ข้ามสู่เนื้อหาหลัก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ Thaihealth.or.th

รวมลิงก์ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์

  • ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์
  • กล่องค้นหาในเว็บไซต์
  • ไปยังเนื้อหาหลัก
  • ไปยังเมนูหลัก
  • ไปยังด้านบนสุด
  • แผนผังเว็บไซต์ Sitemap

ส่วนของสมาชิก

  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
คลิกที่นี่เพื่อต้องการปิดส่วนของเข้าระบบ

บัญชีผู้ใช้

ช่องที่มีเครื่องหมาย * หมายถึงช่องที่จำเป็นต้องกรอกข้อมูล
ข้อมูลเข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • ลืมรหัสผ่าน
กด ESC หรือปุ่ม ปิด เพื่อปิดหน้าต่างนี้

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง

ขณะนี้คุณอยู่ที่:

  • หน้าแรก
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
  • แนะนำสื่อ
  • จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ฉบับสร้างสุข ประจำเดือนมีนาคม 2555

จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ฉบับสร้างสุข ประจำเดือนมีนาคม 2555

โดย webmaster | วันที่ 8 มีนาคม 2555
ฉบับที่ 125 มีนาคม 2555 ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการ สสส. วันที่ 15 มีนาคมของทุกปีเป็นวันคุ้มครองผู้บริโภคสากล ที่กำหนดขึ้นเพื่อ ระลึ ก ถึ ง การมี ป ฏิ ญ ญาสากลของสหประชาชาติ ที่ ว่ า ด้ ว ยแนวทางการคุ้ ม ครองผู้ บริโภคที่ได้รับการรับรองจากประเทศสมาชิกเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญ ของการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ปัจจุบัน ผู้บริโภคยังคงถูกคุกคามรอบด้านจากสินค้า และบริการที่ไม่ปลอดภัย ไม่เป็นธรรม ผู้ บ ริ โ ภคไทยทุ ก วั น นี้ ต้ อ งเผชิ ญ กั บ สิ น ค้ า มากมายทีเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และอันตราย ่ บางอย่ า งก็ อ ยู่ ใ กล้ ตั ว เสี ย จนเราคาดไม่ ถึ ง ตัวอย่างหนึ่งของผลิตภัณฑ์อันตรายที่อยู่ใกล้ ตัวคนเราอย่างมาก แต่ความตระหนักรูยงน้อยก็ ้ั คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจาก ‘แร่ใยหิน’ หรือแอสเบสตอส ที่มักเป็นส่วนประกอบของ กระเบื้องมุงหลังคา ท่อระบายน้ำ ฝ้าเพดาน ฝาผนัง ฉนวนกันความร้อน ผ้าเบรก ผ้าคลัตช์ รถยนต์ อุปกรณ์ในไดร์เป่าผม ทั่วโลกมีงานวิจัยถึงอันตรายของแร่ใยหิน อย่างชัดเจน ว่ามีส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการ เป็นมะเร็งเยี่อหุ้มปอดและมะเร็งปอด ส่งผลให้ หลายสิ บ ประเทศยกเลิ ก การใช้ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ที่ มี ส่วนผสมของแร่ใยหินแล้ว ขณะที่ประเทศไทย มีมติ ครม. ปี 2554 ทีเห็นชอบตามมติสมัชชา ่ สุขภาพครั้งที่ 3 ในมาตรการเพื่อสังคมไทยไร้ แร่ ใ ยหิ น โดย ครม. มอบให้ ก ระทรวง อุตสาหกรรมศึกษาและวางแนวทาง เพื่อยกเลิก การนำเข้าและยุติการใช้แร่ใยหิน แต่ข้อมูลที่ พบ กลับสวนทางกัน คือ ประเทศไทยมีการ นำเข้าแร่ใยหินเพิ่มมากขึ้น จาก 7.9 แสน ตันในปี 53 เป็น 8.1 แสนตันในปี 54 จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่นอกจากจะต้องกระตุ้น ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ เป็นไปตามตามมติ ครม. แล้ว สสส.จะร่วม รณรงค์ให้ประชาชนตระหนัก ไม่ใช้ และไม่ซื้อ ผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ใยหิน รวมถึงการสร้างความ รับรู้ถึงแนวทางการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอย่าง ปลอดภัย เพราะเป็นเรื่องของภัยร้ายแรงที่อยู่ ใกล้ตัวมาก ภัยใกล้ตัวอีกเรื่องหนึ่ง ที่ผู้บริโภคยังไม่มี ความตระหนั ก อย่ า งกว้ า งขวางเพี ย งพอคื อ “น้ำมันทอดซ้ำ” หรือน้ำมันทอดอาหารที่ถูกใช้ ซ้ำต่อเนื่องจนเสื่อมสภาพ ก่อให้เกิดสารพิษก่อ มะเร็งในน้ำมันที่แทรกซึมอยู่ในอาหาร ซึ่งเป็น อันตรายมาก ผู้บริโภคไม่มีทางรู้ว่าของที่กิน เข้าไปผ่านการทอดด้วยน้ำมันอะไรมา ส่วนผู้ ค้าเองก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่คิดว่าการใช้น้ำมัน ทอดซ้ำเสื่อมสภาพจะเป็นอันตรายรุนแรงทั้ง ต่อผู้บริโภคและต่อตนเอง เพราะผู้ปรุงจะเป็นผู้ สูดดมสารก่อมะเร็งจากควันของน้ำมันเสื่อม สภาพเข้าไป ทังสองเรืองเป็นเพียงส่วนหนึงของภัยเงียบที่ ้ ่ ่ คุ ก คามสุ ข ภาพของผู้ บ ริ โ ภคไทยอย่ า งช้ า ๆ แม้ผลร้ายจะไม่แสดงตัวให้เห็นในวันนี้พรุ่งนี้ แต่มันจะสะสมในร่างกายและก่อให้เกิดโรคภัย ร้ายแรงในที่สุด จึงไม่อาจเพิกเฉย เพราะไม่ คุ้ ม กั บ การสู ญ เสี ย สุ ข ภาพของคนไทยใน ระยะยาว ซึ่ง สสส. และภาคีเครือข่ายมุ่งเชื่อมร้อย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชน และภาคส่วนต่างๆในสังคม ได้มาทำงานร่วม กัน เพื่อเป็นพลังสร้างความตระหนักให้สังคม รวมทังพัฒนาพืนทีตนแบบการคุมครองผูบริโภค ้ ้ ่้ ้ ้ ในเรื่องนี้ เพื่อมุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงใน ทางที่ ดี ต่ อ ผู้ บ ริ โ ภค เชื่ อ ว่ า คงจะได้ มี ค วาม เคลื่อนไหวเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้มากขึ้นใน ปีนี้ ซึ่งผมจะนำความคืบหน้ามาบอกกล่าวกัน เป็นระยะเช่นเคยครับ “คนไทยมีสุขภาวะอย่างยั่งยืน” สสส.มีหน้าทีสงเสริมสนับสนุนให้ประชาชนมี ่่ พฤติ ก รรมสร้ า งเสริ ม สุ ข ภาพและลดละเลิ ก พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำลายสุขภาพซึ่งนำ ไปสู่การมีสุขภาพกายแข็งแรงสุขภาพจิตสมบูรณ์ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีซ่ึงถือเป็นพัฒนาการด้าน สุ ข ภาพอี ก ด้ า นหนึ่ ง ซึ่ ง สำคั ญไม่ ยิ่ ง หย่ อ นกว่ า การรักษาพยาบาล อย่าลืมเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ตามช่องทางเดิม ดังนี้ Facebook : www.facebook.com/kunkris Twitter : www.twitter.com/kunkris 979 ชั้น 34 อาคาร เอส.เอ็ม. ทาวเวอร์ ถนนพหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม. 10400 โทร 0-2298-0500 ต่อ 1330 โทรสาร 0-2298-0499 หรือ e-mail : editor@thaihealth.or.th กองบรรณาธิการจดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพฉบับสร้างสุข 4 ‘สุข’ ประจำ�ฉบับ แร่ใยหิน...สารก่อมะเร็งใกล้ตัว “ประชาชนส่ ว นใหญ่ ไ ม่ รู้ จั ก ว่ า แร่ ใ ยหิ น คื อ อะไร และมาใกล้ชิดกับเราได้อย่างไร ทั้งที่ความจริงเป็นเรื่อง ใกล้ตัวผู้บริโภคมาก เพราะสินค้าที่มีส่วนประกอบของ แร่ใยหินถูกใช้ในหนึ่งในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ซึ่งก็คือ ที่ พั ก อาศั ย ” นั่ น คื อ คำอธิ บ ายที่ เ ข้ า ใจง่ า ยๆ จาก ‘รศ.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์’ แผนงานคุ้มครองผู้บริโภค ด้ า นสุ ข ภาพ จุ ฬ าลงกรณ์ ม หาวิ ท ยาลั ย โดยการ สนับสนุนของ สสส. ปัจจุบันแร่ใยหินที่ใช้เป็นส่วนประกอบผลิตสินค้า ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้างมากที่สุด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กระเบื้องหลังคา ซึ่งพบว่ามีส่วนผสม ของแร่ใยหินถึง 80% ฝ้า และเพดาน รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์ผ้าเบรกและคลัตช์ และมีใช้อยู่บ้างสำหรับ สลิง และชุดกันเพลิง มันเข้าสู่ร่างกายได้ยังไง การใช้วัสดุอุปกรณ์ ที่มีแร่ใยหินอย่าง ไม่ระวัง เช่น การตัด เลื่อย กระเบื้อง และวัสดุก่อสร้างที่มีแร่ใยหินที่อาจมีการ ฟุ้งกระจายของอณุภาคแร่ใยหิน รวมทั้ง การรื้อถอน ทุบ ทำลาย ล้วนส่งผลให้ เกิดโอกาสจากมะเร็งเยื่อหุ้มปอดและมะเร็ง ปอดได้ทั้งสิ้น 12 เมษายน 2554 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ ห้ามนำเข้าแร่ใยหินไครโซไทล์ และผลิตภัณฑ์ทมี ่ี ส่วนประกอบของแร่ใยหินไครโซไทล์เฉพาะกรณี และห้ามผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหิน ไครโซไทล์ทใช้วตถุดบอืนหรือใช้ผลิตภัณฑ์อนทดแทนได้ ี่ ั ิ ่ ื่ ผ่านไปเกือบ 1 ปีเต็ม ปริมาณการนำเข้าแร่ใยหินสูประเทศไทยกลับเพิมขึน จากข้อมูลการนำเข้าปี ่ ่ ้ 2554 พบว่า มีปริมาณการนำเข้าแร่ใยหิน 81,411 ตัน มากกว่า ปี 2553 ทีมจำนวน 79,250 ตัน ่ ี และยังพบว่าราคาแร่ใยหินต่อตันลดลง จากปี 2553 อยูที่ 14,150 บาทต่อตัน เหลือเฉลีย 13,660 ่ ่ บาทต่อตัน นันหมายความว่า คนไทยยังคงต้องเผชิญอยูกบ ‘ภัยร้าย’ ทีเ่ รียกว่า แร่ใยหิน นีอยู่ ่ ่ั ้ ใครอาจสงสัยว่า แร่ใยหินคืออะไร แล้วทำไมเราถึงต้องกลัวมันนัก? ไทยนำเข้าอันดับ 4 สวนทางกระแสโลก เครือข่ายยกเลิกการใช้แร่ใยหินเอเชีย ประเทศ ญี่ปุ่น ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ประเทศไทย เป็ น ประเทศที่ น ำเข้ า แร่ ใ ยหิ น มากเป็ น อั น ดั บ 4 ของโลก ซึ่งจะเป็นปัญหาที่สำคัญด้านสุขภาพ และมีค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาลในระยะอันใกล้ ในขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหภาพ ยุโรป ญี่ปุ่น แคนาดา สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลี ได้ประกาศห้ามนำเข้าและยกเลิก การใช้ แ ร่ ใ ยหิ นในผลิ ต ภั ณ ฑ์ ต่ า งๆ และอี ก หลาย ประเทศที่มีการจำกัดการใช้ นิตยสารสร้างสุข 5 อันตรายของแร่ใยหิน อันตรายสำคัญที่เกิดจากแร่ใยหิน คือ การที่อนุภาคของแร่ใยหินสามารถฟุ้ง กระจายสู่ปอด ทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับปอด เช่น โรคปอดอักเสบจากแร่ใยหิน มะเร็งปอด และมะเร็งเยื่อหุ้มปอด ซึ่งล้วนเป็นโรคร้ายแรง รักษาไม่หายและเกิด ตอนอายุมาก เพราะการเกิดโรคจะเกิดหลังได้รับแร่ใยหินประมาณ 20-30 ปี ซึ่ง จะทำให้ชีวิตสูงวัยพบความทุกข์ทรมานสาหัสก่อนตาย ในประเทศไทย เริ่มมีการพบผู้ป่วยโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดและโรคปอดอักเสบ จากแร่ใยหินเพิ่มขึ้น คาดว่าจะมีผ้ป่วยมะเร็งเยื่อหุ้มปอดจำนวนมากถึงกว่า 1,000 ู รายต่อปีในอนาคตอันใกล้ หากจำนวนการใช้แร่ใยหินมีปริมาณมากอย่างปัจจุบัน 4 นิตยสารสร้างสุข ความพยายามยกเลิกแร่ใยหินของไทย ประกาศกรุ ง เทพเพื่ อ ยกเลิ ก การใช้ แ ร่ ใ ยหิ น และขจั ดโรคจากแร่ ใ ยหิ น จัดโดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และองค์กรระหว่างประเทศ เช่น องค์การอนามัยโลก และองค์กรแรงงานประหว่างประเทศ มีมติที่ สำคัญคือ “ให้มีการยกเลิกการใช้แร่ใยหินในทุกประเทศทั่วโลก” ที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ต้องติดคำเตือนที่ ผลิตภัณฑ์ ข้อความว่า “ระวังอันตรายผลิตภัณฑ์นมแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ ้ี ี การได้รับสารนี้เข้าสู่ร่างกาย อาจก่อให้เกิดมะเร็งและโรคปอด” มาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหินในปี 2555 พร้อมส่งให้คณะรัฐมนตรี พิจารณา ใยหิ นไครโซไทล์ และผลิ ต ภั ณ ฑ์ ที่ มี ส่ ว นประกอบของแร่ ใ ยหิ นไครโซไทล์ เฉพาะกรณี และห้ามผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินไครโซไทล์ ที่ใช้วัตถุดิบอื่นหรือใช้ผลิตภัณฑ์อื่นทดแทนได้ ถึ ง แม้ จ ะมี ค วามพยายามยกเลิ ก การใช้ แ ละนำเข้ า แร่ ใ ยหิ น กระนั้ น ยังไม่เกิดนโยบายและมาตรการระดับประเทศที่เด่นชัด ที่จะนำไปสู่หลักประกัน ว่าประชาชนจะไม่ได้รับอันตรายจากแร่ใยหิน สินค้า ต้องมีฉลากคำเตือนแร่ใยหิน ก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ให้มีการกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบ ของแร่ใยหินเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก โดยจะต้องระบุข้อ แนะนำการใช้ คำเตือน รวมทั้งแสดงตราสัญลักษณ์เป็น รูปสี่เหลี่ยมด้านเท่า ยาวด้านละ 3 เซนติเมตร และ ข้อความเตือนว่าอาจก่อให้เกิดมะเร็งและโรคปอด ตัวอักษร ขนาดไม่ตำกว่า 5 มิลลิเมตร ใช้สตางจากสีพนผิวผลิตภัณฑ์ ่ ี่ ้ื เพื่อเป็นการให้ข้อมูลเบื้องต้นแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อ สินค้า ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ามาไม่ปฏิบัติไม่ฏิบัติตามต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ขายอต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ แต่เมือลงไปสำรวจยัง ่ ร้านค้า ก็พบว่า ผู้ผลิต สิ น ค้ า วั ส ดุ ก่ อ สร้ า งบาง รายไม่ ติ ด ฉลาก หรื อ จุดที่ติดก็ไม่ชัดเจนพอที่จะทำให้ผู้บริโภคสังเกตได้ สคบ. จึงอยู่ระหว่างการแก้ไขเรื่องการติดฉลากผลิตภัณฑ์คำเตือน ให้โดดเด่น รวมถึงการเตรียมออกสื่อโฆษณาทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อโทรทัศน์ เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วประเทศรับรู้ถึงความ อันตรายของการใช้สินค้าที่มีส่วนประกอบแร่ใยหิน กระทั่ง เลิกใช้สินค้าดังกล่าวในที่สุด ไม่มีแร่ใยหิน ไม่ทนทาน ความเชื่อผิดๆ จากข้อมูลของ ‘ดร.ไพบูลย์ ช่วงทอง’ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ยืนยันว่ากระเบื้องที่ไม่มีใยหิน ยังคงมีความคงทนตามมาตรฐาน สินค้าที่กำหนด และคงทนเกินการใช้งานจริงอยู่แล้ว เห็นได้จาก ในประเทศยุ โ รป โดยเฉพาะในเยอรมั น ที่ เ ลิ กใช้ ก ระเบื้ อ งที่ มี แร่ใยหิน ก็พิสูจน์เห็นว่า มีความคงทนดี สามารถทนทานต่อสภาวะ อากาศที่มีฝนตกเกือบทั้งปี และรับแรงกดทับจากหิมะได้เป็นระยะ เวลานานๆ และมีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยมากกว่าข้อสมมุติฐานว่า กระเบื้องที่ไม่มีแร่ใยหินจะมีอายุการใช้งานสั้น สำหรับการผลิตสินค้าทดแทน และการส่งออกในอนาคต ประเทศไทย ถือว่ามีโอกาสเป็นผู้นำในการผลิตสินค้าที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมได้ เพราะประเทศไทยมีความพร้อมสูงในแง่ผู้ผลิต ทีพร้อมรองรับผลิตสินค้าดังกล่าวรองรับตลาดอยูแล้ว เมือเปรียบเทียบ ่ ่ ่ กับเวียดนามและมาเลเซีย ที่อยู่ระหว่างกำลังศึกษาพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้านนี้ หยุด! ซื้อสินค้าที่มีแร่ใยหิน หลังน้ำท่วม ยามที่ผู้คนต้องซ่อมบ้าน หากไม่ดูฉลากคำเตือน ให้ดี ก็จะกลายเป็นว่า พวกเขาเหล่านั้น กำลังอยู่ท่ามกลาง “วงล้อม แร่ใยหิน” ยิ่งราคาของแร่ใยหินถูกลง ก็ย่ิงทำให้ผู้ผลิตบางรายที่ไม่ตระหนัก อันตราย เลือกที่จะใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคที่ขาด ความรู้ความเข้าใจ ดังนั้น หากต้องเลือกซื้อกระเบื้องมุงหลังคาหรือวัสดุก่อสร้างไม่ ว่าจะต้องซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม หรือ สร้างบ้านใหม่ สิ่งแรก ต้องดู ฉลากให้ดี และหรือถามร้านค้านั้นๆ ว่า สินค้าไหนที่ไม่มีแร่ใยหิน หรื อ ถามหาผลิ ต ภั ณ ฑ์ ท ดแทน ซึ่ ง สิ น ค้ า หลั ก ที่ มี ก ารใช้ แ ร่ ใ ยหิ น เช่น กระเบื้อง ฝ้า ท่อน้ำ เบรค คลัทช์ ปัจจุบันมีสินค้าที่ไม่ใช้แร่ ใยหินและสามารถใช้วัสดุอ่นทดแทนได้หมดแล้ว และราคาไม่แตกต่าง ื กันมากจนซื้อหาไม่ได้ แค่ เ พี ย งซื้ อ วั ส ดุ ท ดแทนกระเบื้ อ งมุ ง หลั ง คาที่ ไ ม่ มี แ ร่ ใ ยหิ น ก็เท่ากับว่า 80% ของผู้ซื้อมีโอกาสปลอดภัยจากแร่ใยหินแล้ว >> พ.ศ.2549 ในการประชุมนานาชาติในประเทศไทย มีการจัดทำ >> มีนาคม 2553 ออกประกาศว่าด้วยฉลาก โดยกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ >> กุมภาพันธ์ 2554 มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 หนุน >> เมษายน 2554 คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบ ห้ามนำเข้าแร่ รื้อบ้านอย่างไร ปลอดภัยจากแร่ใยหิน? การรื้อถอนอุปกรณ์ทั้งที่เกิดจากภาวะน้ำท่วม หรือ หากต้องซ่อมแซมบ้าน วิธี ป้องกันที่ง่ายที่สุด คือ ทำให้วัสดุที่จะรื้อถอนเปียกน้ำเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดฝุ่นฟุ้งกระจาย เพราะหากฟุ้งกระจายในระหว่างการรื้อถอน หรือ มุงหลังคา แล้วสูดดมเข้าไป ร่างกายก็จะสะสมจนก่อให้เกิดมะเร็งปอดได้ 6 นิตยสารสร้างสุข นิตยสารสร้างสุข 7 10 เกร็ดความ ‘สุข’ รู้ ห รื อ ไม่ ? การรื้ อ หลั ง คา อาคาร บ้านเรือนด้วยวิธีการที่ ผิ ด ๆ โดยการทุ บ ทำลายให้ กระเบื้องมุงแตกเพื่อประหยัด เวลา ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรค มะเร็ ง เยื่ อ หุ้ ม ปอด เพราะใน กระเบื้องมุงหลังคามีส่วนผสม ของแร่ใยหิน แร่เส้นบางๆมอง ด้วยตาไม่เห็น แต่เข้าสู่ร่างกาย ได้ด้วยการหายใจ ‘ผศ.พญ.