ข้ามสู่เนื้อหาหลัก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ Thaihealth.or.th

รวมลิงก์ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์

  • ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์
  • กล่องค้นหาในเว็บไซต์
  • ไปยังเนื้อหาหลัก
  • ไปยังเมนูหลัก
  • ไปยังด้านบนสุด
  • แผนผังเว็บไซต์ Sitemap

ส่วนของสมาชิก

  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
คลิกที่นี่เพื่อต้องการปิดส่วนของเข้าระบบ

บัญชีผู้ใช้

ช่องที่มีเครื่องหมาย * หมายถึงช่องที่จำเป็นต้องกรอกข้อมูล
ข้อมูลเข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • ลืมรหัสผ่าน
กด ESC หรือปุ่ม ปิด เพื่อปิดหน้าต่างนี้

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง

ขณะนี้คุณอยู่ที่:

  • หน้าแรก
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
  • แนะนำสื่อ
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 8 สิงหาคม 2553 - ตุลาคม 2553

พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 8 สิงหาคม 2553 - ตุลาคม 2553

โดย webmaster | วันที่ 11 มกราคม 2555
เปนอยางไรกันบางคะ กับการความเขมขนที่เพิ่มมากขึ้นของ “พลัง+งาน” ตั้งแตฉบับที่ผานมา...ชอบหรือไมชอบอยางไร หรือ อยากแนะนําสิ่งใด ขออยาไดเกรงใจ สงสารผานชองทางใดก็ได ที่ทานผูอานสะดวกที่สุดเขามาไดเลย “พลัง+งาน” ฉบับนี้ ยังคงมีเรื่องนารู ในหลากหลายรูปแบบมานําเสนออีกเชน เคยนะคะ พวกเรายกทีมงานขนาดกระทัดรัดบุกไป หลายพืนทีเชียวละ ไลมาตังแตโนน...เชียงราย ้ ่ ้ ไดพบกับโรงเรียนกลางหุบเขาชือมีเสนหยงนัก ่  ิ่ อยางมอนแสงดาว...ตอดวย สิ่งมหัศจรรย ทั้งจากบานแมหลาย และในเมืองแพร...ตบ ทายดวยการควากําไร 2 เดงจากเศษขยะ ของชาวตลาดสามชุก สุพรรณบุรี... สวนเรื่องราวจะเปนอยางไร หาอานกัน ไดในหนังสือเลมกระทัดทัดฉบับนี้ไดเลยคะ ใชวาจะสนุกหรรษาเฉพาะทีมงานเทานัน  ้ คอลัมนิสตมากหนาหลายตาของเราก็ยัง สรรหาเรื่องราวนารู และชวนใหคิด มาฝาก กันเสมอ เรียกวามีอาหารบํารุงสมองให ครบถวนเชียวละ ทิงทายอีกนิดวา พลาดอาน “พลัง+งาน” ้ ฉบับไหน ติดตามยอนหลังไดผาน www.energygreenhealth.com หรืออยากสมัครสมาชิกนิตยสาร “พลัง+งาน” ก็ยังยินดีสงใหฟรีเหมือนเดิม แลวพบกันใหม กับเรื่องราวสนุกๆ ใน หลากหลายแงมุมของเรื่องพลังงานคะ อวยพร แตชูตระกูล email : energymag@hotmail.com ที่ปรึกษา : รศ. นพ. กําจร ตติยกวี, นพ. ชาตรี เจริญศิริ, งามจิตต จันทรสาธิต, วิฑูรย เพิ่มพงศาเจริญ, วีรพงษ เกรียงสินยศ, ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร, ดร. สราวุธ แกวตาทิพย กองบรรณาธิการ : ดร. เดชรัต สุขกําเนิด, อวยพร แตชูตระกูล, ฐิตินันท ศรีสถิต, รุงทิพย สุขกําเนิด, ศุภกิจ นันทะวรการ, นาวิน โสภาภูมิ, กัลยา นาคลังกา ผูประสานงาน/โฆษณา/สมาชิก : กัลยา นาคลังกา, ยวิษฐา พิทักษวัชระ โทร 02-920 9691-2 บรรณาธิการศิลปกรรม : ดวงกมล กุลฉันทรุจิกร hellonong_@hotmail.com ศิลปกรรม : สุกัญญา วชรเนตร จัดพิมพโดย : มูลนิธินโยบายสุขภาวะ เลขที่ 87/495 หมูบานภัสสรรัตนาธิเบศร ซ.31 ถ.บางกรวย-ไทรนอย ต.บางรักใหญ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110 โทร 02-920 9691-2 แฟกซ 02-920 8845 email : energygreenhealth@yahoo.com สนับสนุนโดย : ชุดโครงการสนับสนุน จัดการความรู และประเมินผล โครงการวิจัยและพัฒนา “พลังงานทางเลือกเพื่อสุขภาพในชุมชน” สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.) ผลิตโดย : ทีมงาน “เมล็ดพันธุสีเขียว” 211/2 ถ.งามวงศวาน ซอย 31 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทร 087-4978087 email : energymag@hotmail.com พิมพที่ : บริษัท ออฟเซ็ท ครีเอชั่น จํากัด โทร 02-882 5486-7 กังหันตองลมที่นนทบุรี 34 ปนเมืองแป...เที่ยวบานโบราณ ชมวัดลานนา 46 สารบัญ ถามมา-ตอบไป : จะผลิตไฟฟาแบบหมุนเวียนตลอดไป ทําไดหรือไม? 42 3 4 6 10 18 22 26 27 30 เมื่อยางรถยนตเปนเหตุ กังหันตองลมที่นนทบุรี มหัศจรรยกับไกไรหัว แตยังมีชีวิต พลังงานจากตางแดน : ชีวิตทันสมัย ไมสราง “ขยะ” มลพิษติดปลายนวม : ขุมพลังขางบาน : รูทัน...พลังงาน : การลงทุนดานพลังงานในโครงการไทยเขมแข็ง 32 34 36 38 40 42 46 48 50 51 52 ชุมชนตนแบบ : เรื่องจากปก : หองรับแขก : “มอนแสงดาว” หองเรียนชีวิตของเด็กหญิงชนเผา จาก “แมหลาย” ถึง “สามชุก” เมื่อพลัง (งาน) ชุมชน “เบงบาน” เปดใจ...เชาวรัช ทองแกว นักวางแผนพลังงานชุมชนรุนบุกเบิก พลังคน-พลังคลื่น : จับเขาเลาเรื่อง : ชีพจรลงเทา : เปลี่ยนเครือขาย ไมตองเปลี่ยนเบอร ‘ทรนง ณ ธรณี’ ประจวบคีรีขันธ 6 ปหลังการจากไปของเจริญ วัดอักษร ปนเมืองแป...เที่ยวบานโบราณ ชมวัดลานนา พลังงานนารู : ฉลาดใช : นิวเคลียรยามอัสดง : ความจริงที่คนไทยควรรู แยกขยะ “แลก” กับโลกที่นาอยู การลงทุนสีเขียว : ขอมูลชวนคิด : สัตวมหัศจรรย : ประลองยุทธ : โลกออนไลน : เบื้องหลัง ธ.กรุงไทย ควารางวัลอนุรักษพลังงาน ประหยัดไฟ...