จดหมายข่าว ทำได้ทำดี เพื่อนซี้สร้างสุข ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม 2555
โดย webmaster | วันที่ 25 พฤษภาคม 2555
ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม 2555
คนปลูกผักพักบ้านนี้ นคร ลิมปคุปตถาวร
เปิดยุทธการผักล้อมเมือง ตลาดนัดสีเขียว กังหันลมลดโลกร้อน หมู่บ้านนี้อยู่แล้วรวยสุข
สำานักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม (สำานัก 6) สำานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส)
ทักทาย
กลับมาพบกันอีกครั้ง กับจดหมายข่าว “ทำาได้ทำาดี” โฉมใหม่ ที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ หน้าตา และเนื้อหาที่ มากขึ้นกว่าเดิม นับตั้งแต่ฉบับที่แล้วเป็นต้นมา เพื่ อ บอกกล่ า วความเป็ น ไป ข่ า วสาร และความ เคลือนไหวของมวลหมูสมาชิก และภาคีเครือข่าย สำานัก 6 ใน ่ ่ ครั้งนี้ กองบรรณาธิการขอหยิบเรื่องใกล้ตัว แต่มีคุณค่า และ ยังทำาให้ความฝัน (ของหลายๆ คน) เป็นจริงได้ไม่ยาก อีกทั้ง ยังเป็นทางเลือกที่ไม่น่ามองข้าม ท่ามกลางสภาพสังคมสมัย ใหม่ ที่ทุกคนต่างตกอยู่ในครรลองของวิถีบริโภคนิยมและ ทุนนิยมอย่างเข้มข้นขึ้นทุกที ฉบับนี้ เราชวนไปสัมผัส “สวนผักคนเมือง” ซึ่งเป็น โครงการที่ดำาเนินการโดยมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน แม้โดย เป้าหมายหลักของมูลนิธฯ จะมุงเน้นทีความมันคงทางอาหาร ิ ่ ่ ่ แต่ระหว่างเส้นทางที่ไปสู่เป้าหมายนั้น ยังมีความรื่นรมย์ที่ไม่ น่ามองข้ามอยู่หลายประการด้วยกัน ทั้งในเรื่องของสุขภาพ, คุณค่าของงานเกษตร, การเรียนรู้ในการทำากิจกรรมร่วมกัน ของชุมชน ตลอดจนถึงประโยชน์ที่ได้รับในเชิงเศรษฐกิจครัว เรือน “ทำาได้ทาดี” เป็นสือกลางน้อยๆ ทียนดีนอมรับความคิด ำ ่ ่ิ ้ เห็นของทุกท่านด้วยความยินดียง อ่านแล้ว อย่าลืมเขียนเรือง ิ่ ่ ราวมาเล่าสูกนฟัง และร่วมสร้างสังคมไทยให้นาอยูและยังยืน ่ั ่ ่ ่
เล่มนี้มีอะไร
03
ซิตี้ฟาร์ม ยุทธการผักล้อมเมือง
นคร ลิมปคุปตถาวร ปลูกผักในเมือง สร้างสังคมในฝัน
08
14 16
ชราอย่างหรรษา
กังหันลมสู้โลกร้อน
จดหมายข่าว "ทำได้ทำดี" รายเดือน
เจ้าของ สำานักงานสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม (สำานัก 6) สำานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) 979/116-120 ชั้น 34 อาคารเอส.เอ็ม.ทาวเวอร์ ถ.พหลโยธิน แขวง สามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 แนะนำาติชม : kitipat@thaihealth.or.th กองบรรณาธิการ 32 ซ.เทศบาลรังสรรค์เหนือ 8 ถ.เทศบาลรังสรรค์เหนือ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์/โทรสาร 02 5803302 E-mail : tkrpcompany@gmail.com
เรื่องเด่นประจำฉบับ
ซิตี้ฟาร์ม
ยุทธการผักล้อมเมือง
ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่าน ทิศทางการพัฒนา ประเทศจากสังคมเกษตรกรรมสู่ภาคอุตสาหกรรมได้ก่อให้เกิด ความเปลียนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิงแวดล้อม ่ ่ มากมาย โดยเฉพาะวิถชวตและค่านิยมในการบริโภคของคนเมือง ีีิ ที่หันมาพึ่งพิงตลาดเพียงอย่างเดียว โดยขาดทักษะในการพึ่ง ตนเองด้านอาหาร ซึงเป็นภูมปญญาทีเ่ คยสืบทอดต่อกันมาในอดีต ่ ิ ั การปลูกผักไว้บริโภคเองในครัวเรือน ถือเป็นกิจกรรมหนึ่ง ที่มีส่วนช่วยให้คนเมืองสามารถพึ่งตนเองด้านอาหารได้มากขึ้น ที่สำาคัญจากการศึกษาในหลายประเทศยังพบว่าการทำาเกษตรใน เมืองสามารถช่วยทำาให้เกิดความมันคงทางอาหาร อีกทังยังมีสวน ่ ้ ่ ช่วยแก้ปญหาความยากจน ลดโลกร้อน และเสริมสร้างสุขภาพให้ ั แข็งแรงสมบูรณ์ทั้งกายใจได้อย่างดี ที่สำาคัญการปลูกผักยังเป็น กิจกรรมที่ช่วยสานสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นในสังคมเมืองได้อีกด้วย สำานักงานกองทุนการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธเิ กษตรกรรมยังยืน (ประเทศไทย) และองค์กร ่ ภาคีตางๆ ได้รเริมโครงการสวนผักคนเมืองขึน เพือให้มการอบรม ่ ิ ่ ้ ่ ี ขยายความคิดและพัฒนาให้เกิดการปฏิบัติในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้ งานสวนผักคนเมืองเกิดเป็นรูปธรรมและมีสวนช่วยพัฒนาคุณภาพ ่ ชีวิต รวมถึงสร้างสรรค์สังคมเมืองให้ดีงามยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังมีแนวคิดหลักเพื่อสนับสนุนทุนขนาดเล็ก ให้กับกลุ่มหรือชุมชน รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ ให้ดำาเนินการปลูก พืชผักปลอดสารพิษ เพื่อให้มีอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ไว้บริโภค และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันของ กลุ่มคนในเมือง และเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งเอื้อให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่
