ข้ามสู่เนื้อหาหลัก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ Thaihealth.or.th

รวมลิงก์ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์

  • ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์
  • กล่องค้นหาในเว็บไซต์
  • ไปยังเนื้อหาหลัก
  • ไปยังเมนูหลัก
  • ไปยังด้านบนสุด
  • แผนผังเว็บไซต์ Sitemap

ส่วนของสมาชิก

  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
คลิกที่นี่เพื่อต้องการปิดส่วนของเข้าระบบ

บัญชีผู้ใช้

ช่องที่มีเครื่องหมาย * หมายถึงช่องที่จำเป็นต้องกรอกข้อมูล
ข้อมูลเข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • ลืมรหัสผ่าน
กด ESC หรือปุ่ม ปิด เพื่อปิดหน้าต่างนี้

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง

ขณะนี้คุณอยู่ที่:

  • หน้าแรก
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
  • แนะนำสื่อ
  • ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่

ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่

โดย webmaster | วันที่ 23 มกราคม 2555
สรุปการประชุมวิชาการสุราระดับภูมภาค ครังที่ 1 ิ ้ การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ดําเนินงานโดย นางสาวสุวรา น.พ.ทักษพล นางสาวจรินพร ดร.สุรศักดิ์ นางสาวชะวะลีพร นางสาวพเยาว์ นางสาววีรนุช นายกัณณพนต์ นางสาวโศภิต นางสาวจินตนา นางสาวอรทัย นางสาวนงนุช นางสาวมยุรา นางสาวสัญญา ฝ่ายสนับสนุน นายวิทยา นางสาวปนรรฐพร นางสาวจิราภรณ์ จัดพิมพ์โดย สนับสนุนโดย วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 08.00 - 16.00 น. ณ โรงแรมเจริญธานี ปรินเซส ขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น ๊ วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 08.00 – 16.00 น. ณ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ แก้วนุ้ย ธรรมรังสี คงศรีจันทร์ ไชยสงค์ ภวภูตานนท์ฯ ผ่อนสุข ว่องวรรธนะกุล ภักดีเศรษฐกุล นาสืบ จันทร์โคตรแก้ว วลีวงศ์ ใจชื่น มณีแจ่ม ศรีรัตนะ วิสูตรเรืองเดช จงประเสริฐยิ่ง กมลรังสรรค์ ศูนย์วิจยปัญหาสุรา (ศวส.) ั สํานักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คํานํา การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการ ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” จัดขึ้นในวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรมเจริญธานี ปริ๊นเซส ขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ วันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2554 ณ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ อ.เมือง จ.เชี ย งใหม่ ผ่ า นพ้ น ไปอย่ า งราบรื่ น และได้ รั บ ความร่ ว มมื อ จากเครื อ ข่ า ยต่ า งๆ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งเป็ น อย่ า งดี คณะทํางานในการจัดประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ขอขอบพระคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ ในการนี้ทางคณะทํางาน ฯ ได้พิจารณาแล้วว่าข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ ที่ได้จากการจัดประชุม ในครั้งนี้ มี หลายประเด็นที่มีคุณ ค่าควรแก่การบันทึกไว้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ ที่เกี่ยวข้อง โดยการจัดทํา รายงานสรุปผลการจัดประชุมวิชาการสุราวิชาการระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ได้แบ่งเนื้อหาเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วน ที่ 1 สรุปผลการจัดประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ประจําภาคตะวันออกฉียงเหนือ และ ส่วนที่ 2 สรุปผล การจัดประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ประจําภาคเหนือ สุดท้ายนี้ ทางคณะทํางานฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานสรุปการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้ง ที่ 1 นี้ จะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่าน คณะทํางานในการจัดประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 กันยายน 2554 ก สรุปการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 สรุปประเด็นสําคัญจาก การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพือจัดการปัญหาจากเครื่องดืมแอลกอฮอล์ในระดับพืนที่” ่ ่ ้ จากการประชุ ม วิช าการสุ ร าระดั บ ภู มิ ภ าค ครั้ ง ที่ 1 พบว่ า แนวทางยุ ท ธศาสตร์ก ารจั ด การปั ญ หา แอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ ควรเป็นไปดังนี้ 1. มีการประสานงานทั้งแนวดิ่งและแนวราบ ระหว่างภาคส่วนต่างๆ ทั้งรัฐ ประชาชน และวิชาการ การ มีส่วนร่วมของชุมชน, การสนับสนุนของภาคราชการและการเมือง และความเข้าใจในเงื่อนไขและ สถานการณ์ของพื้นที่ (เช่นกระบวนทัศน์ของชาวบ้านในการมองปัญหาจากการดื่ม) 2. ทําความเข้าใจและสร้างความตระหนักถึงบทบาทขององค์กร หน่วยงาน ภาคี ระดับพื้นที่ ทั้งการ พัฒนานโยบายระดับพื้นที่ และสร้างความเข้มแข็งของการนํานโยบายระดับประเทศมาปฏิบัติ 3. มีการดําเนินการเป็นขั้นตอน โดยการขยายพื้นที่และเวลาดีๆไปทีละเล็กละน้อย และขยายข่าวดี ความสําเร็จของการดําเนินงานไปยังสังคมโดยกว้าง 4. มี แ นวทางการใช้ ป ระโยชน์ จ าก ต้ น ทุ น ทางสั ง คม ทั้ ง ต้ น ทุ น โครงสร้ า งและต้ น ทุ น วั ฒ นธรรมมา สนับสนุนการดําเนินงาน โดยเฉพาะบทบาทของ change agent ในพื้นที่ และการใช้ประโยชน์จาก กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือการทําประชามติ 5. มีกลไกการส่งเสริมการบูรณาการของงาน /งบประมาณ /ประเด็น /พื้นที่ และ ความรับผิดชอบ โดย มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมแรงและ สร้างศักยภาพ (empowerment) ซึ่งกันและกัน 6. มีกลไกการจัดการความรู้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น การกําหนดประเด็นวิจัย แนวการสนับสนุ น งานวิจัยเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสถานการณ์และปัจจัยในพื้นที่ ทั้งภาพรวมและกลุ่มประชากรเฉพาะ มีกลไกการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างพื้นที่ และระหว่างประเด็น เช่น ระบบพี่เลี้ยง และ กระบวนการยกระดับความรู้ 7. ต้องมีการสนับสนุนจากส่วนกลาง เพื่อสร้างความชัดเจนของแนวทางการปฏิบัติ โดยเฉพาะการบังคับ ใช้กฎหมาย รวมถึงการรับรู้ของสาธารณะ ข สรุปการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 สารบัญ หน้า คํานํา สรุปประเด็นสําคัญจากการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 สารบัญ โครงการ การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค สรุปการประชุมวิชาการสุราระดับภูมภาค ประจําภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ิ - กําหนดการประชุม - คํากล่าวเปิดการประชุม - สรุปผลและข้อเสนอแนะจากการประชุม - การประเมินผลการจัดประชุม สรุปการประชุมวิชาการสุราระดับภูมภาค ประจําภาคเหนือ ิ - กําหนดการประชุม - ปาฐกถาพิเศษและคํากล่าวเปิดในการประชุม - สรุปผลและข้อเสนอแนะจากการประชุม - การประเมินผลการจัดประชุม ภาคผนวก ภาพกิจกรรม ก ข ค 1 5 7 8 22 26 28 32 48 53 ค สรุปการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 โครงการ การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” ชื่อการประชุม : การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 หัวข้อหลัก วันที่ : ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554 ภาคเหนือ วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554 หลักการและเหตุผล การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดปัญหาทั้งทางสาธารณสุขและสังคมของประเทศ โดยอัตรา การดื่มประจําของคนไทยในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 20 และผู้หญิงมีอัตราการดื่มประจําเพิ่มขึ้น ถึงร้อยละ 65 ขณะที่เยาวชนอายุ 15-19 ปี มีอัตราการดื่มประจําเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึงร้อยละ 70 เมื่อการ บริโภคเพิ่มขึ้น ปั ญหาหรือผลกระทบที่ เกี่ยวข้องจากการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ก็ยิ่งเพิ่ม ขึ้นเช่ นกัน ปัจจุบนการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุทําให้คนไทยเสียชีวิตปีละประมาณ 26,000 คน หรือชั่วโมง ั ละเกือบ 3 คน ทั้งนี้ผลกระทบที่เกี่ยวข้องจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นแบบ เฉียบพลัน เช่น การบาดเจ็บ/การตายจากอุบัติเหตุจราจรที่มีผู้ขับขี่บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาชญากรรม การทําร้ายตนเองและผู้อ่ืน ความรุนแรงในครอบครัว และผลกระทบเรื้อรัง หรือส่งผลในระยะยาว เช่น มะเร็ง ทางเดินอาหารและตับ โรคระบบประสาทและจิตใจ ผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นลักษณะแบบต่อเนื่อง คือ ผลกระทบสามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ที่ไม่บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย ไปจนถึงผู้ ที่บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากจนเป็นภาวะติดสุรา ดังนั้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงไม่ควรจะถูกมองเป็น สินค้าธรรมดา ปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ส่งผลกระทบต่อทุกมิติของสังคมไทยและก่อให้เกิดความ สูญเสียหลายประการ โดยเฉพาะในหน่วยเล็กๆ ของสังคมอย่างสถาบันครอบครัวซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหาด้านสุขภาพความรุนแรงและความแตกแยกในครอบครัว นับว่าเป็ นปัญหาที่ มีมายาวนาน และมีความจําเป็นอย่างเร่งด่วนของสังคมไทย ในการผลักดันกิ จกรรมที่ เกี่ยวข้องกับการรณรงค์ลด ละ เลิก การดื่มแอลกอฮอล์ โดยเน้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่สังคมว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้นเหตุแห่งปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในปัจจุบัน ซึ่งการเล็งเห็นความสําคัญของ ปัญหาเหล่านี้จะเป็นเหมือนจุดเริ่มต้น ที่ทําให้หลายชุมชนในสังคมไทยมีความตื่นตัวต่อปัญหาและผลกระทบ จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) เป็นองค์กรภายใต้สํานักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ โดย ได้รับทุนสนับสนุนจากสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีหน้าที่เป็นศูนย์วิจัยและ จัดการความรู้เพื่อควบคุมปัญหาสุราระดับชาติ ดําเนินการวิจัยและจัดการความรู้ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและ ประเมินผลนโยบาย มาตรการและการดําเนินการต่างๆ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ศู น ย์ วิ จั ย ปั ญ หาสุ ร าได้ กํ า หนดยุ ท ธศาสตร์ ไ ว้ 4 ประการ คื อ (1) ยุ ท ธศาสตร์ พั ฒ นาองค์ ค วามรู้ (2) ยุทธศาสตร์การเผยแพร่และขยายการใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ (3) ยุทธศาสตร์พัฒนาความเข้มแข็งของ เครือข่ายนักวิชาการ และความร่วมมือระหว่างนักวิชาการกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น (4) ยุทธศาสตร์การบริหาร จัดการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา สู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ท่ีให้มีประสิทธิภาพ เข้มแข็งและยั่งยืน ศูนย์วิจัย ปัญ หาสุร าได้ต ระหนั กถึ ง ความจํ า เป็ นที่ ต้ องมีม าตรการควบคุ ม เครื่อ งดื่มแอลกอฮอล์ใ นระดั บพื้นที่ และ เพื่อที่จะทําให้การดําเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นจึงได้ร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรและเครือข่าย วิชาการ ในการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค โดยมีการกําหนดหัวข้อหลักเป็น “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” วัตถุประสงค์ 1) เพื่อจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลองค์ความรู้ระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย ผู้กําหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติงานในชุมชน องค์กรภาครัฐ และภาคประชาสังคม 2) เพื่อรวบรวมข้อมูลองค์ความรู้ประเด็นด้านมาตรการต่างๆ และการดําเนินการควบคุมปัญหาสุรา ในระดับพื้นที่ 3) เพื่อสร้างเครือข่ายนักวิชาการในการจัดการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประเด็นหลัก 1) สถานการณ์ การบริโภคเครื่ องดื่ มแอลกอฮอล์ และผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใ น ภาพรวมของประเทศ และสถานการณ์ในภูมิภาค 2) การดําเนินนโยบายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ (Local Alcohol Policy) 3) การสนับสนุน/ส่งเสริม ให้มีการใช้ฐานข้อมูลวิชาการในการทํางานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระดับพื้นที่ (Promoting Evidences Based) 4) การใช้ประโยชน์จากยุทธศาสตร์การควบคุมปัญหาแอลกอฮอล์ : ยุทธศาสตร์ที่ 4 การจัดการ ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ 5) การนําเสนอข้อมูลชุมชน /พื้นที่ที่สามารถจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ดี และมี ผลในการดําเนินงานที่เป็นรูปธรรม (Show & Share Good Practice) รูปแบบการประชุม การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาคในหัวข้อ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” มีรปแบบการประชุม ดังนี้ ู 1) การอภิปราย 2) การสนทนา 3) การเปิดเวทีวิชาการ 4) การนําเสนอกรณีศึกษา 5) การระดมสมอง 2 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ผู้เข้าร่วมประชุม 1) การจัดประชุมระดับภูมิภาค กําหนดผู้เข้าร่วมประมาณ 200 คน 2) นักวิชาการ นักวิจัย ผู้กําหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติงานในชุมชน องค์กรภาครัฐ และภาคประชา สังคมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน แก้ไข ควบคุม บําบัดรักษา และจัดการกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ 3) อาจารย์ และนักศึกษา ระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ผู้รบผิดชอบหลัก ั ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) องค์กร/ภาคีรวมจัด ่ 1. สํานักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) 2. มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) 3. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 4. สํานักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) 5. แผนงานการพัฒนาระบบ รูปแบบ และวิธีการบําบัดรักษาผู้มีปัญหาการบริโภคสุราแบบ บูรณาการ (ผรส.) 6. เครือข่ายองค์กรบริหารวิชาการสารเสพติด 7. เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ (ครปอ.) 8. มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน 9. มหาวิทยาลัยขอนแก่น 10. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 11. สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) การเข้าร่วมประชุม - สิทธิของผูลงทะเบียน ้ • การเข้ าร่ วมการประชุ ม วิ ชาการสุ ราระดั บภูมิ ภาค ครั้งที่ 1 รวมอาหารว่างและ อาหารกลางวัน • ได้รับเอกสารประกอบการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 วิธีการลงทะเบียนล่วงหน้า • Download ใบสมัคร ที่ www.cas.or.th กรอกใบสมัครแล้วส่งมาได้ที่ ศูนย์วจัยปัญหาสุรา อาคารคลังพัสดุชั้น 2 ิ ซอยสาธารณสุข 6 กระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-590-2379 โทรสาร 02-590-2380 หรือ E-mail : send2cas@ihpp.thaigov.net 3 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 สรุป การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ประจําภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรมเจริญธานี ปริ๊นเซส อ.เมือง จ.ขอนแก่น 4 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 กําหนดการ การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ประจําภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพืนที่” ้ วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรมเจริญธานี ปริ๊นเซส อ.เมือง จ.ขอนแก่น เวลา 08.00-09.00 09.00-09.15 กําหนดการ ลงทะเบียน กล่าวเปิดงาน : “การร่วมสร้างงานวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครืองดื่ม ่ แอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” การอภิปราย เรื่อง : จากนโยบายควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับประเทศ สู่ นโยบายและการดําเนินงานในระดับพื้นที่ วิทยากร ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม 09.15-10.00 ผู้ดําเนินรายการ: นพ.ทักษพล ธรรมรังสี วิทยากร : ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต นายนิรุจน์ อุทธา นายจุลนพ ทองโสภิต 10.00-10.45 10.45-11.00 11.00-12.15 ห้อง A การเสวนา : ร่วมสร้างทางเพื่อบูรณาการงาน ผู้ดําเนินรายการ: ดร.สุรศักดิ์ ไชยสงค์ บุหรี่ เหล้า และ อุบติเหตุ ั วิทยากร : ทพญ.ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ นางเปรมปรีดิ์ ชวนะนรเศรษฐ์ นายบํารุง เป็นสุข อาหารว่าง การเปิดเวทีวชาการ : ิ การใช้งานวิชาการมาพัฒนางานด้าน กฎหมาย A-1: โครงการ การประเมินผลการบังคับใช้ กฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ในเขต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ A-2: การพัฒนาตัวแบบแก้ไขปัญหาการ ละเมิดกฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน ชุมชน A-3: การศึกษาแนวทางการควบคุมการดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับชุมชน ผู้ดําเนินรายการ: ภก.สุโรจน์ แพงมา วิทยากร : ผศ.ดร.ดุษฎี อายุวัฒน์ ดร.วุธิพงศ์ ภักดีกุล อ.รัชดา อุยยืนยงค์ 5 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 เวลา ห้อง B กําหนดการ วิทยากร ข้อมูลจากพืนที่สู่เวทีวชาการ ้ ิ ผู้ดําเนินรายการ : นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ B-1: สถานภาพการดื่มเหล้าในการจัดงานใน วิทยากร : นายดามธรรม จินากูล ชุมชน B-2: วัฒนธรรมการดื่มแอลกอฮอล์ในสังคม นายแพทย์จิรวัฒน์ มูลศาสตร์ อีสาน B-3: พฤติกรรมการดื่มและผลกระทบจากการ ผศ. พงษ์เดช สารการ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของกลุ่มแรงงานภาค อุตสาหกรรม จังหวัดนครราชสีมา อาหารกลางวัน การนําเสนอกรณีศึกษา : การดําเนินนโยบาย การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับพื้นที่ 1. การบังคับใช้กฎหมายในการควบคุม ปัจจัยเสี่ยง ในจังหวัดสุรินทร์ 2. การสร้ า งนโยบายในการควบคุ ม เ ค รื่ อ ง ดื่ ม แ อ ล ก อ ฮ อ ล์ ใ น พื้ น ที่ เทศบาลเมืองมหาสารคาม 3. การใช้ บ ทบาทภาคประชาชนเฝ้ า ระวังและบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด อาหารว่าง ระดมสมอง มองปัญหา หาทางออก : การ สร้างงานวิชาการเพื่อตอบความต้องการของ พื้นที่ กล่าวปิดการประชุม ผู้ดําเนินรายการ: นายธีระ วัชรปราณี วิทยากร : พ.ต.ท.ภูวดล สุธรรมแปง นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ 12.15-13.15 13.15-14.30 นายปรีชา แสนรัตน์ 14.30-14.45 14.45-16.00 16.00-16.10 ผู้ดําเนินรายการ : รศ.ดร.มานพ คณะโต วิทยากร : ผศ.ดร.สุชาดา ภัยหลีกลี้ นายวิทยา บุญฉวี นายยศพนธ์ แก่นจันทร์ นพ.ทักษพล ธรรมรังสี 6 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 คํากล่าวเปิด การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ประจําภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพืนที่” ้ วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรมเจริญธานี ปริ๊นเซส อ.เมือง จ.ขอนแก่น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อํานวยการศูนย์วิจัยและจัดการ ความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ ผู้อํานวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ตัวแทนผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศลาว ท่าน วิทยากร และผู้มีเกียรติท่เข้าร่วมประชุมทุกท่าน กระผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานใน ี พิธีเปิดการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ที่จัดขึ้นในวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554 ซึ่งการประชุม ครั้ ง นี้ จั ด ขึ้ น ภายใต้ หั ว ข้ อ การประชุ ม “ร่ ว มสรรค์ ส ร้ า งวิ ช าการ เพื่ อ จั ด การกั บ ปั ญ หาจากเครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นับเป็นปัจจัยทําลายสุขภาพของคนไทยในอันดับต้นๆ และปัญหาที่เกิด จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ส่งผลกระทบต่อทุกมิติของสังคมไทย และก่อให้เกิดความสูญเสียหลายประการ โดยเฉพาะในหน่วยเล็กๆ ของสังคมอย่างสถาบันครอบครัวซึ่งเป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น การสูญเสียชีวตและทรัพย์สิน ปัญหาด้านสุขภาพ ความรุนแรงและความแตกแยกในครอบครัว สิ่งเหล่านี้นับว่า ิ เป็นปัญหาที่มีมายาวนาน ซึ่งทุกพื้นที่ในสังคมไทยมีความจําเป็นอย่างเร่งด่วนที่ต้องหาแนวทางจัดการกับ ปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในการจัดการกับปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ควรมี การดําเนินการควบคู่กันไปในหลายนโยบาย/มาตรการ และควรวางแผนการดําเนินการทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับพื้นที่ เนื่องจากบริบทและปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละพื้นที่มีความ แตกต่างกัน นอกจากนี้ การควบคุมและจัดการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละระดับนั้น ควรดําเนินการ โดยใช้หลักฐานทางวิชาการมาเป็นเครื่องมือที่สนับสนุนให้เกิดการจัดการกับปัญหาดังกล่าวด้วย ในปีน้ีทางศูนย์วิจัยปัญหาสุรา จึงร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรและเครือข่ายวิชาการ จัดการประชุม วิชาการสุราระดับภูมิภาคขึ้น เพื่อให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ และรวบรวมข้อมูลองค์ ความรู้ประเด็นด้านมาตรการต่างๆ และการดําเนินการควบคุมปัญหาสุราในระดับพื้นที่ รวมถึงเป็นข้อมูล สําคัญในการวางแผนเพื่อจัดการและควบคุมปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย ผมจึงหวังว่าการจัดประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาคครั้งนี้ จะเป็นเครื่องมือในการสร้างกลไกสนับสนุนให้เกิด การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างกลุ่มนักวิชาการ นักวิจัย ผู้กําหนดนโยบายในพื้นที่ และผู้ปฏิบัติงานด้านการ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนนําไปสู่การสร้างเครือข่ายการทํางานวิชาการในการจัดการปัญหาเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ใ นพื้นที่ภาคอี สาน ที่จะช่วยสร้างองค์ความรู้ ไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาจากเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืนและมีคุณภาพ เพื่อปกป้องลูกหลานและสังคมต่อไปผมขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่ได้เข้าร่วมในการประชุมในครั้งนี้ และขอขอบคุณท่านวิทยากรที่ได้กรุณาสละเวลามาร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” และขออวยพรให้การ ประชุมวันนี้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ 7 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 สรุปผลการประชุมและข้อเสนอแนะในการดําเนินงาน จากการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาคครั้งที่ 1 ประจําภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพืนที่” ้ วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรมเจริญธานี ปริ๊นเซส อ.