พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 - เมษายน 2554
โดย webmaster | วันที่ 11 มกราคม 2555
ปกระตาย ขอใหเฮงๆ กันนะจะ
สวัสดี
ป ฏิ บั ติ ก า ร พ ลั ง ง า น เ พื่ อ ชุ ม ช น
ฉบับที่ 10 กุมภาพันธ - เมษายน 2554
www.energygreenhealth.com
“ถั่วเหลือง”
หมึกพิมพ
ดีจริง
หรือ?
ÇÃ¾Ñ ¹ ¸ ¤ÅŒ Ò Á侺٠Š ʶһ¹Ô ¡ ਌ Ò ¢Í§á¹Ç¤Ô ´ ... ºŒ Ò ¹àÅ็ ¡ ¡็ à Â็ ¹ ä´Œ ã ¹ÃÒ¤Ò»ÃÐËÂÑ ´ á¼¹¾ÅÑ § §Ò¹ÀÒ¤ãμŒ ¡Ñ º àÊŒ ¹ ·Ò§ÊÙ ‹ ¡ ÒÃ¾Ö ่ § μ¹àͧ à´Ô ¹ ÊÙ ‹ Ê §ºàÂ็ ¹ ³ ÊǹâÁ¡¢ ¡ÃØ § à·¾Ï âšÌ Í ¹ ! : ÊÔ ่ § ·Õ ่ ä Á‹ à Ë็ ¹ áÅÐäÁ‹ ä ´Œ Â Ô ¹ ã¹â¦É³Ò¢Í§¸Ø à ¡Ô ¨ ¾ÅÑ § §Ò¹
50 บาท
สวัสดีปกระตาย 2554 คะ ปใหมผานพนไปอยางรวดเร็ว ขอใหทานผูอาน พลัง+งาน มี ความสุขกันถวนหนา และมีพละกําลังมาสานสรางสิ่งดีๆ เพื่อ บอกตอซึ่งกันและกันอีกเชนเคย
เชื่อหรือไมคะวา คนเล็กคนนอย สราง สิ่งที่ยิ่งใหญและนาสนใจไดจริงๆ พลัง+งาน ฉบับนี้ ยินดีนําเสนอใหเห็น กันจะจะไปเลย...เพราะพวกเราบุกไปสํารวจ ั้ ่ ่ ใหเห็นของจริงกันมาแลว ถึงไดตงชือเรืองวา “บานประหยัดโลก” ประหยัดโลกยังไง...คงตองติดตามราย ละเอียดขางในกันคะ ไมวาจะเปนบานสรางใหม เชนบานของ อาจารยเดชรัต สุขกําเนิด หรือปรับปรุง บานเกาใหเปนเกสตเฮาสฉลาดๆ ของ ่ วรพันธ คลามไพบูลย ทีถนนสามเสน ซอย 5 ...ลวนแตมีเคล็ดลับชวยประหยัดพลังงาน อยางนาสนใจ ยิ่งไปกวานั้น คนมีสตางคก็สรางสรรค อนาคตที่สดใสในเรื่องพลังงานไดเชนกัน เพราะบานของนักธุรกิจเชนคุณวันชัย พันธุ วิเชียร ก็ใชพื้นที่ดาดฟาของบาน โรงจอดรถ และหองจัดเลี้ยง ผลิตไฟฟาจากพลังงาน แสงอาทิตย และขายคืนใหกับการไฟฟา นครหลวงอีกตางหาก ชีวิตประจําวันที่ “คนอยูสบาย โลกก็อยู สบาย” จึงฉายภาพใหเห็นเดนชัด แลวอยางนี้ จะมองขามพลังของคนเล็กๆ ไดอีกหรือ?
อวยพร แตชูตระกูล email : energymag@hotmail.com
ที่ปรึกษา : รศ. นพ. กําจร ตติยกวี, นพ. ชาตรี เจริญศิริ, งามจิตต จันทรสาธิต,
วิฑูรย เพิ่มพงศาเจริญ, วีรพงษ เกรียงสินยศ, ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร, ดร. สราวุธ แกวตาทิพย กองบรรณาธิการ : ดร. เดชรัต สุขกําเนิด, อวยพร แตชูตระกูล, ฐิตินันท ศรีสถิต, รุงทิพย สุขกําเนิด, ศุภกิจ นันทะวรการ, นาวิน โสภาภูมิ, กัลยา นาคลังกา ผูประสานงาน/โฆษณา/สมาชิก : กัลยา นาคลังกา, ยวิษฐา พิทักษวัชระ โทร 02-920 9691-2 บรรณาธิการศิลปกรรม : ดวงกมล กุลฉันทรุจิกร hellonong_@hotmail.com ศิลปกรรม : สุกัญญา วชรเนตร จัดพิมพโดย : มูลนิธินโยบายสุขภาวะ เลขที่ 87/495 หมูบานภัสสรรัตนาธิเบศร ซ.31 ถ.บางกรวย-ไทรนอย ต.บางรักใหญ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110 โทร 02-920 9691-2 แฟกซ 02-920 8845 email : energygreenhealth@yahoo.com สนับสนุนโดย : ชุดโครงการสนับสนุน จัดการความรู และประเมินผล โครงการวิจัยและพัฒนา “พลังงานทางเลือกเพื่อสุขภาพในชุมชน” สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.) ผลิตโดย : ทีมงาน “เมล็ดพันธุสีเขียว” 211/2 ถ.งามวงศวาน ซอย 31 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทร 087-4978087 email : energymag@hotmail.com พิมพที่ : บริษัท ออฟเซ็ท ครีเอชั่น จํากัด โทร 02-882 5486-7
มหัศจรรยไกๆ ไมสิ้นสุด วาดวย...ไกงามเพราะขนฯ
46
27
เปดคลังสมุนไพรไทยที่ medplant.mahidol.ac.th
สารบัญ
ถามมา-ตอบไป :
พลังงานหมุนเวียน ชวยเรื่องความมั่นคง ทางพลังงานหรือไม?
3 4 6 10 18 22 26 27 30
โรงงานน้ำตาลกับ ความหวานยกกําลัง 4
50
32 34 36 38 40 42 46 48 50 51 52
พลังงานจากตางแดน :
สวีเดนบอกลาเชื้อเพลิงฟอสซิล
เปลี่ยนเปนหมึกถั่วเหลืองแลวดีจริงหรือ?
มลพิษติดปลายนวม :
ชุมชนตนแบบ : เรื่องจากปก :
บานประหยัดโลก
ขุมพลังขางบาน : รูทัน...พลังงาน :
โรงเรียนวัดไทรใหญ...หัวใจสีเขียวของชุมชน
ใชความชื้นสรางความเย็น โลกรอน ! : สิ่งที่ไมเห็นและไมไดยิน ในโฆษณาของธุรกิจพลังงาน
หองรับแขก :
วรพันธ คลามไพบูลย สถาปนิกเจาของแนวคิด... บานเล็ก ก็เย็นไดในราคาประหยัด
พลังคน-พลังคลื่น : จับเขาเลาเรื่อง : ชีพจรลงเทา :
อายุที่เหมาะสม...ของเงินเติมมือถือ กอนภูมิทัศนเมืองคอนไมมีวันหวนกลับ เดินสูสงบเย็น ณ สวนโมกข กรุงเทพฯ
พลังงานนารู : ฉลาดใช :
แผนพลังงานภาคใตกับเสนทางสูการพึ่งตนเอง รังตอ รังแตน ผุดปลาหมอ และการกอตัวเปนน้ำตาลทราย
สัตวมหัศจรรย : ประลองยุทธ : โลกออนไลน :
การลงทุนสีเขียว : ขอมูลชวนคิด :
รอยเทาที่เราไมตั้งใจ
โรงงานน้ำตาลกับความหวานยกกําลัง 4
รวมมิตรเรื่องไก (ตอนที่ 3) มหัศจรรยไกๆ ไมสิ้นสุด วาดวย...ไกงามเพราะขนฯ
เปดคลังสมุนไพรไทยที่ medplant.mahidol.ac.th หยกสมหวัง
รังตอ รังแตน ผุดปลาหมอ และการกอตัวเปนนําตาลทราย
ตม-ยํา-ทํา-แกง : สมุนไพรใกลรั้ว :
ถั่วทุกเมล็ดมีสิทธิออกเสียง (2)
26
: ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 10 กุมภาพันธ - เมษายน 2554
เรื่อง : ศุภกิจ นันทะวรการ email : suphakijn@yahoo.com
ถามมา -ตอบไป
พลังงานหมุนเวียน ชวยเรื่องความมั่นคงทางพลังงานหรือไม?
ņ ņņ ņ ††††††ÅÅÅÅÅÅÅņÅÅÅÅņņ†† ņņņ ††Å††††Å†††† †Å†ÅÅņņ ÅÅÅÅÅÅņІ††
ņņņ ņņņņņņņņņņņÅ
ตอบ : พลังงานหมุนเวียน ชวยสรางความมั่นคงทางพลังงานได แน แตขึ้นกับวา เราจะคิดเรื่องความ มั่นคงทางพลังงานวา ครอบคลุม เรื่องอะไรบาง ในอดีต เราอาจมุงเนนความ มั่นคงทางพลังงาน เพียงแคการมี พลังงานใชอยางสม่ำเสมอ ไม ขาดแคลน พลังงานหมุนเวียนจึงถูก มองวา ไมสามารถผลิตไดตลอดเวลา เชน ถาลมไมพัดหรือไมมีแสงแดด ก็ ผลิตไมได ทังทียงมีพลังงานหมุนเวียน ้ ่ั อีกหลายประเภทที่สามารถผลิตได สม่ำเสมอ ไมวาจะเปนพลังน้ำขนาด เล็ก กาซชีวภาพ หรือชีวมวล แตกลับ ไมคอยถูกพูดถึงหรือยกตัวอยางในสือ ่ ตางๆ และหากเราไมไดมองทีละ
โครงการแตมองในภาพรวม ซึ่งมี กังหันลม แสงอาทิตย และพลังงาน หมุนเวียนตางๆ จํานวนมากกระจาย อยูทวประเทศ และกําลังเพิมขึนเรือยๆ ั่ ่ ้ ่ ดังนั้น จึงมีกําลังผลิตในระดับหนึ่ง แนนอน เพราะไมมีชวงเวลาใดที่ทุก โครงการหยุดผลิตพรอมกัน โดยใน การวางแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟา ของประเทศฉบับลาสุดในป 2553 ก็ กําหนดตัวเลขความมั่นคงระดับหนึ่ง ของแตละพลังงานหมุนเวียนไวแลว ยิ่งไปกวานั้น การพิจารณาความ มั่นคงทางพลังงานเพียงแคการมี พลังงานใชสม่ำเสมอนั้น ไมเพียงพอ แลว ในขณะทีเรากําลังเผชิญกับความ ่ เสี่ยงใหมๆ ไมวาจะเปนความเสี่ยง จากราคาน้ำมันและราคาเชือเพลิงอืน ้ ่ ทีเพิมขึน เรือยๆ ความเสียงจากปญหา ่ ่ ้ ่ ่
โลกรอน รวมทั้งความเสี่ยงจากความ ขัดแยงทางสังคมจากโครงการพลังงาน ลวนเกี่ยวของกับความมั่นคงทาง พลังงานในโลกยุคปจจุบันนี้ ซึ่งพลังงานหมุนเวียนสรางความ มั่นคงดานพลังงานในเรื่องเหลานี้ ดวยการใชประโยชนจากแหลง พลังงานที่มีในทองถิ่นตางๆ เปน ภูมิคุมกันในภาวะที่น้ำมันแพงขึ้น รวมทั้งเปนทางออกในเรื่องปญหา โลกรอน เพราะมีการปลอยกาซเรือน กระจกนอยมากหรือไมปลอยเลย และยังชวยลดความขัดแยงทางสังคม เนื่องจากเปนโครงการขนาดเล็กกวา มีมลพิษนอยกวา และชวยกําจัดของ เสียดวย
[
หากมีขอสงสัยที่คิดไมออก และหาคําตอบไมได ในทุกเรื่องเกี่ยวกับพลังงาน อยาปลอยความสงสัยใหคางคาใจ อีกตอไป เพียงแคสงคําถามมาที่ email : suphakijn@yahoo.com ...รับรองวาเมื่อคุณกลาถาม...เราก็กลาตอบ
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
“
“
ņņņ ÅņņÅņņņ††††ÅÅÅÅÅÅÅņÅÅÅÅÅÅÅÅÅÅņņ††††††ÅÅÅņ ††Å††Å† † : ņ†† Åņ†Å† † †Å† ††Å††††Å†††† †††††††ÅÅÅÅÅÅÅÅ ††† ÅÅņÅņŠÅŠņ ÅÅÅÅÅÅņІ†† ņ ņ ††Å† ņņņ Å
†Å†††† †ÅŠņ†Å† ņÅÅņ††††ÅÅÅÅÅÅņ††Å†††Å† †† †Å†Å†† †Å†††Å† ņ ņ ņ Å Åņ††Å ņ Šņņ Å ÅņÅÅÅÅņ†† Åņņņ †††ÅÅÅÅņ††††††ÅņņÅÅÅņÅņÅņņÅņÅņÅÅņņ ņŠÅ
]
3
พลังงานจากตางแดน
เรื่อง : ดาวพลูโต
สวีเดนบอกลา
เชื้อเพลิง
แมจะเปนเรื่องที่ยากจะทําได แตชาวบานกวา 80,000 คนของเมือง Kristianstad ซึ่งอยูทาง ตอนใตของประเทศสวีเดน ก็ใชเวลาและความ พยายาม กระทั่งการบอกลาเชื้อเพลิงฟอสซิล เปนจริงไดในที่สุด
ฟอสซิล
ทันทีที่ประเทศสวีเดนประกาศวา จะเปนประเทศแรกที่จายภาษีการ ปลอยกาซคารบอนไดออกไซด จาก การใชเชื้อเพลิงฟอสซิล เมือง Kristianstad ก็เริ่มขยับตัว เตรียมความพรอมเพื่อรับมือกับการ เปลี่ยนแปลงที่จะตามมา เพราะรูดีวา เพียงแคระบบทําความรอนทีใหบริการ ่ คนทั้งเมือง ซึ่งใชน้ำมันเปนเชื้อเพลิง จะทําให “กระเปาฉีก” อยางแนนอน หวงเวลานั้นคือป 2534 การ ประกาศเจตนารมณวา จะเลิกใช เชื้อเพลิงจากฟอสซิลทุกชนิด ไมวาจะ เปนน้ำมัน กาซธรรมชาติ หรือถานหิน ก็ทาใหผบริหารของเมือง Kristianstad ํ ู กลายเปนตัวตลกในพริบตา แตการเริ่มตนที่หลายคนเชื่อวา “ยากที่จะเปนไปได” ไมตางอะไรกับ การประกาศวาจะหยุดตัวเลขผูเสียชีวต ิ จากอุบัติเหตุบนทองถนน ใหเหลือ เทากับ “ศูนย” ก็แปรเปลี่ยนเปน ความทาทาย โจทยยากขอแรกคือ หากคนทั้ง เมือง Kristianstad จะพึ่งพาตัวเองให ไดในเรื่องพลังงาน อะไรคือคําตอบ... แนนอนวา ดวยพื้นฐานของการ ประกอบอาชีพของคนในเมืองนี้ นั่น คือ การทําเกษตร เลี้ยงสัตว พรอม กับแปรรูปเขาสูอุตสาหกรรมการผลิต อาหาร ลวนเกิด “สารพัดของเสีย” ในปริมาณมหาศาลตามมา ไมวาจะเปนเปลือกมันฝรั่ง มะเขือ เทศเนา เศษไม น้ำเสีย ขีไก ขีหมู และ ้ ้ ขี้วัว...ซึ่งนําไปผลิตแกสชีวภาพหรือที่ เรียกวาไบโอแกสไดทั้งนั้น เมือมองไปทางไหน ก็เห็นแตวตถุดบ ่ ั ิ ที่นําไปผลิตพลังงานไดรอบตัว เมือง
4
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
เรียบเรียงขอมูลจาก : www.nytimes.com/2010/12/11/science/earth/11fossil.html
Kristianstad ก็หลุดพนจากความ ละลาละลัง พลังงานจากชุมชนของ ตนเองจึงถูกหยิบยกขึ้นมาเปน “ทางรอด” และถูกนํามาใชอยาง เต็มเม็ดเต็มหนวย โดยรัฐบาลสวีเดนสนับสนุนเงิน งบประมาณเพือใหการเริมตน “งายขึน” ่ ่ ้ ไมวาจะเปนการวางระบบโครงขาย พลังงานของเมืองใหมทั้งหมด รวม ทั้งสรางโรงไฟฟาแหงใหมที่ใชสารพัด ของเสียจากฟารมเปนเชื้อเพลิง นับจากป 2536 เปนตนมา ชาว บาน Kristianstad จึงไดสัมผัสกับ กระบวนการหมักเศษของเหลือใชจาก ฟารม เพือใหเกิดแกสทีพรอมปอน ่ ่ เขาสูระบบทําความรอน สงผานทอสู บานเรือนของคนทั้งชุมชน จนกระทั่ง ขยับขยายกลายเปนเชือเพลิงเพือใชกบ ้ ่ ั ยานพาหนะทุกชนิดในเวลาตอมา แตกวาจะไดลิ้มรสชาติของความ สําเร็จ ก็ตองใชระยะเวลายาวนานนับ สิบป โดยมีแรงกระตุนเกิดขึนเปนระยะ ้ ไมวาจะเปนภาษีการปลอยกาซ
คารบอนไดออกไซดที่ผูกติดกับความ ตืนตัวเรือง ภาวะโลกรอน...ราคาน้ำมัน ่ ่ ดิบทีพงทะยานสูงขึน ในขณะทีสถานที่ ่ ุ ้ ่ บางแหง อาทิ ระบบทําความรอนของ โรงเรียนและโรงพยาบาล ตองทํางาน อยูตลอดเวลา...หลายประเทศทังยุโรป ้ และสหรัฐอเมริกา ตื่นตัวเรื่องการ พึ่งพาตัวเองดานพลังงาน ดวยการ ควานหาแหลงพลังงานหมุนเวียน และมีการลงทุนตั้งโรงไฟฟาพลังงาน หมุนเวียนอยางเปนจริงเปนจังตามมา ซึ่งลวนย้ำเตือนใหชาวเมือง Kristianstad เชื่อมั่นวา...กาวเดินมา ถูกทางแลว “นี่คือความมั่นคงดานพลังงาน ของเราเองอยางแทจริง เราไมตองซื้อ น้ำมันจากตะวันออกกลาง หรือนอรเวย อีกตอไปแลว แถมยังมีการจางงาน มากขึ้นดวย” Lennart Erfors วิศวกร ผูคอยดูแลการเปลียนผานดานพลังงาน ่ จากใชนำมันเปนเชือเพลิงสูการพึงพา ้ ้ ่ ไบโอแกสที่ผลิตไดในชุมชน กลาว เชนนั้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเมือง Kristianstad ทําใหทกวันนีคนทังเมือง ุ ้ ้ คุนชินกับการใชไบโอแกสเปนเชือเพลิง ้ มีปมไบโอแกสสําหรับเติมรถยนตผดขึน ุ ้ มากมาย สะดวกและทันสมัยไมแพ ปมน้ำมันแบบเดิมๆ ที่สําคัญรถยนตที่เติมไบโอแกส ยังจายนอยกวารถยนตที่เติมกาซ ธรรมชาติถึง 20 เปอรเซ็นต และยิ่ง “จายนอยกวามากๆ” เมื่อเทียบกับ การเติมน้ำมัน สําหรับบานเรือนที่อยูหางไกล รัฐบาลก็สนับสนุนงบประมาณสําหรับ สรางเตาเผาเศษไมชิ้นเล็กชิ้นนอย
เพื่อผลิตเปนพลังงานไวใชเอง ทั้งใน ระดับครัวเรือนและธุรกิจ ซึ่งมีตนทุน ถูกกวาครึ่งเมื่อเทียบกับการใชน้ำมัน เปนเชื้อเพลิง ยิงนานวัน การตัดสินใจ “บอกลา” ่ น้ำมันเชือเพลิงของเมือง Kristianstad ้ โดยมีภาครัฐใหการสนับสนุนดาน เงินทุน ไดสงสัญญาณทีชดเจนมากขึน ่ั ้ เรื่อยๆ วาเปนการตัดสินใจที่ถูกตอง คุมคา และชวยประหยัดเงินคาน้ำมัน ในแตละปไดมหาศาล เฉพาะระบบทําความรอนของเมือง แหงนี้ จากเดิมเคยใชน้ำมันเปนเชื้อ เพลิงปละ 7 ลานดอลลาร แตเมือหันมา ่ ใชไบโอแกส คาเชือเพลิงก็ลดลงเหลือ ้ แค 3.2 ลานดอลลาร เทานั้น ทังนีการดําเนินการผลิตไบโอแกส ้ ้ เพื่อปอนเขาสูระบบทอสงความรอน ซึงถือเปนหัวใจสําคัญของเมือง ก็ทาให ่ ํ มีเงินสดหมุนเวียนมากยิ่งขึ้นอีกดวย เพราะเจาของฟารมหรือโรงงาน ตองจายคาบําบัดน้ำเสียที่เกิดขึ้นจาก กระบวนการผลิต ใหกับบริษัทผลิต ไบโอแกส และบริษัทฯ ก็จะนําแกสที่ ไดสงไปขายเพื่อผลิตเปนความรอน ไฟฟา หรือเชื้อเพลิงอีกทอดหนึ่ง... หมุนเวียนกันไปเชนนี้ เมือง Kristianstad จึงวางเปาหมาย ที่สูงขึ้นไปอีกวา ภายในป 2563 จะ ลดการปลอยกาซที่กอใหเกิดภาวะ โลกรอนลง 40 เปอรเซ็นตเมื่อเทียบ กับป 2533 และหากทําไดสําเร็จ ก็จะคอยๆ เพิ่มความเขมขนมากยิ่งขึ้น ถึงขั้นทํา ใหเมืองแหงนี้ไดชื่อวาไมปลอยกาซที่ ทํารายโลกออกมาอีกเลย
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
5
ชุมชนต้นแบบ
เรื่องและภาพ : ฐิตินันท์ ศรีสถิต และ อวยพร แต้ชูตระกูล
โรงเรียน
วัดไทรใหญ่...
