์ตของกรมอุทยำนฯ ในครั้งนี้ จำกกำรตรวจสอบของสื่อมวลชน พบกำรบุกรุก พื้นที่อ�ำเภอวังน�้ำเขียวในเขตป่ำสงวนแห่งชำติป่ำเขำ ภูหลวงซึงดูแลโดยกรมป่ำไม้ มีบำนพักและรีสอร์ตทีบกรุก ่ ้ ่ ุ ถึง 22 รำย ส่วนในเขตอุทยำนฯ ทับลำนมีมำกกว่ำ 100 รำย โดยพื้นที่ที่มีกำรบุกรุกมำกที่สุดคือบริเวณรอบ เขำแผงม้ำ มีสิ่งปลูกสร้ำงถึง 22 แปลง กินเนื้อที่กว่ำ 100 ไร่7 ตัวเลขที่แท้จริงของจ�ำนวนรีสอร์ตทั้งหมด ยังไม่มี ใครรูแน่ชด สือบำงส�ำนักก็ระบุวำมำกกว่ำ 1,000 ้ ั ่ ่ แห่ง มีห้องพักจดทะเบียนกว่ำ 20,000 ห้อง และไม่ จดทะเบียนอีกจ�ำนวนมำก8 รีสอร์ตหรือบ้ำนพักบำงแห่ง ถึงกับเป็นเจ้ำของภูเขำทั้งลูกก็ม9 ี ต่อมำทังเจ้ำหน้ำทีของกระทรวงทรัพยำกรฯ และ ้ ่ ส.ป.ก. ต่ำงก็ทยอยลงไปปิดประกำศตำมรีสอร์ตแจ้งให้ เจ้ำของรีสอร์ตท�ำกำรรือถอนสิงปลูกสร้ำงออกจำกพืนที่ ้ ่ ้ ถึงขันเจ้ำหน้ำทีตองน�ำรถแบ็กโฮเข้ำไปรือถอนด้วยตนเอง ้ ่ ้ ้ ก็มี ในรำยที่ศำลพิพำกษำให้รื้อถอนแล้ว วังน�้ำเขียวโมเดลจะใช้แก้ปัญหำบุกรุกพื้นที่ป่ำ ได้จริงหรือไม่ ดูจะเป็นค�ำถำมที่ส�ำคัญที่สุด เพรำะ เอำเข้ำจริงๆ แล้ว ปัญหำคนกับป่ำไม่ ได้มีต้นเหตุตรงไป ตรงมำเพี ย งแค่ ช ำวบ้ ำ นถื อ จอบเข้ ำ ไปถำงที่ ท� ำ กิ น หำกยังมีปจจัยนำนัปกำรทีวงน�ำเขียวโมเดลยังไม่ ได้ตอบ ั ่ั ้ และยำกที่จะหำค�ำตอบ น.ส.3.ก. ซึงเป็นพืนทีปำทีทำงกรมป่ำไม้มอบให้สำนักงำน ่ ้ ่ ่ ่ � ปฏิรูปที่ดินเพื่อกำรเกษตร (ส.ป.ก.) เพื่อจัดสรรแก่ เกษตรกรไร้ททำกินกว่ำ 6,000 รำย โดยออกเป็น ส.ป.ก. ี่ � 4-01 ไปแล้ว 136,000 ไร่5 แต่กลำยเป็นกำรใช้ที่ดิน ผิดวัตถุประสงค์ ซ�้ำยังมีกำรบุกรุกพื้นที่ปำ ่ 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 43 กำรจัดกำรปัญหำบุกรุกพืนทีปำในอ�ำเภอวังน�ำเขียว ้ ่่ ้ ไม่ ได้สร้ำงผลกระทบต่อนำยทุนหรือเจ้ำของรีสอร์ต ฝ่ำยเดียว เพรำะจริงๆ แล้ว กลุ่มนำยทุนแม้จะเจ็บเนื้อ เจ็บตัวบ้ำงก็คงไม่หนักหนำเท่ำกับชำวบ้ำนในพื้นที่กว่ำ 7,000 คน ที่อำศัยและท�ำกินมำนำนกว่ำ 40 ปี เกรงว่ำ จะถูกหำงเลขต้องออกจำกพื้นที่ด้วย เพรำะส่วนใหญ่ ไม่มีเอกสำรสิทธิ10 ไม่เพียงควำมไม่มั่นคงด้ำนที่อยู่อำศัย ชำวบ้ำน และนักธุรกิจอีกไม่น้อยที่ ได้รับผลพวงจำกกำรขยำยตัว ของกำรท่องเที่ยวต่ำงก็ ได้รับผลกระทบไปตำมๆ กัน นำยพงษ์เทพ มำลำชำสิงห์ ประธำนชมรมส่งเสริมกำร ท่องเที่ยว อ�ำเภอวังน�้ำเขียว กล่ำวว่ำ กำรด�ำเนินกำร ของเจ้ำหน้ำที่ครั้งนี้ท�ำให้ผู้ประกอบกำรโรงแรมและ รีสอร์ตหลำยแห่งประสบภำวะขำดทุนและอำจต้องเลิก กิจกำร ทีสำคัญคือแรงงำนในท้องถิน 4,000-5,000 คน ่ � ่ 11 จะต้องตกงำนไปด้วย ทั้ ง เจ้ ำ หน้ ำ ที่ รั ฐ องค์ ก รเอกชน และกระแสสั ง คม ไม่เห็นด้วย เพรำะดูเป็นกำรยกผลประโยชน์ ให้ผกระท�ำ ู้ ผิดกฎหมำย ยิ่งไปกว่ำนั้น เกมรุกเรียกคืนพื้นที่ของกระทรวง ทรัพยำกรฯ ถูกเรียกขำนว่ำ ‘วังน�้ำเขียวโมเดล’ ที่น่ำจะ ปรับใช้กับพื้นที่ป่ำอื่นๆ ในประเทศไทยที่ประสบชะตำ กรรมเดียวกัน เพรำะเมื่อกรณีวังน�้ำเขียวกลำยเป็นข่ำว ใหญ่ โต กำรบุกรุกพื้นที่ปำอื่นๆ ก็ค่อยๆ ผุดขึ้น ทั้งใน ่ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ ภูเก็ต เป็นต้น ซึ่งหน่วยงำนภำค รัฐตอบรับด้วยท่ำทีขึงขัง โดยกำรส�ำรวจล่ำสุดของ กรมอุทยำนแห่งชำติ สัตว์ป่ำ และพันธุพช พบว่ำ มีกำร ์ ื ก่อสร้ำงรีสอร์ตในเขตอุทยำนแห่งชำติและเขตรักษำ พันธุ์สัตว์ป่ำ รวมทั้งสิ้น 433 รำย แบ่งเป็นเขตอุทยำน แห่งชำติ 382 รำย และเขตรักษำพันธุ์สัตว์ป่ำ 51 รำย โดยในส่วนของอุทยำนแห่งชำติ มีกำรด�ำเนินคดีอำญำ แล้ว 141 รำย และยังไม่ ได้ด�ำเนินคดีอำญำ 292 รำย13 นำยพงษ์เทพ กล่ำวด้วยว่ำ ปัจจุบัน อ�ำเภอ วังน�้ำเขียวมีรีสอร์ตรวมทั้งสิ้นประมำณ 6,000-7,000 วังน�้าเขียว แค่หนังตัวอย่าง ยูนิต มี โฮมสเตย์ 500 ยูนิต และโครงกำรขนำดใหญ่ ของปัญหาที่ดิน ที่ก่อสร้ำงและด�ำเนินกำรในช่วง 1-2 ปีที่ผ่ำนมำอีก อันทีจริง ปัญหำกำรบุกรุกทีดนวังน�ำเขียวใช่ว่ำจะ ่ ่ ิ ้ 5-6 แห่ง เขำยอมรับว่ำกว่ำ 70% เป็นกำรถือครองทีดน เพิ่งเกิดขึ้น กรณีที่ โด่งดังก่อนหน้ำปี 2554 คือกรณี ่ ิ ผิดกฎหมำย แต่กระนัน รำยได้จำกกำรท่องเทียวก็ทำให้ กำรรุกที่ ส.ป.ก.วังน�้ำเขียวโดยนักกำรเมืองระดับชำติ ้ ่ � เศรษฐกิจสะพัดปีละกว่ำ 1,000 ล้ำนบำท หลำยคน โดยเฉพำะเจ้ำของฉำยำมำดำมพีเค เมื่อปี 14 ่ ั้ เมื่อผลประโยชน์มหำศำล ไม่แปลกที่จะมีกำร 2546 ทีลงเอยด้วยกำรเงียบหำย นับแต่นนกระบวนกำร จัดม็อบปิดถนนของคนในพื้นที่ พร้อมกับกำรยื่นหนังสือ เปลี่ ย นที่ ดิ น ส.ป.ก. ในอ� ำ เภอวั ง น�้ ำ เขี ย วก็ ลุ ก ลำม ใหญ่ โตถึงขนำดประกำศขำยที่ดินผ่ำนเว็บไซต์และสื่อ แก่รัฐให้หำแนวทำงยุติปัญหำครั้งนี้ สิ่งพิมพ์อย่ำงโจ่งแจ้ง แนวทำงหนึงทีกลุมชำวบ้ำนน�ำโดยนำยชุณห์ ศิรชย ่ ่ ่ ิั กล่ำวได้วำ ส่วนหนึงของปัญหำเกิดจำกตัวกฎหมำย ่ ่ คีรี โกศล สมำชิกสภำจังหวัดนครรำชสีมำ เขตอ�ำเภอ ู ่ ิ ่ ่ วังน�้ำเขียว และนำยจงกล สระเจริญ นำยกองค์กำร ปฏิรปทีดนทีคอนข้ำงหละหลวม ขำดกำรบริหำรจัดกำร ่ ี ่ ิ บริหำรส่วนต�ำบลไทยสำมัคคี อ�ำเภอวังน�้ำเขียว น�ำมำ ทีดพอ และเปิดช่องให้เกิดกำรถ่ำยโอนกำรถือครองทีดน ่ ใช้คือกำรล่ำรำยชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ให้พิจำรณำ จำกเกษตรกรไปสูนำยทุนได้อย่ำงง่ำยดำยโดยแทบไม่มี ่ ้ ้ ้ ่ แก้ ไขกฎหมำย 3 ฉบับ ได้แก่ พระรำชบัญญัติอุทยำน กำรตรวจสอบ ดังทีเกิดขึนนับครังไม่ถวนทัวประเทศไทย แห่งชำติ พ.ศ. 2504 พระรำชบัญญัติป่ำสงวนแห่งชำติ ที่ โยนควำมผิดไปให้ ใครไม่ ได้เลยก็คือเจ้ำหน้ำที่ พ.ศ. 2507 และพระรำชบัญญัติกำรปฏิรูปที่ดินเพื่อ รัฐผู้ปล่อยปละละเลย และยิ่งกว่ำอื่นใดคือนโยบำย กำรเกษตร พ.ศ. 2518 เพือเปิดโอกำสให้ชำวบ้ำนในพืนที่ กำรพัฒนำนับตั้งแต่ทศวรรษ 2500 ไม่ว่ำจะกำรให้ ่ ้ อ�ำเภอวังน�้ำเขียวสำมำรถใช้ประโยชน์ สร้ำงเป็นเมือง สั ม ปทำนป่ ำ ไม้ กำรส่ ง เสริ ม กำรปลู ก พื ช เศรษฐกิ จ ท่องเทียวได้ตำมกฎหมำย12 แต่สญญำณตอบกลับพบว่ำ กำรตั ด ถนนยุ ท ธศำสตร์ ส ำยนครรำชสี ม ำ-ปั ก ธงชั ย ่ ั 44 สุขภาพคนไทย 2555 ซึ่งฉีกผืนป่ำเขำใหญ่และทับลำนออกจำกกัน และกำร ทัวประเทศ ส่วนด้ำนผลกระทบต่ออำชีพ ศำสตรำจำรย์ ่ ส่งเสริมกำรท่องเที่ยวที่แปรเปลี่ยนโฉมหน้ำวังน�้ำเขียว มิ่งสรรพ์ ขำวสอำด สถำบันศึกษำนโยบำยสำธำรณะ ไปโดยสิ้นเชิง15 มหำวิทยำลัยเชียงใหม่ เสนอว่ำอำจให้เอกชนประมูล ่ ่ี ี อี ก ทั้ ง กำรมุ ่ ง แจกที่ ดิ น ให้ แ ก่ เ กษตรกรยำกไร้ สถำนทีบำงแห่งทีมผลด้ำนกำรจ้ำงงำนด้วยวิธกำรโปร่งใส โดยไม่ผ่ำนกระบวนกำรคิดแก้ปัญหำทั้งระบบ ยิ่งเป็น และก�ำหนดรำคำขั้นต�่ำไว้พอสมควร ตัวเร่งให้ที่ดินเปลี่ยนมือ ชำวบ้ำนที่อำศัยในพื้นที่วังน�้ำ เขียวมำยำวนำนอธิบำยว่ำ สำเหตุหลักประกำรหนึ่ง ที่ชำวบ้ำนต้องขำยที่ดิน เพรำะท�ำกำรเกษตรไม่ ได้ผล เนื่องจำกเมื่อ 40-50 ปีมีสภำพเป็นป่ำเสื่อมโทรม ชำว บ้ำนต่ำงหำกทีเป็นผูฟนฟูสภำพป่ำให้กลับมำเหมือนเดิม ่ ้ ้ื หำใช่ผู้บุกรุกท�ำลำยดังที่ตกเป็นข่ำวไม่16 หากสืบสาวให้ถึงที่สุดแล้ว รากเหง้าของปัญหา คือเรื่องการถือครองที่ดินของเมืองไทย เมื่อคนเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของทังประเทศถือครองทีดนมากกว่าคนละ ้ ่ ิ 100 ไร่ ขณะที่ 90 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือมีที่ดินไม่เกิน 1 ไร่ 17 และสิ ท ธิ ก ารจั ด การทรั พ ยากรของชุ ม ชน โดยเฉพาะประเด็นป่าชุมชนยังห่างไกลจากการปฏิบตจริง ั ิ ทั้ ง หมดนี้ ผ นวกเป็ น สมการอั น ซั บ ซ้ อ นที่ มี วั ง น�้า เขี ย ว เป็นเพียงหนังตัวอย่าง ส่วนในระยะยำว ศ.มิ่งสรรพ์ แนะน�ำว่ำ รัฐบำล ต้องเร่งสะสำงปัญหำทีดนป่ำไม้ เร่งพิสจน์สทธิชำวบ้ำน ่ ิ ู ิ โดยให้ อ งค์ ก รปกครองส่ ว นท้ อ งถิ่ น และประชำคมมี ส่วนร่วมตรวจสอบกำรเพิกถอนทีดนที่ ได้มำโดยมิชอบ19 ่ ิ แน่นอนว่ำ กำรปรับแก้กฎหมำยทีดนและบทบำท ่ ิ ของ ส.ป.ก. เป็นอีกประเด็นทีเลียงไม่พน นำยเลิศวิโรจน์ ่ ่ ้ โกวัฒนะ เลขำธิกำร ส.ป.ก. ยอมรับว่ำ ช่วงที่ผ่ำนมำ ทำง ส.ป.ก. ท�ำกำรระดมสมองเพือหำแนวทำงปรับเปลียน ่ ่ กฎหมำยปฏิรปทีดนให้ทนสมัยและสะดวกต่อกำรบริหำร ู ่ ิ ั จัดกำรให้มำกขึน20 สอดคล้องกับควำมเห็นของนำยอนุรกษ์ ้ ั นิยมเวช สมำชิกวุฒิสภำและประธำนคณะกรรมำธิกำร พัฒนำกำรเมืองและกำรมีสวนร่วมของประชำชน วุฒสภำ ่ ิ อย่ำงไรก็ตำม กฎหมำยทีมอยูขณะนี้ ได้ ให้อำนำจจัดกำร ่ ี ่ � กั บ กำรถื อ ครองที่ ดิ น ในเขต ส.ป.ก.ที่ ไม่ ถู ก ต้ อ งไว้ ระดับหนึ่งแล้ว ประเด็นส�ำคัญจึงอยู่ที่เจ้ำหน้ำที่จะต้อง ด�ำเนินกำรกฎหมำยอย่ำงเคร่งครัด และจะต้องสร้ำง กำรตรวจสอบจำกภำคประชำชนเพื่ อ ก� ำ กั บ ดู แ ล กำรท�ำงำนของเจ้ำหน้ำที่อีกชั้นหนึ่ง21 แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนคือ คืนความเป็นธรรม แม้กำรบังคับใช้กฎหมำยจัดกำรกำรบุกรุกพืนทีปำ ้ ่ ่ วังน�ำเขียวจะได้รบกำรยอมรับจำกสังคม แต่ตองยอมรับ ้ ั ้ ว่ำสร้ำงควำมเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบกำรและชำวบ้ำน ในพืนที่ นำยกงกฤช หิรญกิจ ประธำนฝ่ำยนโยบำย สภำ ้ ั อุตสำหกรรมท่องเทียวแห่งประเทศไทย ได้เสนอทำงออก ่ แบบประนีประนอม โดยยอมรับว่ำกำรใช้มำตรกำรทำง กฎหมำยเป็นสิงทีถกต้องแล้ว แต่ภำครัฐควรหำมำตรกำร ่ ู่ เยียวยำผูประกอบกำรทีเข้ำไปด�ำเนินกำรโดยไม่มเจตนำ ้ ่ ี บุกรุก18 ที่ ลื ม ไม่ ไ ด้ คื อ การปฏิ รู ป ที่ ดิ น อย่ า งจริ ง จั ง รวมทั้งการบ่มเพาะและขับเคลื่อนแนวคิดเรื่องสิทธิ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนให้เกิดผล ในทางปฏิบติ ซึงเป็นกำรจัดกำรทีตวรำกเหง้ำของปัญหำ ั ่ ่ ั และส่งเสริมให้ชมชนสำมำรถอยูรวมกับป่ำได้ น่ำจะเป็น ุ ่่ ทำงออกทียงยืนกว่ำกำรไล่รอรีสอร์ต เพรำะเกรำะป้องกัน ่ ั่ ื้ ผืนป่ำทีแข็งแกร่งทีสดไม่ ได้อยูทเจ้ำหน้ำทีและกฎหมำย ่ ่ ุ ่ ี่ ่ ในมือ หำกอยูทควำมเป็นธรรมในสังคมและควำมหวงแหน ่ ี่ ดูเหมือนว่ำทำงออกเฉพำะหน้ำต่อกรณีวงน�ำเขียว ทรัพยำกรในหัวใจของชุมชน ั ้ ทีหลำยฝ่ำยเห็นพ้องต้องกัน คือกำรจัดกำรตำมกฎหมำย ่ และไม่อำจผ่อนปรนได้ เพรำะหำกยอมก็ย่อมหมำยถึง กำรผ่ อ นปรนให้ แ ก่ ก ำรบุ ก รุ ก พื้ น ที่ ป ่ ำ ของนำยทุ น 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 45 สิทธิปฏิเสธกำรรักษำ เมื่อควำมตำยคือทำงเลือก ของศักดิ์ศรีควำมเป็นมนุษย์ ‘ การขอตายอย่างสงบ’ เป็นพืนทีสวนบุคคลทีไม่ ได้พวพันกับกฎหมายมากมาย และไม่เคย ้ ่ ่ ่ ั เป็นประเด็นถกเถียงในสังคมไทยมาก่อน จนกระทั่งหลังการเกิดขึ้นของ พ.ร.บ.สุขภาพ แห่งชาติ พ.ศ. 2550 เมือมาตรา 12 ของกฎหมายนีระบุถงการขอตายทีเ่ กาะเกียวกับ ‘สิทธิ’ ่ ้ ึ ่ เป็นการตายอย่างสมศักดิศรีความเป็นมนุษย์โดยปราศจากสายระโยงระยาง หรือนอนแน่นง ์ ิ่ เป็นผักบนเตียง เป็นทางเลือกที่กฎหมายยอมรับ แต่มาตรานี้ก็สร้างความหวั่นไหวต่อ บุคลากรทางการแพทย์จานวนหนึงว่า กติกาใหม่นสมเสียงต่อการผิดจรรยาบรรณและน�าพา � ่ ี้ ุ่ ่ ตัวเองให้ติดคุกติดตะราง กลายเป็นข้อถกเถียงหลักของความขัดแย้งเรื่องสิทธิการตาย เมื่อความตาย คือทางเลือก ประมำณปี 2545 ระหว่ำง กำรยกร่ำงพ.ร.บ.สุขภำพแห่งชำติ มำตรำว่ำด้วยสิทธิปฏิเสธกำรรักษำ ด ถูกอภิปรำยอย่ำงกว้ำงขวำงในหมู่ ง งในหมู สมำชิก สภำผู้ แทนร ำษฎร ฝ่ ำ ยที่ ผู เห็นด้วยอ้ำงประเด็นสิทธิของผู้ป่วย ขณะทีฝำยไม่เห็นด้วยหยิบยกข้ออ้ำง ่ ่ย เรืองจรรยำบรรณแพทย์ และผูปวย ่ ้ ่ ไม่ควรเป็นผูตดสินใจเพียงฝ่ำยเดียว ้ ั โดยขำดดุ ล ยพิ นิ จ ของแพทย์ แ ละ ควำมเห็นของญำติพี่น้อง เพรำะจะ สร้ำงควำมยุ่งยำกตำมมำ นำยแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีวำกำรกระทรวงสำธำรณสุข ่ ในขณะนั้น แสดงท่ำทีต่อประเด็นนี้ ว่ำ กำรให้สิทธิผู้ป่วยเลือกตำยได้ ร รให้ ย ยได้ ถู ก ต้ อ งตำมหลั ก สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน แต่มีปัญหำในทำงปฏิบัติและสำมำรถใช้ ได้เฉพำะบำงกรณี เช่น ผู้ป่วยที่ ำ ำใ ร่ำงกำยไม่มีปฏิกิริยำใดๆ แล้ว จึงควรให้ผู้ป่วยจำกไปอย่ำงสงบ ส่วนกรณี ำ ผูปวยทีเป็นโรคร้ำยแรง แพทย์ตองพิจำรณำว่ำกำรปล่อยให้ผปวยเลือกตำย ้ ่ ่ ้ ู้ ่ 1 มีควำมเหมำะสมหรือไม่ 46 สุขภาพคนไทย 2555 ค� ำ อธิ บ ำยของฝ่ ำ ยที่ เ ห็ น ด้ ว ย ระบุ ว ่ ำ ใน ต่ ำ งประเทศได้ ให้ สิ ท ธิ ท� ำ นองนี้ แ ก่ ป ระชำชน เช่ น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทมกฎหมำยรองรับสิทธิกำรตำย ี่ ี มำตั้งแต่ปี 2530 ท�ำให้ผู้ป่วยอำกำรหนักมักเดินทำง ไปใช้บริกำรจำกองค์กรที่ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ประสงค์ จะตำยอยู่เป็นประจ�ำ หรือมลรัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐฯ เมือปี 2545 ่ มีกำรออกกฎหมำยอนุญำตให้แพทย์สั่งจ่ำยยำช่วยให้ ถึงแก่ควำมตำยแก่ผู้ป่วยวำระสุดท้ำยและประสงค์จะ ตำย ซึงศำลฎีกำสหรัฐฯ พิพำกษำยอมรับว่ำ รัฐบัญญัติ ่ เรืองกำรตำยอย่ำงมีศกดิศรี (Death with Dignity Act) ่ ั ์ นั้นเป็นสิ่งที่แพทย์ท�ำได้2 สมำคมแพทย์ โลก (The World Medical Association) เสนอว่ำ กำรช่วยให้ผปวยตำยอย่ำงสงบ ู้ ่ (euthanasia) มีข้อพึงพิจำรณำ 3 ประกำร คือ ผู้ป่วย อยู่ ในภำวะเจ็บปวดทรมำนอย่ำงแสนสำหัส เป็นสิทธิ ส่วนบุคคลของผูปวยทีตองกำรยุตชวต และผูปวยไม่ควร ้ ่ ่ ้ ิีิ ้ ่ ถูกบังคับให้ยืดชีวิตออกไปในสภำพที่ช่วยตนเองไม่ ได้ และไร้กำรรับรูทำงสมอง ทังนี้ กำรช่วยจำกแพทย์ทำได้ ้ ้ � 2 รู ป แบบคื อ กำรช่ ว ยให้ ผู ้ ป ่ ว ยที่ สิ้ น หวั ง ได้ ต ำย อย่ำงสงบ (Active Euthanasia) กับกำรปล่อยให้ผปวย ู้ ่ 3 ตำยไปเองอย่ำงสงบ (Passive Euthanasia) แต่สำหรับ สิทธิในการปฏิเสธการรักษา (Right � to Refuse Medical Treatment) นัน หมำยถึงบุคคล ้ มีสิทธิแสดงเจตจ�ำนงที่จะรักษำหรือปฏิเสธกำรรักษำ ในวำระสุดท้ำยของชีวิต เนื่องจำกเทคโนโลยีที่รุดหน้ำ ในปัจจุบันสำมำรถยื้อควำมตำยไว้ ได้ แต่บำงครั้งต้อง แลกด้วยพันธนำกำรจำกเครื่องมือทำงกำรแพทย์ และ ค่ำใช้จำยมหำศำล ผูคนจ�ำนวนไม่นอยคิดว่ำนีมิใช่รปแบบ ่ ้ ้ ่ ู กำรตำยที่มีศักดิ์ศรีสมกับควำมเป็นมนุษย์ กำรปฏิเสธ จึงถือเป็นสิทธิประกำรหนึ่งที่จะธ�ำรงควำมเป็นมนุษย์ ไว้ก่อนตำย4 ที่จริงแล้ว ในประเทศที่มีกฎหมำยเกี่ยวกับกำร รักษำพยำบำลชัดเจน จะมีแบบฟอร์มกำรรักษำพยำบำล ซึ่งผู้ป่วยต้องกรอก หนึ่งในนั้นคือ กำรแสดงเจตจ�ำนง ไม่ยอมรับกำรรักษำ หำกตกอยู่ ในสภำพที่ป่วยจนหมด หนทำงเยียวยำแล้ว หรือที่เรียกกันว่ำ DNR (Do Not Resuscitate) โดยหำกผู้ป่วยมีค�ำสั่ง DNR ไว้ แพทย์ ต้องหยุดกำรกระท�ำที่จะเป็นกำรยื้อชีวิต เพรำะต้อง เคำรพกำรตัดสินใจของผูปวยทีมี ไว้เป็นลำยลักษณ์อกษร ้ ่ ่ ั ล่วงหน้ำ ซึ่งก็คือ กำรท�ำพินัยกรรมก่อนตำย (Living Will) ว่ำขอใช้ “สิทธิกำรตำย” ตำมที่กฎหมำยรับรอง ห้ำมแพทย์ละเมิดสิทธินี้ โดยปรำศจำกเหตุผลอันสมควร5 มรณสติ ศาสนาพุทธยอมรับ การเตรียมตัวตาย ที่น่ำสังเกตคือ ประเด็นเรื่อง ‘สิทธิ’ กลับไม่ ใช่ แกนหลักของกำรถกเถียงมำกมำยนักในสังคมไทย ทังนี้ ้ อำจเป็นเพรำะ ‘สิทธิ’ เป็นแนวคิดของตะวันตก ผ่ำน กำรถกเถียงจนตกผลึกและยอมรับทั่วไปว่ำเป็นสิทธิ พืนฐำนประกำรหนึงของมนุษย์ ประเทศไทยรับเอำแนวคิด ้ ่ นี้ ม ำผลั ก ดั น โดยกลุ ่ ม แพทย์ ที่ มี แ นวคิ ด ปฏิ รู ป ระบบ สำธำรณสุขและมีเครือข่ำยผู้ป่วยคอยให้กำรสนับสนุน ปั จ จั ย ส� ำ คั ญ อี ก ประกำรอำจเป็ น อิ ท ธิ พ ลของ ศำสนำพุทธที่มิได้มีมุมมองด้ำนลบต่อสิทธิกำรตำย เช่น แนวคิดของศำสนำคริสต์หรืออิสลำมที่ถือว่ำชีวิตมนุษย์ เป็นของพระเจ้ำ ดังนั้น มนุษย์จึงไม่มีสิทธิท�ำลำยชีวิต ตนเอง ตรงกันข้ำม ศำสนำพุทธกลับให้ควำมส�ำคัญ ต่อกำรเตรียมตัวตำยอย่ำงสงบ สอดคล้องกับค�ำสอน เรื่ อ งมรณสติ ที่ พ ระไพศำล วิ ส ำโล เจ้ ำ อำวำส วัดป่ำสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ เคยกล่ำวว่ำ “เรื่องนี้ ในทำงศำสนำไม่ถือว่ำผิด เพรำะคนที่ เขำรู้ว่ำจะต้องตำยแล้ว ก็ ไม่อยำกจะยื้อชีวิต อำจำรย์ พุทธทำสท่ำนก็ปฏิเสธไม่ขอรักษำ เพรำะท่ำนก็อำยุ 87 ปีแล้ว ท่ำนอยำกมรณภำพอย่ำงเป็นธรรมชำติ เรื่องแบบนี้ ในสมัยก่อนพอใครรู้ว่ำตนเองจะต้องตำย ก็ ไม่กินยำ ไม่กินข้ำว กินแต่น�้ำ มีแบบนี้เยอะ เพรำะ ไม่ ต ้ อ งกำรยื้ อ ถ้ ำ คิ ด ว่ ำ ไม่ ไ หวแล้ ว ท่ ำ นพุ ท ธทำส เรียกว่ำ ‘ไม่หอบสังขำรหนีควำมตำย’ และก็ ไม่ ใช่เป็น กำรฆ่ำตัวตำย แต่เป็นกำรปล่อยวำงและตำยอย่ำง เป็นธรรมชำติ”6 ผลกำรส�ำรวจของศูนย์ประชำมติ สถำบันวิจัย และพัฒนำ มหำวิทยำลัยรำมค�ำแหง เมื่อปี 2545 ว่ำด้วยเรื่องกำรุณยฆำตและสิทธิกำรตำย พบว่ำ กลุ่ม ตัวอย่ำงร้อยละ 45 เห็นด้วยกับกำรออกกฎหมำยสิทธิ กำรตำยอย่ำงมีศักดิ์ศรี ร้อยละ 16.7 ไม่เห็นด้วย และ 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 47 เป็นลำยลักษณ์อกษรหรือใช้แบบฟอร์มตำมกฎกระทรวง ั ก็ ได้ โดยต้องมีเลขที่บัตรประชำชน ลำยมือชื่อ ชื่อนำมสกุ ล บุ ค คลใกล้ ชิ ด วั น เดื อ นปี ที่ ท� ำ หนั ง สื อ และพยำน ซึงอำจเป็นบุคคลใกล้ชด ญำติ หรือพยำบำล ่ ิ เนื้อหำในหนังสือระบุถึงวิธีที่ ไม่ต้องกำรให้ ใช้รักษำใน วำระสุดท้ำย และสำมำรถแสดงเจตนำขอกลับบ้ำน การแสดงเจตจ�านงที่จะปฏิเสธการรักษา เมื่อวำระสุดท้ำยก�ำลังจะมำถึงได้8 ทว่ำ ประเด็นสิทธิปฏิเสธกำรรักษำเพื่อขอตำย หลังจำกยืดเยื้อมำหลำยปี ในที่สุด ร่ำง พ.ร.บ. สุขภำพแห่งชำติ พ.ศ. ... ผ่ำนกำรเห็นชอบของสภำ อย่ำงสงบ ไม่ ได้ลงเอยเรียบง่ำยเช่นนี้ นิติบัญญัติแห่งชำติ (สนช.) เมื่อวันที่ 4 มกรำคม 2550 แพทยสภาไม่มั่นใจข้อกฎหมาย โดยระบุเรื่องสิทธิกำรตำยไว้ ในมำตรำ 12 ว่ำ ภำยหลังกำรประกำศกฎกระทรวง แพทยสภำ “บุคคลมีสิทธิท�าหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์ จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตาย ซึ่งคัดค้ำนเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2545 นำยแพทย์ชุมศักดิ์ ในวาระสุดท้ายของชีวตตน หรือเพือยุตการทรมานจาก พฤกษำพงษ์ เลขำธิกำรและโฆษกแพทยสภำในขณะนั้น ิ ่ ิ กล่ำวว่ำ แพทยสภำไม่เห็นด้วยกับกำรที่ผู้ป่วยต้องกำร การเจ็บป่วยได้ ให้ยตกำรรักษำ หำกเป็นกำรเขียนพินยกรรมล่วงหน้ำว่ำ ุ ิ ั การด� า เนิ น การตามหนั ง สื อ แสดงเจตนาตาม ไม่ต้องกำรให้ต่อเครื่องช่วยหำยใจหรือเครื่องมือแพทย์ วรรคหนึง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธการทีกาหนด ต่ำงๆ ก็อำจท�ำได้ นำยแพทย์ชุมศักดิ์ถึงกับให้ควำมเห็น ่ ี ่� ในกฎกระทรวง ว่ำ เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขได้ปฏิบัติ “ผมว่ำเรื่องนี้ประเด็นอยู่ที่เงิน ถ้ำไม่มี ใครจ่ำย ตามเจตนาของบุคคลตามวรรคหนึ่งแล้ว มิให้ถือว่าการ ค่ำรักษำพยำบำลให้ ก็ ไม่มีแพทย์ที่ ไหนอยำกเหนี่ยวรั้ง กระท�านันเป็นความผิดและให้พนจากความรับผิดทังปวง” ให้ผปวยคำเครือง เพรำะไม่รจะส่งบิลไปเก็บกับใคร แม้แต่ ้ ้ ้ ู้ ่ ่ ู้ ้ ่ ่ ี ู้ ่ ต่อมำได้มประกำศส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสุขภำพ ผูปวยทีมหลักประกันสุขภำพก็ตำม รัฐยอมจ่ำยให้ผปวย ี แห่งชำติ เรือง แนวทางการปฏิบตงานของสถานบริการ ระดับหนึ่งเท่ำนั้น กำรจะอยู่หรือจะตำยของคน ต่อไป ่ ั ิ สาธารณสุข ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุข และ จะเป็นสองมำตรฐำนที่เงินเป็นตัวก�ำหนด”9 เจ้าหน้าที่ของสถานบริการสาธารณสุข ซึ่งออกตามกฎ ค� ำ กล่ ำ วข้ ำ งต้ น ดู จ ะเป็ น กำรสนั บ สนุ น สิ ท ธิ กระทรวงก�าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการด�าเนินการตาม กำรตำยแบบมุมกลับ เพรำะงำนวิจัยในสหรัฐฯ พบว่ำ หนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุข ค่ำรักษำพยำบำลช่วง 6 เดือนสุดท้ำยก่อนเสียชีวิตนั้น ที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต มำกกว่ำค่ำรักษำพยำบำลทีจำยมำทังชีวตเสียอีก10 สิทธิ ่่ ้ ิ หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วย พ.ศ. 2553 ปฏิเสธกำรรักษำจึงดูจะสมเหตุสมผลส�ำหรับคนไข้ที่ ประกำศดังกล่ำวเป็นกำรวำงแนวทำงปฏิบัติกำร ไม่ต้องกำรเป็นภำระแก่คนที่อยู่หลัง แสดงเจตจ�ำ นงปฏิเ สธกำรรัก ษำของผู้ป่วย และให้ แพทยสภำยั ง มี ค� ำ ถำมต่ อ ว่ ำ กฎกระทรวงที่ บุคลำกรสำธำรณสุขท�ำตำมควำมประสงค์ของผูปวยได้ ออกมำเกินขอบเขตอ�ำนำจที่ พ.ร.บ.สุขภำพแห่งชำติ ้ ่ โดยไม่ต้องกังวลต่อผลทำงกฎหมำย มำตรำ 12 บัญญัติ ไว้หรือไม่ และสำมำรถยกเว้ น โดยผู ้ ที่ จ ะแสดงควำมประสงค์ ไ ม่ ต ้ อ งกำร ควำมรับผิดตำมประมวลกฎหมำยอำญำและประมวล กำรรักษำในวำระสุดท้ำยของชีวิตต้องมีอำยุครบ 18 ปี กฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ ได้ทั้งหมดหรือไม่ ด้วยเกรง มีสติสัมปชัญญะ ตัดสินใจด้วยตนเอง หำกอำยุต�่ำกว่ำ ว่ ำ จะท� ำ ให้ บุ ค ลำกรทำงกำรแพทย์ สุ ่ ม เสี่ ย งต่ อ 18 ปีต้องให้ผู้ปกครองตัดสินใจ กำรท�ำหนังสือจะเขียน กำรกระท� ำ ผิ ด กฎหมำย 11 แม้ ฝ ่ ำ ยผู ้ จั ด ท� ำ กฎหมำย ร้อยละ 38 ไม่ทรำบกฎหมำยนี้ เมื่อแยกตำมอำชีพ พบว่ำกลุ่มที่เห็นด้วยกับกฎหมำยเป็นแพทย์ถึงร้อยละ 54.57 เหตุนี้ แกนแห่งการถกเถียงจึงอยูทถอยค�า จรรยา ่ ี่ ้ บรรณทางการแพทย์ และข้อกฎหมาย 48 สุขภาพคนไทย 2555 จะชี้แจงว่ำ ข้อวิตกกังวลที่ว่ำนี้ ได้ผ่ำนกำรพูดคุยกับ นักกฎหมำยมำตั้งแต่ต้นแล้วก็ตำม ก็ ไม่ ได้ท�ำให้ทำง แพทยสภำสบำยใจแต่อย่ำงใด นำยแพทย์วิสุ ท ธิ์ ลัจ ฉเสวี ผู้ ช ่ว ยเลขำธิ กำร แพทยสภำ ถึงกับประกำศว่ำ “กฎหมำยฉบับนี้ ไม่มสภำพ ี บังคับ จึงไม่จำเป็นต้องปฏิบตตำม หรือไม่กตองมีหน่วย � ั ิ ็ ้ งำนกลำงทีรบผิดชอบคือ สช. (ส�ำนักงำนคณะกรรมกำร ่ั สุขภำพแห่งชำติ) ทีตองเก็บรวบรวมหนังสือแสดงเจตนำ ่ ้ 12 ด้วย” ควำมขัดแย้งทำงควำมคิดมีททำจะบำนปลำยเมือ ี ่ ่ แพทยสภำขูวำจะฟ้องศำลปกครอง โดยมีแนวร่วมอย่ำง ่่ สหพันธ์ผปฏิบตงำนด้ำนกำรแพทย์และสำธำรณสุขแห่ง ู้ ั ิ ประเทศไทย (สผพท.) และสมำพันธ์แพทย์ โรงพยำบำล ศูนย์/โรงพยำบำลทั่วไป (สพศท.) เสนอให้มีกำรแก้ ไข กฎกระทรวงใน 4 ประเด็น คือ 1. กำรก� ำ หนดวำระสุ ด ท้ ำ ยของชี วิ ต ตำม กฎกระทรวงเขียนไว้ค่อนข้ำงกว้ำงและอำจมีปัญหำ ในทำงปฏิ บั ติ แพทยสภำขอเป็ น ผู ้ ก� ำ หนดนิ ย ำม ค�ำว่ำ วำระสุดท้ำย ให้ถูกต้องตำมเจตนำรมณ์ของ พ.ร.บ.สุขภำพแห่งชำติ โดยกำรเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องและ รำชวิทยำลัยต่ำงๆ มำหำรือร่วมกัน 2. สถำนที่ ในกำรท�ำหนังสือแสดงเจตนำฯ ซึ่ง เดิมระบุให้ท�ำที่ ใดก็ ได้นั้น ควรก�ำหนดให้ท�ำในสถำนที่ 4 แห่ง คือ โรงพยำบำลที่คนไข้รักษำตัว ส�ำนักงำน สำธำรณสุขจังหวัด (สสจ.) ส�ำนักงำนเขตหรือที่ว่ำกำร อ�ำเภอ และส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสุขภำพแห่งชำติ 3. ตำมตัวอย่ำงหนังสือแสดงเจตนำไม่ประสงค์ จะรับบริกำรสำธำรณสุข ระบุให้แพทย์กรุณำหยุดบริกำร ซึงในทำงปฏิบตคงไม่มแพทย์คนใดกล้ำด�ำเนินกำรเพรำะ ่ ั ิ ี เท่ำกับท�ำให้ผู้ป่วยตำย 4. ต้องตัดค�ำว่ำ ‘กรุณำหยุดบริกำร’ ออกไป นำยแพทย์สมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขำธิกำรแพทยสภำ ั กล่ำวว่ำ เมื่อแพทย์ ได้ท�ำหัตถกำรใดแก่ผู้ป่วยแล้ว เช่น กำรใส่เครื่องช่วยหำยใจ แพทย์ ไม่สำมำรถด�ำเนินกำร ถอดเพื่อให้คนไข้ตำยเร็วขึ้น เพรำะแม้ ไม่ถอดคนไข้ก็จะ เสียชีวตอยูแล้ว กำรถอดเครืองช่วยหำยใจท�ำได้ 2 กรณี ิ ่ ่ เท่ำนั้น คือผู้ป่วยเสียชีวิต หรือผู้ป่วยอำกำรดีขึ้น ทำงแพทยสภำยื น ยั น ว่ ำ จะด� ำ เนิ น กำรแก้ ไข กฎกระทรวงและอำจรวมไปถึง พ.ร.บ.สุขภำพแห่งชำติ โดยจะน�ำเสนอต่อรัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงสำธำรณสุข ต่อไป13 สิทธิการตายมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ความขัดแย้งนี้ยังไม่จบ ปัจจุบน สิทธิทจะปฏิเสธกำรรักษำของผูปวยระยะ ั ี่ ้ ่ สุดท้ำยมีผลบังคับใช้แล้ว แต่อนำคต ยังไม่มี ใครคำดเดำ ได้ว่ำเนื้อหำกฎหมำยจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่ำงไร ด้วยเหตุทเบืองหลังเรืองนีมรำกเหง้ำจำกควำมแตกต่ำง ี่ ้ ่ ้ ี ของฐำนคิดระหว่ำงแพทย์สองกลุม คือ แพทยสภำทีเป็น ่ ่ หัวหอกในกำรคัดค้ำนสิทธิกำรขอตำยอย่ำงสงบอย่ำง แข็งขัน น่ำสังเกตว่ำ แพทยสภำยุคปัจจุบันมีแนวโน้ม มุ่งประโยชน์กลุ่มแพทย์เป็นส�ำคัญ และอำจเจือด้วย กำรปกป้องผลประโยชน์ของแพทย์พำณิชย์ด้วย ขณะที่ ก ลุ ่ ม แพทย์ ที่ ส นั บ สนุ น มำตรำ 12 นี้ เป็นกลุ่มแพทย์ที่ร่วมผลักดัน พ.ร.บ.สุขภำพแห่งชำติ มำตั้งแต่ต้น และมีบรรทัดฐำนกำรท�ำงำนที่จะมุ่งแก้ ปัญหำสุขภำพของประชำชนอย่ำงเป็นระบบ โดยหลัก อิงส�ำคัญ คือ เครือข่ำยประชำชนเพื่อสิทธิด้ำนสุขภำพ 4 ภำค ที่ ตั้ ง ค� ำ ถำมกั บ กลุ ่ ม แพทย์ ที่ คั ด ค้ ำ นว่ ำ มีเบื้องหลังหรือไม่ และเรียกร้องให้กลุ่มแพทย์ที่ก�ำลัง ขัดขวำงคิดอย่ำงผู้มีวุฒิภำวะ โดยยืนยันว่ำ เครือข่ำยฯ จะเฝ้ ำ ติ ด ตำมและท� ำ งำนเพื่ อ ส่ ง เสริ ม สนั บ สนุ น กำรใช้ สิ ท ธิ ต ำมมำตรำ 12 ด้ ว ยกำรสร้ ำ งควำมรู ้ ควำมเข้ำใจของประชำชนอย่ำงกว้ำงขวำงต่อไป14 แม้ความขัดแย้งยังไม่จบ แต่บทเรียนของเรื่องนี้ อยู่ที่ว่า ไม่มีสิ่งใดพรากศักดิ์ศรีของมนุษย์ ไปได้ ไม่ว่า จะเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ หรือกระทั่งความตาย 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 49 งคมไทยเข้ า ใจว่ า รั ฐ ประหาร 19 กั น ยายน 2549 คื อ จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งแห่งปัจจุบัน นั่นคือความจริง เพียงส่วนเดียว หากเปรียบรัฐประหารเป็นต้นไม้พิษ ผลที่เกิด จากต้นไม้ชนิดนียอมเป็นพิษ ถึงทีสดแล้ว รัฐประหารอาจเป็น ้ ่ ่ ุ เพี ย งผลไม้ พิ ษ ของต้ น ไม้ พิ ษ ที่ ใ หญ่ โ ตกว่ า มี ร ากเหง้ า ที่ แข็ ง กระด้ า ง ปั ก ลึ ก แน่ น หนาอยู ่ ใ ต้ ดิ น และแผ่ ป กคลุ ม ทุกองคาพยพของสังคมไทยมาเนิ่นนาน และเพราะรากมันซุกซอน อยู่ ใต้ดนจึงไม่มใครมองเห็น ต้นไม้ชนิดนี้ อาจเรียกด้วยถ้อยค�าสันๆ ิ ี ้ ได้ว่า “โครงสร้างสังคมอันอยุติธรรม” สั “ปฏิรูปประเทศไทย” ภำรกิจถอนต้นไม้พิษ ที่ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน ความเหลื่อมล�้า บนโครงสร้างอันบิดเบียว ้ ต้นไม้พิษที่แท้จริง ‘ปัญหำเชิงโครงสร้ำง’ กลำย เป็นค�ำติดหูคนไทยมำกขึนเมือมีควำม ้ ่ พยำยำมอธิบำยต้นสำยปลำยเหตุ ของปรำกฏกำรณ์ควำมขัดแย้งทำง กำรเมือง อันเป็นพื้นผิวของปัญหำ ที่แท้จริงทุกวันนี้ ภำพชำวบ้ ำ นที่ ได้ รั บ ผล กระทบจำกเขื่อนปำกมูล-รำษี ไศล ษี ต้องหอบผ้ำผ่อนมำชุมนุมหน้ำท�ำเนียบ ผ มนุ ควำมเจ็บป่วยจำกโรงไฟฟ้ำแม่เมำะ หรื อ นิ ค มอุ ต สำหกรรมมำบตำพุ ด 50 สุขภาพคนไทย 2555 อ�ำนำจครอบง�ำตลำดของบริษทขนำดใหญ่เพียงร้อยละ ั 10 แต่กวำดรำยได้มำกกว่ำร้อยละ 89 ของจ�ำนวนบริษท ั 1 จดทะเบียนทังหมดในปี 2550 หรือกรณีอบตเหตุรถเก๋ง ้ ุ ั ิ ซีวิคชนกับรถตู้บนทำงด่วน ที่สังคมต้องกดดันเพรำะ ไม่มั่นใจกระบวนกำรยุติธรรมว่ำ ตำชั่งจะโอนเอียงตำม อ�ำนำจและควำมมั่งมีหรือไม่ เหล่ำนี้เป็นเพียงตัวอย่ำงเล็กน้อยที่เปิดเปลือย สังคมไทยว่ำ มีควำมผิดปกติบำงประกำรทีทำให้โครงสร้ำง ่ � ต่ำงๆ ไม่วำจะเป็นกำรเมือง เศรษฐกิจ สังคม อ�ำนำจ ่ กฎหมำย กระบวนกำรยุติธรรม ฯลฯ กระจุกตัวและ ขับเคลือนเพือคนจ�ำนวนน้อย เกิดสิงทีคอยกัดกร่อนสังคม ่ ่ ่ ่ ไทย นำมว่ำ “ความเหลื่อมล�า” ้ และสร้ำงควำมเป็นธรรมใน 5 มิติ คือ ควำมเป็นธรรม ด้ ำ นเศรษฐกิ จ และสั ง คม ด้ ำ นที่ ดิ น และทรั พ ยำกร ด้ำนโอกำส ด้ำนสิทธิ และด้ำนอ�ำนำจต่อรอง5 แม้ ก ลุ ่ ม คนเสื้ อ แดงจะไม่ ร ่ ว มสั ง ฆกรรมกั บ คณะกรรมกำรทั้งสองชุด แต่ก็ต้องยอมรับว่ำสำมำรถ จุดกระแสสังคมให้ ใส่ ใจต่อกำรปฏิรปอย่ำงจริงจัง ดึงดูด ู หลำยภำคส่วน ทังภำคธุรกิจ รำชกำร เอ็นจี โอ ชำวบ้ำน ้ สื่อมวลชน หรือกลุ่มที่ขับเคลื่อนในประเด็นต่ำงๆ เช่น กลุมผูหญิง คนพิกำร ป่ำชุมชน ผูบริโภค และศิลปิน มำ ่ ้ ้ ร่วมถกเถียง แลกเปลี่ยน วิเครำะห์ สังเครำะห์ปัญหำ และค้นหำแนวทำงแก้ ไข โดยชุดของนำยอำนันท์เปรียบ เสมือนมันสมองที่คิดในเชิงยุทธศำสตร์ รวบรวมนักคิด นักวิชำกำรที่มีชื่อเสียงระดับประเทศไว้ ไม่น้อย อำทิ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล นิธิ เอียวศรีวงศ์ ม.ร.ว.อคิน รพีพฒน์ เป็นต้น และมีสมัชชำปฏิรปเป็นผูสร้ำงกระบวนกำร ั ู ้ มีสวนร่วม รวบรวมข้อมูล ควำมคิด ควำมเห็นจำกสังคม ่ ควำมเหลื่อมล�้ำอำจแบ่งได้เป็น 4 ด้ำนคือ สิทธิ โอกำส อ�ำนำจ และศักดิศรี2 หมำยควำมว่ำคนส่วนใหญ่ ์ ในสังคมไทยถูกกีดกันออกจำก 4 สิ่งนี้มำนำน จวบจน สำยลมแห่งควำมเปลี่ยนแปลงรอบด้ำนพัดสู่สังคมไทย ประชำชนเริ่มตระหนักในสิทธิและเสียงของตนมำกขึ้น กำรระดมควำมคิ ด เห็ น ผ่ ำ นเวที ส มั ช ชำปฏิ รู ป จำกรัฐธรรมนูญปี 2540 และประชำธิปไตยกินได้ทรฐบำล ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนมีนำคม 2554 เห็นพ้องว่ำจะลด ี่ ั ควำมเหลื่ อ มล�้ ำ และสร้ ำ งควำมเป็ น ธรรม โดยให้ สมัย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร หยิบยื่นให้ ู ู ้ ไม่ว่ำระบบทักษิ โณมิกส์จะดี-เลวอย่ำงไร แต่ก็ คณะกรรมกำรปฏิรปและสมัชชำปฏิรปวิเครำะห์ขอเสนอ ู ่ ท�ำให้พวกเขำได้มทอยูทยน มีปำกมีเสียง อย่ำงที่ ไม่เคย เชิงนโยบำยและจัดสมัชชำปฏิรปทุกระดับอย่ำงต่อเนือง ี ี่ ่ ี่ ื 6 เกิดขึนมำก่อนกับระบอบประชำธิปไตยทีวำงแน่นงอยูบน โดยด�ำเนินกำรเป็นอิสระจำกรัฐบำล ใน 8 ประเด็น ้ ่ ิ่ ่ พำน กระทังรัฐประหำรปี 2549 พรำกมันไป แปรเปลียน ่ ่ เป็นควำมขัดแย้งทำงกำรเมืองที่ทวีควำมรุนแรงขึ้น 1. 2. 3. 4. 5. ผู้สูงอำยุ 6. 7. 8. สังคม กำรจัดสรรที่ดินอย่ำงเป็นธรรมและยั่งยืน กำรจัดกำรทรัพยำกรทะเลและชำยฝั่ง กำรคืนควำมเป็นธรรมกรณีทดนและทรัพยำกร ี่ ิ กำรปฏิรูประบบประกันสังคม หลั ก ประกั น และกำรสร้ ำ งเสริ ม สุ ข ภำวะ ก่อเกิดคณะกรรมการปฏิรูป หลังเหตุกำรณ์จลำจลพฤษภำคม 2553 ควำม บอบช�้ำบีบสังคมไทยให้ต้องหำทำงออก เมื่อรำกเหง้ำ สังคมที่คนไทยอยู่เป็นสุขร่วมกัน ปัญหำแท้จริงคือโครงสร้ำงสังคมและควำมเหลื่อมล�้ำ กำรกระจำยอ�ำนำจ และ นำยอภิสทธิ์ เวชชำชีวะ นำยกรัฐมนตรี ในขณะนัน ได้จด ิ ้ ุ ศิลปวัฒนธรรมกับกำรสร้ำงสรรค์และเยียวยำ กระแสกำรปฏิรูปประเทศ พร้อมกับออกระเบียบส�ำนัก นำยกรัฐมนตรีวำด้วยกำรปฏิรป พ.ศ. 2553 ตำมมำด้วย ่ ู กำรตั้งคณะกรรมกำรปฏิรูป (คปร.) มีนำยอำนันท์ ู ่ ิ ้ ปันยำรชุน เป็นประธำน และคณะกรรมกำรสมัชชำปฏิรป “ปฏิรปทีดน” “รือโครงสร้างอ�านาจรัฐ” ู มี น ำยแพทย์ ป ระเวศ วะสี เป็ น ประธำน มุ ่ ง เน้ น ยาแรงที่ไร้ค�าตอบจากรัฐบาล กำรแก้ปัญหำเชิงโครงสร้ำง และลดควำมเหลื่อมล�้ำ3 ผ่ำนไป 6 เดือนนับจำก คปร. เป็นรูปเป็นร่ำง 4 ใน 5 ด้ำน คือ รำยได้ สิทธิ โอกำส อ�ำนำจ และศักดิศรี วันที่ 7 กุมภำพันธ์ 2554 คปร. จึงจัดแถลงข่ำวเรื่อง ์ 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 51 ต่อมำในวันที่ 18 เมษำยน 2554 คปร. จัดแถลง ข้อเสนอปฏิรปประเทศอีกครัง ครำวนีพงเป้ำไปทีกำรรือ ู ้ ้ ุ่ ่ ้ ข้อมูลจำกเครือข่ำยปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย โครงสร้ำงอ�ำนำจรัฐรวมศูนย์และมุงกระจำยอ�ำนำจแทน ่ 10 มูลนิธิสถำบันที่ดินแห่งประเทศไทย ประเมินว่ำ คนไทย โดยมีข้อเสนอดังนี้ ร้อยละ 90 ถือครองที่ดินไม่เกิน 1 ไร่ ส่วนคนกลุ่มน้อย 1. ยกเลิ ก กำรบริ ห ำรรำชกำรส่ ว นภู มิ ภ ำค เพียงร้อยละ 10 ถือครองที่ดินมำกกว่ำคนละ 100 ไร่ โอนอ�ำนำจบริหำรจัดกำรทรัพยำกรท้องถิ่น เศรษฐกิจ และสูงถึงร้อยละ 70 ของที่ดินที่มีกำรจับจองถูกทิ้งร้ำง ท้องถิ่น และกำรเมืองท้องถิ่นให้แก่องค์กรปกครอง โดยมิได้ ใช้ประโยชน์ แต่เพื่อเก็งก�ำไร7 คณะกรรมกำร ส่วนท้องถิ่น (อปท.) ปฏิรูปได้เสนอ 5 แนวทำงกำรปฏิรูปกำรจัดกำรที่ดิน 2. สร้ ำ งกระบวนกำรทำงกำรเมื อ งที่ เ ปิ ด ให้ เพื่อกำรเกษตร ได้แก่ ประชำชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมกับ อปท. ในกำรบริหำร 1. จ�ำกัดเพดำนกำรถือครองทีดนเพือกำรเกษตร อย่ำงเป็นรูปธรรม ่ ิ ่ ไว้ ไม่เกิน 50 ไร่ต่อครัวเรือน เพื่อลดกำรกระจุกตัวของ 3. รัฐบำลกลำงมีภำระหน้ำที่รับผิดชอบกิจกำร กำรถือครองที่ดิน ระดับชำติ แต่ ไม่มีอ�ำนำจตำมกฎหมำยที่จะแต่งตั้ง 2. จัดระบบข้อมูลกำรถือครองทีดนเพือกำรเกษตร ถอดถอนผู้บริหำร อปท. หรือพนักงำนในสังกัด อปท. ่ิ ่ ทั้งประเทศเป็นข้อมูลสำธำรณะ เพื่อใช้ ในกำรบริหำร 4. ต้ อ งปฏิ รู ป ระบบกำรคลั ง และกำรบริ ห ำร จัดกำรที่ดินให้เกิดประโยชน์และเกิดควำมเป็นธรรม บุคลำกรของท้องถิ่น เพื่อให้ อปท. มีก�ำลังในกำรปฏิบัติ 3. จัดตั้งกองทุนธนำคำรที่ดินเพื่อกำรเกษตร ภำระหน้ำที่ ท�ำหน้ำทีจดซือทีดนที่ ไม่ ใช้ประโยชน์หรือทีมกำรถือครอง ่ั ้ ่ ิ ่ ี ไม่ ต ้ อ งแปลกใจ หำกข้ อ เสนอที่ มุ ่ ง ถอนรำก ล้นเกินมำจัดสรรให้เกษตรกรที่ขำดแคลนที่ดินท�ำกิน ถอนโคนโครงสร้ำงอันเหลื่อมล�้ำเช่นนี้จะถูกคัดค้ำนและ 4. ให้มกำรจัดเก็บภำษีทดนเกษตรกรรมในอัตรำ ไม่ ได้รับกำรสำนต่ออย่ำงจริงจังจำกภำครัฐ ี ี่ ิ ก้ำวหน้ำ เพื่อลดแรงจูงใจในกำรสะสมที่ดินไว้ โดยไม่ท�ำ หลั ง กำรแถลงข้ อ เสนอครั้ ง ที่ 2 ไม่ ถึ ง เดื อ น ประโยชน์ นำยอำนันท์ ในฐำนะประธำน คปร. ก็ ได้ประกำศลำออก 5. ให้มกำรก�ำหนดเขตกำรใช้ทดนเพือกำรเกษตร ยกชุด ภำยหลังกำรประกำศยุบสภำของนำยอภิสิทธิ์ ี ี่ ิ ่ อย่ำงชัดเจน โดยก�ำหนดให้ผู้ถือครองต้องเป็นผู้ท�ำ เมือวันที่ 9 พฤษภำคม 2554 โดยนำยอำนันท์ได้เน้นย�ำ ่ ้ กำรเกษตรด้วยตนเองเท่ำนั้น8 ควำมส�ำคัญถึงข้อเสนอของ คปร. 2 เรื่องนี้ว่ำ มิตองสงสัยว่ำ ข้อเสนอของ คปร. ถือเป็นยำแรง ้ “หั ว ใจของปั ญ หาสั ง คมไทยที่ น�า ไปสู ่ ค วาม แสลงใจแลนด์ลอร์ดทั้งหลำย กำรแถลงข้อเสนอจึง เหลือมล�า คือโครงสร้างอ�านาจ สิงนีคอต้นเหตุ รำชกำร ่ ้ ่ ้ื เป็นกำรโยนหินถำมทำงให้สังคมช่วยกันถกเถียงและ ที่ ไม่มควำมยุตธรรมในอ�ำนำจ ไม่เปิดโอกำส ไม่เปิดพืนที่ ี ิ ้ สร้ำงแรงกดดัน ให้กับคนทั่วไป มันก็จะน�ำไปสู่ปัญหำต่ำงๆ กำรกระจุก “เจตนำรมณ์ของข้อเสนอนี้คือ กำรสื่อสำรกับ สำธำรณะ ให้ประชำชนเกิดควำมตืนตัว น�ำเรืองนีมำเป็น ่ ่ ้ ข้อถกเถียงแลกเปลี่ยนกันเป็นวำระของสังคมและช่วย ผลักดันให้เกิดขึ้น หลังจำกนี้จะส่งหนังสือไปถึงองค์กร ตัวอ�ำนำจในเมืองหลวง เช่น ควำมมั่งคั่ง อุตสำหกรรม กำรคมนำคม โอกำสและอ�ำนำจที่ ได้รับ ที่ส�ำคัญคือ กำรรวมอ� ำ นำจจั ด กำรสิ่ ง ต่ ำ งๆ ในกำรด� ำ เนิ น ชี วิ ต โดยเฉพำะชำวรำกหญ้ ำ จะผิ ด จะถู ก ก็ แ ล้ ว แต่ “กำรปฏิรปกำรจัดกำรทีดนเพือกำรเกษตร” เป็นข้อเสนอ ู ่ ิ ่ แรกต่อรัฐบำล เพรำะเห็นว่ำโครงสร้ำงเศรษฐกิจทุนนิยม ก�ำลังแปลงที่ดินจำกสิ่งที่เคยเป็นฐำนชีวิตไปสู่สินค้ำ น�ำไปสู่กำรครอบครองที่ดินเพื่อเก็งก�ำไรโดยมิ ได้ ใช้ ประโยชน์ ภำคประชำชนต่ำงๆ สื่อสำรมวลชน รัฐบำล รวมถึง พรรคกำรเมืองต่ำงๆ ทีอยำกจะน�ำแนวคิดนี้ ไปจัดท�ำเป็น ่ นโยบำยในกำรหำเสียงเลือกตั้ง”9 52 สุขภาพคนไทย 2555 แต่ควำมรู้สึกเป็นเบี้ยล่ำง ควำมรู้สึกที่ว่ำอนำคตไม่มี รัฐบำล แต่เขำเป็นส่วนหนึ่งและเป็นเจ้ำเข้ำเจ้ำของรัฐนี้ นี่คือปัญหำที่ต้องแก้ ไขโดยด่วน ซึ่งทำงคณะกรรมกำร เช่นกัน”12 ต้องเร่งด�ำเนินกำร 2 เรื่อง ทั้งที่เกษตรและโครงสร้ำง หลำยฝ่ำยเห็นพ้องว่ำข้อเสนอของ คปร. จัดเป็น อ�ำนำจ”11 ยำแรง ซึ่งอำจเป็นกำรเสนอเชิงยุทธศำสตร์ที่ต้องกำร คปร. ได้จดท�ำรำยงำนชินสุดท้ำยเพือเสนอให้แก่ สร้ำงกำรแลกเปลี่ยนในสังคม และสร้ำงเงื่อนไขไว้สูง ั ้ ่ ประชำชนและพรรคกำรเมืองน�ำไปสำนต่อ นำยอำนันท์ เพือเผชิญกับกำรประนีประนอมทำงกำรเมือง ถึงกระนัน ่ ้ ทิงท้ำยเช่นเดียวกับเมือครังเสนอเรืองกำรปฏิรปทีดนว่ำ สังคมกลับไม่มั่นใจว่ำ ข้อเสนอต่ำ งๆ จะได้ รั บ กำร ้ ่ ้ ่ ู ่ ิ กำรปฏิรปประเทศจะส�ำเร็จหรือไม่ ขึนอยูกบสังคมทีตอง ตอบรับ ทังไม่แน่ ใจด้วยซ�ำไปว่ำกำรปฏิรปประเทศจะได้ ู ้ ่ั ่ ้ ้ ้ ู ร่วมกันขับเคลื่อนต่อไป ขณะที่สมัชชำปฏิรูปของนำย ผลจริงจังและต่อเนื่อง ผลส�ำรวจจำกส�ำนักวิจัยเอแบค แพทย์ประเวศยังคงท�ำงำน เพือรวบรวมประเด็นปัญหำ โพลล์ ทีทำกำรส�ำรวจระหว่ำงวันที่ 1-12 มิถนำยน 2553 ่ ่ � ุ ข้อเสนอจำกสังคมต่อไปตำมระยะเวลำ 3 ปี ตำมระเบียบ ระบุว่ำ ผู้ตอบแบบสอบถำมถึงร้อยละ 66 ไม่เชื่อมั่น ว่ำแผนปฏิรูปประเทศจะได้ผลจริงจังและต่อเนื่อง13 ส�ำนักนำยกฯ ว่ำด้วยกำรปฏิรูป เมื่อสายลมเปลี่ยนทิศ ก็ไร้ค�าตอบจากสภา อย่ำงไรก็ตำม ขณะที่ คปร. ยังท�ำหน้ำที่ร่วมกับ สมัชชำปฏิรูปนั้น ได้สร้ ำงควำมเคลื่อนไหวในหลำย ภำคส่วนของสังคม มีกำรเสนอแนวทำงกำรปฏิรูปหรือ หนุนข้อเสนอของ คปร. จำกหลำยกลุ่ม เช่น เครือข่ำย องค์ ก รชุ ม ชนเพื่ อ กำรปฏิ รู ป เสนอให้ มี ก ำรออกแบบ คณะกรรมกำรปฏิรูประดับจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่ ระดับหมูบำนถึงจังหวัด เครือข่ำยภำคประชำชนได้เสนอ ่ ้ วำระเร่งด่วน เช่น ยุติโครงกำรพัฒนำของรัฐหรือโครงกำร ลงทุนขนำดใหญ่ของเอกชนที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชุมชน ปัญหำหนี้สินเกษตรกรและหนี้นอกระบบ เป็นต้น สันนิษฐำนว่ำ ส่วนหนึ่งคงหนี ไม่พ้นสำยลมทำง กำรเมืองอันไม่แน่นอน ระหว่ำงที่ คปร. ยังท�ำหน้ำที่ อยูนน ทำงมูลนิธสถำบันศึกษำเพือสังคมทีเป็นธรรม ได้ ่ ั้ ิ ่ ่ เสนอให้เพิมรัฐธรรมนูญ หมวด 16 ว่ำด้วยคณะกรรมกำร ่ ปฏิรูป เพื่อเป็นหลักประกันว่ำ แม้จะมีกำรเปลี่ยนแปลง รัฐบำล คปร. ก็จะยังคงสำนงำนต่อเนื่อง ทว่ำ ข้อเสนอ ดังกล่ำวไม่ ได้รับกำรตอบรับจำกสภำอีกเช่นเคย อย่ำงไรก็ตำม กำรเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎำคม 2554 ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ำ ไม่มีพรรคกำรเมืองใดน�ำ ข้อเสนอต่ำงๆ ของ คปร. ไปปรับเป็นนโยบำย แต่ละ พรรคต่ำงมุงเน้นนโยบำยประชำนิยม เพือให้ ได้รบเลือก ่ ่ ั ตั้งเป็นหลัก และเมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นแกนน�ำจัดตั้ง รัฐบำล เรื่องกำรปฏิรูปประเทศไทยก็เงียบหำยไปตำม ทั้งนี้รวมไปถึงข้อติติงที่น่ำสนใจจำกนักวิชำกำร วัฏจักรแห่งกำรเมือง เช่น พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ที่ ให้ควำมเห็นว่ำ ถึงที่สุดแล้ว การปฏิรูปประเทศจะส�าเร็จหรือไม่ “ประเด็ น อยู ่ ที่ ว ่ำ คณะกรรมกำรชุ ด อำนั น ท์ ประเวศนี้จะเกำะเกี่ยวกับประชำชนอย่ำงไร โดยเฉพำะ ประชำชนที่เป็นคนเสื้อแดง หรือจะให้กล่ำวเน้นก็คือ กับคนที่ ไม่เห็นด้วยกับรัฐบำล คงมิ ใช่การฝากผีฝากไข้ ไว้กับการเมืองหรือใครคนใด คนหนึ่ง แต่น่าจะเป็นดังที่นายอานันท์มักกล่าวย�าเสมอ ้ ว่า การปฏิรปประเทศควรเป็นเจตจ�านงร่วมกันทีทงสังคม ู ่ ั้ ต้องช่วยกันผลักดัน หากเห็นว่าจ�าเป็นที่จะต้องขุดราก ประเด็นเรืองกำรเกำะเกียวจึงเป็นประเด็นทีสำคัญ ถอนโคนต้นไม้พิษที่แท้จริงออกไปจากสังคมไทย ่ ่ ่ � กว่ำประเด็นกำรเป็นอิสระ เพรำะเป็นเรื่องของกำร ตอบค� ำ ถำมควำมเป็ นตั ว แทนและควำมเป็ นเจ้ ำ ของ ประเทศของคนที่ยืนอยู่ตรงข้ ำม และถูกกระท�ำจำก 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 53 วิ่งสู้ฟัด! สานฝัน อี ท�าไมอาเซียนต้องเป็นประชาคมเดียว อำเซี ย นเป็ น กำรรวมตั ว ของประเทศในภู มิ ภ ำคเอเชี ย ตะวั น ออก เฉียงใต้ ตั้งแต่ พ.ศ. 2510 แต่ละประเทศสมำชิกหมุนเวียนเป็นเจ้ำภำพ จัดประชุมทุกปี รูปธรรมที่ส�ำคัญของอำเซียนกว่ำ 40 ปีที่ผ่ำนมำคือ กำรพัฒนำกลไกควำมร่วมมือในด้ำนต่ำงๆ ทั้งทำงสังคม เศรษฐกิจ และ ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงประเทศ สู่ “ประชำคมอำเซียน” ควำมคิ ด ของอำเซี ย นที่ จ ะ รวมตั ว กั น เป็ น หนึ่ ง ประชำคมนั้ น เริมปรำกฏเป็นจริงเมือมีกำรประกำศ ่ ่ “วิสยทัศน์อำเซียน 2020” (ASEAN ั Vision 2020) ในกำรประชุ ม ที่ ประเทศมำเลเซีย เมือเดือนธันวำคม ่ 2540 ต่อมำในเดือนตุลำคม 2546 ก็ มี ก ำรลงนำมในปฏิ ญ ญำว่ ำ ด้ ว ย ควำมร่วมมืออำเซียน (หรือ Bali Concord II) ในกำรประชุ ม ผู ้ น� ำ อำเซียนทีบำหลี ประเทศอินโดนีเซีย ่ เ พื่ อ จั ด ตั้ ง ป ร ะ ช ำ ค ม อ ำ เ ซี ย น (ASEAN Community) ภำยใน ปี พ.