ข้ามสู่เนื้อหาหลัก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ Thaihealth.or.th

รวมลิงก์ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์

  • ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์
  • กล่องค้นหาในเว็บไซต์
  • ไปยังเนื้อหาหลัก
  • ไปยังเมนูหลัก
  • ไปยังด้านบนสุด
  • แผนผังเว็บไซต์ Sitemap

ส่วนของสมาชิก

  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
คลิกที่นี่เพื่อต้องการปิดส่วนของเข้าระบบ

บัญชีผู้ใช้

ช่องที่มีเครื่องหมาย * หมายถึงช่องที่จำเป็นต้องกรอกข้อมูล
ข้อมูลเข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • ลืมรหัสผ่าน
กด ESC หรือปุ่ม ปิด เพื่อปิดหน้าต่างนี้

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง

ขณะนี้คุณอยู่ที่:

  • หน้าแรก
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
  • แนะนำสื่อ
  • จดหมายข่าวศูนย์เรียนรู้บ้านเปร็ดใน ปีที่ 1 ฉบับที่ 1

จดหมายข่าวศูนย์เรียนรู้บ้านเปร็ดใน ปีที่ 1 ฉบับที่ 1

โดย webmaster | วันที่ 29 มิถุนายน 2555
1 เปดเลมทักทาย จดหมายขาว ศูนยเรียนรูบานเปร็ดในฉบับนีเ้ ปนฉบับแรกทีจดทำขึนภายใตโครงการ “การพัฒนาศูนยเรียนรูชมชนบาน  ่ั ้ ุ เปร็ดใน จังหวัดตราด เพื่อเสริมสรางความเขมแข็งและการประยุกตใชองคความรูชุมชนรวมกับความรูทางวิทยาศาสตร ตอปญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ซึ่งไดรับการสนับสนุนการดำเนินงานจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการ เสริมสรางสุขภาพ (สสส.) ชือโครงการคอนขางยาวนะครับ เราเรียกชือยอๆ กันวา “โครงการศูนยเรียนรูชมชนบานเปร็ดใน” ่ ่ ุ โครงการนีเ้ ปาหมายอยางไร จะมีกจกรรมอะไรเกิดขึนบางในชุมชมบานเปร็ดในสามารถอานรายละเอียดไดในจดหมายขาว ิ ้ เลมนี้ครับ นอกจากโครงการศูนยเรียนรูชุมชนบานเปร็ดในแลว ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ก็ไดใหการ สนับสนุนการดำเนินโครงการวิจัยเกี่ยวกับชุมชนบานเปร็ดในอีก 3 เรื่อง คือ การจัดการปาชายเลน การกัดเซาะชายฝงทะเล และดานพลังงาน งานวิจัยทั้งสามเรื่องนี้เปนเรื่องที่เปนความตองการของชุมชน เพื่อชวยสรางเสริมความรูในการจัดการ ดูแลทรัพยากรชายฝงและระบบนิเวศของชุมชนใหดียิ่งขึ้น และสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และปญหาใหมๆ ทีเ่ กิดขึนได โดยเฉพาะอยางยิงปญหาผลกระทบทีเ่ กิดจากการเปลียนแปลงสภาพภูมอากาศ หรือปญหาโลกรอน นอกจากนี้ ้ ่ ่ ิ ทางโครงการไดมีการประสานความรวมมือกับทางศูนยฝกอบรมวนศาสตรชุมชนแหงภูมิภาคเอเชียแปซิฟก หรือที่เรา เรียกกันวา “รีคอฟ” ซึ่งก็กำลังดำเนินโครงการดานการพัฒนาศูนยเรียนรู และการจัดการปาชายเลนในพื้นที่บานเปร็ดใน และพื้นที่โดยรอบเชนกัน โครงการที่กลาวถึงขางตนทั้งสามโครงการมีการประสานแผนการดำเนินงาน โดยมีเปาหมายรวมกัน คือการเสริม สรางความเขมแข็งของชุมชน และเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลจัดการทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศในชุมชนโดย สมาชิกของชุมชน รวมทั้งองคกรตางๆ ของชุมชน เชน กลุมสัจจะสะสมทรัพย กลุมอนุรักษปาชายเลน กลุมเยาวชนฯลฯ จะเปนแกนหลักในการดำเนินงาน นักวิจัยจากภายนอกเปนเพียงผูสนับสนุน ชวยเหลือในดานตางๆ เชน ดานขอมูล ดานวิชาการ การจัดทำเอกสารเผยแพร การรวบรวมองคความรูและภูมิปญญาของชุมชน ฯลฯ ในชวง 2 ปนี้ บานเปร็ดในจะมีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเกิดขึ้นในชุมชนอยางตอเนื่อง จดหมายขาวนี้จะเปน ชองทางสำหรับรายงานถึงความกาวหนาของการดำเนินกิจกรรมตางๆ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และผลของการดำเนิน กิจกรรม เปนเครื่องมือที่ชวยสื่อสารกันเองระหวางสมาชิกในชุมชน ระหวางชุมชนเปร็ดในกับชุมชนในพื้นที่ใกลเคียงซึ่งมี กิจกรรมรวมกัน ระหวางสมาชิกในชุมชนกับนักวิจัย รวมทั้งบุคคลหรือองคกรภายนอกที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมศึกษาพื้นที่ บานเปร็ดในเปนระยะๆ เนื้ อ หาทั้ ง หมดในจดหมายข า วเล ม แรกนี้ เ ป น ข อ เขี ย นที่ ม าจากนั ก วิ จั ย ในโครงการเพื่ อ เป น การเป ด ตั ว ทำความรูจักกันกอน ในฉบับตอไปจะมีเรื่องราวจากชุมชนมากขึ้น เปนขอเขียนที่มาจากสมาชิกในชุมชนเพื่อการสื่อสาร ถายถอดขอมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหวางสมาชิกในชุมชน เพื่อการกาวไปพรอมกันของสมาชิกชุมชนบานเปร็ดใน พบกันใหมในจดหมายขาวฉบับหนานะครับ บัณฑูร เศรษฐศิโรตม 2 3 แนะนำโครงการศูนยเรียนรูชุมชนบานเปร็ดใน สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดลอม สถาบันธรรมรัฐฯคือใคร ? เขามาทำโครงการในบานเปร็ดในไดอยางไร ? ชาวเปร็ดใน คงรูจักและคุนเคยกันดีกับทีมงานของสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดลอม ซึ่งไดเคย มีโอกาสเยี่ยมเยือนทาน จากการทำงานในโครงการวิจัยตางๆ ของสถาบันธรรมรัฐฯ แตสำหรับชุมชนละแวกใกลเคียง ที่ยังไมคุนเคยกับทางสถาบันธรรมรัฐฯ ใครขอแนะนำตัวอยางเปนทางการกันอีกครั้ง แรกเริ่มที่สถาบันธรรมรัฐฯ ที่ไดมารูจักกับชุมชนบานเปร็ดใน เกิดขึ้นจากการที่ไดมาทำงานวิจัยในโครงการ “การสังเคราะหวิธีคิดและแนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมโดยภูมิปญญาตะวันออกเพื่อนำไปสู การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติ” ซึ่งเปนโครงการที่ไดจุดประกายเพื่อใหเกิดการรวบรวมงานศึกษาภูมิความรู ภูมิปญญาของชุมชนตางๆ ของประเทศไทยในการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกตใชกับการดำรงชีวต ิ ประจำวันและบริหารจัดการทรัพยากรในทองถินของตน ซึงสถาบันธรรมรัฐฯ ไดศกษาและคัดเลือกบานเปร็ดในใหเปนหนึ่ง ่ ่ ึ กรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จในดานนี้ 4 ทำไมตองเปนที่บานเปร็ดใน ? ทังนีเ้ พราะบานเปร็ดในไดมการสะสมความรูและความเขมแข็งของชุมชนทีสามารถเปนแบบอยางทีดตอชุมชนอืนๆ ้ ี  ่ ่ี ่ ในวิถีทางของการดำรงชีวิตที่เนนคุณธรรม มีการใชปญญาเพื่อแสวงหาทางออก ตามที่พระอาจารยสุบิน ปณีโต ซึ่งเปนผูนำทางความคิด ไดพยายามปลูกฝงจนชุมชนเปร็ดในสามารถ คิดเปน ทำเปน แกปญหาเปน จนกระทั่งแกไข ปญหาวิกฤตดานทรัพยากรปาชายเลนที่เคยเสื่อมโทรมใหกลับมาอุดมสมบูรณไดดั่งทุกวันนี้ โดยมีตัวชี้วัดที่สำคัญซึ่ง เห็นไดเปนรูปธรรม คือ ชุมชนมีสภาพความเปนอยูที่ดี มีอาชีพมั่นคง ไมตองยายถิ่นไปหางานทำที่อื่นและไมมีปญหา ดานสังคม ดังที่คนเปร็ดในพูดกันวา “เปดประตูบานทิ้งไวก็ไมมีใครเขามาขโมยของในบาน” รวมทั้งมีความสมัครสมาน สามัคคี รักใครกลมเกลียวที่เมื่อใครมีงานบุญกุศลทุกบานจะตองเขาไปรวมกันชวยงานอยางขมีขมัน ภูมิปญญาบานเปร็ดในที่ไดรับการยอมรับในระดับสากล ตอมาผลที่ไดจากการศึกษาในโครงการ การสังเคราะหวิธีคิดและแนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอมโดยภูมิปญญาตะวันออกเพื่อนำไปสูการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติ สถาบันธรรมรัฐฯ ไดนำความ สำเร็จของบานเปร็ดในเปนตัวอยางหนึ่งไปเสนอในกิจกรรมประชุมเวทีนานาชาติเพื่อเผยแพรปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการประชุมสภาคองเกรสอนุรักษโลกครั้งที่ 4 ที่จัดโดยสหภาพสากลวาดวยการอนุรักษหรือ IUCN ที่เมืองบาเซโลนา ประเทศสเปน และไดขอสรุปวาภูมิปญญาตะวันออกเริ่มเปนที่ยอมรับในสังคมโลกมากขึ้น ซึ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่ง เปนหนึ่งในภูมิปญญาตะวันออกเหลานั้น อาจเปนคำตอบที่จะชวยลดปญหาโลกรอนได จึงเปนที่มาของการทำงานใน ระยะตอไปของสถาบันธรรมรัฐฯ คือโครงการ “การพัฒนาตัวชี้วัดการประยุกตปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการลดปญหา โลกรอนภายใตแนวคิดภูมิปญญาตะวันออก” เพื่อทำการศึกษาวาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตและการบริโภค โดยเฉพาะในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิงแวดลอมทีไดประยุกตแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเปนพืนฐานสำคัญ ่ ่ ้ นั้น จะสามารถชวยลดการปลอยกาซเรือนกระจกและลดปญหาโลกรอนไดมากนอยเพียงใดซึ่งความสำเร็จที่ผานมาในการ แกปญหาชุมชนของชาวบานเปร็ดใน ก็ทำใหชุมชนบานเปร็ดในก็ยังคงมีความโดดเดนที่จะเปนกรณีตัวอยางอีกครั้ง 5 ชาวเปร็ดในชวยโลกลดโลกรอนได ! จากการศึกษาจากพฤติกรรมและกิจกรรมตางๆ ของชุมชนบานเปร็ดใน ทีเ่ ปนอยูในสภาพปจจุบน ทังกิจกรรมทีจะชวย  ั ้ ่ ลดกาซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางออมนำมาคำนวณและวิเคราะหผล ซึ่งการศึกษาไดผลเปนที่นาภาคภูมิใจของชาว เปร็ดใน คือ พบวากิจกรรมของบานเปร็ดในหลายกิจกรรมไดเกี่ยวของและชวยลดกาซเรือนกระจก อาทิ กิจกรรมการ ปองกันการกัดเซาะชายฝงโดยการวางเตายาง เพื่อชะลอขวางความแรงของคลื่น และการปลูกและฟนฟูปาชายเลน รวมทั้งการจัดตั้งชมรมอนุรักษปาชายเลนและยุวมัคคุเทศกเพื่อชวยดูแลรักษาปาชายเลน กิจกรรมการจัดการสวนผลไม หลังฤดูกาลดวยการผลิตถานไมดวยเทคโนโลยีที่พัฒนาจากชุมชนโดยใชกิ่งไมจากการเคลียรพื้นที่สวนผลไม รวมทั้ง กิจกรรมในการจัดการดานทองเที่ยวเชิงอนุรักษ การจัดสรรและจัดระเบียบโฮมสเตย ซึ่งมีสวนรวมในการชวยลดกาซ เรือนกระจกทั้งทางตรงและทางออม ทั้งนี้พื้นที่ปาปลูกและฟนฟูที่อยูในความดูแลของชาวเปร็ดใน จากการคำนวณพบ วามีปริมาณการดูดกลับกาซคารบอนไดออกไซด 1,205.06 ตันตอป และเมื่อเทียบกับจำนวนคนบานเปร็ดใน 650 คน มีปริมาณการดูดกลับกาซคารบอนไดออกไซดจากพื้นที่ปาของชุมชนที่ชวยกันดูแลสามารถชวยดูดกลับกาซคารบอนไดออกไซดได 1.852 ตันตอคนตอป หรือเกือบถึง 2 เทาของคาเฉลี่ยของการดูดซับกาซเรือนกระจกของประเทศ จากกิจกรรมดานการใชประโยชนในที่ดินซึ่งมีคาเฉลี่ยประมาณ 0.91 ตันคารบอนไดออกไซดตอคนตอปในป พ.ศ.2547 ความสำเร็จเกิดขึ้นไดจากภูมิปญญา 6 ความสำเร็จที่นาชื่นชมดังกลาวนี้ ทำใหสถาบันธรรมรัฐฯ ไดเกิดแนวคิดวา ภูมิปญญาของชาวเปร็ดในถือเปนองค ความรูที่สำคัญที่ควรรักษาและตอยอดภูมิปญญานี้มิใหสูญหายไปตามกาลเวลา ซึ่งเมื่อมาลองรวบรวมภูมิปญญาของ ชาวเปร็ดใน ที่โดดเดนคือวิธีคิดแบบผสมผสานในการบริหารจัดการทรัพยากร ไดแก • ภูมิปญญาของการใชหลักคุณธรรมเขามาสอดแทรกการดำเนินงานสาธารณประโยชนในกิจกรรมตางๆ ของ ชุมชน • ภูมิปญญาการจัดการทรัพยากรปาชายเลน เชน การจัดตั้งกลุมอนุรักษและพัฒนาปาชายเลนบานเปร็ด ใน การตั้งกติกา “หยุดจับรอย คอยจับลาน” • ภูมปญญาการจัดการทรัพยากรชายฝงและหนาทะเล ไดแก การประยุกตใชเทคโนโลยีเตายางเพือชะลอความ ิ  ่ แรงคลื่น และปองกันปญหามิใหเรือสามารถเขามาบริเวณหนาทะเลได • ภูมิปญญาการจัดการทรัพยากรพลังงาน ชุมชนที่ใชภูมิปญญาทองถิ่นจากการผลิตเตาเผาถานเพื่อจัดการกับ เศษกิ่งไมจากสวนผลไมอยางมีประสิทธิภาพ และไดนำมาสูการจัดทำ“โครงการการพัฒนาศูนยเรียนรูชุมชนบานเปร็ดในจังหวัดตราดเพื่อเสริมสรางความ เขมแข็ง และประยุกตใชองคความรูชุมชนรวมกับความรูทางวิทยาศาสตรตอปญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ที่กำลังดำเนินงานอยูในขณะนี้ ศูนยการเรียนรูคืออะไร ? หลายทานคงมีความเขาใจวา “ศูนยเรียนรู” คงหมายถึงศูนยเรียนรูทั่วไป