ข้ามสู่เนื้อหาหลัก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ Thaihealth.or.th

รวมลิงก์ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์

  • ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์
  • กล่องค้นหาในเว็บไซต์
  • ไปยังเนื้อหาหลัก
  • ไปยังเมนูหลัก
  • ไปยังด้านบนสุด
  • แผนผังเว็บไซต์ Sitemap

ส่วนของสมาชิก

  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
คลิกที่นี่เพื่อต้องการปิดส่วนของเข้าระบบ

บัญชีผู้ใช้

ช่องที่มีเครื่องหมาย * หมายถึงช่องที่จำเป็นต้องกรอกข้อมูล
ข้อมูลเข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • ลืมรหัสผ่าน
กด ESC หรือปุ่ม ปิด เพื่อปิดหน้าต่างนี้

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง

ขณะนี้คุณอยู่ที่:

  • หน้าแรก
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
  • แนะนำสื่อ
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 - เมษายน 2554

พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 - เมษายน 2554

โดย webmaster | วันที่ 11 มกราคม 2555
ปกระตาย ขอใหเฮงๆ กันนะจะ สวัสดี ป ฏิ บั ติ ก า ร พ ลั ง ง า น เ พื่ อ ชุ ม ช น ฉบับที่ 10 กุมภาพันธ - เมษายน 2554 www.energygreenhealth.com “ถั่วเหลือง” หมึกพิมพ ดีจริง หรือ? ÇÃ¾Ñ ¹ ¸ ¤ÅŒ Ò Á侺٠Š ʶһ¹Ô ¡ ਌ Ò ¢Í§á¹Ç¤Ô ´ ... ºŒ Ò ¹àÅ็ ¡ ¡็ à Â็ ¹ ä´Œ ã ¹ÃÒ¤Ò»ÃÐËÂÑ ´ á¼¹¾ÅÑ § §Ò¹ÀÒ¤ãμŒ ¡Ñ º àÊŒ ¹ ·Ò§ÊÙ ‹ ¡ ÒÃ¾Ö ่ § μ¹àͧ à´Ô ¹ ÊÙ ‹ Ê §ºàÂ็ ¹ ³ ÊǹâÁ¡¢ ¡ÃØ § à·¾Ï âšÌ Í ¹ ! : ÊÔ ่ § ·Õ ่ ä Á‹ à Ë็ ¹ áÅÐäÁ‹ ä ´Œ Â Ô ¹ ã¹â¦É³Ò¢Í§¸Ø à ¡Ô ¨ ¾ÅÑ § §Ò¹ 50 บาท สวัสดีปกระตาย 2554 คะ ปใหมผานพนไปอยางรวดเร็ว ขอใหทานผูอาน พลัง+งาน มี ความสุขกันถวนหนา และมีพละกําลังมาสานสรางสิ่งดีๆ เพื่อ บอกตอซึ่งกันและกันอีกเชนเคย เชื่อหรือไมคะวา คนเล็กคนนอย สราง สิ่งที่ยิ่งใหญและนาสนใจไดจริงๆ พลัง+งาน ฉบับนี้ ยินดีนําเสนอใหเห็น กันจะจะไปเลย...เพราะพวกเราบุกไปสํารวจ ั้ ่ ่ ใหเห็นของจริงกันมาแลว ถึงไดตงชือเรืองวา “บานประหยัดโลก” ประหยัดโลกยังไง...คงตองติดตามราย ละเอียดขางในกันคะ ไมวาจะเปนบานสรางใหม เชนบานของ อาจารยเดชรัต สุขกําเนิด หรือปรับปรุง บานเกาใหเปนเกสตเฮาสฉลาดๆ ของ ่ วรพันธ คลามไพบูลย ทีถนนสามเสน ซอย 5 ...ลวนแตมีเคล็ดลับชวยประหยัดพลังงาน อยางนาสนใจ ยิ่งไปกวานั้น คนมีสตางคก็สรางสรรค อนาคตที่สดใสในเรื่องพลังงานไดเชนกัน เพราะบานของนักธุรกิจเชนคุณวันชัย พันธุ วิเชียร ก็ใชพื้นที่ดาดฟาของบาน โรงจอดรถ และหองจัดเลี้ยง ผลิตไฟฟาจากพลังงาน แสงอาทิตย และขายคืนใหกับการไฟฟา นครหลวงอีกตางหาก ชีวิตประจําวันที่ “คนอยูสบาย โลกก็อยู สบาย” จึงฉายภาพใหเห็นเดนชัด แลวอยางนี้ จะมองขามพลังของคนเล็กๆ ไดอีกหรือ? อวยพร แตชูตระกูล email : energymag@hotmail.com ที่ปรึกษา : รศ. นพ. กําจร ตติยกวี, นพ. ชาตรี เจริญศิริ, งามจิตต จันทรสาธิต, วิฑูรย เพิ่มพงศาเจริญ, วีรพงษ เกรียงสินยศ, ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร, ดร. สราวุธ แกวตาทิพย กองบรรณาธิการ : ดร. เดชรัต สุขกําเนิด, อวยพร แตชูตระกูล, ฐิตินันท ศรีสถิต, รุงทิพย สุขกําเนิด, ศุภกิจ นันทะวรการ, นาวิน โสภาภูมิ, กัลยา นาคลังกา ผูประสานงาน/โฆษณา/สมาชิก : กัลยา นาคลังกา, ยวิษฐา พิทักษวัชระ โทร 02-920 9691-2 บรรณาธิการศิลปกรรม : ดวงกมล กุลฉันทรุจิกร hellonong_@hotmail.com ศิลปกรรม : สุกัญญา วชรเนตร จัดพิมพโดย : มูลนิธินโยบายสุขภาวะ เลขที่ 87/495 หมูบานภัสสรรัตนาธิเบศร ซ.31 ถ.บางกรวย-ไทรนอย ต.บางรักใหญ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110 โทร 02-920 9691-2 แฟกซ 02-920 8845 email : energygreenhealth@yahoo.com สนับสนุนโดย : ชุดโครงการสนับสนุน จัดการความรู และประเมินผล โครงการวิจัยและพัฒนา “พลังงานทางเลือกเพื่อสุขภาพในชุมชน” สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.) ผลิตโดย : ทีมงาน “เมล็ดพันธุสีเขียว” 211/2 ถ.งามวงศวาน ซอย 31 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทร 087-4978087 email : energymag@hotmail.com พิมพที่ : บริษัท ออฟเซ็ท ครีเอชั่น จํากัด โทร 02-882 5486-7 มหัศจรรยไกๆ ไมสิ้นสุด วาดวย...ไกงามเพราะขนฯ 46 27 เปดคลังสมุนไพรไทยที่ medplant.mahidol.ac.th สารบัญ ถามมา-ตอบไป : พลังงานหมุนเวียน ชวยเรื่องความมั่นคง ทางพลังงานหรือไม? 3 4 6 10 18 22 26 27 30 โรงงานน้ำตาลกับ ความหวานยกกําลัง 4 50 32 34 36 38 40 42 46 48 50 51 52 พลังงานจากตางแดน : สวีเดนบอกลาเชื้อเพลิงฟอสซิล เปลี่ยนเปนหมึกถั่วเหลืองแลวดีจริงหรือ? มลพิษติดปลายนวม : ชุมชนตนแบบ : เรื่องจากปก : บานประหยัดโลก ขุมพลังขางบาน : รูทัน...พลังงาน : โรงเรียนวัดไทรใหญ...หัวใจสีเขียวของชุมชน ใชความชื้นสรางความเย็น โลกรอน ! : สิ่งที่ไมเห็นและไมไดยิน ในโฆษณาของธุรกิจพลังงาน หองรับแขก : วรพันธ คลามไพบูลย สถาปนิกเจาของแนวคิด... บานเล็ก ก็เย็นไดในราคาประหยัด พลังคน-พลังคลื่น : จับเขาเลาเรื่อง : ชีพจรลงเทา : อายุที่เหมาะสม...ของเงินเติมมือถือ กอนภูมิทัศนเมืองคอนไมมีวันหวนกลับ เดินสูสงบเย็น ณ สวนโมกข กรุงเทพฯ พลังงานนารู : ฉลาดใช : แผนพลังงานภาคใตกับเสนทางสูการพึ่งตนเอง รังตอ รังแตน ผุดปลาหมอ และการกอตัวเปนน้ำตาลทราย สัตวมหัศจรรย : ประลองยุทธ : โลกออนไลน : การลงทุนสีเขียว : ขอมูลชวนคิด : รอยเทาที่เราไมตั้งใจ โรงงานน้ำตาลกับความหวานยกกําลัง 4 รวมมิตรเรื่องไก (ตอนที่ 3) มหัศจรรยไกๆ ไมสิ้นสุด วาดวย...ไกงามเพราะขนฯ เปดคลังสมุนไพรไทยที่ medplant.mahidol.ac.th หยกสมหวัง รังตอ รังแตน ผุดปลาหมอ และการกอตัวเปนนําตาลทราย ตม-ยํา-ทํา-แกง : สมุนไพรใกลรั้ว : ถั่วทุกเมล็ดมีสิทธิออกเสียง (2) 26 : ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 10 กุมภาพันธ - เมษายน 2554 เรื่อง : ศุภกิจ นันทะวรการ email : suphakijn@yahoo.com ถามมา -ตอบไป พลังงานหมุนเวียน ชวยเรื่องความมั่นคงทางพลังงานหรือไม? ņ ņņ ņ ††††††ÅÅÅÅÅÅÅņÅÅÅÅņņ†† ņņņ ††Å††††Å†††† †Å†ÅÅņņ ÅÅÅÅÅÅņІ†† ņņņ ņņņņņņņņņņņŠตอบ : พลังงานหมุนเวียน ชวยสรางความมั่นคงทางพลังงานได แน แตขึ้นกับวา เราจะคิดเรื่องความ มั่นคงทางพลังงานวา ครอบคลุม เรื่องอะไรบาง ในอดีต เราอาจมุงเนนความ มั่นคงทางพลังงาน เพียงแคการมี พลังงานใชอยางสม่ำเสมอ ไม ขาดแคลน พลังงานหมุนเวียนจึงถูก มองวา ไมสามารถผลิตไดตลอดเวลา เชน ถาลมไมพัดหรือไมมีแสงแดด ก็ ผลิตไมได ทังทียงมีพลังงานหมุนเวียน ้ ่ั อีกหลายประเภทที่สามารถผลิตได สม่ำเสมอ ไมวาจะเปนพลังน้ำขนาด เล็ก กาซชีวภาพ หรือชีวมวล แตกลับ ไมคอยถูกพูดถึงหรือยกตัวอยางในสือ  ่ ตางๆ และหากเราไมไดมองทีละ โครงการแตมองในภาพรวม ซึ่งมี กังหันลม แสงอาทิตย และพลังงาน หมุนเวียนตางๆ จํานวนมากกระจาย อยูทวประเทศ และกําลังเพิมขึนเรือยๆ  ั่ ่ ้ ่ ดังนั้น จึงมีกําลังผลิตในระดับหนึ่ง แนนอน เพราะไมมีชวงเวลาใดที่ทุก โครงการหยุดผลิตพรอมกัน โดยใน การวางแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟา ของประเทศฉบับลาสุดในป 2553 ก็ กําหนดตัวเลขความมั่นคงระดับหนึ่ง ของแตละพลังงานหมุนเวียนไวแลว ยิ่งไปกวานั้น การพิจารณาความ มั่นคงทางพลังงานเพียงแคการมี พลังงานใชสม่ำเสมอนั้น ไมเพียงพอ แลว ในขณะทีเรากําลังเผชิญกับความ ่ เสี่ยงใหมๆ ไมวาจะเปนความเสี่ยง จากราคาน้ำมันและราคาเชือเพลิงอืน ้ ่ ทีเพิมขึน เรือยๆ ความเสียงจากปญหา ่ ่ ้ ่ ่ โลกรอน รวมทั้งความเสี่ยงจากความ ขัดแยงทางสังคมจากโครงการพลังงาน ลวนเกี่ยวของกับความมั่นคงทาง พลังงานในโลกยุคปจจุบันนี้ ซึ่งพลังงานหมุนเวียนสรางความ มั่นคงดานพลังงานในเรื่องเหลานี้ ดวยการใชประโยชนจากแหลง พลังงานที่มีในทองถิ่นตางๆ เปน ภูมิคุมกันในภาวะที่น้ำมันแพงขึ้น รวมทั้งเปนทางออกในเรื่องปญหา โลกรอน เพราะมีการปลอยกาซเรือน กระจกนอยมากหรือไมปลอยเลย และยังชวยลดความขัดแยงทางสังคม เนื่องจากเปนโครงการขนาดเล็กกวา มีมลพิษนอยกวา และชวยกําจัดของ เสียดวย [ หากมีขอสงสัยที่คิดไมออก และหาคําตอบไมได ในทุกเรื่องเกี่ยวกับพลังงาน อยาปลอยความสงสัยใหคางคาใจ อีกตอไป เพียงแคสงคําถามมาที่ email : suphakijn@yahoo.com ...รับรองวาเมื่อคุณกลาถาม...เราก็กลาตอบ กุมภาพันธ - เมษายน 2554 “ “ ņņņ ÅņņÅņņņ††††ÅÅÅÅÅÅÅņÅÅÅÅÅÅÅÅÅÅņņ††††††ÅÅÅņ ††Å††Å† † : ņ†† Åņ†Å† † †Å† ††Å††††Å†††† †††††††ÅÅÅÅÅÅÅÅ ††† ÅÅņÅņŠÅŠņ ÅÅÅÅÅÅņІ†† ņ ņ ††Å† ņņņ Å †Å†††† †ÅŠņ†Å† ņÅÅņ††††ÅÅÅÅÅÅņ††Å†††Å† †† †Å†Å†† †Å†††Å† ņ ņ ņ Å Åņ††Å ņ Šņņ Å ÅņÅÅÅÅņ†† Åņņņ †††ÅÅÅÅņ††††††ÅņņÅÅÅņÅņÅņņÅņÅņÅÅņņ ņŠŠ] 3 พลังงานจากตางแดน เรื่อง : ดาวพลูโต สวีเดนบอกลา เชื้อเพลิง แมจะเปนเรื่องที่ยากจะทําได แตชาวบานกวา 80,000 คนของเมือง Kristianstad ซึ่งอยูทาง ตอนใตของประเทศสวีเดน ก็ใชเวลาและความ พยายาม กระทั่งการบอกลาเชื้อเพลิงฟอสซิล เปนจริงไดในที่สุด ฟอสซิล ทันทีที่ประเทศสวีเดนประกาศวา จะเปนประเทศแรกที่จายภาษีการ ปลอยกาซคารบอนไดออกไซด จาก การใชเชื้อเพลิงฟอสซิล เมือง Kristianstad ก็เริ่มขยับตัว เตรียมความพรอมเพื่อรับมือกับการ เปลี่ยนแปลงที่จะตามมา เพราะรูดีวา เพียงแคระบบทําความรอนทีใหบริการ ่ คนทั้งเมือง ซึ่งใชน้ำมันเปนเชื้อเพลิง จะทําให “กระเปาฉีก” อยางแนนอน หวงเวลานั้นคือป 2534 การ ประกาศเจตนารมณวา จะเลิกใช เชื้อเพลิงจากฟอสซิลทุกชนิด ไมวาจะ เปนน้ำมัน กาซธรรมชาติ หรือถานหิน ก็ทาใหผบริหารของเมือง Kristianstad ํ ู กลายเปนตัวตลกในพริบตา แตการเริ่มตนที่หลายคนเชื่อวา “ยากที่จะเปนไปได” ไมตางอะไรกับ การประกาศวาจะหยุดตัวเลขผูเสียชีวต  ิ จากอุบัติเหตุบนทองถนน ใหเหลือ เทากับ “ศูนย” ก็แปรเปลี่ยนเปน ความทาทาย โจทยยากขอแรกคือ หากคนทั้ง เมือง Kristianstad จะพึ่งพาตัวเองให ไดในเรื่องพลังงาน อะไรคือคําตอบ... แนนอนวา ดวยพื้นฐานของการ ประกอบอาชีพของคนในเมืองนี้ นั่น คือ การทําเกษตร เลี้ยงสัตว พรอม กับแปรรูปเขาสูอุตสาหกรรมการผลิต อาหาร ลวนเกิด “สารพัดของเสีย” ในปริมาณมหาศาลตามมา ไมวาจะเปนเปลือกมันฝรั่ง มะเขือ เทศเนา เศษไม น้ำเสีย ขีไก ขีหมู และ ้ ้ ขี้วัว...ซึ่งนําไปผลิตแกสชีวภาพหรือที่ เรียกวาไบโอแกสไดทั้งนั้น เมือมองไปทางไหน ก็เห็นแตวตถุดบ ่ ั ิ ที่นําไปผลิตพลังงานไดรอบตัว เมือง 4 กุมภาพันธ - เมษายน 2554 เรียบเรียงขอมูลจาก : www.nytimes.com/2010/12/11/science/earth/11fossil.html Kristianstad ก็หลุดพนจากความ ละลาละลัง พลังงานจากชุมชนของ ตนเองจึงถูกหยิบยกขึ้นมาเปน “ทางรอด” และถูกนํามาใชอยาง เต็มเม็ดเต็มหนวย โดยรัฐบาลสวีเดนสนับสนุนเงิน งบประมาณเพือใหการเริมตน “งายขึน” ่ ่ ้ ไมวาจะเปนการวางระบบโครงขาย พลังงานของเมืองใหมทั้งหมด รวม ทั้งสรางโรงไฟฟาแหงใหมที่ใชสารพัด ของเสียจากฟารมเปนเชื้อเพลิง นับจากป 2536 เปนตนมา ชาว บาน Kristianstad จึงไดสัมผัสกับ กระบวนการหมักเศษของเหลือใชจาก ฟารม เพือใหเกิดแกสทีพรอมปอน ่ ่ เขาสูระบบทําความรอน สงผานทอสู บานเรือนของคนทั้งชุมชน จนกระทั่ง ขยับขยายกลายเปนเชือเพลิงเพือใชกบ ้ ่ ั ยานพาหนะทุกชนิดในเวลาตอมา แตกวาจะไดลิ้มรสชาติของความ สําเร็จ ก็ตองใชระยะเวลายาวนานนับ สิบป โดยมีแรงกระตุนเกิดขึนเปนระยะ  ้ ไมวาจะเปนภาษีการปลอยกาซ คารบอนไดออกไซดที่ผูกติดกับความ ตืนตัวเรือง ภาวะโลกรอน...ราคาน้ำมัน ่ ่ ดิบทีพงทะยานสูงขึน ในขณะทีสถานที่ ่ ุ ้ ่ บางแหง อาทิ ระบบทําความรอนของ โรงเรียนและโรงพยาบาล ตองทํางาน อยูตลอดเวลา...หลายประเทศทังยุโรป  ้ และสหรัฐอเมริกา ตื่นตัวเรื่องการ พึ่งพาตัวเองดานพลังงาน ดวยการ ควานหาแหลงพลังงานหมุนเวียน และมีการลงทุนตั้งโรงไฟฟาพลังงาน หมุนเวียนอยางเปนจริงเปนจังตามมา ซึ่งลวนย้ำเตือนใหชาวเมือง Kristianstad เชื่อมั่นวา...กาวเดินมา ถูกทางแลว “นี่คือความมั่นคงดานพลังงาน ของเราเองอยางแทจริง เราไมตองซื้อ น้ำมันจากตะวันออกกลาง หรือนอรเวย อีกตอไปแลว แถมยังมีการจางงาน มากขึ้นดวย” Lennart Erfors วิศวกร ผูคอยดูแลการเปลียนผานดานพลังงาน  ่ จากใชนำมันเปนเชือเพลิงสูการพึงพา ้ ้  ่ ไบโอแกสที่ผลิตไดในชุมชน กลาว เชนนั้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเมือง Kristianstad ทําใหทกวันนีคนทังเมือง ุ ้ ้ คุนชินกับการใชไบโอแกสเปนเชือเพลิง  ้ มีปมไบโอแกสสําหรับเติมรถยนตผดขึน  ุ ้ มากมาย สะดวกและทันสมัยไมแพ ปมน้ำมันแบบเดิมๆ ที่สําคัญรถยนตที่เติมไบโอแกส ยังจายนอยกวารถยนตที่เติมกาซ ธรรมชาติถึง 20 เปอรเซ็นต และยิ่ง “จายนอยกวามากๆ” เมื่อเทียบกับ การเติมน้ำมัน สําหรับบานเรือนที่อยูหางไกล รัฐบาลก็สนับสนุนงบประมาณสําหรับ สรางเตาเผาเศษไมชิ้นเล็กชิ้นนอย เพื่อผลิตเปนพลังงานไวใชเอง ทั้งใน ระดับครัวเรือนและธุรกิจ ซึ่งมีตนทุน ถูกกวาครึ่งเมื่อเทียบกับการใชน้ำมัน เปนเชื้อเพลิง ยิงนานวัน การตัดสินใจ “บอกลา” ่ น้ำมันเชือเพลิงของเมือง Kristianstad ้ โดยมีภาครัฐใหการสนับสนุนดาน เงินทุน ไดสงสัญญาณทีชดเจนมากขึน  ่ั ้ เรื่อยๆ วาเปนการตัดสินใจที่ถูกตอง คุมคา และชวยประหยัดเงินคาน้ำมัน ในแตละปไดมหาศาล เฉพาะระบบทําความรอนของเมือง แหงนี้ จากเดิมเคยใชน้ำมันเปนเชื้อ เพลิงปละ 7 ลานดอลลาร แตเมือหันมา ่ ใชไบโอแกส คาเชือเพลิงก็ลดลงเหลือ ้ แค 3.2 ลานดอลลาร เทานั้น ทังนีการดําเนินการผลิตไบโอแกส ้ ้ เพื่อปอนเขาสูระบบทอสงความรอน ซึงถือเปนหัวใจสําคัญของเมือง ก็ทาให ่ ํ มีเงินสดหมุนเวียนมากยิ่งขึ้นอีกดวย เพราะเจาของฟารมหรือโรงงาน ตองจายคาบําบัดน้ำเสียที่เกิดขึ้นจาก กระบวนการผลิต ใหกับบริษัทผลิต ไบโอแกส และบริษัทฯ ก็จะนําแกสที่ ไดสงไปขายเพื่อผลิตเปนความรอน ไฟฟา หรือเชื้อเพลิงอีกทอดหนึ่ง... หมุนเวียนกันไปเชนนี้ เมือง Kristianstad จึงวางเปาหมาย ที่สูงขึ้นไปอีกวา ภายในป 2563 จะ ลดการปลอยกาซที่กอใหเกิดภาวะ โลกรอนลง 40 เปอรเซ็นตเมื่อเทียบ กับป 2533 และหากทําไดสําเร็จ ก็จะคอยๆ เพิ่มความเขมขนมากยิ่งขึ้น ถึงขั้นทํา ใหเมืองแหงนี้ไดชื่อวาไมปลอยกาซที่ ทํารายโลกออกมาอีกเลย กุมภาพันธ - เมษายน 2554 5 ชุมชนต้นแบบ เรื่องและภาพ : ฐิตินันท์ ศรีสถิต และ อวยพร แต้ชูตระกูล โรงเรียน วัดไทรใหญ่... หัวใจสีเขียว ของชุมชน หากโรงเรียน วัด บ้าน คือสามส่วนประกอบสำคัญซึ่งสามารถชี้นำทิศทาง ของชุมชนได้จริง โรงเรียนที่สร้างสรรค์กิจกรรมการเรียนรู้สีเขียวอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องนานนับสิบปีก็น่าจะกระตุ้นคนในชุมชนให้หันมาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม มากขึ้นตามไปด้วย หนึ่ ง ในนั้ น คื อ โรงเรียนวัดไทรใหญ่ ในตำบลไทรน้อย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี สถานศึกษาซึงอยูชดติดกำแพง ่ ่ิ วัดไทรน้อยและเป็นบ้านหลังที่สองของนักเรียนอนุบาลถึง ประถมศึกษาปีที่ 6 กว่า 1,300 คน รวมถึงคุณครูอกกว่า 50 ชีวต ี ิ ก้าวแรกบนเส้นทางห่วงใยสิ่งแวดล้อมของที่นี่เริ่มต้นขึ้น ในปี พ.ศ. 2540 เมื่อบรรดาคุณครูต่างเห็นพ้องที่จะรับมือ กลิ่นรำคาญจมูกขั้นรุนแรงจากภูเขาขยะขนาดมหึมาในรัศมี 2-3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นฝีมือการทิ้งของคนทั้งจังหวัด ด้วยการ ปลูกจิตสำนึกให้เด็กๆ ในโรงเรียน ...เพราะเชื่อว่าการแก้ไขที่รากฐานของสังคมจะสามารถ จัดการปัญหาขยะได้อยู่หมัดกว่าวิธีการอื่นๆ ขยะเพิ่มทรัพย์...เพิ่มสำนึก สุนนท์ เกตุกราย คุณครูชำนาญการพิเศษซึงรับบทแม่พมพ์ ั ่ ิ ของชาติมานานเกิน 35 ปี ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ ขยะรีไซเคิล เล่าย้อนถึงช่วงก่อร่างสร้างสีเขียวว่า เมือได้ขอสรุป ่ ้ จะปลูกจิตสำนึก ก็ช่วยกันปั้นหลักสูตรท้องถิ่นของสถานศึกษาอยู่ประมาณสองปี โดยบูรณาการเรื่อง “ขยะ” เข้าไป ในทุกวิชาและทุกระดับชั้น ไม่เว้นแม้เด็กอนุบาล! “อนุบาลก็เริ่มง่ายๆ หน่อย แค่สอนให้เขาทิ้งขยะลงถัง ชั้นประถมต้นก็ให้รู้จักแยกประเภทขยะ ชั้นประถมปลายถึง ได้นำขยะมาประดิษฐ์สิ่งของ” ครูสุนันท์ เล่าพร้อมรอยยิ้ม การฝึกคัดแยกขยะที่โรงเรียนกลายเป็นพฤติกรรมติดตัว กลับไปบ้าน ซึ่งเมื่อสอบถามไปทางผู้ปกครอง ก็พบว่า ได้รับ ความสนใจพอสมควร กระทังปี 2545 สิงทีลงแรงมาจึงขยับขยายขึนเป็นธนาคาร ่ ่ ่ ้ ขยะ ภายใต้ชื่อ “โครงการขยะเพิ่มทรัพย์” ซึ่งได้รับการ สนับสนุนจากหน่วยงานอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมของ จังหวัดนนทบุรี  กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 เราทำให้โรงเรียน ทำให้ชุมชน โรงเรียน ก็เลยเข้มแข็ง กลุ่มพี่ใหญ่ชั้นป.6 กับผลงานประดิษฐ์โคมไฟ จากขวดพลาสติกขนาด 1.5 ลิตร คุณครูสุนันท์ เกตุกราย แกนนำเรื่องสิ่งแวดล้อม ของโรงเรียนวัดไทรใหญ่ เตาเผาถ่านขนาดกะทัดรัดของโรงเรียนวัดไทรใหญ่ ใช้เวลาเผาเพียง 7-8 ชั่วโมงเท่านั้น แถมยังขี้เถ้าน้อย เหลือเชื่อ “เมื่อเด็กๆ นำขยะมาขายและได้ลองทำหน้าที่รับซื้อขยะ เขาก็เห็นคุณค่าของขยะมากขึ้นและรู้สึกว่าขยะมีมูลค่าจริง” ครูสุนันท์กล่าว ธนาคารขยะของโรงเรียนวัดไทรใหญ่ตั้งราคารับซื้อ กระดาษ ขวดพลาสติก ขวดแก้วสูงกว่าซาเล้ง ซึ่งเมื่อนำไป ขายต่อให้ศนย์รบซือขยะรีไซเคิลละแวกโรงเรียน ก็จะคืนกำไร ู ั ้ มาที่นักเรียนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ครูสุนันท์อธิบายว่า โรงเรียนจะไม่หกอะไรเก็บไว้เลย แถมยังสนับสนุนงบประมาณ ั เพิมเติมด้วยซ้ำ เพราะผูบริหารเห็นความสำคัญของกิจกรรมนี้ ่ ้ ความแข็งขันจริงจังของเด็กในการจัดการซื้อขายขยะมีค่า โดยมีคุณครูช่วยประคองอยู่ห่างๆ ไม่เพียงส่งผลให้ธนาคาร ขยะของโรงเรียนวัดไทรใหญ่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในการ ประกวดนวัตกรรมการศึกษา ประจำปี 2548 แต่ยังคว้า รางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับภาคกลาง ในการประกวดธนาคารขยะรีไซเคิลของ กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปีถัดมาอีกด้วย พวกเขาไม่ได้มัวหยุดชื่นชมความสำเร็จที่มีรางวัลการันตี แต่ยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ โดยเมื่อสองปีที่แล้ว ครูสุนันท์ ทราบข่าวผ่านทางเว็บไซต์เกี่ยวกับการรับซื้อขวดแก้วของ บริษท บางกอกกลาส จึงสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกแล้วต่อยอด ั เป็นโครงการ “ผ้าป่าขวดแก้ว” “โครงการนี้เราไม่รับซื้อขวดแก้ว แต่ใช้วิธีรับบริจาคเพื่อ ปลูกจิตอาสาให้เด็กๆ เขาก็จะพกขวดแก้วจากบ้านมาบริจาค แล้วเขียนชื่อใส่ไว้ในกล่อง พอเทศกาลปีใหม่หรือวันเด็กก็จะ เอาชื่อของนักเรียนที่บริจาคขวดแก้วมาจับสลากแจกของ รางวัล พอครบเดือนบางกอกกลาสก็มารับซื้อขวดแก้วถึง โรงเรียน ขวดแก้วที่รวบรวมไว้ขายได้ 500-600 บาทต่อ เดือนเลยนะ” ครูสุนันท์เล่าอย่างอารมณ์ดี ทว่าโครงการธนาคารขยะถึงจังหวะหยุดพักชั่วคราว ตลอดปีการศึกษา 2553 เนื่องจากโรงเรียนวัดไทรใหญ่ต้อง แบ่งอาคารเรียนให้ครูและเด็กๆ ชันมัธยมจากโรงเรียนไทรน้อย ้ มาร่วมใช้งาน ...ไม่เพียง พลัง+งาน ที่อดเห็นบรรยากาศการรับซื้อขยะ อย่างคึกคักของเด็กนักเรียน ผู้ปกครองเองยังส่งเสียงเรียก ร้องให้ดำเนินการต่อ คุณครูจึงต้องคอยชี้แจงพร้อมให้ สัญญา เริ่มต้นปีการศึกษาหน้าธนาคารขยะจะกลับมา แน่นอน กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554  สนุกที่สุดก็ตอน เทเทียน เพราะ กลัวหก เอาเทียนไปขายที่ ตลาดน้ำ คนมาซื้อ เยอะเลยค่ะ ก็ช่วยกัน อธิบายว่าพวกเรา ทำกันเอง กาแต่ละใบ ใส่เทียนแต่ละสี จะได้ไม่ปนกัน ด.ช. ณัฐพงศ์ กรองทอง นักเรียนชั้นป.5 ด.ญ. ธัญรัตน์ สุขไพศาล นักเรียนชั้นป.5 ด.ช. พิสิฐ มหัทธนานนท์ นักเรียนชั้นป.5 สนุกค่ะ ทำไม่ยากเลย ทุกสีใช้ไล่ยุงได ้เหมือนกัน ด.ญ.ผกาสินี สินธนไพศาล นักเรียนชั้นป.6 เศษเทียนเชื่อมสัมพันธ์ เป็นความริเริมของคุณครูอกครังทีเชิญวิทยากรภูมปญญา ่ ี ้ ่ ิ ั ท้องถิ่นมาสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ทำเทียนหอม ไล่ยุง โดยตอนแรกก็ใช้ขี้ผึ้งใหม่แกะกล่องถูกต้องตามตำรา หล่อผสมกับน้ำมันตะไคร้หอม และเทใส่ขวดแก้วบรรจุซุปไก่ สกัดหรือเครื่องดื่มรังนกที่ผ่านการล้างทำความสะอาดแล้ว เมือสังเกตเห็นเศษเทียนทีเหลือจากพานวันไหว้ครู จึงเริม ่ ่ ่ พลิกแพลงนำเทียนเหล่านั้นมาหลอมใหม่แล้วใช้แทนขี้ผึ้ง ซึ่ง ก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ล่าสุดได้เปลี่ยนมาใช้เศษเทียนจากวัด ทั้งที่ถูกจุดในช่วง เข้าพรรษาและกิจกรรมการเวียนเทียนในวันสำคัญทาง ศาสนา โดยเศษเทียนจะถูกแยกกลุ่มตามสีสันที่แตกต่างกัน ก่อนใช้งาน และสีจากเศษเทียนนี่เองที่เติมสีหวานๆ ให้ เทียนหอมไล่ยุงไปโดยปริยาย “หลังๆ นี่ทางวัดคอยเก็บเศษเทียนพรรษาไว้ให้เราเลย” ครูสุนันท์เสริม วิมล พัวพินิต คุณครูผู้ควบคุมดูแลกิจกรรมผลิตเทียน หอมไล่ยง เล่าว่า เทียนหอมไล่ยงวางขายในสหกรณ์โรงเรียน ุ ุ เมื่อมีงานออกร้านเด็กๆ ก็จะนำผลงานไปวางขายในราคา ย่อมเยา บางครังพากันไปขายทีตลาดน้ำในช่วงวันหยุดเสาร์้ ่ อาทิตย์ด้วย แต่ราคาของน้ำมันตะไคร้หอมที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ผลักให้ คุณครูตองช่วยกันพลิกแพลงส่วนผสมอีกครัง โดยกำลังทดลอง ้ ้ ใช้น้ำมันจากเปลือกส้มแทนน้ำมันตะไคร้หอม และเติม การบูรลงไปอีกเล็กน้อย...