ศ. 2563 และตกลงกั น ใน กำรประชุมที่ฟิลิปปินส์เมื่อปี 2550 ว่ำจะเร่งให้เกิดขึ้นภำยในปี 2558 กำรรวมตัวที่ผ่ำนมำ มิเพียง ผลประโยชน์ทำงเศรษฐกิจเท่ำนั้น ที่ ท� ำ ให้ อ ำเซี ย นรวมตั ว เป็ น หนึ่ ง ประชำคม กำรเผชิ ญ กั บ กำร เปลี่ ย นแปลงอย่ ำ งรวดเร็ ว และ กเพียงสามปีนับจากนี้ ประเทศในภูมิภาคอาเซียนจะรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกัน ภายใต้ ชื่อว่า “ประชาคมอาเซียน” ท�านองเดียวกับ “สหภาพยุโรป” แต่ละประเทศสมาชิก อาเซียนต่างต้องปรับตัวอย่างขนานใหญ่เพื่อก้าวเดินไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ สิบชาติ หนึ่งอาเซียน ภายใต้ค�าขวัญ ‘วิสัยทัศน์เดียว อัตลักษณ์เดียว ประชาคมเดียว’ (One Vision, One Identity, One Community) องคาพยพทุกส่วนของไทยก�าลังขยับ ตามกระแสอย่างขนานใหญ่ ให้สมกับที่เป็นพี่ใหญ่ ไทยแลนด์ http://aseanwatch.org 54 สุขภาพคนไทย 2555 กำรพัฒนำเศรษฐกิจอย่ำงเสมอภำค เพื่อลดช่องว่ำง กำรพัฒนำทำงเศรษฐกิจระหว่ำงประเทศสมำชิก และ บูรณำกำรเศรษฐกิจของอำเซียนให้เชือมโยงกับเศรษฐกิจ ่ โลก ทั้งนี้ ได้มีกำรจัดท�ำกรอบควำมตกลงว่ำด้วยกำร รวมกลุ่มสินค้ำและบริกำรใน 11 สำขำน�ำร่อง ส�ำหรับ กำรเปิดเสรีกำรค้ำ บริกำร กำรลงทุน กำรอ�ำนวยควำม สะดวกด้้ำนกำรค้้ำและกำรลงทุน และควำมร่วมมือ ด้ำนอืนๆ โดยแต่ละรัฐสมำชิกต้องร่วมรับผิดชอบประสำน ่ สามเสาหลักแห่งประชาคมอาเซียน งำนจัดท�ำ Roadmap ในแต่่ละสำขำ กล่ำวคือ ไทย: ประชำคมอำเซียนประกอบด้วยควำมร่วมมือส�ำคัญ กำรท่่องเที่ยวและกำรขนส่งทำงอำกำศ พม่ำ: สินค้ำ 3 ด้ำนที่เรียกกันว่ำ 3 เสำหลัก1 นั่นคือ เกษตรและประมง อินโดนีเซีย: ยำนยนต์และผลิตภัณฑ์์ไม้้ ์ หนึง ประชาคมการเมือง-ความมันคงอาเซียน (ASEAN มำเลเซี ย : ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ย ำงและสิ่ ง ทอ ฟิ ลิ ป ปิ น ส์ : ่ ่ อิเล็กทรอนิกส์์ สิงคโปร์์: เทคโนโลยีสำรสนเทศและ Political-Security Community – APSC) บริกำรด้้ำนสุขภำพ กำรสร้ำงประชำคมกำรเมืองและควำมมั่นคง อำเซียน2 มีเป้ำหมำยส�ำคัญอยู่ที่กำรสร้ำงเสถียรภำพ สาม ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN ทำงกำรเมืองของรัฐสมำชิกให้มีควำมมั่นคง อยู่ร่วมกัน Socio-Cultural Community – ASCC) อย่ำงสันติภำยใต้หลักประชำธิป ไตย สิทธิมนุษยชน แผนปฏิบัติกำรประชำคมสังคมและวัฒนธรรม แก้ ไขข้อพิพำทภำยในภูมิภำคอย่ำงสันติวิธี ส่งเสริม อำเซียน4 ระบุแนวทำงไว้ดังนี้ คือ กำรสร้ำงสังคม หลักนิติธรรมและธรรมำภิบำล นอกจำกนี้ ยังพัฒนำ เอื้ออำทรด้วยกำรยกระดับคุณภำพชีวิต ลดปั ญ หำ ควำมร่วมมือเพื่อต่อต้ำนภัยคุกคำมรูปแบบใหม่ เช่น ควำมยำกจน สร้ำงควำมเสมอภำคเท่ำเทียม และพัฒนำ อำชญำกรรมข้ำมชำติ กำรก่อกำรร้ำย ยำเสพติด กำร ทรัพยำกรมนุษย์ ส่งเสริมกำรเข้ำถึงกำรศึกษำ พัฒนำ ค้ำมนุษย์ รวมทั้งกำรรับมือภัยพิบัติและภัยธรรมชำติ ระบบสำธำรณสุข สร้ำงเครือข่ำยควำมร่วมมือระหว่ำง และสร้ำงบทบำทของอำเซียนในควำมร่วมมือระดับต่ำงๆ สถำบั น เพื่ อ แก้ ไขผลกระทบทำงสั ง คมที่ เ กิ ด จำก ทั้งภำยในภูมิภำค ทวีป ระดับโลก และองค์กรระหว่ำง กำรรวมตัวทำงเศรษฐกิจ ให้มีกำรจัดกำรสิ่งแวดล้อม ประเทศต่ำงๆ อีกด้วย อย่ำงยั่งยืน รวมทั้งกำรป้องกันและจัดกำรภัยพิบัติ สอง ประชาคมเศรษฐกิ จ อาเซี ย น (ASEAN ด้ำนสิ่งแวดล้อมที่เผชิญร่วมกัน เช่น มลพิษ หมอกควัน สิ่งแวดล้อมชำยฝั่ง ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ และ Economic Community – AEC) กำรส่งเสริมควำมยังยืนของดิน น�ำ ป่ำไม้ แร่ธำตุ เป็นต้น ่ ้ สำระส�ำคัญของกำรจัดตั้งประชำคมเศรษฐกิจ นอกจำกนี้ยังสร้ำงเสริมอัตลักษณ์์อำเซียน (ASEAN อำเซียน3 คือ กำรส่งเสริมให้อำเซียนเป็นทั้งตลำดและ Identity) ผ่ำนควำมร่วมมือหลำกหลำยสำขำ เช่น กำร ฐำนกำรผลิตเดียวที่สำมำรถเคลื่อนย้ำยปัจจัยกำรผลิต ศึกษำ กำรแลกเปลี่ยนทำงวัฒนธรรม สร้ำงปฏิสัมพันธ์ กำรลงทุน แรงงำน สินค้ำ และบริกำรได้อย่ำงเสรี โดย ระหว่ำงประชำชนของทุกชำติสมำชิก เพื่อให้เห็นควำม ไม่มีข้อจ�ำกัดทำงกำรค้ำ ไม่ว่ำจะเป็นก�ำแพงภำษีหรือ เชื่อมโยงทำงประวัติศำสตร์วัฒนธรรมของประเทศใน ระบบโควต้ำ อันจะท�ำให้อำเซียนมีศกยภำพในกำรแข่งขัน ภูมิภำค ั ทำงเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ผ่ำนนโยบำยต่ำงๆ เช่น นโยบำย กำรแข่งขัน กำรคุ้มครองผู้บริ โภค สิทธิ ในทรัพย์สิน จากพิมพ์เขียวสู่การปฏิบัติ ทำงปัญญำ พำณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นโยบำยภำษี และ ด้วยวิสัยทัศน์และเจตนำข้ำงต้น โครงกำรควำม กำรพัฒนำโครงสร้ำงพืนฐำน ทังด้ำนกำรเงิน กำรขนส่ง ร่วมมือและกิจกรรมต่ำงๆ หลำกหลำยจึงเกิดขึ้นภำยใต้ ้ ้ เทคโนโลยีสำรสนเทศ และพลังงำน นอกจำกนี้ ยังเน้น ขนำนใหญ่ของโลก ทั้งทำงกำรเมือง เศรษฐกิจ และ สังคม ท�ำให้อำเซียนต้องรับมือกับควำมท้ำทำยและภำวะ เสี่ยงภัยใหม่ที่มีลักษณะข้ำมชำติและส่งผลกระทบทั่ว ถึงกันมำกขึน ทังเรืองโรคระบำด อำชญำกรรมข้ำมชำติ ้ ้ ่ ภัยพิบตทำงธรรมชำติ ปัญหำสิงแวดล้อม ฯลฯ กำรเป็น ั ิ ่ ประชำคมอำเซียนจึงเป็นรูปธรรมล่ำสุดของกำรขยำย ควำมร่วมมือระหว่ำงสิบชำติสมำชิกในภูมิภำคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประชำกรรวมกว่ำ 590 ล้ำนคน 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 55 กำรเตรียมควำมพร้อมเพือมุงหน้ำไปสูกำรสร้ำงประชำคม ่ ่ ่ อำเซียน หลำยภำคส่วนต้องปรับตัวขนำนใหญ่ ภำคธุรกิจ ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับกำรเข้ำสู่ตลำดอำเซียนที่อำจ เป็นได้ทั้งโอกำสและควำมท้ำทำยครั้งใหญ่ เนื่องจำก แม้วัตถุดิบ เทคโนโลยีกำรผลิต แรงงำน และเงินทุน จะเคลื่อนย้ำยขยำยตัวเพิ่มขึ้น แต่กำรแข่งขันก็สูงขึ้น ตำมมำด้วยเช่นกัน ภำครัฐได้เดินหน้ำเตรียมพร้อมผ่ำนหน่วยงำนที่ เกี่ยวข้อง โดยอำศัยแผนแม่บทว่ำด้วยควำมเชื่อมโยง ระหว่ำงกันในอำเซียนเป็นฐำน ซึงก�ำหนดควำมเชือมโยง ่ ่ ใน 3 ลักษณะ คือ โครงสร้ำงพืนฐำนด้ำนเทคโนโลยีกำร ้ สื่อสำรและพลังงำน กลไกทำงกฎหมำยและข้อตกลง ร่วม และควำมเชือมโยงระหว่ำงประชำชนกับประชำชน ่ เพื่อผสำนควำมเข้ำใจ ควำมเป็นหนึ่งเดียวกัน และ กำรเคลื่อนย้ำยของคนภำยในอำเซียน ทั้งทำงสังคม วัฒนธรรม กีฬำ และกำรศึกษำ5 กำรเปลี่ยนแปลงในไทยจำกพิมพ์เขียวด้ำนต่ำงๆ เหล่ ำ นี้ ป รำกฏแล้ ว ในหลำยภำคส่ ว น โดยเฉพำะ ภำคเศรษฐกิจกำรค้ำทีทยอยปรับตัวไปก่อนแล้วล่วงหน้ำ ่ ไม่ ว ่ ำ จะเป็ น กำรขยำยธุ ร กิ จ ไปลงทุ น ข้ ำ มพรมแดน กำรใช้ประโยชน์จำกมำตรกำรทำงภำษี กำรพิจำรณำ ปรั บ อั ต รำภำษี ใ ห้ เ ท่ ำ เที ย มกั บ อำเซี ย น กำรพั ฒ นำ บุคลำกร กำรก�ำหนดมำตรฐำนแรงงำน เพื่อรองรับ กำรเป็ น ตลำดและฐำนกำรผลิ ต เดี ย วของประชำคม เศรษฐกิจอำเซียน ฯลฯ จะเห็นว่ำภำคเศรษฐกิจนันได้รบอำนิสงส์มำกจำก ้ ั กำรรวมตัวเป็นประชำคมเดียว โดยมูลค่ำกำรค้ำรวมของ อำเซียนปี 2553 (62.7 ล้ำนล้ำนบำท) เพิมขึนอย่ำงก้ำว ่ ้ กระโดดจำกปีก่อนหน้ำ (46.2 ล้ำนล้ำนบำท) ตัวเลข กำรลงทุนโดยตรงจำกต่ำงประเทศก็ขยำยตัวเพิมขึนจำก ่ ้ 1.13 ล้ำนล้ำนบำทในปี 2552 เป็น 2.25 ล้ำนล้ำนบำท ในปี 25536 ในระดับพื้นที่เองก็พบว่ำเศรษฐกิจกำรค้ำ ในจังหวัดชำยแดนของไทยมีกำรขยำยตัวเพิ่มสูงและ จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่ำงมำกเมื่อเข้ำสู่ประชำคมเศรษฐกิจ อำเซียนเต็มรูปแบบ อย่ ำ งไรก็ ดี แม้ ป ระชำคมเศรษฐกิ จ อำเซี ย น ดูจะเป็นฝันที่ ใกล้ควำมจริงที่สุดในบรรดำ 3 เสำหลัก ของประชำคมอำเซียนก็ตำม แต่กำรช่วงชิงควำมได้เปรียบ จำกกำรเป็นหนึ่งตลำดหนึ่งฐำนกำรผลิตนี้ก็เป็นได้ทั้ง โอกำสและควำมเสี่ยงของภำคธุรกิจในแต่ละประเทศ หำกเกิดกำรไหลเวียนเสรีทั้งด้ำนกำรค้ำ บริกำร กำร ลงทุน เงินทุน และกำรเคลื่อนย้ำยแรงงำนมีทักษะ 8 สำขำ ซึ่งอำจน�ำไปสู่ภำวะขำดแคลนแรงงำนในสำขำ ที่จ�ำเป็นได้ โดยเฉพำะแพทย์ซึ่งมีต้นทุนในกำรผลิต ต่อหัวสูง และมี โอกำสที่จะไหลออกไปสู่ภำคเอกชนและ ต่ำงประเทศสูงเช่นกัน ถึงแม้จะมีกำรลงนำมยอมรับ ข้อตกลงกำรยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition Arrangements) ในคุณสมบัตของนักวิชำชีพ 7 สำขำแรก ิ ให้มองค์กรก�ำกับดูแลกำรขออนุญำตทังในประเทศต้นทำง ี ้ และปลำยทำง แต่กำรเข้ำเมืองและท�ำงำนยังได้กำหนด � ให้ เ ป็ น ไปตำมกฎระเบี ย บของแต่ ล ะประเทศสมำชิ ก และก�ำหนดประสบกำรณ์ขนต�ำทีตองประกอบวิชำชีพใน ั้ ่ ่ ้ ประเทศต้นก�ำเนิดอีกระยะหนึ่งด้วย เช่น วิศวกร ต้องมี ประสบกำรณ์ทำงำน 7 ปี มีผลงำนโดดเด่น 2 ปี สถำปนิก � มีประสบกำรณ์ท�ำงำน 10 ปี ท�ำงำนต่อเนื่อง 5 ปี มีผลงำนโดดเด่น 2 ปี นักวิชำชีพสุขภำพ คือ แพทย์ ทันตแพทย์ และพยำบำลนัน ต้องมีประสบกำรณ์ทำงำน ้ � 3-5 ปี เป็นต้น ขณะที่กำรเปลี่ยนแปลงนี้ ยังรวมถึงกำรก�ำหนด มำตรกำรด้ำนกำรเงินกำรคลังใหม่ เช่น กำรเปิดเสรี ทำงกำรเงิน สกุลเงินร่วม กำรเข้ำถึงอนุสญญำภำษีซอน ั ้ กำรถ่ำยโอนก�ำไร มำตรฐำนฝีมอแรงงำนอำเซียน กลไก ื กำรตัดสินข้อพิพำททีจะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจและควำม ่ สัมพันธ์ระหว่ำงรัฐสมำชิก โครงสร้ำงและสิทธิประโยชน์ ทำงภำษี ปรับลดภำษีนิติบุคคล ลดมำตรกำรส่งเสริม กำรลงทุนทีมำกเกินไป ซึงจะผลักให้ ไทยต้องหันไปพึงพำ ่ ่ ่ ภำษีฐำนกำรบริโภคมำกขึ้น นั่นคือ เพิ่มภำษีมูลค่ำเพิ่ม ภำษีสรรพสำมิต และภำษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้ำง7 การศึกษา: รากฐานส�าคัญของ การก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียน กำรเตรียมประชำชนอำเซียนให้พร้อมกับกำรเป็น ประชำคมเดียวกัน ดูจะได้รับควำมสนใจเป็นพิเศษใน วงวิชำกำรศึกษำ ผ่ำนโครงกำรควำมร่วมมือ 4 ลักษณะ คือ (1) กำรส่งเสริมควำมตระหนักรับรู้เกี่ยวกับอำเซียน ในหมู่พลเมืองโดยเฉพำะเยำวชน ผ่ำนกำรเผยแพร่ ควำมรู้ ข้อมูลข่ำวสำรเกี่ยวกับอำเซียน (2) กำรเสริม สร้ำงอัตลักษณ์อำเซียนผ่ำนกำรศึกษำ (3) กำรสร้ำง ทรัพยำกรมนุษย์ ในสำขำกำรศึกษำ และ (4) กำรสร้ำง 56 สุขภาพคนไทย 2555 เครือข่ำยมหำวิทยำลัยอำเซียน ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 ปัจจุบนมีสมำชิกจำก 22 มหำวิทยำลัย8 โดยมีจฬำลงกรณ์ ั ุ มหำวิทยำลัย มหำวิทยำลัยมหิดล มหำวิทยำลัยเชียงใหม่ และมหำวิทยำลัยบูรพำ ร่วมเป็นสมำชิกของเครือข่ำยนี้ ด้วย วงวิชำกำรศึกษำของไทยก�ำหนดแนวทำงขับเคลือน ่ สู่ประชำคมอำเซียนไว้อย่ำงไม่ลังเลเช่นกัน ได้แก่ กำร พัฒนำศักยภำพของนักเรียน นักศึกษำ และประชำชน ให้มีทักษะที่เหมำะสม โดยเฉพำะภำษำอังกฤษ ภำษำ เพื่อนบ้ำน เทคโนโลยีสำรสนเทศ กำรสร้ำงมำตรฐำน ด้ำนกำรศึกษำเทียบเท่ำนำนำชำติ โดยกำรจัดท�ำกรอบ มำตรฐำนกำรศึกษำของไทย หรือ TQF (Thailand Qualification Framework) ในสำยอำชีวศึกษำเรียกว่ำ TVQ (Thailand Vocational Qualification)9 นอกจำกนี้ ยังก�ำหนดให้มีระบบกำรจัดทดสอบอำชีวศึกษำระดับ ชำติ หรือ V-NET (Vocational National Education Test) มำใช้ ในสถำบันกำรศึกษำอำชีวศึกษำ เพือชีวดผล ่ ้ั สัมฤทธิ์ทำงกำรศึกษำและยกระดับมำตรฐำนกำรเรียน กำรสอนของนักเรียนอำชีวะให้สำมำรถแข่งขันในตลำด แรงงำนของประชำคมอำเซียน นอกจำกนีแล้ว ยังมีควำมเห็นต่ำงในเรืองก�ำหนด ้ ่ เปิด-ปิดภำคเรียนของระดับอุดมศึกษำ กล่ำวคือ ขณะที่ ทีประชุมอธิกำรบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เห็นว่ำควร ่ ปรับเปลี่ยนช่วงเวลำเปิด-ปิดภำคเรียนให้ตรงกับสำกล คือภำคเรียนที่ 1 เปิดเรียนกันยำยน-ธันวำคม และภำค เรียนที่ 2 เดือนมกรำคม-พฤษภำคม ซึ่งก�ำหนดปรับ เลือนปฏิทนกำรศึกษำใหม่ตงแต่ปี 2556 ส�ำหรับหลักสูตร ่ ิ ั้ นำนำชำติ และปี 2557 ส�ำหรับทุกหลักสูตรของ 27 มหำวิทยำลัย10 แต่ก็มีเสียงแย้งว่ำ กำรเปิดปิดภำคเรียนเป็นกำร ยึดตำมหลักภูมิศำสตร์ ฤดูกำล วิถีชีวิต วัฒนธรรมของ ไทย ไม่ ใช่สำระส�ำคัญในกำรเตรียมควำมพร้อมบัณฑิต หรือบุคลำกรแต่อย่ำงใด และต้องสัมพันธ์กับระบบ กำรศึกษำทุกระดับ ไม่ ใช่เพียงระดับอุดมศึกษำเท่ำนั้น11 อีกทังมีเพียงมำเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนำมเท่ำนัน ้ ้ ที่เปิดเทอมในเดือนกันยำยน ขณะที่สิงคโปร์และบรูไน เปิดเทอมเดือนสิงหำคม ส่วนกัมพูชำเปิดเทอมในเดือน ตุลำคม12 ส�ำหรับประเด็นเรืองภำษำที่ ใช้สอสำรในประชำคม ่ ื่ อำเซียน ที่จริงนอกจำกจะใช้ภำษำอังกฤษแล้ว สัดส่วน ของประชำกรในอำเซียนทีพดภำษำมลำยูนนมีอยูประมำณ ่ ู ั้ ่ 13 ครึ่งหนึ่ง หรือ 300 ล้ำนคนทีเดียว จำกผลกำรวิจัย ของโครงกำรศึกษำเพือเตรียมควำมพร้อมด้ำนกำรผลิต ่ และพัฒนำก�ำลังคน เพือรองรับกำรเคลือนย้ำยแรงงำน ่ ่ เสรี ภ ำยใต้ ก รอบประชำคมเศรษฐกิ จ อำเซี ย น ของ ทีดีอำร์ไอ พบว่ำ ขีดควำมสำมำรถด้ำนกำรศึกษำของ ไทยอยู่อันดับ 6 เป็นรองทั้งสิงคโปร์ มำเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย และเวียดนำม ขณะที่ทักษะภำษำอังกฤษ ของคนไทยอยูอนดับที่ 43 ของเอเชีย ต�ำกว่ำทังสิงคโปร์ ่ั ่ ้ (อันดับ 6) ฟิลิปปินส์ (อันดับ16) มำเลเซีย (อันดับ 23) และอินโดนีเซีย (อันดับ 42)14 กระทรวงศึกษำธิกำร จึงมีนโยบำยให้ปกำรศึกษำ ี 2555 เป็นปีแห่งกำรเริมต้นพูดภำษำอังกฤษ เพือรองรับ ่ ่ กำรเข้ำสู่ประชำคมอำเซียนที่ต้องใช้ภำษำอังกฤษเป็น ภำษำกลำงสื่ อ สำรภำยในอำเซี ย น โดยก� ำ หนดให้ สถำนศึกษำทัวประเทศสือสำรด้วยภำษำอังกฤษสัปดำห์ ่ ่ 15 ละ 1 วัน ข้อท้าทายประชาคมอาเซียน: ท�าอย่างไรเพื่อไปให้ถึงฝั่งฝัน 1. ค� ำ ถำมส� ำ คั ญ ก็ คื อ กำรรวมตั ว เป็ น หนึ่ ง ประชำคม โดยยึดประชำชนเป็นศูนย์กลำง และหวังว่ำ จะเป็นผูที่ ได้รบประโยชน์มำกทีสด รวมทังควำมมุงหมำย ้ ั ่ ุ ้ ่ ทีตองกำรแก้ ไขปัญหำควำมยำกจน บรรเทำควำมเหลือม ่ ้ ่ ล�้ำทำงสังคม และลดช่องว่ำงเศรษฐกิจภำยในภูมิภำค นั้น จะเกิดขึ้นจริงได้ดังหวังหรือไม่ 2. สถำนะและบทบำทของอำเซียนในกำรจัดกำร กับข้อพิพำทระหว่ำงรัฐ กรณีของสหภำพยุโรปนัน แต่ละ ้ ประเทศต้องสละอ�ำนำจอธิป ไตยบำงส่วนด้วยกำรตั้ง องค์กรกลำงขึนมำก�ำหนดนโยบำย แต่อำเซียนห้ำมสมำชิก ้ ก้ำวก่ำยแทรกแซงกิจกำรภำยในระหว่ำงกัน ยิงไปกว่ำนัน ่ ้ หลำยประเทศสมำชิ ก อำเซี ย นมี ร ะบบกำรเมื อ ง กำรปกครองที่ ไม่เป็นประชำธิปไตย และไม่ ให้ควำมส�ำคัญ กับประเด็นสิทธิมนุษยชน ดังนั้น บทบำทของอำเซียน ในกำรจัดกำรกับปัญหำควำมขัดแย้งอย่ำงสันติภำยใน ภูมิภำคจึงเป็นเรื่องที่ ไร้ทำงออกอย่ำงยิ่ง 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 57 ตำรำงแสดงล�ำดับควำมเคลื่อนไหวที่ส�ำคัญของกำรก้ำวเข้ำสู่ประชำคมอำเซียน ปี พ.ศ. สถานที่/ประเทศเจ้าภาพ ความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องการประชาคมอาเซียน ธันวำคม 2540 กัวลำลัมเปอร์ มำเลเซีย ประกำศ “วิสัยทัศน์อำเซียน 2020” (ASEAN Vision 2020) ตุลำคม 2546 บำหลี อินโดนีเซีย ลงนำมในปฏิญญำว่ำด้วยควำมร่วมมืออำเซียน (Declaration of ASEAN Concord II หรือ Bali Concord II) ตกลงร่วมกันว่ำจะให้เกิดประชำคมอำเซียน (ASEAN Community) ภำยในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) พฤศจิกำยน เวียงจันทน์ ลำว ประกำศแผนปฏิบัติกำรเวียงจันทน์ (Vientiane Action Programme) สนับสนุน 2547 กำรจัดท�ำกฎบัตรอำเซียน รองรับกำรจัดตั้งประชำคมอำเซียนในปี 2020 ธันวำคม 2548 บำหลี อินโดนีเซีย ประกำศหลักกำรส�ำคัญในกำรจัดท�ำกฎบัตรอำเซียน และให้ “คณะผู้ทรงคุณวุฒิ” (Eminent Persons Group) จำกแต่ละประเทศสมำชิก จัดท�ำข้อเสนอแนะ เบื้องต้นของกฎบัตรอำเซียน มกรำคม 2550 เซบู ฟิลิปปินส์ ตกลงว่ำจะเร่งรัดให้เกิดประชำคมอำเซียนภำยในปี พ.ศ. 2558 สิงคโปร์ ลงนำมในกฎบัตรอำเซียน พฤศจิกำยน 2550 15 ธันวำคม จำกำร์ตำ อินโดนีเซีย บังคับใช้กฎบัตรอำเซียนอย่ำงเป็นทำงกำร 2551 กุมภำพันธ์ 2552 ชะอ�ำ-หัวหิน ไทย รับรองปฏิญญำชะอ�ำ-หัวหิน ว่ำด้วยกำรจัดตั้งแผนงำนส�ำหรับกำรจัดตั้ง ประชำคมอำเซียนทั้ง 3 เสำหลัก 3. แม้ประชำคมเศรษฐกิจอำเซียนจะเป็นเสำหลัก ที่ ส� ำ คั ญ ที่ สุ ด และดู เ หมื อ นจะมี ก ำรขยั บ ปรั บ ตั ว ไป ล่วงหน้ำแล้วพอสมควร แต่กยงมีเสียงทักท้วงถึงรูปแบบ ็ ั ควำมร่วมมือทำงเศรษฐกิจที่ค่อนข้ำงก้ำวกระโดด มุ่ง หน้ำสูกำรเป็นตลำดและฐำนกำรผลิตเดียวโดยไม่ศกษำ ่ ึ บทเรียนจำกสหภำพยุโรปที่ก�ำลังประสบปัญหำขณะนี้ ปัญหำท้ำทำยอำเซียนก็คือ กำรมองให้ทะลุและเท่ำทัน ปัญหำที่อำจเกิดขึ้นจำกวิสัยทัศน์ที่ตั้งเป้ำสูงยิ่งไว้ เช่น ทำงออกของกำรข้ำมขั้นตอนสหภำพศุลกำกร ที่ต้อง ตกลงภำษีจำกภำยนอกกลุม ซึงอำจส่งผลเสียต่ออำเซียน ่ ่ โดยรวม 4. กำรเปิดเสรีขำงต้นยังจะน�ำมำซึงอำชญำกรรม ้ ่ ข้ำมชำติ ทีแม้จะมีกำรขึนบัญชีภยคุกคำมของภูมิภำค 6 ่ ้ ั ประเภท คือ ปัญหำยำเสพติด กำรค้ำมนุษย์ ปัญหำ แรงงำนสตรีและเด็กข้ำมชำติ อำชญำกรรมทำงเศรษฐกิจ อำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี และปัญหำกำรก่อกำรร้ำย16 ซึ่ ง มี ก ำรประสำนงำนเตรี ย มควำมพร้ อ มระหว่ ำ ง หน่วยงำนด้ำนควำมปลอดภัยของภูมิภำค แต่ค�ำถำม ส�ำคัญก็ยังพุ่งตรงไปที่ศักยภำพและควำมพร้อมของ หน่วยงำนรับผิดชอบในกำรรับมือกับปัญหำอำชญำกรรม ข้ำมชำติเหล่ำนั้นที่คงจะเพิ่มควำมซับซ้อนและยำกแก่ กำรตรวจสอบมำกยิ่งขึ้น 5. กำรรวมตัวเป็นหนึงประชำคมอำเซียนยังต้อง ่ เผชิญกับประเด็นอ่อนไหวทำงสังคม วัฒนธรรม และ กำรเมืองในหลำยแง่มมด้วยกัน เช่น อคติระหว่ำงวัฒนธรรม ุ ที่มองว่ำชำติตนดีกว่ำ ยิ่งใหญ่กว่ำชำติอื่นๆ ซึ่งยังคง ถ่ำยทอดผ่ำนระบบกำรศึกษำและกำรหล่อหลอมทำง สังคม ว่าไปแล้ว ประชาคมอาเซียนดูจะเป็นเมืองสวยงาม อยู่ ในความฝันอันเลือนลาง ที่ชัดเจนเสมอมาก็คือ การ เร่งพัฒนาภาคเศรษฐกิจที่ทุกวันนี้ตลาดภายในประเทศ ไม่เพียงพอ ต้องขยายไปสู่ภูมิภาคและระดับโลก ด้วย ความหวังซ่อนเร้นว่าจะช่วยท�าให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ดีขึ้น เสียงประโคมโห่รองให้เตรียมปรับตัวสูประชาคม ้ ่ อาเซียนในอีกสามปีข้างหน้านี้ดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ กลบ เสียงทักท้วงถึงความพร้อม หรือแม้กระทั่งการทบทวน แนวทางพัฒนาหรือปรัชญาเศรษฐกิจที่จะกระทบชีวิต ผู้คนอีกไม่น้อยให้เบาลงจนไม่ ได้ยิน 58 สุขภาพคนไทย 2555 ารสู้รบในพื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาเมื่อต้นปี 2554 จนน�ามาสู่ ความสู ญ เสี ย ในชี วิ ต และทรั พ ย์ สิ น ของทหารและพลเรื อ นของทั้ ง สองฝ่ า ยเป็ น จ�านวนมาก นับเป็นความขัดแย้งรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปีของทั้งสองประเทศ ตั้งแต่ ศาลยุตธรรมระหว่างประเทศ (หรือรูจกกันทัวไปว่า ‘ศาลโลก’) ตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร ิ ้ั ่ เมื่อ พ.ศ. 2505 กัมพูชาได้น�าความขัดแย้งในครั้งนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะมนตรี ความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ กลุ่มอาเซียน และที่สุดได้ขอให้ศาลโลกตีความขอบเขตและ ความหมายของค�าพิพากษาปี 2505 ว่า รวมถึงพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร อันเป็นต้นตอ ของเหตุพิพาทด้วยหรือไม่ ก สถำนกำรณ์ชำยแดนไทยกัมพูชำ : กำรสู้รบสงบลง แต่ปัญหำยังไม่จบสิ้น 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 59 ควำมขั ด แย้ ง เหนื อ ดิ น แดนบริ เ วณปรำสำท พระวิหำรระหว่ำงไทยและกัมพูชำ ซึ่งปะทุมำตั้งแต่ปี 2551 ได้ด�ำเนินมำถึงจุดแตกหักจนน�ำไปสู่กำรปะทะกัน ทำงทหำรในวันที่ 4-7 กุมภำพันธ์ 2554 ในพื้นที่พิพำท บริเวณใกล้ๆ กับปรำสำทพระวิหำรและภูมะเขือ และ อีกครังหนึงในระหว่ำงวันที่ 22 เมษำยน ถึง 1 พฤษภำคม ้ ่ 2554 บริเวณปรำสำทตำเมือน ในเขตชำยแดนใกล้จงหวัด ั สุรินทร์ กำรปะทะกัน 2 ครั้งในรอบ 3 เดือนของปีนั้น ยังผลให้ทหำรไทย 9 นำย และพลเรือน 2 คนเสียชีวิต ประชำชนในเขต อ.กั น ทรลั ก ษ์ จ.ศรี ส ะเกษ และ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ หลำยหมื่นคนต้องอพยพโยก ย้ ำ ยออกจำกหมู ่ บ ้ ำ นเพื่ อ หนี ภั ย สงครำม 1 ขณะที่ ฝ่ำยกัมพูชำก็ประสบควำมสูญเสียไม่น้อยเช่นกัน นำยก รั ฐ มนตรี ฮุ น เซน ของกั ม พู ช ำ กล่ ำ วว่ ำ นั บ แต่ มีควำมขัดแย้งกันตั้งแต่ปี 2551 ชำวกัมพูชำทั้งทหำร และพลเรือนเสียชีวตไปทังหมด 24 คน2 แม้ตวเลขควำม ิ ้ ั สูญเสียที่อ้ำงแต่ละครั้งของแต่ละฝ่ำยจะไม่สู้ตรงกันนัก แต่รวมควำมได้วำมีชวตทีตองเสียไปเพรำะเหตุแห่งควำม ่ ีิ ่ ้ ขัดแย้งของสองประเทศนี้ ไม่น้อยเลยทีเดียว เพรำะท�ำให้นำยนพดล ปัทมะ หลุดจำกต�ำแหน่งรัฐมนตรี ต่ำงประเทศได้ แต่ผลข้ำงเคียงคือ ไทยและกัมพูชำ ต้องขัดแย้งกันไปด้วย ทั้งยังรุนแรงและยืดเยื้อยำวนำน เกินกว่ำจะควบคุมได้ ศำลยุติธรรมระหว่ำงประเทศตัดสินในปี 2505 ว่ำ “ปรำสำทพระวิหำรตังอยู่ ในอำณำเขตภำยใต้อำนำจ ้ � 3 อธิปไตยของกัมพูชำ” คณะรัฐมนตรีของไทยในปี 2505 ได้ปฏิบตตำมค�ำพิพำกษำศำลโลกโดยกำรล้อมรัวสีเหลียม ั ิ ้ ่ ่ ผืนผ้ำรอบตัวปรำสำทคิดเป็นพื้นที่ ¼ ตำรำงกิโลเมตร ให้ กั ม พู ช ำไปและถื อ ว่ ำ ส่ ว นที่ เ หลื อ นั้ น เป็ น ของไทย 4 แม้กัมพูชาจะไม่เห็นด้วย เป็นข้อพิพาทกันในเรื่อง เส้นเขตแดน และมีการตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมา เพือเจรจาปักปันเขตแดน แต่สองประเทศก็อยูกนใน ่ ่ ั สภาพนี้มาได้ร่วมครึ่งศตวรรษ จนกระทั่งพันธมิตรประชำชนเพื่อประชำธิปไตย และพรรคประชำธิ ป ั ต ย์ ย กประเด็ น ขึ้ น มำโต้ แ ย้ ง ว่ ำ ศำลไม่ ได้ตัดสินเส้นเขตแดน หำกแต่ตัดสินให้เฉพำะตัว ปรำสำทเป็นของกัมพูชำเท่ำนัน กำรใดทีจะท�ำให้กมพูชำ ้ ่ ั ได้สทธิในกำรเข้ำท�ำประโยชน์จำกพืนทีนอกตัวปรำสำท ิ ้ ่ นั้น ถือว่ำเป็นเรื่องเสียดินแดน เมือพรรคประชำธิปตย์เข้ำบริหำรประเทศต่อจำก ่ ั รัฐบำลสมชำย วงศ์สวัสดิ์ หลังจำกพรรคพลังประชำชน ถูกยุบไปก็จ�ำเป็นต้องด�ำเนินนโยบำยตำมแนวทำงเดิมที่ ได้วำงเอำไว้รวมกับพันธมิตรประชำชนเพือประชำธิปไตย ่ ่ โดยขัดขวำงกำรขึนทะเบียนปรำสำทพระวิหำรเป็นมรดก ้ โลกต่อไป ทังๆ ทีทรำบอย่ำงชัดแจ้งแล้วว่ำ กำรขึนทะเบียน ้ ่ ้ ปรำสำทพระวิหำรเป็นมรดกโลกนั้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎำคม 25515 แล้ว ความขัดแย้งที่เกิดจาก การเมืองเนื้อในของไทยเอง สำเหตุของควำมขัดแย้งในครังนี้ เป็นผลโดยตรง ้ จำกควำมขัดแย้งทำงกำรเมืองภำยในของไทยเป็นส�ำคัญ เมื่อกลุ่มพันธมิตรประชำชนเพื่อประชำธิปไตย (พธม.) และพรรคประชำธิปตย์ได้หยิบประเด็นกำรเสนอปรำสำท ั พระวิหำรเป็นมรดกโลก ในปี 2551 ขึ้นมำโจมตีรัฐบำล สมัคร สุนทรเวช ที่เชื่อว่ำ ตกอยู่ ใต้บงกำรของศัตรูทำง รัฐบำลภำยใต้กำรน�ำของนำยอภิสิทธิ์ เวชชำชีวะ กำรเมืองตัวฉกำจของพวกเขำคือ พันต�ำรวจโท ทักษิณ อ้ำงว่ำ กัมพูชำยังจัดท�ำแผนบริหำรจัดกำรปรำสำท ชินวัตร พระวิหำรไม่ ได้ หำกยังไม่สำมำรถตกลงปักปันเขตแดน พันธมิตรประชำชนเพื่อประชำธิปไตยและพรรค กับไทยในพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตำรำงกิ โลเมตรรอบๆ ประชำธิปตย์กล่ำวหำรัฐบำลสมัครว่ำ สนับสนุนให้กมพูชำ ตัวปรำสำทพระวิหำรก่อน รัฐบำลได้สงนำยสุวทย์ คุณกิตติ ั ั ่ ิ น�ำปรำสำทพระวิหำรไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแต่ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงทรัพยำกรและสิ่งแวดล้อม เพียงฝ่ำยเดียว สุ่มเสี่ยงท�ำให้ ไทยเสียดินแดนรอบๆ เดินทำงไปประชุมคณะกรรมกำรมรดกโลกสองปีซ้อน ตั ว ปรำสำทหรื อ แม้ แ ต่ พื้ น ที่ ซึ่ ง ตั ว ปรำสำทนั้ น ตั้ ง อยู ่ เพื่อคัดค้ำนแผนกำรบริหำรจัดกำรมรดกโลกปรำสำท ข้อกล่ำวหำนี้ทรงประสิทธิภ ำพทำงกำรเมืองไม่น้อย พระวิหำร และครั้งสุดท้ำยเมื่อเดือนมิถุนำยน 2554 60 สุขภาพคนไทย 2555 ในกำรประชุมที่กรุงปำรีส นำยสุวิทย์ถึงกับประกำศ ถอนตัวจำกกำรเป็นภำคีอนุสัญญำมรดกโลก เพื่อแสดง ควำมไม่พอใจที่คณะกรรมกำรมรดกโลกไม่ยอมเลื่อน กำรพิจำรณำแผนบริหำรจัดกำรปรำสำทพระวิหำรของ กัมพูชำ ควำมขั ด แย้ ง ในเรื่ อ งปรำสำทพระวิ ห ำรจึ ง ยังไม่จบลงง่ำยๆ ตลอดสมัยรัฐบำลภำยใต้กำรน�ำของ พรรคประชำธิปัตย์และปะทุรุนแรงมำกขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมี กำรน�ำประเด็นของอดีตนำยกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เข้ำมำเป็นส่วนหนึงของปัญหำ ท�ำให้ควำมสัมพันธ์ระหว่ำง ่ ประเทศตึงเครียด ส่งผลให้กำรด�ำเนินกำรปักปันเขตแดน ของคณะกรรมกำรเขตแดนร่วมไทยกัมพูชำไม่สำมำรถ ด�ำเนินกำรได้ ฟางเส้นสุดท้ายก่อนการปะทะ ฟำงเส้นท้ำยๆ ก่อนกำรปะทะกันทำงทหำรใน เดือนกุมภำพันธ์ 2554 คือกำรเกี่ยงงอนกันเรื่องป้ำยที่ ฝ่ำยกัมพูชำติดไว้หน้ำวัดแก้วสิกขำคีรีสวำรำในพื้นที่ พิพำท 4.6 ตร.กม. เพื่อแสดงว่ำพื้นที่ดังกล่ำวเป็นดิน แดนของกั ม พู ช ำที่ ถู ก ฝ่ ำ ยไทยรุ ก รำนเมื่ อ วั น ที่ 15 กรกฎำคม 2551 ฝ่ำยไทยต้องกำรให้เอำป้ำยออกไป เพรำะพื้นที่ดังกล่ำวเป็นพื้นที่พิพำทที่ฝ่ำยใดฝ่ำยหนึ่ง ยังไม่สำมำรถอ้ำงสิทธิได้6 กัมพูชำยินยอมเอำป้ำยดังกล่ำว ออก แต่เปลี่ยนเอำป้ำยใหม่มำติดแทนด้วยข้อควำมว่ำ “นี่คือ (ประเทศ) กัมพูชำ”7 ไทยขอให้เอำป้ำยใหม่นี้ ออกไปเสีย และกัมพูชำก็ยินยอม8 และไทยเรียกร้อง เพิ่มเติมให้กัมพูชำเอำธงชำติลงไปจำกบริเวณวัดแก้ว สิกขำคีรีสวำรำและต้องกำรให้รื้อวัดนั้นออกไปเสียด้วย แต่ข้อเรียกร้องหลังสุดนี้กัมพูชำไม่ยินยอม9 ควำมตึงเครียดเพิมขึนเรือยๆ และฟำงเส้นสุดท้ำย ่ ้ ่ ก็ขำดผึงลงเมื่อฝ่ำยไทยน�ำรถแทรกเตอร์ขึ้นไปท�ำถนน จำกหน้ำวัดแก้วสิกขำคีรีสวำรำไปภูมะเขือ กัมพูช ำ ได้เตือนให้หยุดแต่ฝ่ำยไทยไม่ยอมหยุดจึงเกิดกำรปะทะ กันขึ้น10 ฝ่ำยไทยอ้ำงว่ำกัมพูชำเป็นฝ่ำยเปิดฉำกยิง ใส่ทหำรไทยก่อน หลังจำกไทยปฏิเสธทีจะยุตกำรก่อสร้ำง ่ ิ ถนนดังกล่ำว11 หลังกำรปะทะ กัมพูชำได้น�ำเรื่องนี้เข้ำหำรือใน คณะมนตรีควำมมั่นคงแห่งสหประชำชำติ ในวันที่ 14 กุมภำพันธ์ 2554 มีมติให้ทั้งสองฝ่ำยหยุดยิงโดยถำวร โดยให้อินโดนีเซีย ประธำนอำเซียน เป็นผู้ด�ำเนินกำร ให้เกิดกำรหยุดยิงและหำทำงใช้กลไกทวิภำคียุติปัญหำ หลังจำกนั้นอีก 1 สัปดำห์กลุ่มอำเซียนได้เรียกประชุม รัฐมนตรีต่ำงประเทศนัดพิเศษ ตกลงส่งผู้สังเกตกำรณ์ ชำวอิ น โดนี เ ซี ย เข้ ำ พื้ น ที่ แต่ ฝ ่ ำ ยไทยสร้ ำ งเงื่ อ นไข เกี่ ย งงอนไม่ ย อมรั บ ผู ้ สั ง เกตกำรณ์ ช ำวอิ น โดนี เ ซี ย จนกว่ ำ จะได้ ต กลงทวิ ภ ำคี กั บ กั ม พู ช ำในกำรประชุ ม คณะกรรมำธิกำรชำยแดนทั่วไป (General Border Committee-GBC) ซึงมีรฐมนตรีวำกำรกระทรวงกลำโหม ่ ั ่ ของทั้งสองประเทศเป็นประธำนร่วมเสียก่อน ขณะที่ กัมพูชำก็ ไม่เรียกประชุม ทังยังยืนยันว่ำ ข้อพิพำทเขตแดน ้ บริเวณปรำสำทพระวิหำรนันไม่สำมำรถแก้ ไขด้วยกลไก ้ ทวิภำคี ใดๆ ด้วยว่ำฝ่ำยไทยไม่ยอมให้กลไกทวิภำคี สำมำรถด�ำเนินต่อไปได้ ที่จริงแล้วแม้จะมีคณะกรรมำธิกำรเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission-JBC) ท�ำหน้ำทีเจรจำ ่ เรื่องกำรปักปันเขตแดน แต่รัฐบำลไทยสร้ำงเงื่อนไข น�ำเอำบันทึกกำรประชุม 3 ครังมำขอควำมเห็นจำกสภำ ้ โดยยังไม่สำมำรถบรรจุเข้ำเป็นระเบียบวำระกำรประชุม ได้ แม้ ในปลำยปี 2553 จะมีกำรบรรจุเข้ำในระเบียบวำระ กำรประชุมแล้ว แต่ตองยืดเยือ เพรำะพันธมิตรประชำชน ้ ้ เพือประชำธิปไตยชุมนุมกดดันหน้ำรัฐสภำไม่ ให้ผำนบันทึก ่ ่ กำรประชุมของ JBC รั ฐ บำลอภิ สิ ท ธิ์ ห ำทำงออกด้ ว ยกำรตั้ ง คณะ กรรมำธิกำรเพือศึกษำเรืองนี้ แรกทีเดียวขอใช้เวลำ 30 วัน ่ ่ แต่สุดท้ำยก็ต่อเวลำข้ำมปี ไปจนถึงปี 2554 สุดท้ำย สมำชิกพรรคประชำปัตย์ขอให้ศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่ำ บันทึกกำรประชุมดังกล่ำวนั้นจ�ำเป็นจะต้องผ่ำน กำรพิจำรณำของสภำตำมรัฐธรรมนูญมำตรำ 190 วรรค 2 หรือไม่ แต่ศำลไม่รบพิจำรณำ12 รัฐบำลอภิสทธิตควำม ั ิ ์ ี กำรวินิจฉัยของศำลว่ ำ ไม่จ�ำเป็นต้องเอำเข้ ำสู่ก ำร พิจำรณำของสภำ และส่งผู้แทนไทยเข้ำร่วมประชุม คณะกรรมกำรเขตแดนร่วมที่เมืองโบกอร์ ประเทศ 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 61 อินโดนีเซีย ต้นเดือนเมษำยน 2554 แต่ ก ำรประชุ ม ครั้ ง นั้ น ไม่ มี ค วำม คืบหน้ำใดให้กับกำรเจรจำปักหลัก เขตแดนร่วม เพียงประชุมพอเป็นพิธี เพือให้กระบวนกำรส่งผูสงเกตกำรณ์ ่ ้ ั ชำวอินโดนีเซียยังคงด�ำรงอยู่ต่อไป เท่ำนั้น ระหว่ำงกำรด�ำเนินกำรทำง กำรทูตซึงติดขัดด้วยเงือนไขเกียงงอน ่ ่ ่ ของทังสองฝ่ำย ได้เกิดกำรปะทะกัน ้ ทำงทหำรอี ก ที่ แ นวชำยแดนด้ ำ น ปรำสำทตำเมื อ นในพื้ น ที่ จั ง หวั ด สุรนทร์ กำรปะทะครังนียำวนำนและ ิ ้ ้ สร้ำงควำมสูญเสียมำกกว่ำกำรปะทะ บริเวณปรำสำทพระวิหำรในเดือน กุมภำพันธ์เสียอีก http://imageshack.us/f/96/76586770.jpg/ ทะเลาะกันจนถึงศาลโลก เมื่อกำรแก้ ไขปัญหำโดยผ่ำนกระบวนกำรเจรจำ แบบทวิภำคีเป็นไปไม่ ได้ กัมพูชำได้ยื่นค�ำขอต่อศำล ยุติธรรมระหว่ำงประเทศเมื่อวันที่ 28 เมษำยน 2554 ขอให้ตควำมขอบเขตและค�ำพิพำกษำปี 2505 พร้อมกัน ี นั้นได้ขอให้ศำลมีมำตรกำรชั่วครำวให้ ไทยถอนทหำร จำกพื้นที่พิพำทรอบปรำสำทพระวิหำร งดเว้นกิจกรรม ทำงทหำรทุ ก ชนิ ด ในพื้ น ที่ และห้ ำ มกระท� ำ กำรใดๆ อันเป็นกำรละเมิดสิทธิของกัมพูชำเหนือพื้นที่ดังกล่ำว13 ศำลฯ ได้มีค�ำสั่งเมื่อวันที่ 18 กรกฎำคม 2554 ให้ทงสองประเทศถอนทหำรออกจำกพืนทีซงศำลก�ำหนด ั้ ้ ่ ึ่ ให้เป็นเขตปลอดทหำร 17 ตำรำงกิโลเมตรรอบปรำสำท พระวิหำร ห้ำมไทยด�ำเนินกำรใดๆ อันเป็นกำรขัดขวำง กิจกรรมที่ ไม่ ใช่เรื่องทหำรของกัมพูชำในบริเวณพื้นที่ ปรำสำทพระวิหำร และให้ทั้งสองประเทศประสำนงำน กับกลุ่มอำเซียนเพื่อจัดส่งผู้สังเกตกำรณ์เข้ำพื้นที่ และ ให้สองประเทศยุตกำรกระท�ำใดๆ อันจะท�ำให้เกิดควำม ิ ขัดแย้งเพิ่มขึ้นไปอีก14 ค� ำ สั่ ง ของศำลเกิ ด ขึ้ น ระหว่ ำ งไทยก� ำ ลั ง เปลี่ยนแปลงรัฐบำลจำกภำยใต้กำรน�ำของฝ่ำยอนุรักษ์ นิยมชำตินิยมประชำธิปัตย์ มำเป็นภำยใต้กำรน�ำของ พรรคเพื่อไทยของนำงสำวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเชื่อว่ำ มีควำมสัมพันธ์กับผู้น�ำกัมพูชำดีกว่ำ เพรำะบรรยำกำศ ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสองประเทศทีเคยตึงเครียดตลอด ่ สมัยของรัฐบำลก่อน เปลี่ยนมำเป็นผ่อนคลำยลงทันทีที่ ผู้น�ำในกรุงพนมเปญทรำบผลกำรเลือกตั้งว่ำพรรคเพื่อ ไทย ซึงอดีตนำยกรัฐมนตรีทกษิณ ชินวัตรให้กำรสนับสนุน ่ ั มีชัยชนะเหนือพรรคประชำธิปัตย์ ในกำรเลือกตั้งเมื่อ เดือนกรกฎำคม ควำมผ่ อ นคลำยทำงกำรเมื อ งท� ำ ให้ ผู ้ ต ้ อ งขั ง ชำวไทยคนส�ำคัญ 2 คนคือ นำยวีระ สมควำมคิด และ นำงสำวรำตรี พิพัฒนไพบูลย์ ที่ต้องโทษข้อหำขโมย ควำมลับทำงทหำรระหว่ำงเดินทำงไปตรวจพื้นที่พิพำท บ้ำนหนองจำน จังหวัดสระแก้ว ตั้งแต่ปลำยธันวำคม 2553 นัน ได้รบกำรปฏิบตดขน ผ่อนคลำยมำกขึน แม้วำ ้ ั ั ิ ี ึ้ ้ ่ 15 กำรลดโทษหรืออภัยโทษจะยังไม่เกิดขึ้นก็ตำม 62 สุขภาพคนไทย 2555 (3) กระทรวงกำรต่ำงประเทศโดยเฉพำะกรมสนธิ สัญญำและกฎหมำยต้องท�ำกำรบ้ำนมำกกว่ำนี้ โดยเฉพำะ ปัญหำควำมขัดแย้งบริเวณชำยแดนด้ำนปรำสำท กำรมีคณะนักวิจยทีเข้มแข็ง พร้อมทีจะใช้ควำมรูมำกกว่ำ ั ่ ่ ้ พระวิหำรไม่ ได้จบลงพร้อมกับกำรหมดอ�ำนำจของพรรค ควำมเห็น ประชำธิปัตย์ หำกแต่ยังคงอยู่ โดยรัฐบำลใหม่มีพันธะ (4) ผู้มีอ�ำนำจวินิจฉัยข้อพิพำท ไม่ว่ำจะเป็นศำล ตำมกฎหมำยระหว่ำงประเทศทีจะต้องปฏิบตตำมค�ำสัง ่ ั ิ ่ ศำลยุตธรรมระหว่ำงประเทศ นันคือ ถอนทหำรออกจำก รัฐธรรมนูญ หรือศำลปกครอง พึงใช้ควำมรู้ ในกำรตัดสิน ิ ่ พืนทีกำหนดให้เป็นเขตปลอดทหำร ต้อนรับผูสงเกตกำรณ์ คดี ไม่ ใช่ “กระแส” เพรำะอำจกระทบถึงควำมถูกต้อง ้ ่� ้ ั ่ ชำวอินโดนีเซีย และยุติกำรด�ำเนินกำรใดๆ อันเป็น และควำมน่ำเชือถือของประเทศในวงกำรระหว่ำงประเทศ กำรขัดขวำงกำรบริหำรงำนของกัมพูชำเหนือปรำสำท ควำมขัดแย้งในกำรอ้ำงสิทธิเหนือพื้นที่ชำยแดน พระวิหำร เช่นสถำนกำรณ์ชำยแดนไทย-กัมพูชำนั้น ที่จริงแล้วเป็น ี่ ้ ู้ ศำลยุตธรรมระหว่ำงประเทศยังไม่ ได้มคำพิพำกษำ ผลของกำรสถำปนำรัฐชำติทตองระบุผคนและขีดเส้นดิน ิ ี� ใดๆ ต่อค�ำขอของกัมพูชำที่ ให้ตีควำมค�ำพิพำกษำเดิม แดนในครอบครองให้ชัดเจน โดยละเลยควำมสัมพันธ์ เพียงอยู่ระหว่ำงกระบวนกำรส่งเอกสำรและค�ำโต้แย้ง ทำงสังคมและวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นข้ำมพรมแดนทำง ้ ต่ำงๆ ของทั้งสองฝ่ำยให้ศำลพิจำรณำ รัฐบำลไทยมี กำรเมืองเหล่ำนันนับแต่อดีตก่อนจะเกิดประเทศมำจนถึง ทำงเลือกไม่มำกนัก นอกจำกเสนอค�ำโต้แย้งไปตำม ปัจจุบัน พยำนหลักฐำนและมุมมองทำงกฎหมำยทีวำงเป็นแนวทำง ่ เส้นเขตแดนกว่า 4,800 กิโลเมตรที่ลากขึ้นล้อม ไว้ตงแต่ปี พ.ศ. 2505 แล้ว คำดว่ำรำวๆ ปลำยปี 2555 รอบประเทศไทย กลับท�าให้คนไทยคับแคบหมกมุ่นอยู่ ั้ ก็ น ่ ำจะได้ ท รำบค� ำ พิ พ ำกษำ และไม่ว ่ำ ค�ำพิพำกษำ กับความเป็น ‘เรา’ และ ‘เขา’ ทั้งเผชิญหน้ากันตามแนว ของศำลยุติธรรมระหว่ำงประเทศจะออกมำอย่ำงไร ชายแดนที่ขีดกันขึ้นนี้อย่างระแวดระวัง ไม่ต่างจาก ประเทศไทยย่อมมีพันธะที่จะต้องปฏิบัติตำม ซึ่งจะเป็น หลายประเทศทั่วโลก เช่น ควำมขัดแย้งกรณีพิพำท ผลดี ให้ควำมขัดแย้งเรืองเส้นเขตแดนในพืนทีบริเวณนัน บริเวณน่ำนน�ำแถบหมูเกำะในทะเลจีนตะวันออกระหว่ำง ่ ้ ่ ้ ้ ่ ยุติลงด้วย หรืออย่ำงน้อยก็น่ำจะมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ประเทศจีนและญี่ปุ่น ข้อพิพำทพรมแดนทำงบกและ มำกขึ้นเพื่อขจัดควำมขัดแย้งได้อย่ำงถำวรต่อไป ทำงทะเลระหว่ำงแคเมอรูนและไนจีเรีย คดีพิพำทเรื่อง ต่อประเด็นนี้ ศำสตรำจำรย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ไหล่ทวีประหว่ำงกรีซกับตุรกี เป็นต้น นักกฎหมำยมหำชนชือดัง ได้สรุปบทเรียนไว้ตงแต่ปี 2551 ่ ั้ หำกข้อพิพำทระหว่ำงไทย-กัมพูชำ เป็นเรื่อง 16 ว่ำ ของกำรขึนทะเบียนปรำสำทพระวิหำรเป็นมรดกโลกของ ้ (1) ผูมอำนำจเต็มในกำรท�ำแทนรัฐไทยจะพูดหรือ ทำงฝ่ำยกัมพูชำ ฝ่ำยไทยน่ำจะละวำงควำมขัดแย้ง ้ ี� แสดงพฤติกรรมอะไร ล้วนส่งผลต่อควำมผูกพันของ ทำงกำรเมืองภำยใน และใช้วิสัยทัศน์เชิงบวกแก้ปัญหำ ประเทศทั้งสิ้น ดังนั้น บุคคลเหล่ำนี้จึงไม่ควรพูดอะไร พิพำทด้วยกำรขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมพรมแดน �้ โดยไม่ ได้ดูผล เพรำะเมื่อเกิดข้อพิพำท ศำลโลกจะใช้ (Trans-Boundary World Heritage) ดังเช่น กรณีนำตก พฤติกรรมและพฤติกำรณ์ทุกอย่ำง มำประกอบกำร อีกวำซูระหว่ำงอำร์เจนตินำและบรำซิล เพื่อบรรเทำ บำดแผลทำงประวัติศำสตร์ชำตินิยม และท�ำให้เส้น ตีควำมเจตนำของคู่กรณีทั้งสิ้น เขตแดนที่เคยแบ่ง ‘เขำ-เรำ’ จนอำจปะทุเป็นสงครำม (2) ควรใช้เวทีรัฐสภำสร้ำงควำมชอบธรรมและ ได้ ทุ ก เมื่ อ นั้ น น� ำ มำซึ่ ง สั น ติ ภ ำพของผู ้ ค นในดิ น แดน อ�ำนำจต่อรองให้กับรัฐบำล สองฝั่งที่ต้องมีชีวิตอยู่บนเส้นสมมตินี้ ไปอีกนำน ท่าทีที่ไทยควรเดิน แม้ปัญหายังไม่ยุติ 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 63 ส ถิติชี้ว่าไทยใช้สารเคมีการเกษตรเป็นอันดับที่ 5 ของโลก แต่เมื่อเปรียบเทียบการใช้ ต่อพื้นที่แล้วปรากฏว่า ไทยน�าเข้าสารเคมีสูงเป็นอันดับที่ 1!!! ดังนั้นการที่เครือข่าย เฝ้าระวังสารเคมีทางการเกษตร เรียกร้องให้ระงับการขึ้นทะเบียนสารเคมีก�าจัดศัตรูพืช ร้ายแรง 4 ชนิด จึงเป็นเพียงยอดภูเขาน�้าแข็งของปัญหาการใช้สารเคมีอันตรายของ ภาคเกษตรกรรมที่เข้าขั้นวิกฤติ ภายใต้ความใหญ่โตและสลับซับซ้อนของปัญหาที่กัดกิน ชีวิตเกษตรกร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมมากว่า 50 ปี ค้ำนรเคมีอันยตร ย ขึ้นทะเบี น 4ส สำรเคมี ตรำย เจ้ำเข้ำ” ในขณะที่ “เครือข่ำยวิชำกำรเตือนภัยสำรเคมี เกษตรประเทศไทย” (คสท.) ตั้ ง ค� ำ ถำมว่ ำ ท� ำ ไม กลำงเดือนมกรำคม 2554 กระทรวงเกษตรและ หน่วยงำนรัฐจึงตืนตัวเฉพำะสำรพิษทีตกค้ำงในผักส่งออก ่ ่ ง สหกรณ์ประกำศระงับกำรส่งออกพืชผักไทย 16 ชนิด เท่ำนั้น ไปตลำดยุโรปชั่วครำว เป็นกำร “แบน” ตัวเองก่อนจะ ทังๆ ทีพชผักทีกนทีขายกันอยู่ ในประเทศ ปนเปือน ้ ่ ื ่ิ ่ ้ ถูกสหภำพยุโรป (อียู) ห้ำมน�ำเข้ำ เนื่องจำกมีสำรเคมี ประเภทก�ำจัดศัตรูพืชที่อียูห้ำมใช้ตกค้ำงเกินมำตรฐำน สารพิษในระดับอันตรายกว่าหลายเท่า ม ต ต้นเดือนกรกฎำคม 2554 พืชผักไทยอีกหลำยชนิด ที่ส�ำคัญกรมวิชำกำรเกษตร ก็รู้จักฤทธิ์เดชของ ถูกห้ำมน�ำเข้ำเด็ดขำด เพรำะตรวจพบสำรพิษต้องห้ำม ยำก�ำจัดศัตรูพชทัง 4 ชนิดข้ำงต้นดี จึงได้จบไปใส่ ไว้ ใน ื ้ ั ถึ ง 15 รำยกำร 6 รำยกำรเป็ น สำรพิ ษ ร้ ำ ยแรง “บัญชีจบตำมองเป็นพิเศษ” (Watch List) พร้อมกับพวก ั ทีสหรัฐอเมริกำและสหภำพยุโรป รวมถึงหลำยประเทศ รวม 11 ชนิด เนื่องจำกเป็นสำรในกลุ่ม 1A (พิษร้ำยแรง ่ ทั่วโลกห้ำมใช้ ในจ�านวนนี้ มี 4 ชนิดที่ยังใช้ และขายกันเกลือนคือ คาร์ โบฟูราน, ่ เมโทมิล, ไดโครโตฟอส และอีพีเอ็น มียอดกำรน�ำเข้ำในปี 2553 เกือบ ำในปี 7 ล้ำนกิโลกรัม มูลค่ำประมำณ 550 ล้ำนบำท ระเบิดจำกอียูที่ “ทิ้งบอมบ์” พื ช ผั ก ไทย 2 ลู ก ซ้ อ น ท� ำ เอำ หน่วยงำนรัฐที่เกี่ยวข้องและแวดวง กำรส่งออกพืชผักผลไม้ “เต้นเป็น ไทยแบนตนเอง ไม่ส่งพืชผักออกนอก 64 สุขภาพคนไทย 2555 ตำรำงแสดงกำรใช้และพิษของยำก�ำจัดศัตรูพืชอันตรำย 4 ชนิด คาร์ โบฟูราน ปริมำณกำรน�ำเข้ำ ปี 2553 (กก.) ตัวอย่ำงชื่อทำง กำรค้ำใน ท้องตลำด กำรใช้ 5,301,161 เมโทมิล 1,550,200 แลนเนท, นูดริน, มี โทเม็กซ์, ซำดิสต์, ทนโท่, ใช้ก�ำจัดแมลงหลำย ประเภท เช่น แมลง ปำกกัด ปำกดูด เพลี้ย และหนอนชนิดต่ำงๆ มักใช้ ในพืชจ�ำพวกส้ม เขียวหวำน องุ่น ล�ำไย สตรอเบอร์รี่ กะหล�่ำปลี หัวหอม มะเขือเทศ ฯลฯ คลื่นไส้ อำเจียน ท้องเสีย ชัก พิษต่อหัวใจ ฮอร์ โมนเพศชำยลดลง ท�ำลำยท่อในลูกอัณฑะ ท�ำลำยดีเอ็นเอ ท�ำให้ โครโมโซมผิดปกติ เป็นพิษต่อม้ำม สหรำชอำณำจักร ตุรกี เยอรมนี ฟินแลนด์ สิงคโปร์ มำเลเซีย อินเดีย (ยกเลิกบำงสูตร) ไดโครโตฟอส 356,908 กระเจ๊ำ 330, ไมโครเวฟ 24, ไบดริน, คำร์ไบครอน, ก�ำจัดแมลงประเภท ปำกดูด เจำะ หรือ กัดในพืชผักผลไม้ เช่น ข้ำว กำแฟ ถั่วฝักยำว ผักกำดหัว อ้อย คะน้ำ ส้ม ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ฯลฯ อีพีเอ็น 144,001 อีพีเอ็น, คูมิฟอส มักใช้เป็นหัวเชื้อและผสม กับสำรเคมีเกษตรชนิด อื่นๆ ในกำรเพำะปลูก เช่น ข้ำว ข้ำวโพด พืช ตระกูลแตง ไม้ผล ไม้ ดอกไม้ประดับ เพื่อก�ำจัด แมลงหลำยชนิด เช่น หนอนเจำะสมอฝ้ำย หนอนกอข้ำว แมลงด�ำ หนำม ฯลฯ ท้องเสีย แน่นหน้ำอก มองไม่ชัด สูญเสีย กำรทรงตัว ไอ ปอดปวม หยุดกำรหำยใจ ท�ำลำย ระบบประสำท ไขสันหลังผิดปกติ น�้ำหนักสมองลดลง สหรัฐอเมริกำ สหภำพยุโรป ออสเตรเลีย แคนำดำ มำเลเซีย สิงคโปร์ พม่ำ นิวซีแลนด์ เวียดนำม อินเดีย ฟูรำดำน, คูรำแทร์, ค็อกโคได 3 จี, เลมอน 3 จี ใช้ ในพืชหลำยประเภท เช่น ข้ำว แตงโม ข้ำวโพด มะพร้ำว ถั่วเหลือง ถั่วฝักยำว แตงกวำ กำแฟ ส้ม ฯลฯ เพื่อก�ำจัดแมลงใน วงกว้ำง ทั้งหนอนกอ หนอนแมลงวัน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยกระโดด สีน�้ำตำล ฯลฯ ควำมเป็นพิษ อำเจียน เสียกำรทรงตัว มองไม่ชัด เป็นสำรก่อ มะเร็งรุนแรง เซลล์ตับ แบ่งตัวผิดปกติ กระตุ้น ให้เกิดเนืองอก กลำยพันธุ์ ้ อสุจิตำย ท�ำลำยเอนไซม์ ที่เยื่อหุ้มสมอง ประเทศที่ห้ำมใช้ สหภำพยุโรป และไม่อนุญำต สหรัฐอเมริกำ ให้ขึ้นทะเบียน พิษต่อยีน กลำยพันธุ์ เกิดเนื้องอก ก่อมะเร็ง พิษต่อไต พิษเรื้อรังต่อ ระบบประสำท ท�ำลำย ระบบประสำทส่วน กลำง เจ็บเหมือนเข็ม แทง มือเท้ำอ่อนล้ำ อินเดีย ปำกีสถำน สิงคโปร์ สหภำพยุโรป แคนำดำ ออสเตรเลีย มำเลเซีย ที่มา: ฝ่ำยข้อมูล มูลนิธิชีววิถี. “เครือข่ำยเกษตรบุกกระทรวง จี้ยกเลิกสำรเคมี 4 ชนิด”. 29 สิงหำคม 2554. สืบค้นจำก www.biothai.net/node/9890 ข้อมูลธนำคำรโลก ปี พ.ศ. 2554 ไทยใช้สำรเคมี มำก) และ 1B (พิษร้ำยแรง) จำกกำรจัดชันขององค์กำร ้ อนำมัยโลก แต่ท�ำไมไม่ประกำศห้ำมใช้ ห้ำมน�ำเข้ำ กำรเกษตรเป็นอันดับที่ 5 ของโลกคือ 0.86 กิโลกรัม เกษตรกรสำมำรถซื้ อ หำยำฆ่ ำ แมลงเหล่ ำ นี้ ได้ ต ำม ต่อเฮกเตอร์1 ท้องตลำด ภำยใต้ชื่อกำรค้ำหลำกหลำย รำยงำนขององค์ ก ำรอำหำรและเกษตรแห่ ง สหประชำชำติ ระบุว่ำไทยมีพื้นที่เกษตรกรรม อันดับ ข้อมูล-สถิติที่ไม่น่าภูมิใจ 48 ของโลก แต่น�ำเข้ำสำรเคมีสูงเป็นอันดับ 1 เฉพำะ ทุกๆ รัฐบำลต่ำงมุงปรำรถนำให้ประเทศไทยเป็น ปี 2553 น�ำเข้ำ 117 ล้ำนกิ โลกรัม มูลค่ำกว่ำ 1.8 ่ “ครัวโลก” แต่นโยบำยและพฤติกรรมกำรใช้สำรเคมี หมื่นล้ำนบำท2 กำรเกษตรดูจะ “สวนทำง” โดยสิ้นเชิง ดังนี้ 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 65 ถ้ำดูตัวเลขจ�ำนวนผู้ค้ำเคมีภัณฑ์ทำงกำรเกษตร ผักผลไม้จำก 70 ประเทศที่ส่งไปสหภำพยุโรป ถูกสุมตรวจสำรพิษตกค้ำงเกินมำตรฐำนในเดือนกรกฎำคม ทั้งปุ๋ย ยำ และเมล็ดพันธุ์ พบว่ำกว่ำ 100 บริษัทใหญ่ ่ 2554 ไทยมีสำรพิษตกค้ำงเป็นอันดับที่ 1 ผักผลไม้ ไทย ผู้ค้ำส่ง 500 กว่ำรำย และร้ำนค้ำย่อยอีก 4,500 รำย ส่วนใหญ่ล้วนอยู่ภำยใต้ โครงข่ำยของบรรษัทข้ำมชำติ ถูกตรวจพบสำรตกค้ำงมำกครั้งที่สุดในโลก3 ไทยอนุ ญ ำตให้ ขึ้ น ทะเบี ย นกำรค้ ำ สำรเคมี ขนำดยักษ์ 6 รำยที่ครองส่วนแบ่งกว่ำร้อยละ 70 ของ กำรเกษตรมำกถึง 27,126 รำยกำร ซึ่งอำจจะมำกที่สุด ตลำดสำรเคมีกำรเกษตรโลก ได้แก่ ไบเออร์ (เยอรมนี) ในโลก เพรำะจีนมี 20,000 รำยกำร อินโดนีเซีย 1,158 ซินเจนทำ (สวิตเซอร์แลนด์) บีเอเอสเอฟ (เยอรมนี) รำยกำร และเวียดนำม 3,423 รำยกำร4 กำรมีชื่อ ดำว อะโกรไซแอนซ์ (สหรัฐอเมริก ำ) มอนซำนโต้ 6 กำรค้ำมำกๆ เป็นเครืองมือกำรขำย ท�ำให้บริษทสำมำรถ (สหรัฐอเมริกำ) และดูปองท์ (สหรัฐอเมริกำ) ่ ั เชื่อหรือไม่ว่า บรรดาบรรษัทที่มียอดขายทั่วโลก หมุนเวียนสับเปลี่ยนชื่อแปลกๆ ใหม่ๆ มำขำย ทั้งที่ ตัวยำหรือสูตรเคมีเป็นตัวเดิม นั่นหมำยถึง เกษตรกร กว่า 3,000-6,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีเหล่านี้ ไม่ต้อง เสียภาษีน�าเข้าให้ ไทยแม้สลึงเดียว เพราะเป็นนโยบาย ถูกหลอกเพรำะรู้ ไม่เท่ำทันนั่นเอง ช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐให้ ได้ ใช้ปุ๋ย ใช้ยาราคาถูก ชีวิตติดสาร (เคมี) ของเกษตรกรไทย มิหน�าซ�้ายังเริ่มพบพิรุธว่าอาจเลี่ยงภาษีเงินได้ โดยการ 7 นับแต่แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ตกแต่งบัญชี ให้ต้นทุนสูงเกินจริงอีกต่างหาก ฉบับแรก (พ.ศ. 2504-2509) ประกำศใช้ ก็มีแรง นำยวิฑูรย์ เลี่ยนจ�ำรูญ ผู้อ�ำนวยกำรมูลนิธิชีววิถี ผลักดันอย่ำงเป็นระบบและกว้ำงขวำงจำกภำครัฐ ในกำร (Biothai) แนะให้สังคมไทยออกมำเรียกร้องให้เก็บภำษี เปลียนวิถกำรผลิต จำกเพือกินเพือใช้ ในครัวเรือน เป็นกำร กลุ่มบริษัทเหล่ำนี้ ให้มำก ไม่ ใช่แค่ภำษีเงินได้เท่ำนั้น แต่ ่ ี ่ ่ ผลิตเพื่อขำย โดยส่งเสริมให้ ใช้สำรเคมีทุกชนิด อำทิ ควรเก็บภำษีน�ำเข้ำสำรเคมีเกษตร เหมือนภำษีสำรเคมี ปุ๋ย ยำฆ่ำแมลง ยำฆ่ำหญ้ำ ยำป้องกันและก�ำจัด ในภำคอุตสำหกรรม และกระทรวงพำณิชย์ควรควบคุม โรคพืช ฯลฯ เพียงไม่นำน ท้องไร่ทองนำของไทยก็กลำย รำคำไม่ ให้ค้ำก�ำไรเกินควร ้ เป็น “ไร่-นำเกษตรเคมี” เต็มรูปแบบ เช่นเดียวกับนำยแพทย์ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ สถิติที่ผ่ำนมำชี้ชัดว่ำ เกษตรกรเองมีควำมเสี่ยง จำกกำรใช้สำรเคมีเพื่อกำรเกษตร โดยเฉพำะยำก�ำจัด ศัตรูพืชซึ่งเพิ่มขึ้นสูงตลอดเวลำ กระทรวงสำธำรณสุข ระบุว่ำ มีเกษตรกรที่เสี่ยงอยู่ ในเกณฑ์ ไม่ปลอดภัยถึง 6 ล้านคน ขณะที่แผนงำนวิจัยและพัฒนำนโยบำย สำธำรณะเพือสุขภำพ และระบบกำรประเมินผลกระทบ ่ ทำงสุขภำพ สถำบันวิจัยระบบสำธำรณสุข ประมำณ กำรว่ำผู้ป่วยจำกสำรเคมีอำจสูงถึง 200,000-400,000 รำยต่อปี ซึ่งเชื่อมโยงไปสู่ โรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น มะเร็ง เบำหวำน โรคของต่อมไร้ท่อ และอื่นๆ สอดคล้องกับ กำรศึกษำวิจยกำรปนเปือนสำรเคมี ในผักปลอดสำรและ ั ้ ผักสด โดยคณะกรรมกำรอำหำรและยำ (อย.) ร่วมกับ กรมวิทยำศำสตร์กำรแพทย์ ทีพบว่ำมีระดับกำรปนเปือน ่ ้ สูงถึงร้อยละ 63.8 และ 67.4 ตำมล�ำดับ5 คณะแพทยศำสตร์ มหำวิ ท ยำลั ย ขอนแก่ น แพทย์ ผู้เชี่ยวชำญเรื่องอันตรำยของสำรเคมีเกษตร แนะน�ำ ให้เก็บภำษีน�ำเข้ำ เหมือนที่ประเทศเดนมำร์กเก็บภำษี เพิ่มขึ้นทุกปีจนถึงร้อยละ 60 เพรำะไม่ต้องกำรให้ เกษตรกรใช้สำรเคมี โดยให้เก็บในลักษณะของ “ภำษี บำป” เหมือนเหล้ำกับบุหรี่ แล้วน�ำเงินไปตั้งกองทุน รักษำผู้ป่วยจำกพิษสำรเคมีกำรเกษตร8 ระเบียบใหม่ “แข็งนอก-อ่อนใน”? แม้จะมี พ.ร.บ.วัตถุอนตรำย พ.ศ. 2535 แต่ผ่ำน ั ไปเกือบ 20 ปี สำรเคมีที่ ไม่ ได้มำตรฐำนกลับท่วมประเทศ ภำครัฐในฐำนะ “ผู้คุมกฎ” ถูกวิพำกษ์วิจำรณ์วำอ่อนแอ ่ ปล่อยปละละเลย และมีผลประโยชน์ทับซ้อน ท�ำให้เกิด กำรใช้สำรเคมีผิดวิธีและใช้มำกเกินจ�ำเป็น กฎหมำย ฉบับนี้เพิ่งถูกแก้ ไขปรับปรุงและประกำศใช้เมื่อ พ.