ดร. พิ ช ญา พรรคทองสุ ข ’ อ า จ า ร ย์ ป ร ะ จ ำ ค ณ ะ แ พ ท ย ศ า ส ต ร์ มหาวิ ท ยาลั ย สงขลานคริ น ทร์ อธิ บ ายว่ า แร่ใยหินมีลักษณะเป็นเส้นใยขนาดเล็ก ไม่ สามารถมองเห็ น ด้ ว ยตาเปล่ า โดยจะฟุ้ ง กระจายในอากาศและจะสามารถเข้ า ทาง ระบบน้ำเหลืองจนถึงเยื่อหุ้มปอด ที่สำคัญ ส่งผลให้ผู้ที่ได้รับแร่ชนิดนี้มีความเสี่ยงต่อ การเกิดโรคมะเร็งปอด มะเร็งเยื่อหุ้มปอด และผังผืดที่ปอด ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ใยหิน เป็ น ส่ ว นประกอบ เช่ น กระเบื้ อ งยาง กระเบื้องแผ่นเรียบ ท่อน้ำ ผ้าเบรค โดย เฉพาะอย่างยิ่งกระเบื้องมุงหลังคา 8 นิตยสารสร้างสุข วิธีการรื้อกระเบื้องมุงหลังคาที่ทำได้ง่ายและปลอดภัยจากการได้รับแร่ใยหิน มี 3 ขั้น ตอนง่ายๆ เริ่มจาก สำรวจกระเบื้ อ งมุ ง หลั ง คาหรื อ วั ส ดุ ที่ จ ะทำการรื้ อ ถอนว่ า มี ส่ ว นใดชำรุ ด แตกหรือไม่ หากมีให้เก็บส่วนที่แตกใส่ถุงขยะพลาสติก พับปากถุงและมัดให้แน่นหนา ด้วยเทปกาว ติดฉลาก ระบุ ‘ขยะอันตราย’ หากเป็ น ขยะที่ มี ข นาดใหญ่ ไ ม่ ส ามารถบรรจุ ใ นถุ ง ขยะได้ ใ ห้ ใ ช้ พ ลาสติ ก หนา อย่างน้อย 200 ไมครอน ห่อหุ้มให้มิดชิด และติดฉลากวัตถุอันตรายเช่นกัน นำไปกำจัดในบริเวณที่ได้รับอนุญาตให้กำจัดวัตถุอันตราย ฉี ด น้ ำ หรื อ ทำให้ ก ระเบื้ อ งมี ค วามชื้ น หรื อ เปี ย ก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฟุ้งกระจายของแร่ใยหิน ตั ด ตะปู ที่ ยึ ด กระเบื้ อ งหลั ง คาติ ด กั บไม้ ห รื อ ขั น เกลี ย วออก หากเป็นตะปูเกลียว จากนั้นค่อยๆ ยกกระเบื้องออกทีละแผ่นและส่งลงมาด้านล่าง หัวใจสำคัญอยู่ตรงที่ต้องพยายามอย่าให้กระเบื้องแตก เนื่องจากเส้นใยแร่ใยหิน ที่ จ ะเป็ น อั น ตรายต่ อ ปอดจะเป็ น ส่ ว นผสมอยู่ ด้ า นในกระเบื้ อง แต่ ห ากเกิ ด ความ ผิดพลาดทำให้กระเบื้องแตก อย่าปล่อยให้กระเบื้องแห้ง และอย่าใช้ไม้กวาดกวาด เศษเล็กเศษน้อย ต้องใช้ผ้าเปียกเช็ดทำความสะอาด เก็บเศษใส่ถุง ฉีดน้ำให้เปียก ได้ยนกันมาบ้างแล้ว ถึงพิษภัยของ ‘น้ำมันทอดซ้ำเสือมสภาพ’ ทีมสารก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง ิ ่ ่ ี และมะเร็ง ซึ่งนับเป็นความเสี่ยงสำหรับคนไทย ซึ่งมีผลสำรวจออกมาว่าเรานิยมรับประทานอาหาร ประเภททอดกันมากเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียว ไม่วาจะเป็นไก่ทอด ลูกชินทอด ปาท่องโก๋ ่ ้ กล้วยทอดแสนอร่อย ล้วนต้องใช้น้ำมันใน การทอด และดูเหมือนว่าความเสี่ยงจากพิษ ภัยอันตรายจะได้รบความสนใจน้อยกว่าความ ั อร่อย มีการสำรวจพบว่า ในแต่ละปีคนไทย บริโภคน้ำมันพืชกว่า 800,000 ตัน! นี่ยัง ไม่นับรวมน้ำมันจากสัตว์ เช่น น้ำมันหมู หรือน้ำมันไก่ด้วยซ้ำ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประเด็น เรือง ‘ความปลอดภัยทางอาหาร และจัดการ ่ น้ำมันทอดซ้ำเสื่อมสภาพ’ ถูกนำเสนอในที่ ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เพราะนี่คือ วาระเร่งด่วนของประเทศเลยทีเดียว ใช้วิธี ‘แกะ’ แทน ‘ทุบ’ ข้อควรระวัง! รู้หรือไม่? ก่อโรคที่เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ ของคนไทย เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หลอด เลือดสมอง ไขมันในเลือด >> โรคมะเร็ง พบว่าอาหาร เป็นสาเหตุที่มีสัดส่วนมากที่สุดถึง 35% เทียบกับปัจจัยอื่นๆ >> การกิน เป็นสาเหตุสำคัญ นิตยสารสร้างสุข 9 มีอะไร อยู่ในน้ำมันทอดซ้ำ นอกจากการเปลี่ ย นแปลงทาง กายภาพที่ เ กิ ด ขึ้ น กั บ สี และกลิ่ น ของน้ ำ มั น เมื่ อ ใช้ ท อดซ้ ำ เป็ น เวลา นานๆ ยังเกิดการเปลียนแปลงทางเคมี ่ โดยน้ำมันทอดซ้ำที่เสื่อมสภาพจะมีสาร พิษอันตรายเกิดขึ้น 2 ตัว คือ >> โพลาร์ (Polar compounds) เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง กะทะไหนๆ ก็เสี่ยงเจอน้ำมันทอดซ้ำ การซื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นจากร้านค้า ตามข้างทาง ร้านของทอดในตลาด หรือ ตามศูนย์การค้าต่างๆ พบข้อเท็จจริงเกี่ยว กับพฤติกรรมการใช้น้ำมันทอดอาหารของ ผู้ประกอบการทุกระดับ เป็นน้ำมันที่นำกลับ มาทอดซ้ำไปเรือยๆ จะเปลียนหรือเติมน้ำมัน ่ ่ ใหม่ก็ต่อเมื่อเห็นว่าน้ำมันเก่าชักทำให้อาหาร ดูไม่น่าทาน เช่น น้ำมันมีสีดำคล้ำ ควัน ดำ หนืด เหม็นไหม้ และเป็นฟองเมื่อไร จึงได้เวลาเปลี่ยนน้ำมันเมื่อนั้น จากรายงานของสถาบั น วิ จั ย สั ง คม จุ ฬ าลงกรณ์ ม หาวิ ท ยาลั ย ภายใต้ ก าร สนับสนุนของแผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้าน สุขภาพ (คคส.) ศึกษาพบว่า ในช่วงที่น้ำมัน ทอดอาหารมีราคาปกติและไม่ขาดแคลนพบ มีการน้ำมันทอดอาหารเสื่อมสภาพ 34% ขณะที่ช่วงเวลาที่น้ำมันทอดอาหารแพงและ หาซื้อได้ยาก ในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 พบว่ า มี ก ารใช้ น้ ำ มั น ทอดซ้ ำ เสื่ อ มสภาพ มากกว่า 60% เลยทีเดียว! >> โพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (PAHs) เป็นสารทีกอให้เกิดโรคมะเร็ง ่่ น้ำมันทอดซ้ำ อันตรายยังไง? สารพิ ษ ทั้ ง 2 ตั ว ที่ พ บในน้ ำ มั น ทอดซ้ ำ เสื่ อ มสภาพ มีผลทำให้อัตราการตายของเซลล์เพิ่มขึ้นและแสดงผลต่อความ ผิดปกติของเซลล์อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น อาหารที่ทอดจากน้ำมัน ทอดซ้ำเสื่อมสภาพจำให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายสูงขึ้นด้วย สาร PAHs ยังพบได้ในไอที่ระเหยขณะทอดอาหาร เป็นอันตรายต่อ ตัวผู้ประกอบการอาหารเองที่สูดดมเข้าไปด้วย สอดคล้องกับรายงานทางระบาด วิทยาที่ศึกษาพบว่าแม่บ้านหญิงชาวจีนใต้หวันที่ไม่สูบบุหรี่ แต่ประกอบอาหารที่ใช้ น้ ำ มั น และเกิ ด ควั น คลุ้ ง กระจายเป็ น ประจำและต้ อ งสู ด ดมเป็ น เวลานาน มีอุบัติการณ์เป็นโรคมะเร็งปอดสูงอย่างมีนัยสำคัญ น้ำมันทอดซ้ำ เอาไปทำอะไร? ที่ผ่านมา การสำรวจพฤติกรรมของประชาชนที่ประกอบอาหารทอด พบว่ามีการทิ้ง น้ ำ มั น ที่ ไ ม่ ใ ช้ แ ล้ ว ลงในท่ อ ระบายน้ ำ ทำให้ ท่ อ อุ ด ตั น ส่ ง ผลกระทบต่ อ สิ่ ง แวดล้ อ ม ส่วนผู้ประกอบการ มีการนำน้ำมันเสื่อมสภาพไปขายให้กับผู้รับซื้อน้ำมันเก่า ซึ่งหลายครั้ง น้ำมันเสื่อมสภาพเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการนำไปฟอกสีให้ใส ใส่ถุงพลาสติกไม่มีฉลาก ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “น้ำมันลูกหมู” แล้วนำกลับมาจำหน่ายให้กับผู้ บริโภคตามตลาดนัด และตลาดสด หรือน้ำมันเสื่อมสภาพที่มีสีดำและความหนืดมาก จะถูก นำไปทาเส้นก๋วยเตี๋ยว ย้อนกลับมาเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคเอง การจัดการให้น้ำมันเสื่อมสภาพไปผลิตเป็นไบโอดีเซล จะช่วยตัดวงจรน้ำมันเสื่อมสภาพ ไม่ให้เข้ามาในวงจรอาหาร ยังเป็นพลังงานทดแทน ซึ่งมีการประมาณว่า หากน้ำมันเสื่อม สภาพทั้ ง หมดของประเทศถู ก จั ด การด้ ว ยแนวทางนี้ จะมี แ หล่ ง พลั ง งานทดแทนใช้ เ ป็ น เชื้อเพลิงในเครื่องยนต์การเกษตรที่มีรอบต่ำได้ดี ไม่น้อยกว่า 100 ล้านลิตรต่อปี! การดำเนินการเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัยจากพิษภัยของน้ำมันทอดซ้ำที่ดีที่สุด คือ ผู้ประกอบการเปลี่ยนน้ำมันทอดอาหารก่อนเสื่อมคุณภาพ ซึ่งจะทราบได้โดยรู้รอบระยะ เวลาเปลี่ยนน้ำมันใหม่ที่ใช้ทอดและการจัดการกับน้ำมันทอดเสื่อมสภาพแล้วอย่างเหมาะสม มิให้กลับสู่วงจรอาหารอีก นับเป็นเรื่องจำเป็นและเร่งด่วนของประเทศอย่างยิ่ง ระวัง! ความเข้าใจผิดๆ ความรู้ ท างวิ ท ยาศาสตร์ ก าร แพทย์ พ บว่ า การเติ ม น้ ำ มั นใหม่ ลงในน้ำมันทอดอาหารที่ใกล้เสื่อม สภาพ จะยิ่ ง เร่ งให้ น้ ำ มั น เสื่ อ ม สภาพเร็ ว ขึ้ น ดั ง นั้ น เพื่ อ ความ ปลอดภัย จึงต้องเปลี่ยนน้ำมันใหม่ ทุ ก ครั้ ง ที่ พ บว่ า น้ ำ มั น ทอดซ้ ำใกล้ เสื่อมสภาพ โดยห้ามเติมน้ำมันใหม่ ลงไปอีก รู้ได้อย่างไร เมื่อใดควรเปลี่ยนน้ำมัน? สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศกระทรวงฯ กำหนดปริมาณ สารโพลาร์ในน้ำมันที่ใช้ทอด หรือประกอบอาหารเพื่อจำหน่าย ให้มีได้ไม่เกิน 25% ของน้ำหนัก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาชุดทดสอบสารโพลาร์ในน้ำมันทอด ซ้ำอย่างง่าย เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการได้ตรวจสอบว่า ควรจะต้องเปลี่ยน น้ำมันใหม่เมื่อไร ชุดทดสอบที่มีชื่อเรียกกันว่า ‘ซุปเปอร์จิ๋ว’ นี้มีความ แม่นยำถึง 99.2% รู้ผลได้ภายใน 3 นาที นักเรียนหรือ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ก็สามารถทำได้ ที่สำคัญ คือราคาประหยัด เพียง 20 บาท ต่อการทดสอบแต่ละ ครั้งเท่านั้น ใช้น้ำมันทอดซ้ำ มีความผิด! กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 283) พ.