จะออกหัวหรือก้อยยังต้องลุ้นต่อ มิใช่รอคอยเศษเทียนจากวัดเพียงฝ่ายเดียว โรงเรียน วัดไทรใหญ่ตอบแทนพระคุณของวัดด้วยการให้นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 ช่วยกันประดิษฐ์โคมเทียนจากขวดน้ำ พลาสติกสีขาวขุ่นที่รวบรวมได้จากการแยกขยะ และนำไป ถวายวัดนับรวมปีละหลายพันชิ้น ทั้งนี้ วัดจะซื้อเทียนไขหลากสีมาใส่โคมเทียนและขายให้ ญาติโยมที่มาร่วมกิจกรรมเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชา วิสาขบูชา และอาสาฬหบูชา โคมเทียนที่ผ่านการใช้งานจะ ถูกส่งกลับมาที่โรงเรียนอีกครั้งเพื่อแยกโคมเทียนส่งขายเป็น ขยะพลาสติก ขณะที่เศษเทียนจะนำไปหลอมทำเทียนหอม ไล่ยุง การเวียนเทียนที่วัดไทรน้อยจึงไม่สร้างปัญหาขยะแต่ อย่างใด ...ที่ดีเยี่ยมกว่านั้นคือความเกื้อกูลอันแนบแน่นระหว่าง สองสถาบันหลักของชุมชน ก้าวต่อๆ ไปเพื่อสิ่งแวดล้อม นอกจากการต่อยอดสิ่งประดิษฐ์จากโครงการธนาคาร ขยะแล้ว ชาววัดไทรใหญ่ยังสนใจเรื่องพลังงานอีกด้วย คราว นี้เป็นฝ่ายนักเรียนบ้างที่ลุกขึ้นมาชักชวนคุณครูให้สร้างเตา  กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 ขวดแก้วขนาดพอเหมาะสำหรับ เทเทียนหอมไล่ยุง คุณครูวิมล พัวพินิต กับผลงานเทียนหอมไล่ยุง โคมเทียนจากขวดพลาสติกขาวขุ่นสำหรับ กิจกรรมเวียนเทียน เผาถ่านเคลื่อนที่ไว้ใช้ในโรงเรียนหลังจากเห็นมันในทีวี ไอเดี ย ดี ๆ แบบนี้ คุ ณ ครู วิ ท ยาศาสตร์ อ ย่ า งสุ นั น ท์ สนับสนุนเต็มที่ จึงประสานกับเพื่อนครูที่มีประสบการณ์การ ผลิตน้ำส้มควันไม้มาร่วมทีม จากนันก็ควานข้อมูลในเว็บไซต์ ้ และพูดคุยศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยพาเด็กนักเรียนไปด้วย โปรเจ็คต์นี้ทั้งครูทั้งศิษย์ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน แถมยัง สามัคคีออกแบบโดยย่อขนาดจากถังน้ำมัน 200 ลิตรที่นิยม ใช้กันทั่วไปเหลือเพียงถังแก๊สส่องปลาขนาด 100 ลิตร ทันทีที่สร้างเสร็จก็ทดลองเผาเศษไม้จากการตัดแต่งกิ่ง ภายในโรงเรี ย นและกะลามะพร้าวจากโรงงานในชุมชน ปรากฏว่าผลงานชิ้นล่าสุดของเทอมนี้ประสบความสำเร็จ งดงาม ได้ถ่านไม้และน้ำส้มควันไม้คุณภาพดีถึงขนาดต้น ตำรั บ ภู มิ ปั ญ ญาท้ อ งถิ่ น ซึ่ ง เป็ น ผู้ ถ่ า ยทอดเคล็ ด วิ ช ายั ง ออกปากชม คุณครูผู้มองไกลจึงวางเป้าหมายต่อไปที่การขยายผลสู่ ชุ ม ชน โดยจะเสนอโครงการไปยังองค์การบริหารส่วน จังหวัดเพื่อของบประมาณมาสร้างเตาเผาถ่านรุ่นนี้แจกจ่าย ให้ชาวบ้านหรือโรงเรียนอื่นๆ ได้ใช้งานกันบ้าง ขณะเดียวกันโครงการธนาคารขยะที่สร้างชื่อและกวาด หลายรางวัลมาให้ชาววัดไทรใหญ่ชื่นใจก็กำลังจะสยายปีก ออกนอกรั้วโรงเรียนด้วย คุณครูสุนันท์เปิดเผยถึงแนวคิด การตั้งศูนย์รับซื้อขยะของชุมชนว่า เริ่มนำร่องแล้วในหนึ่ง หมู่บ้านและออกสตาร์ทด้วยการรับซื้อขวดแก้ว ซึ่งสะดวกใน การจัดการ เพราะเมื่อบางกอกกลาสส่งรถมารับ “ผ้าป่าขวด แก้ว” ที่โรงเรียนก็สามารถพ่วงรับซื้อขวดแก้วจากหมู่บ้าน นั้นได้เลย “ตอนนี้เสนอโครงการธนาคารขยะไปที่ อบต. ให้แต่ละ ตำบลจัดตั้งธนาคารขยะของตนเอง บริหารจัดการกันเองใน ชุมชน โดยเรายินดีจะเป็นพี่เลี้ยงให้” ครูสุนันท์กล่าว สิ่งสำคัญที่ทำให้โครงการสิ่งแวดล้อมต่างๆ ของโรงเรียน วัดไทรใหญ่ขยายสู่ชุมชนได้ค่อนข้างราบรื่นก็คือ บุคลากรที่ ทุมเททำงานกันเป็นครอบครัว ช่วยเหลือเกือกูลกันดี ส่วนใหญ่ ่ ้ เป็นคนในท้องถิ่นและเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน จึงสาน สัมพันธ์กับพี่น้องในชุมชนโดยสะดวก ยิงเมือปัจจัยดังกล่าวโคจรมาพบกับนายกองค์การบริหาร ่ ่ ส่วนจังหวัดนนทบุรีที่สนใจให้การสนับสนุนภาคการศึกษา เป็นพิเศษ งบประมาณจึงถูกแบ่งสรรมาให้นักเรียนรวมถึง ผู้ใหญ่ในท้องถิ่นได้เรียนรู้พร้อมลงมือทำเพื่อสิ่งแวดล้อม อย่างไม่ขัดสน ...และทำให้โรงเรียนวัดไทรใหญ่เป็นหัวใจสีเขียวของ ชุมชนอย่างแท้จริง กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554  เรื่องจากปก เรื่องและภาพ : อวยพร แตชูตระกูล และ ฐิตินันท ศรีสถิต บาน มนุษยทุกคนตองการบานดีๆ สักหลังไวซุกหัวนอน พักพิงหลบแดดฝน หลีกลี้จากความ วุนวาย และใหความรูสึกอบอุน-ปลอดภัย-ผอนคลาย โดยเฉพาะในยามที่เผชิญกับปญหา หนักหนาหรือถูกรุมเราดวยความเครียดจากเหตุการณตางๆ นอกบาน บานดีๆ ในที่นี้ ไมจําเปนตองใหญโต หรูหรา หรือราคาแพงหลายสิบลาน แตตองตอบ โจทยเรื่องความสบายกาย สบายใจ สบายเงินในกระเปาของผูอยูอาศัยอยางแทจริง เหนือสิงอืนใด ก็ควรจะเบียดเบียนโลกนอยหนอยและเปนมิตรกับสิงแวดลอมเยอะหนอย ่ ่ ่ เพื่อที่จะไมซ้ำเติมสถานการณมลพิษ ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ และปญหา ใหญอยางสภาวะโลกรอนใหเลวรายลงกวาที่เปนอยูในปจจุบัน บานดีๆ ที่เขาขาย “บานประหยัดโลก” จะสรางไดอยางไร พลัง+งาน รวบรวมหลักการ สําคัญๆ พรอมตัวอยางเด็ดๆ มาไวที่นี่แลว โลก ป ร ะ ห ยั ด 10 กุมภาพันธ - เมษายน 2554 บานดิน จาก www.siambaandin.com คนอยูสบาย โลกก็อยูสบาย บานธรรมดาๆ จะยกระดับขึนเปนบานประหยัดโลกได ้ ตองออกสตารตวางแผนกันตั้งแตขั้นตอนการออกแบบ โดยคํานึงถึงความสอดคลองกับ “ทิศทางของสายลม และแสงแดด” เพื่อกําหนดผังใหสวนตางๆ ของบานได ใชประโยชนจากการไหลเวียนอากาศและแสงสวางตาม ธรรมชาติมากที่สุดเปนเบื้องแรก เริมจาก “ลม” กระแสลมหลักในบานเรามีอยู 2 กระแส ่ หนึ่งคือมรสุมฤดูรอนที่พัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต สอง คือมรสุมฤดูหนาวที่พัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ นั่นหมายความวา ชองเปดรับลมของตัวบานก็ควรจะอยู ในแนวตะวันตกเฉียงใตและตะวันออกเฉียงเหนือใหมาก สักหนอย เพื่อเอื้อตอการถายเทอากาศโดยสะดวกและทํา ใหภายในบานเย็นสบาย ทั้งนี้ควรคํานึงถึงขนาดและตําแหนงที่เหมาะสมของ หนาตางดวย และตองไมลืมวา...ลมจะไหลเขาก็ตอเมื่อมี ชองทางใหลมไหลออกดวย ถัดมาเปนเรืองรอนๆ ของแสงแดด จากทีตงและสภาพ ่ ่ ั้ ภูมิศาสตรของประเทศไทย ดวงอาทิตยที่ขึ้นทางทิศตะวัน ออกจะโคจรออมทิศใตคอนขางมากกอนจะลับฟาไปทาง ทิศตะวันตก ตัวบานดานใตและตะวันตกจึงไดรบความรอน ั และแสงสวางมากเปนพิเศษจากแดดยามบาย บริเวณดัง กลาวเหมาะจะเปนหองน้ำ หองครัว ลานซักลาง เพื่อใช แสงแดดดุเดือดขับไลความชื้นและชวยฆาเชื้อโรคทางออม หรือออกแบบใหเปนลานจอดรถเพื่อปองกันความรอน เขาสูตัวอาคารโดยตรง อีก 3 หลักการที่สําคัญไมแพการวางผังแบบพึ่ง สายลมและหลบแสงรอน ก็คือ... “เพิ่มกลไกรักษาความเย็น” ของตัวบาน เชน ปลูก ตนไมใหญเพื่อใหรมเงา มีพื้นที่สีเขียวหรือบอน้ำอยูใกลๆ ชวยกระจายความชุมชื้น “ปองกันความรอนโจมตีอาคาร” ซึ่งมีหลากหลาย เทคนิคใหเลือกลงมือ โดยเนนที่การเลือกใชวัสดุกอสราง อยางอิฐมอญเปนพวกกักเก็บความรอนดี จึงควรกอเปน ผนังสองชั้นโดยเวนชองวางตรงกลาง ใหอากาศทําหนาที่ เปนฉนวนชวยชะลอความรอนที่จะเขาสูภายใน หากแทรก ดวยฉนวนโฟมหรือฉนวนใยแกวจะกันความรอนไดดีขึ้น แตในระยะยาวเมื่อเสื่อมคุณภาพแลวจะไมสามารถเปลี่ยน ออกได ขณะทีคอนกรีตมวลเบาซึงเปนทีนยมมากขึนเรือยๆ นัน ่ ่ ่ ิ ้ ่ ้ มีฟองอากาศเล็กๆ เปนรูพรุนแทรกอยูจงปองกันความรอน ึ ดีพอสมควร สามารถกอผนังไดเลย แตมขอดอยตรงทีราคา ี ่ คอนขางสูงและมักเกิดการแตกราวของปูนฉาบ บานบางหลัง จึงใชคอนกรีตมวลเบากอผนังหองทีจะติดเครืองปรับอากาศ ่ ่ เทานัน สวนผนังอืนๆ ใชอฐมอญหรือคอนกรีตบล็อกทดแทน ้ ่ ิ นอกจากนี้ ยังมีวัสดุทางเลือกอื่นๆ ที่สะสมความรอน นอยนิดและเปนมิตรกับสิ่งแวดลอมมากมาย แตอาจไม คอยแพรหลายในเชิงพาณิชย เชน อิฐบล็อกดินประสาน การสรางบานดิน เปนตน การเลือกวัสดุปูพื้นภายนอกก็เชนกัน พื้นทรายลาง กระเบื้องดินเผา หรือวัสดุผิวดานอื่นๆ จะสะสมความรอน นอยกวาลานคอนกรีตหรือกระเบื้องผิวมันวาว ทั้งยังควร หลีกเลียงหลังคาสีเขมซึงดูดซับความรอนไดดี ติดตังฉนวน ่ ่ ้ กันความรอนเหนือฝาเพดานชั้นบนสุด สรางแนวชายคา ยาว เสริมทัพดวยแผงกันแดดหรือระแนงบังแดดที่ไมปด ทึบแตมีชองใหลมไหลผาน เมื่อตัวบานรอนนอย ความตองการใชพลังงานไฟฟา เพื่อเปดเครื่องปรับอากาศก็ลดตาม บางหลังแคพัดลมก็ เอาอยู หรือหากตองพึ่งพาเครื่องปรับอากาศจริงๆ มันก็ จะสรางความเย็นฉ่ำไดโดยไมทํางานหนักมาก “ใชบริการแสงธรรมชาติ” ดวยการเปดชองแสง บางสวนเพื่อสรางความสวางในยามกลางวัน โดยติดตั้ง วัสดุที่ยอมใหแสงผานมากแตความรอนผานนอย เชน กระจกสีตัดแสง หรือหากมีงบประมาณมากพอ การเลือก ใชกระจก 2 ชัน ทีเรียกวา “Doubled Glazing” ซึงประกอบ ้ ่ ่ ขึ้นดวยแผนกระจก 2 แผน โดยมีอากาศหรือกาซเฉื่อย แทรกอยูตรงกลาง ก็จะสามารถลดความรอนที่จะเขามา พรอมแสงแดดไดราว 70-80 เปอรเซ็นต แถมยังกรอง รังสีอุลตราไวโอเลตอีกดวย กุมภาพันธ - เมษายน 2554 11 บานของ ดร.เดชรัต สุขกำเนิด สรางตามแบบของกระทรวงพลังงาน ดร.เดชรัต สุขกำเนิด หลังจากออกแบบถูกทิศและกอสรางถูกทาง บาน ประหยัดโลกเต็มขั้นยังตองขึ้นอยูกับพฤติกรรมผูอยูอาศัย เปนปจจัยสุดทาย ดังนั้นวิธีลดใชทรัพยากรและประหยัด พลังงานทุกกระบวนทา ตองขุดมาใชอยางสม่ำเสมอ พรอมกับบอกตอใหสมาชิกในบานลงมือปฏิบัติจนคุนชิน เชน ปดสวิตซและถอดปลั๊กเครื่องใชไฟฟาเมื่อเลิกใชงาน เลือกเครื่องใชไฟฟาประหยัดพลังงาน ไมเปดไฟเปดทีวี เปดกอกน้ำทิ้งขวาง และอื่นๆ อีกมากมาย ...เชื่อเถอะวา ถาบานของเราชวยประหยัดโลกไดจริง นอกจากเราอยูสบาย โลกอยูสบายแลว เราจะมีสงแวดลอม   ิ่ คุณภาพดีสงตอไปถึงลูกหลานในวันพรุงนี้ดวย แบบบานอยูสบาย ไมขาย สรางไดจริง เมือเขาใจหลักการคราวๆ ของบานประหยัดโลก ผูอยาก ่  มีบานก็จะสามารถหารือกับสถาปนิกไดเขาใจตรงกันมากขึน  ้ แตหากตองการประหยัดงบออกแบบ กรมพัฒนาพลังงาน ทดแทนและอนุรักษพลังงาน กระทรวงพลังงาน ก็มีแบบ บานสําเร็จรูป 3 แบบที่ออกแบบบนพื้นฐานอยูสบายและ ประหยัดพลังงาน แจกใหหยิบไปใชกอสรางกันไดแบบฟรีๆ  แบบ A - บานชั้นเดียว 2 หองนอน 1 หองน้ำ พื้นที่ใชสอยประมาณ 84 ตารางเมตร แบบ B - บานเดี่ยว2 ชั้น 3 หองนอน 2 หองน้ำ พื้นที่ใชสอยประมาณ 135 ตารางเมตร แบบ C - บานเดี่ยว 2 ชั้น 4 หองนอน 4 หองน้ำ พื้นที่ใชสอยประมาณ 183 ตารางเมตร ประชาชนที่สนใจสามารถเขาไปดูแบบบานทั้งหมด ไดที่ http://www2.dede.go.th/new-homesafe/ webban/bansabai.htm สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดตอขอรับแบบบานไดที่ สํานักสงเสริมการอนุรักษพลังงาน (สสอ.) โทร 02 223 0021-9, 02 222 4102-9, 02 222 2593-5 เพื่อพิสูจนวาแบบบานแจกฟรีมีดีขนาดไหน พลัง+งาน จึงขอตามติดไปยังบานของ ดร.เดชรัต สุขกําเนิด อาจารย คณะเศรษฐศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ซึ่งตั้งอยู ยานบางรักนอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และเพิ่งสราง เสร็จใหมหมาดเมื่อปลายป 53 บานหลังนี้สรางตามแบบ C แตดัดแปลงพื้นที่ใชสอย บริเวณชั้น 2 โดยเปลี่ยนหองน้ำและหองแตงตัวของหอง นอนใหญใหกลายเปนหองโถงเปดโลงสําหรับการนั่งเลน ของสมาชิกในครอบครัวอีก 3 ชีวตคือ ภรรยา ลูกสาว และ ิ ลูกชาย พรอมกับตอเติมพืนทีใตหลังคาไวเปนหองเก็บของ ้ ่ อีกดวย ดร.เดชรัต เลาใหฟงวา ผนังบานหลังนี้ไมไดกออิฐสอง ชัน แตใชวธแทรกแผนโฟมไวระหวางโครงสรางเหล็กทีเปน ้ ิี ่ ตัวยึดเพิมความแข็งแรง ฉีดปูนซีเมนตทบทังภายในภายนอก ่ ั ้ แลวจึงฉาบเรียบเปนขั้นสุดทาย โดยแผนโฟมจะทําหนาที่ กันความรอนทีจะแผเขาตัวบาน เชนเดียวกับการปูฉนวน ่ กันความรอนใตหลังคา ซึ่งเจาตัวยืนยันวาลดความรอนที่ จะโจมตีเขาสูตัวบานไดผลนาพอใจ เมื่อบวกรวมกับวางผัง แบบพึ่งสายลมและหลบแสงรอนตามตําราเปะ บานหลังนี้ ก็เลยไมตองติดตั้งเครื่องปรับอากาศ...ชวยลดการใชไฟฟา ไปไดเยอะเลยทีเดียว ภายในบานอาจจะอบอาวไปสักนิดในบางชวงเวลา นั่นเปนเพราะการเลือกใชหนาตางแบบบานเลื่อนแทน บานเปด เมื่อชองทางลมเขาออกลดขนาดลงเหลือเพียง ครึงเดียว ลมจากภายนอกจึงวิงเขาตัวบานไดนอยกวาทีควร ่ ่  ่ ทําใหอากาศถายเทไหลเวียนไปไมทั่วทั้งตัวบาน ตองเปด พัดลมชวยอีกแรง ภายนอกบานหลังนี้มีบริเวณกวางขวาง พื้นที่เกินครึ่ง ขุดเปนบอขนาดใหญ นอกจากน้ำในบอจะชวยเติมความ ชุมชื้นใหบรรยากาศรอบตัวบานแลว ปลาตัวอวนโตที่เลี้ยง กันเองยังชวยเติมโปรตีนใหอมทองกันแบบเหลือเฟอ ผืนดิน ิ่ สวนทีเหลือเปนสวนสีเขียวซึงปลูกสารพัดผักสวนครัว ผลไม ่ ่ 12 กุมภาพันธ - เมษายน 2554 เปลี่ยนเปน บานอยูเย็น ณ สามเสน 5 ลอดจ ใชวาบานเกาจะหมดหวังกับการกาวขึ้นเปนบาน ประหยัดโลกไปเสียทีเดียว เพราะยังพอมีชองทางการ ปรับปรุงอาคารเกาใหอยูเย็นขึนสบายขึนไดเชนกัน แตอาจ  ้ ้ มีขอจํากัดและความยุงยากในการดําเนินการบาง ซึ่งจะ มากหรือนอยนั้นขึ้นอยูกับตนทุนเดิมของบานและความ สามารถของสถาปนิก หนึ่งในตัวอยางการปรับปรุงบานเกาใหอยูเย็นไดอยาง เห็นผลก็คือ “สามเสน 5 ลอดจ กรุงเทพฯ” ที่ซุกซอนอยู บนถนนสามเสน ซอย 5 พลัง+งาน ตามไปคุยกับวรพันธ คลามไพบูลย สถาปนิก ผูเชื่อมั่นในการใชสายลมและความชื้นในการสรางความ สบายแกผูอยูภายในอาคาร เขาเนรมิตอดีตรานตัดเสื้อ ใน นองกระติ๊บ นองแดนไท และไมดอกสวยงาม มุมเล็กๆ มุมหนึงสรางเปนโรงเพาะเห็ด ่ ขนาดจิ๋วที่ลูกสาวลูกชายชวยกันดูแล รายละเอียดอืนๆ ที่ ดร.เดชรัต บรรจงใสเขาไปเพือเพิม ่ ่ ่ ดีกรีประหยัดโลกของบานก็ไดแก ติดตั้งเครื่องทําน้ำอุน พลังแสงอาทิตยไวบนหลังคา ผลิตน้ำหมักชีวภาพจากเศษ อาหารไวใชกันเอง ติดตั้งเตารับแบบมีสวิตซเปดปดจึง สามารถเสียบปลั๊กทิ้งไวโดยไมเปลืองไฟฟา ฝงปลอก ซีเมนตลึก 4 ปลอกจํานวน 2 แถว ไวใตดินดานหลังบาน เพื่อเปนแหลงกักเก็บน้ำฝนสําหรับรดน้ำตนไมในสวน โดยเฉพาะเรือนเพาะเห็ดขนาดจิ๋วที่ไมถูกโฉลกกับคลอรีน ในน้ำประปาโดยสิ้นเชิง บานสรางใหมหลังนี้ชวยยืนยันวา บานอยูสบาย ประหยัดพลังงาน แถมยังพึ่งตนเองดวยการผลิตอาหารทั้ง พืชผัก เห็ด และปลา...ไมใชเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม กุมภาพันธ - เมษายน 2554 13 หองแถวชั้นเดียวขนาดกวางเพียง 10 เมตร ลึก 9 เมตร ใหกลายเปนเกสตเฮาสสุดฮิปขนาด 3 หองนอน แถมยัง แบงพืนทีเล็กๆ เปนออฟฟศของธุรกิจออกแบบบานในนาม ้ ่ บริษัท ซูเปอรกรีนสตูดิโอ (SuperGreenStudio) อีกดวย “จุดขาย” แตกตางของสามเสน 5 ลอดจ คือการ จัดสรรพืนทีโดยหยิบเอาธรรมชาติรอบตัวผสมผสานเขากับ ้ ่ ภูมิปญญาดั้งเดิมของชาวเอเชีย จนทําใหบานเล็กหลังนี้ เย็นสบายและกลายเปนบานประหยัดพลังงานในเวลา เดียวกัน แมจะเปนยามบายที่แดดระอุกําลังรุกคืบสาดสอง เกสตเฮาสชั้นเดียว แถมหลังคามุงกระเบื้องธรรมดาและ ไมพงพาวัสดุกนความรอน แตการนังพูดคุยกับสถาปนิกหนุม ึ่ ั ่  ในพื้นที่รับแขกแคบๆ ริมหนาตาง อาศัยเพียงพัดลมติด เพดานที่เดินเครื่องสม่ำเสมอ กลับไมทําใหรูสึกรอนหรือ อึดอัดแตอยางใด ยิ่งเมื่อเจาตัวเปดหองพักใหชม พรอมบรรยายการใช ประโยชนจากแสง ลม และความชื้นธรรมชาติที่สามารถ สงตอความอยูสบายใหกับผูเขาพักทั้ง 3 หองโดยพรอม เพรียง ยิ่งทําใหรูสึก “นาทึ่ง” มากขึ้นอีก ไมวาจะเปน...การเปดชองผนังใหลมและแสง เล็ดรอด ผานหนาตางติดมุงลวดเขามาได ขณะเดียวกันก็สรางความเย็นใหเกิดขึ้นภายในตัวบาน โดยอาศัยความชื้นจากหองน้ำและสวนเล็กๆ กลางบาน ซึ่งวาไปแลวตองเรียกวาเปนสวนในกระถางตนไมมากกวา หนําซ้ำยังเปนตนไมพื้นๆ จําพวกโมกหรือเฮลิโคเนียอีก ตางหาก โดยเจาตัวเหน็บเล็กๆ วา “สวนของผมจะโงๆ” เพราะเปนเพียงแคกระถางตนไมวางไวบนพื้นกระเบื้อง เดิมของบานเทานั้น หัวใจสําคัญอยูที่การเปดชองหลังคาดานบนเหนือ บริเวณสวนใหโลง เพือดูดอากาศรอนใหลอยระบายออกไป ่ บรรยากาศ ภายในหองพัก และรับน้ำฝนไดในยามฝนตก ดังนั้นเมื่ออากาศรอนจาก ภายนอกเคลื่อนเขาสูภายในบานซึ่งมีอากาศเย็นกวา จาก ความชื้นของหองน้ำและสวนกลางบาน กอใหเกิดลม หมุนเวียนและระบายขึ้นสูชองหลังคาที่เปดเอาไว และ ทําใหเกสตเฮาสแหงนี้ขึ้นชื่อลือชาวา “บานเล็กก็เย็นได” “ผมเนนใชธรรมชาติ มากกวาใชวัสดุ เพื่อทําใหบาน เย็นได ” จึงเปนจริงดังคําบอกเลาของวรพันธ เมื่ออากาศเย็นภายในบานไหลเวียนดี การเปดเครื่อง ปรับอากาศในหองพักทั้ง 3 หอง ก็ลดความจําเปนลง บอยครังทีผเขาพักเลือกเปดเพียงแคพดลม แตถงแมจะเปด ้ ่ ู ั ึ เครื่องปรับอากาศ ความเย็นที่มีอยูภายในตัวบานก็ชวยให เครืองปรับอากาศทํางานนอยลง คาไฟฟาก็ถกลงตามไปดวย ่ ู แทบไมนาเชื่อวา เงินลงทุนปรับปรุงบานเกาจํานวน 6 แสนบาท สามารถผลิกโฉมหองแถวเกาๆ โลงๆ ให กลายเปนเกสตเฮาสขนาดกะทัดรัดที่มี “เสนห” อยาง ชาญฉลาด ทังยังตอกย้ำใหเห็นเดนชัดถึงพลังจากธรรมชาติ ้ ทีรายลอมอยูรอบตัวของทุกคน ขึนอยูกบวาผูใดจะหยิบฉวย ่  ้  ั  เอามาใชใหเกิดประโยชนตามมา ความโดดเดนเรื่องบานอยูเย็นโดยธรรมชาติและ ประหยัดพลังงานทีฉายชัดจาก สามเสน 5 ลอดจ กรุงเทพฯ ่ ทําใหมผแวะเวียนเขามาเยียมชมมากมาย จนเจาตัวตองเปด ี ู ่ โครงการอบรมพิเศษวาดวยเรื่องการทําบานใหอยูเย็นได โดยไมตองจายเงินแพงๆ อาศัยเพียงแคภูมิปญญาของคน เอเชียเทานั้น สนใจแลกเปลี่ยนเคล็ดวิชา บานอยูเย็น www.supergreenstudio.com โทร 02 628 9799 14 กุมภาพันธ - เมษายน 2554 ไฟฟาสะอาดจากดาดฟา ตอใหไมไดวางแผนสรางบานดวยการพึ่งสายลมหลบ แสงรอนและใชวสดุทเอือตอการอยูสบายประหยัดพลังงาน ั ี่ ้  ตั้งแตแรก บานของคนเมืองก็ยังมีสวนรวมประหยัดโลกได ดวยการผลิตไฟฟาสะอาดบนดาดฟา หรือหลังคาบาน ดังเชนบานเดี่ยวหลังใหญของวันชัย พันธุวิเชียร ซึ่งตั้งอยู ในอาณาบริเวณกวางขวางของหมูบานกฤษดานคร 21 บนถนนสายบางนา-ตราด แมจะประสบความสําเร็จจากธุรกิจปายไฟโฆษณาราย ใหญในนามบริษัท ชัยภัทรพันธุ จํากัด แตเมื่อโลกเผชิญ วิกฤตพลังงานจนเขาสูภาวะน้ำมันแพง นักธุรกิจวัย 54 ป รายนี้ก็สรางเงื่อนไขใหกับตัวเองวา “ตองพึ่งพาตัวเองและ อยูรอดได หากวิกฤตพลังงานเกิดขึ้นอีกในอนาคต” หากมัวแตพดอยางเดียว ชีวตก็คงไมกาวหนา เมือชัดเจน ู ิ  ่ วาคิดแลวตองลองทําดูจริงๆ จุดเริ่มตนก็ตามมาในไมชา โดยเจาตัวยอมรับตามตรงวา...สามารถทําไดตามใจคิด เพราะหลังจากประสบความสําเร็จทางธุรกิจก็จะกันเงิน สวนหนึ่งไวเพื่อสานฝนในวัยเยาว เพียงแตฝนครั้งนี้ตางไปจากเคย เมื่อเปลี่ยนจากทํา เพื่อสนุก...มาเปนทําเพื่อสวนรวม บานหลังนี้ไมมีหลังคา ทวาออกแบบไวใหเปนดาดฟา โลงๆ ตังแตแรก ดวยตังใจจะใชพนทีสวนนีสาหรับกิจกรรม ้ ้ ื้ ่  ้ ํ ของสมาชิกในครอบครัว มันกลายเปนความเหมาะเจาะ โดยบังเอิญเมือหัวหนาครอบครัวใหความสนใจกับการผลิต ่ ไฟฟาจากแสงอาทิตย ดาดฟากวางเหนือตัวบานเรื่อยยาว ไปถึงโรงจอดรถจึงถูกปรับเปลี่ยนเปน พื้นที่ติดตั้งแผง โซลารเซลลแบบโมโนคริสตัลไลน (Mono Crystalline) ไดอยางพอดิบพอดี แมวสดุบางชิน รวมทังการติดตัง จะพึงพาไดจากโรงงาน ั ้ ้ ้ ่ ผลิตปายไฟโฆษณาของตนเอง แตกระนันก็ตองควักกระเปา ้  กอนโตกวา 3 ลานบาท เปนคาแผงโซลารเซลลและเครื่อง แปลงกระแสไฟฟาหรืออินเวอรเตอร เพื่อใหผลิตไฟฟาได ประมาณ 14 กิโลวัตต “เมื่อ 3-4 ป ที่แลวถือวาเราลงทุนสูงมาก ซึ่งไมคุมคา กับการลงทุนอยูแลว แตเนืองจากเราอยากทํา อยากสัมผัส  ่ มันจริงๆ วาแสงแดดสามารถนํามาผลิตกระแสไฟฟาได ทั้งที่ตอนนั้นรัฐบาลยังไมชัดเจนเรื่องการรับซื้อไฟฟาจาก บานคนเลย” เจาของบานเลายอนถึงการลงทุนที่มีมุมมอง สวนทางกับนักธุรกิจรายอื่น ขณะที่การติดตั้งแผงโซลารเซลลบนดาดฟาใกลเสร็จ สมบูรณ ก็พอดีตรงกับชวงเวลาการประกาศโครงการรับซือ ้ กระแสไฟฟาจากผูผลิตรายเล็กมากของรัฐบาล โดยมีเงิน อุดหนุนหรือแอดเดอร 8 บาท/หนวย ทําใหไฟฟาสะอาด ที่บานหลังนี้ผลิตไดมีราคา “แพงกวา” ไฟฟาที่ใชจากการ ไฟฟานครหลวง...นั่นทําใหวันชัยตัดสินใจสมัครเขารวม โครงการทันที แมจะตองรอคอยกระบวนการพิจารณาและการตรวจ สอบความปลอดภัยของอุปกรณทั้งระบบโดยการไฟฟา นครหลวงนานเกือบป กวาจะไดรบหนังสือยืนยันการรับซือ ั ้ ไฟฟาจากกระทรวงพลังงาน แตปลายทางของความอดทนนั้นชางนาภูมิใจ เพราะนี่ เปนบานหลังแรกในประเทศไทยทีสามารถขายกระแสไฟฟา ่ ทีผลิตจากพลังงานแสงอาทิตยใหกบรัฐไดสาเร็จ แถมยังไดรบ ่ ั ํ ั รางวัลชมเชยจากกระทรวงพลังงาน ในโครงการบาน พลังงานสะอาด ประเภทพลังงานหมุนเวียนที่เชื่อมโยงกับ ระบบสายสงไฟฟา ประจําป 2552มาแลว หลังจากที่แผงโซลารเซลลบนดาดฟาออกสตารตผลิต ไฟฟาสะอาดไดยังไมทันครบเดือน แตเมื่อครบรอบการ วางบิลของการไฟฟานครหลวง หนังสือแจงการรับซือไฟฟา ้ ก็ถูกสงตรงถึงเจาของบาน “ตัวจริง” ใหรับทราบวา กุมภาพันธ - เมษายน 2554 15 ตุลาคม 2550 เดือนแรกทีขายไฟฟา บานหลังนีผลิตไฟฟา ่ ้ ไดกี่หนวยและไดรับเงินคาขายกระแสไฟฟาเปนจํานวน เทาไหร มัณฑนา เนียมกองกิจ ผูเปนภรรยา และมีฐานะเปน เจาของบานอยางเปนทางการ จึงตองรับหนาที่ “วางบิล และเรียกเก็บเงิน” คาไฟฟาจากการไฟฟานครหลวง นับ จากนั้นเปนตนมา จนกวาจะครบกําหนดในสัญญารับซื้อ ไฟฟานั่นคือ เดือนกันยายน 2557 “ครั้งแรกที่ไดรับเงินคาขายไฟฟา คุณวันชัยสิ...