หัวใจสีเขียว
ของชุมชน
หากโรงเรียน
วัด
บ้าน
คือสามส่วนประกอบสำคัญซึ่งสามารถชี้นำทิศทาง
ของชุมชนได้จริง
โรงเรียนที่สร้างสรรค์กิจกรรมการเรียนรู้สีเขียวอย่างสม่ำเสมอ
และต่อเนื่องนานนับสิบปีก็น่าจะกระตุ้นคนในชุมชนให้หันมาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม มากขึ้นตามไปด้วย
หนึ่ ง ในนั้ น คื อ โรงเรียนวัดไทรใหญ่ ในตำบลไทรน้อย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี สถานศึกษาซึงอยูชดติดกำแพง ่ ่ิ วัดไทรน้อยและเป็นบ้านหลังที่สองของนักเรียนอนุบาลถึง ประถมศึกษาปีที่ 6 กว่า 1,300 คน รวมถึงคุณครูอกกว่า 50 ชีวต ี ิ ก้าวแรกบนเส้นทางห่วงใยสิ่งแวดล้อมของที่นี่เริ่มต้นขึ้น ในปี พ.ศ. 2540 เมื่อบรรดาคุณครูต่างเห็นพ้องที่จะรับมือ กลิ่นรำคาญจมูกขั้นรุนแรงจากภูเขาขยะขนาดมหึมาในรัศมี 2-3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นฝีมือการทิ้งของคนทั้งจังหวัด ด้วยการ ปลูกจิตสำนึกให้เด็กๆ ในโรงเรียน ...เพราะเชื่อว่าการแก้ไขที่รากฐานของสังคมจะสามารถ จัดการปัญหาขยะได้อยู่หมัดกว่าวิธีการอื่นๆ ขยะเพิ่มทรัพย์...เพิ่มสำนึก
สุนนท์ เกตุกราย คุณครูชำนาญการพิเศษซึงรับบทแม่พมพ์ ั ่ ิ ของชาติมานานเกิน 35 ปี ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ ขยะรีไซเคิล เล่าย้อนถึงช่วงก่อร่างสร้างสีเขียวว่า เมือได้ขอสรุป ่ ้ จะปลูกจิตสำนึก ก็ช่วยกันปั้นหลักสูตรท้องถิ่นของสถานศึกษาอยู่ประมาณสองปี โดยบูรณาการเรื่อง “ขยะ” เข้าไป ในทุกวิชาและทุกระดับชั้น ไม่เว้นแม้เด็กอนุบาล! “อนุบาลก็เริ่มง่ายๆ หน่อย แค่สอนให้เขาทิ้งขยะลงถัง ชั้นประถมต้นก็ให้รู้จักแยกประเภทขยะ ชั้นประถมปลายถึง ได้นำขยะมาประดิษฐ์สิ่งของ” ครูสุนันท์ เล่าพร้อมรอยยิ้ม การฝึกคัดแยกขยะที่โรงเรียนกลายเป็นพฤติกรรมติดตัว กลับไปบ้าน ซึ่งเมื่อสอบถามไปทางผู้ปกครอง ก็พบว่า ได้รับ ความสนใจพอสมควร กระทังปี 2545 สิงทีลงแรงมาจึงขยับขยายขึนเป็นธนาคาร ่ ่ ่ ้ ขยะ ภายใต้ชื่อ “โครงการขยะเพิ่มทรัพย์” ซึ่งได้รับการ สนับสนุนจากหน่วยงานอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมของ จังหวัดนนทบุรี
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2554
เราทำให้โรงเรียน
ทำให้ชุมชน
โรงเรียน
ก็เลยเข้มแข็ง
กลุ่มพี่ใหญ่ชั้นป.6 กับผลงานประดิษฐ์โคมไฟ จากขวดพลาสติกขนาด 1.5 ลิตร
คุณครูสุนันท์ เกตุกราย แกนนำเรื่องสิ่งแวดล้อม ของโรงเรียนวัดไทรใหญ่
เตาเผาถ่านขนาดกะทัดรัดของโรงเรียนวัดไทรใหญ่ ใช้เวลาเผาเพียง 7-8 ชั่วโมงเท่านั้น แถมยังขี้เถ้าน้อย เหลือเชื่อ
“เมื่อเด็กๆ นำขยะมาขายและได้ลองทำหน้าที่รับซื้อขยะ เขาก็เห็นคุณค่าของขยะมากขึ้นและรู้สึกว่าขยะมีมูลค่าจริง” ครูสุนันท์กล่าว ธนาคารขยะของโรงเรียนวัดไทรใหญ่ตั้งราคารับซื้อ กระดาษ ขวดพลาสติก ขวดแก้วสูงกว่าซาเล้ง ซึ่งเมื่อนำไป ขายต่อให้ศนย์รบซือขยะรีไซเคิลละแวกโรงเรียน ก็จะคืนกำไร ู ั ้ มาที่นักเรียนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ครูสุนันท์อธิบายว่า โรงเรียนจะไม่หกอะไรเก็บไว้เลย แถมยังสนับสนุนงบประมาณ ั เพิมเติมด้วยซ้ำ เพราะผูบริหารเห็นความสำคัญของกิจกรรมนี้ ่ ้ ความแข็งขันจริงจังของเด็กในการจัดการซื้อขายขยะมีค่า โดยมีคุณครูช่วยประคองอยู่ห่างๆ ไม่เพียงส่งผลให้ธนาคาร ขยะของโรงเรียนวัดไทรใหญ่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในการ ประกวดนวัตกรรมการศึกษา ประจำปี 2548 แต่ยังคว้า รางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับภาคกลาง ในการประกวดธนาคารขยะรีไซเคิลของ กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปีถัดมาอีกด้วย พวกเขาไม่ได้มัวหยุดชื่นชมความสำเร็จที่มีรางวัลการันตี แต่ยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ โดยเมื่อสองปีที่แล้ว ครูสุนันท์ ทราบข่าวผ่านทางเว็บไซต์เกี่ยวกับการรับซื้อขวดแก้วของ
บริษท บางกอกกลาส จึงสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกแล้วต่อยอด ั เป็นโครงการ “ผ้าป่าขวดแก้ว” “โครงการนี้เราไม่รับซื้อขวดแก้ว แต่ใช้วิธีรับบริจาคเพื่อ ปลูกจิตอาสาให้เด็กๆ เขาก็จะพกขวดแก้วจากบ้านมาบริจาค แล้วเขียนชื่อใส่ไว้ในกล่อง พอเทศกาลปีใหม่หรือวันเด็กก็จะ เอาชื่อของนักเรียนที่บริจาคขวดแก้วมาจับสลากแจกของ รางวัล พอครบเดือนบางกอกกลาสก็มารับซื้อขวดแก้วถึง โรงเรียน ขวดแก้วที่รวบรวมไว้ขายได้ 500-600 บาทต่อ เดือนเลยนะ” ครูสุนันท์เล่าอย่างอารมณ์ดี ทว่าโครงการธนาคารขยะถึงจังหวะหยุดพักชั่วคราว ตลอดปีการศึกษา 2553 เนื่องจากโรงเรียนวัดไทรใหญ่ต้อง แบ่งอาคารเรียนให้ครูและเด็กๆ ชันมัธยมจากโรงเรียนไทรน้อย ้ มาร่วมใช้งาน ...ไม่เพียง พลัง+งาน ที่อดเห็นบรรยากาศการรับซื้อขยะ อย่างคึกคักของเด็กนักเรียน ผู้ปกครองเองยังส่งเสียงเรียก ร้องให้ดำเนินการต่อ คุณครูจึงต้องคอยชี้แจงพร้อมให้ สัญญา เริ่มต้นปีการศึกษาหน้าธนาคารขยะจะกลับมา แน่นอน
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2554
สนุกที่สุดก็ตอน
เทเทียน
เพราะ
กลัวหก
เอาเทียนไปขายที่
ตลาดน้ำ
คนมาซื้อ
เยอะเลยค่ะ
ก็ช่วยกัน อธิบายว่าพวกเรา
ทำกันเอง
กาแต่ละใบ
ใส่เทียนแต่ละสี
จะได้ไม่ปนกัน
ด.ช. ณัฐพงศ์ กรองทอง นักเรียนชั้นป.5
ด.ญ. ธัญรัตน์ สุขไพศาล นักเรียนชั้นป.5 ด.ช. พิสิฐ มหัทธนานนท์ นักเรียนชั้นป.5
สนุกค่ะ
ทำไม่ยากเลย
ทุกสีใช้ไล่ยุงได
้เหมือนกัน
ด.ญ.ผกาสินี สินธนไพศาล นักเรียนชั้นป.6
เศษเทียนเชื่อมสัมพันธ์
เป็นความริเริมของคุณครูอกครังทีเชิญวิทยากรภูมปญญา ่ ี ้ ่ ิ ั ท้องถิ่นมาสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ทำเทียนหอม ไล่ยุง โดยตอนแรกก็ใช้ขี้ผึ้งใหม่แกะกล่องถูกต้องตามตำรา หล่อผสมกับน้ำมันตะไคร้หอม และเทใส่ขวดแก้วบรรจุซุปไก่ สกัดหรือเครื่องดื่มรังนกที่ผ่านการล้างทำความสะอาดแล้ว เมือสังเกตเห็นเศษเทียนทีเหลือจากพานวันไหว้ครู จึงเริม ่ ่ ่ พลิกแพลงนำเทียนเหล่านั้นมาหลอมใหม่แล้วใช้แทนขี้ผึ้ง ซึ่ง ก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ล่าสุดได้เปลี่ยนมาใช้เศษเทียนจากวัด ทั้งที่ถูกจุดในช่วง เข้าพรรษาและกิจกรรมการเวียนเทียนในวันสำคัญทาง ศาสนา โดยเศษเทียนจะถูกแยกกลุ่มตามสีสันที่แตกต่างกัน ก่อนใช้งาน และสีจากเศษเทียนนี่เองที่เติมสีหวานๆ ให้ เทียนหอมไล่ยุงไปโดยปริยาย “หลังๆ นี่ทางวัดคอยเก็บเศษเทียนพรรษาไว้ให้เราเลย” ครูสุนันท์เสริม วิมล พัวพินิต คุณครูผู้ควบคุมดูแลกิจกรรมผลิตเทียน หอมไล่ยง เล่าว่า เทียนหอมไล่ยงวางขายในสหกรณ์โรงเรียน ุ ุ เมื่อมีงานออกร้านเด็กๆ ก็จะนำผลงานไปวางขายในราคา ย่อมเยา บางครังพากันไปขายทีตลาดน้ำในช่วงวันหยุดเสาร์้ ่ อาทิตย์ด้วย แต่ราคาของน้ำมันตะไคร้หอมที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ผลักให้
คุณครูตองช่วยกันพลิกแพลงส่วนผสมอีกครัง โดยกำลังทดลอง ้ ้ ใช้น้ำมันจากเปลือกส้มแทนน้ำมันตะไคร้หอม และเติม การบูรลงไปอีกเล็กน้อย...จะออกหัวหรือก้อยยังต้องลุ้นต่อ มิใช่รอคอยเศษเทียนจากวัดเพียงฝ่ายเดียว โรงเรียน วัดไทรใหญ่ตอบแทนพระคุณของวัดด้วยการให้นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 ช่วยกันประดิษฐ์โคมเทียนจากขวดน้ำ พลาสติกสีขาวขุ่นที่รวบรวมได้จากการแยกขยะ และนำไป ถวายวัดนับรวมปีละหลายพันชิ้น ทั้งนี้ วัดจะซื้อเทียนไขหลากสีมาใส่โคมเทียนและขายให้ ญาติโยมที่มาร่วมกิจกรรมเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชา วิสาขบูชา และอาสาฬหบูชา โคมเทียนที่ผ่านการใช้งานจะ ถูกส่งกลับมาที่โรงเรียนอีกครั้งเพื่อแยกโคมเทียนส่งขายเป็น ขยะพลาสติก ขณะที่เศษเทียนจะนำไปหลอมทำเทียนหอม ไล่ยุง การเวียนเทียนที่วัดไทรน้อยจึงไม่สร้างปัญหาขยะแต่ อย่างใด ...ที่ดีเยี่ยมกว่านั้นคือความเกื้อกูลอันแนบแน่นระหว่าง สองสถาบันหลักของชุมชน ก้าวต่อๆ
ไปเพื่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากการต่อยอดสิ่งประดิษฐ์จากโครงการธนาคาร ขยะแล้ว ชาววัดไทรใหญ่ยังสนใจเรื่องพลังงานอีกด้วย คราว นี้เป็นฝ่ายนักเรียนบ้างที่ลุกขึ้นมาชักชวนคุณครูให้สร้างเตา
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2554
ขวดแก้วขนาดพอเหมาะสำหรับ เทเทียนหอมไล่ยุง
คุณครูวิมล พัวพินิต กับผลงานเทียนหอมไล่ยุง
โคมเทียนจากขวดพลาสติกขาวขุ่นสำหรับ กิจกรรมเวียนเทียน
เผาถ่านเคลื่อนที่ไว้ใช้ในโรงเรียนหลังจากเห็นมันในทีวี ไอเดี ย ดี ๆ แบบนี้ คุ ณ ครู วิ ท ยาศาสตร์ อ ย่ า งสุ นั น ท์ สนับสนุนเต็มที่ จึงประสานกับเพื่อนครูที่มีประสบการณ์การ ผลิตน้ำส้มควันไม้มาร่วมทีม จากนันก็ควานข้อมูลในเว็บไซต์ ้ และพูดคุยศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยพาเด็กนักเรียนไปด้วย โปรเจ็คต์นี้ทั้งครูทั้งศิษย์ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน แถมยัง สามัคคีออกแบบโดยย่อขนาดจากถังน้ำมัน 200 ลิตรที่นิยม ใช้กันทั่วไปเหลือเพียงถังแก๊สส่องปลาขนาด 100 ลิตร ทันทีที่สร้างเสร็จก็ทดลองเผาเศษไม้จากการตัดแต่งกิ่ง ภายในโรงเรี ย นและกะลามะพร้าวจากโรงงานในชุมชน ปรากฏว่าผลงานชิ้นล่าสุดของเทอมนี้ประสบความสำเร็จ งดงาม ได้ถ่านไม้และน้ำส้มควันไม้คุณภาพดีถึงขนาดต้น ตำรั บ ภู มิ ปั ญ ญาท้ อ งถิ่ น ซึ่ ง เป็ น ผู้ ถ่ า ยทอดเคล็ ด วิ ช ายั ง ออกปากชม คุณครูผู้มองไกลจึงวางเป้าหมายต่อไปที่การขยายผลสู่ ชุ ม ชน โดยจะเสนอโครงการไปยังองค์การบริหารส่วน จังหวัดเพื่อของบประมาณมาสร้างเตาเผาถ่านรุ่นนี้แจกจ่าย ให้ชาวบ้านหรือโรงเรียนอื่นๆ ได้ใช้งานกันบ้าง ขณะเดียวกันโครงการธนาคารขยะที่สร้างชื่อและกวาด หลายรางวัลมาให้ชาววัดไทรใหญ่ชื่นใจก็กำลังจะสยายปีก ออกนอกรั้วโรงเรียนด้วย คุณครูสุนันท์เปิดเผยถึงแนวคิด การตั้งศูนย์รับซื้อขยะของชุมชนว่า เริ่มนำร่องแล้วในหนึ่ง หมู่บ้านและออกสตาร์ทด้วยการรับซื้อขวดแก้ว ซึ่งสะดวกใน
การจัดการ เพราะเมื่อบางกอกกลาสส่งรถมารับ “ผ้าป่าขวด แก้ว” ที่โรงเรียนก็สามารถพ่วงรับซื้อขวดแก้วจากหมู่บ้าน นั้นได้เลย “ตอนนี้เสนอโครงการธนาคารขยะไปที่ อบต. ให้แต่ละ ตำบลจัดตั้งธนาคารขยะของตนเอง บริหารจัดการกันเองใน ชุมชน โดยเรายินดีจะเป็นพี่เลี้ยงให้” ครูสุนันท์กล่าว สิ่งสำคัญที่ทำให้โครงการสิ่งแวดล้อมต่างๆ ของโรงเรียน วัดไทรใหญ่ขยายสู่ชุมชนได้ค่อนข้างราบรื่นก็คือ บุคลากรที่ ทุมเททำงานกันเป็นครอบครัว ช่วยเหลือเกือกูลกันดี ส่วนใหญ่ ่ ้ เป็นคนในท้องถิ่นและเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน จึงสาน สัมพันธ์กับพี่น้องในชุมชนโดยสะดวก ยิงเมือปัจจัยดังกล่าวโคจรมาพบกับนายกองค์การบริหาร ่ ่ ส่วนจังหวัดนนทบุรีที่สนใจให้การสนับสนุนภาคการศึกษา เป็นพิเศษ งบประมาณจึงถูกแบ่งสรรมาให้นักเรียนรวมถึง ผู้ใหญ่ในท้องถิ่นได้เรียนรู้พร้อมลงมือทำเพื่อสิ่งแวดล้อม อย่างไม่ขัดสน ...และทำให้โรงเรียนวัดไทรใหญ่เป็นหัวใจสีเขียวของ ชุมชนอย่างแท้จริง
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2554
เรื่องจากปก
เรื่องและภาพ : อวยพร แตชูตระกูล และ ฐิตินันท ศรีสถิต
บาน
มนุษยทุกคนตองการบานดีๆ สักหลังไวซุกหัวนอน พักพิงหลบแดดฝน หลีกลี้จากความ วุนวาย และใหความรูสึกอบอุน-ปลอดภัย-ผอนคลาย โดยเฉพาะในยามที่เผชิญกับปญหา หนักหนาหรือถูกรุมเราดวยความเครียดจากเหตุการณตางๆ นอกบาน บานดีๆ ในที่นี้ ไมจําเปนตองใหญโต หรูหรา หรือราคาแพงหลายสิบลาน แตตองตอบ โจทยเรื่องความสบายกาย สบายใจ สบายเงินในกระเปาของผูอยูอาศัยอยางแทจริง เหนือสิงอืนใด ก็ควรจะเบียดเบียนโลกนอยหนอยและเปนมิตรกับสิงแวดลอมเยอะหนอย ่ ่ ่ เพื่อที่จะไมซ้ำเติมสถานการณมลพิษ ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ และปญหา ใหญอยางสภาวะโลกรอนใหเลวรายลงกวาที่เปนอยูในปจจุบัน บานดีๆ ที่เขาขาย “บานประหยัดโลก” จะสรางไดอยางไร พลัง+งาน รวบรวมหลักการ สําคัญๆ พรอมตัวอยางเด็ดๆ มาไวที่นี่แลว
โลก ป ร ะ ห ยั ด
10
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
บานดิน จาก www.siambaandin.com
คนอยูสบาย โลกก็อยูสบาย บานธรรมดาๆ จะยกระดับขึนเปนบานประหยัดโลกได ้ ตองออกสตารตวางแผนกันตั้งแตขั้นตอนการออกแบบ โดยคํานึงถึงความสอดคลองกับ “ทิศทางของสายลม และแสงแดด” เพื่อกําหนดผังใหสวนตางๆ ของบานได ใชประโยชนจากการไหลเวียนอากาศและแสงสวางตาม ธรรมชาติมากที่สุดเปนเบื้องแรก เริมจาก “ลม” กระแสลมหลักในบานเรามีอยู 2 กระแส ่ หนึ่งคือมรสุมฤดูรอนที่พัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต สอง คือมรสุมฤดูหนาวที่พัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ นั่นหมายความวา ชองเปดรับลมของตัวบานก็ควรจะอยู ในแนวตะวันตกเฉียงใตและตะวันออกเฉียงเหนือใหมาก สักหนอย เพื่อเอื้อตอการถายเทอากาศโดยสะดวกและทํา ใหภายในบานเย็นสบาย ทั้งนี้ควรคํานึงถึงขนาดและตําแหนงที่เหมาะสมของ หนาตางดวย และตองไมลืมวา...ลมจะไหลเขาก็ตอเมื่อมี ชองทางใหลมไหลออกดวย ถัดมาเปนเรืองรอนๆ ของแสงแดด จากทีตงและสภาพ ่ ่ ั้ ภูมิศาสตรของประเทศไทย ดวงอาทิตยที่ขึ้นทางทิศตะวัน ออกจะโคจรออมทิศใตคอนขางมากกอนจะลับฟาไปทาง ทิศตะวันตก ตัวบานดานใตและตะวันตกจึงไดรบความรอน ั และแสงสวางมากเปนพิเศษจากแดดยามบาย บริเวณดัง กลาวเหมาะจะเปนหองน้ำ หองครัว ลานซักลาง เพื่อใช แสงแดดดุเดือดขับไลความชื้นและชวยฆาเชื้อโรคทางออม หรือออกแบบใหเปนลานจอดรถเพื่อปองกันความรอน เขาสูตัวอาคารโดยตรง อีก 3 หลักการที่สําคัญไมแพการวางผังแบบพึ่ง สายลมและหลบแสงรอน ก็คือ... “เพิ่มกลไกรักษาความเย็น” ของตัวบาน เชน ปลูก ตนไมใหญเพื่อใหรมเงา มีพื้นที่สีเขียวหรือบอน้ำอยูใกลๆ ชวยกระจายความชุมชื้น
“ปองกันความรอนโจมตีอาคาร” ซึ่งมีหลากหลาย เทคนิคใหเลือกลงมือ โดยเนนที่การเลือกใชวัสดุกอสราง อยางอิฐมอญเปนพวกกักเก็บความรอนดี จึงควรกอเปน ผนังสองชั้นโดยเวนชองวางตรงกลาง ใหอากาศทําหนาที่ เปนฉนวนชวยชะลอความรอนที่จะเขาสูภายใน หากแทรก ดวยฉนวนโฟมหรือฉนวนใยแกวจะกันความรอนไดดีขึ้น แตในระยะยาวเมื่อเสื่อมคุณภาพแลวจะไมสามารถเปลี่ยน ออกได ขณะทีคอนกรีตมวลเบาซึงเปนทีนยมมากขึนเรือยๆ นัน ่ ่ ่ ิ ้ ่ ้ มีฟองอากาศเล็กๆ เปนรูพรุนแทรกอยูจงปองกันความรอน ึ ดีพอสมควร สามารถกอผนังไดเลย แตมขอดอยตรงทีราคา ี ่ คอนขางสูงและมักเกิดการแตกราวของปูนฉาบ บานบางหลัง จึงใชคอนกรีตมวลเบากอผนังหองทีจะติดเครืองปรับอากาศ ่ ่ เทานัน สวนผนังอืนๆ ใชอฐมอญหรือคอนกรีตบล็อกทดแทน ้ ่ ิ นอกจากนี้ ยังมีวัสดุทางเลือกอื่นๆ ที่สะสมความรอน นอยนิดและเปนมิตรกับสิ่งแวดลอมมากมาย แตอาจไม คอยแพรหลายในเชิงพาณิชย เชน อิฐบล็อกดินประสาน การสรางบานดิน เปนตน การเลือกวัสดุปูพื้นภายนอกก็เชนกัน พื้นทรายลาง กระเบื้องดินเผา หรือวัสดุผิวดานอื่นๆ จะสะสมความรอน นอยกวาลานคอนกรีตหรือกระเบื้องผิวมันวาว ทั้งยังควร หลีกเลียงหลังคาสีเขมซึงดูดซับความรอนไดดี ติดตังฉนวน ่ ่ ้ กันความรอนเหนือฝาเพดานชั้นบนสุด สรางแนวชายคา ยาว เสริมทัพดวยแผงกันแดดหรือระแนงบังแดดที่ไมปด ทึบแตมีชองใหลมไหลผาน เมื่อตัวบานรอนนอย ความตองการใชพลังงานไฟฟา เพื่อเปดเครื่องปรับอากาศก็ลดตาม บางหลังแคพัดลมก็ เอาอยู หรือหากตองพึ่งพาเครื่องปรับอากาศจริงๆ มันก็ จะสรางความเย็นฉ่ำไดโดยไมทํางานหนักมาก “ใชบริการแสงธรรมชาติ” ดวยการเปดชองแสง บางสวนเพื่อสรางความสวางในยามกลางวัน โดยติดตั้ง วัสดุที่ยอมใหแสงผานมากแตความรอนผานนอย เชน กระจกสีตัดแสง หรือหากมีงบประมาณมากพอ การเลือก ใชกระจก 2 ชัน ทีเรียกวา “Doubled Glazing” ซึงประกอบ ้ ่ ่ ขึ้นดวยแผนกระจก 2 แผน โดยมีอากาศหรือกาซเฉื่อย แทรกอยูตรงกลาง ก็จะสามารถลดความรอนที่จะเขามา พรอมแสงแดดไดราว 70-80 เปอรเซ็นต แถมยังกรอง รังสีอุลตราไวโอเลตอีกดวย
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
11
บานของ ดร.เดชรัต สุขกำเนิด สรางตามแบบของกระทรวงพลังงาน
ดร.เดชรัต สุขกำเนิด
หลังจากออกแบบถูกทิศและกอสรางถูกทาง บาน ประหยัดโลกเต็มขั้นยังตองขึ้นอยูกับพฤติกรรมผูอยูอาศัย เปนปจจัยสุดทาย ดังนั้นวิธีลดใชทรัพยากรและประหยัด พลังงานทุกกระบวนทา ตองขุดมาใชอยางสม่ำเสมอ พรอมกับบอกตอใหสมาชิกในบานลงมือปฏิบัติจนคุนชิน เชน ปดสวิตซและถอดปลั๊กเครื่องใชไฟฟาเมื่อเลิกใชงาน เลือกเครื่องใชไฟฟาประหยัดพลังงาน ไมเปดไฟเปดทีวี เปดกอกน้ำทิ้งขวาง และอื่นๆ อีกมากมาย ...เชื่อเถอะวา ถาบานของเราชวยประหยัดโลกไดจริง นอกจากเราอยูสบาย โลกอยูสบายแลว เราจะมีสงแวดลอม ิ่ คุณภาพดีสงตอไปถึงลูกหลานในวันพรุงนี้ดวย
แบบบานอยูสบาย ไมขาย สรางไดจริง เมือเขาใจหลักการคราวๆ ของบานประหยัดโลก ผูอยาก ่ มีบานก็จะสามารถหารือกับสถาปนิกไดเขาใจตรงกันมากขึน ้ แตหากตองการประหยัดงบออกแบบ กรมพัฒนาพลังงาน ทดแทนและอนุรักษพลังงาน กระทรวงพลังงาน ก็มีแบบ บานสําเร็จรูป 3 แบบที่ออกแบบบนพื้นฐานอยูสบายและ ประหยัดพลังงาน แจกใหหยิบไปใชกอสรางกันไดแบบฟรีๆ
แบบ A - บานชั้นเดียว 2 หองนอน 1 หองน้ำ พื้นที่ใชสอยประมาณ 84 ตารางเมตร แบบ B - บานเดี่ยว2 ชั้น 3 หองนอน 2 หองน้ำ พื้นที่ใชสอยประมาณ 135 ตารางเมตร แบบ C - บานเดี่ยว 2 ชั้น 4 หองนอน 4 หองน้ำ พื้นที่ใชสอยประมาณ 183 ตารางเมตร ประชาชนที่สนใจสามารถเขาไปดูแบบบานทั้งหมด ไดที่ http://www2.dede.go.th/new-homesafe/ webban/bansabai.htm สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดตอขอรับแบบบานไดที่ สํานักสงเสริมการอนุรักษพลังงาน (สสอ.) โทร 02 223 0021-9, 02 222 4102-9, 02 222 2593-5 เพื่อพิสูจนวาแบบบานแจกฟรีมีดีขนาดไหน พลัง+งาน จึงขอตามติดไปยังบานของ ดร.เดชรัต สุขกําเนิด อาจารย
คณะเศรษฐศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ซึ่งตั้งอยู ยานบางรักนอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และเพิ่งสราง เสร็จใหมหมาดเมื่อปลายป 53 บานหลังนี้สรางตามแบบ C แตดัดแปลงพื้นที่ใชสอย บริเวณชั้น 2 โดยเปลี่ยนหองน้ำและหองแตงตัวของหอง นอนใหญใหกลายเปนหองโถงเปดโลงสําหรับการนั่งเลน ของสมาชิกในครอบครัวอีก 3 ชีวตคือ ภรรยา ลูกสาว และ ิ ลูกชาย พรอมกับตอเติมพืนทีใตหลังคาไวเปนหองเก็บของ ้ ่ อีกดวย ดร.เดชรัต เลาใหฟงวา ผนังบานหลังนี้ไมไดกออิฐสอง ชัน แตใชวธแทรกแผนโฟมไวระหวางโครงสรางเหล็กทีเปน ้ ิี ่ ตัวยึดเพิมความแข็งแรง ฉีดปูนซีเมนตทบทังภายในภายนอก ่ ั ้ แลวจึงฉาบเรียบเปนขั้นสุดทาย โดยแผนโฟมจะทําหนาที่ กันความรอนทีจะแผเขาตัวบาน เชนเดียวกับการปูฉนวน ่ กันความรอนใตหลังคา ซึ่งเจาตัวยืนยันวาลดความรอนที่ จะโจมตีเขาสูตัวบานไดผลนาพอใจ เมื่อบวกรวมกับวางผัง แบบพึ่งสายลมและหลบแสงรอนตามตําราเปะ บานหลังนี้ ก็เลยไมตองติดตั้งเครื่องปรับอากาศ...ชวยลดการใชไฟฟา ไปไดเยอะเลยทีเดียว ภายในบานอาจจะอบอาวไปสักนิดในบางชวงเวลา นั่นเปนเพราะการเลือกใชหนาตางแบบบานเลื่อนแทน บานเปด เมื่อชองทางลมเขาออกลดขนาดลงเหลือเพียง ครึงเดียว ลมจากภายนอกจึงวิงเขาตัวบานไดนอยกวาทีควร ่ ่ ่ ทําใหอากาศถายเทไหลเวียนไปไมทั่วทั้งตัวบาน ตองเปด พัดลมชวยอีกแรง ภายนอกบานหลังนี้มีบริเวณกวางขวาง พื้นที่เกินครึ่ง ขุดเปนบอขนาดใหญ นอกจากน้ำในบอจะชวยเติมความ ชุมชื้นใหบรรยากาศรอบตัวบานแลว ปลาตัวอวนโตที่เลี้ยง กันเองยังชวยเติมโปรตีนใหอมทองกันแบบเหลือเฟอ ผืนดิน ิ่ สวนทีเหลือเปนสวนสีเขียวซึงปลูกสารพัดผักสวนครัว ผลไม ่ ่
12
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
เปลี่ยนเปน
บานอยูเย็น
ณ สามเสน 5 ลอดจ
ใชวาบานเกาจะหมดหวังกับการกาวขึ้นเปนบาน ประหยัดโลกไปเสียทีเดียว เพราะยังพอมีชองทางการ ปรับปรุงอาคารเกาใหอยูเย็นขึนสบายขึนไดเชนกัน แตอาจ ้ ้ มีขอจํากัดและความยุงยากในการดําเนินการบาง ซึ่งจะ มากหรือนอยนั้นขึ้นอยูกับตนทุนเดิมของบานและความ สามารถของสถาปนิก หนึ่งในตัวอยางการปรับปรุงบานเกาใหอยูเย็นไดอยาง เห็นผลก็คือ “สามเสน 5 ลอดจ กรุงเทพฯ” ที่ซุกซอนอยู บนถนนสามเสน ซอย 5 พลัง+งาน ตามไปคุยกับวรพันธ คลามไพบูลย สถาปนิก ผูเชื่อมั่นในการใชสายลมและความชื้นในการสรางความ สบายแกผูอยูภายในอาคาร เขาเนรมิตอดีตรานตัดเสื้อ ใน
นองกระติ๊บ
นองแดนไท
และไมดอกสวยงาม มุมเล็กๆ มุมหนึงสรางเปนโรงเพาะเห็ด ่ ขนาดจิ๋วที่ลูกสาวลูกชายชวยกันดูแล รายละเอียดอืนๆ ที่ ดร.เดชรัต บรรจงใสเขาไปเพือเพิม ่ ่ ่ ดีกรีประหยัดโลกของบานก็ไดแก ติดตั้งเครื่องทําน้ำอุน พลังแสงอาทิตยไวบนหลังคา ผลิตน้ำหมักชีวภาพจากเศษ อาหารไวใชกันเอง ติดตั้งเตารับแบบมีสวิตซเปดปดจึง สามารถเสียบปลั๊กทิ้งไวโดยไมเปลืองไฟฟา ฝงปลอก ซีเมนตลึก 4 ปลอกจํานวน 2 แถว ไวใตดินดานหลังบาน เพื่อเปนแหลงกักเก็บน้ำฝนสําหรับรดน้ำตนไมในสวน โดยเฉพาะเรือนเพาะเห็ดขนาดจิ๋วที่ไมถูกโฉลกกับคลอรีน ในน้ำประปาโดยสิ้นเชิง บานสรางใหมหลังนี้ชวยยืนยันวา บานอยูสบาย ประหยัดพลังงาน แถมยังพึ่งตนเองดวยการผลิตอาหารทั้ง พืชผัก เห็ด และปลา...ไมใชเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
13
หองแถวชั้นเดียวขนาดกวางเพียง 10 เมตร ลึก 9 เมตร ใหกลายเปนเกสตเฮาสสุดฮิปขนาด 3 หองนอน แถมยัง แบงพืนทีเล็กๆ เปนออฟฟศของธุรกิจออกแบบบานในนาม ้ ่ บริษัท ซูเปอรกรีนสตูดิโอ (SuperGreenStudio) อีกดวย “จุดขาย” แตกตางของสามเสน 5 ลอดจ คือการ จัดสรรพืนทีโดยหยิบเอาธรรมชาติรอบตัวผสมผสานเขากับ ้ ่ ภูมิปญญาดั้งเดิมของชาวเอเชีย จนทําใหบานเล็กหลังนี้ เย็นสบายและกลายเปนบานประหยัดพลังงานในเวลา เดียวกัน แมจะเปนยามบายที่แดดระอุกําลังรุกคืบสาดสอง เกสตเฮาสชั้นเดียว แถมหลังคามุงกระเบื้องธรรมดาและ ไมพงพาวัสดุกนความรอน แตการนังพูดคุยกับสถาปนิกหนุม ึ่ ั ่ ในพื้นที่รับแขกแคบๆ ริมหนาตาง อาศัยเพียงพัดลมติด เพดานที่เดินเครื่องสม่ำเสมอ กลับไมทําใหรูสึกรอนหรือ อึดอัดแตอยางใด ยิ่งเมื่อเจาตัวเปดหองพักใหชม พรอมบรรยายการใช ประโยชนจากแสง ลม และความชื้นธรรมชาติที่สามารถ สงตอความอยูสบายใหกับผูเขาพักทั้ง 3 หองโดยพรอม เพรียง ยิ่งทําใหรูสึก “นาทึ่ง” มากขึ้นอีก ไมวาจะเปน...การเปดชองผนังใหลมและแสง เล็ดรอด ผานหนาตางติดมุงลวดเขามาได ขณะเดียวกันก็สรางความเย็นใหเกิดขึ้นภายในตัวบาน โดยอาศัยความชื้นจากหองน้ำและสวนเล็กๆ กลางบาน ซึ่งวาไปแลวตองเรียกวาเปนสวนในกระถางตนไมมากกวา หนําซ้ำยังเปนตนไมพื้นๆ จําพวกโมกหรือเฮลิโคเนียอีก ตางหาก โดยเจาตัวเหน็บเล็กๆ วา “สวนของผมจะโงๆ” เพราะเปนเพียงแคกระถางตนไมวางไวบนพื้นกระเบื้อง เดิมของบานเทานั้น หัวใจสําคัญอยูที่การเปดชองหลังคาดานบนเหนือ บริเวณสวนใหโลง เพือดูดอากาศรอนใหลอยระบายออกไป ่
บรรยากาศ ภายในหองพัก
และรับน้ำฝนไดในยามฝนตก ดังนั้นเมื่ออากาศรอนจาก ภายนอกเคลื่อนเขาสูภายในบานซึ่งมีอากาศเย็นกวา จาก ความชื้นของหองน้ำและสวนกลางบาน กอใหเกิดลม หมุนเวียนและระบายขึ้นสูชองหลังคาที่เปดเอาไว และ ทําใหเกสตเฮาสแหงนี้ขึ้นชื่อลือชาวา “บานเล็กก็เย็นได” “ผมเนนใชธรรมชาติ มากกวาใชวัสดุ เพื่อทําใหบาน เย็นได ” จึงเปนจริงดังคําบอกเลาของวรพันธ เมื่ออากาศเย็นภายในบานไหลเวียนดี การเปดเครื่อง ปรับอากาศในหองพักทั้ง 3 หอง ก็ลดความจําเปนลง บอยครังทีผเขาพักเลือกเปดเพียงแคพดลม แตถงแมจะเปด ้ ่ ู ั ึ เครื่องปรับอากาศ ความเย็นที่มีอยูภายในตัวบานก็ชวยให เครืองปรับอากาศทํางานนอยลง คาไฟฟาก็ถกลงตามไปดวย ่ ู แทบไมนาเชื่อวา เงินลงทุนปรับปรุงบานเกาจํานวน 6 แสนบาท สามารถผลิกโฉมหองแถวเกาๆ โลงๆ ให กลายเปนเกสตเฮาสขนาดกะทัดรัดที่มี “เสนห” อยาง ชาญฉลาด ทังยังตอกย้ำใหเห็นเดนชัดถึงพลังจากธรรมชาติ ้ ทีรายลอมอยูรอบตัวของทุกคน ขึนอยูกบวาผูใดจะหยิบฉวย ่ ้ ั เอามาใชใหเกิดประโยชนตามมา ความโดดเดนเรื่องบานอยูเย็นโดยธรรมชาติและ ประหยัดพลังงานทีฉายชัดจาก สามเสน 5 ลอดจ กรุงเทพฯ ่ ทําใหมผแวะเวียนเขามาเยียมชมมากมาย จนเจาตัวตองเปด ี ู ่ โครงการอบรมพิเศษวาดวยเรื่องการทําบานใหอยูเย็นได โดยไมตองจายเงินแพงๆ อาศัยเพียงแคภูมิปญญาของคน เอเชียเทานั้น สนใจแลกเปลี่ยนเคล็ดวิชา บานอยูเย็น www.supergreenstudio.com โทร 02 628 9799
14
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
ไฟฟาสะอาดจากดาดฟา ตอใหไมไดวางแผนสรางบานดวยการพึ่งสายลมหลบ แสงรอนและใชวสดุทเอือตอการอยูสบายประหยัดพลังงาน ั ี่ ้ ตั้งแตแรก บานของคนเมืองก็ยังมีสวนรวมประหยัดโลกได ดวยการผลิตไฟฟาสะอาดบนดาดฟา หรือหลังคาบาน ดังเชนบานเดี่ยวหลังใหญของวันชัย พันธุวิเชียร ซึ่งตั้งอยู ในอาณาบริเวณกวางขวางของหมูบานกฤษดานคร 21 บนถนนสายบางนา-ตราด แมจะประสบความสําเร็จจากธุรกิจปายไฟโฆษณาราย ใหญในนามบริษัท ชัยภัทรพันธุ จํากัด แตเมื่อโลกเผชิญ วิกฤตพลังงานจนเขาสูภาวะน้ำมันแพง นักธุรกิจวัย 54 ป รายนี้ก็สรางเงื่อนไขใหกับตัวเองวา “ตองพึ่งพาตัวเองและ อยูรอดได หากวิกฤตพลังงานเกิดขึ้นอีกในอนาคต” หากมัวแตพดอยางเดียว ชีวตก็คงไมกาวหนา เมือชัดเจน ู ิ ่ วาคิดแลวตองลองทําดูจริงๆ จุดเริ่มตนก็ตามมาในไมชา โดยเจาตัวยอมรับตามตรงวา...สามารถทําไดตามใจคิด เพราะหลังจากประสบความสําเร็จทางธุรกิจก็จะกันเงิน สวนหนึ่งไวเพื่อสานฝนในวัยเยาว เพียงแตฝนครั้งนี้ตางไปจากเคย เมื่อเปลี่ยนจากทํา เพื่อสนุก...มาเปนทําเพื่อสวนรวม บานหลังนี้ไมมีหลังคา ทวาออกแบบไวใหเปนดาดฟา โลงๆ ตังแตแรก ดวยตังใจจะใชพนทีสวนนีสาหรับกิจกรรม ้ ้ ื้ ่ ้ ํ ของสมาชิกในครอบครัว มันกลายเปนความเหมาะเจาะ โดยบังเอิญเมือหัวหนาครอบครัวใหความสนใจกับการผลิต ่ ไฟฟาจากแสงอาทิตย ดาดฟากวางเหนือตัวบานเรื่อยยาว ไปถึงโรงจอดรถจึงถูกปรับเปลี่ยนเปน พื้นที่ติดตั้งแผง โซลารเซลลแบบโมโนคริสตัลไลน (Mono Crystalline) ไดอยางพอดิบพอดี แมวสดุบางชิน รวมทังการติดตัง จะพึงพาไดจากโรงงาน ั ้ ้ ้ ่ ผลิตปายไฟโฆษณาของตนเอง แตกระนันก็ตองควักกระเปา ้
กอนโตกวา 3 ลานบาท เปนคาแผงโซลารเซลลและเครื่อง แปลงกระแสไฟฟาหรืออินเวอรเตอร เพื่อใหผลิตไฟฟาได ประมาณ 14 กิโลวัตต “เมื่อ 3-4 ป ที่แลวถือวาเราลงทุนสูงมาก ซึ่งไมคุมคา กับการลงทุนอยูแลว แตเนืองจากเราอยากทํา อยากสัมผัส ่ มันจริงๆ วาแสงแดดสามารถนํามาผลิตกระแสไฟฟาได ทั้งที่ตอนนั้นรัฐบาลยังไมชัดเจนเรื่องการรับซื้อไฟฟาจาก บานคนเลย” เจาของบานเลายอนถึงการลงทุนที่มีมุมมอง สวนทางกับนักธุรกิจรายอื่น ขณะที่การติดตั้งแผงโซลารเซลลบนดาดฟาใกลเสร็จ สมบูรณ ก็พอดีตรงกับชวงเวลาการประกาศโครงการรับซือ ้ กระแสไฟฟาจากผูผลิตรายเล็กมากของรัฐบาล โดยมีเงิน อุดหนุนหรือแอดเดอร 8 บาท/หนวย ทําใหไฟฟาสะอาด ที่บานหลังนี้ผลิตไดมีราคา “แพงกวา” ไฟฟาที่ใชจากการ ไฟฟานครหลวง...นั่นทําใหวันชัยตัดสินใจสมัครเขารวม โครงการทันที แมจะตองรอคอยกระบวนการพิจารณาและการตรวจ สอบความปลอดภัยของอุปกรณทั้งระบบโดยการไฟฟา นครหลวงนานเกือบป กวาจะไดรบหนังสือยืนยันการรับซือ ั ้ ไฟฟาจากกระทรวงพลังงาน แตปลายทางของความอดทนนั้นชางนาภูมิใจ เพราะนี่ เปนบานหลังแรกในประเทศไทยทีสามารถขายกระแสไฟฟา ่ ทีผลิตจากพลังงานแสงอาทิตยใหกบรัฐไดสาเร็จ แถมยังไดรบ ่ ั ํ ั รางวัลชมเชยจากกระทรวงพลังงาน ในโครงการบาน พลังงานสะอาด ประเภทพลังงานหมุนเวียนที่เชื่อมโยงกับ ระบบสายสงไฟฟา ประจําป 2552มาแลว หลังจากที่แผงโซลารเซลลบนดาดฟาออกสตารตผลิต ไฟฟาสะอาดไดยังไมทันครบเดือน แตเมื่อครบรอบการ วางบิลของการไฟฟานครหลวง หนังสือแจงการรับซือไฟฟา ้ ก็ถูกสงตรงถึงเจาของบาน “ตัวจริง” ใหรับทราบวา
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
15
ตุลาคม 2550 เดือนแรกทีขายไฟฟา บานหลังนีผลิตไฟฟา ่ ้ ไดกี่หนวยและไดรับเงินคาขายกระแสไฟฟาเปนจํานวน เทาไหร มัณฑนา เนียมกองกิจ ผูเปนภรรยา และมีฐานะเปน เจาของบานอยางเปนทางการ จึงตองรับหนาที่ “วางบิล และเรียกเก็บเงิน” คาไฟฟาจากการไฟฟานครหลวง นับ จากนั้นเปนตนมา จนกวาจะครบกําหนดในสัญญารับซื้อ ไฟฟานั่นคือ เดือนกันยายน 2557 “ครั้งแรกที่ไดรับเงินคาขายไฟฟา คุณวันชัยสิ...เคา ตื่นเตนมากกวา เพราะเปนคนลงมือทําตั้งแตแรก ถาม ใหญเลยวาการไฟฟาจายเงินมาเปนแบบไหน ใหถายเอกสาร เช็คใบแรกเก็บเอาไวดูหนอย” เธอเลาใหฟงพรอมเสียง หัวเราะ ตลอด 3 ปเศษที่ผานมา โซลารเซลลของบานหลังนี้ เคยทําสถิติขายไฟฟาไดสูงสุดอยูที่ 2.1-2.2 หมื่นบาทตอ เดือน แตก็เปนแคชวงสั้นๆ ปละครั้งเทานั้น โดยสวนใหญ ก็จะขายไฟไดเดือนละ 1.5-1.6 หมื่นบาท ทั้งหมดนี้ แปรผันตามสภาพทองฟา เชน ปริมาณเมฆ ปริมาณ แสงแดด รวมถึงอุณหภูมิอากาศในแตละฤดูกาล เนื่องจากแผงโซลารเซลลที่เลือกใชมีประสิทธิภาพการ ทํางานสูงสุดทีอณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส แดดดีอยางเดียว ุ่ ไมพอ ตองเปนชวงทีอากาศเย็นๆ ดวย มันจึงจะผลิตพลังงาน ่ ไดเยอะ...นี่คือบทสรุปจากประสบการณของผูใชงานตรง นอกจากความไมสม่ำเสมอของดินฟาอากาศแลว การ ผลิตไฟฟาจากแผงโซลารเซลลยังมีปจจัยเสี่ยงที่คาดไมถึง ซอนอยูดวย “มีอยูเดือนหนึ่งขายไฟไมไดเลย เพราะอินเวอรเตอร เสีย จนเจาหนาที่การเงินของการไฟฟาโทรมาถามวา เดือนนี้คุณมาวางบิลหรือเปลา เราก็บอกไปวา ไมมีอะไร จะไปวาง เพราะขายไฟไดศูนยบาทในเดือนนั้น” มัณฑนา เลาใหฟงอยางอารมณดี เธอย้ำวาความเสี่ยงเชนนี้ก็มีโอกาสเกิดขึ้นไดจริงๆ ซึ่ง ผูทสนใจลงทุนอาจไมคาดคิดมากอนวาจะตองสูญเสียรายได ี่ จากเหตุการณลกษณะนี้ แตมนก็สามารถปองกันไดดวยการ ั ั หมันตรวจสอบการทํางานของอุปกรณทงระบบอยางสม่ำเสมอ ่ ั้ ปจจุบันวันชัยขยายโครงการในฝนไปถึงหลังคาโรงงาน ของเขาทียานรังสิต หลังจากติดตังแผงโซลารเซลลเรียบรอย ่ ้ ก็สามารถขายไฟฟาเขาสูระบบไดเดือนละ 6-7 หมื่นบาท เชนเดียวกับดาดฟาของบานหลังเล็กสําหรับคุณแม และหองจัดเลี้ยงซึ่งสรางเพิ่มขึ้นในเขตรั้วเดียวกับบานเดิม ซึ่งถูกยึดครองดวยแผงโซลารเซลลเต็มพื้นที่แลว รอเพียง
คุณมัณฑนา-คุณวันชัยและรางวัลแหงความภูมิใจ
การติดตั้งอินเวอรเตอรตัวใหมตามเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลง ไปของการไฟฟานครหลวง นั่นหมายความวา มันกําลังจะ ผลิตไฟฟาจากพลังงานแสงอาทิตยและขายเขาระบบได อยางที่ตั้งใจ...ในอนาคตอันใกลนี้ แสงแดดเปลี่ยนเปนไฟฟาและเงินไดอยางไร นักธุรกิจ รายนี้ตอบใหสังคมเห็นอยางชัดเจนที่สุด ซึ่งเจาตัวบอกวา “สิงทีทาไมใชแคทาเลนสนุกๆ หรือแคใหมหนามีตา แตมน ่ ่ ํ ํ ี ั ตอยอดทางธุรกิจได แลวก็เปนประโยชนตอสังคม เปน อนาคตไกลๆ และที่สําคัญคือเปนความภูมิใจเล็กๆ ที่ไดมี สวนรวมเรื่องพลังงานสะอาด เพราะหากทุกคนไมสนใจวา น้ำมันกําลังจะหมดไป สนใจแตตัวเอง สิ่งแวดลอมก็จะมี ผลกระทบ ทรัพยากรก็จะหมดไป” จึงเปนอีกตัวอยางดีๆ จากบานหลังใหญของคนเมืองที่ ใสใจเรืองพลังงานเพืออนาคตและลงมือทําดวยความมุงมัน ่ ่ ่ ใหทุกคนไดเห็นวา การผลิตพลังงานสะอาดไมใชเรื่องยาก หรือไกลตัวอีกตอไป ถามีเงินแลวอยากทําสิงดีๆ เหมือนคุณวันชัย พันธวเชียร ่ ุิ แลกเปลี่ยนความรูแบบเรียนลัดไดที่ 02 904 9917
โรงไฟฟาบนหลังคาบาน การติดตังโซลารเซลลมไดจากัดอยูเฉพาะบานทีมดาดฟา ้ ิ ํ ่ ี เทานัน บานทีหลังคามุงกระเบืองก็สามารถมีโรงไฟฟานอย ้ ่ ้ ผลิตพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตยไดเชนกัน เพราะไดเบาะแสมาวา ศูนยการเรียนรูเพื่อโลกสีเขียว ณ ตําบลหมูสี อําเภอปากชอง จังหวัดนครราชสีมา มี ตัวอยางบานประหยัดโลกขนานแทที่ออกแบบใหอยูสบาย โดยไมตองงอเครืองปรับอากาศ พึงพาลมและแสงธรรมชาติ ่ ่ กอสรางดวยวัสดุที่ประหยัดพลังงานตั้งแตตนทางการผลิต ใชวัตถุดิบธรรมชาติในทองถิ่น แถมยังพิเศษสุดตรงที่ สามารถผลิตพลังงานไฟฟาไดมากกวาความตองการใชงาน
16
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
บานตนแบบที่ประหยัดโลก แบบครบเครื่อง
สุทัศนา กำลังอธิบาย การทำงานของเครื่อง อินเวอรเตอร
อิฐ บล็อก ดิน ประ สาน
เสียอีก...ครบเครื่องขนาดนี้ พลัง+งาน เลยตองดั้นดนไป ใหเห็นกับตา การสนทนาบายนั้นเริ่มตนขึ้นภายในบานตนแบบหลัง ดังกลาว มันเปนบานชั้นเดียวยกพื้นสูงที่เพิ่งสรางเสร็จ เมื่อตนป 53 ภายในประกอบดวย 2 หองนอน 2 หองน้ำ หองทํางานขนาดพอเหมาะ โซนครัวเล็กๆ และโถงกวางซึง ่ ปจจุบนใชเปนสํานักงานของศูนยการเรียนรูเพือโลกสีเขียว ั ่ สุทศนา กําเนิดทอง กรรมการผูจดการบริษทเกร็นโซน ั ั ั (ประเทศไทย) จํากัด เปดฉากเลาถึงแนวคิดการสรางบาน เพื่อความยั่งยืนหลังนี้วา มีจุดเดนอยูที่การผลิตพลังงาน ไฟฟาจากแผงโซลารเซลลไดมากกวาความตองการไฟฟา ภายในบานและสามารถขายไฟฟาเขาสูระบบเพื่อสราง รายไดคืนกลับมา ทั้งยังใชแผงโซลารเซลลแทนหลังคา เปนระบบที่เรียก วา “BIPV” หรือ Building Integrated Photovoltaic ซึ่ง คอนขางใหมในบานเรา และเหนือชั้นกวาระบบเดิมๆ ที่ ตองติดตั้งแผงโซลารเซลลทับบนหลังคา เพราะชวย ประหยัดการใชทรัพยากรและวัสดุมุงหลังคาไดมากกวา เมื่อพื้นที่หลังคา 140 ตารางเมตรถูกแทนที่ดวยแผง โซลารเซลลขนาด 13.4 กิโลวัตต สามารถผลิตไฟฟาได ประมาณเดือนละ 1,100 หนวย ซึงพอเสียยิงกวาพอสําหรับ ่ ่ บานทีไรเครืองปรับอากาศหลังนี้ ยิงไปกวานัน ยังออกแบบ ่ ่ ่ ้ หลังคาทรงปกนกใหสองฝงเอียงลาดเขาหากันตรงกลาง เพื่อรวบรวมน้ำฝนใหไหลลงมาเก็บไวโดยสะดวก กําแพงบานกอดวย “Soil Cement” หรือ “อิฐบล็อก ดินประสาน” ซึ่งผสมดินและซีเมนตในสัดสวน 6:1 อัดลง แมพิมพและตากแดด มันสะสมความรอนนอยกวาผนัง ซีเมนตจึงชวยใหภายในตัวบานเย็นสบาย พื้นระเบียงใช “Composite wood” ซึ่งเปนสวนผสมระหวางพลาสติก รีไซเคิลผสมเยื่อไมไฟเบอร แมราคาจะใกลเคียงกับไมเนื้อ แข็งแตความทนทานกินขาดแนนอน
วัสดุอนๆ นอกเหนือจากนีกเลือกทีใชพลังงานต่ำตังแต ื่ ้ ็ ่ ้ ตนทางการผลิต เปนผลผลิตจากธรรมชาติทหาไดในทองถิน ี่ ่ เพื่อลดใชพลังงานในการขนสง ...ทั้งหมดนี้ประกอบกันขึ้นเปนบานประหยัดโลก ขนานแทจริงๆ ในฐานะบริษัทรับออกแบบปรับปรุงและใหคําปรึกษา การติดตังโซลารเซลล สุทศนา ใหขอมูลวา ทังบานเกาและ ้ ั ้ บานใหมสามารถยายโรงไฟฟานอยที่ผลิตพลังงานสะอาด ไปไวบนหลังคาไดทั้งนั้น เพียงแตตองคํานึงถึงทิศทางเปน สําคัญ นั่นคือหันแผงโซลารเซลลไปทางทิศใต เพื่อใหรับ แสงแดดเต็มที่และทํางานไดเต็มประสิทธิภาพ โดยในสวน ของบานเกาจําเปนตองให วิศวกรประเมินความแข็งแรง ของโครงสรางหลังคาเสียกอน เพราะหากทรุดโทรมมาก เกินไปก็จะแนะนําใหรื้อสรางใหมเลยดีกวา สําหรับศูนยการเรียนรูเพื่อโลกสีเขียวซึ่งอยูระหวาง การกอสราง ก็ถูกวางแผนไว ใหเปนแหลงเรียนรูและอบรม ดานพลังงานที่เนนเรื่องโซลารเซลลเปนพิเศษ ในลักษณะ ของ “D.I.Y. Solar Cell” ทีสอนใหผเขาอบรมสามารถคํานวณ ่ ู ระบบได รูหลักการเลือกแผงโซลารเซลลคณภาพดี รวมถึง ุ ติดตั้งและแกปญหาในเบื้องตนได...หากใครสนใจคงตอง รออีกสักระยะ สวนผูที่ตองการเปลี่ยนหลังคาเปนพื้นที่ผลิตไฟฟา สะอาดๆ สามารถติดตอไดที่ 044 760 469-70 และ 081 915 5438 และนี่คือทั้งหมดของ “บานประหยัดโลก” ที่ “พลัง+งาน” ตองการนําเสนอเพื่อสรางแรงบันดาลใจ และความเชือมันวา...มันเกิดขึนไดจริงในประเทศไทย ่ ่ ้ ...ในบานของเรา...
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
17
หองรับแขก
เรื่องและภาพ : อวยพร แตชูตระกูล และฐิตินันท ศรีสถิต
วรพันธ คลามไพบูลย
สถาปนิกเจาของแนวคิด...