ศ. 2547 กำหนดปริมาณ สารโพลาร์ในน้ำมันที่ใช้ทอดหรือประกอบอาหารเพื่อจำหน่าย ให้มีได้ไม่เกิน 25% ของน้ำหนัก ผู้ประกอบอาหารที่ฝ่าฝืน ถือเป็นการจำหน่ายอาหารผิดมาตรฐาน ฝ่าฝืนมาตรา ๒๕(๓) ของพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท 10 นิตยสารสร้างสุข 14 ‘สุข’ สร้�งได้ นำไปสู่ ก ารร่ ว มประกาศเจตนารมณ์ เ พื่ อให้ ก ารดำเนิ น นโยบายตามยุ ท ธศาสตร์ โ ลกในการจั ด การปั ญ หาจากการบริ โ ภคเครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ เพื่อลดอันตรายจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีข้อเสนอแนะเพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนนโยบายต่อในประเทศต่างๆ ดังนี้ ทุกวันนี้ มีคนทั่วโลกดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ถึงกว่า 2,000 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากร โลก! กว่า 2,500,000 คน ต้องเสียชีวิต จากการดื่มในแต่ละปี!! เพราะการดื่มเป็นสาเหตุการเกิดโรค และปัญหาสังคมตามมาหลายประเด็น เช่น เป็นสาเหตุเกิด โรคตับแข็งสูงถึง 20-50% โรคติดต่อที่สำคัญ เช่น การเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์ วัณโรครวมทั้งโรคไม่ ติดต่อเรื้อรังอาทิ เบาหวาน โรคหัวใจ ดังนั้นปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์คือปัญหาที่คุกคามสุขภาพของประชากรโลก ที่ทั่วโลกไม่อาจอยู่ นิ่งเฉย และต้องลุกขึ้นมาร่วมมือกันเพื่อจัดการกับปัญหานี้ การจัดประชุมนโยบายแอลกอฮอล์ระดับโลก หรือ Global Alcohol Policy Declaration (GAPC) จึงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก โดยประเทศไทยได้รับคัดเลือกจากนานาชาติให้เป็นเจ้าภาพ! เพราะประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่มีการทำงานขับเคลื่อนเพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ได้รับการยอมรับจากหลายประเทศ การประชุม GAPC ครั้งแรก มีนักวิชาการ ตัวแทนภาคประชาชน ภาคสาธารณสุข ภาครัฐ นักรณรงค์ และสื่อมวลชนจาก 59 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมประชุมกว่า 1,200 คน มีการแบ่งแยก หัวข้อการประชุม เปิดโอกาสให้คนทำงานจากทั่วทุกมุมโลกได้แลกเปลี่ยนความรู้ และเสนอแนะ แนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน สนั บ สนุ น สร้ า งความเข้ ม แข็ ง และ ผสมผสานมาตรการที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ใน ยุทธศาสตร์โลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการที่ มีประสิทธิผลของความคุ้มค่า และควรผนวก เข้ า ไปในกระบวนการวางแผนทางด้ า น สาธารณสุขและนโยบายการพัฒนาสังคม และ เศรษฐกิจ ส่งเสริมให้องค์กรภาคประชาสังคมที่ไม่มี ความเกี่ ย วข้ อ งกั บ อุ ต สาหกรรมเครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ แ ละไม่ มี ผ ลประโยชน์ ทั บ ซ้ อ น มีบทบาทสนับสนุนภาครัฐ เพื่อให้เกิดนโยบาย การควบคุมแอลกอฮอล์ที่มีประสิทธิผล สนับสนุนด้านทรัพยากรทีเพียงพอและยังยืน ่ ่ ผ่านช่องทางทางการเงิน รวมถึงการขึ้นภาษี หรื อ การเก็ บ เงิ น พิ เ ศษสำหรั บ เครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ และแบ่งรายได้ที่จัดเก็บได้ให้แก่ แผนงานรณรงค์เพื่อลดอันตรายที่เกิดจากการ บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พั ฒ นาและสร้ า งความเข้ ม แข็ ง ของระบบ ติ ด ต า ม ต ร ว จ ส อ บ แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ผ ล ทั้งสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และความเข้มแข็งของนโยบาย การประชุมครังแรกในเวทีระดับโลกนี้ ้ แม้ว่ายังไม่สามารถออกเป็นอนุสัญญา ใดๆ ร่วมกันได้ แต่เปรียบเสมือนเป็น หลักไมล์แรก ที่ท่วโลกจะจริงจัง ทำงาน ั ร่ ว มกั น ในการร่ ว มหา ยุทธศาสตร์เกียวกับ ่ ก า ร ค ว บ คุ ม เ ค รื่ อ ง ดื่ ม แอลกอฮอล์แล้ว เสียงโปงลาง และการร้องรำผูไ้ ท ทีคกคักอยู่ ่ึ ในห้องอาหาร ฮอล 9 อิมแพคเมืองทองธานี ในงานประชุ ม นโยบายแอลกอฮอล์ ร ะดั บโลก คือ ส่วนหนึ่งของแสดงพื้นบ้านจากเยาวชนไทย ที่กำลังสร้างสีสันให้บรรยากาศระหว่างพักเที่ยง ไม่เคร่งเครียดจนเกินไปนัก และยังเป็นการแสดงให้ชาวต่างชาติได้รบรู้ ถึง ั การใช้เวลาทำกิจกรรมยามว่างของเยาวชนไทย เพือให้หางไกลเครืองดืมแอลกอฮอล์และสารเสพ ่ ่ ่ ่ ติดด้วย ผูเ้ ข้าร่วมประชุมจากต่างชาติหลายคนให้ความ สนใจ หยุดดู และไถ่ถามว่าการละเล่นนีคออะไร ้ื และพวกเขามาจากหน่วยงานใด คำตอบที่ได้รับ ก็คือ พวกเขาเป็น ‘เครือข่ายองค์กรงดเหล้า’ หลังจากเสร็จสิ้นการแสดงผู้ชมชาวต่างชาติ พากันเดินเข้าไปหยิบเอกสารทีระบุถงการรณรงค์ ่ ึ งดเหล้ าในเทศกาลประเพณี ข องไทยทุ ก ภาค ทำให้เยาวชนกลุ่มนี้ได้รู้ว่า การละเล่นของพวก เขาไม่ได้สูญเปล่า มันทำให้งานของเครือข่ายฯ ได้เผยแพร่ออกไปสู่สายตาชาวโลกอย่างแท้จริง “แฟต” สรรพศิลป์ แสนธิจักร นักแสดง วงโปงลาง จากโรงเรี ย นนาไคร้ พิท ยาสรรพ์ จ.กาฬสิ น ธิ์ เล่ า ว่ า การแสดงโปงลางและ รำผู้ไท จะเน้นที่การอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน และการแสดงเพื่อสร้างรายได้ ที่ผ่านมา มีเพื่อนหลายคนก็เข้าใจว่าต้อง ดื่มเหล้าย้อมใจก่อนแสดง ซึ่งไม่จริง เพราะถ้าเมาการแสดงก็ล้มเหลว ตนและเพื่อนร่วมทีมจึงไม่เคยแตะต้องแอลกอฮอล์ หลังจากทุ่มเทกับการ แสดงจนชำนาญ ก็หันมาแสดงในกิจกรรมรณรงค์งดเหล้า ซึ่งทุกที่ทีมี การแสดงก็จะมีการพูดเชิญชวนมาให้คนในพื้นที่ร่วมร้องรำ ด้วยกันโดย ปราศจากเหล้า หากพบเห็นการตังกลุมดืมก็จะหยุดแสดงทันที เพือสะท้อนให้ ้ ่ ่ ่ เห็นว่า แอลกอฮอล์ขัดขวางความบันเทิง ละสายตาจากการละเล่นพื้นบ้าน มองออกมานอกที่ลานกิจกรรมของ สคล. ยังพบเครือข่ายของ สสส. อีกหลายองค์กรที่มีการแสดงเพื่อรณรงค์ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างการแสดงของเครือข่ายละครรณรงค์งด เหล้า (ดีดี๊ดี) ที่นำเสนอละครชุด “โศกนาฏกรรมให้เหล้าเท่ากับแช่ง” ที่ให้ เยาวชนได้มีโอกาสร่วมคิดแนวทางการดำเนินเรื่องภายใต้แนวคิดที่ว่า “ให้ เหล้าเท่ากับแช่ง” โดยพยายามสื่อความหมายของการงดมอบของขวัญเป็น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเป็นภัยต่อสุขภาพ ซึ่งเยาวชนที่มาร่วม ต่างก็เต็มที่กับการถ่ายทอดสื่อสารพัดรูปแบบเพื่อรณงค์ให้สังคมไทยลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เช่นกัน ‘ธีระ วัชรปราณี’ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า บอกว่า เหตุผลที่ต้องสื่อสารผ่านการแสดงที่หลากหลาย ก็เนื่องจากสังคม ไทยเป็นสังคมใหญ่ รักกันเสมือนเครือญาติ การจะออกแบบแนวความคิด เพื่อสร้างสรรค์สื่อ ก็จำต้องจับประเด็นของการรักและทะนุถนอมคนรอบ ข้าง อย่างพ่อ แม่ ครอบครัว เพื่อน คนรัก เพื่อมาเป็นตัวกระตุ้นให้คน มีแรงใจที่จะเลิกดื่ม ซึ่งวิธีนี้ใช้ได้ผล ทำให้แต่ละปีมีการขยายเครือข่ายเพื่อ ทำกิจกรรมมกขึ้นส่งผลให้คนในชุมชนเริ่มห่างจากเหล้าเบียร์ และเข้ามามี ส่วนร่วมรณรงค์กิจกรรมต่อไป เกิดเป็นความเข้มแข็งที่สมบูรณ์ 12 นิตยสารสร้างสุข นิตยสารสร้างสุข 13 14 ‘สุข’ สร้�งได้ มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2554 สร้างความเสียหายต่อคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในพื้นที่ เส้นทางน้ำผ่าน ทั้งทรัพย์สิน เงินทอง ร่างกาย และสภาพจิตใจ การเดินหน้าเร่งหาแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้ ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เสียงสะท้อนหนึ่งที่สำคัญและควรจะถูกนำมาใช้ ประกอบการวางแผนป้องกันน้ำ ท่วมซ้ำคือ ความคิดเห็นจากชาวบ้านผูประสบภัย ข้อมูลจากแผนงานสร้างเสริมนโยบาย ้ สาธารณะที่ดี (นสธ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 3,048 คน ใน 3 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ ที่มีต่อการจัดการอุทกภัยที่เกิดขึ้นในเขต กทม. และปริมณฑล ปี 2554 สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาในอนาคต กลุ่มตัวอย่างมากกว่า 60% เห็นด้วยกับ มาตรการด้านการลงทุนและก่อสร้าง เช่น สร้างระบบแก้มลิง ระบบระบายน้ำขนาด ใหญ่ระบบคลองย่อย แม้ชาวบ้านมากกว่าครึ่งจะเห็นว่าการสร้างสิ่งก่อสร้างจะช่วยป้องกันน้ำท่วมซ้ำได้ แต่ในความเป็นจริงการอาศัยเพียงสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงพอ! ‘ศ.