ข้ามสู่เนื้อหาหลัก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ Thaihealth.or.th

รวมลิงก์ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์

  • ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์
  • กล่องค้นหาในเว็บไซต์
  • ไปยังเนื้อหาหลัก
  • ไปยังเมนูหลัก
  • ไปยังด้านบนสุด
  • แผนผังเว็บไซต์ Sitemap

ส่วนของสมาชิก

  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
คลิกที่นี่เพื่อต้องการปิดส่วนของเข้าระบบ

บัญชีผู้ใช้

ช่องที่มีเครื่องหมาย * หมายถึงช่องที่จำเป็นต้องกรอกข้อมูล
ข้อมูลเข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • ลืมรหัสผ่าน
กด ESC หรือปุ่ม ปิด เพื่อปิดหน้าต่างนี้

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง

ขณะนี้คุณอยู่ที่:

  • หน้าแรก
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
  • แนะนำสื่อ
  • จดหมายข่าวสานพลัง ประจำเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2554

จดหมายข่าวสานพลัง ประจำเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2554

โดย webmaster | วันที่ 14 มิถุนายน 2555
มองมุม คคส. รศ.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ ผู้จัดการแผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ สสส. “คดีอีเทอร์นิต” การรณรงค์เรื่องแร่ใยหินในประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีความเข้มแข็งขึ้น เนื่องจากผลเสียที่เกิดขึ้น กับผู้ได้รับพิษภัยจากแร่ใยหินปรากฏขึ้น ทั้งในยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี และออสเตรเลีย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีคดีความเกี่ยวกับแร่ใยหินที่ทำให้โลกต้องตะลึง สิ่งที่น่าสนใจ คือ การตัดสินคดีจำคุกบุคคลผู้มีฐานะรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้มีบทบาทได้รับการแต่งตั้งให้ดำรง ตำแหน่งกรรมการด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยถูกตัดสินในขณะที่ยังดำรงตำแหน่ง ผลการตัดสินคดีนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ทั่วโลกต้องตื่นตัว และนำมาทำเป็นสารคดี เรื่อง THE DUST: ETERNITS ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจะนำไปเผยแพร่เพื่อให้รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอถ่ายทอด บรรยากาศคดีดังกล่าวที่เรียกขานกันว่า คดีอีเทอร์นิต จากการแปลข่าวที่มาจาก http:// libcom.org/blog/16-years-sentence-eternit-owners-16001 เพื่อให้ผู้อ่าน “สานพลัง” ได้ ตระหนักถึงปัญหาแร่ใยหินที่มีผลต่อผู้ใช้แรงงานและผู้บริโภคที่ผู้ก่อเหตุได้รับกรรมจากการ ตัดสินคดี “ห้องพิพากษาทีเ่ มืองตูรน ประเทศอิตาลี เนืองแน่นด้วยผูคน ซึงต่างยืนรอผลการตัดสินคดีของศาล... ิ ้ ่ พวกเขาคือ ญาติมิตรของผู้เสียหายจากแร่ใยหิน พ่อแม่พี่น้อง คนงาน หมอ นักกิจกรรม สิ่งแวดล้อม ประชาชนที่อยู่ในเมืองและหมู่บ้านที่ โรงงานแร่ใยหินอีเทอร์นิต ตั้งอยู่ ประชาชน 1,500 คน จากเมืองต่างๆ ในอิตาลีรวมทั้งต่างประเทศ เฝ้ารอการตัดสินคดีประวัติศาสตร์นี้อย่างใจจดจ่อ เนื่องจากคดีนี้จะมีผลไปถึงผู้เสียหายที่เป็นคู่พิพาทกับบริษัทแร่ใยหิน อีเทอร์นิต การกล่าวหานำไปสู่การตอบคำถามเพื่อคนที่ตายจากแร่ใยหิน ,889 คน โดยคดีนี้มีผู้กล่าวหา ประมาณ 4,500 คน ทั้งญาติมิตร สมาคมสิ่งแวดล้อม องค์กรท้องถิ่น หลังจากความพยายาม ที่ ป รึ ก ษา รศ.ดร.วิ ท ยา กุ ล สมบู ร ณ์ , กว่า 30 ปี และเวลาในการดำเนินคดีอีก  ปี ผศ.ดร.วรรณา ศรีวิริยานุภาพ บรรณาธิการ อภิญญา ตันทวีวงศ์ ผลการตัดสินได้ทำให้เกิดชัยชนะที่สำคัญยิ่ง สเตเฟน ชมิดไฮนี และ จีนหลุยส์ เดคาร์ทิเออร์ กองบรรณาธิการ สุกัญญา พวงมณี, เศรษฐีเจ้าของกิจการอีเทอร์นิตถูกจำคุก 16 ปี พวกเขาถูกตัดสินจากความผิดจากการก่อ สรีรโรจน์ สุกมลสันต์, สรรพาพร แก้วทอง, หายนะที่จงใจและต่อเนื่องถาวร ทั้งยังปกปิดอย่างตั้งใจถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยในการ สุนนทา ฟุงสร้อยระย้า, รัตนา พงษ์วานิชอนันต์ ั ้ ออกแบบรูปเล่ม วัฒนสินธุ สุวรัตนานนท์ ก่ออาชญากรรมนี้ที่ เมือง Casale Monferrato and Cavagnolo ใน Piemonte ์ จัดทำโดย แผนงานคุมครองผู้บริโภคด้าน- โชคไม่ดีเนื่องจากระยะเวลาดำเนินคดีที่ส่งผลให้หมดอายุความ ทำให้ผลการตัดสินอีก  คดี ้ สุขภาพ (คคส.) คณะเภสัชศาสตร์ ในอีก  เมือง ได้แก่ เมือง Bagnoli (Naples) และ Reggio Emilia ไม่เป็นไปในลักษณะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดียวกัน ทำให้ผู้คนไม่พอใจอย่างยิ่ง ทั้งที่ในเมือง Bagnoli มีผู้เสียหาย 400 คน จาก 573 คน สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุน- ที่ป่วยจากโรคที่มาจากแร่ใยหิน และคนจำนวนประมาณ 900 คน มาร่วมรอผลการตัดสินมา การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ติ ด ต่ อ คคส. ได้ ท แผนงานคุ้ ม ครอง- จากเมือง Casale Monferrato ที่เป็นเมืองสัญลักษณ์ที่มีคนเสียชีวิตมากถึง 1,800 คน จาก ี่ ผู้บริโภคด้านสุขภาพ (คคส.) คณะเภสัช- ประชากร 36,000 คน เมือง Casale Monferrato จะได้เงินชดเชย 5 ล้านยูโร จากเจ้าของ ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปทุมวัน บริษทแร่ใยหิน รวมถึงภูมภาค Piemonte ได้รบ 0 ล้านยูโร บริษทสุขภาพ Asl ได้รบ 5 ล้านยูโร ั ิ ั ั ั กรุงเทพฯ 10330 สมาคมญาติผู้เสียหาย Afeva ได้รับ 100,000 ยูโร ญาติผู้เสียหายและเสียชีวิตจะได้รับเงิน โทรศัพท์ 0-18-8445 โทรสาร 0-51-3531 ชดเชยระหว่าง 30,000 ถึง 50,000 ยูโร รวมประมาณ 95 ล้านยูโร” ท่ า นสามารถดาวน์ โ หลด จดหมายข่ า ว “สานพลั ง ” และข้ อ มู ล เพิ่ ม เติ ม จากเรื่ อ ง คดีอีเทอร์นิตจะเป็นคดีที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับหายนะภัยจากโรงงานอุตสาหกรรม ต่างๆ ในแต่ละฉบับได้ที่ เว็บไซต์ http:// และการตั ด สิ น คดี นี้ ไ ด้ ส ร้ า งประวั ติ ศ าสตร์ แ ผ้ ว ทางสู่ ค ดี อื่ น ๆ ที่ มี ผู้ เ สี ย หายจากพิ ษ www.thaihealthconsumer.org แร่ใยหินในอนาคต” สานพลัง  เด่นจาก คคส. เมื่ อ วั น ที่ 13-14 ธ.ค. 554 รศ.ภก.ดร.วิ ท ยา กุ ล สมบู ร ณ์ ผู้จัดการแผนงาน คคส. เข้าร่วมการนำเสนอประสบการณ์ในการ พัฒนานโยบายสาธารณะในการจัดการแร่ใยหินของประเทศไทย ใน การประชุ ม เพื่ อ พั ฒ นานโยบายขจั ด โรคจากแอสเบสตอส (National Programme for Elimination of Asbestos Diseases) จัดโดยสภาสหภาพแรงงานมาเลเซีย (MTUC) ณ โรงแรมอามาดา รัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย การประชุมครั้งสำคัญนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย องค์กรผู้บริโภค และองค์กรแรงงานจากประเทศต่างๆ ในอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย รวมทั้ง ผู้แทนจากองค์กรแรงงานนานาชาติ (ILO) สหประชาชาติ เข้าร่วม ประชุมรวมทั้งสิ้น 30 คน เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ใน การพัฒนานโยบายการยกเลิกการใช้แร่ใยหิน การใช้วัสดุทดแทน แร่ใยหิน การให้ข้อมูลอันตรายของแร่ใยหินต่อสาธารณะ และการ เฝ้าระวังและค้นหาผู้ป่วยจากแร่ใยหิน เป้าหมายสำคัญทีทกฝ่ายยึดถือร่วมกันคือ การพัฒนานโยบาย ่ ุ สาธารณะในการจัดการแร่ใยหินของประเทศมาเลเซียและ ประเทศต่างๆ ในอาเซียนให้เกิดขึ้นในเร็ววัน กองบรรณาธิการ บทเรียนการพัฒนานโยบายขจัดโรคจากแร่ใยหิน มุงสู 100 ปี เภสัชกรรมไทย ร่วมใจคุมครองผูบริโภค ่ ่ ้ ้ เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา นพ.