เมือง จ.ขอนแก่น สรุปผลการประชุมช่วงอภิปราย : จากนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับประเทศ สู่การ ดําเนินงานในระดับพื้นที่ 1. สรุปข้อมูลที่วทยากรนําเสนอ (Key message) ิ ผู้ดําเนินรายการ นายแพทย์ทักษพล ธรรมรังสี (ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา สํานักงานพัฒนานโยบาย สุขภาพระหว่างประเทศ) วิทยากรท่านที่ 1 ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี (สํานักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า) เนื้อหาโดยสรุป : มีข้อมูลระดับประเทศจํานวนมากที่ชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ แต่ดูเหมือนปัญหานี้ยังไม่ได้สร้างความตระหนักให้กับสังคมมากเท่าประเด็นปัญหาอื่นๆ ที่ดูแล้วมี พิษภัยน้อยกว่า แต่สังคมไทยก็เริ่มหันกลับมาให้ความสําคัญกับการจัดการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก ขึ้น เห็นได้จากการร่วมลงชื่อกว่า 13 ล้านคน เพื่อสนับสนุนและการผลักดันให้ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ผ่านมติของสภาฯ ซึ่งถือได้ว่าเป็นกฎหมายที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดฉบับหนึ่ง ในปัจจุบันเรามี Soft law คือ แผนยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติ ในแผนยุทธศาสตร์นี้จําเป็นต้อง มีแผนปฏิบัติการเพื่อการนํานโยบายระดับประเทศมาใช้ได้จริง ดังนั้น ภาคประชาชนควรร่วมแสดงความ คิดเห็นและมีส่วนร่วมในการสร้างแผนปฏิบติการยุทธศาสตร์แอลกอฮอล์ เพื่อมิให้ทางฝั่งอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ั แอลกอฮอล์มาแสดงความเห็นที่มีส่วนได้ส่วนเสีย และงานด้านรณรงค์เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ทีมงานควรทํางานร่วมกับสื่อมวลชน ทั้งสื่อส่วนกลางและสื่อในท้องถิ่น และทําเชื่อมกับไปกับงาน วิชาการ โดยอาศัยกระบวนการขับเคลื่อนผ่านกลุ่มเครือข่าย เช่น กลุ่มพระสงฆ์ เยาวชน เป็นต้น สําหรับก้าวต่อไปในการทํางาน คือการผลักดันกฎหมายลูก ของ พ.ร.บ. 2551 ในการผลักดันควรมี แนวร่วมเพิ่มเติมจากพื้นที่ เช่น เรื่องสถานที่ในการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น นอกจากนี้ควรมีการ ขยายพื้นที่น้ําดีให้เห็นเป็นข่าว ยกตัวอย่าง การขยายเรื่องของจังหวัดศรีสะเกษ โดยเน้นไปที่เรื่องงานศพปลอด เหล้าที่พบว่า หากมีการจัดงานศพที่ไม่มีเหล้าทางเจ้าภาพจะลดรายจ่ายลงไปและมีเงินเหลือเก็บหลังจากการ จัดงานด้วย 8 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 วิทยากรท่านที่ 2 นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต (ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ) เนื้อหาโดยสรุป : การให้ข้อมูลทางกฎหมายเป็นหนึ่งในการสื่อสารที่ทําให้คนในสังคมให้ตระหนักถึง ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่การให้ข้อมูลดังกล่าวยังมีจุดอ่อน เนื่องจากอาจทําให้คนในสังคมมองว่า กฎหมายและการแก้ปัญหานั้นๆ เป็นเรื่องของภาครัฐและเป็นเรื่องไกลตัว ดังนั้นสิ่งที่สําคัญในการจัดการ ปัญ หานี้ คื อการทํ าให้ ค นในสั ง คม/พื้ นที่ ได้ตระหนั กว่าปั ญ หาจากการดื่ ม เครื่ องดื่ ม แอลกอฮอล์แ ละการ แก้ปัญหาตามแนวทางของ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 เป็นเรื่องที่ต้องการแรงสนับสนุนและ การทํางานของภาคประชาชน และการแก้ปัญหานั้นต้องดําเนินการเป็นขั้นเป็นตอน ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าการ ทํางานยังมีอุปสรรคอยู่บ้าง เพราะธรรมชาติของคนอีสานเน้นความสนุกสนานรื่นเริง ดังนั้น จุดเริ่มในการ ทํางาน ควรเริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ เช่น งานบุญ งานศพ และงดเหล้าเข้าพรรษา ที่ผ่านมาพบว่าจัดงานปลอด เหล้านั้น ได้รับแรงต้านน้อยกว่าการใช้กฎหมายจากตํารวจหรือคนจากภาครัฐ และการทํางานควรมาจากการมี ส่วนร่วมของคนในชุมชน นอกจากนี้ในการทํางานควรหาจังหวะและโอกาสในการขับเคลื่อนงานด้วย เช่น การ ทํางานโดยถวายเป็นพระราชกุศล เป็นต้น และที่สําคัญต้องไม่เน้นการทํางานในเชิงปริมาณ แต่เน้นที่คุณภาพ ของงานที่ทํา วิทยากรท่านที่ 3 นายนิรุจน์ อุทธา (เครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคอีสานบน) เนื้อหาโดยสรุป : ในปัจจุบันการแก้ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในภาคอีสาน ได้มีการดําเนินงาน ที่เป็นแบบแผนเป็นระบบมากขึ้น โดยมีจุดเริ่มต้นที่สําคัญจากการจัดทํา “แผนยุทธศาสตร์การป้องกันและลด ปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ อุบัติเหตุ ภาคอีสาน” (ดังแผนภาพที่ 1) แผนยุทธศาสตร์นี้มีเป้าหมายหนึ่งที่สําคัญ คือ การตั้งเป้าไว้ว่าใน 20 ปีข้างหน้าคนอีสานจะไม่กินเหล้า ในการจัดทํายุทธศาสตร์ภาคอีสานฯ จึงมีประเด็นที่ ต้องเร่งดํ าเนินการคือ การป้ องกั นและสร้างภูมิคุ้ม กันให้กับเยาวชน รวมไปถึงการทํ าให้คนส่วนใหญ่เลิก พฤติกรรมการดื่มในงานบุญ และการทําให้ผู้ใหญ่ในจังหวัดเห็นความสําคัญของปัญหา และความร่วมมือเพื่อ การแก้ปญหานี้นับเป็นสิ่งสําคัญที่ช่วยสร้างสังคมที่เป็นสุขให้กับพื้นที่ภาคอีสานในอนาคต และนับเป็นการกอบ ั กู้เอกราชทางวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ภาคอีสานให้กลับมาด้วย แผนภาพที่ 1 แผนยุทธศาสตร์การป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่ อุบัติเหตุ ภาคอีสาน 9 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 วิทยากรท่านที่ 4 นายจุลนพ ทองโสภิต (รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น) เนื้อหาโดยสรุป : การทํางานที่นับเป็นความสําเร็จและทําให้ทั้งประเทศรู้จักจังหวัดขอนแก่น เกี่ยวกับ การจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือ การจัดงานสงกรานต์ปลอดเหล้า หรือที่ร้จักกันในชื่อ “ถนน ู ข้าวเหนียว” โดยการดําเนินงานเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งการดําเนินงานในปีนี้ก็ค่อนข้างประสบความสําเร็จ และหลังจากนั้นทางเทศบาลก็จัดงานโดยไม่รับการสนับสนุนจากบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วงปี 2548 ทางเทศบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดแคมเปญ “สนุกได้โดยไร้แอลกอฮอล์” และแคมเปญนี้ได้ถูก ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องทุกปี สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้การดําเนินงานสามารถเดินไปได้อย่างต่อเนื่องคือ มีการเก็บ ข้อมูล/ การทําโพลในช่วงการจัดงานสงกรานต์อย่างต่อเนื่องทุกปี เริ่มตั้งแต่ปี 2547 วัตถุประสงค์หลักในการ สํารวจข้อมูลเพื่อ ตรวจสอบเรื่องการดื่ม การเมาของคนที่เข้า-ออกในพื้นที่การจัดงาน ข้อมูลจากการสํารวจ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน พบว่าแนวโน้มของคนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเมามีจํานวนลดน้อยลง ทั้งนี้มี ข้อสังเกตว่า จํานวนคนที่มาเที่ยวไม่ได้ลดลง ที่ผ่านมาท้องถิ่นได้ดําเนินการเพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้าน การส่งเสริม ป้องกัน และตรวจจับป้ายโฆษณาที่กระทําผิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในการทํางานก็ พบปัญหาอุปสรรคที่สําคัญคือ การที่ท้องถิ่นไม่มีอํานาจในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ ในบางข้อ 2. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะในการดําเนินงาน 1) นโยบายในการแก้ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของพื้นที่ ควรมาจากการยอมรับและการตัดสินใจ ของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถดําเนินการได้ทั้ง รูปแบบ soft law และ Law & Regulation 2) แรงสนั บ สนุ น จากภาคประชาชนเป็ น สิ่ ง สํ า คั ญ ในการขั บ เคลื่ อ นนโยบายแอลกอฮอล์ ทั้ ง ใน ระดับประเทศและในพื้นที่ และควรมีการทํางานร่วมสื่อมวลชน พระสงฆ์/ผู้นําทางศาสนา เยาวชน และสตรี 3) การแก้ปัญหาต้องดําเนินการเป็นขั้นตอน และควรดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ โดยการประสบความสําเร็จนั้นมีสวนประกอบสําคัญจากจังหวะและโอกาสในการขับเคลื่อนงาน ่ 4) การแก้ปัญหาควรเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของคนในพื้นที่ และควรสร้างพื้นที่และงาน (โอกาส) ที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ต่อเนื่องมากขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อการป้องกันการ เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของกลุ่มเด็กและเยาวชน 5) ผู้บริหารในจังหวัดต้องให้ความสําคัญกับการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีความจริงจังใน การบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และในพื้นที่อาจมีการกําหนดกฎ กติกา ของพื้นที่เอง เช่น การกําหนดให้มีร้านค้าเพียงร้านเดียวใน 1 หมู่บ้าน หรือ 1 ตําบล ,การแสดงบัตร ประชาชนทุกครั้งที่ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น 10 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 สรุปผลการประชุมช่วงการสนทนา : ร่วมสร้างทางเพื่อบูรณาการงานบุหรี่ เหล้า และ อุบติเหตุ ั 1. สรุปข้อมูลที่วิทยากรนําเสนอ (Key message) ผู้ดําเนินรายการ ดร.สุรศักดิ์ ไชยสงค์ (อาจารย์ประจําคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และนักวิจัยอาวุโส ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา) วิทยากรท่านที่ 1 ทพญ. ศิริวรรณ ทิพยรังสฤษฏ์ (ผู้อํานวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการ ควบคุมยาสูบ และนักวิจัยอาวุโส สํานักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ) หัวข้อบรรยาย : บูรณาการ การควบคุมยาสูบในระดับพื้นที่ เนื้อหาโดยสรุป : การแก้ปญหาบุหรี่และสุรามีหลายส่วนที่คล้ายกันและสามารถทํางานร่วมกันได้ การ ั แก้ปัญหาดังกล่าวมี 3 ปัจจัยร่วม คือ อุปสงค์ อุปทาน และสภาวะแวดล้อม 1) อุปสงค์ คือ คนและกลุ่มเป้าหมายที่มีปญหาโดยมุ่งเน้นที่เยาวชน ั 2) อุปทาน คือ สินค้าและธุรกิจ 3) สภาวะแวดล้อม คือ สถานที่ การเข้าถึง มาตรการการควบคุมยาสูบที่ต้องขับเคลื่อนต่อไป คือ มาตรการลด 3 เพิ่ม 2 คือ ลดด้านอุปสงค์และ สิ่งแวดล้อม และ เพิ่มการควบคุมในส่วนของอุปทาน ซึ่งมีมาตรการดังนี้ 1) ลดนักสูบบุหรี่หน้าใหม่ อายุ 15-18 ปี และ 19-24 ปี ทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะในเพศ หญิงที่มีอัตราการสูบเพิ่มมากขึ้น และมุ่งเน้นการแก้ปัญหาระดับพื้นที่ในภาคใต้และภาค ตะวันออกเฉียงเหนือให้มากขึ้น โดยเจาะจงไปยังจังหวัดที่มีปัญหาการบริโภคยาสูบสูง 2) ลดจํานวนผู้สูบเดิม ในเขตชนบทโดยเฉพาะผู้บริโภคยาเส้น อายุระหว่าง 15-44 ปี โดย กลุ่ ม เป้ า หมาย คื อ ผู้ นํ า ด้ า นศาสนา นั ก ปกครอง และบุ ค ลากรที่ ทํ า งานด้ า นสุ ข ภาพ โดยเฉพาะ อสม. 3) ลดควันบุหรี่มือสอง ที่บ้าน ที่ทํางาน และที่สาธารณะ โดยใช้มาตรการทางสังคมช่วย ในการ แก้ปัญหา 4) เพิ่มการควบคุมโฆษณาสินค้า 5) เพิ่มกลไกการป้องกันอุตสาหกรรมยาสูบเข้ามาแทรกแซงนโยบายการควบคุมยาสูบของรัฐ วิทยากรท่านที่ 2 นางเปรมปรีดิ์ ชวนะนรเศรษฐ์ (สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา) หัวข้อบรรยาย : บูรณาการงานเหล้า และอุบัติเหตุ (บุหรี่) เนื้อหาโดยสรุป : การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนกําลังเป็นปัญหาสําคัญของทุกประเทศทั่วโลก ในแต่ละปีมี คนตายจากอุบัติเหตุสูงถึง 1.3 ล้านคน บาดเจ็บและพิการกว่า 50 ล้านคน และอัตราการเกิดอุบัติเหตุของคน ไทยสูงถึง 30 คนต่อวั น ในปี 2552 อุบัติเหตุเหล่ านี้ก่อให้เกิ ดความพิการร้อ ยละ 5-6 โดยอั ตราการเกิด อุบัติเหตุได้ลดลงในช่วงหกปีที่ผ่านมา แต่แนวโน้มของการเสียชีวิตในกลุ่มเยาวชนกลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ 11 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 เยาวชนกลุ่มอายุ 15-25 ปี มีอัตราการเกิอุบัติเหตุสูงสุด โดยพบอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ มาก ที่สุดเป็นอันดับที่ 1 และร้อยละ 70 ของการเกิดอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์มาจากการดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์แล้วขับขี่ ซึ่งกลุ่มงานที่ทํางานเพื่อแก้ปัญหาอุบติเหตุทางถนนมีหลักคิดสําคัญ ดังนี้ ั - อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ ป้องกันได้ - ควรมีการสร้างระบบความปลอดภัยในการเดินทางให้กับคนทุกกลุ่มในสังคม โดยเฉพาะใน กลุ่มที่เปราะบาง ได้แก่ คนเดินถนน คนขึ้นรถโดยสารสาธารณะ คนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ และกลุ่มเด็กและเยาวชน ในปัจจุบันได้มีการกําหนดมาตรการพื้นฐานในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุในระดับพื้นที่ ไว้ดังนี้ - Education คือ การสื่อสารและเผยแพร่องค์ความรู้ เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาและ ส่งผลทําให้เกิดกระแสสังคม - Enforcement คือ การบังคับใช้กฎหมาย ทั้งกับตัวบุคคล ระบบที่ดูแล (เช่น การขนส่ง สาธารณะ) - Engineering คือ การจัดการด้านวิศวกรรมจราจร (ออกแบบ-แก้ไข) ให้ถนน/สิ่งแวดล้อมเอื้อ ต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะการแก้ไขจุดเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ - Empowerment คือ การเสริมพลัง สนับสนุนให้บุคคลทุกระดับ ตั้งแต่ ผู้นําองค์กร ผู้ปฎิบัติ ท้องถิ่น-ชุมชน แก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ - Emergency Medical Service คือ การมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาดูแลและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ - Evaluation คือ มีระบบข้อมูลเฝ้าระวัง ประเมินผล พร้อมทั้งนํามาวางแผนป้องกันแก้ไข โดยการทํางานในพื้นที่จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างศักยภาพในการทํางาน ส่งเสริมทําให้เกิดความร่วมมือ ระหว่างเครือข่าย และทํางานแบบการบูรณาการ วิทยากรท่านที่ 3 นายบํารุง เป็นสุข (เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง) หัวข้อบรรยาย : ประเด็นการณรงค์และนโยบายเครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง เนื้อหาโดยสรุป : การทํากิจกรรมหรืองานปลอดเหล้าต่างๆ จําเป็นต้องใช้มติประชาสังคม และ วัฒนธรรมที่เกื้อกูลกัน และต้องอาศัยเวลาในการเปลี่ยนค่านิยมที่มีอยู่ในพื้นที่ โดยการจัดระเบียบสังคมเพื่อ จัดการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ มีดังนี้ - การร่วมกันตั้งกฎเกณฑ์ และเป้าหมายร่วมกันเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้กับคน ในพื้นที่ - การจัดการสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการจัดการปัญหา นอกจากนี้ การจัดการปัญหาในระดับพื้นที่ยังต้องอาศัยนโยบายจากคณะกรรมการควบคุมในระดับ จังหวัด และอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ในระดับอําเภอและจังหวัด ในการนํานโยบายนั้นมาปฏิบัติ และที่สําคัญ จะต้องมีการรายงานผลและติดตามความก้าวหน้า ตัวอย่างการจัดการกับปัญหาในระดับพื้นที่ เช่น งานช้าง ปลอดเหล้า การดําเนินงานต้องมีมติที่ชัดเจน และที่สําคัญต้องมีการดําเนินงานอย่างต่อเนื่อง 12 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 2. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะในการดําเนินงาน 1) การบูรณาการ คือ การหาภาคีเครือข่ายที่มีการเชื่อมโยงกันของข้อมูล ที่มีการทําแผนงานร่วม และ แทรกงานเข้าไปในแต่ละแผนงาน และส่วนสําคัญของการดําเนินงานคือ ผู้บริหารจะต้องมีความเข้าใจ และมีความชัดเจนกับงานที่ทํา 2) การทํางานในพื้นที่ จะต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนทั้งงานวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพ นอกจากนี้ควรมีข้อมูลที่ เป็นต้นแบบอยู่แล้ว หรือพื้นที่ที่ทํางานอยู่แล้ว และควรมี website ที่รวบรวมข้อมูล เพื่อให้คนในพื้นที่ ได้เข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ 3) ควรมีการอภิปรายและพูดคุยกัน ระหว่างผู้เกี่ยวข้องกับการทํางานเพื่อบูรณาการงานบุหรี่ เหล้า และ อุบติเหตุ ว่าประเด็นไหนที่ควรทําร่วมกัน และควรดําเนินการในพื้นที่ใดก่อน ั 4) การป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ นักสูบหน้าใหม่ เป็นสิ่งที่มีความจําเป็นเร่งด่วน และควรทํางานอย่างต่อเนื่อง 5) การรณรงค์เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุไม่ควรทําเฉพาะช่วงเทศกาล แต่ควรมีการดําเนินการต่อเนื่องตลอดปี สรุปผลการประชุม ช่วงการเปิดเทีวิชาการ: การใช้งานวิชาการมาพัฒนางานด้านกฎหมาย (ห้อง A) 1. สรุปข้อมูลที่วิทยากรนําเสนอ (Key message) ผู้ดําเนินรายการ ภก.สุโรจน์ แพงมา (สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น) วิทยากรท่านที่1 ผศ.ดร.ดุษฎี อายุวฒน์ (คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ขอนแก่น) ั หัวข้อบรรยาย : โครงการ การประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื้อหาโดยสรุป : ผลการวิจัยในส่วนของ สถานการณ์การปฏิบัติและผลการบังคับใช้กฎหมายตาม พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 พบว่า ผู้จําหน่ายในจังหวัดอุดรธานี ขายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในเวลาห้ามจําหน่าย ถึงร้อยละ 80 และ 3 ใน 4 ของผู้จําหน่ายไม่ทราบว่าทําผิดกฎหมายเรื่อง เวลาจําหน่าย และใช้เหตุผลนี้ขายให้กับเด็กอายุต่ํากว่า 20 ปี สําหรับการรับรู้ของผู้จําหน่ายต่อพระราชบัญญัติ ควบคุ ม เครื่องดื่ ม แอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 พบว่ า ผู้ จําหน่ ายมีการรั บรู้ใ นมาตรการห้า มจํ าหน่ า ยเครื่องดื่ ม แอลกอฮอล์ในสถานที่บางประเภทในระดับมากเป็นสัดส่วนสูงสุด ส่วนการรับรู้เกี่ยวกับมาตรการห้ามจําหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบางเวลา ผู้จําหน่ายมีการรับรู้ในระดับต่ําเป็นสัดส่วนสูงสุด วิทยากรท่านที่ 2 ดร.วุธิพงศ์ ภักดีกุล ( สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น) หัวข้อบรรยาย : การพัฒนาตัวแบบแก้ไขปัญหาการละเมิดกฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชน เนื้อหาโดยสรุป : พบว่า ผลการวิจัยในส่วนของข้อมูลสัดส่วนการละเมิดกฎหมายฯ ของประชาชนที่ สูง และมีการละเมิดทุกด้านที่กําหนดไว้ เพราะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่เกิดจากบริบทสิ่งแวดล้อม สังคม จารีต ประเพณี ความคิดจิตใจ ทัศนคติ ที่เปลี่ยนแปลงตามลักษณะกระแสการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ประกอบกับ ความไม่สอดคล้องของกฎหมายกับวิถีชีวิตประชาชนที่เปลี่ยนแปลง 13 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 วิทยากรท่านที่ 3 อ.รัชดา อุยยืนยงค์ (มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี) หัวข้อบรรยาย : การศึกษาแนวทางการควบคุมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับชุมชน เนื้อหาโดยสรุป : การศึกษาแนวทางการควบคุมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชน ผลการศึกษา พบว่า คํานิยามของคําว่า “เหล้า” ของคนในชุมชน มักเป็นข้อดีของเหล้า โดยการมองปัญหาที่พบจากการมี เหล้าในชุมชน มักเริ่มต้นจาก ผู้นําชุมชนที่เป็น active actor ที่พยายามแก้ปัญหาในชุมชนเอง พร้อมทั้งมีการ สร้างกลไกอื่นเข้ามาเป็นจุดเคลื่อนและเสริมด้วยแรงผลักและแรงหนุน เช่น การมีกลุ่มเฝ้าระวัง เป็นต้น 2. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะในการดําเนินงาน 1) ควรทําให้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เข้าใจได้ง่าย และมีการสื่อสารออกไป และ ชุมชนควรมีเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายของชุมชนเอง เนื่องจากปัจจุบันเจ้าหน้าที่ ที่ดูแลการ บังคับใช้กฎหมายยังขาดความชัดเจนในการปฏิบัติตามกฎหมายนี้ 2) ควรมีการพัฒนาสื่อที่เป็นมุมบวก ให้กับผู้จําหน่ายที่ปฏิบัติตามกฎหมายในระดับพื้นที่ 3) ควรผลักดันให้เกิดมาตรการในการจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับชุมชน เนื่องจาก เป็นกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่สามารถออกได้โดยไม่ต้องรอกฎหมายระดับประเทศ และยังเป็นส่วน สําคัญที่สามารถขับเคลื่อนและพัฒนาไปเป็นกฎหมายระดับชาติได้ด้วย 4) เรื่ อ งจารี ต ประเพณี วั ฒ นธรรมของอีส าน หากมองผิ ว เผิน เกี่ ย วเนื่อ งกั บสุ ร ามานาน จึ ง อยากให้ ทําการศึกษาอย่างลึกซึ้งกว่านี้ เพราะในความเป็นจริงจารีตประเพณีที่เกี่ยวกับศาสนาพุทธจะไม่ เกี่ยวข้องกับสุราเลย แต่การนําสุรามาเกี่ยวข้องที่เป็นพิธีการเป็นเพียงการอุปโลกขึ้นมา ดังนั้น การทํา วิจัยเรื่องเกี่ยวกับจารีตประเพณีด้านนี้อย่างลึกซึ่งจึงเป็นสิ่งสําคัญ มีตัวอย่างในการปรับเปลี่ยน เช่น จังหวัดสุรนทร์ ที่พยายามล้มล้างจารีตประเพณีเดิมในการดื่มสุรา ใช้น้ํามะพร้าว แทน เหล้าขาว ิ สรุปผลการประชุมช่วง การเปิดเวทีวิชาการ : ข้อมูลจากพื้นทีสเวทีวิชาการ ่ ู่ 1. สรุปข้อมูลที่วิทยากรนําเสนอ (Key message) ผู้ดาเนินรายการ นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ (สํานักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า) ํ วิทยากรท่านที่ 1 นายแพทย์จิรวัฒน์ มูลศาสตร์ (โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี) หัวข้อการบรรยาย : วัฒนธรรมการดื่มแอลกอฮอล์ในสังคมอีสาน: การศึกษาเชิงชาติพันธุ์วรรณนา เนื้อหาโดยสรุป : เนื่องจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มายาวนาน จน เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในชุมชนหรือหมู่บ้าน ฉะนั้น มุมมองสังคมและวัฒนธรรมที่ศึกษาถึงบทบาทของ การดื่มในชีวิตประจําวัน และเชื่อมโยงเข้ากับวัฒนธรรมด้านอื่นๆ ของสังคม ก็อาจมีความสําคัญที่ช่วยให้เกิด ความเข้าใจ และมองเห็นแนวทางที่จะจัดการกับปัญหาในภาพรวม นอกจากนี้ยังเป็นการปรับแนวทางการ ดําเนินงานให้เข้ากับสังคมและชุมชนได้ เพื่อให้เกิดผลที่มีประสิทธิภาพ การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงชาติพันธุ์วรรณนา ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี โดยอาศัย การสังเกต การสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการ และการสัมภาษณ์เชิงลึก จากผลการศึกษาพบว่า ประชากรใน หมู่บ้านแห่งนี้ มีการดื่มและขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกวัน ผู้ชายร้อยละ 90 เป็นผู้ที่ดื่มอย่างน้อยปีละครั้ง 14 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 และมากกว่าครึ่งดื่มเป็นประจําทุกวัน ผู้หญิงส่วนใหญ่ดื่มเป็นครั้งคราวและดื่มภายในบ้าน ส่วนใหญ่ดื่มใน หมู่บ้านและเป็นพื้นที่เปิด ปริมาณการดื่มจะลดลงตามอายุ โอกาสในการดื่ม คือ ดื่มเป็นประจําทุกวัน ดื่มใน งานบุญต่างๆ และในโอกาสพิเศษ เช่น งานเลี้ยง เหตุผลส่วนใหญ่ในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาจาก ดื่ม เพื่อแก้เหนื่อย เพื่อให้เจริญอาหาร กระตุ้นเลือดลม และที่สําคัญที่สุด คือ การดื่มเพื่อเข้าสังคม ซึ่งแสดงให้เห็น ถึงความสัมพันธ์ทางสังคมของคนในชุมชน ประชากรส่วนใหญ่ในหมู่บ้านแห่งนี้มีการรับรู้ถึงผลกระทบทางบวก ของแอลกอฮอล์มากกว่าผลกระทบทางลบ (เช่น มองปัญหาทางสุขภาพที่เกิดจากการดื่ม เป็นปัญหาส่วนบุคคล และมองปัญหาจากอุบัติเหตุเป็นเรื่องของความประมาท) และเน้นที่การรับผิดชอบต่อตนเองหลังจากที่ดื่มแล้ว ในหมู่บ้านแห่งนี้ มีการควบคุมทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์น้อยมาก เนื่องจากการ ดื่ม เครื่ อ งดื่มแอลกอฮอล์เป็ น สิ่ งที่ ย อมรับในสั ง คมหมู่บ้าน และแทรกอยู่ ใ นวัฒนธรรมของชุม ชน ผลจาก การศึกษานี้ คือ ได้เรียนรู้ถึงความต้องการของชุมชน และความเชื่อมโยงของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับ วัฒนธรรมของชุมชน ซึ่งจะนําไปสู่การหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมต่อไป วิทยากรท่านที่ 2 นายดามธรรม จินากูล (สมาคมอาศรมความรู้นครราชสีมา) หัวข้อการบรรยาย : สถานภาพการดื่มเหล้าในการจัดงานในชุมชน เนื้อหาโดยสรุป : จากข้อมูลพบว่า 80,000 หมู่บ้านในประเทศไทย มีการเลี้ยงเหล้าในงานบุญ เนื่องจากเหล้าเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย ในการจัดงานในหมู่บ้าน ร้านค้าที่เข้าไปจัดเลี้ยงสามารถเข้าใจโดยอัตโนมัติ ว่าต้องมีการเลี้ยงเหล้า โดยผู้จัดงานไม่จําเป็นต้องสั่ง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ปกติ ค่าใช้จ่ายของเหล้าและเครื่องดื่ม ต่องานสูงถึงประมาณห้าหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง และในเขตชุมชนหมู่บ้าน การ ช่วยงานจะแปรผันตามราคาค่าเหล้า (เช่น ค่าเหล้าแพง ก็จะช่วยมาก) การดื่มเหล้าในงานเลี้ยง ถือว่าเป็นเรื่อง ที่ปกติ และมีความหมายและรูปแบบที่แตกต่างจากการดื่มทั่วไป โดยชาวบ้านไม่ได้ตระหนักถึงหน้าที่ของเหล้า ที่แท้จริงนั้น คือ เมื่อดื่มก็จะเกิดอาการเมาและเกิดผลกระทบต่างๆ นอกจากนี้ ในชุมชนหมู่บ้าน เหล้ายังเป็น สัญลักษณ์หรือตัวแทนที่เชื่อมถึงบรรพบุรุษหรือเทพเจ้า เช่น ใช้สําหรับเซ่นไหว้ในศาลปู่ตา เป็นต้น หากนํา เหล้าออกจากพิธีกรรมดังกล่าวก็จะถือว่าเป็นการกระทําที่ไม่เหมาะสม การศึกษานี้มวัตถุประสงค์หลักเพื่อ ศึกษาสถานการณ์ พฤติกรรม ปัจจัย บริบท และวัฒนธรรมการดื่ม ี เหล้าในงานต่างๆ ในชุมชน เพื่อพัฒนารูปแบบการลดเหล้าในงานบุญ ในการศึกษานี้มีการพัฒนาโมเดล ที่ให้ ความสําคัญกับวิธีการคิดของคนในหมู่บ้านหรือชุมชน โดยหาวิธีการที่จะทําให้คนในหมู่บ้านสามารถคิดเองได้ มองเห็นปัญหาที่ เกิ ดขึ้ นจากการดื่ มเหล้า นํามาคุ ยกั น เพื่ อหาคํ าตอบให้กับชุ มชน และมีการนําข้อมู ลมา สังเคราะห์ ถอดบทเรียน และพัฒนาเครื่องมือ เพื่อนําไปปฏิบัติในชุมชนต่อไป ซึ่งวิธีการทั้งหมดชาวบ้านจะเป็น ผู้กาหนดเอง โดยมีทีมวิจัยให้คําแนะนําในการปฏิบัติ ํ วิทยากรท่านที่ 3 ผู้ชวยศาสตราจารย์พงษ์เดช สารการ (คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.