ความมั่นคงทางอาหารไม่ได้ หมายความว่ามีพืชผักอาหาร เพียงพอต่อการบริโภคเท่านั้น หากแต่พืชผักที่บริโภคต้องมี ความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอีก ด้วย
ดีให้กับคนเมืองเพิ่มมากขึ้น “กลุ่มคนในเมือง” นั้น มีทั้งกลุ่ม บุคคลที่ใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ได้แก่ ภายในโรงเรียน ชุมชนแออัด โรงงาน วัด รวมถึงบ้านจัดสรร, กลุ่มบุคคลที่ รวมตัวกันและใช้พื้นที่ตนเองในรูปแบบ ต่างๆ เช่นทาวเฮาส์ บ้านเดี่ยว คอน โด ตึกแถว แฟลต หรือบ้านในชุมชน
แออัด รวมถึงปัจเจกบุคคลที่สนใจปลูก ผักกินเอง โดยมีพื้นที่เป้าหมายอยู่ใน เขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล คือนครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี และ สมุทรปราการ ปัจจุบันผู้ที่สนใจปลูกผักในเมือง ได้ปลูกผักแปลงของตัวเอง จนบริโภค ได้หลายรุ่นแล้ว ส่วนใหญ่ต่างบอกเป็น
เสียงเดียวกันว่า มีความสุขที่ได้เฝ้าดู สวนที่ตัวเองรดนำ้าพรวนดินมากับมือ และสมาชิกในครอบครัวต่างก็ได้กินผัก ทีชวยกันปลูกขึนมาตามความสนใจของ ่่ ้ แต่ละครอบครัว
ด้ ว ยหลั ก ง่ า ยๆว่ า “กิ น ทุ ก อย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน”
เทวธิตา เทพหัสดิน ณ อยุธยา
อาชีพ : ธุรกิจส่วนตัว “สนใจปลูกผักกินเองเพราะตัวเองเป็นภูมิแพ้ หอบหืด เลยจะดูแลสุขภาพ ออกกำาลังกาย และระวังเรื่องอาหาร ตอนเด็กๆ อยู่ต่างจังหวัด ที่บ้านก็ปลูก ผัก แต่พอมากรุงเทพฯ ปลูกแล้วมันไม่โตคิดว่าคงเพราะนำ้าหรือดินไม่ดี พอมา เจอกลุ่มปลูกผักในเฟสบุ๊คก็ดีใจที่มีคนทำา ตามมาอบรม 2 ครั้ง ตอนนี้ที่บ้านทำา สวนครัว ปลูกผักไว้ 5-6 อย่าง มีทั้งผักบุ้ง ถั่วฝักยาว กับเพาะเห็ด กินได้แล้วค่ะ กำาลังพยายามปลูกมะเขือเทศ”
4 ทำได้ทำดี
อยากกินพรวนดินเอง
เข้าสู่ปีที่ 3 สำาหรับโครงการสวน ผักคนเมือง เพือมุงส่งเสริมให้กลุมบุคคล ่ ่ ่ ไม่วาจะเป็นบ้านจัดสรร สถานศึกษา โรง ่ พยาบาล โรงแรม และหน่วยงานหรือ องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ในเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้รับความ รู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติเรื่องการทำา เกษตรในเมือง ล่าสุด โครงการสวนผักคนเมือง จัดกิจกรรม “เติมพลังนัก (หัด) ปลูก ผัก” ที่โรงเรียนนรรัตน์รังสฤษดิ์ ใน หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง โดยมีกลุ่ม เป้าหมายคือสมาชิกนักปลูกผักมือใหม่ ให้ได้มาพบปะเพื่อทำาความรู้จักและพูด คุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน หลาย คนกำาลังเผชิญปัญหาหลังจากลงมือ ปลูกผักไปได้ระยะหนึ่ง การมาร่วมงาน ครั้งนี้จะทำาให้ได้หารือขอคำาแนะนำาใน เชิงเทคนิคจากเหล่า “กูรู” ผู้รู้จริงเรื่อง เกษตรกรรมธรรมชาติ โดยมีผู้เข้าร่วม กิจกรรมราว 80 คน ครึ่งหนึ่งเป็นผู้ที่ รับทุนสนับสนุนจากโครงการ อีกส่วน เป็นคนที่สนใจอยากหาความรู้เรื่องการ ปลูกผักกินเอง กิจกรรมในวันนั้น มีการแบ่งกลุ่ม ย่อย เพือทำาความรูจกกันให้มากขึน รวม ่ ้ั ้ ถึงการใช้กิจกรรม “กระถางของฉัน” เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้ทบทวนความ คิด ความฝัน ความหวังของตัวเอง พร้อม บอกเล่าปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่แต่ละ คนต้องเผชิญในการปลูกผัก นอกจากนี้มือใหม่หัดปลูกยังได้ พบกับนักปลูกผักชันเซียน นคร ลิมปคุป ้ ตถาวร และชูเกียรติ โกแมน จากศูนย์ เรียนรู้เกษตรในเมืองสุวรรณภูมิ ร่วม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแนะนำา เทคนิควิธีในการแก้ปัญหาสำาหรับคน ปลูกผักในเมือง ทังการปรับปรุงบำารุงดิน ้ การป้องกันแมลงก่อนจะปิดท้ายด้วย การเยียมชมสวนผัก “ลุงดิด” ธนัช พุม ่ ๊ ่ เพ็ชร สมาชิกโครงการสวนผักคนเมือง ในชุมชนหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง สุภา ใยเมือง กรรมการมูลนิธิ เกษตรกรรมยังยืน ผูรบผิดชอบโครงการ ่ ้ั สวนผักคนเมือง กล่าวว่าโครงการได้รับ ความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุผล ด้านสุขภาพเป็นหลัก แต่ประเด็นสำาคัญ ที่ต้องการสื่อต่อสังคมคือเรื่องความ มั่นคงทางอาหาร “เมื อ งพึ่ ง ตนเองไม่ ไ ด้ ใ นเรื่ อ ง อาหาร แต่แนวโน้มการขยายตัวของ เมืองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการที่คนอพยพ เข้าเมือง และชนบทกลายเป็นเมือง คนในชนบทมีวิถีชีวิตเหมือนคนเมือง มากขึ้น แม้จะผลิตอาหารได้เอง แต่ กลับต้องซื้อหาอาหาร เพราะรูปแบบ การบริโภคที่เปลี่ยนไป” การที่เมืองผลิตอาหารเองไม่ได้ ถือเป็นความเสี่ยง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือช่วงนำ้าท่วมปลายปีที่ผ่านมา เมื่อ เส้นทางถูกตัดขาด อาหารจากชนบทไม่ สามารถส่งมาเลี้ยงคนในเมืองได้ ทำาให้ ส่งเกิดวิกฤตขึ้นในขณะที่คนเมืองซึ่ง ปลูกผักกินเองได้กจะสามารถเอาตัวรอด ็ ได้ในระดับหนึ่ง กรรมการมูลนิธเิ กษตรกรรมยังยืน ่ เชื่อว่าชนบทยังคงต้องทำาหน้าที่หลัก ในการผลิตอาหาร คนในเมืองคงไม่ สามารถพึ่งตัวเองได้ร้อยเปอร์เซนต์ แต่ อย่างน้อยการปลูกผักกินเองก็เป็นจุด เริ่มต้นสำาหรับการพึ่งตนเอง
เป็นการเสริมสร้างความมันคง ่ ทางอาหารให้กับเมืองใหญ่อีกทาง หนึ่ง
ทำได้ทำดี 5
สุกัญญา คงศิริ
อาชีพ : อาสาสมัครชุมชน บ้านกล้วย เขตคลองเตย
ญาดา จำนงค์ทอง
“ที่บ้านปลูกดอกไม้กับผักสวน ครัวเล็กๆ น้อยๆ อยู่แล้ว ทางเขต คลองเตยเลือก 2 ชุมชนนำาร่องปลูก ผัก ชุมชนมีกลุ่มออมทรัพย์ก็ชวน สมาชิกมาช่วยกันปลูก ผักไม่ใช้ปุ๋ยยา เคมีมันก็จะดีต่อสุขภาพ ตอนนี้เวลา ประชุมกันก็ทำากินและตัดแบ่งกลับไป กินที่บ้าน หลายคนก็เริ่มปลูกที่บ้าน ทำากะบะเป็นชั้นๆ บ้าง ทำากระเช้า ห้อยตามฝาบ้าน บางคนเอาหมวกกัน น็อกเก่าๆ มาทำากระถางปลูกผักกัน”
อาชีพ: พยาบาล รพ.อ่าวอุดม จ.ชลบุรี
ธนัช พุ่มเพ็ชร
อาชีพ : อิสระ
“ผมทำางานต้องเดินทางทั้งต่าง จังหวัด ต่างประเทศ ไปเห็นที่ญี่ปุ่น เขาปลูกผักในเมืองก็สนใจ พอกลับมา อยู่บ้านเลยไปชวนคุณลุงในหมู่บ้าน แกขยันก็มาช่วยกันปรับพื้นที่กันไฟ ของหมู่บ้านให้เป็นแปลงผัก เดิมทิ้งไว้ เฉยๆ กลายเป็นกองขยะ เริ่มทำากัน จริงจังตั้งแต่ต้นปี เก็บกินหลายรอบ แล้ว คนในหมู่บ้านเริ่มสนใจ มาคุยมา ถาม ผมว่ามันช่วยสร้างความสัมพันธ์ ในชุมชนด้วย เพราะคนในเมืองต่าง คนต่างอยู่”
“ทำางานแผนกจิตเวช คนไข้มี ปัญหาเครียด เพราะทุกคนไม่ยอม ให้ทำางาน ไม่ทำาก็ยิ่งเครียด พอดีเจอ เว็บไซต์สวนผักคนเมืองก็คิดว่าน่าจะ เป็นกิจกรรมที่ดีสำาหรับผู้ป่วย เลย จัดกระเช้ามาวาง ตั้งใจว่าถ้าผู้ป่วย หรือญาติสนใจเราก็จะได้ชวนเขา ปลูก ปรากฏว่าคนที่สนใจกลายเป็น เจ้าหน้าที่ ชวนกันปลูก เอามาทำากิน กันใหญ่ ที่จริงหลายคนปลูกผักกันอยู่ แล้ว แต่ไม่เคยมาคุยกัน ส่วนคนไข้ การปลูกผักก็ช่วยเขาได้เหมือนกัน”
ติดต่อโครงการสวนผักคนเมือง
912 ซอยงามวงศ์วาน 31 ซอยย่อย 7 ถนนงามวงศ์วาน อำาเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทร. 02-591-1195-6 E-mail: cityfarm2010@hotmail.com Webpage: www.thaicityfarm.com Facebook: facebook.com/cityfarm
วิธีปลูกคะน้ากระถาง
1 2 3 4 5
เตรียมดินละเอียดพร้อมปุยคอก หรือปุยหมักในอัตรา ๋ ๋ 2 : 1 ใส่ดินผสมลงในถาดพลาสติกเพาะกล้า ใช้เศษไม้เล็กๆ กดลงไปในดินลึก 0.5 เซนติเมตร หยอดเมล็ดผักคะน้าลงในหลุมๆ ละ 1-2 เมล็ด กลบผิวหน้าดิน แล้วรดนำ้า ผักคะน้าจะเริ่มงอกใน 7-10 วัน หมั่นรดนำ้าต้นผัก คะน้าทุกวันๆ ละ 1-2 ครั้ง ตอนเช้าและเย็น กระทั่ง ต้นผักคะน้ามีอายุ 20-25 วัน จึงย้ายกล้าผักคะน้าลง ปลูกในกระถาง
วิธีปลูกตะไคร้กระถาง
1 2 3 4
นำาต้นตะไคร้ตดใบออกให้เหลือแต่โคนประมาณหนึงคืบ ั ่ นำามาปักชำาไว้ ประมาณหนึงสัปดาห์จะมีรากงอกออกมา ่ ปักโคนลงกระถางๆ ละ 2-3 ต้น หมั่นรดนำ้าให้ชุ่มเช้าเย็น ตั้งให้โดนแดดตลอดวันจะทำาให้โตเร็ว คอยตรวจดู เมื่อตะไคร้มีกอโตเต็มที่แล้ว ต้องถอนทิ้ง หรือแยกออกไปปลูกใหม่ หรือเอาไปใช้บ้าง เพื่อให้ต้น อ่อนโตขึ้นใหม่ ถ้าไม่แยกออกไป ต้นจะเล็กและลีบลง เรื่อยๆ หรือแคระแกรน ต้นและกอจะโทรม
คนต้นคิด
ปลูกผักในเมือง สร้างสังคมในฝัน
นคร ลิมปคุปตถาวร
ปริ๊นซ์ จบการศึกษาในสาขาการเกษตรแต่มีความสนใจ เกษตรพึ่งตนเอง การมีโอกาสได้ไปฝึกงาน ดูงาน ศึกษาวิจัย และพูดคุยกับผู้ที่ทำาเกษตรอินทรีย์ทั้งในและต่างประเทศ สร้างแรงบันดาลใจให้เขาลงมือปรับพื้นที่ข้างโรงจอดรถใน บ้านย่านลาดพร้าวให้เป็นแปลงผัก ประกอบกับกระแสความ ตืนตัวเรืองสุขภาพและสิงแวดล้อมของคนเมือง ทำาให้การปลูก ่ ่ ่ ผักกินเองของปริ๊นซ์ได้รับความสนใจทั้งจากคนทั่วไป รวมถึง