มงคล ณ สงขลา ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมครบรอบ 1 ปี การก่อตั้ง วิทยาลัย การคุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและสุขภาพแห่งประเทศไทย (วคบท.) ภายใต้หัวข้อหลัก “สู่ 100 ปีเภสัชกรรมไทย ร่วมใจ คุ้มครองผู้บริโภค” ณ โรงแรมเดอะทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ การประชุมครั้งนี้เปิดโอกาสให้เภสัชกรจากหลายหน่วยงาน จำนวน 100 คน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงาน คุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการคุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและสุขภาพ ทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ นพ.มงคล ผู้ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในบุคลากรสาธารณสุขที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนางานคุ้มครองผู้บริโภคมายาวนาน ได้สะท้อน “ความหวัง” ต่อ วคบท. ใน 5 ด้าน หนึ่ง การเป็นวิทยาลัยที่รับผิดชอบต่อสังคม เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและสุขภาพ ตาม UNESCO code สอง การ เป็นวิทยาลัยที่ผลิตผู้เชี่ยวชาญการคุ้มครองผู้บริโภคฯ ที่มีคุณภาพสูง เป็นที่ยอมรับระดับสากล สาม การเป็นวิทยาลัยที่ผลิต และกระจายความรู้เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคฯ ที่ได้รับการยกย่องไปทั่วโลก สี่ การเป็นวิทยาลัยที่เป็นศูนย์กลางในการ ผสมผสานศาสตร์ทุกสาขา เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคฯ และ ห้า การเป็นวิทยาลัยของผู้บริโภคที่ใช้เวทีชีวิตจริง นำเข้าสู่บทเรียน เพื่อสร้างความรู้ที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน นับเป็นการนำเสนอทิศทางที่ควรค่าต่อการพิจารณาอย่างยิ่ง ตุลาคม - ธันวาคม 2554 3 บนเส้นกทางจัดการเรียนรู้ กองบรรณาธิ าร กันภัยซ้ำหลังน้ำลด “รื้อซ่อม” ให้ปลอดพิษแร่ใยหิน ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับความบอบช้ำจากมหาอุทกภัยกันไปถ้วนหน้า แต่อีกมุมหนึ่งถือเป็นโอกาสที่จะได้สะสางวัสดุ อันตรายที่อยู่ใกล้ตัวเราที่มีส่วนผสมของ แร่ใยหิน หรือ แอสเบสตอส ไม่ว่าจะเป็น กระเบื้องซีเมนต์มุงหลังคา ทั้ง แบบชนิดลอนเดี่ยวและลอนคู่ ผ้าเบรค คลัทช์ กระเบื้องยางปูพื้น และท่อน้ำ ฯลฯ “สานพลัง” เคยนำเสนอถึงผลกระทบจากแร่ใยหิน ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคร้ายหากหายใจเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นโรค แอสเบสโตสีส (Asbestosis) เมโสเธลิโอมา (Mesothelioma) และมะเร็งปอด อย่างไรก็ตาม การรื้อวัสดุที่มีส่วนผสมของแร่ใยหินนั้นต้องใช้ความระมัดระวัง ในการป้องกันไม่ให้เส้นใยแร่ใยหินหลุดออก จากชิ้นวัสดุและฟุ้งกระจายสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งเท่ากับเป็นการแพร่กระจายพิษร้ายออกไปให้กว้างไกลยิ่งกว่าเดิม เพราะเล็งเห็นถึงความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นอย่างขนานใหญ่ ในช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม คคส. จึง สนับสนุนให้มีการศึกษาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนที่ถูกต้อง ในการรื้อถอนวัสดุก่อสร้างที่มีส่วนผสม ของแร่ใยหิน 4 ชนิด ซึ่งมีการใช้อย่างกว้างขวางในประเทศไทย ได้แก่ กระเบื้องมุงหลังคาซีเมนต์ชนิดลอนเดี่ยว ลอนคู ฝ้าเพดานทีทำจากกระเบืองแผ่นเรียบ ฝากันห้องทีทำจากกระเบืองแผ่นเรียบ และกระเบืองยางไวนิลปูพน ่ ่ ้ ้ ่ ้ ้ ื้ ไปดูกันว่าเราจะมีวิธีรื้อสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ให้ปลอดภัยได้อย่างไร... กระเบื้องมุงหลังคาซีเมนต์ชนิดลอน วิธีการ : ใช้คีมหนีบและถอนตะปูออกจากกระเบื้องมุงหลังคา จากนั้นรื้อกระเบื้องออกทีละแผ่น ลำเลียงลงมาวางไว้ในพื้นที่ที่ กำหนด มัด หรือห่อด้วยพลาสติกชนิดหนาให้เรียบร้อย ก่อน ติ ด ป้ า ยหรื อ ฉลากระบุ วั ต ถุ อั น ตรายประเภทที่ 9 สั ญ ลั ก ษณ์ ความเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ฝ้าเพดานและฝากั้นห้อง วิธีการ : ฉีดน้ำที่บริเวณหัวตะปูตอกยึดแผ่นกับโครงไม้ให้ฝ้า เปียกชุ่ม เพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจายในกรณีที่ฝ้าแตก ใช้สิ่วหรือ หัวค้อนงัดแผ่นฝ้าตรงจุดที่ตอกตะปูยึดแผ่นฝ้ากับโครงไม้ทุกจุด เพื่อให้แผ่นฝ้าแยกออก จากนั้นใช้มือดันแผ่นฝ้าเพดานขึ้นเพื่อ ให้หัวตะปูโผล่ออกมา แล้วจึงใช้คีมดึงหัวตะปูออก หากตะปูเป็น สนิมให้ใช้สิ่วและค้อนตัดหัวตะปู จากนั้นใช้สิ่วงัดแผ่นฝ้าออก จากโครงไม้ วางเรียงกองในพื้นที่ที่จัดไว้ ทำความสะอาดพื้นที่ โดยการเช็ดถูด้วยผ้าเปียก หลีกเลี่ยงการกวาดแห้ง เพราะทำให้ ฝุ่นใยหินฟุ้งกระจาย แล้วมัดรวมแผ่นฝ้า โดยรวบรวมเศษวัสดุ และผ้าที่ใช้ในการทำความสะอาดพื้นใส่ถุงขยะ พร้อมติดป้าย หรือฉลากเช่นเดียวกับกระเบื้องหลังคา เพื่อนำไปทิ้งในพื้นที่ ที่กำหนด สานพลัง 4 กระเบื้องยางปูพื้น วิ ธี ก าร : ราดหรื อ ฉี ด น้ ำ (น้ ำ ผสมผงซั ก ฟอกก็ ไ ด้ ) ลงบน กระเบื้ อ งปู พื้ น ให้ เ ปี ย ก พั ก ไว้ รอให้ น้ ำ ซึ ม ผ่ า นรอยต่ อ ของ กระเบื้อง ใช้เกียงหรือสิ่วเซาะกระเบื้องออก นำแผ่นกระเบื้อง ใส่ในถุงขยะเพื่อนำไปกำจัดทิ้ง และติดฉลากบนถุงบรรจุ เช่น เดียวกับขยะกระเบื้องมุงหลังคา สัญลักษณ์ความเป็น อันตรายต่อสุขภาพ สัญลักษณ์วัตถุอันตราย ประเภทที่ 9 แม้ ว่ า คณะรั ฐ มนตรี มี ม ติ ใ ห้ ย กเลิ ก การนำเข้ า และผลิ ต แร่ใยหินไปตั้งแต่เดือนเมษายน 2554 แล้ว แต่สำหรับวัสดุ มีแร่ใยหินที่ติดตั้งตามอาคารต่างๆ ก่อนหน้านั้นยังเป็น ทั้งนี้ ในการรื้อถอนวัสดุดังกล่าวมีข้อควรระวัง คือ เลี่ยงการ แหล่งมหันตภัยทีตองจัดการอย่างรอบคอบ และใช้หลักวิชา ่ ้ ทำให้แผ่นกระเบื้องแตกหักและควรติดฉลากระบุ วัตถุอันตราย ที่ถูกต้องรองรับ ประเภทที่ 9 และสัญลักษณ์ความเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพื่อ ให้ทราบว่าเป็นขยะอันตราย เพื่อนร่วมทาง กองบรรณาธิการ สภาหอการค้าฯ ภาคี “ปฏิวัติ” ความร่วมมือในครั้งนี้ เช่น การประกาศ มาตรการประกัน ความปลอดภัยแก่ผบริโภค ไม่ตองบริโภคน้ำมันทีเ่ สือมสภาพ ู้ ้ ่ และมาตรการป้องกันน้ำมันเสื่อมสภาพแล้วไม่ให้กลับมาใน วงจรอาหาร รวมทังร่วมรณรงค์ให้เกิดประโยชน์ตอเครือข่าย ้ ่ ในหลายๆ ด้าน นี่จึงนับเป็นก้าวใหม่ในการจับมือกับหน่วยงานภาค ธุรกิจดูแลผู้บริโภค นานๆ จะมีหน่วยงานภาคธุรกิจเข้ามาร่วมด้วยช่วยหนุนงาน คุ้มครองผู้บริโภคสักที