ศ. 2551 โดยเพิ่มมำตรฐำนหลำยอย่ำง ดังนี้9 66 สุขภาพคนไทย 2555 (1) ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหำคม 2554 เป็นต้นไป หนุน-ต้าน ประจันหน้า สำรเคมีเกษตรที่เคยขึ้นทะเบียนไว้กว่ำ 2 หมื่นรำยกำร ก่อนและหลังวันที่ 22 สิงหำคม 2554 จึง จะถู ก ยกเลิ ก เพื่ อ จั ด ระเบี ย บใหม่ ใ ห้ เ หมำะสมและ กลำยเป็นช่วงเวลำที่ฝ่ำยคัดค้ำนและฝ่ำยสนับสนุนกำร มีประสิทธิภำพกว่ำเดิม ห้ำมน�ำเข้ำสำรเคมีที่ ไม่ ได้รับ ขึนทะเบียนออกมำประจันหน้ำ ประชันข้อมูล ข้อเรียกร้อง ้ อนุญำต โดยให้ขำยเฉพำะสินค้ำที่เหลือจนกว่ำจะหมด ไปจนถึง “ค�ำขู่” กันตำมหน้ำสื่อมวลชน เท่ำนั้น ฝ่ำยที่คัดค้ำนกำรขึ้นทะเบียน คือ เครือข่ำย (2) ผู้น�ำเข้ำ หรือผู้ผลิตและจ�ำหน่ำยสำรเคมี เกษตรกร เครือข่ำยประชำสังคม นักวิชำกำร องค์กร เกษตร ต้องมีเอกสำรข้อมูลควำมปลอดภัยจำกห้องปฏิบติ ั พัฒนำเอกชน องค์กรสิ่งแวดล้อม องค์กรผู้บริโภค ฯลฯ กำร GLP (Good Laboratory Practices) ที่มีคุณภำพ ได้เคลือนไหวต่อเนือง ทังเข้ำพบอธิบดีกรมวิชำกำรเกษตร ่ ่ ้ สูง รำว 30 แห่งทัวโลก จำกเดิมที่ ใช้ผลรับรองจำกห้อง ่ จัดเสวนำเพื่อเสริมสร้ำงและเผยแพร่ข้อมูล “มหันตภัย ปฏิบัติกำรใดก็ ได้ ท�ำให้ ไม่สำมำรถควบคุมคุณภำพได้ สำรเคมีพิษ” ยื่นจดหมำยเปิดผนึกถึงนำยกรัฐมนตรี (3) กำรขอขึนทะเบียนสำรเคมีเกษตรแต่ละรำยกำร รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปจนถึง ้ อนุญำตให้ ใช้ชื่อกำรค้ำได้ 3 ชื่อเท่ำนั้น จำกแต่เดิม กำรชุมนุมชูป้ำยประท้วงหน้ำกระทรวงเกษตรฯ เมื่อ ทีสำมำรถตังชือกำรค้ำได้ ไม่จำกัด สำรบำงตัวมีถง 500 วันที่ 29 สิงหำคม 2554 ข้อเรียกร้องโดยรวมของ ่ ้ ่ � ึ ชื่อ ซึ่งสร้ำงควำมสับสนให้เกษตรกร เครือข่ำยเกษตรกรและองค์กรพันธมิตร คือ (4) กำรขึ้นทะเบียนใหม่เข้มงวดมำกขึ้น ตำม (1) ยุติกำรน�ำเข้ำและขึ้นทะเบียนสำรเคมีก�ำจัด หลักเกณฑ์เฝ้ำระวัง 9 ข้อ คือ 1) รำยงำนกำรเกิดพิษ ศัตรูพืชอย่ำงน้อย 4 ชนิด คือ คำร์ โบฟูรำน เมโทมิล ในสัตว์ทดลองที่อำจเป็นผลร้ำยต่อมนุษย์ เช่น กำรเกิด ไดโครโตฟอส และอีพีเอ็น ทันที มะเร็ง ท�ำให้กลำยพันธุ์ ท�ำให้ตัวอ่อนผิดปกติ ฯลฯ (2) ให้กรมวิชำกำรเกษตรเปิดเผยเอกสำรข้อมูล 2) พิษตกค้ำงในสิงแวดล้อมและห่วงโซ่อำหำร 3) ระยะ ่ เวลำสลำยตัว 4) ระดับควำมเป็นพิษเฉียบพลันสูง กำรยื่นขอทะเบียน ข้อมูลและผลกำรทดลองเกี่ยวกับ 5) พิษตกค้ำงในผลผลิตกำรเกษตร 6) สิ่งเจือปนที่ ประสิทธิภำพ กำรเกิดพิษทั้งระยะสั้น ระยะยำว ผล เป็นพิษในกำรผลิตและกำรเก็บรักษำ 7) อันตรำยรุนแรง ตกค้ำงและอื่นๆ และให้เปิดเผยรำยชื่อคณะกรรมกำร ่ ่ ต่อพืชหรือสัตว์ทเป็นประโยชน์ เช่น ผึง หนอนไหม ฯลฯ อนุกรรมกำร หรือคณะท�ำงำนทีเกียวข้องกับกำรพิจำรณำ ี่ ้ ้ ่ 8) เป็นสำรเคมีที่ห้ำมใช้ ในต่ำงประเทศหรือไม่ และ รวมทังผลกำรพิจำรณำต่อสำธำรณชน เพือให้กระบวนกำร ขึ้นทะเบียนโปร่งใสและประชำชนมีส่วนร่วม 9) ใช้แล้วท�ำให้ศัตรูพืชระบำดเพิ่มขึ้นหรือไม่ (3) ควบคุมกำรโฆษณำและกำรส่งเสริมกำรขำย แม้ระเบียบและหลักเกณฑ์ ใหม่ดูจะเข้มแข็งและ มีประสิทธิภำพ แต่อำจเข้ำต�ำรำ “แข็งนอก-อ่อนใน” ของบริษัทสำรเคมีกำรเกษตรอย่ำงเข้มงวด โดยคณะ ดังที่เครือข่ำยเกษตรกรและองค์กรพันธมิตรเฝ้ำระวัง กรรมกำรที่มีตัวแทนของเครือข่ำยเกษตรกร เครือข่ำย ้ สังเกตได้ว่ำเพียงช่วง 3 เดือนแรกของ พ.ศ. 2554 วิชำกำรเฝ้ำระวังสำรเคมีกำรเกษตร และองค์กรผูบริโภค (มกรำคม-มีนำคม) สำรเคมีอันตรำยทั้ง 4 ชนิดยังถูก เข้ำร่วม น�ำเข้ำในปริมำณมำก จึงน่ำสังเกตว่ำเป็นเพรำะกรม วิ ช ำกำรเกษตรผ่ อ นผั น ให้ ส ำรเคมี ที่ น� ำ เข้ ำ ก่ อ น 22 สิงหำคม 2554 สำมำรถขำยต่อไปได้อีก 2 ปี หรือ บริษัทที่น�ำเข้ำสำรพิษดังกล่ำวได้รับ “ข้อมูลภำยใน” ว่ำ กรมวิชำกำรเกษตรก�ำลังจะอนุมัติให้มีกำรขึ้นทะเบียน สำรพิษทั้ง 4 ชนิดในเร็วๆ นี้10 ขณะที่ฝ่ำยเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ “ยืดเส้นตำย” ออกไปอีก 2 ปี น�ำโดย 2 สมำคมใหญ่11 ได้แก่ สมำคม อำรักขำพืชไทย (Thai Crop Protection AssociationTCPA) มีสมำชิกส่วนใหญ่เป็น “ระดับบิ๊ก” มีมูลค่ำ กำรน�ำเข้ำระดับ 100-6,000 ล้ำนบำท และสมำคม คนไทยธุรกิจเกษตร ประเด็นส�ำคัญในกำรเคลือนไหวของ ่ 12 2 สมำคมดังกล่ำวคือ 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 67 เรื่องระยะเวลา กำรก�ำหนดให้ผู้คำสำรเคมีต้อง ้ ขึ้นทะเบียนใหม่หลังวันที่ 22 สิงหำคม 2554 นั้น ไม่มี ผูค้ำคนใดขึนทะเบียนได้ทน เนืองจำกควำมล่ำช้ำในกำร ้ ้ ั ่ ออกประกำศ ควำมไม่ชดเจนในรำยละเอียด หลักเกณฑ์ ั และวิธีกำรขึ้นทะเบียน ตลอดจนควำมไม่พร้อมในทำง ปฏิบัติของกรมวิชำกำรเกษตร เรื่องค่าใช้จ่าย ข้อก�ำหนดให้ต้องส่งข้อมูลด้ำน พิษวิทยำจำกห้องปฏิบตกำร GLP ทีมอยู่ ในต่ำงประเทศ ั ิ ่ ี นั้น ท�ำให้ต้องใช้เวลำตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี และ มีคำใช้จำยสูง ไม่ตำกว่ำ 1-1.5 ล้ำนบำทต่อสำรเคมีแต่ละ ่ ่ �่ ประเภท เป็นกำรเพิมภำระอย่ำงมำกให้กบผูประกอบกำร ่ ั ้ แผ่นดินอาบยาพิษ ข้อมูล ณ วันที่ 10 กันยำยน 2554 ระบุว่ำ กรมวิ ช ำกำรเกษตรเตรี ย มเสนอคณะกรรมกำรวั ต ถุ อันตรำยยกเลิกกำรน�ำเข้ำสำรเคมีกำรเกษตรอันตรำย 4 ชนิดภำยในสินปีนี้ โดยก�ำลังรวบรวมข้อมูลผลกระทบ ้ เรืองพิษตกค้ำงในผลผลิตกำรเกษตร พิษร้ำยแรงทีตกค้ำง ่ ่ ในสิ่งแวดล้อมและในห่วงโซ่อำหำร รวมทั้ ง ผลร้ำ ย ต่อมนุษย์ และยังเฝ้ำระวังอีก 7 ชนิด หำกพบว่ำมี ผลร้ำยแรงก็จะเสนอให้ยกเลิกกำรน�ำเข้ำเช่นเดียวกัน13 กว่ำ 50 ปีที่กำรปรับเปลี่ยนวิถีกำรผลิตเปลี่ยน “ทุ่งรวงทอง” ให้กลำยเป็น “ไร่นำเคมี” ไปทั่วประเทศ เกิดกำรสั่งสมและหมักหมมสำรพันปัญหำที่เกี่ยวพัน ยุงเหยิงไปหมดทังวิถกำรผลิต วิถชวตเกษตรกร วิถทำง ่ ้ ี ีีิ ี เศรษฐกิจระดับประเทศ ผลประโยชน์ของทุนข้ำมชำติ และทุนชำติที่เชื่อมโยงกับ “ผลประโยชน์และอ�ำนำจ ทำงกำรเมือง” ในระดับท้องถิ่น และระดับชำติ อนำคต ของวิถีกำรผลิตของเกษตรกรไทยยังควรพึ่งพำสำรเคมี แบบเข้มข้นหรือไม่ อย่ ำงไร จึงเป็นเรื่องควำมเป็น ควำมตำยระดับชำติ ต่อประเด็นนี้ นำงสำวรพิจันทร์ ภูริสัมบรรณ นักวิจัยจำกมูลนิธิชีววิถี เสนอว่ำ “ถ้ำยังอยูภำยใต้ระบบเกษตรเชิงพำณิชย์ เน้นกำร ่ ส่งออกตลำดต่ำงประเทศ จะกดดันให้ต้องท�ำเกษตร เชิงเดี่ยว กำรใช้สำรเคมีเป็นเรื่องจ�ำเป็น ต้องใช้ยำ ฆ่ำหญ้ำ ยำฆ่ำแมลง ปุ๋ยเคมีบ�ำรุงดิน เพรำะเป็นระบบ เกษตรทีเปรำะบำง เร่งผลผลิตเพือเก็บเกียวส่งขำย เกิด ่ ่ ่ กำรแพร่ระบำดของแมลงศัตรูพชได้งำย ต่ำงจำกเกษตร ื ่ อินทรีย์ ที่ ไม่พึ่งสำรเคมี มีตัวห�้ำตัวเบียน แมลงศัตรูพืช หรือพืชพันธุกรรมพืนบ้ำน คอยรักษำสมดุล ระบบเกษตร ้ อินทรียเป็นทำงเลือกทียงยืน ช่วยดูแลรักษำชีวตคน และ ์ ่ ั่ ิ 14 เป็นเรื่องที่ ไม่เกินควำมเป็นไปได้” จะเลือกเดินไปบนเส้นทางใด...เราอาจไม่ ได้เป็น ผู้เลือกเอง “สงครามแย่งชิงทรัพยากร” ทีจะเกิดขึนพร้อมกับ ่ ้ “ความรุนแรงจากมหันตภัยธรรมชาติ”...อาจเป็นผู้เลือก เส้นทางให้เราเดิน ถูกโต้ทันควัน! ข้อเรียกร้องพร้อม “ค�ำขู่” ของกลุ่มผู้คำสำรเคมี ้ เกษตรถู ก โต้ แ ย้ ง ทั น ที โดยฝ่ำ ยคั ด ค้ ำ นได้ จั ด พิ ม พ์ “ประเด็นสนับสนุนกำรขึนทะเบียนควบคุมสำรเคมีกำจัด ้ � ศัตรูพืชภำยในระยะเวลำที่กฎหมำยก�ำหนด และข้อโต้ แย้งต่อกลุ่มธุรกิจสำรเคมีก�ำจัดศัตรูพืชที่ต้องกำรให้ ขยำยระยะเวลำกำรขึ้นทะเบียนออกไปอีก 2 ปี” ว่ำ น่ำจะมีเวลำเพียงพอ เพรำะหลังจำกกฎหมำยมีผลบังคับ ใช้ ในวันที่ 25 กุมภำพันธ์ 2551 ได้ ให้เวลำขึ้นทะเบียน จนถึง 22 สิงหำคม 2554 รวมเป็นเวลำถึง 3 ปี กับอีก 6 เดือนเต็มๆ ส่วนเรืองต้องเสียค่ำตรวจสอบวิเครำะห์คณภำพ ่ ุ ถึง 1-1.5 ล้ำนบำทต่อรำยกำรนั้น ถูกแย้งว่ำเป็น “ค�ำ กล่ำวอ้ำงที่เกินจริงหลำยเท่ำตัว” เพรำะกรณีประเทศ เวียดนำม ซึ่งก�ำหนดมำตรฐำนกำรตรวจวิเครำะห์แบบ เดียวกับกรมวิชำกำรเกษตรนั้น มีค่ำใช้จ่ำยประมำณ 3,000-5,000 เหรียญ หรือ 100,000-150,000 บำทต่อ รำยกำรเท่ำนั้น สุ ด ท้ ำ ยคื อ เรื่ อ งที่ ว ่ ำ หำกเกิ ด ภำวะขำดแคลน สำรเคมีจะท�ำให้ผลผลิตกำรเกษตรลดต�่ำลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และกระทบต่อกำรควบคุมเพลี้ยกระโดด สีน�้ำตำล ก็ถูกโต้ว่ำไม่จริง ด้วยเหตุที่เพรำะใช้สำรเคมี มำกเกินไปจน “เหวียงแห” ท�ำลำยแมลงทีมประโยชน์ไป ่ ่ ี ด้วย ขณะทีเพลียตัวร้ำยก็ดอยำไปเรียบร้อย ทังยังมีกำร ่ ้ ื้ ้ อ้ำงถึงข้อสรุป ในกำรประชุมระหว่ำงประเทศที่สิงคโปร์ เมือไม่นำนมำนีวำ “พำยุแมลง” ทีเกิดขึนในเอเชียมีสำเหตุ ่ ้่ ่ ้ มำจำกกำรใช้สำรเคมีมำกเกินไป 68 สุขภาพคนไทย 2555 เ ป็นเวลา 99 ปีมาแล้วที่ “แพทย์แผนไทย” ถูกห้ามไม่ ให้รักษาโรค ถึงกับเคยมีกฎหมาย ก�าหนดบทลงโทษผู้ฝ่าฝืน ในปี 2555 นี้ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยแห่งแรก ของประเทศ จะแจ้งเกิดที่จังหวัดสกลนคร ตามมาด้วยโรงพยาบาลแผนไทยน�าร่องอีก 9 แห่ง 9 จังหวัด เพื่อมุ่งพัฒนาให้เป็นโรงพยาบาลต้นแบบที่มีมาตรฐาน ทั้งการบริการ การศึกษาวิจย และฝึกอบรมบุคลากร เป็นการสานฝันเพือพัฒนาต่อยอดฟืนฟูภมปญญา ั ่ ้ ู ิ ั ดั้งเดิม เป็นทางเลือกให้ประชาชน และทางรอดของประเทศชาติ ได้เวลาลงหลักปักฐาน จาก “จุดจบ” สู่การ “คืนชีพ” กำรแพทย์ แ ผนไทยที่ เ ป็ น ส่ ว นหนึ่ ง ของวัฒนธรรมกำรรักษำของคนไทยมำตั้งแต่ ตั โบรำณกำล ผ่ำนพ้นทั้งช่วงเวลำแห่งควำมเจริญ งอกงำมดัง “ยุคแห่งอรุณรุ่ง”1 และช่วงเวลำที่ มืดมนจนเกือบล่มสลำยไปด้วยอ�ำนำจและอิทธิพล ย ยไปด้ ของ “ชำวตะวั น ตก” ที่ แ ผ่ เ ข้ ำ มำยั ง ดิ น แดน แถบนี้พร้อมสินค้ำ ยำ กำรรักษำโรค ค่ำนิยม ำ ำโ วัฒนธรรม และ “เรือปืน” เมื่อประมำณร้อยปี ทีผำนมำนีเ้ อง โดยเฉพำะอย่ำงยิงกำรตรำกฎหมำย ่ ่ นี ่ “ยกเลิกวิชำกำรแพทย์แผนไทยและไม่ ให้ ใช้แพทย์ แผนไทยรักษำโรค”2 ใน พ.ศ. 2456 ตำมมำด้วย ำ ำโ ด ด้ กฎหมำยอีกหลำยฉบับซึ่งมีบทลงโทษผู้ฝ่ำฝืืน ฝ เป็นเหตุให้หมอพื้นบ้ำนไทยเกือบสูญพันธุ์ ต�ำรำ แพทย์สูญหำย ถูกเผำท�ำลำย หรือไม่ก็ถูกขโมย ไปขำยให้ต่ำงชำติ โรงพยำบำล กำรแพทย์แผนไทย รแพทย์ 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 69 พ.ศ. 2520 ที่ ป ระชุ ม องค์ ก ำรอนำมั ย โลก ณ ประเทศรัสเซีย มีนโยบำยส่งเสริมกำรใช้ยำสมุนไพร และภูมปญญำท้องถิน เป็นจุดเริมต้นกำรก่อตังสำธำรณสุข ิั ่ ่ ้ มูลฐำนในประเทศไทย ต่อมำ พ.ศ. 2525 ศำสตรำจำรย์ นำยแพทย์อวย เกตุสิงห์ ได้ก่อตั้งมูลนิธฟนฟูกำรแพทย์ ิ ื้ แผนไทยเดิมขึน คือ “อำยุรเวทวิทยำลัย ชีวกโกมำรภัจจ์” ้ เพือผลิตแพทย์แผนโบรำณแบบประยุกต์ หลักสูตร 3 ปี ่ ได้รับกำรขนำนนำมว่ำ “บิดำแห่งกำรแพทย์แผนไทย แบบประยุกต์” นั บ จำกนั้ น กำรแพทย์ แ ผนไทยก็ ค ่ อ ยๆ ต่ อ ลมหำยใจฟืนคืนชีพอย่ำงช้ำๆ แผนพัฒนำเศรษฐกิจและ ้ สังคมแห่งชำติ ฉบับที่ 7 และ 8 ระบุให้มีกำรส่งเสริม สุขภำพ และพัฒนำภูมิปัญญำกำรรักษำพยำบำลแบบ พื้นบ้ำน เช่น แพทย์แผนไทย สมุนไพร กำรนวด โดยให้ ประสำนเข้ำกับกำรแพทย์แผนปัจจุบัน มีกำรสนับสนุน กำรพัฒนำเภสัชกรรมและกำรแพทย์แผนไทยอย่ำงจริงจัง ด้วยงบประมำณปีละไม่ตำกว่ำร้อยละ 2 ของงบประมำณ �่ 3 ด้ำนสุขภำพ ในช่วงสิบปีที่ผ่ำนมำจึงก้ำวหน้ำและเป็น ระบบมำกยิงขึน จำก “ศูนย์ประสำนงำนกำรแพทย์และ ่ ้ เภสัชกรรมแผนไทย” สังกัดกองแผนงำนในปี 2532 มำสู่ “สถำบันกำรแพทย์แผนไทย” สังกัดกรมกำรแพทย์ ในปี 2536 จนกระทังมำถึง “กรมพัฒนำกำรแพทย์แผน ่ ไทยและกำรแพทย์ทำงเลือก” ในปี 2545 จนถึงปัจจุบน ั (3) ออกหนังสือรับรองหมอพืนบ้ำนทีมประสบกำรณ์ ้ ่ี กำรรักษำจนได้รับกำรยกย่องจำกชุมชน แต่ยังไม่มี ใบประกอบโรคศิลปะกว่ำ 5 หมื่นคน ภำยใต้เงื่อนไขที่ ก�ำหนด เพื่อยืนยันกำรมีตัวตนและรวบรวมองค์ควำมรู้ คุ้มครองภูมิปัญญำมิ ให้หำยสำบสูญ หรือถูกต่ำงชำติ น�ำไปดัดแปลง ฉกฉวยประโยชน์6 (4) ส่งเสริมให้มกำรแพทย์แผนไทยและกำรแพทย์ ี ทำงเลือกในระบบบริกำรของโรงพยำบำลในสังกัดกระทรวง สำธำรณสุขทุกระดับ 10,851 แห่งทัวประเทศ โดยเฉพำะ ่ กำรส่งเสริมสุขภำพ กำรป้องกันโรค กำรดูแลบ�ำบัด รักษำสุขภำพเบืองต้นแก่ผปวยโรคเรือรัง ผูสงอำยุ และ ้ ู้ ่ ้ ้ ู ผู้พิกำร และส่งเสริมให้ โรงพยำบำลใช้ยำแผนไทยใน บัญชียำหลักแห่งชำติ 71 รำยกำร เพื่อทดแทนและลด กำรใช้ยำแผนตะวันตกให้ ได้ปีละกว่ำ 5,000 ล้ำนบำท7 (5) ข้อเสนอล่ำสุดในปี 2554 คือ จัดตัง “สถำบัน ้ ยำแผนไทยแห่งชำติ” บริหำรงำนโดยคณะกรรมกำรทีมำ ่ จำกทังส่วนรำชกำรและเอกชน และ “โรงงำนกลำงผลิต ้ ยำสมุ น ไพร” เพิ่ ม ศั ก ยภำพให้ ผู ้ ผ ลิ ต ยำสมุ น ไพรซึ่ ง ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนำดเล็ก เพื่อน�ำไปสู่กำรยกระดับ มำตรฐำนสินค้ำให้สำมำรถแข่งขันกับต่ำงชำติ โดยเฉพำะ จีนกับอินเดียทีถอเป็น “เดียวมือหนึง-มือสอง” ในวงกำร ่ื ่ ่ ยำสมุนไพรโลก8 มำตรกำรสนับสนุนส่งเสริมข้ำงต้น นับเป็นกำร “มำถูกทำง” ส�ำหรับกำรฟื้นคืนชีพให้กับกำรแพทย์แผน ไทย ทีถกกีดกันออกจำกวิถชวตของคนไทยรุนใหม่มำเป็น ู่ ีีิ ่ เวลำนำน ย่ำงก้ำวส�ำคัญทีอำจเปรียบเป็น “รุงอรุณแห่ง ่ ่ ควำมหวังครังใหม่” ทีจะช่วยต่อยอดกำรแพทย์แผนไทย ้ ่ ให้กลับมำเป็นทียอมรับของสำธำรณชนคนไทยในวงกว้ำง ่ ได้อีกครั้ง ก็คือกำรจัดตั้ง “โรงพยำบำลแพทย์แผนไทย เต็มรูปแบบ” นั่นเอง หลากหลายมาตรการสนับสนุน กำรแพทย์แผนไทยได้รับกำรประคับประคอง สนับสนุนให้กลับมำเป็นส่วนหนึงของระบบกำรแพทย์ไทย ่ ด้วยมำตรกำรต่ำงๆ ดังนี้ (1) บรรจุยำสมุนไพรไทยเพิมในบัญชียำหลักแห่ง ่ ชำติ พ.ศ. 2553 เป็น 71 รำยกำร ให้สำมำรถสั่งจ่ำย ในโรงพยำบำลแผนปัจจุบนได้ ข้ำรำชกำรสำมำรถใช้สทธิ ั ิ เบิก ประชำชนทัวไปสำมำรถใช้สทธิในระบบประกันสังคม ่ ิ และระบบหลักประกันสุขภำพถ้วนหน้ำได้4 รุ่งอรุณแห่งความหวังครั้งใหม่ สิบกว่ำปีทผำนมำ แม้กำรแพทย์แผนไทยจะได้รบ ี่ ่ ั (2) จั ด ท� ำ แผนคุ ้ ม ครองสมุ น ไพรไทยในพื้ น ที่ ควำมสนใจมำกขึ้น ทั้งด้วยกำรปรับกระบวนทัศน์ด้ำน เขตอนุรักษ์ พ.ศ. 2555-2557 ในพื้นที่อุทยำน 7 แห่ง กำรพัฒนำทีเน้นกำรพึงตนเองมำกขึนหลังวิกฤติเศรษฐกิจ ่ ่ ้ 5 เพื่อป้องกันถิ่นก�ำเนิดของสมุนไพรถูกท�ำลำย ค่ำใช้จ่ำยด้ำนสุขภำพของคนไทย โดยเฉพำะค่ำยำ 70 สุขภาพคนไทย 2555 ที่ ใช้ “ยำน�ำเข้ำ” สูงถึง 2 ใน 3 ด้วยมูลค่ำกว่ำ 1.3 แสนล้ำนบำท ในช่วงปี 2552-25549 ขณะที่ “ยำฝรั่ง” ถูกตั้งค�ำถำมมำกขึ้น ทั้งในด้ำนคุณภำพ ผลข้ำงเคียง รำคำที่แสนแพงเพรำะสิทธิบัตร10 และกลอุบำยที่ ไม่ ซือสัตย์และเอำรัดเอำเปรียบผูบริโภค11 รวมถึงกำรปรับ ่ ้ กระบวนทัศน์ด้ำนสุขภำพที่ผู้คนหันมำใส่ ใจสุขภำพกำย สุขภำพใจกันมำกขึ้น แต่ “แพทย์แผนไทย” ก็ยังเป็นเพียงบริกำรส่วน เล็กๆ ในโรงพยำบำลทีควบคู่ ไปกับกำรรักษำด้วยแพทย์ ่ แผนปัจจุบนเป็นหลัก มีสดส่วนกำรใช้บริกำรไม่มำก อัตรำ ั ั กำรใช้ยำสมุนไพรมีเพียงร้อยละ 1.8 ของยำทั้งหมด12 แนวคิดในกำรจัดตั้งโรงพยำบำลเพื่อให้บริกำร กำรแพทย์แผนไทยอย่ำงเป็นระบบจึงเกิดขึ้น เพื่อเป็น แหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่ำงหมอพื้นบ้ำน นักศึกษำ นักวิชำกำร น�ำไปสูกำรวิจยต่อยอดเพิมประสิทธิภำพกำร ่ ั ่ รักษำให้เป็นทียอมรับแก่สงคมทัวโลก ตลอดจนเป็นแหล่ง ่ ั ่ วิจัย ส่งเสริมกำรใช้ยำไทย สมุนไพรไทย และอนุรักษ์ ส่งเสริมภูมิปัญญำกำรแพทย์พื้นบ้ำนอย่ำงเป็นรูปธรรม นันก็คอ “โรงพยำบำลกำรแพทย์แผนไทยจังหวัดสกลนคร” ่ ื ตั้งอยู่ที่ต�ำบลปลำไหล อ�ำเภอวำริชภูมิ จังหวัดสกลนคร เป็นโรงพยำบำลขนำด 30 เตียง แบ่งพื้นที่เป็นอำคำร ผู้ป่วยและพื้นที่ปลูกสมุนไพรเพื่อใช้ ในกำรปรุงยำ วำง ศิลำฤกษ์ ไปเมื่อวันที่ 27 มีนำคม 2553 ก�ำหนดแล้ว เสร็จในปี 2555 โรงพยำบำลนี้มีคณะกรรมกำรภูมิปัญญำท้องถิ่น ด้ำนสุขภำพแห่งชำติ ที่คณะกรรมกำรสุขภำพแห่งชำติ (คสช.) แต่งตั้งให้กำรสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนเต็มที่ เพรำะสอดคล้องกับทิศทำงระบบสุขภำพที่ระบุไว้ ใน ธรรมนูญว่ ำด้วยระบบสุขภำพแห่งชำติ พ.ศ. 2552 ภำยใต้ พ.ร.บ.สุขภำพแห่งชำติ พ.ศ. 2550 ข้อ 60 ทีระบุให้มี โรงพยำบำลแพทย์แผนไทยต้นแบบทีมมำตรฐำน ่ ่ี ทั้งกำรบริกำร กำรศึกษำวิจัย และฝึกอบรมบุคลำกร อย่ำงน้อยภำคละ 1 แห่ง13 โรงพยำบำลแห่งนี้ถือเป็น โรงพยำบำลต้นแบบในส่วนภำคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่น่ำสนใจก็คือ โรงพยำบำลแพทย์แผนไทยแห่ง แรกของประเทศนี้ มิได้เกิดขึ้นจำกนโยบำยของรัฐ หรือ กำรด�ำเนินกำรของหน่วยงำนรำชกำรใดๆ รวมทั้งมิได้ ของบประมำณจำกทำงกำรอีกด้วย แต่เกิดจำกควำม ร่วมแรงร่วมใจภำยใต้รูปแบบควำมสัมพันธ์ดั้งเดิมของ สังคมไทย คือ “บ้ำน-วัด-โรงเรียน” อย่ำงแท้จริง นันคือ ่ ควำมต้องกำรและควำมพร้อมของชำวสกลนครในฐำนะ ทีเป็น “แหล่งภูมปญญำท้องถินด้ำนกำรแพทย์แผนไทย” ่ ิ ั ่ เนื่องจำกมีหมอพื้นบ้ำนถึง 1,368 คน นักวิชำกำร 43 คน ผู้ประกอบโรคศิลปะสำขำกำรแพทย์แผนไทย 108 คน และมีควำมพร้อมของทรัพยำกรสมุนไพร ซึ่ง นอกจำกจะมี โครงกำรอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่อง มำจำกพระรำชด�ำริของสมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำ สยำมบรมรำชกุมำรีแล้ว ยังมีสมุนไพรในป่ำธรรมชำติ บนเทือกเขำภูพำนอีกด้วย14 งบประมำณก่อสร้ำงจ�ำนวน 98 ล้ำนบำท ได้รับ กำรสนับสนุนจำกหลวงปู่แฟบ สุภัทโท เจ้ ำอำวำส วัดป่ำดงหวำย จ�ำนวน 23 ล้ำนบำท จัดสร้ำงในพื้นที่ 58 ไร่ ข องมหำวิ ท ยำลั ย เทคโนโลยี ร ำชมงคลอี ส ำน วิทยำเขตสกลนคร โรงพยำบำลแห่งนี้จะใช้ฝึกอบรม นักศึกษำหลักสูตรกำรแพทย์แผนไทยบัณฑิต และจะเป็น ผู้รับผิดชอบในกำรจัดกำรเบื้องต้นก่อนที่จะด�ำเนินกำร ในรูปของมูลนิธิต่อไป น�าร่องโรงพยาบาลแพทย์แผนไทย อีก 9 แห่ง หลังจำกทีภำคประชำสังคมแห่งจังหวัดสกลนคร ่ เป็น “ทัพหน้ำ” บุกเบิกโรงพยำบำลแพทย์แผนไทย แห่งแรกของประเทศ ภำครัฐ โดยกระทรวงสำธำรณสุข ก็ ได้เคลื่อน “ทัพเสริม” ด้วยกำรคัดเลือกโรงพยำบำล 9 แห่ง เป็นต้นแบบกำรให้บริกำรแพทย์แผนไทยเต็ม รูปแบบเป็นครั้งแรกของประเทศ ให้บริกำรตรวจรักษำ ผู้ป่วยทุกสิทธิกำรรักษำ ด้วยกำรแพทย์แผนไทยผสม ผสำนกั บ กำรแพทย์ แ ผนปั จ จุ บั น ตำมควำมสมั ค รใจ ของผู้ป่วย โดยใช้ยำไทย ทั้งยำเดี่ยวและสูตรต�ำรับที่มี ส่วนผสมสมุนไพรหลำยตัว ที่มีอยู่ทั้งในและนอกบัญชี ยำหลักแห่งชำติ ซึ่งเบื้องต้นมีอยู่ 209 รำยกำร 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 71 โรงพยำบำลทัง 9 ได้แก่ โรงพยำบำลพระปกเกล้ำ ้ จังหวัดจันทบุรี, โรงพยำบำลอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี, โรงพยำบำลวังน�้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว, โรงพยำบำล วัฒนำนคร จังหวัดสระแก้ว, โรงพยำบำลขุนหำญ จังหวัด ศรีสะเกษ, โรงพยำบำลสมเด็จพระยุพรำชเด่นชัย จังหวัด แพร่, โรงพยำบำลเทิง จังหวัดเชียงรำย, โรงพยำบำล ท่ำโรงช้ำง จังหวัดสุรำษฎร์ธำนี และทีกรุงเทพมหำนคร ่ คือ สถำบันกำรแพทย์แผนไทย กรมพัฒนำกำรแพทย์ แผนไทยและกำรแพทย์ทำงเลือก ใช้งบประมำณในกำร พัฒนำแห่งละ 1 ล้ำนบำท รวมถึงจัดส่งบุคลำกรด้ำน กำรแพทย์ แ ผนไทย อำทิ แพทย์ แ ผนไทย แพทย์ แผนไทยประยุก ต์ เภสั ช กร พยำบำลวิชำชี พ เพิ่ม แห่งละประมำณ 18 คน โดยจะมีกำรประเมินผลเป็นระยะๆ เพื่อปรับ รูปแบบให้เหมำะสม หำกได้รบกำรตอบรับจำกประชำชน ั ก็จะเปิดเป็นโรงพยำบำลแพทย์แผนไทยโดยเฉพำะ และ พัฒนำเป็นศูนย์เชี่ยวชำญเฉพำะโรคก่อนจะขยำยผล ใช้ทั่วประเทศต่อไป15 ‘ไม่ ได้ด้วยเล่ห์ ก็เอำด้วยกล’ ขณะที่ ไทยเรำเองก็ ‘อ่อน’ ไม่วำจะเป็นกำรไม่ตระหนักถึงควำมส�ำคัญของทรัพยำกร ่ ทีมี ไม่มมำตรกำรปกป้องคุมครองจำกภำครัฐ ฯลฯ ท�ำให้ ่ ี ้ ต้ อ งตกเป็ น รองหรื อ เสี ย เปรี ย บตลอดมำ ดั ง กรณี ข้ำวหอมมะลิ, เปล้ำน้อย, กวำวเครือ, มังคุด ฯลฯ ล่ำสุด คือท่ำฤำษีดัดตน17 นำงกัญจนำ ดีวิเศษ ผู้อ�ำนวยกำรส�ำนักคุ้มครอง ภูมิปัญญำกำรแพทย์แผนไทยและสมุนไพร กรมพัฒนำ แพทย์ แ ผนไทยและกำรแพทย์ ทำงเลื อ ก กระทรวง สำธำรณสุข ระบุวำ ภูมปญญำไทยเสียงทีจะถูกต่ำงชำติ ่ ิ ั ่ ่ จดลิขสิทธิ์ตลอดเวลำ จึงเฝ้ำระวังพืชสมุนไพร 13 ชนิด เช่น มังคุด กวำวเครือ ขมิ้นชัน เป็นต้น และภูมิปัญญำ ไทย 2 ชนิด คือ นวดแผนไทยและท่ำฤำษีดัดตน และ แม้จะมี พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญำทำง กำรแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 บังคับใช้มำกว่ำสิบปีแล้ว แต่ยังไม่มีกฎหมำยลูก หรือประกำศกระทรวงที่ก�ำหนด ให้มีกำรจดทะเบียนทรัพย์สินทำงปัญญำ เพื่อคุ้มครอง พืชสมุนไพรหรือภูมิปัญญำพื้นบ้ำนของไทย18 ขณะที่ กรมทรั พ ย์ สิ น ทำงปั ญ ญำก็ เ รี ย กร้ อ งให้ ห น่ ว ยงำนที่ เกี่ยวข้องรวบรวมรำยชื่อภูมิปัญญำท้องถิ่นไทย จัดท�ำ เป็ น ฐำนข้ อ มู ล ที่ ชั ด เจนเพื่ อ ประโยชน์ ในกำรปกป้ อ ง คุ้มครอง19 กำรแพทย์แผนไทยจึงดูจะมีชวตชีวำมำกขึนเรือยๆ ีิ ้ ่ ด้ ว ยมู ล ค่ ำ กำรใช้ ย ำสมุ น ไพรในสถำนบริ ก ำรสั ง กั ด กระทรวงสำธำรณสุขในปี 2552 เพิ่มขึ้นเป็น 391 ล้ำน บำท สถำบันกำรศึกษำระดับอุดมศึกษำถึง 16 แห่ง16 เปิดสอนวิชำแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์ (2) “ความเชื่ อ ” ของผู ้ ค น สิ่ ง ที่ ก ำรแพทย์ ขณะที่ โรงพยำบำลทั้ ง ของรั ฐ และเอกชนหลำยแห่ ง แผนไทยต้องเผชิญคือ กำรได้รบควำมเชือถือไว้ ใจให้รวม ั ่ ่ เปิดบริกำรแพทย์แผนไทยให้เป็นทำงเลือกหนึงของผูปวย เป็ น ทำงเลื อ กของกำรรั ก ษำเช่ น เดี ย วกั บ กำรแพทย์ ่ ้ ่ ตะวันตก โดยเฉพำะในยุคโลกำภิวัตน์ที่มี โรคอุบัติใหม่ บนทางเดินที่มีขวากหนาม ซึ่งมีลักษณะระบำดข้ำมชำติ ทั้งโรคซำร์ส ไข้หวัดนก แม้ทุกสิ่งทุกอย่ำงจะดูมีแนวโน้มสดใส แต่ยังมี ไข้ ห วั ด ใหญ่ 2009 ฯลฯ เมื่ อ กำรแพทย์ ต ะวั น ตก ั ข้อห่วงใยถึงปัญหำและอุปสรรคทีอำจ ‘บอนไซ’ ให้แพทย์ ไม่สำมำรถรับมือกับปัญหำนี้ ได้ทนท่วงที กำรหันกลับไป ่ ่ แผนไทยไม่สำมำรถเติบโตได้อย่ำงที่ตั้งควำมหวังไว้ หำสมุนไพรไทยจึงกลำยเป็นก้ำวย่ำงส�ำคัญทีจะต้องเร่ง พัฒนำสรรพคุณ และสร้ำงควำมเชื่อมั่นไว้ ใจให้เกิดขึ้น ซึ่งล้วนแต่เป็น ‘เรื่องใหญ่-แก้ยำก’ นั่นคือ (3) “อคติ” ของแพทย์ ผู้เป็นแพทย์ทั้งหมด (1) ต่างชาติฉกภูมิปัญญา-วัตถุดิบ สมุนไพร และภูมปญญำท้องถินถือเป็น ‘วัตถุดบและปัจจัยกำรผลิต’ ของไทยผ่ำนกำรศึกษำอบรมจำกหลักสูตรกำรแพทย์ ิ ั ่ ิ ส�ำคัญ ที่ต้องได้รับกำรคุ้มครองปกป้อง แต่กลับเผชิญ ตะวั น ตก ที่ มี แ นวคิ ด ในกำรระบุ โ รค สำเหตุ และ กับกำรแย่งชิงฉกฉวยตลอดเวลำ โดยเฉพำะจำกประเทศ กำรรักษำแตกต่ำงอย่ำงสิ้นเชิงจำกกำรแพทย์แผนไทย ่ � ่ ่ ต่ำงๆ ที่อำศัยควำมเหนือกว่ำทำงเทคโนโลยี กฎหมำย ทีสำคัญคืออคติทำงกำรแพทย์ ทีเชือว่ำกำรแพทย์ตะวัน ้ ู ทรั พ ย์ สิ น ทำงปั ญ ญำ ใช้ ส ำรพั ด กรรมวิ ธี ที่ เ ข้ ำ ข่ ำ ย ตกนัน ดีกว่ำ ถูกต้องกว่ำ จริงกว่ำ เพรำะสำมำรถพิสจน์ 72 สุขภาพคนไทย 2555 ทดลองได้ตำมหลักวิทยำศำสตร์ และดูแคลนกำรแพทย์ โรงพยำบำลเขำไม่ ใช้ ” นำยแพทย์ ส มหมำยเล่ ำ ทำงเลือกอื่นๆ ว่ำเป็นเพียง ‘ควำมเชื่อ’ หรือเป็นเพียง ประสบกำรณ์ตรงให้ ได้รับรู้21 ‘ส่วนเสริม’ ในกำรรักษำเท่ำนั้น “แพทย์ไทยแผนปัจจุบนมีควำมรูเรืองยำสมุนไพร ั ้ ่ น้ อยมำก ประกอบไม่ แน่ ใ จว่ ำ ยำแผนโบรำณจะมี ควำมสำมำรถก�ำรำบโรคภัยไข้เจ็บได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ แพทย์สวนใหญ่ ไม่มควำมถนัดด้ำนนี้ จึงไม่แปลกที่ ไม่กล้ำ ่ ี ใช้” นำยแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขำ นำยกแพทยสภำ อธิบำย20 ขณะที่นำยแพทย์สมหมำย ทองประเสริฐ แพทย์ ไทยผู้เชี่ยวชำญเรื่องสมุนไพรมองว่ำ แม้สังคม จะยอมรับแพทย์แผนไทยมำกขึ้น แต่ ในหมู่แพทย์แผน ปัจจุบันตำมโรงพยำบำลนั้น ยังคงปฏิเสธหรือต่อต้ำน กำรรักษำแบบแผนไทยรวมทั้งแพทย์ทำงเลือกอื่นๆ สร้างทางเลือกเพื่อทางรอด กำรตั้ ง โรงพยำบำลแพทย์ แ ผนไทยอย่ ำ ง เป็นทำงกำรถือเป็นก้ำวย่ำงส�ำคัญของกำรสร้ำงทำงเลือก ในกำรรักษำให้กับประชำชน ด้วยควำมหวังว่ำจะเป็น ทำงรอดให้กับประเทศด้วย โดยเฉพำะกำรพึ่งพิงยำ จำกบรรษัทข้ำมชำติ เพื่อไม่ ให้เกิดภำวะ ‘ยำหมอฝรั่ง ขำดแคลน’ เช่นสงครำมโลกครั้งที่ 2 ที่ต้องผลิตยำ แผนตะวันตกจำกสมุนไพรในท้องถิ่น และสิ่ ง ส� า คั ญ ของการลงหลั ก ปั ก ฐานให้ กั บ การแพทย์แผนไทย ควบคู่ ไปกับการสร้างโรงพยาบาล “ถ้ำไปหำหมอตำมโรงพยำบำลแล้วถำมว่ำกินยำ แพทย์แผนไทยก็คือ การก�าจัดอคติ และเปิดใจกว้าง สมุนไพรได้ ไหม เขำจะด่ำเอำเลย หลำยรำยมำรักษำ ให้กับการแพทย์ทางเลือกอื่นๆ ที่ต่างก็เคยเป็นส่วนหนึ่ง มะเร็งเต้ำนมกับผมแล้วกลับไปโรงพยำบำล หมอไม่ยอม ของอารยธรรมมนุษย์ทั้งสิ้น อั ล ตรำซำวนด์ ให้ เพรำะมำรั ก ษำกั บ หมอแผนไทย ต่อต้ำนกันน่ำดู มียุคหนึ่งที่กระทรวงสำธำรณสุขสั่งให้ ทุกโรงพยำบำลปลูกพืชสมุนไพร เดี๋ยวนี้แปลงสมุนไพร หำยไปหมดแล้ ว ปลู ก ไปก็ เ ท่ ำ นั้ น เพรำะหมอใน 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 73 บจากวันที่ 10 กรกฎาคม 2554 วันเริ่มต้นของการบังคับใช้พ.ร.บ.บัตรประจ�าตัว ประชาชน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2554 ได้เพิ่มอีกภารกิจอีกอย่างหนึ่งให้กับชีวิตของ คนไทยก็คือ พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่มีลูกหลานอายุตั้งแต่ 7-14 ปี (ประมาณ 8 ล้านคน) ต้องพาลูกหลานไปยังเขต เทศบาลหรืออ�าเภอเพื่อท�าบัตรประจ�าตัวประชาชน เสียงสะท้อน กลับจากผู้ใหญ่ ในสังคมไทยต่อ ‘บัตรประชาชนเด็ก’ พบว่า มีทั้งแง่บวกและลบ ขณะที่ เสียงจากเด็กๆ แล้ว บัตรใบนี้ดูจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น-ยินดีทีเดียว นั บัตรประชำชนเด็กกับ ชนเด็ โจทย์ที่ไม่ถูกตอบ? ที่มำที่ ไปของบัตรประชำชน เด็กนั้น ต้องย้อนกลับไปดูโครงกำร ด้ ำ นไอที ข องรั ฐ บ ำลยุ ค ทั ก ษิ ณ น ชินวัตร ทีเรียกว่ำ “โครงการปี 2546 ่ “ ปีแห่งการบริการประชาชนด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ (Citizen E-Service)” ทีเสนอโดยคณะกรรมกำรบูรณำกำร ่ และปฏิรประบบกำรทะเบียนแห่งชำติ ู ได้รบกำรเห็นชอบจำกคณะรัฐมนตรี ั เมื่อวันที่ 14 มกรำคม 2546 โดย คณะรัฐมนตรี ได้ ให้กรอบว่ำ เมื่ อ ก� ำ หนดให้ ห น่ ว ยงำน ของรัฐทุกแห่งที่ต้องออกบัตรให้กับ ประชำชนด้วยกำรใช้เลขประจ�ำตัวประชำชน 13 หลัก ร รใช้ เพื่อให้สำมำรถใช้ข้อมูลทะเบียนบุคคล (identity) ของ กระทรวงมหำดไทยแล้ว บัตรประจ�ำตัวประชำชนใน ด ดไทยแล้ อนำคตจะใช้แบบแถบแม่เหล็ก ซึ่งประชำชนต้องมีบัตร ต่ ำงๆ หลำยใบ หรือจะพัฒน ำไปใช้บัตรประจ�ำตัว ย ยใบ ำ ประชำชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ซึงสำมำรถ ่ พกบัตรเพียงใบเดียว โดยอำจท�ำเป็นระยะๆ หรือจัด กลุ่มเป้ำหมำยเป็นกลุ่มๆ ทั้งนี้ ให้พิจำรณำควำมคุ้มค่ำ ทำงเทคโนโลยีและค่ำใช้จ่ำยที่เกิดขึ้น1 ำใช้ สมาร์ทการ์ด ตั้งแต่ ‘แรกเกิด’ คือค�าตอบแรก ผ่ ำ นไปร่ ว มห้ ำเดื อ น ประเด็ น นี้ ก ลั บ เข้ ำ มำสู ่ น กำรประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ด้วยกำรตัดสินใจว่ำ บัตรประจ�าตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart card) ภายใต้ โครงการจัดท�าบัตรประจ�าตัวประชาชน ตั อิเล็กทรอนิกส์ (e-Citizen) มีควำมเหมำะสมกว่ำ ด้วย เหตุผลทำงงบประมำณ เพรำะหำกให้แต่ละหน่วยงำน ก กให้ ออกบัตรเพื่อให้ประชำชนแสดงตัวหรือใช้รับบริก ำร 74 สุขภาพคนไทย 2555 นำยวี นั ส สี สุ ข เจ้ ำ หน้ ำ ที่ ข องส� ำ นั ก บริ ห ำร กำรทะเบียน กรมกำรปกครอง กระทรวงมหำดไทย อธิบำยเหตุผลของกำรปรับเกณฑ์อำยุในกำรท�ำบัตร ประชำชนเด็กว่ำ กำรถ่ำยรูปเด็กเป็นไปได้ยำก เนืองจำก ่ ใบหน้ำเปลียนแปลงอยูตลอดเวลำ รวมถึงกำรสแกนลำย ่ ่ ่ ครม.จึงมีมติเห็นชอบโครงกำรดังกล่ำวเมื่อวันที่ พิมพ์นิ้วมือก็ท�ำได้ยำกเช่นกัน แต่เมื่อยึดถือกรอบที่วำ 3 มิถุนำยน 2546 โดยก�ำหนดกรอบว่ำ ให้เริ่มต้น ทุกคนควรมีบัตรแสดงตน เกณฑ์อำยุจึงถูกขยับมำเป็น 2 ั ั ั ั จำกกำรจัดท�ำบัตรประชำชนที่ด�ำเนินกำรโดยกระทรวง “1 ปีนบแต่วนเกิด หรือ 60 วัน นับแต่วนได้สญชาติไทย” มหำดไทยเป็น “บัตรหลัก” เพื่อให้รู้ถึงข้อมูลประชำกร อย่ำงไรก็ตำม ด้วยเหตุผลที่ ไม่สมเหตุสมผล ตำมทะเบียนรำษฎรทีถกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบน โดยตัวของมันเอง ในระหว่ำงกระบวนกำรพิจำรณำร่ำง ู่ ั ส�ำหรับข้อมูลของส่วนรำชกำร/หน่วยงำนอื่นๆ เช่น กฎหมำยฉบับนี้จึงมีกำรหยิบยกประเด็นดังกล่ำวขึ้นมำ กระทรวงสำธำรณสุข กระทรวงแรงงำน และกระทรวง อีกครั้ง พร้อมด้วยข้อโต้แย้งว่ำ “หำกมองในแง่กำร เกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น ก็สำมำรถน�ำมำเชื่อมโยง ถ่ำยรูปเด็ก ที่ว่ำถ่ำยได้ยำก ก็มีควำมเห็นโต้แย้งว่ำ และเพิมเติมข้อมูลต่ำงๆ ลงในบัตรประชำชนของกระทรวง เด็กสำมำรถถ่ำยรูปคู่กับพ่อแม่ หรือให้พ่อแม่อุ้มก็ ได้” ่ มหำดไทยได้เมื่อมีควำมพร้อม ในที่ สุ ด ข้ อ สรุ ป ของเรื่ อ งนี้ ก ลั บ อำศั ย ประเด็ น ทังนี้ อยูบนหลักกำรว่ำ บัตรประชำชนควรมีอำยุ ้ ่ ใช้งำนมำกกว่ำ 6 ปี เพื่อประหยัดงบประมำณในกำร ออกบัตรใหม่ โดยกระทรวงมหำดไทยพิจำรณำแก้ ไข กฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับต่ำงๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ ประชำชนทุกคนต้องมีบตรประจ�ำตัวประชำชนตังแต่เกิด ั ้ ในระหว่ำงรอควำมพร้อมของกระทรวงมหำดไทยที่จะ ต้องประสำนกับกระทรวงวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี เรื่องไมโครชิพ หำกหน่วยรำชกำรใดมีควำมจ�ำเป็นต้อง ท�ำบัตรให้ประชำชนก็ ให้ดำเนินกำรออกตำมลักษณะของ � บัตรเดิมที่เคยท�ำมำ หรือเป็นบัตรชั่วครำวไปพลำงก่อน เกี่ยวข้องอื่นๆ มำร่วมพิจำรณำด้วย 2 ประเด็น นั่นคือ ประเด็ น แรก-อายุ ข องบั ต รประชาชน สืบเนื่องจำกร่ำงกฎหมำยฯ ฉบับนี้ มีกำรแก้ ไขเพิ่มเติม ในประเด็นอื่นด้วย หนึ่งในนั้นก็คืออำยุใช้งำนของบัตร ประชำชน จำกเดิมที่กฎหมำยก�ำหนดให้บัตรประชำชน มีอำยุ 6 ปี (มำตรำ 6 ทวิ แก้ ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. บัตรประจ�ำตัวประชำชน ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2542) มีกำร แก้ ไขเพิ่มระยะเวลำในกำรใช้งำนบัตรยำวขึ้นเป็น 8 ปี ตำมโจทย์คือ “ให้ค�ำนึงถึงควำมคุ้มค่ำทำงงบประมำณ” ประเด็นที่สอง-เกณฑ์การท�าบัตรประชาชน จำกเดิมที่กฎหมำย (พ.ร.บ.บัตรประจ�ำตัวประชำชน พ.ศ. 2526 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2542) ก�ำหนดให้คนไทย ที่มีอำยุ 15 ปีบริบูรณ์ และมีชื่อในทะเบียนบ้ำนต้องมี บัตรประชำชน และเปลียนค�ำน�ำหน้ำนำมจำก “เด็กชำย” ่ เป็น “นำย” “เด็กหญิง” เป็น “นำงสำว”3 ดังนั้น อำยุ เริ่มต้นของกำรมีบัตรครั้งแรก และอำยุใช้งำนของบัตร ประชำชนทีตองแก้ ไขใหม่จงควรสอดคล้องกัน และต้อง ่ ้ ึ สอดคล้องกับช่วงอำยุ 15 ปีด้วย จำกรัฐ ประชำชนแต่ละคนจะต้องพกบัตรถึง 2 ใบ คือ บัตรประชำชนและบัตรทอง 30 บำทรักษำทุกโรค หรืออำจรวมถึงใบที่ 3 อย่ำงใบขับขี่ ย่อมมีผลต่อ ควำมซ�้ำซ้อนทำงปฏิบัติของแต่ละหน่วยงำน ภำระทำง งบประมำณ และควำมไม่สะดวกของประชำชนเอง 15 ลบ 8 เท่ากับ 7: สมการง่ายๆ ของ ‘บัตรประชาชนเด็ก’ 7 ขวบ ระหว่ำงกระบวนกำรพิจำรณำและผ่ำนร่ำงกฎหมำย ออกมำเป็น พ.ร.บ.บัตรประจ�ำตัวประชำชน ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2554 นั้น ประเด็นที่มีกำรถกเถียงและปรับอยู่ หลำยครั้งก็คือ อำยุที่เด็กควรเริ่มท�ำบัตรประชำชน จำกแนวคิดที่วำ “ประชำชนทุกคนต้องมีบัตรประจ�ำตัว ่ ประชำชนตังแต่แรกเกิด” เมือกำรเมืองไทยเปลียนมำถึง ้ ่ ่ ค�ำตอบสุดท้ำยจึงออกมำด้วยตรรกะคณิตศำสตร์ รัฐบำลสมัคร สุนทรเวช คณะรัฐมนตรีมีมติเสนอ ร่ำง ้ ิ พ.ร.บ.บัตรประจ�ำตัวประชำชน ฉบับที่... พ.ศ. ... ต่อ ระดับประถม ในชันกำรพิจำรณำร่ำงกฎหมำยโดยวุฒสภำ สภำนิตบญญัติ โดยปรับเปลียนให้เด็กท�ำบัตรประชำชน ว่ำ หำกต้องกำรให้สอดคล้องกับกำรเปลี่ยนค�ำน�ำหน้ำ ิ ั ่ นำมเมื่อเด็กอำยุ 15 ปี และกำรแก้ ไขให้บัตรประชำชน เมื่ออำยุ 1 ขวบ 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 75 เด็กชนกลุมน้อยบนพืนทีสงก็เข้ำร่วมท�ำบัตรอย่ำง ่ ้ ่ ู คึกคักเช่นกัน ดังรำยงำนข่ ำ วที่ว่ำ8 “ในพื้ น ที่ ต� ำ บล ป่ ำ กลำง อ� ำ เภอปั ว บรรยำกำศกำรเปิ ด ท� ำ บั ต ร และนี่เองคือที่มาของ บัตรประชาชนเด็ก 7 ขวบ ประจ�ำตัวประชำชนเด็กเป็นไปอย่ำงคึกคัก มีนักเรียน ชนเผ่ำต่ำงๆ ทั้ง ม้ง เมี่ยน และลัวะ ต่ำงทยอยเข้ำมำ นานาทัศนะต่อบัตรประชาชนเด็ก ท�ำบัตรประจ�ำตัวประชำชนกันอย่ำงหนำตำ โดยเด็กๆ ่ จำกกำรสัมภำษณ์และรวบรวมข้อมูลของทีมงำน แต่ละชนเผ่ำต่ำงแต่งชุดประจ�ำเผ่ำเพือใช้ ในกำรถ่ำยรูป สุ ข ภำพคนไทยต่ อ ควำมเห็ น เรื่ อ งบั ต รประชำชนเด็ ก ติดบัตรอีกด้วย” พบว่ำมีมุมมองทั้งทำงบวกและทำงลบที่น่ำสนใจจำก รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กำญจนะจิตรำ สำยสุนทร แวดวงคนท�ำงำนที่เกี่ยวข้องดังนี้ อำจำรย์ประจ�ำคณะนิตศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ิ นักวิชำกำรผู้เชี่ยวชำญเรื่องสถำนะบุคคล ให้ควำมเห็น แง่บวก ว่ำ บัตรประชำชนนั้น ถือเป็นกำรแสดงสิทธิของมนุษย์ เจ้ำหน้ำทีฝำยทะเบียน กรมกำรปกครอง กระทรวง เพรำะอยู่ ในทะเบียนรำษฎร ท�ำให้ข้อมูลของประชำกร ่่ มหำดไทย มองว่ำเป็นประโยชน์ ในกำรยืนยันตัวบุคคล ชัดเจนมำกขึ้น ยิ่งในยุคที่รัฐมีสวัสดิกำรมำกขึ้น กำรที่ ให้เด็กสำมำรถใช้บัตรฯ แสดงตัวได้ง่ำยขึ้น ป้องกันกำร เด็ ก จะไปแสดงสิ ท ธิ ว ่ ำ เป็ น คนสั ญ ชำติ ไ ทยหรื อ ไป สวมสิทธิของต่ำงด้ำว รวมทังเพือให้เด็กใช้บตรประชำชน โรงพยำบำลก็งำยขึ้น สิ่งที่ดีตำมมำอีกด้ำนคือ ป้องกัน ้ ่ ั ่ ในกำรเข้ำถึงสิทธิประโยชน์ตำงๆ จำกบริกำรสำธำรณะ เรืองทุจริตทีอำจเกิดขึนในพืนทียำกจน เช่น กำรสวมสิทธิ ่ ่ ่ ้ ้ ่ ของรัฐ ดังที่นำยนิรันดร์ กัลยำณมิตร รองอธิบดีกรม เด็กที่เกิดในต่ำงจังหวัด หรือเอำตัวตนของคนสัญชำติ กำรปกครอง กระทรวงมหำดไทย ให้ควำมเห็นว่ำ6 ไทยไปขำยจะท�ำได้ยำกขึ้น9 “ข้อดีของกำรมีบัตรตั้งแต่อำยุ 7 ปี คือ สะดวก แง่ลบ ต่อเด็กในกำรแสดงตัวตน ไม่ตองพกพำทะเบียนบ้ำนหรือ ้ ทัศนะของนักพัฒนำจำกองค์กรด้ำนเด็ก ต่ำงออก สูติบัตร ท�ำให้สำมำรถใช้สิทธิเข้ำถึงสวัสดิกำรของรัฐ ได้งำยขึน รวมทังบรรเทำปัญหำกำรสวมสิทธิจำกต่ำงด้ำว มำให้ควำมเห็นคัดค้ำนกันระงม ดังควำมเห็นของนำย ่ ้ ้ ผู้ปกครองไม่ต้องพกเอกสำรหลักฐำนอื่นๆ ให้ยุ่งยำก มนตรี สินทวิชัย (ครูยุ่น) เลขำธิกำรมูลนิธิคุ้มครองเด็ก ่่ � ส�ำหรับข้อเสียนัน คือ เด็กวัยนีทำของหำยบ่อย อำจเป็น ทีวำ “ถือเป็นกำรใช้อำนำจโดยไม่ตรวจสอบรำยละเอียด ้ ้ � ให้รอบคอบ เพรำะอำจท�ำให้เกิดผลกระทบกับเด็ก กำรล�ำบำกต่อผู้ปกครอง” หลำยๆ กลุม เช่น กลุมเด็กพิกำร เด็กก�ำพร้ำ เด็กเร่รอน ่ ่ ่ ขณะที่เด็กๆ ที่เข้ำเกณฑ์ทั่วประเทศต่ำงตื่นเต้น ที่ตำมหลักแล้วรัฐจะต้องคอยดูแลสงเครำะห์เด็กกลุ่มนี้ กับกำรท�ำบัตรประชำชนไม่น้อย ดังควำมเห็นจำกเด็ก ด้วย และกฎหมำยในอดีตได้ผำนกระบวนกำรคิดที่ดีอยู่ ่ ในกรุง ด.ช.เอกสิทธิ์ สงศรีอินทร์ อำยุ 7 ปี นักเรียน แล้วว่ำ ให้เด็กอำยุ 15 ปีขึ้นไปค่อยมีบัตรประจ�ำตัว ชั้น ป.2 โรงเรียนผ่องสุวรรณวิทยำ7 ว่ำ “ตอนนี้มีแต่ ประชำชน เพรำะเด็กวัยนีเริมมีควำมคิดเป็นผู้ ใหญ่แล้ว”10 ้ ่ บัตรนักเรียน ก็อยำกมีบัตรประชำชนบ้ำงจะได้เหมือน ท�ำนองเดียวกัน ครูหยุย วัลลภ ตังคณำนุรักษ์ ผู้ ใหญ่ ถ้ำมีจริงๆ ก็ตองฝำกแม่ ไว้ เพรำะกลัวจะท�ำบัตร ้ หำย” แม่ด.ช.เอกสิทธิ์เองก็เห็นข้อดีหลำยประกำรคือ เลขำธิกำรมูลนิธิสร้ำงสรรค์เด็ก แจงถึงควำมไม่จ�ำเป็น “สะดวกเวลำแสดงสิทธิรบบริกำรต่ำงๆ ของเด็ก ไม่ตอง อย่ำงยิ่งที่ต้องท�ำ เนื่องจำก “…เมื่อเด็กอำยุน้อยตำย ั ้ ถือสูติบัตรมำให้ยุ่งยำก เวลำพำน้องขึ้นเครื่องบินก็ ใช้ ก็จะมีกำรสวมรอยของพวกมิจฉำชีพในกำรไปสวมชื่อ บัตรนี้แสดงตัว หรือกรณีเด็กพลัดหลง ถ้ำมีบัตรติดตัว ขณะเดียวกัน งบประมำณที่เอำไปใช้ท�ำบัตรจะคุ้มค่ำ มีอำยุบัตรยำวนำนขึ้นจำก 6 ปี เป็น 8 ปี (มำตรำ 6 ทวิ พ.ร.บ.บัตรประจ�ำตัวประชำชน ฉบับที่ 3 พ.ศ. 25544) ดังนั้น บัตรประชำชนเด็ก จึงเริ่มต้นเมื่อเด็ก มีอำยุ 7 ปี (มำตรำ 5 พ.ร.บ.บัตรประจ�ำตัวประชำชน ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2554)5 อยูจะช่วยให้สงคืนพ่อแม่ ได้เร็วขึน เพรำะมีชอ-นำมสกุล ่ ่ ้ ื่ ที่อยู่...” 76 สุขภาพคนไทย 2555 หรือไม่ ท�ำแล้วได้ประโยชน์อะไร เพรำะรูปแบบเดิม ก็ ใช้ ได้ดีอยู่แล้ว เมื่อท�ำแล้วใครจะไปพกให้เด็ก ก็ต้อง เป็นหน้ำที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองอยู่ดี ท�ำแล้วเป็นระบบ ออนไลน์หรือเปล่ำ เอกสำรที่เรำมีอยู่ก็ออนไลน์อยู่แล้ว หำกอ้ำงเพื่อกำรรักษำพยำบำล ก็มีเลข 13 หลักอยู่ ใน ใบเกิด มันไม่ ได้มีประโยชน์มำกกว่ำเดิม แต่จะเปลือง ทรัพยำกรมำกกว่ำ ท�ำแล้วคุ้มก็ดี แต่มองว่ำตอนนี้ ถึงท�ำไปก็ ไม่คุ้ม”11 ส่ ว นนั ก วิ ช ำกำร รศ.ดร.โกวิ ท ย์ พวงงำม คณะสังคมสงเครำะห์ศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ มีมมมองที่ ไม่ตำงจำกนักพัฒนำว่ำ “ไม่ ใช่สงจ�ำเป็นส�ำหรับ ุ ่ ิ่ เด็กวัย 7 ขวบเลย เนื่องจำกเมื่อท�ำแล้ว ผู้ดูแลบัตรและ ท�ำธุรกรรมต่ำงๆ ก็คือผู้ปกครองอยู่ดี เด็กไม่สำมำรถ ท�ำธุรกรรมใดๆ หรือแม้แต่รบผิดชอบดูแลบัตรด้วยตนเอง ั ได้ด้วยวัยเพียง 7 ขวบ...ผมว่ำกฎหมำยของเดิมดี อยูแล้ว...ไม่แน่ ใจว่ำมันเกียวข้องกับผลประโยชน์อนหรือ ่ ่ ื่ เปล่ำ เช่น กำรประมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเด็ก 7-14 ขวบนี่มันมีเกือบ 10 ล้ำนคน แล้วผลประโยชน์อำจจะ มีเป็นร้อยๆ ล้ำนในเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือพวกนี้”12 บัตรประกันสังคม, บัตรอื่นๆ ) และรัฐสำมำรถลดภำระ ทำงงบประมำณไม่ ต ้ อ งใช้ จ ่ ำ ยเพื่ อ กำรจั ด ท� ำ บั ต ร หลำยประเภท ทังนี้ ช่องว่ำงทีมอยูเดิมก็คอ ระหว่ำงเด็กแรกเกิด ้ ่ ี ่ ื จนถึงอำยุ 15 ปี โดยเด็กแรกเกิดจะมีเพียงใบรับรอง กำรเกิดจำกสถำนพยำบำล (ท.ร.1/1) เพือให้พอแม่หรือ ่ ่ ผู้ปกครองน�ำไปแจ้งเกิดกับหน่วยงำนทะเบียนรำษฎร เพือรับสูตบตร ดังนันช่วงเวลำระหว่ำงเด็กแรกเกิดจนถึง ่ ิ ั ้ อำยุ 15 ปี เอกสำรที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องพกพำ แทนเด็กเพื่อแสดงตน (เด็ก) และเข้ำรับบริกำรของรัฐ ก็คอสูตบตร และ/หรือทะเบียนบ้ำน (หลำยกรณีมเพียง ื ิ ั ี ใบรับรองกำรเกิด) อย่ำงไรก็ดี มีข้อสังเกตต่อเอกสำรทั้งสูติบัตร ทะเบียนบ้ำน รวมถึงใบรับรองกำรเกิดของเด็กด้วย เช่นกัน กล่ำวคือ เอกสำรดังกล่ำวไม่มีรูปถ่ำยที่ยืนยัน ตั ว เด็ ก ท� ำ ให้ น� ำ ไปสู ่ ก ำรสวมตั ว เด็ ก ได้ ง ่ ำ ย หรื อ กำรพิสจน์ตวเด็กท�ำได้ยำก บ่อยครังต้องใช้พยำนบุคคล ู ั ้ มำยืนยันว่ำเด็กเป็นลูกของพ่อแม่คนนันจริงๆ นอกจำกนี้ ้ ยังพบว่ำมีเด็กจ�ำนวนไม่นอยที่ ไม่มสตบตร เพรำะพ่อแม่ ้ ี ู ิ ั ท้ำยสุดเป็นประเด็นเรื่องควำมกลัวกำรสวมบัตร หรือผู้ปกครองไม่ ได้ ไปแจ้งเกิด ที่ผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดชำยแดนอย่ำงระนองหวั่นว่ำจะมี ข้อเสนอให้เด็กมีบัตรประจ�ำตัวตั้งแต่แรกเกิด กำรน�ำเด็กต่ำงด้ำวยัดไส้สวมบัตรประชำชน ซ�้ำรอย โดยเสนอว่ ำ พ่ อ แม่ ส ำมำรถอุ ้ ม ลู ก ถ่ ำ ยรู ป ติ ด บั ต รได้ ที่น�ำโรฮิงญำเข้ำสวมบัตรไทยพลัดถิ่น13 จึงเป็นทำงเลือกเพือลดโอกำสให้กบกำรเข้ำสูกระบวนกำร ่ ั ่ โจทย์ที่ ‘บัตรประชาชนเด็ก’ ยังไม่ ได้ตอบ นอกจำกเสี ย งวิ จ ำรณ์ ห รื อ ค� ำ ถำมต่ อ ‘บั ต ร ประชำชนเด็ก 7 ขวบ’ แล้วยังพบว่ำ มีข้อสังเกตต่อกำร มีบัตรประจ�ำตัวประชำชนเช่นกันว่ำ มีควำมอ่อนไหวสูง ต่อประเด็นเสรีภำพส่วนบุคคล นั่นคือข้อมูลที่ถูกบันทึก ในบัตรนั้นอำจเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกละเมิดได้งำย ่ พิสูจน์ตัวเด็ก กล่ำวได้วำ ‘บัตรประชำชนเด็ก 7 ขวบ’ นี้ นอกจำก ่ จะก่อให้เกิดกระแสวิพำกษ์วิจำรณ์กว้ำงขวำงในสังคม และมีคำถำมถึงควำมเหมำะสม ผลดีผลเสียต่ำงๆ นำนำ � แล้ว ในทีสด การใช้เกณฑ์อายุทาบัตรประชาชนครังแรก ่ ุ � ้ ไว้ที่ 7 ปี ก็ ไม่ ได้ตอบโจทย์การลดภาระทางงบประมาณ ในการจัดท�าบัตร ทีตองใช้เพือแสดงตนและเข้าถึงบริการ ่ ้ ่ หรือสวัสดิการของแต่ละหน่วยงานแต่อย่างใด หำกทบทวนกันอีกครั้งถึงที่มำของบัตรประชำชน ทั้งยังไม่ ได้ตอบโจทย์ช่องว่างของการมีหลักฐาน เด็กจะเห็นว่ำ เป็นเพียงส่วนหนึงของนโยบำยบัตรประจ�ำ แสดงตนทีชดเจนของเด็กตังแต่แรกเกิดจนถึง 7 ปี กลาย ่ ่ั ้ ตัวประชำชนแบบอเนกประสงค์ (Smart card) ทีรฐบำล เป็นเพียงความตื่นเต้นชั่ววูบให้กับบรรดาเด็กน้อยกลุ่ม ่ั สมัยทักษิณต้องกำรไปถึง นันก็คอ กำรเป็นบัตรใบเดียว หนึ่งทั่วประเทศเท่านั้น ่ ื ทีบคคลแต่ละคนสำมำรถใช้เพือแสดงตนในทำงกฎหมำย ่ ุ ่ และใช้เพื่อรับบริกำรจำกรัฐ โดยไม่ต้องพกบัตรอื่นอีก (ได้แก่ บัตรประชำชน, บัตรทอง 30 บำทฯ, ใบขับขี่, 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 77 BOI กับนโยบำยส่งเสริม กำรลงทุนเพื่อสร้ำง ควำมเข้มแข็งต่อระบบสุขภำพ พ จ ากนโยบายส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชีย ที่ถูกมองว่ามี ผลลบต่อระบบสุขภาพโดยรวมมาก เพราะดึงดูดทรัพยากรด้านการรักษาพยาบาล ของประเทศไปให้ชาวต่างชาติ ปี 2554 ส�านักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จับมือกับคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ปรับทิศการส่งเสริมการลงทุนด้านสาธารณสุข เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ และเพิ่มความเป็นธรรม ในระบบสุขภาพของไทย http://www.stockfreeimages.com/ ผลักดันนโยบาย เมดิคัลฮับ ภาคสอง ในช่ ว ง 10 ปี ที่ ผ ่ ำ นมำนี้ กำรส่งเสริมให้ ไทยเป็นศูนย์กลำง สุขภำพนำนำชำติ หรือ Medical Hub ดึงดูดชำวต่ำงชำติเข้ำมำใช้ ำ ำใ บริกำรด้ำนสุขภำพในประเทศไทย พ พในประเทศไทย เป็นเป้ำหมำยที่ทุกรัฐบำลต้องกำร ผลักดันให้เกิดเป็นจริงให้ ได้ นั บ แต่ แ ผนพั ฒ นำให้ ไทย เป็ น ศู น ย์ ก ลำงสุ ข ภำพของเอเชี ย ฉบับที่ 1 ตำมแผนยุทธศำสตร์ 5 ปี (พ.