ที่เปนตัวอาคารสถานที่ ซึ่งภายใน อาคารจะประกอบดวยเอกสารความรูตางๆ ที่ใหคนทั่วไปเขาไปแสวงหาความรู โดยมีวิทยากรเปนผูถายทอด แตสำหรับ ความหมายของการพัฒนาศูนยเรียนรูบานเปร็ดในฯ ในที่นี้ อาจไมใชศูนยเรียนรูที่เราคุนชินกันเทาไรนัก เพราะศูนยเรียนรู บานเปร็ดในนี้ จะเปนศูนยเรียนรูที่มีชีวิต ที่ชุมชนทุกคนสามารถเปนวิทยากรถายทอดภูมิความรูใหกับบุคคลทั่วไปที่เขามา สัมผัสเพื่อเรียนรูแลกเปลี่ยนภายในชุมชน โดยอาศัยสถานที่เรียนรูตามแหลงทรัพยากรของชุมชน เชน ปาชายเลน เตายาง รวมทั้งสามารถนำความรูในศูนยไปใชประโยชนไดในชีวิตประจำวัน อีกทั้งศูนยเรียนรูบานเปร็ดในจะเกิดขึ้นจากการรวม มือรวมใจของชุมชนบานเปร็ดใน และชุมชนโดยรวบ อาทิ บานน้ำเชี่ยว หนองคันทรง หวงน้ำขาว หนองโสน อาวใหญ หนองเสม็ด ที่จะเขามาเปนเครือขายการทำงานรวมกันกับนักวิชาการในพื้นที่ เชน มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี มหาวิทยาลัยบูรพา นักวิชาการกรมประมง ศูนยศึกษาการพัฒนาอาวคุงกระเบน ที่จะชวยเสริมและสรางขอมูล แนะแนว ทางตามที่ชุมชนตองการ ทำงานรวมกัน บนฐานความตองการของชุมชน หลักคิดของโครงการคือ การผสมผสานรวมกัน ระหวางความรูวิทยาศาสตรรวมกับภูมิปญญาทองถิ่น เพื่อลด ปญหาโลกรอน และเพื่อประโยชนในการดำรงชีพ สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอมและสุขภาพ ของชุมชน โดยนำจุดเดนของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนบานเปร็ดใน คือ ภูมิปญญาทองถิ่นที่ใชในการ ฟนฟูสภาพปาชายเลน เชน การใชและสรางทุนทางสังคมของชุมชนในการแกปญหา ดังเชน การรวมกลุมของชุมชน เพื่อรวมกันกำหนดกติกาการดูแลอนุรักษแหลงทรัพยากร การพัฒนาเตายางเพื่อชวยชะลอความแรงของคลื่นที่กัดเซาะ พื้นที่ชายฝง การสรางเตาเผาถาน ใชกิ่งไมที่ริดจากสวนผลไมมาใชประโยชน มาศึกษารวมกับภูมิปญญาสมัยใหม ที่ใช วิธทางวิทยาศาสตรทสามารถพิสจนและเปนทียอมรับในสังคมอันกวาง ทำใหเกิดรูปแบบใหมของชุมชนทีสามารถตอบโจทย ี ี่ ู ่ ่ ทั้งในดานการพัฒนาชุมชนและสามารถแกไขปญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได โดยสรางองคความรูในการจัดการ ทรัพยากรอยางยั่งยืนภายในชุมชน ที่เนนบทบาทการมีสวนรวมของชุมชนเปนหลักโดยชุมชนจะเขามาเปนสวนหนึ่งกับ กระบวนการวิจัย นักวิจัยภายนอกจะทำหนาที่เปนพี่เลี้ยงคอยใหคำปรึกษาและถายทอดความรูทางวิชาการอยางงายให 7 โครงการนี้ทำอะไรบาง ? การทำงานของโครงการ มีฐานคิดจากการหารือรวมกันระหวางชาวชุมชน และคณะนักวิจัยเพื่อรับทราบประเด็น ความสนใจ และสภาพพื้นที่เปนระยะๆ ซึ่งพบวาความตองการของชุมชนบานเปร็ดในรวมทั้งชุมชนจากพื้นที่อื่นใกลเคียง อาทิ ตำบลแหลมกลัด อาวใหญ ไดมีความตองการใหมีการศึกษา และพัฒนาเปนองคความรูที่ควรมีในศูนยเรียนรู ดังนี้ หนึ่ง : บานเปร็ดในจะพึ่งตนเองดานพลังงานไดอยางไร ? มีเปาหมายเพื่อใหชุมชนไดรวมตระหนักและดำเนินชีวิตโดยใชทรัพยากรภายในทองถิ่นตน รวมทั้งการใชพลังงาน อยางรูคณคาโดยอาศัยฐานทรัพยากรทีมอยู เชน สวนผลไม ปาไมในพืนทีปาชายเลน ขณะเดียวกันกระบวนการใชพลังงาน ุ ่ี ้ ่ นีจำเปนตองอาศัยหลักวิชาการเขามาชวยสนับสนุน และพิจารณาตามปจจัยและเงือนไขของสภาพพืนทีทสามารถดำเนิน ้ ่ ้ ่ ่ี การได โดยอาศัยผานกระบวนการถายทอดไปที่ชุมชนใหเปนผูชวยคิด ชวยลงมือปฏิบัติ เชน การจัดตั้งคณะกรรมการ และคณะทำงานดานพลังงานชุมชนบานเปร็ดในทำหนาที่วางแผน ประสานงานกำกับดูแลโครงการใหประสบความสำเร็จ อันจะนำไปสูการกำหนดกิจกรรมการวิจัยในพื้นที่ นอกจากนี้ยังเปนการสรางเสริมศักยภาพของชุมชน ใหเกิดกระบวนการ เรียนรูจากทรัพยากรในทองถิน และเกิดการพัฒนาองคความรูของแตละชุมชนทีมศกยภาพของฐานทรัพยากรทีแตกตางกัน  ่  ่ีั ่ และกอใหเกิดการดำเนินกิจกรรมพลังงานที่เปนรูปธรรมและนำไปสูการเปน “สังคมคารบอนพอเพียง” ซึ่งหมายถึงสังคม ที่มีการปลอยกาซเรือนกระจกในระดับต่ำ และสามารถนำไปสูความสามารถในการพึ่งพิงตนเองของชุมชนได สอง : ชุมชนจะจัดการปาชายเลนอยางไรใหยั่งยืน ? การดูแลฟนฟูสภาพพืนทีปาชายเลน จากการใชประโยชนในพืนทีปาของชาวเปร็ดในพบวาโดยพืนฐานของชาวเปร็ดใน  ้ ่ ้ ่ ้ มีความพยายามในการใชพลังของชุมชนในการรวมรักษาพื้นที่ปาโดยผานกิจกรรมของกลุมสัจจะสะสมทรัพยชวยสนับสนุน จนกระทั่งตอมารวมกันจัดตั้งเปนกลุมอนุรักษและพัฒนาปาชายเลนบานเปร็ดใน และรวมกันซื้อพื้นที่ปานากุงรางสำหรับ ปลูกปาชายเลน รวมทั้งการมีพื้นที่งอกบริเวณชายฝงทะเลของชุมชนใกลเคียง ดังนั้นการดำเนินโครงการวิจัยนี้จำเปน ตองอาศัยหลักทางวิชาการมาสนับสนุนการทำงานของเครือขาย ซึ่งมีการใชภูมิปญญาทองถิ่นในการทำงานแลว แตอาจ สนับสนุนในสวนของขอมูลทางวิทยาศาสตร รวมทั้งกระบวนการบริหารจัดการ การรวมกันกำหนดกฎกติกา ที่คำนึงของ สิทธิในการเปนเจาของพื้นที่รวมกันและถูกตองตามกฎหมาย โดยทุกฝายยอมรับได สาม: ชุมชนจะแกปญหาชายฝงถูกกัดเซาะไดอยางไร ? การแกไขปญหาการกัดเซาะพื้นที่บริเวณชายฝง โดยแนวทางการศึกษาจะรวมกับความรูภูมิปญญาทองถิ่นของ ชุมชนที่จะรวมสังเกต บันทึก และใหขอมูลการเปลี่ยนแปลงดานพื้นที่ที่ถูกกัดเซาะทั้งในอดีตจนกระทั่งปจจุบัน และที่ สำคัญจะทำใหภาคีเครือขายไดเกิดกระบวนการเรียนรูและปรับตัวที่จะรับมือกับปญหาการกัดเซาะพื้นที่บริเวณชายฝงและ อื่น ซึ่งเปนผลมาจากปญหาโลกรอนไดในอนาคต โจทยวิจัยนี้ผนวกรวมกับโจทยเรื่องการจัดการทรัพยากรชายฝง เพื่อให ทรัพยากรประมงกลับคืนสูความอุดมสมบูรณ เพื่อเปนแหลงอาหาร สรางอาชีพใหกับชุมชนดวย 8 โครงการนี้ทำงานอยางไร ? การดำเนินกิจกรรม มีอยูในสองลักษณะสำคัญ คือ หนึ่ง การดำเนินกิจกรรมในลักษณะของกระบวนการจัดการความรู (Knowledge Management : KM) โดยพัฒนาขึ้นเปนศูนยสำหรับสรางการเรียนรู เพื่อถอดองคความรูภูมิปญญาพื้นบานของชุมชนซึ่งสอดคลองกับความ ตองการของชุมชนบานเปร็ดในและพื้นที่ใกลเคียง ที่ตองการจะดำเนินชีวิตของชุมชน โดยอาศัยพลังของชุมชนรวมกับ พื้นฐานของภูมปญญา และทรัพยากรธรรมชาติในทองถิน ตลอดจนสามารถสืบทอดความรูภมปญญาตอไปจนกระทัง ิ ่ ูิ ่ ถึงกลุมคนรุนใหมได โดย“ศูนยเรียนรูชุมชน” จะเปนองคกรของชุมชนที่มีบทบาทและหนาที่ที่ไมหยุดนิ่งเพื่อประโยชนของ ชุมชนเองตลอดจนเพื่อประโยชนของชุมชนอื่นๆ และสอง การประยุกตองคความรูทองถิ่นที่ถอดไดจากชุมชนเขากับความรูและเทคโนโลยีสมัยใหม ที่นักวิชาการ หรือนักวิจัยจากสถาบันการศึกษาจะสามารถเขามาชวยสนับสนุนถายทอดและเติมเต็มความรูเหลานี้เขากับองคความรู ดั้งเดิมของทองถิ่นได โดยเนนบทบาทของการใหชาวบานในชุมชนเขามารวมเปนสวนหนึ่งกับกระบวนการวิจัย นั่นก็คือ การพัฒนา “นักวิจัยทองถิ่น” ใหเปนผูเก็บขอมูลตางๆดวยตนเอง และสามารถเรียนรูและเชื่อมโยงความรูจากภายนอก และความรูที่มีอยูอยางเชื่อมโยงได 9 ความรูของชุมชนและความรูทางวิทยาศาสตรจะเติมเต็มซึ่งกันและกันอยางไร ? 10 สุดทาย ชุมชนจะไดอะไรจากโครงการนี้ ? ความรูภูมิปญญาตางๆ ทั้งภูมิปญญาดั้งเดิมของชุมชน และความรูทางวิทยาศาสตรที่ไดจากโครงการ ทั้งในดาน พลังงานเพื่อการพึ่งพาตนเองและลดโลกรอน ดานการฟนฟูปาชายเลน และดานการแกไขปญหาทรัพยากรชายฝง กัดเซาะ และการจัดการทรัพยากรชายฝง จะถูกรวบรวมและถายทอดในรูปของศูนยเรียนรูดานการจัดการทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยางยั่งยืนบานเปร็ดใน ผานสื่อประเภทตางๆ เพื่อประโยชนของชุมชนในการถายทอดใหกับ เยาวชนรุนตอๆไป รวมทั้งถายทอดใหกับชุมชนใกลเคียงที่เขามารวมเรียนรู หรือชุมชน หนวยงาน นักศึกษา หรือ ชาวตางชาติจากภายนอกพื้นที่ ที่ตองการเขามาศึกษาความสำเร็จของชุมชนบานเปร็ดในในการแกปญหา และพึ่งพา ตนเองของชุมชน เพื่อเปาหมายสูงสุดคือชุมชนบานเปร็ดใน และทุกชุมชนในบริเวณอาวตราด และชายฝงทะเลตะวันออก ของอาวไทยมีความสามารถในการจัดการทรัพยากรดานพลังงานเพื่อการพึ่งพาตนเอง และลดโลกรอน การฟนฟู และ อนุรักษปาชายเลน การแกไขปญหาทรัพยากรชายฝงกัดเซาะ การจัดการทรัพยากรชายฝง และสรางเศรษฐกิจชุมชนได อยางยั่งยืน ซึ่งทั้งนี้ “นักวิจัยชุมชน” และความรวมมือรวมใจจากชาวบานบานเปร็ดในทุกคนจึงถือเปนหัวใจที่จะทำให โครงการนี้สำเร็จลุลวงไปได และเกิดความรูที่จะทำใหชุมชนสามารถแกปญหา เพื่อนำไปสูการพึ่งพิงตนเอง และการรับ มือกับความเปลี่ยนแปลงตางๆ จากกระแสภายนอก รวมทั้งปญหาโลกรอนที่จะคุกคามชุมชนไดอยางยั่งยืนตอไป 11 การจัดการความรูในงานวิจัยชุมชน : ไปทำอะไรกับสถาบันธรรมรัฐฯที่บานเปร็ดใน จ.ตราด จตุพร วิศิษฏโชติอังกูร ที่ตึก เอส เอ็ม กลางเมืองหลวง ผมมีโอกาสไดพูดคุยกับทีมงานวิจัยของสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคม และสิ่งแวดลอม หรือ GSEI (จีไซ) ในประเด็นที่เปนโครงการวิจัย ที่ไดรับการสนับสนุนจาก สสส. มีชื่อโครงการวิจัย ที่นาสนใจเปนอยางมาก “การพัฒนาศูนยการเรียนรูชุมชนที่เปร็ดใน จ.ตราด เพื่อเสริมสรางความเขมแข็ง และประยุกต ใชความรูชุมชน รวมกับความรูทางวิทยาศาสตร ตอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ที่วานาสนใจ กระบวนการนี้เปนการถอดบทเรียน โดยใชกระบวนการกลุมเขามาเกี่ยวของ คือ มีคำสำคัญหลักๆ เพื่อใหชุมชนไดเกิดการเรียนรูตัวเองในมิติที่สำคัญ ดังนั้นการสรุป สังเคราะห ที่ผมสนใจเชน ศูนย จากเวทีจะเปนขอมูลสวนหนึ่งสำหรับโครงการวิจัยฯ จากนั้นอาจมีการเติมเต็ม การเรียนรู้ (ที่กำลัง ขอมูลโดยการคนหาขอมูลในรูปแบบอื่นๆ ตอไป โดยทีมนักวิจยในพืนที่ ั ้ ฮิตฮอต) การประยุกต ใชความรู (หากมองในรูปศัพท ก็คือ การจัดการความรู หรือ Knowledge Management, KM โดยแท) และความรูชุมชนกับ ความรูทางวิทยาศาสตรที่จะมาผสานกัน ตรงนี้ยิ่งทำใหนาสนใจวา ความรูที่เปนองคความรูของชุมชน จะมาผสานกับ องคความรูทางวิทยาศาสตรไดอยางไร หากสามารถจัดการความรูประเด็นแบบนี้ได - นาจะเปนเรื่องที่ดี ตอการพัฒนา ชุมชนที่อยูภายใตปญหาซับซอน และปญหาเรงดวน เชน กรณีภัยพิบัติใหมๆ ที่มีตอมนุษย แมวาพื้นที่การทำงานจะเปน พื้นที่เล็กๆ ในจังหวัดตราดก็ตาม วาเรืองของพืนที่ ผมไดยนชือเสียงพืนทีวจยมานานแลว เกียวของกับ กลุมสัจจะสะสมทรัพย บานเปร็ดใน จ.ตราด ่ ้ ิ ่ ้ ่ิั ่  โดยเริ่มจาก “ปญหาของชาวบาน ใหรูจักคิดเปน ทำเปน แกปญหาเปน” ผูที่อยูเบื้องหลังความสำเร็จดังกลาวคือ พระอาจารยสุบิน ทานเปนพระนักพัฒนาที่ใชหลักธรรมะเชื่อมรอย เปนธรรมะในเชิงเศรษฐกิจ ใหความสำคัญกับการ พึ่งตนเอง วิธีคิดในการแกไขปญหารวมกัน การบริหารจัดการอยางมีสวนรวม จนถึงการจัดการโครงสรางโดย “วัด” เปนจุดศูนยกลาง ลาสุดมีรุนพี่ปริญญาเอกทานหนึ่งไดศึกษาประเด็นกองทุนชุมชนดังกลาวอยูดวย ยอนมาที่ตัวโครงการวิจัยของสถาบันธรรมรัฐฯ เทาที่ผมอานจากขอเสนอโครงการ ที่ตอยอดความเขมแข็ง ของชุมชน ถือวาเปนความทาทายอยางยิ่งของชุมชนเปร็ดใน ที่จะสรางความรูใหม ผสานกับความรูของภูมิปญญาทองถิ่น เดิม กับความรูทางวิทยาศาสตร เพื่อบริหารจัดการตนเองและชุมชน รองรับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เกิด จากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โดยโครงการมีแนวคิดวา หากทำไดสำเร็จในชุมชนเปร็ดในแลว นาจะเปนตนแบบ ขยายฐานในการตอยอดความรู ไปยังชุมชนชายฝงทะเลตะวันออก ทั้งในจังหวัดตราดและอื่นๆ ผมตื่นเตนกับรูปแบบการวิจัยในครั้งนี้พอสมควร