จะไม่ให้กล่าวถึงคงไม่ได้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นับเป็นภาคีที่มีพลังไม่น้อย โดยเฉพาะการจับมือกับ คคส. จัดทำยุทธศาสตร์จัดการน้ำมัน ทอดซ้ำ เพื่อป้องกันมะเร็งและความดันโลหิตสูงในคนไทย ซึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของ “ปฏิบัติการปฏิวัติน้ำมันทอดซ้ำ” ที่ คคส. และภาคีประกาศเดินหน้ามานานกว่า 3 ปีแล้ว ตุลาคม - ธันวาคม 2554 5 โลกาภิวัตน์กับสุขภาพคนไทย กองบรรณาธิการ บทเรียนจากคิวบา “ถึงจนแต่คนมีคุณภาพ” คิวบา เป็นประเทศเล็กๆ ทีตงอยูบนเกาะ มีประชากรประมาณ ่ ั้ ่ 11 ล้านคน อยู่ห่างจากสหรัฐอเมริกาเพียง 00 กิโลเมตร หากประเมินด้วยเกณฑ์ของสถาบันการเงินระดับโลกชั้นนำ คิวบาเป็นเพียงประเทศสังคมนิยมจนๆ ประเทศหนึ่ง แต่หาก ประเมินเชิงคุณภาพ ทั้งด้านสาธารณสุขและการศึกษา ต้อง ยกให้ คิ ว บาติ ด อั น ดั บ กลุ่ ม ประเทศพั ฒ นา ด้ ว ยอั ต ราการรู้ หนังสือ ร้อยละ 100 อัตราตายทารกต่อเด็กเกิด 1,000 คน ลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ที่ 5.7 คนต่อประชากรพันคน ขณะที่ไทยอยู่ที่ 14 คนต่อประชากรพันคน ที่สำคัญคือ ประชาชนทุกคนเข้าถึงการรักษาและการศึกษาฟรี นอกจากนี้ การให้ ค วามสำคั ญ กั บ การสาธารณสุ ข ปฐมภู มิ ตังแต่ราวปี 1985 เป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในการพัฒนา ้ คุณภาพชีวิต คิวบาเลือกพัฒนาการสาธารณสุขปฐมภูมิโดยใช้เวชศาสตร์ ครอบครัวเป็นแกนกลาง ตังเครือข่ายคลินกใกล้บาน (doctor’s ้ ิ ้ office) ที่แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร และพยาบาล วิชาชีพ ละ 1 คน ร่วมกันดูแลประชาชนในละแวกบ้าน 200 คน โดย ไม่ได้ทำในลักษณะตั้งรับ แต่เดินไปเยี่ยมทุกบ้านเพื่อรับทราบ ข้อมูลสุขภาพ ประเมินความเสี่ยงทางด้านสุขภาพของทุกคน เรียกว่าดูแลตั้งแต่ยังไม่ป่วย เพื่อไม่ให้ป่วยหรือป่วยหนัก หากเกินกำลังที่คลินิกใกล้บ้านจะดูแลรักษาก็ส่งต่อไปยังโพลีคลินิก (policlinic) ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคเฉพาะเวียนกัน ทำหน้าที่ดูแลประชาชนในทุกพื้นที่ ดังนั้น คนไข้โดยเฉพาะ โรคเรื้อรังจะได้รับการดูแลรักษาอย่างดี มีเพียงคนไข้ที่อาการ ซับซ้อนจริงๆ ที่จะถูกส่งไปโรงพยาบาล ซึ่งแทบไม่เคยเห็น ความแออัด เพราะปัญหาต่างๆ ถูกจัดการในแต่ละระดับก่อน หน้ามาแล้ว สาธารณสุขคือ สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน คิวบามีรายจ่ายด้านสุขภาพเพียง ร้อยละ 16 ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมประชาชาติ หรือราว 30 เหรียญต่อคนต่อปี แต่ สามารถสร้ า งความสำเร็ จ ในการพั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต ของ ประชากรได้เป็นอย่างดี และในปัจจุบันยังสามารถกระจาย ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและความร่วมมือในการวิจัย ตลอดจนการพัฒนาไปยังประเทศต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะด้าน เจตจำนงทางการเมือง ที่แน่วแน่ในการแก้ ปัญหาความอยุติธรรมทางสังคมของประเทศแห่งนี้เป็นเรื่อง น่าสนใจ โดยการทำให้เรื่องสาธารณสุขเป็นสิทธิมนุษยชน ขั้นพื้นฐาน นันหมายความว่า รัฐต้องจัดให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงบริการได้ ่ โดยไม่มีข้อแม้ทางด้านระยะทาง สภาพร่างกายหรือเศรษฐกิจ จึงพบว่าแม้ในหมู่บ้านที่เล็กและอยู่ห่างไกลก็ยังมีแพทย์ประจำ ครอบครัวดูแล ซึ่งไม่ต่างจากชุมชนในเขตเมือง ใช้ยาในประเทศมากกว่า ร้อยละ 80 ขณะเดี ย วกั น การพั ฒ นาด้ า นวิ ท ยาศาสตร์ เ ทคโนโลยี โดยเฉพาะสาขาไบโอเทคโนโลยี และการแพทย์ชั้นสูงก็ไม่ได้ ถู ก ละเลย หรื อ มองว่ า เป็ น เรื่ อ งที่ ฟุ่ ม เฟื อ ยเกิ น กว่ า จะทุ่ ม งบประมาณ ทำให้คิวบาสามารถผลิตยาที่ใช้ในประเทศได้เอง มากกว่า ร้อยละ 80 สามารถผลิตวัคซีนทีใช้เองได้ทงหมด ผลิต ่ ั้ เครื่ อ งมื อ แพทย์ และสามารถผลิ ต ชุ ด ตรวจต่ า งๆ ที่ มุ่ ง แก้ ปัญหาสาธารณสุขหลักๆ ได้ จนกระทั่งสามารถส่งออกเป็น เม็ดเงินหลักกลับมาพัฒนาประเทศ สิ่งเหล่านี้มิได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นอย่างมีแบบแผน และเกิดจากการนำที่มีประสิทธิภาพ สานพลัง 6 ถึงแม้ทรัพยากรจะมีไม่มาก ซ้ำยังถูกกดดันจากตะวันตก แต่ กลับพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง นาโนเทคโนโลยีหรือไบโอเทคโนโลยีได้ ด้วยความมุ่งมั่นและ ทุ่ ม การสนั บ สนุ น อย่ า งถู ก ทิ ศ ทาง ทำให้ ท รั พ ยากรที่ จ ำกั ด เหล่านั้นจึงถูกใช้อย่างมีคุณค่าสูงสุด จากคิวบาสู่สาธารณสุขไทย มองลึกไปที่ระบบรายงาน เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่เปลี่ยนบ่อย เน้นการวัดผลที่ระดับสถานะสุขภาพของประชาชน แพทย์ให้ ความสำคั ญ และคำนึ ง ถึ ง บทบาทตนในข้ อ มู ล รายงาน มี ศักยภาพที่จะวิเคราะห์และแปลผลข้อมูลได้ ทำให้การจัดเก็บ ข้อมูลน่าเชื่อถือ แม้จะใช้เทคโนโลยีขั้นพื้นฐานในการจัดเก็บ ข้อมูล บทเรียนจากประเทศคิวบานับว่ามีคุณค่าสำหรับการเรียนรู้และ พัฒนางานสาธารณสุขระดับปฐมภูมิในไทย เพื่อการเตรียม พร้ อ มรั บ มื อ ปั ญ หาต่ า งๆ ในอนาคต ซึ่ ง มี ข้ อ สั ง เกตหลาย ประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ นอกจากนี แม้ระบบสาธารณสุขเน้นระดับปฐมภูม แต่ระบบทีนี่ ้ ิ ่ เชือมโยงบุคลากรทุกระดับ มีการประชุมร่วมของทีมปฏิบตการ ่ ั ิ ให้บริการเป็นประจำทุกเดือน โดยแพทย์ที่ doctor’s office จะอยู่เวรที่โพลีคลินิกเดือนละหลายครั้ง ซึ่งช่วยสร้างความเป็น ทีมและการสื่อสารระหว่างหน่วย ขณะที่แพทย์จากโพลีคลินิก ประการแรก คือ ที่นี่มีทิศทางการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุข ก็จะออกตรวจที่ doctor’s office เดือนละครั้ง และไปอยู่เวร ที่โรงพยาบาลในพื้นที่ด้วย การส่งต่อและเชื่อมงานจึงคล่องตัว ที่ชัดเจนและเป็นเอกภาพ ไม่มีปัญหาเรื่องการโทษกันไปมา ถั ด มาคื อ สภาพสั ง คมที่ ไ ม่ มี ก ารจั ด บริ ก ารสุ ข ภาพโดย ภาคเอกชน ทำให้ความต้องการบริการสุขภาพของประชาชน จุดแข็งของประเทศที่ปฏิเสธระบบทุนนิยมอย่างคิวบา ก็คือ อยูในระดับทีไม่สงเกินไป รัฐบาลจึงสามารถจัดบริการตอบสนอง ผู้ ป ฏิ บั ติ ง านด้ า นการรั ก ษาและสาธารณสุ ข ไม่ ต้ อ งพะวงกับ ่ ่ ู ได้ ไ ม่ ย ากนั ก เมื่ อ ถามคนคิ ว บาว่ า ระบบบริ ก ารสุ ข ภาพมี เรื่องเงินทองมากนัก เพราะผู้ป่วยไม่เสียค่ามารับบริการ ส่วน คุณภาพหรือไม่ ประชาชนทัวไป จะตอบว่า “มีคณภาพ” โดย การวางแผนงบประมาณการใช้จ่ายจะได้รับการดูแลที่หน่วยใน ่ ุ ดูจากการรักษาหาย และไม่เสียค่าใช้จายใดๆ ซึงคำตอบเหล่านี ระดับเทศบาล เรื่องยาก็ถูกกระจายไปดูแลที่ร้านยาที่ตั้งอยู่ ่ ่ ้ สะท้อนความคิดของคนคิวบาว่า คุณภาพบริการสุขภาพทีด นอกหน่วยบริการ ยามีราคาถูกและลักษณะเม็ดยาเหมือนกัน ่ ี คือ การที่ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพโดยไม่ต้องเสีย ทั่ ว ประเทศ เพราะส่ ว นใหญ่ ผ ลิ ต ได้ เ องในประเทศโดยรั ฐ ค่ า ใช้ จ่ า ย และงานบริ ก ารสุ ข ภาพที่ ดี ส่ ง ผลให้ มี ชี วิ ต ที่ แพทย์จึงมีเวลาดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมาพะวงว่า ยืนยาว จะเก็บเงินค่ายาหรือค่าบริการจากใครในราคาเท่าไร ที่น่าสนใจคือ แพทย์ในคิวบาเป็นทั้งครูและนักวิจัยพร้อมกัน ด้วยมีการสอดแทรกเนือหา “ความเป็นครู” เข้าไปเป็นส่วนหนึง ้ ่ ของหลักสูตรแพทย์อย่างชัดเจน และกระตุ้นให้แพทย์ทุกคน ในทุกระดับทำงานวิจัยง่ายๆ กล่าวได้เต็มปากว่าวันนี้คิวบาเป็นตัวอย่างของประเทศ กำลังพัฒนาที่ก้าวไกลด้านพัฒนาระบบสาธารณสุขแบบ ไม่ฟุ่มเฟือย ทว่า เป็นที่พอใจของผู้รับบริการ และยึดถือ จุดยืนบนหลักของความเท่าเทียมและเป็นธรรม ตุลาคม - ธันวาคม 2554 7 รายงานพิเศษ 15 ปี บนหนทางคดเคี้ยวและยาวไกล กองบรรณาธิการ ไขเส้นทางสร้าง “องค์การอิสระ” ด้วยพลังประชาชน ่ ่ หากย้อนเวลากลับไปดูเส้นทางแห่งความพยายามของภาคประชาชนในการก่อร่าง 26 พ.