จดหมายข่าวเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ประจำเดือน สิงหาคม-ตุลาคม 2554
โดย webmaster | วันที่ 3 กรกฎาคม 2555
เครือข่ายองค์กรงดเหล้า
ปีที่ 8 ฉบับที่ 62 เดือนสิงหาคม - ตุลาคม ๒๕๕๔
จดหมายข่าว
สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์จากภาคีเครือข่าย
วัฒนธรรมสร้างสุข
กายใจ
แข็งแรง
เทศกาลแข่ง
ปี
เรือปลอดเหล้า
2554
สนุกปลอดภัย
2 จากใจประธานเครือข่ายฯ ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม
ร่วมกันดูแลสังคม เสมือนดูแลคนในครอบครัว
ครอบครัวเปรียบเสมือนบ้านหลังเล็กหลังหนึง ทีอยู่ ่ ่ รวมกันในบริเวณบ้านหลังใหญ่คอประเทศไทย ื
หลายปีทผานมา
คนกลุมหนึงมองเห็นว่า
“น้ำเมา”
เป็น ่ี ่ ่ ่ เครื่องดื่มที่ก่อปัญหาให้กับสังคมมากมาย
และทำร้าย
ทำลายศักยภาพของคนดื่มให้เสื่อมลงจนกลายเป็นคน
ไร้คุณค่า
และไร้สมรรถภาพมากขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งหากปล่อย ไปตามยถากรรม
ไม่ดูดำดูดี
ไม่หาทางป้องกันและแก้ ปัญหา
ไม่นาน
“น้ำเมา”
คงขยายพื้นที่ไปบ้านหลังอื่น ทุกหลัง
ซึ่งในความเป็นจริงก็แทบจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว
ที่ค่านิยมการดื่มน้ำเมาแพร่หลายกลายเป็นสิ่งปกติของ วิถีชีวิตคนส่วนใหญ่
วันนี
“เครือข่ายองค์กรงดเหล้า”
ได้รณรงค์ให้ประชาชน
้ ตระหนักถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ที่ไม่เพียง ทำลายสุขภาพของผู้ดื่มหรือผู้เสพติด เอง
แต่ยังส่งผล กระทบไปรอบด้าน
ทั้งครอบครัว
ชุมชน
สั ง คม
และ ประเทศชาติ
จนเกิดมีภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ
นอกจาก นี้
ยังรณรงค์ให้ธุรกิจน้ำเมาค้าขายสินค้าแบบมีคุณธรรม
เคารพกฎหมาย
และรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น กับสังคม
(คือบ้านหลังใหญ่)
ด้วย
เพราะที่ผ่านมาพ่อค้า น้ำเมาแทบจะไม่ได้คำนึงถึงเรื่องเหล่านี้เลย
ซึ่งผลจาก การที่ช่วยกันดูแล
(บ้านตัวเองและบ้านหลังใหญ่)
แม้
ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่มีอยู่มากมายได้หมด
แต่อย่าง น้อยปัญหาที่มีอยู่ก็ไม่ขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว
เหมือนตอนที่ไม่มีคนช่วยกันเฝ้าระวัง
แม้ในยามที่
“น้ำจากธรรมชาติ”
ก่อความเสียหายให้กับ ประชาชนมากมายหลายจังหวัด
จนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ในประเทศ
กลุ่มคนเล็กๆ
กลุ่มนี้ก็เปลี่ยนจากการรณรงค์เรื่อง น้ำเมา
มารณรงค์
“ปันน้ำใจ”
ตามกำลังความสามารถ
เพราะนี้ ก็คือภาระหน้าที่เช่นกัน
แต่ถึงอย่างไร
“อุทกภัย” มาแล้วก็ไป ไม่ได้ทำความเสียให้สังคมตลอดเวลาเหมือนน้ำเมา และ คร่าชีวิตผู้คนรายวันเหมือนภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น
ดูเหมือนความรู้สึกการ เป็นครอบครัวใหญ่ในสังคม
(ที่เหมือนเป็นอุดมคติ
และทุกคน ควรรู ้ ส ึ ก แบบนี ้ เ สมอ)
ปรากฏให้ เ ราได้ ส ั ม ผั ส กั น ด้ ว ยความ
ซาบซึ้ง
คนไม่เดือดร้อนต่างร่วมแรงร่วมใจช่วยผู้เดือดร้อน
คน
มีมากช่วยคนที่ขาดแคลน
จังหวัดที่ไม่เดือดร้อนก็มาช่วยเหลือ กันด้วยความรู้สึกจากใจ
แม้กระทั่งประเทศต่างๆ
ก็มาให้ความ ช่วยเหลืออย่างมากมาย
(ประเทศไทยก็เป็นบ้านหลังหนึ่งบน แผนที่โลก...และความจริงโลกทั้งผองคือประเทศต่างๆ
ก็ล้วน เป็นพี่น้องกัน
เพียงแต่เราอยู่ห่างกันมากหน่อย)
แม้เมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมผ่านไปแล้ว
ก็อยากให้ความรู้สึก
“มีจิตสาธารณะ”
นี้
ยังคงเต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจคนไทยทุกคน เสมอ
และร่ ว มแรงร่ ว มใจกั น ป้ อ งกั น และแก้ ไ ขปั ญ หาใหญ่
เรื่องอื่นในสังคมต่อไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยจากเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ที่อยู่ใกล้ชิดคนไทยมากที่สุด
แต่คนส่วนใหญ่กลับ มองข้ามพิษภัยร้ายที่เกิดจากน้ำเมา
(หรือไม่ก็แกล้งทำเป็น
ไม่เห็น...ธุระไม่ใช่)
ที่กัดกร่อนสังคมไทยอยู่ทุกเวลานาที
อย่าลืมว่า เมือใดทีบานหลังใหญ่ผกร่อน บ้านหลังเล็กๆ ่ ่ ้ ุ ทีอยูรอบข้าง ก็จะพังทลายไปด้วยเช่นกัน
่ ่
เรื่องจากปก 3
หลังออกพรรษา นอกจากงานบุญประเพณีทอดกฐิน ทอดผ้าป่าแล้ว “การแข่งเรือ” ก็เป็นประเพณีที่สืบทอดปฏิบัติกันในหลายจังหวัดของทุกภาค ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้าง บรรยากาศให้งานบุญคึกครืนสนุกสนานแล้ว ยังช่วยส่งเสริมความสามัคคีของคนใน ชุมชนได้เป็นอย่างดี
แต่นาเสียดาย!
ที่เราปล่อยให้ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใช้ช่อง ่ ทางงานบุญและงานประเพณีต่างๆ
(รวมทั้งการแข่งเรือ)
มาส่ง เสริมการตลาด
ส่งเสริมการดื่มน้ำเมา
จนกลายเป็นค่านิยมจอม ปลอม
ที่คนส่วนใหญ่มักคิดว่าถ้างานใดไม่มีน้ำเมามาเลี้ยงดูปูเสื่อ แล้วงานจะกร่อย
ไม่สนุก
ซึ่งความคิดผิดๆ
เช่นนี้หยั่งรากฝังลึกใน ใจนักดื่มมานาน
จนค่อยๆ
สะสมก้อนปัญหา
(จากการดื่มน้ำเมา)
ในสังคมให้ใหญ่ขึ้น
และซับซ้อนมากขึ้น
ในขณะที่ธุรกิจน้ำเมาก็ไม่ เคยหยุดการมอมเมาประชาชน
(โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเด็กและ เยาวชน)
ยังคงโหมการโฆษณาแฝงในรูปแบบต่างๆ
และที่ดูเหมือน จะได้ผล
คือการเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมในชุมชน
หน่วยงาน
และ องค์กรต่างๆ
รวมถึงประเพณีแข่งเรือในหลายจังหวัด
ที่อยู่ในสภาพ เปื้อนน้ำเมามาแสนนาน
เครือข่ายองค์กรงดเหล้า
ได้ริเริ่มจัดงาน
“แข่งเรือปลอดเหล้า”
ครั้งแรกที่จังหวัดน่าน
เมื่อปี
พ.ศ.2549
ด้วยความความตั้งใจที่จะ ให้งานประเพณีแข่งเรือ
กลับมาเป็นงานประเพณีแท้จริงที่มีแต่ ความสนุกสนานและความสามัคคี
ปัจจุบัน
แนวคิดการ
“แข่งเรือ ปลอดเหล้ า ”
ได้ ร ั บ การยอมรั บ แล้ ว ว่ า สามารถลดปั ญ หาการ ทะเลาะวิวาทจากการดื่มได้มาก
ทำให้การจัดงานมีความปลอดภัย
และคนทั่วไปอยากมาเที่ยวงานมากขึ้น
วันนี้จึงมีจังหวัดต่างๆ
ร่วม ขยายแนวคิด
“แข่งเรือปลอดเหล้า”
รวมทั้งสิ้น
41
สนาม
จาก
26
จังหวัด
ได้แก่
1)
สนามคลองดำขำ
จ.สมุทรสาคร
2)
เทศบาลบางทรายใหญ่
จ.มุกดาหาร
3)
หน้าเทศบาลเมือง
กำแพงเพชร
จ.กำแพงเพชร
4)
บ้านฟายมูล
อ.ท่าวังผา
จ.น่าน
5)
เขื่อนไม้เต็ง
จ.ราชบุรี
6)
เทศบาลตำบลบึงระมาน
จ.พิษณุโลก
7)
บ้านน้ำบัว
จ.น่าน
8)
จ.ปัตตานี
9)
อำเภอราศีไศล
จ.ศรีสะเกษ
10)
อำเภอเมือง
จ.นราธิวาส
แข่งเรือปลอดเหล้า 2554
11)