18
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
บานเล็ก ก็เย็นได ในราคาประหยัด
แมจะเปนชาวกรุงเทพมหานครโดยแท แถมเรียนโรงเรียนชั้นแนวหนาอยาง เซ็นคาเบรียลและเตรียมอุดมศึกษา แตเมือ ่ ตัดสินใจเลือกเรียนระดับมหาวิทยาลัย เจาตัวกลับจงใจที่จะเลือกเรียน สถาปตยกรรมที่มหาวิทยาลัยขอนแกน ดวยเล็งเห็นถึงเสนหของความเปนพืนถิน ้ ่ ที่มีอยูที่นั่น ไมตางอะไรกับการตัดสินใจไปทํางาน และเรียนตอปริญญาโททีประเทศอินเดีย ่ เพราะเห็นคุณคาของรากเหงาทาง วัฒนธรรม กระทังหลอหลอมใหสถาปนิก ่ หนุมวัย 38 ป เลือกหนทางการทํางานที่ แตกตาง ทวาโดดเดนจากเพือนรวมอาชีพ ่ รายอื่น นั่นคือการออกแบบสิ่งกอสรางให สอดคลองกับธรรมชาติ และยึดโยงกับ รากเหงาทางวัฒนธรรมในทองถิ่น ซึ่งให ดอกออกผลกําไรคืนกลับสูผอาศัย เปนการ ู ประหยัดพลังงานตลอดชวงชีวตทีพกอาศัย ิ ่ ั อยูในบานแหงความรมเย็นเปนสุข ไมใชแคคําพูดชวนเคลิ้ม แตวรพันธ คลามไพบูลย ลงมือทําใหดู โดยมีเกสตเฮาส ขนาด 3 หองนอน แหงสามเสน 5 ลอดจ ...เปนทั้งสถานที่ทํางานและแสดงผล งานที่มหัศจรรยของสถาปนิกหนุมรายนี้
พลัง+งาน : ขอถามกอนวา เกสตเฮาสทสามเสน ซอย 5 ี่ แหงนี้เปดมานานหรือยัง วรพันธ : เปดมา 2 ปแลวครับ หลังจากใชเวลาปรับปรุง ประมาณ 4 เดือนก็เริ่มเปดเปนที่พักขนาด 3 หองนอน พรอมกับแบงสวนหนึ่งทําเปนออฟฟศของผมชื่อ Super Green Studio
พลัง+งาน : ทําไมถึงเลือกทีนี่ เพราะเปนคนแถวนีหรือเปลา ่ ้ วรพันธ : บานเดิมผมอยูแถวโรงพยาบาลวชิระ แตกอนผมก็ ทํางานออฟฟศทั่วไป ทีนี้พอเราจะเปดออฟฟศของตัวเอง ผมก็คดวาทีตงออฟฟศมันควรจะแสดงคอนเซ็ปทของออฟฟศ ิ ่ ั้ ดวย ผมก็เลยเปลี่ยนมาเลือกยานเมืองเกาที่มีทั้งธรรมชาติ และวัฒนธรรม เพราะกรีนดีไซนของเอเชียมันตองพูดถึงเรื่องธรรมชาติ คนและวัฒนธรรมดวย เลยมองหายานที่มีแมน้ำ มีวัด มี ชุมชน มีตลาด ลูกนองของเราจะไดนั่งรถเมลมาทํางานได อีกอยางคือ เราตองการไลฟสไตลออฟฟศของเราไมเหมือน กับในเมือง ทีโอโห..เชาขึนมาก็ตองแหกตามาทํางาน คือชีวต ่ ้ ิ แบบนันมันนาเบือ มันเหมือนไมมทางเลือก แตโอเค...ชีวตคน ้ ่ ี ิ ตองมีทางเลือก ซึ่งผมก็ไดอิทธิพลความคิดจากการที่ผมได ไปเรียนตอปริญญาโทที่อินเดีย พลัง+งาน : แลวแนวคิดในการออกแบบใหมีเรื่องการ ประหยัดพลังงาน ดวยการนําหลักของธรรมชาติมาใช เกิดขึน ้ ไดอยางไร วรพันธ : ชวงที่ไปเรียนขอนแกน อาจารยก็พาออกไปดู สถานทีตางๆ ซึงทําใหเราไดเห็นวามีชวตทีนอกจากกรุงเทพฯ ่ ่ ีิ ่ อีกตั้งเยอะแยะ ยังมีคนทํานา ในขณะที่กรุงเทพฯ มันมีแต บริโภคทุกอยางจนเหลือเฟอ โอเวอรสุดๆ แตคนบานนอก ไฟอานหนังสือยังจะไมมี มันก็เหมือนกับเปนแรงบันดาลใจ ในตอนแรกๆ ที่ทําใหเราสนใจดานนี้ แตททาใหผมสนใจเรียนจริงๆ ก็คอ ตอนทีผมเรียนจบใหมๆ ี่ ํ ื ่ มันมีตกเอสซีบแบงก...ไทยพาณิชยปารค ซึงเปนตึกกลองกระจก ึ ี ่ แลวก็ไดรบรางวัลประหยัดพลังงานจากสมาคมสถาปนิกสยามฯ ั ผมก็งงมาก และคิดวานี่คือเรื่องโกหกสุดๆ เลย เปนไปไดไง ที่ตึกที่เปนกระจกทั้งหมดจะประหยัดพลังงานได โอเค...ผมไมคิดวามันจะไมประหยัดพลังงานนะ แตผม คิดวานี่เปนโซลูชั่นที่คอนขางจะหวย ผมเชื่อมั่นวาตองมีวิธีที่ ดีกวานี้อีกเยอะ ผมไดอานหนังสือเยอะ แลวในที่สุดก็ไดเห็น งานชิ้นนี้ (เปดหนังสือใหดู) ถึงออ...วามันมีวิธีที่ทําได แต ทําไมคนเขาไมทํากันผมก็ไมรู ซึ่งเปนอาคารสูงเหมือนกัน นะฮะ แตผมชอบเพราะมันดูเปนแขก แลวมันก็ดูโมเดิรน แลวก็ประหยัดพลังงาน คือมีทุกอยางครบเลย แตถึงวันนี้ผมคิดวาสิ่งที่ทําใหคนเปนเชนนั้น เปนเพราะ ระบบการศึกษามันครอบ มันลางสมองใหคนเชือแตตะวันตก ่ ใชมั๊ยฮะ เรามีคนไปเรียนที่อังกฤษ อเมริกา แตคนพวกนี้ กลับมาแลวก็ออกแบบสวยทุกอยาง ทําแบบฝรัง อาทิตยทแลว ่ ี่ ฝรั่งมีอะไร...อาทิตยนี้เมืองไทยก็มี
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
19
“อยางเมืองไทยมีแดดดี ลมดี ถาผม ไมเอามาใช ผมก็คงจะโงมากนะ”
อยางเรื่องงายๆ แคกันแดด กันฝน ตึกพวกนี้ทําไมไดนะ ตึกพวกนี้โคตรรอนเลย ถาเคยไปก็จะรูวาตึกพวกนี้สวยงาม โมเดิรน แตรอนฉิบหายเลย แลวแปลวาอะไรฮะ แปลวาประเทศ เราตองสรางเขื่อนเพื่อมาปนไฟฟาใหกับการใชพลังงานแบบ โงๆ แบบนี้หรือฮะ เรื่องนี้เปนเรื่องที่ผมรับไมได พลัง+งาน : จุดนี้หรือเปลาถึงทําใหสนใจถึงขั้นไปเรียนตอ ปริญญาโทที่อินเดีย วรพันธ : ใช เพราะพอผมเห็นในหนังสือเลมนีปบ ผมเลยรูวา ้ ุ มันมีโซลูชั่นที่มีคนทําได ผมก็เลยสมัครไปทํางานกับคนๆ นี้ ทีเมืองนิวเดลี ประเทศอินเดีย นีคอออฟฟศแรกทีผมทํางานอยู ่ ่ ื ่ ประมาณเกือบป ผมก็กลับมารับปริญญา แลวก็ทางานทีเมือง ํ ่ ไทย แลวก็มาทําหนังสือ แลวก็ไปเรียนตอปริญญาโททีอนเดีย ่ิ ดานผังเมือง ระหวางเรียนเราก็ไดทองเที่ยวดูโบราณสถาน อะไรเยอะแยะ ทําใหเราเริ่มมีความเขาใจในวิธีที่จะดีไซน ให สอดคลองกับธรรมชาติและวัฒนธรรมมากขึน เพราะทีอนเดีย ้ ่ิ จะเนนเรื่องนี้มาก อยางไอเดียของคานธีและเนรูหก็ใหอิทธิพลกับเราเยอะ วาเราควรจะทําใหยงยืนไดยงไง จะพึงตัวเองไดยงไง เราก็เอา ั่ ั ่ ั ไอเดียพวกนีมาเปนหลักพืนฐานของความคิดในการออกแบบ ้ ้ พลัง+งาน : ชวงทีตองออกแบบตามแนวคิดของตัวเอง โดยมี ่ โจทยคือเปลี่ยนหองแถวเกาใหเปนออฟฟศและเกสตเฮาส เลาใหฟงหนอยวาใชประสบการณที่สั่งสมมาอยางไรบาง วรพันธ : เดิมทีนเปนเหมือนกับใตถนของตึกแถว แตมนเปน ่ ี่ ุ ั บานชั้นเดียวนะฮะ เปนหองโลง มองจากมุมหองดานหนึ่งก็ ทะลุเห็นถึงอีกดานหนึ่งไดเลย เราก็เริ่มแบงหองจากเดิมโลงๆ ดีไซนยังไงใหมันเย็น ซึ่ง เราก็ใชประสบการณทไดทางานทีอนเดียและศรีลงกามาชวย ี่ ํ ่ิ ั เพราะระหวางที่เราอยูที่โนน เราเดินทางเยอะ ไปเจออะไรที่ ชอบ เห็นวาสวย ก็สเกตชภาพไว วัดขนาดความกวาง ความ สูง จดเอาไว ทําใหรวาออ...มันสวยเพราะอะไร แลวทีมนเย็น ู ่ ั เพราะอะไร เพราะมันหันหนาไปทิศนี้ มีบอน้ำอยูตรงนี้ ขาง ในมีสวน มันถึงเย็น ซึงผมวาดซ้ำแลวซ้ำเลาเปนรอยๆ เลยนะ ่ พอทํางานจริง เราก็มีความมั่นใจ เพราะเคยเห็นสถานที่ จริงมาแลว จุดเดนของออฟฟศผมก็คือ งานทุกชิ้นของเราทํา เรื่องนี้ ไมวาจะสเกลเล็กหรือใหญ ซึ่งแตกตางจากออฟฟศ ใหญๆ ทัวไปทีจะทําเรืองนีเพียงแคบางชิน ลูกคาขอก็ทา ไมขอ ่ ่ ่ ้ ้ ํ ก็ไมทํา แตเรากลาพูดวา ทุกชินทีเราทําจะตองมีเรืองการทํา ้ ่ ่ บานใหอยูแลวเย็นเปนพื้นฐาน ไมตองเปลืองพลังงาน เราเรียกวา zero energy house ทีนี้ในแตละโครงการ ทํา มากหรือนอยก็แลวแตเจาของ บางหลังเจาของก็ไมไดสนใจ เรื่องวัฒนธรรมอะไรนัก แตตองการบานที่ไมตองเสียคาไฟ ี ่ มาก แตถาบางหลังทีเจาของมีความพรอม เราก็ดไซนใหมเรือง ่ ี วิถีชีวิตเขาไปดวย พลัง+งาน : ไมไดเนนเรื่องการติดวัสดุอุปกรณประหยัด พลังงานพวกโซลารเซลล หรือวัสดุบนผนังอะไรพวกนี้ วรพันธ : คือในทางวิชาการ การประหยัดพลังงานถือวามี 2 แบบ หนึ่งคือ passive ใชพลังงานธรรมชาติเยอะ แบบที่สอง คือ active ใชเทคโนโลยีเขามาชวย เชน จะเปดแอรก็จะมีตัว เซ็นเซอรเขามาควบคุมอุณหภูมิ ใชกระจกตัดแสง แตเราเลือกวิธีแรก เพราะผมเห็นวามันชวยแกปญหาใน เมืองไทย เราจงใจเลือกวิธนี้ เพราะเห็นวาในเมืองไทยมีการใช ี ทรัพยากรทีไมคมคาเยอะ แลวพอเราลงมือทําจริงๆ เราก็พบวา ่ ุ มันเปนจริงตามที่เราคิด มีลกคาเดินเขามาหาเราเยอะมากนะ วาตองการบานเย็น ู ในราคาประหยัด ซึงลูกคาพวกนีกไมใชวาจนนะ บางคนก็รวย ่ ้ ็ แตวาอยากอยูบานที่เย็นตามธรรมชาติ รูสึกวาเอะ...ทําไม บานฉันตองเปดแอรทั้งวัน พอเขาไดยินวาเราทําบานสไตลนี้ เขาก็เดินเขามาหาเรา เวลาผมพาลูกคาเดินดู ก็จะบอกวา โอโห...ทําไมพืนทีเล็ก ้ ่ แคนี้แลวมันเย็นได ทั้งๆ ที่ขางหนาเปนทิศตะวันตกเฉียงใต ซึ่งมีแดดสองเขามาเต็มๆ ในชวงบาย เราก็จะอธิบายได และ นอกจากจะเย็นแลว ทุกหองยังมีขนาดเล็กอีกดวย เล็กขนาด ที่วาถาเราเปนคนเขียนแปลนบาน ก็อาจจะไมกลาเขียนออก มาใหมีขนาดเล็กแบบนี้ แตทีนี้เราเคยเห็นบานจริงๆ มาแลว หลายที่ เราเลยเห็นวาแมจะมีขนาดเล็ก แตถาอากาศถายเท ไดดี ก็จะทําใหรูสึกกวางขึ้นมาได เราก็เลยกลาทํา พอลูกคา มาเห็นก็จะรูวาออ...มีที่เล็กแคนี้ก็ทําไดนะ ผมถามวามีออฟฟศไหนในกรุงเทพฯ บางที่ไมเปดแอร แตลูกคาเขามาคุยเรื่องงานกันได แตนี่เราพิสูจนใหเห็นวา เปนไปได พลัง+งาน : คือทีแหงนีจะทําใหเห็นกันชัดๆ เลยวา บานทีอยู ่ ้ ่ แลวสบาย ไมจําเปนตองแพง หรือบานราคาถูก ก็ประหยัด พลังงานได
20
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
วรพันธ : ฮะ เพราะปจจุบนผมมองวาบานมีราคาแพง จะอยู ั ไมสบาย เพราะวาบานพวกนันสรางจากแปลนทีไมมคณภาพ ้ ่ ี ุ แปลนที่หวยแปลวา แสงไมเขา ลมไมเขา ไมมีที่ใหพอแมลูก ไดนั่งคุยกัน แตทีนี้พอสรางบานจากแปลนที่หวยปุบ ก็ไป เนนวัสดุแพงๆ พืนแกรนิต หินออน หรือเฟอรนเจอรบลดอน ้ ิ ิ ิ ซึ่งพวกนี้เปนเรื่องไรสาระทั้งสิ้น และทําใหบานแพง ถาบานที่สรางจากแปลนที่ดี ซึ่งผมเห็นตัวอยางมากมาย ทังในอินเดียและศรีลงกา แมจะสรางดวยวัสดุทหวย พืนบาน ้ ั ี่ ้ เปนดิน หรือกระทั่งอิฐบล็อก หรือวัสดุที่ถูกและเฮงซวยที่สุด เทาทีประเทศนีจะมี แตบานนันก็จะนาอยู ผมยกตัวอยางเชน ่ ้ ้ บานของคานธี ซึ่งเปนบานเหมือนชาวบานทั่วไป พื้นขัดมัน ผนังกออิฐฉาบปูนธรรมดา แตวาโอโห...คานธีนี้อยูแลว เปลี่ยนแปลงโลกได แปลวามันไดพิสูจนใหเห็นวา บานที่มี คุณภาพพืนฐานคือ แสงแดด ลม มีทใหคนนังแลวไดรบ ้ ี่ ่ ั อากาศที่ดี ก็จะคิดอะไรออก ก็คือบานที่ดีแลว ดังนั้นถาแนวคิดนี้แพรออกไปเยอะๆ ก็จะทําใหคนไดอยู บานที่ถูกลง
มากทีสด อยางเมืองไทยมีแดดดี ลมดี ถาผมไมเอามาใช ุ่ ผมก็คงจะโงมากนะ ในฐานะทีเปนดีไซนเนอร ก็รสกทาทายวาจะทํายังไงทีจะ ่ ู ึ ่ ใหบานไมตองใชไฟ แตก็ยังเย็น พลัง+งาน : สําหรับคนทั่วไป ถาจะใหบานของเราไดใช ประโยชนจากลม ตองทํายังไง วรพันธ : ถาหลักทั่วๆ ไป อยากใหมีลมเขา ก็ตองมีทางให ลมออก แตในรายละเอียดก็จะซับซอนขึ้น อยางเชนถาอยาก ใหลมแรง รูลมเขาก็ตองเล็ก รูลมออกก็ตองใหญ ลมก็จะดูด แตเวลาลงมือทําในแตละพื้นที่ก็ตองมีรายละเอียดอีก เชน ถาบานหันไปทางทิศนี้ ชองเปดควรจะอยูทิศนี้ ลมออก ก็ควรจะอยูทิศนี้ ลมถึงจะแรง อีกเรืองทีจะชวยมากทีสดก็คอเรืองความชืน ถาความชืน ่ ่ ่ ุ ื ่ ้ ้ ภายในกับภายนอกตางกันปุบ อากาศจะไหลตามธรรมชาติ ความชื้นที่ตางกันก็จะเปนตัวชวยกระตุนลม แลวที่มาของ ความชื้นก็มีหลายอยาง เชน ประเทศที่ประชากรหนาแนน
“ผมคิดวาเรื่องแสงกับลมนี่สําคัญ เพราะวามันเปนสมบัติที่ธรรมชาติมอบใหคนทุกคน เทาเทียมกัน คุณจะเปนนายกฯ หรือเปนกรรมกร ก็มีสิทธิที่จะใชธรรมชาตินี้เทากัน”
พลัง+งาน : แลวเราวัดจากอะไร จึงบอกวาบานหลังนี้ ประหยัดพลังงาน วรพันธ : คาไฟฮะ คาไฟที่นี่ถูก อยางหนารอนเราเคยจาย แพงสุดประมาณพันตนๆ แตวาที่ถูกไมใชวาเปดแอรแลวจาย คาไฟถูกนะ แตเพราะวาบานหลังนี้มันเย็น คนก็เลยไมคอย ไดเปดแอร หรืออยางกลางวัน แขกที่มาพักจะเปดแอร แต แอรกจะทํางานไมหนัก เพราะวาอากาศมันเย็นตามธรรมชาติ ็ เดี๋ยวคนอื่นจะเขาใจวาเปนไปไดยังไงที่เปดแอรทั้งวันแลวคา ไฟถูกแคนี้ พลัง+งาน : มีหลักในการเอาธรรมชาติมาใชใหบานเย็น อยางไร วรพันธ : สําหรับผมเอง ความรูเรื่องแสง ลม มาจากการที่ ผมไดไปสเกตชบานหลังโนนหลังนี้ ไดวดขนาดจนเริมจับหลัก ั ่ ได เปนประสบการณมากกวา เพราะในตําราก็จะบอกวา เมืองไทยมีลมประจํามาจากทางไหน มีแสงแดดกี่เดือนตอป แตในแงปฏิบัติ ผมคิดวาสถาปนิกที่สามารถจับทักษะนี้มาใช อาจจะนอยไปหนอย เพราะไปสนใจแนวทางของฝรั่งเยอะ แตผมคิดวาเรืองแสงกับลมนีสาคัญ เพราะวามันเปนสมบัติ ่ ่ํ ที่ธรรมชาติมอบใหคนทุกคนเทาเทียมกัน คุณจะเปนนายกฯ หรือเปนกรรมกร ก็มีสิทธิที่จะใชธรรมชาตินี้เทากัน แลวเรา ในฐานะดีไซนเนอร เราก็ตองใชประโยชนจากธรรมชาติให มาแตโบราณ จีน อินเดีย ญีปน หรือพวกทะเลทรายทังหลาย ่ ุ ้ ก็จะรูจักใช court yard หรือสวนที่อยูกลางบาน นั่นคือสิ่งที่ ทําใหภายในกับภายนอกมีความชืนตางกัน สวนนันก็จะทําให ้ ้ ลมเคลื่อนตัวจากภายนอกเขามาภายในบาน หรือถาเปนประเทศทีมความหนาแนนสุดๆ การอยูอาศัย ่ ี ก็จะสูงหลายชัน การใชสวนกลางบานก็จะมีความซับซอนมาก ้ ยิ่งขึ้น ซึ่งเรื่องพวกนี้คนโบราณทํากันมากอนแลวทั้งนั้น ไมใชเรื่องใหมเลย พลัง+งาน : วัสดุตางๆ ที่ใชสรางบาน ชวยใหบานเย็น หรือ ประหยัดพลังงานมากนอยแคไหน วรพันธ : มีผลนอย บอกไดเลยวาการทําใหบานเย็น 70-80 เปอรเซ็นตอยูที่แปลน หมายความวา หนึ่ง ลมจะเขา-ออก ทางไหน ปริมาณอากาศเปนเทาไหร สอง สัดสวนความ สูง-เตี้ย ก็มีสวนทําใหบานเย็น สวนเรื่องวัสดุ ผมใหความ สําคัญเปนลําดับทีสาม หมายถึงวา วันทีเรามีวสดุทหวยทีสด ่ ่ ั ี่ ่ ุ เราก็ยงทําบานใหเย็นได นีคอความคิดของผมทีใชธรรมชาติ ั ่ ื ่ เขามาชวยเยอะ สวนคนที่เนนใชวัสดุตางๆ เขามาชวย ผม ไมเห็นดวย ไมใชวามันไมดี แตผมวามันยังไมดีที่สุดสําหรับ เมืองไทย เพราะวาคุณจะอยูบานเย็นได คุณตองเปนเศรษฐีนะ แลวคนอีกตัง 50 ลานคนก็ใหอยูบานหวยๆ ไปอยางนันเหรอ ้ ้
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
21
พลังงานน่ารู้
เรือง : เดชรัต สุขกำเนิด email : tonklagroup@yahoo.com ่
แผนพลังงานภาคใต้
กับเส้นทางสูการพึงตนเอง ่ ่
สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2554 ครับ
ปี พ.ศ. 2554 คงเป็นปีที่พี่น้อง ภาคใต้เฝ้าติดตามด้วยความระทึกใจ เพราะเป็นปีที่รัฐบาลประกาศไว้ ว่า จะตัดสินใจว่าจะเดินหน้า ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือไม่ และในพื้นที่ใด ซึ่งภาคใต้ก็เป็นหนึ่ง ในพื้นที่เป้าหมายที่รัฐบาลอาจ เลือกเป็นพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์ดังกล่าวด้วย
ขณะเดียวกัน พืนทีภาคใต้กถกหมายปองสำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ้ ่ ็ู ถ่ า นหิ น ด้ ว ยเช่ น กั น เนื่ อ งจากภาคใต้ มี ช ายฝั่ ง ทะเลที่ ย าวเหยี ย ด เหมาะสำหรับใช้เพื่อการนำเข้าถ่านหินทางเรือ นอกจากนี้ รัฐบาลก็อาจจะตัดสินใจเดินหน้าแผนพัฒนานิคม อุตสาหกรรมเหล็กและปิโตรเคมีในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา ชุมพร หรือประจวบคีรีขันธ์อีกด้วย ดังนัน จึงมีทานผูอานสอบถามถึงความเป็นไปได้ทภาคใต้จะไม่ตอง ้ ่ ้่ ี่ ้ มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และยังคงมีความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้า เหมือนเดิม คำถามดังกล่าวถือเป็นคำถามเชิงยุทธศาสตร์ที่จะช่วยชี้ทิศหรือ อย่างน้อยก็ช่วยสร้างทางเลือกของการพัฒนาพลังงานในภาคใต้ได้เป็น อย่างดี ผมก็เลยขออนุญาตลองตอบคำถามดังกล่าวในบทความนี้ เข้าใจระบบไฟฟ้าของภาคใต้
ก่อนอื่น ขอเริ่มต้นจากการอธิบายภาพรวมการใช้พลังงานไฟฟ้า ของภาคใต้ในปัจจุบันให้ทราบก่อน ปัจจุบัน ภาคใต้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกัน ภาคใต้ก็มีโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ขนอม (818 เมกะวัตต์) และที่จะนะ (710 เมกะวัตต์) มีโรงไฟฟ้าจากน้ำมัน เตาที่กระบี่ (315 เมกะวัตต์) และมีเขื่อนขนาดใหญ่อีก 2 เขื่อนคือ เขื่อนรัชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี (240 เมกะวัตต์) และเขื่อนบาง ลาง จังหวัดยะลา (72 เมกะวัตต์) รวมแล้วมีกำลังการผลิตประมาณ
22
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
2,100 เมกะวัตต์ ใกล้เคียงกับความต้องการไฟฟ้าสูงสุด พอดี ภาคใต้จึงจำเป็นต้องมีการนำเข้าไฟฟ้ามาจากภาคกลาง (โรงไฟฟ้าในจังหวัดราชบุรี) และจากมาเลเซีย มาเสริมเป็น ระยะๆ และเมื่อคาดคะเนถึงการใช้ไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงนำสู่เหตุผลที่จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าต่างๆ เพิ่มขึ้น ไม่ว่า จะเป็นโรงไฟฟ้าจะนะโรงที่ 2 หรือโรงไฟฟ้าถ่านหิน และ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังจะตามมา แต่หากเจาะลึกลงไปถึงการใช้ไฟฟ้าในแต่ละจังหวัด ตามแผนภาพที่ 1 เราก็จะพบว่า การใช้ไฟฟ้าประมาณร้อยละ 64 ของภาคใต้ (หรือประมาณ 2 ใน 3) เป็นการใช้ไฟฟ้า ใน 4 จังหวัดเท่านั้น คือ สงขลา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และ นครศรีธรรมราช
ส่วนอีก 10 จังหวัดที่เหลือใช้ไฟฟ้ารวมกันประมาณ 1 ใน 3 ของภาคใต้เท่านั้น
ก้าวแรกของการพึ่งตนเอง
อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ เช่น ก๊าซธรรมชาติแล้ว ในช่วงเวลา 10 ปี ที่ผ่านมานี้ ภาคใต้ก็ยังสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน หมุนเวียนได้ด้วย ข้อมูลล่าสุดในปี พ.ศ. 2552 พบว่า หากรวมการผลิต ไฟฟ้าด้วยพลังน้ำจากเขือนทังสองเข้าไว้ในพลังงานหมุนเวียน ่ ้ ด้วยแล้ว ภาคใต้จะสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ได้ถงร้อยละ 49 หรือเกือบครึงหนึงของพลังงานไฟฟ้าทังหมด ึ ่ ่ ้ และหากไม่รวมการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนทั้งสอง ภาคใต้ก็
ยังสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ ถึงร้อยละ 30 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งภาคเลยทีเดียว
เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาการพัฒนาเพียง 10 ปี นี่ นับเป็นก้าวแรกทีมความสำคัญและน่าประทับใจเป็นอย่างยิง ่ ี ่ สองจังหวัดแรกของการพึ่งตนเอง
แสดงว่า การใช้ไฟฟ้าของภาคใต้มีการกระจุกตัวสูงมาก และสัมพันธ์กับทิศทางการพัฒนาของภาคอุตสาหกรรมและ ภาคบริการในพื้นที่ภาคใต้ ที่เน้นพื้นที่ศูนย์กลางความเจริญ ไม่กี่จุด ได้เป็นอย่างดี
ยิงเมือเราทำการวิเคราะห์ลกลงไปในระดับจังหวัด ในแผน ่ ่ ึ ภาพที่ 2 เราจะได้พบสิ่งที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะทำให้
ภาพที่ 1 : สัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าของภาคใต้รายจังหวัด
สงขลา 22% สุราษฎร์ธานี 16% ภูเก็ต 14%
นครศรีธรรมราช 11%
ตรัง 5%
ชุมพร 5%
กระบี่ 5%
พังงา ปัตตานี 4% 4% ระนอง พัทลุง 3% 3%
ยะลา นราธิวาส 3% 3%
สตูล 2%
ข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้าของจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ได้รับความอนุเคราะห์จากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยทักษิณ
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
23
เราได้รู้ว่า ในขณะนี้มีสองจังหวัดในภาคใต้ ที่สามารถผลิต ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้มากกว่าความต้องการใช้ ไฟฟ้าในจังหวัดตนเอง สองจังหวัดที่สามารถพึ่งตนเองในแง่การผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียนก็คือ กระบี่และชุมพร สองจังหวัดเล็กแห่งนี้ ใช้ไฟฟ้ารวมกันประมาณร้อยละ 10 ของทั้งภาค แต่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ถึง ร้อยละ 43 ของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทังภาค ้ นับเป็นจังหวัดเล็กๆ (ในแง่การใช้ไฟฟ้า) ที่ยิ่งใหญ่ (ในด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน) ส่วนจังหวัดที่กำลังตามมาติด ด้วยการผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียน (ทีไม่รวมพลังน้ำขนาดใหญ่) ได้ประมาณ ่ ครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้ไฟฟ้า คือ จังหวัดยะลา จังหวัด ตรัง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นี่นับเป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่สู่การพึ่งตนเองทางด้าน พลังงานของภาคใต้
ทำไมจังหวัดที่ใช้ไฟฟ้าเยอะๆ เช่น นครศรีธรรมราช ภูเก็ต และสงขลา กลับผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ได้น้อยมาก
ข้างต้น
และทำไมจังหวัดที่มีพื้นฐานการเกษตรที่เข้มแข็งเช่น พัทลุง พังงา ระนอง หรือสตูล กลับแทบไม่มีการผลิตไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียนเลย เพราะหากทุกจังหวัดในภาคใต้ทำได้อย่างกระบี่และ ชุมพร หรืออย่างน้อยใกล้เคียงกับยะลา ตรัง หรือสุราษฎร์ธานี ความจำเป็นในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ย่อมลดน้อยลง หรืออาจจะหมดไปได้ในที่สุด คำตอบอยู่ที่การพัฒนาอุตสาหกรรม หากจะวิเคราะห์เจาะลึกลงไปอีก ก็จะพบว่า การผลิต ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในภาคใต้มาจากเชื้อเพลิงหลัก 2 ชนิดคือ วัสดุเหลือใช้จากปาล์มน้ำมัน และเศษไม้จาก อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ โดยเฉพาะในกรณีของปาล์มน้ำมันนั้น นอกเหนือจาก น้ำมันปาล์มดิบจะใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซลแล้ว ทะลายปาล์มและกะลาปาล์มยังใช้เป็นพลังงานชีวมวลใน
โจทย์สำคัญสำหรับการก้าวต่อไป
อย่างไรก็ดี โจทย์สำคัญที่ชวนคิดสำหรับการก้าวต่อไปก็ คือ ทำไมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในภาคใต้ ประมาณร้อยละ 85 ถึงกระจุกตัวอยู่เพียง 5 จังหวัดที่เอ่ยถึง
ภาพที่ 2 : การเปรียบเทียบปริมาณการใช้ไฟฟ้ากับการผลิตไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียนในภาคใต้ (ไม่รวมพลังน้ำ) เป็นรายจังหวัด
213 การใช้ไฟฟ้า 152 51 70 97 25 24 0 26 0 33 0 15 132 63 42 50 25 22 4 0 พลังงานหมุนเวียน 33 0
47
24 15
23 0
์ธา น
าช
ี
ภูเ ก็ต
พร
พัท ลุง
ระ นอ
ะบ ี่
ตร
ขล
สต
ลา ยะ
งา
นี
ปัต ตา
มร
พัง
ชุม
กร
ฎร
รร
สง
าษ
สุร
รีธ
ข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้าและการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ได้รับความอนุเคราะห์จากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยทักษิณ
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
24
นค
รศ
นร
าธ
ิวา
ส
ง
ูล
ัง
า
การผลิตไฟฟ้าได้ด้วย แถมน้ำเสียจากโรงงานสกัดน้ำมัน ปาล์มดิบก็สามารถผลิตก๊าซชีวภาพและผลิตไฟฟ้าได้เช่นกัน จนทำให้อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มกลายเป็นแกนหลัก ของการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในภาคใต้ ขณะเดียวกัน รายได้จากพลังงานหมุนเวียนก็จะไปเสริมความเข้มแข็งของ อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันทั้งระบบไปด้วยในตัว ส่วนอุตสาหกรรมหลักอีก 2 ประเภทของภาคใต้ คือ อุตสาหกรรมยางพาราและอาหารทะเลแปรรูป ยังไม่ค่อยมี การนำเศษเหลือใช้มาผลิตพลังงานหมุนเวียนมากนัก (ยกเว้น เศษไม้ยางพารา) ทั้งที่ๆ เศษเหลือจากยางพารา (ไม่ว่าจะ เป็นกิงก้านทีผานการตัดสาง หรือน้ำเสียจากการทำยางแผ่น) ่ ่่ หรือน้ำเสียหรือเศษอาหารทะเลล้วนนำมาผลิตเป็นพลังงาน หมุนเวียนได้ทั้งสิ้น ดังนั้น จะเห็นว่า หากการพัฒนาอุตสาหกรรมในภาคใต้ มุงเน้นทีอตสาหกรรมการเกษตรทีภาคใต้มพนฐานเดิมอยูแล้ว ่ ุ่ ่ ี ื้ ่ ควบคูไปกับการผลิตพลังงานหมุนเวียน ภาคใต้กนาจะสามารถ ่ ็ ่ พึ่งพาตนเองทางด้านพลังงานได้ไม่ยากนัก แต่หากรัฐบาลมุ่งหน้าที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กและ ปิโตรเคมี ซึ่งภาคใต้ไม่มีฐานเดิมอยู่เลย และจำเป็นต้องใช้ พลังงานจำนวนมาก อนาคตของภาคใต้ก็จะกลายสภาพ