ดร.มิ่งสรรพ์ ขาวสะอาด’ ผู้อำนวยการ นสธ. ให้ความเห็นว่า มาตรการที่ต้อง ใช้ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในอนาคต ในส่วนที่เป็นมาตรการที่ไม่ใช้สิ่งก่อสร้างสำคัญ กว่า โดยรัฐควรดำเนินการอย่างน้อย 3 เรื่องหลัก “มาตรการป้ อ งกั น น้ ำ ท่ ว มที่ เ ป็ น สิ่ ง ก่อสร้าง ต้องใช้เงินลงทุนเยอะถึง 4 แสน ล้ า นบาท แต่ ห ากไม่ ด ำเนิ น การกำกั บ พฤติกรรมของประชาชนด้วยมาตรการป้องกัน น้ำท่วมซ้ำไม่มีทางสำเร็จ เงิน 4 แสนล้าน บาทก็ จ ะกลายเป็ น เงิ น ที่ ล ะลายไปกั บ น้ ำ เช่น ทำแก้มลิง แต่ยังปล่อยให้คนเข้าไปอยู่ ในพื้นที่ เมื่อน้ำท่วมก็ต้องชดเชยค่าเสียหาย ให้คนเหล่านี้ เพราะฉะนัน มาตรการทีไ่ ม่ใช่ ้ สิ่งก่อสร้างต่างๆ จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญใน การนำไปสู่ความสำเร็จที่จะป้องกันน้ำท่วม” : ศ.ดร.มิ่งสรรพ์ ขาวสะอาด หากเป็นพื้นที่ต่ำ ลุ่ม หรือน้ำท่วมซ้ำซากไม่ควรให้เข้าไปอยู่อาศัย ถ้าเป็นที่ดินที่มี กรรมสิทธิ์ต้องกำกับที่ตั้งและลักษณะของอาคารในพื้นที่ โดยจัดทำแผนการใช้ประโยชน์ ที่ดิน และไม่ควรเปลี่ยนบ่อยๆ ตามผู้มีอำนาจ แต่ควรเปลี่ยนเมื่อเห็นว่าแผนหมดอายุ นอกจากนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ควรศึกษาพื้นที่ของตนเองว่าพื้นที่ บริเวณใดควรทำเป็นแก้มลิง เพราะเป็นองค์กรที่รู้สภาพพื้นที่ดีที่สุด เมื่อมีข้อมูลพื้นที่ รู้ว่าพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมมีลักษณะเป็นอย่างไร เป็นพื้นที่ที่ไม่อาจจะ หลีกเลี่ยงน้ำท่วมหรือไม่ รวมถึงควรรู้ว่า ประชาชนได้รับความเสียหายอย่างไร จากนั้น จึงจะเข้าไปเจรจากับคนในพื้นที่ เพื่อให้ดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ มาตรการต่างๆ เช่น เก็บสวะ ขุดลอกคูคลอง ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจว่า การจัดการ ปัญหาเรื่องน้ำท่วมเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วม องค์กรนี้ ต้องปลอดจากการเมือง ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว และจะ ต้องเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนให้มากที่สุด และตลอดเวลา เหตุที่ต้องมีองค์กรอิสระ ด้ า นน้ ำ เนื่ อ งจากที่ ร าบภาคกลางของประเทศไทยสภาพพื้ น ที่ ต่ า งจากที่ อื่ น คื อ น้ำเดินทางช้า จึงมีเวลาร่วมเดือนในการบริหารจัดการน้ำกว่าทีนำจะเดินทางถึงกรุงเทพฯ ่ ้ เพิ่มช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยว กับน้ำท่วมนอกจากโทรทัศน์ โดยเฉพาะพืนที่ ้ ห่างไกล เช่น การส่งข้อความผ่านโทรศัพท์ มือถือ หรือการสื่อสารโดยตรง ต้องการควบคุมการใช้ที่ดิน เขาสำรวจพบอะไรอีก? กลุมตัวอย่างเห็นตรงกันว่า ‘หน่วย ่ งานทหาร’ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพในการดู แ ล ประชาชนมากที่สุด ขณะที่กลุ่มตัวอย่างใน จ.ปทุ ม ธานี มี ค วามเห็ น ว่ า องค์ ป กครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีประสิทธิภาพในการ ดูแลประชาชนมากที่สุด >> กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 35-49% ไม่ ต้ อ งการจ่ า ยเงิ นในการสนั บ สนุ น การ ก่อสร้างเพื่อป้องกันน้ำท่วม แต่เห็นด้วยกับ แนวทางการระดมทุน และรับบริจาค >> กลุมตัวอย่างมากกว่า 55% เห็นว่า ่ ภาครัฐควรให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามหลักเกณฑ์ที่ว่า ผู้ที่ถูกน้ำท่วมนานกว่า ควรได้รับการสงเคราะห์มากกว่า >> ต้องจัดการความขัดแย้ง ต้องมีองค์กรอิสระด้านน้ำ รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการสนับสนุน อปท. ให้มีบทบาทสูงในด้านการเตรียมการ ป้ อ งกั น น้ ำ ท่ ว มในระดั บ ท้ อ งถิ่ นให้ ม ากขึ้ น เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ใกล้ตัวประชาชน มากที่สุด 14 นิตยสารสร้างสุข รัฐบาลควรให้ความรู้ความเข้าใจถึงความ สำคัญในการป้องกันพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ว่าไม่ใช่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่อง ของการคุ้มครองชีวิตคน 5-6 ล้านคน สื่อมวลชนควรให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องมาตรการป้องกันน้ำท่วม โดยเฉพาะมาตรการที่ ไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง เช่น การควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดี การออกข้อบัญญัติของ อปท. ในการ ควบคุมอาคารในเขตน้ำท่วมซ้ำซาก เน้นการสร้างความร่วมมือของคนในชุมชนเพื่อลดความ ขัดแย้ง นอกเหนือจากให้ความสำคัญเรื่องสิ่งก่อสร้าง นิตยสารสร้างสุข 15 14 ‘สุข’ รอบบ้�น หลายคนคงเคยได้ยินแต่ว่า คุณแม่ขอลาคลอด แต่ที่จริงแล้วใน เวลาที่คุณแม่เพิ่งคลอดลูก คุณพ่อเองก็มีบทบาทสำคัญในช่วงเวลานี้ เช่นกัน เพราะมีผลงานวิจัยชี้ชัดว่า คุณพ่อที่ได้อุ้มลูกตั้งแต่ชั่วโมงแรก ที่คลอด ได้ช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือแม้แต่จับนิ้วมือนิ้วเท้าลูกเล่น จะมี ความผูกพันกับลูกมากกว่าคุณพ่อที่พลาดโอกาสดังกล่าว การที่มีคนใกล้ชิด เช่นคุณพ่อ มาช่วยแบ่งเบาภาระการเลี้ยงดูลูก จะทำให้ครอบครัวมีความสุข คุณแม่ที่พึ่งคลอดลูกมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ภาระงานคุณแม่น้อยลง มีเวลาอยู่ลูกมากขึ้น สามารถให้นมลูกอย่าง สบายใจ เห็นว่าคุณพ่อเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง ที่สามารถช่วยให้ครอบครัว เป็นครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งตอนนี้ แนวคิดเรื่อง คุณพ่อลาคลอด กำลังเกิดขึ้นจริงแล้ว เมื่อมติ คณะรัฐมนตรีที่มีไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2553 ได้รับการประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ให้ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาไปช่วยเหลือภริยาโดยชอบด้วย กฏหมายที่คลอดบุตร เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับ จนถึงผู้มี อำนาจอนุญาต ก่อนหรือในวันที่ลาภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่คลอดบุตร ครั้งหนึ่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 15 วันทำการนั่นเอง เป็นไอเดียทีสร้างสรรค์ และน่าชืนชมจริงๆ สำหรับ โครงการบริการสุขภาพไร้รอยต่อด้วย ่ ่ “รถเมล์สายสุขภาพขุนหาญ” ทีโ่ รงพยาบาลขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ นำมานำเสนอในงานมหกรรม สุขภาพชุมชน ครังที่ 2 ทีจดขึนภายใต้แนวคิด “จากความรูสระบบการจัดการใหม่ จินตนาการ ้ ่ั ้ ้ ู่ เป็นจริงได้ไม่รจบ : ประตูสการพัฒนา ชุมชนท้องถินสุขภาวะ” เมือปลายเดือนมกราคมทีผานมา ู้ ่ ู่ ่ ่ ่่ ซึ่งโครงการนี้เริ่มมาจาก แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลขุนหาญ สำรวจพบว่ามีผู้ป่วยถึง กว่า 13% ทีไ่ ม่ยอมไปรับการตรวจรักษาทีจำเป็น ณ โรงพยาบาลศรีสะเกษ และสถานพยาบาล ่ อื่นๆ ที่มีแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งโรงพยาบาลขุนหาญได้ส่งต่อไปรักษา โดยมากเป็นผู้ป่วยสูงอายุ ตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ด้วยเหตุผลว่า ไม่สามารถเดินทางไปยังโรงพยาบาลศรีสะเกษได้เอง เพราะ ติดปัญหาค่าเดินทาง ความหวาดกลัวในการไปยังสถานที่ไกลบ้าน ไม่อยากห่างไกลลูกหลาน โรงพยาบาลขุนหาญ จึงได้ริเริ่มการเดินรถเมล์สายสุขภาพ โดยการนัดหมายผู้ป่วยไม่ ฉุกเฉิน แต่ต้องส่งต่อเพื่อพบแพทย์เฉพาะทาง มาขึ้นรถเมล์ประจำ ทางทีโรงพยาบาลจ้างเหมาไว้ ซึงด้วยงบประมาณจำกัด จึงมีเฉพาะ ่ ่ แค่ทุกวันพุธ โดยการเดินทางแต่ละครั้งจะมีพยาบาลคอยดูแล ตลอดการเดินทาง ซึ่งใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง พร้อมกับรอรับ ทุกคนกลับในตอนเย็น ทำให้ในปี 2554 มีผู้ป่วยที่ไม่สามารถ เข้าถึงบริการสุขภาพเพียง 0.8% เท่านั้น นับว่าน่าชื่นชม และน่าเอาเป็นแบบอย่างจริงๆ โดยขอให้ตัดสินใจเรื่องการไม่ขึ้นทะเบียน และยกเลิกสารพิษเหล่านี้ภายใน 3 เดือน เนื่องจาก ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ยืนยันชัดเจนว่าสารเคมีกำจัดศัตรู