นัดเปิดสนาน
จ.น่าน
12)
อำเภอท่าวังผา
จ.น่าน
13)
อำเภอกมลาไสย
จ.กาฬสินธุ์
14)
หัววังพนังดัก
จ.ชุมพร
15)
อำเภอปัว
จ.น่าน
16)
อำเภอสองแคว
จ.พิษณุโลก
17)
บ้านเจดีย์
จ.น่าน
18)
อบจ.เพชรบุรี
จ.เพชรบุรี
19)
อำเภอคูใต้
จ.น่าน
20)
อำเภอพิบูลมังสาหาร
จ.อุบลราชธานี
21)
อำเภอเวียงสา
จ.น่าน
22)
อำเภอเมือง
จ.อุทัยธานี
23)
อำเภอหลังสวน
จ.ชุมพร
24)
แห่ปราสาทผึ้ง
อ.เมือง
จ.สกลนคร
25)
อำเภอเชียงคาน
จ.เลย
26)
อำเภอเมือง
จ.มหาสารคาม
27)
อบต.ฝายแก้ว
จ.น่าน
28)
อำเภอท่าวังผา
จ.น่าน
29)
จ.ร้อยเอ็ด
30)
คลองระพีพัฒน์
จ.สระบุรี
31)
อำเภอท่าตูม
จ.สุรินทร์
32)
เทศบาลนครนนทบุรี
จ.นนทบุรี
33)
นัดปิดสนาม
จ.น่าน
34)
จ.นครนายก
35)
อำเภอสตึก
จ.บุรีรัมย์
36)
อบต.สร้อยฟ้า
จ.ราชบุรี
37)
วัดไร่ขิง
จ.นครปฐม
38)
อำเภอพิมาย
จ.นครราชสีมา
39)
เทศบาลตำบลบางรัน
จ.ระนอง
40)
อบจ.ราชบุรี
จ.ราชบุรี
41)
ตำบลแสนชาติ
จ.ร้อยเอ็ด
4 เรื่องจากปก
ปัจจุบัน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย กำลังได้รับ ความนิยมจากนักท่องเที่ยว ทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ เป็นอย่างมาก
กอฮอล์
หลายคนอาจกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อ เศรษฐกิจของประชาชน
กลัวนักท่องเที่ยวจะไม่ มาเยือน
แต่ในความเป็นจริงและจากการสอบถาม
นั ก ท่ อ งเที ่ ย วผู ้ ม าเยื อ นเชี ย งคาน
จะพบว่ า คน
ส่วนใหญ่ไม่ได้เดินทางไกลจากบ้านเพื่อมาดื่ม
เหล้าเบียร์
แต่ต้องการมาสัมผัสวิถีชีวิตดังเดิม
(ที่แทบจะหาไม่เจอในสังคมเมืองปัจจุบัน)
ได้อยู่ ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม
ตลอดจนมีส่วนร่วม ในวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวเชียงคาน
นี่ต่างหากคือจุดประสงค์ที่แท้จริงของการมาเยือน
“เชียงคาน”
จัดงานแข่งเรือยาว
ปลอดน้ำเมาครั้งแรก
เชียงคาน
แล้วยิ่งเป็นการจัดงานที่ปลอดน้ำเมา
ก็ยิ่งสร้างความมั่นใจ
สุขใจ
ให้
นั ก ท่ อ งเที ่ ย วมากขึ ้ น
ซึ ่ ง ที ่ ผ ่ า นๆ
มา
นั ก ดื ่ ม มั ก ก่ อ เรื ่ อ งทะเลาะวิ ว าทให้ เ สี ย บรรยากาศ
และสร้างปัญหาให้ชุมชนและสังคมมากมาย
นั บ เป็ น ความโชคดี ข องชาวอำเภอเชี ย งคานที ่ ไ ด้ ผู ้ น ำที ่ ด ี
ไม่ ว ่ า จะเป็ น
นายโสภณ สุวรรณรัตน์
นายอำเภอเชียงคาน
นายกมล คงปิ่น นายกเทศมนตรี ตำบลเชียงคาน
ที่ได้ร่วมมือกันประกาศให้งานออกพรรษาและแข่งเรือประจำปี 2554 ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
โดยประสานความร่วมมือกับเครือข่ายองค์กร
งดเหล้าจังหวัดเลย
โดยมี
นายพิศณุ คล้ายทิม
ผู้ประสานงานฯ
ตลอดจนหน่วย งานต่างๆ
และพี่น้องประชาชนอำเภอเชียงคาน
ร่วมรณรงค์สร้างกระแส
เพื่อให้เป็น วัฒนธรรมสร้างสุข สนุกปลอดภัย กายใจแข็งแรง และเป็นต้นแบบที่ดีแก่เด็ก และเยาวชนต่อไป
ขอชื ่ น ชมเทศบาลเชี ย งคาน
ที ่ เ ล็ ง เห็ น พิ ษ ภั ย ต่ า งๆ
ที ่ เ กิ ด จากเครื ่ อ งดื ่ ม แอลกอฮอล์
และได้ปฏิเสธการรับทุนสนับสนุนจากบริษัทน้ำเมา
ขณะเดียวกัน
ก็ได้ ประกาศเจตนารมณ์ให้งานบุญประเพณีออกพรรษาที่เชียงคานและการแข่งขันเรือ ยาวปี
2554
ปลอดเหล้าเบียร์
โดยจัดทำประกาศให้เป็นเขตห้ามขายและห้ามดื่ม
เพื่อเป็นต้นแบบที่ดีแก่ชุมชน
และเยาวชน
โดยการปฏิบัติ ตามกฎหมาย
พ.ร.บ.
ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
พ.ศ.
2551
อย่างเข้มงวด
เช่น
มาตรา 27 และ มาตรา 31 ที่จำกัดการขายและ การดื่มในสถานที่ต่างๆ
เช่น
วัด
สถานพยาบาล
สถานที่ ราชการ
หอพัก
สถานศึกษา
สวนสาธารณะ
เป็นต้น
หากมี การฝ่าฝืนจะได้รับโทษ
จำคุกไม่เกิน
6
เดือน
ปรับไม่เกิน
10,000
หมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
(ม.39)
ตลอดจนการ ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า
20
ปี
และควบคุมวิธีการขาย
(ห้ามเร่ขาย
การโฆษณาลด
แลก
แจก
แถม)
หรือส่งเสริมการขายโดยวิธีต่างๆ
เป็นต้น
ดังนั้น
เมื่อคิดจะจัดงานที่ปลอดเครื่องดื่มแอล-
เมื่ อ วั น ที่ 3 สิ ง หาคม 2554 ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ร่วมกับสำนักงาน กองทุ น การสร้ า งเสริ ม สุ ข ภาพ (สสส.) และ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกันแถลงข่าว การถ่ า ยทอดสด “ศึ ก เรื อ ยาวชิ ง จ้ า วสายน้ ำ ” ซึ่งไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้ถ่ายทอดสด การแข่งขันอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ ๔ แล้ว
เรื่องจากปก 5
สสส. เครือข่ายองค์กรงดเหล้า
ร่วมมือกับไทยพีบีเอส
ถ่ายทอดสด
“ศึกเรือยาวชิงจ้าวสายน้ำปี 4”
ทั้งนี้
ในการถ่ายทอดการแข่งขันแต่ละครั้ง
จะมี การสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมลุ่ม แม่น้ำของจังหวัดต่างๆ
และความรู้เกี่ยวกับเรือไทย ในสมัยโบราณไปพร้อมกัน
นายวสั น ต์ ภั ย หลี ก ลี
รองผู ้ อ ำนวยการ
้ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่ง ประเทศไทย
ด้านปฏิบัติการ
กล่าวถึงการถ่ายทอด สดการแข่งขันเรือยาวในปีนี้ว่า
“ไทยพีบีเอส
(Thai
PBS)
มี น โยบายส่ ง เสริ ม การกี ฬ าที ่ ห ลากหลาย
รวมถึงการให้ความสำคัญกับกีฬาในระดับชุมชน
โดยเฉพาะกี ฬ าพื ้ น บ้ า นของไทยที ่ ค วรอนุ ร ั ก ษ์
พร้อมทั้งสนับสนุนประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามของ แต่ละท้องถิ่น
ซึ่งการถ่ายทอดสดการแข่งขันเรือ ยาวของไทยพีบีเอสนี้
ไม่เพียงแค่นำเสนอผลแพ้ ชนะเท่านั้น
แต่ยังสอดแทรกวิถีชีวิตของผู้คน
ศิลป วัฒนธรรม
ประเพณีท้องถิ่น
และการมีส่วนร่วม ของชุมชน
ซึ่งในปีนี้เป็นปีที่
๔
ที่ไทยพีบีเอส
รับ หน้าที่ถ่ายทอดสดการแข่งขัน
ที่ผ่านมาเรามีภาพ มุมสูงทางอากาศโดยสมาคมเครื่องบินจำลองและ วิทยุบังคับ
ทำให้ได้ภาพในมุมมองที่แตกต่าง
และ ปี น ี ้ ไ ทยพี บ ี เ อส
จะเพิ ่ ม การถ่ า ยทอดสดมากขึ ้ น
ถึง
๑๖
สนาม
ครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศไทย
พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนในแต่ละท้องถิ่น
มีส่วนร่วมเข้าแข่งขันในรูปแบบเฉพาะของแต่ละ ท้องถิ่นอีกด้วยครับ”
ดร.สุ ป รี ด า อดุ ล ยานนท์
รองผู ้ จ ั ด การ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
(สสส.)
กล่าวถึงเจตนารมณ์ในการร่วมโครงการ
ครั้งนี้ว่า
“สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง
เสริมสุขภาพ
(สสส.)
สำนักงานเครือข่ายองค์กร
งดเหล้า
(สคล.)