ขอนแก่น) ่ หัวข้อการบรรยาย : พฤติกรรมการดื่มและผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของแรงงาน ภาคอุตสาหกรรม จังหวัดนครราชสีมา เนื้อหาโดยสรุป : กลุ่มแรงงานในภาคอีสานส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากการทํางาน ในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นการทํางานที่ต้องแข่งกับเวลา ตอบสนองกับการผลิต จึงทําให้แรงงานส่วนใหญ่มี ทางเลือกของวิธีการพักผ่อนที่จํากัด และพบว่าแรงงานบางส่วนใช้เวลาพักผ่อนส่วนใหญ่เที่ยวสถานบันเทิง และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากข้อมูลทั่วไปในเขตอุตสาหกรรมของจังหวัดนครราชสีมา พบว่ากลุ่มแรงงาน 15 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ร้อยละ 47.6 ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีสาเหตุจากเพื่อนชวน และไม่สนใจในระดับดีกรีของแอลกอฮอล์ และเมื่อคํานวณค่าใช้จ่ายพบว่า ร้อยละ 65.7 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อครั้ง ถูกใช้ไปกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากพฤติกรรมการเที่ยวกลางคืนและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทําให้มีผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพของตนเอง (เช่น การติดเชื้อ HIV การตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ การขาดงาน ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ) บุคคลรอบข้าง (เช่น ทะเลาะวิวาท การเกิดอุบัติเหตุทางจราจร) และระบบเศรษฐกิจโดยรวม (เช่น การสูญเสียประสิทธิภาพในการ ทํางานจากการขาดงานและประสิทธิภาพขณะทํางาน ค่ารักษาพยาบาล) การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความชุก พฤติกรรม และผลกระทบ จากการดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในกลุ่มแรงงานภาคอุตสาหกรรม ในจังหวัดนครราชสีมา โดยใช้รูปแบบการศึกษาแบบสํารวจ (Survey study) ในกลุ่มแรงงาน 2,220 คน ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายการดําเนินงานของกลุ่มงานอาชีวเวชกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และใช้แบบสอบถามในการสํารวจ จากผลการศึกษาพบว่า แรงงานร้อยละ 83.2 ดื่ ม ในรอบ 3 เดื อ นที่ ผ่ า นมา โดยดื่ ม เบี ย ร์ ม ากที่ สุ ด สั ป ดาห์ ล ะ 1-2 วั น และดื่ ม หลั ง จากเลิ ก งาน นอกจากนี้ยังพบว่า ร้อยละ 30 ดื่มแล้วขับขี่ยานพาหนะทุกครั้ง และยังมีผลกระทบทางด้านปัญหาสุขภาพ ครอบครัว (ร้อยละ 36.1 มีค่าใช้จ่าย10 % หรือมากกว่าของรายได้ ในการจ่ายค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) สังคม (ถูกว่ากล่าวจากเพื่อนบ้าน ทะเลาะวิวาท) และการทํางาน (ไปทํางานสาย ขาดงาน) ข้อสรุปจากการศึกษานี้ คือ ขนาดของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มแรงงานค่อนข้างสูง เบียร์ เป็นเครื่องดื่มที่ดื่มมากที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเข้าถึงง่าย สะดวกในการซื้อ และราคาถูก นอกจากนี้ ยัง พบว่ามีสถานการณ์การดื่มแล้วขับขี่ยานพาหนะด้วยตนเอง แม้จะมีมาตรการทางกฎหมายควบคุมอย่างชัดเจน และผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็ช้ให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ี 2. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะในการดําเนินงาน 1) ควรปรับเปลี่ยนวิธีการคิดของชาวบ้านในชุมชน โดยเน้นที่การสร้างความตระหนักให้ชาวบ้าน มองเห็นถึงปัญหาที่มาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อชาวบ้านเกิดความตระหนักก็จะสามารถ พัฒนาเครื่องมือที่จะใช้ในการแก้ไขและป้องกันได้ 2) การแก้ไขปัญหาเรื่องแอลกอฮอล์ ต้องทําให้ชุมชนเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยที่สุด และ เครื่องมือที่สามารถนําไปใช้ในการแก้ปัญหานี้คือ กฎหมาย 3) การดําเนินงานต้องเริ่มงานแรกในการดําเนินงานให้ได้ อาจเป็นงานบุญปลอดเหล้า เพราะเมื่อเริ่ม งานแรกได้ ก็จะเกิดการยอมรับจากชุมชน 4) ต้องมีการสร้างความหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชนในเชิงลบที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น 5) เนื่องจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นวัฒนธรรมในชุมชนหมู่บ้าน ฉะนั้นควรศึกษาในเรื่องนี้ให้ เกิดความเข้าใจ เพื่อหาแนวทางการแก้ไขที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ 6) ความแตกต่างในมุมมองของการดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ นํ ามาสู่ การแก้ปัญ หาที่แตกต่างกัน ดังนั้นการแก้ไขปัญหาอาจจะใช้มาตรการเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยมาตรการหลายส่วนและความ ร่วมมือ ความรับผิดชอบร่วมกัน 16 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 สรุปผลการประชุมช่วงการนําเสนอกรณีศึกษา: การดําเนินนโยบายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระดับพื้นที่ 1. สรุปข้อมูลที่วิทยากรนําเสนอ (Key message) ผู้ดําเนินรายการ นายธีระ วัชรปราณี (สํานักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า) วิทยากรท่านที่ 1 พ.ต.ท.ภูวดล สุธรรมแปง (สถานีตารวจภูธรเมืองสุรินทร์) ํ หัวข้อบรรยาย : การบังคับใช้กฎหมายในการควบคุมปัจจัยเสี่ยง ในจังหวัดสุรินทร์ เนื้อหาโดยสรุป : วาทะกรรมที่เคยเป็นตราบาปของจังหวัดสุรินทร์ คือ “มาสุรินทร์ ต้องกินสุรา ถ้าไม่ กินสุรา เรียกว่าหมาสุรินทร์” ซึ่งเป็นวาทะกรรมที่สร้างความเจ็บปวดที่สุดให้กับคนจังหวัดสุรินทร์ ทําให้คน ทั่วไปมองจังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดนักดื่ม จนใน ปี 2551 เริ่มมี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทาง จังหวัดสุรินทร์จึงเริ่มดําเนินการปลอดเหล้าในงานประเพณีระดับจังหวัด คือ งานช้าง ซึ่งในอดีตงานช้างเป็น งานที่มีการทะเลาะวิวาทกันมาก คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัด ได้คิดริเริ่มและ ดําเนินการรณรงค์ในจังหวัด เพื่อลดปริมาณผู้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ป้องกันอุบัติเหตุความรุนแรงที่จะ เกิดขึ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและลบล้างคํากล่าวที่ว่า มาสุรินทร์ต้องกินสุรา ให้เป็น “มา สุรนทร์ไม่กินสุรา เรียกว่า เทวดาสุรินทร์” ิ ในปี 2551 จึงเป็นปีแรกที่ดําเนินการให้งานช้าง เป็นงานปลอดเหล้า แต่เนื่องจากการดําเนินงานเป็นปี แรกจึงยังมีปัญหาและอุปสรรค คือ ยังมีร้านค้าจําหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณงานซึ่งเป็นสถานที่ ราชการ และรอบถนนทั้งทางเข้าและทางออก และยังมีหน่วยงานของรัฐบางหน่วยงานที่เปิดซุ้มขายเอง ในปีน้ี การดํ า เนิ น งานจึ ง ยั ง ไม่ สํ า เร็ จ เท่ า ที่ ค วร ทางกลุ่ ม ที่ ดํ า เนิ น งานได้ นํ า ข้ อ มู ล ผลการดํ า เนิ น งานมาสรุ ป ต่ อ คณะกรรมการควบคุมฯ ระดับจังหวัด และได้สรุปมาตรการใหม่ในการจัดงานช้างปี 2552 คือ เริ่มแรกของการ ดําเนินงานทางจังหวัดต้องไม่รบสปอนเซอร์จากบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด นอกจากนี้ยังมีการประชุม ั เพื่อเตรียมการประชาสัมพันธ์ ทั้งการจัดทําป้ายประชาสัมพันธ์ จัดทําสปอร์ตโฆษณา ให้ อบต. ติดป้ายเตือน โดยในการประชุมวางแผนมีการแบ่งทีมงานเป็น 3 ชุด คือ หนึ่งชุดไม้นวม คอยแนะนําประชาสัมพันธ์ต่างๆ ชุด ที่สอง คือ ชุดป้องกัน ซึ่งได้ขอความร่วมมือกับทางสรรพสามิตในการออกใบอนุญาตไม่ให้ขายในบริเวณรอบ งาน ชุดที่สาม คือ ชุดตํารวจ ในชุดการปราบปราม มีการตั้งด่านสกัดทุกจุดในการที่จะนําเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้ามาในบริเวณงาน และมีการยึดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นําเข้ามาในงาน ผลจากการทํางานอย่างจริงจังทําให้ ในปี 2552 ประสบความสําเร็จ เหตุการณ์ที่เคยเกิดลดลงอย่างเท่าตัว จนนําไปสู่การขับเคลื่อนการดําเนินงาน ให้งานช้างปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นวาระของจังหวัด และขยายการทํางานไปสู่งานอื่นๆ เช่น งานเกณฑ์ ทหารปลอดเหล้า งานศพปลอดเหล้า 17 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 วิทยากรท่านที่ 2 นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ (นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม) หั ว ข้ อ บรรยาย: การสร้ า งนโยบายในการควบคุ ม เครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ ใ นพื้ น ที่ เ ทศบาลเมื อ ง มหาสารคาม เนื้อหาโดยสรุป : ในอดีตพบว่าทุกกิจกรรมของจังหวัดมหาสารคาม จะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามา เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอยู่มาก ทําให้การเข้าถึงกลุ่มเยาวชนทําได้ง่าย จุดเริ่มต้นของงานรณรงค์เรื่องลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์งานแรก คือ งานสงกรานต์ปลอดเหล้า โดยมี การคุยกับผู้นาชุมชนถึงปัญหาที่เกิดจากงานสงกรานต์ ทั้งอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท การประพฤติมิชอบ และ ํ มีการยกตัวอย่างจังหวัดขอนแก่นขึ้นมาให้เห็นว่าสามารถดําเนินการปลอดเหล้าในงานสงกรานต์ได้ประสบ ความสําเร็จ และยังมีงบประมาณจาก สสส. ทําให้ผู้นําชุมชนเห็นดีเห็นงามด้วย การทํางานสงกรานต์ปลอด เหล้าได้ดําเนินการมา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2551-2553 ซึ่งประสบความสําเร็จมาก ซึ่งปัจจัยที่นําไปสู่ความสําเร็จ หนึ่ง คือ การมีส่วนร่วม สอง คือ งานสงกรานต์ต้องสนุก มีน้ําเล่นได้ทั้งวันและต้องมีดนตรีสนุกสนาน ทําให้งาน สงกรานต์ปลอดเหล้าของจังหวัดมหาสารคามประสบความสําเร็จอย่างดี จึงนําไปสู่การดําเนินงานการปลอด เหล้าในงานบุญประเพณีอื่นๆ เช่น งานบุญบั้งไฟ และงานลอยกระทง ซึ่งถือการเปลี่ยนมุมมองทางความคิดที่ สําคัญให้ชาวอีสาน คือ การสนุกต้องมีเหล้า เป็น “สนุกได้แม้ไม่มเหล้า” ี วิทยากรท่านที่ 3 นายปรีชา แสนรัตน์ (เครือประชาคมงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด) หัวข้อบรรยาย : การใช้บทบาทภาคประชาชนเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด เนื้อหาโดยสรุป : บทบาทของประชาคมเกี่ยวกับการเฝ้าระวังและการบังคับใช้กฎหมาย เริ่มต้น ดําเนินงานหลังจากมีพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 โดยเริ่มจากการพยายามเข้าไปมี บทบาทเป็นคณะกรรมการร่วมของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัด และดําเนินการเฝ้า ระวังและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นในพื้นที่ ในปี 2552 ทางประชาคมได้เริ่ มรณรงค์ให้ ความรู้เรื่อง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่ องดื่มแอลกอฮอล์ กับ เครือข่ายต่างๆ ในชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้รับทราบเนื้อหาสําคัญของ พ.ร.บ. เร็วที่สุด โดยมีเครือข่ายผู้นําสตรี เครือข่ายผู้นําชุมชน เครือข่ายเยาวชน และเครือข่ายพระสงฆ์ ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ช่วยลงพื้นที่ให้ความรู้กับ ชาวบ้าน แต่การลงพื้นที่ก็ยังพบปัญหาการต่อต้านจากชาวบ้านในชุมชน จึงมีการถอยมาตั้งหลักเพื่อจัดตั้ง คณะกรรมการของเครือข่ายประชาคมขึ้น โดยเชิญรองเจ้าคณะจังหวัดมาเป็นประธานเครือข่ายประชาคม ผนวกกับในช่วงปีต่อมาท่านเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดมรณะภาพ ท่านรองเจ้าคณะจังหวัดจึงได้ข้ึนดํารงตําแหน่ง เป็นเจ้าคณะจังหวัดแทน จึงเป็นโอกาสให้เริ่มรณรงค์ในงานบุญประเพณีต่างๆ โดยเริ่มจากงานบุญพระเวส เริ่ม นําร่อง 3 ตําบล ในอําเภอสุวรรณภูมิจนประสบความสําเร็จ และพบว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายและลดความ รุนแรงในงานได้จริง จึงได้ทําเป็นพื้นที่ตัวอย่างนําร่อง และขับเคลื่อนการปลอดเหล้างานบุญพระเวสให้เป็น วาระของจังหวัด ถึงแม้จะมีการดําเนินการที่เข้มข้น แต่การจําหน่ายและการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ ต้องห้ามตาม พ.ร.บ. อย่างเช่น สถานที่ราชการหรือโรงเรียน ก็ยังคงมีอยู่ และยังมีอีกหลายพื้นที่ที่บุคลากรของ ภาครัฐ ในพื้นที่ ยังไม่ได้รั บความร่ วมมื อ และยั งมีก ารฝ่ าฝืน พ.ร.บ.ควบคุม เครื่องดื่ ม แอลกอฮอล์อยู่ การ ดําเนินงานจึงต้องทําอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสถานการณ์การบังคับใช้กฎหมายของจังหวัดร้อยเอ็ดสามารถดําเนินการให้ปลอดเหล้าในงาน บุญพระเวสและงานกาชาด และพยายามผลักดันให้งานบวชปลอดเหล้าเป็นนโยบายระดับจังหวัด สําหรับงาน ศพปลอดเหล้าก็นบเป็นอีกหนึ่งงานที่ได้รับการตอบรับจากท้องถิ่นและมีการงานในพื้นที่ ั 18 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 2. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะในการดําเนินงาน 1) การจัดทําประชาคมในพื้นที่นับเป็นเครื่องมือที่สําคัญในการเริ่มต้นดําเนินงาน เนื่องจากเป็นช่องทาง ในการสร้างความร่วมมือของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง และในทุกมิติการทํางาน ในการทํางานทุกอย่าง ต้องให้เกียรติชุมชน ให้ชุมชนมีส่วนร่วม ทั้งร่วมตัดสินใจและร่วมดําเนินงาน 2) การดําเนินงานใช้แนวคิด “น้ําดีไล่น้ําเสีย” เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่ใช่กลุ่มที่ก่อให้เกิดปัญหาและ ผลกระทบ 3) การทํางานเพื่อจัดการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่การ ดําเนินงานต้องอาศัยการเอาใจมาร่วมกัน และทํางานแบบบูรณาการโดยต้องทํางานแบบเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน 4) ปัจจัยที่นําไปสู่ความสําเร็จในการดําเนินงานอีกประการหนึ่ง คือ การที่ผู้นําในแต่ละภาคส่วนร่วม ดําเนินการขับเคลื่อนในการรณรงค์เรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่อง 5) การดําเนินงานแต่ละหน่วยงานควรใช้จุดแข็งของตนเอง เช่น ส่วนของภาครัฐ เป็นผู้มีอํานาจอยู่ในมือ ก็ควรใช้อํานาจในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็งและจริงจัง และภาคประชาชนเฝ้าระวัง ก็ควร เป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ของภาครัฐ และช่วยสร้างกระแสปลอดเหล้าให้กับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ด้วย สรุปผลการประชุมช่วง ระดมสมอง มองปัญหา หาทางออก : การสร้างงานวิชาการเพื่อตอบสนอง ความต้องการของพื้นที่ 1. สรุปข้อมูลที่วิทยากรนําเสนอ (Key message) ผู้ดําเนินรายการ รศ.ดร.มานพ คณะโต (เครือข่ายพัฒนาวิชาการและข้อมูลสารเสพติดภาคอีสาน และอาจารย์ประจําภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น) ในปัจจุบันยังมีการนําองค์ความรู้ไปใช้ในการช่วยวางแผนแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่น้อย โดยการ แก้ปัญหาในพื้นที่ตองขึ้นอยู่กับ ้ 1) การมีข้อมูลสถานการณ์และความรุนแรงของปัญหา 2) การมีนโยบายจากภาครัฐ และ 3) การมีองค์ความรู้และวิธีการแก้ไขปัญหา โดยสิ่งสําคัญอีกประการ คือ การตอบโจทย์ให้ได้ว่า องค์ ความรู้อะไรที่จําเป็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคอีสาน วิทยากรท่านที่ 1 ผศ.ดร.สุชาดา ภัยหลีกลี้ (คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น) หัวข้อบรรยาย : มองปัญหา หาทางออก : การสร้างงานวิชาการเพื่อตอบความต้องการของพื้นที่ เนื้อหาโดยสรุป : องค์ความรู้ที่มีความจําเป็นในการจัดการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับ พื้นที่ ได้แก่ 1) องค์ความรู้ด้านอุปสงค์ สําหรับองค์ความรู้ด้านอุปสงค์ในภาพรวมนั้นมีอยู่ค่อนข้างมาก แต่ในการ ตอบโจทย์ในเชิงปริมาณอาจจะไม่เพียงพอและขาดความชัดเจน 19 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 2) องค์ความรู้ด้านอุปทาน ได้แก่ความรู้ด้านการผลิต, ด้าน CSR advertising ซึ่งการทํางานเพื่อแก้ไข ปัญหาด้านอุปทาน อาจยังเป็นการวิ่งตามฝั่งธุรกิจอยู่ 3) องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับการป้องกัน/การควบคุม ซึ่งควรทําการศึกษาเพิ่มเติมว่าแนวทางอะไรบ้างที่ ทําให้เกิดการป้องกันและจัดการกับปัญหาแบบยั่งยืน 4) องค์ความรู้ด้านผลกระทบ สําหรับองค์ความรู้ด้านผลกระทบค่อนข้างมีอยู่มากและมีการผลิต ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังขาดความชัดเจนของข้อมูล 5) องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับบทบาทสุราในสังคม ในสังคมไทยยังคงใช้เวลาค่อนข้างนานในการปรับเปลี่ยน ทัศนคติที่มีต่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้นจึงมีความจําเป็นที่ต้องมีการผลิตข้อมูลมาช่วยในการปรับเปลี่ยน มุมมองให้สังคมไทยมองว่า สุราไม่ใช่สินค้าธรรมดา 6) องค์ความรู้ด้านการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ความรู้ด้านนี้ยังขาดเรื่องของการวัด ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของมาตรการต่างๆ 7) องค์ความรู้ด้านนโยบายแอลกอฮอล์ โดยองค์ความรู้ด้านนโยบาย อาจจะมีประสิทธิผลสําหรับ ต่างประเทศ แต่อาจจะใช้ไม่ได้ผลสําหรับประเทศไทย เช่น การควบคุมอายุผู้ซื้อ ซึ่งต้องการความชัดเจน โดยการแก้ปัญหานั้นต้องคํานึงว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่อยู่ควบคู่กับมนุษย์ ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงมี ความจําเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขที่ยาวนาน และอยากส่งเสริมให้มีเวทีแลกเปลี่ยนการทํางาน เพื่อให้ คนที่เข้ามาทํางานจะได้ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ รวมถึงเป็นการให้กําลังใจซึ่งกันและกันด้วย วิทยากรท่านที่ 2 นายวิทยา บุญฉวี (ประชาคมงดเหล้าภาคอีสานตอนล่างจังหวัดอุบลราชธานี) หัวข้อบรรยาย : การสร้างงานวิชาการเพื่อตอบความต้องการของพื้นที่ : อุบลสร้างสุขพ้นทุกข์จาก เหล้า เนื้อหาโดยสรุป : พื้นที่มีปัญหาที่หลากหลายและมีความซับซ้อน ดังนั้น ในการทํางานในพื้นที่ต้องทํา การบูรณาการที่หลากหลาย และต้องอาศัยความรู้ในหลายศาสตร์ นอกจากนี้ยังต้องการการมีส่วนร่วมจาก หลายๆ ภาคส่วน เพื่อแสวงหาทางออกร่วมกัน ปัจจัยที่นําไปสู่ความสําเร็จ คือ การได้รับความร่วมมือจาก เครือข่ายต่างๆ เช่น เครือข่ายเยาวชน เครือข่ายพระสงฆ์ และการมีผู้นําที่เข้มแข็งในการขับเคลื่อนงานแบบ องค์รวม มีการกําหนดเป้าหมายและวิสัยทัศน์ของพื้นที่ และจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมวิ่งปลอดเหล้า กิจกรรมระดมสมองเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการดื่มและการจําหน่ายสุรา โดยเน้นเริ่มต้นที่รากฐานของ สังคม คือ การเปิดพื้นที่ให้แก่เด็กและเยาวชน โดยหลังจากจัดกิจกรรมต่างๆ แล้ว ในจังหวัดได้มีการ จัดตั้งคณะทํางานในการดําเนินงานที่ช่วยวางแผนการทํางานอย่างต่อเนื่อง และได้มีการจัดทํางานวิจัยแบบ ชาวบ้าน ว่าด้วยเรื่องปัจจัยที่มาของการดื่ม เพื่อสนับสนุนแผนงานและนโยบายของคณะทํางานดังกล่าวด้วย ตัวอย่างการดําเนินการของพื้นที่ จ.อุบลราชธานี จะเริ่มต้นจากวัด และขยายไปสู่โรงเรียนและชุมชน โดยเริ่ม อย่างเป็นรูปธรรมในปี 2551 และปี 2553 เครือข่ายเยาวชนได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการร่วมจัดการกับ ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และในปี 2554 จังหวัดอุบลราชธานี ได้มีการประกาศให้การแก้ปัญหาจาก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นนโยบายสาธารณะของจังหวัด สิ่งสําคัญในการทํางานเพื่อแก้ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอออล์นั้น นอกจากการใช้องค์ความรู้มา ขับเคลื่อนการทํางานแล้ว คนที่ทํางานนี้จําเป็นต้องมีอุดมการณ์รวมกันด้วย ่ 20 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 วิทยากรท่านที่ 3 นายยศพนธ์ แก่นจันทร์ (กลุ่มงานควบคุมโรค สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น) หัวข้อบรรยาย : การสร้างงานวิชาการเพื่อตอบความต้องการในการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ เนื้อหาโดยสรุป : ในจังหวัดขอนแก่นสิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ คือ การละเมิดกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่องการโฆษณา ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลได้พยายามประชาสัมพันธ์ ข้อ มู ล ทางกฎหมาย และดํ า เนิ น การควบคุม เฝ้ า ระวั ง การโฆษณาที่ ก ระทํา ผิ ด พ.ร.