เพราะวามีทีมนักวิจัยที่แบงสาขาตามความเชี่ยวชาญเฉพาะดาน แลวมีแนวคิดการใช “การจัดการความรู” เปนเครื่องมือสำคัญตลอดทั้งโครงการ ดังนั้นการจัดการความรูจะมีบทบาทเปน เครื่องมือเชื่อมทั้งผูคน องคความรู และเปนผลลัพธสำคัญตอการคิดรูปแบบ “ศูนยการเรียนรูชุมชน” ในชวงตอไป 12 สำหรับประเด็นศูนยการเรียนรูชุมชนนั้นอาจไมเนนอาคารสถานที่หรือโครงสรางอื่นใด แตทวามุงเนนการจัดการ ความรูใหกับคนในชุมชนเปนพื้นฐานกอนใหเขมแข็ง สวนการถายทอดสูสาธารณะผานรูปแบบใดๆ นั้น นาจะเปนผล ปลายทาง ซึ่งผมมองวาไมนาจะยากนัก ความทาทายอยูที่วา ผมอยูในสวนของผูที่จะมาชวยดำเนินการดานการจัดการความรู และการจัดการความรูนั้น ตองดำเนินการอยางเปนระบบ เปนธรรมชาติ เนียนไปกับกระบวนการศึกษาวิจย โดยพืนฐานเทาทีผมเห็นขอมูลและศึกษา ั ้ ่ ผานการไปยังพื้นที่บานเปร็ดใน เรามีการจัดการความรูอยูแลว เพียงแตตองมาจัดระบบกันอีกครั้ง และชวยหันหมุนวงลอ ของการจัดการความรูใหชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผมไดตกลงกับ ดร. บัณฑูร เศรษฐศิโรตม กับทีมงานทั้งหมด วาจะเดินทางลงพื้นที่พรอมทีมงานที่เปนนักวิจัย ชุดใหญ เพื่อลงไปดูพื้นที่ พูดคุย เตรียมเพื่อจะออกแบบเวทีในชวงตอไป ทีมวิจัยที่เดินทางไปในวันดังกลาวมี 4 ทีมจากกรุงเทพ • ทีมวิจัยโครงการพลังงานเพื่อการพึ่งพาตนเองและลดโลกรอน โดย ดร.บุญรอด สัจจกุลนุกิจ บัณฑิตวิทยาลัย รวมดานพลังงานและสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุรี • ทีมวิจัยโครงการฟนฟูสภาพพื้นที่ปาชายเลน โดย ผศ.ดร.ลดาวัลย พวงจิตร และทีมคณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร • ทีมงานโครงการแกไขปญหาการกัดเซาะพื้นที่บริเวณชายฝง โดย ผศ.ดร.ปราโมทย โศจิศุภร และทีมสถาบัน วิจัยทรัพยากรทางน้ำ • ทีมวิจัยทางดานการจัดการความรู โดย รศ.ดร.นิรมล สุธรรมกิจ คณะเศรษฐศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร และทีมงาน และมีอีก 1 ทีมในพื้นที่ คือ ทีมวิจัยในพื้นที่ศึกษา ดังนั้นการเดินทางไปพื้นที่ครั้งนี้ ไดพบเจอกันทุกทีม นอกจากไดศึกษาสภาพจริงของพื้นที่แลว ยังไดประชุม พูดคุยภาพรวมของโครงการไปดวย ในดานการจัดการความรูในสวนที่ผมไดไปเรียนรูดวยก็ไดออกแบบกระบวนการ ไวกอนลวงหนา โดยการทบทวนแนวคิดหลักของโครงการที่เนน “การบูรณาการองคความรู” หาแนวทางที่เหมาะสม ในกิจกรรมการพัฒนาจะใชรูปแบบ “การจัดการความรู” ทั้งในรูปแบบและวิธีการ มีผลลัพธในการสรางองคความรูใหม และศูนยการเรียนรูผานการพัฒนาแบบมีสวนรวมของชุมชน การผสานองคความรู ภูมิปญญาทองถิ่นกับองคความรูทางวิทยาศาสตร ไดกำหนดออกมาเปน 3 ประเด็น (ตามบริบทของทองถิ่นที่ผานการวิเคราะหขอมูลในระดับหนึ่งแลว และระดมผูเชี่ยวชาญเฉพาะดานในสวนขององคความรู ทางวิทยาศาสตร) โดยมีการวิเคราะหองคความรูของชุมชนบานเปร็ดใน ชองวางขององคความรู โจทยองคความรู ทางวิทยาศาสตร และเปาหมายของศูนยและกระบวนการจัดการความรู ในแตละประเด็น ดังนี้ • การใชพลังงาน • การกัดเซาะชายฝง และการฟนฟูทรัพยากรชายฝง • การฟนฟูสภาพพื้นที่ปาชายเลน และทรัพยากรชายฝง สิ่งที่ขาดไปก็คือ ประเด็นที่ 4 “ชุดความรูเดิม” ของชุมชน และเจาะลงเฉพาะ 3 ประเด็นดังกลาวลงเชิงลึก ผมมองวา กลุมความรูชุดที่ 4 นี่แหละสำคัญมากที่เปน “ตนทุน” เริ่มตนของโครงการฯ สวน กระบวนการ จัดการความรูก็จะถูกออกแบบผานเวทีวิเคราะหสถานการณชุมชนโดยคนในชุมชนเองมารวมกันแลกเปลี่ยน สรุปวิเคราะห และสังเคราะหชุดความรูนี้รวมกัน 13 ยากและทาทายสำหรับผมก็คือ “กระบวนการ” ที่ตองทำใหเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู และสรุป สังเคราะหโดย ชุมชนเอง ในขั้นตอนที่สำคัญนี้ผูนำกระบวนการ (Facilitator) ก็ตองมีประสบการณมากพอสมควรในงานวิจัยเพื่อทองถิ่น มีประสบการณการเปนผูนำกระบวนการ รวมไปถึงทักษะการถอดบทเรียนที่เปนสวนหนึ่งของการจัดการความรูดวย ตอนนี้ผมไดออกแบบเวทีวิเคราะหชุมชนแบบมีสวนรวม (ภาพรวมชุมชน) ไวในใจบางแลว เวทีวิเคราะหชุมชนแบบมีสวนรวม (ภาพรวมชุมชน) กระบวนการ และ กลยุทธ การวิเคราะหชุมชนแบบมีสวนรวมเพื่อพัฒนาและเตรียมความพรอมในการยกระดับศูนยเรียนรูตามโครงการ วัตถุประสงคของการวิเคราะหชุมชน • เพือใหชมชนและผูเ กียวของเกิดความรู ความเขาใจแนวคิดหลักการและกระบวนการการทำงานของโครงการวิจย ่ ุ ่ ั • เพื่อใหชุมชนและผูเกี่ยวของไดทบทวนองคประกอบหลักของ ประเด็นการวิจัย รวมถึงบริบทชุมชน • เพื่อใหมีฐานขอมูลในการพัฒนา และยกระดับองคความรู เปนตนทุนในการเรียนรู ตอยอดองคความรูเดิม กระบวนการ และกรอบเนื้อหาหลักสูตร เปนกระบวนการทีทำงานทีเ่ นนการมีสวนรวมและการทำงานเชิงบูรณาการรวมกัน 3 ฝาย ไดแก ชุมชนเปาหมาย หนวยงาน ่  ราชการทีเ่ กียวของ และสวนวิชาการ/กระบวนการ ทีคาดวาจะสามารถพัฒนายกระดับการทำงานรวมกัน โดยชุมชนเปาหมาย ่ ่ ไดรบประโยชนสงสุด และสามารถดำเนินการตอเนืองไดเมือสินสุดโครงการ ทังนีจะใหความสำคัญกับกระบวนการ “วิเคราะห ั ู ่ ่ ้ ้ ้ ชุมชนแบบมีสวนรวม” ซึงถือวาเปนเวทีในระยะแรกทีสำคัญอยางยิงตอการทำงานวิจยและการเสริมพลังชุมชน ในระยะตอๆไป  ่ ่ ่ ั กระบวนการการจัดเวทีวิเคราะหชุมชนแบบมีสวนรวม (ภาพรวม เวที 1) • วิเคราะหผูมีสวนได สวนเสีย ในชุมชน ตลอดจนคัดเลือกเปาหมายที่เกี่ยวของ • ทีมงานวิทยากรศึกษาขอมูลมือสอง เพื่อเตรียมพรอมออกแบบ กระบวนการเวทีวิเคราะหขอมูล • เวทีวเิ คราะหขอมูลภาพรวม (ในพืนที)่ : แบงกลุมออกเปน 4 กลุมยอย เพือทบทวนสถานการณขององคประกอบ  ้   ่ หลักตามโครงการวิจัย ไดแก รูจักตนเอง (ระบบชุมชน) เปนบริบทของชุมชนทุกมิติรูจักทรัพยากร (การจัด การดิน,น้ำ,ปา) เนน ทรัพยากรทางทะเลตามบริบทชุมชน รูจักระบบการผลิต (พืช.