จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ฉบับสร้างสุข ประจำเดือนพฤศจิกายน 2554
โดย webmaster | วันที่ 25 เมษายน 2555
ฉบับที่ 121 พฤศจิกายน 2554
ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการ สสส.
ปี 2554 กลายเป็นปีที่จะต้องบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เมื่อเกิด เหตุการณ์อุทกภัยหนักที่สุดในรอบ 50 ปี รุนแรงกว่าทุกครั้งที่เคยมีบันทึกไว้
แต่ถ้าลองมองย้อนกลับไป จะพบว่าในช่วง หลายปีให้หลังมานี้ ประเทศไทยต้องประสบเหตุ อุ ท กภั ย เป็ น ประจำทุ ก ปี ด้ ว ยความรุ น แรง แตกต่างกันไป ตรงกับคำเตือนของนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติหลายท่านก่อนหน้านี้ ที่บอกว่าประเทศไทยจะประสบอุทกภัยบ่อยขึ้น ภายใน 10 ปี เหตุจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศหรือที่เราคุ้นเคยเรียกกันว่าภาวะโลก ร้อน ดังนั้น จึงเชื่อได้ว่าภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ครั้งนี้ ย่อมจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย โดยเฉพาะกับ ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร แต่นอกจากความสูญเสียแล้ว เหตุการณ์นี้ ก็นับว่านำมาซึ่งบทเรียนครั้งใหญ่ให้คนไทยเรา หันมามองตัวเอง จะเห็นได้ว่าเราใช้ชีวิตอย่าง ประมาท ขาดการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ภัยพิบัติ ต่างกับประเทศที่ประสบภัยธรรมชาติ รุนแรงบ่อยครั้งเช่นญี่ปุ่น ที่มีการเตรียมพร้อม รับมือภัยพิบัติดีที่สุดในโลก อย่างเหตุการณ์ สึ น ามิ ท่ี เ กิ ด ขึ้ น เมื่ อ ต้ น ปี มี ก ารกล่ า วกั น ว่ า หากเหตุการณ์เดียวกันเกิดขึ้นกับประเทศอื่น ความสูญเสียจะมากกว่าที่ญี่ปุ่นหลายเท่า อย่างไรก็ตาม ประชาชนก็ไม่ควรทิ้งภาระใน การเตรียมรับมือภัยพิบตไิ ว้กบรัฐบาล หรือหน่วย ั ั งานใดเพียงอย่างเดียว แต่สงสำคัญคือการสร้าง ่ิ ความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สสส. ได้ร่วมกับมูลนิธิชุมชนไท เข้าไปทำงานฟืนฟู และเตรียมความพร้อมรับมือ ้ ภัยพิบัติโดยให้ชุมชนเป็นแกนหลัก เพราะพบว่า การจัดการภัยพิบตทมาจากศูนย์กลาง ไม่สามารถ ั ิ ่ี ตอบสนองต่อการแก้ปัญหาและความต้องการ ของชุมชนได้ทั้งหมด แต่ภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้ว ในชุมชนต่างหาก คือการเตรียมพร้อมรับมือ และจัดการความเสี่ยงได้ดีที่สุด ตัวอย่างที่ดีมีอยู่ อย่างที่ ต.หัวไผ่ จ.สิงห์บุรี ซึ่งในยามประสบภัย ภาพที่เราเห็นบ่อยๆ ใน หลายพื้ น ที่ คื อ คนติ ด อยู่ ใ นพื้ น ที่ น้ ำ ท่ ว ม ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องรอคอยหน่วยกู้ภัย หรือของบริจาค ซึ่งบางแห่งเข้าไปได้ไม่ทั่วถึง แต่ ที่ ต.หั ว ไผ่ แม้ น้ ำ ท่ ว มมิ ด หลั ง คาบ้ า น แต่หน่วยกู้ภัยที่เข้าไปช่วยบอกว่า เขาเข้ามาที่นี่ อาจพบเห็น ‘ความเสียหาย’ แต่กลับไม่มีเหตุ ฉุกเฉินให้ต้องรับมือ เพราะการจัดการภัยพิบัติ ที่มีการเตรียมการอย่างดี โดยมุ่งพึ่งพาตัวเอง มากที่สุด นับจากการวางแผนไว้ว่า จาก 13 หมู่บ้านซึ่งจะต้องถูกน้ำท่วมทั้งหมด พวกเขาได้ เตรียมการทำพนังกั้นน้ำไว้หนึ่งหมู่บ้าน เพื่อใช้ เป็นพื้นที่เป็น ‘กองอำนวยการ’ และสถานที่ อพยพประชาชน มีการซักซ้อม แบ่งงานระหว่าง ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน และจัดตัวแทนหมู่บ้าน ละ 5 คน กระจายว่าคนหนึ่งดูแลบ้านกี่หลัง จัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้เข้าถึงทุกครัวเรือน นับเป็นโมเดลหนึงทีนาจะเป็นแบบอย่างเพือ ่ ่ ่ ่ รับมือกับน้ำท่วมต่อไปในอนาคตสำหรับชุมชน ต่างๆ สำหรับบทบาทของ สสส. ในการต่อสู้กับ ภัยน้ำท่วมครั้งนี้ สสส. ได้เข้าไปร่วมตั้งแต่การ เตือนภัยน้ำท่วม โดยทำงานร่วมกับนักวิชาการ จากหลายสถาบัน ในการจัดตั้งศูนย์รู้ทันน้ำ (www.rootannam.com) ในการให้ข้อมูล การคาดการณ์นำท่วมทีชดเจน เพือให้ประชาชน ้ ่ั ่ สามารถเตรียมการรับมือน้ำท่วมได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ สสส. ยังได้ร่วมกับเครือข่ายอาสา หลายองค์กรในการจัดตังบ้านอาสาใจดี ทีบริเวณ ้ ่ ปากซอยพหลโยธิน ซอย 3 เพือระดมอาสาสมัคร ่ มาช่วยกันในการจัดทำถุงยังชีพและเรียนรู้การ จัดทำอุปกรณ์เพื่อสู้ภัยน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ ชูชีพ เรือ EM ball ฯลฯ เพื่อส่งไปช่วยเหลือ ผู้สบอุทกภัย อีกส่วนที่ สสส. ให้ความสำคัญคือการสือสาร ่ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความ รู้ในการเตรียมรับน้ำท่วม การคิดอย่างมีสติ การช่วยเหลือกัน ดังเห็นได้ทางสื่อต่างๆ กันไป บ้างพอสมควรแล้ว และหลังจากน้ำลด จะมีปัญหาที่ตามมาอีก มาก ไม่วาโรคระบาด ปัญหาสิงแวดล้อม ปัญหา ่ ่ เศรษฐกิจและสังคม ซึ่ง สสส. กำลังระดมนัก วิชาการ ผู้นำชุมชน ท้องถิ่น ในการวางแผน เพื่อรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป โดย เราเชื่อว่าการฟื้นฟูที่ยั่งยืน ชุมชนและท้องถิ่น ต้องเป็นแกนสำคัญในการฟื้นฟู สุดท้ายนีผมเชือว่าน้ำใจของคนไทย จะทำให้ ้ ่ เราทุกคนผ่านพ้นเหตุการณ์ที่เลวร้ายครั้งนี้ไป ด้วยกันครับ 979 ชั้น 34 อาคาร เอส.เอ็ม. ทาวเวอร์ ถนนพหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม. 10400 โทร 0-2298-0500 ต่อ 1330 โทรสาร 0-2298-0499 หรือ e-mail : editor@thaihealth.or.th
สสส.มีหน้าทีสงเสริมสนับสนุนให้ประชาชนมี ่่ พฤติ ก รรมสร้ า งเสริ ม สุ ข ภาพและลดละเลิ ก พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำลายสุขภาพซึ่งนำ ไปสู่การมีสุขภาพกายแข็งแรงสุขภาพจิตสมบูรณ์ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีซ่ึงถือเป็นพัฒนาการด้าน สุ ข ภาพอี ก ด้ า นหนึ่ ง ซึ่ ง สำคั ญไม่ ยิ่ ง หย่ อ นกว่ า การรักษาพยาบาล
“คนไทยมีสุขภาวะอย่างยั่งยืน”
กองบรรณาธิการจดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพฉบับสร้างสุข
อย่าลืมเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ตามช่องทางเดิม ดังนี้ Facebook : www.facebook.com/kunkris Twitter : www.twitter.com/kunkris Email : ceo@thaihealth.or.th
4 ‘สุข’ ประจำ�ฉบับ
สถานการณ์น้ำท่วมปี 2554 นี้ ถือว่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มี การบันทึกประวัติศาสตร์น้ำท่วมกันมา สร้างความเดือดร้อนถ้วน หน้า จนถึงวันนี้ บางพื้นที่น้ำเริ่มลดลง สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทว่าในหลายพื้นที่ของภาคกลางตอนล่างยังต้องประสบปัญหา
เตรียมรับลานีญ่า พาน้ำมาอีกแน่!
จากการวิ เ คราะห์ ข องนั ก วิ ช าการด้ า น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลายท่าน มองว่ า ประเทศไทยจะต้ อ งประสบกั บ ภั ย ธรรมชาติท่ีเป็นผลจากปรากฏการณ์ลานีญา อีกต่อเนื่องในช่วงอีก 10-20 ปีข้างหน้า จึ ง หนี ไ ม่ พ้ น ที่ จ ะต้ อ งเกิ ด ปั ญ หาเช่ น นี้ อี ก แน่นอน หนึ่ งในนั้ น คื อ ‘ดร.เสรี ศุ ภ ราทิ ต ย์ ’ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินทร นั ก วิ ช าการที่ เ ฝ้ า ติ ด ตามปั ญ หาน้ ำ ท่ ว มใน ประเทศไทยมาเป็ น เวลานานหลายปี เคยกล่ า วไว้ เ มื่ อ ครั้ ง สถานการณ์ น้ ำ ท่ ว ม หาดใหญ่ว่า... “มี ก ารคาดการณ์ อี ก 10 ปี ข้ า งหน้ า ช่วง 5 ปีแรกจะเจอเอลนีโญ เริมปี 2556 ่ ต่อเนื่องถึงปี 2558 พอปี 2559 ลานีญา จะกลับมาอีกครั้ง อาจจะรุนแรงสุดในช่วงปี 2561-2562”
น้ำท่วม...โอกาสเรียนรู้ของคนไทย
น้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องเรียนรู้ร่วมกันของคนในสังคมไทย อาจหมายถึง โอกาสที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องน้ำต้องตรวจสอบวิธีการ และเครื่องมือระบายน้ำแบบเดิมๆ ที่ เคยใช้ตั้งแต่ต้นแม่น้ำเจ้าพระยาถึงปลายน้ำ ว่าไม่สามารถใช้ได้ในภาวะน้ำวิกฤติ อ.เสรี กล่าวว่า หลังน้ำลด คือเวลาที่จะต้องมาคิดหาวิธีป้องกันและรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจ เกิดซ้ำได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างคันกั้นน้ำ หาพื้นที่ให้น้ำอยู่อย่างแก้มลิง ขุด ลอกคลองขยายลำน้ำ หรือสร้างคลองผันน้ำ แต่มาตรการเหล่านี้เป็นแค่การ “บรรเทา” ปัญหา แต่ประชาชนต้องยอมรับว่าการจะไม่ให้น้ำท่วมย่อม ‘เป็นไปไม่ได้’ ฉะนั้น ทางรอดคือการเรียนรู้ที่จะ อยู่กับมัน รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ แล้วก็อพยพไป ให้มันผ่านโดยเร็วที่สุด ดังนั้น การบรรเทาปัญหาอื่นๆ ที่ควรเกิดขึ้นก็คือ เวลาน้ำมามีระบบเตือนภัยที่แน่นอน ระดับน้ำสูงกี่เมตรให้ประชาชนรู้ตัวล่วงหน้า สอง คือ มาตรการด้านผังเมือง สิ่งก่อสร้างใดก็ตามที่ขัดขวางการระบายน้ำ หรือมีท่อระบายน้ำไม่เพียงพอต้องแก้ไข สาม คือ ระบบ ประกันภัย “ที่สำคัญคือการทำการวิจัย รัฐบาลญี่ปุ่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย เริ่มจะปรับตัวแล้ว หน่วยงานของเขาจะมีกองวิจัยช่วยทำงานตรงนี้ โดยงานวิจัยไม่ได้หาได้ใน 1-2 ปี กว่าจะปรับพฤติกรรมได้เป็น 10 ปี เพราะปัญหาไม่ได้เกิดแค่ปีนี้ แต่ยังมีปีต่อๆ ไป”
แต่เชื่อว่า อุทกภัยครั้งใหญ่นี้ทำให้คนไทยเริ่มคิดกันแล้วว่า ถึงแม้เราจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไป แต่ก็ไม่มีใครยืนยันได้ว่า ในอนาคต เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ดังนั้น เราจะแค่ปล่อยให้น้ำผ่านลงทะเลไปเฉยๆ หรือจะเก็บบทเรียนอะไรเอาไว้เรียนรู้ เพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต?