ค. 2552 รัฐสภาแจ้งผลการตรวจสอบโดย กกต. ว่ามีผเู้ ข้าชือครบ 10,000 ชือ ้ ี้ ่ สร้าง “องค์การอิสระ” นับตังแต่เจตนารมณ์นปรากฏอยูในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 1 มิ.ย. 2552 ประธานรั ฐ สภาวิ นิ จ ฉั ย ว่ า เป็ น ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ เ กี่ ย วด้ ว ย 540 (มาตรา 57) และฉบับปี 550 (มาตรา 61) ก็กนเวลายาวนานเกือบ 15 ปีแล้ว ิ การเงิน ส่งให้นายกรัฐมนตรีลงนามให้คำรับรอง ประธานรัฐสภาพิจารณาบรรจุ ขณะนี้ กระบวนการขับเคลื่อนองค์การอิสระของผู้บริโภคเดินหน้าไปถึงสภานิติ- เข้าวาระการประชุมของรัฐสภา บัญญัต และอยูใน “ด่าน” ปลายทาง และถือว่าเป็นขัน “หัวเลียวหัวต่อ” สำคัญ ิ ่ ้ ้ 5 ต.ค. 2553 สภาผูแทนราษฎรรับหลักการของร่างกฎหมาย 7 ฉบับรวมทังฉบับ ้ ้ ้ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสข่าวการเสนอให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประชาชน มีการตังกรรมาธิการ 54 คน โดยมีกรรมาธิการภาคประชาชน 18 คน ทำให้เกิดเงื่อนไขที่อาจทำให้เส้นทางแห่งความเพียรพยายามสะดุดลงอีกครั้ง 27 ม.ค. 2554 พิจารณาร่างกฎหมายแล้วเสร็จ พร้อมเสนอให้รัฐสภาพิจารณา “สานพลั ง ” ขอประมวลภาพเส้ น ทางสานสร้ า ง “องค์ ก ารอิ ส ระของ ในวาระที่ -3 ต่อไป ผู้บริโภค” ที่ทอดผ่านกาลเวลามานานนับทศวรรษ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนได้อย่าง 10 พ.ค. 2554 รัฐบาลประกาศยุบสภา การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. องค์การอิสระ แจ่มชัดว่า องค์การดังกล่าวมีคุณค่าเพียงใดสำหรับขบวนการผู้บริโภคไทย เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ต้องหยุดลง 28 พ.ย. 2554 รัฐสภาให้ความเห็นชอบพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ที่รัฐสภายังมิได้ • ระยะที่ 1 (มิ.ย. 2541-เม.ย. 2543) พัฒนาและเผยแพร่หลักการองค์การ ให้ความเห็นชอบและยังดำเนินการไม่เสร็จตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 153 วรรค อิ ส ระตามมาตรา 57 รวมทั้ ง การจั ด เวที รั บ ฟั ง ความคิ ด เห็ น เรื่ อ งหลั ก การ สอง ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ องค์การอิสระ และปัญหาผู้บริโภคตัวอย่างสื่อและบุคคล 26 ธ.ค. 2554 คณะกรรมาธิการวิสามัญ วุฒสภา พิจารณาร่าง พ.ร.บ. องค์การ ิ อิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเป็นขั้นตอนต่อเนื่อง หลังจากรัฐสภาให้ • ระยะที่ 2 (เม.ย. 2543-มี.ค. 2546) มีการยกร่างกฎหมายองค์การอิสระ การจัดเวทีเพือแลกเปลียนร่างกฎหมายในระดับจังหวัด ภูมภาค และเวทีใหญ่ใน ความเห็นชอบ ่ ่ ิ กรุงเทพฯ รวมถึงการพัฒนาร่างฯ โดยสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคนำเสนอรัฐบาล 30 ม.ค. 2555 วุฒิสภาบรรจุวาระร่าง พ.ร.บ. องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครอง สส. สว. สภาที่ปรึกษาฯ การเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ผู้บริโภค วาระที่ -3 • ระยะที่ 3 (เม.ย. 2546-ก่อนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน) มีการเข้าพบ 31 ม.ค. 2555 พิจารณาร่าง พ.ร.บ. แล้วเสร็จ วุฒิสภารับรอง ผ่านวาระที่ 3 รัฐมนตรีที่ดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และผลักดันให้สภา พร้อมเสนอไปยังสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ทีปรึกษาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติจดทำข้อเสนอให้กบรัฐบาล ซึงได้มการดำเนินการ ่ ั ั ่ ี  ครัง และมีการเสนอกฎหมายภาคประชาชนโดย สส. 0 ท่าน แต่ไม่มความ ้ ี อุ่นเครื่อง เตรียมพร้อม คืบหน้า จากนัน มีการจัดเวทีมาตรา 57 เชือมโยงปัญหาอืนๆ ทีผบริโภคประสบ ้ ่ ่ ่ ู้ แม้องค์การอิสระของผู้บริโภคยังไม่เกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง แต่ช่วงเวลา 15 ปี ในชีวิตประจำวัน และระดม 50,000 รายชื่อในการเสนอกฎหมายโดยประชาชน ที่ผ่านมามิได้สญเปล่า เพราะบนเส้นทางการเรียกร้องและผลักดันให้เกิดกลไกนี ู ้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อผลักดันให้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันระบุความเป็นอิสระของ ได้ทำให้ขบวนการผู้บริโภคไทยเกิดความเข้าใจ และต้องการที่จะเข้าร่วมเป็น องค์การอิสระของผูบริโภคให้ชดเจนและกำหนดระยะเวลาทีรฐบาลต้องดำเนินการ ้ ั ่ั ส่วนหนึ่งของพลังที่จะขับเคลื่อนองค์การแห่งนี้กว้างไกลออกไปยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ช่วง “รัฐธรรมนูญ ปี 2540” ดังเห็นได้จากเวทีเตรียมความพร้อมองค์กรผูบริโภคให้มสวนร่วมกับองค์การอิสระ ้ ี่ 15 มี.ค. 2551 เริ่ ม รณรงค์ ค รั้ ง ใหม่ โดยประกาศเจตนารมณ์ แ ละรวบรวม ของผู้บริโภค ที่ คคส. ร่วมสนับสนุน โดยมีแกนนำผู้บริโภคจากทั่วประเทศมา รายชื่อประชาชน 10,000 รายชื่อ ในการเสนอกฎหมายองค์การอิสระของ ร่ ว มติ ด ตามความคื บ หน้ า การพิ จ ารณากฎหมาย และศึ ก ษาประเด็ น ที่ เ ป็ น ข้อถกเถียงในสภานิติบัญญัติ รวมทั้งการศึกษาโครงสร้างและกระบวนการ ผู้บริโภค และ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายฯ รณรงค์ในจังหวัดต่างๆ ทำงานขององค์ ก ารอิ ส ระของผู้ บ ริ โ ภค เพื่ อ เตรี ย มความพร้ อ มในการเข้ า มี 19 ก.พ. 2552 นำรายชือ 1,08 รายชือ ยืนต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ่ ่ ่ ส่วนร่วม โดยมีฐานความรู้และความเข้าใจรองรับ 4 มี.ค.-1 เม.ย. 2552 รัฐสภาตรวจสอบรายชือ ได้ 11,700 รายชือและส่งข้อมูล ่ ่ ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมกำกับทิศทางให้องค์การ ให้ กกต. ตรวจสอบสิทธิ โดยระหว่างนั้นกรมการปกครองทำการส่งรายชื่อไป อิสระของผู้บริโภคทำหน้าที่ตอบสนองต่อประโยชน์ของสาธารณะอย่าง ปิดประกาศในพื้นที่เพื่อร้องคัดค้าน เป็นเวลา 0 วัน แท้จริง ช่วงรัฐธรรมนูญ ปี 2550 สานพลัง 8 คอลัมน์ เครือข่ายเคลื่อนไหว กองบรรณาธิการ รวมพลังอัพเดท “ซิงเกิ้ล วินโดว์” ระบบซิงเกิ้ล วินโดว์ (Single Window) หรือ ระบบแจ้งเตือนภัย และฐานข้ อ มู ล คุ ณ ภาพความปลอดภั ย ของผลิ ต ภั ณ ฑ์ เพื่ อ การคุ้มครองผู้บริโภค นั บ เป็ น นวั ต กรรมเทคโนโลยี ส ารสนเทศเพื่ อ การคุ้มครองผู้บริโภค ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ คคส. ร่วมกัน พัฒนาขึ้นมา และเริ่มเดินหน้าใช้ระบบปฏิบัติการนี้มานานกว่า 1 ปี ณะเภสัช เวทีแลกเปลี่ยนการใช้ ระบบข้อมูลสารสนเทศซึ่งโยงใยผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนี้ พัฒนาขึ้นมา คณบดีคดประชุม ศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวเปิ Single Window : จากระบบเฝ้าระวังคุณภาพด้านยาของประเทศ ภายใต้กระบวนการ การใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย ทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคุณภาพยา เช่น โรงพยาบาล กรมวิ ท ยาศาสตร์ ก ารแพทย์ สำนั ก งานคณะกรรมการ ระบบ Single Window มีประโยชน์ในการพัฒนาระบบยาของประเทศ อาหารและยา และเภสัชกร สสจ. เป็นต้น ดังนั้น ภาคีองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเครือข่ายเภสัชกร จึงควร ่ “ความร่ ว มมื อ ” หรื อ การบู ร ณาการดั ง กล่ า ว เป็ น กระบวนการตั้ ง แต่ ร่วมกันใช้และพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และขยายผลสู การวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน นับจากการเลือกสรรยาที่จะเข้าสู่ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในอนาคต เพื่อรองรับการหลั่งไหลของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ระบบ เกณฑ์การส่งตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์ ระยะเวลาที่วิเคราะห์ จากการเป็ น ประชาคมเศรษฐกิ จ อาเซี ย น (ASEAN Economic แล้วเสร็จ การนำผลการวิเคราะห์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยภาคี Community, AEC) ผู้เกี่ยวข้องได้มีการตกลงบทบาทและหน้าที่กันอย่างชัดเจน ความร่วมมือนีได้มงไปสูการพัฒนาระบบเฝ้าระวังคุณภาพยาและผลิตภัณฑ์ ้ ุ่ ่ สุขภาพ การใช้ยาอย่างสมเหตุผล และการพัฒนาอุตสาหกรรมยาใน ประเทศเพื่อการพึ่งตนเอง ตามนโยบายแห่งชาติด้านยา พ.ศ. 2554 และ ยุ ท ธศาสตร์ ก ารพั ฒ นาระบบยาแห่ ง ชาติ พ.ศ. 2554-2559 ที่ ไ ด้ มี การกำหนดไว้แล้ว นอกจากนี้ ยังเปิดเวทีเสวนา Single Window ในความคาดหวังของ ผู้ใช้งาน โดยได้รับเกียรติจาก ภก.ณรงค์ชัย จันทร์พร สำนักงาน สาธารณสุ ข จั ง หวั ด นครพนม ภญ.รุ่ ง นภา กาวงษ์ โรงพยาบาล วารินชำราบ กชนุช แสงแถลง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และ ภญ.ปนัดดา ลีสถาพรวงศา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มาร่วมแลกเปลียน ่ ่ และให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาระบบ Single Window เพื่อให้พัฒนา ระบบให้มประสิทธิภาพมากยิงขึน ร่วมกับการนำข้อมูลของระบบดังกล่าว ี ่ ้ รวมพลังครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา คคส. ได้จัดประชุมสรุปการดำเนินงาน ไปใช้ในการพัฒนางาน เฝ้าระวังคุณภาพความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ่ ่ ้ ้ ซิงเกิ้ล วินโดว์ โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ภญ.พิณทิพย์ พงษ์เพ็ชร อืนๆ เพือการคุมครองผูบริโภคต่อไป คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธาน ปิดท้ายด้วยการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็นต่อรูปแบบและ บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างคึกคัก ด้วยมีเภสัชกรจากโรงพยาบาล แนวทางการนำ Single window ไปใช้เพื่อพัฒนาระบบของผู้เข้าร่วม และสำนั ก งานสาธารณสุ ข จั ง หวั ด เข้ า ร่ ว มประชุ ม กว่ า 80 คน เพื่ อ การประชุม จึงได้ข้อสรุปตามประเด็นหลักทั้ง 3 เรื่อง เพื่อนำไปเป็น ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานระบบ Single Window และให้ แนวทางการพั ฒ นาต่ อ คื อ (1) ประเภทยาหรื อ ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ที่ ค วรมี ข้อเสนอเพื่อการพัฒนาระบบ รวมทั้งเป็นการเปิดโอกาสในการสร้าง ในระบบนี้ () รูปแบบการสื่อสารเมื่อพบยาหรือผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหา และ (3) แนวทางการปฏิบัติเพื่อนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย เครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างเภสัชกรจากหน่วยงานต่างๆ สำหรับประโยชน์เฉพาะหน้า หากว่าเครือข่ายช่วยกันนำความรู้ และแนวคิดต่างๆ ไปขยายผลหรือต่อยอดในหน่วยงานของตน เพื่อนำไปสู่การคุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ อย่างมีประสิทธิภาพ การ “รวมพลัง” ครั้งนี้ย่อมคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ตุลาคม - ธันวาคม 2554 9 สืบสาวความคาดหวังเพื่อพัฒนาให้ได้ดังใจ ผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านที่ร่วมเป็นวิทยากรใน เวทีแลกเปลี่ยนการใช้ Single Window : การใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย อาทิ ผศ.ภญ. สำลี ใจดี ประธานมูลนิธสาธารณสุขกับการพัฒนา ภก.วินต อัศวกิจวิร ิ ิ ี ผู้ อ ำนวยการสำนั ก ยา นพ.กิตตินันท์ อรรฆมณี รองผู้ อ ำนวยการ สถาบั น รั บ รองคุ ณ ภาพสถานพยาบาล และ รศ.ภก.ดร.วิ ท ยา กุลสมบูรณ์ ผู้จัดการแผนงาน คคส. ได้มีความเห็นร่วมกันว่า เรื่องจากปก กองบรรณาธิการ จากมห สู่ “ว 8 ปีมาแล้วทีประเทศไทยแสดงออกถึงความตระหนักว่า ่ “น้ ำ มั น ก้ น กระทะอาหารทอด” ถื อ เป็ น “โซน อันตราย” สำหรับสุขภาพ หลักฐานที่ยืนยันให้เห็นชัดเจนคือ ประกาศกระทรวง สาธารณสุข (ฉบับที่ 283) พ.ศ. 2547 เรื่อง กำหนด ปริมาณสารโพลาร์ในน้ำมันที่ใช้ทอดหรือประกอบ อาหารเพื่อจำหน่าย ให้มีปริมาณสารโพลาร์ได้ไม่เกิน ร้อยละ 5 ของน้ำหนัก โดยผู้ประกอบอาหารที่ใช้น้ำมัน ทอดอาหารที่ มี ค่ า ปริ ม าณสารโพลาร์ เ กิ น มาตรฐานที่ กำหนดและจำหน่ า ยแก่ ผู้ บ ริ โ ภค ถื อ เป็ น การจำหน่ า ย อาหารผิดมาตรฐาน ฝ่าฝืนมาตรา 5(3) ของพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 5 ระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท มาตรการที่ มี บ ทลงโทษกำกั บ ดั ง กล่ า วเกิ ด ขึ้ น เพราะมี ข้ อ พิ สู จ น์ ชั ด เจนตั้ ง แต่ ใ นเวลานั้ น แล้ ว ว่ า สารโพลาร์ (Polar compounds) ซึ่งเป็นสารพิษเกิดขึ้นในน้ำมัน ทอดซ้ำที่เสื่อมสภาพ คือต้นตอที่ทำให้เกิดโรคความดัน โลหิ ต สู ง และ สารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์ บ อน (Polycyclic aromatic hydrocarbons; PAHs) เป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง หากน้ำมันเสื่อมสภาพทั้งห ด้วยแนวทางนี้จะมีแหล่งพลังงา ในเครื่องยนต์การเกษตรที่มีรอ ล้านลิตรต่อปีเลยทีเดียว จากระดมสรรพกำลังสู่ปฏิบัติก บวกกับ “โอกาส” ที่เกิดขึ้น ส ขยายกว้างไกลออกไปเรื่อยๆ ภัยที่แทรกซึมถึงก้นครัวทั่วไทย จนเกิ ด “ต้ น แบบ” ที่ ส ามาร ในช่ ว งแรกๆ ที่ ป ระกาศฉบั บ ดั ง กล่ า วมี ผ ลบั ง คั บ ใช้ จัดการความเสี่ยงจากน้ำมันท ในขณะที่อันตรายจากน้ำมันทอดซ้ำยังไม่เป็นที่รับรู้และ เช่น โรงเรียน ตลาด ร้านค้า เกิดกระแสความตื่นตัวป้องกันภัยมากนัก