ข้ามสู่เนื้อหาหลัก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ Thaihealth.or.th

รวมลิงก์ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์

  • ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์
  • กล่องค้นหาในเว็บไซต์
  • ไปยังเนื้อหาหลัก
  • ไปยังเมนูหลัก
  • ไปยังด้านบนสุด
  • แผนผังเว็บไซต์ Sitemap

ส่วนของสมาชิก

  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
คลิกที่นี่เพื่อต้องการปิดส่วนของเข้าระบบ

บัญชีผู้ใช้

ช่องที่มีเครื่องหมาย * หมายถึงช่องที่จำเป็นต้องกรอกข้อมูล
ข้อมูลเข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • ลืมรหัสผ่าน
กด ESC หรือปุ่ม ปิด เพื่อปิดหน้าต่างนี้

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง

ขณะนี้คุณอยู่ที่:

  • หน้าแรก
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
  • แนะนำสื่อ
  • เปิดโลก...เปิดใจ ชีวิตสดใสให้น้องดาว(น์)

เปิดโลก...เปิดใจ ชีวิตสดใสให้น้องดาว(น์)

โดย webmaster | วันที่ 2 มีนาคม 2555
ชีวิตสดใสให้ น้องดาว (น์) โครงการเครือข่ายผู้ปกครอง-โรงเรียน-โรงพยาบาล ในการพัฒนาศักยภาพเด็กกลุ่มอาการดาวน์ อายุ 4-10 ปี ในภาคใต้ เปิดโลก..เปิดใจ สนับสนุนโดย สถาบันวิจัยและ พัฒนาสุขภาพภาคใต้ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ 2 โครงการเครือข่ายผู้ปกครอง-โรงเรียน-โรงพยาบาล ในการพัฒนาศักยภาพเด็กกลุ่มอาการดาวน์อายุ 4-10 ปี ในภาคใต้ กลุ่มอาการดาวน์ (Down syndrome) เป็นโรคพันธุกรรมที่เกิดจากการมีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกิน มาอีก 1 ตัว (trisomy 21) กลุ่มอาการดาวน์เป็นสาเหตุของภาวะปัญญาอ่อนที่พบบ่อยที่สุด เป็นที่ทราบ กันดีวาภาวะปัญญาอ่อนส่งผลกระทบต่อตัวเด็กและครอบครัว โดยเฉพาะด้านการศึกษา ครู โรงเรียนและ ่ ผู้ปกครองมีบทบาทสำาคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ของเด็ก การศึกษาโดยสมจิตร์ จารุรัตนศิริกุล ในปี พ.ศ. 2549 ศึกษาเด็กกลุ่มอาการดาวน์ที่มารับการ รักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จำานวน 295 ราย มัธยฐานของอายุ 0.9 ปี (พิสัย 1 วัน -14 ปี) เป็น เด็กที่อายุมากกว่า 5 ปี จำานวน 109 ราย ผลการศึกษาพบว่ามีเด็กเพียงร้อยละ 68 เท่านั้นที่เข้าสู่ระบบ การศึกษา โดยอยู่ในโรงเรียนสำาหรับเด็กพิเศษของรัฐบาล ร้อยละ 22 โรงเรียนปกติเอกชน ร้อยละ 27 และโรงเรียนปกติรัฐบาล ร้อยละ 19 ผลการศึกษาพบว่า ในปัจจุบันแม้ว่าโรงเรียนต่าง ๆ จะเปิด รับเด็กกลุ่มอาการดาวน์เข้าสู่ระบบการศึกษา มีเด็กเพี ย งร้ อ ยละ 68 มากขึ้นตามที่กำาหนดไว้ในพระราชบัญญัติส่งเท่ า นั้ น ที่ เ ข้ า สู่ ร ะบบการ เสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2550 แล้ว ก็ตาม แต่เด็กเหล่านีกยงคงประสบปัญหาต่าง ๆ ้็ั ศึกษา อีกมาก เด็กกลุ่มอาการดาวน์หลายคนที่เข้าสู่ ระบบการศึกษาต้องลาออกจากโรงเรียนด้วย เหตุผลต่าง ๆ หรือหากอยู่ในโรงเรียนก็มักถูกแยกจากเพื่อนให้นั่งคนเดียว เด็กบางคนให้อยู่นอกห้องเรียน ซึงทำาให้เด็กขาดโอกาสในการเรียนรูและการอยูรวมกันในสังคม