บ. ควบคุ ม เครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการขอความร่วมมือจากร้านค้า/ผับ ให้เป็นสถานที่ปลอดบุหรี่และการไม่ ละเมิดกฎหมาย ในการทํางานที่ผ่านมา พบว่าการสร้างเครือข่ายเป็นเรื่องไม่ยากนัก แต่การรักษาสถานภาพ การทํางานร่วมกันของเครือข่ายให้ได้เดินไปด้วยกันเป็นเรื่องที่ยากกว่า และเครือข่ายหลักที่ทํางานร่วมกัน คือ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า มหาวิทยาลัยขอนแก่น และอื่นๆ แต่การดําเนินงานก็พบอุปสรรคที่สําคัญ คือ แรงเสียดทานจากฝ่ายธุรกิจ แต่การดําเนินงานก็ต้องดําเนินต่อไป เนื่องจากเรามีจุดมุ่งหมายร่วมกัน คือ การ สร้างขอนแก่น ให้เป็นสังคมอยู่ดีมีสุข เป็นสังคมปลอดเหล้าปลอดบุหรี่ ที่มาจากการทํางานและความร่วมมือ ของทุกภาคส่วน 2. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะในการดําเนินงาน 1) ควรมีหน่วยงาน ที่รวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อให้เครือข่ายสามารถใช้งานได้ โดยไม่เป็นอุปสรรค และช่วยสนับสนุนการเข้าถึงงานวิจัย/งานวิชาการ ที่เครือข่ายต้องการ และข้อมูลที่มีความจําเป็นต่อ การดําเนินงานด้วย 2) ควรตั้งทีมวิชาการภาคอีสานขึ้นมาผลิตความรู้เพื่อรองรับการทํางานในพื้นที่ 3) ควรมีงานวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นที่ยังขาดและใช้กรอบแนวคิดที่หลากหลายขึ้น เช่น แนวคิดทาง เศรษฐศาสตร์การเมือง การศึกษาประเด็นผู้หญิง กลุ่มชาติพันธุ์ เป็นต้น 4) การแก้ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควรดําเนินการไปโดยใช้หลายๆ มาตรการ โดยไม่มุ่งเน้นไปที่ การบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายยังคงมีปัญหาและอุปสรรค ในทางปฏิบัติ 21 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 รายงานการประเมินผล การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ประจําภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรมเจริญธานี ปริ๊นเซส อ.เมือง จ.ขอนแก่น จากการจัดประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ประจําภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายใต้หัวข้อ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” ในวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรมเจริญธานี ปริ๊นเซส ขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น นั้น มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 165 คน มาจากกลุ่มนักวิชาการ นักวิจัย ผู้กําหนดนโยบายในพื้นที่ ผู้ปฏิบัติงานในชุมชน องค์กรภาครัฐ ภาคประชา สังคม รวมถึงนักเรียน นักศึกษาด้วย ซึ่งทางศูนย์วิจัยปัญหาสุราได้สรุปผลการประเมินความพึงพอใจต่อการ จัดการประชุมจากผู้เข้าร่วมประชุม พบว่า ผู้เข้าร่วมประชุมมีความพึงพอใจต่อการจัดประชุมในภาพรวมใน ระดับมาก โดยมีเพียงประเด็นเรื่องระยะเวลาในการจัดประชุม ที่ผู้เข้าร่วมประชุมมีความพึงพอใจในระดับปาน กลาง ข้อมูลดังแสดงในตารางที่ 1 ตารางที่ 1 ผลการประเมินความพึงพอใจในการจัดการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ประจําภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ประเด็นประเมิน ๑. เนื้อหาสาระของการประชุม ๒. รูปแบบของการจัดประชุม ๓. การมีส่วนร่วมในการประชุม เช่น การเปิดโอกาสให้ซักถาม ๔. การอํานวยความสะดวก ระหว่างการประชุม ๕. ระยะเวลาในการจัดประชุม ๖. สถานที่จัดประชุม ๗. อาหาร (ความสะอาด รสชาด ความหลากหลายของอาหาร) ๘. ความพึงพอใจกับการจัดประชุม ในภาพรวม 22 ความพึงพอใจ ☺ มากที่สุด 5 17.2 (5) 3.4 (1) 17.2 (5) 27.6 (8) 10.3 (3) 24.1 (7) 27.6 (8) 17.2 (5) 4 65.5 (19) 69.0 (20) 55.2 (16) 55.2 (16) 24.1 (7) 65.5 (19) 62.1 (18) 69.0 (20) ปานกลาง 3 17.2 (5) 24.1 (7) 20.7 (6) 17.2 (5) 41.4 (12) 10.3 (3) 10.3 (3) 13.8 (4) 2 3.4 (1) 6.9 (2) 17.2 (5) น้อยที่สุด 1 Mean 4.00 3.72 3.83 4.10 S.D. 0.598 0.591 0.805 0.673 1.060 0.581 0.602 0.566 6.9 (2) 3.14 4.14 4.17 4.03 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ 9. ประโยชน์ทท่านได้จากการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ี่ 1) การได้รบความรู้ ในประเด็นดังต่อไปนี้ ั - ความรู้เกี่ยวกับนโยบายแอลกอฮอล์ในระดับประเทศและนโยบายระดับพื้นที่ - ความรู้เกี่ยวกับการแก้ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ เช่น รูปแบบการ ดําเนินงานของจังหวัด หรือพื้นที่ที่ดําเนินการได้เป็นผลสําเร็จ - ความรู้เกี่ยวกับข้อมูล สถิติ สถานการณ์ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลกระทบ ในพื้นที่ 2) การได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์เกี่ยวกับการทํางานวิชาการ กระบวนการขับเคลื่อนงาน และแนวทางในการดําเนินงานของภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ 3) สามารถนําข้อมูลต่างๆ จากการประชุม รวมถึ งตัวอย่างของแนวทางการดําเนินงานในพื้นที่ ที่ประสบความสําเร็จ ไปปรับประยุกต์ใช้ในการทํางานและการพัฒนากิจกรรมต่างๆ ในระดับ พื้นที่ 4) ได้รู้จักเครือข่ายที่ขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่มากขึ้น ทั้งเครือข่ายดําเนินงานเรื่อง เหล้า บุหรี่ อุบัติเหตุ และเครือข่ายที่ทํางานด้านสุขภาพ 5) ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและร่วมแลกเปลียนเรียนรู้ในประเด็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ่ 6) ได้รับข้อมูลและแนวทางในการดําเนินงานที่เชื่อมโยงกับการทํางานในปัจจุบันและแนวทางที่เป็น ประโยชน์กับการทํางานในอนาคต 7) ได้ความภาคภูมิใจและเห็นถึงความตั้งใจจริงของคนในพื้นที่ ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการทํางาน เพื่อหนุนเสริมต่อการแก้ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ 10. ข้อเสนอแนะเพื่อให้การจัดประชุมครั้งต่อไป มีประโยชน์และมีประสิทธิภาพยิงขึ้น ่ 1) ควรมีรูปแบบในการจัดประชุมที่หลากหลาย เช่น - ควรมีการจัดนิทรรศการ การออกบูธของพื้นที่ ควบคู่ไปกับการจัดประชุม เนื่องจากบางพื้นที่ ไม่มีโอกาสได้นาเสนอบนเวที ํ - ควรจัดให้มีเวทีนําเสนอผลงานของชุมชนที่เป็นต้นแบบ (Best practice) ในการจัดการ ปัญหาที่เกิดจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเชิญให้หน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องมา นําเสนอ เช่น นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตําบล (อบต.) ตํารวจ เป็นต้น 23 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 2) ควรมีประเด็น (Topic) ในการจัดประชุมที่หลากหลาย เช่น - การนําเสนอผลงาน R2R และนวัตกรรมในแนวทางการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือ ข้ อมู ล แนวทางการดํ า เนิ น การบํ าบั ดผู้ มีปั ญ หาจากการดื่ ม สุร า ฯลฯ ให้ กับ สหวิช าชี พ ได้ แลกเปลี่ยนกันด้วย - การนําเสนองานวิจัย PAR ในระดับชุมชน เพราะจะทําให้เห็นภาพของงานวิชาการที่จับต้อง ได้ และสามารถแก้ไขปัญหาของชุมชนได้จริง - การนําเสนอประเด็นผู้หญิง ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เชื่อมโยงกับเรื่อง ความรุนแรงในครอบครัว - การนําเสนอประเด็นกลยุทธ์ของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (การตลาด การโฆษณา กลยุทธ์ ที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน) 3) ควรเพิ่มจํานวนภาคีเครือข่ายให้มากขึ้น เช่น - การเชิญผู้ว่าราชการจังหวัด และนายแพทย์สาธารณสุขเข้าร่วมการประชุม เพราะเป็นบุคคล สําคัญที่สามารถขับเคลื่อนการทํางานได้เป็นอย่างดี - การเชิญคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัด ของทุกจังหวัดในแต่ละ ภูมิภาคเข้าร่วมประชุม - การขยายให้กลุ่มเครือข่ายในประเทศเพื่อนบ้านมาร่วมเข้าร่วมประชุมอย่างต่อเนื่อง 4) ควรมีการจัดทําสรุปผลการดําเนินการจัดประชุม ตลอดถึงแนวทางของแผนงานที่จะขับเคลื่อนร่วมกัน ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ทาง website ของเครือข่าย 5) ควรมีการจัด การประชุมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง และควรเพิ่มระยะเวลาในการจัดการประชุมให้ มากกว่านี้ โดยอาจเพิ่มระยะเวลาเป็น 2 วัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ข้อมูลเพิ่มขึ้น 6) ควรรักษาเวลาในการนําเสนอในแต่ละช่วง เพื่อให้มีเวลาสําหรับแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็น และควรเพิ่มโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นมากขึ้น 7) ควรจัดทําเอกสารประกอบการประชุม หรือสรุปผลงานวิชาการที่วิทยากรนําเสนอ รวมเป็นรูปเล่มเพื่อ ประโยชน์ในการนําไปใช้งานต่อ 8) ควรมีประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันระหว่างภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาครัฐ เพื่อให้เกิดภาพ ความร่วมมือในการดําเนินงานต่อไปในอนาคต 24 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 สรุป การประชุมวิชาการสุราระดับภูมภาค ครั้งที่ 1 ิ ประจําภาคเหนือ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 25 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 กําหนดการ การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ประจําภาคเหนือ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพืนที่” ้ วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เวลา 08.00-08.45 08.45-09.00 09.00-10.15 กําหนดการ ลงทะเบียน กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม วิทยากร 10.15-10.30 10.30-11.30 11.30-12.00 12.00-13.00 13.00-14.30 ห้องนันทา 1 นพ.ทักษพล ธรรมรังสี พ.ญ.พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ การอภิปราย เรื่อง : จากนโยบายควบคุม ผู้ดําเนินรายการ: นพ.ทักษพล ธรรมรังสี เครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ ร ะดั บ ประเทศ สู่ วิทยากร : ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี นโยบายและการดําเนินงานในระดับพื้นที่ นายธงชัย ยงยืน นายสุรพล เธียรสูตร อาหารว่าง ช่วงเสวนา : ร่วมสร้างทางเพื่อบูรณาการ ผู้ดําเนินรายการ: พ.ญ.พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ งานบุหรี่ เหล้า และ อุบัติเหตุ วิทยากร : ทพญ.ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ นายสอน ขําปลอด นพ.ธีรวุฒิ โกมุทบุตร ปาถกฐาพิเศษ :“การร่วมสร้างงาน ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม วิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจาก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” อาหารกลางวัน การเปิดเวทีวชาการ : ิ การใช้วิชาการมาพัฒนางานแอลกอฮอล์ ผู้ดําเนินรายการ: อ.นันทสิทธิ์ กิตติวรากูล ในพืนที่ ้ A-1: การดูแลผู้มปัญหาการดื่มสุราจาก นางนพวรรณ อูปคํา ี ระบบสุขภาพสู่ชุมชน A-2: นวัตกรรมชุมชนเพื่อการส่งเสริม นางสาวรัตนาพร ทองเขียว สุขภาพเชิงสร้างสรรค์: กรณีประเพณีการ แข่งเรือ จังหวัดน่าน A-3: การดูแลผูมีปัญหาการดื่มสุราใน นางสาวเพชรรัตน์ วิชา ระบบยุติธรรม 26 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 กําหนดการ ข้อมูลจากพืนที่สู่เวทีวชาการ ้ ิ B-1: การประเมินผลการบังคับใช้กฎหมาย ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ในเขตภาคเหนือ B-2: โปรแกรมการบําบัดดูแลเชิงรุกใน ชุมชน (PACT) B-3: ภาคีหลากหลายกับเป้าหมายหนึ่ง เดียว : เพื่อแก้ไขปัญหาสุราในชุมชน จังหวัดลําพูน ห้องนันทา3-4 การนําเสนอกรณีศึกษา : การดําเนิน นโยบายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระดับพื้นที่ C-1: การรณรงค์สร้างจิตสํานึกและ ค่านิยมในการลดละเลิกการบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จ.น่าน C-2: การใช้บทบาทพระสงฆ์ในการสร้าง ความร่วมมือด้านบังคับใช้กฎหมายและ ผลักนโยบายในพื้นที่ จ.สุโขทัย C-3: กระบวนการผลักดันนโยบายด้าน การบังคับใช้ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ จ.พิษณุโลก 14.30-14.45 อาหารว่าง 14.45-16.00 ระดมสมอง มองปั ญ หา หาทางออก : การสร้ า งงานวิ ช าการเพื่ อ ตอบความ ต้องการในพื้นที่ 16.00-16.10 กล่าวปิดการประชุม เวลา ห้องนันทา 2 วิทยากร ผู้ดําเนินรายการ: อ.กนิษฐา ไทยกล้า ดร.กฤษณา กาเผือก ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา นายพัฒฑณา อินทะชัย ผู้ดําเนินรายการ: นายธีระ วัชรปราณี นายกิติศักดิ์ แก้วนิ่ม พระครูสุมณฑ์ธรรมธาดา นายชาตรี ป้อมเปิ้น ผู้ดําเนินรายการ: ผศ.ดร.นพ.อภินันท์ อร่ามรัตน์ วิทยากร : รศ. สริตา ธีระวัฒน์สกุล นายสรวิชญ์ แชกอ นายธงชัย ยงยืน ดร.สุรศักดิ์ ไชยสงค์ นพ.ทักษพล ธรรมรังสี 27 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ปาฐกถาพิเศษ การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ประจําภาคเหนือ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นมัสการพระคุณเจ้า พ.ญ.พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และผู้จัดการแผนงานพัฒนาระบบ รูปแบบวิธีการบําบัดรักษาผู้มีปัญหาการบริโภคสุราแบบบูรณาการ (ผรส.) นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ท่านวิทยากร และผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมประชุมทุกท่าน วันนี้ผมรู้สึกยินดีและเป็น เกียรติ ที่ได้มาเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ซึ่งกําหนดให้จัดเป็นครั้งแรก ในปีนี้ได้จัด ประชุ ม ใน 2 ภาคคือ ภาคตะวั นออกเฉียงเหนือ จัดเมื่ อวันที่ 5 กันยายน 2554 ที่ จังหวั ดขอนแก่น และ ภาคเหนือ ในวันนี้ โดยหัวข้อหลัก คือ ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในระดับพื้นที่ และวันนี้ผมได้รับเกียรติให้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อนี้ด้วย สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลกระทบในภาพรวม การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่มีมาช้านานในสังคมไทย หลายพื้นที่การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กลายเป็น “วัฒนธรรมย่อย” ที่เกิดขึ้นร่วมกับการมีเทศกาลหรืองานบุญต่างๆ จนทําให้คนในพื้นที่นั้นมองว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องธรรมดา แต่เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่สินค้าธรรมดา จึงทําให้ หลายพื้นที่ในสังคมไทยต้องประสบกับปัญหาและผลกระทบจากการดื่มที่เพิ่มขึ้น ทั้งด้านสุขภาพ (กาย ใจ) อุบัติเหตุ สังคม และเศรษฐกิจ ซึ่งปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จํากัดอยู่ที่ตัวผู้ดื่มเท่านั้น แต่ยังส่งผลไป ถึงครอบครัว คนรอบข้าง ชุมชน สังคม และประเทศ ทุกฝ่ายล้วนมีส่วนในการแบกรับภาระจากปัญหาและ ผลกระทบจากสิ่งที่ตนไม่ได้ก่อขึ้น ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการสํารวจปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เฉลี่ยของคนไทยก็พบว่ามีการดื่ม เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอัตราการดื่มโดยเฉลี่ยของคนไทยที่มีอายุมากกว่า 15 ปี เพิ่มขึ้นจาก 27.7 ลิตร ในปี 2540 เป็น 39.3 ลิตร ในปี 2550 นอกจากปริมาณการดื่มที่เพิ่มขึ้นแล้ว รูปแบบการดื่มของคนไทยจัดว่ามี ความเสี่ยงในระดับสูง ทั้งความเสี่ยงต่อการเกิดการปัญหาระยะยาวทางสุขภาพ และเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา เฉียบพลันต่างๆ เช่น การเกิดอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท เป็นต้น และนักดื่มชาวไทยยังมีความถี่ในการดื่ม เพิ่มขึ้นด้วย โดยเหตุผลของการเข้าสู่เส้นทางนักดื่มนั้นมีความแตกต่างกันออกไป การดื่มเพื่อเข้าสังคมเป็น สาเหตุของการดื่มที่สําคัญซึ่งพบว่า ร้อยละ 43.8 ของคนไทยที่ดื่ม เริ่มต้นการดื่มเพื่อเข้าสังคม และร้อยละ 32.8 เริ่มต้นการดื่มเพราะถูกเพื่อนชักชวน ปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นในสังคมไทยระยะหลังนั้น ได้ส่งสัญญาณเตือนให้เห็นถึงแนวโน้มความ รุนแรงของปั ญหาจากการดื่ม ที่ประเทศไทยต้องเผชิ ญ ทั้งด้ านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ โดยการดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคและการบาดเจ็บกว่า 60 ชนิด ในปี 2547 การดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยถึง 26,000 คน และนับเป็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ลําดับหนึ่งในกลุ่มผู้ชาย และเป็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพลําดับที่สองของคนทั้งประเทศ สําหรับปัญหาและ 28 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ผลกระทบทางสังคมนั้น พบว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามามีผลทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การเกิดปัญหาใน ครอบครัว ปัญหาในการทํางาน ปัญหาความรุนแรง อาชญากรรม และอื่น ๆ นอกจากปัญหาและผลกระทบทางด้านสุขภาพและสังคมแล้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังมีผลกระทบ ทางด้านเศรษฐกิจ ที่พบว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลต่อระบบเศรษฐกิจทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ผลเชิงบวก หมายถึงรายได้ของรัฐจากการผลิตและจําหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการจ้างงานและการก่อให้เกิดการ หมุนเวียนทางเศรษฐกิจในส่วนต่างๆ โดยในปี 2549 ประเทศไทยเก็บภาษีสรรพสามิตจากสุราคิดเป็นมูลค่า 72,871.5 ล้านบาท ส่วนผลกระทบในเชิงลบ หมายถึง มูลค่าความเสียหายต่อประเทศจากปัญหาที่เกี่ยวข้อง กับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากการศึกษาในประเทศไทยพบว่าผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน ปี 2549 มีมูลค่า 1.507 แสนล้านบาท ในส่วนนี้เป็นส่วนที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าที่สังคมต้องสูญเสีย ไปจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อเปรียบเทียบและหักล้างกับมูลค่าของผลกระทบเชิงบวกแล้ว พบว่า มูลค่าของความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นสูงกว่าผลประโยชน์ที่ได้รับอย่างชัดเจน อีกหนึ่งปัญหาที่นํามาซึ่งความท้าทายใหม่คือ ปัญหาจากการดื่มที่เกิดขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชน เนื่องจากการดื่มของกลุ่มนี้มีจํานวนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าใน 1 ปีสังคมไทยมีนักดื่ม หน้าใหม่เกิดขึ้นประมาณ 260,000 ราย หากมองผลในระยะยาวแล้วการดื่มในกลุ่มเด็กและเยาวชนถือว่าเป็น สิ่งที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง เพราะผลจากการดื่มมีความเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การบาดเจ็บ การเจ็บป่วย และผลกระทบที่ทําให้เกิดความพิการจนไม่สามารถเยียวยาให้กลับเป็นปกติได้ เหตุผลเหล่านี้จึง เป็นตัวสะท้อนว่าปัญหาและผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่บ่อนทําลาย “อนาคตของ สังคมไทย” และทําลายสุขภาวะ รวมถึงความอยู่เย็นเป็นสุข ของสังคมไทยในระยะยาว ด้วยความไม่ธรรมดาของสินค้าแอลกอฮอล์ จึงทําให้การขยายตัวของการดื่มเป็นที่แพร่หลายไปเกือบ ทุกพื้นที่ และด้วยรูปแบบของการตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านปริมาณและมูลค่า การนําเข้า และผลิตเครื่องดื่มประเภทใหม่ๆ โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีกลุ่มตลาดเฉพาะ เช่น เครื่องดื่มสําหรับกลุ่มเด็กและ เยาวชน และสําหรับผู้หญิง เป็นต้น นอกจากการทําการตลาดด้วยการโฆษณาทางตรงแล้ว ทางบริษัทเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ยังมีการทําการตลาดที่เป็นการโฆษณาทางอ้อมในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เกิดการขยายพื้นที่ทาง การค้าอีกด้วย เช่น การให้ทุนอุปถัมภ์ (Sponsorship) ในงานต่างๆ อาทิ งานกีฬา งานแสดงดนตรี และ ประเพณีต่างๆ ของแต่ละท้องถิ่น สิ่งนี้จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์และสร้างความคุ้นเคยให้กับคนทั่วไป และ ช่วยให้เกิดการจดจําตราสินค้าจากการแสดงป้ายโลโก้ทั้งในใบปลิว โปสเตอร์และฉากต่าง ๆ ในงาน นอกจากนี้ ทางตัวแทนที่เป็นผู้จําหน่ายยังได้ทําการตลาดเชิงรุก ที่เจาะเข้าไปในพื้นที่ เช่น การจัดลานเบียร์ การออกบูธ จัดจําหน่ายตามงานเทศกาลต่างๆ ในต่างจังหวัด เป็นต้น ด้วยการทําการตลาดทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึง การทํางานเชิงรุกของกลุ่มผู้จําหน่าย จึงส่งผลให้คนทั่วไปไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในชุมชนเมือง หรือชุมชนชนบทก็ สามารถเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย “เมื่อเกิดการขยายการดื่มเป็นวงที่กว้างขึ้น ก็ย่อมเป็นการขยายวงของปัญหาให้กว้างขึ้นด้วยเช่นกัน” สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในภาคเหนือ ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา เรื่อง รายงานสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายจังหวัด พ.ศ.2550 ที่นําข้อมูลจากการสํารวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราของประชากรไทย ปี 2550 โดย สํานักงานสถิติแห่งชาติ มาทําการวิเคราะห์รายภาค พบว่า ภาคเหนือ ประชากรที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีความชุก ของนักดื่มสูงสุด และมีสัดส่วนของผู้ด่ืมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกระบบภาษีสูงสุด และเมื่อวิเคราะห์ความชุก 29 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ของนักดื่มเยาวชนอายุ 15-19 ปี และ สัดส่วนของผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับขี่ยานพาหนะ จะพบมาก ในภาคเหนือ เช่นกัน สําหรับการวิเคราะห์เรื่องสัดส่วนของผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะ ถึงแม้การดื่มในที่ สาธารณะ ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดในเขตพื้นที่ภาคกลาง แต่ จ.เชียงใหม่ก็ยังเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนของผู้ดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธาระ ในกลุ่มผู้ดื่มอายุ 15 ปีขึ้นไป สูงสุด เช่นเดียวกับดัชนีคะแนนความเสี่ยงต่อ ปัญหาแอลกอฮอล์ ที่พบว่าดัชนีคะแนนความเสี่ยงต่อปัญหาแอลกอฮอล์รายจังหวัดเฉลี่ยของภาค สูงสุดอยู่ที่ ภาคกลาง แต่เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัดพบว่า จ.แพร่ เป็นจังหวัดที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาแอลกอฮอล์สูง ซึ่ง เป็นจังหวัดที่มีพฤติกรรมการดื่มประจํา และดื่มหนัก ความเชื่อมโยง : วิชาการกับการแก้ปัญหาแอลกอฮอล์ จากข้อมูลที่ได้อธิบายไปแล้วว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นปัจจัยทําลายสุขภาพของคนไทย ในอันดับต้นๆ และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาและผลกระทบด้านสุขภาพ อุบัติเหตุ สังคม และเศรษฐกิจ หาก ย้อนกลับมามองภาพรวมของปัญหาที่มาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่หรือชุมชน ก็คงพบกับภาพ ของปัญหาที่ไม่ต่างกันกับในระดับประเทศ ที่พบว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพ การ บาดเจ็บ การทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุ และความรุนแรงต่าง ๆ นอกจากนี้การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังมีความ เกี่ยวข้องกับปัญหาความยากจนอีกด้วย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเหมือนเหตุผลเริ่มต้น ที่ทําให้หลายคนที่ต้องพบเจอกับปัญหาและหลายชุมชนใน สังคมไทยมีความตื่นตัวต่อปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนนําไปสู่การคิดหาแนวทาง และวิธีการในการ ทํางานเพื่อแก้ไขปัญหาที่มาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และในการจัดการกับปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์น้ัน ต้องมีการดําเนินการควบคู่กันไปในหลายนโยบาย/มาตรการ และต้องวางแผนการดําเนินการ ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และในระดับพื้นที่ เพราะบริบทและปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน นอกจากนี้ การควบคุมและจัดการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละระดับนั้น จําเป็นต้องดําเนินการโดยใช้หลักฐานทางวิชาการมาเป็นเครื่องมือที่สนับสนุนให้เกิดการจัดการกับปัญหา ดังกล่าวด้วย ตัวอย่าง : การใช้งานวิชาการมาจัดการปัญหาแอลกอฮอล์ในพื้นที่ อ.