จากการพึ่งตนเอง ไปสู่การพึ่งพิงพลังงานนำเข้าจาก ภายนอก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปถ่านหินหรือนิวเคลียร์
แผนพลังงานทางเลือกของภาคใต้ ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนขณะนี้ คือ การจัดทำ แผนพลังงานทางเลือกของภาคใต้ขึ้นมา เพื่อชี้ให้เห็นถึง แนวทางที่ภาคใต้จะสามารถพึ่งตนเองทางด้านพลังงาน อย่างน้อยในด้านไฟฟ้า ตัวอย่างเช่น หากกำหนดแผนพลังงานหมุนเวียน 4,000 เมกะวัตต์ในภาคใต้ (เผื่อไว้อีก 1,500 เมกะวัตต์) โดยมี แกนหลักคือ พลังงานชีวมวลและก๊าซชีวภาพ (รวมกัน ประมาณ 2,250 เมกะวัตต์) เสริมด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ พลังงานลมประมาณ 550 เมกะวัตต์ และพลังงานน้ำขนาดเล็กประมาณ 200 เมกะวัตต์ เราก็จะพบว่า แผนพลังงานหมุนเวียนดังกล่าวสามารถ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้มากกว่า 10 ล้านตัน ต่อปี ในปี พ.ศ. 2568 ช่วยลดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ลงได้มากกว่า 400,000 ตันในปีเดียวกัน (เมื่อ เปรียบเทียบกับโรงไฟฟ้าถ่านหิน) แถมยังทำให้เกิดการจ้าง งานในภาคใต้ได้มากกว่า 120,000 งานในปีเดียวกัน ในด้านเศรษฐกิจ แผนพลังงานหมุนเวียนของภาคใต้ก็ จะช่วยลดภาระการนำเข้าจากต่างประเทศลงได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท/ปี แถมยังมีสวนช่วยให้เกิดการหมุนเวียน ่ ของเศรษฐกิจในประเทศได้มากกว่า 40,000 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2568 อีกด้วย แม้ว่าการลงทุนดังกล่าวจะต้องใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 180,000 ล้านบาท แต่แผนการลงทุนดังกล่าวก็จะให้ ผลตอบแทนทางสังคม ทั้งในรูปของเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการจ้างงานได้มากกว่า 2 เท่าของเงินลงทุน ดังนั้น แผนการลงทุนนี้จึงน่าจะเป็นแผนการลงทุนที่คุ้มค่า ถึงแม้ว่า แผนพลังงานหมุนเวียนที่ยกขึ้นมาขั้นต้นจะเป็น เพียงตัวอย่างขั้นต้น แต่ก็ช่วยทำให้เห็นภาพว่า การพึ่ง
ตนเองทางด้านไฟฟ้าของภาคใต้ไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินเอื้อม
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำเป็นจริงหรือ? จริงแล้ว หากเราวิเคราะห์การเติบโตของการใช้ไฟฟ้าของ ภาคใต้ตามปกติ ในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ความต้องการใช้ ไฟฟ้าของภาคใต้ในปี พ.ศ. 2568 ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4,100 เมกะวัตต์ (หรือเพิ่มขึ้น 2,100 เมกะวัตต์) เมือรวมกับกำลังการผลิตสำรองแล้ว คาดว่าในระยะเวลา ่ 15 ปี ภาคใต้อาจจะจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 2,500 เมกะวัตต์ ดังนั้น แผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 5,000 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าถ่านหินอีกประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ (รวมกันประมาณ 8,000 เมกะวัตต์) จึงมากเกินความจำเป็น โดยปกติของภาคใต้ และน่าจะเป็นไปเพือรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม ่ ใหม่ (เช่น เหล็กและปิโตรเคมี) หรืออุตสาหกรรมในภูมภาค ิ อื่นๆ (เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล) มากกว่า
เพียงแต่ภาครัฐต้องเลือกทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมให้ ถูกต้อง และเอาจริงเอาจังกับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ในแต่ละประเภท และในแต่ละจังหวัด เมื่อนั้น จากจุดเริ่มต้นที่ 2 จังหวัด ในวันนี้ 14 จังหวัด ของภาคใต้กจะพึงพาตนเองได้ ในอนาคตอันใกล้ โดยไม่ตอง ็ ่ ้ นำเข้าถ่านหินหรือนิวเคลียร์ นี่น่าจะเป็นคำตอบที่ยั่งยืนสำหรับภาคใต้อย่างแท้จริง
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
25
เรื่อง : รุ่งทิพย์ สุขกำเนิด email : tiffunnies@hotmail.com
รังต่อ
รังแตน
และการก่อตัว เป็นน้ำตาลทราย
พิมพ์ไม้
เพราะน้ำตาลเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเซลล์ในร่างกาย...ชีวิตนี้จึงขาดหวานไม่ได้
น้ำตาลในภาชนะ ช่วยเพิ่มมูลค่า
น้ำตาลช่วยสร้างรสชาติแห่งชีวิต ที่แม้แต่เด็กอ่อนก็ยังลืมร้องไห้เมื่อได้ลิ้ม รสน้ำเชื่อมสัก 2-3 จ๊วบ ขณะถูกฉีดยา น้ำตาลยังใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาใน อาหารหลายอย่าง รวมถึงนม น้ำอัดลม ของหมักดอง และใช้ในการผลิตผงซักฟอก และสารเคลือบผิวทีไม่เป็นพิษกับสิงแวดล้อม ่ ่ อีกด้วย น้ำตาลยังมีฤทธิ์ในการขัดลอกคราบ มันที่ล้างออกจากมือได้ยาก บางคนยัง ใช้ลดอาการลิ้นพองจากการกินอาหาร ร้อนจัด เพียงอมไว้ชั่วครู่อาการก็จะดีขึ้น และถ้าบ้านใครมีแมลงสาบเยอะ หล่ะก้อ ลองนำน้ำตาลทรายมาคลุกกับ ผงฟูในปริมาณเท่าๆ กัน วางไว้ให้มัน กินรับรองเห็นผล ถ้ า จะใช้ ก ำจั ด แมลงวั น ก็ เ พี ย งต้ ม น้ำตาลทรายกับน้ำครึ่งลิตร ใส่พริกไทย ราวหนึ่งช้อนชา เทใส่ชาม มันจะดึงดูด แมลงวันให้เข้ามาตายกันเห็นๆ ส่ ว นคนที่ ชื่ น ชอบบิ ส กิ ต เพี ย งใส่ น้ำตาลทรายเล็กน้อยลงในโหล ความชืน ้ จะถูกดูดซับทำให้บิสกิตคงความกรอบ ได้ยาวนานขึ้น เดี๋ยวนี้ไทยเราเป็นผู้ส่งออกน้ำตาล
อันดับต้นๆ ของโลก เทคโนโลยีการผลิต ก็ทันสมัย แต่คนเบียน้อยอย่างเรา จะให้ไปลงทุน ้ อย่างนั้นคงไม่ไหว อาศัยภูมิปัญญาไทย น่าจะเหมาะกว่า บังเอิญไปได้ความรู้มา จากพี่สมเด็จ จึงทำให้รู้ว่าการทำน้ำตาล เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว แต่ถ้าขาดความอดทน และช่างสังเกตก็คงไม่ได้แอ้ม หากใคร คิ ด ลงทุ น ทำเป็ น อาชี พ รั บ รองว่ า คุ้ ม แน่นอน ไม่เชื่อลองดูนะคะ เริ่มจากนำอ้อยที่อายุกำลังดี 9-12 เดือนพันธุไหนก็ได้ 10 กก. ทำความสะอาด ์ จากนั้นเข้าเครื่องรีด จะได้น้ำอ้อย 5.5 กก. กรองด้วยผ้าขาวบางให้เรียบร้อย ใส่ในกระทะ ตั้งไฟแรงๆ สม่ำเสมอ ปล่อยให้เดือดไปเรื่อยๆ ใช้ตะหลิว ผัดตรงขอบน้ำอ้อยเพื่อลดการไหม้ ตัก ฟองสกปรกแยกไว้ทำน้ำหมักชีวภาพ สั ง เกตว่ า ฟองจะมากขึ้ น เป็ น กระจุ ก คล้ายรังผึ้ง เคี่ยวต่อไปจนฟองใหญ่ขึ้น เล็ ก น้ อ ยคล้ า ยรั ง แตน จากนั้ น ฟองจะ เล็กลงคล้ายรังต่อ แล้วฟองจะเริ่มฟูขึ้น ตรงนี้ถ้ายกลงจะได้เป็นไซรัป วางให้เย็น สามารถเก็บได้เป็นปีโดยไม่ต้องแช่เย็น ใช้จิบครั้งละ 1 ช้อนชาแก้ไอได้ดี หรือจะ
หยอดหน้าวอฟเฟิลก็ยิ่งอร่อย ถ้าเคี่ยวต่อไปจนฟองที่ฟูยุบลงแต่ยัง มีฟองโตๆ ผุดขึ้นมาคล้ายผุดปลาหมอ คราวนี้ให้เตรียมผ้าจับกระทะพอฟองยุบ จนเหมือนภูเขาไฟปะทุ เริ่มมีกลิ่นหอม เป็นอันได้ที่ นับต่อไป 5 วินาที เทใส่ พิมพ์ไม้ที่แช่น้ำเตรียมไว้ เมื่อน้ำตาล แห้งก็จะได้น้ำตาลทรายแดงก้อนเล็ก 1 กก. สารพัดประโยชน์จากฝีมือเราเอง จะกินหรือขายก็ไม่ว่ากัน เท่าที่สืบ มาชาวบ้านขายกัน กก. ละ 40-50 บาท ในอินเตอร์เน็ตขาย 78 บาท ที่รีสอร์ต 100-120 บาท ส่วนต้นทุนค่าอ้อยก็แค่ กก.ละ 1 บาท บวกค่าฟืนหรือถ่านอีก นิดหน่อยค่ะ เกินคุ้มใช่ไหมคะ
ขอขอบคุณ : คุณสมเด็จ กองบุตร, คุณสำเริง,น้องเจี๊ยบ, kapook.com และ สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 5 *เทียบจากราคาอ้อยเข้าโรงงานที่ ตันละ 1,000 บาท
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2554
เรื่อง : กัลยา นาคลังกา email : kai_nac@yahoo.com
การลงทุนสีเขียว
โรงงานน้ำตาล
กับความหวานยกกำลัง 4
เมื่อโรงงานน้ำตาล ไม่หยุดยั้งเพียงแค่ผลิตน้ำตาล แต่กลับมุ่งมั่นผลิตพลังงานเพื่อโลก!!
วิสัยทัศน์อันน่าชื่นชมของโรงงานน้ำตาลในกลุ่ม เค เอส แอล (KSL) ที่มุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานอย่างเต็มตัว บวกกับ จุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร เพราะหัวใจหลักของโรงงานทั้งสี่ห้อง ทำงานเพื่อสร้างสรรค์พลังงานทดแทนได้อย่างครบวงจรใน อาณาบริเวณเดียวกัน นับว่าเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวของ ประเทศไทยในขณะนี้ หลังจากที่พวกเรา พลัง+งาน ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม ชมโรงงานน้ำตาลใหม่ในเครือ เค เอส แอล ต่างคนต่างรู้สึก ตื่นเต้น เรารีบเดินทางแต่เช้า ผ่านทุ่งนาที่ค่อยๆ ทยอยเปลี่ยน เป็นไร่อ้อย แล้วทางก็แคบลงเรื่อยๆ แต่ภาพที่อยู่เบื้องหน้า กลับยิงทำให้รสกเหมือนกำลังเดินทางไปนอกโลก เพราะสิงก่อสร้าง ่ ู้ ึ ่ ที่เห็นนั้น ทั้งขนาดใหญ่และกว้างขวางสุดสายตาเสียจริงๆ วันนีเราได้พบกับ ธีระ สงวนดีกล ผูอำนวยการกลุมโรงงาน ้ ุ ้ ่ ภาคตะวั น ตก มาช่ ว ยไขความกระจ่ า งถึ ง หั ว ใจทั้ ง สี่ ห้ อ งของ บริษัทฯ ที่มุ่งมั่นผลิตน้ำตาลและมีผลพลอยได้คิดเป็นมูลค่า มหาศาล ผอ.ธีระ เริ่มบทสนทนาด้วยวิสัยทัศน์แบบแหวกแนวว่า “กลุ่มบริษัทของเราจะเป็นผู้นำในการผลิตพลังงานทดแทน
ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” มาถึงตรงนี้ชวนให้เกิดคำถามขึ้นแล้วว่า การผลิตน้ำตาล แบบครบวงจรในที่ เ ดี ย ว หรื อ ที่ ไ ด้ ยิ น มาก่ อ นหน้ า นี้ ว่ า เป็ น โรงงานน้ำตาลแบบ 4 ใน 1 นั้นเป็นอย่างไร ในที่สุดเราก็ได้ คำตอบที่น่าทึ่งว่า “ที่นี่...ผลิตน้ำตาล เพื่อเป็นพลังงานสำหรับมนุษยชาติ ...ผลิตเอทานอล เพื่อเป็นพลังงานสำหรับรถยนต์ ...ผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลและก๊าซชีวภาพ เพื่อเป็นพลังงาน สำหรับเครื่องจักร และให้แสงสว่าง ...ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อเป็นพลังงานสำหรับพืชพันธุ์ และ บำรุงดิน” กว่าจะเดินทางมาถึงจุดนีได้ กลุมบริษทน้ำตาล เค เอส แอล ้ ่ ั ซึงได้เริมก่อตังมาตังแต่ปี พ.ศ. 2488 ทำการผลิตน้ำตาลทราย ่ ่ ้ ้ เพื่อผู้บริโภคมาจนกระทั่ง พ.ศ. 2519 กลุ่มบริษัทได้ก่อตั้ง บริษัทน้ำตาลขอนแก่น จำกัด ขึ้น เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตน้ำตาล และลงทุนในธุรกิจต่อเนื่องจากน้ำตาล จนปัจจุบันเป็นผู้ผลิต และจำหน่ายน้ำตาลทรายรายใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย ส่วนธุรกิจต่อเนื่องด้านพลังงานได้เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ.
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
27
2546 จากการผลิ ต ไฟฟ้ า โดยตั้ ง บริ ษั ท โรงไฟฟ้ า น้ ำ ตาล ขอนแก่นขึน โดยใช้กากอ้อยเป็นเชือเพลิง เพือผลิตกระแสไฟฟ้า ้ ้ ่ จำหน่ายให้แก่โรงงานในกลุ่ม และให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (Small Power Producer : SPP) นอกจากนี้ยังได้รับการอนุมัติให้ขึ้นทะเบียน ในโครงการ กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism : CDM) ซึ่งถือเป็นกลุ่มบริษัทน้ำตาลรายแรกของประเทศไทยที่ ได้รับอนุมัติ พ.ศ. 2547 การผลิตแอลกอฮอล์ได้เริ่มต้นขึ้น ในชื่อของ บริษท ขอนแก่นแอลกอฮอล์ จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตเอทานอล ั จากกากน้ำตาล น้ำอ้อย และอื่นๆ กำลังการผลิต 150,000 ลิตรต่อวัน เมื่อธุรกิจที่นำผลพลอยได้มาผลิตเป็นพลังงานดำเนินการ ประสบผลสำเร็จ จุดปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์จากการเป็นผู้ผลิต น้ำตาลแบบดั้งเดิมมาเป็นผู้ผลิตพลังงานทดแทน จึงได้ชัดเจน ขึ้น และได้ขยายการลงทุนต่อยอดการผลิตน้ำตาลและพลังงาน เพิ่มเติม โดยการลงทุนสีเขียวครังนีถอว่าเป็นระดับบิกโปรเจ็ค ภายใน ้ ้ื ๊ พื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ที่อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี โรงงานน้ำตาลแบบครบวงจร 4 ใน 1 นั้นเกิดขึ้นจริงๆ ยืนยันได้หลังจากที่เราเดินเยี่ยมชมบริเวณโรงงานกันจนทั่ว อาณาบริเวณโรงงานที่นี่ประกอบไปด้วย 3 บริษัทในเครือ ได้แก่ โรงงานน้ำตาลนิวกรุงไทย จำกัด ที่รับอ้อยจากเกษตรกร มาผลิตน้ำตาลทราย โรงงานขอนแก่นแอลกอฮอล์ จำกัด เป็น ผู้ผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาล และน้ำอ้อย ซึ่งต่อยอดไปยัง
ธุรกิจผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ที่ใช้ของเสียจากกระบวนการผลิตน้ำตาล (กากหม้อกรอง) และน้ำเสียทีมาจากกระบวนการผลิตเอทานอล ่ และสุดท้ายโรงไฟฟ้าน้ำตาลขอนแก่น จำกัด ใช้วัตถุดิบที่เป็น ของเสียจากกระบวนการผลิตน้ำตาล (กากอ้อย) เป็นเชื้อเพลิง ในการผลิตกระแสไฟฟ้า และพลังไอน้ำ มารู้จักกับหัวใจทั้งสี่ห้อง...กันเถอะ หวานที่ 1 อ้อยจ๋า...มาเป็นน้ำตาลซะดีๆ
จากต้นอ้อยในไร่ ที่ได้รับการดูแลอย่างดีจากเกษตรกร ครั้นถึงฤดูกาลเปิดหีบ ก็จะถูกลำเลียงมายังโรงงานไม่ขาดสาย จากนั้นลำอ้อยจะถูกลำเลียงไปเข้ากระบวนการผลิตเป็น น้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลทรายดิบ สำหรับโรงงานน้ำตาลนิวกรุงไทย มีกำลังการผลิต 20,400 ตันต่อวัน การผลิตน้ำตาล จะได้กากน้ำตาลเป็นผลพลอยได้ ซึงนำไป ่ ผลิตเอทานอล ส่วนกากอ้อยทีเ่ หลือจะนำไปผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้า ชีวมวลต่อไป หวานที่ 2 ไฟฟ้า...จากกากอ้อย
เศษกากอ้อยที่เหลือทิ้งหลังผ่านการรีดเอาน้ำหวานๆ ออก สามารถนำมาเข้ากระบวนการเผา เพื่อต้มน้ำ และผลิตไอน้ำ ไปขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งสามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตถึง 90 เมกะวัตต์ และผลิตไอน้ำได้ 300 ตันต่อชั่วโมง
28
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
กลุ่มบริษัทของเราจะเป็นผู้นำ ในการผลิตพลังงานทดแทน ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ธีระ สงวนดีกุล ผู้อำนวยการกลุ่มโรงงานภาคตะวันตก
โดยจำหน่ายให้กับโรงงานน้ำตาลในกลุ่มและใช้ภายใน โรงไฟฟ้าเอง และจำหน่ายให้กบการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ั ในโครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) นอกจากนี้ยังมีการปรับระบบโรงไฟฟ้า ให้รองรับการผลิต ไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ จากกระบวนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อีกด้วย หวานที่ 3 เอทานอล...ช่วยชาติ จากกากน้ำตาล และน้ำอ้อยจำนวนมหาศาล สามารถนำ มาผลิตเป็นเอทานอล (แอลกอฮอล์ 99.5 เปอร์เซ็นต์) จนมี กำลังการผลิตถึง 200,000 ลิตรต่อวัน โดยเอทานอลที่ผลิตได้จะนำไปจำหน่ายแก่บริษัทน้ำมัน ในประเทศ เพื่อใช้ผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงในสัดส่วนร้อยละ 10-20 ที่เรียกว่า “แก๊สโซฮอล์” ใช้สำหรับยานยนต์ ช่วยลด การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศได้อีกด้วย หวานที่ 4 โลกยิ้มได้ ด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ไม่เพียงเท่านี้ น้ำเสียจากการผลิตเอทานอล หรือน้ำกากส่า ที่ เ สื อ สุ ร าคลั่ ง ไคล้ ที่ มี เ หลื อ ปริ ม าณ 90 ลู ก บาศก์ เ มตรต่ อ ชัวโมงในหนึงวัน ถูกนำมาเข้ากระบวนการหมักในถังขนาดใหญ่ ่ ่ ผลทีได้คอ ก๊าซชีวภาพขนาด 200,000 ลูกบาศก์เมตรมาตรฐาน ่ ื (Nm3) ซึ่งช่วยเสริมกำลังการผลิตไฟฟ้า ร่วมกับไฟฟ้าจาก พลังงานชีวมวลได้อีกด้วย ส่วนกากที่ถูกย่อยสลายจากกระบวนการผลิตก๊าซชีวภาพ และกากหม้อกรอง จะถูกลำเลียงมาในโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยมีหุ่นยนต์คลุกปุ๋ยอัตโนมัติ ใช้เวลาหมัก 45 วัน ได้ปุ๋ย 200 ตันต่อวัน หรือ 101,400 ตันต่อปี ซึ่ ง ปั จ จุ บั น โรงงานขอนแก่ น แอลกอฮอล์ ที่ อ.น้ ำ พอง จ.ขอนแก่น ผลิตและจำหน่ายปุยอินทรียตราโลกยิม ซึงเกษตรกร ๋ ์ ้ ่ สามารถนำไปบำรุงดิน หรือทำเกษตรกรรมต่างๆ เป็นการ ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ ทั้งนี้ยังเป็นการลดต้นทุนในการบำบัดน้ำเสีย และรักษา สมดุลให้กับสิ่งแวดล้อม วิสยทัศน์การเป็นผูผลิตพลังงานทดแทนแบบ 4 ใน 1 เช่นนี้ ั ้ จึงเหมือนกับคนสมัยใหม่หรือพวกเด็กแนว ทีกล้าคิดต่าง กล้าทำ ่ กล้าฝัน ในสิ่งที่เห็นว่าเหมาะสมและเป็นไปได้ ทั้งนี้ระบบผลิตพลังงานทั้งสี่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เดิน เครื่องพร้อมกัน โดยจะเริ่มเดินระบบครั้งแรก ในฤดูกาลเปิด หีบช่วงต้นเดือนธันวาคม 2553 เชื่อแน่ว่าเป้าหมายเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตพลังงานทดแทน ที่เอื้อเฟื้อและดูแลประชาชนชาวไร่อ้อยจะเดินหน้าไปอย่าง ไม่หยุดยั้ง และอีกไม่นานวิสัยทัศน์ด้านพลังงานเช่นนี้ จะ กระจายไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อีกเช่นกัน ก่อนอำลาจากอาณาจักรน้ำตาลที่ความหวานยกกำลัง 4... ผอ.ธีระก็กล่าวทิ้งท้ายว่า โรงงานน้ำตาลของเรา “บริหารแบบ โรงงาน บริการแบบโรงแรม ด้วยบรรยากาศแบบรีสอร์ต” นีแหละ ่ ถึงได้ชื่อว่า ครบวงจรของแท้ ขอบคุณกลุ่มบริษัทน้ำตาล KSL www.kslgroup.com
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
29
ขอมูลชวนคิด
เรื่อง : ยวิษฐา พิทักษวัชระ email : car_acar@yahoo.com
ร อ ย เ ท า
ในชีวิตประจําวันของเรา ทุกคน ไมวาจะเปนการรับ ประทานอาหาร การเดินทาง การออกกําลังกาย หรือแม กระทั่งการนั่งอยูๆ เฉย ลวน มีผลกระทบตอระบบนิเวศ ของโลกทั้งสิ้น เปนความจริงที่วา โลกมี ทรัพยากรอยางจํากัด และ ทุกชีวิตบนโลกลวนตองพึ่งพา อาศัยทรัพยากรจากระบบนิเวศ ิ ่ เพือดํารงชีวต การใชทรัพยากร จึงเปรียบเสมือนการประทับ รองรอยของการใชชีวิตไวบน ระบบนิเวศของโลก หรือที่ เรียกกันวา “รอยเทาทางนิเวศ (Ecological Footprint)”
ตร.กม.
30,000 25,000 20,000 15,000 10,000 5,000 0 เขตนครหลวง
ที่ เ ราไม ตั้ ง ใจ
เปรียบเทียบพื้นที่ปาที่มีอยูกับรอยเทานิเวศ จากการบริโภคพลังงาน ในป 2552
ชลบุรี
ปทุมธานี
ระยอง
สมุทรสาคร
ขนาดของรอยเทา หมายถึงการ บริโภคทรัพยากร “มาก” หรือ “นอย” นั่นเอง การวัดรอยเทาทางนิเวศนั้น เปนการวัดทั้งปริมาณการใช ทรัพยากร และการปลดปลอยของเสีย จากกิจกรรมตางๆ ของมนุษยตลอด วงจรการผลิตสินคาหรือบริการนั้นๆ เชน ขนมปง 1 แผน ก็จะยอน กลับไปตั้งแตการใชที่ดิน น้ำ ปุย
รอยเทานิเวศ ขอมูลอางอิง
1) รายงานไฟฟาของประเทศไทย 2552, กระทรวงพลังงาน 2) รายงานน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทย 2552, กระทรวงพลังงาน 3) การคํานวณคาการปลอยกาซเรือน กระจกในภาคการผลิตไฟฟาของประเทศ ไทย ป 2550, ดร.สุกมล หิญชีระนันท
พื้นที่ปาไม
4) การคํานวณปริมาณการปลดปลอยและ เก็บกักกาซเรือนกระจกจากการ เปลี่ยนแปลงการใชประโยชนที่ดินและ ปาไม, ลดาวัลย พวงจิตร 5) เนื้อที่ปาไม,www,dnp.go.th 6) Fuel database, www.carbonmetrics.com
30
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
จั ง ห วั ด ที่ มี ร อ ย เ ท า นิ เ ว ศ ม า ก - น อ ย ที่ สุ ด
รอยเทานิเวศ จากการใช พลังงานไฟฟา 36,225.27 11,181.40 2,164.80 1,744.43 1,884.82 1,692.19 21.97 รอยเทานิเวศ จากการใช น้ำมันสําเร็จรูป 45,705.52 16,940.53 2,420.73 1,156.15 865.21 1,037.69 39.12 รวมรอยเทานิเวศ ของการบริโภค พลังงาน 81,930.79 28,121.92 4,585.53 2,900.58 2,750.03 2,729.88 61.09
อันดับ
จังหวัด รวมทั้งหมด
พื้นที่ปาไม 172,184.29 11.95 481.80 0.00 299.49 38.17 11,243.05
1 2 3 4 5 74
เขตนครหลวง ชลบุรี ปทุมธานี ระยอง สมุทรสาคร แมฮองสอน
หนวย : ตร.กม.
ในการปลูกขาว เรื่อยไปจนถึงการ แปรรูปและขนสง ซึ่งผลลัพธที่ไดจะ เปนขนาดพื้นที่ที่ตนไมใชดูดซึมกาซ คารบอนไดออกไซดที่ปลอยออกมา จากการทํากิจกรรมนั้นๆ บางคนคงเริ่มอยากรูแลวสิวา เรา มีรอยเทาขนาดเทาไรกันนะ งั้นลอง ทายกันเลนๆ วา จังหวัดใดมีรอยเทา ุ่ นิเวศดานการบริโภคพลังงานมากทีสด และนอยที่สุดกันกอน หากลองคํานวณขนาดรอยเทา นิเวศเฉพาะการบริโภคพลังงาน จาก ขอมูลการใชพลังงานไฟฟาและการใช น้ำมันสําเร็จรูปของประเทศไทยป พ.ศ. 2552 จะพบวา 5 พื้นที่ที่มีรอย เทานิเวศใหญที่สุด อยูในพื้นที่ที่มี การสงเสริมดานอุตสาหกรรม ี และแนนอนวาพื้นที่ที่มขนาด ่ รอยเทานิเวศใหญโตเปนอันดับหนึง ยอมหนีไมพนเขตนครหลวง ประกอบ
ไปดวยกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และนนทบุรี ซึ่งมีรอยเทาใหญถึง 28,121.92 ตร.กม. ี สวนจังหวัดที่มรอยเทานิเวศเล็ก ที่สุดคือ แมฮองสอน โดยเล็กกวาเขต นครหลวงกวา 400 เทา หรือมีรอย เทานิเวศเล็กแค 61.09 ตร.กม. ถาเราลองมาดูพื้นที่ปาไมที่มีอยูใน ประเทศไทยจะพบวา มีถึง 18 จังหวัด ที่มีพื้นที่ปาเล็กกวารอยเทานิเวศจาก การบริโภคพลังงานภายในจังหวัดของ ้ ตนเอง โดยเขตนครหลวงตองการพืนที่ ปาเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือประมาณ 28,000 ตร.กม. หรือประมาณ 8 เทา ของพื้นที่เขตนครหลวง ขณะที่เชียงใหม ซึ่งเปนจังหวัดที่มี รอยเทานิเวศใหญเปนอันดับที่ 13 แต ื้ ่ ื้ ่ ่ เนืองจากมีพนทีปาไมมาก จึงมีพนทีปา ใหญกวารอยเทานิเวศมากที่สุด จากขอมูลที่นํามาเลาใหฟงนั้น แค
เฉพาะการบริโภคพลังงานจาก พลังงานไฟฟาและน้ำมันสําเร็จรูป เราก็ใชพื้นที่ปาเกือบครึ่งหนึ่งของ ประเทศแลว แตความเปนจริงยังมี การบริโภคอีกหลายดาน เชน อาหาร ที่อยูอาศัย อุปกรณตางๆ ในชีวิต ่ ่ ประจําวัน ซึงลวนแตเปนการเพิมขนาด ้ ้ ของรอยเทานิเวศทังสิน แมวาอาจจะ เปนรอยเทาที่เราประทับไวโดยไม ้ ้ ตังใจ แตการจะลบออกนันไมงายเลย ่ คงถึงเวลาแลวทีเราจะชวยกัน ดูแลและวางแผนการใชทรัพยากร อยางเหมาะสมให เพียงพอกับ ั ปจจุบนและอนาคตสําหรับลูกหลาน หากเราสามารถยืนบนขาของตัวเอง ไดอยางเขมแข็งแลว ก็คงไมตอง ยืมจมูกของคนอื่นหายใจเหมือนที่ บางประเทศกําลังซื้อขายคารบอน กันอยูอยางในปจจุบัน
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
31
มลพิษติดปลายนวม
เรื่อง : เสมอชน ธนพัธ email : flickandfilm@gmail.com
เปลี่ยนเปน...