ศ. 2547-2551) ประสบควำม ส� ำ เร็ จ สำมำรถสร้ ำ งรำยได้ เ ข้ ำ ย ยได้ ประเทศถึง 227,616.43 ล้ำนบำท กระทรวงสำธำรณสุขจึงมีนโยบำย เดินหน้ำจัดท�ำ ร่ำงแผนยุทธศำสตร์ เมดิคลฮับ ฉบับที่ 2 ตังแต่ปี 2553ั ้ 2557 ยกระดับพัฒนำให้ ไทยเป็น ำ ำใ ศู น ย์ ก ลำงสุ ข ภำพนำนำชำติ ห รื อ 78 สุขภาพคนไทย 2555 ระดับโลก จำกแผนเดิมที่ก�ำหนดเพียงเป็นศูนย์กลำง เพิ่มเติมประเภทกิจกำรโรงพยำบำล จำกเดิมที่ก�ำหนด สุขภำพของเอเชีย ว่ำต้องเป็นโรงพยำบำลทีมเตียงรองรับผูปวยไม่นอยกว่ำ ่ ี ้ ่ ้ แผนยุทธศำสตร์เมดิคัลฮับ ฉบับที่ 2 นี้ ตั้งเป้ำ 50 เตียง เป็นมีเตียงรองรับผู้ป่วยค้ำงคืนไม่ต�่ำกว่ำ ่ ่ ั้ ่ ว่ำจะน�ำรำยได้เข้ำประเทศ 402,906 ล้ำนบำทในช่วง 30 เตียง ซึงเป็นไปตำมเงือนไขเกณฑ์ขนต�ำของกระทรวง 5 ปี ตัวสร้ำงรำยได้หลักคือ บริกำรรักษำพยำบำล สำธำรณสุข นอกจำกนี้ ยังมีกำรส่งเสริมกำรลงทุนในกิจกำร 281,945 ล้ำนบำท รองลงมำคือ บริกำรส่งเสริมสุขภำพ สปำ 78,225 ล้ำนบำท ผลิตภัณฑ์สุขภำพและสมุนไพร เวชศำสตร์ฟนฟู ศูนย์กำรแพทย์เฉพำะทำง ศูนย์บริกำร ้ื ไทย 78,471 ล้ำนบำท และบริกำรแพทย์แผนไทยและ เทคโนโลยี ท ำงกำรแพทย์ และส่ ง เสริ ม กำรลงทุ น กำรแพทย์ทำงเลือก 2,822 ล้ำนบำท1 โลจิสติกส์เพื่อกำรรักษำพยำบำล โดยได้สิทธิประโยชน์ กรมสนั บ สนุ น บริ ก ำรสุ ข ภำพ (สบส.) เป็ น ยกเว้นภำษีเงินได้นิติบุคคล ตั้งแต่ 5-8 ปี ตำมเขตที่ตั้ง ผู้รับผิดชอบผลักดันนโยบำย Medical Hub โดยเน้น มีวงเงินยกเว้นภำษีเงินได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และยกเว้น ยุทธศำสตร์ 4 ด้ำน คือ 1) กำรบริกำรด้ำนรักษำพยำบำล อำกรขำเข้ำเครื่องจักรตลอดอำยุโครงกำร ให้เป็นศูนย์บริกำรเฉพำะทำง (Excellent Center) อย่ำงมีคุณภำพและประสิทธิภำพ 2) ส่งเสริมธุรกิจ บริกำรสุขภำพประเภทสปำและกำรนวดเพื่อสุขภำพ 3) กำรแพทย์แผนไทยและกำรแพทย์ทำงเลือกเพื่อ ส่งเสริมเอกลักษณ์และภูมปญญำไทย และ 4) สนับสนุน ิ ั สมุนไพรไทยและผลิตภัณฑ์จำกสมุนไพรไทย2 น่ำสนใจว่ำ BOI ยังก�ำหนดมำตรกำรส่งเสริม กำรลงทุ น เพื่ อ ปรั บ ปรุ ง ประสิ ท ธิ ภ ำพของกิ จ กำร โรงพยำบำลเดิม เพื่อยกระดับมำตรฐำนเทคโนโลยีทำง กำรแพทย์ ด้ ว ยกำรน� ำ เข้ ำ เครื่ อ งจั ก รและอุ ป กรณ์ กำรแพทย์ที่ทันสมัยมำใช้ ในโรงพยำบำล มำตรกำรนี้ บังคับใช้กบโรงพยำบำลที่ด�ำเนินกำรอยู่แล้ว ไม่วำจะได้ ั ่ 5 ขณะเดียวกัน ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรส่งเสริม รับส่งเสริมหรือไม่ก็ตำม กำรลงทุ น (BOI) ก็ ข ำนรั บ นโยบำยของกระทรวง สำธำรณสุขที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Medical กระแสต้านเมดิคัลฮับและนโยบาย BOI ทว่ำ เสียงสะท้อนดังระงมจำกหลำยฝ่ำยแสดง Hub โดยจ้ำงสถำบันวิจยเศรษฐกิจและกำรคลัง3 (สวค.) ั ในเดือนสิงหำคม 2553 ศึกษำกำรลงทุนในกิจกำร ควำมไม่เห็นด้วยกับนโยบำย Medical Hub วิพำกษ์ ด้ำนสุขภำพทั้งระบบ เพื่อเป็นแนวทำงก�ำหนดนโยบำย วิจ ำรณ์ทัศนะที่เน้นเม็ดเงินจำกกำรลงทุนของ BOI ส่งเสริมกำรลงทุน และคำดว่ำจะสำมำรถก�ำหนดขอบข่ำย ที่เข้ำมำท�ำให้บริกำรสุขภำพกลำยเป็น ‘อุตสำหกรรม’ กิจกำรและเงือนไขกำรให้สทธิประโยชน์แก่กจกำรประเภท โดยเฉพำะปัญหำสมองไหล ที่เชื่อว่ำแพทย์ผู้เชี่ยวชำญ ่ ิ ิ ในโรงพยำบำลรัฐจะถูกดึงตัวไปสู่ โรงพยำบำลเอกชน นี้ ได้ภำยในปี 25534 ่ ้ ่ ต่ อ มำเมื่ อ วั น ที่ 24 พฤศจิ ก ำยน 2553 เพิมขึน ปัญหำกำรขำดแคลนแพทย์ ในภำพรวมจะยิงทวี นำงอรรชกำ สีบญเรือง เลขำธิกำรส�ำนักงำนคณะกรรมกำร ควำมรุนแรงสูงขึ้น และผู้ที่ ได้รับผลกระทบจำกกำรดึง ุ ่ ุ ื ้ ี ้ ส่งเสริมกำรลงทุน เปิดเผยว่ำ BOI จะปรับปรุงนโยบำย ทรัพยำกรไปมำกทีสดก็คอ ผูมรำยได้นอย และคนชนบท ส่งเสริมกำรลงทุนในอุตสำหกรรมสุขภำพ เพือให้เป็นไป ที่เข้ำไม่ถึงบริกำรสุขภำพ ่ ศำสตรำจำรย์อัมมำร สยำมวำลำ นักวิชำกำร เกียรติคณ สถำบันวิจยเพือกำรพัฒนำประเทศไทย (TDRI) ุ ั ่ ให้ควำมเห็นว่ำ นโยบาย Medical Hub เป็นนโยบาย ที่เลวที่สุดเท่าที่รัฐบาลคิดออกมา เพรำะเป็นกำรดึงดูด ทรัพยำกรด้ำนสุขภำพของประเทศไปบริกำรต่ำงชำติ ทั้งที่ปัจจุบันคนไทยรวมถึงคนชำยขอบก�ำลังขำดแคลน ตำมยุทธศำสตร์ส่งเสริมอุตสำหกรรมเพื่อสุขภำพของ ประเทศอย่ำงแท้จริงและเป็นรูปธรรม มำตรกำรดังกล่ำว ประกอบด้วยกำรขยำยขอบข่ำยกำรส่งเสริมกำรลงทุน ประเภท “กิจกำรโรงพยำบำล” ให้ครอบคลุมกิจกำรที่ เกี่ยวข้องกับกำรรักษำพยำบำลมำกขึ้น โดยกำรปรับชื่อ เป็น “กิจกำรที่เกี่ยวข้องกับกำรรักษำพยำบำล” และ 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 79 กำรรักษำพยำบำลอย่ำงแรง คนไข้ต่ำงชำติที่เข้ำมำใช้ บริกำรยังท�ำให้ค่ำตัวของหมอเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลำ กระทรวงสำธำรณสุขเองจะพบว่ำเงินค่ำตอบแทนที่ เพิมให้หมอไปนันไม่เพียงพอ ต้องไล่ตำมเพิมค่ำตอบแทน ่ ้ ่ ไปเรื่อยๆ ในที่สุดระบบจะเสียหำย “วันนี้ผมอยำกถำมว่ำ ขณะนี้คนไข้ ไทยได้เวลำ ของหมอในโรงพยำบำลรัฐแค่ ไหน คุณไปรอกีชวโมง และ ่ ั่ ได้เจอหมอกี่นำที แม้วำรัฐบำลจะสนับสนุนงบประมำณ ่ เพือผลิตหมอให้เพียงพอ ผมยังมองว่ำนโยบำยนีกยงเลว ่ ้็ ั อยู่ดี เพรำะคนไทยต้องไม่เพียงรักษำกับหมอจบใหม่ เท่ำนั้น แต่เรำต้องกำรหมอผู้เชี่ยวชำญที่ถูกดึงออกจำก ระบบด้วย” ศำสตรำจำรย์อัมมำรกล่ำว6 ด้ำน นำงสำวกรรณิกำร์ กิจติเวชกุล กรรมกำร มูลนิธเพือผูบริโภค ได้ ให้ขอมูลในงำนเสวนำ “เมดิคลฮับ ิ ่ ้ ้ ั ควำมเหลื่อมล�้ำในกำรรักษำพยำบำล” เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกำยน 2553 ระบุว่ำในปี 2552 มีคนไข้ต่ำงชำติ เข้ำรับกำรรักษำ 1.5 ล้ำนคน แต่ ไม่พบหลักฐำนว่ำ กำรกระจำยรำยได้ ไปถึงไหน ทีผำนมำพบแต่ปญหำเรือง ่ ่ ั ่ กำรดึงแพทย์ผู้เชี่ยวชำญจำกโรงเรียนแพทย์ โดยปี 2545-2547 มีอำจำรย์แพทย์ลำออก 350 รำย และใน ช่วงปี 2548-2552 มีอำจำรย์แพทย์จำกโรงเรียนแพทย์ 5 แห่งลำออกรวมกันถึง 181 รำย ส่วนใหญ่ ไปอยู่กับ ภำคเอกชน เฉลียมีกำรดึงแพทย์ ในโรงเรียนแพทย์แต่ละ ่ แห่งสูงถึง 40 คน ก่อให้เกิดควำมเหลื่อมล�้ำเพิ่มจำก 3 ระบบ คือ ระบบหลักประกันสุขภำพถ้วนหน้ำ ระบบ ประกันสังคม และระบบสวัสดิกำรข้ำรำชกำร7 นำยแพทย์ อ� ำ พล จิ น ดำวั ฒ นะ เลขำธิ ก ำร คณะกรรมกำรสุขภำพแห่งชำติ (คสช.) กล่ำวว่ำ นโยบำย ส่งเสริมกำรลงทุนในอุตสำหกรรมสุขภำพของ BOI ขัดกับข้อ 51 ของธรรมนูญว่ำด้วยระบบสุขภำพแห่งชำติ พ.ศ. 2552 ที่ออกตำม พ.ร.บ. สุขภำพแห่งชำติ พ.ศ. 2550 ซึ่งก�ำหนดว่ำรัฐไม่พึงสนับสนุนหรือให้สิทธิพิเศษ ทางภาษีและการลงทุนกับบริการสาธารณสุขที่มุ่งเน้น ผลประโยชน์เชิงธุรกิจ แสวงหำก�ำไร ยิ่งถ้ำเป็นกำรเปิดบริกำรโดยหวังบริกำร คนต่ำงชำติ แสดงว่ำต้องใช้ทรัพยำกรที่มี ในประเทศ ไปบริกำรชำวต่ำงชำติดวย ก็จะกระทบคนไทยส่วนใหญ่ ้ ในชนบท” นำยแพทย์อ�ำพลกล่ำว8 ต่อมำในวันที่ 24 ธันวำคม 2553 มีกำรประชุม คณะกรรมกำรสุขภำพแห่งชำติ (คสช.) ทีทำเนียบรัฐบำล ่ � โดยนำยอภิสิทธิ์ เวชชำชีวะ นำยกรัฐมนตรี ในขณะนั้น เป็นประธำน หลังจำกที่ประชุมอภิปรำยเรื่องนโยบำย ส่ ง เสริ ม กำรลงทุ น อุ ต สำหกรรมสุ ข ภำพของ BOI อย่ำงกว้ำงขวำง นำยกรัฐมนตรี ในฐำนะคณะกรรมกำร BOI มีมติ ให้ BOI ทบทวนกำรส่งเสริมกำรลงทุนใน อุตสำหกรรมสุขภำพใหม่ เนื่องจำกเนื้อหำไม่สอดคล้อง กับธรรมนูญสุขภำพ “ผมคิดว่ำ BOI คงไม่ทรำบข้อควำมที่ก�ำหนดอยู่ ในธรรมนูญว่ำด้วยระบบสุขภำพแห่งชำติ และขณะนี้ มติดงกล่ำวยังไม่ ได้ประกำศออกไป จึงสังให้ระงับไว้กอน” ั ่ ่ นำยอภิสิทธิ์กล่ำว ขณะที่ นำยแพทย์วิชัย โชควิวัฒน กรรมกำร สุขภำพแห่งชำติ กล่ำวว่ำ บริกำรสำธำรณสุขไม่ ใช่สนค้ำ ิ ทั่วไปที่ภำคธุรกิจสำมำรถแสวงหำก�ำไรสูงสุด เพรำะ ระบบสุขภำพเป็นสิทธิขนพืนฐำนของประชำชน ต้องเป็น ั้ ้ ระบบที่ ส ่ ง เสริ ม คุ ณ ค่ ำ และศั ก ดิ์ ศ รี ค วำมเป็ น มนุ ษ ย์ เป็นส่วนหนึ่งของระบบควำมมั่นคงของประเทศ กำร ส่งเสริมกำรลงทุนในอุตสำหกรรมสุขภำพจ�ำเป็นต้อง ศึกษำผลกระทบทั้งทำงบวกและทำงลบที่อำจเกิดขึ้น ต่ อ ระบบบริ ก ำรสำธำรณสุ ข ของประชำชนไทยก่ อ น โดยเฉพำะในสภำวกำรณ์ทยงมีควำมไม่เป็นธรรมในกำร ี่ ั เข้ำถึงบริกำรสำธำรณสุขของประชำชน มีทรัพยำกร และบุคลำกรจ�ำกัด อีกทั้ง 10 ปีที่ผำนมำนี้ภำคเอกชน ่ มีศักยภำพสูงในกำรพัฒนำธุรกิจสุขภำพด้วยตนเอง จึงไม่มีควำมจ�ำเป็นที่รัฐต้องให้กำรสนับสนุนอีก9 BOI ปรับนโยบาย ส่งเสริมการลงทุน โรงพยาบาลระดับปฐมภูมิ “กำรที่ธรรมนูญฯ เขียนไว้ ในข้อ 51 เพรำะเห็น ภำยหลังทีนำยอภิสทธิ์ เวชชำชีวะ สังทบทวนมติ ่ ิ ่ ว่ำกำรบริกำรทำงกำรแพทย์และสำธำรณสุขเป็นเรื่อง คณะกรรมกำรส่งเสริมกำรลงทุน เกี่ยวกับนโยบำย ที่เกี่ยวข้องกับมนุษยธรรม ไม่ควรปล่อยเป็นกำรบริกำร ส่งเสริมกำรลงทุนในอุตสำหกรรมสุขภำพ ต่อมำวันที่ 80 สุขภาพคนไทย 2555 31 มกรำคม 2554 นำยแพทย์ สมชัย ภิญโญพรพำนิชย์ อธิบดีกรม สนั บ สนุ น บริ ก ำรสุ ข ภำพ (สบส.) ในฐำนะหน่วยงำนผลักดันนโยบำย Medical Hub เปิดเผยว่ำ สบส. จะมี ก ำรประชำพิ จ ำรณ์ ร ่ ำ งแผน ยุทธศำสตร์กำรพัฒนำประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลำงสุขภำพนำนำชำติ พ.ศ. 2553-2557 ครั้งที่ 1 ซึ่งจะ พูดถึงรำยละเอียดทั้งหมด ทั้งเรื่อง กำรพัฒนำระบบบริกำรทำงกำรแพทย์ สปำ นวดแผนไทย และสมุนไพรไทย โดยเรื่องที่ ให้ควำมส�ำคัญมำกที่สุด คื อ กำรพั ฒ นำระบบบริ ก ำรทำง กำรแพทย์ โดยจะเชิญหน่วยงำน ที่ เ กี่ ย วข้ อ งมำหำรื อ สนั บ สนุ น กำรแพทย์ ข องภำคเอกชน จะมี กำรพิจำรณำอย่ำงรอบด้ำนว่ำจะเกิด ปัญหำสมองไหลหรือผลกระทบอืนๆ ่ มำกน้อยเพียงใด ต ำ ต่อมำในวันที่ 2 กุมภำพันธ์ พั 2554 มี ก ำรจั ด เวที เ สวนำหั ว ข้ อ “บี โอไอ จับมือ สช. ปรับทิศอุตสำหกรรมสุขภำพ” ที่อำคำรสุขภำพแห่งชำติ กระทรวงสำธำรณสุข ผู้ร่วม เสวนำประกอบด้วย นำยแพทย์อ�ำพล จินดำวัฒนะ เลขำธิกำรคณะกรรมกำรสุขภำพแห่งชำติ พร้อมด้วย นำงหิรัญญำ สุจินัย ที่ปรึกษำกำรลงทุน ส�ำนักงำน คณะกรรมกำรส่งเสริมกำรลงทุน และนำยยุทธศักดิ์ คณำสวัสดิ์ ผูอำนวยกำรส�ำนักยุทธศำสตร์และนโยบำย ้� กำรลงทุน ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรส่งเสริมกำรลงทุน http://www.stockfreeimages.com/ สช. และ BOI ได้ประชุมร่วมกันเพื่อหำรือถึงทิศทำง กำรส่งเสริมอุตสำหกรรมสุขภำพให้สอดคล้องกับธรรมนูญ พ พให้ ว่ำด้วยระบบสุขภำพ พ.ศ. 2552 โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ด เข้ำร่วม จำกทำง BOI คือ นำงอรรชกำ สีบุญเรือง ร เลขำธิกำรส�ำนักงำนคณะกรรมกำรส่งเสริมกำรลงทุน นำงหิรัญญำ สุจินัย ที่ปรึกษำกำรลงทุน และนำย ยุทธศักดิ์ คณำสวัสดิ์ ผู้อ�ำนวยกำรส�ำนักยุทธศำสตร์ และนโยบำยกำรลงทุน ผลกำรประชุ ม มี ข ้ อ สรุ ป ให้ นั ก วิ ช ำกำรจำก กำรเสวนำครั้ ง นี้ ส รุ ป ว่ ำ จะตั้ ง คณะท� ำ งำน เชิงวิชำกำร ประกอบด้วยตัวแทนจำก สช. และ BOI ทั้งสองฝ่ำยร่วมกันยกร่ำงหลักกำรและกรอบแนวทำง ่ ร่วมกันหำรือเพื่อหำทำงออกว่ำควรจะเดินหน้ำหรือ กำรพิจำรณำกิจกำรทีจะส่งเสริมกำรลงทุนอุตสำหกรรม ด ส่งเสริมกำรลงทุนในอุตสำหกรรมสุขภำพในลักษณะใด สุขภำพที่สอดคล้องกับธรรมนูญว่ำด้วยระบบสุขภำพ ั ต่อมำวันที่ 7 กุมภำพันธ์ 2554 คณะท�ำงำนร่วม แห่งชำติ พ.ศ. 2552 ก่อนจะเปิดเวทีรบฟังควำมเห็นจำก ภำคีเครือข่ำยที่เกี่ยวข้อง หลังผ่ำนกำรท�ำงำนกว่ำ 4 เดือน คณะท�ำงำน 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 81 ร่วมฯ ก็จดท�ำหลักกำรส่งเสริมกำรลงทุนในอุตสำหกรรม ขอรั บ กำรส่ ง เสริ ม กำรลงทุ น และต้ อ งอยู ่ ใ นระบบ ั หลักประกันสุขภำพถ้วนหน้ำ ระบบประกันสังคมตลอด ด้ำนสุขภำพ มีสำระส�ำคัญ 4 ประกำร คือ10 (1) เป็นไปเพื่อประโยชน์ของสถำนะทำงสุขภำพ ระยะเวลำที่ ได้รับสิทธิยกเว้นภำษีเงินได้นิติบุคคล กำรส่ ง เสริ ม นี้ ต ้ อ งกำรดึ ง เอกชนเข้ ำ มำลงทุ น โดยรวมของคนในประเทศเป็นส�ำคัญ โดยต้องเป็นหมวด บริกำรหรือผลิตภัณฑ์สุขภำพในชุดสิทธิประโยชน์ของ สถำนพยำบำลระดับปฐมภูมิ ที่เป็นบริกำรหลักในระบบ ระบบหลักประกันสุขภำพ/ประกันสังคม หรือรัฐสนับสนุน/ สำธำรณสุขที่ส�ำคัญมำกส�ำหรับประชำชน ซึ่งแต่ละปี มี ผู ้ ใช้ บ ริ ก ำรสำธำรณสุ ข ปฐมภู มิ ทั้ ง สถำนี อ นำมั ย ลงทุนไม่เพียงพอ (2) เป็นไปเพือเสริมสร้ำงศักยภำพหรือประสิทธิภำพ โรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพต�ำบล และโรงพยำบำล ่ ชุมชนถึงร้อยละ 80 ของผู้ป่วยนอกทั้งหมด และเพิ่มควำมเป็นธรรม ลดควำมเหลื่อมล�้ำ ส่วนกรอบกำรส่งเสริมกำรลงทุนในอุตสำหกรรม (3) ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ กฎหมำย แผนพัฒนำ ยำ เน้นกำรเพิ่มศักยภำพผู้ประกอบกำรในกำรวิจัยและ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ และธรรมนูญสุขภำพ พัฒนำอุตสำหกรรมยำภำยในประเทศให้พงพำตนเองได้ ึ่ (4) มีระบบติดตำม ประเมินสถำนกำรณ์ ผลกระทบ กำรส่งเสริมกำรลงทุนและพัฒนำเครืองมือแพทย์ ่ ของนโยบำยส่งเสริมกำรลงทุน ในประเทศไทย เน้นเพิ่มศักยภำพในกำรผลิตเครื่องมือ โดยก�ำหนดกรอบบริกำรและผลิตภัณฑ์สขภำพที่ แพทย์ที่จ�ำเป็นส�ำหรับคนไทย ซึ่งรวมถึงส่วนประกอบ ุ ควรได้รับกำรส่งเสริมลงทุนไว้ 4 ประเภท คือ กำรส่ง ของเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือทดสอบประสิทธิภำพ เสริ ม กำรลงทุ น สถำนพยำบำลเอกชนระดั บ ปฐมภู มิ หรื อ เครื่ อ งมื อ เที ย บมำตรวั ด ของเครื่ อ งมื อ แพทย์ กำรส่งเสริมกำรลงทุนในอุตสำหกรรมยำ กำรส่งเสริม และกำรค้นคว้ำวิจัยและพัฒนำเครื่องมือแพทย์ของ กำรลงทุนและพัฒนำเครื่องมือแพทย์ ในประเทศไทย อุตสำหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทย และกำรส่ ง เสริ ม กำรลงทุ น ในกิ จ กำรบ้ ำ นพั ก และ ขณะที่กำรส่งเสริมกำรลงทุนในกิจกำรบ้ำนพัก ศูนย์สวัสดิกำรส�ำหรับผู้สูงอำยุ และศูนย์สวัสดิกำรส�ำหรับผูสงอำยุ เพือสร้ำงทำงเลือก ้ ู ่ “ร่ำงกรอบกำรส่งเสริมกำรลงทุนอุตสำหกรรม ส่งผลให้ผู้สูงอำยุมีคุณภำพชีวิตที่ดีขึ้น11 สุขภำพที่ ได้จดท�ำขึนครังนี้ แตกต่ำงจำกมติกำรส่งเสริม ั ้ ้ ขั้ น ตอนต่ อ จำกนี้ BOI เตรี ย มน� ำ ร่ ำ งกรอบ กำรลงทุ น ก่ อ นหน้ ำ ที่ เ น้ น กำรสนั บ สนุ น นโยบำย เมดิคัลฮับ รักษำคนไข้ต่ำงชำติ แต่เป็นกำรเน้นสร้ำง กำรส่งเสริมกำรลงทุนอุตสำหกรรมสุขภำพที่ปรับปรุง ่ ้ ่ ควำมเข้มแข็งให้กับระบบสุขภำพของไทยมำกขึ้น” นำย ใหม่เข้ำสูกระบวนกำรประชำพิจำรณ์ โดยเชิญผูเกียวข้อง ทุกฝ่ำยมำให้ควำมเห็น ทั้งโรงพยำบำลเอกชน ภำค แพทย์อ�ำพล จินดำวัฒนะ ให้ควำมเห็น ประชำชน หรือผู้ ได้รับผลกระทบทั้งหมด ส�ำหรับกรอบกำรส่งเสริมกำรลงทุนสถำนพยำบำล สิ่งที่ส�ำคัญคือ ยังต้องรอดูทิศทำงนโยบำยจำก เอกชน เน้นส่งเสริมกำรลงทุนเพื่อพัฒนำศักยภำพและ เพิ่มจ�ำนวนสถำนพยำบำลประเภทไม่รับผู้ป่วยค้ำงคืน รัฐบำลชุดใหม่ของนำยกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และสถำนพยำบำลทีมเตียงรับผูปวยค้ำงคืนขนำดไม่เกิน ซึ่งเข้ำมำบริหำรประเทศแทนรัฐบำลชุดก่อน ว่ำจะยัง ่ ี ้ ่ 30 เตียง เพือให้บริกำรผูปวยในระบบหลักประกันสุขภำพ คงเดินหน้ำนโยบำยส่งเสริมกำรลงทุนด้ำนสำธำรณสุข ่ ้ ่ ่ ถ้วนหน้ ำและระบบประกันสังคม โดยเฉพำะในเขต เพือเน้นกำรสร้ำงควำมเข้มแข็งต่อระบบสุขภำพโดยรวม ที่ มี ส ถำนพยำบำลเหล่ ำ นี้ ไม่ เ พี ย งพอ ผู ้ ข อรั บ กำร ของประเทศหรือไม่ อย่ำงไร ส่งเสริมกำรลงทุนต้องอยู่ ในระบบหลักประกันสุขภำพ ถ้วนหน้ำ ระบบประกันสังคมภำยใน 3 ปี นับจำกวันที่ 82 สุขภาพคนไทย 2555 4 ผลงานดีๆ แพทย์แผนไทยคว้ารางวัลเหรียญ ส�านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทองอาหารเสริมสกัดจากเวทีประกวด สนับสนุนงบประมาณกว่า 170 ล้านบาท เพื่อดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ สิ่งประดิษฐ์นานาชาติ แพทย์แผนไทยสร้ำงผลงำนเป็นที่ประจักษ์ต่อ จำกสถิติประชำกรของไทยที่มีแนวโน้มอำยุยืนยำว สำยตำโลก จำกกำรคว้ ำ รำงวั ล ชนะเลิ ศ สิ่ ง ประดิ ษ ฐ์ และมีจำนวนผูสงอำยุเพิมมำกขึน น�ำมำสูปญหำด้ำนสุขภำพ � ้ ู ่ ้ ่ ั นำนำชำติ เมืองเจนีวำ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในงำน ของผูสงอำยุ ยิงหำกมีอำกำรป่วย ย่อมส่งผลต่อควำมรุนแรง ้ ู ่ International Exhibition Invention of GENEVA โดย จำกโรคเพิมสูงขึน ดังนัน กำรส่งเสริมให้มสขภำพทีดี และ ่ ้ ้ ี ุ ่ ได้รับรำงวัลชนะเลิศประเภทอำหำรเสริมสกัด “เลซิติน” กำรป้องกันก่อนเกิดโรค จึงเป็นวิธีกำรป้องกันและแก้ ไข จำกไข่แดงผสมสำรสกัดจำกผลมะตูม รำงวัลนีเป็นผลงำน ้ ปัญหำที่ยั่งยืน ส�ำนักงำนหลักประกันสุขภำพแห่งชำติ ของสองแพทย์แผนไทย คือ แพทย์แผนไทยบุณยพร ยี่มี (สปสช.) ร่วมกับกระทรวงสำธำรณสุข (สธ.) องค์กำร และแพทย์แผนไทยหญิงวรีวรรณ รัตรสำร เป็นกำรต่อยอด บริหำรส่วนต�ำบล (อบต.) และเทศบำลทัวประเทศ จึงได้ ่ องค์ควำมรู้เดิม คือกำรสกัดเอำเลซิติน โคลีน และโอเมก้ำ จัดท�ำโครงกำรส่งเสริมสุขภำพผูสงอำยุ เพือป้องกันโรค ้ ู ่ 3 จำกไข่แดง ผ่ำนกำรตรวจสอบควำมเป็นพิษจำกส�ำนักงำน และฟื้นฟูสุขภำพในกลุ่มผู้สูงอำยุ ผ่ำนกองทุนสุขภำพ คณะกรรมกำรวิจยแห่งชำติ (วช.) แล้วน�ำไปผสมกับสำรสกัด ั ต�ำบล 7,300 แห่ง มีจำนวนโครงกำรกว่ำ 4,665 โครงกำร � จำกมะตู ม ที่ มี ฤ ทธิ์ ท ำงเภสั ช กรรม สกั ด เป็ น ผลิ ต ภั ณ ฑ์ งบประมำณสนับสนุนกว่ำ 170 ล้ำนบำท โดยใช้สิทธิ อำหำรเสริม ทังสองส่วนนีเสริมฤทธิกำรท�ำงำนซึงกันและกัน ้ ้ ์ ่ ประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภำพถ้วนหน้ำคุมครอง ้ โดยกระบวนกำรสกัดทังหมดไม่ ใช้สำรเคมี แต่ ใช้สมุนไพรไทย ้ ผูทมอำยุตงแต่ 60 ปีขนไป ซึงจะได้รบกำรตรวจสุขภำพ ้ ี่ ี ั้ ึ้ ่ ั ที่มีคุณประโยชน์ต่อกำรบ�ำบัดและรักษำโรค กระบวนกำรดัง ตรวจร่ำงกำย ซักประวัติ วัดควำมดันโลหิต ไขมัน และ กล่ำวเป็นกำรน�ำเอำนวัตกรรมทำงวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี ระดับน�ำตำลในเลือด ตลอดจนกำรรักษำโรคตำต้อกระจก ้ และแพทย์ตะวันตก มำประยุกต์เข้ำกับภูมิปัญญำกำรแพทย์ กำรประเมินภำวะซึมเศร้ำและสมองเสื่อม กำรตรวจ แผนไทย ถือเป็นกำรพัฒนำองค์ควำมรู้ ให้ทดเทียมต่ำงประเทศ ั ระดับคอเลสเตอรอลในเลือด จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยน นอกจำกนี้ กำรสกัด “เลซิติน” จำกไข่แดงครั้งนี้ส ำมำรถ พฤติกรรม กำรออกก�ำลังกำย กำรบริหำรควำมเครียด ช่วยทดแทนกำรน�ำเข้ำได้ปีละ 100 ล้ำนบำท และกำรดูแลสุขภำพจิต รวมถึงกำรให้วัคซีนป้องกัน จุดเด่นของผลงำนกำรน�ำสมุนไพรไทยมำใช้จนท�ำให้ ได้ โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้สูงอำยุตั้งแต่ 60 ปี รับรำงวัลครังนี้ คือ สำรสกัดจำกผลมะตูมนันช่วยฟืนฟูกำรสร้ำง ้ ้ ้ ขึ้นไปจะได้รับบริกำรผ่ำนศูนย์แพทย์ชุมชนใกล้บ้ำน อินซูลินในกำรต้ำนไวรัสและแบคทีเรีย ช่วยท�ำให้หลอดเลือด โรงพยำบำลทีขนทะเบียนไว้ และพืนทีทมกองทุนหลัก ่ ึ้ ้ ่ ี่ ี หัวใจแข็งแรง ควำมดันโลหิตเป็นปกติ และท�ำงำนเสริมกันกับ ประกันสุขภำพระดับท้องถิ่น หรือกองทุนสุขภำพ สำรอำหำรจำกไข่แดง ผลงำนดังกล่ำวท�ำให้ร่ำงกำยสำมำรถ ชุมชน ซึ่งเป็นควำมร่วมมือระหว่ำง อบต./เทศบำล ซ่อมแซมตัวเองในระดับยีนหรือดีเอ็นเอ ซึงปัจจุบนได้ ใช้กบผูปวย ่ ั ั ้ ่ กับ สปสช. และหน่วยบริกำรสำธำรณสุข กลุมโรคเรือรังต่ำงๆ ของคลินกแพทย์แผนไทยจังหวัดระยอง ทังนี้ ่ ้ ิ ้ สปสช. และกระทรวงสำธำรณสุขให้ควำม แพทย์แผนไทยทั้งสองได้ร่วมกันพัฒนำอำหำรเสริมดังกล่ำว มั่นใจว่ำได้จัดให้มีหลักประกันสุขภำพที่คุ้มครอง เป็นเวลำ 5 ปี ในกำรปรับปรุงสูตร แต่ ไม่ ได้ทดลองในสัตว์หรือคน สุขภำพร่ำงกำย ไม่ต้องกังวลใจเรื่องค่ำรักษำ เลขำธิกำร วช. ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภำพ ได้ ให้กำร พยำบำล อีกทังยังมีกจกรรมเชิงรุกในกำรส่งเสริม ้ ิ สนับสนุนและส่งเสริมผลงำนดังกล่ำว โดยพร้อมที่จะช่วยผลักดัน สุขภำพและกำรป้องกันโรค เพือให้ผสงอำยุไทยมี ่ ู้ ู ไปสู่เชิงพำณิชย์ และให้ควำมส�ำคัญในกำรปกป้องคุ้มครองสิทธิ สุขภำพแข็งแรงต่อไปในอนำคต ด้ำนทรัพย์สินทำงปัญญำ 4 ผลงานดีๆ เพือสุขภาพคนไทย 83 ่ ศูนย์อ�ำนวยกำรบริหำรจังหวัดชำยแดนภำคใต้ (ศอบต.) สนับสนุนโครงกำรส่งเสริมคนดีมคณธรรมในพืนทีจงหวัดชำยแดน ีุ ้ ่ั องค์กรเพือควำมโปร่งใสนำนำชำติ (Transparency ่ ภำคใต้ ไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ประเทศซำอุดีอำระเบีย ประจ�ำ International) เผยผลส�ำรวจดัชนีภำพลักษณ์กำรทุจริต ปี 2554 เป็นปีที่ 3 กลุมเป้ำหมำยคือประชำชนชำวไทยมุสลิม ่ ของรัฐบำล 183 ประเทศทั่วโลก พบว่ำประเทศไทยมี โดยโครงกำรฯ จะคัดเลือกชำวไทยมุสลิมทีดอยโอกำส มีฐำนะ ่ ้ อันดับควำมโปร่งใสลดลง จำกอันดับที่ 78 เป็นอันดับ ยำกจน ผู้น�ำศำสนำ องค์กรเอกชน โรงเรียนตำดีกำ และ ที่ 80 ด้วยคะแนน 3.5 จำกเต็ม 10 และอยูอนดับที่ 10 ่ั อสม. ทีทำคุณประโยชน์ตอสังคม ในพืนที่ 5 จังหวัดชำยแดน ่ � ่ ้ ของ 26 ประเทศเอเชีย สอดคล้องกับผลส�ำรวจควำม ภำคใต้ คือ จำกยะลำ 40 คน ปัตตำนี 56 คน นรำธิวำส คิดเห็นของประชำชนต่อปัญหำกำรทุจริตคอร์รปชันเดือน ั ่ 54 คน สงขลำ 30 คน และสตูล 20 คน ทั้งสิ้นจ�ำนวน พ.ย. 2554 ของมหำวิทยำลัยหอกำรค้ำไทย พบว่ำ 200 คน ไปประกอบพิธีฮัจย์ โดยมอบหมำยให้อ�ำเภอ ประชำชนร้อยละ 72.4 เห็นว่ำปัญหำคอร์รปชันของไทยมี ั ่ และจังหวัด คัดสรรผู้เข้ำร่วมโครงกำรตำมหลักเกณฑ์ มำก และร้อยละ 63.1 คิดว่ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปีหน้ำ เฉลี่ย 12 มัสยิดต่อ 1 คน ก่อนเดินทำง ศอบต. ได้มีกำร ปัญหำดังกล่ำวได้สร้ำงควำมเสียหำยแก่ประเทศชำติเป็น ซักซ้อมท�ำควำมเข้ำใจ ท�ำหนังสือเดินทำง และตรวจ อย่ำงมำก โดยเฉพำะภำคเอกชนมีกำรจ่ำยเงินพิเศษให้กับ สุขภำพ ฉีดวัคซีน ป้องกันโรคร้ำยต่ำงๆ เพื่อเตรียม ผู้ที่มีอ�ำนำจเพื่อให้ ได้งำนหรือสิทธิประโยชน์มำกถึงร้อยละ ควำมพร้อมส�ำหรับกำรเดินทำง 50 เพิมขึนจำก 20-30 ปีทผ่ำนมำ ในแต่ละปีมกำรคอร์รปชัน ่ ้ ี่ ี ั ่ กำรไปประกอบพิ ธี ฮั จ ย์ ณ นครเมกกะห์ ประมำณ 300,000 ล้ำนบำท และคำดว่ำอีก 5 ปีข้ำงหน้ำ ประเทศซำอุดอำระเบีย เป็นหนึงในห้ำข้อบัญญัตทำง ิ ่ ิ อำจสูงกว่ำ 500,000 ล้ำนบำท ศำสนำอิ ส ลำม ที่ ก� ำ หนดให้ ช ำวมุ ส ลิ ม ที่ มี ค วำม ด้วยเหตุนี้ กลุ่มภำคีภำคเอกชนในกำรต่อต้ำนกำรทุจริต สำมำรถถือปฏิบัติ ชำวมุสลิมจึงมีควำมปรำรถนำ คอร์รัปชั่น 38 องค์กร น�ำโดยนำยดุสิต นนทะนำคร ผู้ก่อตั้ง สูงสุดที่จะเดินทำงไปประกอบพิธีฮัจย์อย่ำงน้อย ภำคีเครือข่ำยต่อต้ำนคอร์รัปชั่นขององค์กรภำคเอกชน (ภตค.) ครั้ ง หนึ่ ง ในชี วิ ต เฉลี่ ย กว่ ำ 9,000 คนต่ อ ปี และเครือข่ำยหอกำรค้ำจังหวัดทั่วประเทศ ประกำศหยุดจ่ำย ครอบครั ว ที่ ได้ ไ ปประกอบพิ ธี ฮั จ ย์ นั้ น ถื อ เป็ น ใต้ โต๊ะให้นักกำรเมืองและข้ำรำชกำร ในหลักกำร “ไม่ ให้ ไม่รับ ชำวสวรรค์ เป็น “ครอบครัวคุณธรรม” ทีสมำชิก ่ ไม่ยอม” ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนำยน 2554 ปัจจุบัน นำยประมนต์ ทุกคนเป็นผูประพฤติตนดี เป็นคนดี ไม่เกียวข้อง ้ ่ สุธีวงศ์ ประธำนกรรมกำร บริษัทโตโยต้ำ มอเตอร์ ประเทศไทย กับยำเสพติด เป็นแบบอย่ำงแก่ครอบครัวอืนใน ่ ได้เข้ำมำสำนต่องำนดังกล่ำว ชุมชนต่อไป ทำง ศอ.บต. พร้อมทีจะสนับสนุน ่ ภำคีฯ ได้เน้น 3 บทบำท ได้แก่ กำรเฝ้ำระวัง ส่งเสริมให้เกิด ภำรกิจกำรไปประกอบพิธฮจย์ของพีนองมุสลิม ีั ่้ กำรเปลี่ยนแปลง และกำรประสำนร่วมมือกับภำครัฐ เริ่มจำกกำรเฝ้ำ ในพื้นที่ และหวังว่ำผู้ที่ผ่ำนโครงกำรไปประ ระวังโครงกำรฟืนฟูหลังมหำอุทกภัยทีมงบสูงถึง 8 แสนล้ำนบำท และ ้ ่ ี กอบพิธีฮัจย์ของ ศอ.บต. จะเป็นแบบอย่ำง กรณีกำรปล้นบ้ำนอดีตปลัดกระทรวงคมนำคม โดยมีอำสำสมัคร ของผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม พร้อมจะเป็น เฝ้ำติดตำมและแจ้งเตือนกำรทุจริตในโครงกำรต่ำงๆ ของรัฐ ภำคีฯ ผู้น�ำตำมบทบำทหน้ำที่ ในชุมชนของตัวเอง เชื่อว่ำในอนำคตภำพรวมจะดีขึ้น เพรำะหลำยหน่วยงำนต่ำงให้ควำม ในอนำคต ส�ำคัญกับกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริต แต่ยังต้องอำศัยควำม ร่วมมือจำกทุกภำคส่วนอย่ำงจริงจัง เพื่อขจัดปัญหำกำรทุจริตคอร์รัปชั่น ออกจำกสังคมไทย หอการค้าตั้ง “ภาคีเครือข่าย ภาคเอกชนต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชั่น” เพือสุขภาพคนไทย ่ โครงการส่งเสริมคนดีมีคุณธรรม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความมันคง ่ ทางอาหาร เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง 86 สุขภาพคนไทย 2555 ความจริงที่ขัดแย้ง ในระบบอาหารของไทย แผ่นดินไทยเคยได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่นา เป็นดินแดนที่ในน�้ามีปลา �้ ในนามีข้าว บนแผ่นดินนี้ไม่เคยมีคนอดตาย เพราะที่นี่เป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ไทยเป็นหนึงในประเทศผูสงออกอาหารมากเป็นอันดับต้นๆ ่ ้่ ของโลก โดยเฉพาะ ข้าว ไก่ กุ้ง ปลาทูน่ากระป๋อง และ สั บ ปะรดกระป๋ อ ง ซึ่ ง ไทยส่ ง ออกมากเป็ น อั น ดั บ ที่ 1 ของโลกติดต่อกันมาหลายปีตราบจนปัจจุบัน ในปี 2551 ไทยมีรายได้จากการส่งออกอาหาร 778,056 ล้านบาท หรือราวร้อยละ 13 ของมูลค่าสินค้าส่งออกทั้งหมด มูลค่านี้คิดเป็นประมาณกว่าร้อยละ 2 ของมูลค่าส่งออก อาหารของทั้งโลก จะว่าประเทศไทยเป็น “ครัวของโลก” ก็คงจะ กล่าวได้อย่างไม่เคอะเขิน อย่ำงไรก็ตำม อีกด้ำนหนึ่งของควำมจริงที่น่ำ ง ภำคภูมิ ใจนี้ คือ ปัญหำร้อยแปดที่เกษตรกรนับล้ำน ร ร้ ก�ำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่ำจะเป็นปัญหำกำรเข้ำถึงปัจจัย กำรผลิตของเกษตรกร โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งทีดิน ปัญหำ ่ ควำมเสือมโทรมของฐำนทรัพยำกรเกษตร ปัญหำหนีสน ่ ้ ิ ในหมู่เกษตรกรที่พอกพูนขึ้นไม่รู้จบ กำรผูกขำดระบบ เกษตรและอำหำรโดยกลุ่มนำยทุนและพ่อค้ำคนกลำง ร รโดยกลุ ต้นทุนกำรเกษตรสูง เกษตรกรใช้สำรเคมีมำกเกินขนำด และเสี่ยงต่อปัญหำสุขภำพ สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม วิกฤติพลังงำนและภำวะโลกร้อน รวมทังปัญหำกำรแข่งขัน ้ ทำงกำรค้ำระหว่ำงประเทศและกำรเปิดเสรีกำรค้ำ ทังหมดนีลวนแต่สงผลกระทบต่อควำมมันคงทำงอำหำร ้ ้้ ่ ่ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ความมันคงทางอาหาร 87 ่ อะไรควรจะมำก่อน อะไรควรมำหลัง ก ก่ ระหว่ำงเกษตรทีมงควำมเติบโตของ ่ ุ่ ผลผลิ ต และรำยได้ ข องประเทศ ย ยได้ โดยที่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังได้ส่วน แบ่งที่ ไม่เป็นธรรม กับเกษตรที่มุ่ง ควำมมันคงทำงอำหำรโดยทีครัวเรือน ่ ร รโดยที่ ชุมชนและท้องถินสำมำรถพึงตนเอง ่ ่ ได้ อ ย่ ำ งยั่ ง ยื น กล่ ำ วอี ก นั ย หนึ่ ง สังคมควรให้ควำมส�ำคัญแก่อะไร มำกกว่ำ ระหว่ำงเกษตรเชิงพำณิชย์ มองจำกสภำพที่ เ ป็ น อยู ่ ใ น อันมีเป้ำหมำยอยู่ที่เงิน กับเกษตร ่ ่ วันนี้ หลำยคนสรุปว่ำ ระบบอำหำร เพือควำมพอเพียง ยังยืนและปลอดภัย ของไทยได้ม ำถึงจุดที่ต้องก�ำหนด ของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ทำงเลือกและยุทธศำสตร์ ให้ชัดว่ำ เช่นนี้แล้ว หลายคนที่เป็น ห่วงจึงเริมตังค�าถามว่า หากสภาพ ่ ้ ที่เป็นอยู่ปัจจุบันยังด�าเนินต่อไป จะเกิ ด ผลกระทบอะไรบ้ า งต่ อ ความมั่นคงทางอาหารของชาติ ประเทศไทยจะด�ารงอธิป ไตยทาง อาหารไว้ ได้หรือไม่ ท่ามกลาง ก ร ะ แ ส เ ชี่ ย ว ก ร า ก ข อ ง ก า ร เปลี่ยนแปลง ทั้งจากภายในและ จากแรงกระแทกของโลกาภิวัตน์ บทควำมนี้ จะประเมิ น สถำนกำรณ์ควำมมั่นคงในกำรผลิต อำหำรของไทย โดยเน้นเฉพำะด้ำน กำรเกษตรเป็นหลัก เหตุผลก็เพรำะ เกษตรเป็ น ระบบกำรผลิ ต อำหำร ที่ส�ำคัญที่สุด และเป็น 1 ใน 4 มิติ ที่ส�ำคัญของระบบควำมมั่นคงทำง อำหำร นอกจำกนี้ เกษตรยังเป็น “ฐำนชี วิ ต ” ที่ ไม่ เ พี ย งให้ อ ำหำร เพือควำมด�ำรงอยู่ ได้ ในทำงร่ำงกำย ่ เท่ ำ นั้ น แต่ ยั ง เป็ น ฐำนที่ ร องรั บ วิ ถี ชี วิ ต ทำงเศรษฐกิ จ สั ง คมและ วัฒนธรรมของมนุษย์ด้วย ความมั่นคงทางอาหาร พระรำ พระรำชบัญญัติคณะกรรมกำรอำหำรแห่งชำติ พ.ศ. 2551 ให้ควำมหมำย “ควำมมั่นคงทำงอำหำร” ว่ำ ณะกรรมกำรอำ ชำ 551 วำมหมำ “ควำ คงทำงอำ หมำยถึง “กำรเข้ำถึงอำหำรที่มีอย่ำงเพียงพอส�ำหรับกำรบริโภคของประชำชนในประเทศ อำหำรมีควำมปลอดภัย หมำ “กำ อำ กำ ภคของประชำ อำ วำ มีคุณค่ำทำงโภชนำกำร เหมำะสมตำมควำมต้องกำรตำมวัย เพื่อกำรมีสุขภำวะที่ดี รวมทั้งมีระบบกำรผลิตที่เกื้อหนุน งโภชนำ เหมำะสมตำมควำ งกำรตำ กำ ภำ ะบบกำ รักษำควำมสมดุลของระบบนิเวศวิทยำ และควำมคงอยู่ของฐำนทรัพยำกรอำหำรทำงธรรมชำติของประเทศ ทั้งใน ษำควำ ยำ และควำ องฐำ ยำกรอำ รทำงธรรมชำ ภำวะปกติหรือเกิดภัยพิบัติ สำธำรณภัยหรือกำรก่อกำรร้ำยอันเกี่ยวเนื่องจำกอำหำร” สำ กำ กำ งจำกอำ กำรประชุมสุดยอดว่ำด้วยอำหำรโลก (World Food Summit) ซึ่งจัดโดยองค์กำรอำหำรและเกษตรแห่ง ยอำ รอำ สหประชำ สหประชำชำติ (FAO) เมื่อ พ.ศ. 2539 ได้ ให้ควำมหมำยของควำมมั่นคงทำงอำหำรว่ำ “เป็นสถำนกำรณ์ที่เกิดขึ้น วำมหมำยของควำ คงทำงอำ สถำนกำ เมือคนทุกคน ในทุกเวลำ มีควำมสำมำรถทำงกำยภำพและทำงเศรษฐกิจ ในกำรเข้ำถึงอำหำรทีมคณค่ำทำงโภชนำกำร ่ เวลำ วำมสำ รถทำงกำยภำพและทำ ในกำ อำ ่ ี ุ งโภชนำ เพียงพอ ปลอดภัย และสนองควำมต้องกำรประจ�ำวันและควำมชอบส่วนตัวของแต่ละคน เพื่อกำรมีร่ำงกำยที่แข็งแรง และสนองควำ งกำ และควำ กำ งกำ และกำ และกำรด�ำรงชีวิตอย่ำงมีสุขภำพ” ภำ ความมั่นคงทางอาหารประกอบด้วยมิติสาคัญ 4 ด้าน คือ � (1) กำรมีอำหำรเพียงพอทั้งในด้ำนปริมำณและคุณภำพ โดยอำศัยกระบวนกำรผลิต หรือจำกกำรน�ำเข้ำ ภำ โดยอำ กระบวนกำ จำกกำ (2) กำรทีคนทุกคนเข้ำถึงอำหำรทีมคณค่ำทำงโภชนำกำรได้เพียงพอกับควำมต้องกำร สิทธิในกำรเข้ำถึงอำหำร ่ อำ ่ ี ุ งโภชนำ ควำ งกำ นกำ อำ เป็นสิทธิขนพืนฐำนของคนทุกคน และสำมำรถเรียกร้องได้ ภำยในขอบเขตของกฎหมำย กำรเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ั้ ้ ฐำ และสำ ภำยในขอบเขตของกฎหมำ กำ ที่เขำอำศัยอยู่ ขำ (3) กำรใช้ประโยชน์อำหำร เน้นเรื่องกำรบริ โภคอำหำรเพื่อควำมมีสุขภำพดี ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงปัจจัยอื่นๆ งกำ ภคอำ ควำ ภำ ที่ ไม่ ใช่เรื่องอำหำรโดยตรง เช่น กำรค้ำอำหำร วัฒนธรรม กำรเรียนรู้เกี่ยวกับอำหำร (อำหำรศึกษำ) เป็นต้น งอำ กำ กำ อำ (อำ ษำ (4) ควำมยั่งยืนของอำหำร หมำยถึงกำรที่ประชำชน ครัวเรือน และบุคคลสำมำรถเข้ำถึงอำหำรได้ทุกเมื่อ ควำ ว ของอำ หมำ กำ ระชำ คลสำ อำ โดยไม่เสี่ยงต่อกำรขำดแคลนอำหำร หรือควำมอดอยำก ไม่ว่ำจะในยำมปกติ หรือในยำมที่เกิดวิกฤติ กำรขำดแคลนอำ ควำมอดอยำ จะในยำ ในยำ ที่มา: 1. พระรำชบัญญัติคณะกรรมกำรอำหำรแห่งชำติ 2. FAO Policy Brief, June 2006, Issue 2 88 สุขภาพคนไทย 2555 ระบบการผลิตอาหารของไทย ถ้ า ดู จ ากปริ ม าณผลผลิ ต ทางการเกษตรในแต่ ล ะปี ภาพทีเ่ ห็นอาจจะดูสดใสและน่าประทับใจ ประเทศไทยผลิต อาหารหลักๆ ได้มากกว่าจ�านวนทีตองการบริโภคภายใน ่ ้ ประเทศ และยังมีส่วนเกินอีกมากที่ส่งไปขายในตลาด ต่างประเทศ ท�ารายได้ปีละหลายแสนล้านบาท แม้ว่า ปริ ม าณอาหารที่ ผ ลิ ต ได้ ในแต่ ล ะปี จ ะเปลี่ ย นแปลง ขึ้น-ลงบ้างตามสภาพดินฟ้าอากาศ แต่โดยรวมแล้ว ก็ยังเพิ่มขึ้นมาตลอด อย่ำงไรก็ตำม เบื้องหลังภำพที่ดูสดใสนี้ ยังมี ง ปัญหำระดับพืนฐำนหลำยอย่ำง ปัญหำเหล่ำนีบำงอย่ำง ้ ้ เข้ำขันวิกฤติทควรได้รบกำรแก้ ไขอย่ำงจริงจังและรีบด่วน ้ ี่ ั ความมั่นคงที่เริ่มสั่นคลอน ที่ดิน : ปัญหาใหญ่คือการถือครอง และการใช้ประโยชน์ พื้นที่การเกษตรลดลง ในปี 2552 มีพนทีถอครองทำงกำรเกษตรทังหมด ื้ ่ ื ้ ประมำณ 131.7 ล้ำนไร่ หรือประมำณร้อยละ 41 ของ พืนทีทงประเทศ (ซึงมีอยู่ 320.7 ล้ำนไร่) และมีพนทีป่ำ ้ ่ ั้ ่ น ื้ ่ ไม้ประมำณ 107 ล้ำนไร่ (ร้อยละ 33) ที่เหลือเป็นพื้นที่ นอกเกษตรกรรม โดยเฉพำะคื อ เขตเมื อ งและเขต อุตสำหกรรม พื้นที่ท�ำกำรเกษตร ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกข้ำว รองลงไปเป็นพื้นที่ปลูกพืชไร่ และพืชสวน ที่เหลือเป็น พื้นที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ทุ่งหญ้ำเลี้ยงสัตว์ และอื่นๆ ทีนำสังเกตคือ พืนทีปลูกข้ำวลดลงช้ำๆ แต่ตอเนือง จำก ่่ ้ ่ ่ ่ ประมำณร้อยละ 55 ของพื้นที่ถือครองทำงกำรเกษตร ในปี 2532 เหลือรำวร้อยละ 52 ในปี 2552 แม้กระนั้น ผลผลิตข้ำวก็ยังเพิ่มขึ้น เนื่องจำกเกษตรกรท�ำนำปรัง ได้มำกขึ้น ส่วนพื้นที่ปลูกพืชไร่ลดลงจำกร้อยละ 26 เหลือร้อยละ 21 ขณะที่พื้นที่ปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้น (รวมทังยำงพำรำ) เพิมขึนจำกประมำณร้อยละ 14 เป็น ้ ่ ้ ร้อยละ 21 (ตำรำงที่ 1) 1. วิกฤติฐานทรัพยากรเกษตร ที่ดิน น�้ำ และทรัพยำกรป่ำไม้ คือฐำนทรัพยำกร ำไม้ เกษตรที่ส�ำคัญที่สุด ในรอบหลำยสิบปีที่ผ่ำนมำ กำร ในรอบหลำ พัฒนำประเทศได้ ใช้ทรัพยำกรเหล่ำนี้อย่ำงสิ้นเปลือง ท�ำให้ปริมำณลดลง หรือสูญเสียสภำพทีสมบูรณ์ไปมำก ่ จนส่งผลกระทบต่อกำรผลิตอำหำรในปัจจุบัน ความมันคงทางอาหาร 89 ่ ตารางที่ 1: ร้อยละของที่ดินการเกษตร จ�าแนกตามการใช้ประโยชน์ คนจนที่ ท� า กิ น ในที่ ดิ น ของรั ฐ โดย ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ปรากฏว่า พ.ศ. 2532-2552 มี ผู ้ ม าขึ้ น ทะเบี ย นทั้ ง หมด 4.9 2532 2537 2542 2547 2552 ล้านราย เห็นได้ชดว่าปัญหาทีทากิน ั ่ � นาข้าว 54.6 53.2 51.4 51 51.7 เป็นปัญหาของเกษตรกรกลุ่มใหญ่ พืชไร่ 25.8 25 22.5 21.9 21.4 มาก เป็นวิกฤติสงคมทีสะสมมานาน ั ่ ไม้ยืนต้น 14.5 16.9 20.4 21.2 21.4 และนับวันจะพอกพูนมากขึ้น ผักและไม้ประดับ ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ อื่นๆ รวม 0.06 0.6 4.0 100 0.7 0.6 3.6 100 0.8 0.6 4.2 100 1 0.8 4.2 100 0.9 0.8 3.8 100 ที่มา: ปรับจากข้อมูลของส�านักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อะไรคื อ สาเหตุ ข องการไร้ ที่ท�ากินของเกษตรกร? ถ้าจะพูดกัน อย่างถึงแก่นแล้ว ปัญหานีมทมาจาก ้ ี ี่ โครงสร้างของระบบเศรษฐกิจและ ระบบการจัดการทีดนที่ ไม่เป็นธรรม ่ ิ ที่ส�าคัญได้แก่: 1. ระบบเศรษฐกิ จ แบบ ทุนนิยมเสรี ซึ่งได้เปลี่ยนคุณค่าของ ที่ดินจากการเป็นฐานของชีวิต และ เป็นทุนทางสังคมในชุมชน มาเป็น สินค้าในตลาด เปิดโอกาสให้คนรวย และคนมี อ� า นาจกอบโกยที่ ดิ น ได้ ภายใต้กลไกทางกฎหมายที่อ่อนแอ 2. ทิ ศ ท า ง ก า ร พั ฒ น า เศรษฐกิจที่ ให้ความส�าคัญแก่การ เติบโตทางอุตสาหกรรม ซึ่งกลุ่มทุน ใหญ่มีอ�านาจมาก ขณะที่เศรษฐกิจ สั ง คม และวิ ถี ชี วิ ต ของเกษตรกร รายย่อยได้รับความสนใจน้อย หรือ ถูกละเลย ข น า ด ที่ ดิ น โ ด ย เ ฉ ลี่ ย ที่ เกษตรกรถื อ ครองก็ ล ดลง จาก ประมาณ 26 ไร่ต่อครัวเรือนในปี 2529 เป็น 22 ไร่ ในปี 2552 หรือ ลดลงประมาณร้อยละ 15 แต่ถ้าดู ในรายละเอียดจะเห็นว่า มีสัดส่วน ครั ว เรื อ นเกษตรกรที่ มี ที่ ดิ น ท� า กิ น ขนาดเล็ก (น้อยกว่า 10 ไร่) เพิ่มขึ้น เรื่อยๆ จากประมาณร้อยละ 33 ใน ปี 2541 เป็นร้อยละ 38 และ 39 ในปี 2546 และ 2551 ตามล�าดับ ขณะที่ครัวเรือนเกษตรกรที่มีที่ดิน ขนาดกลาง (10-39 ไร่) มีแนวโน้ม ลดลงจากประมาณร้อยละ 58 ในปี 2541 เหลือร้อยละ 52 ในปี 2551 ครัวเรือนเกษตรกรทีมทดนขนาดใหญ่ ่ ี ี่ ิ ตั้งแต่ 40 ไร่ขึ้นไปซึ่งมีประมาณ ร้อยละ 10 และมีแนวโน้มว่าสัดส่วน ครัวเรือนกลุมนีจะสูงขึน (ตารางที่ 2) ่ ้ ้ สถิติจากส�ามะโนการเกษตร พ.ศ. 2546 บอกว่า ประมาณร้อยละ 77 ของทีดนทีเกษตรกรท�ากินอยูนน ่ ิ ่ ่ ั้ เป็นที่ดินที่เกษตรกรเป็นเจ้าของเอง และร้อยละ 23.1 เป็นทีดนทีเ่ กษตรกร ่ ิ ไม่ ได้เป็นเจ้าของ แต่ท�ากินในฐานะ ผู้เช่าหรือในฐานะอื่น เกษตรกรจ�านวนมากไร้ที่ท�ากิน ในปี 2546 ครัวเรือนเกษตรกร ประมาณ 650,000 ครัวเรือนไม่มี ที่ ดิ น ท� า กิ น โดยมี ค วามแตกต่ า ง อย่างมากระหว่างภาคต่างๆ กล่าว คือ ภาคกลางมีสัดส่วนเกษตรกร ไร้ททากินสูงทีสด ภาคอีสานต�่าทีสด ี่ � ่ ุ ่ ุ หลั ก ฐานอี ก อย่ า งหนึ่ ง ที่ แ สดงว่ า ครัวเรือนเกษตรกรไร้ททากินมีจานวน ี่ � � มาก คือข้อมูลการขึนทะเบียนคนจน ้ ในปี 2547 ซึงก�าหนดให้ขนทะเบียน ่ ึ้ คนจน 2 กลุ่ม คือ คนยากจนที่ ไม่มี ที่ดินท�ากินเป็นของตัวเอง หรือมีแต่ ไม่เพียงพอในการประกอบอาชีพ และ ตารางที่ 2: ร้อยละขนาดถือครองทีดนท�าการเกษตรของครัวเรือนเกษตรกร ่ ิ พ.ศ. 2541, 2546, 2551 จ�านวน น้อยกว่า 10 ไร่ 10-39 ไร่ 40 ไร่ขึ้นไป รวม 2541 33.1 57.5 9.4 100 2546 37.6 51.1 11.3 100 2551 38.6 51.6 9.7 100 ที่มา: คณะกรรมการอาหารแห่งชาติ, 2554 (อ้างอิงข้อมูลของส�านักงานสถิติแห่งชาติ 2551) 90 สุขภาพคนไทย 2555 ประชำชนจ�ำนวนมำกขำดที่ท�ำกิน หรือถูกเบียดขับออกจำกที่ดินซึ่งตน ี่ ิ ่ ู หนักแน่นในทางนโยบาย บวกกับความกล้าหาญทางการเมือง เคยท�ำกินมำก่อน แต่กลับมีทดนทีถก และพลังสนับสนุนที่เข้มแข็งจากภาคประชาสังคม จึงจะ ปล่อยให้รกร้ำง ไม่ได้เอำมำใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่เต็มทีเป็นจ�ำนวน ่ บรรลุทางออกของปัญหานี้ได้ มำก แสดงว่ำนโยบำย โครงสร้ำง และระบบกำรจัดกำรที่ดินของเรำ 3. ระบบกรรมสิทธิทดนแบบ ทีดนขนำดใหญ่เป็นเพียงคนส่วนน้อย มี ป ั ญ หำที่ ต ้ อ งได้ รั บ กำรเยี ย วยำ ์ ี่ ิ ่ ิ ปั จ เจกที่ ยึ ด โยงอยู่ กั บกลไกตลำด แต่มทดนถือครองรวมกันเป็นจ�ำนวน โดยด่วน ี ี่ ิ และระบบภำษีที่เอื้อต่อกำรกระจุก มำก ดังจะเห็นว่ำ บุคคลธรรมดำ ปัญหำทีดนท�ำกินของเกษตรกร ่ิ ตัวของที่ดินในมือของคนรวย ที่ถือครองที่ดินเกิน 100 ไร่ขึ้นไป เป็นวิกฤติที่นับวันจะรุนแรงมำกขึ้น 4. นโยบำยกำรจัดกำรป่ำไม้ มี 4,613 รำย ในจ�ำนวนนี้ 121 รำย น�ำไปสู่ควำมขัดแย้งในสังคม และ แบบรวมศูนย์อำนำจอยูทรฐ ในนำม มีที่ดินถือครองขนำด 500-999 ไร่ ควำมไม่มนคงทำงอำหำรในครัวเรือน � ่ ี่ ั ั่ ของกำรสงวนพื้นที่ป่ำไม้ของชำติซึ่ง ต่อรำย และอีก 113 รำย ถือครอง เกษตรกรจ�ำนวนหลำยแสนครัวเรือน ่ ิ ึ้ บ่ อ ยครั้ ง กลำยเป็ น สิ่ ง ที่ เ บี ย ดขั บ ทีดนรำยละ 1,000 ไร่ขนไป ส�ำหรับ แถลงกำรณ์ของคณะกรรมกำรปฏิรป ู กำรจัดกำรที่ดินและทรัพยำกรของ นิติบุคคล มี 2,205 รำย ถือครอง ว่ำด้วย แนวทางปฏิรูปที่ดินเพื่อการ ชุมชน และไล่รื้อชุมชนออกจำกที่ดิน ที่ ดิ น ขนำดตั้ ง แต่ 100 ไร่ ขึ้ น ไป เกษตร (2554) กล่ำวถึงควำมส�ำคัญ ที่ เ ขำอยู ่ อ ำศั ย และท� ำ กิ น ต่ อ เนื่ อ ง ในจ� ำ นวนนี้ มี 100 รำยมี ที่ ดิ น ใน ของกำรไม่มทดนท�ำกิน หรือกำรสูญ ี ี่ ิ ครอบครองขนำด 500-999 ไร่ และ มำนำน 42 รำยครอบครองที่ดินเกินรำยละ เสียที่ดินของเกษตรกรว่ำ “มิเพียง ที่ดินกระจุกตัว ก่อให้เกิดปัญหาความอับจนในการ 1,000 ไร่ ด้ ว ยสำเหตุ ที่ ก ล่ ำ วข้ ำ งต้ น ทีดนจ�ำนวนมำกถูกเจ้ำของ (ซึง ประกอบสัมมาอาชีพและกลายเป็น ่ิ ่ ที่ ดิ น จึ ง กระจุ ก ตั ว อยู ่ ในมื อ ของ ส่วนมำกเป็นคนรวย หรือนักเก็งก�ำไร ทุกข์ โศกของแผ่นดินเท่านั้น หากยัง ้ ีีิ คนจ�ำนวนน้อย กำรศึกษำเกี่ยวกับ ทั้ ง บุ ค คลธรรมดำและนิ ติ บุ ค คล) เป็นการสูญสินวิถชวตอันมีมาแต่เดิม ่ นโยบำยที่ดินชิ้นหนึ่งรำยงำนว่ำ ใน ปล่อยให้รกร้ำง ไม่ ได้ ใช้ประโยชน์ ของชาวไร่ชาวนา ซึงเป็นฐานวัฒนธรรม ่ � ่ หลำยจังหวัดเจ้ำของที่ดินรำยใหญ่ หรือใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ กำรศึกษำ ทีสาคัญอย่างหนึงของสังคมไทยด้วย” ทีสด 50 รำยแรกมีทดนรวมแล้วคิด โดยมูลนิธิสถำบันที่ดิน (ประมำณปี ่ ุ ี่ ิ ปัญหำทีดนท�ำกินของเกษตรกร ่ิ เป็นสัดส่วนที่สูงมำก เช่น จังหวัด 2544) ระบุวำ ถ้ำรวมทีดนทีเจ้ำของ จึงเป็นปัญหำใหญ่มำกในปัจจุบน ถ้ำ ั ่ ่ ิ ่ ปทุมธำนี เจ้ำของทีดนรำยใหญ่ทสด ปล่อยให้รกร้ำงไม่ ได้ ใช้ประโยชน์ กับ ปล่อยให้เป็นอย่ำงนีอยูตอไป อำจจะ ่ ิ ี่ ุ ้ ่ ่ 50 รำยแรกถือครองทีดนรำวร้อยละ ที่ดินที่ ใช้ประโยชน์ ไม่เต็มที่เข้ำด้วย กลำยเป็นปัญหำที่แก้ ไขไม่ ได้ หรือ ่ ิ 12 ของทีดนทังจังหวัด, ภูเก็ตร้อยละ กัน จะมีสดส่วนประมำณร้อยละ 30 อำจจะเปิดทำงให้ปัญหำสังคมอื่นๆ ่ ิ ้ ั 14, สมุทรปรำกำรร้อยละ 12, กรุงเทพฯ ของทีดนทีมผถอครองทังหมด ท�ำให้ ตำมมำอีกมำก เรื่องเร่งด่วนคือต้อง ่ ิ ่ ี ู้ ื ้ ร้อยละ 10, นครนำยกและอ่ำงทอง เกิดมูลค่ำกำรเสียโอกำสและควำม ปฏิรูปที่ดิน และต้องก�ำหนดให้กำร ร้อยละ 5 ู ่ ิ สูญเสียทำงเศรษฐกิจมำกถึงปีละ ปฏิรปทีดนเป็นวำระแห่งชำติ รัฐต้อง กำรศึกษำข้อมูลจำกส�ำนักงำน ประมำณ 127,384 ล้ำนบำท แน่นอน ใช้ควำมเด็ดเดี่ยวหนักแน่นในทำง ่ ่ ิ ้ ่ ิ ที่ดิน 399 แห่งทั่วประเทศ พบว่ำ ว่ำ ส่วนหนึงของทีดนเหล่ำนีเป็นทีดน นโยบำย บวกกับควำมกล้ำหำญทำง กำรเมือง และพลังสนับสนุนทีเ่ ข้มแข็ง ประชำกรส่ ว นใหญ่ ถื อ ครองที่ ดิ น ทำงกำรเกษตร ขนำดเล็ก ไม่เกิน 4 ไร่ต่อรำย (โดย สิ่งที่ ไม่น่ำจะเกิดขึ้นในระบบ จำกภำคประชำสังคม จึงจะบรรลุ มี โฉนด) ขณะทีประชำชนทีถอครอง กำรถื อ ครองที่ ดิ น ก็ คื อ ขณะที่ ทำงออกของปัญหำนี้ ได้ ่ ่ื ด่ว อต้อ และต้องก� ❝เรื่อรงเร่ดงนเป็นคืวาระแห่งปฏิรูปรัทีฐ่ดต้ินองใช้ความเด็าหนดให้ การปฏิ ปที่ ิ น ู งชาติ ดเดียว ่ ❞ ยอแห่งชีวิต...