เมือง จ. น่าน การเริ่มทํางานเพื่อแก้ปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่อําเภอเมืองน่าน มาจากการใช้วิกฤตให้เป็น โอกาส คือ จากสถานการณ์สุดแย่ (คนน่านมีการดื่มเหล้ามากที่สุดเป็นอันดับ1 ของประเทศ) กลับมาช่วย แก้ปัญหา หากจะพูดถึงการแก้ไขและการจัดการปัญหาแอลกอฮอล์ที่เป็นความภูมิใจของชาวน่านคงหนีไม่พ้น “การแข่งเรือที่ย่ิงใหญ่ ที่ไม่มีเหล้าเบียร์” โดยการเริ่มงานแข่งเรือปลอดเหล้าในจังหวัดน่านมีมาตั้งแต่ปี 2547 แต่กว่าจะได้รับการยอมรับและเห็นด้วยจากคนส่วนใหญ่ก็ต้องใช้เวลานานถึง 4 ปี (ตั้งแต่ปี 2547-2550) การ ทํางานนี้ก็เจอกับปัญหาอุปสรรคมานานับประการ ทั้งในเรื่องของแรงต้านทั้งจากคนดื่ม คนขายในระดับจังหวัด และจากบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เคยเข้ามาสนับสนุนการจัดงานแข่งเรือในช่วงที่ผ่านมา และยังมีความ คิดเห็นที่แตกต่างของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียคนอื่นๆ ในจังหวัดอีกด้วย 30 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ไม่ว่าเวลาในการเริ่มจะนานแค่ไหนและจะเจอแรงต้านมากเท่าไหร่ คนทํางานก็ยังต่อสู้และผ่าน ปัญหาเหล่านั้นมาได้ โดยการทํางานมีหลักการที่ช่วยให้งานสําเร็จได้คือ การใช้ข้อมูลมาทํางาน โดยเฉพาะ ข้อมู ล ที่ คน จ.น่านมี ก ารดื่ม เหล้ามากที่สุ ดเป็น อัน ดับ 1 ของประเทศ สิ่งนี้ทํา ให้ค นในพื้น ที่เกิ ด ความ ตระหนักและเห็นด้วยกับการหาทางแก้ปัญหา นอกจากนี้สิ่งที่ช่วยให้การดําเนินงานมีความต่อเนื่องคือ การที่สาธารณสุข จ.น่าน กับทางเทศบาลเมืองน่าน มีข้อมูลให้คนในพื้นที่ได้เห็นว่า การจัดงานแข่งเรือ ปลอดเหล้า สามารถลดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเทศกาลได้ โดยเฉพาะในช่วงปีหลัง ๆ พบว่าลดผู้เสียชีวิตลงได้ 100% โดยสิ่งที่ช่วยให้งานสําเร็จอีกอย่างคือ การสร้างช่องทางโอกาสให้กับการ ทํางาน เช่น การผลักดันให้การแข่งเรือปลอดเหล้าประกาศเป็นนโยบายระดับจังหวัด เป็นต้น และที่สําคัญที่สุด คือคนที่ทํางานต้องอดทน อดทน และอดทน รวมถึงมีความเสียสละ และต้องทํางานแบบกัดไม่ปล่อยเพราะเรา เชื่อมั่นว่า “คนดียังมีอีกเยอะ และคนดีท่พร้อมจะทํางานด้านนี้ยังมีอีกเยอะเช่นกัน” ี วันนี้ ก็ต้องขอขอบคุณท่านทั้งหลายที่ได้เสียสละเวลามาเพื่อเข้าร่วมประชุม มาร่วม ออกความคิดเห็น ทั้งหลายที่ เป็น ประโยชน์ และการมาร่ วมเป็น กลไกสนั บสนุ น ให้ เกิ ด การแลกเปลี่ ย นเรี ยนรู้ ระหว่างกลุ่ ม นักวิชาการ นักวิจัย ผู้กําหนดนโยบายในพื้นที่ และผู้ปฏิบัติงานด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จะ นําไปสู่การสร้างเครือข่ายการทํางานวิชาการในการจัดการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ภาคอีสาน ที่จะ ช่วยสร้างองค์ความรู้ ไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืนและมี คุณภาพ และก็ต้องขอบคุณทางศูนย์วิจัยปัญหาสุรา แผนงานวิชาการพัฒนารูปแบบการดูแลผู้เสพสารเสพติด ในชุมชน (ผรส.) และองค์กรพันธมิตรและเครือข่าย ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดงานครั้งนี้ ขอให้การประชุม ครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในภาพรวมอย่างและสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลง นั้น ต้องดีกว่าเดิม และสุดท้ายต้องขอขอบคุณในความตั้งใจดีของท่านทุกท่านอีกครั้ง 31 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 สรุปผลการประชุมและข้อเสนอแนะในการดําเนินงาน จากการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาคครั้งที่ 1 ประจําภาคเหนือ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพืนที่” ้ วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สรุปผลการประชุมช่วงอภิปราย : จากนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับประเทศ สู่การ ดําเนินงานในระดับพื้นที่ 1. สรุปข้อมูลที่วทยากรนําเสนอ (Key messages) ิ ผู้ดําเนินรายการ : นายแพทย์ทักษพล ธรรมรังสี (ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา สํานักงานพัฒนานโยบาย สุขภาพระหว่างประเทศ) วิทยากรท่านที่ 1 ภก. สงกรานต์ ภาคโชคดี (สํานักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า) เนื้อหาโดยสรุป : จากข้อมูลในระดับประเทศ พบว่านักดื่มหน้าใหม่มีจํานวนเพิ่มขึ้น และเคยมีงานวิจัย ที่พบอายุในการเริ่มต้นดื่มของเด็กที่ตํ่าสุดคือสี่ขวบ นอกจากนี้พบว่าเด็กที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีโอกาส ใช้ยาเสพติดมากกว่าเด็กที่ไม่ดื่มถึงเจ็ดเท่า และในกลุ่มเด็กที่สูบบุหรี่จะมีโอกาสในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอออล์ ห้ า เท่ า ข้ อ มู ล เหล่ า นี้ ชี้ ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง ความจํ า เป็ น ในการจั ด การกั บ ปั ญ หา และสั ง คมไทยก็ เ ริ่ ม หั น กลั บ มาให้ ความสําคัญกับการจัดการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น เห็นได้จากการร่วมลงชื่อกว่า 13 ล้านคน เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ผ่านมติของสภาฯ ซึ่งถือได้ว่า เป็นกฎหมายที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดฉบับหนึ่ง แต่หากมองถึงความคลอบคลุมในการดําเนินงานเพื่อ จัดการกับปัญหาแล้ว กฏหมายฉบับนี้ยังมีข้อจํากัดอีกหลายส่วน เพราะฉะนั้นในการทํางานเพื่อจัดการกับ ปั ญ หาจากเครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ นั้ น ต้ อ งอาศั ย ทั้ ง กระบวนการนโยบายในระดั บ พื้ น ที่ แ ละนโยบาย ระดับประเทศเดินไปด้วยกัน วิทยากรท่านที่ 2 นายธงชัย ยงยืน (ที่ปรึกษาคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัด ลําพูน และผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน) เนื้อหาโดยสรุป : ปัจจุบันการทํางานเพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในภาคเหนือ ตอนบน 8 จังหวัด ไม่ได้มีเป้าหมายในการดําเนินงานเพียงแค่การทําตามนโยบายระดับประเทศเท่านั้น แต่เป็น การดําเนินงานที่เน้นการทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ โดยกระบวนการชุมชนเป็นสิ่งสําคัญในการ จัดการปัญหาในระดับพื้นที่ และในหลายพื้นที่พบว่านโยบายระดับประเทศเกิดขึ้นหลังนโยบายของชุมชน โดย 32 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 นโยบายระดับประเทศได้เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนการดําเนินการในระดับพื้นที่ ซึ่งการดําเนินงานใน ระดับพื้นที่ มีความเชื่อมโยงกับ 1) สภาพปัญหาในพื้นที่และความเกี่ยวข้องกับประเด็นนโยบาย 2) ผู้ ที่ มี ส่ ว นเกี่ ย วข้ อ งในการดํ า เนิ น งาน ซึ่ ง ต้ อ งทราบว่ า ในพื้ น ที่ มี ใ ครที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ การ ดําเนินงานบ้าง 3) ข้อมูลของปัญหาและความชัดเจนถูกต้องของข้อมูล หากข้อมูลยังไม่เพียงพอควรต้องหาเพิ่ม เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับจํานวนป้ายโฆษณา จํานวนร้านขายที่ขายให้เด็กต่ํากว่า 20 ปี จํานวนคน ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น 4) กฎหมาย/บัญญัติ/นโยบายที่เกี่ยวข้องที่สอดคล้องกับกฎหมายระดับชาติ 5) การประมวล/รวบรวมข้อมูลเบื้องต้นในการทํางาน รวมถึงการเรียนรู้จากการดําเนินงานของ จังหวัดอื่นๆ ด้วย 6) กระบวนการจัดเวทีเครือข่าย ซึ่งช่วยในการหาแนวร่วมในการทํางาน และเป็นช่องทางในการ ตรวจสอบข้อมูลหรือเพิ่มข้อมูล 7) กระบวนการรณรงค์สาธารธณะ 8) การนําเสนอข้อมูลกับผู้ที่ทํางานเชิงนโยบาย และการกระจายข้อมูลสู่เวทีสาธารณะ 9) การสร้างช่องทางในการสื่อสาร เนื่องจากกลุ่มสื่อมวลชนเป็นกลุ่มที่มีความสําคัญต่อการ ดําเนินงาน 10) กระบวนการติดตามผล วิทยากรท่านที่ 3 นายสุรพล เธียรสูตร (นายกเทศมนตรีเมืองน่าน สํานักงานเทศบาลเมืองน่าน) เนื้อหาโดยสรุป : เดิมวัฒนธรรมการดื่มในสังคมของเมืองน่านนั้น เป็นการดื่มเพื่อรับแขกและดื่มเพื่อ นั่งพูดคุยกัน โดยทุกบ้านจะมีเเคร่อยู่บริเวณหน้าบ้านเพื่อใช้ในการนั่งดื่มและพูดคุยกัน โดยเหล้าขาวจะมีราคา ถูกและสามารถหาซื้อได้ง่ายมาก ในพื้นที่ จ.น่าน มีแหล่งผลิตเหล้าขาว/เหล้าพื้นบ้านกว่า 300 โรง ซึ่งถือเป็น สถานการณ์ที่สามารถถูกกดดันจากสังคมให้ดื่มตามวัฒนธรรม ซึ่งยากต่อการปฏิเสธเป็นอย่างมาก โดยการ ดําเนินงานเพื่อควบคุมปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ของจังหวัดน่านนั้น ได้มีการหาจุดยืนร่วม ในการทํางาน ที่สําคัญคือเน้นการสร้างเครือข่ายและหาความร่วมมือร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แม้ที่ผ่านมาจะ มีตัวอย่างการทํางานที่ประสบความสําเร็จ แต่ในความเป็นจริงการดําเนินงานก็ยังพบกับอุปสรรคอีกหลาย ประการ เช่น ในการทํางานแข่งเรือปลอดเหล้า ก็ยังพบว่ามีกรณีการขาย-ดื่มในงานที่จัด ซึ่งส่วนหนึ่งต้อง ยอมรับว่า กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าต้องเสียผลประโยชน์จํานวนมาก หากไม่มีการปรามก็จะมีการลักลอบขายและดื่ม ในงาน แต่สวนสําคัญที่สนับสนุนให้การทํางานยังสามารถดําเนินต่อไปไปได้ คือ ่ 1) ตัวของผู้ทางาน คือ ผู้ทํางานต้องต้องมีการดําเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง ํ 2) เครือข่ายที่ช่วยในการทํางาน คือ ต้องมีการดําเนินการโดยความร่วมมือของเครือข่าย 3) มีการวางแผน (ต้องมียุทธศาสตร์) คือ มีการวางแผนการดําเนินงานร่วมกันของเครือข่าย 33 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 นอกจากนี้ในการดําเนินงานต้องอาศัยเครือข่ายสื่อมวลชนเข้ามาเป็นส่วนสนับสนุนด้วย เช่น การ เตรียมประเด็นให้นักข่าวถามเกี่ยวกับเรื่องการจัดการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับผู้ใหญ่ในจังหวัด เพื่อให้มี การแสดงท่าทีที่ชัดเจนต่อการจัดการกับปัญหาต่อสาธารณะชน 2. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะในการดําเนินงาน 1) การทํางานเพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์น้ัน ควรต้องมองการจัดการปัญหาโดยเริ่ม จากการหาคนที่เป็นแนวร่วมกับเรา เรียนรู้ร่วมกัน และร่วมสร้างกระแสให้พื้นที่/สังคม ได้หันกลับมา มองและเข้าใจถึงปัญหาที่มาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปด้วยกัน 2) กระบวนการทางกฎหมายควรมีการจัดการและการลงโทษผู้ที่ทําผิดตามกฎหมาย รวมถึงให้มีการ นําเสนอข้อมูลผ่านช่องทางสื่อ เพื่อเป็นบทเรียนให้กับสังคมและผู้ประกอบการด้วย 3) ควรสนั บ สนุ น การจั ด ทํ า นโยบายในระดั บ พื้ น ที่ เช่ น ประเด็ น ใบอนุ ญ าตจํ า หน่ า ยเครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ คือ ทางพื้นที่อาจจะทีการประสานปรึกษากับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น กลุ่มสาธารณสุข จังหวัด พระ ตัวแทนคนในชุมชน เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมในการออกใบอนุญาตฯ และให้การออก ใบอนุญาตฯ ทําได้ยากขึ้น สรุปผลการประชุมช่วงการสนทนา : ร่วมสร้างทางเพื่อบูรณาการงานบุหรี่ เหล้า และ อุบติเหตุ ั 1. สรุปข้อมูลที่วิทยากรนําเสนอ (Key message) ผู้ดําเนินรายการ: พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ (ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และผู้จัด การแผนงานพัฒนาระบบ รูปแบบวิธีการบําบัดรักษาผู้มีปัญหาการบริโภคสุราแบบบูรณาการ) วิทยากรท่านที่ 1 ทพญ.ศิริวรรณ ทิพยรังสฤษฏ์ (ผู้อํานวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการ ควบคุมยาสูบ และนักวิจัยอาวุโส สํานักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ) เนื้อหาโดยสรุป : ปัจจัยร่วมในการจัดการกับปัญหาจากบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอุบัติเหตุ มี อยู่ 3 ปัจจัย ได้แก่ 1) อุปสงค์ หมายถึง คน 2) อุปทาน หมายถึง สินค้า ธุรกิจ และ 3) สภาวะแวดล้อม หมายถึง สถานที่ และการเข้าถึง โดยจุดเน้นในการแก้ไขปัญหาของเรื่องบุหรี่ มีดังนี้ 1) ด้านอุปสงค์ คือ การลดนักสูบหน้าใหม่ (อายุ 15-24 ปี) โดยปัจจัยที่มีส่วนสําคัญของการลด นักสูบหน้าใหม่ เช่น สังคมและครอบครัวที่อบอุ่น เป็นต้น และการลดผู้สูบยาเส้น (อายุ 15-44 ปี) โดยเน้นการ ทํางานร่วมกับกลุ่มที่เป็น Role model อาทิ กลุ่มผู้นําศาสนา อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เป็นต้น เพื่อให้ กลุ่มดังกล่าวเป็นแบบอย่างในการลดการบริโภคยาเส้น 34 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 2) ด้ า นอุ ป ทาน คื อ ด้ า นธุ ร กิ จ ให้ มี ก ารควบคุ ม การโฆษณา และเพิ่ ม กลไกการป้ อ งกั น การ แทรกแซงนโยบายกับทางภาครัฐ เช่น การไม่รับเงินสนับสนุนจากบริษัทที่ใช้กลยุทธ์การตลาดด้านการแสดง ความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR 3) ด้านสภาวะแวดล้อม คือ การสนับสนุนให้มีการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหา เช่น การกําหนดพื้นที่ห้ามสูบ อาทิ ที่ทํางาน สวนสาธารณะ เป็นต้น สํ า หรั บ สถานการณ์ บุ ห รี่ พบว่ า ในอดี ต การสู บ บุ ห รี่ ใ นกลุ่ ม ประชากรอายุ 15 ขึ้ น ไป ในภาค ตะวั น ออกเฉี ย งเหนื อ สู ง ที่ สุ ด แต่ ปั จ จุ บั น ภาคใต้ มี อั ต ราการสู บ บุ ห รี่ สู ง ที่ สุ ด รองลงมาได้ แ ก่ ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคเหนืออัตราการสูบบุหรี่ลดลงต่ําว่าภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพศชาย สูบบุหรี่มากกว่าเพศหญิง แต่ในกรุงเทพมหานคร กลุ่มผู้หญิงอายุ 15-18 ปี และอายุ 19-24 ปี มีอัตราการสูบ บุหรี่เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และในภาคชนบทส่วนใหญ่จะมีการสูบยาเส้นมากกว่าบุหรี่มวน วิทยากรท่านที่ 2 นายสอน ขําปลอด (เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่าง และ สํานักงาน สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก) เนื้อหาโดยสรุป : ความเป็นมาของการริเริ่มสร้างเครือข่ายของสํานักงานองค์กรเครือข่ายงดเหล้า (สคล.) ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างเริ่มในปี 2551 โดยเริ่มสร้างเครือข่ายใน 8 จังหวัด ร่วมขับเคลื่อนการทํางาน โดยเครือข่าย 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เครือข่ายหมออนามัย และตัวแทน เครือข่ายภาคประชาคม โดยมีตัวอย่างผลการดําเนินงานดังนี้ 1) ภาคเหนือตอนล่าง มีการจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้ประสานภาคแต่ละจังหวัด เพื่อต้องการให้เกิดการทํางานที่ต่อเนื่อง โดยเน้นการสกัดนักดื่มหน้าใหม่ เปลี่ยนใจนักดื่มหน้าเก่า ลดค่านิยม สังคมที่มอมเมา และเน้นการพัฒนาเครือข่ายโดยการใช้กระบวนการเรียนรู้ และการทําประชาคม เพื่อให้มีการ กลับมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยการพูดคุยกันอย่างสม่ําเสมอ 2) การจัดตั้งกลุ่มเครือข่ายต่างๆ และร่วมดําเนินงานกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น - มีการจัดตั้งเครือข่ายเยาวชน เพื่อมาเป็นแรงสนับสนุนในการดําเนินกิจกรรมรณรงค์ ต่างๆ - ในจังหวัดพิษณุโลกมีการรณรงค์การปฏิบัติตามกฏหมายการควบคุมบุหรี่และเหล้า โดย การสร้ า งความเข้ า ใจกั บ พื้ น ที่ เช่ น ร้ า นค้ า ขนส่ ง และร่ ว มสร้ า งเครื อ ข่ า ยด้ ว ยการ ประสานการลงพื้นที่กับสํานักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการตรวจจับผู้ไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย สําหรับการบูรณาการงานด้านบุหรี่ อุบัติเหตุ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ยังขาดความเข้าใจใน การบูรณาการและการดําเนินงาน ในความเป็นจริงการทํางานควรดําเนินการเป็นเรื่องๆ แยกกัน และทําแบบ ค่อยเป็นค่อยไป โดยบทบาทของสํานักงานองค์กรเครือข่ายงดเหล้า (สคล.) คือ การช่วยประสานงาน และช่วย เสริมพลังกับประชาคมเพื่อสนับสนุนกระบวนการภาคประชาคม และการสนับสนุนสํานักงานสาธารณสุข จังหวัด (สสจ.) ในการบังคับใช้กฎหมาย 35 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 วิทยากรท่านที่ 3 นายแพทย์ธีรวุฒิ โกมุทบุตร (ประธานเครือข่าย ลด ละ เลิก บุหรี่ เหล้า จ.เชียงใหม่ และคณะทํางานสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและป้องกัน อุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัดภาคเหนือตอนบน) เนื้อหาโดยสรุป : ในช่วง 5-10 ปีท่ีผ่านมา ช่วงวันหยุดสงกรานต์จังหวัดชียงใหม่ จะมีอัตราการ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนประมาณ 7 คนต่อวัน โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการเมาแล้วขับและได้รับ บาดเจ็บคิดเป็นประมาณร้อยละ 80 แต่ในปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตลดลงเหลือ 2 คนต่อวัน และการเมาแล้ว ขับและได้รับบาดเจ็บลดลงเหลือร้อยละ 40 จากข้อมูลเหล่านี้พบว่าอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ เป็นส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกัน สําหรับการทํางานเพื่อการควบคุมปัญหาด้านอุบัติเหตุนั้นมีความ เชื่อมโยงกับการทํางานด้านการรณรงค์งด หรือลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการสนับสนุนการดําเนินงานเพื่อจัดการกับปัญหาทั้งเรื่องอุบัติเหตุ และเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ คณะทํางานอุบัติเหตุจราจรจังหวัด ที่ดําเนินโครงการสนับสนุนการ ดําเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในจังหวัดนําร่อง (สอจร.) โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ประธานของศูนย์ปลอดภัยระดับจังหวัด ในการดําเนินงานได้มีการบูรณาการงานกับทุกภาคส่วน โดยการสร้าง และแสวงหาเครือข่ายด้วยหลัก 3 ช. ได้แก่ 1) ชง คือ การนําเสนอข้อมูลให้เครือข่าย โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย 2) เชิญ คือ การเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมเพื่อแก้ไขปัญหา 3) ชม คือ การชื่นชมยกย่องให้เกียรติผู้ที่ทํางานร่วมกัน 2. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะในการดําเนินงาน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุทําให้เกิดอุบัติเหตุ และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ ที่เป็นปัญหาอย่างมากไม่ใช่เพียงแค่ผู้ดื่มเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างและสัมคมด้วย โดยทุกภาคส่วน ต้องทํางานร่วมกันเพื่อจัดการกับปัญหา ที่สําคัญในชุมชนจะต้องร่วมมือกันทํางาน และในการเสวนาวันนี้ นอกจากการมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันแล้ว ก็ยังเป็นการให้กําลังใจซึ่งกันและกัน และเห็นแนวทางการ ทํางานบูณาการร่วมด้วยกัน เพื่อจะได้แก้ไขและจัดการกับปัญหาให้ดียิ่งขึ้น สรุปผลการประชุมช่วงการเปิดเวทีวิชาการ : การใช้วิชาการมาพัฒนางานแอลกอฮอล์ในพื้นที่ 1. สรุปข้อมูลที่วิทยากรนําเสนอ (Key message) ผู้ดาเนินรายการ อ.นันทสิทธิ์ กิตติวรากูล (คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ํ วิทยากรท่านที่ 1 นางนพวรรณ อูปคํา (โรงพยาบาลจอมทอง จ.เชียงใหม่) หัวข้อบรรยาย : การดูแลผู้มีปญหาการดื่มสุราจากระบบสุขภาพสู่ชุมชน ั เนื้อหาโดยสรุป : ปัจจุบันผู้มีปัญหาการดื่มสุราที่เข้ารับบริการในสถานบริการสุขภาพมีแนวโน้มที่จะ เพิ่มจํานวนขึ้นเรื่อยๆ โดยมีทั้งกลุ่มที่มาด้วยปัญหาการดื่มสุราโดยตรง และกลุ่มที่มีปัญหาการดื่มร่วมกับปัญหา 36 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 สุขภาพกาย การบําบัดรักษาผู้ติดสุราที่ผ่านมายังไม่ประสบความสําเร็จเท่าที่ควร เพราะหลายสาเหตุ ได้แก่ การขาดการรักษาที่ต่อเนื่องต่อเนื่อง การหยุดการบําบัดก่อนครบกําหนด การกลับไปดื่มสุราซ้ําดื่มโดยเฉพาะ กลุ่มที่สุขภาพทางกายทุเลาลง ในส่วนของโรงพยาบาลก็มีศักยภาพจํากัด ไม่มีหอผู้ป่วยแยกเฉพาะ ขาด บุคลากรที่เชี่ยวชาญ จึงทําให้เป็นอุปสรรคในการวางแผนการดูแลผู้ติดสุราอย่างครอบคลุม โครงการนี้เน้นไปที่ มาตรการดูแลระยะยาวหลังการรักษา (After care service) ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบําบัดรักษาผู้ติด สุรา โดยมีความมุ่งหมายเพื่อให้สามารถคงการหยุดดื่มหรือลดความเสี่ยงในการดื่มลง เพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตใน ชุมชน สังคมได้อย่างมีคุณภาพ โดยมีการดําเนินการกันเป็นเครือข่ายตาม 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) การติดตามเชิงรุกในชุมชนและให้การดูแลรายกรณี โดยมีการจัดตั้งโครงการใกล้บ้านสมานใจ 2) กลุ่มช่วยเหลือกันเอง (self help group) โดยได้มีการจัดตั้งกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนและเชื่อมโยงญาติ ชุมชน บุคคลากรสุขภาพให้เข้ามามีบทบาทร่วมกัน นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งกลุ่ม AA Group (กลุ่มผู้เลิกสุรานิร นาม) และ 3) การบําบัดฟื้นฟูในชุมชนโดยชุมชน (community action) ผลลัพธ์จากโครงการพบว่า ผู้ดื่มลดการดื่มลง ครอบครัวและญาติ มีความขัดแย้งลดลง สัมพันธภาพดี ขึ้น เงินออมเพิ่มขึ้น ปัญหาอุบัติเหตุและทะเลาะวิวาทในชุมชนลดลง พูดคุยกันมากขึ้น และเกิดมาตรการใน ชุมชนขึ้น เช่น กลุ่มร้านค้าให้ความร่วมมือในการงดจําหน่ายสุราในวันพระ และงดจําหน่ายสุราให้เด็ก/เยาวชน อายุต่ํากว่า 20 ปี กําหนดสถานที่ปลอดสุรา เช่น วัด โรงเรียน สนามกีฬา มีโครงการลด ละ เลิก การดื่มสุรา ในชุมชน โดยได้มีการร่วมกันกําหนดกติกาเกี่ยวกัยการดื่มสุราของชุมชนขึ้น เช่น งดการดื่มสุราในงานศพโดย อนุโลมให้ดื่มในบริเวณป่าช้าได้, ในงานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ สามารถดื่มสุราได้แต่กําหนดให้จัดงานจนถึง เวลา 22.00 น., ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน ห้ามดื่มสุราในการเข้าร่วมประชุมในระดับแกนนํา หากฝ่า ฝืนจะปรับ, การประชุมประจําเดือนของหมู่บ้าน ห้ามประชาชนดื่มสุราก่อนหรือระหว่าง อีกโครงการคือโครงการพัฒนารูปแบบการบําบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพแนวพุทธในผู้มีปัญหาการ ดื่มสุรา โดยได้จัดเป็นโครงการนําร่องใน 5 วัด ของจังหวัดเชียงใหม่ปี 2553 ได้แก่ วัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร อําเภอจอมทอง, สํานักปฏิบัติธรรมถ้ําตอง อําเภอจอมทอง, วัดหัวริน อําเภอสันป่าตอง, วัดพระบาท ทุ่งอ้อ อําเภอสันป่าตอง และ วัดปทุมสราราม อําเภอดอยสะเก็ด โดยมีการวางแผนการทํางานร่วมกันระหว่าง ทีมงานสุขภาพ พระสงฆ์ แม่ชี และผู้นําชุมชน โดยบุคคลการทางการแพทย์เป็นพี่เลี้ยงกับเครือข่ายในชุมชน พระสงฆ์ไปพบคนไข้ท่ีโรงพยาบาล และที่บ้าน และสุดท้ายผู้ติดสุราบางท่านได้อุปสมบทเพื่อทดแทนคุณบิดา มารดาด้วย วิทยากรท่านที่ 2 นางสาวรัตนาพร ทองเขียว (คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร) หัวข้อบรรยาย : การพัฒนานวัตกรรมชุมชนเพื่อการส่งเสริมสุขภาพเชิงสร้างสรรค์ : กรณีประเพณี การแข่งเรือจังหวัดน่าน เนื้อหาโดยสรุป : การศึกษานี้มีโจทย์การวิจัยว่า นวัตกรรมชุมชนที่จะมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มชูกําลังของผู้แข่งเรือในเทศกาลงานประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่านควรมี ลักษณะอย่างไร? นวัตกรรมชุมชนในที่นี้หมายถึง ผลผลิตของความคิดสร้างสรรค์ของคนในชุมชนโดยการ บูรณาการ วัตถุประสงค์ของการศึกษา คือ เพื่อวิเคราะห์คุณลักษณะ ค่านิยม ความเชื่อและรูปแบบของ พฤติกรรมการดื่มแครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มชูกําลังในงานประเพณีแข่งเรือ และเพื่อประยุกต์ใช้ กระบวนการจัดการองค์กรแบบ Chaordic Organization (ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนคือ จุดมุ่งหมาย, หลักการ, 37 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ผู้เข้าร่วมปฏิบัติงาน, วิธีจัดรูปแบบองค์กร, กฎเกณฑ์ กติกา แนวปฏิบัติร่วมกัน และการลงมือปฏิบัติร่วมกัน) และการจัดการความรู้แบบ SECI model (อันประกอบไปด้วย กระบวนการเรียนรู้ทางสังคม, สร้าง/จัดเก็บ ความรู้, การบูรณาการความรู้ และ นําความรู้สู่การปฏิบัติ) ในการพัฒนานวัตกรรมชุมชน โดยการศึกษานี้เป็น ระยะที่ 1 ทําการศึกษาโดยศึกษาเอกสารและสัมภาษณ์กลุ่มผู้แสดงทางสังคม (Social Actor) ได้แก่ แกนนํา เรือแข่ง/ฝีพายเรือแข่ง/ผู้นํากองเชียร์เรือแข่ง ผลการศึ ก ษาเบื้ อ งต้ น พบว่ า ประเพณี แ ข่ ง เรื อ มี คุ ณ ค่ า เชิ ง สร้ า งสรรค์ ใ น 4 มิ ติ ได้ แ ก่ 1) มิ ติ ประวัติศาสตร์ เป็นประเพณีเก่าแก่และปฏิบัติสืบทอดมากกว่า 200 ปี, 2) มิติวิถีชีวิต สร้างความสัมพันธ์ของ คนในสังคม, 3) มิติเศรษฐกิจ คือการก่อให้เกิดรายได้ และ 4) มิตินโยบาย ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและการ อนุรักษ์ นอกจากนี้ยังเป็นประเพณีที่เพิ่มความเข้มแข็งของชุมชน แต่ทั้งนี้พบว่าผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้นก็ สามารถแบ่งได้เป็น 4 มิติ คือ 1) มิติสังคม ทําให้สูญเสียความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและเกิดความขัดแย้งที่รุนแรง ขึ้น 2) มิติวัฒนธรรม ที่เปลี่ยนเป้าหมายไปเป็นเพื่อการแข่งขันเพื่อชัยชนะ มากกว่าการประกวดเรือโชว์เหมือน ประเพณีดั้งเดิม 3) มิตเศรษฐกิจ พบว่ามีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเรือประมาณ 8 ล้านบาทต่อปี เฉลี่ยเป็น ิ 1 – 8 แสนบาทต่อปีต่อหมู่บ้าน และ 4) มิติสุขภาพ ซึ่งเชื่อมโยงกับเรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยพบว่ามี การเข้ามาโฆษณาของธุร กิจแอลกอฮอล์ ส่งผลให้มีพฤติกรรมการดื่ม สูง และมีจํานวนอุบัติเหตุจราจรสู ง มากกว่าทุกเทศกาลในจังหวัดน่าน ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูลเบื้องต้นสําหรับการศึกษาในระยะที่ 2 ที่จะศึกษา สื่อท้องถิ่นต้นแบบ, แผนชุมชนด้านการส่งเสริมสุขภาพเชิงสร้างสรรค์ และการพัฒนาการแข่งเรือเพื่อส่งเสริม สุขภาพเชิงสร้างสรรค์ เพื่อนําเสนอข้อค้นพบที่ได้ ไปสู่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเพื่อให้การบริหารจัดการ ประเพณีการแข่งเรือในชุมชนสู่รปแบบนวัตกรรมชุมชนไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพเชิงสร้างสรรค์ต่อไป ู วิทยากรท่านที่ 3 นางสาวเพชรรัตน์ วิชา (ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่) หั ว ข้ อ บรรยาย : การดู แ ลผู้ มี ปั ญ หาการดื่ ม สุ ร าในระบบยุ ติ ธ รรม ระบบฐานข้ อ มู ล สุ ข ภาพ ผู้ต้องขังทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เนื้อหาโดยสรุป : การศึกษานี้มีที่มาของปัญหา คือ ระบบฐานข้อมูลสุขภาพของผู้ต้องขังแรกรับ ของทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ที่มีอยู่ ไม่สามารถทําให้การจัดบริการสุขภาพแก่ผู้ต้องขังที่มีปัญหาการบริโภค สุรา ผู้ติดสุราและผู้เสพสารเสพติดทําได้อย่างเต็มที่ จากข้อมูลพบว่าผู้ต้องขังที่ทําผิดพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ มักมีพฤติกรรมเสี่ยงจากการการดื่มแอลกอฮอล์ 7 เท่า หรือสูบบุหรีมาก่อน 5 เท่า ดังนั้นจึงมีความ ร่วมมือกันระหว่างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยชียงใหม่และ สถานพยาบาล ในเรือนจํา 4 แห่งของจังหวัดเชียงใหม่และลําพูนพัฒนาระบบข้อมูลนี้ขึ้น โดยมุ่งหวังเพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลของผู้ต้องขัง ในการค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยงจากการดื่มสุราและเสพสารเสพติด รวมทั้งเพื่อสํารวจความชุก ความรุนแรงของ ปัญหาสุขภาพ ผลกระทบและความเสี่ยงที่ได้รับจากการดื่มสุราและสารเสพติดของผู้ต้องขังด้วย โดยได้เก็บ ข้อมูลประเด็นสุขภาพและพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น ได้แก่ อายุ เพศ สถานภาพสมรส ระดับศึกษา น้ําหนัก ส่วนสูง กลุ่มเลือด ศาสนา การรับโทษ ประวัติโรคประจําตัว การป่วย การแพ้ยา การใช้สารเสพติด และการบําบัด ประวัติระบบสืบพันธุ์ และมีแบบสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพจิตและพฤติกรรมการดื่มสุรา ได้แก่ แบบประเมินภาวะสุขภาพจิตสําหรับผู้ต้องขังในเรือนจําไทย, แบบค้นหาอาการสงสัยวัณโรคในผู้ต้องขัง, แบบ คัดกรองการติดสารเสพติด ASSIST และแบบประเมินการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (AUDIT) 38 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 จากการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม ASSIST ของผู้ต้องขังแรกรับ เดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2554 พบว่า มีผู้ดื่ม 80 คนและไม่เคยดื่ม 102 คน, จากแบบประเมิน AUDIT พบว่าผู้ที่ดื่มแบบอันตรายส่วน ใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 35 – 44 ปี และผู้ติดสุราส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 18 – 24 ปี, มีพฤติกรรมดื่มหนัก 33 คน โดยข้อมูลที่ได้จากการสอบถามผู้ต้องขังแรกรับจะช่วยทําให้ทราบสภาพปัญหาสุขภาพของผู้ต้องขัง สามารถ ประเมินความเสี่ยงจากการดื่มสุราและใช้สารเสพติดของผู้ต้องขังได้ทันที เพื่อจะได้จัดให้มีรูปแบบดูแลสุขภาพ และบําบัดรักษาในขณะที่ยังไม่พ้นโทษได้ หรือสามารถให้คําแนะนําช่วยเหลือตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะป้องกัน ไม่ให้มีปัญหาเพิ่มขึ้นหรือถึงขั้นภาวะติดสุรา ทําให้ทราบความชุก ความรุนแรงของปัญหาสุขภาพ ผลกระทบ ความเสี่ยงที่ได้รับจากการดื่มสุราและการใช้สารเสพติด สรุปผลการประชุมช่วงการเปิดเวทีวิชาการ : ข้อมูลจากพื้นที่สู่เวทีวิชาการ 1. สรุปข้อมูลที่วิทยากรนําเสนอ (Key message) ผู้ดาเนินรายการ: อ.กนิษฐา ไทยกล้า (สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ํ วิทยากรท่านที่ 1 ดร.กฤษณา กาเผือก (กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 10 จังหวัดเชียงใหม่) หั ว ข้ อ บรรยาย : การประเมิ น ผลการบั ง คั บ ใช้ ก ฎหมายตามพระราชบั ญ ญั ติ ค วบคุ ม เครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ในเขตภาคเหนือ เนื้อหาโดยสรุป : การศึกษานี้เป็นการประเมินหลังจากที่มี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 6 เดือน ศึกษาครอบคลุมใน 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย และพิษณุโลก โดยใช้การวิจัยเชิงสํารวจ ใน 3 กลุ่ม คือกลุ่มผู้บริโภค กลุ่มผู้จําหน่าย และกลุ่มเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จากผลการศึกษาพบว่า ในกลุ่ม ผู้บริโภค ประชากรเกินครึ่ง เป็นผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเป็นการดื่มแบบเสี่ยง และมีความสะดวกใน การซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยังพบว่ามีการซื้อในช่วงเวลาที่มีการห้ามซื้อ และในกลุ่มผู้จําหน่าย พบว่ามี การจําหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกับกลุ่มผู้ที่ซื้อที่มีอายุต่ํากว่า 18 ปี โดยให้เหตุผลว่า ไม่ร้ว่าผิดระเบียบ ู จากผลการศึกษา สามารถสรุปการศึกษาได้ดังนี้ - การเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พบได้ง่าย สามารถซื้อได้ในเวลาห้ามจําหน่าย ดื่มในสถานที่ห้าม ดื่ม และมีร้านค้า (ประมาณ 1/3) ไม่มีใบอนุญาตในการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง การบังคับกฎหมายที่ไม่เข้มงวด - สื่อทางโฆษณา เป็นปัจจัยสําคัญที่มีอิทธิพลต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ - ในการป้องกันปัญหาดังกล่าว ควรมีการพัฒนาระบบเฝ้าระวังในชุมชน และเพิ่มความจริงจังใน การบังคับใช้กฎหมาย 39 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 วิทยากรท่านที่ 2 นายพัฒฑณา อินทะชัย (เครือข่ายบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุราจังหวัด ลําพูน) หัวข้อบรรยาย : ภาคีหลากหลายกับเป้าหมายหนึ่งเดียว : เพื่อแก้ไขปัญหาสุราในชุมชน จังหวัดลําพูน เนื้อหาโดยสรุป : การบังคับใช้กฎหมายควบคุมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในจังหวัดลําพูนไม่ค่อย เข้มงวดนัก และผลกระทบจากการดื่ม ส่วนใหญ่เป็นการทะเลาะวิวาท และพบบ่อยในงานบุญ เช่น งาน สงกรานต์ ในการป้องกันการควบคุมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในจังหวัดลําพูน มีการดําเนินงาน 5 ยุทธศาสตร์ คือ - ยุทธศาสตร์ท่ี 1 การส่งเสริมนโยบาย โดยอาศัยความร่วมมือจาก ภาครัฐและภาคเอกชน และมีการจัดตั้งคณะกรรมการออกตรวจการควบคุมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ - ยุทธศาสตร์ที่ 2 การจัดตั้งเครือข่ายประชาคมงดเหล้า โดยในจังหวัดลําพูน มีองค์กรสงฆ์ และ มี ก ารพั ฒ นาศั ก ยภาพของเจ้ า หน้ า ที่ ที่ เ กี่ ย วข้ อ ง โดยแบ่ ง การทํ า งานเป็ น อํ า เภอ และมี เครือข่ายสื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์ - ยุทธศาสตร์ที่ 3 การปรับแนวคิดของคนในสังคม เน้นเรื่องของค่านิยม และมีการลงพื้นที่ใน ชุมชน มีหน่วยงานนําร่อง เช่น บริษัทเลิกเหล้า มีการถอดบทเรียน โดยนําผู้ที่ติดสุรามาเข้า ค่ายบําบัด สร้างความเข้มแข็งในชุมชน และสร้างแกนนําเยาวชน - ยุทธศาสตรท์ท่ี 4 การสร้างบุคคล ครอบครัว ชุมชนต้นแบบ - ยุทธศาสตร์ท่5 การสร้างเสริมระบบสนับสนุนที่ดี ี ในการดําเนินงานของพื้นที่พบว่า องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นแรงผลักดันสําคัญ ที่ทําให้กิจกรรม ต่างๆ ประสบผลสําเร็จได้ วิทยากรท่านที่ 3 ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา (คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) หัวข้อบรรยาย : โปรแกรมการบําบัดดูแลเชิงรุกในชุมชน “โปรแกรมใกล้บ้านสมานใจ” (Persons with Alcohol Dependence in Thailand: PACT) เนื้อหาโดยสรุป : จากข้อมูลพบว่าผู้ดื่มแบบติดมีจํานวนน้อย แต่ก็เป็นกลุ่มที่มีปัญหา เพราะไม่ สามารถจัดการกับคนกลุ่มนี้ได้อย่างจริงจัง โดยโปรแกรมใกล้บ้านสมานใจ เป็นโปรแกรมการบําบัดที่เน้นผู้ป่วย เป็นศูนย์กลางและเน้นการฝึกอบรมที่ช่วยให้ผู้ (เคย) ดื่มอยู่ร่วมในชุมชนได้ เน้นการบําบัดเชิงรุก ผ่าน 9 องค์ประกอบ โดยจะเน้นในเรื่องการบําบัดดูแล การฟื้นฟูสภาพ และการบริการสนับสนุน โดยมีการดําเนินงาน ที่เริ่มจาก การเก็บข้อมูล การทบทวนวรรณกรรม และพัฒนาชุดโปรแกรม โดยแบ่งเป็น ชุดคู่มือ (สําหรับผู้ติด สุรา และญาติ) และแบบบันทึก มีการติดตามเยี่ยมบ้านทั้งหมด 5 ครั้ง โดยทีมสุขภาพในชุมชนนั้นๆ ผลการดํ า เนิน งานพบว่ า ไม่ มี ก ารรั ก ษาซ้ํา ในกลุ่ ม ที่ ทํา การศึก ษา ซึ่ งถื อว่ า เป็ น โปรแกรมที่ป ระสบ ผลสําเร็จ ดังนั้นควรมีการขยายการทํางานและประเมินผลให้เป็น 1 ปี และขยายผลการดําเนินงานไปยังพื้นที่ อื่นๆ ด้วย 40 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 2. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะในการดําเนินงาน 1) การพัฒนาระบบการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการกระทําผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในกลุ่มมหาวิทยาลัยนั้น ต้องอาศัยข้อบังคับหรือประกาศจากทางมหาวิทยาลัยมาเป็นกลไกช่วยดําเนินการ โดยต้องมีการหารือ ภายในมหาวิทยาลัย และที่สําคัญที่สุดคือการปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่แล้ว 2) การตรวจจับควรใช้เครือข่ายสหวิชาชีพ เช่น ตํารวจ สรรพสามิต เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น มาร่วมกันทํางาน เพราะแต่ละหน่วยงานก็มีกฎหมายบังคับใช้คนละฉบับ ดังนั้นจึงต้องมีการสร้างทีมการทํางาน และให้ แต่ละทีมลงไปปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง 3) ควรสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง และภาคีความร่วมมือที่หลากหลาย เพื่อการดําเนินการแก้ไขปัญหาจาก แอลกอฮอล์ที่ได้ผล สรุปผลการประชุมช่วงการเปิดเวทีวิชาการ : การนําเสนอกรณีศึกษา การดําเนินนโยบายการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับพื้นที่ 1. สรุปข้อมูลที่วทยากรนําเสนอ (Key messages) ิ ผู้ดําเนินรายการ : นายธีระ วัชรปราณี (สํานักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า) วิทยากรท่านที่ 1 นายกิตติศักดิ์ แก้วนิ่ม (กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลน่าน) หั ว ข้ อ บรรยาย : การรณรงค์ ส ร้ า งจิ ต สํ า นึ ก และค่ า นิ ย มในการลดละเลิ ก การบริ โ ภคเครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ จ.น่าน เนื้อหาโดยสรุป : การดําเนินงานในพื้นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ“การรณรงค์สร้างจิตสํานึกและค่านิยมใน การ ลด ละ เลิก แอลกอฮอล์” โดยเริ่มต้นการทํางานในช่วงปี 2547 ที่มีข้อมูลออกมาว่าคนน่าน ดื่ม แอลกอฮอล์มากสุดในไทย จึงเกิดการรวมตัวกันทํางานและจัดตั้งประชาคมขึ้นในปี 2549 ซึ่งการทํางานปีแรกๆ นั้น เริ่มต้นจากการพูดคุยกันระหว่างคนที่ทํางานด้านสุขภาพในโรงพยาบาลกับกลุ่มฝีพายที่ลงแข่งเรือใน จังหวัดน่าน ในการทํางานมีหลักการทํางานคือ เน้นการเริ่มสร้างจิตสํานึก และการคืนข้อมูลกลับคืนสู่ชุมชน (อาทิ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลกระทบ และการทํางานรณรงค์/ขับเคลื่อนทําให้จํานวนคนตายลดลง อย่างชัดเจน) การมีข้อมูลในการทํางานนับเป็นกุญแจแห่งความสําเร็จในการทํางาน ตัวอย่างเช่น - การได้ทราบความคิดเห็นของชุมชน : เช่น การสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดงานแข่งเรือ ปลอดเหล้า จากคนน่าน 3,400 คน ซึ่งพบว่าร้อยละ 95 เห็นด้วยกับการแข่งเรือปลอดเหล้า - การมีข้อมูล เช่น สาเหตุการตายจากเหล้า-เบียร์ (มะเร็งตับมากที่สุดในจังหวัด) งานศพที่มีเหล้านั้น เฉลี่ยมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 5,000 – 10,000 บาท เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทําให้การทํางานชัดเจนเป็น รูปธรรมมากขึ้น 41 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ในการทํางานของจ.น่าน มียุทธศาสตร์และกลวิธีการดําเนินงาน แบ่งตามกลุ่มของผู้ดื่ม ดังนี้ 1) กลุ่มที่ไม่ดื่ม : เป็นกลุ่มที่มจํานวนมากที่สุด การทํางานจะเน้นไปที่ “การควบคุมการ ี โฆษณา การสร้างค่านิยมที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และชี้ให้เห็นถึงผลกระทบ” 2) กลุ่มที่ดื่มตามเทศกาล : เป็นกลุ่มที่มีจํานวนมากรองลงมาก การทํางานจะเน้นไปที่ “การ รณรงค์และสร้างค่านิยมให้ลด/ งดการดื่มในช่วงเทศกาลและงานประเพณี” 3) กลุ่มที่ดื่มเป็นประจํา : เป็นกลุ่มคนจํานวนหนึ่ง การทํางานจะเน้นไปที่ “การตรวจสุขภาพเอนไซม์ตับ” เพื่อให้ตระหนักถึงปัญหาสุขภาพที่จะเกิดขึ้น 4) กลุ่มที่ติดสุรารุนแรง : เป็นกลุ่มคนจํานวนน้อย การทํางานจะเน้นไปที่ “การส่งไป บําบัดรักษา และสร้างคุณค่าในชุมชนให้ช่วยฟื้นฟูดุแลคนในกลุ่มนี้” ตัวอย่างกิจกรรม/การดําเนินงานในพื้นที่ จ.น่าน : - การปฏิบัติตามกฎหมาย ที่มีรูปแบบการทํางานคือ “การขอความร่วมมือ และแก้ไขทันที” เช่น การปลดป้ายที่ละเมิดกฎหมายในส่วนของการโฆษณา โดยทีมช่างเทศบาลเมืองน่านจะดําเนินการปลด ป้ายที่กระทําผิดทันทีเมื่อมีการแจ้งจากประชาชน - มี “การเชือดไก่ ให้ลิงดู” คือให้ตํารวจดําเนินการจับกุมร้านค้าที่ขายให้เด็กต่ํากว่า 18 ปี ที่ ประสบอุบัติเหตุเพราะดื่มเหล้า - การจัดกิจกรรม“หาดหินขาว หาดรวมใจ ปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์” คือการสร้างพื้นที่ปลอด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตํารวจไปช่วยตรวจเตือน - การมีบันทึกข้อตกลง ชุมชนเทศบาลเมืองน่าน - มีการ“สอนให้รู้ ขู่ให้กลัว” ผ่าน “เรื่องเล่า เร้าพลัง” โดยเน้นที่เรื่องราวของคนน่าน เพราะ เป็นข้อมูลที่ใกล้ตัวและให้ความรู้สึกมากกว่า สิ่งที่ภาคภูมิใจในการทํางานของคนในพืนที่ จ.น่าน คือ ้ - ทุกภาคส่วน ช่วยกันทํางานแบบ“เพื่อนช่วยเพื่อน” - มีประกาศ/มาตรการ ที่ช่วยสนับสนุนการทํางานโดยพื้นที่เป็นผู้กําหนดเอง - การดําเนินงานในช่วงระยะหลังไม่เคยมีการบังคับใช้กฏหมาย - ประชาชน/สื่อมวลชน ช่วยกันเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง - การทํางานเพื่อป้องกัน แก้ไข และจัดการกับปัญหาจากเครืองดื่มแอลกอฮอล์ ถูกปลูกฝังเป็น ่ วิถีชีวิตคนน่าน บทเรียนจากการปฏิบัติงาน บทสรุปสูความสําเร็จ คือ ่ 1) ผู้นําต้องเข้มแข็ง / ผู้ตามต้องขยัน 2) มีการบูรณาการทุกภาคส่วน : ทุกองคาพยพต้องร่วมมือกัน 3) ขอความร่วมมือ / ลงมือปฏิบัติทนที / ติดตาม ั 4) ป้องกัน/ ให้รางวัล /สร้างกระแสอย่างต่อเนื่อง 42 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 วิทยากรท่านที่ 2 พระครูสุมณฑ์ธรรมธาดา (เจ้าอาวาสวัดคลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย) หัวข้อบรรยาย : การใช้บทบาทพระสงฆ์ในการสร้างความร่วมมือด้านบังคับใช้กฎหมายและผลัก นโยบายในพื้นที่ จ.สุโขทัย เนื้อหาโดยสรุป : การทํางานที่ผ่านมาเริ่มต้นจาก ก่อนหน้านี้มีญาติโยม เสียชีวิตเยอะมากอันเป็นผล พวงมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เคยมีกรณีที่มาทะเลาะและฆ่ากันตายในวัด ซึ่งช่วงก่อนจะมีการออกกฎหมาย พบว่าในพื้นที่ก็มีการดําเนินการควบคุม จัดการกับปัญหานี้อยู่ เช่น ไม่จ่ายเงินช่วยเหลือให้กัยผู้ที่เสียชีวิตจาก การดื่มเหล้า เป็นต้น หลังจากช่วงที่มีกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาแล้ว ในพื้นที่ได้มาร่วมกันคิดว่า ต้องมีการเฝ้าระวังการละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (การเป็นหูเป็นตาสอดส่อง ผู้ทําผิดกฎหมาย) เนื่องจากการไม่บังคับใช้กฎหมาย จะทําให้การกระทําผิดมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นจนกลายเป็น เรื่องธรรมดาได้ ในการทํางานมีขั้นตอนการดําเนินการที่เริ่มต้นจาก แกนนําภาคประชาชนกําหนดบทบาท (จุดยืน) ของตนเอง และร่วมกันกําหนดกิจกรรมให้ชัดเจนขึ้น โดยมีการฝึกเยาวชนและประชาชนเพื่อช่วย ดําเนินงาน ซึ่งหลักการดําเนินงานที่สําคัญคือ การปรับการทํางานตามสถานการณ์ปัญหา คือ เมื่อปัญหาหนัก ขึ้น รูปแบบการทํางานก็ต้องเปลี่ยนไป ดังนั้น การดําเนินงานจะเน้นการรณรงค์อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่ ต้องอาศัยการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ต่อเนื่องด้วย โดยวัดจะเข้ามามีส่วนในการช่วยสอดส่องดูแล และ เรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายด้วย ตัวอย่างการดําเนินการ “งานลอยกระทงปลอดเหล้า” - กิจกรรม แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนที่หนึ่งสอดส่องพฤติกรรมของผู้มาร่วมงาน และอีกส่วนหนึ่งก็ ถือป้ายรณรงค์ไม่ให้มีการดื่มในวันงานลอยกระทง - ผู้ ดํ า เนิ น งาน มี ก ารเรี ย นรู้ ใ นการปฏิ บั ติ โดยมี ก ารทํ า งานร่ ว มกั บ เจ้ า หน้ า ที่ รั ฐ ตํ า รวจ สรรพสามิต และผู้ว่าราชการ จ.สุโขทัย - ผลการดําเนินงาน : เป็นจุดเริ่มให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แล้วขยายขอบเขตการทํางาน จาก ระดับชุมชนไประดับตําบล อําเภอและจังหวัด - ข้อเสนอแนะ : การรณรงค์ในระดับหมู่บ้านแม้ว่าจะสําเร็จ แต่ภาพใหญ่ไม่เห็นผล จึงควรมี การขยายขอบเขตงานเป็นระดับตําบล อําเภอและจังหวัด แต่เนื่องจากงบประมาณในการดําเนินงานมีค่อนข้าง น้อย ดังนั้นจึงควรมีการผลักดัน/ของบประมาณเพิ่มเติมด้วย วิทยากรท่านที่ 3 นายชาตรี ป้อมเปิ้น (ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดพิษณุโลก สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก) หัวข้อบรรยาย : กระบวนการผลักดันนโยบายด้านการบังคับใช้ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดพิษณุโลก เนื้อหาโดยสรุป : การดําเนินการบังคับใช้กฎหมายของ จ.พิษณุโลกเริ่มต้นด้วยการเตือนและบันทึก ข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร โดยบทบาทหน้าที่ของทีมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัด พิษณุโลก คือการประสานงานและความร่วมมือกับหน่วยงานราชการต่างๆ ผ่านกลไกการมีส่วนร่วมทุกภาค 43 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ส่วน การสร้างความร่วมมือในการดําเนินการตามกฎหมาย โดยการดําเนินการคือ “ควบคุมการเข้าถึงเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์” “ควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” และ “การให้ความรู้และสร้างความเข้าใจ” ตัวอย่างการดําเนินงาน : การดําเนินงานในพื้นที่ จ.พิษณุโลกพบว่า หากมีคดีใหญ่ๆ จะมีการประชุม คณะกรรมการแอลกอฮอล์ประจําจังหวัด มาเพื่อพิจารณาคดีเป็นการเฉพาะกิจ ที่ผ่านมามีการจับผู้กระทําผิด ในงาน “มันส์ล่ะหงษ์” คือพบว่ามีการขายไอศครีมผสมเหล้า ข้อสังเกต : ที่ผ่านมาในการดําเนินงาน พบว่าหากเกิดกรณีจับกุมในผู้ประกอบการรายเล็กๆ ที่ส่วน ใหญ่เป็น chain เกี่ยวกับการขายและการจัดงาน ผู้ประกอบมักจะยอมเสียค่าปรับ แต่หากเกิดกรณีจับกุมใน งานที่ทางบริษทอุตสาหรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นผู้จัด ทางบริษัทมักจะยอมให้สงฟ้อง ั ่ 2. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะในการดําเนินงาน 1) ควรทําให้ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัญหาของ “สาธารณะ” และเน้นการทํางานเพื่อ ป้องกันให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชน 2) การทํางานต้องดําเนินไปแบบควบคู่กันทั้งการทํางานด้านรณรงค์ การสนับสนุนการทํางานของ เจ้าหน้าที่ของรัฐในการบังคับใช้กฎหมายและ การเฝ้าระวัง (ร่วมกันเป็นหูเป็นตา) และแจ้ง เบาะแสผู้กระทําผิดกฎหมาย 3) การทํางานด้านการบังคับใช้กฎหมายควรมีการประสานงานล่วงหน้า ไม่เช่นนั้น การดําเนินการ จะพบกับอุปสรรคและอาจไม่ประสบความสําเร็จ เช่น การดําเนินการกับผู้ที่ขายในพื้นที่ห้ามขาย อาทิ การจัดลานเบียร์ หรือลานคอนเสิร์ต ในสถานที่ราชการ เป็นต้น สรุปผลการประชุมช่วง ระดมสมอง มองปัญหา หาทางออก : การสร้างงานวิชาการเพื่อตอบสนอง ความต้องการของพื้นที่ 1. สรุปข้อมูลที่วิทยากรนําเสนอ (Key message) ผู้ดําเนินรายการ ผศ.ดร.นพ.อภินันท์ อร่ามรัตน์ (ศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ สถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์สขภาพ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ุ วิทยากรท่านที่ 1 ดร.