เคา ตื่นเตนมากกวา เพราะเปนคนลงมือทําตั้งแตแรก ถาม ใหญเลยวาการไฟฟาจายเงินมาเปนแบบไหน ใหถายเอกสาร  เช็คใบแรกเก็บเอาไวดูหนอย” เธอเลาใหฟงพรอมเสียง หัวเราะ ตลอด 3 ปเศษที่ผานมา โซลารเซลลของบานหลังนี้ เคยทําสถิติขายไฟฟาไดสูงสุดอยูที่ 2.1-2.2 หมื่นบาทตอ เดือน แตก็เปนแคชวงสั้นๆ ปละครั้งเทานั้น โดยสวนใหญ ก็จะขายไฟไดเดือนละ 1.5-1.6 หมื่นบาท ทั้งหมดนี้ แปรผันตามสภาพทองฟา เชน ปริมาณเมฆ ปริมาณ แสงแดด รวมถึงอุณหภูมิอากาศในแตละฤดูกาล เนื่องจากแผงโซลารเซลลที่เลือกใชมีประสิทธิภาพการ ทํางานสูงสุดทีอณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส แดดดีอยางเดียว ุ่ ไมพอ ตองเปนชวงทีอากาศเย็นๆ ดวย มันจึงจะผลิตพลังงาน ่ ไดเยอะ...นี่คือบทสรุปจากประสบการณของผูใชงานตรง นอกจากความไมสม่ำเสมอของดินฟาอากาศแลว การ ผลิตไฟฟาจากแผงโซลารเซลลยังมีปจจัยเสี่ยงที่คาดไมถึง ซอนอยูดวย   “มีอยูเดือนหนึ่งขายไฟไมไดเลย เพราะอินเวอรเตอร เสีย จนเจาหนาที่การเงินของการไฟฟาโทรมาถามวา เดือนนี้คุณมาวางบิลหรือเปลา เราก็บอกไปวา ไมมีอะไร จะไปวาง เพราะขายไฟไดศูนยบาทในเดือนนั้น” มัณฑนา เลาใหฟงอยางอารมณดี เธอย้ำวาความเสี่ยงเชนนี้ก็มีโอกาสเกิดขึ้นไดจริงๆ ซึ่ง ผูทสนใจลงทุนอาจไมคาดคิดมากอนวาจะตองสูญเสียรายได  ี่ จากเหตุการณลกษณะนี้ แตมนก็สามารถปองกันไดดวยการ ั ั  หมันตรวจสอบการทํางานของอุปกรณทงระบบอยางสม่ำเสมอ ่ ั้ ปจจุบันวันชัยขยายโครงการในฝนไปถึงหลังคาโรงงาน ของเขาทียานรังสิต หลังจากติดตังแผงโซลารเซลลเรียบรอย ่ ้ ก็สามารถขายไฟฟาเขาสูระบบไดเดือนละ 6-7 หมื่นบาท เชนเดียวกับดาดฟาของบานหลังเล็กสําหรับคุณแม และหองจัดเลี้ยงซึ่งสรางเพิ่มขึ้นในเขตรั้วเดียวกับบานเดิม ซึ่งถูกยึดครองดวยแผงโซลารเซลลเต็มพื้นที่แลว รอเพียง คุณมัณฑนา-คุณวันชัยและรางวัลแหงความภูมิใจ การติดตั้งอินเวอรเตอรตัวใหมตามเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลง ไปของการไฟฟานครหลวง นั่นหมายความวา มันกําลังจะ ผลิตไฟฟาจากพลังงานแสงอาทิตยและขายเขาระบบได อยางที่ตั้งใจ...ในอนาคตอันใกลนี้ แสงแดดเปลี่ยนเปนไฟฟาและเงินไดอยางไร นักธุรกิจ รายนี้ตอบใหสังคมเห็นอยางชัดเจนที่สุด ซึ่งเจาตัวบอกวา “สิงทีทาไมใชแคทาเลนสนุกๆ หรือแคใหมหนามีตา แตมน ่ ่ ํ ํ ี ั ตอยอดทางธุรกิจได แลวก็เปนประโยชนตอสังคม เปน อนาคตไกลๆ และที่สําคัญคือเปนความภูมิใจเล็กๆ ที่ไดมี สวนรวมเรื่องพลังงานสะอาด เพราะหากทุกคนไมสนใจวา น้ำมันกําลังจะหมดไป สนใจแตตัวเอง สิ่งแวดลอมก็จะมี ผลกระทบ ทรัพยากรก็จะหมดไป” จึงเปนอีกตัวอยางดีๆ จากบานหลังใหญของคนเมืองที่ ใสใจเรืองพลังงานเพืออนาคตและลงมือทําดวยความมุงมัน ่ ่  ่ ใหทุกคนไดเห็นวา การผลิตพลังงานสะอาดไมใชเรื่องยาก หรือไกลตัวอีกตอไป ถามีเงินแลวอยากทําสิงดีๆ เหมือนคุณวันชัย พันธวเชียร ่ ุิ แลกเปลี่ยนความรูแบบเรียนลัดไดที่ 02 904 9917 โรงไฟฟาบนหลังคาบาน การติดตังโซลารเซลลมไดจากัดอยูเฉพาะบานทีมดาดฟา ้ ิ ํ  ่ ี เทานัน บานทีหลังคามุงกระเบืองก็สามารถมีโรงไฟฟานอย ้ ่ ้ ผลิตพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตยไดเชนกัน เพราะไดเบาะแสมาวา ศูนยการเรียนรูเพื่อโลกสีเขียว ณ ตําบลหมูสี อําเภอปากชอง จังหวัดนครราชสีมา มี ตัวอยางบานประหยัดโลกขนานแทที่ออกแบบใหอยูสบาย โดยไมตองงอเครืองปรับอากาศ พึงพาลมและแสงธรรมชาติ  ่ ่ กอสรางดวยวัสดุที่ประหยัดพลังงานตั้งแตตนทางการผลิต ใชวัตถุดิบธรรมชาติในทองถิ่น แถมยังพิเศษสุดตรงที่ สามารถผลิตพลังงานไฟฟาไดมากกวาความตองการใชงาน 16 กุมภาพันธ - เมษายน 2554 บานตนแบบที่ประหยัดโลก แบบครบเครื่อง สุทัศนา กำลังอธิบาย การทำงานของเครื่อง อินเวอรเตอร อิฐ บล็อก ดิน ประ สาน เสียอีก...ครบเครื่องขนาดนี้ พลัง+งาน เลยตองดั้นดนไป ใหเห็นกับตา การสนทนาบายนั้นเริ่มตนขึ้นภายในบานตนแบบหลัง ดังกลาว มันเปนบานชั้นเดียวยกพื้นสูงที่เพิ่งสรางเสร็จ เมื่อตนป 53 ภายในประกอบดวย 2 หองนอน 2 หองน้ำ หองทํางานขนาดพอเหมาะ โซนครัวเล็กๆ และโถงกวางซึง ่ ปจจุบนใชเปนสํานักงานของศูนยการเรียนรูเพือโลกสีเขียว ั  ่ สุทศนา กําเนิดทอง กรรมการผูจดการบริษทเกร็นโซน ั ั ั (ประเทศไทย) จํากัด เปดฉากเลาถึงแนวคิดการสรางบาน เพื่อความยั่งยืนหลังนี้วา มีจุดเดนอยูที่การผลิตพลังงาน ไฟฟาจากแผงโซลารเซลลไดมากกวาความตองการไฟฟา ภายในบานและสามารถขายไฟฟาเขาสูระบบเพื่อสราง รายไดคืนกลับมา ทั้งยังใชแผงโซลารเซลลแทนหลังคา เปนระบบที่เรียก วา “BIPV” หรือ Building Integrated Photovoltaic ซึ่ง คอนขางใหมในบานเรา และเหนือชั้นกวาระบบเดิมๆ ที่ ตองติดตั้งแผงโซลารเซลลทับบนหลังคา เพราะชวย ประหยัดการใชทรัพยากรและวัสดุมุงหลังคาไดมากกวา เมื่อพื้นที่หลังคา 140 ตารางเมตรถูกแทนที่ดวยแผง โซลารเซลลขนาด 13.4 กิโลวัตต สามารถผลิตไฟฟาได ประมาณเดือนละ 1,100 หนวย ซึงพอเสียยิงกวาพอสําหรับ ่ ่ บานทีไรเครืองปรับอากาศหลังนี้ ยิงไปกวานัน ยังออกแบบ ่ ่ ่ ้ หลังคาทรงปกนกใหสองฝงเอียงลาดเขาหากันตรงกลาง เพื่อรวบรวมน้ำฝนใหไหลลงมาเก็บไวโดยสะดวก กําแพงบานกอดวย “Soil Cement” หรือ “อิฐบล็อก ดินประสาน” ซึ่งผสมดินและซีเมนตในสัดสวน 6:1 อัดลง แมพิมพและตากแดด มันสะสมความรอนนอยกวาผนัง ซีเมนตจึงชวยใหภายในตัวบานเย็นสบาย พื้นระเบียงใช “Composite wood” ซึ่งเปนสวนผสมระหวางพลาสติก รีไซเคิลผสมเยื่อไมไฟเบอร แมราคาจะใกลเคียงกับไมเนื้อ แข็งแตความทนทานกินขาดแนนอน วัสดุอนๆ นอกเหนือจากนีกเลือกทีใชพลังงานต่ำตังแต ื่ ้ ็ ่ ้ ตนทางการผลิต เปนผลผลิตจากธรรมชาติทหาไดในทองถิน ี่ ่ เพื่อลดใชพลังงานในการขนสง ...ทั้งหมดนี้ประกอบกันขึ้นเปนบานประหยัดโลก ขนานแทจริงๆ ในฐานะบริษัทรับออกแบบปรับปรุงและใหคําปรึกษา การติดตังโซลารเซลล สุทศนา ใหขอมูลวา ทังบานเกาและ ้ ั  ้ บานใหมสามารถยายโรงไฟฟานอยที่ผลิตพลังงานสะอาด ไปไวบนหลังคาไดทั้งนั้น เพียงแตตองคํานึงถึงทิศทางเปน สําคัญ นั่นคือหันแผงโซลารเซลลไปทางทิศใต เพื่อใหรับ แสงแดดเต็มที่และทํางานไดเต็มประสิทธิภาพ โดยในสวน ของบานเกาจําเปนตองให วิศวกรประเมินความแข็งแรง ของโครงสรางหลังคาเสียกอน เพราะหากทรุดโทรมมาก เกินไปก็จะแนะนําใหรื้อสรางใหมเลยดีกวา สําหรับศูนยการเรียนรูเพื่อโลกสีเขียวซึ่งอยูระหวาง การกอสราง ก็ถูกวางแผนไว ใหเปนแหลงเรียนรูและอบรม ดานพลังงานที่เนนเรื่องโซลารเซลลเปนพิเศษ ในลักษณะ ของ “D.I.Y. Solar Cell” ทีสอนใหผเขาอบรมสามารถคํานวณ ่ ู ระบบได รูหลักการเลือกแผงโซลารเซลลคณภาพดี รวมถึง  ุ ติดตั้งและแกปญหาในเบื้องตนได...หากใครสนใจคงตอง รออีกสักระยะ สวนผูที่ตองการเปลี่ยนหลังคาเปนพื้นที่ผลิตไฟฟา สะอาดๆ สามารถติดตอไดที่ 044 760 469-70 และ 081 915 5438 และนี่คือทั้งหมดของ “บานประหยัดโลก” ที่ “พลัง+งาน” ตองการนําเสนอเพื่อสรางแรงบันดาลใจ และความเชือมันวา...มันเกิดขึนไดจริงในประเทศไทย ่ ่ ้ ...ในบานของเรา... กุมภาพันธ - เมษายน 2554 17 หองรับแขก เรื่องและภาพ : อวยพร แตชูตระกูล และฐิตินันท ศรีสถิต วรพันธ คลามไพบูลย สถาปนิกเจาของแนวคิด... 18 กุมภาพันธ - เมษายน 2554 บานเล็ก ก็เย็นได ในราคาประหยัด แมจะเปนชาวกรุงเทพมหานครโดยแท แถมเรียนโรงเรียนชั้นแนวหนาอยาง เซ็นคาเบรียลและเตรียมอุดมศึกษา แตเมือ ่ ตัดสินใจเลือกเรียนระดับมหาวิทยาลัย เจาตัวกลับจงใจที่จะเลือกเรียน สถาปตยกรรมที่มหาวิทยาลัยขอนแกน ดวยเล็งเห็นถึงเสนหของความเปนพืนถิน  ้ ่ ที่มีอยูที่นั่น ไมตางอะไรกับการตัดสินใจไปทํางาน และเรียนตอปริญญาโททีประเทศอินเดีย ่ เพราะเห็นคุณคาของรากเหงาทาง วัฒนธรรม กระทังหลอหลอมใหสถาปนิก ่ หนุมวัย 38 ป เลือกหนทางการทํางานที่ แตกตาง ทวาโดดเดนจากเพือนรวมอาชีพ ่ รายอื่น นั่นคือการออกแบบสิ่งกอสรางให สอดคลองกับธรรมชาติ และยึดโยงกับ รากเหงาทางวัฒนธรรมในทองถิ่น ซึ่งให ดอกออกผลกําไรคืนกลับสูผอาศัย เปนการ  ู ประหยัดพลังงานตลอดชวงชีวตทีพกอาศัย ิ ่ ั อยูในบานแหงความรมเย็นเปนสุข ไมใชแคคําพูดชวนเคลิ้ม แตวรพันธ คลามไพบูลย ลงมือทําใหดู โดยมีเกสตเฮาส ขนาด 3 หองนอน แหงสามเสน 5 ลอดจ ...เปนทั้งสถานที่ทํางานและแสดงผล งานที่มหัศจรรยของสถาปนิกหนุมรายนี้ พลัง+งาน : ขอถามกอนวา เกสตเฮาสทสามเสน ซอย 5 ี่ แหงนี้เปดมานานหรือยัง วรพันธ : เปดมา 2 ปแลวครับ หลังจากใชเวลาปรับปรุง ประมาณ 4 เดือนก็เริ่มเปดเปนที่พักขนาด 3 หองนอน พรอมกับแบงสวนหนึ่งทําเปนออฟฟศของผมชื่อ Super Green Studio พลัง+งาน : ทําไมถึงเลือกทีนี่ เพราะเปนคนแถวนีหรือเปลา ่ ้ วรพันธ : บานเดิมผมอยูแถวโรงพยาบาลวชิระ แตกอนผมก็ ทํางานออฟฟศทั่วไป ทีนี้พอเราจะเปดออฟฟศของตัวเอง ผมก็คดวาทีตงออฟฟศมันควรจะแสดงคอนเซ็ปทของออฟฟศ ิ ่ ั้ ดวย ผมก็เลยเปลี่ยนมาเลือกยานเมืองเกาที่มีทั้งธรรมชาติ และวัฒนธรรม เพราะกรีนดีไซนของเอเชียมันตองพูดถึงเรื่องธรรมชาติ คนและวัฒนธรรมดวย เลยมองหายานที่มีแมน้ำ มีวัด มี ชุมชน มีตลาด ลูกนองของเราจะไดนั่งรถเมลมาทํางานได อีกอยางคือ เราตองการไลฟสไตลออฟฟศของเราไมเหมือน กับในเมือง ทีโอโห..เชาขึนมาก็ตองแหกตามาทํางาน คือชีวต ่ ้  ิ แบบนันมันนาเบือ มันเหมือนไมมทางเลือก แตโอเค...ชีวตคน ้ ่ ี ิ ตองมีทางเลือก ซึ่งผมก็ไดอิทธิพลความคิดจากการที่ผมได ไปเรียนตอปริญญาโทที่อินเดีย พลัง+งาน : แลวแนวคิดในการออกแบบใหมีเรื่องการ ประหยัดพลังงาน ดวยการนําหลักของธรรมชาติมาใช เกิดขึน ้ ไดอยางไร วรพันธ : ชวงที่ไปเรียนขอนแกน อาจารยก็พาออกไปดู สถานทีตางๆ ซึงทําใหเราไดเห็นวามีชวตทีนอกจากกรุงเทพฯ ่  ่ ีิ ่ อีกตั้งเยอะแยะ ยังมีคนทํานา ในขณะที่กรุงเทพฯ มันมีแต บริโภคทุกอยางจนเหลือเฟอ โอเวอรสุดๆ แตคนบานนอก ไฟอานหนังสือยังจะไมมี มันก็เหมือนกับเปนแรงบันดาลใจ ในตอนแรกๆ ที่ทําใหเราสนใจดานนี้ แตททาใหผมสนใจเรียนจริงๆ ก็คอ ตอนทีผมเรียนจบใหมๆ ี่ ํ ื ่ มันมีตกเอสซีบแบงก...ไทยพาณิชยปารค ซึงเปนตึกกลองกระจก ึ ี ่ แลวก็ไดรบรางวัลประหยัดพลังงานจากสมาคมสถาปนิกสยามฯ ั ผมก็งงมาก และคิดวานี่คือเรื่องโกหกสุดๆ เลย เปนไปไดไง ที่ตึกที่เปนกระจกทั้งหมดจะประหยัดพลังงานได โอเค...ผมไมคิดวามันจะไมประหยัดพลังงานนะ แตผม คิดวานี่เปนโซลูชั่นที่คอนขางจะหวย ผมเชื่อมั่นวาตองมีวิธีที่ ดีกวานี้อีกเยอะ ผมไดอานหนังสือเยอะ แลวในที่สุดก็ไดเห็น งานชิ้นนี้ (เปดหนังสือใหดู) ถึงออ...วามันมีวิธีที่ทําได แต ทําไมคนเขาไมทํากันผมก็ไมรู ซึ่งเปนอาคารสูงเหมือนกัน นะฮะ แตผมชอบเพราะมันดูเปนแขก แลวมันก็ดูโมเดิรน แลวก็ประหยัดพลังงาน คือมีทุกอยางครบเลย แตถึงวันนี้ผมคิดวาสิ่งที่ทําใหคนเปนเชนนั้น เปนเพราะ ระบบการศึกษามันครอบ มันลางสมองใหคนเชือแตตะวันตก ่ ใชมั๊ยฮะ เรามีคนไปเรียนที่อังกฤษ อเมริกา แตคนพวกนี้ กลับมาแลวก็ออกแบบสวยทุกอยาง ทําแบบฝรัง อาทิตยทแลว ่ ี่ ฝรั่งมีอะไร...อาทิตยนี้เมืองไทยก็มี กุมภาพันธ - เมษายน 2554 19 “อยางเมืองไทยมีแดดดี ลมดี ถาผม ไมเอามาใช ผมก็คงจะโงมากนะ” อยางเรื่องงายๆ แคกันแดด กันฝน ตึกพวกนี้ทําไมไดนะ ตึกพวกนี้โคตรรอนเลย ถาเคยไปก็จะรูวาตึกพวกนี้สวยงาม โมเดิรน แตรอนฉิบหายเลย แลวแปลวาอะไรฮะ แปลวาประเทศ   เราตองสรางเขื่อนเพื่อมาปนไฟฟาใหกับการใชพลังงานแบบ โงๆ แบบนี้หรือฮะ เรื่องนี้เปนเรื่องที่ผมรับไมได พลัง+งาน : จุดนี้หรือเปลาถึงทําใหสนใจถึงขั้นไปเรียนตอ ปริญญาโทที่อินเดีย วรพันธ : ใช เพราะพอผมเห็นในหนังสือเลมนีปบ ผมเลยรูวา ้ ุ  มันมีโซลูชั่นที่มีคนทําได ผมก็เลยสมัครไปทํางานกับคนๆ นี้ ทีเมืองนิวเดลี ประเทศอินเดีย นีคอออฟฟศแรกทีผมทํางานอยู ่ ่ ื ่ ประมาณเกือบป ผมก็กลับมารับปริญญา แลวก็ทางานทีเมือง ํ ่ ไทย แลวก็มาทําหนังสือ แลวก็ไปเรียนตอปริญญาโททีอนเดีย ่ิ ดานผังเมือง ระหวางเรียนเราก็ไดทองเที่ยวดูโบราณสถาน อะไรเยอะแยะ ทําใหเราเริ่มมีความเขาใจในวิธีที่จะดีไซน ให สอดคลองกับธรรมชาติและวัฒนธรรมมากขึน เพราะทีอนเดีย ้ ่ิ จะเนนเรื่องนี้มาก อยางไอเดียของคานธีและเนรูหก็ใหอิทธิพลกับเราเยอะ วาเราควรจะทําใหยงยืนไดยงไง จะพึงตัวเองไดยงไง เราก็เอา ั่ ั ่ ั ไอเดียพวกนีมาเปนหลักพืนฐานของความคิดในการออกแบบ ้ ้ พลัง+งาน : ชวงทีตองออกแบบตามแนวคิดของตัวเอง โดยมี ่  โจทยคือเปลี่ยนหองแถวเกาใหเปนออฟฟศและเกสตเฮาส เลาใหฟงหนอยวาใชประสบการณที่สั่งสมมาอยางไรบาง วรพันธ : เดิมทีนเปนเหมือนกับใตถนของตึกแถว แตมนเปน ่ ี่ ุ ั บานชั้นเดียวนะฮะ เปนหองโลง มองจากมุมหองดานหนึ่งก็ ทะลุเห็นถึงอีกดานหนึ่งไดเลย เราก็เริ่มแบงหองจากเดิมโลงๆ ดีไซนยังไงใหมันเย็น ซึ่ง เราก็ใชประสบการณทไดทางานทีอนเดียและศรีลงกามาชวย ี่ ํ ่ิ ั เพราะระหวางที่เราอยูที่โนน เราเดินทางเยอะ ไปเจออะไรที่ ชอบ เห็นวาสวย ก็สเกตชภาพไว วัดขนาดความกวาง ความ สูง จดเอาไว ทําใหรวาออ...มันสวยเพราะอะไร แลวทีมนเย็น ู  ่ ั เพราะอะไร เพราะมันหันหนาไปทิศนี้ มีบอน้ำอยูตรงนี้ ขาง ในมีสวน มันถึงเย็น ซึงผมวาดซ้ำแลวซ้ำเลาเปนรอยๆ เลยนะ ่ พอทํางานจริง เราก็มีความมั่นใจ เพราะเคยเห็นสถานที่ จริงมาแลว จุดเดนของออฟฟศผมก็คือ งานทุกชิ้นของเราทํา เรื่องนี้ ไมวาจะสเกลเล็กหรือใหญ ซึ่งแตกตางจากออฟฟศ ใหญๆ ทัวไปทีจะทําเรืองนีเพียงแคบางชิน ลูกคาขอก็ทา ไมขอ ่ ่ ่ ้ ้ ํ ก็ไมทํา แตเรากลาพูดวา ทุกชินทีเราทําจะตองมีเรืองการทํา ้ ่ ่ บานใหอยูแลวเย็นเปนพื้นฐาน ไมตองเปลืองพลังงาน เราเรียกวา zero energy house ทีนี้ในแตละโครงการ ทํา มากหรือนอยก็แลวแตเจาของ บางหลังเจาของก็ไมไดสนใจ เรื่องวัฒนธรรมอะไรนัก แตตองการบานที่ไมตองเสียคาไฟ ี ่ มาก แตถาบางหลังทีเจาของมีความพรอม เราก็ดไซนใหมเรือง  ่ ี วิถีชีวิตเขาไปดวย พลัง+งาน : ไมไดเนนเรื่องการติดวัสดุอุปกรณประหยัด พลังงานพวกโซลารเซลล หรือวัสดุบนผนังอะไรพวกนี้ วรพันธ : คือในทางวิชาการ การประหยัดพลังงานถือวามี 2 แบบ หนึ่งคือ passive ใชพลังงานธรรมชาติเยอะ แบบที่สอง คือ active ใชเทคโนโลยีเขามาชวย เชน จะเปดแอรก็จะมีตัว เซ็นเซอรเขามาควบคุมอุณหภูมิ ใชกระจกตัดแสง แตเราเลือกวิธีแรก เพราะผมเห็นวามันชวยแกปญหาใน เมืองไทย เราจงใจเลือกวิธนี้ เพราะเห็นวาในเมืองไทยมีการใช ี ทรัพยากรทีไมคมคาเยอะ แลวพอเราลงมือทําจริงๆ เราก็พบวา ่ ุ มันเปนจริงตามที่เราคิด มีลกคาเดินเขามาหาเราเยอะมากนะ วาตองการบานเย็น ู ในราคาประหยัด ซึงลูกคาพวกนีกไมใชวาจนนะ บางคนก็รวย ่ ้ ็  แตวาอยากอยูบานที่เย็นตามธรรมชาติ รูสึกวาเอะ...ทําไม บานฉันตองเปดแอรทั้งวัน พอเขาไดยินวาเราทําบานสไตลนี้ เขาก็เดินเขามาหาเรา เวลาผมพาลูกคาเดินดู ก็จะบอกวา โอโห...ทําไมพืนทีเล็ก ้ ่ แคนี้แลวมันเย็นได ทั้งๆ ที่ขางหนาเปนทิศตะวันตกเฉียงใต ซึ่งมีแดดสองเขามาเต็มๆ ในชวงบาย เราก็จะอธิบายได และ นอกจากจะเย็นแลว ทุกหองยังมีขนาดเล็กอีกดวย เล็กขนาด ที่วาถาเราเปนคนเขียนแปลนบาน ก็อาจจะไมกลาเขียนออก มาใหมีขนาดเล็กแบบนี้ แตทีนี้เราเคยเห็นบานจริงๆ มาแลว หลายที่ เราเลยเห็นวาแมจะมีขนาดเล็ก แตถาอากาศถายเท  ไดดี ก็จะทําใหรูสึกกวางขึ้นมาได เราก็เลยกลาทํา พอลูกคา มาเห็นก็จะรูวาออ...มีที่เล็กแคนี้ก็ทําไดนะ ผมถามวามีออฟฟศไหนในกรุงเทพฯ บางที่ไมเปดแอร แตลูกคาเขามาคุยเรื่องงานกันได แตนี่เราพิสูจนใหเห็นวา เปนไปได พลัง+งาน : คือทีแหงนีจะทําใหเห็นกันชัดๆ เลยวา บานทีอยู ่ ้ ่ แลวสบาย ไมจําเปนตองแพง หรือบานราคาถูก ก็ประหยัด พลังงานได 20 กุมภาพันธ - เมษายน 2554 วรพันธ : ฮะ เพราะปจจุบนผมมองวาบานมีราคาแพง จะอยู ั ไมสบาย เพราะวาบานพวกนันสรางจากแปลนทีไมมคณภาพ ้ ่ ี ุ แปลนที่หวยแปลวา แสงไมเขา ลมไมเขา ไมมีที่ใหพอแมลูก ไดนั่งคุยกัน แตทีนี้พอสรางบานจากแปลนที่หวยปุบ ก็ไป เนนวัสดุแพงๆ พืนแกรนิต หินออน หรือเฟอรนเจอรบลดอน ้ ิ ิ ิ ซึ่งพวกนี้เปนเรื่องไรสาระทั้งสิ้น และทําใหบานแพง ถาบานที่สรางจากแปลนที่ดี ซึ่งผมเห็นตัวอยางมากมาย ทังในอินเดียและศรีลงกา แมจะสรางดวยวัสดุทหวย พืนบาน ้ ั ี่  ้ เปนดิน หรือกระทั่งอิฐบล็อก หรือวัสดุที่ถูกและเฮงซวยที่สุด เทาทีประเทศนีจะมี แตบานนันก็จะนาอยู ผมยกตัวอยางเชน ่ ้  ้ บานของคานธี ซึ่งเปนบานเหมือนชาวบานทั่วไป พื้นขัดมัน ผนังกออิฐฉาบปูนธรรมดา แตวาโอโห...คานธีนี้อยูแลว เปลี่ยนแปลงโลกได แปลวามันไดพิสูจนใหเห็นวา บานที่มี คุณภาพพืนฐานคือ แสงแดด ลม มีทใหคนนังแลวไดรบ ้ ี่ ่ ั อากาศที่ดี ก็จะคิดอะไรออก ก็คือบานที่ดีแลว ดังนั้นถาแนวคิดนี้แพรออกไปเยอะๆ ก็จะทําใหคนไดอยู บานที่ถูกลง มากทีสด อยางเมืองไทยมีแดดดี ลมดี ถาผมไมเอามาใช ุ่ ผมก็คงจะโงมากนะ ในฐานะทีเปนดีไซนเนอร ก็รสกทาทายวาจะทํายังไงทีจะ ่ ู ึ ่ ใหบานไมตองใชไฟ แตก็ยังเย็น พลัง+งาน : สําหรับคนทั่วไป ถาจะใหบานของเราไดใช ประโยชนจากลม ตองทํายังไง วรพันธ : ถาหลักทั่วๆ ไป อยากใหมีลมเขา ก็ตองมีทางให ลมออก แตในรายละเอียดก็จะซับซอนขึ้น อยางเชนถาอยาก ใหลมแรง รูลมเขาก็ตองเล็ก รูลมออกก็ตองใหญ ลมก็จะดูด แตเวลาลงมือทําในแตละพื้นที่ก็ตองมีรายละเอียดอีก เชน ถาบานหันไปทางทิศนี้ ชองเปดควรจะอยูทิศนี้ ลมออก ก็ควรจะอยูทิศนี้ ลมถึงจะแรง อีกเรืองทีจะชวยมากทีสดก็คอเรืองความชืน ถาความชืน ่ ่ ่ ุ ื ่ ้ ้ ภายในกับภายนอกตางกันปุบ อากาศจะไหลตามธรรมชาติ ความชื้นที่ตางกันก็จะเปนตัวชวยกระตุนลม แลวที่มาของ ความชื้นก็มีหลายอยาง เชน ประเทศที่ประชากรหนาแนน “ผมคิดวาเรื่องแสงกับลมนี่สําคัญ เพราะวามันเปนสมบัติที่ธรรมชาติมอบใหคนทุกคน เทาเทียมกัน คุณจะเปนนายกฯ หรือเปนกรรมกร ก็มีสิทธิที่จะใชธรรมชาตินี้เทากัน” พลัง+งาน : แลวเราวัดจากอะไร จึงบอกวาบานหลังนี้ ประหยัดพลังงาน วรพันธ : คาไฟฮะ คาไฟที่นี่ถูก อยางหนารอนเราเคยจาย แพงสุดประมาณพันตนๆ แตวาที่ถูกไมใชวาเปดแอรแลวจาย คาไฟถูกนะ แตเพราะวาบานหลังนี้มันเย็น คนก็เลยไมคอย ไดเปดแอร หรืออยางกลางวัน แขกที่มาพักจะเปดแอร แต แอรกจะทํางานไมหนัก เพราะวาอากาศมันเย็นตามธรรมชาติ ็ เดี๋ยวคนอื่นจะเขาใจวาเปนไปไดยังไงที่เปดแอรทั้งวันแลวคา ไฟถูกแคนี้ พลัง+งาน : มีหลักในการเอาธรรมชาติมาใชใหบานเย็น อยางไร วรพันธ : สําหรับผมเอง ความรูเรื่องแสง ลม มาจากการที่ ผมไดไปสเกตชบานหลังโนนหลังนี้ ไดวดขนาดจนเริมจับหลัก  ั ่ ได เปนประสบการณมากกวา เพราะในตําราก็จะบอกวา เมืองไทยมีลมประจํามาจากทางไหน มีแสงแดดกี่เดือนตอป แตในแงปฏิบัติ ผมคิดวาสถาปนิกที่สามารถจับทักษะนี้มาใช อาจจะนอยไปหนอย เพราะไปสนใจแนวทางของฝรั่งเยอะ แตผมคิดวาเรืองแสงกับลมนีสาคัญ เพราะวามันเปนสมบัติ ่ ่ํ ที่ธรรมชาติมอบใหคนทุกคนเทาเทียมกัน คุณจะเปนนายกฯ หรือเปนกรรมกร ก็มีสิทธิที่จะใชธรรมชาตินี้เทากัน แลวเรา ในฐานะดีไซนเนอร เราก็ตองใชประโยชนจากธรรมชาติให  มาแตโบราณ จีน อินเดีย ญีปน หรือพวกทะเลทรายทังหลาย ่ ุ ้ ก็จะรูจักใช court yard หรือสวนที่อยูกลางบาน นั่นคือสิ่งที่ ทําใหภายในกับภายนอกมีความชืนตางกัน สวนนันก็จะทําให ้ ้ ลมเคลื่อนตัวจากภายนอกเขามาภายในบาน หรือถาเปนประเทศทีมความหนาแนนสุดๆ การอยูอาศัย ่ ี  ก็จะสูงหลายชัน การใชสวนกลางบานก็จะมีความซับซอนมาก ้ ยิ่งขึ้น ซึ่งเรื่องพวกนี้คนโบราณทํากันมากอนแลวทั้งนั้น ไมใชเรื่องใหมเลย พลัง+งาน : วัสดุตางๆ ที่ใชสรางบาน ชวยใหบานเย็น หรือ ประหยัดพลังงานมากนอยแคไหน วรพันธ : มีผลนอย บอกไดเลยวาการทําใหบานเย็น 70-80  เปอรเซ็นตอยูที่แปลน หมายความวา หนึ่ง ลมจะเขา-ออก ทางไหน ปริมาณอากาศเปนเทาไหร สอง สัดสวนความ สูง-เตี้ย ก็มีสวนทําใหบานเย็น สวนเรื่องวัสดุ ผมใหความ สําคัญเปนลําดับทีสาม หมายถึงวา วันทีเรามีวสดุทหวยทีสด ่ ่ ั ี่  ่ ุ เราก็ยงทําบานใหเย็นได นีคอความคิดของผมทีใชธรรมชาติ ั ่ ื ่ เขามาชวยเยอะ สวนคนที่เนนใชวัสดุตางๆ เขามาชวย ผม ไมเห็นดวย ไมใชวามันไมดี แตผมวามันยังไมดีที่สุดสําหรับ เมืองไทย เพราะวาคุณจะอยูบานเย็นได คุณตองเปนเศรษฐีนะ   แลวคนอีกตัง 50 ลานคนก็ใหอยูบานหวยๆ ไปอยางนันเหรอ ้   ้ กุมภาพันธ - เมษายน 2554 21 พลังงานน่ารู้ เรือง : เดชรัต สุขกำเนิด email : tonklagroup@yahoo.com ่ แผนพลังงานภาคใต้ กับเส้นทางสูการพึงตนเอง ่ ่ สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2554 ครับ ปี พ.