ภาพโดย จักรภัทร ประทุมนันท์ ความมันคงทางอาหาร 91 ่ ประเด็น าคัญ ใช่ หาน� ให้ พีย ❝แต่อยู่ที่กส�ารบริในเรื่อดงนี้จึงไม่อย่กาารจัปดระสิท้าธิภเาพด้งพอเท่านั้น หารจั การน�า งมี ้ วย ❞ น�าเพื่อการเกษตร: ยังมีไม่ทั่วถึง และบริหารจัดการไม่ดีพอ ้ ประเด็ น ส� า คั ญ ในเรื่ อ งนี้ จึ ง ยังมีปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม และ ้ ้ เกษตรส่วนใหญ่ของไทยยัง ระบบนิเวศที่ซับซ้อนเชื่อมโยงอยู่กับ ไม่ ใช่การจัดหาน�าให้เพียงพอเท่านัน เป็น “เกษตรน�าฝน” พื้นที่เพาะปลูก เรื่ อ งการสร้ า งเขื่ อ นและระบบ แต่อยู่ที่การบริหารจัดการน�้า อย่าง ้ มีประสิทธิภาพด้วย ส่ ว นใหญ่ อ าศั ย น�้ า ฝนอย่ า งเดี ย ว ชลประทาน ปัญหาส�าคัญในเรื่องน�้าเพื่อ ทะเลเริ่มอ่อนล้า ตามตัวเลขใน สถิติการเกษตรของ ้ ประเทศไทย ปี 2552 มีที่ดินทาง การเกษตรหนี ไม่พนภาวะฝนแล้งและ ทะเลไทยซึ่ ง เคยเป็ น แหล่ ง การเกษตรร้อยละ 25.5 เท่านันที่ ได้ น�้าท่วม ซึ่งเกิดขึ้นทุกปี บางพื้นที่ อาหารโปรตีนทีอดมสมบูรณ์ ปัจจุบน ้ ุ่ ั ้ ้ รับน�าจากโครงการชลประทาน พืนที่ เกิดขึนซ�าซาก นอกจากนี้ การปลูกพืช ก็ออนล้าลงมาก สาเหตุมาจากหลาย ้ ้ ่ ั ในภาคกลางได้รับน�้าจากโครงการ ของเกษตรกรก็ยงไม่สามารถบริหาร ด้าน แต่ที่ส�าคัญคือ การท�าประมง ชลประทานมากกว่าในภาคอื่นๆ คือ จัดการให้สอดคล้องกับปริมาณน�้า ขนาดใหญ่ที่ ใช้เครืองมือทันสมัย และ ่ 17 ล้านไร่ ภาคเหนือ 9 ล้านไร่ ภาค ในแต่ ล ะปี ไ ด้ เกษตรกรในเขต จับสัตว์นาโดยไม่เลือกชนิดและขนาด �้ ั อีสาน 6 ล้านไร่ และภาคใต้ 4 ล้านไร่ ชลประทานส่วนใหญ่ยงเน้นการปลูก บวกกั บ การลดลงของป่ า ชายเลน ่ ่ ้ ้ ่ ถ ้ า ดู ต า ม สั ด ส ่ ว น พื้ น ที่ ข้าว ซึงเป็นพืชทีตองการน�ามาก เมือ อันเนื่องจากการใช้พื้นที่ชายฝั่งเพื่อ การเกษตรที่ ได้ รั บ น�้า ชลประทาน น�้าจากเขื่อนไม่พอจึงเสี่ยงต่อความ พั ฒ นาอุ ต สาหกรรมและการท่ อ ง ่ ่ ่ ในปั จ จุ บั น แล้ ว ประเทศไทยก็ ยั ง เสียหายมาก ส่วนในพื้นที่นอกเขต เทียว ซึงได้กอให้เกิดมลพิษสะสมใน ชลประทานหลายแห่ง ปัญหาภัยแล้ง ทะเลมากขึน เป็นสาเหตุสาคัญทีทาให้ ้ � ่ � ต้องการระบบชลประทานเพิมขึนอีก ่ ้ และน�้าท่วม เป็นปรากฏการณ์ที่เกิด สัตว์นาจ�านวนมากหายไป ดังจะเห็น �้ มาก แต่นนคงจะต้องใช้เวลาอีกนาน ั่ ขึ้ น บ่ อ ยๆ บางที ก็ เ กิ ด ในฤดู ก าล ว่าปริมาณสัตว์นาทีชาวประมงขนาด �้ ่ เพราะต้องใช้งบประมาณมาก อีกทัง ้ เพาะปลูกเดียวกัน ระบบชลประทานยังไม่พอ 92 สุขภาพคนไทย 2555 ปริ าณสั ว์นาทีชาวประมงขนาดเล็ หาได้ใ �้ ่ ❝างน่ามใจหายตส่งผลกระทบโดยตรงต่อกความมันแต่ละวันลดลง อย่ นคงทางอาหาร ่ ของครัวเรือนและชุมชนชาวประมงตามแนวชายฝังมากขึน ่ ้ เล็ ก หำไ ด้ ในแต่ ล ะวั น ลดลงอย่ ำ ง ำ ำไ น่ำใจหำย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ำใจห ควำมมันคงทำงอำหำรของครัวเรือน ่ และชุมชนชำวประมงตำมแนวชำยฝัง ่ มำกขึ้น ทะเลที่เคยเป็นแหล่งควำม มั่นคงทำงอำหำรมำแต่เดิม ก�ำลัง ประสบวิกฤติมำกขึ้น กำรบริหำร จัดกำรที่ยึดเอำควำมมั่นคงของกำร ผลิตอำหำรอย่ำงยังยืนส�ำหรับชุมชน ่ ในแถบชำยฝั ่ ง เป็ น ที่ ตั้ ง เท่ ำ นั้ น จะ ช่วยบรรเทำปัญหำลงได้ ❞ พื้นที่ป่าไม้หดหาย เมือ พ.ศ. 2504 ประเทศไทย ่ มีพื้นที่ป่ำ 171 ล้ำนไร่ หรือมำกกว่ำ ครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งประเทศ แต่ ใน ปี 2542 พื้นที่ป่ำไม้เหลืออยู่ 80 ำไ ล้ำนไร่ ตลอดช่วงเวลำ 38 ปีนี้ พืนที่ น ้ ป่ำหำยไปไม่น้อยกว่ำ 90 ล้ำนไร่ ย ยไปไม่ น หรือประมำณร้อยละ 53 แต่หลัง จำกนั้น ตัวเลขพื้นที่ปำเพิ่มขึ้นอย่ำง ่ น่ำสังเกต เป็น 106 ล้ำนไร่ ในปี 2543 น นไร่ และได้ทรงตัวอยู่ ในระดับใกล้เคียง กันนีมำตลอดจนถึงปัจจุบน ค�ำอธิบำย ้ ั ของกำรเพิมขึนนีคอ เนืองจำกมีกำร ่ ้ ้ ื ่ เปลี่ยนวิธีประเมินพื้นที่ป่ำ จำกกำร ส�ำรวจภำคพืนดิน มำใช้วธแปลข้อมูล ้ ำ ำใ ิ ี จำกภำพถ่ำยดำวเทียม (มำตรำส่วน ส ส่ 1 : 50,000) ซึงเริมมำตังแต่ปี 2543 ่ ่ ตั้ แต่ข้อมูลภำพถ่ำยดำวเทียมนี้ ไม่มี กำรตรวจสอบควำมถูกต้องกับข้อมูล จำกกำรส�ำรวจภำคพื้นดิน มีนอยกว่ำในปี 2543 ประมำณ 3.8 ้ ำใ ล้ำนไร่ แสดงว่ำในช่วงเวลำระหว่ำง ำในช่ ปี 2543-2547 นั้น ป่ำไม้ถูกท�ำลำย ำไม้ ไปโดยเฉลียปีละประมำณ 7 แสนไร่ ่ แม้พนทีปำทีเ่ หลืออยูกยงเป็นทีสงสัย ื้ ่ ่ ่็ั ่ ว่ำจะมีสภำพทำงนิเวศสมบูรณ์อยู่ จริงๆ สักเท่ำไร ผู้เชี่ยวชำญด้ำน ำไ ปำไ ป่ำไม้ประมำณว่ำ ปัจจุบันป่ำไม้ที่มี ำ ำไ สภำพสมบูรณ์มีรำวร้อยละ 18 ของ พื้นที่ประเทศเท่ำนั้น ทรัพยากรธรรมชาติ เสื่อมโทรม ในช่ ว งหลำยสิ บ ปี ที่ ผ ่ ำ นมำ กำรลดลงของทรัพยำกรป่ำไม้ และ ำไม้ พื้นที่ชุ่มน�้ำ เช่น ป่ำชำยเลนและป่ำ พรุ อันเป็นแหล่งอำหำรชั้นดี ส่งผล กระทบต่อกำรผลิตทำงกำรเกษตร อย่ ำ งประมำณค่ ำ มิ ไ ด้ นอกจ ำก ปัญหำน�ำท่วม-ฝนแล้ง ซึงเกิดซ�ำซำก น�้ ่ ้ ในหลำยพืนทีแล้ว ยังมีปญหำคุณภำพ ้ ่ ั ดินเพื่อกำรเกษตรเสื่อมโทรม และ ปัญหำกำรเปลี่ยนแปลงภูมิอำกำศ ทั้ ง หมดนี้ มี ค วำมเชื่ อ มโยงกั น เป็ น ห่วงโซ่ทำงสิ่งแวดล้อม กำรลดลงของพื้ น ที่ ป ่ ำ ไม้ ส่งผลโดยตรงต่อปริมำณน�ำในแหล่ง ้ น�้ำธรรมชำติ เพรำะเมื่อป่ำในพื้นที่ ำใ สูงหำยไปก็ท�ำให้ชุมชนแถบลุ่มน�้ำ ย ยไปก็ หลำยแห่งเสี่ยงต่อกำรได้รับน�้ำมำก และถูกน�้ำท่วมเร็วเกินไปในหน้ำฝน เมื่อหมดหน้ำฝนน�้ำก็ขำดแคลนเร็ว เป็น “ปัญหำสองเด้ง” ที่เกิดในปี เดียวกัน ดังเช่นที่เกิดในพื้นที่แถบ ลุมน�ำยมตอนล่ำง หรือลุมน�ำอืนๆ อีก ่ ้ ่ ้ ่ ข้อเท็จจริงที่ปรำกฏอยู่ทุกวัน หลำยแห่ง สภำพเช่นนี้ย่อมส่งผล นี้ท�ำให้เชื่อว่ำ พื้นที่ปำยังถูกท�ำลำย ่ กระทบต่อกำรผลิตอำหำรในท้องถิน ร รในท้ ่ อย่ำงต่อเนื่อง ทั้งด้วยจุดมุ่งหมำย ไม่มำกก็น้อย ทำงกำรค้ ำ (แม้ จ ะมี ก ำรยกเลิ ก สัมปทำนป่ำไม้ ไปแล้วตังแต่ปี 2532) พื้นที่ชุ่มน�้าถูกคุกคาม ำไ ้ และกำรบุกรุกเข้ำท�ำกำรเกษตรอย่ำง พื้นที่ชุ่มน�้ำเป็นพื้นที่ที่มีควำม ผิดกฎหมำย จำกกำรเปรียบเทียบ อุดมสมบูรณ์สง มีคณค่ำต่อชีวต ทัง ู ุ ต ิ ้ ภำพถ่ำยดำวเทียมปี 2547 กับปี ของมนุษย์ พืช และสัตว์นำนำชนิด 2543 พบว่ำ พื้นที่ป่ำในปี 2547 พืนทีชมน�ำประกอบด้วย ป่ำชำยเลน ำใ ้ ่ ุ่ ้ ความมันคงทางอาหาร 93 ่ ป่ำพรุ หนอง บึง ทะเลสำบ รวมถึง ชุมชนในชนบทเป็นอย่ำงยิง ทังยังส่ง ่ ้ แม่นำ ซึงมีพนทีรวมทังหมดประมำณ ผลเสียต่อระบบนิเวศ ทีมผลกระทบ �้ ่ ื้ ่ ้ ่ ี 21.4 ล้ำนไร่ ต่ อ วิ ถี ชี วิ ต ของคน พื ช และสั ต ว์ ปัจจุบนป่ำชำยเลนและป่ำพรุ ในที่สุด ั นั้ น มี ป ริ ม ำณลดลงจนน่ ำ เป็ น ห่ ว ง เนืองจำกถูกบุกรุกเข้ำไปใช้ประโยชน์ ่ ำไ ทั้งด้ำนกำรเกษตร อุตสำหกรรม กำรขยำยตัวของชุมชน และธุรกิจ ท่องเทียว ในกำรส�ำรวจเมือปี 2504 ่ ่ พบว่ำมีป่ำชำยเลนอยู่กว่ำ 2.3 ล้ำน ไร่ แต่อีก 25 ปีต่อมำ (พ.ศ. 2529) เหลืออยู่ประมำณ 1.3 ล้ำนไร่ (ลด ลง 43.5%) และอีก 10 ปี หลังจำก นัน (พ.ศ. 2539) เหลือเพียง 1.1 ล้ำน ้ ไร่ (ลดลง 15.4%) ปัจจุบันมีตัวเลข ประมำณกำรว่ำป่ำชำยเลนเหลืออยู่ รำว 940,000 ไร่เท่ำนั้น เนืองจำกป่ำไม้และพืนทีชมน�ำ ่ ำไ ้ ่ ุ่ ้ เป็ น แหล่ ง อ อำหำรอั น อุ ด มสมบู ร ณ์ อั ที่ชุมชนสำมำรถใช้ประโยชน์ร่วมกัน กำรลดลงของพืนทีปำและพืนทีชมน�ำ ้ ่ ่ ้ ่ ุ่ ้ ทีเ่ กิดขึนต่อเนืองนี้ ย่อมส่งผลต่อควำม ้ ่ มั่นคงทำงอำหำรของครัวเรือนและ ขึนไม่รจบ สภำพเช่นนีแม้จะไม่ทำให้ ้ ู้ ้ � ผลผลิตทำงกำรเกษตรลดลง แต่ผล กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภำพ ของเกษตรกรเป็นเรื่องที่นำห่วง ่ คุณภาพดินแย่ลง ภูมิอากาศการเปลี่ยนแปลง กำรเปลี่ยนแปลงภูมิอำกำศ อันเนื่องมำจำกภำวะโลกร้ อ นเป็ น ปรำกฏกำรณ์ ที่ ส ่ ง ผลกระทบต่ อ มนุษย์ชัดเจนขึ้นทั่วทั้งโลก ส�ำหรับ ประเทศทีอยู่ ในภูมภำคเขตร้อนอย่ำง ่ ิ เช่นประเทศไทย ผลกระทบโดยตรง ที่มีต่อกำรเกษตรคือท�ำให้เกิดภำวะ ฝนตกน้อยในบำงพื้นที่ ฝนตกมำก เกินไปในบำงพืนที่ และตกไม่ตรงตำม ้ ฤดูกำล ท�ำให้เกิดน�ำท่วมรุนแรง โรค ้ พืชและแมลงศัตรูพชระบำด ทังหมด ื ้ นี้กระทบต่อผลผลิตทำงกำรเกษตร หรื อ อย่ ำ งน้ อ ยก็ ท� ำ ให้ ผ ลผลิ ต ไม่ สม�่ำเสมอ นอกจ กนี้ อุณหภูมิโลก นอกจำกนี ที่สูงขึ้นยังส่งผลให้คลื่นลมในทะเล รุนแรงขึ้น ท�ำให้ระบบนิเวศชำยฝั่ง ได้รับควำมเสียหำย และส่งผลทั้ง โดยตรงและโดยอ้อมต่อกำรผลิต อำหำร ป่ำไม้ที่ถูกท�ำลำยไป บวกกับ ำไม้ กำรท�ำเกษตรเชิงเดียวมำกขึน ท�ำให้ ่ ้ ดินไม่มี โอกำสได้พักฟื้นคืนสู่สภำพ ส สได้ ที่สมบูรณ์ อีกทั้งไม่ ได้รับกำรบ�ำรุง เท่ำที่ควร ดินจึงมีสภำพโทรมลง ขำดอินทรียวัตถุซงมีประโยชน์ตอพืช ึ่ ่ หลำยพืนทีเกิดปัญหำดินเค็ม ขณะที่ ้ ่ หลำยพื้นที่มีปัญหำดินเปรี้ยว เช่น ในปี 2547 ประเทศไทยมี พื้ น ที่ ทีมปญหำดินเค็มรำว 4.5 ล้ำนไร่ ดิน ่ี ั น เปรี้ยว 5.5 ล้ำนไร่ คุณภำพของดินที่แย่ลงและ แมลงศัตรูพืชและโรคพืชที่มำกขึ้น ในปัจจุบน ท�ำให้เกษตรกรต้องใช้ปย ั ุ๋ เคมีและสำรเคมีก�ำจัดศัตรูพืชมำก ขึ้น เพื่อรักษำระดับผลผลิต แต่ยิ่ง ใช้มำกสภำพดินก็ยิ่งแย่ลง แมลง ศัตรูพืชก็ดื้อยำ น�ำไปสู่กำรใช้ที่มำก มูลนิธิชีววิถี เอื้อเฟื้อภำพ 94 สุขภาพคนไทย 2555 2. ต้นทุนการเกษตรสูงขึ้น เกษตรทุกวันนี้เป็นเกษตรที่ ต้องลงทุนสูง ไม่เฉพำะในเรื่องพันธุ์ พืชพันธุสัตว์เท่ำนัน แต่ยังรวมถึงค่ำ ์ ้ ใช้จำยในเรืองปุยเคมี สำรเคมีกำจัด ่ ่ ๋ � ศัตรูพช อำหำรสัตว์ และค่ำแรงงำน ื อีกด้วย พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ ทุกวันนีเกษตรกรส่วนใหญ่ ใช้ ้ พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่พัฒนำขึ้นมำ ใหม่แทบทั้งสิ้น พันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ เหล่ำนีคอต้นทุนทีเกษตรกรต้องจ่ำย ้ ื ่ เป็นเบื้องต้น เฉพำะข้ำวนั้นอำจกล่ำวได้ว่ำ ที่ ช ำวนำปลู ก กั น อยู ่ ทุ ก วั น นี้ เ กื อ บ ทั้งหมดเป็นข้ำวสำยพันธุ์ ใหม่ และ ทีนยมปลูกกันมำกก็มอยูประมำณ 10 ่ิ ี ่ กว่ำสำยพันธุเ์ ท่ำนัน ข้ำวพันธุพนเมือง ้ ์ ื้ นับร้อยๆ สำยพันธุ์ที่ปรับตัวเข้ำกับ สภำพแวดล้อมและระบบนิเวศของ ท้องถิ่นได้อย่ำงดี และบำงสำยพันธุ์ ที่ มี คุ ณ ค่ ำ ทำงโภชนำกำรสู ง นั้ น ปัจจุบนหำยไปจำกไร่นำเกือบหมดแล้ว ั ข้ำวโพดก็เช่นกัน ทีปลูกกันอยูทกวันนี้ ่ ่ ุ เป็นสำยพันธุ์ลูกผสมที่พัฒนำขึ้นมำ ใหม่ ซึ่งเมื่อน�ำไปปลูกแล้วไม่เหมำะ ที่จะเก็บเมล็ดไว้ท�ำพันธุ์เพื่อปลูกใน รุนต่อไป เพรำะมีขอบกพร่องในด้ำน ่ ้ กำรเติ บ โตและผลผลิ ต ไม่ แ น่ น อน อันเป็นธรรมชำติของพืชพันธุลกผสม ์ู ทั่วไป กำรใช้พันธุ์ลูกผสมนั้นอำจจะ ดี ในแง่ผลผลิต แต่ก็ท�ำให้เกษตรกร ต้องพึ่งพิงตลำดมำก ซึ่งหมำยถึง ต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ถ้ำเกษตรกรเลี้ยงแม่ ไก่พันธุ์เพื่อ เพำะพันธุ์ลูกไก่เอง จะมีต้นทุนค่ำ ลูกไก่ตัวละ 5 บำท อย่ำงไรก็ตำม ่ ่ ุ ้ ที่ จ ริ ง ทุ ก วั น นี้ เ กษตรกร ต้นทุนทีมำกทีสดในกำรเลียงสัตว์อยู่ ่ ส่วนใหญ่ ไม่นิยมคัดเลือกและเก็บ ที่คำอำหำรสัตว์ ซึ่งมีรำคำแพง เมล็ดพันธุ์ ไว้ปลูกเองเหมือนในสมัย อาหารสัตว์ ก่อน ทังนีเพรำะระบบกำรท�ำเกษตร ้ ้ แม้วำประเทศไทยจะสำมำรถ ่ ในปั จ จุ บั น เกษตรกรมั ก จะขำย ผลิ ต อำหำรสั ต ว์ ไ ด้ เ กื อ บทุ ก ชนิ ด ผลผลิตทันทีทเก็บเกียวเสร็จ เมือจะ แต่ปริม ำณที่ผลิตได้ก็ยังไม่พอกับ ี่ ่ ่ ปลูกรอบใหม่ก็ ไปซื้อเมล็ดพันธุ์จำก ควำมต้องกำรใช้ภำยในประเทศ จึง ตลำด ดังนั้น ต้นทุนค่ำเมล็ดพันธุ์จึง มีกำรน�ำเข้ำคิดเป็นมูลค่ำปีละหลำย เป็นสิงทีหลีกเลียงได้ยำก ในกำรศึกษำ หมื่นล้ำนบำท เช่น ในปี 2552 ไทย ่ ่ ่ ชำวนำบ้ำนลุ่มบัว ต�ำบลบ้ำนโพธิ์ น�ำเข้ำอำหำรสัตว์ประเภทข้ำวโพด อ�ำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี พบ มูลค่ำ 1 พันล้ำนบำท ถั่วเหลือง 2 ว่ำทุนที่เกษตรกรจ่ำยเป็นค่ำเมล็ด หมืนล้ำนบำท กำกถัวเหลือง 3 หมืน ่ ่ ่ พันธุ์คิดเป็นร้อยละ 13 ของต้นทุน ล้ำนบำท และปลำป่น 63 ล้ำนบำท ทั้งหมด (รูปที่ 1) (ตำรำงที่ 3) ถ้ำคิดรำคำทีเกษตรกร ่ ในกำรเลียงไก่ เป็ด และเลียง ้ ้ ปลำ เกษตรกรก็มตนทุนด้ำนพันธุสง ี ้ ์ ู เช่นกัน เนืองจำกพันธุสตว์มรำคำแพง ่ ์ ั ี ในกำรศึกษำกำรเลียงไก่เนือพืนเมือง ้ ้ ้ พบว่ำมีตนทุนค่ำลูกไก่ตวละ 6 บำท ้ ั ซื้อใช้ ในระดับฟำร์มแล้ว เพียงค่ำ อำหำรสัตว์ก็เป็นสัดส่วนต้นทุนที่สูง มำกทีเดียว ทังนี้ ยังไม่รวมค่ำวัคซีน ้ ป้องกันโรค ค่ำโรงเรือน ค่ำแรงงำน และค่ำใช้จ่ำยอื่นๆ อีก รูปที่ 1: ร้อยละของต้นทุนกำรผลิตโดยเฉลียของชำวนำบ้ำนลุมบัว ต.บ้ำนโพธิ์ ่ ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี, 2545-2546 คาเครื่องจักรกล น้ำมัน 14% คาจางไถ พนสารเคมี เก็บเกี่ยว 40% เมล็ดพันธุ 13% ปุย-สารเคมี การเกษตร 32% อินทรียวัตถุ 1% ที่มา: วิฑูรย์ เลี่ยนจ�ำรูญ และคณะ, 2551 รอยละ 100 90 80 70 60 50 40 30 20 10 0 ช ความมันคงทางอาหาร 95 ่ ตารางที่ 3 : ปริมำณกำรใช้ ปริมำณผลผลิต ปริมำณน�ำเข้ำ และมูลค่ำน�ำเข้ำอำหำรสัตว์ โดยประมำณ พ.ศ. 2552 ชาวนาภาคกลางมองตัวเองอยางไรปริมำณ: ตัน คาเครื่องจักรกล น้ำมัน 14% ข้าวโพด ปริมำณกำรใช้ 4,787,562 ปุย-สารเคมี การเกษตร 32% คาจางไถ ปริมำณผลผลิตในประเทศ 4,430,039 พนสารเคมี เก็บเกี่ยว 40% ปริมำณน�ำเข้ำ 291,863 อินทรียวัตถุ 1% มูลค่ำน�ำเข้ำโดยประมำณ (ล้ำนบำท) 1,000 เมล็ดพันธุ 13% รอยละ 100 90 80 70 60 50 40 30 20 10 0 ถั่วเหลือง 18,630,000 190,480 1,534,551 20,000 ปจจุบัน 1.9 39.3 58.8 กากถั่วเหลือง 9.3 2,902,692 190,480 69.0 2,076,634 30,000 21.7 5 ปขางหนา ปลาป่น 24.8 556,021 500,000 67.1 1,839 63 13.1 10 ปขางหนา ที่มา: คณะกรรมกำรอำหำรแห่งชำติ, 2554 ชาวนา ชาวไร เกษตรกาวหนา นักธุรกิจการเกษตร รูปที่ 2: ปริมำณและมูลค่ำน�ำเข้ำปุ๋ยเคมี และสำรเคมีก�ำจัดศัตรูพืช ปริมาณ (ตัน) 7,000,000 6,000,000 5,000,000 4,000,000 3,000,000 2,000,000 1,000,000 0 33,554 3,532,729 3,833,072 3,797,749 4,350,516 6,149,228 5,172,708 45,140 ปริมาณและมูลคาการนำเขาปุยเคมีสูตรที่สำคัญ ป พ.ศ.2549-2554 75,610 61,211 42,666 มูลคา (ลานบาท) 80,000 71,800 70,000 60,000 50,000 40,000 30,000 20,000 10,000 0 ปริมาณ (ตัน) 140000 120000 100000 80000 60000 40000 20000 0 ปริมาณและมูลคานำเขาสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ป พ.ศ.2545-2552 มูลคา (ลานบาท) 25000 20000 19,182 15,026 11,341 9,116 39634 50331 11,135 86905 12,899 11,360 109908 116323 16,816 15000 10000 118152 2552 95763 80166 5000 0 2549 2550 2551 2552 2553 2554 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 มูลคา (ลานบาท) ปริมาณ (ตัน) มูลคา (ลานบาท) ปริมาณ (ตัน) ข้อสังเกต: ในปี 2551 มูลค่ำปุ๋ยน�ำเข้ำพุ่งขึ้นสูงมำก ทั้งที่ปริมำณน�ำเข้ำลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้ำนั้น (2550) ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจำกรำคำปุ๋ยในประเทศผู้ส่งออกสูงขึ้น โดยเฉพำะจำกประเทศ จีน ส่วนรำคำสำรเคมีน�ำเข้ำในปี 2552 ที่ลดลงทั้งที่ปริมำณเพิ่มขึ้นนั้น น่ำจะเกิดจำกรำคำสำรเคมี ในตลำดต่ำงประเทศลดลง ที่มา : ฝ่ำยวัตถุมีพิษ ส�ำนักควบคุมพืชและวัสดุกำรเกษตร กรมวิชำกำรเกษตร ระดับความเสี่ยงของเกษตรกรที่คัดกรอง ประเมินจากผลการสัมภาษณ 2554 (จำนวนตัวอยาง = 4,572) 0.1 ปุ๋ยเคมีและสารเคมีการเกษตร 9.3 ระดับความเสี่ยงของเกษตรกร ประเมินจากผลการตรวจเลือด 2554 (จำนวนตัวอยาง = 2,742) เกษตรกรส่วนใหญ่ตกเป็นเหยื่อของ ทุกวันนี้ ไม่วำจะปลูกข้ำว หรือ กำรโฆษณำจำกบริษัทขำยปุ๋ยและ ่ 18.7 46.8 พืชอะไรก็ตำม ถ้ำ “ปุ๋ยไม่ถึง” และ เคมี ก ำรเกษตรจนเกิ ด “กระแส 25.3 “ยำไม่ถึง” ก็เกือบแน่นอนว่ำผลผลิต กำรใช้” ที่สร้ำงควำมรู้สึกว่ำ “ไม่ ใช้ จะตกต�่ำ กำรใช้ปยเคมีและสำรเคมี ไม่ ได้” เพรำะ “ของมันเคยใช้” หรือ ุ๋ ต่ คอนขางสูง สรุ ไมได ปกติ กลำยเป็นำสิ่งจ�ำปานกลางเพรำะคุณภำพ สูง“ใครๆ ปเขำก็ ใช้กันทั้งนั้น” เกษตรกร เป็น ดินแย่ลง ขณะที่ โรคพืชและแมลง มักจะวิตกว่ำผลผลิตของตัวเองจะ ศั ต รู พื ช มี ม ำกขึ้ น (กำรปลู ก พื ช ไม่ดีถ้ำไม่ ใช้ปุ๋ยและสำรเคมี ทั้งๆ ที่ เชิงเดี่ยวและปลูกปีละหลำยครั้งต่อ อำจจะไม่มีควำมจ�ำเป็นเลย และสำรเคมีกำรเกษตรนันต้องสังเข้ำ ้ ่ 16.2 15.6 จำกต่ำงประเทศเกือบทั้งหมด และ รำคำแพง ปีหนึ่งๆ มีมูลค่ำน�ำเข้ำ 36.7 หลำยหมืนล้ำ30.7 (รูปที่ 2) ทังหมด ่ นบำท ้ นี้คือภำระต้นทุนที่ผลักให้เกษตรกร เป็นผู้ เสี่ยง ่ ุ ไม กำรศึ ปลอดภัย แบกรับในทีสด ปลอดภัย กษำต้นทุน กำรปลู ก ข้ ำ วของชำวนำที่ จั ง หวั ด สุพรรณบุรีที่อ้ำงถึงข้ำงต้น (ข้อมูล ในรูปที่ 1) รำยงำนว่ำ ค่ำปุ๋ยและ รอยละของแรงงานในภาคเกษตร จำแนกตามอายุ อายุเฉลี่ยของเกษตรกรและสัดสวนแรงงานในภาคเกษตร สำรเคมีค ปุ ๋ ย เคมี แ ละสำรเคมี จึ ง เป็ น พ.ศ.2528-2553ิดเป็นสัดส่วนประมำณ 1 เนืองกันโดยไม่ทงช่วงนำนพอสมควร ่ ิ้ พ.ศ.2528-2553 ้ รอยละ รอยละ เ เป็อายุ45ฉลี่ย (ป) อย่ำงหนึ่งที่ท�ำให้ โรคพืช ปัจจัยกำรผลิตที่ขำดไม่ ได้ ไปแล้วใน ใน 3 ของต้นทุนทังหมด สูงเป็นอันดับ นสำเหตุ 45 80 67.6 40 40 ั 35.4 ั้ ๋ และแมลงศัตรูพืชมี63.4 นอกจำกนี้ เกษตรกระแสหลักปัจจุบน แต่ทงปุย 32.4 ที่สอง รองจำกค่ำจ้ำงแรงงำน มำก) 37.1 38.8 41.7 42.7 70 35 30 25 20 15 31.7 33.5 51.7 48.6 42.6 60 50 40.7 40 30 35 30 25 20 15 25.1 17.2 13.5 25.5 18.7 12.8 25.2 22.3 16.6 24.7 24.3 19.5 16.8 25.6 42.7 20.0 13.1 24.5 42.7 18.0 16.2 12.1 96 สุขภาพคนไทย 2555 ประเทศไทยมี นื ดับ ❝48 ของโลก เแต่้อใที่การเกษตรมากเป็นอัชนมาก ที่ ช้สารเคมีก�าจัดวัชพื เป็นอันดับที่ 4 ของโลก และใช้สารเคมีก�าจัดแมลง ศัตรูพืชมากเป็นอันดับที่ 5 มูลนิธิชีววิถี เอื้อเฟื้อภำพ ❞ 3. วิกฤติเกษตรเคมี สารเคมีท่วมไร่นา อำจไม่เกินควำมจริงถ้ำจะบอกว่ำ เกษตรกระแสหลัก ของไทยในปัจจุบันเป็น “เกษตรเคมี” เพรำะเกษตรกรไทยใช้ สำรเคมีมำก รำยงำนขององค์กำรอำหำรและเกษตรแห่ง สหประชำชำติ (FAO) เมื่อ พ.ศ. 2543 ระบุว่ำ ประเทศไทย มีเนือทีกำรเกษตรมำกเป็นอันดับที่ 48 ของโลก แต่ ใช้สำรเคมี ้ ่ ก�ำจัดวัชพืชมำกเป็นอันดับที่ 4 ของโลก และใช้สำรเคมีก�ำจัด แมลงศัตรูพืชมำกเป็นอันดับที่ 5 หำกค�ำนึงถึงข้อเท็จจริงที่วำ ่ ในช่วงเวลำประมำณ 10 ปีที่ผำนมำนี้ ปริมำณสำรเคมีเกษตร ่ ทุกชนิดที่ ไทยน�ำเข้ำจำกต่ำงประเทศเพิมขึนมำตลอดแล้ว อันดับ ่ ้ โลกในเรืองกำรใช้สำรเคมีกำรเกษตรของไทยอำจจะสูงขึนกว่ำ ่ ้ ที่รำยงำนไว้เมื่อกว่ำ 10 ปีที่ผ่ำนมำแล้วก็ ได้ สำรเคมีเกษตรหลักๆ ทีเกษตรกรใช้ ได้แก่ สำรเคมีกำจัด ่ � แมลง สำรเคมีกำจัดโรคพืช และสำรเคมีกำจัดวัชพืช ส่วนสำร � � เคมีประเภทอืนมีปริมำณน้อย ในช่วง 10 ปี ทีผำนมำนีปริมำณ ่ ่ ่ ้ น�ำเข้ำสำรเคมีเพิ่มขึ้นตลอด เฉพำะอย่ำงยิ่ง ตั้งแต่ปี 2550 ตารางที่ 4 : เปรี ย บเที ย บจ� ำ นวนทะเบี ย น กำรค้ ำ สำรเคมี ก� ำ จั ด ศั ต รู พื ช ของไทยกั บ บำงประเทศในภูมิภำค จ�านวนทะเบียน ประเทศ สารออกฤทธิ์ การค้าที่ ได้รบอนุญาต (ชนิด) ั ไทย 439 27,126 จีน 600 20,000 เวียดนำม 886 3,423 มำเลเซีย 240 3,104 ศรีลังกำ 269 1,383 อินโดนีเซีย * 1,158 เมียนมำร์ * 818 ลำว 46 100 อินเดีย 194 * * ไม่มีข้อมูล ที่มา: รพิจันทร์ ภูริสัมบรรณ, 2554 ความมันคงทางอาหาร 97 ่ ้งแต่ปี เป็นต้ ี่น�าเข้ ริ าณเกิ ❝ตัและเพิ่ม2550้นเรื่อยๆนมา สารเคมีวทงเวลาามี8ปปีมจากปี น 1 แสนตันทุกปี สูงขึ เฉพาะในช่ 2545-2552 ปริมาณน�าเข้าสารเคมีเกษตรเพิ่มขึ้นเกือบ 200% ส่วนมูลค่าน�าเข้าก็เกิน 10,000 ล้านบาทมาตั้งแต่ปี 2546 ❞ และท� ำ ลำยสิ่ ง แวดล้ อ ม แต่ ก็ ยั ง ไม่เป็นผลส�ำเร็จ (ดูรำยละเอียดของ สำรเคมีทง 4 ชนิด ได้ทตำรำงแสดง ั้ ี่ กำรใช้และพิษของยำก�ำจัดศัตรูพืช อันตรำย 4 ชนิด ใน 10 สถำนกำรณ์ เด่นทำงสุขภำพ เรื่องที่ 7 "ค้ำนขึ้น ทะเบียน 4 สำรเคมีอันตรำย," หน้ำ ประเทศไทยมีปริมำณสำรเคมี 64) แม้จะมีควำมเคลื่อนไหวที่จะ ทีขนทะเบียนกำรค้ำมำกกว่ำ 27,000 ่ ึ้ รำยกำร อำจจะมำกทีสดในโลก แต่ ควบคุมกำรใช้สำรเคมีเกษตร แต่ก็ ่ ุ ที่ แ น่ ๆ มำกกว่ำ หลำยประเทศใน ยังไม่เกิดผลทีเ่ ป็นรูปธรรม ในปี 2551 ภูมิภำคเดียวกัน ดังข้อมูลในตำรำง มีกำรออกพระรำชบัญญัตวตถุอนตรำย ิั ั ที่ 4 สำรเคมีเหล่ำนี้ มีหลำยตัวที่มี ก�ำหนดให้สำรเคมีที่ขึ้นทะเบียนกำร ผลกำรวิจัยบ่งชัดว่ำเป็นสำรที่เป็น ค้ำและอยู่ ในท้องตลำดทั้งหมด ณ อันตรำยร้ำยแรงต่อสุขภำพของมนุษย์ เวลำนัน ต้องขึนทะเบียนใหม่ ให้เสร็จ ้ ้ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม บำงตัวเป็น ภำยในวันที่ 22 สิงหำคม 2554 สำรก่อมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่คร่ำชีวิต มิฉะนั้นจะไม่ ได้รับอนุญำตให้ขำย คนไทยมำกเป็นอันดับต้นๆ ในปัจจุบน ต่อไป แต่กลุ่มผู้ค้ำสำรเคมีเกษตรก็ ั สำรเคมี ที่ มี พิ ษ รุ น แรงเหล่ ำ นี้ ใช้มำตรกำรดือแพ่ง ขอยืดก�ำหนดกำร ้ หลำยประเทศในโลกห้ำมใช้แล้ว แต่ ขึ้นทะเบียนออกไป และได้รับกำร ประเทศไทยยังอนุญำตให้นำเข้ำและ ผ่อนผัน โดยให้สำรเคมีที่ผลิตออก � ยังให้ขนทะเบียนกำรค้ำเพือจ�ำหน่ำย มำแล้วและอยู่ ในร้ำนค้ำยังจ�ำหน่ำย ึ้ ่ ได้อย่ำงกว้ำงขวำง โดยไม่มมำตรกำร ต่อไปได้อีก 2 ปี ยังไม่แน่วำ เมื่อ ี ่ ครบก�ำหนด 2 ปีแล้ว ยังจะมีกำร ควบคุมที่เข้มแข็งพอ มีสำรเคมี 4 ตัว คือ คาร์ โบ ยืดเวลำออกไปอีกหรือไม่ ฟูราน, เมโธมิล, ไดโครโตฟอส, และ อีพีเอ็น ที่นักวิชำกำร องค์กรเอกชน และเกษตรกรบำงกลุ่ม ได้เรียกร้อง ให้ห้ำมน�ำเข้ำและห้ำมใช้มำหลำยปี แล้ว เพรำะเห็นว่ำเป็นสำรเคมีที่มี อันตรำยร้ำยแรงต่อสุขภำพของมนุษย์ เป็นต้นมำ สำรเคมีทนำเข้ำมีปริมำณ ี่ � เกิน 1 แสนตันทุกปี และเพิ่มสูงขึ้น เรื่อยๆ เฉพำะในช่วงเวลำ 8 ปี จำก ปี 2545-2552 ปริมำณน�ำเข้ำสำร เคมีเกษตรเพิมขึนเกือบ 200% ส่วน ่ ้ มูลค่ำน�ำเข้ำก็เกิน 10,000 ล้ำนบำท มำตั้งแต่ปี 2546 (ข้อมูลในรูปที่ 2) นัก เพรำะคนที่ป่วยและตำยเพรำะ ได้รบสำรเคมีกำรเกษตรไม่คอยเป็น ั ่ ข่ำว ควำมรู้เรื่องนี้จึงจ�ำกัดอยู่ ในวง นักวิชำกำรและผูทสนใจหรือทีทำงำน ้ ี่ ่ � ทำงด้ำนนีเป็นหลัก ดังนัน ผลกระทบ ้ ้ ต่อสุขภำพเกษตรกรจึงเป็นภัยที่เกิด ขึนและด�ำรงอยูอย่ำงเงียบๆ อย่ำงไร ้ ่ ก็ตำม ข้อมูลต่อไปนี้อำจท�ำให้เห็น ภำพได้ชัดในระดับหนึ่ง · ในปี 2550 ส�านักโรคจาก การประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข ได้สำรวจกำร � สัมผัสสำรเคมีกำจัดศัตรูพชโดยกำร � ื ตรวจเลือดเกษตรกรจ�ำนวน 89,376 รำย พบผู้ที่อยู่ ในภำวะเสี่ยงและ ไม่ปลอดภัยรวม 34,428 รำย คิดเป็น ร้อยละ 38.5 · ในปี 2554 หน่วยงำน เดียวกันนั้นได้ส�ำรวจเพื่อประเมิน ควำมเสียงของเกษตรกรอีกครังหนึง ่ ้ ่ โดยให้เกษตรกรกลุ่มตัวอย่ำงตอบ แบบสอบถำมเกียวกับพฤติกรรมกำร ่ ใช้ ส ำรเคมี แ ละอำกำรที่ เ กิ ด หลั ง กำรใช้ เพือดูวำมีสภำพเสียงมำกน้อย ่ ่ ่ เพียงใด ข้อมูลเบื้องต้นชี้ ให้เห็นว่ำ จำกจ�ำนวนผูตอบแบบสอบถำมทังหมด ้ ้ คือภัยเงียบของ 4,572 รำย พบว่ำ ผู้ที่มีควำมเสี่ยง เกษตรกรและผู้บริโภค ในระดับต�่ำมีร้อยละ 47 ขณะที่ผู้ที่ ผลกระทบของกำรใช้สำรเคมี มีควำมเสี่ยงตั้งแต่ระดับปำนกลำง ต่อสุขภำพของเกษตรกรมีมำกน้อย ไปจนถึงระดับสูงมีร้อยละ 53 แต่ ่ เพียงใด สังคมไม่ค่อยได้รับรู้เท่ำใด เมือดูผลกำรตรวจเลือดของเกษตรกร 3,532,729 3,833,072 3,797,749 4,350,516 6,149,228 5,172,708 109908 116323 98 สุขภาพคนไทย 2555 รูปที่ 3 : ร้อยละของเกษตรกรที่มีควำมเสี่ยงระดับต่ำงๆ วัดจำกกำรสัมภำษณ์ และกำรตรวจเลือด พ.ศ. 2554 ระดับความเสี่ยงของเกษตรกรที่คัดกรอง ประเมินจากผลการสัมภาษณ 2554 (จำนวนตัวอยาง = 4,572) 0.1 9.3 18.7 25.3 46.8 37.6 30.7 16.2 15.6 ระดับความเสี่ยงของเกษตรกร ประเมินจากผลการตรวจเลือด 2554 (จำนวนตัวอยาง = 2,742) ต่ำ ปานกลาง คอนขางสูง สูง สรุปไมได ปกติ ปลอดภัย เสี่ยง ไมปลอดภัย ที่มา: น.พ. พิบูล อิสสระพันธุ์, 2554 กลุ่มเดียวกัน่ยของเกษตรกรและสัดสวรำย 100,000 คน อยู่ ในระดับรสูง คือ ใน ชนิดฮำโลจิเจำแนกตามอายุ สำรเคมี จ�ำนวน 2,742 นแรงงานในภาคเกษตร อยละของแรงงานในภาคเกษตร นต (0.6%) อายุเฉลี (เฉพำะผู้ที่สมัครใจตรวจเลือด) พบ ปี 2549 เท่ำกับ 14.067, ปี 2550 พ.ศ.2528-2553ำนี้ ใช้กนอย่ำงแพร่หลำย ทังหมดเหล่ ้ ั พ.ศ.2528-2553 ว่ำ ผูทอยู่ ในภำวะเสียงกับผูทมควำม เท่ำกับ 18.256, ปี 2551 เท่ำกับ ในหมู่เกษตรกรไทย โดยเฉพำะใน ้ ี่ ่ ้ ี่ ี เสี่ยงในระดับที่ ไม่ปลอดภัยรวมกัน 17.115, และปี 2552 เท่ำกับ 17.692 ภำคกลำงทีทำกำรเกษตรแบบเข้มข้น ่ � คิดเป็นร้อยละ 54 ซึ่งสูงกว่ำกำร และเมื่อค�ำนวณอัตราป่วยตาย ต่อ ซึงพบว่ำ 10 จังหวัดทีมกำรเจ็บป่วย ่ ่ ี ประเมินโดยใช้แบบสอบถำมเสียอีก ประชำกร 100,000 คนอันเนืองจำก ด้วยโรคจำกสำรก�ำจัดศัตรูพชสูงทีสด ่ ื ่ ุ (รูปที่ 3) ได้รบสำรเคมีกำรเกษตรพบว่ำ สำร เกือบทั้งหมดอยู่ ในภำคกลำง ั · กำรศึ ก ษำทำงระบำด เคมีที่มีอัตรำกำรป่วยตำยสูงสุดคือ นอกจำกเกษตรกรแล้ว สำรเคมี ก� ำ จั ด วั ช พื ช และสำรฆ่ ำ ผู้บริ โภคก็เสี่ยงด้วย เพรำะมีกำร ำ ำ ห์ขอมูลผูปวยในของ ้ ้ ่ รำ รำ ยตำ ลทั่วประเทศที่รำยง น เชื้ อ ร (อั ต ร ่ ว ยต 14.9%) สุมตรวจพบสำรพิษตกค้ำงในผักและ ยงำน ยง ยง ่ ง รองลงไปคือส รก�ำจัดแมลงจ�ำพวก ผลไม้ที่จ�ำหน่ ำยในตลำดทั่วไปอยู่ ในระบบของกระทรวง ย ออร์ก เมต เนืองๆ บำงครั้งก็พบสำรพิษตกค้ำง สำธำรณสุข ชี้ ให้เห็นว่ อัตราการ ื ่ เกิ ด โรคเนื่ อ งจ เนื รเคมี (6.2%) ส รก�ำจัดศัตรูพชอืนๆ (2.9%) ปริ ม ำณมำกเกิ น ระดั บ ที่ ป ลอดภั ย รก�ำจัดหนู (2.7%) ส รก�ำจัดแมลง ท� ำ ให้ ผู ้ บ ริ โ ภคเสี่ ย งต่ อ กำรได้ รั บ ก รเกษตร (ทั้งจ กก ร รได้ อื่นๆ (1.4%) และส รก�ำจัดแมลง สำรพิษด้วย และจำกกำ และจำกกำรฆ่ำตัวตำย) ต่อประชำกร ตำ ำ 118152 86905 39634 95763 80166 50331 ร่วมแรงแข็งขัน... ภำพโดย นพ.จอมพล มุสิกวงศ์ ความมันคงทางอาหาร 99 ่ เพราะจะต้องพึ่งพาอาหารหลายอย่างจากภายนอก วเรือนส่วนใหญ่ ในชุ าเกษตรเชิง ❝ถ้าครัคงทางอาหารของชุมมชนและท้องถิ่นท�ะลดลงด้วยเดี่ยวเป็นหลัก ความมั่น ชนและท้องถิ่นก็จ ❞ 4. เกษตรเชิงพาณิชย์เบียดขับเกษตรเพื่อการบริโภค ความถดถอยของเกษตร เพื่อการบริโภค กำรเกษตรเมือประมำณ 10 ปีมำแล้วแสดงว่ำ มีครัวเรือน ่ ณ เกษตรกรทั่ ว ประเทศประมำณร้ อ ยละ 30 เท่ ำ นั้ น ที่ ใช้ผลผลิตจำกไร่นำเพื่อบริ โภคในครัวเรือนเป็นหลัก ก กไร่ เกษตรกระแสหลักที่ท�ำอยู่ทุกวันนี้ ไม่ ได้เน้นกำร (ตำรำงที่ 5) เชื่อว่ำทุกวันนี้สัดส่วนนี้จะยิ่งน้อยลงไปอีก ผลิตเพือกินเพือใช้ ในครัวเรือนเป็นส�ำคัญ แต่เป็นเกษตร ่ ่ เกษตรที่มุ่งสนองตลำดนั้นเป็นเกษตรเชิงเดี่ยว เพื่อขำย ครัวเรือนเกษตรกรประเภทที่ ผลิตสิ่งที่ตัวเอง กิน และกินสิ่งที่ตัวเองผลิตเป็นส่วนใหญ่ นั้น ถึงจะมีอยู่ เกษตรกรผลิตอำหำรชนิดเดียวเป็นหลัก แต่กำรบริโภค ก็เป็นเพียงส่วนน้อย ข้อมูลของส�ำนักงำนเศรษฐกิจ ในครัวเรือนนั้นต้องกำรอำหำรหลำกหลำยชนิด ดังนั้น 100 สุขภาพคนไทย 2555 เกษตรกรจึงต้องซืออำหำรส่วนใหญ่ ้ เพือให้เพียงพอกับกำรบริโภคในครัว ่ เรือน นีคอแนวโน้มกำรเกษตรไทยใน ่ ื ปัจจุบน (เกษตรกระแสหลัก) สภำวะ ั เช่นนี้ ครัวเรือนเกษตรกรพึ่งตัวเอง ในด้ำนอำหำรได้น้อย ถ้ำครัวเรือน ร รได้ ส่วนใหญ่ชมชนและท้องถินท�ำเกษตร ุ ่ เชิงเดี่ยวเป็นหลัก ควำมมั่นคงทำง อำหำรของชุมชนและท้องถิ่นก็จะ ลดลงด้วย เพรำะต้องพึ่งพำอำหำร หลำยอย่ำงจำกภำยนอก นอกจำกนี้ เนื่องจำกต้องพึ่งตลำดมำก เกษตร เชิงเดี่ยวจึงมีควำมเสี่ยงสูง เมื่อใด ที่ ร ำคำในตลำดผั น ผวน (ซึ่ ง เป็ น ปรำกฏกำรณ์ทเี่ กิดขึนบ่อย) เกษตรกร ้ ก็เสี่ยงต่อกำรขำดทุน และอำจเป็น หนี้สินได้งำย ่ ในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม อย่ ำ งเช่ น ทุ ก วั น นี้ กลุ ่ ม ทุ น และ ธุรกิจกำรเกษตรเข้ำมำมีบทบำทใน ท ทใน กำรเกษตรมำกขึน และมีกำรผูกขำด ้ หลำยรูปแบบ ทั้งผูกขำดปัจจัยกำร ผลิต และผูกขำดตลำดผลผลิต กลุม ่ ทุนและธุรกิจกำรเกษตรเหล่ำนี้มีทั้ง ตารางที่ 5 : ร้อยละของครัวเรือน ที่ ใช้ผลผลิตในไร่นำเพื่อบริ โภคใน ครั ว เรื อ นเป็ น หลั ก ปี เ พำะปลู ก 2544/2545 ภาค อีสำน เหนือ กลำง ใต้ ทั่วประเทศ ร้อยละ 37.2 23.2 39.8 6.4 29.7 บริษัทยักษ์ ใหญ่ภำยในประเทศและ ย ยในประเทศและ บรรษัทข้ำมชำติจำกต่ำงประเทศ ซึง ่ มีบทบำทในระบบอำหำร ตังแต่ตนน�ำ ท ทในระบบอ ้ ้ ้ (กำรผลิต) ไปจนถึงกลำงน�ำ (แปรรูป ้ อำหำร) และปลำยน�้ำ (กำรตลำด) เหล่ำนี้เข้ำไปครอบครองปัจจัยกำร ำไ ผลิตที่ส�ำคัญคือที่ดิน ได้เบียดขับ เกษตรกรรำยย่อยที่อ่อนแอกว่ำให้ ำใ หลุดออกไปจำกระบบกำรผลิตอำหำร มำกขึ้นเรื่อยๆ ป ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียน ในตลำดหลักทรัพย์ ที่ท�ำธุรกิจด้ำน เกษตรพันธสัญญา : อุตสำหกรรมเกษตรและอุตสำหกรรม สิทธิท�านาบนหลัง อำหำรไม่นอยกว่ำ 40 บริษท (ประมำณ เกษตรกร? ร รไม่ ้ ั ร้อยละ 7 ของบริษัทจดทะเบียนใน กลุ่มทุนและธุรกิจกำรเกษตร ตลำดหลักทรัพย์) มีเงินทุนจดทะเบียน นั้นฉลำดพอที่จะไม่ท�ำกำรผลิตด้วย รวม 33,378 ล้ำนบำท (ข้อมูลเมื่อ ตัวเองในทุกเรือง แต่จะใช้วธทำสัญญำ ่ ิี � ต้นปี 2555) ทั้งนี้ ยังไม่รวมบริษัท กับเกษตรรำยย่อย เพือให้ผลิตสินค้ำ ่ ที่ ไม่ ได้จดทะเบียนในตลำดหลักทรัพย์ ซึ่งน่ำจะมีมำกกว่ำนี้อีกหลำยเท่ำ สนับสนุนอย่ำง ในแง่หนึ่ง กำรที่กลุ่มทุนและ ง ขึ้นอยู่ ธุรกิจกำรเกษตรเข้ำไปมีบทบำทใน ำไ ท ทใน ่ ่ กำรผลิตโดยตรง อำจจะมองว่ำเป็น กับเงือนไขทีจะก�ำหนด ระบบเกษตร ผลดี เพรำะธุรกิจเหล่ำนี้มีเงินทุน แบบนี้เป็นที่รู้จักกันในนำม “เกษตร ปัจจัยกำรผลิต และเทคโนโลยี สูง พันธสัญญำ” (contract farming) ั ่ กว่ำเกษตรกรรำยย่อย จึงย่อมจะ กำรสนับสนุนจำกบริษท ไม่วำจะเป็น สำมำรถผลิตอำหำรได้ดีกว่ำ ทั้งใน พั น ธุ ์ พื ช /พั น ธุ ์ สั ต ว์ ปุ ๋ ย สำรเคมี ด้ ำ นปริ ม ำณและคุ ณ ภำพ ที่ จ ริ ง ทุน ควำมรู้ เทคโนโลยี หรืออุปกรณ์ ่ ้ ื อำหำรหลำยอย่ำงทีประเทศไทยผลิต กำรผลิตอืนๆ ก็ตำม เนือแท้แล้วก็คอ ่ ้ ่ ได้มำกและส่งออกเป็นกอบเป็นก�ำ “หนี” ทีเกษตรกรต้องช�ำระหลังจำก ทุกวันนี้ เช่น ไก่ กุ้ง ข้ำวโพดอ่อน เก็บเกี่ยวผลผลิตนั่นเอง ดังนั้น ใน สับปะรดกระป๋อง กลุมธุรกิจกำรเกษตร ระบบเกษตรพันธสัญญำเกษตรกร ่ มีส่วนอย่ำงมำก ในแง่นี้ประโยชน์ จึงเป็นลูกหนี้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น อำจจะได้แก่ประเทศโดยรวม และ จ� ำ นวนเกษตรกรในระบบ ผูบริโภคก็อำจมีสวนด้วยไม่มำกก็นอย เกษตรพันธสัญญำในปัจจุบน ยังไม่มี ้ ่ ้ ำ ำใ ั แต่ ในอีกแง่หนึ่ง กำรที่ธุรกิจ ตัวเลขที่ชัดเจน เอกสำรที่ ไม่ ได้อ้ำง ้ ่ เหล่ำนี้เข้ำมำเกี่ยวข้องโดยตรงใน แหล่งข้อมูลชินหนึงบอกว่ำมีประมำณ ระบบกำรผลิตอำหำรได้ก่อให้เกิด 160,000 รำย ขณะที่นักวิชำกำร ร รได้ ผลกระทบต่อเกษตรกรรำยย่อย ซึง อิ ส ระท่ ำ นหนึ่ ง ประมำณว่ ำ มี ร ำว ่ เป็นผู้ผลิตส่วนใหญ่ ในระบบเกษตร 300,000 รำย และจ� ำ นวนก็ มี ของไทย กำรผูกขำดของกลุ่มทุนใน แนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจกำรเกษตร และกำรที่กลุ่มทุน ที่มา: ส�ำนักงำนเศรษฐกิจกำรเกษตร, 2546 ความมันคงทางอาหาร 101 ่ ข้อดีของเกษตรพันธสัญญำ คือ บริษทผูรบซือมันใจว่ำจะได้ผลผลิต ั ้ั ้ ่ ตรงตำมควำมต้ อ งกำรของตลำด ในปริมำณ รำคำ และเวลำทีตองกำร ณ ่ ้ ส่วนเกษตรกรก็ ได้ควำมมั่นใจด้ำน ตลำดที่ จ ะรั บ ซื้ อ ผลผลิ ต และใน บำงกรณีกมนใจด้ำนรำคำด้วย ถ้ำดู ็ ั่ ด ด้ ตำมนี้ก็จะเห็นว่ำเกษตรพันธสัญญำ นันน่ำจะเป็นประโยชน์กบทังสองฝ่ำย ้ ั ้ (win-win) แต่ควำมจริงเรื่องนี้มี ปัญหำซับซ้อนมำกกว่ำนั้น ในกำรท�ำสัญญำนั้น ไม่ว่ำจะ เป็นสัญญำแบบปำกเปล่ำโดยไม่มี ำโ เอกสำร (พบมำกในกรณีกำรผลิต ก กในกรณี พืช) หรือสัญญำที่เป็นลำยลักษณ์ อักษร (พบมำกในกรณีผลิตสัตว์ก กในกรณี เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลำ ฯลฯ) เงื่อนไข เกื อ บทั้ ง หมดจะถู ก ก� ำ หนดโดย ทำงบริษัท หรือตัวแทน/นำยหน้ำ ของบริษัท ข้อนี้ท�ำให้เกษตรกรตก อยู่ ในฐำนะทีเสียเปรียบตังแต่เริมต้น ่ ้ ่ แม้บำงกรณีเกษตรกรอำจจะต่อรอง ได้บ้ำง แต่ก็เป็นกำรต่อรองที่คู่กรณี อยู่ ในฐำนะที่ตำงกัน ดังนั้น ในทำง ่ ปฏิบัติเกษตรกรจึงเป็นฝ่ำยที่ต้อง แบกรับควำมเสียงมำกกว่ำ เนืองจำก ่ ่ ขำดประสบกำรณ์ ขำดควำมรู้ หรือ เนื่องจำกภัยธรรมชำติที่ ไม่สำมำรถ ควบคุมได้ (เช่น ฝนแล้ง น�้ำท่วม พำยุถล่ม โรคระบำด) หำกผลผลิต ออกมำไม่ตรงตำมที่ระบุในสัญญำ ำ ำไ ก็อำจถูกปฏิเสธกำรรับซือ หรือถูกกด ้ รำคำ หรือถ้ำบริษทมำรับซือผลผลิต ั รั ้ ล่ำช้ำ ต้นทุนก็จะเพิมขึน ซึงหมำยถึง ่ ้ ่ ก�ำไรจะลดลง หรือในกรณีทเลวร้ำย ี่ ก็ขำดทุน แม้ ว ่ ำ เกษตรกรในระบบ พันธสัญญำบำงส่วนจะประสบควำม ส�ำเร็จ แต่กมี ไม่นอยทีลมเหลว หลำย ็ ้ ่้ ครัวเรือนต้องถอนตัวออกจำกระบบนี้ (แบบเจ็บแล้วจบ) แต่หลำยครัวเรือน แม้ลมเหลวแล้วก็ยงถูก (บริษท) ปลุก ้ ั ั ให้สู้ต่อด้วยหวังจะพลิกฟื้นขึ้นมำใช้ ำ ำใ หนี้ ได้ (เจ็บแล้วไม่จบ) บำงรำยติด อยู่ ในบ่วงแห่งหนีจนหมดตัวและสูญ ้ เสียทรัพยำกรกำรเกษตรของครัว เรือน เกษตรพันธสัญญำจึงไม่ต่ำง อะไรกั บ การได้ สิ ท ธิ ท� า นาบนหลั ง เกษตรกร โดยมีเกษตรกรเป็นเสมือน แรงงานรับจ้างในที่ดินของตัวเอง เกษตรพันธสัญญำ อำจช่วย ให้ ป ระเทศไทยมี ผ ลผลิ ต เพิ่ ม ขึ้ น แต่ผลผลิตเหล่ำนั้นไม่ ได้ช่วยให้เกิด ควำมมั่นคงทำงอำหำรในครัวเรือน ร รในครั ของเกษตรกรเท่ำที่ควร 5. วิกฤติแรงงานภาคเกษตร โครงสร้างแรงงานภาคเกษตรเปลี่ยนไป ปัจจุบน แม้จำนวนแรงงำนไทยโดยรวมจะเพิมขึน แต่แรงงำนในภำค ั � น นไทยโดยรวมจะเพิ่ ้ น นในภ เกษตรกลับลดลง การส�ารวจภาวะการท�างาน (ไตรมำส 3) ของส�ำนักงำน าน สถิติแห่งชำติ ชี้ ให้เห็นว่ำ ในช่วงเวลำ 25 ปี จำกปี 2528-2553 สัดส่วน ของแรงงำนในภ ำคเกษตรลดลงจำกร้ อ ยละ 68 เหลื อ ร้ อ ยละ 41 น นในภ ขณะเดียวกันแรงงำนภำคเกษตรก็มีแนวโน้มเป็นแรงงำนสูงอำยุมำกขึ้น โดยมีอำยุเฉลียสูงขึ้นจำก 32 ปีเป็น 42 ปี (ข้อมูลกำรวิจยของมูลนิธชีววิถี ่ ั ิ ภำยใต้กำรสนับสนุนจำกส�ำนักงำนกองทุนสนับสนุนกำรวิจัย (สกว.) ในปี 2551-52 รำยงำนอำยุเฉลี่ยของเกษตรกรเท่ำกับ 45 ปี และ 51 ปี ตำม ล�ำดับ) กำรที่แรงงำนภำคเกษตรมีอำยุสูงขึ้นนั้น สำเหตุหนึ่งมำจำกกำรที่ ประชำกรประเทศไทยโดยรวมเป็นประชำกรสูงอำยุมำกขึ้น แต่อีกสำเหตุ หนึงมำจำกกำรทีคนรุนใหม่เลือกท�ำอำชีพเกษตรน้อยลง แรงงำนส่วนใหญ่ ่ ่ ่ ในภำคเกษตรจึงเป็นแรงงำนที่อำยุมำก ดังข้อมูลในรูปที่ 4 มูลนิธิชีววิถี เอื้อเฟื้อภำพ 25.3 36.7 30.7 102 สุขภาพคนไทย 2555 ต่ำ ปานกลาง คอนขางสูง สูง สรุปไมได ปกติ ปลอดภัย เสี่ยง ไมปลอดภัย รูปที่ 4 : อำยุเฉลี่ยเกษตรกรไทย และแรงงำนในภำคเกษตรจ�ำแนกตำมกลุ่มอำยุ พ.ศ. 2528-2553 อายุเฉลี่ยของเกษตรกรและสัดสวนแรงงานในภาคเกษตร พ.ศ.2528-2553 รอยละของแรงงานในภาคเกษตร จำแนกตามอายุ พ.ศ.2528-2553 35.4 25.1 17.2 13.5 6.8 2.0 32.4 25.5 18.7 12.8 8.3 2.3 25.2 22.3 16.6 10.5 3.1 2538 35-44 24.7 24.3 19.5 16.8 11.2 25.6 42.7 20.0 13.1 12.6 24.5 42.7 18.0 16.2 12.1 5.8 อายุเฉลี่ย (ป) 45 67.6 40 35 30 31.7 25 20 15 10 5 0 2528 รอยละ 80 37.1 42.7 70 63.4 41.7 38.8 60 33.5 48.6 50 42.6 51.7 40.7 40 30 20 10 0 2533 2538 2543 2548 2553 อายุเฉลี่ย รอยละ รอยละ 45 40 35 30 25 20 15 10 5 0 2528 2533 15-24 25-34 6.0 3.5 2543 2548 2553 45-54 55-64 65 ขึ้นไป ที่มา: โครงกำรส�ำรวจภำวะกำรท�ำงำนของประชำกร ไตรมำส 3 (ประมวลผลด้วยควำมเอื้อเฟื้อจำก ส�ำนักสถิติเศรษฐกิจและสังคม ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ) มองในแง่หนึงกำรทีเกษตรกร ่ ่ มีอำยุมำกขึนอำจจะเป็นผลดี เพรำะ ้ เกษตรกรในวัยผู้ ใหญ่มักจะเป็นผู้มี ประสบกำรณ์มำก และอดทนสูง เหมำะกับงำนด้ำนกำรเกษตร แต่ถำ ้ มองในแง่ของกำรสืบทอดวิถชวต โดย ีีิ เฉพำะในระดับครัวเรือน และชุมชน แล้ ว ควำมเปลี่ ยนแปลงนี้ อำจจะ ส่ ง ผลกระทบต่ อ ควำมมั่ น คงทำง อำหำรได้ เว้นแต่จะมีกำรปรับตัว ที่เหมำะสม ความยากจนและหนีสน : ้ิ ปัญหาใหญ่ของ เกษตรกร เกษตรกร = คนจน? แม้ ป ระเทศไทยจะประสบ ควำมส�ำเร็จในกำรลดสัดส่วนคนจน โดยรวมลงได้มำกพอสมควรในช่วง เวลำหลำยสิบปีทผำนมำ แต่สดส่วน ี่ ่ ั คนจนในภำคเกษตรก็ ไ ม่ ไ ด้ ล ดลง มำกนัก ดังจะเห็นว่ำ ในปี 2545 คนจนในภำคเกษตรมีเกือบร้อยละ 20 และในช่วง 5 ปี ต่อมำ (2549) สัดส่วนนี้ลดค่อนข้ำงมำก เหลือรำว ร้อยละ 12 แต่หลังจำกนั้นสัดส่วน แทบจะไม่ลดลงเลย จนถึงปี 2552 สัดส่วนก็ยังอยู่ระดับสูงกว่ำร้อยละ 10 เล็กน้อย ขณะที่นอกภำคเกษตร สั ด ส่ ว นคนจนต�่ ำ กว่ ำ ร้ อ ยละ 5 มำตลอด โดยเหตุที่แรงงำนในภำค เกษตรเป็นแรงงำนที่มีกำรศึกษำต�่ำ ภำคกำรเกษตรจึงมีมลค่ำกำรผลิตต�ำ ู ่ ดังนันคนจนส่วนใหญ่ หรือรำว 2 ใน ้ 3 จึงกระจุกอยู่ ในภำคกำรผลิตนี้ ประมำณว่ำมีเกษตรกรยำกจนรำว 660,000 คนที่ ไม่มีที่ดินท�ำกินของ ตนเอง ต้องเช่ำทีดนของคนอืน หรือ ่ ิ ่ ต้องรับจ้ำงคนอื่นเลี้ยงชีพ ตำมข้อมูลของส�ำนักงำนสถิติ แห่งชำติ เกษตรกรส่วนใหญ่มหนีสน ี ้ ิ และประมำณร้อยละ 60 ของหนีสน ้ ิ นั้นเป็นหนี้ที่กู้มำเพื่อท�ำกำรเกษตร โดยมีมลค่ำหนีสนเพือกำรเกษตรรวม ู ้ ิ ่ แล้วกว่ำ 360,000 ล้ำนบำท รำว ร้อยละ 63 ของหนี้เหล่ำนี้กู้มำจำก ธนำคำรเพือกำรเกษตรและสหกรณ์ ่ กำรเกษตร (ธกส.) ร้อยละ 7 เป็น หนี้นอกระบบ และร้อยละ 10 เป็น หนี้ที่กู้จำกกองทุนหมู่บ้ำน ที่เหลือ เป็นหนี้จำกแหล่งอื่น ควำมยำกจนและหนี้สินของ แรงงำนในภำคเกษตรสะท้อนให้เห็น ถึงควำมเหลื่อมล�้ำด้ำนรำยได้ ซึ่ง เชื่อมโยงไปถึงควำมเหลื่อมล�้ำทำง โครงสร้ำงในหลำยมิติ สภำพเช่นนี้ เสี่ยงต่อกำรสูญเสียควำมมั่นคงใน ระบบกำรผลิตอำหำรของประเทศ เป็นอย่ำงมำก เว้นแต่จะมีกำรปรับ ตัวที่เหมำะสมในภำคเกษตร เกษตรกรพันธุ์ ใหม่? กำรศึกษำของส�ำนักงำนคณะ กรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชำติ เรื่อง วิถีชีวิตชาวนา ภาคกลางและการเปลี่ ย นแปลง ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ (2553) ชี้ ให้เห็นว่ำวิถกำรท�ำนำของเกษตรกร ี อำจจะเปลียนไป เกษตรกรแบบเดิม ่ มีแนวโน้มจะปรับตัวเป็น “เกษตรกร ก้ำวหน้ำ” หรือเป็น “ชำวนำไฮเทค” ความมันคงทางอาหาร 103 ่ มำกขึ้น และเป็น “เกษตรกรนักธุรกิจ” ในที่สุด ประเภท รูปที่ 5 : ชำวนำภำคกลำงมองตัววเองอยำางไร ชาวนาภาคกลางมองตั เองอย่ งไร หลังนีควำมจริงแล้วอำจถือว่ำเป็น “นักธุรกิจกำรเกษตร” รอยละ ้ 100 หรือเกษตรกรพันธุ์ ใหม่ททำนำโดย “มือและเท้ำไม่เปือน ี่ � ำ ำไ ้ 1.9 9.3 90 80 โคลน” หรือแทบไม่ ได้สมผัสต้นข้ำวเลย แต่ ใช้วธบริหำร ั ิี 39.3 70 60 จัดกำรทำงธุรกิจ โดยจ้ำง “ผู้เชี่ยวชำญ” ด�ำเนินกำรให้ 69.0 50 ในทุกขันตอน ตังแต่กำรเตรียมดิน ไปจนถึงกำรเก็บเกียว ้ ้ ่ 40 30 58.8 และขำยผลผลิต และสั่งงำนผ่ำนทำงเครื่องมือสื่อสำร 20 10 21.7 สมัยใหม่ เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ 0 ปจจุบัน 5 ปขางหนา 67.1 ดูเหมือนว่ำ เกษตรกรพันธุ์ ใหม่ จะเริมเกิดขึนแล้ว กษตรกรพั ่ ้ ชาวนา ชาวไร เกษตรกาวหนา นักธุรกิจการเกษตร ในชำวนำแถบลุ่มน�้ำเจ้ำพระยำตอนล่ำง ดังรำยงำน ในกำรศึกษำทีอำงถึงข้ำงต้น ซึงพบว่ำ มีชำวนำประเภท ที่มา: สุริยนต์ ธัญกิจจำนุกิจ และคณะ, 2553 ่้ ่ นักธุรกิจกำรเกษตรอยูรำวร้อยละ 2 และเมือให้มองภำพ ่ ่ ปริมาณและมูลคาการนำเขาปุยเคมีสูตรที่สำคัญ ปริมาณและมูลคานำเขาสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ตัวเองในอนำคต ชำวนำส่วนใหญ่มองตัวเองว่ำ ในอีก ส ส่ ป พ.ศ.2549-2554 ป พ.ศ.2545-2552 5-10 ปี ข้ำงหน้ำ พวกเขำคิดว่ำจะเป็น เกษตรกรก้าวหน้า เป็นกำรยำกทีจะคำดกำรณ์วำ กำรปรับตัวในทิศทำง ่ ่ และนักธุรกิจการเกษตร (รูปที่ 5) นี่อำจสะท้อนให้เห็น ดังกล่ำวนั้นจะส่งผลอย่ำงไรต่อควำมมั่นคงของระบบ นั ง ทิศทำงของกำรเปลียนแปลงในภำคเกษตรได้ ในระดับหนึง กำรผลิตอำหำรของชำติ ่ ่ 10 ปขางหนา 3,532,729 3,833,072 3,797,749 4,350,516 6,149,228 5,172,708 109908 116323 ระดับความเสี่ยงของเกษตรกรที่คัดกรอง ประเมินจากผลการสัมภาษณ 2554 (จำนวนตัวอยาง = 4,572) ระดับความเสี่ยงของเกษตรกร ประเมินจากผลการตรวจเลือด 2554 (จำนวนตัวอยาง = 2,742) มูลนิธิชีววิถี เอื้อเฟื้อภำพ อายุเฉลี่ยของเกษตรกรและสัดสวนแรงงานในภาคเกษตร พ.ศ.2528-2553 รอยละของแรงงานในภาคเกษตร จำแนกตามอายุ พ.ศ.2528-2553 118152 86905 39634 95763 80166 50331 104 สุขภาพคนไทย 2555 6. ผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน ประเทศไทยต้องพึ่งพลังงำน ทีนำเข้ำจำกต่ำงประเทศเกือบทังหมด ่� ้ โดยมีมูลค่ำน�ำเข้ำปีีหนึ่งๆ เป็นเงิน ป มหำศำล เช่น ในปี 2551 มีมลค่ำถึง ู กว่ำ 1 ล้ำนล้ำนบำท หรือประมำณ ร้อยละ 11 ของ GDP ในช่วงเวลำที่ ผ่ำนมำทุกครั้งที่เกิดวิกฤติพลังงำน ก็มักจะส่งผลกระทบถึงต้นทุนกำร ผลิ ต ทำงกำรเกษตรของไทยด้ ว ย เพรำะเกษตรกรส่วนมำกใช้ เครื่ อ งจั ก รในกำรท� ำ ไร่ ท� ำ นำ นอกจำกนี้ รำคำพลังงำนที่สูงขึ้นยัง ดึงให้รำคำปุยเคมีสงขึนด้วย เพรำะ ปุ๋ ู ้ ปุ๋ยเคมีสูตรส�ำคัญต้องใช้สำรที่ ได้ จำกกระบวนกำรกลันน�ำมันเชือเพลิง ่ ้ ้ เป็นส่วนผสม ต้นทุนกำรเกษตรจึง สูงขึ้นอย่ำงหลีกเลี่ยงไม่ ได้ เนื่ อ งจำกรำคำเชื้ อ เพลิ ง ใน ตลำดโลกปรั ตลำดโลกปรับตัวสูงขึนทุกปี ประกอบ ้ กับมีควำมวิตกกันว่ำ วันหนึงเชือเพลิง ่ ้ ที่ ได้จำกฟอสซิล ซึงเป็นแหล่งส�ำคัญ ่ ข้อมูลจำก สถิติการเกษตร ของประเทศไทย ปี 2552 แสดงว่ำ ตั้งแต่ พ.