หมึกถั่วเหลือง
1
2
นี่เปน “พลัง+งาน” ฉบับที่ 2 แลวทีทางทีมงานเปลียนจาก ่ ่ หมึกพิมพธรรมดามาพิมพดวย หมึกถั่วเหลือง การพิมพดวยหมึกถัวเหลือง ่ ยังไมแพรหลายในบานเรา มากนัก แตหนังสือพิมพ ใน สหรัฐอเมริกากวา 95 เปอรเซ็นตลวนพิมพดวยหมึก ถั่วเหลือง แลวเหตุใดถึงตองเปลี่ยน มาใชหมึกถั่วเหลือง...หมึกถั่ว เหลืองนั้นดีจริงหรือ? โดยทัวไปหมึกพิมพมองคประกอบ ่ ี หลักๆ สองอยางดวยกัน คือ ผงหมึก และตัวทําละลาย ซึ่งแตกอนใช น้ำมันปโตรเลียมเปนตัวทําละลาย จนกระทังยุควิกฤตการณนำมันปลาย ่ ้ คริสตทศวรรษที่ 1970 สมาคมนัก หนังสือพิมพแหงสหรัฐอเมริกาจึงมี แนวคิดหาสารทดแทนมาเปนสวนผสม โดยประสบผลสําเร็จดวยการใชนำมัน ้ จากถั่วเหลืองในป ค.ศ. 1987 หลังจากนั้นเปนตนมา หมึกถั่ว เหลืองก็ไดรับความนิยมใชอยาง แพรหลายทั้งในสหรัฐอเมริกาเอง และประเทศตางๆ อีกหลายประเทศ
สําหรับประเทศไทยก็ไมถึงกับ นอยหนานักหรอก เพราะมีบริษัทคน ไทยที่สามารถผลิตหมึกถั่วเหลืองได นั่นคือบริษัทพาโนรามา ซอย อิ้งค จํากัด โดยนําพืชพลังงานอยางปาลม น้ำมัน มาผสมกับน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันพืช และผงหมึกที่ไดจากหินสี ธรรมชาติ เปนสูตรลับเฉพาะที่มีการ จดสิทธิบัตรไปเรียบรอยแลว นอกจากนียงมีบริษททีนาเขาหมึก ้ั ั ่ ํ ถัวเหลืองจากตางประเทศอีกหลายราย ่ ซึ่งสํานักพิมพทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ หลายแหงก็เริ่มนิยมหันมาใชหมึกถั่ว เหลืองกันบางแลวเหมือนกัน ทีนี้หมึกถั่วเหลืองมีขอดีอยางไร ทําไม “พลัง+งาน” ของเราจึงเปลี่ยน มาพิมพดวยหมึกถั่วเหลือง... สิ่งแรกที่ผูอานสามารถสัมผัสได คือ ไมมีกลิ่นเหม็นฉุน (ลองกาง หนังสือขึ้นมาดมดู) และไมเลอะเทอะ เปรอะเปอนมือ (ลองใชนิ้วลูบหนา กระดาษดู) นั่นเพราะหมึกถั่วเหลือง มีคุณสมบัติที่แหงเร็ว และไมใชน้ำมัน ปโตรเลียมเปนตัวทําละลาย ทําใหมี สารประกอบอินทรียระเหยงาย หรือ ทีเรียกกันวา VOCs (Volatile Organic ่ Compounds) ระเหยออกมานอย
มาก ซึ่งไอระเหยของสารชนิดนี้ไม เพียงแตมีกลิ่นเหม็นฉุน หากสูดดม มากๆ ยังทําลายระบบประสาทสวน กลาง ทําใหเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ รวมถึงเปนสารกอมะเร็งตัวเดียวกันกับ ที่อยูในเขมาควันรถยนตดวย ทั้งนี้มีการศึกษาเปรียบเทียบน้ำ หมึกในตางประเทศ พบวาหมึกที่ใช น้ำมันปโตรเลียมเปนตัวทําละลาย จะมี VOCs อยู 30-35 เปอรเซ็นต สวนหมึกถั่วเหลืองมี VOCs ไมถึง 5 เปอรเซ็นต ถึงอยางนั้น ผูอานบางคนอาจยัง รูสึกวาไมสลักสําคัญสักเทาใด เพราะ ที่ผานมาเราตางคุนเคยกับการอาน หนังสือที่พิมพดวยหมึกธรรมดา แลว ก็ไมเคยเห็นมีใครเจ็บปวยเพราะ สาเหตุจากการอานหนังสือมากจน เกินไป (เวนแตอาจทําใหสายตาสั้น หรือสายตาเอียง) แตอยากชวนมองไปถึงคุณภาพ ชีวิตของคนงานในโรงงานผลิตน้ำ หมึกและโรงพิมพที่ตองสัมผัสและ สูดดมกลิ่นหมึกทั้งวี่ทั้งวัน การใช หมึกธรรมดาในกระบวนการพิมพ ยอมสงผลกระทบตอสุขภาพคนงาน อยางไมอาจปฏิเสธได
32
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
3
นอกจากนี้ สิ่งที่ผูอานไมสามารถ รูไดจากเพียงหยิบ “พลัง+งาน” ขึนมา ้ ดมหรือใชนิ้วถูสัมผัส นั่นคือกระดาษ ที่พิมพดวยหมึกถั่วเหลืองสามารถ นําไปรีไซเคิลไดถึง 80 เปอรเซ็นต สวนกระดาษทีพมพดวยหมึกธรรมดา ่ ิ สามารถรีไซเคิลไดเพียง 30 เปอรเซ็นต เทานั้น เนื่องจากกระบวนการ แยกหมึกออกจากสิ่งพิมพนั้น หมึก ถั่วเหลืองทําไดงายกวา และที่ตองไมลืมนึกถึง น้ำเสียที่ เกิดจากการผลิตหมึก ขั้นตอนการ พิมพของโรงพิมพ และการรีไซเคิล กระดาษของโรงงาน เหลานี้ยอมปน เปอนสารพิษแตกตางกันอยางที่ไม จําเปนตองนําตัวเลขใดๆ มายืนยัน เพราะฉะนันถาถามวา การเปลียน ้ ่ มาใชหมึกถั่วเหลืองนั้นดีจริงหรือไม? คําตอบคือ ดีจริง แตใชวาไมมี ขอพึงสังวร... เพราะมีรายงานวา อยางในประเทศ สหรัฐอเมริกาทีมการใชหมึกถัวเหลือง ่ ี ่ กันชนิดแพรหลาย มีเพียง 33 เปอรเซ็นตเทานันทีใชถวเหลืองทีปลูก ้ ่ ั่ ่
ภายในประเทศ ที่เหลือเปนการนํา เขาจากประเทศโลกที่สาม ซึ่งกอให เกิดการหักรางถางปาเปนจํานวนมาก เพื่อปลูกถั่วเหลือง โดยเฉพาะอยาง ยิ่งในลุมน้ำอเมซอนของประเทศ บราซิล อีกทั้งถั่วเหลืองกวา 92 เปอรเซ็นตที่นํามาใชเปนวัตถุดิบ เปนพืชจีเอ็มโอ ในสวนของประเทศไทยก็นาคิด เชนกันวา ในกรณีการปลูกปาลมน้ำมัน เพื่อผลิตพลังงานทดแทน ก็กอใหเกิด การบุกรุกปาในหลายพื้นที่ อนาคต ของหมึกถั่วเหลืองจึงไมใชเรื่องเขียว สดใสไรรองรอยตําหนิ สิ่งที่ผูบริโภค หรือมิตรรักนักอาน “พลัง+งาน” ควรระลึกเสมอวา การ ใชผลิตภัณฑทเปนมิตรกับสิงแวดลอม ี่ ่ ไมไดหมายถึงวาไดรักษ โลกแลว ได ชวยเหลือโลกแลว สิ่งสําคัญที่ขาด ไมไดอกประการคือ การบริโภคสินคา ี หรือผลิตภัณฑตามความจําเปนและ บริโภคอยางมีคุณภาพ สําหรับมิตรรักนักอาน “พลัง+งาน” เชื่อเถอะวาทานกําลังเสพสื่ออยางมี คุณภาพ
...แตอยากชวนมอง ไปถึงคุณภาพชีวตของ ิ คนงานในโรงงานผลิต น้ำหมึกและโรงพิมพ ที่ตองสัมผัสและสูดดม กลิ่นหมึกทั้งวี่ทั้งวัน... ...มีเพียง 33 เปอรเซ็นต เทานั้นที่ใชถั่วเหลืองที่ ปลูกภายในประเทศ ที่เหลือเปนการนําเขา จากประเทศโลกที่สาม ซึงกอใหเกิดการหักราง ่ ถางปาเปนจํานวนมาก เพื่อปลูกถั่วเหลือง..
ภาพประกอบ 1 www.soyink.co.th 2-3 www.planprinting.co.th/wp/?p=494 อื่นๆ www.flickr.com -- คนหา Soy Ink
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
33
ขุมพลังข้างบ้าน
เรื่อง : เดชรัต สุขกำเนิด email : tonklagroup@yahoo.com
ใช้ความชื้น
ภาพ ตู้เย็นคนยาก
สร้าง
ความเย็น
ประเทศไทยเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น ความชื้น จึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาโดยตลอด แต่หลายครั้งเราก็ รู้สึกรำคาญกับความชื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อากาศ อบอ้ า ว ซึ่ ง จะทำให้ เ รารู้สึกเหนียวตัว เพราะไม่สามารถ ระบายความชื้นออกจากตัวได้ แต่เราก็สามารถนำความชื้นมาใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน เนื่องจากเวลาที่น้ำ (ซึ่งก็คือความชื้น นั่นแหละ) ระเหย กลายเป็นไอ จะมีการดูดความร้อนจากสิ่งอยู่รอบข้าง ทำให้ สิ่งที่อยู่รอบข้างมีอุณหภูมิลดลง เพราะฉะนั้น เราจึงสามารถใช้ประโยชน์จากการระเหย ของน้ำ เพื่อลดอุณหภูมิวัตถุหรือสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ เช่นกัน ความชื้นกับการระบายความร้อน
ตัวอย่างที่เห็นกันบ่อยที่สุดคือ การพรมละอองน้ำบน หลังคาของบ้านเรือนหรือร้านค้า ซึ่งก็คือ การให้น้ำช่วยดูด ความร้อนออกจากหลังคาและพื้นที่รอบข้าง ในขณะที่น้ำใน รูปของเหลวกำลังแปลงสภาพเป็นไอนั่นเอง เนื่องจากการระเหยน้ำ 1 กิโลกรัมให้เป็นไอน้ำจะต้อง
ดูดความร้อนจากสิ่งแวดล้อมถึง 550 กิโลแคลอรี จึงมีผู้เคย คำนวณว่า การระเหยน้ำประมาณ 20 ลิตร/นาที จะดูด ความร้อน (และให้ความเย็น) ได้เทียบเท่ากับเครื่องปรับ อากาศที่กินไฟมากกว่า 2,000 วัตต์เลยทีเดียว ล่าสุด มีผนำความคิดนีมาประยุกต์เข้ากับแผงโซลาร์เซลล์ ู้ ้ เพื่อใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์ในการพ่นฝอย ละอองน้ำ จึงเป็นการประยุกต์ใช้พลังงานจากธรรมชาติถึง สองต่อด้วยกัน รวมถึง บริษัทในเครือซีเมนต์ไทยก็ผลิตบล็อคปูถนน ชนิดใหม่ ซึงหากมีการพรมน้ำเป็นระยะ ก็จะช่วยลดอุณหภูมิ ่ ที่สะสมในพื้นถนนให้ลดลง เพราะความร้อนส่วนหนึ่งต้อง ถูกนำไปใช้ในการระเหยของน้ำ ดังนั้น จึงช่วยลดอุณหภูมิลง ได้ไม่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส เมื่อเปรียบเทียบกับบล็อค ปูถนนทั่วๆ ไป ความชื้นกับความเย็นในบ้าน
ด้วยหลักการเดียวกัน หากเราสามารถปลูกต้นไม้ไว้ใน ส่วนที่เชื่อมโยงหรือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน และ สามารถมีจุดที่เปิดโล่งจากส่วนนั้น เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้
34
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
โดยเฉพาะหากเปิดโล่งขึ้นไปในแนวดิ่ง พื้นที่ในส่วนนั้นก็จะ เป็นพื้นที่ที่มีความชื้น ทั้งจากความชื้นในดินและความชื้น จากการคายน้ำของต้นไม้ ซึงทังสองส่วนจะต้องดูดความร้อน ่ ้ จากพื้นที่รอบข้าง ยิ่งไปกว่านั้น การระเหยของน้ำในพื้นที่ดังกล่าว และการ ดู ด ความร้ อ นจากพื้นที่รอบข้างยังมีส่วนสำคัญให้เกิดลม ถ่ายเทในบ้าน จนบรรยากาศสบายไม่อบอ้าว ผมนึกถึงบ้านคุณตาคุณยายของผมที่จังหวัดชุมพร ซึ่ง แม้จะไม่มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ในบ้าน แต่ใจกลางบ้านเป็นบ่อน้ำ ใต้ดินและลานซักล้าง ซึ่งก็จะทำหน้าที่เดียวกัน คือการดูด ความร้อนที่พื้นที่อื่นๆ ในตัวบ้าน เพื่อระเหยน้ำ และทำให้ บ้านทั้งบ้านเย็นสบาย ความชื้นกับตู้เย็นธรรมชาติ
ความรูเรืองหลักการดูดความร้อนในการระเหยน้ำยังช่วย ้ ่ ให้เราประดิษฐ์ตู้เย็นแบบธรรมชาติขึ้นได้ โดยผมได้ชมจาก รายการโทรทัศน์พบว่านักเรียนจากโรงเรียนสถาพรวิทยา จังหวัดนครปฐม ได้ประดิษฐ์ตู้เย็นแบบธรรมชาติขึ้นมา เพื่อ ใช้เก็บผักและผลไม้ให้นานขึ้น โดยไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้า ตู้เย็นแบบธรรมชาตินี้ประดิษฐ์จากโครงไม้ที่ต่อเป็นรูป สี่เหลี่ยมเพื่อใช้เป็นชั้นวาง และใช้กระสอบป่านปิดทั้งสี่ด้าน ชั้นบนใส่น้ำไว้ในกะละมัง โดยที่ชายกระสอบทั้งสี่ด้านจะต้อง จุ่มน้ำในกะละมังและปล่อยชายกระสอบอีกด้านหนึ่งให้ปิด โครงไม้ไว้ จากนัน กระสอบป่านทีชมน้ำก็จะดูดความร้อนจากสภาพ ้ ่ ุ่ แวดล้อม เพื่อช่วยในการระเหยน้ำอย่างต่อเนื่อง (เนื่องจาก ชายผ้าด้านหนึ่งจุ่มน้ำอยู่) ทำให้อุณหภูมิในตู้เย็นเย็นลงได้ ประมาณ 5 องศาเซลเซียส ช่วยเก็บผักได้นาน 3-4 วัน ความสำเร็จของตู้เย็นคนยาก พัฒนาการอีกขันหนึงของการประยุกต์ใช้องค์ความรูนคอ ้ ่ ้ ี้ ื การประดิษฐ์ตู้เย็นคนยากของครูวิทยาศาสตร์ชาวไนจีเรีย
ชื่อ Mohammed Bah Abba เพื่อช่วยเก็บรักษาผลไม้ของพ่อ แม่ของนักเรียนในโรงเรียน จนได้รบรางวัลนวัตกรรมโลว์เทค ั จากบริษัทโรเล็กซ์ หลักการของตู้เย็นก็คล้ายกัน เพียงแต่ตู้เย็นของคุณครู ชาวไนจีเรียทำจากตุ่มสองใบ ใบใหญ่ใส่ทรายรองก้น วางตุ่ม ใบเล็กลงไปในใบใหญ่ ใส่ทรายในช่องว่างระหว่างตุ่มสองใบ จากนั้นก็เทน้ำลงไปให้ทรายชุ่มน้ำ และนำผ้าชุบน้ำมาปิดฝา ตุม ก็เป็นอันเสร็จพิธี (ตามรูป) ตูเย็นแบบคนยากนีสามารถ ่ ้ ้ เก็บรักษาผักและผลไม้ในตุ่มใบเล็กได้นานกว่า 4 สัปดาห์ แน่นอนว่า ตู้เย็นของคุณครูชาวไนจีเรียก็ใช้หลักการ เดียวกัน เมือน้ำระเหยออกจากผิวตุมใบใหญ่กจะพาความร้อน ่ ่ ็ ออกไป ทำให้อุณหภูมิของตุ่มใบเล็กเย็นลง ขณะเดียวกัน ทรายก็จะทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนให้กับตุ่มใบเล็ก อีกทางหนึ่งด้วย (ซึ่งตู้เย็นของโรงเรียนสถาพรวิทยายังขาด ส่วนนี้ครับ) หากท่านผูอานสนใจลองทำดูกได้ หรือหากสนใจดูตนแบบ ้่ ็ ้ ผมทราบว่าทางวัดป่ายาง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดย ท่านพระชื่น อาทโร ก็นำเอาตู้เย็นคนยากที่แสนจะง่าย แต่ ไม่ธรรมดา ไปทดลองใช้เช่นกัน สิ่งประดิษฐ์เหล่านี้คือ ภูมิปัญญาที่รู้จักนำความชื้นและ หลักการทางวิทยาศาสตร์มาสร้างความเย็นได้แบบไม่ ธรรมดาเลยทีเดียว ขอบคุณข้อมูลจากเรื่อง ตู้เย็นคนยาก โดย ดร.พีรศักดิ์ วรสุนทรโรสถ และเรื่อง ระบบทำความเย็นโดยใช้พลังงาน แสงอาทิตย์ จากวารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
35
รู้ทัน...พลังงาน
เรื่อง : นาวิน โสภาภูมิ email : navinpang@yahoo.com
สิ่งที่ไม่เห็นและ
ไม่ได้ยินใน โฆษณาของ
ธุรกิจพลังงาน
ในที่สุดเราก็เข้าสู่ปี 2554 กันอย่างสวัสดี หลังจากที่ หลายคนมีอาการวิตกและหวาดกลัวภัยพิบัติ ตามคำทำนาย ของโหรดังที่ชวาช่วงสินปี 2553 จะเกิดภัยธรรมชาติอย่าง ี้ ่ ้ รุนแรงในประเทศไทย
ความหวาดวิตกและกลัวภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ดินถล่ม น้ำท่วม คลื่นยักษ์สึนามิ ของผู้คนในปัจจุบัน หาได้ เกิดขึ้นอย่างงมงายด้วยการเชื่อคำทำนายของหมอดูเท่านั้น คนไทยได้รับรู้และสัมผัสความรุนแรงจากภัยธรรมชาติ กันทุกปี ทั้งการเกิดสึนามิที่ภาคใต้ ปัญหาน้ำท่วม และดิน ถล่มที่เกิดขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศ นักวิทยาศาสตร์หลายท่านชีวาความเสียงจากภัยธรรมชาติ
้่ ่ ที่ เ กิ ด ขึ้ น ในปั จ จุ บั น มี สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศโลก หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ปัญหาโลกร้อน กล่าวคือ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกใบนี้กำลังเพิ่มขึ้น เมื่อ อุณหภูมิของโลกทั้งใบเพิ่มขึ้น แม้จะเล็กน้อยเพียง 1 องศา สภาพสมดุลของดินฟ้า อากาศ กระแสลม กระแสน้ำ และน้ำแข็ง ขัวโลกก็จะเริมแปรปรวน ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าภัยธรรมชาติ ้ ่ ขึ้นมานั่นเอง ถามว่าปัญหาโลกร้อนในขณะนีเ้ กิดขึนเพราะอะไร ตอบแบบ ้ ไม่รักษาหน้าตัวเองก็คือ เกิดขึ้นเพราะการกระทำของมนุษย์ โดยเฉพาะกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการหาความสุขทางโลก 2
ของมนุษย์
อาทิ การสร้างโรงอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าถ่านหิน การบุกเบิก ทีปาเพือทำการเกษตรขนาดใหญ่ การใช้รถยนต์ทใช้เชือเพลิง ่ ่ ่ ี่ ้ ฟอสซิล และการใช้ไฟฟ้ากันอย่างมโหฬารทั้งในบ้านเรือน
สำนักงานและห้างสรรพสินค้า อย่างไม่มวนหยุดและไม่สนใจ ีั อนาคต แม้จะเป็นทียอมรับกันว่าปัญหาโลกร้อนและภัยธรรมชาติ ่ มีสาเหตุสำคัญมาจากฝีมอของมนุษย์ ทังยังเป็นปัญหาทีมผล ื ้ ่ ี ต่อความอยู่รอดของมนุษย์ในอนาคต แต่การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ที่จะปฏิวัติความคิดและ การกระทำของมนุษย์เพื่อรักษาโลกนี้ให้เย็นลง ยังไม่เกิดขึ้น อย่างจริงจังนัก โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจพลังงาน ที่มีอิทธิพลเป็นอย่าง มากต่อการควบคุม จัดหาและจัดการแหล่งพลังงาน รวมถึง การใช้พลังงานของผู้คนในสังคม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้กลุ่ม ธุรกิจพลังงานของไทย โดยเฉพาะ ปตท. กฟผ. และบริษัท เอ็กโก้กรุ๊ป หรือบริษัทผลิตไฟฟ้าจำกัด (มหาชน) ต่างก็ ทุ่มงบโฆษณาเพื่อสร้างความคิดเกี่ยวกับการจัดหาและ การใช้พลังงานผ่านสื่อโทรทัศน์กันอย่างเอิกเกริก ทั้งโฆษณาเรื่อง “ไฟฟ้าไม่มีวันหยุด” ของ กฟผ. ที่สื่อกับ คนดูว่า กฟผ. ได้ทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถในการทำให้ ทุก กิจกรรมของผู้คนในสังคมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ไฟฟ้า สามารถดำเนินต่อไปได้ โดยไม่ต้องหวาดกลัวว่าไฟฟ้าจะ หมด ขาด หรือดับ
โฆษณาของ ปตท. ที่แสดงให้เห็นว่ามีทีมงานคนหนุ่ม บึกบึนของ ปตท. ที่เข้าไปบุกเบิกหาแหล่งน้ำมันถึงกลาง
36
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2554
http://secs-uiuc.org/wp-content/uploads/2010/08/abb ot-1.jpg
science.nationalgeographic.com/s...age.html
www.nimsonline.com/flood-safety-...ess.html
www.disaster.go.
th/dpm/index.php
...id 3D257
ทะเลทรายอันร้อนระอุ ณ ตะวันออกกลาง เพื่อให้คนไทย มั่นใจได้ว่าจะมีน้ำมันใช้กันอย่างไม่ขาดแคลน ขณะที่โฆษณา “เสียงแห่งความสุข” ของบริษัทเอ็กโก้ กรุ๊ป ก็ได้นำแนวคิดเรืองวิถแห่งความสุขของชาวบ้าน ทีองกับ ่ ี ่ิ ธรรมชาติและประเพณีวัฒนธรรมอันเรียบง่ายมาร้อยเรียง กันเป็นภาพ ประสานกับเสียงธรรมชาติ เช่น น้ำหยด ไก่ขัน
ใบไม้ไหว กบ เขียดร้อง ปลาโลมาแหวกว่าย ตลอดจนเสียงจากกิจกรรมในวิถีชีวิตของผู้คน ทั้งเสียง ผิวปาก กรีดยาง ทอผ้า หว่านแห พระตีกลองเพล และเสียง หัวเราะของเด็กๆ ที่หยอกล้อกัน ขณะที่ภาพสุดท้ายที่เป็นประเด็นหลักของโฆษณาชิ้นนี้ คือ โรงไฟฟ้าตังตระหง่าน ส่งแสงสว่างไสว ท้าทายความมืดมิด
้ ราวกับว่าการตั้งโรงไฟฟ้าอยู่ตรงนี้ ไม่ได้สร้างผลกระทบใดๆ ต่อวิถีชีวิตของผู้คนและสรรพสิ่งที่อยู่แวดล้อม ทุกเสียงยังคง ปกติสุขดังเดิม โฆษณาสามชินนีถายทอดเรืองราวชวนเชือได้อย่างน่าสนใจ
้ ้่ ่ ่ ใน 2 ประเด็น คือ หนึง การจัดหาและการใช้พลังงานทีจะไม่ม
่ ่ ี วันขาดแคลน และสอง การจัดหาพลังงานนั้นไม่ได้ก่อให้เกิด ผลกระทบใดๆ เลย ประเด็นเหล่านี้ถูกสื่อให้คนดูโทรทัศน์รับรู้ว่า พวกเขา (ผู้บริโภค) สามารถใช้พลังงานได้อย่างสบายใจ กลุ่มธุรกิจ พลังงานจะเป็นผู้จัดหามาให้เอง และในการจัดหาพลังงาน มานั้นไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อมเลย สักนิด
ด้วยการสื่อความหมายเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่า การใช้นำมันเชือเพลิงและการใช้ไฟฟ้าของคนไทยยังเพิมขึน ้ ้ ่ ้ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการประหยัด พลังงาน ขณะทีการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ก็จะเกิดขึนอย่างต่อเนือง ่ ้ ่ เช่นกัน โดยที่คนในสังคมส่วนใหญ่เพิกเฉยต่อการตั้งคำถาม ถึงผลกระทบของโรงไฟฟ้าเหล่านั้น โฆษณาเหล่านี้ยังได้กลบเกลื่อน และปิดซ่อนภาพและ เสียงสะท้อนของปัญหาโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากการจัดหา พลังงานทียงอิงอยูกบการใช้ถานหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ
่ั ่ั ่ โดยเฉพาะการปิดซ่อนภาพและเสียงพายุ กระแสน้ำ เชียวกราก ดินถล่ม น้ำท่วม น้ำแข็งขัวโลกละลาย ภัยธรรมชาติ ่ ้ ทีสมพันธ์กนอย่างแนบแน่นกับการจัดหาและการใช้พลังงาน ่ั ั แบบเดิมๆ ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้บริษัทธุรกิจมีความรับผิด ต่อสังคม สิ่งที่ธุรกิจพลังงานควรจะทำอันดับแรกก็คือ การ ยอมรับความจริงว่าพลังงานที่พวกเขาค้ากำไรอยู่ในขณะนี้ ได้สร้างปัญหาให้กับมนุษย์และโลก และเปิดให้ภาพและเสียงสะท้อนจากปัญหาสภาวะโลก ร้อนอันเนื่องมาจากการใช้พลังงานได้สื่อสารไปยังผู้บริโภค เพื่อที่ผู้บริโภคเหล่านั้นจะได้เปลี่ยนมาอุดหนุนพลังงาน หมุนเวียน และใช้พลังงานอย่างมีสติ เพื่ออนาคตของมนุษย์ และโลกใบนี้
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2554
37
พลังคน-พลังคลื่น
เรือง : สุกรานต์ โรจนไพรวงศ์ สถาบันคุมครองผูบริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) ่ ้ ้ email : sukranbor@yahoo.com ภาพ : หนังสือมือถือในมือเด็ก
ของเงินเติมมือถือ
ในการใช้บริการโทรศัพท์มือถือ มีระบบการจ่ายค่าบริการ 2 แบบ แบบหนึ่ง คือการใช้ก่อนจ่ายทีหลัง หรือ “ระบบรายเดือน” อีกแบบคือการจ่ายเงินล่วงหน้า ก่อนใช้ หรือที่เรียกกันว่า “ระบบเติมเงิน”
ที่เหมาะสม...