สุรศักดิ์ ไชยสงค์ (คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ ศูนย์วิจัย ปัญหาสุรา) ตัวแทนจากภาควิชาการ เนื้อหาโดยสรุป : การประชุมครั้งนี้เหมือนเป็นการมาจับคู่ระหว่างผู้ใช้ข้อมูลและผู้ผลิตข้อมูล โดยการ สร้ า งงานวิ ช าการในพื้ น ที่ จ ะช่ ว ยสนั บ สนุ น ยุ ท ธศาสตร์ ที่ 4 เรื่ อ ง การจั ด การปั ญ หาดํ า เนิ น งานนโยบาย แอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ ตามยุทธศาสตร์การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับชาติ การใช้งานวิชาการจะ สนับสนุนการทํางานในพื้นที่ โดยจะช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้จาก Best practice ไปยังพื้นที่อื่นผ่านการถอด บทเรียน หรือการจัดการความรู้ (KM), การช่วยติดตามและประเมินผลโครงการ/การดําเนินงานในพื้นที่, ใช้ เป็นข้อมูลหรือหลักฐานเชิงประจักษ์ และทําให้การดําเนินมาตรการต่าง ๆ ในพื้นที่นั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานความรู้ 44 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ตัวอย่างความรู้ที่ช่วยในการทํางานในระดับพื้นที่ เช่น ข้อมูลสถานการณ์การบริโภคและผลกระทบในพื้นที่, มาตราการหรือวิธีการที่มีประสิทธิผลในการจัดการปัญหา, การถอดบทเรียนของการดําเนินงานในพื้นที่ที่ ประสบความสําเร็จ ทั้งนี้การใช้งานวิชาการต้องอาศัยผู้ทํางานในสามส่วนสําคัญ คือ ผู้สนับสนุน เช่น ผู้ให้ทุน, พี่เลี้ยงทางวิชาการ, และคนทํางานในพื้นที่ วิทยากรท่านที่ 2 นายสรวิชญ์ แชกอ (ผู้จัดการศูนย์พัฒนาเด็กชาวเขา) ตัวแทนจากภาคประชาสังคม เนื้อหาโดยสรุป : ในฐานะที่เป็นคนชาติพันธุ์ สังเกตพบว่าที่ผ่านมายังไม่มีการพูดถึงการจัดการปัญหา แอลกอฮอล์ ใ นกลุ่ ม ชาติ พั น ธุ์ / ชนเผ่ า ในเวที วิ ช าการต่ า งๆ แม้ ว่ า จะมี ป รากฏการณ์ พฤติ ก รรมการใช้ แอลกอฮอล์เกิดขึ้น ซึ่งปรากฏการณ์และพฤติกรรมที่เกิดขึ้น นับเป็นความเฉพาะเจาะจงและเกี่ยวเนื่องกับ ประเด็นทางภูมิศาสตร์ มิติสังคมและวัฒนธรรม เช่น ความเชื่อว่าเหล้าเป็นน้ําศักดิ์สิทธิ์, การเลี้ยงเหล้าเป็นการ แสดงถึงความมั่งคั่งของเจ้าภาพหรือผู้เลี้ยง, ผู้ที่ดื่มต้องเป็นผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กจะไม่โอกาสดื่ม แต่เหล้าได้เข้ามา เป็นปัญหาในกลุ่มชุมชนชาติพันธุ์มากขึ้นเรื่อยๆ มีการเข้าถึงได้มากขึ้น และผลกระทบจากนโยบายปราบปราม ยามเสพติด ทําให้มีการดื่มเหล้าแทนการเสพยา มีร้านขายสุราเพิ่มมากขึ้น ทําให้การดื่มในกลุ่มชาติพันธุ์ กลายเป็นพฤติกรรมประจํา และไม่ได้ดื่มเฉพาะโอกาสพิเศษเหมือนสมัยก่อน และในกลุ่มเยาวชนที่ไปเรียนใน ตัวเมืองแล้วกลับมาที่ชมชนก็จะมีพฤติกรรมดื่มเหล้า ไม่สนใจพ่อแม่ ออกจากโรงเรียน ุ ปัจจุบันในกลุ่มชนเผ่าได้มีวิธีการจัดการกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่บ้าง เช่น การใช้บรรทัดฐานทาง สังคมโดยให้ผู้อาวุโสว่ากล่าวตักเตือน แต่วิธีนี้ยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้ โดยปัญหาสําหรับคนทํางาน จัดการแอลกอฮอล์ในพื้นที่ คือ การทํางานยังทําแบบแยกส่วนกันอยู่ และงานวิชาการในกลุ่มชาติพันธุ์ก็ยังมีอยู่ จํากัด การทํางานในชุมชนจะสําเร็จได้จะต้องร่วมมือกัน ชุมชนจะต้องได้รู้จักปัญหาและคิดว่าเป็นปัญหาของ สังคมก่อนจึงร่วมกันหาทางออกร่วมกันได้ นอกจากนี้อยากเห็นจรรยาบรรณของคนทํางานด้านนี้ที่ควรเป็น ตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น คือ ทํางานต้านเหล้าก็ไม่ควรดื่มเหล้า ไม่อยากให้มีประวัติศาสตร์ซ้ํารอย เช่น ทํางานโรค เอดส์ติดเอดส์ ทํางานเรื่องอนามัยเจิรญพันธุ์ แต่ลูกท้องก่อนวัยอันควร สําหรับแหล่งทุนก็ควรลงไปให้ถึงใน ระดับพื้นที่ โดยวิธีการศึกษาวิจัยควรไม่ยากเกินไปเพื่อให้ชาวบ้านสามารถทําเองได้ วิทยากรท่านที่ 3 นายธงชัย ยงยืน (ที่ปรึกษาคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัด ลําพูน และ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน) ตัวแทนภาคประชาสังคม/นักเคลื่อนไหว เนื้อหาโดยสรุป : บทบาทภาคประชาสังคมในการจัดการปัญหาในพื้นที่ จะมีบทบาทระหว่างระดับ นโยบายและพื้ นที่ โดยทํานโยบายให้เกิดเป็ นรู ปธรรม คอยอํานวยความสะดวกให้คนทํางาน ชุมชนและ เครือข่าย ที่ผ่านมาพบว่าการทํางานในพื้นที่ยังมีช่องว่างของการทํางานอยู่ โดยเฉพาะกรณีที่มีการเปลี่ยน ผู้บริหารระดับจังหวัดและในระดับพื้นที่ ในส่วนของงานวิจย งานวิจัยจะเข้ามาเป็นเครื่องมือและเป็นกลไก ให้เกิดการทํางานได้อย่างมั่นใจมาก ั ขึ้น กล่าวคืองานวิชาการจะไปช่วยเสริมการทํางานในกระบวนการการแก้ปัญหา งานวิจัยจะเป็นประโยชน์มาก ขึ้น ในการช่วยให้ปัญหาทะลุ กรณีพบทางตัน และเป็นองค์ความรู้ โดยแม้ว่าข้อค้นพบจะมีเพียงสองสาม ประโยคจากงานวิจัย แต่ถือว่าเป็นประโยชน์มากในระดับชุมชน สามารถเป็นกระบอกเสียงทางคนในพื้นที่ได้ อยากให้งานวิจัยในระดับชุมชนมีคนในพื้นที่ร่วมอยู่ด้วย, อยากให้มีเวทีแลกเปลี่ยนนักวิชาการกับนักเคลื่อนไหว มากขึ้น, และอยากมีขอมูลเชิงปริมาณในระดับพื้นที่บ้าง ้ 45 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 วิทยากรท่านที่ 4 รศ.สริตา ธีระวัฒน์สกุล (ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่) ตัวแทนจากภาควิชาการ/ภาครัฐ เนื้อหาโดยสรุป :การพัฒนานักวิจัยในระดับพื้นที่ ต้องใช้วิธีการสอนโดยการให้ลงมือทําเท่านั้นถึงจะ ได้ผล ใช้วิธีการสอนและการบรรยายอย่างเดียวไม่ได้ หรือแม้การจัด Workshop ก็ยังถือว่าไม่ได้ผล โดย อาจารย์ที่ปรึกษาและนักวิจัยจะต้องทํางานวิจัยไปพร้อมกันและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน การคัดเลือกผู้วิจัยจาก พื้นที่ ต้องคิดว่าไม่ใช่ทุกคนที่อยากทําวิจัย ต้องมองหาผู้ที่สนใจ ชอบตั้งคําถาม อยากทําวิจัย คนกลุ่มนี้จะ สามารถพัฒนาได้ โดยจะเป็นนักวิจัยได้ดีรึเปล่าจะต้องลงมือทําก่อน คนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นนักปฏิบัติจะถนัด ในการลงมือทํา ดังนั้นต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาช่วยโดยจะต้องมาคุยกับนักวิชาการก่อน นอกจากนี้บทบาทของที่ ปรึกษา ที่มองจากมุมมองคนนอกจะช่วยให้มองเห็นจุดอ่อนกับจุดแข็งได้ง่ายกว่าและมีคําแนะนําที่ดี ทั้งนี้ใน ขั้นตอนการเขียนรายงานการวิจัยต้องให้ความสําคัญด้วยเช่นกันเพราะเป็นส่วนที่ยากและนักวิจัยในพื้นที่ จะต้องเขียนเองให้ได้ 2. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะในการดําเนินงาน มีการแสดงความคิดเห็นสําหรับการทํางานวิจัยในพื้นที่ (ชุมชน ชาวบ้าน) และข้อเสนอแนะต่อการ ดําเนินงานในอนาคต/ข้อเสนอเชิงนโยบาย ดังนี้ 1) ก่อนเริ่มทําวิจัยหรือพัฒนาโจทย์วิจัย ควรหาข้อมูลในพื้นที่ที่มีอยู่ก่อน หรือดูว่ามีในพื้นที่นี้ได้มีการวิจัย อะไรไปแล้วบ้าง เพราะหลายครั้งพบความซ้ําซ้อนของโจทย์วิจัยที่มากจากยุทธศาสตร์ในระดับบน และบางประเด็นสามารถนําไปทําต่อเนื่องได้ โดยจะช่วยทําให้ชาวบ้านเข้าใจและให้ความร่วมมือมาก ขึ้น 2) ควรให้ความสําคัญเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับจากผลการศึกษาวิจัยด้วย เช่น ทําอย่างไร จะ ทํ าให้พ้ืนที่/ชุม ชน/ชาวบ้าน ได้ ผลประโยชน์จากการเข้ าไปศึกษาวิจั ย โดยไม่จํา เป็ นต้องรออ่า น รายงานการวิจัยที่เป็นงานวิชาการ 3) งานวิจัยไม่ควรทําแล้วจบเป็นชิ้นๆ ควรทําอย่างต่อเนื่อง คือ ให้ขยายผลงานวิจัยต่อไปโจทย์วิจัยใหม่ที่ เชื่อมโยงกัน งานวิจัย/โครงการควรทําอย่างต่อเนื่อง 5-10 ปีจนกว่าเกิดเป็นบรรทัดฐานของสังคมถึง จะมีคุณค่ามากขึ้น 4) ควรใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ มาช่วยอธิบายและตอบโจทย์ด้านสังคมและวัฒนธรรมได้ดีข้ึน เห็นความ ละเอียดอ่อนในมิติของความสัมพันธ์มากขึ้น โดยเฉพาะการศึกษาในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีการ เคลื่อนไหวและเคลื่อนย้ายตลอดเวลา ที่ผ่านมายังมีการศึกษาประเภทนี้น้อยอยู่ 5) เพิ่มโอกาสในการทํางานร่วมกัน ไม่ควรผูกติดกับพื้นที่แบบเดิม ๆ และทําให้งานวิจัยมีชิวิตชีวามากขึ้น โดยอาจร่วมกันทํางานในพื้นที่ อาจพิจารณาจากประเด็นต่อไปนี้ - Co-funding เช่น ความร่วมมือระหว่างอปท., สสส, หรือ องค์กรชุมชน - Co –generation การทํางานร่วมกันระหว่างผู้ใหญ่และเยาวชน - Co-gender การทํางานร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้ชายและผู้หญิง - Co-religious การทํางานร่วมกันระหว่างกลุ่มศาสนาต่าง ๆ - Co-ethnic การทํางานร่วมกันระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ที่แตกต่างกัน - Co-country การทํางานร่วมกันระหว่างประเทศ เช่น ไทย-ลาว ร่วมกันทํางานวิจัย 46 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 6) มีงานวิจัยหลายประเภทที่คนในชุมชนมีศักยภาพที่จะทําได้และสามารถมีส่วนร่วมได้ เช่น ตัวอย่าง โครงการการลดอันตรายจากการดื่มสุรา ที่เริ่มจากชุมชนรับรู้ถึงปัญหาของตัวเองก่อนและคิดว่าจะ ร่วมมือกันแก้ปัญหา จนเกิดเป็นความร่วมมือเพื่อทํางานต่อไป 7) ควรมีงานวิชาการที่สนับสนุนงานการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ประเด็นที่มาอธิบายปัจจัยแวดล้อมของ เด็กและเยาวชน (เพราะเห็นว่ามีเรื่องการบําบัดรักษาเยอะพอสมควร) 8) ควรมีการพัฒนาระบบการสื่อสารสาธารณะเพื่อการจัดการปัญหาแอลกอฮอล์ให้มีประสิทธิผลมากขึ้น จากการสังเกตพบว่าข้อมูลที่มีในปัจจุบันส่วนใหญ่ที่เห็นคือ ข้อมูลการกระทําผิด/การละเมิดกฎหมาย, จํานวนคดี แต่ยังมีช่องทางอีกหลายช่องทางที่ช่วยพัฒนาการทํางานนี้ได้ เช่น สื่อทางเลือกเพื่อเปิด พื้นที่ใหม่ในการทํางานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การพัฒนาเครื่องมือ/วิธีการที่มาใช้เฝ้าระวังการ โฆษณาในสื่อสาธารณะต่างๆ เช่น การแจ้งข้อมูลผู้กระทําการฝ่าฝืนกฎหมายผ่านช่องทาง Facebook 9) ควรให้ความสําคัญกับพลังมวลชนมากขึ้น เพราะพลังมวลชนจะทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น การ พัฒนาเครื่องมือที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของชุมชน 47 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 รายงานการประเมินผล การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ประจําภาคเหนือ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จากการจัดประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ประจําภาคเหนือ ภายใต้หัวข้อ “ร่วมสรรค์สร้าง วิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่” ในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นั้น มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 195 คน มาจากกลุ่มนักวิชาการ นักวิ จั ย ผู้กํ า หนดนโยบายในพื้น ที่ ผู้ ปฏิ บัติ งานในชุม ชน องค์ก รภาครั ฐ ภาคประชาสั งคม กลุ่ม นัก เรีย น นักศึกษา และกลุ่มชาติพันธุ์ด้วย โดยทางศูนย์วิจัยปัญหาสุราได้สรุปผลการประเมินความพึงพอใจต่อการ จัดการประชุมจากผู้เข้าร่วมประชุม พบว่า ผู้เข้าร่วมประชุมมีความพึงพอใจต่อการจัดประชุมในภาพรวมใน ระดับมาก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสถานที่ในการจัดประชุม ที่ผู้เข้าร่วมประชุมมีความพึงพอใจในระดับมาก ที่สุด ข้อมูลดังแสดงในตารางที่ 2 ตารางที่ 2 ผลการประเมินความพึงพอใจในการจัดการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ประจําภาคเหนือ ☺ มากที่สุด 5 4 19.6 62.7 ๑. เนื้อหาสาระของการประชุม (10) (32) 21.6 60.8 ๒. รูปแบบของการจัดประชุม (11) (31) ๓. การมีส่วนร่วมในการประชุม 37.3 39.2 เช่น การเปิดโอกาสให้ซักถาม (19) (20) ๔. การอํานวยความสะดวก 37.3 52.9 ระหว่างการประชุม (19) (27) 17.6 51.0 ๕. ระยะเวลาในการจัดประชุม (9) (26) 47.1 37.3 ๖. สถานที่จัดประชุม (24) (19) ๗. อาหาร (ความสะอาด รสชาด 45.1 47.1 ความหลากหลายของอาหาร) (23) (24) ๘. ความพึงพอใจกับการจัดประชุม 31.4 52.9 ในภาพรวม (16) (27) 48 ประเด็นประเมิน ความพึงพอใจ ปานกลาง 3 15.7 (8) 15.7 (8) 21.57 (12) 9.8 (5) 13.7 (7) 11.8 (6) 7.8 (4) 15.7 (8) น้อยที่สุด 1 Mean 4.00 4.02 4.14 4.27 13.7 (7) 2.0 (1) 2.0 (1) 3.70 4.30 4.37 4.16 S.D. 0.663 0.678 0.775 0.635 0.995 0.839 0.631 0.674 2 2.0 (1) 2.0 (1) การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ 9. ประโยชน์ที่ท่านได้จากการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ 1) การได้ทบทวนความรู้ความเข้าใจเดิม และเพิ่มความรู้ใหม่ที่เป็นเนื้อหาวิชาการที่ทันสมัย ซึ่งทําให้ เข้าใจทิศทาง สภาพปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเห็นถึงแนวทางในการนําข้อมูล วิชาการไปแก้ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยประเด็นความรู้ท่ผู้เข้าร่วมประชุมได้รบมีดังนี้ ี ั - ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาวิจัย ข้อมูลทางวิชาการที่มาจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และชุมชน - ได้เรียนรู้รูปแบบการทํางานที่เกี่ยวกับการป้องกันปัญหาจากการดื่มสุรา และข้อมูลการดูแลผู้ ที่มีปัญหาจากการดื่มสุราในชุมชน - ได้รับความรู้ในการจัดการปัญหาและเห็นกรณีตัวอย่างในการจัดการปัญหาจากเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ และได้เรียนรู้ข้อมูลจากพื้นที่/ จังหวัดที่ประสบความสําเร็จ - ได้ข้อมูลความรู้เรื่อง กฎหมาย และการรณรงค์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 2) สามารถนําแนวคิดจากวิทยากร ข้อมูลความรู้ต่างๆ จากการประชุม รวมถึงตัวอย่างของการ ดําเนินงานในพื้นที่ ไปปรับประยุกต์ใช้ในการทํางาน ดังนี้ - การนําข้อมูลไปพัฒนารูปแบบการดําเนินงานเพื่อแก้ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ ที่เหมาะสมต่อไป - การนําข้อมูลและตัวอย่างการทํางานด้านการบําบัดรักษา ไปประยุกต์ใช้ในการบําบัดรักษา ผู้ป่วยที่อยู่ในชุมชนได้ - การนําข้อมูลที่ได้ไปปรับใช้ในการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ - การนําข้อมูลตัวอย่างการดําเนินงาน ไปจัดกิจกรรม โครงการเกี่ยวกับการรณรงค์เพื่อป้องกัน ปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ - สามารถนําความรู้ที่ได้รับจากการประชุมไปพัฒนาบุคลากรในระดับพื้นที่ ที่รับผิดชอบการ ทํางาน ประเด็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ 3) การสร้าง และเชื่อมโยงมีภาคีเครือข่ายการทํางานระดับในพื้นที่ ดังนี้ - การเกิดความใกล้ชิด คุ้นเคยและได้ทําความรู้จักกับเครือข่ายที่สนใจทํางานในประเด็นปัญหา จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งจากเครือข่ายภาคประชาชน NGO ภาครัฐ และภาควิชาการ - ได้ทราบถึงการทํางานของหน่วยงานต่างๆ และเห็นรูปแบบของการทํางานร่วมกันของกลุ่ม เครือข่ายในการขับเคลื่อนงาน รวมถึงการเห็นภาพความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มเครือข่าย เช่น การทํางานเรื่อง บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอุบัติเหตุ 49 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 4) ได้แนวทางในการดําเนินงานที่เชื่อมโยงกับการทํางานในปัจจุบันและแนวทางที่เป็นประโยชน์กับการ ทํางานในอนาคต ดังนี้ - ได้แนวทางการดําเนินงานและ จัดทําโครงการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มี รูปแบบที่หลากหลาย ตลอดจนวีธีการดําเนินงาน โดยเฉพาะประเด็ นการบูร ณาการ ร่วมกับภาคีเครือข่าย - ได้แนวทางในการทํางานวิชาการ /งานวิจัยในพื้นที่ - ได้แนวทางในการทํางานที่เชื่อมโยงกับนโยบายระดับประเทศ 5) ได้เห็นมุมมองการทํางานที่หลากหลาย ชัดเจน และเห็นความสําคัญของการใช้งานวิชาการ/ งานวิจัย มาขับเคลื่อนการทํางานในประเด็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 6) การได้ แ ลกเปลี่ ย นเรี ย นรู้ ป ระสบการณ์ จ ากวิ ท ยากรเกี่ ย วกั บ การทํ า งานวิ ช าการ กระบวนการ ขับเคลื่อนงาน แนวทางในการดําเนินงานของภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์การทํางานระหว่างพื้นที่ด้วย รวมถึงการมีโอกาสได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กระบวนการ ทํางานเพื่อแก้ปัญหาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการจัดการ ปัญหาบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอุบัติเหตุ ของเขตพื้นที่ภาคเหนือ 7) การเกิดช่องทางสื่อสารข้อมูล ข่าวสารต่างๆ รวมถึงการสร้างโอกาสในการแบ่งปันข้อมูลของระหว่าง พื้นที่ เช่น ข้อมูลด้านนโยบายระดับพื้นที่ ข้อมูลของระบบการดูแลผู้ที่มีปัญหาจากการดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์โดยชุมชน เป็นต้น 8) ได้ ค วามเข้ า ใจ กํ า ลั ง ใจ และ พลั ง ในความตั้ ง ใจที่ จ ะทํ า งานเพื่ อ จั ด การกั บ ปั ญ หาจากเครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ต่อไป รวมถึงการได้รับแรงบันดาลใจ และแนวคิดใหม่ๆ ในการพัฒนางานที่เกี่ยวกับการ จัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการได้รับแรงบันดาลใจในการทํางานเพื่อเปลี่ยน ค่านิยมเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อสังคมด้วย 10. ข้อเสนอแนะเพื่อให้การจัดประชุมครั้งต่อไป มีประโยชน์และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 1) ควรมีรูปแบบในการจัดประชุมที่หลากหลายมากกว่าการจัดประชุมวิชาการสุราระดับภูมภาค ดังนี้ ิ - การจัดประชุมสําหรับนักปฏิบัติการที่ดําเนินงานในพื้นที่ชุมชนจริงๆ โดยจัดเป็นรูปแบบ การมีสวนร่วมที่พื้นที่สามารถเรียนรู้และนําไปใช้ได้จริง ่ - การประชุมประจําเดือนในระดับภูมิภาค เพื่อรับทราบความเคลื่อนไหวและแลกเปลี่ยน เรี ย นรู้ ร่ ว มกั น และอาจจั ด ให้ มี เ วที น โยบายระดั บ จั ง หวั ด เพื่ อ สร้ า งช่ อ งทางในการ รับทราบนโยบายระดับประเทศที่เกี่ยวกับการดําเนินงานในพื้นที่ 2) ควรปรับปรุงรูปแบบการจัดประชุมให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ดังนี้ - การนําเสนอของวิทยากรควรเป็นการยืนมากกว่าการนั่ง เพราะจะช่วยให้การนําเสนอดูมี พลัง และวิทยากรควรเข้าถึงผู้ฟังให้มากขึ้น เช่น การเดินลงมาร่วมในเวทีด้านล่าง เป็น ต้น 50 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 3) 4) 5) 6) - การส่ ง เสริ ม ให้ พื้ น ที่ ไ ด้ เ ข้ า มาแสดงแนวคิ ด แนวทางการทํ า งาน ผ่ า นรู ป แบบการ จัดบูธนิทรรศการ โครงงานต่างๆ เป็นต้น - การจั ด ให้ มี ก ารเล่ า เรื่ อ งของคนที่ ทํ า งานเกี่ ย วกั บ การจั ด การปั ญ หาจากเครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ ในรูปแบบเรื่องเล่าเร้าพลัง - การเปิดโอกาสให้มีการนําเสนองานวิจัยของคนในพื้นที่มากกว่านี้ และอาจมีการจัด ประกวดผลงานวิชาการของคนในพื้นที่ด้วย - มี เ วที ร ะดมความคิ ด เห็ น ของแต่ ล ะเครื อ ข่ า ยเพื่ อ สร้ า งรู ป แบบในการทํ า งาน และ ขับเคลื่อนงานต่างๆ ต่อไป - มีการนําเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ การพัฒนานวัตกรรมในการรณรงค์เพื่อแก้ไขปัญหาจาก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ ผ่านเทคโนโลยีแบบสื่อประสม (multimedia) ต่างๆ เพื่อ ช่วยเกิดช่องทางในการเรียนรู้รวมกันได้ ่ ควรมีประเด็น (Topic) และเนื้อหาในการจัดประชุมที่หลากหลาย ดังนี้ - มี ก ารนํ า เสนอพื้ น ที่ ต้ น แบบในการดํ า เนิ น กิ จ กรรมที่ ป ระสบผลสํ า เร็ จ มาแบ่ ง ปั น ประสบการณ์ เพื่อสร้างแรงจูงใจและแรงบันดาลใจในการทํางานและการต่อสู้กับอิทธิพล ในพื้นที่ - ควรมีการนําเสนอความก้าวหน้าทางนโยบายและกฏหมายของประเทศ และต่างประเทศ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดําเนินงานเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน ระดับพื้นที่ - ให้มีเนื้อหาในการประชุมที่เชื่อมโยงกับการทํางานด้านการป้องกันยาเสพติดด้วย - ควรจัดให้มีการการพูดคุยในเรื่องการสื่อสารสาธารณะของประเด็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ - เนื้ อหาในการจัดประชุมควรประกอบไปด้วยข้อมู ล จากทุกภาคส่วน ทั้ งการส่งเสริ ม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู และประเด็นขับเคลื่อน ควรเพิ่มจํานวนภาคีเครือข่ายให้มากขึ้น เช่น - การเชิญชุมชนที่ทํางานด้านป้องกัน แก้ไขปัญหาสุรามาร่วมเวทีด้วย - การขยายเครือข่ายไปสู่ผู้ผลิต ผู้ค้า เพื่อสร้างความรู้สึกรับผิดชอบต่อการปฏิบัติตาม กฎหมายให้มากขึ้น - การเชิญเครือข่ายเด็กและเยาวชน เช่น กลุ่มนักศึกษา นักเรียน มาเข้าร่วมประชุม เพราะ จะเป็นเครือข่ายสําคัญที่ช่วยป้องกันการเกิดนักดื่มหน้าใหม่ ควรมีการจัดการประชุมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องในทุกปีและควรจัดทุกภูมิภาค และเพิ่มระยะเวลา ในการจัดการประชุมให้มากกว่านี้ โดยอาจเพิ่มระยะเวลาเป็น 2 วัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้มี โอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลเพิ่มขึ้น ควรเพิ่มเวลาสําหรับแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็นโดยเฉพาะในช่วงห้องย่อย และควรเพิ่มให้ มีช่วงการอภิปราย หรือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกลุ่มผู้เข้าร่วมประชุมด้วย การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 51 7) ควรจัดทําเอกสารประกอบการประชุม ที่ประกอบไปด้วยสรุปผลงานวิชาการที่วิทยากรนําเสนอ รวมถึงสรุปผลการทํางานของแต่ละพื้นที่ เพื่อความสะดวกในการนําไปใช้ประโยชน์ต่อในอนาคต 8) ควรมีการจัดทําสรุปผลการดําเนินการจัดประชุม และทําการบันทึก VDO ในช่วงที่มีความสําคัญ ด้วย 9) ควรการจัดทําข้อมูลวิชาการที่มีความง่ายในการเข้าใจและเข้าถึง และมีรูปแบบที่เป็นวิชาการที่ เน้นสื่อสารต่อสาธารณะมากขึ้น 10) ควรเพิ่ ม สื่ อ โฆษณาให้ กั บ หน่ ว ยงานเครื อ ข่ า ยต่ า งๆ เพื่ อ ให้ เ ห็ น ความสํ า คั ญ กั บ ประเด็ น การ แก้ปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น รวมถึงการให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนในพื้นที่เพื่อสร้าง กระแสทางสังคมในพื้นที่ด้วย 11) ควรมีการจัดทําฐานข้อมูลของเครือข่ายที่เข้าร่วมประชุ มในครั้งนี้ เพื่อให้เกิดช่องทางในการ ติดต่อกันอย่างสม่ําเสมอ ต่อเนื่อง 52 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ภาคผนวก ภาพกิจกรรม 53 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ภาพกิจกรรมในการประชุมวิชาการสุราระดับภูมภาค ครังที่ 1 ิ ้ ประจําภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที” ่ วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรมเจริญธานี ปริ๊นเซส อ.เมือง จ.ขอนแก่น 54 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 55 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ภาพกิจกรรมในการประชุมวิชาการสุราระดับภูมภาค ครังที่ 1 ิ ้ ประจําภาคเหนือ “ร่วมสรรค์สร้างวิชาการ เพื่อจัดการกับปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที” ่ วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 56 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 57 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 58 การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ครั้งที่ 1 ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ชั้น 2 อาคารคลังพัสดุ กระทรวงสาธารณสุข ซ.สาธารณสุข 6 ถ.ติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์/ โทรสาร 02-590-2376, 02-590-2380 E-mail: send2cas@ihpp.thaigov.net Website: www.cas.or.th
ดาวน์โหลดเอกสารแบบ PDF
ภาพประกอบลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์
เนื้อหานี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย โดยแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