มีนโยบายที่จะสนับสนุนให้งาน ประเพณีวัฒนธรรม
รวมถึงงานกีฬา
เป็นงานที่
ดี ง ามและนำมาซึ ่ ง ความสุ ข ส่ ว นรวมของผู ้ ค น
ในสังคม
ซึ่งในช่วงเข้าพรรษาน้ำเริ่มหลาก
คนไทย มีประเพณีที่สำคัญ
คืองานแข่งเรือ
ซึ่งเป็นกิจกรรม รื ่ น เริ ง ที ่ ม ั ก อยู ่ ค วบคู ่ ไ ปกั บ งานบุ ญ
แต่ ป ั จ จุ บ ั น
พบว่างานแข่งเรือเต็มไปด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
อบายมุขและการพนัน
จากงานบุญเลยกลายเป็น งานบาป
เป็ น แบบอย่ า งที ่ ไ ม่ ด ี ส ำหรั บ เด็ ก และ เยาวชน
และเป็นการสร้างค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์
โดยตลอดระยะเวลา
๔
ปี
ที่ผ่านมา
สสส.ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย
และ
เจ้าภาพที่จัดงานในพื้นที่
ช่วยกันรณรงค์แข่งเรือปลอดเหล้า
ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
โดยเฉพาะที่จังหวัดน่าน ซึ่งแต่เดิมมีสถิติการดื่มเหล้าสูงเป็นอันดับหนึ่งของ ประเทศ และเกิดอุบัติเหตุในช่วงแข่งเรือบ่อยมาก
แต่ปัจจุบันด้วยการรณรงค์
ที่ต่อเนื่องและเอาจริงเอาจังของทุกภาคส่วน
โดยเฉพาะจากคนน่านเอง
ทำให้น่าน
กลายเป็นพื้นที่ต้นแบบในการจัดงานแข่งเรือที่ปลอดเหล้า
-
เบียร์
ที่สามารถ
ลดจำนวนผู้เสียชีวิตในช่วงการจัดงานได้ร้อยละ
๑๐๐
ลดยอดผู้บาดเจ็บลงได้
๘๖
คน
คิดเป็นร้อยละ
๘๐
ลดจำนวนผู้บาดเจ็บที่ต้องนอนโรงพยาบาลลงได้
๕๗
คน
คิดเป็นร้อยละ
๖๐
ซึ่งผลจากการรณรงค์ที่จังหวัดน่าน
ทำให้สังคมเกิดความสนใจ
และเห็นถึงผลดีของการจัดงานแบบที่ไม่มีเหล้าเบียร์เข้ามาเกี่ยวข้อง”
หลายพื้นที่จัดงานแข่งเรือปลอดเหล้ามาแล้วหลายปี บางจังหวัด
เพิ่งเริ่มจัดเป็นครั้งแรก เมื่อร่วมกันจุดประกายอย่างนี้แล้ว เชื่อว่าปีต่อ ไปคงมีจังหวัดต่างๆ เข้าร่วมโครงการแข่งเรือปลอดเหล้ากันเพิ่มขึ้น
6 ประเด็นข่าว
ผอ.โรงพยาบาลจะนะ
เขียน บทความ
“ศิริราช : เสาหลัก
สุขภาพ ไฉนจึงเมาเบียร์ช้าง”
เป็นประเด็นให้สังคมได้ฉุกคิดกันไม่น้อย กรณีมี สัญลักษณ์ของบริษัทเหล้าโชว์หราบนโปสเตอร์ งานวันมหิดล ซึ่งหากมองแบบผ่านๆ (โดยไม่มี ใครติติง) บริษัทน้ำเมาก็ได้ประโยชน์มากมาย (ยกระดับภาพลักษณ์ทางสังคม) จากการเข้ามา ร่วมสนับสนุนกิจกรรมนี้ แต่หากมองตามหลัก การและความถูกต้องแล้ว ช่างเป็นสิ่งที่ขัดแย้ง กันอย่างที่สุด
แอลกอฮอล์ ที่ปัจจุบันห้ามโฆษณาก่อนเวลา
4
ทุ่ม
“ไทยเบฟ”
เป็นข่าวใหญ่เมื่อหลายปี ที่ผ่านมา
เนื่องจากต้องการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของไทย
แต่จากแรงต้านทาง สังคม
จึงต้องหนีไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์แทน
และด้วยความเป็น อุตสาหกรรมที่มอมเมาประชาชน การสร้างภาพลักษณ์จึงเป็นหัวใจสำคัญของบริษัท น้ำเมา
ไทยเบฟซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริจาครายใหญ่ให้กับศิริราชพยาบาล
จึงทำให้
คุณหญิง วรรณา
สิริวัฒนภักดี
(ภรรยาของคุณเจริญ
สิริวัฒนภักดี
เจ้าของบริษัทไทยเบฟฯ)
ได้ เป็นคณะกรรมการบริหารศิริราชมูลนิธิด้วย
กรณีการมีโลโก้ของไทยเบฟในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์งานวันมหิดลประจำปี 2554 ก็คงเพราะความเคยชินกับการรับเงินบริจาคโดยไม่ได้แยกแยะใส่ใจอย่างลึกซึ้งต่อผล กระทบในระยะยาว จนวันนีอาจเรียกได้วา “ศิรราชพยาบาล” สถาบันการแพทย์ชนหนึง ้ ่ ิ ั้ ่ ของประเทศไทย ได้ตกเป็นเครืองมือของการโฆษณาสร้างภาพลักษณ์ของบริษทน้ำเมา ่ ั อันดับหนึงของประเทศไทยไปแล้ว ไม่วาจะโดยรูตวหรือลืมตัวก็ตาม ่ ่ ้ ั
ทุกคนล้วนทราบดีว่า
การดื่มและการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ล้วนไม่สอดคล้องกับ ทั้งศีลธรรมและสุขภาพ
ทั้งในมิติทางศาสนาและมิติทางสังคม
วงการแพทย์เองก็เผชิญ กับความทุกข์ของผู้ป่วยที่ป่วยเพราะเหล้า
เช่น
เป็นโรคตับแข็งหรือประสบอุบัติเหตุ จราจรเพราะความมึนเมา
การชกต่อย
การสร้างความรุนแรงในครอบครัว
และการสูญ เสียทั้งชีวิต
จิตใจและทรัพย์สิน
สร้างปัญหาเพิ่มความแออัดแก่ห้องฉุกเฉินทุกค่ำคืนโดย ไม่จำเป็น
รวมทั้งสร้างภาระและความเอือมระอาให้กับโรงพยาบาลทุกแห่ง
ไม่เว้นแม้แต่ ศิริราชพยาบาล
มหาวิทยาลัยมหิดลคือมหาวิทยาลัยด้านสุขภาพอันดับหนึ่งของประเทศไทย
ซึ่ง ้ ประกาศพันธะกิจว่า
“สร้างความเป็นเลิศทางด้านสุขภาพ ... บนพืนฐานของคุณธรรม เพือสังคมไทย และประโยชน์สขแก่มวลมนุษยชาติ”
แต่ในขณะที่
มหาวิทยาลัยมหิดล
่ ุ ประกาศ
วัฒนธรรมมหิดล
ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ
“มั่นคงยิ่งในคุณธรรม”
และ
“ความรับ ผิดชอบต่อสังคม”
ซึ่งอธิบายไว้ว่า
คือการรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม
และสังคม...
้ ในขณะที่
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ระบุในพันธะกิจว่าหนึ่งในนั้นคือ
“ชีนำ สังคมไทยด้านสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิต” แต่น่าเสียดายที่ทั้งหมดนี้เป็นเพียง เจตนารมณ์และคำขวัญทีสวยงามเท่านัน
การยอมรับให้ใส่สัญลักษณ์ของบริษัทไทยเบฟ ่ ้ ในป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรม
โดยอ้างว่าเป็นเงื่อนไขที่ระบุไว้สัญญาการรับเงินบริจาค ้ ช่วยกิจกรรมนั้น
ย่อมเป็นสิ่งที่สะท้อนได้อย่างชัดเจนว่า
“เงินนันสามารถง้างวัฒนธรรม มหิดลได้” สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
นั้นสูงส่งและมุ่งมั่นใน ยกระดับมาตรฐานทางวิชาการแพทย์
และต่อสู้เพื่อการสร้างสุขภาพของประชาชน
จึงไม่ เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะมีโลโก้ของไทยเบฟในป้ายประชาสัมพันธ์วันมหิดล
เพียงใช้ สามัญสำนึกก็รบรูได้วา “ไม่สมควร”
มหาวิทยาลัยมหิดลและคณะแพทยศาสตร์ศิริราช ั ้ ่ พยาบาลไม่เพียงแต่ควรปลดโลโก้ของไทยเบฟออกจากโปสเตอร์เท่านัน แต่ควรทบทวน ้ แนวทางการรับบริจาคจากธุรกิจที่มีส่วนในทำลายสุขภาพของประชาชนเช่นบริษัท น้ำเมาด้วย เพือเป็นแบบอย่างต่อนักศึกษาทุกสาขาวิชา ทีควรเรียนรูถงความเข้มแข็ง ่ ่ ้ ึ ในการปฏิเสธเงินจากธุรกิจทีมอมเมาและทำลายสุขภาพของประชาชน
่
แน่นอนว่าความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้
เป็นธรรมดาที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยอาจ
ไม่เท่าทันเล่ห์กลการโฆษณาแฝงทางธุรกิจ
แต่บทเรียนครั้งนี้
มหาวิทยาลัยมหิดลใน ฐานะมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านสุขภาพ
ยิ่งควรนำบทเรียนนี้เข้าหารือ
เพื่อการมีมติในที่ ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
(ทปอ.)
ในการสร้างบรรทัดฐานและสร้างสำนึกทาง จริยธรรมของทุกสถาบันการศึกษา
เพื่อเป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่ต่อเยาวชนไทย
ให้ ยึดมั่นในพระราชดำรัสของสมเด็จพระบรมราชชนกที่ว่า
“ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็น
ก่อนถึงวันมหิดลปีนี้
นายแพทย์สภทร ฮาสุวรรณกิจ
ุ ั ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ
จังหวัดสงขลา
ได้เขียน บทความเรื่อง
“ศิริราช
:
เสาหลักสุขภาพ
ไฉนจึงเมาเบียร์ ช้าง”
เผยแพร่ผ่านสื่อ
ซึ่งมีสาระสำคัญ
และข้อสงสัย
ดังนี้
“ศิรราชพยาบาล” เป็นสถาบันการแพทย์แห่งแรกที่ ิ ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย
ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัวสถาปนาขึ้นตั้งแต่ปี
พ.ศ.2431
และต่อมาได้โปรดเกล้า ให้จัดตั้งเป็นโรงเรียนแพทย์แห่งแรกของไทย
ตั้งแต่ปี
2433
และจากโรงเรียนแพทย์ก็ได้พัฒนาขึ้นเป็นคณะ แพทยศาสตร์
จัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีแห่ง แรกในประเทศไทย
ตั้งแต่ปี
พ.ศ.2485
จนถึงปัจจุบันเรียก ิ ได้ว่า
“ศิรราชพยาบาล” เป็นเสาหลักต้นใหญ่ของวงการ สุขภาพไทย “วันมหิดล” เป็นวันสำคัญของบุคลากรสายสุขภาพ ด้ ว ยตรงกั บ วั น คล้ า ยวั น สวรรคตสมเด็ จ พระมหิ ต ลา ธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ซึงจัดขึนใน ่ ้ วันที่ 24 กันยายน ของทุกปี เพือร่วมกันน้อมสำนึกพระ ่ เมตตาคุณพระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบนของไทย
ั ผู้ทรงอุทิศพระองค์
“ทรงให้”
ด้วยน้ำพระทัยอันบริสุทธิ์ ในการช่วยผู้ป่วย
แต่ในปีนี้
(เช่นเดียวกับปีที่แล้ว)
ป้าย ประชาสัมพันธ์งานวันมหิดลนั้นมีสิ่งหนึ่งที่สะดุดตา
ซึ่ง ขัดแย้งกันอย่างยิงกับอุดมการณ์ทางสุขภาพของทุกสถาบัน
่ การแพทย์การสาธารณสุข
นั่นคือ
การมีโลโก้
“ไทยเบฟ”
หรือเป็นทีรจกกันโดยทัวไปว่า
นีคอสัญลักษณ์
ของบริษัท ่ ู้ ั ่ ่ ื ไทยเบฟเวอเรจ
จำกัด
(มหาชน)
หรือ
บริษัทผู้ผลิต
“เบียร์ ช้าง”
ปรากฏอยู่ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ด้วย
“ไทยเบฟ”
ไม่ได้ผลิตแต่เบียร์ช้างเท่านั้น
แต่ยังเป็น เจ้าของสิ่งมึนเมาที่มอมเมาประชาชนมายาวนาน
(หลาย ยี่ห้อสเช่น
เหล้าแม่โขง
เหล้าแสงโสม
เหล้าขาว
เหล้า หงส์ทอง
เหล้าคราวน์
99
เหล้าเบรน
285
เบียร์อาชา
และเหล้ า เบี ย ร์ อ ี ก หลายยี ่ ห ้ อ )
ไม่นับน้ำดื่มตราช้างที่ เจตนาผลิตขึนมาเพือการโฆษณาแฝง ซึงเป็นเทคนิคใน ้ ่ ่ การหลี ก เลี่ ย งกฎหมายห้ า มการโฆษณาเครื่ อ งดื่ ม
กิจที่หนึ่ง... ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรม แห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์”
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1316511051&grpid=&catid=19&subcatid=1904
ประเด็นข่าว 7
เครือข่ายองค์กรงดเหล้า
งดเผยแพร่โปสเตอร์วันมหิดล
ธุ ร กิ จ น้ ำ เมามั ก มี วิ ธี ก ารโฆษณาแฝงต่ า งๆ นานา หากตาม ไม่ทัน คนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะตกเป็นเหยื่อการสร้าง ภาพของบริษัทน้ำเมาได้ตลอดเวลา ดังเช่น กรณีมีสัญลักษณ์ ของเบียร์ช้างไปอยู่บนโปสเตอร์งานวันมหิดล ซึ่งเป็นประเด็น ข่าวที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง
เรียกร้องคณบดีฯ
ศิริราช
ที่มีตราสัญลักษณ์บริษัทเหล้า
นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า
(สคล.)