อายุ
วันนี้ขออนุญาตพูดถึงปัญหาและความทุกข์ของคนใช้มือถือ ระบบเติมเงินนะคะ แต่คนใช้รายเดือนก็ใช่ว่าจะไม่เกี่ยว ยังไง ลองติดตามไปด้วยกัน...แล้วจะทราบเองว่าเกี่ยวอย่างไร ปัญหาร่วมโดยทั่วไปของผู้ใช้มือถือระบบเติมเงินไม่ได้อยู่ที่ เรื่องการหาเงินมาเติม (แม้ว่าในระดับบุคคลคงมีบ้างที่ประสบ ปัญหาการขาดสภาพคล่องในบางช่วงเวลา) แต่อยู่ที่ทุกคนถูก กำหนดให้ต้องเติมเงินในอัตราที่ค่อนข้างแน่นอน โดยมีความ สัมพันธ์กันระหว่างระยะเวลากับจำนวนเงิน โดยเฉลี่ยสำหรับโปรโมชั่นทั่วไปก็คือมีสัดส่วนอยู่ที่วันละ 10 บาท หมายถึง ถ้าเติม 50 บาท ก็จะมีอายุการใช้งานของ เงินนั้น 5 วัน เติม 300 บาทก็ใช้งานได้ 30 วัน เป็นต้น พูดง่ายๆ ก็คอ เมือไรทีมการเติมเงินเข้าระบบบริการมือถือ ื ่ ่ ี เงินจำนวนนั้นก็จะมีสภาพคล้ายสินค้าอุปโภค-บริโภค นั่นคือ มีวันหมดอายุทันที วงเงินที่เติมไปนั้นจะถูกหักไปเรื่อยๆ ตามการใช้งาน และ ไม่ว่าเงินจะหมดก่อนหรือเวลาหมดก่อน การโทรออกก็จะทำ ไม่ได้ ในกรณีที่เวลาหมดก่อนโดยยังคงมีเงินคงเหลือ หากไม่มี การเติมเงินสมทบเข้าไปภายในระยะเวลาทีกำหนด เงินนันจะถูก ่ ้ ยึดไป ติดตามด้วยการปิดให้บริการ อันหมายถึงการยึดเบอร์ หรือเลขหมายโทรศัพท์กลับคืนไป ส่วนใหญ่ของผูใช้บริการมือถือระบบเติมเงินต่างมีประสบการณ์ ้ “เงินเหลือแต่โทรออกไม่ได้เพราะวันหมด” และเพื่อหลีกเลี่ยง ที่จะประสบปัญหาการถูกยึดเงินและถูกปิดบริการ จึงต้องเติม
เงินทบเพิ่ม จนในที่สุดประสบปัญหาใหม่ คือมียอดเงินจ่ายล่วง หน้าคงอยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก บางคนพลาดพลั้งเติมเงินไม่ทันในบางครั้งก็อาจต้องถูกยึด เงินไปบ้าง ส่วนใครที่อยากยกเลิกบริการก็มีทางเลือกคือต้อง เร่งใช้เงินคงเหลือให้หมดก่อน หรือยอมสูญเสียเงินบางส่วนไป พร้อมการปิดเบอร์ ปัญหาเหล่านี้ แท้ที่จริงเมื่อพิจารณาตามข้อกฎหมายแล้ว ไม่ ค วรเกิ ด ขึ้ น เพราะตามประกาศคณะกรรมการกิ จ การ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้ บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ข้อ 11 ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า การให้ บ ริ ก ารโทรคมนาคมในลั ก ษณะที่ เ รี ย กเก็ บ ค่ า ธรรมเนียมหรือค่าบริการเป็นการล่วงหน้าจะต้องไม่มขอกำหนด ี้ อันมีลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายใน ระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่ได้รับความเป็นชอบจาก กทช. ที่ผ่านมา ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้งหลายไม่เคยขอ ความเห็นชอบเกี่ยวกับเกณฑ์การกำหนดอายุของเงินที่เติมเข้า สู่ระบบ แต่อาศัยว่าเป็นแนวปฏิบัติที่มีมาก่อนที่ข้อกฎหมายดัง กล่าวจะมีผลบังคับใช้ จึงคงให้บริการตามวิถีทางเดิม ซึ่งเป็นที่ ชัดเจนว่าเอื้อประโยชน์กับฝ่ายผู้ให้บริการ แต่เป็นภาระและข้อ จำกัดที่ผู้บริโภคเป็นฝ่ายแบกรับ อย่างไรก็ดี ล่าสุด กทช. มีมติกำหนดระยะเวลาของเงิน เติมล่วงหน้าไว้ที่ 1 ปีไม่วาจะเติมจำนวนเท่าใด ทังนีโดยกำหนด ่ ้ ้ ด้วยว่าต้องมีการเปิดให้เติมเงินขั้นต่ำที่ไม่เกิน 30 บาทได้
38
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
เหตุที่ต้องขีดวงเงินขั้นต่ำก็เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้มีรายได้ น้อยทีจะอาจต้องถูกบังคับเติมเงินคราวละมากๆ แต่ทงนีกใช่วา ่ ั้ ้ ็ ่ ในที่สุดแล้วปีๆ หนึ่ง คนใช้มือถือระบบเติมเงินจะเติมเงินกัน แค่ 30 บาท จะอย่างไรคนที่นิยมโทรหนักก็ต้องเติมมากกว่า เดือนละ 300 บาทอยู่แล้ว ในที่สุดการเติมเงินจะเป็นไปตาม สภาพการใช้งานจริงมากกว่า แต่มติเรื่องการขยายวันหมดอายุของเงินเติมให้ยืดยาวไป ถึง 1 ปีนี้ยังไม่เป็นจริง เนื่องจากข้อกำหนดนี้เป็นเงื่อนไขที่จะมี ผลต่อเมือมีการบังคับใช้สญญาให้บริการฉบับใหม่ ซึงผูให้บริการ ่ ั ่ ้ ทั้งหลายยังพร้อมใจกันที่จะไม่เริ่มต้นใช้ เป็นที่ชัดเจนนะคะว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะคนใช้ มือถือระบบเติมเงินในปัจจุบันมีมากกว่า 60 ล้านเลขหมาย เทียบกับผู้ใช้ระบบรายเดือนคือ 9 คนต่อ 1 คน คิดเฉลี่ยง่ายๆ ว่า ใน 60 ล้านเลขหมายนี้ มีสักครึ่งเดียวที่ ต้องเติมเงินเดือนละ 300 บาท (เท่ากับว่าอีกครึ่งยอมใช้โปร โมชั่นที่มีอัตราค่าโทรแพงกว่า แลกกับการมีวันหมดอายุที่ ยาวนานขึ้น) เพียงเท่านี้ก็หมายความว่า ยอดรายรับของ บริษัทผู้ให้บริการมือถือโดยรวมจะสูงถึง 9,000 ล้านบาทต่อ เดือน ภายใต้ระบบการกำหนดวันหมดอายุแบบสั้นมากที่เป็นอยู่ ถึงแม้ทุกคนใช้งานเต็มที่ตามจำนวนเงินที่เติม ยอด 9,000 ล้านบาทนี้ก็คือรายได้อันชอบ แต่ถึงใช้ไม่หมด ในที่สุดเงิน
จำนวนนี้ก็ไม่ไปไหน จะตกแก่บริษัทอยู่ดี ส่วนในกรณีที่มีการ ยึดเงิน ย่อมเท่ากับการมีรายรับแบบได้ฟรีเข้าสู่บริษัท การพร้อมใจกันไม่ยอมเข้าสู่เงื่อนไขใหม่ที่ กทช. กำหนด ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของบริษัทผู้ให้บริการมือถือ ทั้งหลาย ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใช้มือถือทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ระบบเติมเงินหรือรายเดือนต้องร่วมแสดงเจตนารมณ์อนชัดเจน ั บ้างว่า เห็นด้วยหรือไม่กับการที่เงินเติมล่วงหน้าทุกๆ 10 บาท จะมีอายุเพียงแค่ 1 วัน แนวทางที่ทำได้ง่ายก็คือ การร่วมกันบอกกล่าวให้เพื่อนๆ ผู้ใช้บริการเท่าทันถึงสภาพการณ์นี้ ว่าผู้ให้บริการต่างทำผิด กฎหมาย เร่งรัดให้ผู้บริโภคเติมเงินและใช้งาน โดยมีมาตรการ ตัดสัญญาณ ยึดเงิน และยึดเบอร์เป็นเครื่องมือ ส่วนผู้ประสบปัญหาสามารถร่วมกันใช้สิทธิร้องเรียน เพื่อ เรียกคืนวันใช้งานและเงินจากเครือข่ายผู้ให้บริการ ซึ่งที่ผ่าน มาพบว่า เมือมีการร้องเรียนก็จะมีการตอบสนองในทังสองเรือง ่ ้ ่ ใช่แล้วค่ะ...การสนองตอบแบบเป็นรายๆ คือแนวทางที่ บริษัทเลือกมากกว่า แต่ถ้าจำนวนรายที่ร้องเรียนมากเพียงพอ ก็เชื่อว่าย่อมจะส่งผลต่อการความเปลี่ยนแปลงเชิงระบบได้ เช่นกัน
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
39
เรื่อง : กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล email : sk.kritsada@gmail.com ภาพ : ทรงวุฒิ พัฒแก้ว
1
ไม่มีวันหวนกลับ
ก่อนภูมิทัศน์ เมืองคอน
การที่ผมหยิบยกกรณีมาบตาพุดขึ้นมาพูด เพราะต้องการชี้ให้เห็นว่ารัฐบาล ได้เรียนรู้จากบทเรียนครั้งนี้แล้ว และการพัฒนาจากนี้ไปต้องมีความระมัดระวัง มากขึ้น จึงเป็นเหตุผลในการตัดสินใจว่า การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งภาคใต้และพื้นที่ สนับสนุนก่อให้เกิดอุตสาหกรรมหนัก รัฐบาลตัดสินใจแล้ว จะไม่มีการดำเนินการ โครงการเหล่านี้ หลังจากได้รับฟังการมีส่วนร่วมในพื้นที่
เป็นคำกล่าวปิดการประชุมสมัชชา สุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมือกลางเดือน ่ ธันวาคมปีที่ผ่านมา ท่านผู้อ่านที่ติดตามคงรู้สึกว่าผม พู ด ถึ ง แผนพั ฒ นาพื้ น ที่ ช ายฝั่ ง ทะเล ภาคใต้หรือเซาเทิร์นซีบอร์ดอยู่ทุกบ่อย นันเป็นเพราะเซาเทิรนฯ คืออภิโครงการ ่ ์ ที่ถูกเร่งรุกหนักหน่วงที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์และที่ตั้ง ของภาคใต้ มันจึงถูกวางเป็นยุทธศาสตร์ การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย ในจังหวะก้าวต่อไป ว่ากันเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีโครงการต่างๆ ลงไปถึง 22 โครงการ ทั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าถ่านหิน เขือน ท่าเรือ แลนด์่ บริดจ์ หากโครงการทั้งหมดเกิดขึ้นจริง ผมใช้ ค ำว่ า ภู มิ ทั ศ น์ ท างการเมื อ ง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิงแวดล้อม ่ และวิถชวตของจังหวัดนครศรีธรรมราช ีีิ จะเปลี่ยนไปโดยไม่มีวันหวนกลับ ธงผืนแดงปลิวสะบัดล้อลมทะเลอยู่ หน้าบ้านเกือบทุกหลังในชุมชนท่าขึ้น อำเภอท่าศาลา มันเป็นสัญลักษณ์ของ การคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขนาด 800 เมกะวัตต์ของทางการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่ง นำความวิตกกังวลสู่จิตใจของชาวบ้าน ว่าจะกระทบต่อวิถีทำมาหากินดั้งเดิม “เริมแรกมีขาวก่อนว่าจะมีโรงไฟฟ้า ่ ่ ถ่านหินมาลงที่หัวไทร เป็นอีกตำบลใน ท่าศาลา ชาวบ้านได้ยินว่าชาวบ้านที่ หัวไทรคัดค้านกัน รู้ข้อมูลคร่าวๆ ว่า จะมีโครงการโรงไฟฟ้ามาลงที่นครฯ พอศึกษาข้อมูลดูก็รู้ว่ามันเป็นอันตราย ต่อคนในพื้นที่ ก็เลยรวมตัวกันภายใน หมูบานประมาณ 10 คน ปรึกษาหารือ ่ ้ กันว่าจะมีแนวทางการป้องกัน แก้ไข และกระจายข้อมูลข่าวสารให้ชาวบ้าน รับรู้ได้อย่างไร” บังเผด หรือ วันชัย แขกพงค์ หนุ่มพื้นที่วัย 31 ตัวตั้งตัวตี คนหนึ่งเล่าให้ผมฟัง เหตุผลของ กฟผ. อยู่ที่การเตรียม ความพร้อมด้านพลังงานในอนาคต ปัญหาคืออนาคตที่ว่านี้เป็นอนาคต ของใคร? ครับ ชาวบ้านยุคนี้เคี้ยวไม่ง่าย เหมือนสมัยก่อน บังเผดบอกข้อมูลว่า ปัจจุบัน นครศรีธรรมราช ตรัง และ สตูล รวมกันยังใช้พลังงานไฟฟ้าไม่ถึง 200 เมกะวัตต์ ดังนัน โรงไฟฟ้าถ่านหิน ้ ขนาด 800 เมกะวัตต์ จึงสร้างความ คลางแคลงใจแก่ชาวบ้าน ทำไม? ต้อง มากเพียงนี้ หรือนี่ไม่ใช่โรงไฟฟ้าที่จะ สร้างขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของ ชาวบ้านอย่างที่ป่าวประกาศ
40
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
2
4
3
5
“แล้วเขาสร้างเพื่อใคร พอมาดูปุ๊บ ก็ไปเจอแผนเซาเทิร์นซีบอร์ด คือสร้าง เพื่ อ อุ ต สาหกรรม ไม่ใช่สร้างเพื่อ ประชาชน” โรงไฟฟ้าถ่านหิน ตำบลท่าขึน ไม่ใช่ ้ โรงไฟฟ้าแห่งเดียวที่จะผุดขึ้นที่นครฯ ยังมีโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ตำบลหัวไทร และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อำเภอขนอม กับสิชลอีก 2 โรง และทุกพื้นที่ก็มีการ รวมตัวค่อนข้างเหนียวแน่นของชาวบ้าน ภาพการชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้า ถ่านหินของชาวบ้านท่าขึ้น ในตัวเมือง นครฯ เมื่อต้นเดือนธันวาคมจึงแปร เป็นการชุมนุมที่ถึงแม้ปริมาณจะไม่ มากมายเหมือนกลุ่มเสื้อสีต่างๆ แต่ก็ ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับการ ชุมนุมระดับท้องถิ่นเช่นนี้ ทรงวุฒิ พัฒแก้ว สือมวลชนท้องถิน ่ ่ ศู น ย์ ข่ า วพลเมื อ งฅนคอน ผู้ อ ยู่ ใ น เหตุการณ์และเกาะติดประเด็นโครงการ พัฒนาในพื้นที่ บอกว่า นี่ไม่ใช่การรวม ตัวเฉพาะคนท่าขึ้น ชาวบ้านจากพื้นที่ อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ พัฒนาต่างใช้โอกาสนี้เพื่อแสดงจุดยืน ร่วมกัน “ชาวบ้านกำลังพยายามรวบรวม เครือข่ายทั้งหมดเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน และต่ อ สู้ เ พื่ อ วางทิ ศทางการพัฒนา
จังหวัด นี่คือการประกาศความเข้มแข็ง ของชาวบ้าน” ในเวทีพูดคุย นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ เป็นประธานในที่ประชุม เปิด โอกาสให้ทุกฝ่ายได้ชี้แจง อย่างย่นย่อ หน่วยงานภาครัฐพูดในทำนองว่า โครงการต่างๆ จะยังไม่มีการเดินหน้า ใดๆ ทั้งสิ้น หากชาวบ้านในพื้นที่ไม่ ยินยอม โดยประสบการณ์ที่ผ่านมา แม้จะ เป็นคำยืนยันที่ช่วยผ่อนคลายความ ตึงเครียดได้ดี ทว่าชาวบ้านก็ไม่สามารถ นิ่งนอนใจได้ ล่าสุด คำกล่าวของนายกรัฐมนตรี ต้องถือว่าเป็นท่าทีทหนักแน่นต่อทิศทาง ี่ โครงการเซาเทิร์นฯ แต่ก็อีกนั่นแหละ ครับ คำพูดของนักการเมืองต่อให้เป็น นายกรัฐมนตรีก็เถอะ ก็ยังต้องเอาห้า หาร เอาล้านลบ เหลือเท่าไหร่จึงค่อย (ลอง) เชื่อ ยิ่งใกล้ฤดูเลือกตั้ง สิ่งใดที่ แปรเป็นคะแนนเสียงได้ย่อมต้องทำ นี่ไม่ใช่คำพูดของผมนะครับ ของ ทรงวุฒิเขา “ปรากฏการณ์ ที่ ผู้ น ำประเทศ นักการเมือง หรือนักการเมืองท้องถิ่น ออกมาพูดในทำนองนี้มีเยอะมาก แต่ มันไม่ได้เป็นหลักประกันใดๆ มันเป็น
แค่การผ่อนปรน ซื้อเวลาทางการเมือง ในช่วงที่รัฐบาลนั้นๆ กำลังจะเปลี่ยน ผ่านโดยปกติอยู่แล้ว ทรงวุฒิบอกว่า ถ้ารัฐบาลจริงใจ จะหยุดก็ควรออกเป็นมติคณะรัฐมนตรี ให้ชัดเจนไปเลย อย่างไรก็ตาม แม้ชาวบ้านส่วนหนึง ่ จะคัดค้านโครงการพัฒนา แต่ก็ต้อง ยอมรับว่า ยังมีชาวบ้านอีกไม่น้อยที่ ต้องการการพัฒนา สิทธิชุมชนและ สิทธิที่จะได้รับการพัฒนาจึงวางอยู่บน สมดุลอันเปราะบางที่พร้อมแตกหักได้ เสมอ การพูดคุยอย่างเปิดกว้าง โปร่งใส ตีแผ่ข้อมูลอย่างรอบด้าน จึงน่าจะเป็น ทางออกที่ทุกฝ่ายควรร่วมมือกัน มิใช่ ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้กำหนด
ภาพ 1 พระธาตุเมืองนคร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน คู่เมืองนครศรีธรรมราช 2 การรณรงค์คัดค้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 3 - 5 การคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตำบลท่าขึ้น หมายเหตุ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www2.manager.co.th/daily/ ViewNews.aspx?NewsID=95300001597 31&CommentReferID=17460553& CommentReferNo=15&
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
41
ชีพจรลงเทา
เรื่องและภาพ : สองขาสามัคคี
ผลงานศิลปะ สะทอน แนวคิดทาง พุทธศาสนา
เดิ น สู ส งบเย็ น ณ สวนโมกข
กรุ ง เทพฯ
สวนปฏิจจสมุปบาท
เมื่อบรรยากาศวุนวายเอะอะในเมืองใหญผลักให ผูคนเลื่อนไหลไปบนสายพานแหงความเรงรีบ และรอนรน ชีวิตประจําวันของเรา เขา เธอ หรือใครตอใครจึงกลายเปนภารกิจที่ตองแขงกับ เวลา กวาจะรูตัวหลายคนก็ถอยหางจากความ สงบเย็นไปไกลลิบ แตใชวาคนกรุงจะหมดสิ้นโอกาสทวงคืนความนิ่ง เงียบ ผอนคลาย สบายใจ เสียเมื่อไร แทจริงแลว ยังมีอีกหนึ่งพื้นที่เล็กๆ กลางเมืองซึ่งหยิบยื่น ความรูสึกที่หลนหายใหกลับสูหัวใจอีกครั้ง ...พื้นที่เล็กๆ ดังกลาวคือ “สวนโมกข กรุงเทพฯ”
42
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
ภาพ จิตรกรรม ขนาดใหญ ซึ่งติดตั้ง อยูบริเวณ ลานโลงใต ตัวอาคาร
ถัดเขามาไมไกลจากถนนวิภาวดีรงสิตทีเต็มไปดวยรถรา ั ่ อาคารปูนเปลือย 3 ชั้นของหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปญโญ หรือ สวนโมกข กรุงเทพฯ สรางขึนริมสระน้ำ ้ ในอาณาเขตสวนสาธารณะวชิรเบญจทัศ เพื่อทําหนาที่ รวบรวมสือเผยแพรธรรมจํานวนมากกวา 20,000 รายการ ่ ทั้งหนังสือ บันทึกลายมือตนฉบับ จดหมาย ภาพ และ เสียงบรรยายของอริยสงฆนาม “พุทธทาส” ควบคูกับให บริการดานศาสนธรรมและกิจกรรมเรียนรูพุทธศาสนา ชั้นลางสุดของอาคารประกอบดวย... หองหนังสือและสือธรรม วางจําหนายสารพัดสิงพิมพ ่ ่ และของที่ระลึก เชน เสื้อยืด ถุงผา ซึ่งเกี่ยวพันกับขอคิด หลักธรรมทางพุทธศาสนาโดยปราศจากเจาหนาทีเก็บเงิน ่ อาศัยเพียงความซื่อสัตยของลูกคาในการยิงบารโคดและ ชําระเงินดวยตนเอง ถัดเขาไปดานในเปนลานหินโคง จําลองแนวคิดมาจาก ลานปฏิบตธรรมสวนโมกขพลาราม วัดธารน้ำไหล อ.ไชยา ั ิ จ.สุราษฎรธานี ประดับดวยภาพปูนปนจําลองหินสลัก พุทธประวัติชุดแรกของโลกจากตนแบบที่ประเทศอินเดีย จุดกึ่งกลางแนวกําแพงโคงประดิษฐานพระอวโลวกิเตศวร ที่อยูติดกันคือลานโลงใตตัวอาคารซึ่งเปดรับสายลม โชยเอื่อย เหมาะอยางยิ่งแกการนั่งทอดสายตาสูความ รมรื่นสีเขียวของสนามหญาและตนไมใหญ หรือสัมผัส ความสงบเย็นริมสระน้ำ เกือบทั้งหมดของผลงานศิลปะ สะทอนแนวคิดทางพุทธศาสนาที่จัดแสดงภายใน หอจดหมายเหตุฯ ถูกติดตั้งและจัดวางเปนกลุมๆ อยู บริเวณนี้ (อีกไมกชนจัดแสดงอยูบนชันสอง) บางเขาถึงงาย ี่ ิ้ ้ บางเขาถึงยากปะปนกันไป บางชินมีคาอธิบายติดอยูใกลๆ ้ ํ เปนตัวชวยเชื่อมสารของศิลปนสูการรับรูของผูชม ...ไมกี่นาทีแรกที่เดินเตรอยูชั้นลาง เราสัมผัสไดถึง ความรูสึกเนิบชาและผอนคลายที่กระจายตัวโดยรอบ คลายวาความวุนวายใจทั้งหลายหนีหายไปชั่วขณะ
1.
ภาพปูนปนจําลอง และพระอวโลวกิเตศวร ที่ประดิษฐาน ณ ลานหินโคง
ภาพ ปฏิจจสมุปบาท : กาลจักร (Wheel of Life)
บางสวนของผลงานศิลปะที่จัดแสดง อยูบนชั้นสอง กุมภาพันธ - เมษายน 2554
43
ภาพผังรวมอธิบายสวนตางๆ ของ นิทรรศการ “นิพพานชิมลอง”
2.
“นิพพานัง ปรมัง สุขขัง นิพพาน คือ บรมสุข” พุทธพจนดังกลาวเปนสวนหนึ่งของขอความที่ปรากฏ ในนิทรรศการนิพพานชิมลอง ซึ่งจัดแสดงอยูบนชั้นสอง และเรียกไดวาเปนไฮไลตของการเยี่ยมชมสวนโมกข กรุงเทพฯ โดยมุงหมายใหผูชมไดลองสงบจิตใจเพื่อสัมผัส ประสบการณนพพานชัวขณะสันๆ เผือวาความปตปราโมทย ิ ่ ้ ่ ิ เล็กๆ ที่บังเกิดในเบื้องตนนี้จะโนมนําสูความสงบเย็น บอยครั้งขึ้นและนานขึ้นในภายหลัง ดังนั้นกอนเขาชมจึงควรเตรียมพรอมดวยการปฏิบัติ ตามขอกําหนด อาทิ ถอดรองเทาวางในที่ที่จัดเตรียมไว เก็บกระเปาสัมภาระในล็อกเกอร ปดโทรศัพทมอถือ สํารวม ื กายวาจา งดพูดคุยหรือสงเสียงรบกวนผูอน และทีขาดไมได ื่ ่ คือสํารวมใจใหสงบนิ่ง บริเวณประตูทางเขา นอกจากจะมีคูมือเลมบางให หยิบอานทําความเขาใจแลว ยังปรากฏภาพ “แจกดวงตา ธรรม” บนผนังทางซายมือ ทานพุทธทาสใชภาพนีสะทอน ้ ความหมายถึงการเผยแผธรรมะทีตองดําเนินตอไป อยาได ่ ทอถอย แมคนสวนใหญจะยังไมเปดใจยอมรับก็ตาม หองนิทรรศการนิพพานชิมลอง แบงออกเปน 5 สวน เริ่มจากเสียงสงบใจ ที่ใชเสียงระฆังกังวานเปนสื่อนํา ความสงบ ตามมาดวยนิพพานที่ขาพเจารูจัก สวนนี้อยู ภายในหองทรงรีคอนขางมืด ปรับอากาศใหเย็นสบาย และคลอดวยเสียงดนตรีบรรเลง รอบหองวางเบาะรองนั่ง สําหรับพักชมขอความที่หมุนเวียนฉายขึ้นบนผนัง ...หากบรรยากาศเย็นและมืดไมชักจูงใหงวงหลับไป เสียกอน จะลองนั่งหลับตาทําสมาธิที่นี่ก็ได สวนที่ 3 คือไตรตรองลองชิม ทามกลางทัศนียภาพ มุมกวางของสวนสาธารณะ พืนทีสวนนีจดเตรียมไวสาหรับ ้ ่ ้ั ํ ฝกเจริญสติผานการเดิน การยืน และการนัง ซึงไมวาจะอยู ่ ่ ในกิริยาอาการใด สิ่งที่ตองปลอยวางคืออารมณทั้งปวง สิ่งที่ควรยึดใหมั่นคือ “สติ” รูตัวกับการเคลื่อนไหวของ รางกายและการเคลือนผานของลมหายใจในทุกขณะ ทําได ่ ดังวา เกิดภาวะใจสงบ เย็น และวาง อยางแนนอน เมื่อกาวเขาสูสงบ เย็น และเปนประโยชน สิ่งที่เดน สะดุดตาคือตาลปตรที่ทานพุทธทาสทําขึ้นใชเอง ปรากฏ ขอความสั้นๆ ที่จดจํากลับไปไดนาน...“การทํางานคือการ ประพฤติธรรม” ขางๆ กันเปนสือมัลติมเดียทีใชแสดงภาพถายประกอบ ่ ี ่ เสียงบรรยายธรรม เครืองพิมพดดจําลองการพิมพพนยกรรม ่ ี ิ ั ประณิธาน 3 ประการ สะทอนรูปแบบการสรางสรรคงาน ของทานพุทธทาส ขอคิดธรรมะบันทึกดวยลายมือของ ทานพุทธทาสในแบบดิจตอลใหเลือกอานผานหนาจอสัมผัส ิ รวมถึงปฏิทินชีวิต จากมดลูกถึงโลกอุดร ที่บอกเลา ชีวประวัติโดยสรุปของทานพุทธทาส สุดทายปดฉากดวย...มุมสื่อสารเพื่อสืบสาน ปณิธาน พุทธทาส ที่ใหผูเขาชมแสดงความเห็นและความรูสึกจาก การลองชิมนิพพานลงในสมุด หรือจะเลือกพิมพผาน คียบอรดใหขอความปรากฏขึ้นบนผนังก็ไดเชนกัน
44
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
กดปุมเพื่อฟงเสียง ธรรมะบรรยายของ ทานพุทธทาส
3.