มีไม่มากนักสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจกับพืช ผักอาหารที่เรากิน แต่ นคร ลิมปคุปตถาวร หรือ “ปริ๊นซ์” เป็นเด็กหนุ่มที่สนใจการปลูก ผักหลายคนรู้จักในฉายา “เจ้าชายผัก” เพราะ เป็นคนรุ่นใหม่ในเมืองที่ลุกขึ้นมาปลูกผักกิน เองอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
8 ทำได้ทำดี
กลุ่มองค์กรต่างๆ วันนี้ เขาจึงเป็นทั้ง วิทยากร ที่ปรึกษาโครงการ แปลงผัก ของเขาขยายใหญ่จนสามารถส่งขายให้ กับลูกค้า 4-5 รายด้วยระบบสมาชิก ขณะที่การปลูกผักกินเองขยายตัวไป อย่างรวดเร็วในหมู่คนเมือง “คนตื่นตัวเรื่องการดูแลสุขภาพ ทุกคนรู้ว่าผักผลไม้ที่ใช้ยาฆ่าแมลงไม่ ปลอดภัย แต่การจะไปหาซื้อผลผลิต อินทรีย์ก็ยังถือเป็นสิ่งที่มีราคาค่อนข้าง สูง และไม่ได้มีขายทั่วไป การปลูกผัก ที่บ้านจึงตอบโจทย์เหล่านี้” ปริ๊นซ์ให้ ความเห็นถึงกระแสความตื่นตัวที่เห็น ได้ชัดในช่วงหลา ยปีที่ผ่านมา ปริ๊นซ์เชื่อว่า “ผู้ประกอบการทาง สังคม” (Social Enterprise) สำาหรับ ธุรกิจผักอินทรีย์ในเมืองมีความเป็นไป ได้ แต่ตองอาศัยความคิดสร้างสรรค์เพือ ้ ่ ให้เกิดแนวทางใหม่ๆ โดยยกตัวอย่างผัก ระบบสมาชิกที่เรียกว่า ซีเอสเอ (Community Support Agriculture) ซึ่งเขา ทำาอยู่ คือการที่ผู้ซื้อจ่ายเงินรายปีๆ ละ 12,000 บาท ลักษณะคล้ายการจ้างให้ เขาปลูกผักอินทรีย์ แล้วรอรับผักซึ่งจะ ส่งให้ถงบ้านเป็นประจำาทุกสัปดาห์ๆ ละ ึ 3 ครัง เท่ากับผูขายมีหลักประกันว่าเมือ ้ ้ ่ ผลิตแล้วจะมีคนรับซือ ฝ่ายผูบริโภคเกิด ้ ้ ความมั่นใจว่าจะได้พืชผักที่ปลอดภัย เพราะรูจกคุนเคยกับผูผลิต และสามารถ ้ั ้ ้
แวะมาตรวจสอบกระบวนการปลูกผัก มากที่จะเห็นด้วยกันทั้งครอบครัว โดย ได้ตลอดเวลา มากจะเริมจากคนใดคนหนึง พอเริม เมีย ่ ่ ่ “เราต้องการให้ระยะทางของ ไม่เห็นด้วยก็ไม่ยอมห่อข้าวให้ไปกินที่ อาหารสั้นลง เพราะเมื่อมันใกล้ อาหาร เถียงนา เพราะเขาเป็นเกษตรกร มันเป็น ก็จะสดใหม่ ไม่ต้องใช้สารเคมีถนอม เรื่องเงินที่จะมาดูแลครอบครัว ต้องทำา อาหาร ไม่สิ้นเปลืองค่าขนส่ง” ปริ๊นซ์ จนกว่าจะสำาเร็จ อีกฝ่ายถึงจะเห็นด้วย” พูดถึงความหมายของระบบ “ซีเอส ระหว่างที่เกษตรกระแสหลักยัง เอ” และการบริโภคอาหาร ยากจะปรับตัว การปลูกผัก ที่ ผ ลิ ต ขึ้ น ในท้ อ งถิ่ น “เกษตรในเมือง กินต้เองซึ่งเป็นจุดเริ่ม รวมไปถึงสิ่งสำาคัญ น ของเกษตรใน เอาความสุขเป็นตัว เมืองในมุมมอง ที่มากไปกว่านั้น ได้แก่ การสร้าง ถือ ตั้ง ไม่ได้ทำเพื่อขาย ไม่ได้ ของปริ๊นซ์จึงม ที่ ระบบธุรกิจเล็กๆ เป็ น แนวโน้ ที่เกื้อกูลกันของ ทำเพื่อเงิน แต่ทำได้จริง ดี เพราะจะทำาให้ ทุ ก ฝ่ า ยในสั ง คม เมื อ งซึ่ ง เคยเลี้ ย ง กินได้จริง” ซึ่งแตกต่างจากระบบ ตัวเองไม่ได้ ให้มีทาง ตลาดขนาดใ หญ่และการ เลือกและมีคุณภาพชีวิต ค้าขายทางไกลที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ที่ ที่ดีกว่า นอกจากจะสร้างปัญหาเรื่องคุณภาพ ที่สำาคัญ ปริ๊นซ์มองว่าการปลูก อาหาร เกษตรกรเองก็มักจะต้องเผชิญ ผักในเมืองจะเปลี่ยนความหมายของ กับความไม่เป็นธรรมจากระบบพ่อค้า การเกษตร จากเดิมที่ถูกมองว่า เป็นงา คนกลาง นที่ตำ่าต้อยขาดศักดิ์ศรี คนทำาเกษตรคือ คนที่หมดหนทางในชีวิต ให้กลายเป็น ‘เกษตร’ ความหมายใหม่ ่ ไม่ ใช่ เรื่ อ งง่ า ยที่ จ ะปรั บ ระบบ เกษตรกรรมทีหมายถึงอิสระ ความสุขที่ ำ ่ ่ เกษตรกรรมที่เป็นอยู่ให้หันมาเป็นการ ได้ทา รวมถึงสุขภาพและสิงแวดล้อมทีดี “เกษตรในเมืองเอาความสุขเป็น เกษตรแบบพึ่งตนเอง ต่างจากระบบที่ ตัวตั้ง ไม่ได้ทำาเพื่อขาย ไม่ได้ทำาเพื่อ เกษตรกรคุ้นชิน “เกษตรอินทรียจะเริมต้นได้ น้อย เงิน แต่ทำาได้จริง กินได้จริง” ปริ๊นซ์ ์ ่ เชื่อมั่นเช่นนั้น
เรียนรู้เกษตรในเมือง “บ้านเจ้าชายผัก”
711 สตรีวิทยา 2 ซอย 3 ลาดพร้าว 71 กทม. โทร. 081-867-2042
ทำได้ทำดี 9
ภาพจริงผ่านจอ
กิจกรรมลงพื้นที่ดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคณะสื่อมวลชนและภาคีสำานักสร้างสรรค์โอกาส และนวัตกรรม สำานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ชุดโครงการ ชุมชนน่าอยู่ ณ บ้านสันหนองล้อม ต.ป่าก่อดำา อ.แม่ลาว จ.เชียงราย
Êѹ˹ͧŌÍÁ
¾Ô¸Õ·Ó¢ÇÑÞ¤ÇÒÂ
The End
ÁÒà·ÕèÂǺŒÒ¹¼Áº‹ÍÂæ¹‹Ð¤ÃѺ
ท่องชุมชน
เรียนรู้กลางรีสอร์ท
กิจกรรม “ล่องแก่งเก็บขยะลำนําเข็ก” กว่า 2 ปีมาแล้ว ที่ ้ เรื่อง : หลินปิง ชมรมรักษ์นาเข็กร่วมกันจัดการปัญหาขยะและนําเสียบน ํ้ ้ ลำนํ้าเข็กแหล่งท่องเที่ยวหัวใจเศรษฐกิจของคนอำเภอ วังทอง จังหวัดพิษณุโลก เป็นจุดเริ่มต้นที่ “หลินปิง” ได้รจกกับคุณเล็ก-ณัฐวัฒน์ วัฒนาประสิทธิ นักธุรกิจ ู้ ั เจ้าของเรนฟอเรสท์ รีสอร์ท ณัฐวัฒน์ วัฒนาประสิทธิ