สบายกระเปา ชวยชาติ ไกอู ไกโตง ไกตะเภา ฯลฯ รวมมิตรเรื่องไก (เอาใจแมยก เสธฯไกอู) 6 ป หลังการจากไปของเจริญ วัดอักษร 40 รื้อความทรงจําวัยเด็กดวย www.milliontoymuseum.com ตม-ยํา-ทํา-แกง : สมุนไพรใกลรั้ว : ไมหอม ยอมใจใฝสันติ แหนมหมู แหนมกระดูกหมู และไสกรอกอีสาน : ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 8 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 พลังงานจากตางแดน เรื่อง : ดาวพลูโต ชีวิตทันสมัย บานเรายังมะงุมมะงาหราวาจะ “หาม” ถุง พลาสติกในรูปแบบไหนดี ขณะที่การใชชีวิตของ คนรุนใหมในตางแดนกลับกาวไกลไปถึงขั้น “บอกลา” ภาชนะหอหุมสินคาทุกรูปแบบ “ขยะ” ไมสราง 01 02 03 เรียบเรียงจาก : www.msnbc.com/id/37515691/ns/us_news-environment ที่มาภาพ สํานักขาวเอพีรายงานถึงการใช ชีวิตที่ไมสราง “ขยะ” วากลายเปน กระแสหลักของหลายครอบครัวชนชัน ้ กลางในประเทศสหรัฐอเมริกามากขึน ้ เรื่อยๆ โดยเฉพาะครอบครัวของบี จอหน สัน ที่ตระเตรียมความพรอมกอนไป ซื้อของจากซูเปอรมาเก็ต ดวยการนํา ถุงผาที่เย็บจากผาปูที่นอนผืนเกา สําหรับบรรจุของแหงทั่วไป พรอมกับ พกภาชนะมีฝาปดสําหรับใสเนื้อสัตว ติดตัวไปดวย แนนอนทีสดวา ขาวของทุกชินทีซอ ุ่ ้ ่ ื้ ลวนปราศจากบรรจุภณฑ เชน สบูกอน ั  หนําซ้ำบรรดาขาวของเครื่องใชใน ครัวเรือนจําพวกน้ำยาทําความสะอาด ครอบครัวจอหนสันก็ทําเอง...ใชเอง สวนขวดใสนมก็จะถูกสงกลับคืนใหกบ ั ผูขายสินคาเพื่อนํากลับมาใชซ้ำ แตสิ่งที่ครอบครัวจอหนสันยังคง ตองเดินหนาฝาฟนตอไปไมนอยกวา อาทิตยละ 3 ครั้งก็คือ การโทรศัพท ไปหาบริษัทผูผลิตสินคา เพื่อขอให หยุดสงใบปลิวโฆษณามาให จนกลาย เปนขยะรกบาน บีบอกวา การใชชีวิตที่ตั้งใจวาจะ ไมสรางขยะเชนนี้ ชวยประหยัดเงิน ในกระเปาไดดวย คิดงายๆ แคการ พกน้ำดื่มใสกระบอกติดตัวไปทุกที่ นอกจากไดดื่มน้ำสะอาดแลว ยัง ประหยัด และไมสรางขยะจากขวด พลาสติกอีกดวย เมื่อรูปแบบการใชชีวิตที่เปนมิตร กับสิ่งแวดลอมอยางเขมขนมากขึ้น เรื่อยๆ แบบเดียวกับครอบครัวจอหน สัน กําลังไดรับความนิยมเพิ่มมากขึ้น 01 www.southernliving.com/healthyl...0007806 ขอบคุณภาพบางสวนจาก www.flickr.com search - no plastic bag 4 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 04 www.readersdigest.co.uk/greenli...-69.html 05 บี จอหนสัน เปดลิ้นชักโชวภาชนะที่ พกพาไปในยามซื้อของเขาบาน 04 05 06 www.treehugger.com/2009/06/ 14-week/ เห็นไดชัดจากการที่บีไดเผยแพรเรื่อง ราวของเธอผานเว็บบล็อก ก็ไดมีผูคน มากมายสนใจเขามาชม กระทั่งทําให บีกลายเปนผูรูที่คอยใหคําแนะนํา วา...