4 นิตยสารสร้างสุข
นิตยสารสร้างสุข 5
ต.หัวไผ่ จ.สิงห์บุรี เป็นพื้นที่หนึ่งที่ถูกน้ำท่วมเกือบทุกปี ทำให้ คนในท้ อ งถิ่ น เกิ ด การเรี ย นรู้ แ ละเตรี ย มการรั บ มื อ เพื่ อ ลดความ เสียหายให้น้อยที่สุด เลือก...รอความช่วยเหลือ หรือช่วยเหลือตัวเองก่อน
สิ่งที่คนไทยทุกคนควรต้องเรียนรู้ก็คือ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ เสมอ เพราะวิกฤตจะกลับมาอีก และจะมีผลกระทบรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หากคนเรายังประมาทต่อการสร้างชีวิตให้พร้อมกับวิกฤติ ไม่ว่าเกิดเหตุกี่ครั้ง เราคงต้องเป็นผู้คอยรับความช่วยเหลือเรื่อยไป ดังที่ ‘ศ.สุริชัย หวันแก้ว’ อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยบอกไว้ว่า สิ่งสำคัญกว่าการ บอกว่าน้ำจะท่วมหรือไม่ท่ว ม หรือคำสั่งอพยพ ก็คือการที่ประชาชนต้อง ทราบว่าถ้าน้ำท่วมต้องปฏิบัติตัว อย่างไร มีขั้นตอนหนึ่ง สอง สามอย่างไร บ้าง รวมถึงมีการซักซ้อมของคนในละแวกบ้านเดียวกัน ร่วมกับสำนักงาน เขต เป็นเรื่องสำคัญ อย่างคนที่เคยทำสึนามิภาคใต้น่าจะเข้าใจดี ดังนั้น ต่อจากนี้คนไทยต้องคิดแล้วว่า ทำอย่างไรเราจะสามารถเตรียม ชีวิตให้ห่างจากวิกฤต ช่วยเหลือตัวเองเมื่อเกิดวิกฤต หรือฟื้นกลับมาได้ เร็วหลังเหตุการณ์ผ่านพ้น ว่ า ยน้ ำ ชุ ม ชนขึ้ น เพื่ อ สอนเด็ ก ๆ ว่ า ยน้ ำ โดยสระน้ำมีความลึก 1 เมตร ซึ่งเป็นระดับ น้ำที่คิดว่า เด็กๆ อาจจะจมน้ำได้ และใช้ เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ เด็กๆ ก็จะว่ายน้ำ เป็นแล้ว ดังนั้น เรื่องสลดที่ได้ยินตามข่าว ว่าเด็กๆ ออกไปเล่นน้ำท่วมจนจมน้ำตาย จึงไม่เกิดขึ้นที่หัวไผ่อย่างแน่นอน และจากประสบการณ์ น้ ำ ท่ ว มหนั ก ปี 2538 ทำให้ น ายกฯ อบต. ประเมิ น สถานการณ์ แ ล้ ว ว่ า ตำบลหั วไผ่ ค วรต้ อ ง พึ่ ง พาตั ว เองให้ ม ากที่ สุ ด ทำให้ เ กิ ด การ วางแผนว่ า จาก 13 หมู่ บ้ า นซึ่ ง มี ภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม และจะต้องถูกน้ำ ท่วมทั้งหมด พวกเขาได้เตรียมการทำพนัง กั้นน้ำไว้หนึ่งหมู่บ้าน เพื่อใช้เป็นพื้นที่เป็น ‘กองอำนวยการ’ และสถานที่ อ พยพ ประชาชน โดยช่วยกันพยายามรักษาพื้นที่ ไว้ให้ได้ โดยมองหาวัตถุดิบในท้องถิ่นที่พอ จะช่ ว ยบรรเทาความแรงของคลื่ น ที่ จ ะเข้ า มากัดเซาะพนังกันน้ำ คือ ผักตบชวา เพราะ ้ เป็นสิ่งที่หาได้ง่าย รวมถึงการแบ่งงานระหว่างผู้ใหญ่บ้าน ทุ ก หมู่ บ้ า น และจั ด ตั ว แทนหมู่ บ้ า นละ 5 คน กระจายว่าคนหนึ่งดูแลบ้านกี่หลัง เหมือนเป็น “เซ็นเตอร์” ที่คอยประสาน งานให้ความช่วยเหลือ จัดส่งสิ่งของบรรเทา ทุกข์ให้เข้าถึงทุกครัวเรือน ดั ง นั้ น เ ห ตุ ก า ร ณ์ น้ ำ ท่ ว ม ใ น ปี นี้ แม้ ต.หัวไผ่ จะถูกน้ำท่วมมิดหลังคาบ้าน แต่ ก ลั บ ไม่ มี เ หตุ ฉุ ก เฉิ น ให้ ต้ อ งรั บ มื อ เพราะการจัดการภัยพิบัติที่มีการเตรียมการ อย่างดี ช่วยเหลือตัวเอง ไม่รอคอยแต่ความ ช่วยเหลือจากภายนอกและหน่วยงานของ รัฐเพียงอย่างเดียว เป็นโมเดลที่น่าจะเป็น แบบอย่ า งเพื่ อ รั บ มื อ กั บ น้ ำ ท่ ว มต่ อ ไปใน อนาคตสำหรับชุมชนต่างๆ ที่อยู่ในภาวะ เสี่ยงประสบอุทกภัย
นิตยสารสร้างสุข 7
เมื่ อ ไม่ ส ามารถหลี ก เลี่ ย งน้ ำ ท่ ว มได้ องค์การบริหารส่วนตำบลหัวไผ่ จ.สิงห์บุรี ประเมินต่อไปว่า จะทำอย่างไรที่จะให้ชาว บ้านในตำบลอยู่รอดปลอดภัย นำมาสู่ไอเดีย การเตรียมรับมือน้ำท่วมอย่างยั่งยืนด้วยการ ให้เด็กๆ วัย 3 ขวบขึ้นไปทุกคนในตำบล ‘ต้องว่ายน้ำเป็น’ ‘นายทวีป จูมั่น’ นายก อบต. หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ตำบลศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ชุมชน โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. บอกว่า ปี 2551 ได้มีการสร้างสระ
6 นิตยสารสร้างสุข
ภูมิปัญญาชุมชน รับมือความเสี่ยงภัยพิบัติ
แน่นอนว่า เหตุน้ำท่วมครั้งนี้แม้จะรุนแรงที่สุด แต่ก็ไม่ใช่อุทกภัย ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งจากบทเรียนภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้หลายต่อหลายครั้ง มูลนิธิชุมชนไท ซึ่งมีประสบการณ์ ในการเข้าไปในชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ช่วยฟื้นฟูวิถีชีวิต และเตรียม ความพร้อมรับมือภัยพิบัติโดยชุมชนเป็นแกนหลัก พบว่า การจัดการ ภัยพิบัติที่มาจากศูนย์กลาง ไม่สามารถตอบสนองต่อการแก้ปัญหา และความต้องการของชุมชนได้ทั้งหมด แต่ภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้วใน ชุมชนต่างหาก คือการเตรียมพร้อมรับมือและจัดการความเสี่ยงได้ดี ที่สุด มูลนิธิฯ จึงได้ลองเข้าไปวางแผนพร้อมรับภัยพิบัติให้กับชุมชน นำร่องทั้ง 5 แห่ง คือ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา, อ.สามโคก จ.ปทุ ม ธานี , อ.วาริ น ชำราบ จ.อุ บ ลราชธานี เขตบางขุ น เที ย น เชื่อมอ่าวตัวกอ กรุงเทพฯ และ ต.ท่าหิน คาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา “เราแนะนำให้ชุมชนสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัย มีอาสาสมัครเฝ้าระวัง ในจุดที่คาดว่าจะเสี่ยง ดูเส้นทางการเดินทางของน้ำให้เป็น และทำ แผนที่ทางน้ำ รวมถึงประเมินระดับน้ำต่อการวางแผนอพยพ เช่น หากน้ำขึ้นกี่เมตร ต้องอพยพไปอยู่จุดใด หรือ หากน้ำท่วมสูงเพิ่ม จะต้องไปอยู่ ณ จุดใด ซึ่งพื้นที่ท่ีรองรับการอพยพก็อยู่ในการสำรวจ ก่อนหน้านี้แล้วว่าเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับชาวบ้าน” คือคำ บอกเล่าของ ‘ปรีดา คงแป้น’ ผู้ประสานงานมูลนิธิฯ ในขณะที่สัมภาระต่างๆ นอกเหนือจากการขนไปอยู่ที่สูงแล้ว ได้ แ นะให้ ข นไปยั ง ถนนใหญ่ ซึ่ ง เป็ น จุ ด ที่ ป ลอดภั ย จากน้ ำ ท่ ว ม นอกจากนี้ ผู้นำชุมชนต้องสำรวจจำนวนผู้ป่วย เด็กและคนชรา เพราะเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงต้องเร่งทำการ อพยพก่อนกลุ่มอื่นๆ
น้ำท่วมผ่านไป งานใหญ่รออยู่
ไม่มีเรื่องร้ายใดๆ ที่ไม่ผ่านพ้น เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมผ่านไป ก็ย่อมถึงเวลาฟื้นฟูชีวิตอีกครั้ง...และแน่นอนว่ า การฟื้นฟูก็ไม่ใช่ งานเล็กๆ เลย ในทุกเหตุการณ์อุบัติภัยที่ผ่านมา ‘ค่ายอาสาฯ’ นับเป็นกอง กำลังเสริมสำคัญที่เข้าไปช่วยฟื้นฟูซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างที่เสียหายให้ กลับมามีสภาพใช้งานได้อีกครั้ง และชื่อของ ‘มูลนิธิโกมลคีมทอง’ ก็คงจะคุ้นหูกันอยู่สำหรับใครหลายคนที่ติดตามข่าว ‘วีรินทร์วดี สุนทรหงส์’ ผู้จัดการโครงการค่ายอาสาพัฒนา สร้ า งเสริ ม สุ ข ภาพ มู ล นิ ธิ โ กมลคี ม ทอง สนั บ สนุ นโดย สสส. กล่าวว่า ค่ายอาสาโดยพลังของนิสิตนักศึกษาเริ่มช่วยฟื้นฟูบ้านเรือน หลังน้ำท่วม 2 ครั้ง ครั้งแรกที่โคราช และภาคใต้ โดยนอกจาก การซ่อมแซมวัด อาคารโรงเรียน ทำความสะอาดบ้านเรือน และ ทาสีให้ใหม่ บางส่วนยังช่วยทำหน้าที่ฟื้นฟูสภาพจิตใจของผูประสบภัย ้ เช่นทีมนักศึกษาแพทย์ ซึ่ ง น้ ำ ท่ ว มครั้ ง นี้ มองว่ าได้ ก่ อ ผลกระทบต่ อ แหล่ ง ผลิ ต อาหาร ของประเทศ จึงวางแผนจะลงไปสำรวจยัง 5 จังหวัดแรก ชัยนาท สิงห์บุรี นครสวรรค์ ลพบุรี และพระนครศรีอยุธยา โดยเน้นการ ฟื้นฟูแหล่งอาหารทางธรรมชาติที่หายไปให้กลับมา ทั้งการหาแหล่ง ปลูกผัก การฟื้นฟูหนองน้ำให้สัตว์น้ำได้กลับมาอาศัยอยู่ แต่แน่นอนว่า กำลังของค่ายอาสาฯ มีไม่มากนักเมื่อเทียบกับ ความเสี ย หายที่ เ กิ ด ขึ้ น ดั ง นั้ น จึ ง ต้ อ งทำคู่ ข นานไปกั บ การสร้ า ง เครื อ ข่ า ยในชุ ม ชนเอง ให้ มี จิ ต อาสา หรื อ สำนึ ก รั ก บ้ า นเกิ ด เพื่อฟื้นฟูชุมชนของตัวเอง ไม่เพียงเอาแต่รอคอยความช่วยเหลือ จากภายนอกเข้าไป นั่นจะเป็นความยั่งยืนกว่ามาก สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม สสส. ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการ ช่วยเหลือฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำลด จึงได้กำหนดแนวทางการสนับสนุนโครงการเพื่อการฟื้นฟู ชุมชนที่ประสบอุทกภัย 3 แนวทาง สนับสนุนชุมชน หรือหน่วยงานในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการ เกิดภัยธรรมชาติพัฒนาโครงการระดับท้องถิ่นเพื่อการจัดการและเตรียมพร้อมเมื่อเกิดภัยพิบัติ ธรรมชาติโดยชุมชนมีส่วนร่วม เช่น ให้ความรู้สร้างความตระหนัก ป้องกันและลดความเสี่ยง จากภัยพิบัติ ทำแผนที่แสดงจุดเสี่ยงในการเกิดภัยพิบัติและเส้นทางเพื่อใช้หนีภัย กิจกรรมเพื่อ การฟื้นฟูสุขภาพกาย-ใจและการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม การคิดค้นนวัตกรรมเพื่อการดำรงชีวิต ขณะเกิดภัยพิบัติ เป็นต้น สนับสนุนมหาวิทยาลัยใน 26 จังหวัดที่ประสบอุทกภัยให้มีส่วนร่วมฟื้นฟูชุมชนในพื้นที่ โดยสร้างเครือข่ายอาสาสมัครนักศึกษา สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยและ ชุมชนในการจัดการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติในอนาคต รวมถึงองค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อการฟื้นฟูสภาพชุมชนหลังประสบอุทกภัย สนับสนุนเครือข่ายอาสาสมัคร 2 ภาคีหลัก คือ มูลนิธิโกมลคีมทอง และสมาคมผู้บำเพ็ญ ประโยชน์แห่งประเทศไทยฯ ระดมอาสาสมัครคนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา เชื่อมโยงกับกลุ่ม หรือองค์กรอาสาสมัครในพื้นที่ ช่วยเหลือฟื้นฟูชุมชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่าง น้อย 50 พื้นที่ กิจกรรมเน้นการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม เช่น การทำความสะอาดบ้านเรือน โรงเรียน วัด สถานที่สาธารณะในชุมชน การบำบัดน้ำเน่าเสียด้วย EM การฟื้นฟูแหล่ง อาหารในชุมชน การซ่อมแซมสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การฟื้นฟูสุขภาพกายและใจ และการ สื่อสารให้ความรู้ในการดูแลตนเอง
• ฟื้นฟูชุมชน และเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ
สำรวจพื้นที่เสี่ยงภัย ว่าเมื่อ เกิดเหตุ จุดใดจะโดนก่อน จุดใดจะ รุนแรง • จัดอาสาสมัครเฝ้าระวังในจุดที่ คาดว่าเป็นจุดเสี่ยง • ดูเส้นทางการเดินของน้ำให้เป็น เตรี ย มทำ ‘แผนที่ ’ ทางเดิ น น้ ำ เอาไว้ • ร่วมกันประเมินระดับน้ำต่อการ วางแผนอพยพ ว่าน้ำมาแค่ไหน จะอพยพ • สำรวจและกำหนดพื้นที่รองรับ การอพยพเมื่อน้ำท่วม • สำรวจจำนวนผู้ป่วย เด็ก และ คนชราว่าอยู่จุดใดบ้างเพื่อพาอพยพ เป็นกลุ่มแรกเมื่อเกิดเหตุ • มีการซักซ้อมแผนการจัดการเมื่อ เกิดภัยพิบัติเป็นระยะ
•
• 1 มหาวิทยาลัย 1 ค่ายฟื้นฟู
• เยาวชนคนรุ่นใหม่ฟื้นฟูสุขภาวะชุมชน
เกิ ด เหตุ ก ารณ์ น้ ำ ท่ ว มใหญ่ ค รั้ ง สำคัญที่ทำให้ถนนและบ้านเรือนใน กรุ ง เทพมหานครต้ อ งจมอยู่ ใ นน้ ำ ประชาชนต่างหาเรือพายบนท้องถนน
พ.ศ. 2485
เกิดน้ำท่วมขังในกรุงเทพมหานคร ถึ ง 4 เ ดื อ น ร ว ม ไ ป ถึ ง ใ น ปี พ.ศ. 2538 และ 2545
พ.ศ. 2526
เกิดภัยพิบัติที่ ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรี ธ รรมราช ทำให้ ช าวบ้ า น กว่า 700 คนต้องเสียชีวิต
พ.ศ.2531
และ 2553 เกิ ด น้ ำ ท่ ว มใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เกิดความสูญ เสียเป็นจำนวนมาก
พ.ศ. 2543 2548
เกิดอุทกภัยยาวนานถึง 3 เดือน (10 ตุลาคม – 14 ธันวาคม) มี ผู้ เ สี ย ชี วิ ต ทั่ ว ประเทศ 180 ราย มี พื้ น ที่ ป ระสบภั ย 39 จั ง หวั ด ประชาชนเดือดร้อนกว่า 7 ล้านคน
พ.ศ. 2553
เกิดอุทกภัยใน 10 จังหวัดภาคใต้ มีพนทีไ่ ด้รบความเสียหาย 100 อำเภอ ้ื ั 5,430 หมู่บ้าน ประชากรได้รับความ เดือดร้อนกว่า 2 ล้านคน ในจังหวัด นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ตรัง ชุมพร สงขลา กระบี่ พังงา นราธิวาส และจังหวัดสตูล
ต้นปี พ.ศ.2554
8 นิตยสารสร้างสุข
10 ‘สุข’ รอบโลก
มีการกล่าวว่า แม้เหตุสึนามิครั้งร้ายแรงที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นจะทำให้เกิดการเสียชีวิตและ สูญหายจำนวนมาก แต่เชื่อว่าถ้าเหตุการณ์เดียวกันนี้เกิดในประเทศอื่ น ความสูญเสียจะ มากกว่านี้หลายเท่า เพราะญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่มีการเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติดีเป็นอันดับ ต้นของโลก จุ ด เปลี่ ย นของการเตรี ย มตั ว รั บ ภั ย พิ บั ติ ใ นประวั ติ ศ าสตร์ ญ่ี ปุ่ น คื อ เหตุ ก ารณ์ วั น ที่ 1 กันยายน ปี 1923 ที่แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ 7.9 ริกเตอร์ โจมตีเมืองอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่อย่างโตเกียวและโยโกฮาม่ า ทำให้มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 1 แสนคน และ บ้านเมืองพังพินาศอย่างรุนแรงถึงขั้นที่ญี่ปุ่นอาจถึงขั้นต้องย้ายเหมืองหลวง แต่ในที่สุดพวก เขาก็ตัดสินใจสร้างใหม่อีกครั้ง ‘อย่างระมัดระวัง’ มากขึ้น ทุกอาคารสาธารณะอยูภายใต้กฎข้อบังคับอาคารทีเข้มงวด ออกแบบให้รองรับแผ่นดินไหว มี ่ ่ การสร้างเขื่อนกั้นคลื่นสึนามิ ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวเพื่อรับสัญญาณได้ทันที ซึ่งจะรู้ ภายใน 180 วินาที และระบบต่างๆ จะตัดหมด กระทั่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ โกเบปี 1995 ญี่ปุ่นก็ได้ใช้งบประมาณ และเทคโนโลยีอีกมากเพื่อเตรียมการรับมือภัย พิบัติ
เวียดนาม : เตรียมพร้อมอยู่กับน้ำท่วม
จากเหตุการณ์นำท่วมใหญ่ในเวียดนาม ชาวเวียดนามได้เรียนรูวา ้ ้่ เงินบริจาค และความช่วยเหลือจากรัฐบาลและผู้บริจาคเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่เท่ากับประชาชนเองที่ต้องมีความพร้อม และรู้ว่าควรทำตัว อย่างไรในสถานการณ์ฉุกเฉิน
• จ า ก เ ห ตุ ก า ร ณ์ ภั ย พิ บั ติ แผ่นดินไหวและสึนามิที่เกิดขึ้น ที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่าน มา สิ่งหนึ่งที่ท่ัวโลกได้เห็นก็คือ ความเด็ดเดี่ยว อดทน ทุกคน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ เฝ้ า รอแต่ ค วามช่ ว ยเหลื อ จาก รัฐ ซึ่งภาพลักษณะนี้ต้องสร้าง ให้เกิดกับสังคมไทยมากยิ่งขึ้น
10 นิตยสารสร้างสุข