หมูหลุมที่ไหนๆ ก็ขาดไม่ได้ คุ ณ เล็ ก บอกว่ า การทำ า ธุ ร กิ จ โรงแรมและร้านอาหารนั้นเป็นหนึ่งใน กิจกรรมที่สร้างมลภาวะให้กับโลกเป็น อย่างมาก จึงตระหนักดีถึงความสำาคัญ ของปัญหาเหล่านี้ว่าต้องหาหนทาง ปรับปรุงแก้ไข กระทั่งได้ริเริ่มโครงการ เรนฟอเรสท์ ฟาร์ม ขึ้นในปี พ.ศ. 2553 หลินปิงเดินเข้าไปดูในเรนฟอเรสท์ ฟาร์ม พบว่าทีนจดเต็ม ยกขบวนมาหมด ่ ี่ ั ทั้งนำ้าหมักอีเอ็ม หมูหลุมโจทย์บังคับ กลายๆ ของเศรษฐกิจพอเพียง นำ้าส้ม ควันไม้ ปุ๋ยอินทรีย์ ก๊าซชีวภาพ ปลูกผัก สวนครัวปลอดสารพิษ รวมไปถึงทำานำ้า ยาต่างๆ ใช้เอง ทั้งแชมพู สบู่ นำ้ายาล้าง จาน ล้างพื้น และซักผ้า การกำาขัดขยะของคุณเล็ก ใช้โรง เรือน 2 หลังของศูนย์เรียนรู้เป็นที่แยก ขยะ ทั้งขยะทองคำาที่ขายได้ เช่นขวด พลาสติก ขวดแก้ว หลอดไฟ ส่วนขยะ
เศษอาหารนำมาเลี้ยงไส้เดือน แห้งก็เลียงไส้เดือน ต่อเนืองไปถึงนำาขยะ ้ ่ เปียกอย่างเศษอาหารไปผลิตเป็นนำ้า หมักอีเอ็ม ทังไส้เดือนและนำาหมักก็ขาย ้ ้ ได้ด้วย เศษอาหารที่ออกจากรีสอร์ทจึง ไม่ต้องทิ้งแถมยังทำารายได้ให้อีกด้วย ในฟาร์มยังมีผลิตภัณฑ์ลดต้นทุน ค่าอาหารหลายอย่าง ตั้งแต่ไข่ไก่ ผัก ปลอดสารพิษ มีพวกสบู่ แชมพูทั้งใช้เอง และจำาหน่ายอีกด้วย ใครจะไปใช้บริการรีสอร์ทหรือ แวะชมฟาร์มหาความรู้ไปปรับใช้ คุณ เล็กเต็มใจยินดีต้อนรับเสมอ
พื้นที่ผลิตก๊าซชีวภาพ
ติดต่อ ศูนย์เรียนรู้เรนฟอเรสท์ ฟาร์ม
42 หมู่ 9 ถ.มิตรภาพ แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65220 โทร. 0-5529-3085-6 Webpage : http://www.rainforestthailand.com
12 ทำได้ทำดี
เล่าสู่กันฟัง
ในบรรดาเรื่องเล่า ความเชื่อ หรือตำนาน นั้น ชาวปกาเกอญอมีอยู่เยอะแยะเต็มไป หมดจนจำไม่หวาดไม่ไหว
การกลับมาของชะนีป่าแม่ละอุป
เมื่อ 3 ปีก่อน เราดั้นด้นไปยังชุมชนชาวปกาเกอญอ ที่บ้านแม่ละอุป อ.กัลยานิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ซึ่งตอนนั้นยัง เป็นต.แจ่มหลวง อ.แม่แจ่ม อยู่เลย สภาพถนนเข้าสู่หมู่บ้านก็ ลำาบากอยู่ไม่น้อย ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น คราวนั้น เราตามไปดูโครงการอนุรักษ์ฟื้นคืนสภาพ แม่นำ้าลำาคลอง ที่ชาวแม่ละอุปขอทุนจาก สสส.เข้าร่วมทำา โครงการด้วย เราตามเยาวชนกลุมหนึงขึนไปบนเขา เดินเลาะ ่ ่ ้ ทุงนา ปีนข้ามขอนไม้ ไต่ตามหน้าผา เดินข้ามลำาห้วย เพือไปดู ่ ่ กระบวนการตรวจสภาพนำ้า และตามหาสัตว์ประจำาถิ่นที่ชาว ปกาเกอญอ เชื่อว่า ถ้าตามลำาห้วยมีสัตว์ 3 ชนิดนี้ เท่ากับว่า นำ้านั้น สะอาด ใช้อุปโภค-บริโภคได้ สัตว์ที่ว่านั้นคือ ปลาก้าง กบจุก และปูก้ามเหลือง ซึ่ง ชุมชนนับถือเป็นสัตว์ศกดิสทธิ์ ไม่จบกิน และเป็นสัตว์ทอาศัย ั ์ิ ั ี่ เฉพาะพื้นที่ชุ่มนำ้าเท่านั้น และวันที่เราไปก็ขาดเพียงกบจุก เท่านั้นที่ไม่ได้เห็น เด็กๆ บอกเราว่ามันคงอาย ไม่อยากเจอ คนแปลกหน้า... ว่าไปนั่น แต่ก็ยืนยันว่ายังมีอยู่ และชาวบ้าน ก็พบเห็นบ่อยๆ สามปีต่อมา เรากลับไปที่บ้านแม่ละอุปอีกครั้ง เพื่อ ร่วมงานปลูกต้นไม้ของกลุ่มเยาวชนตามโครงการขยายผล การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาปกาเกอญอฟื้นฟูอนุรักษ์ลำาห้วย บนพื้นที่สูง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สสส.เช่นกัน คราวนี้ เราได้เห็นความก้าวหน้าขึ้นอีกระดับของการจัดการอนุรักษ์ ผืนป่าในชุมชน นั่นคือการใช้ GPS มาช่วยสำารวจและจัดทำา แผนที่ชุมชน เพื่อรับมือกับภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น และยัง ช่วยกำาหนดพื้นที่ป่า ป้องกันการบุกรุกอีกด้วย ตลอดระยะเวลาที่เข้ามาเป็นภาคี สสส. โดยดำาเนิน
โครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์แหล่งนำ้า ทำาให้วันนี้บ้านแม่ ละอุป ซึ่งอยู่ในเขตต้นนำ้าแม่แจ่มมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น ซึ่ง เดชา นทีไทย ผู้ประสานงานโครงการยืนยันว่า สมบูรณ์ขึ้น จริง เพราะสังเกตได้จากชาวบ้านพบเห็นชะนีฝูงใหม่อย่าง น้อย 7 ตัวในป่าที่ไม่ห่างจากหมู่บ้านมากนักแค่เดินเท้าเข้าไป ประมาณครึ่งวันก็จะได้เห็น ความเชื่อของคนปกาเกอญอ บอกเล่าต่อๆ กันมาว่า ชะนีเป็นสัตว์ศกดิ์ สิทธิ์ เกิดมาคูปา หากใครฆ่าก็จะได้ยนเสียง ั ่ ่ ิ โหยหวนของชะนีในฝูงไปไกลถึงเจ็ดขุนเขา หรือหากใครพราก ลูกก็จะถูกชะนีแม่ตามทุกวิถีทาง เพื่อจะเอาลูกคืน และถ้าฆ่า ลูกชะนีตัวแม่จะฆ่าตัวตายตาม การมีฝูงชะนีในป่าเพิ่มขึ้นเท่ากับว่าป่ามีความอุดม สมบูรณ์เต็มพื้นที่ เพราะชะนีแต่ละตัวมีพื้นที่หากินประมาณ 70-80 ไร่ เมื่อมีชะนี 7 ตัวเท่ากับมีป่าสมบูรณ์ ไร้คนรบกวน ไม่น้อยกว่า 500 ไร่