ทําอยางไรจึงจะใชชีวิตที่ไม ทํารายโลก บริษัทธุรกิจผูผลิตสินคาก็ปรับตัว ตาม ดวยการผลิตสินคาที่ปราศจาก บรรจุภัณฑ เพื่อลดขยะ และลด คาใชจายในการคิดคนรูปแบบเพื่อ ใหสินคาสะดุดตาและนาซื้อ ซาราห เคนเนดี้ ซึ่งทํางานอยูใน บริษัทผูผลิตสินคาและอาหารที่ ซานฟรานซิสโก เปนผูหนึงทีเฝาจับตา  ่ ่ กับการเปลียนแปลงครังนี้ และขยับตัว ่ ้ อยางรวดเร็วดวยการเสนอขายสินคา สารพัดชนิด ตั้งแตแชมพูสระผม จนถึงสาหราย ในรูปแบบใหม นั่นคือ ปราศจากบรรจุภัณฑชิ้นเล็กชิ้นนอย แตขายรวมกันเปนกองโต 02 http://freshneasybuzz.blogspot.com/ 2009/04/earth-day-2009california-based-grocers.html การเปลี่ยนแปลงดังกลาว ถูก ขานรับอยางชัดเจนจากภาครัฐ เมื่อ ผูวาการรัฐแคลิฟอรเนียคนดังอยาง อารโนล ชวาสเนเกอร ออกกฎหมาย หามรานคาใชถุงพลาสติก โดยมีรัฐ อื่นๆ เริ่มทยอยเขารวมขบวนการ ขณะทีหนังสือหลายเลมทีถายทอด ่ ่ เรื่องราวของการใชชีวิตที่ไมทําลาย สิ่งแวดลอมวาสงผลดีตอสุขภาพอยาง เห็นไดชัด ก็วางแผงตามมา โคลิน บีแวน ชาวนิวยอรก เปน อีกครอบครัวหนึงทีทดลองปรับเปลียน ่ ่ ่ มาใชชีวิตที่ปราศจากขยะบรรจุภัณฑ ทั้งยังเพิ่มความเขมขนยิ่งขึ้นดวยการ ไมใช ไฟฟา ก็ถายทอดเรื่องราวผาน หนังสือ “No Impact Man” โดย ยอมรับวา เพียงแคหันมาหลีกเลี่ยง สินคาที่ถูกหอหุมดวยบรรจุภัณฑ เยายวนใจ คุณก็จะไดอาหารที่สด ไดสินคาที่มีคุณภาพโดยอัตโนมัติ 03 www.gardenmandy.com/10ways-to-g...are-you/ ปจจุบันครอบครัวบีแวนหันมาซื้อ อาหารสดจากตลาดที่เปดโอกาสให เกษตรกรนําสินคาจากฟารมมาขาย เอง ทําใหภาชนะบรรจุสินคาทั้งขวด นม และกลองใสไข ถูกหมุนเวียนกลับ มาใชใหมจากลูกคาหนาเกาที่นํากลับ ไปคืนใหใชซ้ำ ความทันสมัยของการใชชีวิตใน รูปแบบนี้ กลายเปนความทาทาย ใหมของหลายครอบครัว เพราะหาก ตั้งใจวาตองทําใหได ก็ตองอาศัยการ วางแผน เตรียมการเพื่อนําภาชนะ สําหรับใสสินคาไปใหพรอม บางคน ทําไดถึงซื้อขาวสาร ถั่ว แปง และขาว โอต โดยไมตองใชถุงพลาสติกของ ทางรานคาเลยแมแตใบเดียว เพียง แคเตรียมถุงผาหรือถุงพลาสติกใบ เกาไปจากบานเทานั้น สําหรับประเทศไทย ขอบอกวา เรืองนีไมใชเรืองใหมสาหรับใครหลาย ่ ้ ่ ํ คน เพราะบางคนแคลองทําดู ก็พบวา สนุกกวาทีคด และไมไดเพิมภาระใดๆ ่ ิ ่ แถมยังทําใหหัวใจพองโตไดไมรูเนื้อ รูตว เมือผลการซือของครังไหน จบลง  ั ่ ้ ้ ได โดยไมตองอาศัยถุงพลาสติกจาก หาง หรือรานคาแมแตใบเดียว ลองทําดู แลวจะรูวาสนุกและ งายชะมัด 06 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 5 ชุมชนต้นแบบ เรื่องและภาพ : ฐิตินันท์ ศรีสถิต และ อวยพร แต้ชูตระกูล ม่อนแสงดาว ห้องเรียนชีวิต ของเด็กหญิง ชนเผ่า แม้การเรียนในวัยเยาว์จะสำคัญถึงขั้นชี้นำเส้นทางชีวิตช่วงที่เหลือ ก็ใช่ว่าเด็กทุกคน จะสามารถเอื้อมถึงโอกาสทางการศึกษาโดยง่าย ยิ่งเป็นเด็กหญิงชนเผ่าซึ่งเกิด และเติบโตในพื้นที่ชายขอบของประเทศ ยิ่งนับว่ายากนักสำหรับการ พาตัวเองเข้าสู่โลกแห่งการเรียนรู้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า... จะหมดโอกาสเสียทีเดียว เพราะยังมี “ที่นี่” ที่พร้อมเปิดประตูต้อนรับพวกเธอ ห่างจากตัวเมืองเชียงรายไป 20 กว่ากิโลเมตร บนถนน สายเดียวกับที่มุ่งหน้าสู่ภูชี้ฟ้า และเลี้ยวจากถนนใหญ่เข้ามาอีก ไม่กี่อึดใจของการขับรถ คุณจะพบกับห้องเรียนในอ้อมกอด สีเขียวของต้นไม้ โดยมีทิวเขาเรียงซ้อนเป็นฉากหลังอยู่ไกลๆ ที่นี่คือ “ศูนย์การเรียนรู้ม่อนแสงดาว” หรือบ้านหลังใหญ่ ของเด็กหญิงชาวอาข่า ลาหู่ ม้ง ปกาเกอะญอ ประมาณ 30 ชีวิต พวกเธอใช้ชีวิตร่วมกันตลอดเทอม ซึมซับความรู้ผ่าน ตำราและการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อนำไปประกอบอาชีพใน บ้านเกิดหรือเป็นพื้นฐานศึกษาต่อระดับที่สูงขึ้น พะเยามานานกว่า 20 ปี แม้ จ ะมี ส ถานภาพเพี ย งแค่ “ศู น ย์ ก ารเรี ย นรู้ ” แต่ ม่อนแสงดาวซึ่งเปิดสอนมาตั้งแต่พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 ก็ทำหน้าที่หยิบยื่นทางเลือกชีวิตที่ดีกว่าให้เด็กหญิงชนเผ่ามา อย่างต่อเนื่อง บางคนเกิดคำถาม...ทำไมต้องเด็กหญิงชนเผ่า? “ครูตั้ม” เทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย ผู้อำนวยการสมาคมฯ หรือ “พ่อ” ของเด็กๆ ที่นี่ เล่าให้ฟังว่า ในอดีตพื้นที่แถบนี้มี ปัญหา “ตกเขียว” รุนแรงมาก และเหยื่อส่วนใหญ่ก็คือเด็ก หญิงชนเผ่า หลังจากสมาคมฯ เข้ามาทำงานได้ 3-4 ปีจงแก้ ึ ปัญหาด้วยการแจกทุนการศึกษาระดับชั้นมัธยมฯ สำหรับแก่ เด็กกลุ่มนี้ เพื่อช่วยยืดเวลาให้พวกเขาเดินเข้าสู่กระบวนการค้า ประเวณีช้าลง ขณะเดียวกันก็หวังลึกๆ ว่า ความรู้จะช่วย เปลี่ยนแปลงและแก้ปัญหาได้ในระยะยาว ทว่าการประเมินผลหลังจากแจกทุนไปแล้ว 7 ปี กลับพบว่า ดั่งแสงดาวนำทาง ศูนย์การเรียนรูมอนแสงดาวเป็นหนึงในผลผลิตของสมาคม ้ ่ ่ สร้างสรรค์ชีวิตและสิ่งแวดล้อม องค์กรพัฒนาเอกชนที่มุ่งมั่น ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและเด็กในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและ  สิงหาคม - ตุลาคม 2553 เมื่อได้รับโอกาส ทางการศึกษา เขาก็มี อาวุธทางปัญญาที่ จะแยกแยะถูกผิด เทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย “พ่อตั้ม” แห่งศูนย์การเรียนรู้ม่อนแสงดาว วิชาศิลปะวันนี้ ครูให้วาดภาพผักที่เด็กๆ ลงมือปลูกในแปลง ยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้ครบถ้วน เด็กหลายรายได้รับทุนแต่ ก็ไปเรียนไม่ได้ ด้วยสาเหตุ...