ศ. 2554 คงเป็นปีที่พี่น้อง ภาคใต้เฝ้าติดตามด้วยความระทึกใจ เพราะเป็นปีที่รัฐบาลประกาศไว้ ว่า จะตัดสินใจว่าจะเดินหน้า ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือไม่ และในพื้นที่ใด ซึ่งภาคใต้ก็เป็นหนึ่ง ในพื้นที่เป้าหมายที่รัฐบาลอาจ เลือกเป็นพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์ดังกล่าวด้วย ขณะเดียวกัน พืนทีภาคใต้กถกหมายปองสำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ้ ่ ็ู ถ่ า นหิ น ด้ ว ยเช่ น กั น เนื่ อ งจากภาคใต้ มี ช ายฝั่ ง ทะเลที่ ย าวเหยี ย ด เหมาะสำหรับใช้เพื่อการนำเข้าถ่านหินทางเรือ นอกจากนี้ รัฐบาลก็อาจจะตัดสินใจเดินหน้าแผนพัฒนานิคม อุตสาหกรรมเหล็กและปิโตรเคมีในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา ชุมพร หรือประจวบคีรีขันธ์อีกด้วย ดังนัน จึงมีทานผูอานสอบถามถึงความเป็นไปได้ทภาคใต้จะไม่ตอง ้ ่ ้่ ี่ ้ มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และยังคงมีความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้า เหมือนเดิม คำถามดังกล่าวถือเป็นคำถามเชิงยุทธศาสตร์ที่จะช่วยชี้ทิศหรือ อย่างน้อยก็ช่วยสร้างทางเลือกของการพัฒนาพลังงานในภาคใต้ได้เป็น อย่างดี ผมก็เลยขออนุญาตลองตอบคำถามดังกล่าวในบทความนี้ เข้าใจระบบไฟฟ้าของภาคใต้ ก่อนอื่น ขอเริ่มต้นจากการอธิบายภาพรวมการใช้พลังงานไฟฟ้า ของภาคใต้ในปัจจุบันให้ทราบก่อน ปัจจุบัน ภาคใต้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกัน ภาคใต้ก็มีโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ขนอม (818 เมกะวัตต์) และที่จะนะ (710 เมกะวัตต์) มีโรงไฟฟ้าจากน้ำมัน เตาที่กระบี่ (315 เมกะวัตต์) และมีเขื่อนขนาดใหญ่อีก 2 เขื่อนคือ เขื่อนรัชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี (240 เมกะวัตต์) และเขื่อนบาง ลาง จังหวัดยะลา (72 เมกะวัตต์) รวมแล้วมีกำลังการผลิตประมาณ 22 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 2,100 เมกะวัตต์ ใกล้เคียงกับความต้องการไฟฟ้าสูงสุด พอดี ภาคใต้จึงจำเป็นต้องมีการนำเข้าไฟฟ้ามาจากภาคกลาง (โรงไฟฟ้าในจังหวัดราชบุรี) และจากมาเลเซีย มาเสริมเป็น ระยะๆ และเมื่อคาดคะเนถึงการใช้ไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงนำสู่เหตุผลที่จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าต่างๆ เพิ่มขึ้น ไม่ว่า จะเป็นโรงไฟฟ้าจะนะโรงที่ 2 หรือโรงไฟฟ้าถ่านหิน และ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังจะตามมา แต่หากเจาะลึกลงไปถึงการใช้ไฟฟ้าในแต่ละจังหวัด ตามแผนภาพที่ 1 เราก็จะพบว่า การใช้ไฟฟ้าประมาณร้อยละ 64 ของภาคใต้ (หรือประมาณ 2 ใน 3) เป็นการใช้ไฟฟ้า ใน 4 จังหวัดเท่านั้น คือ สงขลา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และ นครศรีธรรมราช ส่วนอีก 10 จังหวัดที่เหลือใช้ไฟฟ้ารวมกันประมาณ 1 ใน 3 ของภาคใต้เท่านั้น ก้าวแรกของการพึ่งตนเอง อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ เช่น ก๊าซธรรมชาติแล้ว ในช่วงเวลา 10 ปี ที่ผ่านมานี้ ภาคใต้ก็ยังสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน หมุนเวียนได้ด้วย ข้อมูลล่าสุดในปี พ.ศ. 2552 พบว่า หากรวมการผลิต ไฟฟ้าด้วยพลังน้ำจากเขือนทังสองเข้าไว้ในพลังงานหมุนเวียน ่ ้ ด้วยแล้ว ภาคใต้จะสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ได้ถงร้อยละ 49 หรือเกือบครึงหนึงของพลังงานไฟฟ้าทังหมด ึ ่ ่ ้ และหากไม่รวมการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนทั้งสอง ภาคใต้ก็ ยังสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ ถึงร้อยละ 30 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งภาคเลยทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาการพัฒนาเพียง 10 ปี นี่ นับเป็นก้าวแรกทีมความสำคัญและน่าประทับใจเป็นอย่างยิง ่ ี ่ สองจังหวัดแรกของการพึ่งตนเอง แสดงว่า การใช้ไฟฟ้าของภาคใต้มีการกระจุกตัวสูงมาก และสัมพันธ์กับทิศทางการพัฒนาของภาคอุตสาหกรรมและ ภาคบริการในพื้นที่ภาคใต้ ที่เน้นพื้นที่ศูนย์กลางความเจริญ ไม่กี่จุด ได้เป็นอย่างดี ยิงเมือเราทำการวิเคราะห์ลกลงไปในระดับจังหวัด ในแผน ่ ่ ึ ภาพที่ 2 เราจะได้พบสิ่งที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะทำให้ ภาพที่ 1 : สัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าของภาคใต้รายจังหวัด สงขลา 22% สุราษฎร์ธานี 16% ภูเก็ต 14% นครศรีธรรมราช 11% ตรัง 5% ชุมพร 5% กระบี่ 5% พังงา ปัตตานี 4% 4% ระนอง พัทลุง 3% 3% ยะลา นราธิวาส 3% 3% สตูล 2% ข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้าของจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ได้รับความอนุเคราะห์จากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยทักษิณ กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 23 เราได้รู้ว่า ในขณะนี้มีสองจังหวัดในภาคใต้ ที่สามารถผลิต ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้มากกว่าความต้องการใช้ ไฟฟ้าในจังหวัดตนเอง สองจังหวัดที่สามารถพึ่งตนเองในแง่การผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียนก็คือ กระบี่และชุมพร สองจังหวัดเล็กแห่งนี้ ใช้ไฟฟ้ารวมกันประมาณร้อยละ 10 ของทั้งภาค แต่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ถึง ร้อยละ 43 ของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทังภาค ้ นับเป็นจังหวัดเล็กๆ (ในแง่การใช้ไฟฟ้า) ที่ยิ่งใหญ่ (ในด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน) ส่วนจังหวัดที่กำลังตามมาติด ด้วยการผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียน (ทีไม่รวมพลังน้ำขนาดใหญ่) ได้ประมาณ ่ ครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้ไฟฟ้า คือ จังหวัดยะลา จังหวัด ตรัง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี นี่นับเป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่สู่การพึ่งตนเองทางด้าน พลังงานของภาคใต้ ทำไมจังหวัดที่ใช้ไฟฟ้าเยอะๆ เช่น นครศรีธรรมราช ภูเก็ต และสงขลา กลับผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ได้น้อยมาก ข้างต้น และทำไมจังหวัดที่มีพื้นฐานการเกษตรที่เข้มแข็งเช่น พัทลุง พังงา ระนอง หรือสตูล กลับแทบไม่มีการผลิตไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียนเลย เพราะหากทุกจังหวัดในภาคใต้ทำได้อย่างกระบี่และ ชุมพร หรืออย่างน้อยใกล้เคียงกับยะลา ตรัง หรือสุราษฎร์ธานี ความจำเป็นในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ย่อมลดน้อยลง หรืออาจจะหมดไปได้ในที่สุด คำตอบอยู่ที่การพัฒนาอุตสาหกรรม หากจะวิเคราะห์เจาะลึกลงไปอีก ก็จะพบว่า การผลิต ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในภาคใต้มาจากเชื้อเพลิงหลัก 2 ชนิดคือ วัสดุเหลือใช้จากปาล์มน้ำมัน และเศษไม้จาก อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ โดยเฉพาะในกรณีของปาล์มน้ำมันนั้น นอกเหนือจาก น้ำมันปาล์มดิบจะใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซลแล้ว ทะลายปาล์มและกะลาปาล์มยังใช้เป็นพลังงานชีวมวลใน โจทย์สำคัญสำหรับการก้าวต่อไป อย่างไรก็ดี โจทย์สำคัญที่ชวนคิดสำหรับการก้าวต่อไปก็ คือ ทำไมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในภาคใต้ ประมาณร้อยละ 85 ถึงกระจุกตัวอยู่เพียง 5 จังหวัดที่เอ่ยถึง ภาพที่ 2 : การเปรียบเทียบปริมาณการใช้ไฟฟ้ากับการผลิตไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียนในภาคใต้ (ไม่รวมพลังน้ำ) เป็นรายจังหวัด 213 การใช้ไฟฟ้า 152 51 70 97 25 24 0 26 0 33 0 15 132 63 42 50 25 22 4 0 พลังงานหมุนเวียน 33 0 47 24 15 23 0 ์ธา น าช ี ภูเ ก็ต พร พัท ลุง ระ นอ ะบ ี่ ตร ขล สต ลา ยะ งา นี ปัต ตา มร พัง ชุม กร ฎร รร สง าษ สุร รีธ ข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้าและการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ได้รับความอนุเคราะห์จากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยทักษิณ กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 24 นค รศ นร าธ ิวา ส ง ูล ัง า การผลิตไฟฟ้าได้ด้วย แถมน้ำเสียจากโรงงานสกัดน้ำมัน ปาล์มดิบก็สามารถผลิตก๊าซชีวภาพและผลิตไฟฟ้าได้เช่นกัน จนทำให้อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มกลายเป็นแกนหลัก ของการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในภาคใต้ ขณะเดียวกัน รายได้จากพลังงานหมุนเวียนก็จะไปเสริมความเข้มแข็งของ อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันทั้งระบบไปด้วยในตัว ส่วนอุตสาหกรรมหลักอีก 2 ประเภทของภาคใต้ คือ อุตสาหกรรมยางพาราและอาหารทะเลแปรรูป ยังไม่ค่อยมี การนำเศษเหลือใช้มาผลิตพลังงานหมุนเวียนมากนัก (ยกเว้น เศษไม้ยางพารา) ทั้งที่ๆ เศษเหลือจากยางพารา (ไม่ว่าจะ เป็นกิงก้านทีผานการตัดสาง หรือน้ำเสียจากการทำยางแผ่น) ่ ่่ หรือน้ำเสียหรือเศษอาหารทะเลล้วนนำมาผลิตเป็นพลังงาน หมุนเวียนได้ทั้งสิ้น ดังนั้น จะเห็นว่า หากการพัฒนาอุตสาหกรรมในภาคใต้ มุงเน้นทีอตสาหกรรมการเกษตรทีภาคใต้มพนฐานเดิมอยูแล้ว ่ ุ่ ่ ี ื้ ่ ควบคูไปกับการผลิตพลังงานหมุนเวียน ภาคใต้กนาจะสามารถ ่ ็ ่ พึ่งพาตนเองทางด้านพลังงานได้ไม่ยากนัก แต่หากรัฐบาลมุ่งหน้าที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กและ ปิโตรเคมี ซึ่งภาคใต้ไม่มีฐานเดิมอยู่เลย และจำเป็นต้องใช้ พลังงานจำนวนมาก อนาคตของภาคใต้ก็จะกลายสภาพ จากการพึ่งตนเอง ไปสู่การพึ่งพิงพลังงานนำเข้าจาก ภายนอก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปถ่านหินหรือนิวเคลียร์ แผนพลังงานทางเลือกของภาคใต้ ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนขณะนี้ คือ การจัดทำ แผนพลังงานทางเลือกของภาคใต้ขึ้นมา เพื่อชี้ให้เห็นถึง แนวทางที่ภาคใต้จะสามารถพึ่งตนเองทางด้านพลังงาน อย่างน้อยในด้านไฟฟ้า ตัวอย่างเช่น หากกำหนดแผนพลังงานหมุนเวียน 4,000 เมกะวัตต์ในภาคใต้ (เผื่อไว้อีก 1,500 เมกะวัตต์) โดยมี แกนหลักคือ พลังงานชีวมวลและก๊าซชีวภาพ (รวมกัน ประมาณ 2,250 เมกะวัตต์) เสริมด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ พลังงานลมประมาณ 550 เมกะวัตต์ และพลังงานน้ำขนาดเล็กประมาณ 200 เมกะวัตต์ เราก็จะพบว่า แผนพลังงานหมุนเวียนดังกล่าวสามารถ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้มากกว่า 10 ล้านตัน ต่อปี ในปี พ.ศ. 2568 ช่วยลดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ลงได้มากกว่า 400,000 ตันในปีเดียวกัน (เมื่อ เปรียบเทียบกับโรงไฟฟ้าถ่านหิน) แถมยังทำให้เกิดการจ้าง งานในภาคใต้ได้มากกว่า 120,000 งานในปีเดียวกัน ในด้านเศรษฐกิจ แผนพลังงานหมุนเวียนของภาคใต้ก็ จะช่วยลดภาระการนำเข้าจากต่างประเทศลงได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท/ปี แถมยังมีสวนช่วยให้เกิดการหมุนเวียน ่ ของเศรษฐกิจในประเทศได้มากกว่า 40,000 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2568 อีกด้วย แม้ว่าการลงทุนดังกล่าวจะต้องใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 180,000 ล้านบาท แต่แผนการลงทุนดังกล่าวก็จะให้ ผลตอบแทนทางสังคม ทั้งในรูปของเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการจ้างงานได้มากกว่า 2 เท่าของเงินลงทุน ดังนั้น แผนการลงทุนนี้จึงน่าจะเป็นแผนการลงทุนที่คุ้มค่า ถึงแม้ว่า แผนพลังงานหมุนเวียนที่ยกขึ้นมาขั้นต้นจะเป็น เพียงตัวอย่างขั้นต้น แต่ก็ช่วยทำให้เห็นภาพว่า การพึ่ง ตนเองทางด้านไฟฟ้าของภาคใต้ไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินเอื้อม โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำเป็นจริงหรือ? จริงแล้ว หากเราวิเคราะห์การเติบโตของการใช้ไฟฟ้าของ ภาคใต้ตามปกติ ในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ความต้องการใช้ ไฟฟ้าของภาคใต้ในปี พ.ศ. 2568 ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4,100 เมกะวัตต์ (หรือเพิ่มขึ้น 2,100 เมกะวัตต์) เมือรวมกับกำลังการผลิตสำรองแล้ว คาดว่าในระยะเวลา ่ 15 ปี ภาคใต้อาจจะจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 2,500 เมกะวัตต์ ดังนั้น แผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 5,000 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าถ่านหินอีกประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ (รวมกันประมาณ 8,000 เมกะวัตต์) จึงมากเกินความจำเป็น โดยปกติของภาคใต้ และน่าจะเป็นไปเพือรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม ่ ใหม่ (เช่น เหล็กและปิโตรเคมี) หรืออุตสาหกรรมในภูมภาค ิ อื่นๆ (เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล) มากกว่า เพียงแต่ภาครัฐต้องเลือกทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมให้ ถูกต้อง และเอาจริงเอาจังกับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ในแต่ละประเภท และในแต่ละจังหวัด เมื่อนั้น จากจุดเริ่มต้นที่ 2 จังหวัด ในวันนี้ 14 จังหวัด ของภาคใต้กจะพึงพาตนเองได้ ในอนาคตอันใกล้ โดยไม่ตอง ็ ่ ้ นำเข้าถ่านหินหรือนิวเคลียร์ นี่น่าจะเป็นคำตอบที่ยั่งยืนสำหรับภาคใต้อย่างแท้จริง กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 25 เรื่อง : รุ่งทิพย์ สุขกำเนิด email : tiffunnies@hotmail.com รังต่อ รังแตน และการก่อตัว เป็นน้ำตาลทราย พิมพ์ไม้ เพราะน้ำตาลเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเซลล์ในร่างกาย...ชีวิตนี้จึงขาดหวานไม่ได้ น้ำตาลในภาชนะ ช่วยเพิ่มมูลค่า น้ำตาลช่วยสร้างรสชาติแห่งชีวิต ที่แม้แต่เด็กอ่อนก็ยังลืมร้องไห้เมื่อได้ลิ้ม รสน้ำเชื่อมสัก 2-3 จ๊วบ ขณะถูกฉีดยา น้ำตาลยังใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาใน อาหารหลายอย่าง รวมถึงนม น้ำอัดลม ของหมักดอง และใช้ในการผลิตผงซักฟอก และสารเคลือบผิวทีไม่เป็นพิษกับสิงแวดล้อม ่ ่ อีกด้วย น้ำตาลยังมีฤทธิ์ในการขัดลอกคราบ มันที่ล้างออกจากมือได้ยาก บางคนยัง ใช้ลดอาการลิ้นพองจากการกินอาหาร ร้อนจัด เพียงอมไว้ชั่วครู่อาการก็จะดีขึ้น และถ้าบ้านใครมีแมลงสาบเยอะ หล่ะก้อ ลองนำน้ำตาลทรายมาคลุกกับ ผงฟูในปริมาณเท่าๆ กัน วางไว้ให้มัน กินรับรองเห็นผล ถ้ า จะใช้ ก ำจั ด แมลงวั น ก็ เ พี ย งต้ ม น้ำตาลทรายกับน้ำครึ่งลิตร ใส่พริกไทย ราวหนึ่งช้อนชา เทใส่ชาม มันจะดึงดูด แมลงวันให้เข้ามาตายกันเห็นๆ ส่ ว นคนที่ ชื่ น ชอบบิ ส กิ ต เพี ย งใส่ น้ำตาลทรายเล็กน้อยลงในโหล ความชืน ้ จะถูกดูดซับทำให้บิสกิตคงความกรอบ ได้ยาวนานขึ้น เดี๋ยวนี้ไทยเราเป็นผู้ส่งออกน้ำตาล อันดับต้นๆ ของโลก เทคโนโลยีการผลิต ก็ทันสมัย แต่คนเบียน้อยอย่างเรา จะให้ไปลงทุน ้ อย่างนั้นคงไม่ไหว อาศัยภูมิปัญญาไทย น่าจะเหมาะกว่า บังเอิญไปได้ความรู้มา จากพี่สมเด็จ จึงทำให้รู้ว่าการทำน้ำตาล เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว แต่ถ้าขาดความอดทน และช่างสังเกตก็คงไม่ได้แอ้ม หากใคร คิ ด ลงทุ น ทำเป็ น อาชี พ รั บ รองว่ า คุ้ ม แน่นอน ไม่เชื่อลองดูนะคะ เริ่มจากนำอ้อยที่อายุกำลังดี 9-12 เดือนพันธุไหนก็ได้ 10 กก. ทำความสะอาด ์ จากนั้นเข้าเครื่องรีด จะได้น้ำอ้อย 5.5 กก. กรองด้วยผ้าขาวบางให้เรียบร้อย ใส่ในกระทะ ตั้งไฟแรงๆ สม่ำเสมอ ปล่อยให้เดือดไปเรื่อยๆ ใช้ตะหลิว ผัดตรงขอบน้ำอ้อยเพื่อลดการไหม้ ตัก ฟองสกปรกแยกไว้ทำน้ำหมักชีวภาพ สั ง เกตว่ า ฟองจะมากขึ้ น เป็ น กระจุ ก คล้ายรังผึ้ง เคี่ยวต่อไปจนฟองใหญ่ขึ้น เล็ ก น้ อ ยคล้ า ยรั ง แตน จากนั้ น ฟองจะ เล็กลงคล้ายรังต่อ แล้วฟองจะเริ่มฟูขึ้น ตรงนี้ถ้ายกลงจะได้เป็นไซรัป วางให้เย็น สามารถเก็บได้เป็นปีโดยไม่ต้องแช่เย็น ใช้จิบครั้งละ 1 ช้อนชาแก้ไอได้ดี หรือจะ หยอดหน้าวอฟเฟิลก็ยิ่งอร่อย ถ้าเคี่ยวต่อไปจนฟองที่ฟูยุบลงแต่ยัง มีฟองโตๆ ผุดขึ้นมาคล้ายผุดปลาหมอ คราวนี้ให้เตรียมผ้าจับกระทะพอฟองยุบ จนเหมือนภูเขาไฟปะทุ เริ่มมีกลิ่นหอม เป็นอันได้ที่ นับต่อไป 5 วินาที เทใส่ พิมพ์ไม้ที่แช่น้ำเตรียมไว้ เมื่อน้ำตาล แห้งก็จะได้น้ำตาลทรายแดงก้อนเล็ก 1 กก. สารพัดประโยชน์จากฝีมือเราเอง จะกินหรือขายก็ไม่ว่ากัน เท่าที่สืบ มาชาวบ้านขายกัน กก. ละ 40-50 บาท ในอินเตอร์เน็ตขาย 78 บาท ที่รีสอร์ต 100-120 บาท ส่วนต้นทุนค่าอ้อยก็แค่ กก.ละ 1 บาท บวกค่าฟืนหรือถ่านอีก นิดหน่อยค่ะ เกินคุ้มใช่ไหมคะ ขอขอบคุณ : คุณสมเด็จ กองบุตร, คุณสำเริง,น้องเจี๊ยบ, kapook.com และ สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 5 *เทียบจากราคาอ้อยเข้าโรงงานที่ ตันละ 1,000 บาท กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 เรื่อง : กัลยา นาคลังกา email : kai_nac@yahoo.com การลงทุนสีเขียว โรงงานน้ำตาล กับความหวานยกกำลัง 4 เมื่อโรงงานน้ำตาล ไม่หยุดยั้งเพียงแค่ผลิตน้ำตาล แต่กลับมุ่งมั่นผลิตพลังงานเพื่อโลก!! วิสัยทัศน์อันน่าชื่นชมของโรงงานน้ำตาลในกลุ่ม เค เอส แอล (KSL) ที่มุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานอย่างเต็มตัว บวกกับ จุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร เพราะหัวใจหลักของโรงงานทั้งสี่ห้อง ทำงานเพื่อสร้างสรรค์พลังงานทดแทนได้อย่างครบวงจรใน อาณาบริเวณเดียวกัน นับว่าเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวของ ประเทศไทยในขณะนี้ หลังจากที่พวกเรา พลัง+งาน ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม ชมโรงงานน้ำตาลใหม่ในเครือ เค เอส แอล ต่างคนต่างรู้สึก ตื่นเต้น เรารีบเดินทางแต่เช้า ผ่านทุ่งนาที่ค่อยๆ ทยอยเปลี่ยน เป็นไร่อ้อย แล้วทางก็แคบลงเรื่อยๆ แต่ภาพที่อยู่เบื้องหน้า กลับยิงทำให้รสกเหมือนกำลังเดินทางไปนอกโลก เพราะสิงก่อสร้าง ่ ู้ ึ ่ ที่เห็นนั้น ทั้งขนาดใหญ่และกว้างขวางสุดสายตาเสียจริงๆ วันนีเราได้พบกับ ธีระ สงวนดีกล ผูอำนวยการกลุมโรงงาน ้ ุ ้ ่ ภาคตะวั น ตก มาช่ ว ยไขความกระจ่ า งถึ ง หั ว ใจทั้ ง สี่ ห้ อ งของ บริษัทฯ ที่มุ่งมั่นผลิตน้ำตาลและมีผลพลอยได้คิดเป็นมูลค่า มหาศาล ผอ.ธีระ เริ่มบทสนทนาด้วยวิสัยทัศน์แบบแหวกแนวว่า “กลุ่มบริษัทของเราจะเป็นผู้นำในการผลิตพลังงานทดแทน ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” มาถึงตรงนี้ชวนให้เกิดคำถามขึ้นแล้วว่า การผลิตน้ำตาล แบบครบวงจรในที่ เ ดี ย ว หรื อ ที่ ไ ด้ ยิ น มาก่ อ นหน้ า นี้ ว่ า เป็ น โรงงานน้ำตาลแบบ 4 ใน 1 นั้นเป็นอย่างไร ในที่สุดเราก็ได้ คำตอบที่น่าทึ่งว่า “ที่นี่...ผลิตน้ำตาล เพื่อเป็นพลังงานสำหรับมนุษยชาติ ...ผลิตเอทานอล เพื่อเป็นพลังงานสำหรับรถยนต์ ...ผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลและก๊าซชีวภาพ เพื่อเป็นพลังงาน สำหรับเครื่องจักร และให้แสงสว่าง ...ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อเป็นพลังงานสำหรับพืชพันธุ์ และ บำรุงดิน” กว่าจะเดินทางมาถึงจุดนีได้ กลุมบริษทน้ำตาล เค เอส แอล ้ ่ ั ซึงได้เริมก่อตังมาตังแต่ปี พ.ศ. 2488 ทำการผลิตน้ำตาลทราย ่ ่ ้ ้ เพื่อผู้บริโภคมาจนกระทั่ง พ.ศ. 2519 กลุ่มบริษัทได้ก่อตั้ง บริษัทน้ำตาลขอนแก่น จำกัด ขึ้น เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตน้ำตาล และลงทุนในธุรกิจต่อเนื่องจากน้ำตาล จนปัจจุบันเป็นผู้ผลิต และจำหน่ายน้ำตาลทรายรายใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย ส่วนธุรกิจต่อเนื่องด้านพลังงานได้เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 27 2546 จากการผลิ ต ไฟฟ้ า โดยตั้ ง บริ ษั ท โรงไฟฟ้ า น้ ำ ตาล ขอนแก่นขึน โดยใช้กากอ้อยเป็นเชือเพลิง เพือผลิตกระแสไฟฟ้า ้ ้ ่ จำหน่ายให้แก่โรงงานในกลุ่ม และให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (Small Power Producer : SPP) นอกจากนี้ยังได้รับการอนุมัติให้ขึ้นทะเบียน ในโครงการ กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism : CDM) ซึ่งถือเป็นกลุ่มบริษัทน้ำตาลรายแรกของประเทศไทยที่ ได้รับอนุมัติ พ.ศ. 2547 การผลิตแอลกอฮอล์ได้เริ่มต้นขึ้น ในชื่อของ บริษท ขอนแก่นแอลกอฮอล์ จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตเอทานอล ั จากกากน้ำตาล น้ำอ้อย และอื่นๆ กำลังการผลิต 150,000 ลิตรต่อวัน เมื่อธุรกิจที่นำผลพลอยได้มาผลิตเป็นพลังงานดำเนินการ ประสบผลสำเร็จ จุดปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์จากการเป็นผู้ผลิต น้ำตาลแบบดั้งเดิมมาเป็นผู้ผลิตพลังงานทดแทน จึงได้ชัดเจน ขึ้น และได้ขยายการลงทุนต่อยอดการผลิตน้ำตาลและพลังงาน เพิ่มเติม โดยการลงทุนสีเขียวครังนีถอว่าเป็นระดับบิกโปรเจ็ค ภายใน ้ ้ื ๊ พื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ที่อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี โรงงานน้ำตาลแบบครบวงจร 4 ใน 1 นั้นเกิดขึ้นจริงๆ ยืนยันได้หลังจากที่เราเดินเยี่ยมชมบริเวณโรงงานกันจนทั่ว อาณาบริเวณโรงงานที่นี่ประกอบไปด้วย 3 บริษัทในเครือ ได้แก่ โรงงานน้ำตาลนิวกรุงไทย จำกัด ที่รับอ้อยจากเกษตรกร มาผลิตน้ำตาลทราย โรงงานขอนแก่นแอลกอฮอล์ จำกัด เป็น ผู้ผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาล และน้ำอ้อย ซึ่งต่อยอดไปยัง ธุรกิจผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ที่ใช้ของเสียจากกระบวนการผลิตน้ำตาล (กากหม้อกรอง) และน้ำเสียทีมาจากกระบวนการผลิตเอทานอล ่ และสุดท้ายโรงไฟฟ้าน้ำตาลขอนแก่น จำกัด ใช้วัตถุดิบที่เป็น ของเสียจากกระบวนการผลิตน้ำตาล (กากอ้อย) เป็นเชื้อเพลิง ในการผลิตกระแสไฟฟ้า และพลังไอน้ำ มารู้จักกับหัวใจทั้งสี่ห้อง...กันเถอะ หวานที่ 1 อ้อยจ๋า...มาเป็นน้ำตาลซะดีๆ จากต้นอ้อยในไร่ ที่ได้รับการดูแลอย่างดีจากเกษตรกร ครั้นถึงฤดูกาลเปิดหีบ ก็จะถูกลำเลียงมายังโรงงานไม่ขาดสาย จากนั้นลำอ้อยจะถูกลำเลียงไปเข้ากระบวนการผลิตเป็น น้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลทรายดิบ สำหรับโรงงานน้ำตาลนิวกรุงไทย มีกำลังการผลิต 20,400 ตันต่อวัน การผลิตน้ำตาล จะได้กากน้ำตาลเป็นผลพลอยได้ ซึงนำไป ่ ผลิตเอทานอล ส่วนกากอ้อยทีเ่ หลือจะนำไปผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้า ชีวมวลต่อไป หวานที่ 2 ไฟฟ้า...