นี่จึงเป็นความภูมิใจของคนทำาโครงการเกี่ยวกับ งานด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะการ เปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้ คือสิ่งที่พิสูจน์ ผลงานได้ดีที่สุด ทำได้ทำดี 13
สูงวัยใจเกินร้อย
เรื่อง : ไพศาล รัตนะ
ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่ สังคมผู้สูงอายุ ทั้งในตัว เมืองใหญ่และในชนบท ห่างไกลออกไป แลผู้สูงวัย เหล่านี้ควรได้รับการดูแล เอาใจใส่เช่นกัน
ที่ บ้ า นหิ น ลาด หมู่ 3 ต.คุ ร ะ อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งอยู่ติดกับชายฝั่ง ทะเลอันดามัน เมื่อปี 2547 เคยประสบ ภัยพิบัติสึนามิ เพิ่งฟื้นตัวมาได้ไม่นานนี้ ชุมชนเล็กๆ แห่งนี้มี 562 ครัวเรือน มี ประชากร 2,266 คน กว่าครึ่งหนึ่งของ ประชากรนับถือศาสนาอิสลาม มีมัสยิด เป็นศูนย์กลางของชุมชน สิงทีชมชนกำาลังเผชิญคือ ปัญหาผู้ ่ ุ่ สูงอายุ ซึ่งพบว่าใน 126 คน เป็นผู้ป่วย พิการ ทุพพลภาพช่วยเหลือตนเองไม่ ได้ หรือป่วยเรื้อรัง 40 คน ทั้งถูกทอด ทิ้งให้อยู่ลำาพัง 3 คน และกลุ่มที่ต้อง
ชราอย่างหรรษา
รับภาระเลี้ยงดูบุตรหลานจำานวน 42 คน มีปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งโรคความ ดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคข้อเข่าเสื่อม และความเครียดวิตกกังวล และมีแนว โน้มเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา น.ส.รุ่ง นภา ตุลา เจ้าหน้าที่หน่วยควบคุม โรคคุ ร ะบุ รี ได้ ชั ก ชวนคนในชุ ม ชน ทำา“โครงการอรุณฉายวัยชรา ทุกวัย หรรษา หินลาดปรัชญาสู่พอเพียง” โดย ได้รับการสนับสนุนจากสำานักงานการ สร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) น.ส.รุ่ ง นภา เปิ ด เผยว่ า ได้
อาสาสมัครลงพื้นที่เยี่ยมเยียนผู้สูงอายุสม่ำ�เสมอ
จัดกิจกรรมให้ความรู้ดูแลสุขภาพผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง
ผนึ ก กำ า ลั ง กั บ เครื อ ข่ า ยอาสาสมั ค ร สาธารณสุขประจำาหมู่บ้าน (อสม.) ให้การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน ให้บริการสุขภาพอนามัยขั้นพื้นฐานที่ จำาเป็นและเหมาะสมกับสภาพปัญหา ของผู้สูงอายุ มีครอบครัวต้นแบบ 35 ครอบครัว สมาชิกในครอบครัวมีเข้าใจ และมีทักษะสามารถดูแลสุขภาพผู้สูง อายุได้เหมาะสม สมาชิกทุกวัย รวม ทั้งผู้สูงอายุ ในครอบครัวปฏิบัติศาสน กิจและดำาเนินชีวิต และกิจกรรมต่างๆ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกิด ครอบครัวผู้สูงอายุดีเด่น 12 ครอบครัว ที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับชุมชน และ ถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่นได้ จากการดำาเนินงานจนถึงวันนี้ ช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปัญหาต่างๆเริ่มลดลง เป็นตัวอย่าง ให้ชุมชนอื่นได้เรียนรู้นำาแบบอย่างไป ปรับใช้ได้
14 ทำได้ทำดี
ร้องป่าวข่าวดี
1
1. เครือข่ายเกษตรกรจากอำเภอตะพานหิน 2. พืชผักรับรองคุณภาพจากโรงพยาบาลในพื้นที่
2
บรรยากาศการค้าขายในตลาดสีเขียว
คนปลูกพบคนกิน
สำานักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร ร่วมกับ เครือ ข่ายเกษตรปลอดสารพิษ, มูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตร จัดทำา “โครงการพัฒนาอาหารปลอดภัยในโรงพยาบาลต้นแบบ” ร่วมกับโรงพยาบาลนำาร่องทั้ง 5 แห่งในพิจิตร ได้แก่ โรง พยาบาลพิจิตร, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน, โรงพยาบาลวชิรบารมี, โรงพยาบาลสามง่าม และโรงพยาบาล โพธิ์ประทับช้าง ขยายเครือข่ายเกษตรปลอดสารพิษในพื้นที่ นำาผลผลิตจากการเกษตรธรรมชาติใช้ประกอบอาหารให้กบผู้ ั ป่วย และสนับสนุนให้เกิดแหล่งจำาหน่ายอาหารปลอดภัยโดย ร่วมกับเกษตรกรเครือข่าย จัดกิจกรรม “ตลาดนัดสีเขียว” ใน โรงพยาบาลแต่ละแห่งเพื่อสร้างกระแสการผลิตและบริโภค อาหารปลอดภัยให้กับประชาชน ตลาดนัดสีเขียว มีทุกวันจันทร์ พุธและศุกร์ เปิดโอกาส ให้เกษตรกรนำาสินค้าปลอดสารพิษมาจำาหน่าย ควบคู่กับ การนำาเสนอภูมิปัญญาพื้นบ้านการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยได้รับการ สนับสนุนจาก สำานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุข ภาพ (สสส.) นายสุรเดช เดชคุ้มวงศ์ หัวหน้าโครงการฯ และ เลขาธิการมูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตร เปิดเผยว่าจากสถิติของ กระทรวงสาธารณสุขพบว่าคนพิจิตรป่วยด้วยโรคที่เกิดจาก การใช้สารเคมีสงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ สาเหตุมาจากการ ู กินข้าวและผักทีมสารเคมี ทีพจตรมีชมรมเกษตรธรรมชาติ แต่ ่ี ่ ิิ ตลาดที่รองรับมีน้อย จึงเริ่มต้นเปิดตลาดสีเขียวขนาดเล็กๆ ภายในโรงพยาบาล เพราะโรงพยาบาลตั้งอยู่ทุกอำาเภอ โครงการนีไม่เพียงแต่วาจะมีเกษตรกร ผูบริโภค และโรง ้ ่ ้ พยาบาลมาร่วมมือกันเท่านัน ยังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิน ้ ่ หลายแห่งร่วมมือให้การสนับสนุนอีกด้วย
ตลาดนัดสีเขียว
ติดต่อสอบถามข้อมูล ตลาดนัดสีเขียว
โรงพยาบาลพิจิตร โทร. 081-395-4436 ทำได้ทำดี 15
นวัตกรรมชุมชน
กังหันลมสู้โลกร้อน
ท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงขึ้นทุกขณะ และภัยพิบัติที่ทั่วโลก กำลังเผชิญ ทั่วทุกมุมโลกกำลังพยายามหาทางออกให้กับ วิกฤตการณ์ครั้งนี้ เกษตรกรกลุ่มหนึ่งใน จ.ยโสธร ได้ ร่วมกันลุกขึนมาต่อสูและวางแผนรับมือกับสถานการณ์โลก ้ ้ ร้อน โดยมีพอเอียม สมเพ็ง ชาวนาเกษตรอินทรียแห่งบ้าน ่ ่ ์ ดงยาง ต.บากเรือ อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร เป็นแกนนำ
หัวใจของการเพาะปลูกคือระบบ นำ้าในไร่นา ซึ่งพ่อเอี่ยมได้ทำาการขุด สระนำ้า 1 ไร่ และบ่อใต้ดิน กระจายใน แปลงนา รวมประมาณ 8 แห่ง สระที่ ขุดไว้นอกจากจะกักเก็บนำ้าในช่วงหน้า ฝนไม่ให้ท่วมแปลงนาแล้ว ยังใช้เก็บกัก นำ้าไว้ใช้ในหน้าแล้งอีกด้วย แต่ในการสู บนำ้าขึ้นมาใช้จากสระและบ่อใต้ดิน ก็ เพิ่มต้นทุนเพราะต้องใช้นำ้ามันในการ สูบนำ้า พ่อเอี่ยมจึงคิดค้นวิธีการสูบนำ้า โดยทดลองประดิษฐ์ “กังหันลม” จาก วัสดุเหลือใช้ที่หาได้ในท้องถิ่น โดยได้ รวมกลุ่มกับเพื่อนเกษตรกรที่สนใจการ ทำากังหันลม ทำาการประดิษฐ์กังหันลม แบบต่างๆ และนำามาแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นเพื่อช่วยกันพัฒนาให้ดีขึ้น สำาหรับพ่อเอี่ยมได้ลองทำากังหัน ลมแนวแกนนอน โดยใบพัดทำามาจาก เศษวัสดุที่หาได้ง่าย ตั้งแต่ผ้า แผ่น เอี่ยม สมเพ็ง ชาวนาเกษตรอินทรีย์ แห่งบ้านดงยาง โฆษณาหาเสียง จนแผ่นอลูมิเนียม ส่วน เพลาทีใช้หมุนเพือนำาไปสูบนำาก็ดดแปลง ่ ่ ้ ั มาจากเครื่องเจียรบ้าง จักรยานบ้าง จากการทดลองปรับปรุงหลาย ครัง ในทีสดสามารถพัฒนากังหันลมที่ ้ ุ่ เหมาะกับสภาพพืนที่ ใช้สบนำาขึนมาใช้ ้ ู ้ ้ งานได้ในแปลงนาเป็นผลสำาเร็จ
กังหันลมอีกแบบที่เพื่อนเกษตรกร ช่วยกันทดลองประดิษฐ์
กังหันลมที่ผ่านการทดลอง ใช้สูบนํ้าได้ผลดี
บ้านดงยาง ต.บากเรือ อ.มหาชนะชัยจ.ยโสธร 35130 โทร. 081-076-6271
ติดต่อ พ่อเอี่ยม สมเพ็ง
ซุบซิบภาคี
ปัญหาที่ต้องจัดการติดต่อกันหลายต่อ หลายครั้ง ตั้งแต่นำ้าท่วมเมื่อปีก่อน มา ถึงยุคที่ข้าวราดแกงจานละ 30 บาท ไม่พออิ่ม ทำาให้เพื่อนพ้องภาคีสำานัก สร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม หรือ สน.6 ต่างมีกจกรรมสร้างความตระหนัก ิ ในเรื่องของความมั่นคงทางอาหารมาก ขึ้น หรืออีกนัยหนึ่งคือความพยายามใน การรณรงค์ชักชวนชุมชนให้หันมาช่วย เหลือตัวเอง ลดการพึ่งพาภาครัฐ ลดค่า ใช้จ่ายในครัวเรือน และมีการวางแผน เพืออนาคตให้มความชัดเจนมากขึน ◄ ่ ี ้ ►อย่างเมือต้นเดือนพฤษภาคมที่ ่ ผ่านมา ชาวบ้านควนกุฏ ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุง นำาโดย ผู้ใหญ่สมศักดิ์ สมชัย ชักชวนพี่น้องชุมชนใกล้เคียงมา ร่วมงาน “สืบโยด สาวย่าน ข้าวเมือง ลุง” รณรงค์บริโภคข้าวพื้นเมือง วาด หวังไว้อย่างเต็มที่ว่าคนรุ่นใหม่จะช่วย กันสืบสานเจตนากันต่อไป ◄ ► งานเดียวกันนี้ คุณพี่เสนีย์ จ่า วิสูตร ผู้ติดตามชุดโครงการร่วมสร้าง
► หลั ง จากที่ สั ง คมไทยเจอกั บ
อะไรๆก็แพง
"พี่ก๋วย" พฤหัส พหลกุลบุตร ผู้ใหญ่สมศักดิ์ สมชัย ชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่ภาคใต้ดัน เต็มที่ชนิดตากแดดหัวแดงตัวดำา ก็ไม่ หวั่น ◄ ►นอกจากเรื่องอาหารการกิน แล้ว กิจกรรมเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากปิด เทอมหนีร้อนไปหลายเดือน แต่ "พี่ ก๋วย" พฤหัส พหลกุลบุตร ไม่สนว่าจะ ปิดเทอมหรือเปล่า เพราะโครงการละคร เพือการเปลียนแปลงตะลุยจัดเวิรคช็อป ่ ่ ์ จนได้นักการละครรุ่นใหม่หลายกลุ่ม แล้ว ◄ ► ย้อนกลับไปดูควันหลงงาน