ศ. 2543 – 2552 พื้นที่ ปลูกปำล์มน�้ำมันเพิ่มขึ้นกว่ำ 2 เท่ำ จำกประมำณ 1.7 ล้ำนไร่ เป็น 3.9 ล้ำนไร่ อ้อยเพิมจำก 5.5 ล้ำนไร่เป็น น ่ น 6.0 ล้ำนไร่ มันส�ำปะหลังเพิ่มจำก น 6.9 ล้ำนไร่เป็น 8.6 ล้ำนไร่ จึงค่อน ข้ำงแน่นอนว่ำควำมต้องกำรพืชเพื่อ ผลิตพลังงำนที่เพิ่มขึ้นในอนำคตจะ ร รไปไม่ รัฐบำลไทยเองก็วำงเป้ำหมำย แย่งพื้นที่ปลูกพืชอำหำรไปไม่น้อยที ล ลไทยเองก็ ไว้ว่ำ ในปี 2565 จะเพิ่มกำรผลิต เดียว น�ำมันเชือเพลิงทีมสวนผสมเอทำนอล ้ ้ ่ี ่ ในระยะยำววิกฤติพลังงำนจึง เป็นวันละ 9 ล้ำนลิตร (ปัจจุบัน อำจมีผลกระทบต่อควำมมั่นคงทำง ประมำณ 1 ล้ำนลิตร) และเพิ่มกำร อำหำร เพื่อลดผลกระทบนี้ รัฐบำล ผลิตไบโอดีเซลไม่นอยกว่ำวันละ 4.5 จะต้ อ งมี ม ำตรกำรที่ เ หมำะสมใน ้ ล้ำนลิตร (ปัจจุบัน 1.4 ล้ำนลิตร) กำรสร้ำงควำมสมดุลระหว่ำงควำม สถำนกำรณ์ดงกล่ำวนอกจำกจะท�ำให้ ต้องกำรพืชอำหำรกับพืชพลังงำน ั พืชทีควรจะเอำมำท�ำเป็นอำหำร ต้อง ครัวเรือนและชุมชนเกษตรกรเองก็ ่ วรจะเอำ ำเป็ อำ ถูกแบ่งไปผลิตเป็นพลังงำนแล้ว ยัง จ�ำเป็นต้องปรับตัวอย่ำงเหมำะสม จะท�ำให้พนทีปลูกพืชอำหำรลดลงด้วย ด้วย โดยเฉพำะควรลดกำรท�ำเกษตร ื้ ่ ที่ ใช้พลังงำนมำกๆ ของเชื้อเพลิงที่ ใช้กันอยู่ ในปัจจุบัน จะหมดไปจำกโลก ประเทศต่ำงๆ ก กโลก รวมทั้งประเทศไทยจึงเริ่มหันมำใช้ ำ ำใ พลังงำนทำงเลือก ทดแทนพลังงำน จำกเชื้อเพลิงฟอสซิล ท�ำให้มีกำร น�ำเอำพืชอำหำรบำงอย่ำง เช่น อ้อย มันส�ำปะหลัง และปำล์มน�้ำมัน ไป ล ล์ ผลิตเอทำนอลเพื่อใช้เป็นส่วนผสม ในน�้ำมันเชื้อเพลิง หรือเอำไปผลิต ำ ำไ เป็นเชื้อเพลิงไบโอดีเซลมำกขึ้น มูลนิธิชีววิถี เอื้อเฟื้อภำพ ความมันคงทางอาหาร 105 ่ 7. การเปิดเสรีการค้า : โอกาสที่มาพร้อมภัยคุกคาม ผลกระทบจาก การแข่งขันและ การอุดหนุนสินค้า ประเทศไทยเป็นสมำชิกของ องค์กำรกำรค้ำโลก เช่นเดียวกับประ ำโ เทศอืนๆ ในช่วงเวลำประมำณ 10 ปี ่ มำนี้ ไทยได้เข้ำร่วมในเขตกำรค้ำเสรี ร (เอฟที เ อ) กั บ ประเทศในภู มิ ภ ำค อำเซียน ภำยใต้ข้อตกลงเขตกำรค้ำ เสรีอำเซียน (AFTA) และยุทธศำสตร์ ควำมร่วมมือทำงเศรษฐกิจ อิระวดีเจ้ำพระยำ-แม่ โขง (ACMECS) และ ในปี 2558 ประเทศไทยและประเทศ เพือนบ้ำนในภูมภำคอำเซียนก็จะเป็น ่ น ิ ชุมชนทำงเศรษฐกิจเดียวกัน (AEC) ท�ำนองเดียวกับกลุ่มเศรษฐกิจยุโรป ส่วนนอกภูมภำคอำเซียนนันไทยก็เปิด ิ ้ เขตกำรค้ำเสรีกบหลำยประเทศแล้ว ั เช่น กับจีน อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น นอกจำกนี้ ไทยยังอยูระหว่ำงกำรเจรจำท�ำควำม ่ ตกลงกำรค้ำเสรีกบอีกหลำยประเทศ ั รวมทั้งสหรัฐอเมริกำด้วย กำรเปิด ด ด้ เสรีทำงกำรค้ำจะท�ำให้เงินทุน ปัจจัย กำรผลิต สินค้ำ และแรงงำนเคลือน ่ ย้ำยผ่ำนพรมแดนประเทศได้อย่ำง เสรีมำกขึ้น ในแง่หนึง กำรเปิดเสรีกำรค้ำ ่ อำจจะท�ำให้สนค้ำและเครืองอุปโภค ิ ่ บริโภคหลำยอย่ำงมีรำคำถูกลง และ สิ น ค้ ำ ไ ทยก็ มี โ อกำสไปแข่ ง ขั น ใน ำไ ส สไปแข่ ตลำดต่ำงประเทศได้มำกขึน เนืองจำก ้ ่ สินค้ำจะไม่ถูกเก็บภำษี หรือเก็บใน ษี อั ต รำต�่ ำ กว่ ำ ปกติ ตำมข้ อ ตกลง นี่อำจถือว่ำเป็นประโยชน์ส�ำหรับทั้ง ผูผลิตและผูบริโภคในประเทศ แต่ ใน ้ ้ อีกแง่หนึ่ง กำรเปิดเสรีทำงกำรค้ำ อำจเป็นสิ่งคุกคำมสินค้ำเกษตรไทย บำงชนิด โดยเฉพำะเมื่อสินค้ำชนิด เดียวกันจำกประเทศที่มีค่ำแรงงำน ถูกกว่ำ หรือมีสินค้ำคุณภำพดีกว่ำ เข้ำมำแข่งขันในตลำดภำยในประเทศ ย ยในประเทศ ภำยใต้เงื่อนไขของข้อตกลงกำรเปิด ย ยใต้ เสรีกำรค้ำ ผลกระทบด้ำนลบย่อม หลีกเลี่ยงได้ยำก ตัวอย่ำงทีชดเจนจะเห็นได้จำก ่ั กรณีกระเทียมจำกประเทศจีน ซึงน�ำ ่ เข้ำหลังจำกเปิดเสรีกำรค้ำไทย-จีน ำไ (เริมมีผลมำตังแต่ปี 2546) กระเทียม ่ ตั้ จำกจีนมีรำคำถูกกว่ำกระเทียมทีปลูก ่ ในประเทศมำก ผลคือเกษตรกรปลูก กระเทียมในภำคเหนือของไทยจ�ำนวน มำกขำดทุนย่อยยับ ถึงขนำดต้อง ละทิงอำชีพทีทำมำนำนก็มี นอกจำก ้ ่ � นี้ ผลไม้เมืองหนำวจำกประเทศจีนที่ มีคุณภำพดีกว่ำ แต่รำคำต่ำงจำก ผลไม้เมืองหนำวที่ปลูกในประเทศ ไม่มำกนัก ยังส่งผลกระทบอย่ำงส�ำคัญ ต่อวงกำรปลูกผลไม้เมืองหนำวใน ว วใน ประเทศซึ่ ง ยั ง อยู ่ ใ นระยะเริ่ ม ต้ น กำรเปิดเสรีกำรค้ำกับออสเตรเลียก็มี ผลกระทบท�ำนองเดียวกันนี้ แต่เกิด กับเกษตรกรเลี้ยงโคนม เนื่องจำก ผลิตภัณฑ์นมคุณภำพดีกว่ำที่น�ำเข้ำ จำกออสเตรเลียภำยใต้ขอตกลงกำร ย ยใต้ ้ ค้ำเสรี ไทย-ออสเตรเลีย (เริมมีผลปี ่ 2548) ท�ำให้อตสำหกรรมเลียงโคนม ุ ้ และอุตสำหกรรมเกียวกับนมภำยใน ่ ย ยใน ประเทศซึ่ ง ก� ำ ลั ง เติ บ โตต้ อ งปรั บ ตัวอย่ำงแรงเพื่อควำมอยู่รอด กำรอุดหนุนสินค้ำเกษตรก็เป็น ปั ญ หำหนึ่ ง ที่ สื บ เนื่ อ งมำจำกกำร แข่งขันทำงกำรค้ำระหว่ำงประเทศ และมีผลกระทบต่อเกษตรกรไทยบำง กลุม ประเด็นทีชดเจนคือกำรอุดหนุน ่ ่ั สินค้ำเกษตรจำกประเทศที่พัฒนำ แล้ว ตัวอย่ำงเช่น สหรัฐอเมริกำซึ่ง เป็นคูแข่งส�ำคัญรำยหนึงของไทยใน ่ ่ ตลำดข้ำวโลก มีงบประมำณและ ว ระบบกำรอุดหนุนสินค้ำเกษตรด้วย มำตรกำรที่ซับซ้อน เพรำะถ้ำไม่มี ำไ กำรอุ ด หนุ น เลยสิ น ค้ ำ เกษตรของ สหรั ฐ อเมริ ก ำจะแข่ ง ขั น ได้ ย ำก ในตลำดโลก เพรำะมีรำคำสูงอัน เนื่องจำกค่ำแรงในสหรัฐอเมริกำสูง ผูเชียวชำญเรืองกำรส่งออกข้ำวรำย ้ ่ ่ หนึ่ ง กล่ ำ วว่ ำ หำกสหรั ฐ อเมริ ก ำ ไม่อดหนุนเกษตรกรปลูกข้ำวของเขำ ุ คนไทยจะขำยข้ำวในตลำดโลกและ ว ด ดโลกและ ตลำดในสหรั ฐ อเมริ ก ำไ ด้ ป ริ ม ำณ ำ มำกขึน และได้รำคำสูงกว่ำทีเป็นอยู่ ้ ่ ในปัจจุบันนี้มำก ที่ วิ ต ก กั น อ ย ่ ำ ง ห นึ่ ง คื อ นโยบำยควำมมันคงทำงอำหำรของ ่ ไทยเพือรับมือกับเรืองนียงไม่ชดเจน ่ ่ ้ ั ั เพียงพอ รวมทั้งยังไม่มีมำตรกำรที่ จะคุมครองเกษตรกร และมำตรกำร ้ ทำงสุขอนำมัยเข้มแข็งพอทีจะประกัน มั ่ ได้อย่ำงมั่นใจว่ำประชำชนผู้บริโภค จะไม่ ได้รับผลกระทบจำกกระแส กำรค้ำโลกนี้ ำโลกนี 106 สุขภาพคนไทย 2555 เสี่ยงต่อการสูญเสีย พันธุ์พืช นักวิชำกำรและกลุมเกษตรกร ่ จ�ำนวนมำกกังวลว่ำ กำรเปิดเสรี กำรค้ ำ กั บ ประเทศที่ พั ฒ นำทำง อุตสำหกรรมซึ่งมีเทคโนโลยีชีวภำพ สูง เช่น สหรัฐอเมริกำ หรือญีปนนัน ่ ุ่ ้ หำกไม่ดำเนินกำรอย่ำงรอบคอบอำจ ก กไม่ � น�ำไปสู่กำรสูญเสียพันธุ์พืชอันเป็น มรดกทำงกำรเกษตรทีมคำได้ เพรำะ ่ ี ำไ ่ ประเทศที่ก้ำวหน้ำทำงเทคโนโลยี เหล่ำนันอำจอำศัยช่องโหว่ของกติกำ ้ ศั กำรค้ำโลก เช่น เรืองข้อตกลงเกียวกับ ำโ ่ ่ ทรัพย์สนทำงปัญญำ และกติกำอืนๆ ิ ่ เพื่ อ ด� ำ เนิ น กำรจดสิ ท ธิ บั ต รครอบ ครองพันธุ์พืชที่พัฒนำขึ้นมำได้ และ ำ ำได้ ผูกขำดเป็นของตนเอง ทั้งนี้ โดยไม่ ค�ำนึงว่ำพันธุพชใหม่นนจะพัฒนำจำก ์ ื ั้ เชือพันธุที่ ได้มำจำกประเทศใด หรือ ้ ์ แหล่งทำงภูมิศำสตร์ ใด เช่น อำจ พัฒนำพันธุ์ข้ำวชนิดใหม่ขึ้นมำจำก พั เชือพันธุขำวหอมมะลิของไทย เป็นต้น ้ ์้ กรณี นี้ เ ห็ น ได้ จ ำกกำรที่ นั ก วิชำกำรในสหรัฐอเมริกำพยำยำมจะ ร รในสหรั จดสิทธิบัตรพันธุ์ข้ำวที่ปรับปรุงมำ จำกเชื้อพันธุ์ข้ำวหอมมะลิของไทย เมือประมำณ พ.ศ. 2544 แต่ถกฝ่ำย ่ ู ไทยประท้วงอย่ำงรุนแรง เรื่องจึง ระงับไป แ ต ่ นั ก วิ ช ำ ก ำ ร เ ชื่ อ ว ่ ำ สหรัฐอเมริกำจะไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพรำะมีแนวโน้มว่ำในกำรเจรจำเปิด ำใ เสรีกำรค้ำไทย-สหรัฐอเมริกำซึ่งจะ ำไ มีต่อไปนั้น ทำงฝ่ำยสหรัฐอเมริกำ คงจะพยำยำมใช้เวทีกำรเจรจำบีบ ม มใช้ ให้ฝ่ำยไทยยอมรับใน 2 เรื่อง คือ (1) ให้ ย อมรั บ กำรใช้ กฎหมาย ร รใช้ มูลนิธิชีววิถี เอื้อเฟื้อภำพ เครื่ อ งหมายการค้ า แทนกำรใช้ ร รใช้ กฎหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ใน กำรปกป้องพันธุพชและพันธุสตว์ และ ์ ื ์ ั (2) ให้เข้ำเป็น ภาคีอนุสญญายูปอฟว์ ั (The International Union for the Protection of New Varieties of Plants -- UPOV) ทั้งนี้ เนื่องจำก กฎหมำยเครื่องหมำยกำรค้ำ และ อนุสัญญำยูปอฟว์นั้น จะเปิดโอกำส ให้สำมำรถจดสิทธิบัตรพันธุ์พืชพันธุ์ สัตว์ทพฒนำขึนมำใหม่ ได้ โดยไม่ตด ี่ ั ขึ้ ำ ิ ปัญหำเรืองแหล่งทีมำของเชือพันธุที่ ่ ่ ้ ์ ระบุไว้ ในกฎหมำยว่ำด้วยสิงบ่งชีทำง ด ่ ้ ภูมศำสตร์ สหรัฐอเมริกำได้ทำเช่นนี้ ิ ำ � ในกำรเจรจำกำรค้ ำ เสรี กั บ หลำย ประเทศส� ำ เร็ จ มำแล้ ว จึ ง เชื่ อ ว่ ำ จะท�ำเช่นเดียวกันในกำรเจรจำกับ กั ประเทศไทย ซึ่งจะด�ำเนินกำรต่อไป ในอนำคต (กำรเจรจำกำรค้ำเสรี ไทย-สหรัฐอเมริกำ เริ่มในปี 2547 แต่ภำยหลังเหตุกำรณ์รัฐประหำร ปี 2549 ในประเทศไทย กำรเจรจำ หยุ ด ชะงั ก ไป และยั ง ไม่ มี ค วำม คืบหน้ำจนถึงปัจจุบัน) ได้ส�ำเร็จ กำรจดสิทธิบัตรพันธุ์ข้ำว ทีพฒนำมำจำกเชือพันธุขำวหอมมะลิ ่ ั ้ ์้ ของไทย (ซึ่งนักวิชำกำรของสหรัฐอเมริกำได้เริมท�ำมำแล้ว) อำจจะเป็น ำ ่ ไปได้ โดยไม่น่ำเกลียด ตลำดข้ำว หอมมะลิไทยในสหรัฐอเมริกำ ซึ่งมี ปริมำณรำว 200,000 ตันต่อปีก็จะ มีปญหำแน่นอน แม้ปจจุบนก็มปญหำ ั ั ั ี ั อยู่บ้ำงแล้ว อันเนื่องจำกกำรแอบ อ้ำงใช้ชื่อข้ำวหอมมะลิ (จัสมินไรซ์) ง ส�ำหรับข้ำวเมล็ดยำวทีปลูกในสหรัฐ่ อเมริกำเอง (กรอบที่ 2) อธิปไตยทางอาหาร เริ่มถูกคุกคาม วิกฤติอำหำรที่เกิดขึ้นในโลก หลำยครังทีผำนมำ ไม่วำจะเนืองจำก ้ ่่ ่ ่ ภัยธรรมชำติ เหตุกำรณ์ทำงกำรเมือง หรือเพรำะวิกฤติเศรษฐกิจโลกก็ตำม ได้สงผลให้รำคำอำหำรพุงสูงขึน เมือ ่ ่ ้ ่ บวกกับวิกฤติพลังงำน และวิกฤติ ภำวะโลกร้อนแล้ว ท�ำให้ประเทศ ร�ำรวยบำงประเทศ ทังในยุโรป อเมริกำ ่ ้ เอเชีย และตะวันออกกลำง แสวงหำ ถ้ำสหรัฐอเมริกำผลักดันให้ หนทำงสร้ำงควำมมันคงทำงอำหำร ่ ไทยยอมรับเงื่อนไข 2 ข้อข้ำงต้น ให้แก่ประชำชนในประเทศของตน ความมันคงทางอาหาร 107 ่ อนาคตข้าวหอมมะลิไทย ข้าวหอมมะลิเป็นพันธุ์ข้าวคุณภาพดีที่สุด มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่ ในยุคที่ ไทยจะเปิดเสรีทางการค้ากับประเทศทีกาวหน้าทางเทคโนโลยีชวภาพอย่างสหรัฐอเมริกา ่ ้ ี อนาคตของข้าวหอมมะลิก�าลังน่าเป็นห่วง ข้ำวหอมมะลิ มีชื่อเรียกเป็นทำงกำรว่ำ “ข้ำวขำวดอกมะลิ 105” มีพื้นที่ปลูกประมำณ 1 ใน 4 ของพืนทีปลูกข้ำวของไทย ส่วนใหญ่อยู่ ในภำคอีสำนและภำคเหนือบำงส่วน เป็นพันธุขำว ้ ่ ์้ ที่เหมำะกับดินประเภทดินทรำยและมีอินทรียวัตถุต�่ำ ดังนั้น พื้นที่แถบทุ่งกุลำร้องไห้ ซึ่งได้ชื่อว่ำ เป็นดินแดนที่กันดำรแห้งแล้ง จึงเป็นสวรรค์ของข้ำวหอมมะลิ นอกจำกได้รำคำดี ในตลำดภำยในประเทศแล้ว ข้ำวหอมมะลิยังเป็นที่นิยมในตลำด ต่ำงประเทศอย่ำงมำก ท�ำให้มปริมำณและมูลค่ำส่งออกสูงทุกปี เช่น ในปี 2547 ปริมำณส่งออก ี 2,279,621 ตัน คิดเป็นมูลค่ำ 35,572.03 ล้ำนบำท แต่เพรำะคุณภำพที่ดีที่สุดในโลกนี้เอง จึงมีบำงประเทศจ้องจะฮุบเอำข้ำวหอมมะลิเป็นสมบัติของตัวเอง โดยเฉพำะสหรัฐอเมริกำ ตอนแรก สหรัฐอเมริกำใช้วิธีแอบอ้ำงชื่อข้ำวหอมมะลิ โดยอนุญำตให้อุตสำหกรรมข้ำว ขำยข้ำวเมล็ดยำวพันธุ์ ใดก็ ได้ทปลูกในประเทศภำยใต้ชอ “จัสมินไรซ์” (ข้ำวหอมมะลิ) เรืองนีเกิด ี่ ื่ ่ ้ เมือปี 2542 ทังนี้ สหรัฐอเมริกำอ้ำงว่ำบริษทในประเทศของตนได้จดทะเบียนเครืองหมำยกำรค้ำ ่ ้ ั ่ ไว้แล้ว ภำยใต้เครื่องหมำยกำรค้ำ “จัสมะติ” และอ้ำงว่ำเป็นข้ำวหอมมะลิที่ปลูกในรัฐเท็กซัส รัฐบำลไทยและคนไทยประท้วง แต่ ไม่เป็นผล ข้ำวที่แอบอ้ำงชื่อข้ำวไทยจึงยังขำยได้ต่อไป ต่อมำสหรัฐอเมริกำเริ่มด�ำเนินกำรอย่ำงเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อปรับปรุงพันธุ์ข้ำวหอมมะลิให้ ปลูกในสหรัฐอเมริกำให้ ได้ โดยน�ำเอำพันธุกรรมข้ำวหอมมะลิของไทยไปพัฒนำ และอ้ำงว่ำ ได้เชือ ้ พันธุกรรมข้ำวหอมมะลิมำจำกสถำบันวิจัยข้ำวนำนำชำติ (IRRI) ในฟิลิปปินส์ แต่ ไม่พบหลักฐำน กำรลงนำมในสัญญำเคลือนย้ำยพันธุกรรมข้ำวนีแต่อย่ำงใด ส่อเจตนำว่ำสหรัฐอเมริกำจะจดสิทธิ ่ ้ บัตรข้ำวทีปรับปรุงจำกพันธุกรรมข้ำวหอมมะลิของไทยให้เป็นสมบัตของตนเองให้ ได้ ซึ่งเป็นเรื่อง ่ ิ ที่ยอมรับไม่ ได้ตำมกติกำระหว่ำงประเทศ เกษตรกรและประชำชนไทยเดินขบวนประท้วง แสดงควำมไม่พอใจไปยังสถำนเอกอัครรำชทูตสหรัฐอเมริกำ ในที่สุดฝ่ำยสหรัฐอเมริกำรับปำก ว่ำจะไม่จดสิทธิบัตรพันธุ์ข้ำวซึ่งปรับปรุงจำกข้ำวหอมมะลิของไทย เรื่องดูเหมือนจะจบแค่นั้น แต่ชำก่อน... ในกำรเจรจำตกลงเปิดเสรีทำงกำรค้ำกับไทย นักวิชำกำรเชือว่ำสหรัฐอเมริกำ ้ ่ จะพยำยำมกดดั น ไทยให้ ย อมยกระดั บ กำรคุ ้ ม ครองทรั พ ย์ สิ น ทำงปั ญ ญำให้ ทั ด เที ย มกั บ กำรคุ้มครองตำมกฎหมำยของตน และให้กำรคุ้มครองสิทธิบัตรครอบคลุมสิ่งมีชีวิตทุกประเภท ทั้งพืช สัตว์ และจุลินทรีย์ เหมือนที่ท�ำมำแล้วในกำรเจรจำเปิดเขตกำรค้ำเสรีกับหลำยประเทศ (ไทยห้ำมไม่ ให้จดสิทธิบัตรพืชและสัตว์ แต่มีกฎหมำยคุ้มครองพืชและสัตว์เป็นกำรเฉพำะ) นอกจำกนีสหรัฐอเมริกำมีแนวโน้มจะกดดันให้ ไทยเข้ำเป็นภำคีระหว่ำงประเทศว่ำด้วยกำรคุมครอง ้ ้ พันธุพชใหม่ (อนุสญญำยูปอฟว์) พร้อมกับเรียกร้องให้มกำรใช้กฎหมำยว่ำด้วยเครืองหมำยกำรค้ำ ์ ื ั ี ่ แทนกำรคุ้มครองภำยใต้กฎหมำยสิ่งบ่งชี้ทำงภูมิศำสตร์ ถ้ำได้ทั้งหมดตำมนี้ จะท�ำให้ควำม พยำยำมจดสิทธิบัตรข้ำวหอมมะลิโดยนักวิจัยในสหรัฐอเมริกำเป็นเรื่องที่สะดวกขึ้น ถ้ า สหรั ฐ อเมริ ก าจดสิ ท ธิ บั ต รข้ า วที่ พั ฒ นาจากพั น ธุ ก รรมข้ า วหอมมะลิ ส� า เร็ จ ข้ า วหอมมะลิ ไ ทยที่ ส ่ ง ไปขายในตลาดสหรั ฐ อเมริ ก า ปี ล ะประมาณ 200,000 ตั น จะมีปัญหาแน่นอน เพราะต้องจ่ายค่าสิทธิบัตรตามกฎหมายของเขา แม้วันนี้จะยัง จดสิทธิบตรไม่ ได้ แต่ขาวหอมมะลิกถกคูแข่งแอบอ้างชืออยูแล้ว อนาคตข้าวหอมมะลิไทย ั ้ ็ ู ่ ่ ่ จึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ที่มา: สรุปจำก วิฑูรย์ เลี่ยนจ�ำรูญ, 2554, น. 94-126 108 สุขภาพคนไทย 2555 หนึ่งในกลยุทธ์เพื่อกำรนี้คือ กำรใช้ ประเทศก�ำลังพัฒนำที่มีทรัพยำกร กำรเกษตรอุดมสมบูรณ์เป็นฐำนกำร ผลิตอำหำร เพือส่งไปเลียงประชำชน ่ ้ ในประเทศของตน ประเทศไทยเป็น เป้ำหมำยส�ำคัญแห่งหนึ่งในเรื่องนี้ ทีผำนมำ มีควำมพยำยำมของ ่่ ต่ำงประเทศทีจะใช้ประเทศไทยเป็น ่ ฐำนผลิตอำหำร 2 รูปแบบ คือ กำร เข้ำมำร่วมมือกับกลุมทุนหรือตัวแทน ่ ในประเทศไทย ผลิ ต อำหำรผ่ ำ น ระบบเกษตรพันธสัญญำ วิธีนี้เริ่มมี มำหลำยปีแล้ว โดยกลุมทุนจำกต่ำง ่ ประเทศไม่ตองเป็นเจ้ำของปัจจัยกำร ้ ผลิต เช่น ที่ดิน และไม่ต้องท�ำกำร ผลิตเอง แต่ ใช้เกษตรกรในท้องถิ่น เป็นผู้ผลิต โดยมีตัวแทน (นอมินี) ช่วยจัดกำรให้ (นั่นคือ เกษตรพันธสัญญำ) กลุ่มทุนจำกญี่ปุ่นใช้วิธีนี้ ใน ประเทศไทย และในเวียดนำม (และ อำจจะรวมถึงประเทศอื่นในภูมิภำค อำเซียนด้วย) อีกรูปแบบหนึงคือกำร ่ เข้ำมำกว้ำนซื้อ หรือเช่ำที่ดินท�ำกำร ครอบครองของต่ ำ งประเทศแล้ ว เท่ำไร แต่ดเหมือนว่ำต่ำงชำติได้เริม ู ่ แทรกตัวเข้ำมำแล้วด้วยกลยุทธ์ที่ แนบเนียน และนี่อำจเป็นกำรเบียด ขับเกษตรกรไทยจ�ำนวนหนึงให้ตกไป ่ แน่นอนว่ำ กลุ่มทุนจำกต่ำง จำกเวทีกำรผลิตอำหำรในที่สุด ผ ล ลั พ ธ ์ โ ด ย ต ร ง ข อ ง ประเทศย่อมเลือกพืนทีทอดมสมบูรณ์ ้ ่ ี่ ุ และมี โครงสร้ำงพื้นฐำนกำรเกษตร สถำนกำรณ์เช่นนี้ นอกจำกท�ำให้ทดน ี่ ิ ทีดี เช่นในแถบลุมน�ำเจ้ำพระยำ วิธนี้ ทำงกำรเกษตรถูกต่ำงชำติเข้ำมำใช้ ่ ่ ้ ี ทีดนจะอยู่ในกำรครอบครองของกลุม ประโยชน์ โดยคนไทยได้รบส่วนแบ่ง ่ ิ ่ ั ทุนต่ำงประเทศนำน หรือตลอดไป น้อยนิดแล้ว (และส่วนใหญ่ของส่วน ดังมีข่ำวกลุ่มทุนจำกไต้หวัน และ แบ่งนันจะตกอยู่ ในมือของคนจ�ำนวน ้ จำกบำงประเทศในตะวันออกกลำง น้อยทีรวมมือกับต่ำงประเทศเท่ำนัน) ่่ ้ พยำยำมเข้ำมำหำที่ดินเพื่อลงทุน ต่ำงชำติที่เข้ำมำท�ำกำรผลิตแบบนี้ ท�ำกำรเกษตรในประเทศไทย โดย ยั ง มำแย่ ง ใช้ โครงสร้ ำ งพื้ น ฐำน ผ่ำนตัวแทนในไทย ประเทศจีนก็เคย กำรเกษตร เช่น ระบบชลประทำน เสนอจะเข้ำมำขอเช่ำพื้นที่บริเวณ กำรขนส่ง และกำรสื่อสำร ที่ ไทย ทุ ่ ง กุ ล ำร้ อ งไห้ ในภำคตะวั น ออก ลงทุนสร้ำงขึนมำ โดยทีเขำไม่มสวน ้ ่ ี ่ เฉียงเหนือ เพื่อปลูกข้ำวหอมมะลิ ด้วยเลย ประโยชน์ที่ ไทยจะได้จึง ส่งไปขำยให้คนในประเทศของตน ไม่คุ้มกับส่วนที่เสียไป นอกจำกนี้ ยังไม่มีข้อมูลชี้ชัดว่ำ ปัจจุบัน อธิป ไตยทำงอำหำรของชำติยังถูก มี ที่ ดิ น ทำงกำรเกษตรตกไปอยู ่ ใ น คุกคำมด้วย เกษตรโดยมีสัญญำเช่ ำ ระยะยำว (ผ่ำนตัวแทน ซึ่งอำจเป็นบุคคลหรือ นิตบคคล) ลงทุนท�ำกำรผลิตอำหำร ิ ุ เพือส่งไปขำยในประเทศของตน หรือ ่ ส่งไปขำยท�ำรำยได้ ในตลำดโลก เทคโนโลยีชีวภาพสูง...หากไม่ด�าเนินการอย่างรอบคอบอาจน�าไปสู่ การสูญเสียพันธุ์พืชอันเป็นมรดกทางการเกษตรที่มีค่าได้ ❝การเปิดเสรีการค้ากับประเทศที่พัฒนาทางอุตสาหกรรมซึ่งมี ❞ ความมันคงทางอาหาร 109 ่ สู่ความมั่นคง สถานการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นบอก ให้ทราบว่า ระบบเกษตรไทยปัจจุบัน มีทั้งสิ่งท้าทายและโอกาส ค� าถาม คือ แล้วสังคมควรจะท�าอะไรบ้าง? เนืองจำกเป้ำหมำยส�ำคัญของ ่ ควำมมันคงทำงอำหำร คือกำรผลิต ่ อำหำรทีมคณภำพให้ ได้เพียงพอกับ ่ ี ุ พให้ พ ควำมต้องกำรบริโภคของทุกคน ใน ทุกสถำนกำรณ์ ด้วยระบบกำรผลิต ที่ปลอดภัย ไม่ท�ำลำยสิ่งแวดล้อม และเกษตรกรผู้ผลิตเองก็มีชีวิตและ สังคมทีมนคง ดังนัน ในสถานการณ์ ่ ั่ ้ ทีเป็นอยูสาหรับประเทศไทยปัจจุบน ่ ่ � ั สิ่ ง ที่ ดี ที่ สุ ด ที่ ต ้ อ งท� า คื อ ปฏิ รู ป การเกษตร ในที่นี้จะเสนอเฉพำะประเด็น ที่ เ ห็ น ว่ ำ น่ ำ จะน� ำ ไปสู ่ ก ำรปฏิ รู ป กำรเกษตร เพื่ อ เป็ น แนวทำงให้ สำธำรณะได้ ช ่ ว ยกั น หำข้ อ สรุ ป ที่ ข ข้ คมชัดยิ่งขึ้นต่อไป กำรกระจำยที่ดินด้วยมำตรกำรที่ เหมำะสมจึงเป็นสิ่งจ�ำเป็นเร่งด่วน มำตรกำรส�ำคัญอย่ำงหนึ่งที่คณะ กรรมกำรปฏิรป และคณะกรรมกำร ู อำหำรแห่ ง ชำติ เ สนอไว้ คื อ กำร ใช้มำตรกำรทำงภำษี และกำรเข้ำ แทรกแซงกลไกตลำดที่ดินผ่ำนทำง คณะกรรมการนโยบายที่ ดิ น เพื่ อ การเกษตรแห่งชาติ และ ธนาคาร ทีดน นอกจำกนี้ จะต้องมีระบบข้อมูล ่ ิ ทีดนทีทนสมัย จ�ำกัดเพดำนขนำดถือ ่ ิ ่ ั ครองทีดนประเภทต่ำงๆ เพือป้องกัน ่ ิ ่ กำรผูกขำด กำรปฏิรูปกำรถือครอง ที่ดินนั้น จะต้องก�ำหนดเป็นวำระ แห่งชำติ ทางอาหาร ❝ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ส�าหรับประเทศไทยปัจจุบัน สิ่งที่ดีที่สุดที่ต้องท�าคือปฏิรูปการเกษตร ❞ ที่ดี สนับสนุนระบบกำรผลิตอำหำร ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริม เกษตรอินทรีย์และเกษตรทำงเลือก รูปแบบอืนๆ ให้แพร่หลำยกว้ำงขวำง ่ 3. พัฒนาประสิทธิภาพการผลิต อาหาร ส่ ง เสริ ม ให้ เ กษตรกรสร้ ำ ง นวัตกรรม และน�ำเอำเทคโนโลยี รวม ทั้งปัจจัยกำรผลิตที่มีอยู่ ในท้องถิ่น มำใช้ สนับสนุนกำรรวมกลุ่มกันของ ำ ำใช้ เกษตรกรเพื่อสร้ ำงควำมเข้มแข็ง ในกำรผลิต และมีอ�ำนำจต่อรองใน ตลำด ก�ำหนดพื้นที่ท�ำกำรเกษตร (zoning) ให้ เ หมำะสมกั บ สภำพ ทรัพยำกร ควำมต้องกำรในสังคม ร รในสั 2. บริ ห ารจั ด การทรั พ ยากร และวิถีชีวิตของชุมชน การเกษตร 1. ปฏิรูปการถือครองที่ดิน เกษตรกรจ�ำนวนหลำยแสน ครัวเรือนไร้ที่ท�ำกิน หรือมีที่ท�ำกิน ไม่พอ และมีแนวโน้มว่ำเกษตรกร กลุมนีจะเพิมจ�ำนวนมำกขึนในอนำคต ่ ้ ่ ้ พัฒนำดิน น�้ำ และป่ำไม้ ให้ ำไม้ มีคณภำพ เหมำะสมกับควำมต้องกำร ุ ของกำรผลิตอำหำร จัดหำแหล่งน�้ำ ให้เพียงพอ ส่งเสริมให้เกษตรกร ใช้ ท รั พ ยำกรดิ น และน�้ ำ อย่ ำ งมี ประสิทธิภำพ ให้ชุมชนมีส่วนร่วมใน กำรอนุรกษ์ปำต้นน�ำ ป่ำชำยเลน และ ั ่ต ้ ป่ำชุมชน และปรับปรุงคุณภำพดิน และน�ำเพือกำรเกษตรให้อยู่ ในสภำพ ้ ่ 4. สร้างความปลอดภัยในระบบ การผลิตอาหาร ลดกำรใช้สำรเคมีในกำรเกษตร ร รใช้ ห้ำมน�ำเข้ำและห้ำมใช้สำรเคมีทมพษ ม ี่ ี ิ ร้ำยแรง มีมำตรกำรควบคุมกำรใช้ ร รใช้ สำรเคมี ในกำรเกษตร รวมทั้ ง มำตรกำรตรวจสอบสำรพิษตกค้ำง ในผักและผลไม้อย่ำงเข้มงวดสม�ำเสมอ ่ ลดกำรน�ำเข้ำสำรเคมีและปุ๋ยเคมี 110 สุขภาพคนไทย 2555 การเกษตร พร้อมกับส่งเสริมการผลิต เข้มแข็งและหลากหลาย เพื่อสร้าง 9. สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา และการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ให้กว้างขวาง มูลค่าเพิมแก่ผลผลิต และลดการพึง เทคโนโลยีและนวัตกรรมตลอด ่ ่ ห่วงโซ่อาหาร ยิ่งขึ้น พิงการส่งออกสินค้าเกษตร ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา 5. สร้างความสมดุล 7. ส่ ง เสริ ม เกษตรที่ เ อื้ อ ต่ อ คุณภาพดิน น�า และการใช้ทรัพยากร ้ ความมั่นคงทางอาหาร พั ฒ นาให้ เ กิ ด ความสมดุ ล เกษตรให้มีประสิทธิภาพ ประหยัด มุ่งให้ครัวเรือน ชุมชน และ ระหว่างเกษตรเพื่อความมั่นคงทาง และเกิดประโยชน์สูงสุด เผยแพร่ อาหารของครั ว เรื อ นและชุ ม ชน ท้องถิ่นเป็นหน่วยผลิตอาหารที่พึ่ง ความรู้และการท�าเกษตรที่ ได้ผลดี ซึงเน้นความหลากหลายของผลผลิต ตนเองได้ โดยยึดแนวทางเศรษฐกิจ ไปสู่เกษตรกรในวงกว้าง วิจัยและ ่ กับเกษตรเชิงพาณิชย์ทเน้นการผลิต พอเพียง ส่งเสริมเกษตรที่เอื้อต่อ พั ฒ นานวั ต กรรมและเทคโนโลยี ี่ เพื่อสนองความต้องการของตลาด ความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งใน การเกษตรที่ เ หมาะสม วิ จั ย และ ด�าเนินการให้เกิดความสมดุลระหว่าง แง่ของชนิดอาหารและสายพันธุ์พืช พัฒนาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ ให้ดีขึ้น ั การผลิตพืชอาหารกับพืชพลังงาน และสัตว์ อนุรกษ์และพัฒนาสายพันธุ์ อยู่เสมอ เพิ่มทุนการศึกษาวิจัยด้าน ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีความต้องการ ที่เป็นเอกลักษณ์ประจ�าถิ่น มีคุณค่า การเกษตรทังในภาครัฐและภาคเอกชน ้ พื้นที่เพาะปลูกพืชมากขึ้นในอนาคต ทางโภชนาการและคุณค่าทางสมุนไพร ก�าหนดนโยบายและแผนงาน 6. ท� า อาชี พ การเกษตรให้ มี 8. ปรั บ ปรุ ง ระบบการกระจาย 10.นอาหารของชาติ ที่ ป ระชาชน ด้ า อาหารที่มีประสิทธิภาพ ความมั่นคง มีส่วนร่วม อาชี พ เกษตรต้ อ งมี ร ายได้ เพียงพอแก่การเลียงชีพ และเกษตรกร ้ ในฐานะผู ้ ผ ลิ ต อาหารเลี้ ย งคนทั้ ง ประเทศต้ อ งมี ห ลั ก ประกั น ที่ จ ะมี คุณภาพชีวตทีดี มีศกดิศรี ไม่นอยกว่า ิ ่ ั ์ ้ ผู้ประกอบอาชีพอื่น เพื่อจูงใจคนรุ่น ใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมี ฝีมอเข้าสูอาชีพการเกษตร มีมาตรการ ื ่ ทีเ่ ป็นรูปธรรมและยังยืนเพือลดต้นทุน ่ ่ และเพิมรายได้ของเกษตรกร ส่งเสริม ่ อุตสาหกรรมอาหารในประเทศให้ กระจายอาหารสู ่ ผู ้ บ ริ โ ภค อย่างมีประสิทธิภาพ เพือให้ประชาชน ่ สามารถเข้าถึงอาหารได้สะดวก โดย การปรับปรุงใน 2 ด้านหลัก คือ ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการ ขนส่งให้มีความสะดวก ปลอดภัย รวดเร็ว และราคาต�า เช่น การขนส่ง ่ ระบบราง และปรับปรุงกลไกตลาด เพื่อให้ผู้บริ โภคเข้าถึงอาหารได้ ใน ราคาที่ เ ป็ น ธรรม ปราศจากการ ครอบง�าและการผูกขาด สร้างมาตรการทางกฎหมาย เพื่อวางกรอบในการพัฒนาเกษตร ของชาติ และกรอบความปลอดภัย ทางอาหาร มีมาตรการรับมือวิกฤติ อาหาร ในยามเกิดภัยพิบัติ เกิดโรค ระบาด หรือเมื่อโลกเกิดวิกฤติ และ มีมาตรการปกป้องผลประโยชน์ของ เกษตรกรอย่างเพียงพอ ภายใต้ความ สัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ และการเปิดเสรีการค้า แม้รายได้จากภาคเกษตรจะมีสดส่วนเพียงไม่ถงร้อยละ 10 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ั ึ (GDP) แต่ภาคเกษตรก็มความส�าคัญสูงยิง ส�าคัญยิงกว่ารายได้ทเป็นเม็ดเงินหรือทรัพย์สนใดๆ เพราะ ี ่ ่ ี่ ิ คุณค่าจริงแท้ของภาคเกษตรไม่ ได้อยูทเงิน แต่อยูทการผลิตอาหารหล่อเลียงชีวตมนุษย์ เกษตรจึงเป็น ่ ี่ ่ ี่ ้ ิ “ฐานของชีวิต” ซึ่งรองรับสุขภาวะและเชื่อมร้อยทุกมิติเข้าด้วยกัน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ในยุคที่ โลกก�าลังหวันไหวเพราะวิกฤติทางอาหารซึงเกิดถีขนอย่างเช่นทุกวันนี้ สังคมทีมความมันคง ่ ่ ่ ึ้ ่ ี ่ ทางอาหารคือ สังคมทีร�่ารวยและมีอ�านาจ แต่ถาเกษตรซึงเป็นฐานใหญ่ของระบบผลิตอาหารไม่มนคง ่ ้ ่ ั่ ชีวิตคนก็ ไม่มั่นคง สังคมก็ ไม่มั่นคง แม้จะมีเงินทองหรือสมบัติอื่นมากมายก็ตาม สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียง มายา อาหารและสุขภาพต่างหากคือของจริงส�าหรับชีวิต ภาคผนวก 111 ภาคผนวก เอกสารอ้างอิง ตัวชี้วัดประชากรไทยกับสุขภาพ 1. โครงสร้างประชากรและการเปลี่ยนแปลง ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2503). ส�ำมะโนประชำกรและเคหะ พ.ศ. 2503. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2513). ส�ำมะโนประชำกรและเคหะ พ.ศ. 2513. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2523). ส�ำมะโนประชำกรและเคหะ พ.ศ. 2523. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2533). ส�ำมะโนประชำกรและเคหะ พ.ศ. 2533. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2543). ส�ำมะโนประชำกรและเคหะ พ.ศ. 2543. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2553). ส�ำมะโนประชำกรและเคหะ พ.ศ. 2553: รำยงำนผล ล่วงหน้ำ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2552). รำยงำนผลกำรส�ำรวจกำรย้ำยถิ่นของประชำกร พ.ศ. 2551. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2553). รำยงำนผลกำรส�ำรวจกำรย้ำยถิ่นของประชำกร พ.ศ. 2552. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. นำยแพทย์สวทย์ วิบลผลประเสริฐ. บรรณำธิกำร. (2554). รำยงำนกำรสำธำรณสุขไทย ุิ ุ พ.ศ. 2551-2553. กรุงเทพมหำนคร: โรงพิมพ์องค์กำรสงเครำะห์ทหำรผ่ำนศึก. 5. การย้ายถิ่นระหว่างประเทศกับสุขภาพ ฝ่ำยทะเบียนและสำรสนเทศ ส�ำนักบริหำรแรงงำนต่ำงด้ำว กระทรวงแรงงำน (2555). ข้อมูลสถิติรำยปี. สืบค้นเมื่อ มกรำคม 2555 จำก ส�ำนักบริหำรแรงงำนต่ำงด้ำว wp.doc.go.th/annual-statistic. วิทินี บุญชะลักษี, เฉลิมพล แจ่มจันทร์, จรัมพร โห้ล�ำยอง, กัญญำ อภิพรชัยสกุล, และ พงศ์ศักดิ์ หมื่นศักดำ. (2555). กำรส�ำรวจข้อมูลพื้นฐำน ควำมรู้ ทัศนคติ และ กำรปฏิบตตนเกียวกับวัณโรค ประชำกรไทย ประชำกรข้ำมชำติ และกลุมชำติพนธุ์ ั ิ ่ ่ ั พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ: ณัฐกรเพลท. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2553). ส�ำมะโนประชำกรและเคหะ พ.ศ. 2553: รำยงำนผล ล่วงหน้ำ. ส�ำนักระบำดวิทยำ กรมควบคุมโรค กระทรวงสำธำรณสุข. (2554). สรุปรำยงำนกำรเฝ้ำ ระวังโรค พ.ศ. 2553. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักระบำดวิทยำ กระทรวงสำธำรณสุข อัญชนำ ณ ระนอง, วิโรจน์ ณ ระนอง และ ศิรชัย จินดำรักษ์. (2552). รำยงำนฉบับ สมบูรณ์ โครงกำรศึกษำวิจยแนวทำงกำรพัฒนำศูนย์กลำงสุขภำพของประเทศไทย ั (Thailand Medical Hub). ม.ป.ท. Anchana Na Ranong และ Viroj NaRanong. (2011).”The effects of medical tourism: Thailand’s experience”. Bulletin of World Health Organization. vol. 89: pp. 336-344 Cha-aim Pachanee and Suwit Wibulpolprasert. (2006). Incoherent policies on universal coverage of health insurance and promotion of international trade in health services in Thailand: Health Policy and Planning. Published by Oxford University Press in association with The London School of Hygiene and Tropical Medicine. Retrieve http://heapol.oxfordjournals.org/ cgi/reprint/czl017v1 Huguet, J.W. and Chamratrithirong, A. (2011). Thailand Migration Report 2011. Bangkok: International Organization Migration. 2. การเกิด ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2503). ส�ำมะโนประชำกรและเคหะ พ.ศ. 2503. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2513). ส�ำมะโนประชำกรและเคหะ พ.ศ. 2513. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2523). ส�ำมะโนประชำกรและเคหะ พ.ศ. 2523. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2533). ส�ำมะโนประชำกรและเคหะ พ.ศ. 2533. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2536). รำยงำนกำรส�ำรวจทัศนคติของประชำกรเกี่ยวกับภำวะ ทำงสังคม พ.ศ. 2536. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2543). ส�ำมะโนประชำกรและเคหะ พ.ศ. 2543. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส� ำ นั ก งำนสถิ ติ แ ห่ ง ชำติ . (2553). กำรส� ำ รวจอนำมั ย กำรเจริ ญ พั น ธุ ์ พ.ศ. 2552. กรุงเทพมหำนคร. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2553). ส�ำมะโนประชำกรและเคหะ พ.ศ. 2553: รำยงำนผล ล่วงหน้ำ. Kamnuansilpa, P. and Chamratrithirong, A. (1985). Contraceptive use and fertility in Thailand: Results from the 1984 contraceptive prevalence survey. Bangkok: National Institute of Development Administration. Knodel, J, Chamratrithirong, A. National Research Council (U.S.). Committee on Population and Demography. Panel on Fertility Determinants (1982). Fertility in Thailand; Trends, Differentials and Proximate Determinatns. Report No. 13, Committee on Population and Demography, Washington D.C.: National Academy Press, p. 18. Prasartkul, P., Vapattanawong, P., Thongthai, V. (2011). “Fertility Transition and Its Impact” in Jones. G. and Im-em, W. (editors). Impact of Demographic Change in Thailand. Bangkok: UNFPA Thailand. 6. คุณภาพชีวิตและการพัฒนามนุษย์ ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ. 2554. ตัวชี้วัดรำยงำน ภำวะสังคม เข้ำถึงออนไลน์ http://social.nesdb.go.th/SocialStat/Stat Default_Final.aspx Quality of Life Index, 2011 by International Living; http://www1.international living.com/qofl2011/show_country.php?country= Thailand 7. ก�าลังแรงงานและมิติทางเศรษฐกิจ ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ. (2550). คำดประมำณ ประชำกรของประเทศไทย พ.ศ. 2543-2573. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำน คณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ. ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ. (2554). สถำนกำรณ์ ควำมยำกจนและควำมเหลื่อมล�้ำของประเทศไทย ปี 2553. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ. ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ. (ม.ป.ป.). รำยได้ประชำชำติ ของประเทศไทย ฉบับปี พ.ศ. 2552. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนคณะกรรมกำร พัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2544). กำรส�ำรวจภำวะกำรท�ำงำนของประชำกร ไตรมำส 1 พ.ศ. 2544. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2549). กำรส�ำรวจภำวะกำรท�ำงำนของประชำกร ไตรมำส 1 พ.ศ. 2549. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2550). กำรส�ำรวจภำวะกำรท�ำงำนของประชำกร ไตรมำส 1 พ.ศ. 2550. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2552). กำรส�ำรวจภำวะกำรท�ำงำนของประชำกร ไตรมำส 1 พ.ศ. 2552. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2554). กำรส�ำรวจภำวะกำรท�ำงำนของประชำกร ไตรมำส 1 พ.ศ. 2554. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. 3. การเจ็บป่วยและการตาย แพทย์หญิงเยำวรัตน์ ปรปักษ์ขำม และแพทย์หญิงพรพันธุ์ บุญยรัตพันธุ์. บรรณำธิกำร. (2549). กำรส�ำรวจสภำวะสุขภำพอนำมัยของประชำชนไทยโดยกำรตรวจร่ำงกำย ครังที่ 3 พ.ศ. 2546-2547. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนกิจกำรโรงพิมพ์องค์กำรสงเครำะห์ ้ ทหำรผ่ำนศึก ในพระบรมรำชูปถัมภ์. Global Health Observatory (GHO). World Health Organization. (2011). Retrieved November 30, 2011, from World Health Organization: http://www.who. int/gho/countries/en/. 4. การย้ายถิ่นในประเทศกับสุขภาพ ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2546). รำยงำนผลกำรส�ำรวจกำรย้ำยถิ่นของประชำกร พ.ศ. 2545. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2548). รำยงำนผลกำรส�ำรวจกำรย้ำยถิ่นของประชำกร พ.ศ. 2547. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2549). รำยงำนผลกำรส�ำรวจกำรย้ำยถิ่นของประชำกร พ.ศ. 2548. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2550). รำยงำนผลกำรส�ำรวจกำรย้ำยถิ่นของประชำกร พ.ศ. 2549. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส� ำ นั ก งำนสถิ ติ แ ห่ ง ชำติ . (2551). รำยงำนผลกำรส� ำ รวจกำรย้ ำ ยถิ่ น ของประชำกร พ.ศ. 2550. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. 8. ครอบครัวและการเกื้อหนุนทางสังคม กระทรวงสำธำรณสุข และ Japan International Cooperation Agency. (ม.ป.ป.). โครงกำร พัฒนำรูปแบบบริกำรสุขภำพและสวัสดิกำรสังคมเชิงบูรณำกำรโดยชุมชนส�ำหรับ ผู้สูงอำยุในประเทศไทย. เอกสำรแผ่นพับ. มูลนิธิสถำบันวิจัยและพัฒนำผู้สูงอำยุ. ติดต่อขอข้อมูลประกอบตำรำงรูปแบบกำรดูแล ผู้สูงอำยุในชุมชน ในเดือนมกรำคม 2555. สมำคมสภำผู้สูงอำยุแห่งประเทศไทยฯ. ติดต่อขอข้อมูลประกอบตำรำงรูปแบบกำรดูแล ผู้สูงอำยุในชุมชน ในเดือนมกรำคม 2555. ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ. (2554). ระบบฐำนข้อมูล ด้ำนสังคมและคุณภำพชีวิต. สืบค้นเมื่อ 30 พฤศจิกำยน 2554 จำก ส�ำนักงำน คณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ http://social.nesdb.go.th/ social/ 112 สุขภาพคนไทย 2555 ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ. (ม.ป.ป.). การติดตาม ประเมินผลการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10. กรุงเทพมหำนคร: ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ และส�ำนักงำนพัฒนำนโยบำยสุขภำพระหว่ำงประเทศ. (2554). มิติหญิงขาย. กรุงเทพมหำนคร: บริษัท จรัญสนิทวงศ์ กำรพิมพ์ จ�ำกัด. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2503). ส�ามะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2503. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2513). ส�ามะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2513. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2523). ส�ามะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2523. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2533). ส�ามะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2533. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2543). ส�ามะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2543. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2553). ส�ามะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2553: รายงานผล ล่วงหน้า. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2554). ส�ารวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความรู้และ ทัศนคติที่มีต่อผู้สูงอายุ พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. อนำมัยผู้สูงอำยุ กรมอนำมัย. ติดต่อขอข้อมูลประกอบตำรำงรูปแบบกำรดูแลผู้สูงอำยุ ในชุมชน ในเดือนมกรำคม 2555. 9. ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยำกรธรรมชำติและสิงแวดล้อม. (2554). (ร่าง) รายงาน ่ สถานการณ์มลพิษของไทย ปี 2553. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมมลพิษ. ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ. (2552). รำยงำน กำรศึกษำ โครงการส�ารวจความคิดเห็นและทัศนคติทางสังคมรายไตรมาส เรื่อง ภาวะโลกร้อนกับสังคมไทย. ม.ป.ท. ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. (2553). ส�ามะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2553: รายงานผล ล่วงหน้า. ส�ำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหำนคร และ องค์กำรควำมร่วมมือระหว่ำงประเทศของญี่ปุ่น. (ม.ป.ป.). คู่มือ คลายร้อนให้ โลก (ที่) รัก. ไม่ระบุสถำนที่พิมพ์. The World Bank. (2011). World Development Indicators. Retrieve November 30, 2011 from Carbon Dioxide Information Analysis Center. The United States. http://data.worldbank.org/indicator. The World Bank. (2011). World Development Indicators. Retrieve November 30, 2011 from International Energy Agency. The United States. http://data. worldbank.org/indicator. 10. ระบบบริการสุขภาพ ส�ำนักงำนพัฒนำนโยบำยสุขภำพระหว่ำงประเทศ. (2553). บัญชีรายจ่ายสุขภาพแห่งชาติ ของประเทศไทย พ.ศ. 2545-2551 (ฉบับปรับปรุง). นนทบุรี: ส�ำนักงำนพัฒนำ นโยบำยสุขภำพระหว่ำงประเทศ. Bundhamcharoen, K., Patcharanarumol, W., Pagaiya, N., and Tangcharoensathien, V. (2011). “Demographic and Health Transition: Health Systems Challenges and Future Direction”. In Impacts of Demographic Changes in Thailand. UNFPA and NESDB. Limwattananon, C., Limwattananon, S., Sakulpanit, T., Greetong, T, Mills, A., and Tangcharoensathien, V. (2010). Different provider payment methods: variation in clinical practice, lessons from Thailand. n.p. United Nations Population Fund. (2011). Impacts of Demographic Changes in Thailand. UNFPA and NESDB. 8. “มหำอุทกภัย 2554” NATIONAL GEOGRAPHIC. ธันวำคม 2554. 9. “ทวิดำ นักวิชำกำรด้ำนกำรจัดกำรภัยพิบัติ วิพำกษ์ ศปภ.ฯ”. www.tcijthai.com/ investigative-story/944. 25 ตุลำคม 2554. 10. ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์. “วิกฤติที่เกิดจำกควำมล้มเหลวของผู้น�ำ”. www.prasong.com. 4 พฤศจิกำยน 2554. 11. “ครั้งแรกของโลก เหยื่อน�้ำท่วมฟ้องรัฐ”. ไทยโพสต์. 18 ธันวำคม 2554. 12. “ยกเครืองกำรสือสำรภำครัฐกูวกฤติศรัทธำ ฝ่ำอุทกภัย”. กรุงเทพธุรกิจ. 8 พฤศจิกำยน ่ ่ ้ิ 2554. 13. “ธงทอง โฆษกแก้วิกฤติ ศปภ”. มติชน. 30 ตุลำคม 2554. 14. “ลือว่อนเน็ต! ศปภ.ฟำดหัวคิวงบถุงยังชีพ 20-50%”. ASTV ผู้จดการ. 5 พฤศจิกำยน ั 2554. 15. “ปชช.มั่นใจโกงถุงยังชีพ เล็งถอดถอน 2 รมต. 2 สส.” ไทยโพสต์. 14 พฤศจิกำยน 2554. 16. สถำบันสำรสนเทศทรัพยำกรน�้ำและกำรเกษตร (องค์กำรมหำชน). บันทึกเหตุการณ์ มหาอุทกภัยปี 2554. http://www.thaiwater.net/current/flood54.html. 17. “เทียบข้อมูลฝนจำกดำวเทียม หำสำเหตุวิกฤติน�้ำท่วม 2554”. มติชน. 1 พฤศจิกำยน 2554. 18. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล. “ข้อเสนอตั้งกก.อิสระสืบหำ-สรุปข้อเท็จจริงเหตุน�้ำท่วม และ ปฏิกรยำต่อบทควำม “ดร.ชินวัชร์ สุรสวดี”., มติชนออนไลน์. 3 พฤศจิกำยน 2554. ิิ ั [http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1320241807&grpid =no&catid=02] 19. “ธีระสำรภำพปิดเขื่อนรอเกี่ยวข้ำว”. ไทยโพสต์. 11 พฤศจิกำยน 2554. 20. “กฟผ.ชี้ 5 ปมข้อสังสัย ข้อเท็จจริงเรืองกำรระบำยน�ำฯ”. กรุงเทพธุรกิจ. 3 พฤศจิกำยน ่ ้ 2554. 21. “กทม. หวันเปิดประตูคลองพระยำสุเรนทร์ทำน�ำท่วมสำยไหม”. โพสต์ทเดย์. 1 ธันวำคม ่ � ้ ู 2554. 22. ณัฐนันท์ อิทธิยำภรณ์. “ภูมิปัญญำชำวฝั่งธนฯ ใช้คลองรำชมนตรีดึงน�้ำออกทะเล ไม่ต้องผ่ำนเจ้ำพระยำ”. ศูนย์ข่าวสารนโยบายสาธารณะ ส�านักข่าวอิสรา. 31 ตุลำคม 2554. http://www.thaireform.in.th/index.php?option=com_flex icontent&view=items&id=6621:2011-10-31-15-31-53 23. “รอยล จิตรดอน แนะแบ่งบล็อกรับน�้ำ เลิกคิดแบบเดิม”. โพสต์ทูเดย์สุดสัปดาห์. 17 ธันวำคม 2554. 24. “ดร.รอยล จิตรดอน ถอดบทเรียนน�ำท่วมประเทศไทย”. มติชน. 24 พฤศจิกำยน 2554. ้ 25. “2012: ควำมขัดแย้งสังคมน่ำกลัวกว่ำภัยพิบัติ”. ไทยโพสต์. 11 ธันวำคม 2554. 26. “เสรี ศุภรำทิตย์: บทเรียนน�้ำท่วม ประชำชนต้องลงมือถอดรหัส”, อ้ำงแล้ว. 27. คือ (1) พ.ร.ก.ให้อำนำจกระทรวงกำรคลังกูเงินเพือกำรวำงระบบบริหำรจัดกำรน�ำและ � ้ ่ ้ สร้ำงอนำคตประเทศ พ.ศ. 2555 วงเงิน 350,000 ล้ำนบำท ส�ำหรับแผนแม่บท กำรบริหำรจัดกำรน�้ำของประเทศ และกำรป้องกันน�้ำท่วม (2) พ.ร.ก.ปรับปรุง กำรบริหำรหนี้เงินกู้ที่กระทรวงกำรคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อกำรฟื้นฟูและ พัฒนำระบบสถำบันกำรเงิน พ.ศ. 2555 เพื่อดูแลสัดส่วนกำรช�ำระหนี้ และหนี้ สำธำรณะของประเทศ ให้เอื้อต่อกำรกู้เงินเพิ่มเติมของรัฐบำล (3) พ.ร.ก.กองทุน ส่งเสริมกำรประกันภัยพิบัติ พ.ศ. 2555 โดยจัดตั้งกองทุนส่งเสริมกำรประกันภัย พิบัติ 50,000 ล้ำนบำท เพื่อให้บริษัทรับประกันภัยต่อของต่ำงชำติมั่นใจในกำร รับท�ำประกันภัยบริษัทที่ตั้งในประเทศไทยมำกขึ้น และ (4) พ.ร.ก.กำรให้ควำม ช่วยเหลือทำงกำรเงินแก่ผู้ที่ ได้รับควำมเสียหำยจำกอุทกภัย พ.ศ. 2555 เป็นเงิน กูดอกเบียต�ำ 300,000 ล้ำนบำท ส�ำหรับผูประกอบกำรขนำดกลำงและขนำดย่อม ้ ้ ่ ้ และประชำชนรำยย่อย 28. “นำยกฯ แถลงแผนแม่บทกำรบริหำรจัดกำรน�้ำของรัฐบำล”. ศูนย์ข่าวสารนโยบาย สาธารณะ ส�านักข่าวอิสรา. 20 มกรำคม 2555. สืบค้นเมื่อ 31 มกรำคม 2555, จำก http://www.thaireform.in.th/multi-dimensional-reform/2011-12-0805-21-57/item/6988-2012-01-20-07-50-31.html. 2. ‘วังน�้าเขียวโมเดล’ ภาพสะท้อนปัญหาคน-ป่า-ที่ดิน 1. โดยชี้วัดจำกเฟิร์นชนิดหนึ่งที่ต้องกำรอำกำศธรรมชำติสูงมำกๆ พบได้ ในป่ำที่มีระดับ โอโซนเบอร์ 7 และมีผนำเฟิรนดังกล่ำวมำทดลองปลูกทีวงน�ำเขียวแล้วเจริญเติบโต ู้ � ์ ่ั ้ ได้ดี จึงอนุมำนว่ำวังน�้ำเขียวมีควำมบริสุทธิ์ของอำกำศหรือโอโซนอันดับ 7 ของ โลกโดยปริยำย. ใน “หนีเสือปะจระเข้ วังน�้ำเขียว-เขำแผงม้ำ ซื้อที่ “ส.ป.ก.-ภบท. 5” ผุดรีสอร์ต ?”. แผนงานสนับสนุนความมันคงทางอาหาร. 20 กรกฎำคม 2554. ่ สืบค้นจำก http://www.food-resources.org/news/20/07/11/12385. 2. “ชวนน้องดูนก-ดูแมลงที่สะแกรำช “แหล่งสงวนชีวมณฑล” แห่งแรกของไทย”. ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 10 มกรำคม 2554. 3. “แห่สัมผัสหนำววังน�้ำเขียว คำดสะพัด 30 ล.”. คมชัดลึก. 23 มกรำคม 2554. 4. “เขำใหญ่ฮอต รำคำที่ดินพุ่ง 40% เผย CP ทุนใหญ่กวำด “วังน�้ำเขียว””. ASTV ผู้จัดการรายวัน. 8 กุมภำพันธ์ 2554. 5. “3 หน่วยงำนขยำยผลยึดคืนที่ปำจ้องรื้อ ‘เขำค้อ-เชียงใหม่-ภูเก็ต’”. ประชาชาติธุรกิจ. ่ 23 กรกฎำคม 2554. 6. “อุทยำนฯ ลั่นรื้อรีสอรต์รุกป่ำอย่ำงเดียว-วอนเข้ำใจ”. ไทยรัฐ. 22 กรกฎำคม 2554. 7. “3 หน่วยงำนขยำยผลยึดคืนที่ปำจ้องรื้อ ‘เขำค้อ-เชียงใหม่-ภูเก็ต’”. ประชาชาติธุรกิจ. ่ 23 กรกฎำคม 2554. 8. “10 ข่ำวเกษตร-สิ่งแวดล้อมเด่นในรอบปี 54”. แนวหน้า. 30 ธันวำคม 2554. 9. “ผู้ว่ำฯ โครำชแนะ ‘ให้เช่ำ’ แก้รุกที่ ปลัด ทส. สุ่มดูพื้นที่ฮุบเขำทั้งลูก”. มติชน. 28 กรกฎำคม 2554. 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 1. มหาอุทกภัยในรอบ 100 ปี สัญญาณเตือนให้ปรับตัว 1. “มหำอุทกภัย เสียหำยยับ 1 ล้ำนล้ำน”. กรุงเทพธุรกิจ. 21 พฤศจิกำยน 2554. 2. “ภัยพิบัติปี 2554 ท�ำโลกเจ๊งสุด”. โพสต์ทูเดย์. 17 ธันวำคม 2554. 3. อุทกภัยในประเทศไทย 2554. www.thwikipedia.org. และรำยงำนศูนย์สนับสนุน กำรอ�ำนวยกำรและกำรบริหำรสถำนกำรณ์ อุทกภัย วำตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) ณ วันที่ 20 มกรำคม 2555. 4. “นำยกฯ แถลงแผนแม่บทกำรบริหำรจัดกำรน�้ำของรัฐบำล”. ศูนย์ข่าวสารนโยบาย สาธารณะ ส�านักข่าวอิสรา. 20 มกรำคม 2555. สืบค้นเมื่อ 31 มกรำคม 2555, จำก http://www.thaireform.in.th/multi-dimensional-reform/2011-1208-05-21-57/item/6988-2012-01-20-07-50-31.html 5. “มหำอุทกภัย เสียหำยยับ 1 ล้ำนล้ำน”, อ้ำงแล้ว. 6. ศูนย์ภูมิอำกำศ ส�ำนักพัฒนำอุตุนิยมวิทยำ. “ภัยพิบัติทำงธรรมชำติ ปี 2554”. www. weather.go.th. 7. “เสรี ศุภรำทิตย์: บทเรียนน�ำท่วม ประชำชนต้องลงมือถอดรหัส”. ไทยโพสต์. 4 ธันวำคม ้ 2554. ภาคผนวก 113 10. “คนวังน�้ำเขียวผวำถูกไล่ที่ขู่ก่อม็อบจี้รัฐแก้ปัญหำ”. ไทยโพสต์. 28 กรกฎำคม 2554. 11. “คนวังน�้ำเขียวลุกฮือต้ำนรื้อรีสอร์ต”. ASTV ผู้จัดการรายวัน. 4 สิงหำคม 2554. 12. “คนวังน�้ำเขียวฮือปิดถนน-ล่ำชื่อต้ำน”. คมชัดลึก. 5 สิงหำคม 2554. 13. “433 รีสอร์ทผุดกลำงป่ำ”. กรุงเทพธุรกิจ. 18 มกรำคม 2555. 