สัตว) รูจักโลก (ระบบการ บริโภค) ในชุมชน ระบบนี้เปนระบบใหญที่ตองใชเวลา สมาธิ และผูชำนาญพิเศษเปนวิทยากร ดังนั้นในการ วิเคราะห ดังนั้นจะปรับเปน “ระบบบริโภคในชุมชน” เพื่อใหสอดคลองกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่สงผล ตอวิถีการผลิตและบริโภค • นำเสนอขอมูลจากการระดมความคิดในกลุมใหญ จากนั้นนักวิจัยในพื้นที่และนักวิจัยหลักทำการสรุปขอมูล วิเคราะหขอมูล กระบวนการนี้เปนการถอดบทเรียน ชุมชนโดยใชกระบวนการกลุมเขามาเกี่ยวของ เพื่อใหชุมชนไดเกิดการเรียนรู ตัวเองในมิติที่สำคัญ ดังนั้นการสรุป สังเคราะหจากเวทีจะเปนขอมูลสวนหนึ่งสำหรับโครงการวิจัยฯ จากนั้นอาจมีการเติมเติมขอมูล โดยการคนหาขอมูลในรูปแบบอื่นๆ ตอไป โดยทีมนักวิจัยในพื้นที่ ทั้งหมดผมรางรูปแบบในใจคราวๆ ไวกอน และคาดหมายวาจะลงพื้นที่บานเปร็ดใน ในเร็ววันนี้ครับ 14 ปาเลี้ยงคน คนชวยปา พากันอยูรอด พระอาจารยสุบิน ปณีโต วัดไผลอม จังหวัดตราด จากการบรรยายในสัมมนาวิชาการ เนืองในโอกาสครบรอบ 10 ป สถาบันธรรมรัฐเพือการพัฒนาสังคมและ ่ ่ สิงแวดลอม วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ 2554 โรงแรมสยามซิต้ี กรุงเทพฯ ่ “เรากำลังบำเพ็ญหัวใจของโพธิสัตวโดยไมทำเฉพาะมุงหวังแกตนใหคนเห็น ประโยชนของคนสวนใหญ” “…เรื่องสิ่งแวดลอม เราบอกพัฒนาสังคม หากเอาสังคมอยูรอดแตสิ่งแวดลอมอยูไมรอด ฉะนั้นความเสื่อมโทรม ของเขตพื้นที่จังหวัดตราด นายทุนอยูรอด สังคมอยูไมรอด สิ่งแวดลอมอยูไมรอด ระบบสมัยเฟองฟูเศรษฐกิจนากุง แลวทำลายมากมายมหาศาลเรียกวาทรัพยากรปาไมมีคานอยกวากุง กุงมีคามากกวาปาไม ทั้งที่ปาไมใหประโยชนและอยู นานกวา แตหากตีคาดวยตัวเงินอาจนอยกวา ก็เลยใหความเปนธรรมกับปานอยกวา ก็ใชทั้งถากถาง เครื่องมือมาทำลาย สิ่งแวดลอม พอสิ่งแวดลอมเดือดรอนสังคมก็พลอยเดือดรอนไปดวย พายุก็แรง ฝนก็ไมคอยตก อาหารเหลือนอย สิ่งตางๆ ถูกทำลายสังคมก็แตกแยกตามมา ความเปนธรรมเริ่มหายลง ความสลับซับซอนของปญหามากขึ้น สิ่งเหลานี้เปนเรื่องที่ สังคมถูกกัดเซาะจากระบบทุนนอกที่เห็นประโยชนสวนตนมากกวาประโยชนสวนรวม อาจจะมาชวยกันรื้อฟนสิ่งแวดลอม เราตองมาชวยรื้นฟนความเปนธรรม ความเปนธรรมกับไมเปนธรรมตางกัน เรียกวาธรรมกับอธรรม ฉะนั้นสถาบันธรรมรัฐฯ ถือเปนการสงเสริมสวนรวมที่เปนธรรมที่อยูรวมกันทุกฝาย คือฝายธรรมชาติ ฝายทรัพยากร และฝายอาชีพอยูได และฝายคนทองถิ่น คนนอกอยูได เขารวมกันไดอยางมีประสิทธิภาพอบอุน เราก็เห็นปญหาวาเปน สิ่งที่ตองชวยฟนฟู แกไข ปรับปรุงจากสภาพสิ่งแวดลอมของทรัพยากรธรรมชาติทั้งบนบกและชายทะเล สิ่งนี้เราคุยกันเรื่อง ริมทะเลที่เกี่ยวของ จังหวัดตราดก็ถูกทำลายไปมาก ชวงสมัยเศรษฐกิจกุงราคาแพง คนใหความสำคัญกุง สูงกวาปาไม แตกุงไมเคยใหออกซิเจนไมเคยใหน้ำฝน เหลานี้เปนตน ฉะนั้นเราก็เห็นสวนการทำลาย ก็ชวนชุมชนชวยกันคิดแกไข ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวิธีการทางความคิด และพยายามรุกขึ้นมาเพื่ออนุรักษฟนฟูที่เสื่อมโทรม โดยเสื่อมโทรมเกิดจากคน ไมกี่กลุมกี่คนที่ทำลาย แตประโยชนของคนสวนใหญเสียไปจากการทำลายไปหลายพันไร จากทรัพยากรชายฝง ฉะนั้นปาไมหาย ปูปลาก็หาย ริมตลิ่งก็ถูกกัดเซาะชายฝงเขามา ความเสื่อมโทรม อาหารก็หาย อากาศที่ดีก็หาย น้ำใสๆ ก็หาย อะไรตางๆ ก็หายไปเยอะจากคนไมกี่คน แตคนสวนใหญเดือดรอน อันนี้เรียกวาความไมเปนธรรมที่เกิดจาก นายทุนไมกี่คน ซึ่งจากที่เหลานั้นเปนที่สวนรวม อันนี้เรียกวาความไมเปนธรรมเกิดความไมเปนธรรมกับคนในชุมชน ประโยชนไมไดเทาที่ควรไดประโยชนกับคนสวนนอย ทีนี้เราเห็นวาสิ่งที่เสื่อมโทรมจากความโลภของคนไมกี่คนมุงลางที่จะ เอาได แตคนที่เปนธรรมก็ลุกขึ้นมาชวยกันแกไข เพื่อความเปนธรรม เพื่อความอยูรอดของทุกฝาย ฉะนั้นถาไมเปนธรรม ก็จะทำลายสิ่งแวดลอม ทำลายคน ทำลายทรัพยากรธรรมชาติของสัตวน้ำ พื้นดิน เพราะการจัดสรรที่ไมเปนธรรม 15 หากเปนธรรมเราจะไดทุกฝาย หากเปนธรรมเราจะแบงปนไดดวยความไมโลภดวยความเอื้อเฟอเผื่อแผ ก็จะเปนผลให อากาศดี อาหารดี สิ่งแวดลอมดี คนที่อยูดวยก็จะดี การที่จะดำเนินชีวิตรวมกันในสังคมก็ดี ก็เปนการดีตอสิ่งแวดลอม เพราะฉะนั้นพื้นที่จะชวยสนับสนุนของทองถิ่น เราก็มองเห็นประโยชน เวลาเรามองชี้ใหชาวบานเห็นประโยชนวาถาเราอนุรักษทรัพย รักษาปา ก็จะเกิดผล อันที่หนึ่งเราไดทำประโยชน สวนรวมอยางกวาง ทำใหฝนตกไมตกเฉพาะบานเรา คนสวนนอยทำประโยชนใหคนสวนใหญ สอง บอกวาถาเกิดเรามี ปาไมมากสมบูรณในชายเลนก็เปนแหลงเพาะพันธสัตวน้ำ ก็จับกินไมใชเฉพาะคนที่นี่ เรียกวาทำประโยชนใหสวนใหญ ฉะนั้นแหลงเพาะพันธุสัตวน้ำโดยธรรมชาติไมตองลงทุนอยางมหาศาล ถาฝนจะตกก็ไมตกเฉพาะทองถิ่น แตจะตกโดย ทั่วไป อากาศดีก็ไมไดหายใจเฉพาะคนทองถิ่น เอื้อประโยชนคนสวนใหญ คนสวนใหญไดรับประโยชน เราคิดวาเอาบุญ กันบาง ชักชวนใหชาวบานหันมามองอยางนี้ และรักษาฟนฟูปา โดยเฉพาะปาชายเลนที่ถูกทำลายก็เริ่มที่จะดีขึ้นมา อันนี้ เรื่องการจัดการใหเขาเห็นภาพและเขาลุกขึ้นมาชวยกัน และมองวาสิ่งเหลานี้เปนปญหาใหคนทองถิ่นลุกขึ้นมาชวยกัน โดยตองใหคนสวนใหญและเขาไดประโยชนดวย และนำไปสูประโยชนที่ยั่งยืน และตองจัดสรรปนสวนอีกที อันนี้เปนการ มองรูปการไดรับประโยชนในภาพรวม และคิดใหเขาตองจัดการแบบปาอยูได คนอยูได ปาจะตองเลี้ยงคนใหไดอยางยั่งยืน ดวยการคิดวางแผนจัดการระบบของชุมชนใหเกิดความเขมแข็งในอนาคตและพยายามคิดรูปแบบตอไปตามรูปแบบที่ เราชวนคิด ชวนทำ 16 อันนี้ปาเปร็ดในมีประมาณหมื่นกวาไร ชุมชนนี้จะรักษาคอนขางแข็งและขยายไปเรื่อยๆ เราบอกวาเปนแหลง เพาะพันธสัตวน้ำที่ใหญที่สุดโดยไมตองของบจากภาครัฐ สรางธรรมชาติใหสมบูรณและธรรมชาติจะสรางอาหารใหเอง แลวก็เปนตัวกันคลื่นกันฝนไดดีโดยที่ตนทุนไมมาก เพียงแตลุกขึ้นมาปลูกเสริมจากที่ถูกทำลายจากนายทุนก็คอนขางขึ้น มาเยอะ อันนี้เปนสวนหนึ่งใหทุกคนในชุมชนมีหัวใจแบบโพธิสัตวปฏิบัติตนเพื่อชุมชนแตตนเองพลอยไดรับอานิสงส แลวก็ไดอานิสงสการจัดสรร การดูแลที่จะทำโครงการตอไปเพื่อเปนแหลงทรัพยากร ทั้งอาหาร อากาศ เราบอกวาเราทำ แบบโพธิสัตว ฝนจะตกก็ไมใชเฉพาะตกที่นี่ อากาศที่เหมือนมีเครื่องกรองอากาศ อีกหลายหมื่นไรก็ไมใชหายใจเฉพาะ คนที่นี่ สัตวน้ำเพาะที่นี่ก็ไหลลงทะเลไมไดจับกินเฉพาะคนที่นี่ เรากำลังบำเพ็ญหัวใจของโพธิสัตวโดยไมทำเฉพาะมุงหวังแกตนใหคนเห็นประโยชนของคนสวนใหญ เรากำลัง ปลูกฝงใหคดกวางๆ ใหคดแบบโพธิสตวและระบบธรรมะ อันนีเ้ รียกวาทางโครงการสนับสนุนชุมชนใหคดตอทำตอและกำลัง ิ ิ ั ิ พูดเรื่องความยั่งยืน และพยายามจัดสรรวาสิ่งเหลานี้อยูรอด เขาเองในอนาคตตองอยูรอดไดดวย อันนี้เรียกวาปาเลี้ยงคน คนชวยปา พากันอยูรอด แตไมคิดเชิงอนุรักษอยางเดียว แตคิดการพัฒนาดวย เรียกวาอยูรอดรวมกันทุกฝาย อันนี้เปน ที่มาตั้งแตสมัยรณรงคกองทุนซิปที่ใหทุนเพื่อรักษาตอกับนายทุน เพราะตอนนั้นนายทุนทำลายมาก จนปาแทบหมด ตอนนี้ฟนมาเกือบหมดแลว เรียกวาจากสมัยซิปใหทุนจนฟนฟูขึ้นมาได จากอาหารสมัยปูที่วางไขก็ไมจับกินเฉพาะคนที่นี่ อากาศที่บริสุทธิ์ก็ไมหายใจเฉพาะคนที่นี่ เราชวยคนทั้งโลก เราคิดแบบโพธิสัตวเราไมตองใชทุนแตใชภูมิกำลัง ปญญา ความสามารถของพวกเราชวยกันอนุรักษ อันนี้เปนที่มาเรื่องโครงการปา และกำลังทำปาบกดวย และปาชายเลน ที่ทำ ควบคูกัน ซึ่งเปนที่มาอันหนึ่งของโครงการที่ทำอยู โดย ทานผูหญิงก็ลงไปชวยสานตอใหงานเปนรูปรางเร็วขึ้นพยายาม ชวนเขาคิดในรูปแบบโพธิสัตวมากกวาคิดในเชิงปจเจก ใหคิดเพื่อสวนรวม อันนี้ขอเกริ่นใหเห็นภาพเปร็ดในเล็กนอย…” กิจกรรมความเคลื่อนไหวที่ผานมา การลงพื้นที่ศึกษาเมื่อวันที่ 14-15 สิงหาคม 2554 ณ บานเปร็ดใน จังหวัดตราด โดยมีวัตถุประสงคเพื่อรับฟง ปญหาและความตองการของชุมชน วิเคราะหผูมีสวนรวม (เปาหมาย), นำเสนอแผนโครงการวิจัย และวางแผนการ ทำงานรวมกัน ซึ่งมีชาวชุมชนบานเปร็ดใน อาทิ นายกอบต.อำพร แพทยศาสตร ผูใหญมาโนช ผึ้งรั้ง ลุงเสริญ พี่ม็อก พี่มงคล ปาผองศรี นองพีท และอีกหลายทานมารวมแลกเปลี่ยนพาชมสถานที่ นอกจากนี้ยังไดมีโอกาสเขาพบ พระอาจารย สุบิน ปณีโต เพื่อขอขอเสนอแนะที่จะเปนประโยชนของการทำงานในโครงการ รวมทั้งการเปดตัวแนะนำ โครงการนี้กับกลุมสัจจะสะสมทรัพยที่วัดไผลอม 17 คณะทำงานโครงการพัฒนาศูนยเรียนรู ผูจัดการโครงการ ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม เปนกันเองสนุกสนาน บานเกิดอยูจันทบุรี ใกลๆ เปร็ดในนี่เอง เปนผูอำนวยการสถาบันธรรมรัฐ เพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดลอม และมีทีมงาน นองๆ คอยชวยงาน ในการผลิตสื่อ และประสานของสถาบันธรรมรัฐฯ คือ หนิง ปุก และนนท ที่จะชวยอำนวยความสะดวก จัดการงานตางๆ ให 18 คณะทำงานดานพลังงาน ดร.บุญรอด สัจจกุลนุกิจ ผูใหญใจเย็นอารมณดี เชี่ยวชาญเรื่องพลังงานจากบัณฑิตวิทยาลัยรวมดานพลังงานและ สิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุรีและอีกทานคือ ดร. สายจิตร วะจะนะ แมชีที่ทำงานวิจัยเพื่อบำเพ็ญ สาธารณประโยชน ดานพลังงานทางเลือกในชุมชน คณะทำงานดานแก ไขปญหาการกัดเซาะ ดร.สมภพ รุงสุภา หรือ พี่ปู ทำงานเต็มที่แตไมเครียด พรอมดวย ดร.ปราโมทย โศจิศุภร อาจารยใจดีพูดนอยแตทำงาน เยอะมาจาก สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย คณะทำงานดานการรักษาและฟนฟูปาชายเลน นำโดย ผศ.ดร.ลดาวัลย พวงจิตร รวมกับ ผศ. ดร.มณฑล จำเริญพฤกษ และ อ.ออ พรานไชย ทีมนี้มากันเปนกลุมมีความ ตั้งใจสูงเปนเดิมพันเพื่องานครั้งนี้ คณะทำงานดานจัดการความรู 19 ประกอบดวย ร.ศ ดร.นิรมล สุธรรมกิจ และดร.อนิณ อรุณเรืองสวัสดิ์ มาจากคณะเศรษฐศาสตร ธรรมศาสตร ที่จะมาชวยดู เรื่องชวยสรางระบบการบริหารจัดการเงินของศูนยเรียนรูในอนาคต รวมกับ รศ. ดร.โสภารัตน จารุสมบัติ จากคณะรัฐศาสตร ธรรมศาสตรเชนเดียวกัน โดยอาจารยจะมาชวยดูโครงสรางและการบริหารจัดการในศูนย และที่ขาดไมได คือ ทีมจัด กระบวนการความรู โดยคุณจตุพร วิศิษฏโชติอังกูร หรือคุณเอก หนุมไฟแรงจากรั้วมหิดลที่บอกวางานนี้ทาทายนาทำมาก ทีมวิจัยชุมชน ทีมวิจัยชุมชน อาทิ ลุงเสริญ พี่มอก ปาผองศรี และอีกหลายทาน และนองทีมเยาวชนลูกไมปาเลน นอกจากนี้ยังมีทีม เครือขายการทำงานดานปาไม จากรีคอฟท ที่ชาวเปร็ดในคุนเคยกันดี นำทีมโดยพี่สมหญิง สุนทรวงษ และทีมงานคือ คุณระวี ถาวร (แมค) คุณรัตนกวี บุญเมฆ (โจ) และ คุณกรกช ลอยสมุทร (มิล) ทีจะเขามาทำงานในเปร็ดในเพือมาชวยกัน ้ ่ ่ ทำงาน สูเปาหมายของการพัฒนาศูนยเรียนรูบานเปร็ดในที่จะชวยสรางความมั่นคงของชุมชนและประเทศชาติตอไป ที่ปรึกษาบรรณาธิการ พระอาจารยสุบิน ปณีโต ทานผูหญิง ดร.สุธาวัลย เสถียรไทย คุณทรงพล เจตนาวณิชย คุณอำพร แพทยศาสตร คุณผองศรี อินทสุวรรณ คุณมาโนช ผึ้งรั้ง กองบรรณาธิการ ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม คุณอุษา บุญญเลสนิรันตร คุณสกุลวลัย มะนะโส คุณนนท นุชหมอน คุณรัตนกวี บุญเมฆ คุณกรกช ลอยสมุทร และทีมบรรณาธิการในพื้นที่บานเปร็ดใน 20
ดาวน์โหลดเอกสารแบบ PDF
ภาพประกอบลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์
เนื้อหานี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย โดยแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