แบ่งปันให้กับเพื่อน

  • email
  • print
  • อ่าน 46 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น

เมนูเพื่อนสร้างสุขภาวะ

  • ภาคีบอกข่าว
  • เรื่องเล่าจากภาคี
  • แนะนำภาคี
  • รอบรู้เรื่องโครงการ
  • มัลติมีเดีย
  • แนะนำสื่อ
  • แกลลอรี่
  • บล็อก
  • รอบรู้สุขภาพโลก

ยอดนิยม

ภัยร้ายแอบเงียบ“มดลูกโต-ช็อกโกแล็ตซีส” ผู้หญิง 2 ใน 4 ต้องเป็น
อ่าน: 669

  • มดลูกอักเสบ สะอาดมากไปเสี่ยงอันตรายต่อน้องหนู

ป้ายคำ

  • การตรวจระดับการได้ยิน
  • ความรุนแรงทางเพศ
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
  • นอกดึก
  • บ่อขยะ
  • ฝุ่นละอองในระหว่างการก่อสร้าง
  • พันธมิตรกับลูก
  • มหานครแห่งสุขภาพ
  • ลดการบริโภคสุรา ยาสูบ
  • วิธีรักษามะเร็ง
  • หน้าอก
  • อันตรายที่คาดไม่ถึง!
  • เผาพลาญ
  • แท้งไม่ปลอดภัย
  • โรคกระเพาะ
  • ไปรษณียากร
ดูป้ายคำทั้งหมด
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก

ขนาดตัวอักษร

  • ตัวหนังสือขนาดปกติ
  • ตัวหนังสือขนาดปานกลาง
  • ตัวหนังสือขนาดใหญ่

ปรับรูปแบบการแสดงผล

  • ปรับการแสดงผลให้แสดงในรูปแบบปกติ
  • ปรับการแสดงผลให้แสดงสำหรับคนสายตาเลือนราง

ติดต่อเรา

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8
ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ
เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

โทรศัพท์ 02-343-1500
โทรสาร 02-343-1551

แผนที่บน Google Maps

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง
แผนผังเว็บไซต์   ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์   Mobile Site
สัญญาอนุญาต cc by-nc-saแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย

Valid XHTML + RDFa Level Double-A conformance icon, W3C-WAI Web Content Accessibility Guidelines 1.0

รวมลิงก์ภายในของสสส.

  • เว็บหลัก สสส.
  • เว็บองค์กร สสส.
  • ผลงาน สสส.
  • ศูนย์ข้อมูล สสส.
  • ค้นหาโครงการ สสส.
  • เว็บคอมมูนิตี้
  • English Site