เพราะภาครัฐยัง “สานพลัง” ได้เคยเสนอไปแล้ว ไม่มีนโยบายและมาตรการในระดับประเทศที่ครอบคลุม การแก้ปัญหาบูรณาการผู้รับผิดชอบทุกภาคส่วนอย่างเป็น ถึงเวลาเดินหน้าทั้งประเ รูปธรรม นอกจากนี้ วิธีมาตรฐานในการตรวจวิเคราะห์ ก้ า วสำคั ญ อี ก ก้ า วหนึ่ ง เกิ ด ขึ้ น สารโพลาร์ในน้ำมันประกอบอาหารช่วงดังกล่าว ยังไม่ จัดการน้ำมันทอดซ้ำเสื่อมสภา สามารถใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ เพราะราคาแพง และไม่ เสนอเข้าสู่การประชุมสมัชชาส สะดวกในการใช้งาน ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันก ของปัญหา และข้อเสนอที่เป็น ต่อเมื่อล่วงถึงปี 55 ปฏิบัติการ “ปลดชนวน” มหันตภัย เป็น 1 ใน 14 ประเด็น ที่ได จากน้ำมันทอดซ้ำ อันเป็นความร่วมมือระหว่าง คคส. ดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้นในเดือนกุมภ และ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 7 (อุบลราชธานี) ได้ เกิ ด ขึ้ น อย่ า งเป็ น ทางการ โดยการสนั บ สนุ น จาก จังหวะก้าวในครั้งนี้ส่งสัญญา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อันตรายจากน้ำมันทอดซ้ำเสื่อ ส่งผลให้ “สมรภูมิ” เพื่อปกป้องสุขภาพคนไทยแสดงตัว กระทบต่อสุขภาพของคนทั้งชา ผ่านปฏิบัติการหลากหลายลักษณะ ทั้งด้านการพัฒนางาน โดยเร่งด่วน วิชาการ การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การเผยแพร่ข้อมูลต่อ สังคม ฯลฯ ปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้ปฏิบัติการ “ปฏิวัติ ข้อมูลสำคัญอีกส่วนหนึ่งได้แก่ น้ำมันทอดซ้ำ” ก้าวไปได้ไกลในช่วงเวลาไม่นาน ก็คือ เป็นอยู่เพื่อหาทางแก้ปัญหาเรื่อ การพัฒนาวงจรจัดการปัญหานี้ได้อย่างครบวงจร ที่สำคัญ พบข้อจำกัดที่ต้องเข้าหาทางคล คือ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 7 (อุบลราชธานี) ได้ พัฒนาชุดทดสอบส ใช้งานได้ง่ายและม ความต้องการไบโอด ทำให้เกิดวงจรการจ โดยนำไปผลิตเป็นไบ ตัดวงจรน้ำมันเสื่อม อาหารโดยการไปกรอง หันตภัยก้นกระทะ วาระแห่งชาติ” ข้ อ จำกั ด ด้ า นกฎหมาย จากประกาศกระทรวง สาธารณสุข (ฉบับที 83) พ.ศ. 547 หากจะดำเนินคดี ่ กั บ ผู้ ป ระกอบการอาหารที่ ใ ช้ น้ ำ มั น ทอดซ้ ำ เสื่ อ ม สภาพ จะต้องตรวจวิเคราะห์น้ำมันทอดอาหารโดย วิ ธี ม าตรฐาน เป็ น การสิ้ น เปลื อ งค่ า ใช้ จ่ า ยและ ไม่สามารถแก้ปัญหาความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคได้ ข้อจำกัดในด้านการบริหารจัดการ ประกอบด้วย (1) ประชาชนขาดความรู้ ความเข้าใจ ควรได้รับ การสื่ อ สารความรู้ ข้ อ จำกั ด อย่ า งต่ อ เนื่ อ ง () องค์กร/หน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ ยังไม่ได้ประสาน บู ร ณาการร่ ว มกั น (3) ระบบเฝ้ า ระวั ง ความเสี่ ย ง ที่ มี ผ ลต่ อ สุ ข ภาพอย่ า งไม่ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ (4) การดำเนิ น งานร่ ว มกั น ของภาคี ใ นสั ง คม ยั ง ขาด เจ้าภาพผู้ประสานงาน ข้ อ จำกั ด ทางเศรษฐกิ จ น้ ำ มั น ทอดอาหารเป็ น ต้นทุนในภาคการผลิตอาหาร การที่น้ำมันที่ใช้ทอด อาหารมี ร าคาแพงขึ้ น จึ ง มี ก ารใช้ น้ ำ มั น ทอดซ้ ำ หลายครั้ง จากการวิเคราะห์จนได้ข้อสรุปดังกล่าว ที่ประชุม สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ได้มีมติร่วมกันใน 4 ข้อ โดยมตินี้จะนำเสนอต่อคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาติ แต่นอกเหนือจากกระบวนการที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตดังกล่าว สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วนับตั้งแต่กำเนิด มตินี้ก็คือ ฉันทามติจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่แสดง ความเห็นชอบและเข้าร่วมแปลงเจตนารมณ์ให้เป็น ความจริงโดยเร็ว ทีนาสนใจคือ มตินได้สร้าง “ปรากฏการณ์ใหม่” ในเวที ่ ่ ี้ สมัชชาแห่งชาติ เพราะเป็นประเด็นที่ทั้งภาควิชาการ ประชาชน และธุรกิจจับมือร่วมกันฉันท์มิตร ส่งผลให้จตวิญญาณแห่งสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ิ ในการเป็ น พื้ น ที่ แ ห่ ง ความสมานฉั น ท์ โดยใช้ ความรู ความร่วมมือของทุกภาคส่วนสูการพัฒนา ้ ่ นโยบายเพื่ อ ยกระดั บ สุ ข ภาวะของสั ง คมไทย ขยับเข้าใกล้ความเป็นจริงยิ่งกว่าที่เคย... จากสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ สู่ “มติ 4 ข้อ” 1. ขอให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิน เป็นแกนหลักในพืนที เพือส่งเสริม ่ ้ ่ ่ ให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องทั้งการผลิตและใช้น้ำมันเกี่ยวกับการทอด อาหาร ร่วมมือกันประกาศมาตรการและดำเนินแนวทางการจัดการอย่าง ครบวงจรในพื้นที่ เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค . ให้ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง พลั ง งาน กระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี สำนั ก งาน คณะกรรมการคุ้ ม ครองผู้ บ ริ โ ภค กองบั ง คั บ การปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกันกำหนด นโยบาย กฎหมาย และสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถินทังความรูวชาการ เทคโนโลยี และเครืองมือในการดำเนินงาน ่ ้ ้ิ ่ 3. ขอให้ ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่ผลิตและใช้ น้ำมันเกียวกับการทอดอาหารร่วมมือกันประกาศมาตรการและดำเนินการ ่ ประกันความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคมิให้ได้รับการบริโภคน้ำมันทอดซ้ำ ที่เสื่อมสภาพ 4. ขอให้ ภาครัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนให้ภาคประชาสังคมตระหนักรู้ ตรวจสอบปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น ผ่านการ รณรงค์ให้การศึกษา และสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพจาก องค์กรที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง 5. ขอให้ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อ พิจารณาให้ความเห็นชอบมติและยุทธศาสตร์ความปลอดภัยทางอาหาร: การจั ด การน้ ำ มั น ทอดซ้ ำ เสื่ อ มสภาพ เพื่ อ ให้ ห น่ ว ยงานต่ า งๆ ที่ เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการ ทั้งนี้ ที่ประชุม คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 555 ได้ให้ความเห็นชอบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4 พ.