เวทีเสวนา “สืบโยดสาวย่าน ข้าวเมืองลุง” ที่บ้านควนกุฏ อ.เมือง จ.พัทลุง
ชายกร สินธุชัย แลกเปลี่ยนเรียนรู้และดูงานโครงการ ชุมชนน่าอยูทจงหวัดเชียงราย คนทีรวม ่ ี่ ั ่่ เดินทางไปต่างสำาลักความประทับใจใน มิตรไมตรีของผู้คนทั้งสามหมู่บ้าน ทั้ง บ้านเหมืองหลวง, บ้านโป่งศรีนคร และ บ้านสันหนองล้อม ◄ ► ที่ลืมไม่ลงจริงๆ คือเสียงเพลง จาก “เดอะ สตาร์” ชายกร สินธุชัย ที่ ขับกล่อมผู้ร่วมทริปทุกครั้งที่ได้จับไมค์ และโอกาสนี้ฝากบอกด้วยว่าช่วงปลาย เดือนมิถุนายน คุณชายกรห้ามพลาด เด็ดขาด การเดินทางของเราจะเริ่มต้น อีกครั้ง วอร์มเสียงเสียแต่เนิ่นๆ เน้อ◄ ► พบกันใหม่ใน “ทำาได้ทำาดี” ฉบับหน้า...สวัสดี◄
ทำได้ทำดี 17
อะไร-ที่ไหน-อย่างไร
28 พฤษภาคม 2555
แถลงข่ า วเปิ ด ตั ว โครงการ“ทำ า มะ 2600 ปี แห่งการตื่น 26 วันเปลี่ยน ชีวิต” ฉลอง 2600 ปี พระพุทธเจ้า ตรั ส รู้ กิ จ กรรมโครงการจะชวนให้ ประชาชนทั่วไปเอาชนะใจตนเองด้วย การ งดละเลิก 26 วัน เพื่อเป็นการ กระตุ้ น ให้ เ กิ ด การตื่ น ตั ว ในการเข้ า ร่วมกิจกรรมที่สร้างเสริมกระทำาความ ดี การละ เลิก การ กระทำาที่ไม่ดีให้ ได้รับรู้ในหมู่กว้าง ในวันงานได้จัด กิจกรรม สนทนากับภาคีเครือข่ายที่ ร่วมสร้างสรรค์ โครงการ “ทำามะ 2600 ปี แห่งการตื่น 26 วันเปลี่ยน ชีวิต” ชมวีดีทัศน์ จาก “ทู ต ทำ า มะ” ร่วมเล่าถึงประสบการณ์ในการเอาชนะ ใจตนเอง และร่วมรณรงค์เชิญชวนให้ บุคคลทั่วไป ได้เข้าร่วม รวมทั้งตัวอย่าง บุคคลที่เข้าร่วมโครงการ ติดตามราย ละเอียดได้ที่ www.tum-ma.com
17 พฤษภาคม 2555
กลุ่มคนรุ่นใหม่ใจอาสาเพื่อผู้ประสบภัย (Gen-V) และมูลนิธิเกษตรกรรม ยั่ ง ยื น ประเทศไทย จั ด งานเสวนา “ประสบการณ์รับมือภัยพิบัติ : อาหาร ยามอุทกภัย” และสาธิตเตรียมพร้อม จัดทำาถุงยังชีพ ในงานสมัชชาวิชาการ ความมั่นคงทางอาหารประจำาปี 2555 “อิสรภาพทางพันธุกรรม อธิปไตย และความมั่ น คงทางอาหาร” ตั้ ง แต่ 13.30 น. ณ อาคารวชิรานุสรณ์ ม.เกษตรศาสตร์ สอบถาม โทร. 029853837-8, 081-4934241 Email : biothai@biothai.net
5 มิถุนายน 2555
เวทีแลกเปลียนบทเรียนการทำาการวิจย ่ ั เชิงปฏิบตการ โครงการสร้างเสริมทักษะ ัิ การบริหารงานสร้างเสริมสุขภาพ ของ องค์การบริหารส่วนตำาบล เขตพื้นที่ ภาคกลาง ณ โรงแรมเวสเทิร์น แกรนด์ จ.ราชบุรี
8 มิถุนายน 2555
ประชุมรายงานความก้าวหน้าโครงการ สร้างเสริมสุขภาพ และผลการติดตาม ประเมินผลตามแนวทาง Action Research Evaluation (ARE) องค์การ บริหารส่วนตำาบล เขตพื้นที่ภาคกลาง ณ โรงแรมโรส การ์เด้น สวนสามพราน จ.นครปฐม
25-27 พฤษภาคม 2555
กลุ่ม Gen-V ผู้ดูแลโครงการคนรุ่นใหม่ใจอาสาเพื่อผู้ประสบภัย จัดกิจกรรมเรียน รู้เตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ เพื่อเก็บข้อมูลพื้นที่ประสบภัย โดยในวันที่ 26 พ.ค. เป็นกิจกรรมเก็บข้อมูลชุมชน วันที่ 27 พ.ค.จะทำาพิธีเปิดศูนย์ประสานงาน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและกิจกรรมติดธงหน้าบ้านของคนชรา คนพิการ ที่ต้องให้ ความช่วยเหลือเมื่อเกิดอุทกภัย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 085-165-4776
สนใจประชาสัมพันธ์กิจกรรมโครงการ
ส่งอีเมล์มาที่ vanalee_now@hotmail.com โทร 080-762-1199 18 ทำได้ทำดี
สะดวกกว่า กว้างขวางกว่า แต่หัวใจดวงเดิม
ศูนย์สร้างสุข
ศูนย์เรียนรู้และสร้างประสบการณ์ตรงด้านสุขภาวะ แบบองค์รวม 4 มิติ (กาย ใจ สังคมและปัญญา) สำหรับเด็ก เยาวชน ครอบครัวและประชาชนทั่วไป
ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป
ติดต่อสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาพ (สสส.)
ศูนย์สร้างสุข
99 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 โทรศัพท์ 0 2343 1500 www.thaihealth.or.th C http://facebook.com/thaihealth L http://twitter.com/thaihealth
"
เป็นการดีที่จะสมมุติและปฏิบัติตัวบนพื้นฐานที่ว่า ทุกๆ คนเป็นคนซื่อสัตย์ และมีเกียรติ เพราะหากคุณปฏิบัติต่อคนที่ร่วมงานอย่างนี้ ก็มีแนวโน้มจะ ดึงดูดความซื่อสัตย์และความมีเกียรติเข้ามาหาคุณได้
"
เนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ปี 2536
เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
เนื้อหานี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย โดยแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


แสดงความคิดเห็น