โรงเรียนหลายแห่งไม่มครูการศึกษาพิเศษ ่ ้ ่่ ี ที่เข้าใจระบบการเรียนเฉพาะบุคคล (individualized educational program) มีโรงเรียนในเขตเทศบาล นครหาดใหญ่เพียง 4-6 โรงเรียนเท่านั้นที่มีครูการศึกษาพิเศษและยอมรับ เด็กกลุมอาการดาวน์เข้าสูระบบการศึกษาร่วมกับเด็กปกติ ซึงส่วนใหญ่เป็น ่ ่ ่ โรงเรียนเอกชน 3 จากข้อมูลเหล่านีชี้ให้เห็นถึงความรูและความเข้าใจของครูและผูปกครองทีจะมีสวนสำาคัญอย่างมาก ้ ้ ้ ่ ่ ต่อการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กให้มากขึ้น รวมทั้งการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในขณะนี้มีกลุ่มผู้ ปกครองเด็กกลุ่มอาการดาวน์ที่รวมตัวกันจัดตั้งเป็นชมรมผู้ปกครองเด็กกลุ่มอาการดาวน์ อ.หาดใหญ่ ซึ่ง เป็นการรวมตัวกันในกลุ่มคนที่รู้จักกันเพียง 10-15 ครอบครัว และมีการจัดกิจกรรมกันเฉพาะภายในกลุ่ม รวมทั้งผลักดันเรื่องการศึกษาของลูกหลานตัวเองเท่านั้น โครงการนีจดขึนมาเพือดำาเนินการขยายเครือข่ายชมรมผูปกครองเด็กกลุมเด็กอาการดาวน์ภายใน ้ั ้ ่ ้ ่ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่รวมถึงในจังหวัดสงขลา และจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครองและบุคลากรที่ เกี่ยวข้องและผู้สนใจ เด็กกลุ่มอาการดาวน์ในการไปปรับใช้ในชีวิตประจำาวัน เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพ การเรียนรูของเด็กกลุมอาการดาวน์ ร่วมกับจัดกิจกรรมติดตามเด็กกลุมอาการดาวน์ เพือร่วมพัฒนาระบบ ้ ่ ่ ่ การติดตามและประเมินศักยภาพเด็กกลุมอาการดาวน์ทอยู่ในระบบการเรียนในโรงเรียน โครงการนีเ้ ปรียบ ่ ี่ เสมือนเวทีในการสนทนาร่วมกันหลายๆกลุ่มในการช่วยเหลือและให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ครู ผู้ ปกครอง และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผลักดันให้เกิดเครือข่ายผู้ปกครองที่เข้มแข็งพร้อมกับการพัฒนา ศักยภาพการเรียนรู้เด็กกลุ่มนี้ต่อไป กลยุทธ์ที่ใช้ในการดำาเนินโครงการ 1. ขยายเป็นเครือข่ายผู้ปกครองเด็กกลุ่มอาการดาวน์ 2. จัดกิจกรรมให้ความรูแก่ผปกครองเด็กกลุมอาการดาวน์ และจัดโครงการติดตามเด็กกลุมอาการ ้ ู้ ่ ่ ดาวน์ เพื่อพัฒนาระบบการติดตามและประเมินศักยภาพเด็กกลุ่มอาการดาวน์ที่อยู่ในวัยเรียน 3. จัดทำาฐานข้อมูลเด็กกลุ่มอาการดาวน์รวมทั้งระบบการติดตามและการประเมินปัญหาต่างๆ กลุ่มเป้าหมาย เด็กกลุ่มอาการดาวน์อายุ 4 – 10 ปีในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่และเขตจังหวัดสงขลา จำานวน 150 – 200 ครอบครัว 4 พัฒนาศักยภาพเด็กดาวน์ เด็กกลุ่มอาการดาวน์ (Down syndrome) หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า เด็กดาวน์ เป็น สาเหตุของภาวะปัญญาอ่อนที่พบบ่อยที่สุด และส่งผลกระทบต่อทั้งตัวเล็กและครอบครัว ดัง นั้น คนที่เกี่ยวข้องกับเด็ก โดยเฉพาะด้านการศึกษา ครู โรงเรียนและผู้ปกครองจึงมีบทบาท สำาคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี และดูแลตนเองได้ มากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2550 ได้ กำาหนดให้โรงเรียนสามารถรับเด็กกลุมอาการดาวน์เข้าสูระบบการศึกษาในระบบได้ แต่เด็กเหล่า ่ ่ นีและครอบครัวยังคงประสบปัญหาต่าง ๆ อีกมาก หลายคนต้องลาออกจากโรงเรียนด้วยเหตุผล ้ ต่าง ๆ ทำาให้เด็กขาดโอกาสในการเรียนรู้และการอยู่ร่วมกันในสังคม ศ.