พืชทั้ง 4 ชนิดมีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง มีการตกค้างสูงในพืชผัก และหลายประเทศได้เลิกใช้แล้ว ‘นายจิรากร โกศัยเสวี’ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ทางกรมวิชาการเกษตรเห็น พ้องที่จะเสนอให้มีการแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้ง 4 ชนิดนี้ แม้ว่าอำนาจการตัดสินใจ สุดท้ายอยู่ที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยจะเตรียมเปิดเผยข้อมูลการขึ้นทะเบียนตามที่ภาค ประชาชนเรียกร้อง ไม่นานมานี้ เครือข่ายประชาสังคมได้ยื่น ข้ อ เรี ย กร้ อ งต่ อ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพือยืนข้อเรียกร้องไม่ให้ขนทะเบียนสารเคมีกำจัด ่ ่ ้ึ ศัตรูพชมีพษร้ายแรง 4 ชนิด คือ คาร์โบฟูราน ื ิ ไดโครโตฟอส เมโทมิล และอีพีเอ็น หลังพบ แนวโน้มว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะอนุญาตให้มี การขึ้นทะเบียนสารเคมีอันตรายร้ายแรงเหล่านี้ ออกอากาศไปแล้วหลายตอน สำหรับรายการ ดีๆ ที่จะทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นด้วยจักรยาน อย่าง Bicycle Diary ซึ่งเป็นเรื่องราวของจักรยาน ทั้งในมุมมองด้านบุคคล และมุมมองด้านสังคม ที่สอดแทรกสาระที่เป็นประโยชน์ไปพร้อมๆ กัน ในรายการยังนำเสนอเส้นทางของการใช้ จักรยานตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งจะเปลี่ยนไปใน แต่ ล ะตอน แถมด้ ว ยภารกิ จ สำหรั บ พิ ธี ก ร “เจฟฟรี่ เบญจกุลวิวัฒน์” ที่จะต้องทำในแต่ละ ตอน โดยมีอุปกรณ์หลักของการทำภารกิจคือ จักรยาน ที่แสดงให้เห็นว่า การใช้จักรยานใน ชีวตประจำวันนันเป็นไปได้ และคุณผูชมก็สามารถ ิ ้ ้ ใช้ จั ก รยานของตั ว เองทำภารกิ จ เหล่ า นี้ ไ ด้ เช่นกัน ติดตามได้ทางไทยบีพีเอส ทุกวันเสาร์ เวลา 10.30-11.00 น. หรื อ แวะไปติ ด ตาม เรื่องราวของรายการเพิ่มเติม พร้อมชม รายการย้อนหลังได้ที่ facebook เพจ ‘รายการ Bicycle Diary’ และ www. thaipbs.or.th/BicycleDiary 16 นิตยสารสร้างสุข 18 ‘สุข’ ไร้ควัน 19 ‘สุข’ เลิกเหล้� ม.ซิดนียประกาศตัวเป็นเขตปลอดควันบุหรี่ ์ เสนอประกันสุขภาพภาครัฐอเมริกา เก็บค่าร่วมจ่ายจากสิงห์อมควัน นักศึกษาวัย 20 ปี ในเมืองยอร์ค ประเทศอังกฤษ ถูกตำรวจจับดำเนินคดี เพราะต้องสงสัยว่าพ่อหนุ่มคือคนที่ปาร์ตี้กับเพื่อนที่หอพักจนเมาเละ ก่อนเล่น แผลงๆ ด้วยการจับเอาหนูแฮมสเตอร์ของเพื่อนร่วมห้องโยนเข้าไปในกระทะใส่ น้ำมันร้อนๆ ทำให้หนูน้อยที่น่าสงสารต้องตายอย่างทรมาน เรื่องทั้งหมดถูกเปิดเผยเมื่อมีคนโทรไปแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบห้องพักนัก ศึกษาดังกล่าว เนื่องจากพบว่ามีการจัดปาร์ตี้แล้วส่งเสียงดังก่อความรำคาญ เมื่อตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ ก็เจอซากหนูแฮมสเตอร์เคราะห์ร้าย สอบไปสอบมา ดูเหมือนว่าหนูถูกทอดทั้งที่ยังเป็นๆ หนุ่มนักศึกษาคนดังกล่าวเลยโดนจับใน ข้อหาทรมานสัตว์คุ้มครอง นศ.เมืองผูดถกจับฐานเมาแล้วทอดหนูแฮมสเตอร์เป็นๆ ้ีู และแล้วมหาวิทยาลัยแห่งซิดนีย์ ในประเทศออสเตรเลียก็ ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า ต่อนี้ไปมหาวิทยาลัยจะเป็น เขตปลอดบุ ห รี่ โดยมี ผ ลบั ง คั บใช้ ม าตั้ ง แต่ สิ้ น เดื อ นมกราคม หลังจากได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยเป็นที่เรียบร้อยใน เดื อ นธั น วาคมปี ที่ ผ่ า นมา ผู้ อ ำนวยการฝ่ า ยทรั พ ยากรบุ ค คล ‘โคลิน สตรีทเตอร์’ ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของมหาวิทยาลัย แห่งซิดนีย์ สอดรับกันกับความเคลื่อนไหวในมหาวิทยาลัยอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่องการปกป้องทั้งนักศึกษาและบุคลากรจากควันบุหรี่ มือสอง สำหรับมหาวิทยาลัยที่ได้ประกาศตัวเป็นเขตปลอดควันบุหรี่ ไปแล้ว ณ วันที่ 1 มกราคม ได้แก่ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ออสเตรเลีย มหาวิทยาลัยเคอร์ติน มหาวิทยาลัยอีดิธ โควาน ขณะที่มหาวิทยาลัยเมอร์ด็อค ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินนโยบาย ตามอย่างกันในปีหน้าแน่นอน มหาวิทยาลัยอเดเลด ได้ค่อยๆ เปลี่ยนตัวเองให้เป็นเขตปลอดควันบุหรี่ได้สำเร็จลุล่วงในเวลา 2 ปีที่ผ่านมาแล้ว มหาวิทยาลัยแมคควอรีย์ บอกว่าปีนี้จะทบทวน แผนที่ ว างไว้ ว่ า จะผั น ตั ว เองให้ ก ลายมาเป็ น สถานศึ ก ษาปลอด บุหรี่ให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2015 สำหรับมหาวิทยาลัยแห่งซิดนีย์ ได้ เ ริ่ ม ปู ท างมาตั้ ง แต่ เ ดื อ นตุ ล าคมปี ก ลาย โดยได้ สั่ ง ห้ า มการ จำหน่ายบุหรี่ในรั้วมหาวิทยาลัยก่อนเป็นอันดับแรก 18 นิตยสารสร้างสุข ในเมื่ อ บริ ษั ท ประกั น สุ ข ภาพเอกชนสามารถชาร์ จ ผู้ สู บ บุ ห รี่ เพิ่มได้ แล้วทำไมโครงการหลักประกันสุขภาพของภาครัฐ อย่าง ‘เมดิคเอด’ ของสหรัฐอเมริกาจะเรียกเก็บค่าร่วมจ่ายจากคนไข้ที่ เป็นผู้สูบบุหรี่บ้างไม่ได้ ประเด็นนี้กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่าง กว้างขวางในสหรัฐฯ มีทั้งที่สนับสนุน และไม่เห็นด้วย จนถึง ขั้นที่มีการเสนอร่างกฎหมายเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาแล้ว สาระสำคัญว่าด้วยผู้ประกันตนที่เป็นผู้สูบบุหรี่จะถูกเรียกเก็บค่า ร่ ว มจ่ า ยในอั ต ราที่ สู ง ขึ้ น กว่ า ปกติ บนพื้ น ฐานที่ ว่ า พวกเขามี พฤติกรรมทางสุขภาพที่ไม่ดี และมีแนวโน้มเป็นภาระแก่ระบบ หลักประกันสุขภาพของรัฐ สมาคมโรคปอดอเมริกัน เป็นเผยข้อมูลว่า คนสูบบุหรี่ใน ระบบหลักประกันสุขภาพเมดิคเอดมีอยู่ประมาณ 60% ของ ทั้งหมด ซึ่งถือว่ามีอัตราส่วนมากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่เสียอีก แค่ ในรัฐยูทาห์แห่งเดียว ปีๆ หนึ่ง การสูบบุหรี่ทำให้เกิดภาระค่า ใช้จ่ายด้านสุขภาพของโครงการเมดิคเอดมากถึง 104 ล้าน เหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามสมาคมโรคปอดอเมริกน กลับเสนอว่า ั การขึ้นภาษีบุหรี่น่าจะสัมฤทธิ์ผลมากกว่าวิธีการเชิงลงโทษเช่นนี้ ที่รัฐเวอร์จิเนียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังมีการพิจารณาร่างกฎหมายใหม่ ที่ จ ะมี ผ ลบั ง คั บให้ ค นที่ เ คยต้ อ งโทษในคดี เ มาแล้ ว ขั บ มาก่ อน ต้ อ งเป่ า เครื่ อ ง ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจก่อนที่ระบบจะยินยอมให้สตาร์ทเครื่อง รถยนต์ได้ กล่าวคือหากเคยมีประวัติเมาแล้วขับ จะถูกบังคับให้ติดตั้งชุดล็อคกัน คนเมาขับรถในรถของตัวเอง เพื่อเป็นการพิสูจน์ในทุกครั้งไปว่า เขาไม่ได้เมา ก่อนจะออกสู่ท้องถนนและเสี่ยงไปก่ออุบัติเหตุ แนวคิดนี้ได้เสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากองค์กรแม่ต่อต้านคนเมาขับรถ หรือ แมดด์ ที่ออกมาระบุว่า ปัจจุบันนี้มีรัฐทั้งสิ้น 15 รัฐที่ได้เริ่มบังคับให้ผู้ เคยถูกดำเนินคดีเมาแล้วขับมาก่อนต้องติดเครื่องอุปกรณ์ตรวจวัดแอลกอฮอล์ ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ รั ฐ บาลสกอตแลนด์ ออกแอพพลิ เ คชั่ น สำหรั บ สมาร์ ทโฟน ที่ เ รี ย กชื่ อ ว่ า “ไทม์แมชชีนสำหรับนักดืม” ทีสามารถสร้างภาพจำลองใบหน้าของผูใช้ในอนาคตอีก ่ ่ ้ 10 ปีข้างหน้า ว่าจะเป็นสภาพไหนหากยังดื่มแอลกอฮอล์อยู่อย่างปัจจุบัน โดย มีกลุ่มเป็นหมายเป็นผู้หญิง ไอเดียดีๆ แบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลสกอตแลนด์ที่ มุ่ ง มั่ น รณรงค์ เ ปลี่ ย นพฤติ ก รรมเรื่ อ งการดื่ ม น้ ำ เมาของประชากรในประเทศ วิธีใช้โปรแกรมก็แสนง่ายเพียงถ่ายรูปใบหน้าของตัวเองลงไป ใส่ข้อมูลเรื่อง ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มจากนั้นเครื่องจะสร้างภาพจำลองขึ้นมาให้ดู แอพฯนี้น่าจะมีให้ใช้ในประเทศไทยบ้าง นิตยสารสร้างสุข 19 เวอร์จเิ นียเล็งออกกฎหมายบังคับติดเครืองล็อคกันคนเมาขับรถ ่ สกอตแลนด์ออกแอพพลิเคชัน ‘ไทม์แมชชีนสำาหรับนักดืม’ ่ ่ 21 คลิกสร้าง ‘สุข’ อย่างที่ ‘สร้างสุข’ ได้นำมา เกริ่ น เอาไว้ ตั้ ง แต่ ฉ บั บ ที่ แ ล้ ว เรืองที่ สสส. ได้เปิดตัวเว็บไซต์ ่ Thaihealth.com ที่รองรับ คนพิการทุกประเภท รวม ถึงผู้สูงอายุ สามารถเข้า มาใช้ ห าข้ อ มู ล ความรู้ สุขภาพได้โดยไร้ข้อจำกัด