สวนโมกข กรุงเทพฯ เปดใหเขาชมทุกวันและจัดกิจกรรม ธรรมะใหพุทธศาสนิกชนเขารวมเปนประจํา เชน การ สวดมนตทําวัตรเย็นทุกวันจันทรถึงวันศุกร เวลา 17.3018.00 น. การเจริญสมาธิภาวนาอานาปานสติทกวันอาทิตย ุ เวลา 14.00-17.00 น. ดนตรีในสวนธรรมโดย อ.สุกรี และ คณะดุริยางคศิลป มหาวิทยาลัยมหิดล ในชวงเย็นของวัน อาทิตยที่ 3 ของเดือน การตักบาตรเดือนเกิดในทุกวัน อาทิตยแรกของเดือน การฝกโยคะในสวนธรรม เปนตน ดวยเหตุที่อาคารแหงนี้มีปริศนาธรรมปรากฏอยูตาม จุดตางๆ ดูเองตีความเองอาจเขาใจบางไมเขาใจบาง ที่นี่ จึงมีอีกหนึ่งกิจกรรมนาสนใจ นั่นคือ เรียนรูปริศนาธรรม ซึ่งสมาชิกธรรมะภาคีจะนําเดินชมและอธิบาย ในทุกวัน เสาร วันอาทิตย และวันนักขัตฤกษ วันละ 2 รอบ คือ 10.00 น. และ 13.00 น. สําหรับผูที่เคารพศรัทธาทานพุทธทาสหรือสนใจฝกใฝ ธรรมมากกวาการแวะเวียนเยี่ยมชม สามารถเสนอตัว เขารวมเปนอาสาสมัครเพื่อสนับสนุนการทํางานของ หอจดหมายเหตุฯ ได มีใหเลือกตามความถนัดสนใจและ
ความบอยถี่ในการสละเวลา เชน งานฐานขอมูลดิจิตอล งานบริการหนังสือและสื่อธรรมะ งานจัดเตรียมกิจกรรม ณ ลานหินโคง งานถอดเสียงคําบรรยาย งานแปล และ งานจัดทําตนฉบับเพื่อการเผยแพร ฯลฯ ไมเพียงเนื้อหาธรรมะที่สอดแทรกอยางรวมสมัยจะ เอื้อตอการรับรูของผูชมทุกระดับความใกลชิดพุทธศาสนา สถาปตยกรรมโดยรวมยังออกแบบอยางเปนมิตรกับผูสงอายุ ู และผูทบกพรองทางการเดิน อาทิ หองน้ำผูพการ ทางลาด ี่ ิ และลิฟตกวางๆ สําหรับวีลแชร ...ตัดกังวลเรื่องขึ้นบันไดไมไหว ตองใชไมเทา หรือนั่ง รถเข็นไปไดเลย หากรูสึกวาชีวิตวันนี้ชางวุนวายนัก ลองแข็งใจปลดตัว เองจากความเรงรีบอันเปนสามัญของคนเมืองและเดินเขา มาสูความสงบเย็นของสวนโมกข กรุงเทพฯ บาง ธรรมะทีไมใชยาขมและนิพพานชัวขณะทีไดชมลอง ่ ่ ่ ิ อาจเปนคําตอบที่เรารอคอยมาแสนนาน...ก็เปนได
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
45
สัตว์มหัศจรรย์
เรื่อง : น.สพ. รัฐพันธ์ พัฒนรังสรรค์ email : tomrattapan@yahoo.com
รวมมิตรเรื่องไก่
มหัศจรรย์ไก่ๆ ไม่สิ้นสุด ว่าด้วย...ไก่งามเพราะขนฯ
เริ่มกันด้วยคำพังเพยว่า “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะ แต่ง” กันเลยนะครับ ผมเลือกใช้คำว่า คำพังเพย ทั้งนี้เพราะตามพจนานุกรม แล้ว คำว่า “สุภาษิต” และ “คำพังเพย” มีขอต่างกันนิดหน่อย ้ ตรงที่สุภาษิตเป็นคำกล่าวที่มีคติสอนสั่ง มักจะว่ากันตรงๆ เช่น ทำดีได้ดี ทำชัวได้ชว แต่คำพังเพยอาจมีการเสียดสี ติชม ่ ั่ หรือมีการใช้ความเปรียบ ไก่งามเพราะขนนันจริงแน่ครับ เพราะไก่ไร้ขนคงไม่นารัก ้ ่ นะครับ แต่อาจจะออกไปทางน่ากิน เพราะมองๆ ไปเหมือน ไก่ต้ม หรือไก่ย่าง เอ้า...เอาน้ำจิ้มมา... แต่คุณผู้อ่านทราบไหมครับว่า ไก่หนึ่งตัว โดยเฉลี่ยมีขน กี่เส้น คำถามนี้ มีเกษตรกรคนหนึ่งในอเมริกาสงสัย และ หาคำตอบด้วยการนับขนในไก่พันธุ์ Barred Plymouth Rock ที่เป็นไก่ที่ให้ทั้งไข่และเนื้อได้ 8,325 เส้น อย่าไปถอนเล่นที่บ้านนะครับ เพราะการถอนขนไก่ตัว เป็นๆ ที่ยังมีสติสมบูรณ์นั้น เจ็บปวดมาก รูขุมขนของไก่นั้น ลึก และมีเนื้อเยื่ออ่อนภายในก้านขนด้วย ถ้าเป็นขนใหม่ ไม่เชื่อลองถอนผมท่านเอง หรือถอนผมคนที่อยู่ข้างๆ ก็ได้ ท่านจะทราบเหมือนกันว่า ความเจ็บปวดจากการถอน ผมตนเองนั้น บางทีจะเจ็บตัวน้อยกว่าถอนผมคนอื่น ที่อาจ จะเจ็บตัวภายหลังที่ไปทำเขาเจ็บๆ แล้วเขาถองเอา และมีเกร็ดมาแถมด้วยว่า เส้นผมบนศีรษะของคนเรา มี ประมาณ 100,000 – 140,000 เส้น ไม่นับคนศีรษะล้าน นะครับ และยังขึนกับสีผมด้วย คนผมสีแดง จะมีผมน้อยทีสด ้ ุ่ รองลงมา คือ สีดำ สีน้ำตาล ที่มากที่สุด คือ คนผมสีทอง ตรงนี้ เพื่อจะบอกว่า ไก่แต่ละพันธุ์ก็คงจะมีจำนวนขนต่างๆ กันไป และทราบไหมครับว่า ขนไก่มีความดกที่สุดที่ส่วนไหน ที่ ปีก ท้อง หลัง หรือที่คอและหัว คำตอบคือ ที่หัวและคอครับ ขนหนึ่งในสาม อยู่ที่คอและ หัว เพราะเป็นขนขนาดเล็ก ที่ปีกและลำตัว เป็นขนขนาด ใหญ่ แบบที่เห็นเขาเอามาทำปากกาในหนังฝรั่งย้อนยุคนั่น แหละครับ ในเสื้อกันหนาวหรือถุงนอนของประเทศที่หนาวมากๆ ขนของพวกเป็ด ห่าน ที่เรียกว่า Down ก็ใช้เป็นวัสดุ เพื่อกัน หนาว และมีความสามารถในการรักษาความอบอุนต่อน้ำหนัก ่ ของวัสดุ (Warmth-per-Weight) มากที่สุด สามารถม้วน เก็บให้เล็กได้มากที่สุด เมื่อคลี่ขยายออกมา จะพองตัวออก มาทำให้ถุงนอนหนา เก็บอุณหภูมิได้ดี ทั้งนี้ เพราะขนสัตว์ปีก มีความกลวง และเก็บอากาศไว้ ภายใน การสูญเสียความร้อนจากการเหนี่ยวนำก็ลดลง ลองนึกถึงข้างในกระติกน้ำร้อนนะครับ ที่มีช่องอากาศ
46
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
ภาพขยายเพื่อแสดงรายละเอียดของขนสัตว์ปีก : พอลูบขนที่แตกๆ แล้ว กลับเป็นแผ่นได้ เพราะตะขอเล็กๆ เหล่านั้น เกี่ยวขนไว้ทำให้เหมือนกับว่าขนสานกันเป็นแผ่น ไก่พันธุ์ Barred Plymouth Rock ตัวผู้และตัวเมีย
ความร้อนถ่ายเทผ่านอากาศได้ช้ากว่าทางวัสดุ ก็จะทำให้ เก็บความร้อนได้ดี แต่ขน Down ก็มีข้อเสียที่ว่าถ้าหากเปียก แล้วจะแห้งช้ากว่าเส้นใยสังเคราะห์ คุณผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า อ้าว...ทำไมเปียกล่ะ ก็เห็น ขนเป็ดที่ตัวเป็ด หรือขนไก่ที่โดนฝนโดนน้ำ ไม่เห็นเปียกเลย ทีขนเป็ด ขนไก่ ขนนก ไม่เปียก หรือเปียกยากนัน ก็เพราะ ่ ้ เป็ดไก่มีการไซร้เอาน้ำมันจากต่อมน้ำมันมาทาตามขนครับ และเขาหมั่นทาอย่างสม่ำเสมอด้วย เป็ดป่วย หรือไก่ป่วย เพียงไม่กวน ก็จะหมดสภาพขนมัน-สวย มาเป็นขนแห้งหยาบ ี่ ั ต่อมน้ำมันทีวานี้ อยูทแนวกลางหลัง ช่วงโคนหาง ถ้าท่าน ่่ ่ ี่ ไหนกินไก่ต้ม หรือไก่ย่างแบบกินทั้งตัว จะทราบดีว่า หางไก่ (ส่วนทีเป็นเนือ มิใช่สวนขนหางไก่) จะมีรปทรงเป็นสามเหลียม ่ ้ ่ ู ่ และมีก้อนเนื้อนูนขึ้นมาตรงโคน คล้ายๆ สิว มีรูเปิดอยู่ ใน สัตว์เป็นๆ ถ้าบีบดู อาจจะพบน้ำมันใสๆ ไหลออกมาได้ ใน เป็ด อาจจะมีกลิ่นสาบ แบบที่เรียกว่า สาบเป็ด ติดมือเรา ออกมาด้วย ท่านผู้อ่านบางท่านที่ชอบกินตูดไก่ย่าง ทราบไหมครับ ว่าทำไมส่วนนี้อร่อย เพราะความที่ส่วนนี้มีน้ำมันเยอะ ทำให้ ดูดซับพวกเครื่องหมัก ที่มีน้ำมันหอมระเหยเข้าไป ตลอดจน กลิ่นน้ำมันเวลาโดนความร้อน ก็จะมีความหอมในตัวของมัน เองอีกด้วย นอกจากน้ำมันแล้ว ด้วยโครงสร้างของขนไก่หรือขนเป็ด เองที่ประกอบไปด้วยส่วนย่อยของขน ที่มีลักษณะเป็นเส้น เกาะเกี่ยวกันเป็นตาข่ายด้วยตะขอเล็กๆ (ดูภาพประกอบ) ทำให้มีอากาศอยู่ระหว่างเส้นขนนั้นๆ โดยเฉพาะขนชนิดที่ ปกคลุมร่างกาย เป็นขนสั้น และฝอยเล็ก ละเอียด ยิ่งเก็บ
ฟองอากาศได้มาก ทำให้ไม่เปียกน้ำ ขนไก่นั้น คนเรานำมาทำประโยชน์ได้หลายอย่าง ไม่ว่า จะทำปากกา ไม้ขนไก่ แล้วก็ยังมีคุณค่าในการนำมาประดับ ประดาร่างกาย มิใช่แค่ไก่งามเพราะขนไก่ แต่คนก็ยังงาม เพราะขนไก่ (และขนนกอื่นๆ) อีกด้วย เริ่มกันตั้งแต่ชนเผ่าพื้นเมืองในหลายที่ นิยมเอาขนนก ป่าที่สวยๆ ยาวๆ มาประดับเป็นเครื่องแต่งศีรษะ อย่าง อินเดียนแดงก็จะใช้ขนนกอินทรี Bald Eagle งิ้วของจีนก็เอา หางไก่ฟ้ายาวๆ มาใช้ ในเมืองหนาวอย่างโลกตะวันตกจะใช้ หนังสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมมาทำเสื้อ แต่ก็ยังมีการใช้ขนนก มาประดับตามผ้าพันคอ หรือหมวก อย่างนักเต้นระบำ ก็จะ ชอบเอาขนนกกระจอกเทศขนาดใหญ่ๆ ยาวๆ มาย้อมสีแล้ว ทำเป็นเครื่องแต่งศีรษะ บ้านเราก็นำเข้าขนนกกระจอกเทศ มาใช้เพื่อการนี้ไม่ใช่น้อย ที่พิเศษในแง่โชคลางด้วยคือ พู่ขนสำหรับเครื่องประดับ ศีรษะลิเก ที่เป็นพู่นิ่มๆ ยาวขึ้นไปสองคืบ ดูไกลๆ คล้ายๆ เอาไม้ขนไก่มาเสียบ ตามโบราณดั้งเดิมแล้ว จะต้องใช้ขน อ่อนจากโคนหางนกตะกรุม ตรงโคนหางด้านล่างเท่านั้น ทุกวันนี้ ลิเกที่ยึดถือตำราโบราณ ยังไปขอให้คนเลี้ยงนก ตะกรุมตามสวนสัตว์ เก็บขนที่นกผลัดทิ้งไว้ เพื่อเอามาใช้ แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้ขนอย่างอื่นไปแล้ว เช่น ขนนกกระจอกเทศ หรือใยสังเคราะห์ หมดพื้นที่อีกแล้ว ฉบับหน้ามาว่ากันใหม่นะครับ
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
47
สวัสดีปีกระต่าย ขออวยพรให้เพื่อนพี่น้องชาวไทย โดยเฉพาะนักอ่านขาประจำ ของ “พลัง+งาน” ประสบความสุขมากมาย ส่วนความทุกข์ก็ละลายทิ้งไปกับปีเก่า ที่สำคัญ...ไม่เป็นกระต่ายตื่นตูมไปกับทุกสถานการณ์ดีร้ายที่จะผ่านเข้ามาในชีวิต แต่ถ้าอยากลับสมองเบาๆ แก้เหงาทุกสามเดือนก็แวะมาประลองยุทธ์ได้เสมอ ฉบับนี้ถึงคิวเติมอักษรในช่องว่าง อ่านคำใบ้แล้วลุยกันเลย 10 ข้อเท่านั้น
1. _ั่ _ เ _ี _ _
เมล็ดพืชขนาดจิ๋ว ต้มน้ำตาล ก็อร่อย เพาะถั่วงอกก็เอร็ด
2. เ _ _ _ _ิ _
6. _ั _ เ _ _ _์ ไ _ _ _ _ ไ _ _์ 7. ไ _้ _ิ่ _
หนึ่งในก๊าซพิษต้นเหตุของฝนกรด อวัยวะของร่างกาย อักเสบเมื่อใด ต้องตัดทิ้งทันที
8. _ _ _า _า _
ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่
นกถิ่นหนาว มีปีกไม่ใช้บิน แต่ ชอบว่ายน้ำกินปลา
3. เ _ _ _ _ _ิ _ _ _ี _์
ก้อนหินจากอวกาศที่วิ่งแหวกชั้น ปลูกพืชผักผลไม้ โดยไม่ใช้สารเคมี บรรยากาศตกลงสู่พื้นโลก ใดใดเลย 9. _ _ _ า _ ใ _ สิ่งสำคัญที่สุดของทุกชีวิต 4. แ _ _ _ า _ิ _ _์ 10. แ _ _ โ _ แหล่งพลังงานที่ไม่มีวันหมดของ ผลไม้ลูกกลม เปลือกเขียวเนื้อแดง มนุษยชาติ หวานฉ่ำชื่นใจ 5. _ิ _ เ _ _ี _ _ อุมน้ำดีมาก เหมาะแก่การปลูกข้าว ้
สำหรับเกมในฉบับที่แล้ว เกิดความผิดพลาดเล็กน้อยในข้อ 1 จึงยก ประโยชน์ให้ผู้อ่าน ส่วนอีก 9 ข้อที่เหลือคำตอบเป็นดังนี้
ภูทบเบิก - เพชรบูรณ์, ภูเรือ - เลย, ภูจองนายอย - อุบลราชธานี, เขาคิชฌกูฏ ั - จันทบุรี, เขาฉกรรจ์ - สระแก้ว, เขาแผงม้า - นครราชสีมา, เขาช้างเผือก กาญจนบุรี, ดอยตุง - เชียงราย, ดอยผ้าห่มปก - เชียงใหม่
และผู้โชคดี 5 ท่านที่ได้รับสมุดโน้ตลายน่ารักไปใช้งาน ได้แก่
กติกาเดิมๆ เขียนคำตอบลง ในหน้านี้ ในไปรษณียบัตร หรือ จะถ่ายเอกสารก็ได้ กรอกชื่อนามสกุลและที่อยู่ ส่งถึงนิตยสาร พลัง+งาน 211/2 ซ.งามวงศ์วาน 31 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ภายในวันที่ 8 เมษายน 2554 วายร้ายฯ มี “คู่มือหัวใสใช้ พลังงาน กู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศ” ของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ จำนวน 5 เล่มรอแจก
1. ธรรมสิทธิ์ พิศสะอาด เชียงราย 2. แจ่มศิริ เกษรสมบุญ กรุงเทพฯ 3. พนิตนาฎ เชวงกฤตยานนท์ นนทบุรี 4. ตุลย์ ยอดยิ่ง ตรัง 5. ฮาบีบ๊ะ สตอหลง ชุมพร
48
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554
โลกออนไลน์
เรื่อง : เต่าทองคะนองเว็บ
เปิดคลัง
สมุนไพรไทยที่
สมุนไพรเป็นความรูคภมปญญาไทยมาแต่โบราณ
บรรพบุรษของเราพึงพาสรรพคุณ ้ ู่ ู ิ ั ุ ่ เยียวยารักษามาหลายชัวอายุ
แม้การแพทย์แผนใหม่จะรุดหน้าไปไกล
่ สมุนไพรก็คงยังเป็นทางเลือกทีมควรละเลย
่ ิ
“สมุ น ไพร” เป็ น คำใช้เรียกพืช นานาชนิดที่มีคุณสมบัติในการบำรุง สุขภาพร่างกาย บรรเทาอาการเจ็บป่วย ไปจนถึงเยียวยารักษาโรค อาทิ กระเทียม ช่วยลดไขมันในเลือด มะระขี้นกช่วย ลดน้ำตาลในเลือด กระเจี๊ยบแดงช่วย ขับปัสสาวะ ฟ้าทะลายโจรบรรเทา อาการหวัดและเจ็บคอ เป็นต้น เพือให้ประชาชนมีความรูความเข้าใจ ่ ้ เกี่ยวกับสารพัดสมุนไพร สำนักงาน ข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงร่วมกับหน่วย บริการฐานข้อมูลสมุนไพร ศูนย์พันธุ วิศวกรรมและเทคโนโลยีชวภาพแห่งชาติ ี จัดทำฐาน “ข้อมูลสมุนไพรไทย” ที่ medplant.mahidol.ac.th และเปิดให้ ผู้สนใจสืบค้นอย่างสะดวกมานานเกิน สิบปี ...จะใส่ชอสมุนไพรเพือหาสรรพคุณ ื่ ่ ทางยาหรือเลือกลักษณะความเจ็บป่วย เพื่อค้นสมุนไพรที่เหมาะสมใช้รักษา ก็ได้ทั้งนั้น ไม่เพียงอธิบายศักยภาพการรักษา ปริมาณเหมาะสมสำหรับการรับประทาน และผลข้างเคียง (เฉพาะสมุนไพรบาง ชนิด) เว็บไซต์นี้ยังชี้แจงหลักการใช้ สมุนไพรที่ถูกต้องเอาไว้ 5 ข้อ หนึ่ง...ใช้ให้ถูกต้น โดยเฉพาะพวก ที่มีชื่อพ้องกันหรือเรียกแตกต่างกันใน แต่ละท้องถิ่น สอง...ใช้ให้ถูกส่วน ราก ใบ ดอก เปลือก ผล หรือเมล็ด ออกฤทธิ์มาก น้อยแตกต่างกัน สาม...ใช้ให้ถกขนาด เพราะน้อยไป ู ก็อาจไม่เห็นผล บางทีมากไปก็จะกลาย เป็นอันตรายไปเสียอีก สี่...ใช้ให้ถูกวิธี จะใช้ใบสด ใช้แบบ ตากแห้ง ใช้แบบต้ม หรือใช้ผสมเหล้า ต้องรู้โดยละเอียด และสุดท้าย ห้า...ใช้ให้ถูกกับโรค ข้อนี้หลักการเดียวกับยาแผนปัจจุบัน มิหนำซ้ำ ยังเปิดโอกาสรับคำถาม คาใจเกี่ยวกับสมุนไพร เพื่อตอบให้ หายสงสัยในส่วน “ถาม-ตอบ” แต่ หากต้องการข้อมูลแบบเจาะลึก สามารถโทรศัพท์ ส่งไปรษณีย์ ส่งอีเมล ไปปรึกษาก็ได้เช่นกัน สำนักงานข้อมูล สมุนไพรยินดีให้บริการฟรี ทั้งนี้ อาการเจ็บป่วยรุนแรงหรือ โรคร้ายบางชนิด เช่น งูกัด พิษสุนัขบ้า บาดทะยัก กระดูกหัก วัณโรค มะเร็ง ฯลฯ ล้วนหนักหนาเกินจะเยียวยาด้วย สมุนไพร คำตอบสุดท้ายจึงมีเพียงหนึ่ง เดียว...ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล
50
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2554
email : romsuan@hotmail.com เรื่อง : แมนอย
ตม-ยำ-ทำ-แกง
แมมะพราวขูดจะแพง แสนแพง ทะลุไปถึงกิโลกรัม ละ 80 บาท เพราะปญหา ภัยแลงและแมลงดําหนาม มะพราว กับหนอนหัวดํา มะพราวรุมกระหน่ำโดยแท แตอาหารและขนมของ คนไทยก็ยังตองพึ่งพา มะพราวอยูร่ำไป... เชนเดียวกับของหวาน แบบไทยๆ ที่อยากชวนให ลองลงมือทํา...หยกสมหวัง
เริมจาก...เปดแหวกระปองอินทรีย ่ จากมูลนิธิขาวขวัญ เทน้ำทิ้งไปแลว สงเอาแตเนื้อขึ้นมา หั่นแหวเปนชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ แลวเอาไปแชในน้ำคั้นจากใบเตยที่มี สีเขียวเขมแบบธรรมชาติสัก 10–15 นาที สวนน้ำเชื่อมก็ทํางาย เพียงแค เคี่ยวน้ำตาลทรายกับน้ำ สัดสวนให ออกหวานสักหนอย เพราะตองเผื่อไว
หยก ง สมหวั
ใสน้ำแข็ง เคี่ยวจนน้ำเชื่อมเหนียว ปลอยใหเย็น แลวเก็บแชตูเย็นเอาไว ระหวางนั้นใชมะพราวขูด 2 ขีด คั้นกะทิแยกหัว แยกหางไว เลือกใช แตสวนหัวกะทิ ใสเกลือปลายชอนลง ไป แลวคนใหละลายเขากัน ไดเปน กะทิสดสําหรับหยอดหนา จากนั้นหันมาจัดการแหวที่แชไว ในน้ำใบเตย สงแหวขึ้นมาแลวเอา แปงมันโรยคลุกเคลา คอยๆ เติมแปง และน้ำใบเตย ใหแปงมันกลายเปนสี เขียวออนๆ จับบางๆ ทั่วเนื้อแหว
แลวนําไปตากแดดใหแหงสัก 23 ชั่วโมง เวลาจะกิน ตังน้ำใหเดือด เอาแหว ้ คลุกใบเตยลงไปลวก สังเกตดูใหเนื้อ แปงใส สีเขียวจางๆ เปนเนื้อหยก จึง ตักขึนแลวเติมน้ำเชือม และน้ำกะทิสด ้ ่ จะกินรอนหรือใสน้ำแข็งก็ไดแลวแต ชอบ เมนูงายๆ สําหรับงานเลี้ยงทุก โอกาส กินแลวขอใหสมหวังสมใจใน สิงทีมงมันสรางสรรค รับขวัญปใหม ่ ่ ุ ่ นะคะ
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
51
สมุนไพรใกลรั้ว
เรื่อง : กระรอกบาน
่ ่ ั ผูอานทีเพิงรูจก ‘พลัง +งาน’ ้ ้ เลมนีเปนครังแรก กรุณาสืบหา เลมกอนหนานี้มาอานโดยไว เพื่อไขความลับวาทําไมถั่วทุก เมล็ดจึงใชสิทธิออกเสียง ที่ผานมาเลาเรื่องประโยชน ถั่วเหลืองแลว ครั้งนี้ถึงคราว... ถั่วเขียว ่ หากเปรียบเทียบวา ถัวเหลืองเปน ่ ุ ่ ่ ิ ถัวทีใกลชดกับชาวจีนและญีปน เพราะ มีเมนูอาหารจากถั่วเหลืองมากมาย ถั่วเขียวก็ใกลชิดคนไทยอยางยิ่ง เพราะคนไทยนอกจากกินขาวเปน อาหารหลักแลว ยังชอบกินกวยเตี๋ยว ๋ รสเด็ดหลากเมนู คนกินกวยเตียวยอม ขาด “ถั่วงอก” ไมได แมบางคนสั่ง ่ “ไมงอก” เพราะรังเกียจกลินหรือรสชาติ ๋ ู ั่ ่ ของถัวงอก แตถวงอกก็คชามกวยเตียว ของคนไทยอยางปฏิเสธไดยาก ถั่วเขียว มีคุณคาทางโภชนาการที่ ั่ ไมควรมองขาม แมถวเขียวจะมีแปงใน ี ปริมาณสูง แตมไขมันต่ำ และมีโปรตีน สูงเมื่อเทียบกับถั่วชนิดอื่นๆ
นักมังสวิรัติที่เบื่อถั่วเหลืองจึงมัก ่ เลือกกินถัวเขียวเปนแหลงอาหารโปรตีน ได และบรรดาสาวหรือหนุมหุนโต ผูตองการจํากัดไขมันในรางกายก็ควร นึกถึงถั่วงอกไว เพราะใหไขมันต่ำ ทนกลิ่นดิบๆ ของถั่วสักนิด และหลายคนอาจไมรูวาแปงใน ถั่วเขียวที่มีจํานวนมากนั้น นําไปผลิต เชิงอุตสาหกรรมทําเปนวุนเสน ซึ่งมี การศึกษาพบวา การกินวุนเสน (ที่ ่ ทําจากถัวเขียวนะ) รางกายจะยอยแปง ใหเปนน้ำตาลชากวาการกินอาหาร จากแปงชนิดอื่น เชน ขาวเหนียว เสนกวยเตี๋ยว เสนบะหมี่ เปนตน ่ ่ การทีรางกายยอยแปงจากถัวเขียว ไดชาลง จึงเปนเมนูที่มีการแนะนําให ผูเปนเบาหวาน ควรหันมากินอาหาร จากวุนเสนบาง เพื่อชวยรักษาระดับ น้ำตาลในเลือดไมใหพุงขึ้นเร็วเกินไป นัก แตก็ควรเดินสายกลาง อยาไดกิน ถั่วเขียวหรือวุนเสนมากเกินไป เพราะ ่ แปงหรือคารโบไฮเดรททีมากเกินกวา ่ ่ ทีรางกายตองการ จะเปลียนเปนไขมัน กองอยูในรางกายของเรา ซึ่งไมเปน ผลดีแน มองมุมสรรพคุณสมุนไพร เมล็ด ถั่วเขียวมีรสมัน ใชแกขอขัด บํารุง รางกาย แกรอนใน บํารุงกําลัง มีฤทธิ์ ขับปสสาวะ หากใชเปนยาภายนอกโดยใชเมล็ด ถั่วเขียวดิบหรือตมสุก นํามาตําพอก
มี สิ ท ธิ อ อกเสี ย ง (2)
ถั่ ว ...ทุกเมล็ด
แผล ชวยบมหนองใหฝสุกหรือแกฝได ่ และในตํารายาจีน หรือใครทีเติบโต มาในครอบครัวชาวจีนที่ยังสืบทอด การดูแลสุขภาพในครัวเรือนไว จะพบ วาแมมักจะตมถั่วเขียวใหลูกหลานกิน ่ ในฤดูรอน หรือในอากาศรอน เนืองจาก ์ ิ ุ ่ ถัวเขียวมีคณสมบัตหรือฤทธิเย็น และ รสหวาน จึงใชขับรอน แกกระหาย ขับพิษ ่ ่ื แมแตบางรายทีลมตัวดืมสุราเมรัย เมาอยางหนักจนไมสบาย ใหรีบตม ิ ่ ถัวเขียวกิน แกพษสุราได หรือจะเสริม พลังตมถั่วเขียวกับถั่วดําตามตํารา อาหารจีนกินแกเมาก็ยิ่งดีใหญ อากาศกําลังเริ่มเขาสูฤดูรอน ถา มีอาการรอนในทั่วไป หรือตองการ ขับพิษรอนในรางกาย ใหลองตม ั่ ่ ถัวเขียวกับขาวกลองกิน โดยแชถวเขียว ไวขามคืน แลวจึงตมกับขาวกลองจน ้ กลายเปนขาวตม แบงกิน 3 มือ เมนูนี้ ชวยแกรอนใน แลวในตํารายายังถือวา ชวยลดความดันโลหิตสูง ลดไขมันใน เลือด และจัดเปนเมนูบํารุงรางกายที่ ดีดวย ใครนอนดึก มีอาการรอนใน ตาแดง ้ ่ เจ็บคอ ทองผูก ใหตมถัวเขียวใสนำตาล เล็กนอยกิน จะชวยลดความรอน และ แกอาการเหลานี้ไดดี ถั่วเขียวบดผง ยังเปนโฮมสปา ใช ิ ขัดถูเรือนรางใหผวพรรณผุดผองไดดวย
52
กุมภาพันธ - เมษายน 2554
เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
- พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 9 พฤศจิกายน 2553 - มกราคม 2554
- พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 8 สิงหาคม 2553 - ตุลาคม 2553
- พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 7 พฤษภาคม 2553 - กรกฎาคม 2553
- พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 - เมษายน 2553
- พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 5 พฤศจิกายน 2552 - มกราคม 2553
- พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 4 สิงหาคม 2552 - ตุลาคม 2552
- พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 3 พฤษภาคม 2552 - กรกฎาคม 2552
- พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 - เมษายน 2552
- พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 1 พฤศจิกายน 2551 - มกราคม 2552
เนื้อหานี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย โดยแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

แสดงความคิดเห็น