พญ.สมจิตร์ จารุรตนศิรกล อาจารย์ภาควิชากุมารเวชศาสตร์และผูรบผิดชอบโครงการ ั ิุ ้ั เครือข่ายผู้ปกครอง-โรงเรียน-โรงพยาบาล ในการพัฒนาศักยภาพเด็กกลุ่มอาการดาวน์อายุ 4-10 ปี ในภาคใต้ เปิดเผยว่า จากการศึกษากลุ่มเด็กอาการดาวน์มาตั้งแต่ปี 2549 ที่เข้ามา รักษาตัวในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ พบว่ามีมากกว่า 400 คน ทั่วภาคใต้ โดยอาศัยอยู่ที่ หาดใหญ่และสงขลาประมาณ 200 คน ซึ่งปัจจุบันแม้ว่าโรงเรียนต่าง ๆ จะเปิดรับเด็กกลุ่ม อาการดาวน์เข้าสู่ระบบการศึกษามากขึ้นตามที่กำาหนดไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา เด็กและเยาวชน พ.ศ. 2550 แล้วก็ตาม แต่เด็ก ๆ เหล่านี้ก็ยังพบปัญหา สานพลังเครือข่าย บทความประชาสัมพันธ์ เด็กอาการดาวน์มาตั้งแต่ปี 2549 ที่เข้า มารักษาตัวในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ พบว่ามีมากกว่า 400 คน ทั่วภาคใต้ 5 ปัญหาสำาคัญอย่างหนึ่งคือเด็กกลุ่มนี้ไม่ได้รับความสนใจจากครู ซึ่งปัจจุบันในโรงเรียน ของรัฐบาลครูหนึ่งคนก็ต้องดูแลเด็กค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว พอเด็กกลุ่มนี้เข้าไป เขาจะเรียนรู้ช้า และในเด็กกลุ่มอาการดาวน์มักมีอาการสมาธิสั้น หรือไฮเปอร์เข้าไปด้วย ก็จะยิ่งกลายเป็น อุปสรรคต่อการเรียนการสอน คือเด็กอยู่ไม่นิ่ง หรืออาจจะไม่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนในชั้น เรียน อาจจะถูกล้อ หรือถูกกีดกันให้อยู่นอกห้องเรียน “เด็กเหล่านี้จำาเป็นที่จะต้องฝึกให้เรียนรู้ ฝึกให้อยู่กับสังคม เพื่อให้เขาสามารถมี พัฒนาการและสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในที่สุด” ศ.พญ.สมจิตร์ กล่าวอีกว่าสถานการณ์เด็ก กลุ่ ม นี้ที่ผ่า นมาไม่ได้เ พิ่ มขึ้นอย่างน่าตกใจแต่เป็น เด็กเหล่านีจาเป็นที่ ้ำ ลักษณะพบเรื่อย ๆ ต่อเนื่อง โดยหากคุณแม่มีอายุ ก่อนตั้งครรภ์น้อยกว่า 35 ปี จะมีสถิติการพบที่ 800 จะต้องฝึกให้เรียนรู ฝึก ้ คนต่อ 1 คน แต่หากมากกว่า 35 ปีจะพบ 300-400 ให้อยู่กับสังคม เพื่อให้ คน ต่อ1 คน ซึ่งวิทยาการทางการแพทย์สามารถ ตรวจพบได้ตงแต่ตงครรภ์ ซึงเมือพบหมอก็จะแนะนำา ั้ ั้ ่ ่ เ ข า ส า ม า ร ถ มี คุณพ่อคุณแม่ และเด็กกลุมอาการดาวน์จะสังเกตได้ ่ ง่ายจากหน้าตาที่บอกอาการ พัฒนาการและสามารถ “เด็กกลุ่มนี้สามารถเรียนรู้และพัฒนาการ ช่วยเหลือตนเองได้ จนสามารถช่วยตนเองได้ ซึ่งมีตัวอย่างเด็กกลุ่ม ดาวน์บางคนปัจจุบันศึกษาอยู่ชั้นมัยธมศึกษาปีที่ 3 บางคนจบปริญญาตรี ซึ่งเขาสามารถมีอาชีพเลี้ยง ตนเองได้ ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ซึ่งแต่ละคนก็หนักเบาไม่ เท่ากันอีก” ศ.พญ.