ให้สัมภาษณ์ว่า
เครือข่ายงดเหล้าทั่วประเทศ
ซึ่งประกอบด้วย
ผู้นำ พุทธศาสนา
นักพัฒนาเอกชน
แกนนำประชาคม
กว่า
116
คน
ได้สงหนังสือ
่ ไปยังคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
นายกสภามหาวิทยาลัย
และอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล
เพื่อเรียกร้องให้งดเผยแพร่โปสเตอร์ งานรำลึกวันมหิดลที่มีตราสัญลักษณ์บริษัทผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเห็นว่า
การจัดงานวันมหิดล
ในวันที่
24
กันยายนของทุกปี
เป็น
การรำลึกถึงปณิธานและสืบทอดเจตนารมณ์ของสมเด็จพระบรมราชนก
และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลและมหาวิทยาลัยมหิดลเองก็เป็น หน่วยงานสร้างเสริมสุขภาพ
และมีฐานะเป็นครูแพทย์
จึงควรเป็นแบบ อย่างที่ดี
“คณะแพทยศาสตร์ศิริราชและมหาวิทยาลัยมหิดล
ควรเป็นแบบอย่าง ในการลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ
ไม่ควรเปิดโอกาสให้บริษัทผู้ผลิตและ จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ฉวยโอกาสใช้ตราสัญลักษณ์โฆษณาภาพ ลักษณ์ของบริษททีผลิตสินค้าทำลายสุขภาพ
ซึงไม่ใช่เฉพาะทีมหาวิทยาลัย
ั ่ ่ ่ มหิดลเท่านั้น
ยังรวมถึงสถานศึกษาอื่นๆ
ด้วย
ดังนั้น
หากมหาวิทยาลัย
มหิดลเป็นตัวอย่าง
จะเป็นคุณูปการมหาศาลแก่ประเทศ
ปัจจุบันหน่วย งานราชการและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข เป็นเป้าหมาย สำคั ญ ในการเข้ า ไปเชื่ อ มโยงเพื่ อ ใช้ สื่ อ สารการตลาดในลั ก ษณะนี้ ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
หากหน่วยงานยังไม่รู้เท่าทัน
ยิ่งตอกย้ำว่า
การรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงพิษภัย
นับวันจะทำได้ ยากมากขึ้น”
ขณะเดี ย วกั น ทางเครื อ ข่ า ยฯ ก็ ไ ด้ เ ดิ น ทางไปยื่ น ข้ อ
เรียกร้องในการประชุมสภามหาวิทยาลัย ซึ่งมีเครือข่ายด้าน สุ ข ภาพต่ า งๆ เช่ น แพทย์ นั ก วิ ช าการ ข้ า ราชการสาย สาธารณสุ ข นั ก ศึ ก ษา สื่ อ มวลชนอิ ส ระฯลฯ ร่ ว มลงชื่ อ สนับสนุนจำนวนมาก
(จาก
วันที่
19
กันยายน
พ.ศ.2554)
“มหิดล” ขอโทษสังคม ยอมถอดโลโก้บริษัทน้ำเมา
เมือวันที
22
กันยายน
พ.ศ.2554
ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช นายกสภามหาวิทยาลัย ่ ่ มหิดล
เปิดเผยว่า
เมื่อวันที่
21
กันยายน
มีการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล
กรณีที่ภาคประชาชน
อาทิ
แพทย์
เภสัชฯ
ทันตแพทย์
ทนายความ
นักวิชาการ
นักวิจัย
นักกฎหมาย
ผู้นำศาสนา
แกนนำชุมชน
และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย ต่างๆ
จำนวนทั้งสิ้น 436 รายชื่อ
เข้ายื่นข้อเรียกร้องที่ต้องการให้งดเผยแพร่ โปสเตอร์งานวันมหิดล ที่มีตราสัญลักษณ์ของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทผู้ผลิตเบียร์ช้าง และงดรับทุนจากบริษัทเหล่านี้
และ เมื่อคณะกรรมการทั้ง
29
คน
ได้พิจารณาแล้ว
มีมติเห็นด้วยต่อข้อเรียกร้องที่ให้ ยกเลิกการใช้โปสเตอร์ที่ปรากฎตราสัญลักษณ์ดังกล่าว
หากไม่มีการคัดค้านและเรียกร้อง ทุกคงเลยตามเลย
“ผมต้องขอโทษสังคมไทยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
รวมถึง
คณบดีคณะ แพทยศาสตร์
ศิริราชพยาบาล
ก็ได้ขอโทษต่อที่ประชุมและขอโทษกับ เหตุ ก ารณ์ ท ี ่ เ กิ ด ขึ ้ น ด้ ว ยเช่ น กั น
ต่ อ จากนี ้ ก ารรั บ เงิ น บริ จ าคคงต้ อ ง ระมัดระวังให้มาก”
นพ.วิจารณ์กล่าว
ขอบคุ ณ ทุ ก ภาคี ที่ ร่ ว มกั น ดูแลปกป้องสังคมไทย ไม่ให้ ตกเป็ น เหยื่ อ การตลาดของ ธุรกิจน้ำเมา
(จาก
วันที่
23
กันยายน
พ.ศ.2554)
8 กิจกรรมเยาวชน
สังคมทุกวันนี้มีสิ่งหลอกล่อให้เด็กและเยาวชน ก้าวเดินผิดทางมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อบายมุขเรื่องบุหรี่และน้ำเมา ที่เป็นต้นทางนำพาชีวิต ผู้เสพติดไปสู่ความเสื่อมสารพัด แต่ก็น่าดี ใจที่ยังมี เด็กๆและเยาวชนอีกไม่น้อย ที่รวมตัวกันปกป้อง ตัวเองจากสิ่งมอมเมาเหล่านี้ และช่วยกันเผยแพร่ เรื่องโทษของน้ำเมาให้เพื่อนๆ คนอื่นได้รู้เท่าทันด้วย รวมทั้งยังเป็นตัวเชื่อม และเป็นตัวกลางให้ ครอบครัวและชุมชนปลอดจากสิ่งไม่ดีนี้ด้วยเช่นกัน และแน่นอนว่ากิจกรรมดีๆ แบบนี้ย่อมได้รับการ ส่งเสริมและสนับสนุนจากผู้ ใหญ่เสมอ
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สร้างเครือข่าย แกนนำเฝ้าระวังอบายมุข
วันที่
17
-
18
กันยายน
2554
เครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างเสริม
สุขภาพมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ได้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์
โดย การชวนนักศึกษาทุกชั้นมาร่วมเรียนรู้ปัญหาด้านแอลกอฮอล์
บุ ห รี ่
การพนั น
สิ ่ ง เสพติ ด
ที ่ ศู น ย์ พ ั ฒ นาทรั พ ยากรมนุ ษ ย์
ล้านนา
เพื่อต้องการสร้างแกนนำนักศึกษาด้านการป้องกัน การเกิดปัญหาแอลกอฮอล์
ซึ่งในการจัดกิจกรรมครั้งนี้
เครือ ข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน
โดยคุณธงชัย
ยงยืน
และทีมงาน
ได้เข้าร่วมให้กำลังใจกับนักศึกษา
พร้อมทั้งได้ร่วม เสนอแนะความคิดหลากหลาย
ในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อสังคมด้วย
เยาวชน นักรณรงค์ งดเหล้า นครนายก ช่วยน้ำท่วม
เมือวันที
24
-
25
กันยายน
่ ่ 2554
เครื อ ข่ า ยองค์ ก ร งดเหล้ า จั ง หวั ด นครนายก
โดยนายชั ย พร
ทวี ว งษ์
ได้ น ำเยาวชน นักรณรงค์งดเหล้า
และ ชมรมเยาวชนนักพัฒนา ตำบลโคกกรวด
ออกช่วย ประชาชนที ่ ถู ก น้ ำ ป่ า ไหลหลากและน้ ำ ท่ ว ม
ในพื้นที่ตำบลโคกกรวด
อำเภอปากพลี
จังหวัด นครนายก
นอกเหนื อ จากการรณรงค์ให้ ประชาชนมี ส ุ ข ภาพดี
ด้ ว ยการไม่ สู บ บุ ห รี ่
และดื ่มเครื่องดื ่ม แอลกอฮอล์
เป็ น การสร้ า ง จิ ต สำนึ ก
ในการช่ ว ย เหลือสังคม
ของเยาวชน นั ก พั ฒ นาตำบลโคก กรวด
เครือข่ายยาวชนต้านเหล้า ประณามคอนเสิร์ตริมหาด
เมื่อวันที่
5
กันยายน
2554
ที่โรงแรมเคยูโฮม
มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์
องค์กรเครือข่ายเยาวชนกว่า
10
องค์กร
ได้ร่วม
ประชุมเพื่อออกแถลงการณ์
เรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ออกมารับผิดชอบ
กรณีกลุ่มวัยรุ่นดื่มเหล้าจนมึนเมาแล้วก่อ เหตุทะเลาะวิวาทะ
จนทำให้มีผู้บาดเจ็บเกือบ
200
ราย
และ
เสียชีวิต
1
ราย
ระหว่างการจัดงานคอนเสิร์ตเรกเก้
ออน
เดอะ
ร็อก
ครั้งที่
3
บริเวณริมทะเล
ชายหาดชะอำฝั่งเหนือ
จ.เพชรบุรี
ซึ่งตำรวจได้เข้าระงับเหตุ
และควบคุมตัวผู้ก่อความ ไม่สงบได้
70
ราย
ทั้งนี้
เครือข่ายเยาวชนต้านเหล้า
ต้องการ ให้ผู้จัดงานออกมารับผิดชอบ
และมีการบังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจัง
รวมทั้งได้ชวนเชิญให้เยาวชนร่วมกันต่อต้าน คอนเสิร์ตที่มีน้ำเมาด้วย
กิจกรรมเยาวชน 9
รณรงค์โรงเรียน ปลอดเหล้าที่พัทลุง
วันที่
29
-
30
สิงหาคม
2554
เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดพัทลุง
เขต1
ได้จัดงานเปิดโลกการศึกษา
สร้างปัญญาเด็กพัทลุงครั้งที่
7
ประจำปี
2554
โดย
มี
นายนิ พ ิ ฏ ฐ์
อิ น ทรสมบั ต ิ
สมาชิ ก สภาผู ้ แ ทน ราษฎรจังหวัดพัทลุง
(อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง วัฒนธรรม)
เป็นประธานในพิธี
ในการนี้
สมาคม
ครอบครัวเข้มแข็งพัทลุง
ร่วมกับเครือข่ายองค์กร
งดเหล้ า จั ง หวั ด พั ท ลุ ง
ก็ ไ ด้ ร ่ ว มแจกป้ า ยรณรงค์ โรงเรียนปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในงานด้วย
ตราดจัดกิจกรรม เยาวชนต้นคิด
วันที่
24
กรกฎาคม
2554
ณ
ค่ายลูกเสือจังหวัดตราด
เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตราด
จัดกิจกรรมเยาวชน
ต้นคิด
มีจิตอาสา
ต้านภัยแอลกอฮอล์
3
วัน
2
คืน
โดย
มีวัตถุประสงค์
เพื่อให้เยาวชนรับรู้ถึงพิษภัยของการดื่ม แอลกอฮอล์,
เพือสร้างองค์ความรูในการทำงานของเยาวชน
่ ้
เฝ้ า ระวั ง ภั ย แอลกอฮอล์ อ ย่ า งเป็ น รู ป ธรรม,
เพื ่ อ สร้ า ง
แกนนำเยาวชนที่สามารถมาเป็นแกนนำในการทำงาน
ต่อไป
โดยเครือข่ายฯมีความคาดหวังว่าตำบลประณีต
หมู่4
จะเป็นหมู่บ้านต้นแบบในการสร้างครอบครัวเลิก เหล้ า
เพื ่ อ นำไปสู ่ หมู่บ้านปลอดเหล้า ต้ น แบบในจั ง หวั ด ตราดต่อไป
เยาวชนงดเหล้านครนายก ร่วมงานเดิน-วิ่งเขื่อนขุนด่าน ปราการชล ปีที่ 6
วันที่
4
กันยายน
2554
เยาวชนนักรณรงค์งดเหล้าภาคตะวันออก
ร่ ว มกั บ เครื อ ข่ า ยองค์ ก รงดเหล้ า
จั ง หวั ด นครนายก
ได้ ร ณรงค์
งดเหล้าเข้าพรรษา
และเผยแพร่
พ.รบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอ
ฮอล์
ภายในงาน
เดิน
-
วิ่ง
เขื่อนขุนด่านปราการชลมาราธอน
ครั้งที่
6
เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมี พระชนมพรรษาครบ
๗
รอบ
รวมถึงประชาสัมพันธ์โครงการเขือนขุนด่านปราการชล
อันเนือง
่ ่ มาจากพระราชดำริ
เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดนครนายก
ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ
เอกชน
และ
องค์กรต่างๆ
10 เรื่องเหล้าจากต่างแดน
จับลุง
“โอบามา”
ข้อหา “เมาแล้วขับ”
กัมพูชาห้ามติดป้ายโฆษณาน้ำเมา
ญาติมิตรเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่
หรือมีตำแหน่งการงาน ระดับสูง
เรื่องมักจบลงอย่างง่ายดาย
และผู้ทำผิดส่วน ใหญ่ไม่ได้รับโทษตามกฎหมาย
จนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ที่ยึดถือกันอย่างเหนียวแน่น
เป็นที่รับรู้กันทั่วไป
เมื่อไหร่ หนอ
คนไทยจะยอมรับความจริงว่า
เมื่อทำผิดก็ต้องได้รับ โทษเท่าเทียมกัน
ไม่ว่าจน
รวย
หรือญาติพี่น้อง
เหมือนที่ หลายๆ
ประเทศเขาปฏิบัติกัน
เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านไป
ลุงต่างมารดาของ ประธานาธิบดีสหรัฐ บารัก โอบามา
ถูกจับข้อหาเมา แล้วขับ
ตำรวจกล่าวว่า
นายโอนยังโก โอบามา วัย 67 ปี
ถูกจับกุมหลังขับรถฝ่าด่านตรวจ
และเกือบชนเข้ากับรถ ของเจ้ า หน้ า ที ่ ป ระจำด่ า นในเมื อ งเฟรมิ ง แฮม
ราว
32
กิโลเมตรจากตัวเมืองบอสตัน
ซึ่งตำรวจได้ตั้งข้อหาขับขี่ ยานพาหนะขณะมึนเมา ขับขี่ยานพาหนะโดยประมาท และไม่ ป ฏิ บั ติ ต ามกฎหมายจราจร
“วั ล
คริ ช ตั ล ”
เจ้าหน้าที่ประจำเมืองเฟรมิงแฮม
ระบุว่า
นายโอนยังโก
ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
และต่อว่าตำรวจด้วยคำหยาบคาย
คริชตัล
กล่าวว่า
เขาเลื่อนรถตำรวจหลบรถของโอนยังโก ไปได้อย่างฉิวเฉียด
แต่โอนยังโกเถียงว่าเขาไม่ได้ยินเสียง ล้อรถเสียดสีกับถนน
ดังนั้น
ตำรวจเป็นฝ่ายโกหก
จากบันทึกประจำวันของตำรวจ
เมื่อโอนยังโกมาถึง สถานี ต ำรวจ
เขาขอใช้ ส ิ ท ธิ โ ทรศั พ ท์ เ พื ่ อ นั ด แนะการ ประกันตัว
เมื่อถามว่าจะโทร.ไปที่ใด
เจ้าตัวตอบว่า
“ผม ต้องการโทรไปยังทำเนียบขาว”
เพื่อขอให้ช่วยประกันตัว หลังถูกจับด้วยข้อหาเมาแล้วขับในวันศุกร์
แต่ถูกปฏิเสธ การประกันตัว เนืองจากอยูภายใต้ขอบังคับของกฎหมาย ่ ่ ้ ผู้อพยพ
นอกจากนี้
คริชตัล
ยังระบุว่า
โอนยังโกไม่ผ่าน การตรวจลมหายใจมาหลายรอบแล้ว
และเอกสารของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก็ระบุว่า
โอนยังโกเคยถูก พิจารณาส่งตัวออกจากสหรัฐมาแล้ว
ถ้าคนไทยยึดหลักการมากกว่าวงศาคณาจารย์
ในกรุงพนมเปญ
การทำผิดกฎหมายต่างๆ
ในเมืองไทย
ถ้ามีเครือข่าย
โดยธรรมชาติของคน
ถ้าไม่ดู
ไม่รู้
ไม่เห็นอะไร
ก็จะไม่มีข้อมูลหรือเอาใจ
ประเทศคงพั ฒ นาไปได้ อ ย่ า งไม่ ส ะดุ ด และ ปัญหาสังคมหลายๆ เรื่องคงแก้ไขได้ไม่ยาก
http://www.thaipost.net/
news/310811/44243
ใส่ในเรื่องนั้น
แต่ถ้าเห็นอยู่บ่อยๆ
ได้ยิน
ได้ฟัง
เป็นประจำสม่ำเสมอ
ก็ย่อมเกิด ความรู้สึกอยากลองอยากรู้
โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว
เพียงแต่มากน้อยแตกต่างกัน ไปตามสภาพแวดล้อม
ไม่เช่นนั้นสินค้าต่างๆ
คงไม่ทุ่มโฆษณากันมากมาย
แต่ บริษัทน้ำเมาก็มักพูดว่าการโฆษณาสินค้าของพวกเขา
(ที่ละเมิดกฎหมาย)
ไม่มี ผลต่อยอดขาย...
จริงหรือ!