จากกากอ้อย เศษกากอ้อยที่เหลือทิ้งหลังผ่านการรีดเอาน้ำหวานๆ ออก สามารถนำมาเข้ากระบวนการเผา เพื่อต้มน้ำ และผลิตไอน้ำ ไปขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งสามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตถึง 90 เมกะวัตต์ และผลิตไอน้ำได้ 300 ตันต่อชั่วโมง 28 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 กลุ่มบริษัทของเราจะเป็นผู้นำ ในการผลิตพลังงานทดแทน ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ธีระ สงวนดีกุล ผู้อำนวยการกลุ่มโรงงานภาคตะวันตก โดยจำหน่ายให้กับโรงงานน้ำตาลในกลุ่มและใช้ภายใน โรงไฟฟ้าเอง และจำหน่ายให้กบการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ั ในโครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) นอกจากนี้ยังมีการปรับระบบโรงไฟฟ้า ให้รองรับการผลิต ไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ จากกระบวนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อีกด้วย หวานที่ 3 เอทานอล...ช่วยชาติ จากกากน้ำตาล และน้ำอ้อยจำนวนมหาศาล สามารถนำ มาผลิตเป็นเอทานอล (แอลกอฮอล์ 99.5 เปอร์เซ็นต์) จนมี กำลังการผลิตถึง 200,000 ลิตรต่อวัน โดยเอทานอลที่ผลิตได้จะนำไปจำหน่ายแก่บริษัทน้ำมัน ในประเทศ เพื่อใช้ผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงในสัดส่วนร้อยละ 10-20 ที่เรียกว่า “แก๊สโซฮอล์” ใช้สำหรับยานยนต์ ช่วยลด การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศได้อีกด้วย หวานที่ 4 โลกยิ้มได้ ด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ไม่เพียงเท่านี้ น้ำเสียจากการผลิตเอทานอล หรือน้ำกากส่า ที่ เ สื อ สุ ร าคลั่ ง ไคล้ ที่ มี เ หลื อ ปริ ม าณ 90 ลู ก บาศก์ เ มตรต่ อ ชัวโมงในหนึงวัน ถูกนำมาเข้ากระบวนการหมักในถังขนาดใหญ่ ่ ่ ผลทีได้คอ ก๊าซชีวภาพขนาด 200,000 ลูกบาศก์เมตรมาตรฐาน ่ ื (Nm3) ซึ่งช่วยเสริมกำลังการผลิตไฟฟ้า ร่วมกับไฟฟ้าจาก พลังงานชีวมวลได้อีกด้วย ส่วนกากที่ถูกย่อยสลายจากกระบวนการผลิตก๊าซชีวภาพ และกากหม้อกรอง จะถูกลำเลียงมาในโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยมีหุ่นยนต์คลุกปุ๋ยอัตโนมัติ ใช้เวลาหมัก 45 วัน ได้ปุ๋ย 200 ตันต่อวัน หรือ 101,400 ตันต่อปี ซึ่ ง ปั จ จุ บั น โรงงานขอนแก่ น แอลกอฮอล์ ที่ อ.น้ ำ พอง จ.ขอนแก่น ผลิตและจำหน่ายปุยอินทรียตราโลกยิม ซึงเกษตรกร ๋ ์ ้ ่ สามารถนำไปบำรุงดิน หรือทำเกษตรกรรมต่างๆ เป็นการ ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ ทั้งนี้ยังเป็นการลดต้นทุนในการบำบัดน้ำเสีย และรักษา สมดุลให้กับสิ่งแวดล้อม วิสยทัศน์การเป็นผูผลิตพลังงานทดแทนแบบ 4 ใน 1 เช่นนี้ ั ้ จึงเหมือนกับคนสมัยใหม่หรือพวกเด็กแนว ทีกล้าคิดต่าง กล้าทำ ่ กล้าฝัน ในสิ่งที่เห็นว่าเหมาะสมและเป็นไปได้ ทั้งนี้ระบบผลิตพลังงานทั้งสี่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เดิน เครื่องพร้อมกัน โดยจะเริ่มเดินระบบครั้งแรก ในฤดูกาลเปิด หีบช่วงต้นเดือนธันวาคม 2553 เชื่อแน่ว่าเป้าหมายเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตพลังงานทดแทน ที่เอื้อเฟื้อและดูแลประชาชนชาวไร่อ้อยจะเดินหน้าไปอย่าง ไม่หยุดยั้ง และอีกไม่นานวิสัยทัศน์ด้านพลังงานเช่นนี้ จะ กระจายไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อีกเช่นกัน ก่อนอำลาจากอาณาจักรน้ำตาลที่ความหวานยกกำลัง 4... ผอ.ธีระก็กล่าวทิ้งท้ายว่า โรงงานน้ำตาลของเรา “บริหารแบบ โรงงาน บริการแบบโรงแรม ด้วยบรรยากาศแบบรีสอร์ต” นีแหละ ่ ถึงได้ชื่อว่า ครบวงจรของแท้ ขอบคุณกลุ่มบริษัทน้ำตาล KSL www.kslgroup.com กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 29 ขอมูลชวนคิด เรื่อง : ยวิษฐา พิทักษวัชระ email : car_acar@yahoo.com ร อ ย เ ท า ในชีวิตประจําวันของเรา ทุกคน ไมวาจะเปนการรับ ประทานอาหาร การเดินทาง การออกกําลังกาย หรือแม กระทั่งการนั่งอยูๆ เฉย ลวน มีผลกระทบตอระบบนิเวศ ของโลกทั้งสิ้น เปนความจริงที่วา โลกมี ทรัพยากรอยางจํากัด และ ทุกชีวิตบนโลกลวนตองพึ่งพา อาศัยทรัพยากรจากระบบนิเวศ ิ ่ เพือดํารงชีวต การใชทรัพยากร จึงเปรียบเสมือนการประทับ รองรอยของการใชชีวิตไวบน ระบบนิเวศของโลก หรือที่ เรียกกันวา “รอยเทาทางนิเวศ (Ecological Footprint)” ตร.กม. 30,000 25,000 20,000 15,000 10,000 5,000 0 เขตนครหลวง ที่ เ ราไม ตั้ ง ใจ เปรียบเทียบพื้นที่ปาที่มีอยูกับรอยเทานิเวศ จากการบริโภคพลังงาน ในป 2552 ชลบุรี ปทุมธานี ระยอง สมุทรสาคร ขนาดของรอยเทา หมายถึงการ บริโภคทรัพยากร “มาก” หรือ “นอย” นั่นเอง การวัดรอยเทาทางนิเวศนั้น เปนการวัดทั้งปริมาณการใช ทรัพยากร และการปลดปลอยของเสีย จากกิจกรรมตางๆ ของมนุษยตลอด วงจรการผลิตสินคาหรือบริการนั้นๆ เชน ขนมปง 1 แผน ก็จะยอน กลับไปตั้งแตการใชที่ดิน น้ำ ปุย รอยเทานิเวศ ขอมูลอางอิง 1) รายงานไฟฟาของประเทศไทย 2552, กระทรวงพลังงาน 2) รายงานน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทย 2552, กระทรวงพลังงาน 3) การคํานวณคาการปลอยกาซเรือน กระจกในภาคการผลิตไฟฟาของประเทศ ไทย ป 2550, ดร.สุกมล หิญชีระนันท พื้นที่ปาไม 4) การคํานวณปริมาณการปลดปลอยและ เก็บกักกาซเรือนกระจกจากการ เปลี่ยนแปลงการใชประโยชนที่ดินและ ปาไม, ลดาวัลย พวงจิตร 5) เนื้อที่ปาไม,www,dnp.go.th 6) Fuel database, www.carbonmetrics.com 30 กุมภาพันธ - เมษายน 2554 จั ง ห วั ด ที่ มี ร อ ย เ ท า นิ เ ว ศ ม า ก - น อ ย ที่ สุ ด รอยเทานิเวศ จากการใช พลังงานไฟฟา 36,225.27 11,181.40 2,164.80 1,744.43 1,884.82 1,692.19 21.97 รอยเทานิเวศ จากการใช น้ำมันสําเร็จรูป 45,705.52 16,940.53 2,420.73 1,156.15 865.21 1,037.69 39.12 รวมรอยเทานิเวศ ของการบริโภค พลังงาน 81,930.79 28,121.92 4,585.53 2,900.58 2,750.03 2,729.88 61.09 อันดับ จังหวัด รวมทั้งหมด พื้นที่ปาไม 172,184.29 11.95 481.80 0.00 299.49 38.17 11,243.05 1 2 3 4 5 74 เขตนครหลวง ชลบุรี ปทุมธานี ระยอง สมุทรสาคร แมฮองสอน หนวย : ตร.กม. ในการปลูกขาว เรื่อยไปจนถึงการ แปรรูปและขนสง ซึ่งผลลัพธที่ไดจะ เปนขนาดพื้นที่ที่ตนไมใชดูดซึมกาซ คารบอนไดออกไซดที่ปลอยออกมา จากการทํากิจกรรมนั้นๆ บางคนคงเริ่มอยากรูแลวสิวา เรา มีรอยเทาขนาดเทาไรกันนะ งั้นลอง ทายกันเลนๆ วา จังหวัดใดมีรอยเทา ุ่ นิเวศดานการบริโภคพลังงานมากทีสด และนอยที่สุดกันกอน หากลองคํานวณขนาดรอยเทา นิเวศเฉพาะการบริโภคพลังงาน จาก ขอมูลการใชพลังงานไฟฟาและการใช น้ำมันสําเร็จรูปของประเทศไทยป พ.ศ. 2552 จะพบวา 5 พื้นที่ที่มีรอย เทานิเวศใหญที่สุด อยูในพื้นที่ที่มี การสงเสริมดานอุตสาหกรรม ี และแนนอนวาพื้นที่ที่มขนาด ่ รอยเทานิเวศใหญโตเปนอันดับหนึง  ยอมหนีไมพนเขตนครหลวง ประกอบ ไปดวยกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และนนทบุรี ซึ่งมีรอยเทาใหญถึง 28,121.92 ตร.กม. ี สวนจังหวัดที่มรอยเทานิเวศเล็ก ที่สุดคือ แมฮองสอน โดยเล็กกวาเขต นครหลวงกวา 400 เทา หรือมีรอย เทานิเวศเล็กแค 61.09 ตร.กม. ถาเราลองมาดูพื้นที่ปาไมที่มีอยูใน ประเทศไทยจะพบวา มีถึง 18 จังหวัด ที่มีพื้นที่ปาเล็กกวารอยเทานิเวศจาก การบริโภคพลังงานภายในจังหวัดของ ้ ตนเอง โดยเขตนครหลวงตองการพืนที่ ปาเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือประมาณ 28,000 ตร.กม. หรือประมาณ 8 เทา ของพื้นที่เขตนครหลวง ขณะที่เชียงใหม ซึ่งเปนจังหวัดที่มี รอยเทานิเวศใหญเปนอันดับที่ 13 แต ื้ ่  ื้ ่  ่ เนืองจากมีพนทีปาไมมาก จึงมีพนทีปา ใหญกวารอยเทานิเวศมากที่สุด จากขอมูลที่นํามาเลาใหฟงนั้น แค เฉพาะการบริโภคพลังงานจาก พลังงานไฟฟาและน้ำมันสําเร็จรูป เราก็ใชพื้นที่ปาเกือบครึ่งหนึ่งของ ประเทศแลว แตความเปนจริงยังมี การบริโภคอีกหลายดาน เชน อาหาร ที่อยูอาศัย อุปกรณตางๆ ในชีวิต ่ ่ ประจําวัน ซึงลวนแตเปนการเพิมขนาด  ้ ้ ของรอยเทานิเวศทังสิน แมวาอาจจะ เปนรอยเทาที่เราประทับไวโดยไม ้  ้ ตังใจ แตการจะลบออกนันไมงายเลย ่ คงถึงเวลาแลวทีเราจะชวยกัน ดูแลและวางแผนการใชทรัพยากร อยางเหมาะสมให เพียงพอกับ ั ปจจุบนและอนาคตสําหรับลูกหลาน หากเราสามารถยืนบนขาของตัวเอง ไดอยางเขมแข็งแลว ก็คงไมตอง ยืมจมูกของคนอื่นหายใจเหมือนที่ บางประเทศกําลังซื้อขายคารบอน กันอยูอยางในปจจุบัน กุมภาพันธ - เมษายน 2554 31 มลพิษติดปลายนวม เรื่อง : เสมอชน ธนพัธ email : flickandfilm@gmail.com เปลี่ยนเปน... หมึกถั่วเหลือง 1 2 นี่เปน “พลัง+งาน” ฉบับที่ 2 แลวทีทางทีมงานเปลียนจาก ่ ่ หมึกพิมพธรรมดามาพิมพดวย  หมึกถั่วเหลือง การพิมพดวยหมึกถัวเหลือง  ่ ยังไมแพรหลายในบานเรา มากนัก แตหนังสือพิมพ ใน สหรัฐอเมริกากวา 95 เปอรเซ็นตลวนพิมพดวยหมึก ถั่วเหลือง แลวเหตุใดถึงตองเปลี่ยน มาใชหมึกถั่วเหลือง...หมึกถั่ว เหลืองนั้นดีจริงหรือ? โดยทัวไปหมึกพิมพมองคประกอบ ่ ี หลักๆ สองอยางดวยกัน คือ ผงหมึก และตัวทําละลาย ซึ่งแตกอนใช น้ำมันปโตรเลียมเปนตัวทําละลาย จนกระทังยุควิกฤตการณนำมันปลาย ่ ้ คริสตทศวรรษที่ 1970 สมาคมนัก หนังสือพิมพแหงสหรัฐอเมริกาจึงมี แนวคิดหาสารทดแทนมาเปนสวนผสม โดยประสบผลสําเร็จดวยการใชนำมัน ้ จากถั่วเหลืองในป ค.ศ. 1987 หลังจากนั้นเปนตนมา หมึกถั่ว เหลืองก็ไดรับความนิยมใชอยาง แพรหลายทั้งในสหรัฐอเมริกาเอง และประเทศตางๆ อีกหลายประเทศ สําหรับประเทศไทยก็ไมถึงกับ นอยหนานักหรอก เพราะมีบริษัทคน ไทยที่สามารถผลิตหมึกถั่วเหลืองได นั่นคือบริษัทพาโนรามา ซอย อิ้งค จํากัด โดยนําพืชพลังงานอยางปาลม น้ำมัน มาผสมกับน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันพืช และผงหมึกที่ไดจากหินสี ธรรมชาติ เปนสูตรลับเฉพาะที่มีการ จดสิทธิบัตรไปเรียบรอยแลว นอกจากนียงมีบริษททีนาเขาหมึก ้ั ั ่ ํ ถัวเหลืองจากตางประเทศอีกหลายราย ่ ซึ่งสํานักพิมพทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ หลายแหงก็เริ่มนิยมหันมาใชหมึกถั่ว เหลืองกันบางแลวเหมือนกัน ทีนี้หมึกถั่วเหลืองมีขอดีอยางไร ทําไม “พลัง+งาน” ของเราจึงเปลี่ยน มาพิมพดวยหมึกถั่วเหลือง... สิ่งแรกที่ผูอานสามารถสัมผัสได คือ ไมมีกลิ่นเหม็นฉุน (ลองกาง หนังสือขึ้นมาดมดู) และไมเลอะเทอะ เปรอะเปอนมือ (ลองใชนิ้วลูบหนา กระดาษดู) นั่นเพราะหมึกถั่วเหลือง มีคุณสมบัติที่แหงเร็ว และไมใชน้ำมัน ปโตรเลียมเปนตัวทําละลาย ทําใหมี สารประกอบอินทรียระเหยงาย หรือ ทีเรียกกันวา VOCs (Volatile Organic ่ Compounds) ระเหยออกมานอย มาก ซึ่งไอระเหยของสารชนิดนี้ไม เพียงแตมีกลิ่นเหม็นฉุน หากสูดดม มากๆ ยังทําลายระบบประสาทสวน กลาง ทําใหเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ รวมถึงเปนสารกอมะเร็งตัวเดียวกันกับ ที่อยูในเขมาควันรถยนตดวย ทั้งนี้มีการศึกษาเปรียบเทียบน้ำ หมึกในตางประเทศ พบวาหมึกที่ใช น้ำมันปโตรเลียมเปนตัวทําละลาย จะมี VOCs อยู 30-35 เปอรเซ็นต สวนหมึกถั่วเหลืองมี VOCs ไมถึง 5 เปอรเซ็นต ถึงอยางนั้น ผูอานบางคนอาจยัง รูสึกวาไมสลักสําคัญสักเทาใด เพราะ ที่ผานมาเราตางคุนเคยกับการอาน หนังสือที่พิมพดวยหมึกธรรมดา แลว ก็ไมเคยเห็นมีใครเจ็บปวยเพราะ สาเหตุจากการอานหนังสือมากจน เกินไป (เวนแตอาจทําใหสายตาสั้น หรือสายตาเอียง) แตอยากชวนมองไปถึงคุณภาพ ชีวิตของคนงานในโรงงานผลิตน้ำ หมึกและโรงพิมพที่ตองสัมผัสและ สูดดมกลิ่นหมึกทั้งวี่ทั้งวัน การใช หมึกธรรมดาในกระบวนการพิมพ ยอมสงผลกระทบตอสุขภาพคนงาน อยางไมอาจปฏิเสธได 32 กุมภาพันธ - เมษายน 2554 3 นอกจากนี้ สิ่งที่ผูอานไมสามารถ รูไดจากเพียงหยิบ “พลัง+งาน” ขึนมา  ้ ดมหรือใชนิ้วถูสัมผัส นั่นคือกระดาษ ที่พิมพดวยหมึกถั่วเหลืองสามารถ นําไปรีไซเคิลไดถึง 80 เปอรเซ็นต สวนกระดาษทีพมพดวยหมึกธรรมดา ่ ิ  สามารถรีไซเคิลไดเพียง 30 เปอรเซ็นต เทานั้น เนื่องจากกระบวนการ แยกหมึกออกจากสิ่งพิมพนั้น หมึก ถั่วเหลืองทําไดงายกวา และที่ตองไมลืมนึกถึง น้ำเสียที่ เกิดจากการผลิตหมึก ขั้นตอนการ พิมพของโรงพิมพ และการรีไซเคิล กระดาษของโรงงาน เหลานี้ยอมปน เปอนสารพิษแตกตางกันอยางที่ไม จําเปนตองนําตัวเลขใดๆ มายืนยัน เพราะฉะนันถาถามวา การเปลียน ้ ่ มาใชหมึกถั่วเหลืองนั้นดีจริงหรือไม? คําตอบคือ ดีจริง แตใชวาไมมี ขอพึงสังวร... เพราะมีรายงานวา อยางในประเทศ สหรัฐอเมริกาทีมการใชหมึกถัวเหลือง ่ ี ่ กันชนิดแพรหลาย มีเพียง 33 เปอรเซ็นตเทานันทีใชถวเหลืองทีปลูก ้ ่ ั่ ่ ภายในประเทศ ที่เหลือเปนการนํา เขาจากประเทศโลกที่สาม ซึ่งกอให เกิดการหักรางถางปาเปนจํานวนมาก เพื่อปลูกถั่วเหลือง โดยเฉพาะอยาง ยิ่งในลุมน้ำอเมซอนของประเทศ บราซิล อีกทั้งถั่วเหลืองกวา 92 เปอรเซ็นตที่นํามาใชเปนวัตถุดิบ เปนพืชจีเอ็มโอ ในสวนของประเทศไทยก็นาคิด เชนกันวา ในกรณีการปลูกปาลมน้ำมัน เพื่อผลิตพลังงานทดแทน ก็กอใหเกิด การบุกรุกปาในหลายพื้นที่ อนาคต ของหมึกถั่วเหลืองจึงไมใชเรื่องเขียว สดใสไรรองรอยตําหนิ สิ่งที่ผูบริโภค หรือมิตรรักนักอาน “พลัง+งาน” ควรระลึกเสมอวา การ ใชผลิตภัณฑทเปนมิตรกับสิงแวดลอม ี่ ่ ไมไดหมายถึงวาไดรักษ โลกแลว ได ชวยเหลือโลกแลว สิ่งสําคัญที่ขาด ไมไดอกประการคือ การบริโภคสินคา ี หรือผลิตภัณฑตามความจําเปนและ บริโภคอยางมีคุณภาพ สําหรับมิตรรักนักอาน “พลัง+งาน” เชื่อเถอะวาทานกําลังเสพสื่ออยางมี คุณภาพ ...แตอยากชวนมอง ไปถึงคุณภาพชีวตของ ิ คนงานในโรงงานผลิต น้ำหมึกและโรงพิมพ ที่ตองสัมผัสและสูดดม กลิ่นหมึกทั้งวี่ทั้งวัน... ...มีเพียง 33 เปอรเซ็นต เทานั้นที่ใชถั่วเหลืองที่ ปลูกภายในประเทศ ที่เหลือเปนการนําเขา จากประเทศโลกที่สาม ซึงกอใหเกิดการหักราง ่ ถางปาเปนจํานวนมาก เพื่อปลูกถั่วเหลือง.. ภาพประกอบ 1 www.soyink.co.th 2-3 www.planprinting.co.th/wp/?p=494 อื่นๆ www.flickr.com -- คนหา Soy Ink กุมภาพันธ - เมษายน 2554 33 ขุมพลังข้างบ้าน เรื่อง : เดชรัต สุขกำเนิด email : tonklagroup@yahoo.com ใช้ความชื้น ภาพ ตู้เย็นคนยาก สร้าง ความเย็น ประเทศไทยเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น ความชื้น จึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาโดยตลอด แต่หลายครั้งเราก็ รู้สึกรำคาญกับความชื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อากาศ อบอ้ า ว ซึ่ ง จะทำให้ เ รารู้สึกเหนียวตัว เพราะไม่สามารถ ระบายความชื้นออกจากตัวได้ แต่เราก็สามารถนำความชื้นมาใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน เนื่องจากเวลาที่น้ำ (ซึ่งก็คือความชื้น นั่นแหละ) ระเหย กลายเป็นไอ จะมีการดูดความร้อนจากสิ่งอยู่รอบข้าง ทำให้ สิ่งที่อยู่รอบข้างมีอุณหภูมิลดลง เพราะฉะนั้น เราจึงสามารถใช้ประโยชน์จากการระเหย ของน้ำ เพื่อลดอุณหภูมิวัตถุหรือสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ เช่นกัน ความชื้นกับการระบายความร้อน ตัวอย่างที่เห็นกันบ่อยที่สุดคือ การพรมละอองน้ำบน หลังคาของบ้านเรือนหรือร้านค้า ซึ่งก็คือ การให้น้ำช่วยดูด ความร้อนออกจากหลังคาและพื้นที่รอบข้าง ในขณะที่น้ำใน รูปของเหลวกำลังแปลงสภาพเป็นไอนั่นเอง เนื่องจากการระเหยน้ำ 1 กิโลกรัมให้เป็นไอน้ำจะต้อง ดูดความร้อนจากสิ่งแวดล้อมถึง 550 กิโลแคลอรี จึงมีผู้เคย คำนวณว่า การระเหยน้ำประมาณ 20 ลิตร/นาที จะดูด ความร้อน (และให้ความเย็น) ได้เทียบเท่ากับเครื่องปรับ อากาศที่กินไฟมากกว่า 2,000 วัตต์เลยทีเดียว ล่าสุด มีผนำความคิดนีมาประยุกต์เข้ากับแผงโซลาร์เซลล์ ู้ ้ เพื่อใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์ในการพ่นฝอย ละอองน้ำ จึงเป็นการประยุกต์ใช้พลังงานจากธรรมชาติถึง สองต่อด้วยกัน รวมถึง บริษัทในเครือซีเมนต์ไทยก็ผลิตบล็อคปูถนน ชนิดใหม่ ซึงหากมีการพรมน้ำเป็นระยะ ก็จะช่วยลดอุณหภูมิ ่ ที่สะสมในพื้นถนนให้ลดลง เพราะความร้อนส่วนหนึ่งต้อง ถูกนำไปใช้ในการระเหยของน้ำ ดังนั้น จึงช่วยลดอุณหภูมิลง ได้ไม่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส เมื่อเปรียบเทียบกับบล็อค ปูถนนทั่วๆ ไป ความชื้นกับความเย็นในบ้าน ด้วยหลักการเดียวกัน หากเราสามารถปลูกต้นไม้ไว้ใน ส่วนที่เชื่อมโยงหรือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน และ สามารถมีจุดที่เปิดโล่งจากส่วนนั้น เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ 34 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 โดยเฉพาะหากเปิดโล่งขึ้นไปในแนวดิ่ง พื้นที่ในส่วนนั้นก็จะ เป็นพื้นที่ที่มีความชื้น ทั้งจากความชื้นในดินและความชื้น จากการคายน้ำของต้นไม้ ซึงทังสองส่วนจะต้องดูดความร้อน ่ ้ จากพื้นที่รอบข้าง ยิ่งไปกว่านั้น การระเหยของน้ำในพื้นที่ดังกล่าว และการ ดู ด ความร้ อ นจากพื้นที่รอบข้างยังมีส่วนสำคัญให้เกิดลม ถ่ายเทในบ้าน จนบรรยากาศสบายไม่อบอ้าว ผมนึกถึงบ้านคุณตาคุณยายของผมที่จังหวัดชุมพร ซึ่ง แม้จะไม่มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ในบ้าน แต่ใจกลางบ้านเป็นบ่อน้ำ ใต้ดินและลานซักล้าง ซึ่งก็จะทำหน้าที่เดียวกัน คือการดูด ความร้อนที่พื้นที่อื่นๆ ในตัวบ้าน เพื่อระเหยน้ำ และทำให้ บ้านทั้งบ้านเย็นสบาย ความชื้นกับตู้เย็นธรรมชาติ ความรูเรืองหลักการดูดความร้อนในการระเหยน้ำยังช่วย ้ ่ ให้เราประดิษฐ์ตู้เย็นแบบธรรมชาติขึ้นได้ โดยผมได้ชมจาก รายการโทรทัศน์พบว่านักเรียนจากโรงเรียนสถาพรวิทยา จังหวัดนครปฐม ได้ประดิษฐ์ตู้เย็นแบบธรรมชาติขึ้นมา เพื่อ ใช้เก็บผักและผลไม้ให้นานขึ้น โดยไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้า ตู้เย็นแบบธรรมชาตินี้ประดิษฐ์จากโครงไม้ที่ต่อเป็นรูป สี่เหลี่ยมเพื่อใช้เป็นชั้นวาง และใช้กระสอบป่านปิดทั้งสี่ด้าน ชั้นบนใส่น้ำไว้ในกะละมัง โดยที่ชายกระสอบทั้งสี่ด้านจะต้อง จุ่มน้ำในกะละมังและปล่อยชายกระสอบอีกด้านหนึ่งให้ปิด โครงไม้ไว้ จากนัน กระสอบป่านทีชมน้ำก็จะดูดความร้อนจากสภาพ ้ ่ ุ่ แวดล้อม เพื่อช่วยในการระเหยน้ำอย่างต่อเนื่อง (เนื่องจาก ชายผ้าด้านหนึ่งจุ่มน้ำอยู่) ทำให้อุณหภูมิในตู้เย็นเย็นลงได้ ประมาณ 5 องศาเซลเซียส ช่วยเก็บผักได้นาน 3-4 วัน ความสำเร็จของตู้เย็นคนยาก พัฒนาการอีกขันหนึงของการประยุกต์ใช้องค์ความรูนคอ ้ ่ ้ ี้ ื การประดิษฐ์ตู้เย็นคนยากของครูวิทยาศาสตร์ชาวไนจีเรีย ชื่อ Mohammed Bah Abba เพื่อช่วยเก็บรักษาผลไม้ของพ่อ แม่ของนักเรียนในโรงเรียน จนได้รบรางวัลนวัตกรรมโลว์เทค ั จากบริษัทโรเล็กซ์ หลักการของตู้เย็นก็คล้ายกัน เพียงแต่ตู้เย็นของคุณครู ชาวไนจีเรียทำจากตุ่มสองใบ ใบใหญ่ใส่ทรายรองก้น วางตุ่ม ใบเล็กลงไปในใบใหญ่ ใส่ทรายในช่องว่างระหว่างตุ่มสองใบ จากนั้นก็เทน้ำลงไปให้ทรายชุ่มน้ำ และนำผ้าชุบน้ำมาปิดฝา ตุม ก็เป็นอันเสร็จพิธี (ตามรูป) ตูเย็นแบบคนยากนีสามารถ ่ ้ ้ เก็บรักษาผักและผลไม้ในตุ่มใบเล็กได้นานกว่า 4 สัปดาห์ แน่นอนว่า ตู้เย็นของคุณครูชาวไนจีเรียก็ใช้หลักการ เดียวกัน เมือน้ำระเหยออกจากผิวตุมใบใหญ่กจะพาความร้อน ่ ่ ็ ออกไป ทำให้อุณหภูมิของตุ่มใบเล็กเย็นลง ขณะเดียวกัน ทรายก็จะทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนให้กับตุ่มใบเล็ก อีกทางหนึ่งด้วย (ซึ่งตู้เย็นของโรงเรียนสถาพรวิทยายังขาด ส่วนนี้ครับ) หากท่านผูอานสนใจลองทำดูกได้ หรือหากสนใจดูตนแบบ ้่ ็ ้ ผมทราบว่าทางวัดป่ายาง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดย ท่านพระชื่น อาทโร ก็นำเอาตู้เย็นคนยากที่แสนจะง่าย แต่ ไม่ธรรมดา ไปทดลองใช้เช่นกัน สิ่งประดิษฐ์เหล่านี้คือ ภูมิปัญญาที่รู้จักนำความชื้นและ หลักการทางวิทยาศาสตร์มาสร้างความเย็นได้แบบไม่ ธรรมดาเลยทีเดียว ขอบคุณข้อมูลจากเรื่อง ตู้เย็นคนยาก โดย ดร.พีรศักดิ์ วรสุนทรโรสถ และเรื่อง ระบบทำความเย็นโดยใช้พลังงาน แสงอาทิตย์ จากวารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 35 รู้ทัน...