ต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน โรงเรียนอยู่ ไกลบ้านเดินทางไม่สะดวก และพ่อแม่อยากให้รีบมีครอบครัว เพื่อจะได้แรงงานจากลูกเขยมาช่วยทำมาหากิน เป็นต้น จึงคิดว่า...น่าจะมีสถาบันการศึกษาขึ้นมารองรับเด็กกลุ่มนี้ โดยเฉพาะ ในที่สุดก็เกิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ม่อนแสงดาวซึ่งมีลักษณะ เหมือนโรงเรียนประจำ คือให้นักเรียนทุกคนใช้ชีวิตกินนอนอยู่ ที่นี่เลยเพื่อลดอุปสรรคเรื่องการเดินทาง ที่สำคัญ ให้เรียนฟรี จนจบการศึกษา โดยใช้เกณฑ์สำคัญในการพิจารณารับเข้าเรียน 4 ข้อ หนึ่ง...อยู่ในครอบครัวที่มีความเสี่ยง เช่น ยากจน พ่อแม่ ติดคุก ติดยาเสพติด หรือค้ายาเสพติด สอง...อยู่ในชุมชนที่มีความเสี่ยง ไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง มั่นคง มีแนวโน้มจะโดนอพยพโยกย้ายเพราะโครงการพัฒนา ของรัฐ สาม...พ่อแม่หรือผู้ปกครองสนับสนุนหรือเต็มใจยินยอม ให้เด็กมาเรียน และสี่...ตัวเด็กเองต้องมีความสนใจจะเรียนด้วย สำหรับชื่อ “ม่อนแสงดาว” ครูตั้มเฉลยว่า ได้มาจากเด็ก นักเรียนรุ่นแรก เข้ามาเรียนใหม่ บรรยากาศเหงาๆ กลางคืน ก็ล้อมวงร้องเพลงกัน “เด็กคนนึงบอกกับผม พ่อ…ดาวทีนทำไมสวยกว่าทีบานหนู ่ ี่ ่ ้ ดาวที่ นี่ ส วยมากเลย ดาวที่ บ้ า นหนู ไ ม่ ส วยไม่ ใ สเหมื อ นที่ นี่ คำพู ด นั้ น จุ ด ประกายเรา ที่ จ ริ ง แล้ ว ดวงดาวทุ ก ที่ เ หมื อ นกั น หมด แต่การจะให้ค่าว่าสวยหรือไม่...อยู่ที่ใจ ความใสสว่างอยู่ที่ ใจของเขากำหนด” เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า เด็กคนนี้กำลังจะถูกส่งไปขายตัวที่ กรุงเทพฯ เขาเครียดมาก ร้องไห้ทุกวัน เมื่อเข้ามาสู่อ้อมกอด ของที่นี่จึงรู้สึกเหมือนมีโลกใหม่ มีแสงสว่าง มีทางรอด ชีวิต สดใส ก็พลอยเห็นดวงดาวใสสว่างไปด้วย “ก็เลยตกลงกันคืนนั้น ให้ที่นี่ชื่อม่อนแสงดาว ให้เป็นแสง เล็กๆ ส่องนำทางเด็กที่อยู่ในมุมมืด” ครูตั้มพูดพลางยิ้ม และการติดตามผลเด็กหญิงที่จบออกไปตั้งแต่รุ่นแรกจนถึง ปัจจุบัน พบว่า...ไม่มีใครตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์เลย แม้แต่คนเดียว สิงหาคม - ตุลาคม 2553  สวนกล้วย...อีกหนึ่งแหล่งอาหารของเด็กนักเรียน บ่อเลี้ยงปลาและบรรยากาศร่มรื่นของศูนย์การเรียนรู้ฯ ศึกษาเพื่อเคารพธรรมชาติ การเรียนการสอนที่ม่อนแสงดาวดำเนินไปตามหลักสูตร ทางเลือก (เทียบเท่ากับระดับชั้นมัธยมศึกษา) ซึ่งออกแบบมา ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชนเผ่า โดยมีการปรับ และพัฒนาหลักสูตรอยูตลอดเวลาเพือให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ่ ่ ที่เปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งที่ยังคงไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลายคือ ฐานคิดเรื่อง การดูแลทรัพยากรธรรมชาติและหลักเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่ กับการส่งเสริมทักษะด้านการเกษตรและงานศิลปะ ด้ ว ยเหตุ ผ ลสำคั ญ ...พ่ อ แม่ ข องเด็ ก ส่ ว นใหญ่ มี อ าชี พ เกษตรกรรม แต่เป็นเกษตรเคมี เด็กๆ จึงเติบโตมาด้วยความ คุ้นเคยกับสารพัดสารเคมีการเกษตร ส่วนศิลปะก็เป็นต้นทุนที่ มีในสายเลือดกันอยู่แล้ว “เราพยายามจะเปลี่ยนความคิดของเด็ก ให้เขารู้ว่าเกษตร เคมีไม่ดีอย่างไร แล้วสอนการทำเกษตรอินทรีย์ ให้เขาใช้ปุ๋ย ชีวภาพ ให้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปประกอบ อาชีพได้ ขณะเดียวกัน เด็กชาวเขาทุกคนมีทักษะการปักผ้า อยู่แล้ว พ่อแม่ทอผ้า ลูกสัมผัสเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก มาเรียนที่นี่ ทุกคนเอาผ้ามาปักกันหมดเลยนะ เวลาว่างก็นั่งปักผ้ากัน” ครูตั้มอธิบาย ...ม่อนแสงดาวเพียงทำหน้าที่ชี้ทิศทางที่ดี เปิดโอกาสให้ เด็กๆ ลองลงมือด้วยตนเองเสียหน่อย พวกเขาก็มีของดีติดตัว ไปประกอบอาชีพได้แล้ว โดยเฉพาะหลักคิดเรื่องสิ่งแวดล้อม ถือเป็นปรัชญาที่ สืบทอดจากสมาคมสร้างสรรค์ชีวิตและสิ่งแวดล้อมมาถึงศูนย์ การเรียนรู้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง “เคารพวิถีธรรมชาติ นอกจากจะเป็นปรัชญาของม่อนแสง ดาวแล้ว ยังเป็นปรัชญาของโลก ของทุกคนด้วย เพราะแท้จริง แล้วธรรมชาติเป็นศูนย์กลาง มนุษย์เป็นแค่ส่วนหนึ่งของ ธรรมชาติ จึงต้องศึกษาและอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน มากกว่าจะศึกษาเพื่อเอาชนะธรรมชาติ ทำลายธรรมชาติคือ ทำลายตัวเอง” ครูตั้มย้ำชัดเจน ภายในบริเวณกว้างๆ ของศูนย์เรียนรู้ มีทั้งบ่อเลี้ยงปลา สวนกล้วย เรือนเพาะชำกล้าไม้ และแปลงผักอินทรีย์ แม้ไม่ เพียงพอต่อการเลี้ยงทุกปากท้องที่อยู่ร่วมกันที่นี่ อย่างน้อย เด็กๆ ก็ได้เรียนรู้การผลิตอาหาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการ พึ่งพาตนเอง ทุกครั้งที่เปิดภาคการศึกษาใหม่ นั่นหมายถึงการเริ่มต้น หน้าที่รับผิดชอบแปลงผัก โดยให้เด็กๆ จับคู่กัน แต่ละคู่จะได้ โควตาแปลงผัก 3-4 แปลง และเลือกปลูกผักที่ตัวเองชอบหรือ สนใจได้โดยเสรี จากนั้นก็ต้องหมั่นรดน้ำ พรวนดิน เติมปุ๋ย ดูแลแปลงผักโดยไม่พึ่งพาสารเคมี จนกระทั่งงอกงามและ สามารถนำมาประกอบอาหารได้ ...