วันนี้ เราจะพาไปดูว่า เจ้าเว็บไซต์ที่รองรับคนพิการนี้ มันทำงานอย่างไร... สำหรับผู้คนธรรมดาอาจจะคิดไม่ออกว่า คนพิการเขาท่องเว็บกันอย่างไร และลำบากแค่ไหน เช่น ผู้พิการทางสายตา จะไม่สามารถอ่านเนื้อหาในเว็บไซต์ได้ ต้องอาศัยการฟังเสียง ซึ่งเว็บไซต์ ที่คนตาบอดจะใช้ได้ จึงต้องมีการใส่โปรแกรมเพื่อให้สามารถฟัง และเข้าถึงหัวข้อต่างๆ หรือคน พิการทางการได้ยิน แม้สามารถอ่านได้ แต่ไม่สามารถเข้าใจสื่อประเภทวีดีโอต่างๆ จึงจำเป็นต้องมีการถอดคำอธิบายในวีดีโอเพื่อให้ผู้พิการทางการได้ยินเข้าใจได้ สสส. จึงร่วมกับ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย บริษทโอเพ่นดรีม จำกัด ั และสถาบันเชนจ์ฟวชัน จัดโครงการ “พัฒนาเว็บไซต์รองรับผูพการ” เพือการ ิ ่ ้ิ ่ ยกระดับชีวตทีดขน รวมทังพัฒนาเว็บไซต์ของ สสส. www.thaihealth.or.th ิ ่ ี ึ้ ้ รวมทั้งเว็บไซต์ของภาคีเครือข่าย เพื่อรองรับการใช้งานของผู้พิการได้อย่าง แท้จริง พอเข้าสู่หน้าร้อน อากาศใน บ้านเราก็ย่ิงทวีความอบอ้าวขึ้น ทุกที อารมณ์คนเราก็พลอยร้อน ไปด้วย วันนี้เรามีเคล็ดลับการ ดู แ ลรั ก ษาอารมณ์ ใ ห้ เ ย็ น อยู่ เสมอ และทำสุ ข ภาพใจให้ แข็งแรง จากนักร้อง นักแสดง สาว ‘มิ้น-มิณฑิตา วัฒนกุล’ มาฝาก “มิ้ น จะไม่ ป ล่ อ ยให้ ตั ว เองเครี ย ดนาน เพราะสั ง คมปั จ จุ บั น นี้ มี อ ะไรให้ เ ราเครี ย ดมากมาย จึงต้องหาความพอดีให้ตัวเอง และพิจารณาดูว่าเราทำงานมากเกินไปหรือเปล่า หรือหากมีปัญหา มีอุปสรรคเข้ามาในชีวิต และสุดท้ายแล้วหาคำตอบไม่ได้ ก็ใช้ธรรมะมาเรียนรู้กับมัน” มิ้นบอกว่า ปกติแล้วเธอจะใช้วิธีการนั่งสมาธิ หายใจยาวๆ ช้าๆ ให้จิตสงบมากที่สุด เมื่อจิต สงบขึ้นก็จะสบายใจ วิธีการดูแลสุขภาพใจที่ดีอีกวิธีหนึ่งคือ การมองโลกในแง่ดีไว้ก่อน ไม่ว่าจะ เกิดอะไรที่เลวร้ายก็ตาม การต้องทำงานกับคนหมูมาก ทำให้เธอต้องเตรียมใจว่าจะต้องเจอคนทีมความคิดเห็นแตกต่างกัน ่ ่ี จึงต้องรู้จัก “ปล่อยวาง” เธอแนะนำให้ใช้การสวดมนต์ ซึ่งเป็นการเพิ่มสติ ยิ่งสวดแบบนับจบ ก็ เหมือนการเพิ่มสมาธิให้กับตัวเองด้วย เธอฝากว่า อยากให้คนไทยมองโลกในแง่ดี และไม่เครียด เพราะแม้ว่าประเทศไทยจะเจอกับ วิกฤตการณ์ภัยธรรมชาติที่ร้ายแรง แต่ทุกคนต่างก็มีน้ำใจและผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาได้ คงไม่มี อะไรที่เราจะผ่านมันไปไม่ได้ ถ้าทุกคนใช้สติ และช่วยเหลือกัน กลุมผูพการทางสายตา ่ ้ ิ จะมีการใส่โปรแกรมช่วยอ่านออกเสียงบน หน้าจอ หรือ Screen Reader ซึ่งจะเป็น โปรแกรมสั ง เคราะห์ เ สี ย งสำหรั บ คนตาบอด ทำให้คอมพิวเตอร์อ่านออกเสียงไปตามเนื้อหา เว็บไซต์ สำหรับโปรแกรมที่ใช้ชื่อว่า JAWS การอ่านออกเสียงภาษาไทยอาจต้องลงโปรแกรม เสริม ชื่อว่า PPA Tatip และโปรแกรม Microsoft text to speech version 5.1 ซึงปัจจุบนโปรแกรมอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษมี ่ ั การพัฒนาไปอย่างมาก ทำให้เสียงที่ได้ยินจะ ใกล้ เ คี ย งกั บ เสี ย งคนจริ ง ส่ ว นภาษาไทย ปัจจุบันยังมีเสียงคล้ายหุ่นยนต์ ซึ่งยังต้องรอ การพัฒนาโปรแกรมต่อไป ผู้ ใ ช้ ที่ มี ส ายตาเลื อ นรางหรื อ ผู้พิการที่ไม่สามารถใช้อุปกรณ์ เมาส์ (mouse) ผูสงอายุ ู้ มีการสร้างเมนูเพือให้ผใช้สามารถปรับขนาด ่ ู้ ตั ว อั ก ษรการแสดงผลให้ เ ล็ ก หรื อ ใหญ่ ไ ด้ สามารถเปลี่ยนสีตัวอักษร และพื้นหลังให้มีสีที่ ตัดกันเพื่อให้เห็นได้ชัดเจน ใช้สีแสงสว่างให้ เพียงพอ และเหมาะสม จะต้ อ งมี เ ครื่ อ งมื อ พิ เ ศษเพื่ อ ใช้ ป าก หรื อ ศี ร ษะในการบั ง คั บ เพื่ อ เลื่ อ นหน้ า จอได้ ปั จ จุ บั น เว็ บ ไซต์ สสส. มี ผู้ เ ข้ า ชมถึ ง วั น ละ 15,000 คน ส่วนใหญ่เข้ามาดูข้อมูลด้านสาระ สุขภาพ และข่าวที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ซึ่งเป็น ข้อมูลเกี่ยวกับการให้ความรู้ คำแนะนำเกี่ยว กั บ ก า ร ส ร้ า ง เ ส ริ ม สุ ข ภ า พใ น มิ ติ ต่ า ง ๆ การพัฒนาโครงสร้างเว็บไซต์เพื่อรองรับการใช้ งานจากผู้พิการนี้ จึงจะช่วยให้ผู้พิการสามารถ เข้ า ถึ ง ข้ อ มู ล สุ ข ภาพเหล่ า นี้ ไ ด้ เท่าเทียมกับคนทั่วไปนั่นเอง ผูพการทางการได้ยน ้ ิ ิ ผู้ พั ฒ นา/ผู้ ดู แ ลเนื้ อ หาเว็ บไซต์ จะสร้ า ง เนื้อหาทดแทนเสียงให้กับผู้พิการเพื่อการรับรู้ โดยสร้างคำบรรยายใต้ภาพในวีดีโอ เพื่ออธิบาย เพิ่มเติมให้กับมัลติมีเดียนั้น เช่น วิดีโอ ไฟล์ เสียง หรือมีเอกสารไฟล์แนบสำหรับให้ดาวน์ โหลดคำอธิบายเพิ่มเติม หรือสามารถอ่านคำ อธิบายออนไลน์ได้ 20 นิตยสารสร้างสุข 22 ‘สุข’ ลับสมอง ห่างหายกันไปนานสำาหรับ เกมลั บ สมองที่ นิ ย มกั น ทั่ ว โลกอย่ า ง ‘ซู โ ดกุ ’ แต่ ก ลั บ มาคราวนี้ไม่ธรรมดา เพราะ เป็ น ซู โ ดกุ ที่ มี เ ลขคู่ - เลขคี่ มากำากับ วิธีการง่ายๆ คือ ใส่เลข 1-9 ห้ามซ้ำากันในแนว นอน แนวตั้ง และกลุ่มย่อย เหมือนเดิม แต่มีข้อแม้ว่าถ้า ช่องไหนมีแรเงา จะต้องเป็น เลขคู่ ส่ ว นช่ อ งที่ ไ ม่ แ รเงา ต้องเป็นเลขคี่ พร้อมแล้ว ก็ไปลุยกันเลย! โครงการสวนผักคนเมือง ร่วมกับเครือข่าย เกษตรทางเลือก และเครื อข่ า ยอิสรภาพทาง พันธุกรรม ร่วมระดมเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านจาก เกษตรกรที่อยู่ต่างจังหวัดและสามารถเก็บเมล็ด พันธุ์เองได้ มาแบ่งปันให้ชาวสวนผักคนเมือง เพื่อช่ ว ยฟื้ น ฟู แปลงผักให้ ฟื้ น คื น ชี พ กลับมาอีก ครั้ ง ภายหลั ง เหตุ ก ารณ์ อุ ท กภั ย ที่ เ กิ ด ขึ้ น เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2555 ที่ลาน อเนกประสงค์ชุมชนเคหะทุ่งสอง ห้อง 304 ภายในงานนอกจากมีการแบ่งบันเมล็ดพันธุ์ และต้นกล้า ยังเกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การและเทคนิ ค การทำสวนผั ก คนเมื อง ซึ่ ง มี สมาชิกโครงการสวนผักคนเมืองที่ได้รับทุนเมื่อ ปี 2553 และสมาชิกใหม่ที่เพิ่งได้รับทุนในปี 2554 รวมถึงผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก แบ่ ง ปั น เมล็ ด พั น ธุ์ สู่ ช าวสวนผั ก คนเมือง : ฟืนฟูแปลงผักหลังน้ำลด ้ 23 คนสร้าง ‘สุข’ “ไทยโรดส์” เผยผลสำรวจอัตรา การสวมหมวกนิ ร ภั ย ปี 53-54 แผนงาน ICT เพื่อการเรียนรู้ดิจิทัล และสนั บ สนุ น ภาคี เ ครื อ ข่ า ย ได้ พั ฒ นา แอพพลิเคชั่น DoctorMe บน Android เพื่อเพิ่มช่องทางเข้าถึงแอพพลิเคชั่นสำหรับผู้ใช้มือถือในระบบปฏิบัติการ Android ที่กำลังได้รับความนิยม การพัฒนา DoctorMe รุ่น Android เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแล้วตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม ใน Android.Market ซึ่งถือว่าเป็น แอพพลิเคชันด้านสุขภาพบน Android ตัวแรกของไทย มีรูปแบบนำเสนอและเนื้อหาเหมือน DoctorMe บน Iphone ทุกประการ เปิดดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “DoctorMe” บน Android มูลนิธิไทยโรดส์ และ สสส. เปิดเผยผลสำรวจอัตราการสวม ห ม ว ก นิ ร ภั ย ข อ ง ผู้ ใ ช้ ร ถ จั ก รยานยนต์ ใ นประเทศไทย ปี 2553 และ 2554 โดยภาพ รวมของผู้ขับขี่และผู้โดยสารทั้ง ประเทศ พบว่า สวมหมวกนิรภัย 46% (จาก 44% ในปี 2553) เฉพาะผู้ ขั บ ขี่ ส วมหมวกนิ ร ภั ย 54% (จาก 53% ในปี 2553) และเฉพาะผู้โดยสารสวมหมวก นิรภัย 24% (จาก 19% ในปี 2553) ส่งคำตอบที่ถูกต้อง พร้อมระบุชื่อ-ที่อยู่ให้ชัดเจน ส่งเข้า มาที่ฝ่ายเว็บไซต์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) เลขที่ 1032/1-5 ชั้น 4 ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. 10120 โทร. 0-2679-7766 หรื อ ที่ editor@thaihealth.or.th ก่อนวันที่ 15 เมษายน 2555 ผู้โชคดีที่ตอบถูก 20 ท่าน รับไปเลย ‘ชุดเครื่องเขียนลดโลกร้อน’ จาก สสส. แผนสื่อสารสุขภาวะและสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม ร่วมกับ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ผลิตภาพยนตร์โฆษณาชุด “วัด” เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน เรื่อง ยาเส้นอันตราย สูบแล้วตาย เป็นมะเร็งเหมือนบุหรี่ซอง โดยเน้นกลุ่มเป้าหมาย คือ ประชาชนในต่างจังหวัด ที่มีความเชื่อว่า ยาเส้นมาจากธรรมชาติและไม่อันตราย นิตยสารสร้างสุข 23 “ยาเส้นอันตราย สูบแล้วตาย-มะเร็ง” 22 นิตยสารสร้างสุข 6 นิตยสารสร้างสุข
ดาวน์โหลดเอกสารแบบ PDF