14. “แง้มวังน�้ำเขียวโมเดล เอำจริงหรือโมเดลซื้อเวลำ”. โพสต์ทูเดย์. 31 กรกฎำคม 2554. 15. อภิชำต ทองอยู่. “ใครบุกรุกท�ำลำย ‘วังน�้ำเขียว’”. ไทยโพสต์. 30 กรกฎำคม 2554. 16. “‘วังน�้ำเขียวโมเดล’ ถึงเวลำทวงผืนป่ำคืนจำกกลุ่มทุน”. แนวหน้า. 8 สิงหำคม 2554. 17. สฤณี อำชวำนันทกุล. “ควำมเหลือมล�ำฉบับพกพำ”. ส�ำนักงำนปฏิรป (สปร.) (มีนำคม 2554) ่ ้ ู 18. “ผูวำฯ โครำชบินดูรสอร์ทรุกป่ำจริง หนุนคืนป่ำสูธรรมชำติ อัด ขรก. มีเอียวให้ทำผิด”. ้่ ี ่ ่ � คมชัดลึก. 24 กรกฎำคม 2554. 19. มิ่งสรรพ์ ขำวสอำด. “นโยบำยที่ดินป่ำไม้ถึงเวลำต้องสังคำยนำ”. มติชน. 7 กันยำยน 2554. 20. “ส.ป.ก. เร่งแก้ กม.ปฏิรูปที่ดินสอดรับสถำนกำรณ์ปัจจุบัน”. แนวหน้า. 23 สิงหำคม 2554. 21. “เอกสำรสิทธิที่ดินในเขต สปก. ของเกษตรกร”. โพสต์ทูเดย์. 22 สิงหำคม 2554. 3. สิทธิปฏิเสธการรักษา เมื่อความตายคือทางเลือกของศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ 1. “ค้ำนประกำศิตตำย ส.ส.-ส.ว. โดดขวำง หวั่นสังคมปั่นป่วน”. บ้านเมือง. 27 มีนำคม 2545. 2. “แพทย์กำรุณยฆำตสู่สิทธิในกำรเลือกทำงตำย”. แนวหน้า. 11 มิถุนำยน 2554. 3. อมรำ สุนทรธำดำ และหทัยรัตน์ เสียงดัง. 2549. “วำระสุดท้ำยแห่งชีวิตและสิทธิ กำรตำย” ใน ภาวะการตาย...ภาพสะท้อนความมั่นคงทางประชากร. กฤตยำ อำชวนิจกุล และวรชัย ทองไทย (บรรณำธิกำร). นครปฐม: ส�ำนักพิมพ์ประชำกร และสังคม. 4. ณัฐกร วิทิตำนนท์. “สิทธิในกำรตำย”. กรุงเทพธุรกิจ. 22 กุมภำพันธ์ 2550. 5. ““สิทธิกำรตำย” เรื่องใหม่ของคนไทย” เมษำยน 2550. สืบค้นจำก http://www. oknation.net/blog/print.php?id=29498. 6. “สิทธิกำรตำย เสรีภำพของผู้ป่วย บนทำงแพร่งของสังคม”. ASTV ผู้จัดการรายวัน. 1 มิถุนำยน 2553. 7. “โพลล์หนุน “กำรุณยฆำต” ช่วยผู้ป่วยตำยพ้นทรมำน”. แนวหน้า. 28 มิถุนำยน 2545. 8. ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน. “เจตจ�ำนงครั้งสุดท้ำยของคนไข้ขอใช้สิทธิเลือกตำย”. โพสต์ ทูเดย์. 28 พฤษภำคม 2554. 9. “แพทยสภำยืนกรำนค้ำนสิทธิตำย ชี้อยู่หรือตำยเงินเป็นปัจจัยหลัก”. กรุงเทพธุรกิจ. 6 เมษำยน 2545. 10. “จ่อคิวคลอด กม. ให้ ‘คนไข้’ มีสิทธิเลือกตำย-สงบ”. เดลินิวส์. 12 กันยำยน 2548. 11. “แพทยสภำค้ำน ‘จดหมำยเจตนำตำย’”. ไทยรัฐ. 9 มิถุนำยน 2554. 12. “แพทย์รุมถล่ม กม.ขอใช้สิทธิ์ตำย”. ไทยโพสต์. 11 มิถุนำยน 2554. 13. “มติอนุฯ สิทธิกำรตำย แพทยสภำชง รมว.สธ. ใหม่ แก้ 4 ข้อหลัก”. มติชน. 2 สิงหำคม 2554. 14. ธิดำมนต์ พิมพำชัย. “แพทยสภำ-หมออำวุโส ถกกฎหมำย ‘สิทธิกำรตำยอย่ำงสงบ’”. ศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน. 13 กรกฏำคม 2554. สืบค้นจำก http://www.isranews. org/community-news/ประชำนิยม-ประชำคม/23-community-network/2816แพทยสภำ---หมออำวุโส-ถกกฎหมำย-“สิทธิกำรตำยอย่ำงสงบ”.html. 2. ส�ำนักกำรประชำสัมพันธ์ต่ำงประเทศ กรมประชำสัมพันธ์. 2554. ประเทศไทยกับ อาเซียน. กรุงเทพฯ: กรมประชำสัมพันธ์ ส�ำนักนำยกรัฐมนตรี, หน้ำ 111-112. 3. เพิ่งอ้ำง, หน้ำ 112-113. 4. กลุ่มงำนนโยบำย กรมอำเซียน กระทรวงต่ำงประเทศ, อ้ำงแล้ว, หน้ำ 113-114. 5. ส�ำนักกำรประชำสัมพันธ์ตำงประเทศ กรมประชำสัมพันธ์, อ้ำงแล้ว, หน้ำ 145, 167-168, ่ 170, 190. 6. “อำเซียนคืบหน้ำทั้งช้ำทั้งเร็ว สู่ประชำคมอำเซียนในปี 2558”. แนวหน้า. 1 กันยำยน 2554. 7. “ธีระชัยย�ำหันสิทธิบี โอไอ แลกลดภำษีรบมือ “เออีซ””. กรุงเทพธุรกิจ. 6 กันยำยน 2554. ้ ่ ั ี 8. ส�ำนักกำรประชำสัมพันธ์ตำงประเทศ กรมประชำสัมพันธ์, อ้ำงแล้ว, หน้ำ 161. ่ 9. กำรุณันทน์ รัตนแสนวงษ์. “โอกำสที่ ไทยต้องรีบคว้ำ กำรศึกษำกับประชำคมอำเซียน”. ไทยโพสต์. 19 มกรำคม 2554. 10. ”ลงมติปรับปฏิทินมหำ’ลัยสำกล”. ไทยโพสต์. 26 ธันวำคม 2554. 1.1 “ประธำนทปอ.มรภ.เมินเลื่อนเปิดเทอมชี้ ไร้สำระ”. คมชัดลึก. 9 สิงหำคม 2554. 12. เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว. “ถ้ำจะเลื่อนเปิดเทอมมหำวิทยำลัยต้องท�ำอะไรต่อ”. กรุงเทพ ธุรกิจ. 12 สิงหำคม 2554. 13. “แนะทุกสถำบันเพิ่มทักษะภำษำอังกฤษ ‘สุรินทร์’ ห่วงไทยไม่พร้อมแข่งอำเซียน”. ฐานเศรษฐกิจ. 5 พฤษภำคม 2554. 14. “ภำษำอังกฤษคนไทยอยู่อันดับ 43 ในเอเชีย”. มติชน. 31 สิงหำคม 2554. 15. ส�ำลี รักสุทธี. “เมื่อกระทรวงศึกษำธิกำร...ให้ (บังคับ) ครูและนักเรียนต้องพูดภำษำ อังกฤษ”. มติชน. 1 มกรำคม 2555. 16. วัสยศ งำมข�ำ. “เปิดปม 6 ปัญหำหลักอำชญำกรรมอำเซียน”. โพสต์ทูเดย์. 17 ตุลำคม 2554. 6. สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา: การสู้รบสงบลง แต่ปัญหา ยังไม่จบสิ้น 1. “1 troop killed, 4 injured in renewed skirmish”. The Nation (online). 5 February 2011.; “What happen and when”, The Nation (online). 8 February 2011.; “ทบ.ปูนบ�ำเหน็จ 9 ขั้นพร้อมเลื่อนยศพันตรี ให้สิบเอกธนำกร พูลเพิ่ม”. อ.ส.ม.ท., 9 กุมภำพันธ์ 2554.; “10 Thai Troops injured in Surin after ‘soft weapon clash’ on border”. The Nation (online). 1 May 2011. 2. “Cambodian PM says 24 Cambodians killed in border clashes with Thailand since 2008”. Xinhua. 21 June 2011. 3. ค�ำพิพำกษำศำลยุติธรรมระหว่ำงประเทศ ส�ำนวนแปลของกระทรวงกำรต่ำงประเทศ ปรำกฏใน บวรศักดิ์ อุวรรณโณ. แฉเอกสารลับที่สุดปราสาทพระวิหาร พ.ศ. 2505-2551. กรุงเทพฯ: มติชน, 2551. หน้ำ 116. 4. เพิ่งอ้ำง, หน้ำ 249. 5. มติคณะกรรมกำรมรดกโลกครั้งที่ 32 ที่ 32COM 8B.102. 7 July 2008. 6. “Thailand wants Preah Vihear sign removed”. The Nation. 23 January 2011. 7. “Cambodia replaces controversial stone tablet”. The Nation. 26 January 2011. 8. “Cambodia removes second provocative tablet”. The Nation. 17 January 2011. 9. “Cambodia refuses to remove pagoda or flag”. The Nation. 2 February 2011. 10. ถ้อยแถลงของสมเด็จฮุน เซน นำยกรัฐมนตรีกัมพูชำ ในงำนแจกปริญญำบัตร มหำ วิทยำลัยนอร์ตัน พนมเปญ. 7 กุมภำพันธ์ 2554. 11. “อภิสทธิ์ โทรบันคีมน เขมรละเมิดใช้พระวิหำรยิงถล่มไทย”. มติชน. 9 กุมภำพันธ์ 2554. ิ ู 12. “Court hands JBC minutes back to parliament”. The Nation. 31 March 2011. 13. Request for interpretation of the judgement of 15 June 1962 in the case concerning the temple of Preah Vihear. 28 April 2011. 14. International Court of Justice’s order on the request for the indication of provisional measure. 18 July 2011. 15. “Thai doctor to treat Veera in Phnom Penh prison”. The Nation. 3 December 2011. 16. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ. “แถลงกำรณ์ร่วมไทย-กัมพูช ำ: กำรขึ้นทะเบียนปรำสำท พระวิหำรฯ กับมำตรำ 190 ของรัฐธรรมนูญ”. มติชน. 1 กรกฎำคม 2551. 4. “ปฏิรูปประเทศไทย” ภารกิจถอนต้นไม้พิษ ที่ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน 1. สฤณี อำชวำนันทกุล. “ควำมเหลือมล�ำฉบับพกพำ”. ส�ำนักงำนปฏิรป (สปร.). มีนำคม 2554. ่ ้ ู 2. นิธิ เอียวศรีวงศ์. “ควำมเหลื่อมล�้ำ”. มติชนสุดสัปดาห์. ฉบับที่ 1567 (27 สิงหำคม2 กันยำยน) 2553. 3. ““อำนันท์-ประเวศ” ตั้งเป้ำลดเหลื่อมล�้ำในสังคม”. คมชัดลึก. 18 มิถุนำยน 2553. 4. ““คปร.” ชีควำมเหลือมล�ำ 5 ด้ำนต้นตอปัญหำของชำติ”. คมชัดลึก. 13 กรกฎำคม 2553. ้ ่ ้ 5. คณะกรรมกำรปฏิรป (คปร.). “แนวทำงกำรปฏิรปประเทศไทย ข้อเสนอต่อพรรคกำรเมือง ู ู และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง”. ส�ำนักงำนปฏิรูป (สปร.). 3 กรกฎำคม 2554. 6. “ปิดประชุมสมัชชำปฏิรูปได้ 9 ประเด็นลดเหลื่อมล�้ำ”. คมชัดลึก. 26 มีนำคม 2554. 7. สฤณี อำชวำนันทกุล. อ้ำงแล้ว. 8. คณะกรรมกำรปฏิรูป (คปร.), อ้ำงแล้ว. 9. ““อำนันท์” ชงตั้งงบ 5 แสนล้ำน หนุนปฏิรูปที่ดินแก้เหลื่อมล�้ำ”. กรุงเทพธุรกิจ. 28 กุมภำพันธ์ 2554. 10. “คปร. แนะปฏิรูปกำรบริหำรท้องถิ่น”. โพสต์ทูเดย์. 18 เมษำยน 2553. 11. “ตำมคำด “อำนันท์” แถลง คกก.ปฏิรูปประเทศลำออกยกชุด”. ไทยรัฐ. 14 พฤษภำคม 2553. 12. “เทศกำลปฏิรูปประเทศกลับมำอีกแล้ว”. คมชัดลึก. 22 มิถุนำยน 2553. 13. “เอแบคโพลล์ ชี้ ปชช. ไม่เชื่อมั่นแผนปฏิรูปประเทศ”. กรุงเทพธุรกิจ. 14 มิถุนำยน 2553. 7. ค้านขึ้นทะเบียน 4 สารเคมีอันตราย 1. “แกะรอย 6 ยักษ์ ใหญ่ ค้ำสำรเคมีขำมชำติ”. คมชัดลึก. 8 กันยำยน 2554. ้ 2. “มัจจุรำชสีจำง วิกฤตยำฆ่ำแมลง”. คมชัดลึก. 3 ตุลำคม 2554. 3. ฝ่ำยข้อมูล มูลนิธิชีววิถี. “ฟ้องศำลปกครองสั่งถอนผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมกำรวัตถุ อันตรำย”. 7 กุมภำพันธ์ 2554. สืบค้นจำก www.biothai.net/node/7341. 4. รพิจันทร์ ภูมิสัมบรรณ. 2554. “ข้อมูลพื้นฐำนของสำรเคมีก�ำจัดศัตรูพืชเฝ้ำระวัง 4 ชนิด”. เอกสำรประกอบกำรประชุมวิชำกำร กำรเฝ้ำระวังสำรเคมีทำงเกษตร 16-17 มิถุนำยน 2554. 5. เพิ่งอ้ำง. 6. “แกะรอย 6 ยักษ์ ใหญ่ ค้ำสำรเคมีขำมชำติ”, อ้ำงแล้ว. ้ 7. “ชงภำษีพิเศษ บ.เคมีพิษ ท�ำกองทุนรักษำชำวนำ”. คมชัดลึก. 21 พฤศจิกำยน 2554. 8. เพิ่งอ้ำง. 9. “9 กฎเหล็ก ห้ำมผ่ำน 4 สำรพิษ เปิดใจ อธิบดีกรมวิชำกำรเกษตร”. คมชัดลึก. 22 กันยำยน 2554 10. “เครือข่ำยเกษตรบุกกระทรวง จี้ยกเลิกสำรเคมี 4 ชนิด”. อ้ำงแล้ว. 11. “2 สมำคมยักษ์คุมเคมีเกษตรหมื่นล้ำน”. คมชัดลึก. 30 พฤศจิกำยน 2554. 12. “จับตำสำรเคมีก�ำจัดศัตรูพืชขำดหนัก ชี้ขึ้นทะเบียนไม่ทัน 22 ส.ค. ตำม กม.”. ASTV ผู้จัดการรายวัน. 18 เมษำยน 2554. 5. วิ่งสู้ฟัด! สานฝันสู่ “ประชาคมอาเซียน” 1. กลุมงำนนโยบำย กรมอำเซียน กระทรวงต่ำงประเทศ. 2550. ประชาคมอาเซียน. สืบค้น ่ เมื่อ 10 มกรำคม 2555, จำก http://www.mfa.go.th/asean/ASEAN%20 Main.pdf.; กองอำเซียน 1 กรมอำเซียน กระทรวงต่ำงประเทศ. 2553. แผนงาน การจัดตังประชาคมการเมืองและความมันคงอาเซียน. กรุงเทพฯ: สมำคมประชำชำติ ้ ่ แห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้. “เอแบคโพลล์ ชี้ ปชช. ไม่เชือมันแผนปฏิรปประเทศ”. ่ ่ ู กรุงเทพธุรกิจ. 14 มิถุนำยน 2553. 114 สุขภาพคนไทย 2555 13. “กรมวิชำกำรเกษตรเสนอเลิกน�ำเข้ำสำรเคมีอันตรำย 4 ชนิด”. http://news.thaipbs. or.th. 10 กันยำยน 2554. 14. “พิษสำรเคมีตกค้ำง วำระชำติ วำระชีวิตคนไทย”. ไทยโพสต์. 6 กุมภำพันธ์ 2554. 10. BOI กับนโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างความเข้มแข็ง ต่อระบบสุขภาพ 1. ดวงกมล สจิรวัฒนำกุล. “ดันแผน “เมดิคัล ฮับ” ดึงผู้ป่วยนอก สร้ำงไทย “ศูนย์กลำง สุขภำพโลก””. กรุงเทพธุรกิจ. 6 พฤษภำคม 2553. 2. “สบส. เน้นนโยบำย 4 ด้ำนผลักดัน Medical Hub”. มติชน. 24 กันยำยน 2553. 3. เป็นองค์กรภำยใต้มลนิธสถำบันวิจยนโยบำยเศรษฐกิจกำรคลัง ในกำรก�ำกับของกระทรวง ู ิ ั กำรคลัง 4. “BOI จ้ำงคลังศึกษำยกระดับสิทธิประโยชน์ดันไทยเมดิคอลฮับ”. ประชาชาติธุรกิจ. 11 สิงหำคม 2553. 5. “บอร์ดบี โอไอยกเครือง เอือลงทุนอุตสำหกรรมสุขภำพ”. ไทยรัฐ. 25 พฤศจิกำยน 2553. ่ ้ 6. ““อัมมำร” ด่ำเปิง “เมดิคัลฮับ” ไอเดียเลวที่สุด ท�ำระบบสำธำรณสุขไทยป่วน”. ไทยโพสต์. 30 ตุลำคม 2553. 7. “เสนอตั้งกองทุน “เมดิคัลฮับ””. มติชน. 25 พฤศจิกำยน 2553. 8. “ชี้นโยบำยอุตสำหกรรมสุขภำพขัดรัฐธรรมนูญ สช. ห่วงเร่งธุรกิจโตกระทบคนไทยชงเข้ำ คสช. 24 ธ.ค.”. คมชัดลึก. 9 ธันวำคม 2553. 9. “นำยกฯ สั่งระงับ BOI ธุรกิจ รพ.”. ไทยโพสต์. 25 ธันวำคม 2553. 10. “วำงเกณฑ์อุตฯ สุขภำพ 4 ด้ำน สถำนพยำบำล-บริษัทยำมีเฮ”. มติชน. 30 มิถุนำยน 2554. 11. ดวงกมล สจิรวัฒนำกุล. “สช. ชงกรอบลงทุนอุตฯ สุขภำพ เบรก “บี โอไอ” เร่ง “เมดิคัลฮับ””. กรุงเทพธุรกิจ. 3 กรกฎำคม 2554. 8. ได้เวลาลงหลักปักฐาน โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย 1. “กำรแพทย์แผนไทยในยุคแห่งอรุณรุง”. ASTV ผูจดการรายวัน. 16 และ 24 กุมภำพันธ์ ่ ้ั 2554. 2. โครงกำรแพทย์แผนไทย มหำวิทยำลัยรำมค�ำแหง. “ประวัติเวชกรรมแผนไทย”. www. ttmp.ru.ac.th/km/ประวัติเวชกรรมแผนไทย.htm. 3. “กว่ำจะมำเป็นกรมพัฒนำกำรแพทย์แผนไทยและกำรแพทย์ทำงเลือก”. สยามรัฐ. 7 ตุลำคม 2554. 4. มูลนิธสขภำพไทย. “บัญชียำหลักแห่งชำติจำกสมุนไพร”. สืบค้นจำก www.thaihof.org/ ิ ุ page/บัญชียำหลักแห่งชำติจำกสมุนไพร 5. “กลัวสมุนไพรไทยสูญพันธุ์ สธ.เร่งแผนคุ้มครอง”. ไทยรัฐ. 14 พฤศจิกำยน 2554. 6. “ขึนทะเบียนรับรองหมอพืนบ้ำนป้องกันสูญหำย ต่ำงชำติฮบ”. คมชัดลึก. 25 พฤศจิกำยน ้ ้ ุ 2554. 7. “วิทยำ ดันใช้แพทย์แผนไทยทุกรพ. หวังลดน�ำเข้ำยำนอกปีละ 5 พันล้ำน”. โพสต์ทูเดย์. 1 กันยำยน 2554. 8. “จีตงสถำบันยำแผนไทยอุมผูประกอบกำร เพิมศักยภำพแข่งตลำดอำฟต้ำ”. ฐานเศรษฐกิจ. ้ ั้ ้ ้ ่ 22-24 กันยำยน 2554. 9. “อึง คนไทยใช้ยำมูลค่ำสูงกว่ำ 1.3 แสนล้ำนบำท”. ASTV ผูจดการรายวัน. 19 สิงหำคม ้ ้ั 2554. 10. วิชัย โชควิวัฒน (บรรณำธิกำร). กระชากหน้ากากธุรกิจยาข้ามชาติ. แพทย์หญิงมำร์ เชีย แอนเจลล์ (เขียน). กรุงเทพฯ: หมอชำวบ้ำน, 2549. 11. วิชัย โชควิวัฒน (บรรณำธิกำร). อุบายขายโรค. เรย์ มอยนิฮำน และอลัน คำสเซลล์ (เขียน). กรุงเทพฯ: หมอชำวบ้ำน, 2550. 12. “จุดตัดส�ำคัญสมุนไพรยำไทยแห่งชำติ”. ASTV ผู้จัดการรายวัน. 20 เมษำยน 2553. 13. สมัชชำสุขภำพแห่งชำติ. “โรงพยำบำลแพทย์แผนไทยแห่งแรก ปฏิรูประบบสุขภำพ ชุมชน-คนไทย”. 5 พฤษภำคม 2553. สืบค้นจำก www.gotoknow.org/blogs/ posts/372009. 14. “ตั้งรพ.แพทย์แผนไทยแห่งแรก เพิ่มทำงเลือก-อนุรักษ์ภูมิปัญญำ”. กรุงเทพธุรกิจ. 29 มีนำคม 2553. 15. “สธ.เปิดรพ.แผนไทย 9 แห่ง”. ไทยโพสต์. 24 มีนำคม 2554. 16. “กำรแพทย์แผนไทย”. www.th.wikipedia.org/wiki/กำรแพทย์แผนไทย. 17. “ไทยกับทรัพย์สนภูมปญญำ ควำมรู้ ไม่ทนกลโกงของผูฉวยโอกำส”. 2 สิงหำคม 2550. ิ ิ ั ั ้ สืบค้นจำก http://www.oknation.net/blog/buzz/2007/08/02/entry-1 18. “ภูมิปัญญำไทยยังเสี่ยงถูกต่ำงชำติฮุบ จับตำ 13 สมุนไพร-นวด-ฤำษีดัดตนถูกลอบ จดทะเบียน”. ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 4 พฤษภำคม 2552. สืบค้นจำก http:// www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000049489. 19. “เร่งออกกฎหมำยสกัดฉกภูมิปัญญำไทย จี้ท�ำฐำนข้อมูลภูมิปัญญำไทย”. ไทยโพสต์. 5 กันยำยน 2554. 20. “จุดตัดส�ำคัญสมุนไพรยำไทยแห่งชำติ”. อ้ำงแล้ว. 21. "‘ไทย’ ผูนำกำรแพทย์ดงเดิมอำเซียน มิติใหม่ทำงกำรแพทย์ทำงเลือกระหว่ำงประเทศ". ้� ั้ ASTV ผู้จัดการรายวัน. 24 สิงหำคม 2554. 4 ผลงานดีๆ เพื่อสุขภาพคนไทย 1. แพทย์แผนไทยคว้ารางวัลเหรียญทองอาหารเสริมสกัดจากเวที ประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ ไข่-มะตูม รักษำโรค คว้ำรำงวัลนำนำชำติ!. (2554, 28 เมษำยน). ไทยโพสต์. แพทย์แผนไทยคว้ำรำงวัล. (2554, 28 เมษำยน). โลกวันนี้. แพทย์แผนไทยคว้ำรำงวัลระดับโลก. (2554, 29 เมษำยน). เดลินิวส์. แพทย์แผนไทยน�ำสำรสกัด “ไข่แดง-ผลมะตูม” คว้ำรำงวัลจำกเจนีวำ. (2554, 27 เมษำยน). ASTV ผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 10 มกรำคม 2555, จำก http://www. manager.co.th/science/viewnews.aspx?NewsID=9540000051895. แพทย์แผนไทยคว้ำรำงวัลเหรียญทอง เจนีวำ 2011. ข่าวประชาสัมพันธ์ ส�านักงาน คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ วช.. สืบค้นเมื่อ 10 มกรำคม 2555, จำก http:// pr.nrct.go.th/home/91-pr-news-3.html. หมอบุณย์ แพทย์แผนไทยเจ๋งคว้ำรำงวัลระดับโลก. สืบค้นเมื่อ 10 มกรำคม 2555, จำก http://www.snaturepay.com/snatur-news/thai-traditional-medicine/. 2. ส�านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สนับสนุนงบประมาณ กว่า 170 ล้านบาท เพื่อดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ สปสช.ทุ่ม 170 ล้ำน บริกำรผู้สูงอำยุ. (2554, 10 เมษำยน). ไทยรัฐออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 10 มกรำคม 2555, จำก http://www.thairath.co.th/content/edu/162808. ทุ่มงบ 170 ล้ำน ท�ำ 4 พันโครงกำรสนับสนุนผู้สูงอำยุไทย. (2554, 11 เมษำยน). ASTV ผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 11 มกรำคม 2555, จำก http://www.manager. co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9540000044811. 9. บัตรประชาชนเด็กกับโจทย์ที่ ไม่ถูกตอบ? 1. ส�ำนักเลขำธิกำรคณะรัฐมนตรี. หนังสือเวียนเลขที่ นร 0504/ว172 เรื่องกำรจัดท�ำ บัตรประจ�ำตัวประชำชนแบบอเนกประสงค์. 11 กรกฎำคม 2546. 2. สัมภำษณ์ โดยทีมงำนสุขภำพคนไทย เมื่อวันที่ 12 มกรำคม 2555. 3. พระรำชกฤษฎีกำให้ ใช้ค�ำน�ำหน้ำนำมสตรี พ.ศ. 2460. 4. มำตรำ 6 ทวิ วรรคแรก บัตรให้ ใช้ ได้นับแต่วันออกบัตรและมีอำยุแปดปีนับแต่วันเกิด ของผู้ถือบัตรที่ถึงก�ำหนดภำยหลังจำกวันออกบัตร 5. มำตรำ 5 วรรคแรก ผู้มีสัญชำติไทยซึ่งมีอำยุตั้งแต่เจ็ดปีบริบูรณ์ แต่ ไม่เกินเจ็ดสิบปี บริบูรณ์และมีชื่อในทะเบียนบ้ำนต้องมีบัตรตำมที่ก�ำหนดในพระรำชบัญญัตินี้ 6. “มท. ดีเดย์ 10 ก.ค.ท�ำบัตร ปชช.เด็ก 7 ปี”. คมชัดลึก. 6 กรกฎำคม 2554. 7. “ดีเดย์ 10 ก.ค. ท�ำบัตรประชำชนเด็ก จัดรถบริกำรถึงโรงเรียน”. 8 กรกฎำคม 2554. สืบค้นจำก http://hilight.kapook.com/view/58807. 8. “เด็กชนเผ่ำม้งท�ำบัตรประชำชน ท่ำมกลำงบรรยำกำศคึกคัก”. http://www.thainews70. com. 11 กรกฎำคม 2554. 9. ““7 ขวบ” ตัวตนเด็กไทย ได้เวลำบัตรประชำชนรุ่นใหม่”. ASTV ผู้จัดการรายวัน. 5 กรกฎำคม 2554. 10. “เดินหน้ำ 7 ขวบท�ำบัตรประชำชน เด็กหรือผู้ ใหญ่ ใครได้ประโยชน์”. http://www. phoncharoen.net. 8 กรกฎำคม 2554. 11. “ควำมพิลึกของสังคมไทย เมื่อเด็ก 1 ขวบ (จะ) มีบัตรประชำชน”. ASTV ผู้จัดการ รายวัน. 11 ตุลำคม 2554. 12. “เดินหน้ำ 7 ขวบท�ำบัตรประชำชน เด็กหรือผู้ ใหญ่ ใครได้ประโยชน์”. อ้ำงแล้ว. 13. “ก�ำชับเข้ม ’ทะเบียนรำษฎร’ สกัดเด็กต่ำงด้ำวสวมบัตรปชช.”. คมชัดลึก. 12 พฤษภำคม 2554. 3. หอการค้าตั้ง “ภาคีเครือข่ายภาคเอกชนต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชั่น” ดุสิต นนทะนำคร ผู้จุดประกำย สร้ำงภำคีตำนคอร์รัปชั่น. (2554, 31 ธันวำคม). โพสต์ ้ ทูเดย์. แผน Clean Thailand DIY ภำคีเครือข่ำยต่อต้ำน ‘คอร์รัปชั่น. (2554, 16 ธันวำคม). มติชนสุดสัปดาห์. เทียบผลส�ำรวจ ‘คอร์รัปชั่น’ ปัญหำใหญ่แต่คนสนใจน้อย. (2554, 15 ธันวำคม). กรุงเทพ ธุรกิจ. หอกำรค้ำฯ ลงสัตยำบันไม่จำยใต้ โต๊ะ. (2554, 11 ธันวำคม). คมชัดลึก. ่ ตั้ง ‘ประมนต์’ ประธำนภำคีคอร์รัปชั่นฯ. (2554, 8 ตุลำคม). มติชน. คนไทยห่วงปำกท้องนิ่งเฉยแก้คอร์รัปชั่น. (2554, 15 กันยำยน). โพสต์ทูเดย์. เดินหน้ำปลุกต้ำน ‘คอร์รัปชั่น’ ดุสิตใช้หอกำรค้ำตั้งศูนย์รับร้องเรียนส่งปปช. ฟัน. (2554, 4 สิงหำคม). ไทยโพสต์. ตะลึงคอร์รัปชั่นชั่นไทยแรงเข้ำขั้นโคม่ำ หอกำรค้ำชี้อีก 5 ปีมูลค่ำกำรทุจริตสูงถึง 5 แสน ล./ปี. (2554, 30 มิถุนำยน). ข่าวสด. ไทยคอร์รัปชั่น 3 แสนล้ำน/ปี ปลุกต้ำนโกง. (2554, 30 มิถุนำยน). ไทยโพสต์. สภำหอกำรค้ำแห่งประเทศไทย. ภำคีเครือข่ำยต่อต้ำนคอร์รัปชั่นจับมือสื่อเชิญชวนร่วม โครงกำร. สืบค้นเมื่อ 11 มกรำคม 2555, จำก สภำหอกำรค้ำแห่งประเทศไทย เว็บไซต์: http://www.thaichamber.org/scripts/detail.asp?nNEWSID=4699 4. โครงการส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ติวเข้มชำวมุสลิมก่อนเดินทำงไปพิธีฮัจย์. (2554, 17 กันยำยน). แนวหน้า. Muslim Today. ศอ.บต.ปรับกำรสนับสนุนคนดีมคณธรรม. สืบค้นเมือ 13 มกรำคม 2555, ี ุ ่ จำก เว็บไซต์ http://www.muslimtoday.in.th/?modules=article&id=601 ภาคผนวก 115 ส�ำนักข่ำวไทยมุสลิม. ศอ.บต. ส่งผูเดินทำงไปท�ำฮัจย์ตำมโครงกำรส่งเสริมคนดีมคณธรรม ้ ี ุ ที่สนำมบินหำดใหญ่. สืบค้นเมื่อ 13 มกรำคม 2555, จำก ส�ำนักข่ำวไทยมุสลิม เว็บไซต์: http://www.thaimuslim.com/view.php?c=9&id=16326 ส�ำนักข่ำวไทยมุสลิม. ศอ.บต.หนุนโครงกำรส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมแก่มุสลิม 5 จชต.ไป ท�ำฮัจย์ทซำอุฯ. สืบค้นเมือ 13 มกรำคม 2555, จำก ส�ำนักข่ำวไทยมุสลิม เว็บไซต์: ี่ ่ http://www.thaimuslim.com/overview.php?c=1&id=5541 ศูนย์อำนวยกำรบริหำรจังหวัดชำยแดนใต้. ศอ.บต.พบปะผู้ ไปประกอบพิธฮจย์หลังเดินทำง � ีั กลับ พร้อมสรุปผลกำรด�ำเนินโครงกำรฯ. สืบค้นเมื่อ 13 มกรำคม 2555 จำก ศูนย์อ�ำนวยกำรบริหำรจังหวัดชำยแดนใต้ เว็บไซต์: http://www.sbpac.go.th/ index.php?cmd=news&cate_id=1&mode=detail&id=1020 ส�ำนักข่ำวมุสลิมไทยโพสต์. ผู้ ได้รับคัดสรรตำมโครงกำรส่งเสริมคนดี มีคุณธรรมใน จชต. ไปประกอบพิธีฮัจย์ ขอบคุณรัฐบำลที่ช่วยเหลือประชำชนในพื้นที่. สืบค้นเมื่อ 13 มกรำคม 2555, จำก ส�ำนักข่ำวมุสลิมไทยโพสต์ เว็บไซต์: http://www. muslimthaipost.com/muslimthai/main/index.php?page=view&category=19 &id=4786 กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลำง และแอฟริกำ. โครงกำรส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมในจังหวัด ชำยแดนภำคใต้ ไปประกอบพิธฮจย์ประจ�ำปี 2554. สืบค้นเมือ 13 มกรำคม 2555, ีั ่ จำก กระทรวงกำรต่ำงประเทศ เว็บไซต์: http://sameaf.mfa.go.th/th/news/ detail.php?ID=2573&SECTION=EMB_ACT ศูนย์อำนวยกำรบริหำรจังหวัดชำยแดนใต้. ผลกำรด�ำเนินงำนทีสำคัญของ ศอ.บต. ประจ�ำ � ่ � เดือนตุลำคม 2554. สืบค้นเมือ 13 มกรำคม 2555, จำก ศูนย์อำนวยกำรบริหำร ่ � จังหวัดชำยแดนใต้ เว็บไซต์: http://www.sbpac.go.th/files/download/ 20111203224446hisne.pdf ความมั่นคงทางอาหาร แหล่งข้อมูลบุคคล อาจารย์อนุช อาภาภิรม โครงกำรวำรสำรวิจยเพือกำรพัฒนำเชิงพืนที่ ส�ำนักงำนกองทุน ั ่ ้ สนับสนุนกำรวิจัย (สกว.) นายแพทย์ศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ ส�ำนักงำนกองทุนสนับสนุนกำรสร้ำงเสริมสุขภำพ (สสส.) คุณวิฑูรย์ เลี่ยนจ�ารูญ มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) ต�ำบลไทรม้ำ อ.เมือง จ.นนทบุรี คุณเดชา ศิริภัทร มูลนิธิข้ำวขวัญ ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี วรำภรณ์ ปัญญำวดี. (2550). เศรษฐศาสตร์วาด้วยนโยบายสารเคมีเกษตร The Economic ่ of Agricultural Chemical Policy. Environment and Natural Resources Journal Vol.5, No.2, Dec 2007. วันชัย ตันติวิทยำพิทักษ์. (2541). ม.จ. สิทธิพร กฤดำกร “เงินทองเป็นของมำยำ ข้ำวปลำ เป็นของจริง”. สารคดี. ปีที่ 14 ฉบับที่ 159, พฤษภำคม 2541. วิฑูรย์ เลี่ยนจ�ำรูญ. (2554). ปฏิรูปเกษตรกรรมเพื่อความมั่นคงทางอาหาร: บทวิเคราะห์ และปฎิบัติการทางนโยบาย. นนทบุรี: มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI). วิฑูรย์ เลี่ยนจ�ำรูญ, สุริยนต์ ธัญกิจจำนุกิจ และคณะ. (2551). จากปฎิวัติเขียวสู่ พันธุวิศวกรรม: บทเรียนส�าหรับอนาคตเกษตรกรรมไทย. นนทบุรี: มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI). วิทยำ เจียรพันธุ์. (2553). หนี้สินเกษตรกรไทย. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนกองทุนสนับสนุน กำรวิจัย (สกว.) ศยำมล ไกยูรวงศ์ และคณะ. (2549). ข้อพิพาทและความขัดแย้งปัญหาทีดนในประเทศไทย. ่ ิ กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนกองทุนสนับสนุนกำรวิจัย (สกว.). ส�ำนักงำนโครงกำรพัฒนำแห่งสหประชำชำติประจ�ำประเทศไทย. (2552). ความมันคงของ ่ มนุษย์ ในปัจจุบันและอนาคต รายงานการพัฒนาของประเทศไทย ปี 2552. กรุงเทพฯ: ส�านักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจ�าประเทศไทย ส�ำนักงำนเศรษฐกิจกำรเกษตร. (2553). สถิติการเกษตรของประเทศไทย ปี 2552 Agricultural Statistics of Thailand 2009. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนเศรษฐกิจ กำรเกษตร. อนุช อำภำภิรม. (2546). สถานการณ์และแนวโน้มอาหาร: ถึงเวลาสร้างนโยบายอาหาร แห่งชาติ. กรุงเทพฯ: บริษัท ซีทู มีเดีย จ�ำกัด. อนุช อำภำภิรม. (2554). กำรเกษตรสมัยใหม่: ควำมส�ำเร็จและวิกฤติ. มติชนสุดสัปดาห์. ปีที่ 32 ฉบับที่ 1634, 9-15 ธันวำคม 2554. อิทธิพล ศรีเสำวลักษณ์ และคณะ. (2549). การจัดการที่ดินระดีบท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนกองทุนสนับสนุนกำรวิจัย (สกว.). ข้อมูลจากเว็บไซต์ คหกำรเกษตร. (2011). สำรเคมีก�ำจัดศัตรูพืช หลัง 22 สิงหำคม 2554. สืบค้นจำก [10379]. วันที่ 19 กุมภำพันธ์ 2555. ฝ่ำยข้อมูล มูลนิธชววิถ.ี (2554). บทบาทของบรรษัทเกษตรและอาหาร กับการเปลียนแปลง ิี ่ ชนบทและสังคมไทย. สืบค้นจำก [http://www.biothai.net/node/10889]. วันที่ 15 ธันวำคม 2554. พระรำชบัญญัตวตถุอนตรำย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. (2551). สืบค้นจำก [http://www.chemtrack. ิั ั org/Law/Diw-M-2551.pdf]. วันที่ 12 ตุลำคม 2554. ภำณุเบศร์ มหำเรือนขวัญ. (2554). เกษตรพันธสัญญำกับใบอนุญำตละเมิดสิทธิเกษตรกร รำยย่ อ ย. สื บ ค้ น จำก [http://mgr.manager.co.th/Daily/ViewMews. aspx?NewsID=9540000165028]. วันที่ 28 ธันวำคม 2554. ภำณุเบศร์ มหำเรือนขวัญ. (2554). ปฏิรูประบบเกษตรกรรมเพื่อความมั่นคงของคุณภาพ ชีวิตเกษตรกร. สืบค้นจำก [http://www.manager.co.th/Daily/Viewnews. aspx?NewsID=95400001831&T]. วันที่ 30 ธันวำคม 2554. ภำณุเบศร์ มหำเรือนขวัญ. (2554). ปฏิรประบบสารเคมีเกษตรเพือพลิกวิกฤตคุณภาพชีวต ู ่ ิ คนไทยราคาถูก. สืบค้นจำก [http://www.manager.co.th/Daily/Viewnews. aspx?NewsID=9540000109572]. วันที่ 30 ธันวำคม 2554. วิฑูรย์ เลี่ยนจ�ำรูญ และรพิจันทร์ ภูริสัมบรรณ. (2554). สถานการณ์ปัญหาสุขภาพของ เกษตรกร และการควบคุมสารก�าจัดศัตรูพืช. สืบค้นจำก [http://www.biothai. net/node/6139]. วันที่ 19 ธันวำคม 2554. สุริยนต์ ธัญกิจจำนุกิจ, จิรำวัฒน์ ปำนเพ็ง, ณัฐรี ตั้งยงตระกูล, และนวรถ ปะรักมะสิทธิ์. (2553). วิถีชีวิตชาวนาภาคกลาง: แนวนโยบายสู่ภาพสุดท้ายของการพัฒนา. วารสารเศรษฐกิจและสังคม. ปีที่ 47 ฉบับที่ 2 (เมษำยน-มิถุนำยน 2553) หน้ำ 15-19. นนทบุรี: ส�ำนักงำนพัฒนำเศรฐกิจและสังคมภำคกลำง. เอกสารภาษาไทย กฤษฎำ บุณชัย, บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์, วิฑูรย์ เลี่ยนจ�ำรูญ และอนุช อำภำภิรม. (2550). แนวความคิดและนโยบายฐานทรัพยากรอาหาร. นนทบุร:ี มูลนิธชววิถี (BIOTHAI). ิี กลุ่มติดตำมบทบำทบรรษัท. (2552). ซีพีกับเกษตรกรรมไทย. นนทบุรี: มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI). กลุมสถิตเิ ศรษฐกิจครัวเรือน ส�ำนักงำนสถิตแห่งชำติ. (2546). รายงานผลเบืองต้นส�ามะโนครัว ่ ิ ้ เกษตรกร พ.ศ. 2546. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนสถิติแห่งชำติ. คณะกรรมกำรปฏิรูป. (2554). แนวทางการปฏิรูปประเทศไทยข้อเสนอต่อพรรคการเมือง และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง. นนทบุรี: ส�ำนักงำนปฏิรูป (สปร.). คณะกรรมกำรอำหำรแห่งชำติ. (2554). กรอบยุทธศาสตร์การจัดการด้านอาหารของ ประเทศไทย. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงำนกองทุนสนับสนุนกำรเสริมสร้ำงสุขภำพ (สสส.). คณะท�ำงำนควำมมั่นคงทำงอำหำร. (2539). นโยบายสาธารณะนัยต่อความมั่นคงทาง อาหาร เปิดเสรีการลงทุนอาเซียน: ผลกระทบต่อเกษตรกร ฐานทรัพยากร และ ภาคเกษตรกรรมไทย. นนทบุร:ี มูลนิธชววิถี (Biothai), มูลนิธชวตไทย (PRAFA), ิี ิีิ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน, เครือข่ำยเกษตรกรรมทำงเลือก. เบญจพรรณ เอกะสิงห์, จิรวรรณ กิจชัยเจริณ, และพรสิริ สืบพงษ์สังข์. (2554). ความ เสียงในการเกษตรระบบพันธะสัญญาในจังหวัดเชียงใหม่และล�าพูน: ผลกระทบต่อ ่ เกษตรกรรายย่อย ความเชื่อมโยงต่อนโยบายสาธารณะ. บทควำมน�ำเสนอในเวที วิชำกำรเรือง สร้ำงควำมเป็นธรรม ในระบบเกษตรพันธะสัญญำ วันที่ 23 ธันวำคม ่ 2554 ณ อำคำรศูนย์ประชุม สถำบันวิจัยจุฬำภรณ์ฯ กรุงเทพมหำนคร. ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์, นุศรำพร เกษสมบูรณ์, และนำถธิดำ วีระปรียำกูร. (2547). 6 สาร เคมีอนตราย: ภัยคุกคามสุขภาพคนไทย. นนทบุร:ี เครือข่ำยสำขำนโยบำยกำรเกษตร ั และชนบท, แผนงำนวิจัยและพัฒนำนโยบำยสำธำรณะเพื่อสุขภำพและระบบกำร ประเมินผลกระทบทำงสุขภำพ (HPP-HIA), และสถำบันวิจัยระบบสำธำรณสุข (สวรส.). พิบล อิสสระพันธุ.์ (2554). สถานการณ์การเจ็บป่วยด้วยโรคจากการใช้สารเคมีกาจัดศัตรู ู � พืชในประเทศไทย. ในเอกสำรประกอบกำรประชุมวิชำกำรเพื่อกำรเฝ้ำระวังสำร เคมีทำงกำรเกษตร. วันที่ 16-17 มิถุนำยน 2554 ณ โรงแรมเซ็นจูรี่พำร์ค กรุงเทพมหำนคร. เพิมศักดิ์ มกรำภิรมย์. (2554). ลดควำมเหลื่อมล�ำด้วยกำรจ�ำกัดกำรถือครองทีดน. มติชน ่ ้ ่ ิ วันอำทิตย์ที่ 16 มกรำคม 2554. มูลนิธิชีววิถี. (ไม่ปรำกฎปีที่พิมพ์). คู่มือประชาชน เรื่องความ (ไม่) มั่นคงทางอาหารกับ ทางออกของประเทศไทย. นนทบุรี: มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI). รพิจันทร์ ภูริสัมบรรณ. (2554). สถานการณ์สารเคมีก�าจัดศัตรูพืชในประเทศไทย. ในเอกสำรประกอบกำรประชุมวิชำกำรเพื่อกำรเฝ้ำระวังสำรเคมีทำงกำรเกษตร. วันที่ 16-17 มิถุนำยน 2554 ณ โรงแรมเซ็นจูรี่พำร์ค กรุงเทพมหำนคร. เอกสารภาษาอังกฤษ Agriculture and Development Economics Division, FAO. (2006). Food Security. Policy Brief, Issue 2, June 2006. Retrieved February 1, 2012. [Online]. Available: http://www.fao.org/es/esa/EC-FAO Food Security Programme: http://www.foodsecinfoaction.org/. Bryant, J. and Gray, R. (2005). Rural Population Ageing and Farm Structure in Thailand. Food and Agriculture Organization of the United Nations. Food and Agriculture Organization of the United Nations. (2010). The State of Food Security in the World: Addressing Food Security in Protracted Crises. Rome: FAO. Michael Windfuhr and Jennie Jonsen. (2005). Food Sovereingnty Towards democracy in localized food systems. United Kingdom: The Schumacher Center for Technolody and Development. SaJin Prachason. (2009). Food Security in Thai Society. [Online]. Available: http://sathai.org/story_thai/043-FOOD_SECURITY.pdf. (Access date: October 22, 2011). Willie Nelson. (2011). Occupy The Food System. [Online]. Available: http:// www.readersupportednews.org/opinion2/441-occupy/8948-occupy-thefood-system. (Access date: September 12, 2011). 116 สุขภาพคนไทย 2555 เกณฑในการจัดทํารายงาน สุขภาพคนไทย 2555 สวนที่ 1 ตัวชี้วัดทางสุขภาพ กระบวนการทํางาน 1. คัดเลือกประเด็นตัวชี้วัด ทางดานประชากร โดยผานคณะกรรมการชี้ทิศทาง รวมพิจารณาประเด็นที่เหมาะสมและนาสนใจที่จะสื่อตอสาธารณะ 2. ติดตอผูเชี่ยวชาญ กําหนดผูเชี่ยวชาญที่มีความรอบรู ในตัวชี้วัดที่กําหนดไว มีแหลงขอมูลที่นาเชื่อถือ และขอมูลนั้นมีการจัดเก็บทุกป 3. กําหนดกรอบเวลาในการเขียนบทความ ผูเชี่ยวชาญรับผิดชอบหลักในแตละ หมวด ไดทราบถึงแนวทางการเขียน วัตถุประสงคของการนําเสนอแตละหมวด ตัวชี้วัด และขอกําหนดเวลาเบื้องตนในคนควาหาขอมูล และจัดทําเนื้อหา 4. รางเนื้อหาตัวชี้วัดสุขภาพตามหมวดที่ ไดรับมอบหมาย 5. ประชุมระดมสมอง พิจารณารางงาน ตัวชี้วัดเพื่อรวมพิจารณาความเหมาะสม ความครอบคลุ ม ของเนื้ อ หาและความ เกณฑ ในการจัดทําเนื้อหาตัวชี้วัด ซํ้าซอนของตัวชี้วัด โดยผานการประชุม 1. คนหาสาระสําคัญ (Key message) ของหมวด คณะทํ า งานสุ ข ภาพคนไทย และ ทีจะนําเสนอ เพือใหเนือหาไมกระจัดกระจายใน ่ ่ ้ คณะกรรมการชี้ ทิ ศ ทางผู  ท รงคุ ณ วุ ฒิ การนําเสนอ อานทบทวนหมวดตัวชี้วัดสุขภาพ โดย อานภาพรวมทุกหมวดในชุดตัวชีวดสุขภาพ ้ั 2. คนหาสถิติขอมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัดแตละตัวที่คัด คนไทย พรอมใหคําแนะนําในการปรับ เลือก โดยเนนขอมูลรายป เพือนําเสนอแนวโนม ่ แก ไขงาน และรวมถึงผลการสํารวจลาสุด เพื่อใหเห็น สถานการณ 6. สงงานที่ผานการแก ไขจากผูทรงคุณวุฒิ ใหกับผูเชี่ยวชาญอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบ 3. เนนรูปแบบ และเนื้อหาที่งายตอการอานและ ความถูกตองครบถวนของเนือหาและขอมูล ้ เขาใจตอผูอานทุกกลุมวัย ภาคผนวก 117 สวนที่ 2 สถานการณเดนทางสุขภาพ และ 4 ผลงานดีๆ เพื่อสุขภาพคนไทย เกณฑการเลือกสถานการณเดน สวนที่ 3 เรื่องพิเศษ ประจําฉบับ 1. เปนสถานการณที่เกิดขึ้นในชวงป 2554 2. มีผลกระทบอยางสําคัญตอสุขภาพคนไทยในวงกวาง ซึง ่ ผลกระทบหมายรวมถึงความมั่นคงปลอดภัยดวย 3. เปนนโยบายที่สงผลตอสุขภาพที่มีผลบังคับใชหรือผล ทางปฏิบัติที่เกิดขึ้นในปนี้ชัดเจน 4. เปนเรื่องใหมที่ ไมเคยเกิดขึ้นมากอน 5. เปนเรื่องที่เกิดขึ้นบอยครั้งมากในรอบป สําหรับผลงานดีๆ ของคนไทยทางสุขภาพ เปน เรื่องของการประสบความสําเร็จในการประดิษฐคิดคน ความก า วหน า ทางวิ ท ยาการด า นสุ ข ภาพ การค น พบ แนวทางใหมๆ ที่เปนผลดีกับสุขภาพสังคม และคนไทย โดยรวม หัวขอเรื่องพิเศษประจําฉบับมี 2 ลักษณะ คือ เปนเรื่องที่เนนกลุมเปาหมาย (target group oriented) กับเรื่องเฉพาะ ประเด็น (issue oriented) โดยอาจมีการ เลือกเรืองแตละลักษณะสลับกันไปในแตละ ่ ป ที่มาของเรื่องอาจจะพิจารณาเลือกจาก 10 สถานการณเดนในรอบปที่ผานมาก็ ได เกณฑการเลือก เรื่องพิเศษประจําฉบับ 1. เปนเรื่องที่มีความสําคัญเชิงนโยบาย 2. เปนเรื่องที่มีประโยชนตอประชาชน 3. เปนเรืองทีมประเด็นและมุมมองทีหลาก ่ ่ ี ่ หลาย เกณฑการจัดลําดับสถานการณเดน 1. สํารวจความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไป โดยใชแบบ สํารวจสถานการณที่มีสถานการณสําคัญในสังคมไทย ทั้งที่เปนขาวและไมเปนขาว เกิดขึ้นตั้งแตตนป 2554 จนถึง ณ เวลาที่ทําการสํารวจสถานการณ การเรียง ลําดับสถานการณ ในแบบสํารวจจัดเรียงโดยการจับสลาก ไม ไดจัดตามความสําคัญ สําหรับตัวเลือกความคิดเห็น ของประชาชน แตละสถานการณนั้นจะใหความสําคัญ โดยใชมาตรวัดแบบประมาณคา (Rating Scale) ของ ลิเคอรท (Likert Scale) แบงระดับความคิดเห็นเปน 3 อันดับ คือ มาก (คะแนน = 3 คะแนน) ปานกลาง (คะแนน = 2 คะแนน) และนอย (คะแนน = 1 คะแนน) 2. การวิเคราะหขอมูล โดยการใช โปรแกรมสถิติ (SPSS)  เพือหาคาเฉลียจากมากไปนอย จากนันนํามาเรียงลําดับ ่ ่ ้ ความสําคัญ 3 การตัดสินเลือกสถานการณเดนประจําปไดรบความเห็น ั ชอบจากคณะกรรมการชีทศทางโครงการสุขภาพคนไทย ้ ิ กระบวนการทํางาน 1. คณะกรรมการชีทศทางประชุมเพือเลือก ้ ิ ่ หัวขอเรื่องพิเศษประจําฉบับในแตละป 2. คณะทํางานสุขภาพคนไทยกําหนดกรอบ โครงรางของรายงาน 3. ติดตอผูเชียวชาญในแตละประเด็น เพือ  ่ ่ รางเนื้อหารายงานในเชิงวิชาการ 4. คณะทํางานสุขภาพคนไทยประมวลและ เรียบเรียงเนื้อหาทางวิชาการใหเหมาะ สมกับการสื่อสารตอสาธารณะ และ ตรวจสอบความถูกตองกับนักวิชาการ และผูเชี่ยวชาญในประเด็นนั้นๆ อีกครั้ง 5. ผู ท รงคุ ณวุ ฒิอ  านทบทวนร า งเนื้อ หา รายงานและปรับแก ไข 118 สุขภาพคนไทย 2555 คณะกรรมการชี้ทิศทาง ป 2555 นพ.สุวิทย วิบุลผลประเสริฐ สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประธาน นพ.วิชัย โชควิวัฒน สถาบันพัฒนาการคุมครองการวิจัยในมนุษย (สคม.) กรรมการ นพ.อําพล จินดาวัฒนะ สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแหงชาติ (สช.) กรรมการ นพ.พงษพิสุทธิ์ จงอุดมสุข สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กรรมการ นพ.พินิจ ฟาอํานวยผล สํานักงานพัฒนาระบบขอมูลขาวสารสุขภาพ กรรมการ นพ.ณรงค กษิติประดิษฐ สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรรมการ นพ.ชูชัย ศุภวงศ สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ กรรมการ รศ.อภิญญา เวชยชัย คณะสังคมสงเคราะหศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร กรรมการ รศ.ดร.ชื่นฤทัย กาญจนะจิตรา สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กรรมการและเลขานุการ รศ.ดร.ชาย โพธิสิตา สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กรรมการและผูชวยเลขานุการ รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กรรมการและผูชวยเลขานุการ อาจารย ดร.เฉลิมพล แจมจันทร สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กรรมการและผูชวยเลขานุการ ดร.สุทธิลักษณ สมิตะสิริ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กรรมการ ยุวดี คาดการณ ไกล สถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม กรรมการ ปาริชาต ศิวะรักษ นักวิจัยอิสระ กรรมการ เบ็ญจพร ฉัตรกุล ณ อยุธยา สํานักงานสถิติแหงชาติ กรรมการ วรัญญา เตียวกุล นักวิชาการอิสระ กรรมการ อาจารยพิภพ ธงไชย มูลนิธิเด็ก กรรมการ อาจารยสุรินทร กิจนิตยชีว องคกรชุมชนคลองขนมจีน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา กรรมการ เบญจมาภรณ จันทรพัฒน สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ กรรมการ กุลวีณ ศิริรัตนมงคล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ผูประสานงานโครงการ สุภรต จรัสสิทธิ์ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ผูประสานงานโครงการ บุรเทพ โชคธนานุกูล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ผูประสานงานโครงการ กุลภา วจนสาระ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ผูประสานงานโครงการ ภาคผนวก 119 ผูทรงคุณวุฒิ ป 2555 ทบทวนรายงานฉบับสมบูรณ นพ.สุวิทย วิบุลผลประเสริฐ สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข นพ.วิชัย โชควิวัฒน สถาบันพัฒนาการคุมครองการวิจัยในมนุษย (สคม.) ปาริชาต ศิวะรักษ นักวิจัยอิสระ ผูเชี่ยวชาญตัวชี้วัดประชากรไทยกับสุขภาพ ศ.ดร.ปราโมทย ประสาทกุล รศ.ดร.ปทมา วาพัฒนวงศ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล โครงสรางประชากรและการเปลี่ยนแปลง การเกิด, การเจ็บปวยและการตาย รศ.ดร.สุรียพร พันพึ่ง สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล การยายถิ่น (ในประเทศ) กับสุขภาพ รศ.ดร.วาทินี บุญชะลักษี กัญญา อภิพรชัยสกุล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล การยายถิ่น (ระหวางประเทศ) กับสุขภาพ ศ.ดร.ดิเรก ปทมสิริวัฒน คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร กําลังแรงงานและมิติทางเศรษฐกิจ นายแพทยภูษิต ประคองสาย สํานักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหวางประเทศ (IHPP) ระบบบริการสุขภาพ ทีมเขียนสถานการณเดนทางสุขภาพ ปยนาถ วรสิริ นักเขียนอิสระ มหาอุทกภัยในรอบ 100 ป สัญญาณเตือนใหปรับตัว, คานขึ้นทะเบียน 4 สารเคมีอันตราย, ไดเวลาลงหลักปกฐาน โรงพยาบาลการแพทยแผนไทย กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล นักเขียนอิสระ ‘วังนํ้าเขียวโมเดล’ ภาพสะทอนปญหาคน-ปา-ที่ดิน, สิทธิปฏิเสธการรักษา เมื่อความตายคือทางเลือก ของศักดิ์ศรีความเปนมนุษย, "ปฏิรูปประเทศไทย” ภารกิจถอนตนไมพิษ ที่ยังไปไมถึงฝงฝน สุภลักษณ กาญขุนดี นักเขียนอิสระ สถานการณชายแดนไทย-กัมพูชา: การสูรบสงบลง แตปญหายังไมจบสิ้น กุลภา วจนสาระ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล วิ่งสูฟด! สานฝนสู “ประชาคมอาเซียน อาจารยดรุณี ไพศาลพาณิชยกุล คณะนิติศาสตร ม.นเรศวร บัตรประชาชนเด็กกับโจทยที่ ไมถูกตอบ? จักรพันธุ กังวาฬ นักเขียนอิสระ BOI กับนโยบายสงเสริมการลงทุน เพื่อสรางความเขมแข็งตอระบบสุขภาพ ทีมวิชาการสุขภาพคนไทย รศ.ดร.ชื่นฤทัย กาญจนะจิตรา บรรณาธิการ รศ.ดร.ชาย โพธิสิตา เรียบเรียงและประมวล “ความมั่นคงทางอาหาร เงินของของมายา ขาวปลาสิของจริง” รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล เรียบเรียงและประมวล “10+4 สถานการณเดนทางสุขภาพ” อาจารย ดร.เฉลิมพล แจมจันทร เรียบเรียงและประมวล “11 ตัวชี้วัด ประชากรไทยกับสุขภาพ” สุภรต จรัสสิทธิ์ กุลวีณ ศิริรัตนมงคล บุรเทพ โชคธนานุกูล กุลภา วจนสาระ เรียบเรียงและรวบรวมขอมูลเบื้องตน 120 สุขภาพคนไทย 2555 ขอบคุณจากใจ สุขภาพคนไทย 2555 เปนเลมที่ 9 และกําลังยางกาวสูปที่ 10 ตลอดกระบวนการ จัดทําที่ผานมา คณะทํางานสุขภาพคนไทยไดรับความอนุเคราะหชวยเหลือในหลายดาน จากหลายฝาย โดยเฉพาะคณะผูทรงคุณวุฒิ ที่ตองขอบคุณเปนพิเศษคือ นายแพทย สุวิทย วิบุลผลประเสริฐ นายแพทยวิชัย โชควิวัฒน และคุณปาริชาต ศิวะรักษ ที่กรุณาสละเวลาอานบทความตนฉบับ ขัดเกลาเนื้อหา พรอมดวยขอเสนอแนะแกไข เพื่อใหสุขภาพคนไทย 2555 มีเนื้อหาสมบูรณรอบดานอยางที่ควรจะเปน ขอขอบคุณผูทรงคุณวุฒิ อาจารยอนุช อาภาภิรม นายแพทยศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ คุณวิฑูรย เลี่ยนจํารูญ และคุณเดชา ศิริภัทร ที่ ได ใหทั้งขอมูล ความรู ประสบการณทํางาน และขอชวนคิดจากหลากหลายมุมมอง ทําให “เงินทอง ของมายา ขาวปลาสิของจริง” เรื่องพิเศษประจําฉบับครอบคลุมประเด็นสําคัญ ที่นาสนใจไวครบถวน ขอขอบคุ ณ ผู  เ ชี่ ย วชาญหลายท า นที่ จั ด ทํ า ตั ว ชี้ วั ด ประชากรไทยกั บ สุ ข ภาพ ศ.ดร.ปราโมทย ประสาทกุล รศ.ดร.ปทมา วาพัฒนวงศ รศ.ดร.สุรียพร พันพึ่ง รศ.ดร.วาทินี บุญชะลักษี คุณกัญญา อภิพรชัยสกุล ศ.ดร.ดิเรก ปทมสิริวัฒน และนายแพทยภูษิต ประคองสาย ที่ ไดชวยทําใหขอมูลที่ซับซอนเขาใจยาก กลาย เปนเรื่องอานงาย เขาใจงาย และทันสถานการณ ขอขอบคุณคณะนักเขียน คุณปยนาถ วรศิริ คุณกฤษฎา ศุภวรรธนะกูล คุ ณ สุ ภ ลั ก ษณ กาญจนขุ น ดี คุ ณ กุ ล ภา วจนสาระ อาจารย ด รุ ณี ไพศาลพาณิชยกล และคุณจักรพันธุ กังวาฬ ทีชวยรางสถานการณเดนทางสุขภาพ ุ ่ ใหมเนือเรืองชวนอาน เพือใหทมนักวิชาการใชเปนฐานในการเขียน 10 สถานการณเดน ี ้ ่ ่ ี ทางสุขภาพ ทายสุด ขอขอบคุณผูอานที่ติดตามสุขภาพคนไทยมาโดยตลอด...ขอบคุณ จากใจ คณะทํางานสุขภาพคนไทย
ดาวน์โหลดเอกสารแบบ PDF
ภาพประกอบลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์
เนื้อหานี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย โดยแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