สมจิตร์กล่าวว่า เมือพ่อแม่รวาลูกตนเองอยูในกลุมดาวน์ ่ ู้ ่ ่ ่ ก็ตองอดทนและพยายาม ให้กำาลังใจตนเองอยูเสมอว่าวันนีนาจะดีกว่า ้ ่ ้ ่ เมื่อวาน และพรุ่งนี้น่าจะดีกว่าวันนี้ ซึ่งการสอนเด็กกลุ่มนี้อาจจะต้อง ค่อยเป็น ค่อยไป ต้องพูดซ้ำาสอนซ้ำา บางคนอาจจะสอน 20 ครั้ง 30 6 ครั้ง ต้องใจเย็น อย่ายอมแพ้ และต้องกระตุ้นเด็กอย่างต่อเนื่อง ที่สำาคัญ ผู้ปกครองจะคาดหวังเพียงโรงเรียนอย่างเดียวคงไม่ได้ การจัดทำาโครงการนี้ขึ้นมาก็เพื่อขยายเครือข่ายผู้ปกครองเด็กกลุ่มอาการดาวน์ เพื่อให้ ผู้ปกครองได้ออกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ ซึ่งในบางครั้งเทคนิคที่ผู้ปกครองคนหนึ่งใช้ กับลูกของตนเองอาจจะช่วยเด็กอีกคนหนึงได้เช่นกัน ในขณะทีพอแม่เด็กคนนันอาจจะไม่ประสบ ่ ่ ่ ้ ความสำาเร็จในเทคนิคเดิม ๆ ในการกระตุ้นลูก ในบางครั้งเทคนิคที่ผู้ปกครองคนหนึ่งใช้กับลูกของ ตนเองอาจจะช่วยเด็กอีกคนหนึงได้เช่นกัน ในขณะทีพอแม่ ่ ่ ่ เด็กคนนั้นอาจจะไม่ประสบความสำาเร็จในเทคนิคเดิม ๆ ใน การ กระตุ้นลูก นอกจากนี้เป็นการจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเด็กกลุ่มอาการดาวน์ และจัด โครงการติดตามเด็กกลุมอาการดาวน์ในโรงเรียนเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยเริมจากโรงเรียน ่ ่ ต้นแบบที่มีเด็กกลุ่มอาการดาวน์ในโรงเรียนอยู่ 4-6 โรงเรียนเพื่อพัฒนาระบบการติดตามและ ประเมินศักยภาพเด็กกลุ่มอาการดาวน์ที่อยู่ในวัยเรียน ทั้งนี้เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องนอกจากผู้ปกครอง ได้เข้าใจเด็ก กลุมดาวน์ในการไปปรับใช้ในชีวตประจำาวัน เพือเป็นการพัฒนาศักยภาพ ่ ิ ่ การเรียนรู้ของเด็กกลุ่มดาวน์ รวมทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพการเรียน รูของเด็กกลุมดาวน์ ร่วมกับจัดกิจกรรมติดตามเด็กกลุมอาการดาวน์เพือ ้ ่ ่ ่ ร่วมพัฒนาระบบการติดตามและประเมินศักยภาพเด็กกลุมอาการดาวน์ ่ ที่อยู่ในระบบการเรียนในโรงเรียน 7 “เราคาดว่าสังคมจะมองเห็น เปิดโอกาสและยอมรับเด็กกลุ่มนี้มากขึ้น ต่อไปคนกลุ่ม นี้สามารถมีงานทำา อย่างในต่างประเทศ คนกลุ่มนี้สามารถมีอาชีพสร้างรายได้ สามารถช่วย ตนเองได้ เช่น อาชีพกวาดขยะ เช็ดถู แต่ก็ไม่ได้หมายความทุกคนจะทำาได้หมด และสำาคัญ คือคุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยสนับสนุน นำาลูกออกมาเรียนรู้” ศ.พญ.สมจิตร์ กล่าวอีกด้วยว่าโครงการนี้เปรียบเสมือนเวทีในการสนทนาร่วมกับหลาย กลุมในการช่วยเหลือและให้ความรูความเข้าใจทีถกต้องแก่ครู ผูปกครอง และบุคลากรทีเกียวข้อง ่ ้ ู่ ้ ่ ่ รวมทั้งผลักดันให้เกิดเครือข่ายผู้ปกครองที่เข็มแข็งพร้อมกับการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของ เด็กกลุ่มนี้ต่อไป โครงการเครือข่ายผู้ปกครอง-โรงเรียน-โรงพยาบาล ในการพัฒนาศักยภาพเด็กกลุ่มอาการดาวน์อายุ 4-10 ปี หัวหน้าโครงการ ศ.พญ.สมจิตร์ จารุรัตนศิริกุล e-mail somchit.j@psu.ac.th ที่ทำางาน ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โทรศัพท์ โทรสาร 074-451259 0744-29618 เวบไซต์แนะนำ� www.specialhope21.org เวบไซต์แนะนำ�
ดาวน์โหลดเอกสารแบบ PDF
ภาพประกอบลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์
เนื้อหานี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย โดยแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