ถ้าเช่นนั้นก็น่าจะเอาอย่างประเทศกัมพูชานะ
เมื่อเร็วๆ
นี้
กลุ่มรณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนน
ต่างรู้สึกยินดีกับการ ออกกฎระเบียบห้ามโฆษณาสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกรุงพนมเปญ
ที่มี การลงนามไปเมื่อวันที่
20
กันยายน
2554
“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เจ้าของ ผลิตภัณฑ์
หรือบริษัทที่จัดจำหน่าย
รวมทั้งบริษัทโฆษณา
ต้องหยุดกิจกรรม
ทุกประเภททีเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์เครืองดืมแอลกอฮอล์ตามทีสาธารณะ
่ ่ ่ ่ ในกรุงพนมเปญ”
นี่คือคำแถลงของผู้ว่าฯกรุงพนมเปญ
คำแถลงระบุว่า
อุบัติเหตุจราจรมีสาเหตุมาจากความมึนเมาของผู้ขับขี่
ยานพาหนะ
จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและทำให้ทรัพย์สินสาธารณะเสียหาย
ซึ่ง
ป้ายโฆษณาที่ยังคงติดอยู่ตามสถานที่ต่างๆ
จะถูกเจ้าหน้าที่รื้อถอนออกภายใน
สิ้นปีนี้
นางโสย
ยารี
ผู้ประสานงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัท
Cambrew
ที่เป็น ผู้ผลิตเบียร์ยี่ห้อ
Angkor
Klang
และ
Black
Panther
กล่าวว่า
การออกคำสั่งห้าม ดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อยอดขายผลิตภัณฑ์ของบริษัท
เพราะผู้บริโภคต่างรู้ถึง คุณภาพของผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นอย่างดี
“การห้ามติดป้ายโฆษณาเครื่อง ดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้หมายความว่าเราจะเสียลูกค้าไป
เพราะนักดื่มต่างรู้กันดีถึง คุณภาพของผลิตภัณฑ์
ดังนั้นเราจึงไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้”
นายปีเตอร์
บรอนเจอร์
ซีอีโอ
บริษัท
Kingdom
Breweries
กล่าวถึงการห้าม โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทยว่าไม่สามารถควบคุมการบริโภคได้
และว่า มีวิธีแก้ปัญหาเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดีกว่านี้
“ผมเชื่อในความรับผิด ชอบของผู้ดื่มและการไม่ขับรถขณะมึนเมา
ผมคิดว่าการสื่อสารเกี่ยวกับประเด็น ดั ง กล่ า วให้ ท ั ่ ว ถึ ง
จะมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพมากกว่ า การห้ า มโฆษณาเครื ่ อ งดื ่ ม แอลกอฮอล์”
นายปีเตอร์
กล่าว
ทางด้าน
นางยง กิม เอ็ง ประธานศูนย์ประชาชนเพื่อการพัฒนาและ สันติ กล่าวว่า
แผ่นป้ายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขนาดใหญ่ส่งผลกระทบ ต่อการท่องเที่ยว
โดยอ้างว่าชาวต่างชาติเดินทางมาเยือนกัมพูชาเพราะสถานที่ ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ
ไม่ใช่ป้ายโฆษณาเครื่องดื่ม
“ป้ายโฆษณา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขนาดใหญ่ในเมือง ควรถูกแทนที่ด้วยภาพรีสอร์ต แหล่ ง มรดกโลกของประเทศ และสถานที่ ท่ อ งเที่ ย วต่ า งๆ ซึ่ ง มี อ ยู่ มากมายในประเทศของเรา”
นางกิม
เอ็ง
กล่าว
เรื่องดีๆ แบบนี้ ไทยเราควรเอาอย่างเขานะ!
http://www.thaiantialcohol.com/cms/contents/view/530
เผยผลวิจัย
การดื่ม คลายเครียด
อาจกลาย เป็นติดสุราได้
Emma Childs
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโก
และผู้ร่วมเขียนรายงานเรื่องนี้
อธิบายว่า
ปฏิกิริยาของ ร่างกายต่อความเครียด
แยกผลกระทบทางร่างกาย ออกจากอารมณ์ความรู้สึก และก็เกิดขึ้นในเวลาที่ ต่างกัน หลังจากเกิดความเครียด
ตัวอย่างเช่น
หัวใจ เต้นเร็วขึ้น
ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น
และการปล่อย คอร์ติโซล
(cortisol)
ฮอร์โมน
เกิดขึ้นและสลายตัวลงใน เวลาที่ต่างจากการมีความรู้สึกเครียดในเชิงลบเพิ่มขึ้น
เพราะฉะนั้น
การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
ก็อาจมี ผลกระทบที่ต่างกัน
ขึ้นอยู่กับเวลาที่เจ้าตัวดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์หลังเกิดความเครียด
การศึกษาวิจัยนี้ได้ให้อาสาสมัครชายที่มีสุขภาพดี
25
คน
ทำงานต่ า งกั น สองอย่ า ง
อย่ า งหนึ ่ ง เป็ น งาน
น่ารู้ 11
ที ่ ท ำให้ เ กิ ด ความเครี ย ด
(เช่ น
การกล่ า ว ปราสัยในที่สาธารณะ)
และงานอีกอย่างหนึ่ง ที่ไม่มีความเครียด
หลังการทำงานที่ว่าแล้ว
อาสาสมัครซึ่งแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม
รับการ ถ่ายเครื่องดื่มทาง
I.V.
ซึ่งเท่ากับเครื่องดื่มที่ มีแอลกอฮอล์สองแก้ว
และเครื่องดื่มที่ไม่มี แอลกอฮอล์ในเวลาที่ต่างกัน
จากนั้น
นัก วิจัยวัดผลกระทบทั้งทางอารมณ์และร่างกาย
Emma
Childs
บอกว่า
ผลที่ได้ แสดงให้เห็นความสัมพันธ์สองทางระหว่างแอลกอฮอล์กับความเครียด
กล่าวคือ
แอลกอฮอล์สามารถเปลี่ยนวิธีที่ร่างกายจัดการกับความเครียด
โดยลดการปล่อยคอร์ติโซลฮอร์โมน
และยืดเวลาที่รู้สึกเครียดออกไปอีก
ขณะ เดียวกัน
ความเครียดยังสามารถเปลี่ยนความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการดื่ม แอลกอฮอล์ด้วย
โดยลดความรู้สึกสบายๆ
จากการดื่มแอลกอฮอล์
หรือ ทำให้กระหายอยากดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นได้ด้วย
ตามปกติ
การที่ร่างกายตอบโต้ความเครียด
เป็นประโยชน์ในลักษณะ
ที่ช่วยให้คนเราตอบโต้ต่อเหตุการณ์ที่ไม่ดีได้
เพราะฉะนั้น
การเปลี่ยนวิธีที่ ร่างกายตอบโต้ต่อความเครียด
อาจไปเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดโรคที่เกี่ยวโยง กับความเครียดได้ ซึ่งโรคหนึ่งนั้น คือการติดสุรา
รายงานการวิจัยฉบับนี้
ตีพิมพ์ในวารสาร
Alcoholism:
Clinical
&
Experimental
Research
ฉบับเดือน ตุลาคม
พ.ศ.2554
ผลการศึ ก ษาวิ จั ย เรื่ อ งการดื่ ม เครื่ อ งดื่ ม ที่ มี แอลกอฮอล์เพื่อคลายความเครียดนี้ แสดงให้ เห็ น ว่ า แอลกอฮอล์ กั บ ความเครี ย ดมี ป ฏิ สัมพันธ์ระหว่างกัน
สรุปว่าถ้าไม่ลอง ไม่ดื่ม ก็ไม่ต้องเสี่ยงเป็นโรคติดสุรา
http://www.voanews.com/thai/news/stress-alcohol-3aug11-126741178.html
นักวิจัยรุมค้าน
ไวน์แดง ไม่ ได้ช่วยป้องกันโรคหัวใจ
เป็นเรื่องธรรมดาที่พ่อค้าน้ำเมาจะเพียรพยายาม หาข้ออ้าง เพื่อให้ธุรกิจ “สีเทา” ดูไม่ดำมืดจนเกิน ไป และเรื่องที่เราได้ยินกันมานาน คือเรื่องไวน์แดง ช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ ด้วยเหตุนี้นักดื่มหลายคน จึงยกเป็นข้ออ้าง และยกระดับการดื่มให้ดูมีเกียรติ ขึ้น (คิดเอาเอง) แต่อย่างไรก็ตาม ความจริงที่ลบ ล้างไม่ได้คือ น้ำเมาเป็นเครื่องดื่มที่ให้มากมาย
เมื่อเร็วๆ
นี้
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของออสเตรเลีย
ต่างพากันแสดงความสงสัยในเรื่องทีเชื่อกันว่าไวน์แดง ่ ป้องกันโรคหัวใจวาย
เพราะเห็นว่า
ไม่ว่าเหล้าชนิดใด ล้วนแต่นำความเสือมโทรมมาให้ทงสิน
กลุมพันธมิตร
่ ั้ ้ ่ นโยบายต่อต้านการดื่มสุรา
ได้กล่าวตอบโต้ความเชื่อ ผิดๆ
เรื่องการดื่มไวน์แดง
หลังจากที่มีข่าวว่า
ในการวิจัย ระหว่างประเทศเมื่อเร็วๆ
นี้
พบว่า
การดื่มเพียงเล็กน้อย ช่วยให้เสี่ยงกับการเป็นโรคหัวใจน้อยลงกว่าคนที่ไม่ดื่ม เลย
พวกเขาได้ยกผลการศึกษาที่พบว่า
โทษของเหล้ามีเหนือกว่าคุณมาก นัก ไม่ว่าดื่มเข้าไปเมื่อใด อันตรายของมันจะติดตัวไปชั่วชีวิต
หัวหน้าฝ่ายบริหาร
มูลนิธิหัวใจ
วิกตอเรีย คาธี่ เบลล์
กล่าวว่า
ไม่ขอ แนะนำให้ดื่มไวน์แดงหรือเหล้าเพื่อป้องกันโรคหัวใจ
โรคหลอดเลือด
โรค มะเร็ง
หรือโรคตับแข็ง
“เพราะได้ทบทวนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งปวง มาแล้ว
พบว่ามีการประมาณโทษของเหล้าที่มีต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ต่ำลงอย่างมากมายทั้งสิ้น
โดยเฉพาะไวน์แดง ไม่ได้มีคุณภาพในการ พิทักษ์เป็นพิเศษอย่างใด”
เชื่อนักวิชาการที่มีหน้าที่ดูแลสุขภาพและพูดความจริงดีกว่า หาก จะดื่มก็ยอมรับโดยดีว่าเป็นเพราะความอ่อนแอของจิตใจตัวเองที่เสพ ติ ด น้ ำ เมาเข้ า แล้ ว อย่ า มั ว ไปยึ ด มั่ น กั บ ข้ อ มู ล หรื อ งานวิ จั ย ที่ อิ ง ผล ประโยชน์กับธุรกิจน้ำเมาอยู่เลย เพราะนั่นจะยิ่งทำให้เราเสี่ยงกับ ความเจ็บป่วยสารพัดมากกว่า
http://www.thairath.co.th/content/edu/204374
12 กิจกรรมงดเหล้า
สคล.