พลังงาน เรื่อง : นาวิน โสภาภูมิ email : navinpang@yahoo.com สิ่งที่ไม่เห็นและ ไม่ได้ยินใน โฆษณาของ ธุรกิจพลังงาน ในที่สุดเราก็เข้าสู่ปี 2554 กันอย่างสวัสดี หลังจากที่ หลายคนมีอาการวิตกและหวาดกลัวภัยพิบัติ ตามคำทำนาย ของโหรดังที่ชวาช่วงสินปี 2553 จะเกิดภัยธรรมชาติอย่าง ี้ ่ ้ รุนแรงในประเทศไทย ความหวาดวิตกและกลัวภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ดินถล่ม น้ำท่วม คลื่นยักษ์สึนามิ ของผู้คนในปัจจุบัน หาได้ เกิดขึ้นอย่างงมงายด้วยการเชื่อคำทำนายของหมอดูเท่านั้น คนไทยได้รับรู้และสัมผัสความรุนแรงจากภัยธรรมชาติ กันทุกปี ทั้งการเกิดสึนามิที่ภาคใต้ ปัญหาน้ำท่วม และดิน ถล่มที่เกิดขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศ นักวิทยาศาสตร์หลายท่านชีวาความเสียงจากภัยธรรมชาติ ้่ ่ ที่ เ กิ ด ขึ้ น ในปั จ จุ บั น มี สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศโลก หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ปัญหาโลกร้อน กล่าวคือ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกใบนี้กำลังเพิ่มขึ้น เมื่อ อุณหภูมิของโลกทั้งใบเพิ่มขึ้น แม้จะเล็กน้อยเพียง 1 องศา สภาพสมดุลของดินฟ้า อากาศ กระแสลม กระแสน้ำ และน้ำแข็ง ขัวโลกก็จะเริมแปรปรวน ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าภัยธรรมชาติ ้ ่ ขึ้นมานั่นเอง ถามว่าปัญหาโลกร้อนในขณะนีเ้ กิดขึนเพราะอะไร ตอบแบบ ้ ไม่รักษาหน้าตัวเองก็คือ เกิดขึ้นเพราะการกระทำของมนุษย์ โดยเฉพาะกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการหาความสุขทางโลก 2 ของมนุษย์ อาทิ การสร้างโรงอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าถ่านหิน การบุกเบิก ทีปาเพือทำการเกษตรขนาดใหญ่ การใช้รถยนต์ทใช้เชือเพลิง ่ ่ ่ ี่ ้ ฟอสซิล และการใช้ไฟฟ้ากันอย่างมโหฬารทั้งในบ้านเรือน สำนักงานและห้างสรรพสินค้า อย่างไม่มวนหยุดและไม่สนใจ ีั อนาคต แม้จะเป็นทียอมรับกันว่าปัญหาโลกร้อนและภัยธรรมชาติ ่ มีสาเหตุสำคัญมาจากฝีมอของมนุษย์ ทังยังเป็นปัญหาทีมผล ื ้ ่ ี ต่อความอยู่รอดของมนุษย์ในอนาคต แต่การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ที่จะปฏิวัติความคิดและ การกระทำของมนุษย์เพื่อรักษาโลกนี้ให้เย็นลง ยังไม่เกิดขึ้น อย่างจริงจังนัก โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจพลังงาน ที่มีอิทธิพลเป็นอย่าง มากต่อการควบคุม จัดหาและจัดการแหล่งพลังงาน รวมถึง การใช้พลังงานของผู้คนในสังคม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้กลุ่ม ธุรกิจพลังงานของไทย โดยเฉพาะ ปตท. กฟผ. และบริษัท เอ็กโก้กรุ๊ป หรือบริษัทผลิตไฟฟ้าจำกัด (มหาชน) ต่างก็ ทุ่มงบโฆษณาเพื่อสร้างความคิดเกี่ยวกับการจัดหาและ การใช้พลังงานผ่านสื่อโทรทัศน์กันอย่างเอิกเกริก ทั้งโฆษณาเรื่อง “ไฟฟ้าไม่มีวันหยุด” ของ กฟผ. ที่สื่อกับ คนดูว่า กฟผ. ได้ทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถในการทำให้ ทุก กิจกรรมของผู้คนในสังคมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ไฟฟ้า สามารถดำเนินต่อไปได้ โดยไม่ต้องหวาดกลัวว่าไฟฟ้าจะ หมด ขาด หรือดับ โฆษณาของ ปตท. ที่แสดงให้เห็นว่ามีทีมงานคนหนุ่ม บึกบึนของ ปตท. ที่เข้าไปบุกเบิกหาแหล่งน้ำมันถึงกลาง 36 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 http://secs-uiuc.org/wp-content/uploads/2010/08/abb ot-1.jpg science.nationalgeographic.com/s...age.html www.nimsonline.com/flood-safety-...ess.html www.disaster.go. th/dpm/index.php ...id 3D257 ทะเลทรายอันร้อนระอุ ณ ตะวันออกกลาง เพื่อให้คนไทย มั่นใจได้ว่าจะมีน้ำมันใช้กันอย่างไม่ขาดแคลน ขณะที่โฆษณา “เสียงแห่งความสุข” ของบริษัทเอ็กโก้ กรุ๊ป ก็ได้นำแนวคิดเรืองวิถแห่งความสุขของชาวบ้าน ทีองกับ ่ ี ่ิ ธรรมชาติและประเพณีวัฒนธรรมอันเรียบง่ายมาร้อยเรียง กันเป็นภาพ ประสานกับเสียงธรรมชาติ เช่น น้ำหยด ไก่ขัน ใบไม้ไหว กบ เขียดร้อง ปลาโลมาแหวกว่าย ตลอดจนเสียงจากกิจกรรมในวิถีชีวิตของผู้คน ทั้งเสียง ผิวปาก กรีดยาง ทอผ้า หว่านแห พระตีกลองเพล และเสียง หัวเราะของเด็กๆ ที่หยอกล้อกัน ขณะที่ภาพสุดท้ายที่เป็นประเด็นหลักของโฆษณาชิ้นนี้ คือ โรงไฟฟ้าตังตระหง่าน ส่งแสงสว่างไสว ท้าทายความมืดมิด ้ ราวกับว่าการตั้งโรงไฟฟ้าอยู่ตรงนี้ ไม่ได้สร้างผลกระทบใดๆ ต่อวิถีชีวิตของผู้คนและสรรพสิ่งที่อยู่แวดล้อม ทุกเสียงยังคง ปกติสุขดังเดิม โฆษณาสามชินนีถายทอดเรืองราวชวนเชือได้อย่างน่าสนใจ ้ ้่ ่ ่ ใน 2 ประเด็น คือ หนึง การจัดหาและการใช้พลังงานทีจะไม่ม ่ ่ ี วันขาดแคลน และสอง การจัดหาพลังงานนั้นไม่ได้ก่อให้เกิด ผลกระทบใดๆ เลย ประเด็นเหล่านี้ถูกสื่อให้คนดูโทรทัศน์รับรู้ว่า พวกเขา (ผู้บริโภค) สามารถใช้พลังงานได้อย่างสบายใจ กลุ่มธุรกิจ พลังงานจะเป็นผู้จัดหามาให้เอง และในการจัดหาพลังงาน มานั้นไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อมเลย สักนิด ด้วยการสื่อความหมายเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่า การใช้นำมันเชือเพลิงและการใช้ไฟฟ้าของคนไทยยังเพิมขึน ้ ้ ่ ้ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการประหยัด พลังงาน ขณะทีการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ก็จะเกิดขึนอย่างต่อเนือง ่ ้ ่ เช่นกัน โดยที่คนในสังคมส่วนใหญ่เพิกเฉยต่อการตั้งคำถาม ถึงผลกระทบของโรงไฟฟ้าเหล่านั้น โฆษณาเหล่านี้ยังได้กลบเกลื่อน และปิดซ่อนภาพและ เสียงสะท้อนของปัญหาโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากการจัดหา พลังงานทียงอิงอยูกบการใช้ถานหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ่ั ่ั ่ โดยเฉพาะการปิดซ่อนภาพและเสียงพายุ กระแสน้ำ เชียวกราก ดินถล่ม น้ำท่วม น้ำแข็งขัวโลกละลาย ภัยธรรมชาติ ่ ้ ทีสมพันธ์กนอย่างแนบแน่นกับการจัดหาและการใช้พลังงาน ่ั ั แบบเดิมๆ ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้บริษัทธุรกิจมีความรับผิด ต่อสังคม สิ่งที่ธุรกิจพลังงานควรจะทำอันดับแรกก็คือ การ ยอมรับความจริงว่าพลังงานที่พวกเขาค้ากำไรอยู่ในขณะนี้ ได้สร้างปัญหาให้กับมนุษย์และโลก และเปิดให้ภาพและเสียงสะท้อนจากปัญหาสภาวะโลก ร้อนอันเนื่องมาจากการใช้พลังงานได้สื่อสารไปยังผู้บริโภค เพื่อที่ผู้บริโภคเหล่านั้นจะได้เปลี่ยนมาอุดหนุนพลังงาน หมุนเวียน และใช้พลังงานอย่างมีสติ เพื่ออนาคตของมนุษย์ และโลกใบนี้ กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 37 พลังคน-พลังคลื่น เรือง : สุกรานต์ โรจนไพรวงศ์ สถาบันคุมครองผูบริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) ่ ้ ้ email : sukranbor@yahoo.com ภาพ : หนังสือมือถือในมือเด็ก ของเงินเติมมือถือ ในการใช้บริการโทรศัพท์มือถือ มีระบบการจ่ายค่าบริการ 2 แบบ แบบหนึ่ง คือการใช้ก่อนจ่ายทีหลัง หรือ “ระบบรายเดือน” อีกแบบคือการจ่ายเงินล่วงหน้า ก่อนใช้ หรือที่เรียกกันว่า “ระบบเติมเงิน” ที่เหมาะสม... อายุ วันนี้ขออนุญาตพูดถึงปัญหาและความทุกข์ของคนใช้มือถือ ระบบเติมเงินนะคะ แต่คนใช้รายเดือนก็ใช่ว่าจะไม่เกี่ยว ยังไง ลองติดตามไปด้วยกัน...แล้วจะทราบเองว่าเกี่ยวอย่างไร ปัญหาร่วมโดยทั่วไปของผู้ใช้มือถือระบบเติมเงินไม่ได้อยู่ที่ เรื่องการหาเงินมาเติม (แม้ว่าในระดับบุคคลคงมีบ้างที่ประสบ ปัญหาการขาดสภาพคล่องในบางช่วงเวลา) แต่อยู่ที่ทุกคนถูก กำหนดให้ต้องเติมเงินในอัตราที่ค่อนข้างแน่นอน โดยมีความ สัมพันธ์กันระหว่างระยะเวลากับจำนวนเงิน โดยเฉลี่ยสำหรับโปรโมชั่นทั่วไปก็คือมีสัดส่วนอยู่ที่วันละ 10 บาท หมายถึง ถ้าเติม 50 บาท ก็จะมีอายุการใช้งานของ เงินนั้น 5 วัน เติม 300 บาทก็ใช้งานได้ 30 วัน เป็นต้น พูดง่ายๆ ก็คอ เมือไรทีมการเติมเงินเข้าระบบบริการมือถือ ื ่ ่ ี เงินจำนวนนั้นก็จะมีสภาพคล้ายสินค้าอุปโภค-บริโภค นั่นคือ มีวันหมดอายุทันที วงเงินที่เติมไปนั้นจะถูกหักไปเรื่อยๆ ตามการใช้งาน และ ไม่ว่าเงินจะหมดก่อนหรือเวลาหมดก่อน การโทรออกก็จะทำ ไม่ได้ ในกรณีที่เวลาหมดก่อนโดยยังคงมีเงินคงเหลือ หากไม่มี การเติมเงินสมทบเข้าไปภายในระยะเวลาทีกำหนด เงินนันจะถูก ่ ้ ยึดไป ติดตามด้วยการปิดให้บริการ อันหมายถึงการยึดเบอร์ หรือเลขหมายโทรศัพท์กลับคืนไป ส่วนใหญ่ของผูใช้บริการมือถือระบบเติมเงินต่างมีประสบการณ์ ้ “เงินเหลือแต่โทรออกไม่ได้เพราะวันหมด” และเพื่อหลีกเลี่ยง ที่จะประสบปัญหาการถูกยึดเงินและถูกปิดบริการ จึงต้องเติม เงินทบเพิ่ม จนในที่สุดประสบปัญหาใหม่ คือมียอดเงินจ่ายล่วง หน้าคงอยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก บางคนพลาดพลั้งเติมเงินไม่ทันในบางครั้งก็อาจต้องถูกยึด เงินไปบ้าง ส่วนใครที่อยากยกเลิกบริการก็มีทางเลือกคือต้อง เร่งใช้เงินคงเหลือให้หมดก่อน หรือยอมสูญเสียเงินบางส่วนไป พร้อมการปิดเบอร์ ปัญหาเหล่านี้ แท้ที่จริงเมื่อพิจารณาตามข้อกฎหมายแล้ว ไม่ ค วรเกิ ด ขึ้ น เพราะตามประกาศคณะกรรมการกิ จ การ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้ บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ข้อ 11 ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า การให้ บ ริ ก ารโทรคมนาคมในลั ก ษณะที่ เ รี ย กเก็ บ ค่ า ธรรมเนียมหรือค่าบริการเป็นการล่วงหน้าจะต้องไม่มขอกำหนด ี้ อันมีลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายใน ระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่ได้รับความเป็นชอบจาก กทช. ที่ผ่านมา ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้งหลายไม่เคยขอ ความเห็นชอบเกี่ยวกับเกณฑ์การกำหนดอายุของเงินที่เติมเข้า สู่ระบบ แต่อาศัยว่าเป็นแนวปฏิบัติที่มีมาก่อนที่ข้อกฎหมายดัง กล่าวจะมีผลบังคับใช้ จึงคงให้บริการตามวิถีทางเดิม ซึ่งเป็นที่ ชัดเจนว่าเอื้อประโยชน์กับฝ่ายผู้ให้บริการ แต่เป็นภาระและข้อ จำกัดที่ผู้บริโภคเป็นฝ่ายแบกรับ อย่างไรก็ดี ล่าสุด กทช. มีมติกำหนดระยะเวลาของเงิน เติมล่วงหน้าไว้ที่ 1 ปีไม่วาจะเติมจำนวนเท่าใด ทังนีโดยกำหนด ่ ้ ้ ด้วยว่าต้องมีการเปิดให้เติมเงินขั้นต่ำที่ไม่เกิน 30 บาทได้ 38 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 เหตุที่ต้องขีดวงเงินขั้นต่ำก็เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้มีรายได้ น้อยทีจะอาจต้องถูกบังคับเติมเงินคราวละมากๆ แต่ทงนีกใช่วา ่ ั้ ้ ็ ่ ในที่สุดแล้วปีๆ หนึ่ง คนใช้มือถือระบบเติมเงินจะเติมเงินกัน แค่ 30 บาท จะอย่างไรคนที่นิยมโทรหนักก็ต้องเติมมากกว่า เดือนละ 300 บาทอยู่แล้ว ในที่สุดการเติมเงินจะเป็นไปตาม สภาพการใช้งานจริงมากกว่า แต่มติเรื่องการขยายวันหมดอายุของเงินเติมให้ยืดยาวไป ถึง 1 ปีนี้ยังไม่เป็นจริง เนื่องจากข้อกำหนดนี้เป็นเงื่อนไขที่จะมี ผลต่อเมือมีการบังคับใช้สญญาให้บริการฉบับใหม่ ซึงผูให้บริการ ่ ั ่ ้ ทั้งหลายยังพร้อมใจกันที่จะไม่เริ่มต้นใช้ เป็นที่ชัดเจนนะคะว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะคนใช้ มือถือระบบเติมเงินในปัจจุบันมีมากกว่า 60 ล้านเลขหมาย เทียบกับผู้ใช้ระบบรายเดือนคือ 9 คนต่อ 1 คน คิดเฉลี่ยง่ายๆ ว่า ใน 60 ล้านเลขหมายนี้ มีสักครึ่งเดียวที่ ต้องเติมเงินเดือนละ 300 บาท (เท่ากับว่าอีกครึ่งยอมใช้โปร โมชั่นที่มีอัตราค่าโทรแพงกว่า แลกกับการมีวันหมดอายุที่ ยาวนานขึ้น) เพียงเท่านี้ก็หมายความว่า ยอดรายรับของ บริษัทผู้ให้บริการมือถือโดยรวมจะสูงถึง 9,000 ล้านบาทต่อ เดือน ภายใต้ระบบการกำหนดวันหมดอายุแบบสั้นมากที่เป็นอยู่ ถึงแม้ทุกคนใช้งานเต็มที่ตามจำนวนเงินที่เติม ยอด 9,000 ล้านบาทนี้ก็คือรายได้อันชอบ แต่ถึงใช้ไม่หมด ในที่สุดเงิน จำนวนนี้ก็ไม่ไปไหน จะตกแก่บริษัทอยู่ดี ส่วนในกรณีที่มีการ ยึดเงิน ย่อมเท่ากับการมีรายรับแบบได้ฟรีเข้าสู่บริษัท การพร้อมใจกันไม่ยอมเข้าสู่เงื่อนไขใหม่ที่ กทช. กำหนด ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของบริษัทผู้ให้บริการมือถือ ทั้งหลาย ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใช้มือถือทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ระบบเติมเงินหรือรายเดือนต้องร่วมแสดงเจตนารมณ์อนชัดเจน ั บ้างว่า เห็นด้วยหรือไม่กับการที่เงินเติมล่วงหน้าทุกๆ 10 บาท จะมีอายุเพียงแค่ 1 วัน แนวทางที่ทำได้ง่ายก็คือ การร่วมกันบอกกล่าวให้เพื่อนๆ ผู้ใช้บริการเท่าทันถึงสภาพการณ์นี้ ว่าผู้ให้บริการต่างทำผิด กฎหมาย เร่งรัดให้ผู้บริโภคเติมเงินและใช้งาน โดยมีมาตรการ ตัดสัญญาณ ยึดเงิน และยึดเบอร์เป็นเครื่องมือ ส่วนผู้ประสบปัญหาสามารถร่วมกันใช้สิทธิร้องเรียน เพื่อ เรียกคืนวันใช้งานและเงินจากเครือข่ายผู้ให้บริการ ซึ่งที่ผ่าน มาพบว่า เมือมีการร้องเรียนก็จะมีการตอบสนองในทังสองเรือง ่ ้ ่ ใช่แล้วค่ะ...การสนองตอบแบบเป็นรายๆ คือแนวทางที่ บริษัทเลือกมากกว่า แต่ถ้าจำนวนรายที่ร้องเรียนมากเพียงพอ ก็เชื่อว่าย่อมจะส่งผลต่อการความเปลี่ยนแปลงเชิงระบบได้ เช่นกัน กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 39 เรื่อง : กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล email : sk.kritsada@gmail.com ภาพ : ทรงวุฒิ พัฒแก้ว 1 ไม่มีวันหวนกลับ ก่อนภูมิทัศน์ เมืองคอน การที่ผมหยิบยกกรณีมาบตาพุดขึ้นมาพูด เพราะต้องการชี้ให้เห็นว่ารัฐบาล ได้เรียนรู้จากบทเรียนครั้งนี้แล้ว และการพัฒนาจากนี้ไปต้องมีความระมัดระวัง มากขึ้น จึงเป็นเหตุผลในการตัดสินใจว่า การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งภาคใต้และพื้นที่ สนับสนุนก่อให้เกิดอุตสาหกรรมหนัก รัฐบาลตัดสินใจแล้ว จะไม่มีการดำเนินการ โครงการเหล่านี้ หลังจากได้รับฟังการมีส่วนร่วมในพื้นที่ เป็นคำกล่าวปิดการประชุมสมัชชา สุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมือกลางเดือน ่ ธันวาคมปีที่ผ่านมา ท่านผู้อ่านที่ติดตามคงรู้สึกว่าผม พู ด ถึ ง แผนพั ฒ นาพื้ น ที่ ช ายฝั่ ง ทะเล ภาคใต้หรือเซาเทิร์นซีบอร์ดอยู่ทุกบ่อย นันเป็นเพราะเซาเทิรนฯ คืออภิโครงการ ่ ์ ที่ถูกเร่งรุกหนักหน่วงที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์และที่ตั้ง ของภาคใต้ มันจึงถูกวางเป็นยุทธศาสตร์ การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย ในจังหวะก้าวต่อไป ว่ากันเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีโครงการต่างๆ ลงไปถึง 22 โครงการ ทั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าถ่านหิน เขือน ท่าเรือ แลนด์่ บริดจ์ หากโครงการทั้งหมดเกิดขึ้นจริง ผมใช้ ค ำว่ า ภู มิ ทั ศ น์ ท างการเมื อ ง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิงแวดล้อม ่ และวิถชวตของจังหวัดนครศรีธรรมราช ีีิ จะเปลี่ยนไปโดยไม่มีวันหวนกลับ ธงผืนแดงปลิวสะบัดล้อลมทะเลอยู่ หน้าบ้านเกือบทุกหลังในชุมชนท่าขึ้น อำเภอท่าศาลา มันเป็นสัญลักษณ์ของ การคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขนาด 800 เมกะวัตต์ของทางการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่ง นำความวิตกกังวลสู่จิตใจของชาวบ้าน ว่าจะกระทบต่อวิถีทำมาหากินดั้งเดิม “เริมแรกมีขาวก่อนว่าจะมีโรงไฟฟ้า ่ ่ ถ่านหินมาลงที่หัวไทร เป็นอีกตำบลใน ท่าศาลา ชาวบ้านได้ยินว่าชาวบ้านที่ หัวไทรคัดค้านกัน รู้ข้อมูลคร่าวๆ ว่า จะมีโครงการโรงไฟฟ้ามาลงที่นครฯ พอศึกษาข้อมูลดูก็รู้ว่ามันเป็นอันตราย ต่อคนในพื้นที่ ก็เลยรวมตัวกันภายใน หมูบานประมาณ 10 คน ปรึกษาหารือ ่ ้ กันว่าจะมีแนวทางการป้องกัน แก้ไข และกระจายข้อมูลข่าวสารให้ชาวบ้าน รับรู้ได้อย่างไร” บังเผด หรือ วันชัย แขกพงค์ หนุ่มพื้นที่วัย 31 ตัวตั้งตัวตี คนหนึ่งเล่าให้ผมฟัง เหตุผลของ กฟผ. อยู่ที่การเตรียม ความพร้อมด้านพลังงานในอนาคต ปัญหาคืออนาคตที่ว่านี้เป็นอนาคต ของใคร? ครับ ชาวบ้านยุคนี้เคี้ยวไม่ง่าย เหมือนสมัยก่อน บังเผดบอกข้อมูลว่า ปัจจุบัน นครศรีธรรมราช ตรัง และ สตูล รวมกันยังใช้พลังงานไฟฟ้าไม่ถึง 200 เมกะวัตต์ ดังนัน โรงไฟฟ้าถ่านหิน ้ ขนาด 800 เมกะวัตต์ จึงสร้างความ คลางแคลงใจแก่ชาวบ้าน ทำไม? ต้อง มากเพียงนี้ หรือนี่ไม่ใช่โรงไฟฟ้าที่จะ สร้างขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของ ชาวบ้านอย่างที่ป่าวประกาศ 40 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 2 4 3 5 “แล้วเขาสร้างเพื่อใคร พอมาดูปุ๊บ ก็ไปเจอแผนเซาเทิร์นซีบอร์ด คือสร้าง เพื่ อ อุ ต สาหกรรม ไม่ใช่สร้างเพื่อ ประชาชน” โรงไฟฟ้าถ่านหิน ตำบลท่าขึน ไม่ใช่ ้ โรงไฟฟ้าแห่งเดียวที่จะผุดขึ้นที่นครฯ ยังมีโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ตำบลหัวไทร และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อำเภอขนอม กับสิชลอีก 2 โรง และทุกพื้นที่ก็มีการ รวมตัวค่อนข้างเหนียวแน่นของชาวบ้าน ภาพการชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้า ถ่านหินของชาวบ้านท่าขึ้น ในตัวเมือง นครฯ เมื่อต้นเดือนธันวาคมจึงแปร เป็นการชุมนุมที่ถึงแม้ปริมาณจะไม่ มากมายเหมือนกลุ่มเสื้อสีต่างๆ แต่ก็ ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับการ ชุมนุมระดับท้องถิ่นเช่นนี้ ทรงวุฒิ พัฒแก้ว สือมวลชนท้องถิน ่ ่ ศู น ย์ ข่ า วพลเมื อ งฅนคอน ผู้ อ ยู่ ใ น เหตุการณ์และเกาะติดประเด็นโครงการ พัฒนาในพื้นที่ บอกว่า นี่ไม่ใช่การรวม ตัวเฉพาะคนท่าขึ้น ชาวบ้านจากพื้นที่ อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ พัฒนาต่างใช้โอกาสนี้เพื่อแสดงจุดยืน ร่วมกัน “ชาวบ้านกำลังพยายามรวบรวม เครือข่ายทั้งหมดเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน และต่ อ สู้ เ พื่ อ วางทิ ศทางการพัฒนา จังหวัด นี่คือการประกาศความเข้มแข็ง ของชาวบ้าน” ในเวทีพูดคุย นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ เป็นประธานในที่ประชุม เปิด โอกาสให้ทุกฝ่ายได้ชี้แจง อย่างย่นย่อ หน่วยงานภาครัฐพูดในทำนองว่า โครงการต่างๆ จะยังไม่มีการเดินหน้า ใดๆ ทั้งสิ้น หากชาวบ้านในพื้นที่ไม่ ยินยอม โดยประสบการณ์ที่ผ่านมา แม้จะ เป็นคำยืนยันที่ช่วยผ่อนคลายความ ตึงเครียดได้ดี ทว่าชาวบ้านก็ไม่สามารถ นิ่งนอนใจได้ ล่าสุด คำกล่าวของนายกรัฐมนตรี ต้องถือว่าเป็นท่าทีทหนักแน่นต่อทิศทาง ี่ โครงการเซาเทิร์นฯ แต่ก็อีกนั่นแหละ ครับ คำพูดของนักการเมืองต่อให้เป็น นายกรัฐมนตรีก็เถอะ ก็ยังต้องเอาห้า หาร เอาล้านลบ เหลือเท่าไหร่จึงค่อย (ลอง) เชื่อ ยิ่งใกล้ฤดูเลือกตั้ง สิ่งใดที่ แปรเป็นคะแนนเสียงได้ย่อมต้องทำ นี่ไม่ใช่คำพูดของผมนะครับ ของ ทรงวุฒิเขา “ปรากฏการณ์ ที่ ผู้ น ำประเทศ นักการเมือง หรือนักการเมืองท้องถิ่น ออกมาพูดในทำนองนี้มีเยอะมาก แต่ มันไม่ได้เป็นหลักประกันใดๆ มันเป็น แค่การผ่อนปรน ซื้อเวลาทางการเมือง ในช่วงที่รัฐบาลนั้นๆ กำลังจะเปลี่ยน ผ่านโดยปกติอยู่แล้ว ทรงวุฒิบอกว่า ถ้ารัฐบาลจริงใจ จะหยุดก็ควรออกเป็นมติคณะรัฐมนตรี ให้ชัดเจนไปเลย อย่างไรก็ตาม แม้ชาวบ้านส่วนหนึง ่ จะคัดค้านโครงการพัฒนา แต่ก็ต้อง ยอมรับว่า ยังมีชาวบ้านอีกไม่น้อยที่ ต้องการการพัฒนา สิทธิชุมชนและ สิทธิที่จะได้รับการพัฒนาจึงวางอยู่บน สมดุลอันเปราะบางที่พร้อมแตกหักได้ เสมอ การพูดคุยอย่างเปิดกว้าง โปร่งใส ตีแผ่ข้อมูลอย่างรอบด้าน จึงน่าจะเป็น ทางออกที่ทุกฝ่ายควรร่วมมือกัน มิใช่ ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้กำหนด ภาพ 1 พระธาตุเมืองนคร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน คู่เมืองนครศรีธรรมราช 2 การรณรงค์คัดค้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 3 - 5 การคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตำบลท่าขึ้น หมายเหตุ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www2.manager.co.th/daily/ ViewNews.aspx?NewsID=95300001597 31&CommentReferID=17460553& CommentReferNo=15& กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 41 ชีพจรลงเทา เรื่องและภาพ : สองขาสามัคคี ผลงานศิลปะ สะทอน แนวคิดทาง พุทธศาสนา เดิ น สู ส งบเย็ น ณ สวนโมกข กรุ ง เทพฯ สวนปฏิจจสมุปบาท เมื่อบรรยากาศวุนวายเอะอะในเมืองใหญผลักให ผูคนเลื่อนไหลไปบนสายพานแหงความเรงรีบ และรอนรน ชีวิตประจําวันของเรา เขา เธอ หรือใครตอใครจึงกลายเปนภารกิจที่ตองแขงกับ เวลา กวาจะรูตัวหลายคนก็ถอยหางจากความ สงบเย็นไปไกลลิบ แตใชวาคนกรุงจะหมดสิ้นโอกาสทวงคืนความนิ่ง เงียบ ผอนคลาย สบายใจ เสียเมื่อไร แทจริงแลว ยังมีอีกหนึ่งพื้นที่เล็กๆ กลางเมืองซึ่งหยิบยื่น ความรูสึกที่หลนหายใหกลับสูหัวใจอีกครั้ง ...พื้นที่เล็กๆ ดังกลาวคือ “สวนโมกข กรุงเทพฯ” 42 กุมภาพันธ - เมษายน 2554 ภาพ จิตรกรรม ขนาดใหญ ซึ่งติดตั้ง อยูบริเวณ ลานโลงใต ตัวอาคาร ถัดเขามาไมไกลจากถนนวิภาวดีรงสิตทีเต็มไปดวยรถรา ั ่ อาคารปูนเปลือย 3 ชั้นของหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปญโญ หรือ สวนโมกข กรุงเทพฯ สรางขึนริมสระน้ำ ้ ในอาณาเขตสวนสาธารณะวชิรเบญจทัศ เพื่อทําหนาที่ รวบรวมสือเผยแพรธรรมจํานวนมากกวา 20,000 รายการ ่ ทั้งหนังสือ บันทึกลายมือตนฉบับ จดหมาย ภาพ และ เสียงบรรยายของอริยสงฆนาม “พุทธทาส” ควบคูกับให บริการดานศาสนธรรมและกิจกรรมเรียนรูพุทธศาสนา ชั้นลางสุดของอาคารประกอบดวย... หองหนังสือและสือธรรม วางจําหนายสารพัดสิงพิมพ ่ ่ และของที่ระลึก เชน เสื้อยืด ถุงผา ซึ่งเกี่ยวพันกับขอคิด หลักธรรมทางพุทธศาสนาโดยปราศจากเจาหนาทีเก็บเงิน ่ อาศัยเพียงความซื่อสัตยของลูกคาในการยิงบารโคดและ ชําระเงินดวยตนเอง ถัดเขาไปดานในเปนลานหินโคง จําลองแนวคิดมาจาก ลานปฏิบตธรรมสวนโมกขพลาราม วัดธารน้ำไหล อ.ไชยา ั ิ จ.สุราษฎรธานี ประดับดวยภาพปูนปนจําลองหินสลัก พุทธประวัติชุดแรกของโลกจากตนแบบที่ประเทศอินเดีย จุดกึ่งกลางแนวกําแพงโคงประดิษฐานพระอวโลวกิเตศวร ที่อยูติดกันคือลานโลงใตตัวอาคารซึ่งเปดรับสายลม โชยเอื่อย เหมาะอยางยิ่งแกการนั่งทอดสายตาสูความ รมรื่นสีเขียวของสนามหญาและตนไมใหญ หรือสัมผัส ความสงบเย็นริมสระน้ำ เกือบทั้งหมดของผลงานศิลปะ สะทอนแนวคิดทางพุทธศาสนาที่จัดแสดงภายใน หอจดหมายเหตุฯ ถูกติดตั้งและจัดวางเปนกลุมๆ อยู บริเวณนี้ (อีกไมกชนจัดแสดงอยูบนชันสอง) บางเขาถึงงาย ี่ ิ้  ้ บางเขาถึงยากปะปนกันไป บางชินมีคาอธิบายติดอยูใกลๆ ้ ํ  เปนตัวชวยเชื่อมสารของศิลปนสูการรับรูของผูชม ...ไมกี่นาทีแรกที่เดินเตรอยูชั้นลาง เราสัมผัสไดถึง ความรูสึกเนิบชาและผอนคลายที่กระจายตัวโดยรอบ คลายวาความวุนวายใจทั้งหลายหนีหายไปชั่วขณะ 1. ภาพปูนปนจําลอง และพระอวโลวกิเตศวร ที่ประดิษฐาน ณ ลานหินโคง ภาพ ปฏิจจสมุปบาท : กาลจักร (Wheel of Life) บางสวนของผลงานศิลปะที่จัดแสดง อยูบนชั้นสอง กุมภาพันธ - เมษายน 2554 43 ภาพผังรวมอธิบายสวนตางๆ ของ นิทรรศการ “นิพพานชิมลอง” 2. “นิพพานัง ปรมัง สุขขัง นิพพาน คือ บรมสุข” พุทธพจนดังกลาวเปนสวนหนึ่งของขอความที่ปรากฏ ในนิทรรศการนิพพานชิมลอง ซึ่งจัดแสดงอยูบนชั้นสอง และเรียกไดวาเปนไฮไลตของการเยี่ยมชมสวนโมกข กรุงเทพฯ โดยมุงหมายใหผูชมไดลองสงบจิตใจเพื่อสัมผัส ประสบการณนพพานชัวขณะสันๆ เผือวาความปตปราโมทย ิ ่ ้ ่ ิ เล็กๆ ที่บังเกิดในเบื้องตนนี้จะโนมนําสูความสงบเย็น บอยครั้งขึ้นและนานขึ้นในภายหลัง ดังนั้นกอนเขาชมจึงควรเตรียมพรอมดวยการปฏิบัติ ตามขอกําหนด อาทิ ถอดรองเทาวางในที่ที่จัดเตรียมไว เก็บกระเปาสัมภาระในล็อกเกอร ปดโทรศัพทมอถือ สํารวม ื กายวาจา งดพูดคุยหรือสงเสียงรบกวนผูอน และทีขาดไมได  ื่ ่ คือสํารวมใจใหสงบนิ่ง บริเวณประตูทางเขา นอกจากจะมีคูมือเลมบางให หยิบอานทําความเขาใจแลว ยังปรากฏภาพ “แจกดวงตา ธรรม” บนผนังทางซายมือ ทานพุทธทาสใชภาพนีสะทอน ้ ความหมายถึงการเผยแผธรรมะทีตองดําเนินตอไป อยาได ่  ทอถอย แมคนสวนใหญจะยังไมเปดใจยอมรับก็ตาม หองนิทรรศการนิพพานชิมลอง แบงออกเปน 5 สวน เริ่มจากเสียงสงบใจ ที่ใชเสียงระฆังกังวานเปนสื่อนํา ความสงบ ตามมาดวยนิพพานที่ขาพเจารูจัก สวนนี้อยู ภายในหองทรงรีคอนขางมืด ปรับอากาศใหเย็นสบาย และคลอดวยเสียงดนตรีบรรเลง รอบหองวางเบาะรองนั่ง สําหรับพักชมขอความที่หมุนเวียนฉายขึ้นบนผนัง ...หากบรรยากาศเย็นและมืดไมชักจูงใหงวงหลับไป เสียกอน จะลองนั่งหลับตาทําสมาธิที่นี่ก็ได สวนที่ 3 คือไตรตรองลองชิม ทามกลางทัศนียภาพ มุมกวางของสวนสาธารณะ พืนทีสวนนีจดเตรียมไวสาหรับ ้ ่ ้ั ํ ฝกเจริญสติผานการเดิน การยืน และการนัง ซึงไมวาจะอยู  ่ ่  ในกิริยาอาการใด สิ่งที่ตองปลอยวางคืออารมณทั้งปวง สิ่งที่ควรยึดใหมั่นคือ “สติ” รูตัวกับการเคลื่อนไหวของ รางกายและการเคลือนผานของลมหายใจในทุกขณะ ทําได ่ ดังวา เกิดภาวะใจสงบ เย็น และวาง อยางแนนอน เมื่อกาวเขาสูสงบ เย็น และเปนประโยชน สิ่งที่เดน  สะดุดตาคือตาลปตรที่ทานพุทธทาสทําขึ้นใชเอง ปรากฏ ขอความสั้นๆ ที่จดจํากลับไปไดนาน...“การทํางานคือการ ประพฤติธรรม” ขางๆ กันเปนสือมัลติมเดียทีใชแสดงภาพถายประกอบ ่ ี ่ เสียงบรรยายธรรม เครืองพิมพดดจําลองการพิมพพนยกรรม ่ ี ิ ั ประณิธาน 3 ประการ สะทอนรูปแบบการสรางสรรคงาน ของทานพุทธทาส ขอคิดธรรมะบันทึกดวยลายมือของ ทานพุทธทาสในแบบดิจตอลใหเลือกอานผานหนาจอสัมผัส ิ รวมถึงปฏิทินชีวิต จากมดลูกถึงโลกอุดร ที่บอกเลา ชีวประวัติโดยสรุปของทานพุทธทาส สุดทายปดฉากดวย...มุมสื่อสารเพื่อสืบสาน ปณิธาน พุทธทาส ที่ใหผูเขาชมแสดงความเห็นและความรูสึกจาก การลองชิมนิพพานลงในสมุด หรือจะเลือกพิมพผาน คียบอรดใหขอความปรากฏขึ้นบนผนังก็ไดเชนกัน 44 กุมภาพันธ - เมษายน 2554 กดปุมเพื่อฟงเสียง ธรรมะบรรยายของ ทานพุทธทาส 3. สวนโมกข กรุงเทพฯ เปดใหเขาชมทุกวันและจัดกิจกรรม ธรรมะใหพุทธศาสนิกชนเขารวมเปนประจํา เชน การ สวดมนตทําวัตรเย็นทุกวันจันทรถึงวันศุกร เวลา 17.3018.00 น. การเจริญสมาธิภาวนาอานาปานสติทกวันอาทิตย ุ เวลา 14.00-17.00 น. ดนตรีในสวนธรรมโดย อ.สุกรี และ คณะดุริยางคศิลป มหาวิทยาลัยมหิดล ในชวงเย็นของวัน อาทิตยที่ 3 ของเดือน การตักบาตรเดือนเกิดในทุกวัน อาทิตยแรกของเดือน การฝกโยคะในสวนธรรม เปนตน ดวยเหตุที่อาคารแหงนี้มีปริศนาธรรมปรากฏอยูตาม จุดตางๆ ดูเองตีความเองอาจเขาใจบางไมเขาใจบาง ที่นี่ จึงมีอีกหนึ่งกิจกรรมนาสนใจ นั่นคือ เรียนรูปริศนาธรรม ซึ่งสมาชิกธรรมะภาคีจะนําเดินชมและอธิบาย ในทุกวัน เสาร วันอาทิตย และวันนักขัตฤกษ วันละ 2 รอบ คือ 10.00 น. และ 13.00 น. สําหรับผูที่เคารพศรัทธาทานพุทธทาสหรือสนใจฝกใฝ ธรรมมากกวาการแวะเวียนเยี่ยมชม สามารถเสนอตัว เขารวมเปนอาสาสมัครเพื่อสนับสนุนการทํางานของ หอจดหมายเหตุฯ ได มีใหเลือกตามความถนัดสนใจและ ความบอยถี่ในการสละเวลา เชน งานฐานขอมูลดิจิตอล งานบริการหนังสือและสื่อธรรมะ งานจัดเตรียมกิจกรรม ณ ลานหินโคง งานถอดเสียงคําบรรยาย งานแปล และ งานจัดทําตนฉบับเพื่อการเผยแพร ฯลฯ ไมเพียงเนื้อหาธรรมะที่สอดแทรกอยางรวมสมัยจะ เอื้อตอการรับรูของผูชมทุกระดับความใกลชิดพุทธศาสนา สถาปตยกรรมโดยรวมยังออกแบบอยางเปนมิตรกับผูสงอายุ ู และผูทบกพรองทางการเดิน อาทิ หองน้ำผูพการ ทางลาด  ี่  ิ และลิฟตกวางๆ สําหรับวีลแชร ...ตัดกังวลเรื่องขึ้นบันไดไมไหว ตองใชไมเทา หรือนั่ง รถเข็นไปไดเลย หากรูสึกวาชีวิตวันนี้ชางวุนวายนัก ลองแข็งใจปลดตัว เองจากความเรงรีบอันเปนสามัญของคนเมืองและเดินเขา มาสูความสงบเย็นของสวนโมกข กรุงเทพฯ บาง ธรรมะทีไมใชยาขมและนิพพานชัวขณะทีไดชมลอง ่ ่ ่ ิ อาจเปนคําตอบที่เรารอคอยมาแสนนาน...ก็เปนได กุมภาพันธ - เมษายน 2554 45 สัตว์มหัศจรรย์ เรื่อง : น.สพ. รัฐพันธ์ พัฒนรังสรรค์ email : tomrattapan@yahoo.com รวมมิตรเรื่องไก่ มหัศจรรย์ไก่ๆ ไม่สิ้นสุด ว่าด้วย...ไก่งามเพราะขนฯ เริ่มกันด้วยคำพังเพยว่า “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะ แต่ง” กันเลยนะครับ ผมเลือกใช้คำว่า คำพังเพย ทั้งนี้เพราะตามพจนานุกรม แล้ว คำว่า “สุภาษิต” และ “คำพังเพย” มีขอต่างกันนิดหน่อย ้ ตรงที่สุภาษิตเป็นคำกล่าวที่มีคติสอนสั่ง มักจะว่ากันตรงๆ เช่น ทำดีได้ดี ทำชัวได้ชว แต่คำพังเพยอาจมีการเสียดสี ติชม ่ ั่ หรือมีการใช้ความเปรียบ ไก่งามเพราะขนนันจริงแน่ครับ เพราะไก่ไร้ขนคงไม่นารัก ้ ่ นะครับ แต่อาจจะออกไปทางน่ากิน เพราะมองๆ ไปเหมือน ไก่ต้ม หรือไก่ย่าง เอ้า...เอาน้ำจิ้มมา... แต่คุณผู้อ่านทราบไหมครับว่า ไก่หนึ่งตัว โดยเฉลี่ยมีขน กี่เส้น คำถามนี้ มีเกษตรกรคนหนึ่งในอเมริกาสงสัย และ หาคำตอบด้วยการนับขนในไก่พันธุ์ Barred Plymouth Rock ที่เป็นไก่ที่ให้ทั้งไข่และเนื้อได้ 8,325 เส้น อย่าไปถอนเล่นที่บ้านนะครับ เพราะการถอนขนไก่ตัว เป็นๆ ที่ยังมีสติสมบูรณ์นั้น เจ็บปวดมาก รูขุมขนของไก่นั้น ลึก และมีเนื้อเยื่ออ่อนภายในก้านขนด้วย ถ้าเป็นขนใหม่ ไม่เชื่อลองถอนผมท่านเอง หรือถอนผมคนที่อยู่ข้างๆ ก็ได้ ท่านจะทราบเหมือนกันว่า ความเจ็บปวดจากการถอน ผมตนเองนั้น บางทีจะเจ็บตัวน้อยกว่าถอนผมคนอื่น ที่อาจ จะเจ็บตัวภายหลังที่ไปทำเขาเจ็บๆ แล้วเขาถองเอา และมีเกร็ดมาแถมด้วยว่า เส้นผมบนศีรษะของคนเรา มี ประมาณ 100,000 – 140,000 เส้น ไม่นับคนศีรษะล้าน นะครับ และยังขึนกับสีผมด้วย คนผมสีแดง จะมีผมน้อยทีสด ้ ุ่ รองลงมา คือ สีดำ สีน้ำตาล ที่มากที่สุด คือ คนผมสีทอง ตรงนี้ เพื่อจะบอกว่า ไก่แต่ละพันธุ์ก็คงจะมีจำนวนขนต่างๆ กันไป และทราบไหมครับว่า ขนไก่มีความดกที่สุดที่ส่วนไหน ที่ ปีก ท้อง หลัง หรือที่คอและหัว คำตอบคือ ที่หัวและคอครับ ขนหนึ่งในสาม อยู่ที่คอและ หัว เพราะเป็นขนขนาดเล็ก ที่ปีกและลำตัว เป็นขนขนาด ใหญ่ แบบที่เห็นเขาเอามาทำปากกาในหนังฝรั่งย้อนยุคนั่น แหละครับ ในเสื้อกันหนาวหรือถุงนอนของประเทศที่หนาวมากๆ ขนของพวกเป็ด ห่าน ที่เรียกว่า Down ก็ใช้เป็นวัสดุ เพื่อกัน หนาว และมีความสามารถในการรักษาความอบอุนต่อน้ำหนัก ่ ของวัสดุ (Warmth-per-Weight) มากที่สุด สามารถม้วน เก็บให้เล็กได้มากที่สุด เมื่อคลี่ขยายออกมา จะพองตัวออก มาทำให้ถุงนอนหนา เก็บอุณหภูมิได้ดี ทั้งนี้ เพราะขนสัตว์ปีก มีความกลวง และเก็บอากาศไว้ ภายใน การสูญเสียความร้อนจากการเหนี่ยวนำก็ลดลง ลองนึกถึงข้างในกระติกน้ำร้อนนะครับ ที่มีช่องอากาศ 46 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 ภาพขยายเพื่อแสดงรายละเอียดของขนสัตว์ปีก : พอลูบขนที่แตกๆ แล้ว กลับเป็นแผ่นได้ เพราะตะขอเล็กๆ เหล่านั้น เกี่ยวขนไว้ทำให้เหมือนกับว่าขนสานกันเป็นแผ่น ไก่พันธุ์ Barred Plymouth Rock ตัวผู้และตัวเมีย ความร้อนถ่ายเทผ่านอากาศได้ช้ากว่าทางวัสดุ ก็จะทำให้ เก็บความร้อนได้ดี แต่ขน Down ก็มีข้อเสียที่ว่าถ้าหากเปียก แล้วจะแห้งช้ากว่าเส้นใยสังเคราะห์ คุณผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า อ้าว...ทำไมเปียกล่ะ ก็เห็น ขนเป็ดที่ตัวเป็ด หรือขนไก่ที่โดนฝนโดนน้ำ ไม่เห็นเปียกเลย ทีขนเป็ด ขนไก่ ขนนก ไม่เปียก หรือเปียกยากนัน ก็เพราะ ่ ้ เป็ดไก่มีการไซร้เอาน้ำมันจากต่อมน้ำมันมาทาตามขนครับ และเขาหมั่นทาอย่างสม่ำเสมอด้วย เป็ดป่วย หรือไก่ป่วย เพียงไม่กวน ก็จะหมดสภาพขนมัน-สวย มาเป็นขนแห้งหยาบ ี่ ั ต่อมน้ำมันทีวานี้ อยูทแนวกลางหลัง ช่วงโคนหาง ถ้าท่าน ่่ ่ ี่ ไหนกินไก่ต้ม หรือไก่ย่างแบบกินทั้งตัว จะทราบดีว่า หางไก่ (ส่วนทีเป็นเนือ มิใช่สวนขนหางไก่) จะมีรปทรงเป็นสามเหลียม ่ ้ ่ ู ่ และมีก้อนเนื้อนูนขึ้นมาตรงโคน คล้ายๆ สิว มีรูเปิดอยู่ ใน สัตว์เป็นๆ ถ้าบีบดู อาจจะพบน้ำมันใสๆ ไหลออกมาได้ ใน เป็ด อาจจะมีกลิ่นสาบ แบบที่เรียกว่า สาบเป็ด ติดมือเรา ออกมาด้วย ท่านผู้อ่านบางท่านที่ชอบกินตูดไก่ย่าง ทราบไหมครับ ว่าทำไมส่วนนี้อร่อย เพราะความที่ส่วนนี้มีน้ำมันเยอะ ทำให้ ดูดซับพวกเครื่องหมัก ที่มีน้ำมันหอมระเหยเข้าไป ตลอดจน กลิ่นน้ำมันเวลาโดนความร้อน ก็จะมีความหอมในตัวของมัน เองอีกด้วย นอกจากน้ำมันแล้ว ด้วยโครงสร้างของขนไก่หรือขนเป็ด เองที่ประกอบไปด้วยส่วนย่อยของขน ที่มีลักษณะเป็นเส้น เกาะเกี่ยวกันเป็นตาข่ายด้วยตะขอเล็กๆ (ดูภาพประกอบ) ทำให้มีอากาศอยู่ระหว่างเส้นขนนั้นๆ โดยเฉพาะขนชนิดที่ ปกคลุมร่างกาย เป็นขนสั้น และฝอยเล็ก ละเอียด ยิ่งเก็บ ฟองอากาศได้มาก ทำให้ไม่เปียกน้ำ ขนไก่นั้น คนเรานำมาทำประโยชน์ได้หลายอย่าง ไม่ว่า จะทำปากกา ไม้ขนไก่ แล้วก็ยังมีคุณค่าในการนำมาประดับ ประดาร่างกาย มิใช่แค่ไก่งามเพราะขนไก่ แต่คนก็ยังงาม เพราะขนไก่ (และขนนกอื่นๆ) อีกด้วย เริ่มกันตั้งแต่ชนเผ่าพื้นเมืองในหลายที่ นิยมเอาขนนก ป่าที่สวยๆ ยาวๆ มาประดับเป็นเครื่องแต่งศีรษะ อย่าง อินเดียนแดงก็จะใช้ขนนกอินทรี Bald Eagle งิ้วของจีนก็เอา หางไก่ฟ้ายาวๆ มาใช้ ในเมืองหนาวอย่างโลกตะวันตกจะใช้ หนังสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมมาทำเสื้อ แต่ก็ยังมีการใช้ขนนก มาประดับตามผ้าพันคอ หรือหมวก อย่างนักเต้นระบำ ก็จะ ชอบเอาขนนกกระจอกเทศขนาดใหญ่ๆ ยาวๆ มาย้อมสีแล้ว ทำเป็นเครื่องแต่งศีรษะ บ้านเราก็นำเข้าขนนกกระจอกเทศ มาใช้เพื่อการนี้ไม่ใช่น้อย ที่พิเศษในแง่โชคลางด้วยคือ พู่ขนสำหรับเครื่องประดับ ศีรษะลิเก ที่เป็นพู่นิ่มๆ ยาวขึ้นไปสองคืบ ดูไกลๆ คล้ายๆ เอาไม้ขนไก่มาเสียบ ตามโบราณดั้งเดิมแล้ว จะต้องใช้ขน อ่อนจากโคนหางนกตะกรุม ตรงโคนหางด้านล่างเท่านั้น ทุกวันนี้ ลิเกที่ยึดถือตำราโบราณ ยังไปขอให้คนเลี้ยงนก ตะกรุมตามสวนสัตว์ เก็บขนที่นกผลัดทิ้งไว้ เพื่อเอามาใช้ แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้ขนอย่างอื่นไปแล้ว เช่น ขนนกกระจอกเทศ หรือใยสังเคราะห์ หมดพื้นที่อีกแล้ว ฉบับหน้ามาว่ากันใหม่นะครับ กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 47 สวัสดีปีกระต่าย ขออวยพรให้เพื่อนพี่น้องชาวไทย โดยเฉพาะนักอ่านขาประจำ ของ “พลัง+งาน” ประสบความสุขมากมาย ส่วนความทุกข์ก็ละลายทิ้งไปกับปีเก่า ที่สำคัญ...ไม่เป็นกระต่ายตื่นตูมไปกับทุกสถานการณ์ดีร้ายที่จะผ่านเข้ามาในชีวิต แต่ถ้าอยากลับสมองเบาๆ แก้เหงาทุกสามเดือนก็แวะมาประลองยุทธ์ได้เสมอ ฉบับนี้ถึงคิวเติมอักษรในช่องว่าง อ่านคำใบ้แล้วลุยกันเลย 10 ข้อเท่านั้น 1. _ั่ _ เ _ี _ _ เมล็ดพืชขนาดจิ๋ว ต้มน้ำตาล ก็อร่อย เพาะถั่วงอกก็เอร็ด 2. เ _ _ _ _ิ _ 6. _ั _ เ _ _ _์ ไ _ _ _ _ ไ _ _์ 7. ไ _้ _ิ่ _ หนึ่งในก๊าซพิษต้นเหตุของฝนกรด อวัยวะของร่างกาย อักเสบเมื่อใด ต้องตัดทิ้งทันที 8. _ _ _า _า _ ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ นกถิ่นหนาว มีปีกไม่ใช้บิน แต่ ชอบว่ายน้ำกินปลา 3. เ _ _ _ _ _ิ _ _ _ี _์ ก้อนหินจากอวกาศที่วิ่งแหวกชั้น ปลูกพืชผักผลไม้ โดยไม่ใช้สารเคมี บรรยากาศตกลงสู่พื้นโลก ใดใดเลย 9. _ _ _ า _ ใ _ สิ่งสำคัญที่สุดของทุกชีวิต 4. แ _ _ _ า _ิ _ _์ 10. แ _ _ โ _ แหล่งพลังงานที่ไม่มีวันหมดของ ผลไม้ลูกกลม เปลือกเขียวเนื้อแดง มนุษยชาติ หวานฉ่ำชื่นใจ 5. _ิ _ เ _ _ี _ _ อุมน้ำดีมาก เหมาะแก่การปลูกข้าว ้ สำหรับเกมในฉบับที่แล้ว เกิดความผิดพลาดเล็กน้อยในข้อ 1 จึงยก ประโยชน์ให้ผู้อ่าน ส่วนอีก 9 ข้อที่เหลือคำตอบเป็นดังนี้ ภูทบเบิก - เพชรบูรณ์, ภูเรือ - เลย, ภูจองนายอย - อุบลราชธานี, เขาคิชฌกูฏ ั - จันทบุรี, เขาฉกรรจ์ - สระแก้ว, เขาแผงม้า - นครราชสีมา, เขาช้างเผือก กาญจนบุรี, ดอยตุง - เชียงราย, ดอยผ้าห่มปก - เชียงใหม่ และผู้โชคดี 5 ท่านที่ได้รับสมุดโน้ตลายน่ารักไปใช้งาน ได้แก่ กติกาเดิมๆ เขียนคำตอบลง ในหน้านี้ ในไปรษณียบัตร หรือ จะถ่ายเอกสารก็ได้ กรอกชื่อนามสกุลและที่อยู่ ส่งถึงนิตยสาร พลัง+งาน 211/2 ซ.งามวงศ์วาน 31 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 ภายในวันที่ 8 เมษายน 2554 วายร้ายฯ มี “คู่มือหัวใสใช้ พลังงาน กู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศ” ของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ จำนวน 5 เล่มรอแจก 1. ธรรมสิทธิ์ พิศสะอาด เชียงราย 2. แจ่มศิริ เกษรสมบุญ กรุงเทพฯ 3. พนิตนาฎ เชวงกฤตยานนท์ นนทบุรี 4. ตุลย์ ยอดยิ่ง ตรัง 5. ฮาบีบ๊ะ สตอหลง ชุมพร 48 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 โลกออนไลน์ เรื่อง : เต่าทองคะนองเว็บ เปิดคลัง สมุนไพรไทยที่ สมุนไพรเป็นความรูคภมปญญาไทยมาแต่โบราณ บรรพบุรษของเราพึงพาสรรพคุณ ้ ู่ ู ิ ั ุ ่ เยียวยารักษามาหลายชัวอายุ แม้การแพทย์แผนใหม่จะรุดหน้าไปไกล ่ สมุนไพรก็คงยังเป็นทางเลือกทีมควรละเลย ่ ิ “สมุ น ไพร” เป็ น คำใช้เรียกพืช นานาชนิดที่มีคุณสมบัติในการบำรุง สุขภาพร่างกาย บรรเทาอาการเจ็บป่วย ไปจนถึงเยียวยารักษาโรค อาทิ กระเทียม ช่วยลดไขมันในเลือด มะระขี้นกช่วย ลดน้ำตาลในเลือด กระเจี๊ยบแดงช่วย ขับปัสสาวะ ฟ้าทะลายโจรบรรเทา อาการหวัดและเจ็บคอ เป็นต้น เพือให้ประชาชนมีความรูความเข้าใจ ่ ้ เกี่ยวกับสารพัดสมุนไพร สำนักงาน ข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงร่วมกับหน่วย บริการฐานข้อมูลสมุนไพร ศูนย์พันธุ วิศวกรรมและเทคโนโลยีชวภาพแห่งชาติ ี จัดทำฐาน “ข้อมูลสมุนไพรไทย” ที่ medplant.mahidol.ac.th และเปิดให้ ผู้สนใจสืบค้นอย่างสะดวกมานานเกิน สิบปี ...จะใส่ชอสมุนไพรเพือหาสรรพคุณ ื่ ่ ทางยาหรือเลือกลักษณะความเจ็บป่วย เพื่อค้นสมุนไพรที่เหมาะสมใช้รักษา ก็ได้ทั้งนั้น ไม่เพียงอธิบายศักยภาพการรักษา ปริมาณเหมาะสมสำหรับการรับประทาน และผลข้างเคียง (เฉพาะสมุนไพรบาง ชนิด) เว็บไซต์นี้ยังชี้แจงหลักการใช้ สมุนไพรที่ถูกต้องเอาไว้ 5 ข้อ หนึ่ง...ใช้ให้ถูกต้น โดยเฉพาะพวก ที่มีชื่อพ้องกันหรือเรียกแตกต่างกันใน แต่ละท้องถิ่น สอง...ใช้ให้ถูกส่วน ราก ใบ ดอก เปลือก ผล หรือเมล็ด ออกฤทธิ์มาก น้อยแตกต่างกัน สาม...ใช้ให้ถกขนาด เพราะน้อยไป ู ก็อาจไม่เห็นผล บางทีมากไปก็จะกลาย เป็นอันตรายไปเสียอีก สี่...ใช้ให้ถูกวิธี จะใช้ใบสด ใช้แบบ ตากแห้ง ใช้แบบต้ม หรือใช้ผสมเหล้า ต้องรู้โดยละเอียด และสุดท้าย ห้า...ใช้ให้ถูกกับโรค ข้อนี้หลักการเดียวกับยาแผนปัจจุบัน มิหนำซ้ำ ยังเปิดโอกาสรับคำถาม คาใจเกี่ยวกับสมุนไพร เพื่อตอบให้ หายสงสัยในส่วน “ถาม-ตอบ” แต่ หากต้องการข้อมูลแบบเจาะลึก สามารถโทรศัพท์ ส่งไปรษณีย์ ส่งอีเมล ไปปรึกษาก็ได้เช่นกัน สำนักงานข้อมูล สมุนไพรยินดีให้บริการฟรี ทั้งนี้ อาการเจ็บป่วยรุนแรงหรือ โรคร้ายบางชนิด เช่น งูกัด พิษสุนัขบ้า บาดทะยัก กระดูกหัก วัณโรค มะเร็ง ฯลฯ ล้วนหนักหนาเกินจะเยียวยาด้วย สมุนไพร คำตอบสุดท้ายจึงมีเพียงหนึ่ง เดียว...ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล 50 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2554 email : romsuan@hotmail.com เรื่อง : แมนอย ตม-ยำ-ทำ-แกง แมมะพราวขูดจะแพง แสนแพง ทะลุไปถึงกิโลกรัม ละ 80 บาท เพราะปญหา ภัยแลงและแมลงดําหนาม มะพราว กับหนอนหัวดํา มะพราวรุมกระหน่ำโดยแท แตอาหารและขนมของ คนไทยก็ยังตองพึ่งพา มะพราวอยูร่ำไป... เชนเดียวกับของหวาน แบบไทยๆ ที่อยากชวนให ลองลงมือทํา...หยกสมหวัง เริมจาก...เปดแหวกระปองอินทรีย ่ จากมูลนิธิขาวขวัญ เทน้ำทิ้งไปแลว สงเอาแตเนื้อขึ้นมา หั่นแหวเปนชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ แลวเอาไปแชในน้ำคั้นจากใบเตยที่มี สีเขียวเขมแบบธรรมชาติสัก 10–15 นาที สวนน้ำเชื่อมก็ทํางาย เพียงแค เคี่ยวน้ำตาลทรายกับน้ำ สัดสวนให ออกหวานสักหนอย เพราะตองเผื่อไว หยก ง สมหวั ใสน้ำแข็ง เคี่ยวจนน้ำเชื่อมเหนียว ปลอยใหเย็น แลวเก็บแชตูเย็นเอาไว ระหวางนั้นใชมะพราวขูด 2 ขีด คั้นกะทิแยกหัว แยกหางไว เลือกใช แตสวนหัวกะทิ ใสเกลือปลายชอนลง ไป แลวคนใหละลายเขากัน ไดเปน กะทิสดสําหรับหยอดหนา จากนั้นหันมาจัดการแหวที่แชไว ในน้ำใบเตย สงแหวขึ้นมาแลวเอา แปงมันโรยคลุกเคลา คอยๆ เติมแปง และน้ำใบเตย ใหแปงมันกลายเปนสี เขียวออนๆ จับบางๆ ทั่วเนื้อแหว แลวนําไปตากแดดใหแหงสัก 23 ชั่วโมง เวลาจะกิน ตังน้ำใหเดือด เอาแหว ้ คลุกใบเตยลงไปลวก สังเกตดูใหเนื้อ แปงใส สีเขียวจางๆ เปนเนื้อหยก จึง ตักขึนแลวเติมน้ำเชือม และน้ำกะทิสด ้ ่ จะกินรอนหรือใสน้ำแข็งก็ไดแลวแต ชอบ เมนูงายๆ สําหรับงานเลี้ยงทุก โอกาส กินแลวขอใหสมหวังสมใจใน สิงทีมงมันสรางสรรค รับขวัญปใหม ่ ่ ุ ่ นะคะ กุมภาพันธ - เมษายน 2554 51 สมุนไพรใกลรั้ว เรื่อง : กระรอกบาน   ่ ่  ั ผูอานทีเพิงรูจก ‘พลัง +งาน’ ้ ้ เลมนีเปนครังแรก กรุณาสืบหา เลมกอนหนานี้มาอานโดยไว เพื่อไขความลับวาทําไมถั่วทุก เมล็ดจึงใชสิทธิออกเสียง ที่ผานมาเลาเรื่องประโยชน ถั่วเหลืองแลว ครั้งนี้ถึงคราว... ถั่วเขียว ่ หากเปรียบเทียบวา ถัวเหลืองเปน ่ ุ ่ ่ ิ ถัวทีใกลชดกับชาวจีนและญีปน เพราะ มีเมนูอาหารจากถั่วเหลืองมากมาย ถั่วเขียวก็ใกลชิดคนไทยอยางยิ่ง เพราะคนไทยนอกจากกินขาวเปน อาหารหลักแลว ยังชอบกินกวยเตี๋ยว ๋ รสเด็ดหลากเมนู คนกินกวยเตียวยอม ขาด “ถั่วงอก” ไมได แมบางคนสั่ง ่ “ไมงอก” เพราะรังเกียจกลินหรือรสชาติ ๋ ู ั่ ่ ของถัวงอก แตถวงอกก็คชามกวยเตียว ของคนไทยอยางปฏิเสธไดยาก ถั่วเขียว มีคุณคาทางโภชนาการที่ ั่ ไมควรมองขาม แมถวเขียวจะมีแปงใน ี ปริมาณสูง แตมไขมันต่ำ และมีโปรตีน สูงเมื่อเทียบกับถั่วชนิดอื่นๆ นักมังสวิรัติที่เบื่อถั่วเหลืองจึงมัก ่ เลือกกินถัวเขียวเปนแหลงอาหารโปรตีน ได และบรรดาสาวหรือหนุมหุนโต   ผูตองการจํากัดไขมันในรางกายก็ควร นึกถึงถั่วงอกไว เพราะใหไขมันต่ำ ทนกลิ่นดิบๆ ของถั่วสักนิด และหลายคนอาจไมรูวาแปงใน ถั่วเขียวที่มีจํานวนมากนั้น นําไปผลิต เชิงอุตสาหกรรมทําเปนวุนเสน ซึ่งมี การศึกษาพบวา การกินวุนเสน (ที่ ่ ทําจากถัวเขียวนะ) รางกายจะยอยแปง ใหเปนน้ำตาลชากวาการกินอาหาร จากแปงชนิดอื่น เชน ขาวเหนียว เสนกวยเตี๋ยว เสนบะหมี่ เปนตน ่ ่ การทีรางกายยอยแปงจากถัวเขียว ไดชาลง จึงเปนเมนูที่มีการแนะนําให ผูเปนเบาหวาน ควรหันมากินอาหาร จากวุนเสนบาง เพื่อชวยรักษาระดับ น้ำตาลในเลือดไมใหพุงขึ้นเร็วเกินไป นัก แตก็ควรเดินสายกลาง อยาไดกิน ถั่วเขียวหรือวุนเสนมากเกินไป เพราะ ่ แปงหรือคารโบไฮเดรททีมากเกินกวา ่ ่ ทีรางกายตองการ จะเปลียนเปนไขมัน กองอยูในรางกายของเรา ซึ่งไมเปน ผลดีแน มองมุมสรรพคุณสมุนไพร เมล็ด ถั่วเขียวมีรสมัน ใชแกขอขัด บํารุง  รางกาย แกรอนใน บํารุงกําลัง มีฤทธิ์ ขับปสสาวะ หากใชเปนยาภายนอกโดยใชเมล็ด ถั่วเขียวดิบหรือตมสุก นํามาตําพอก มี สิ ท ธิ อ อกเสี ย ง (2) ถั่ ว ...ทุกเมล็ด แผล ชวยบมหนองใหฝสุกหรือแกฝได ่ และในตํารายาจีน หรือใครทีเติบโต มาในครอบครัวชาวจีนที่ยังสืบทอด การดูแลสุขภาพในครัวเรือนไว จะพบ วาแมมักจะตมถั่วเขียวใหลูกหลานกิน ่  ในฤดูรอน หรือในอากาศรอน เนืองจาก ์ ิ ุ ่ ถัวเขียวมีคณสมบัตหรือฤทธิเย็น และ รสหวาน จึงใชขับรอน แกกระหาย ขับพิษ ่ ่ื แมแตบางรายทีลมตัวดืมสุราเมรัย เมาอยางหนักจนไมสบาย ใหรีบตม ิ ่ ถัวเขียวกิน แกพษสุราได หรือจะเสริม พลังตมถั่วเขียวกับถั่วดําตามตํารา อาหารจีนกินแกเมาก็ยิ่งดีใหญ อากาศกําลังเริ่มเขาสูฤดูรอน ถา มีอาการรอนในทั่วไป หรือตองการ ขับพิษรอนในรางกาย ใหลองตม ั่ ่ ถัวเขียวกับขาวกลองกิน โดยแชถวเขียว ไวขามคืน แลวจึงตมกับขาวกลองจน ้ กลายเปนขาวตม แบงกิน 3 มือ เมนูนี้  ชวยแกรอนใน แลวในตํารายายังถือวา ชวยลดความดันโลหิตสูง ลดไขมันใน เลือด และจัดเปนเมนูบํารุงรางกายที่ ดีดวย ใครนอนดึก มีอาการรอนใน ตาแดง ้  ่ เจ็บคอ ทองผูก ใหตมถัวเขียวใสนำตาล เล็กนอยกิน จะชวยลดความรอน และ แกอาการเหลานี้ไดดี ถั่วเขียวบดผง ยังเปนโฮมสปา ใช  ิ ขัดถูเรือนรางใหผวพรรณผุดผองไดดวย 52 กุมภาพันธ - เมษายน 2554
ดาวน์โหลดเอกสารแบบ PDF