อาคารและสิ่งก่อสร้างในเขตเมืองถูกสร้างให้สามารถโยกได้เมื่อแผ่นดินไหวแทนที่จะต้าน แรงไหวจนอาจเกิดการถล่ม ระบบรถไฟใต้ดินถูกสร้างให้หยุดทำงานทันทีเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ป้องกันเหตุการณ์ตกราง
• • • • •
มีการแจกจ่ายคู่มือการเตรียมตัวสำหรับภัยพิบัติให้ประชาชน โดยกว่า 60% ของคน ญี่ปุ่นมีคู่มือนี้ประจำบ้าน มีการซ้อมรับมือแผ่นดินไหว ตั้งแต่นักเรียนในโรงเรียนอนุบาล ไปถึงคนทำงาน จะรู้ว่า เมื่อเกิดแผ่นดินไหวจะต้องทำตัวอย่างไร รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับจุดอพยพ และมีป้าย สัญลักษณ์ถูกจัดตั้งไว้ทุกที่ กระตุ้นให้ประชาชนมีเป้ยังชีพอยู่ในบ้าน เพื่อสามารถเอาชีวิตรอดได้ 2-3 วัน และ สร้างวินัยในการนอน โดยชาวญี่ปุ่นสร้างนิสัยระวังภัยด้วยการมีไฟฉายอยู่ใกล้ที่นอนเสมอ รายการโทรทัศน์ทุกช่องจะถูกเปลี่ยนไปรายงานสถานการณ์ฉุกเฉินทันที
ต่ อ จากนั้ น เป็ น ต้ น มา เหตุ ก ารณ์ น้ ำ ท่ ว มก็ ก ลายเป็ น เรื่ อ งที่ ช าว เวียดนามต้องเจอแทบทุกปี นั่นทำให้องค์กร ActionAid และ EU ได้เข้าไปสนับสนุน กระตุ้นให้ชุมชนเตรียมรับมือภัยพิบัติ ด้วยการทำแผนที่ของหมู่บ้าน ระบุจุดไหนเป็นจุดอันตรายที่สุดเมื่อเกิดเหตุการณ์ บ้านไหนมีคนแก่ คนพิการและเด็ก เพราะคนกลุ่มนี้คือคนที่ต้องอพยพเป็นอันดับแรก จากนั้นพวกเขาก็เก็บข้อมูลพายุ ช่วงเวลา และทิศทางของมัน พร้ อ มจั ด เตรี ย มอุ ป กรณ์ จ ำเป็ น อย่ า งเรื อ กู้ ชี พ เสื้ อ ชู ชี พ ไฟฉาย เครื่องขยายเสียง และจัดตั้ง ‘ทีมกู้ภัย’ ประจำชุมชนที่มีการฝึกฝน เตรียมพร้อมทักษะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปฐมพยาบาล วิธีการ กู้ชีพ หรือการช่วยเหลือยามเกิดอุบัติเหตุ เพื่อพร้อมเสมอเมื่อภัยมา ถึงตอนนี้ ชาวบ้านที่นี่บอกว่า ความช่วยเหลือที่เขาต้องการจาก องค์ ก รต่ า งๆ ไม่ ใ ช่ เ งิ น อี ก แล้ ว แต่ เ ป็ น การช่ ว ยให้ ค วามรู้ ค วาม เข้าใจกับชาวบ้าน เกี่ยวกับว่าพวกเขาจะสามารถอยู่กับเหตุการณ์น้ำ ท่วมได้อย่างไร โดยเกิดการสูญเสียน้อยที่สุด
“ในเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 2002 ไม่มีใครเตรียมตัว มาก่อน พอไฟดับหมด ความโกลาหลก็เกิดขึ้น เราไม่มีเวลาจะ เก็บทรัพย์สิน หรือว่าสัตว์เลี้ยงออกมาด้วย ทำได้แค่เอาตัวเอง และครอบครัวให้รอดก่อน” คำพูดหนึ่งของผู้ประสบภัย ที่บอกว่า
หลั ง เหตุ ก ารณ์ น้ ำ ท่ ว มใหญ่ ใ นออสเตรเลี ย เมื่ อ ต้ น ปี ส งบลง ก็มีภาพของเหล่าฮีโร่ประชาชนมากมายที่ได้สร้างวีรกรรมน่ายกย่อง ระหว่างน้ำท่วม หนึ่งในนั้นคือ นาย Doug Hislop คนขับ เรือลาก และคู่หูของเขา Peter Fenton ซึ่งเสี่ยงชีวิต ป้องกันสะ พานเกตเวย์ จ ากการถู ก ชิ้ น ส่ ว นคอนกรี ต ขนาดใหญ่ ค วามกว้ า ง 6 เมตร ยาว 150 เมตร ที่ ห ลุ ด จากทางเดิ น ริ ม ฝั่ ง แม่ น้ ำใจ กลางเมือง และลอยตามแม่น้ำบริสเบนตรงไปยังสะพานเกตเวย์ ซึ่งเชื่อมระหว่างสนามบิน และท่าเรือ และมีความกลัวว่าเจ้าชิ้น ส่วนน้ำหนัก 300 ตันนี้จะชนเข้ากับตอม่อสะพาน ทำให้สะพาน ถล่มลงมา นาย Hislop วัย 65 ปีคนนีเ้ ข้าประจำการอยูทสถานีประมาณตีส่ี ่ ่ี และได้ยินรายงานข่าวทางวิทยุ เขาและปีเตอร์จึงตัดสินใจขับเรือ ออกไป บังคับทิศทางของเจ้าชินส่วนขนาดใหญ่ให้ลอดผ่านใต้สะพานไป ้ ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ชนเข้ากับตอม่อสะพาน แม้คู่หูท้ังสองได้รับรางวัล Order of Australia จากกระทรวง ต่างประเทศ แต่ก็ยังถ่อมตน บอกว่า “เราแค่ทำสิ่งที่ต้องทำเท่านั้น” น่ารักจริงๆ
ออสเตรเลีย : ภัยพิบตสร้าง ‘วีรบุรษประชาชน’ ั ิ ุ
นิตยสารสร้างสุข 11
12 ‘สุข’ สร้�งได้
เผชิ ญ กั บ เหตุ ก ารณ์ น้ ำ ท่ ว ม ครั้งใหญ่กันไปกว่าครึ่งประเทศ ถึ ง วั น นี้ บ างพื้ น ที่ น้ ำ ลดแล้ ว บางพื้ น ที่ ยั ง ต้ อ งประสบปั ญ หา กั บ น้ ำ ที่ ยั ง ท่ ว ม ขั ง วั น นี้ ‘สร้างสุข’ จึงอยากชวนคนไทย มาเตรียมตัวฟื้นฟูชีวิต เพื่อเริ่ม ต้ น ใหม่ ห ลั ง เหตุ ก ารณ์ ร้ า ยๆ จะผ่านพ้นไปในอีกไม่ช้านี้
หลายคนที่ต้องอพยพออกจากบ้านกระทันหันเมื่อน้ำท่วม แน่นอนว่าคงรอคอยเมื่อไหร่ น้ำเริ่มลด จะได้กลับเข้าไปดูบ้านตัวเองเสียที แต่ระวัง! ถ้าหากน้ำยังท่วมในระดับขัง และ ไม่แห้งสนิท การกลับเข้าไปในบ้านไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด ดังนั้น อย่าเพิ่งกลับเข้าไป จนกว่าน้ำแห้งสนิท หรือได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ และพยายามเข้าไปในตอนกลางวัน เมื่อเข้าไปตรวจสอบบริเวณที่เคยถูกน้ำท่วมต้องใช้ความระมัดระวัง แต่งตัวอย่างรัดกุม อย่าลืมรองเท้าบู้ท ถุงมือ หน้ากาก หมวกนิรภัย เสื้อผ้าที่ป้องกันร่างกาย และให้ระวังสัตว์ มีพิษไว้ด้วย อย่าเพิ่งเปิดสะพานไฟ ให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ไฟฟ้า ปลั๊กไฟ สายไฟ หลอดไฟไม่เปียกน้ำ อย่ า สั ม ผั ส เครื่ อ งใช้ ไ ฟฟ้ า หรื อโลหะโดยตรง ให้ ใ ช้ ไ ม้ ที่ แ ห้ ง เขี่ ย เปิ ด กล่ อ งเปิ ด ฝาสะพานไฟ แล้วสำรวจภายในด้วยสายตา แทนการใช้มือเปล่าเปิด ใช้ไฟฉายส่องตามซอก มุม หลืบ เพดาน ตู้ ลิ้นชัก เพื่อสำรวจว่าไม่มีสัตว์มีพิษเข้ามา อาศัยอยู่ ถ้าพบสัตว์มีพิษควรเรียกเจ้าหน้าที่มาจัดการ สายด่วน 1362 หรือ โทร 090101-0030 มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง โทร 0-2226-4444–8 มูลนิธิร่วมกตัญญู โทร 0-2751-0951 หากพบซากสัตว์ตายให้โรยด้วยปูนขาวแล้วฝังกลบให้มิดชิดอย่าให้แมลงวัน ตอมจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อ ดูว่าโครงสร้างของบ้านยังแข็งแรงสามารถเข้าอยู่อาศัยได้หรือไม่ รื้อสิ่งปรักหักพัง ถ้าจะ กลับเข้ามาอยู่ในบ้านควรตรวจประตู หน้าต่าง หลังคา กลอน ซ่อมแซมให้แข็งแรงจากโจร ภัยงัดแงะ เร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ให้ใช้งานได้ก่อน ระบายน้ำออกจากบ้านให้หมด เปิดประตู หน้าต่างเพื่อขจัดความชื้นในบ้านออก ของใช้/ เฟอร์นิเจอร์ที่เปียกน้ำให้นำออกไปตากแดดให้แห้งสนิท เก็บกวาด ขยะ ดิน โคลนที่มากับ น้ำ ควรทำความสะอาดภายในบ้าน และภายในท่อระบายน้ำในบ้านด้วย เพราะอาจมีดิน โคลนไปอุดตันท่อทำให้เกิดปัญหาน้ำเสียไหลออกจากบ้านไม่ได้
• อย่าใจร้อน
• แต่งตัวให้รัดกุม • ระบบไฟฟ้า
ระวั งโรคระบาดที่ ม ากั บ น้ ำ ท่ ว ม เช่ น ปอดบวม ตาแดง โรคฉี่หนู อหิวาตกโรค ควรเตรี ย มวิ ธี ป้ อ งกั น และรั ก ษา เช่ น ยากันยุง ยาทารักษาโรคน้ำกัดเท้า ยาแก้แพ้ ยาแก้ผดผื่นคัน ยาคลายเครียด ยาแก้ปวด ลดไข้ ยาแก้อักเสบ ยาธาตุ ยาแก้ท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อ พยายามรักษาสุขภาพจิต ด้วย อย่าเครียด อย่าอยู่คนเดียวให้หาเพื่อน พูดคุยจะได้ไม่เป็นโรคซึมเศร้า เตรี ย มค่ า ใช้ จ่ า ยสำหรั บ การฟื้ น ฟู ซ่อมแซม ซ่อมบ้าน ซ่อมรถ ซ่อมเครื่องใช้ ไฟฟ้า อาจจะต้องหาแปลนบ้านที่ยกสูง หรือ เตรียมหาบ้านทำเลใหม่ หลังน้ำท่วมสภาพ แวดล้อมย่อมเปลี่ยนแปลง อาจต้องเผชิญ กับภาวะสินค้าแพง จากข้ออ้างการขนส่ง ลำบาก อย่าพึ่งหมดกำลังใจ ถ้าไร้ที่พึ่งให้ ติดต่อหน่วยงานของรัฐ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์ ก รสงเคราะห์ ผู้ ป ระสบภั ย ต่ า งๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ
• ระวังโรคภัยไข้เจ็บ
1. การเจ็บป่วยอาจเกิดขึ้นได้เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม เพราะแน่นอน ว่าสุขอนามัยถูกจำกัด ถ้าหากว่ามีบาดแผล ซึ่งเกิดการติดเชื้อ ต้องรีบไปหา หมอทันที 2. ถ้าหากต้องเข้าไปในเขตที่น้ำยังไม่ลดดี แม้ว่าจะเชื่อมั่นว่าว่ายน้ำเป็นก็ตาม คุณกำลังเสี่ยงต่อการจมน้ำ
• เตรียมค่าใช้จ่าย
3. ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานที่ยังเล็กเพราะเด็กจะสนุกกับการเล่นน้ำ ที่ท่วมขังและไม่ใส่ใจรักษาความสะอาดและอันตรายที่แฝงมากับน้ำ 4. ระวังสารเคมีที่มากับน้ำ และตกค้างอยู่ในพื้นที่หลังน้ำลด ถ้าหากพบ วัตถุแปลกปลอมอย่างถังแก๊ส หรือภาชนะที่คิดว่าอาจบรรจุสารเคมี อย่าเคลื่อน ย้ายมันด้วยตัวเอง เพราะอาจอันตราย หรือแม้แต่ระเบิดได้ เรียกตำรวจหรือ เจ้าหน้าที่มาช่วยจัดการดีกว่า 5. แบตเตอรี่รถยนต์ แม้จะโดนน้ำท่วมไปแล้ว แต่มันก็อาจยังมีกระแส ไฟฟ้าอยู่ ดังนั้นหลีกเลี่ยงการแตะต้อง รวมถึงระวังสารเคมีที่รั่วออกมาจาก แบตเตอรี่ด้วย 6. อย่าทานอาหารที่ถูกน้ำท่วม แม้จะเป็นอาหารกระป๋อง เพราะมันอาจ มีรูรั่วให้สิ่งแปลกปลอมเข้าไปได้โดยเราไม่รู้ ถ้าหากว่าสงสัยให้โยนทิ้งไว้ก่อน
• ระวังสัตว์มีพิษ
• สำรวจโครงสร้างของบ้าน • ทำความสะอาด
อย่างไรก็ตามอย่าลืมเตรียมกำลังกาย และกำลังใจให้พร้อม เพราะชีวิตต้องเดิน หน้าต่อไป
12 นิตยสารสร้างสุข
นิตยสารสร้างสุข 13
ในช่วงน้ำท่วมนี้เชื่อว่าคงจะ ได้ ยิ น ชื่ อ นี้ บ่ อ ยๆ EM Ball หรือ ‘ลูกบอลจุลินทรีย์’ ที่จะ ช่วยบำบัดน้ำเสียในหลายพื้นที่ ที่น้ำยังคงท่วมขัง หรืออาจเริ่ม มี ก ลิ่ น เ ห ม็ น นั บ ว่ า เ ป็ น ประโยชน์อย่างยิ่ง ทำเองก็ได้ ง่ายดาย
สภาพน้ ำ ท่ ว มทำให้ พ าหะนำโรคต่ า งๆ เจริ ญ เติ บโตได้ ดี จึ ง มี โ อกาสเกิ ดโรค ระบาดได้ง่าย สัตว์ แมลง ไม่มีที่อยู่อาศัยออกจากถิ่นที่อยู่เพ่นพ่านทั่วไป ในขณะที่ สภาพผิวดินหลังน้ำท่วมมีความเหมาะสมสำหรับการแพร่พันธุ์ของยุง...
• ส่วนผสม
ส่วน (ใช้โคลนตะกอน แทนดินทรายได้) ส่วนที่ 2 : EM 10 ช้อนแกง / กากน้ำตาล 10 ช้อนแกง / น้ำสะอาด 10 ลิตร
ส่วนที่ 1 : รำละเอียด 1 ส่วน / แกลบป่น หรือ รำหยาบ 1 ส่วน / ดินทราย 1
กู้รถจมน้ำ
เชื่อว่าเหตุการณ์น้ำท่วม คงมีใครหลาย คนอพยพรถไม่ ทั น จมน้ ำ ไปมากมาย พอน้ำลดแล้ว จะทำยังไงดี? อย่ า พยายามรี บ ร้ อ นติ ด เครื่ อ ง ยนต์รถที่เพิ่งเอาขึ้นจากน้ำ หรือน้ำลดลง ไปจากการท่วมมิดเครื่องยนต์เป็นอันขาด ปกติเมื่อรู้ว่ารถจะจมน้ำเราก็ควร ถอดสายไฟยกแบตเตอรี่ขึ้นที่สูงก่อน ถ้าทำ ไม่ ทั น แบตเตอรี่ จ มน้ ำ อยู่ อ าจเกิ ด การ ลั ด วงจรได้ เ มื่ อ มี ไ ฟเข้ า ไปหลั ง น้ ำ แห้ ง จึ ง ควรรี บ ถอดสายแบตเตอรี่ อ อกทั น ที ที่ รถพ้นน้ำ ตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีน้ำค้าง ในเครื่องยนต์ รถที่ถูกน้ำท่วมต้องเปลี่ยน ถ่ายของเหลวและกรองต่างๆ ออก เพื่อให้ แน่ ใ จว่ า ไม่ มี ฝุ่ น หรื อ ดิ น โคลนค้ า งอยู่ การซ่อมบำรุงรถน้ำท่วมจะต้องทำโดยช่าง ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
• วิธีทำ
- ผสมส่วนที่ 1 แล้วรดด้วยส่วนที่ 2 คลุกเคล้าให้เข้ากัน - วัดความชื้นพอเหมาะ ปั้นเป็นลูกบอลขนาด 1 กำมือผู้ใหญ่
หรือดัดแปลงได้ตามต้องการ - นำไปวางไว้ในที่ร่ม 4-7 วันจนแห้งสนิท แล้วนำไปใช้
• •
• วิธีใช้
ลูกบาศก์เมตร ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำที่เสีย หากพบว่ามีน้ำเสียมากก็เพิ่มปริมาณให้มากขึ้นได้ และระยะเวลาทำงานประมาณ 1 เดื อ น ก็ จ ะส่ ง ผลให้ น้ำ สะอาดขึ้น ตะกอนต่ า งๆ ก็จะน้อยลง เพราะประสิทธิภาพของ EM จะไปช่วยย่อยสลายขยะที่สามารถย่อยสลายได้ ตามธรรมชาติ แต่ ข ยะที่ ไ ม่ ส ามารถย่ อ ยสลายตามธรรมชาติ เช่ น พลาสติ ก กระป๋ อ ง หากพบเห็นก็ควรเก็บออกจากพื้นที่ด้วย
EM Ball มีประโยชน์ต่อพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ใช้ 1 ก้อนต่อพื้นที่ 5-10
•
ความผูกพันกับคนในครอบครัว ความศรัทธาทางศาสนา การมีเป้าหมายชีวิตที่มี คุณค่า ความเชื่อว่าปัญหาจะผ่านไป 3.ฝึกหายใจคลายเครียด และทักษะผ่อนคลายอื่นๆ 4.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง 5.พูดคุยกับคนใกล้ชิด อย่าคิดคนเดียว ช่วยกันปรึกษาหารือ แปลงปัญหา โอกาสในการสร้างความผูกพันใกล้ชิดต่อกัน 6.บริหารร่างกายเป็นประจำ เท่าที่สภาพแวดล้อมจะเอื้ออำนวย อย่างน้อย ครั้งละ 30 นาที วันเว้นวัน 7.มองหาโอกาสในการช่วยเหลือผู้อื่น เข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน 8.คิดทบทวนสิ่งดีๆ ในชีวิตเป็นประจำทุกวัน 9.จัดการปัญหาทีละขั้นทีละตอน ทำในสิ่งที่ทำได้สร้างความรู้สึกสำเร็จเล็กๆ จากสิ่งที่ทำ ไม่จมไปกับปัญหาที่ยังแก้ไขอะไรไม่ได้ 10. ข้อสำคัญ! หลีกเลี่ยง การใช้สุราหรือสารเสพติดในการจัดการความเครียด ความทุกข์ใจ แต่หากพบว่ามีอาการเครียดมากต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อ การรักษา เพราะความเครียดรุนแรงนำไปสู่โรคซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายได้ ช่วงนี้อย่าลืมดูแลสุขกายและใจของตนเองและคนรอบข้าง เพื่อผ่านพ้นวิกฤตไป ด้วยกัน
แต่นอกจากสุขภาพร่างกายที่ต้องระวังแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ สุขภาพจิต 1.ตั้งสติให้มั่น มองทุกปัญหาว่ามีทางแก้ไข 2.หากรู้สึกท้อใจ ให้ค้นหาแหล่งสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง ได้แก่ ความรัก
14 นิตยสารสร้างสุข
นิตยสารสร้างสุข 15
16 เกร็ดความ ‘สุข’
ส้วมฉุกเฉินเก๋ๆ
หากครอบครั วใดมี เ ก้ า อี้ พ ลาสติ ก ก็ ใ ห้ เจาะรูตรงกลาง จากนั้นใช้ถุงดำที่ได้รับแจก ประกอบเข้ากับเก้าอี้ ให้ถุงอยู่ตรงกลางของ ช่องส้วม หรือหากในบ้านมีกล่องพลาสติก เช่น กล่องกระดาษ ลังเบียร์ ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ ก็สามารถเจาะรูสำหรับทำ เป็นส้วมชั่วคราวได้หลายขนาดตามต้องการ สำหรับใครที่มีหัวคิดสร้างสรรค์ อาจเลือก ใช้ ก ระดาษที่ มี สี สั น สวยงามห่ อ หุ้ ม กล่ อ ง หรื อ วาดลวดลายเพิ่ ม เติ ม ลงไปทั้ งในส่ ว น ของตัวกล่องหรือฝาปิดเพิ่มเติมได้ หลังใช้ งานแล้วมัดปากถูกพลาสติกให้มิดชิด ทิ้งลง ถุงใบใหญ่อีกชั้น แล้วมัดปากถุงเพื่อนำไป กำจัดหลังน้ำลด
ลูกบอลมหัศจรรย์กำจัดน้ำเสีย
ลูกบอลมหัศจรรย์ หรือ EM Ball นี้มี ชือย่อมาจาก Effective Microorganism ่ ซึ่งหมายถึงจุลินทรีย์ท่ีขยันขันแข็ง สามารถ นำมาช่ ว ยเร่ ง กระบวนการย่ อ ยสลายทาง ธรรมชาติ วิธีทำก็แสนจะง่ายดาย โดยใช้ ดินหรือโคลนมาหมักกับหัวเชื้อ EM หรือก็ คือน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งสามารถซื้อหาเอาเป็น ขวดๆ เช่นกัน นำไปคลุกผสมกับรำหยาบ แ ล ะ ร ำ ล ะ เ อี ย ด อ ย่ า ง ล ะ 1 ส่ ว น เท่าๆ กัน แล้วก็ปั้นเป็นก้อน ถ้าต้องการ ให้ เ ป็ น ลู ก กลมสวย ก็ เ อาก้ อ นใส่ ถ้ ว ย ประกบกั น แกะออกมาก็ เ ป็ น ลู ก บอล กลมเกลี้ ย ง เหมาะสำหรั บใช้ ใ นการปรั บ สภาพน้ำที่เน่าเสีย โยนใส่ลงไปจำนวนขึ้น อยู่กับขนาดของแหล่งน้ำ ซึ่งพิสูจน์มาแล้ว จากโครงการเครือข่ายมหานที ที่มีการทิ้ง EM Ball กว่า 44,000 ลูกลงตังแต่ตนน้ำ ้ ้ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อปรับสภาพแม่น้ำ ในจังหวัดชุมพร ได้ผลสำเร็จมาแล้ว