แบ่งปันให้กับเพื่อน

  • email
  • print
  • อ่าน 47 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น

เมนูเพื่อนสร้างสุขภาวะ

  • ภาคีบอกข่าว
  • เรื่องเล่าจากภาคี
  • แนะนำภาคี
  • รอบรู้เรื่องโครงการ
  • มัลติมีเดีย
  • แนะนำสื่อ
  • แกลลอรี่
  • บล็อก
  • รอบรู้สุขภาพโลก

ยอดนิยม

ยังไม่มีเนื้อหาใดๆ ในส่วนนี้

ป้ายคำ

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • การคมนาคม
  • จัดระเบียบหนังสือพิมพ์
  • ซึมเศร้่า
  • นอนดึก
  • บริการทางการแพทย์ไทย
  • บุญยืน ศิริธรรม
  • ยาลดไขมันในเลือด
  • ละเมอ
  • สกส.
  • สถานการณ์ปัญหาการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน
  • สูงวัยปั่นสู้โรค
  • อ่านหนังสือหนัก
  • แรงจูงใจในการออกกำัลังกาย
  • แสบหน้าอก
  • โรคใยหิน
ดูป้ายคำทั้งหมด
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก

ขนาดตัวอักษร

  • ตัวหนังสือขนาดปกติ
  • ตัวหนังสือขนาดปานกลาง
  • ตัวหนังสือขนาดใหญ่

ปรับรูปแบบการแสดงผล

  • ปรับการแสดงผลให้แสดงในรูปแบบปกติ
  • ปรับการแสดงผลให้แสดงสำหรับคนสายตาเลือนราง

ติดต่อเรา

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8
ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ
เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

โทรศัพท์ 02-343-1500
โทรสาร 02-343-1551

แผนที่บน Google Maps

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง
แผนผังเว็บไซต์   ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์   Mobile Site
สัญญาอนุญาต cc by-nc-saแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย

Valid XHTML + RDFa Level Double-A conformance icon, W3C-WAI Web Content Accessibility Guidelines 1.0

รวมลิงก์ภายในของสสส.

  • เว็บหลัก สสส.
  • เว็บองค์กร สสส.
  • ผลงาน สสส.
  • ศูนย์ข้อมูล สสส.
  • ค้นหาโครงการ สสส.
  • เว็บคอมมูนิตี้
  • English Site