ร่วมแบ่งปัน สิ่งของช่วยน้ำท่วม
อุทกภัยหรือภัยจากน้ำท่วมในปีนี้ สร้างความเสียหายรุนแรงกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศ และในยามที่ พี่น้องร่วมชาติต้องประสบกับความทุกข์ยากลำบากจากภัยธรรมชาติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง สำนักงาน เครือข่ายองค์กรงดเหล้า ก็ไม่รีรอที่จะร่วมแบ่งปันน้ำใจเท่าที่มี ไปช่วยเหลือประชาชนและภาคีเครือ ข่ายที่เดือดร้อนในหลายจังหวัดที่สามารถเดินทางไปได้
จังหวัดอ่างทอง
เมื ่ อ วั น ที ่
2
ตุ ล าคม
พ.ศ.2554
ตั ว แทนจากสำนั ก งานเครื อ ข่ า ย องค์กรงดเหล้า
และผู้ประสานงาน เครื อ ข่ า ยฯภาคกลาง
ได้ ล งพื ้ น ที ่ แจกสิ่งของที่จำเป็นแก่ผู้เดือดร้อน จากน้ำท่วม
ที่หมู่ 2 หมู่ 3 หมู่ 4 หมู่ 5 และ หมู่ ที่ 8 ตำบลราช สถิตย์ อำเภอไชโย จังหวัดหวัด อ่างทอง จำนวน 169 ครัวเรือน
จังหวัดลพบุรี
วันที่
2
ตุลาคม
พ.ศ.
2554
คุณ ชัยณรงค์ คำแดง
รองผู้จัดการ สำนั ก งานเครื อ ข่ า ยองค์ ก รงด เหล้า
คุณทนงชัย บูรณพิสุทธิ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้า ภาคกลาง
คุณพรธิดา เวียงสงค์ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้า จั ง หวั ด ลพบุ ร ี
ได้ ล งพื ้ น ที ่ แ ละ มอบสิ่งของที่จำเป็นจำนวน
165
ชุด
เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อน
จังหวัดสิงห์บุรี
วั น ที ่
25
กั น ยายน
พ.ศ.
2554
คุ ณ ชั ย ณรงค์ คำแดง
รองผู ้ จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กร งดเหล้ า
ร่ ว มกั บ ประชาคมงด เหล้าจังหวัดสิงห์บุรี
เป็นตัวแทน มอบสิ่งของแก่ชาวบ้านที่ประสบ ภัย
ที่หมู่ 3 และหมู่ 4 ตำบล พระงาม อำเภอพรหมบุ รี จังหวัดสิงห์บุรี
แวดวงภาคี 13
ชาว สคล.ร่วมใจ ช่วยน้ำท่วม
วันที่
30
กันยายน
พ.ศ.
2554
เจ้าหน้าที่สำนักงานเครือข่ายองค์กร
งดเหล้า
ต่างร่วมแรงร่วมใจกันบรรจุสิ่งของที่จำเป็นในถุงยังชีพ
เพื่อนำ
ไปช่วยเหลือพี่น้องและภาคีเครือข่ายที่ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดต่างๆ
จังหวัดอยุธยา
วั น ที ่
27
กั น ยายน
พ.ศ.2554
ตั ว แทนจาก ครอบครัวสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า
ร่วมกับผู้ประสานงานฯ
จังหวัดพระนครศรี
อยุธยา
และทีมเยาวชนฯ
ได้นำถุงยังชีพจำนวน
300
ถุ ง
ไปมอบให้ แ ก่ ผู ้ ป ระสบภั ย น้ ำ ท่ ว ม
ที่
หมู่ 5 และ หมู่ 6 ตำบลไทรน้อย อำเภอ บางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จังหวัดชัยนาท
วันที่
25
กันยายน
พ.ศ.
2554
คุณชัยณรงค์ คำแดง
ตั ว แทนจากสำนั ก งานเครื อ ข่ า ย องค์กรงดเหล้า
คุณทนงชัย บูรณพิสุทธิ์
ผู ้ ป ระสานงานเครื อ ข่ า ยองค์ ก รงดเหล้ า
ภาคกลางคุณดวงพร อิฐรัตน์ ผู้ประสาน งานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชัยนาท
และเครื อ ข่ า ย
อสม.ฯ
ได้ ร ่ ว มกั น แจกถุ ง ยังชีพแก่ผู้ประสบภัยจำนวน
300
ชุด
ที่หมู่ 4 ตำบลธรรมมามู ล อำเภอเมื อ ง จังหวัดชัยนาท
14 แวดวงภาคี
“แคนดง” ขยายผล
“จัดงานศพปลอดเหล้า”
วั น ที ่
21
กั น ยายน
2554
อำเภอ
แคนดง
จังหวัดบุรีรัมย์
โดยการนำ ของนายอำเภอรณชิต พุทธลา
ได้ จัดงานโครงการส่งเสริมอาชีพและวิถี ชี ว ิ ต ตามแนวปรั ช ญาเศรษฐกิ จ พอ เพียง
ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการกว่า
500
คน
จาก
4
ตำบล
โดยภายในงานได้ มี ก ารนำเสนอเรื ่ อ งราวการดำเนิ น ชีวิตแบบพอเพียงเพื่อให้ทุกคนนำไป ปฏิบัติ
รวมถึงเรื่องราวดีๆในพื้นที่ที่ รณรงค์ เ รื ่ อ งการจั ด งานศพปลอด เหล้า
ที่สามารถประหยัดเงินค่าเหล้า ในงานศพได้ ถ ึ ง
70,000
บาท
อาจารย์ ศ ุ ภ กิ จ
หงส์ โ สภา
ซึ ่ ง เป็ น ตั ว แทนประชาคมงดเหล้ า จั ง หวั ด บุ ร ี ร ั ม ย์
กล่ า วว่ า
นอกจากงานศพ ปลอดเหล้าที่มีคนในแคนดงเห็นด้วย แล้ว
จะขยายผลไปยังงานบุญบั้งไฟ ต่อไป
พื้นที่ต้นแบบปลอดอบายมุข จังหวัดพัทลุง
วั น ที ่
18
สิ ง หาคม
2554
เจ้ า หน้ า ที ่ จ ากสำนั ก งานกอง
ทุ น สนั บ สนุ น การสร้ า งเสริ ม
สุขภาพ
(สสส.)
ลงพืนทีตดตาม
้ ่ ิ ชุมชนมีด
ให้โครงการครอบครัวเข้มแข็ง
ภายใต้การดูแลของ ี สมาคมครอบครัวเข้มแข็งพัทลุง
และได้คัดเลือกพื้นที่น้ำตก นกรำเป็นพื้นที่ต้นแบบในด้านปลอดอบายมุข
ทั้งนี้
พื้นที่ น้ำตกนกรำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวปลอดอบายมุขที่เป็นรูปธรรม
ที่ชุมชนสามารถผลักดันเป็นนโยบายระดับตำบลและสามารถ ประกาศเป็ น สถานท่ อ งเที่ ย วปลอดเหล้ า แห่ ง แรกของ จั ง หวั ด พั ท ลุ ง
ภายใต้ ก ารสนั บ สนุ น ของเครื อ ข่ า ยองค์ ก ร
งดเหล้าจังหวัดพัทลุง
ประชุมผู้ประสานงานฯ อีสานบน
นครสวรรค์จัดเวที แลกเปลี่ยนเรียนรู้
เมื่อวันที่
30
สิงหาคม
2554
นพ. บัวเรศ ศรีประทักษ์ สาธารณสุข จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
ร่วมกันจัดงาน
“มหกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
อยู่ อย่างพอเพียง
ชุมชนลดโรค”
ณ
ห้องประชุมโรงแรมพิมาน
จังหวัด นครสวรรค์
โดยมีเป้าหมายคือ
หมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่โรงพยาบาลส่ง เสริมสุขภาพระดับตำบล
โดยมีผู้นำชุมชน
ผู้บริหารสถานศึกษา
บุคลากร ที่รับผิดชอบงานสร้างสุขภาพของ
รพ.สต.