เสื้อชูชีพจากขวดน้ำพลาสติก
การทำเสื้อชูชีพโดยใช้ขวดน้ำพลาสติกมี หลักการทำงาน คือ การใช้อากาศในขวด น้ำเป็นตัวช่วยพยุงตัวคนให้ลอยน้ำ โดยคน ที่น้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม ควรใช้ ขวดน้ำพลาสติกที่มีความจุรวมทั้งหมดไม่ต่ำ กว่า 10 ลิตร หากน้ำหนักมากกว่านั้น จำนวนขวดน้ำก็ต้องเพิ่มตามไปด้วย วิธีการ ง่ายๆ แค่เอาขวดน้ำพลาสติกมามัดเรียง กั น เป็ น แพ โดยด้ า นหน้ า ใช้ ข วดขนาด 0.6 ลิตร 9 ขวด ส่วนด้านหลังใช้ขวด 1.5 ลิตร 4 ขวด แล้วนำเสื้อยืดเก่าๆ 2 ตัว มาตัดส่วนคอและแขนทังสองข้างออก ้ แล้วเย็บปลายเสื้อด้านล่างทั้งสองตัวเข้าด้วย กันเพื่อบรรจุแพขวดน้ำพลาสติกเข้าไป และ เย็บปิด จากนั้นใช้แขนเสื้อที่ตัดออกมาเย็บ ที่ด้านบนให้เสื้อทั้งสองตัวติดกัน ก็จะได้เป็น เสื้อชูชีพขึ้นมา ตามด้วยร้อยเชือกฟางเอา ไว้ผูกกันหลุด เพียงเท่านี้ก็ได้เสื้อชูชีพหนึ่ง ตัวแล้ว
ขอบคุณ คุณจิรัฏฐ์ ฉายะจินดาวงศ์ อาสาสมัคร ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) ภาค ประชาชน
กำเนิดบ้านอาสาใจดี
งานอาสาสมัครถือเป็นสิ่งที่จำเป็น อย่ า งยิ่ งในภาวะวิ ก ฤตเช่ น นี้ ‘บ้ า น อาสาใจดี’ จึงเกิดขึ้นด้วยความร่วมมือ ของสำนั ก งานกองทุ น สนั บ สนุ น การสร้ า งเสริ ม สุ ข ภา พ (สสส.) กรมธนารักษ์ และภาคีเครือข่ายด้าน สุ ข ภาวะ อาทิ ศู น ย์ ข้ อ มู ล เพื่ อ การ ช่ ว ย เ ห ลื อ ผู้ ป ร ะ ส บ อุ ท ก ภั ย (Thaiflood) อาสาดุสิต กองทุนร้อย น้ ำใจเพื่ อ การฟื้ น ฟู ผู้ ป ระสบภั ย พิ บั ติ (Open care) เครือข่ายองค์กรงด เหล้า มูลนิธิโกมลคีมทอง สำนักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ มูลนิธิ สุ ข ภาพไทย และสถานี โ ทรทั ศ น์ ThaiPBS เพือร่วมกันวางแผนดำเนิน ่ การช่วยเหลือเพื่อนภาคี สสส. และ ประชาชนที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ โดยบ้านอาสาใจดีตงอยูทอาคารบรรษัท ้ั ่ ่ี บริหารสินทรัพย์ (บบส.) ปากซอย พหลโยธิน 3 (ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS สนามเป้า)
สถานการณ์ น้ำ า ท่ ว มเช่ น นี้ เชื่อว่าคนไทยพากันเครียด ไปถ้วนหน้า มองไปทางไหนก็ โกลาหล เลื่อนช่องไหนก็เจอ แต่ข่าวน้ำาท่วมให้เศร้าใจ
หากวันนี้คุณหดหู่จนไม่เป็นอันทำอะไร ลองหันกลับมาปรับสภาพจิตใจ ลองลืมเรื่อง เครียดๆ ของตัวเองสักพัก แล้วออกไปทำ เพื่อคนอื่น เช่นการเป็นอาสาสมัคร ซึ่งมี งานให้เลือกทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการ ทำกำแพงกั้ น น้ ำ กรอกทรายลงกระสอบ คั ด แยกของบริ จ าค ช่ ว ยเหลื อ สั ต ว์ ห นี น้ ำ ท่ ว ม หรื อ การบริ จ าคสิ่ ง ของสำหรั บ คนที่ ทุกข์ร้อน... เชื่อว่า การได้เห็นถึงความห่วงใยที่คน ไทยมีให้กัน จะช่วยฟื้นกำลังใจ ให้คืนพลัง และเข้มแข็งขึ้นได้ เช่นเดียวกับที่ ‘บ้านอาสาใจดี’ ซึ่งเป็น เวลาเดือนกว่าแล้ว ที่บ้านหลังนี้เปิดต้อนรับ ผู้มีจิตอาสาทุกเพศทุกวัย ซึ่งจะมารวมตัว กันช่วยเหลือคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการบริจาค ทุนทรัพย์ บริจาคสิ่งของ ช่วยกันบรรจุถุง ยังชีพ ทำลูกบอลชีวภาพบำบัดนําเสีย (EM ้ Ball) ทำเสื้อชูชีพ เรือจากขวดน้ำ ประดิษฐ์ เครื่องกรองน้ำอย่างง่าย ทำส้วมเก้าอี้ และ ตะกร้ า ยั ง ชี พ โดยมี วิ ท ยากรมาสอนการ ประดิษฐ์ เพื่อจะกระจายออกไปยังผู้ประสบ ภัยในที่ต่างๆ และยังถือเป็นการกระจาย ความรู้ เพื่อให้ชุมชนต่างๆ ได้นำไปผลิต ได้ด้วย ไม่ว่าจะทุกข์ใหญ่ขนาดไหน ถ้าเรายื่น น้ำใจให้กั น เชื่อว่ารอยยิ้มคงกลับมาอีกครั้ง
ความรู้เหล่านี้ สสส. เตรียมจัด ทำเป็นชุดความรู้เผยแพร่ ตามช่ อง ทางต่ า งๆ ไม่ ว่ า จะเป็ น โซเชี ย ล เนตเวิร์ค และสื่อสาธารณะเพื่อให้
ถึ ง ผู้ ป ระสบภั ยให้ ม ากที่ สุ ด ซึ่ ง ผู้ ส นใจสามารถสอบถามได้ ที่ เ บอร์ 085-503-1819 ขอเชิ ญ ผู้ ส นใจร่ ว มกิ จ กรรม หรื อ บริ จ าควั ต ถุ ดิ บไม่ ว่ า จะเป็ น กากน้ำตาล ก้อนดินจุลินทรีย์ (EM) รำหยาบ รำละเอียด แกลบ และถังขนาด 50 ลิตร รวมถึงขวดพลาสติกชนิดใสพร้อมฝาปิด
เพื่อใช้ในการทำ EM Ball เสื้อชูชีพและเรือแพ ได้ที่บ้านอาสาใจดี ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ส่วนผู้สนใจจะร่วมบริจาค สสส. ได้เปิดบัญชี “สสส.ปันน้ำใจ ช่วยเพื่อนน้ำท่วม” เลขที่บัญชี 0070117187 ธนาคารกรุงไทย สาขาอนุสาวรีย์ชัยฯ
ติดตามช่องทางกระจายข่าวสาร เปิดรับอาสาสมัครเพิมเติมได้อกที่ ศูนย์ขอมูลช่วยเหลือผูประสบภัยน้ำท่วม ่ ี ้ ้ Thaiflood.com หรือเฟซบุค ‘อาสาสมัครฟืนฟูประเทศไทย’ www.facebook.com/SiamArsa ้ ้
16 นิตยสารสร้างสุข นิตยสารสร้างสุข 17
18 ‘สุข’ ไร้ควัน
19 ‘สุข’ เลิกเหล้�
เนบราสก้าเริ่มใช้กฎหมายห้ามสูบุหรี่ในอพาร์ทเมนท์เช่า
หลังเกิดเหตุไฟไหม้ในอพาร์ทเมนท์ให้เช่าถึง 3 ครั้งซ้อนในสัปดาห์เดียวในเขตเคาตี้ดักลาส ในรัฐเนบราสก้า สหรัฐอเมริกา ก็มีเสียงเรียกร้องจากผู้ทำงานต่อต้านการสูบบุหรี่ให้ผู้จัดการ อพาร์ทเมนท์ให้เช่านำกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ที่มีมาตั้งแต่ปี 2007 มาบังคับใช้อย่างเข้มงวด จนทำให้ต่อไปนี้การสูบบุหรี่ในอพาร์ทเมนท์ให้เช่าเป็นจะกลายเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย เพื่อป้องกันเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นได้อีกจากสิงห์อมควันที่ไร้ความรับผิดชอบ การเคหะของเคาตี้ดักลาสประกาศออกมาแล้วว่า นับตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2012 เป็นต้นไป กฎหมายนี้จะมีผลห้ามใครก็ตามสูบบุหรี่ในที่พักอาศัยส่วนตัวในอพาร์ทเมนท์ให้เช่าอีกต่อไป โดย จะมีการจัดสถานที่สําหรับสูบหรี่นอกอาคารไว้ให้แทน
ปิดให้แซด! เจ้าพ่อเฟซบุ๊คเมาทะเลาะคู่หูในบาร์
จับผู้โดยสารเมาอาละวาดบนเครื่อง ยัดคุก ปรับหลายล้าน
ศาลมะกันหนุนกฎหมายห้ามสูบในบาร์