ศ. 554 เรื่องนี้และให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อเป็นแนวทางร่วมใน การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 8 มีนาคม สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้จัดการประชุมหารือการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพ แห่งชาติเรื่องนี้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อ การขับเคลื่อนมติเกิดผลในทางปฏิบัติ โดยกระทรวงสาธารณสุขเป็น เจ้าภาพจัดทำยุทธศาสตร์การจัดการน้ำมันทอดซ้ำเสื่อมสภาพ ด้วย กระบวนการมีสวนร่วมจากทุกภาคส่วน ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี เพือเสนอ ่ ่ ต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป โดย สช. ระบุว่า ขณะนี้ผู้บริหารกระทรวง สาธารณสุขได้หยิบยกเรื่องนี้มาเป็นนโยบายเร่งรัดการดำเนินการแล้ว สารโพลาร์ในน้ำมันทอดซ้ำที่ มีราคาถูก ผนวกกับกระแส ดีเซลเพือเป็นพลังงานทดแทน ่ จัดการให้น้ำมันเสื่อมสภาพ บโอดีเซล ที่สำคัญคือ เพื่อ มสภาพไม่ให้เข้ามาในวงจร งและฟอกสีกลับมาขาย หมดของประเทศถูกจัดการ านทดแทน ใช้เป็นเชื้อเพลิง อบต่ำได้ดี ไม่น้อยกว่า 100 การ “ปฏิวัติน้ำมันทอดซ้ำ” ส่งผลให้พื้นที่ร่วมปฏิบัติการ จนครอบคลุมทุกภูมิภาค รถเป็ น แหล่ ง เรี ย นรู้ ใ นการ ทอดซ้ำ ตั้งแต่ระดับองค์กร า ไปจนถึงทั้งชุมชน ดังที่ ว นตั้ ง แต่ ปี 554 เมื่ อ การ าพ เป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูก สุขภาพ ครั้งที่ 4 โดยฝ่าย กลั่นกรองข้อมูลความสำคัญ นทางออก จนเรื่องนี้กลาย ด้รับเลือกให้เสนอสู่ที่ประชุม ภาพันธ์ 555 เทศ าณชัดเจนถึงการยอมรับว่า อมสภาพเป็นปัญหาที่ส่งผล าติและต้องเดินหน้าจัดการ การวิเคราะห์สถานการณ์ที่ องนี้ให้ตรงจุดสำคัญ ทำให้ ลี่คลาย 3 ส่วน ดังนี้ ตีฆ้องร้องป่าว กองบรรณาธิการ พ.ร.บ. ยา ฉบับนี้ ที่ประชาชนไทยต้องการ ในขณะที่คนไทยต้องเผชิญกับปัญหาเกี่ยวกับยา ไม่ว่าจะเป็น ยาแพง ยาไม่ปลอดภัย และการโฆษณาขายยาที่เกินจริง โดย หวังพึ่งพากฎหมายเพื่อปกป้องคุ้มครอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 510 และฉบั บ แก้ ไ ขเพิ่ ม เติ ม อั น เป็ น กฎหมายหลั ก เกี่ ย วกั บ การควบคุ ม กำกั บ ที่ ใ ช้ อ ยู่ ใ นปั จ จุ บั น ไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขมานานถึง 5 ปี ซึ่งแน่นอนว่า ย่ อ มไม่ ทั น ต่ อ สถานการณ์ และความเป็ น จริ ง ที่ เ กิ ด ขึ้ น ณ ปัจจุบัน จากปัญหาเหล่านี้ได้นำมาสู่ความพยายามในการปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย โดยภาคประชาชน ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา เครือข่ายภาคประชาชน อาทิ แผนงานพั ฒ นากลไกเฝ้ า ระวั ง ระบบยา มู ล นิ ธิ สาธารณสุ ข กั บ การพั ฒ นา มู ล นิ ธิ เ ภสั ช ชนบท และ เครือข่ายภาคี อาทิ กลุ่มศึกษาปัญหายา หน่วยปฏิบัติ การวิจัยเภสัชศาสตร์สังคม แผนงานคุ้มครองผู้บริโภค ด้านสุขภาพ ฯลฯ ได้ยื่นรายชื่อจำนวนทั้งสิ้น 10,565 ราย ชื่อ เพื่อเสนอ ร่าง พ.ร.บ. ยา พ.ศ. ... (ฉบับประชาชน) ต่อรัฐสภา เพื่อพิจารณาตราเป็นกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 14 และมาตรา 163 ไปเป็น ที่เรียบร้อยแล้ว ร่าง พ.ร.บ. ยา ฉบับนี้ได้มาจากการรวบรวมปัญหาการ คุ้มครองผู้บริโภคด้านยาของประเทศ ความเห็นจากกลุ่ม ผู้ป่วย และข้อมูลทางวิชาการของประเทศต่างๆ เพื่อให้เกิด ระบบกฎหมายด้านยาและกลไกการบังคับใช้ทมประสิทธิภาพ ี่ ี และรองรั บ การเปลี่ ย นแปลงของการเปิ ด ตลาดเสรี ท าง การค้า ทั้งในระบบพหุภาคีและทวิภาคี โดยมีเจตนารมณ์  ประการ คือ สาระเด่นใน “ร่าง พ.ร.บ. ยา ฉบับประชาชน” • ยกฐานะของร้านขายยาให้เป็นสถานบริการของผู้ประกอบ วิชาชีพ/ผู้ประกอบโรคศิลปะ • กำห นดป ระเภ ทยา ให้ เ หมา ะสม และ สอด คล้ อ งกั บ การประกอบวิชาชีพและสภาวการณ์ปัจจุบัน • เพิ่มคณะกรรมการ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการควบคุม ดูแลยาในภาพรวมของประเทศและตามประเภทยา ้ ุ ่ ่ ่ ้ ี • เพิมผูมหน้าทีดำเนินการ เพือควบคมกิจการดานยาให้เป็นไป ตามกฎหมายและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น • พัฒนาระบบการคัดเลือกยา (การขึ้นทะเบียน/การจดแจ้ง) ้ ้ ุ้ ี ของประเทศให้มความเข้มแข็งและคมครองผูบริโภคมากขึน • พัฒนาระบบการให้ข้อมูลข่าวสารด้านยาและระบบควบคุม การโ ฆษณ าแล ะกา รส่ ง เสริ ม การข ายย า เพื่ อ ป้ อ งกั น ความเสี่ยงในการใช้ยา • ควบคุมราคายาเพื่อป้องกันการกำหนดราคายาที่ไม่เป็น ธรรมต่อผู้บริโภคและป้องกันการเข้าไม่ถึงยาจำเป็นของ ผู้ป่วย • เพิ่มความรับผิดทางแพ่ง เพื่อเยียวยาความเสียหายจาก การใช้ยา ั ื่ ่ • เพิมมาตรการลงโทษทางปกครอง เพอการบงคับใช้กฎหมาย อย่างมีประสิทธิภาพ สานพลัง 1 รายงานพิเศษ ประการแรก คุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัยในการใช้ยา ของประชาชน เพือให้การคุมครองผูบริโภคมีประสิทธิภาพ สามารถ ่ ้ ้ รองรั บ เท่ า ทั น กั บ ปั ญ หา และสถานการณ์ ก ารเปลี่ ย นแปลงใน อนาคต ประการที่สอง ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยาภายในประเทศ ให้เข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองได้ทั้งในยามปกติและในภาวะคับขัน เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงด้านยาและสุขภาพ ประโยชน์ทประชาชนจะได้รบจากกฎหมายฉบับนีมากมายทีเดียว ี่ ั ้ ไม่ว่าจะเป็นการมีกลไกที่จะทำให้ราคายาเป็นธรรมต่อประชาชน ประชาชนมี สิ ท ธิ ที่ จ ะรู้ ชื่ อ สามั ญ ทางยาของยาที่ ต นเองใช้ คุ้ ม ครองประชาชนให้ ไ ด้ รั บ บริ ก ารด้ า นยาจากเภสั ช กรอย่ า ง แท้จริง ไม่ให้ผู้ไม่รู้มาสร้างความเสี่ยงกับประชาชนอีกต่อไป ประชาชนมีสิทธิที่จะได้รับการชดเชยความเสียหายจากการใช้ยา โดยรวดเร็ว มีกลไกในการกำกับดูแลการส่งเสริมการขายยาและ การโฆษณาที่เหมาะสม และการใช้มาตรการทางปกครอง ซึ่งถือ เป็นเครื่องมือใหม่ที่จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปโดยมี ประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเหมาะสมกับสภาวการณ์ทหลากหลาย ี่ เป็นต้น มาถึงตรงนี้ คงมีหลายคนเกิดความสนใจที่จะศึกษาสาระของ ร่าง พ.ร.บ. ยา ฉบับประชาชน ติดต่อขอรับหนังสือ สรุปร่างพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ... (ฉบับประชาชน) ได้ที่ คคส. ภูมิใจนำเสนอ กองบรรณาธิการ ผลิตโดย สถานีวิทยุจุฬาฯ FM 101.5 MHz มาแล้ ว จ้ า ... ซี ดี ร วมละครวิ ท ยุ เ พื่ อ การสร้ า งเสริ ม สุ ข ภาพ ชุด Healthy Family ครอบครัวนี้มีสุข ชุดที่ 1-2 ซึ่งนำเสนอเรื่องราวใกล้ตัวหรือภัยจาก การบริโภคที่หลายคนมองข้าม ในรูปแบบที่สนุกและเพลิดเพลิน โดยละครใน แต่ละตอนได้จำลองสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในสังคม พร้อมสอดแทรกสาระ ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ฟังอย่างกลมกลืน และง่ายต่อการนำไป ใช้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองและผู้คนรอบข้างได้อย่างเป็นรูปธรรม หน่วยงานใดสนใจสามารถสอบถามได้ที่ คคส. จ้า Healthy Family ครอบครัวนี้มีสุข ชุดที่ 1- บันทึกเจตนารมณ์ ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 55 (หมวด 8 การคุ้มครองผู้บริโภค) นับเป็นเอกสารที่เข้มข้นไปด้วยสาระ คำอธิบาย เหตุผล และข้อเสนอประกอบการร่างธรรมนูญฯ และสรุปบทเรียนจากการทำงานกว่าจะ มาเป็นธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 55 หมวด 8 การคุ้มครองผู้บริโภค ถือเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่คนทำงานเพื่อผู้บริโภคต้องไม่พลาด ตุลาคม - ธันวาคม 2554 13
ดาวน์โหลดเอกสารแบบ PDF