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: 

  • จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ฉบับสร้างสุข ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2555
  • จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ฉบับสร้างสุข ประจำเดือนมกราคม 2555
ภาพประกอบลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์
เนื้อหานี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย โดยแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

แบ่งปันให้กับเพื่อน

  • email
  • print
  • อ่าน 40 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น

เมนูเพื่อนสร้างสุขภาวะ

  • ภาคีบอกข่าว
  • เรื่องเล่าจากภาคี
  • แนะนำภาคี
  • รอบรู้เรื่องโครงการ
  • มัลติมีเดีย
  • แนะนำสื่อ
  • แกลลอรี่
  • บล็อก
  • รอบรู้สุขภาพโลก

ยอดนิยม

งานแถลงข่าวสงกรานต์ปลอดภัย พื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้าภายใต้ วัฒนธรรมสร้างสุข สนุกสุขใจ ไร้แอลกอฮอล์
อ่าน: 452

  • งานพิธีไหว้ครูแพทย์แผนไทย และประชุมวิชาการ ประจำปี 2556
  • งานรวมพลครอบครัวนมแม่ออนไลน์ เรื่อง นมแม่ครบวงจร เรียนรู้จากแม่สู่แม่
  • งาน สวน สุข ศิลป์ : ศิลป์ในสวน อะไรก็...ไทย

ป้ายคำ

  • การจาม
  • การตรวจเอกซเรย์สมอง
  • งานบุญบั้งไฟ
  • ตั้งครรภ์ก่อนวัย
  • นายแพทย์หทัย ชิตานนท์
  • น้ำหนักเกิน
  • ประกาศเกียรติคุณ
  • ปลอดภัย
  • ปีใหม่นี้
  • ผื่นคัน
  • ภัยน้ำท่วม
  • ละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง
  • อาหารรสจัด
  • เลนส์สายตา
  • เศรษฐศาสตร์
  • โรคไบโพลาร์
ดูป้ายคำทั้งหมด
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก

ขนาดตัวอักษร

  • ตัวหนังสือขนาดปกติ
  • ตัวหนังสือขนาดปานกลาง
  • ตัวหนังสือขนาดใหญ่

ปรับรูปแบบการแสดงผล

  • ปรับการแสดงผลให้แสดงในรูปแบบปกติ
  • ปรับการแสดงผลให้แสดงสำหรับคนสายตาเลือนราง

ติดต่อเรา

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8
ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ
เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

โทรศัพท์ 02-343-1500
โทรสาร 02-343-1551

แผนที่บน Google Maps

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง
แผนผังเว็บไซต์   ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์   Mobile Site
สัญญาอนุญาต cc by-nc-saแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย

Valid XHTML + RDFa Level Double-A conformance icon, W3C-WAI Web Content Accessibility Guidelines 1.0

รวมลิงก์ภายในของสสส.

  • เว็บหลัก สสส.
  • เว็บองค์กร สสส.
  • ผลงาน สสส.
  • ศูนย์ข้อมูล สสส.
  • ค้นหาโครงการ สสส.
  • เว็บคอมมูนิตี้
  • English Site