ผู้พิพากษาเขตกรีนเคาตี้ ของรัฐมิสซูรี่ ตัดสินไม่รับอุทธรณ์ของเจ้าของบาร์รายหนึ่งซึ่ง คัดค้านกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ซึ่งบังคับใช้กับสถานประกอบการต่างๆ ที่อยู่ในตัว อาคาร ไม่วาจะเป็นทีทำงาน บาร์ ร้านอาหาร รวมทังสถานทีนอกอาคารทีเ่ ป็นสถานทีสาธารณะ ่ ่ ้ ่ ่ อีกหลายรายการ กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา โดย ‘ฌอน ดับบลิน’ ร้องต่อศาลว่าตั้งแต่กฎหมายห้ามสูบบุหรี่มีผลบังคับใช้ ทำให้กิจการร้านอาหารของ เขาต้องสูญเสียรายได้ไปกว่า 75% เมื่อแพ้คดีเจ้าของบาร์รายนี้ก็ยืนยันว่าจะเดินหน้ายื่น อุทธรณ์ต่อไป รายงานข่าวระบุว่า ‘มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก’ ผู้ก่อตั้ง เฟซบุ๊ค ทะเลาะกับ ‘ฌอน ปาร์คเกอร์’ ผู้ร่วมก่อตั้ง แนปสเตอร์ ถึงขั้น ตะโกนใส่กันก่อนสะบัดหน้าหนีเดินออกไปคนละทางจากไนท์คลับ ชื่อดังในย่านเวสต์ฮอลลิวูด รายละเอียดตามรายงานข่าวของเด อะนิวยอร์กโพสต์แจ้งว่า ทั้งคู่ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจกันได้ออกไป ปาร์ตี้ฉลองกันที่ เดอะเบเวอร์ลี่ ในย่านเวสต์ ฮอลลิวูด หลังจาก งานเปิ ด ตั ว สปอติ ฟ าย ซึ่ ง เป็ น บริ ก ารเพลงแบบสตรี ม มิ่ ง เดอะนิวยอร์กโพสต์อ้างแหล่งข่าวซึ่งระบุว่า ซัคเคอร์เบิร์ก และ ปาร์คเกอร์ ผู้ซึ่งความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนถูกนำมาตีแผ่ในหนังเรื่อง โซเชียลเน็ตเวิร์เริ่มจะโต้เถียงกันดุกันมากขึ้นและดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ หลังดื่มเข้าไปหลายแก้ว แหล่งข่าวผู้อยู่ในเหตุการณ์ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่อย่าง ชัดเจนเมื่อทั้งสองคนเลื่อนระดับจากการเถียงกันหน้าดำหน้าแดง ไปเป็นตะโกนใส่กัน โดยแหล่งข่าวรายนี้ถอดคำพูดมาว่า ปาร์คเก อร์เถียงว่าผู้ใช้สปอติฟายไม่ควรถูกบังคับให้ลงชื่อเข้าใช้เฟซบุ๊ค ซึ่ง ซัคเคอร์เบิร์กไม่ยอม เหตุการณ์การตะโกนเถียงกันนี้ แหล่งข่าว บอกว่าเกิดขึ้น ณ ตอนที่ ทั้งคู่ออกมาจากไนท์คลับนั้นแล้ว เมื่อ ตะโกนเถียงกันจนเจ็บคอได้ที่ต่างฝ่ายก็ต่างสะบัดหน้าหนีไปคนละ ทางและเดินจากกันไปอย่างมีอารมณ์ เครื่องบินโดยสารภายในประเทศสรัฐอเมริกาของสายการบิน อเมริกันแอร์ไลน์เป็นอันต้องร่อนลงจอดที่สนามบินเมืองเดนเวอร์ แทนที่จะไปถึงลอสแอนเจลีส หลังออกบินออกมาจากมหานคร นิวยอร์ก เพราะคนเมาคนเดียวแท้ๆ ‘นายวาโรจัน โคดจามิ เรียน’ ดืมเข้าไปหลายแก้ว ก่อนเริมก่อเหตุอาละวาดหนัก ส่งเสียง ่ ่ ดังอย่างไม่มีเบรคจนผู้โดยสารที่นั่งใกล้ต้องร้องเรียนกับพนักงาน ต้อนรับซึ่งแก้ปัญหาให้ด้วยการย้ายพวกเขาออกไปห่างๆ จากนาย ขี้เมาคนนี้ แต่ปัญหาก็ไม่จบ เพราะนายโคดจามิเรียนยังคงแหกปากต่อไป พร้อมกับใช้เท้าถีบเบาะที่นั่งโดยสารข้างหน้าจนทำให้พนักงาน ต้อนรับต้องเรียนเชิญท่านไปนังแถวหลังสุด นันยิงทำให้เขาโวยวาย ่ ่ ่ หนักเข้าไปอีก แถมยังได้ต่อยหน้าพนักงานต้อนรับคนหนึ่งเข้าไป จังๆ เลยถูกจับล็อคด้วยกุญแจมือพลาสติก และเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ สามารถออกฤทธิ์ออกเดชไปมากกว่านั้นได้พนักงานต้อนรับอีก 2 คนต้องนั่งทับเขาไว้ตลอดระหว่างเครื่องร่อนลงจอดฉุกเฉิน เมื่อเครื่องจอดได้ก็ถูกจับส่งตำรวจ หลังเหตุการณ์นั้นนายโคดจามิ เรียนโดนข้อหาขัดขวางการทำงานของพนักงานต้อนรับที่มีโทษสุง สุด จำคุก 20 ปี ปรับ 250,000 เหรียญ หรือราวๆ 7.5 ล้านบาท
ยูท่าห์กดดันเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนักสูบ
เครือข่ายโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในรัฐยูท่าห์ระบุว่าต่อไปนี้พนักงานที่สูบบุหรี่ต้องควักเงิน จ่ายค่าประกันสุขภาพเองหลังจากที่โรงพยาบาลได้ประกาศตัวเป็นสถานประกอบการปลอดควัน บุหรี่ 100% โดยอินเตอร์เมาน์แทน เฮลธ์แคร์ ซึ่งมีโรงพยาบาลในเครือข่ายเยอะที่สุดในรัฐ แห่งนี้ระบุว่าพนักงานที่ยังสูบบุหรี่อยู่จะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพเดือนละ 20 เหรียญหรือ ประมาณ 600 บาทเอง โดยเชื่อว่าจะสามารถโน้มน้าวให้หลายคนเลิกสูบบุหรี่ และเป็น แบบอย่างที่ดีแก่ชุมชนในฐานะที่โรงพยาบาลเป็นธุรกิจด้านสุขภาพ นอกจากนี้ พนักใหม่จะต้อง ถูกตรวจปัสสาวะหาสารตกค้างจากการสูบบุหรี่ก่อนรับเข้าทำงานด้วย
ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งฮ่องกงออกมาระบุว่า ผู้หญิงที่สูบบุหรี่จะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเร็วกว่าปกติประมาณ 1 ปี ทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดปัญหาด้านสุขภาพที่มักตามมาหลังการหมดประจำเดือน เช่นกระดูกเสื่อม โรคหัวใจ และ มะเร็งเต้านมเร็วขึ้นกว่าปกติ
18 นิตยสารสร้างสุข
รู้หรือไม่............................................................................................................
หลังเป็นข่าว ตัวแทนของปาร์คเกอร์ยอมรับว่าทั้งคู่ไปที่ ไนท์คลับนั้นจริงพูดคุยเรื่องสปอติฟายจริงแต่ไม่ได้ทะเลาะกัน
นิตยสารสร้างสุข 19
20 คนดัง ‘สุข’ ภ�พดี
21 อ่านสร้าง ‘สุข’
เอ่ ย ชื่ อ ของ ‘พญ.อภิ ส มั ย ศ รี รั ง ส ร ร ค์ ’ ห รื อ ‘ ห ม อ เบิร์ด’ หลายคนคงรู้ว่าเธอเป็น นางสาวไทย แต่อาชีพที่แท้จริง ปั จ จุ บั น ของคุ ณ หมอคนสวย คือ จิตแพทย์แห่งโรงพยาบาล ศรีธัญญา ที่ต้องคลุกคลีอยู่กับ ผู้ป่วยทางจิตในแต่ละวัน
20 นิตยสารสร้างสุข
หมอเบิรด บอกเล่าถึงวิธสกัดความเครียด ์ ี กั บ ภาระหน้ า ที่ ก ารทำงานตรงนี้ ใ ห้ ฟั ง ว่ า ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพราะเมื่อเสร็จจากหน้าที่ ของหมอที่ต้องดูแลคนไข้ เมื่อกลับถึงบ้านก็ ใช้ วิ ธี ปิ ด ลิ้ น ชั ก หยุ ด ทุ ก อย่ า งไว้ ที่ ท ำงาน เท่านั้น และใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ทำในสิ่ง ที่ชอบ ทั้งอ่านหนังสือ อาบน้ำสุนัข และ เลื อ กทำอาหารที่ ก ำลั ง เป็ น กิ จ กรรม โปรดปรานของหมอเบิร์ด โดยเฉพาะขนม และไอศกรีม “คนทุกวันนี้แม้อยู่ท่ามกลางคนมากมาย แต่บางทีเรารู้สึกไม่มีใคร โดยส่วนตัวเป็น คนที่มีโลกส่วนตัวสูง และชอบอยู่กับตัวเอง ความสุขง่ายๆ คืออยู่บ้าน อ่านหนังสือ อาบน้ำ หมา อย่ า งหนั ง สื อ ที่ ช อบก็ จ ะพวก วรรณกรรมเด็ ก อย่ า งแฮรี่ พ อตเตอร์ ซึ่งเราจะเห็นว่า ‘แฮรี่’ เป็นเหมือนตัวแทน ของคนหลายคน ที่ ใ นโลกแห่ ง ความเป็ น จริงเป็นคนต้อยต่ำ หรือถูกกดขี่ ในขณะที่ อีกโลกหนึ่งของแฮรี่กลับเป็นฮีโร่ ที่คนรู้จัก มี ค าถาอาคมฉลาดปราดเปรื่ อ ง ซึ่ ง ก็ เหมือนกับเราไปอยู่ในจินตนาการที่ตอบโจทย์ ชีวิต” หมอเบิร์ดกล่าว
นอกจากนั้น ในปีแรกของการเรียนเป็น จิตแพทย์ นักศึกษาจะต้องเรียนรู้วิธีการ ใช้ให้เหมาะกับรูปแบบชีวิตของแต่ละคน ได้ค่ะ ฝึกดูแลตนเอง อย่างคนทั่วไปที่คุย กั บ ผู้ ป่ ว ย ที่ มี ปั ญ ห า ท า ง จิ ต แ ล้ ว ทุ ก ข์ เพราะไม่ทราบวิธีการดูแลผู้ป่ว ย ต่างจาก จิ ต แ พ ท ย์ ที่ รู้ ว่ า จ ะ มี วิ ธี ดู แ ล อ ย่ า ง ไ ร แล้วอารมณ์ที่สื่อสารกันไปมาระหว่างหมอ และคนไข้ จะจั ด การอารมณ์ นี้ อ ย่ า งไร เช่น จิตแพทย์ที่มีพ่อ ติดเหล้า และต้อง มาดูแลผู้ป่วยติดเหล้า เสียเอง เค้าต้องเรียน รู้วิธีปรับจัดการตนเองกับอารมณ์ตรงนั้น เคล็ดลับการดูแลสุขภาพของหมอเบิร์ด นั้ นไม่ มี อ ะไรมาก นอกจากการออกกำลั ง กายทุ ก วั น โดยเฉพาะด้ ว ยวิ ธี วิ ด กำแพง เพื่อช่วยกระชับต้นแขน ส่วนอาหารก็กินได้ ทุกอย่าง แต่เน้นความพอดี ตามปริมาณ แคลอรี่ที่ร่างกายต้องการ และงดประเภท เนื้อสัตว์เนื้อแดง แต่จะเน้นกุ้ง ปลา และ อาหารที่มีผัก เช่น แกงส้ม แกงเลียง
แม้ว่าหนุ่มคนนี้ จะหายหน้าหายตาไม่มาให้เราเห็นทาง จอทีวีบ่อยๆ แต่ก็เชื่อว่าทุกคนยังจำาเขาได้เป็นอย่างดี โดย เฉพาะกับบทบาทล่าสุดในภาพยนตร์ ‘เราสองสามคน’ เรา กำาลังพูดถึง ‘เจ-มณฑล จิรา’ ในบทของ ‘ส้มฉุน’ หนุ่ม หน้าใสผู้รักการเดินทาง กับความสนุกสนาน บนเส้นทาง คาราวานออฟโรดกว่า 4,000 กิโลเมตร ในดินแดนอินโด จีน ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าประทับใจ