แบ่งปันให้กับเพื่อน

  • email
  • print
  • อ่าน 22 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น

เมนูเพื่อนสร้างสุขภาวะ

  • ภาคีบอกข่าว
  • เรื่องเล่าจากภาคี
  • แนะนำภาคี
  • รอบรู้เรื่องโครงการ
  • มัลติมีเดีย
  • แนะนำสื่อ
  • แกลลอรี่
  • บล็อก
  • รอบรู้สุขภาพโลก

ยอดนิยม

ยังไม่มีเนื้อหาใดๆ ในส่วนนี้

ป้ายคำ

  • ความลับ
  • ตำรวจรัฐสภาไทย
  • ประเพณีสงกรานต์ 2555
  • รู้ทัน-เลี่ยงโรคภัยที่มากับฝน
  • สัตว์พิษ
  • สินค้ารีไซเคิล
  • สีย้อมผ้า
  • อนามัยการเจริญพันธุ์
  • อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล
  • อาการปวดตา
  • เจาะเลือด
  • เวียนศรีษะ
  • เหล้า สถานศึกษา เยาวชน มอมเมา
  • โรคจิตเสื่อม
  • ใบชะมวง
  • ไทรอยด์เป็นพิษ
ดูป้ายคำทั้งหมด
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก

ขนาดตัวอักษร

  • ตัวหนังสือขนาดปกติ
  • ตัวหนังสือขนาดปานกลาง
  • ตัวหนังสือขนาดใหญ่

ปรับรูปแบบการแสดงผล

  • ปรับการแสดงผลให้แสดงในรูปแบบปกติ
  • ปรับการแสดงผลให้แสดงสำหรับคนสายตาเลือนราง

ติดต่อเรา

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8
ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ
เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

โทรศัพท์ 02-343-1500
โทรสาร 02-343-1551

แผนที่บน Google Maps

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง
แผนผังเว็บไซต์   ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์   Mobile Site
สัญญาอนุญาต cc by-nc-saแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย

Valid XHTML + RDFa Level Double-A conformance icon, W3C-WAI Web Content Accessibility Guidelines 1.0

รวมลิงก์ภายในของสสส.

  • เว็บหลัก สสส.
  • เว็บองค์กร สสส.
  • ผลงาน สสส.
  • ศูนย์ข้อมูล สสส.
  • ค้นหาโครงการ สสส.
  • เว็บคอมมูนิตี้
  • English Site