ป้ายคำ

  • สุขภาพ
  • thaihealth
  • สสส.
  • สุขภาวะ
  • ความมั่นคงทางอาหาร
  • รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2555
  • สร้างสุข

แบ่งปันให้กับเพื่อน

  • email
  • print
  • อ่าน 2306 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น

เมนูเพื่อนสร้างสุขภาวะ

  • ภาคีบอกข่าว
  • เรื่องเล่าจากภาคี
  • แนะนำภาคี
  • รอบรู้เรื่องโครงการ
  • มัลติมีเดีย
  • แนะนำสื่อ
  • แกลลอรี่
  • บล็อก
  • รอบรู้สุขภาพโลก

ยอดนิยม

teen2.jpg
พัฒนาการและการปรับตัวในวัยรุ่น
อ่าน: 11,922

ร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตใจ

  • เปิดรับข้อเสนอโครงการสร้างเสริมสุขภาพ
  • อย.เตือน! “วงแหวนลดน้ำหนัก” ไม่ช่วยลดความอ้วน
  • ประกาศทุนวิจัยสำหรับการเดินและจักรยาน ประจำปี 2556

ป้ายคำ

  • ของขวัญปลอดเหล้า
  • คณะทันตแพทยศาสตร์
  • ตามติดสถานการณ์
  • ทรัพยากรมนุษย์
  • บ้านหลังเรียน
  • ปลาน้ำจืด
  • พฤติกรรมเสี่ยงจากน้ำเมา
  • พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535
  • มหาวิทยาลัยมหิดล
  • มะเร็งหลอดอาหาร
  • รำพัด
  • สภาพอากาศแปรปรวน
  • เห็ดโคน
  • โครงการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์
  • ในห้องเรียน
ดูป้ายคำทั้งหมด
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก

ขนาดตัวอักษร

  • ตัวหนังสือขนาดปกติ
  • ตัวหนังสือขนาดปานกลาง
  • ตัวหนังสือขนาดใหญ่

ปรับรูปแบบการแสดงผล

  • ปรับการแสดงผลให้แสดงในรูปแบบปกติ
  • ปรับการแสดงผลให้แสดงสำหรับคนสายตาเลือนราง

ติดต่อเรา

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8
ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ
เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

โทรศัพท์ 02-343-1500
โทรสาร 02-343-1551

แผนที่บน Google Maps

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง
แผนผังเว็บไซต์   ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์   Mobile Site
สัญญาอนุญาต cc by-nc-saแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย

Valid XHTML + RDFa Level Double-A conformance icon, W3C-WAI Web Content Accessibility Guidelines 1.0

รวมลิงก์ภายในของสสส.

  • เว็บหลัก สสส.
  • เว็บองค์กร สสส.
  • ผลงาน สสส.
  • ศูนย์ข้อมูล สสส.
  • ค้นหาโครงการ สสส.
  • เว็บคอมมูนิตี้
  • English Site