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: 

  • จดหมายข่าวสานพลัง ประจำเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2554
  • จดหมายข่าวสานพลัง ประจำเดือนเมษายน-มิถุนายน 2554
  • จดหมายข่าวสานพลัง ประจำเดือนมกราคม-มีนาคม 2554
ภาพประกอบลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์
เนื้อหานี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย โดยแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

แบ่งปันให้กับเพื่อน

  • email
  • print
  • อ่าน 31 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น

เมนูเพื่อนสร้างสุขภาวะ

  • ภาคีบอกข่าว
  • เรื่องเล่าจากภาคี
  • แนะนำภาคี
  • รอบรู้เรื่องโครงการ
  • มัลติมีเดีย
  • แนะนำสื่อ
  • แกลลอรี่
  • บล็อก
  • รอบรู้สุขภาพโลก

ยอดนิยม

5 วิธีเด็ดสลายเซลลูไลท์-น่องโต-ต้นขาใหญ่
5 วิธีเด็ดสลายเซลลูไลท์-น่องโต-ต้นขาใหญ่
อ่าน: 30,314

5 วิธีเด็ดสลายเซลลูไลท์-น่องโต-ต้นขาใหญ่ อวดเรียวขากล้ามเนื้อแน่นปั๊ก!

  • โรคความดันโลหิตต่ำ ภัยร้ายที่ไม่อาจมองข้าม
  • 6 อันดับอาหารเช้าจานโปรด เมนูไหนเปี่ยมประโยชน์มากที่สุด
  • น้ำในหูไม่เท่ากัน โรคอันตรายที่ควรรู้

ป้ายคำ

  • การใช้ยาบรรเทาปวดชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ หรือเข้ากล้ามเนื้อ
  • ควันรถยนต์
  • คอลัมน์โลกหลากสี
  • ดื่มบนรถ...ถูกจับแน่
  • ทานปลา
  • มหากุศล งดเหล้า เข้าพรรษา พระพุทธศาสนา งานสังสรรค์
  • ระบบปฏิบัติการ
  • วิธี
  • ศาสนาพุทธ
  • สมาคมโรคไตฯ
  • สารพัดโรค
  • หวงของเล่น
  • เยาวชนไทย
  • โปรแกรม Adobe Captivate 6.0
  • ใช้จ่าย
  • Drug allergy
ดูป้ายคำทั้งหมด
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก

ขนาดตัวอักษร

  • ตัวหนังสือขนาดปกติ
  • ตัวหนังสือขนาดปานกลาง
  • ตัวหนังสือขนาดใหญ่

ปรับรูปแบบการแสดงผล

  • ปรับการแสดงผลให้แสดงในรูปแบบปกติ
  • ปรับการแสดงผลให้แสดงสำหรับคนสายตาเลือนราง

ติดต่อเรา

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8
ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ
เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

โทรศัพท์ 02-343-1500
โทรสาร 02-343-1551

แผนที่บน Google Maps

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง
แผนผังเว็บไซต์   ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์   Mobile Site
สัญญาอนุญาต cc by-nc-saแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย

Valid XHTML + RDFa Level Double-A conformance icon, W3C-WAI Web Content Accessibility Guidelines 1.0

รวมลิงก์ภายในของสสส.

  • เว็บหลัก สสส.
  • เว็บองค์กร สสส.
  • ผลงาน สสส.
  • ศูนย์ข้อมูล สสส.
  • ค้นหาโครงการ สสส.
  • เว็บคอมมูนิตี้
  • English Site