แกนนำชุมชนในพื้นที่
จำนวน
280
คน
เข้าร่วมงาน
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้เกิดการปรับ เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย
ลดสภาวะเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง
ความดันโลหิตสูง
โรคหัวใจและโรคหลอดเลือด
สร้างกระบวนการมีส่วน ร่วมภาคประชาชน
รวมทั้งให้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการปรับ เปลี ่ ย นพฤติ ก รรมที ่ ไ ม่ เ หมาะสมของครอบครั ว
ชุ ม ชน
เช่ น
การดื ่ ม แอลกอฮอล์
และบุหรี่
ด้วย
เมื่อวันที่
17
-
18
กันยายน
2554
ประชาคมงดเหล้า ภาคอีสานตอนบน 12 จังหวัด
ได้ร่วมประชุมรายงาน ความก้าวหน้าการทำงานที่ผ่านมา
พร้อมทั้งหารือการ
ขับเคลื่อนงานของทุกจังหวัดอีสานบน
ณ
โรงแรมสิริน
เรสซิเด้นท์
อำเภอเมือง
จังหวัดขอนแก่น
ซึ่งนำโดย
นาย นิรุจน์ อุทธา
ผู้ประสานงานภาคอีสานตอนบนได้เริ่มเปิด ประชุม
โดยมีวาระสำคัญคือ
การนำเสนองานงดเหล้า เข้าพรรษาของแต่ละจังหวัด
และความก้าวหน้าในงาน ต่างๆ
ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์
“อีสานไม่กินเหล้า”
เครือข่ายงดเหล้าเหนือบน ชวนครอบครัวเลิกเหล้า
เมือวันที
28
สิงหาคม
2554
ทีศนย์ทรัพยากรล้านนา
อำเภอสันกำแพง
่ ่ ่ ู จังหวัดเชียงใหม่
สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอน
บน
ร่วมกับมูลนิธิเพื่อเยาวชนเพื่อการพัฒนา
และมูลนิธิหญิงชาย
ก้าวไกล
จัดกิจกรรมกระบวนการค่ายครอบครัวสร้างสุข เลิก เหล้า
โดยความร่วมมือจากพี่น้องประชาคมงดเหล้า
จังหวัดน่าน
จังหวัดแพร่
จังหวัดแม่ฮ่องสอน
จังหวัดลำพูน
จังหวัดลำปาง
จังหวัด เชียงใหม่
จังหวัดเชียงราย
และจังหวัดพะเยา
ทั้งนี้
จากการทำ โครงการ
“ลูกชวนพ่อแม่เลิกเหล้า”
เมื่อปี
2552
–
2553
พบว่า
ลูก มี ส่ ว นทำให้ พ ฤติ ก รรมการดื่ ม เครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ ข องพ่ อ แม่ เปลี่ ย นแปลงไปในทิ ศ ทางที่ ดี ขึ้ น และกิ จ กรรมที่ ส่ ง ผลต่ อ การ เปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือ กิจกรรมการจัดค่ายครอบครัว
แวดวงภาคี 15
ปทุมธานีร่วมรณรงค์ งดเหล้าในชุมชนและโรงงาน
ตำรวจลำปางตัวเข้ม การบังคับใช้ พ.ร.บ.ฯ คุมน้ำเมา
วันที
21
สิงหาคม
2554
เทศบาลตำบลบางกะดี และคณะกรรมการ ่ ชุมชนนิคมอุตสาหกรรมบางกะดี
ได้จัดงานเทศบาลสัญจรพบ ประชาชน
ณ
บริเวณอาคารเอนกประสงค์
ชุมชนบางกะดี
อำเภอ เมือง
จังหวัดปทุมธานี
อนึ่ง
ในการจัดงานครั้งนี้
ทางเจ้าภาพได้เชิญ เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดปทุมธานี
ร่วมจัดบูธนิทรรศการ
จำหน่ายสินค้า
และรณรงค์เรื่องโทษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้มาร่วมงานกว่า
500
คน
รับทราบด้วย
เพื่อให้การดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระทำ ผิดเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เป็นไปตามเจตนารมณ์ ของกฎหมาย
กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง
จึ ง ได้ จ ั ด การอบรม
ตามโครงการพั ฒ นาศั ก ยภาพ พนั ก งานเจ้ า หน้ า ที่ เ ฝ้ า ระวั ง และบั ง คั บ ใช้ ก ฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เมื่อวันที่
26
สิงหาคม
2554
โดยมีตำรวจชั้นสัญญาบัตร
สังกัดตำรวจ ภูธรจังหวัดลำปางทัง
13 อำเภอ จำนวน 202 คน
เข้ารับ
้ การอบรม
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความรู้ความเข้าใจ
และเกิดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้น
วันที่
8
สิงหาคม
2554
เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสระแก้ว
จัดอบรมแกนนำเครือข่ายองค์การงดเหล้าฯ
เขตอำเภออรัญประเทศ
จังหวัดสระแก้ว
โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รวม ถึงสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล และคณะผู้บริหาร
เข้าร่วม เป็นแกนนำเครือข่ายฯ และร่วมวางแผนการดำเนินงาน
พร้อม ทั้งสนับสนุน
งบประมาณในการดำเนินงานรณรงค์
ลด
ละ
เลิก
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่
รับผิดชอบของแต่ละชุมชนหมู่บ้าน
ตำบล
ซึ่งการอบรมแกนนำใน ครั้งนี้
มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม
จำนวน
๔๗
คน
และจะได้ขยายเครือ ข่ายฯให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในเขตจังหวัดสระแก้วต่อไป
สระแก้วจัดอบรม แกนนำเครือข่ายฯ
ภาคีเครือข่ายฯ นครนายก ร่วมจัดระเบียบ ร้านเหล้า
เมื่อวันที่
10
สิงหาคม
2554
ที่ผ่านมา
กลุ่มเยาวชนนักรณรงค์ งดเหล้า และคณะอนุกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประกอบด้วย รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครนายก
เจ้าหน้าที่ตำรวจ
และสรรพสามิตจังหวัดนครนายก
ได้เข้าชี้แจงให้ สถานประกอบการ
ร้านค้า
ผับ
บาร์
โรงเหล้า
และ
รีสอร์ตต่างๆ
ปฏิบัติตามกฎหมาย
พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
พ.ศ.
2551
พร้อมกันนี้
ก็ได้แจกเอกสาร
พ.ร.บ.ฯ
และดำเนินการปลด ป้ายที่ผิดกฎหมาย
รวมถึงมีการตักเตือน
ให้คำแนะนำ
และให้ผู้ ประกอบการได้ซักถามข้อข้องใจต่างๆ
ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่าง ดียิ่งจากผู้ประกอบการทุกคน
คำเขื่อนแก้วยกระดับ งานบุญปลอดเหล้า
เมื่อวันที่
2
สิงหาคม
2554
นายสมเพชร สร้อยสระคู
นายอำเภอ คำเขื่อนแก้ว
พร้อมส่วนราชการทั้งอำเภอ
ชุมชน
หมู่บ้าน
ร่วม ประกาศเจตนารมณ์ จากงานศพปลอดเหล้าสู่งานศพปลอด เหล้ า ปลอดการพนั น และงดเหล้ า เข้ า พรรษาสู่ ง ดเหล้ า เข้ า พรรษามาออมเงิน
เพื่อเตรียมความพร้อมเฉลิมพระเกียรติใน เดือนธันวาคม
2554
โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดคนร่วมใจงดเหล้าเข้า พรรษา
50
%
ของพื้นที่
พร้อมกันนี้ได้ประสานให้แต่ละอำเภอจัด กิจกรรมรณรงค์โครงการดังกล่าว
และจัดให้มีการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ในพื้นที่ตำบลที่เข้าร่วมรณรงค์ด้วย
16 หน้าสุดท้าย
“ต่อพงษ์”
ระบุ
คนไทยส่วนใหญ่
เสียชีวิตเพราะสูบบุหรี
และดื่มเหล้า
่
คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการดื่มเหล้าเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิต แต่ก็เป็นความ สุขที่เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่นที่อยู่รอบข้างด้วย “ความสุข” ที่แท้จริงควร เป็นความสุขที่ ไม่ทำร้ายตัวเอง ไม่สร้างทุกข์ ให้ครอบครัวและคนอื่น เพราะ ความสุขที่คิดว่าจะได้จากการดื่มน้ำเมานั้น สุดท้ายก็ทำลายคนดื่มจน “สุกไหม้” ด้วยรูปแบบสารพัด
เมื่อต้นเดือนกันยายน
2554
นายต่อพงษ์
ไชยสาส์น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข
นำคณะผู้บริหารและนักวิชา การไทย
เดิ น ทางไปร่ ว มประชุ ม รั ฐ มนตรี สาธารณสุ ข ของประเทศสมาชิ ก องค์ ก าร อนามั ย โลก
ประจำภู ม ิ ภ าคเอเซี ย นตะวั น ออกเฉี ย งใต้
ที ่ ส าธารณรั ฐ อิ น เดี ย
โดยมี ประเทศสมาชิกเข้าร่วม
11
ประเทศ
สำหรับ ประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้ นาย ต่ อ พงษ์ กล่ า วว่ า มี 2 เรื่ อ งที่ เ ป็ น ประเด็ น เร่ ง ด่ ว น คื อ การแก้ ไ ขปั ญ หา เชื้อดื้อยาต้านปฏิชีวนะ และการป้องกัน โรคไม่ติดต่อ
ซึ่งการแก้ไขเชื้อดื้อยาต้าน ปฏิชีวนะในประเทศไทยนั้น
พบอัตราเชื้อ ดื้อยาสูงถึง
ร้อยละ
25
-
50
ซึ่งสาเหตุมา จากการใช้ยาไม่ถูกต้อง
และใช้ยาเกินความ จำเป็น
ทำให้ยาที่เคยใช้ไม่ได้ผลเท่าที่ควร
จึ ง ต้ อ งใช้ ย าแพงขึ ้ น เรื ่ อ ยๆ
ในส่ ว นนี ้
ประเทศไทยจะผลักดันให้องค์การอนามัย โลก
กำหนดและสร้างความเข้มแข็งให้หน่วย งานหรือองค์กรระดับชาติ
ที่รับผิดชอบภาพ รวมการใช้ ย าทั ้ ง ในคนและสั ต ว์
เพื ่ อ ให้ ม ี ประสิทธิภาพเข้มแข็งมากขึ้น
ส่วนเรื่องการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ สำคัญ
4
โรค
คือ
โรคเบาหวาน
โรคมะเร็ง
โรคหัวใจและหลอดเลือด
รวมทั้งโรคปอด เรื ้ อ รั ง
ในประเทศไทยนั ้ น
พบว่ า ร้ อ ยละ 73% ของการเสียชีวิตทั้งหมด มาจากการ สูบบุรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ ่ ง ทางองค์ ก ารอนามั ย โลก
ก็ ไ ด้ เ สนอให้
ประเทศต่างๆ
ใช้
26
มาตรการ
เพื่อดำเนิน การแก้ไขปัญหาในระดับบุคคล
ซึ่งจะได้หา ข้อสรุปร่วมกัน
รวมถึงผลักดันข้อเสนอเข้าสู่ ที่ประชุมของผู้บริหารสหประชาชาติต่อไป
“น้ำเมา” คงไม่มีวันหมดไปจากโลกนี้ แน่ น อน แต่ ม าตรการการควบคุ ม ที่ เ ข้ ม งวด กฎหมายที่ลงโทษผู้ทำผิดอย่างจริงจัง โดยไม่มีข้อยกเว้น และการเผยแพร่ความรู้ เรื่ อ งโทษภั ย ของเครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ อย่างกว้างขวาง น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่ ทำให้จำนวน “นักดื่มหน้าใหม่” เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว
110/287
-
288
หมู่ที่
6
ซอยโพธิ์แก้ว
แยก
4
ถนนโพธิ์แก้ว
แขวงคลองกุ่ม
เขตบึงกุ่ม
กรุงเทพฯ
10240
โทรศัพท์
0
-
2948
-
3300
โทรสาร
0
-
2948
-
3930
จดหมายข่าวเครือข่ายองค์กรงดเหล้า
เครือข่ายองค์กรงดเหล้า
ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๔๑ มีนาคม-เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒
จดหมายข่าว
สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์จากภาคีเครือข่าย
จดหมายข่าวเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จัดพิมพ์โดย
สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า
สนับสนุนโดย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
(สสส.)
ประธานที่ปรึกษา
ศ.นพ.อุดมศิลป์
ศรีแสงนาม
ที่ปรึกษา
ภก.สงกรานต์
ภาคโชคดี,
ธีระ
วัชรปราณี
บรรณาธิการ ธารดาว
ทองแก้ว กองบรรณาธิการ
ชัยณรงค์
คำแดง,
พิมพ์มณี
เมฆพายัพ,
สุวรรณ
บุญแท้,
กมลพร
มูลจันทร์,
มาลัย
มินศรี,
กนิษฐา
ติ้ววงศ์,
ประญัติ
เกรัมย์,
อรพรรณ
อัจฉราพันธ์
เนื้อหานี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย โดยแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


แสดงความคิดเห็น