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: 

  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 9 พฤศจิกายน 2553 - มกราคม 2554
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 8 สิงหาคม 2553 - ตุลาคม 2553
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 7 พฤษภาคม 2553 - กรกฎาคม 2553
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 - เมษายน 2553
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 5 พฤศจิกายน 2552 - มกราคม 2553
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 4 สิงหาคม 2552 - ตุลาคม 2552
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 3 พฤษภาคม 2552 - กรกฎาคม 2552
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 - เมษายน 2552
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 1 พฤศจิกายน 2551 - มกราคม 2552
ภาพประกอบลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์
เนื้อหานี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย โดยแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

แบ่งปันให้กับเพื่อน

  • email
  • print
  • อ่าน 46 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น

เมนูเพื่อนสร้างสุขภาวะ

  • ภาคีบอกข่าว
  • เรื่องเล่าจากภาคี
  • แนะนำภาคี
  • รอบรู้เรื่องโครงการ
  • มัลติมีเดีย
  • แนะนำสื่อ
  • แกลลอรี่
  • บล็อก
  • รอบรู้สุขภาพโลก

ยอดนิยม

ยังไม่มีเนื้อหาใดๆ ในส่วนนี้

ป้ายคำ

  • กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
  • กำจัดเซลล์มะเร็ง
  • ซัมเมอร์แคมป์
  • ดี้
  • ตลาดนัมเบอร์วันราม 2
  • ฝังเข็ม
  • พลังงาน
  • พักผ่อน
  • พึ่งพาตนเอง
  • รำพัด
  • ริมถนน
  • วันงดสูบบุหรี่โลก 2555
  • สัมมาทิฐิ
  • สี่แยก
  • ส้นเท้าอักเสบ
  • หลักสูตรการสอน
ดูป้ายคำทั้งหมด
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก

ขนาดตัวอักษร

  • ตัวหนังสือขนาดปกติ
  • ตัวหนังสือขนาดปานกลาง
  • ตัวหนังสือขนาดใหญ่

ปรับรูปแบบการแสดงผล

  • ปรับการแสดงผลให้แสดงในรูปแบบปกติ
  • ปรับการแสดงผลให้แสดงสำหรับคนสายตาเลือนราง

ติดต่อเรา

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8
ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ
เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

โทรศัพท์ 02-343-1500
โทรสาร 02-343-1551

แผนที่บน Google Maps

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง
แผนผังเว็บไซต์   ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์   Mobile Site
สัญญาอนุญาต cc by-nc-saแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย

Valid XHTML + RDFa Level Double-A conformance icon, W3C-WAI Web Content Accessibility Guidelines 1.0

รวมลิงก์ภายในของสสส.

  • เว็บหลัก สสส.
  • เว็บองค์กร สสส.
  • ผลงาน สสส.
  • ศูนย์ข้อมูล สสส.
  • ค้นหาโครงการ สสส.
  • เว็บคอมมูนิตี้
  • English Site