คาแรคเตอร์ของส้มฉุนนั้นมีบางอย่างที่ คล้ า ยคลึ ง กั บ ตั ว ตนของหนุ่ ม เจ ซึ่ ง เต็ ม ที่ กับการใช้ชีวิต ทั้งเรื่องการเรียนที่เขาทุ่มเท จนได้รับปริญญาถึงสองใบภายใน 3 ปีครึ่ง แม้ 1 ในปริ ญ ญาที่ เ จได้ รั บ เป็ น ศาสตร์ เกี่ยวกับดนตรี แต่นั่นก็ยังไม่สามารถเติม เต็มฝันในเรื่องการทำดนตรีได้ ‘หนังสือ’ จึงมีส่วนเข้ามาทำให้เจเรียนรู้ศาสตร์แขนง นี้ ด้ ว ยตั ว เอง และผลั ก ดั น จนทำให้ ฝั น เป็นจริง “ ผ ม อ่ า น ทุ ก อ ย่ า ง เ กี่ ย ว กั บ ง า น ที่ เราทำ อะไรที่เราทำมันอาจจะไม่จำเป็นต้อง ไปเรียนที่ไหน เราหัดเองโดยที่เราอ่านเป็น อย่ า งซอฟแวร์ ทั่ วไปบางคนก็ ถ ามว่ า เราไป หั ด มาจากไหน เราก็ บ อกว่ า เราไม่ ไ ด้ หั ด เราก็ แ ค่ อ่ า น การอ่ า นเหมื อ นเป็ น ครู ของเรา ผมเป็นคนชอบค้นคว้าจากการอ่าน หนังสือ เราชอบ Subject อะไรเราก็ ไปกัน ก็จะพบหนังสือต่างๆ ที่เอามาช่วย เสริ ม ความรู้ เ พื่ อ จะทำงานในสิ่ ง ที่ เ ราชอบ ต่อไป” แม้ จ ะมี ง านรั ด ตั ว แต่ ห นุ่ ม เจคนนี้ ก็ ยั ง มี ห นั ง สื อ อยู่ กั บ ตั ว ตลอด เพราะด้ ว ย เทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างไอแพด ที่ทำให้ เขาอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา ในไอแพดของเขา มีหนังสือประมาณ 1,200 เล่ม อ่านการ ทำกับข้าว โยคะ การ์ตูน แม็กกาซีน นวนิยายก็เป็นหนังสืออีกประเภทืหนึ่งที่ เจบอกว่าอ่านแล้วชอบ และเรื่องนี้ก็ยังส่ง ผลถึ ง ตั ว ตนของเขาในความเป็ น ตั ว ของ ตัวเอง กล้าคิดกล้าทำนอกกรอบ “มีนวนิยายเรื่องยาวที่ชอบครับชื่อเรื่อง
กันของ 2 พี่น้อง ซึ่งคนน้องนั้นจะเป็น เด็ ก ที่ คิ ด นอกกรอบ และทำอะไรเพื่อพี่มา ตลอด เวลาพี่ทำงาน ที่ ไ ด้ รั บ มอบหมายไม่ ได้ก็จะโยนมาให้น้อง ทำ ซึ่งน้องก็สามารถ ทำได้ โ ดยการใช้ ชุ ด ความคิ ด นอกกรอบ ซึ่งคาแร็คเตอร์ที่เด่นชัดของน้องในหนังสือ นิยายเล่มนี้ทำให้เราสามารถนำมาปรับใช้ กับการทำงานของเราได้ให้เราคิดอย่างนอก กรอบและสร้างสรรค์”
The Fountainhead เขียนโดย Ayn Rand ว่าด้วยเรื่องของพรสวรรค์ท่ีแตกต่าง
เคล็ ด ที่ ไ ม่ ลั บ แบบฉบั บ หมอเบิ ร์ ด คงเป็นเรื่องที่ไม่ยาก ทุกคนสามารถนำ ไปใช้ได้
ใครอยากสัมผัสคุณค่าแบบนี้ได้ คงต้องลองไปหยิบจับหนังสือขึ้นมาอ่านกันแล้ว
นิตยสารสร้างสุข 21
22 ‘สุข’ ลับสมอง
23 คนสร้าง ‘สุข’
สสส. เยี่ยมภาคีเครือข่ายสวนหลวง ร.9
เครี ย ดกั น มานาน สำ า หรั บ สถานการณ์น้ำาท่วมครั้งใหญ่ใน หลายจั ง หวั ด ของประเทศไทย ถึงวันนี้บางจังหวัดเริ่มคลี่คลาย แต่ บ างจั ง หวั ด ยั ง ต้ อ งเผชิ ญ ปั ญ หากั น ต่ อไป แต่ เ ชื่ อ ว่ า คน ไทยสามัคคีสู้ไม่ถอย
ถึงตอนนี้มาพักสมองคลายเครียดกันกับ เกมปริศนาค้นหาคำ ซึงวันนีมศพท์ภาษาอังกฤษ ่ ้ีั เกี่ยวกับน้ำท่วม ที่อาจได้เห็นหรือได้ยินบ่อยๆ ในช่วงนี้มาให้ช่วยกันค้นหา ซึ่งอาจซ่อนอยู่ใน แนวตัง แนวนอน และแนวทแยง พร้อมแล้วก็ ้ ลุยกันเลย
วันที่ 3 กันยายน ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการ สสส. พร้อมด้วย รศ.ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักรณรงค์ สื่อสารสังคม และทีมงาน สสส. ได้เยี่ยมภาคีส่งเสริมกิจกรรมทาง กายและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ภายในสวนหลวง ร.9 เขต ประเวศ โดยมี วั ต ถุ ป ระสงค์ เ พื่ อ พบปะภาคี แลกเปลี่ ย นเรี ย นรู้ ประสบการณ์ ปัญหา และความต้องการของภาคี เพื่อนำมาเป็น แนวทางส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาองค์กรภาคีที่เป็นพันธมิตรของ สสส. ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และได้เข้าร่วมประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังข้อเสนอแนะจากผู้แทนหน่วยงานออกกำลังกายต่างๆ
วันที่ 11 กันยายน คณะ ทำงาน แผนงานพั ฒ นาระบบ
“5 ส” บูรณาการพลัง พัฒนาระบบสุขภาพชุมชน
สุขภาพชุมชน ตัวแทน จาก 5 ส (สสส. ,สปสช. สช. ,สวรส. ,และตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข)
BANKFULL RAIN
FLOOD RESCUE
MELT RIVER
GAGE RUNOFF
JAM WATER
FLOODPLAIN WATERSHED
ได้ลงพื้นที อบต.โพนทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียน รู้การจัดการสุขภาวะในระดับตำบล ของ อบต.โพนทอง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และองค์กรชุมชนในพื้นที่ เช่น กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง กลุ่มอาสาสมัครดูแลผู้พิการ โดยมี นพ.มงคล ณ สงขลา ประธานคณะกรรมการบริหารแผนงานงานพัฒนาระบบ สุขภาพชุมชน และนายสมพร ใช้บางยาง ประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 3 สสส. ร่วมลงพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนการทำงานดูแลสุขภาวะชุมชนอย่างบูรณการ และได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารแผนงาน โดยได้มีข้อตกลงเพื่อจัดทำแผน ปฏิบัติการบูรณาการงานในพื้นที่ระดับตำบลร่วมกันระหว่าง 5 ส จำนวน 100 ตำบล ใน 1 ปี เพื่อเป็นต้นแบบการทำงานบูรณาการร่วมกัน
โครงการนำร่องการจัดการศึกษา แบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชนฯ จัดกิจกรรมร่วมแลกเปลียนเรียนเรียน ่ รู้ที่ชุมชนบ้านโป่งแดง ต.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม โดย รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และ ดร.พิ ณ สุ ด า สิ ริ ธ รั ง ศรี ผู้อำนวยการหลักสูตรประกาศนียบัตร บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และเจ้าหน้าที่สำนัก 4 สสส.
รณรงค์ ทำการเกษตรแบบอินทรีย์
ติ ด ตามเฉลยย้ อ นหลั ง และรายชื่ อ ผู้ โ ชคดี จ ากเกมลั บ สมองได้ ที่ www.thaihealth.or.th
ส่งคำตอบทีถกต้อง พร้อมระบุชอ-ทีอยูให้ชดเจน ู่ ่ื ่ ่ ั ส่งเข้ามาที่ ฝ่ายเว็บไซต์ สำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ สสส. เลขที่ 979/116120 อาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น 15 ถนน พหลโยธิน แขวงสามเสนใน พญาไท กทม. 10400 หรือที่ editor@thaihealth.or.th ก่อนวันที่ 15 ธันวาคม 2554 ผู้โชคดีที่ตอบถูก 10 ท่าน รั บ ไปเลยหนั ง สื อ ชุ ด ‘สร้ า งสุ ข ให้ เ ต็ ม 4’ จาก สสส.
“เริ่มงานใหม่ ด้วยกายใจที่แข็งแรง”
เมื่อวันที่ 22-24 สิงหาคม แผนงานรณรงค์เพื่อเด็กไทยไม่กินหวาน ร่วมกิจกรรม ของ สสส. ในวันเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในงานตรวจสุขภาพ ส.ส.-ส.ว. ครั้งที่ 3 ในชื่องาน “Smart Start Strong” หรือ “เริ่มงานใหม่ ด้วยกายใจที่แข็งแรง” บริเวณห้องโถง อาคารรัฐสภา โดยนำเสนอเครื่องดื่มอ่อนหวานและอาหารว่างพลังงานต่ำ ได้รับความสนใจจากนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ส.ส. และ ส.ว. เป็นอย่างมาก
นิตยสารสร้างสุข 23
22 นิตยสารสร้างสุข
6 นิตยสารสร้างสุข
เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
เนื้อหานี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย โดยแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

แสดงความคิดเห็น