เป็นการเรียนรู้ที่ผ่านกิจวัตรประจำวัน ซึ่งในที่สุดก็กลาย เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตนั่นเอง เห็ดตับเต่าที่เด็กๆ ช่วยกันเก็บภายในบริเวณ ศูนย์การเรียนรู้ฯ เพื่อนำมาประกอบอาหาร เราสอนให้เด็กมีทักษะ ชีวิต เรียนรู้สังคม รู้จักแยกถูกผิด เคารพ ธรรมชาติ และมี จิตสาธารณะ เทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย “พ่อตั้ม” แห่งศูนย์การเรียนรู้ม่อนแสงดาว  สิงหาคม - ตุลาคม 2553 คิดไว้แล้วว่า จบจาก ที่นี่จะไปเรียนต่อ อาชีวะ ด้านคหกรรม อาหาร นภาพร อำไพปรีดา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นครอบครัว เป็นพี่น้อง เพราะต้องใช้ชีวิตร่วมกัน ทั้งกิน นอน และเรียนหนังสือที่ ศูนย์การเรียนรู้ม่อนแสงดาว จึงไม่แปลกที่ครูประจำจำนวน 2-3 คนที่รับผิดชอบดูแลเด็กๆ ทั้งหมดจะเอ็นดูเด็กๆ เหมือน ลูกๆ ในครอบครัว ขณะที่เด็กหญิงจากหลากชนเผ่าก็เกื้อกูล กันเหมือนเป็นพี่เป็นน้อง ที่พักของเด็กหญิงเหล่านี้คือบ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆ อยู่ อาศัยได้หลังละ 4-6 คน มีห้องน้ำอยู่ภายนอก ห้องเรียนก็ไม่ จำเป็นต้องอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่มีผนังล้อมรอบมิดชิด เพราะ ทุกบริเวณสามารถสร้างบรรยากาศการเรียนรูให้เด็กๆ ได้ทงสิน ้ ั้ ้ นอกจากแปลงผักแล้ว ทุกคนที่นี่ยังต้องแบ่งกลุ่มกัน รับผิดชอบเรื่องการจัดเตรียมอาหาร โดยในแต่ละวันจะมีหนึ่ง กลุ่มที่สวมบทแม่ครัว ทั้งคิดรายการอาหาร ออกไปจ่ายตลาด เก็บพืชผักภายในศูนย์ฯ มาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร รวมถึง การลงมือหุงข้าวและปรุงอาหาร กลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นเวรทำ อาหารก็จะต้องรับหน้าที่ทำความสะอาดและดูแลความเป็น ระเบียบเรียบร้อยของบริเวณต่างๆ ทั่วศูนย์การเรียนรู้ กรณีเกิดปัญหาข้อขัดแย้งในหมู่นักเรียน เด็กๆ จะรวมตัว กันประชุมสภานักเรียน เพือช่วยกันหารือข้อสรุปในการแก้ปญหา ่ ั หากไม่สามารถตกลงร่วมกันได้จริงๆ จึงจะปรึกษาและขอคำ แนะนำจากคุณครู นภาพร อำไพปรีดา 1 ใน 2 ของนักเรียนปกาเกอะญอ แห่งม่อนแสงดาว ซึงรับหน้าทีเป็นแม่ครัวใหญ่ในวันที่ พลัง+งาน ่ ่ แวะไปเยียมเยือน เล่าถึงความรูสกและบรรยากาศความเป็นอยู่ ่ ้ึ ให้ฟังว่า “ตอนแรกที่มา ร้องไห้เป็นเดือน เก็บกระเป๋าทุกวัน จะกลับบ้าน” นภาพร อำไพปรีดา นำทีมน้องๆ ปรุงอาหารหน้าเตา แต่เมือมาถึงวันนี้ เธอปรับตัวได้อย่างสบาย แถมยังวางแผน ่ ชีวิตการเรียนหลังจบจากที่นี่ไว้เรียบร้อยแล้ว นภาพรเล่าต่อไปว่า การเรียนร่วมกับเด็กหญิงจากชนเผ่า อื่นๆ ทำให้เธอได้ภาษาแถมกลับไปด้วย “เมื่อก่อนพูดลาหู่ไม่ได้ ตอนนี้พูดเป็นแล้ว แต่ภาษาม้ง และอาข่า แค่พอฟังออกเท่านั้น” แม้จะอยู่ห่างไกลถึงขนาดที่สัญญาณโทรศัพท์มือถือขาด หายเป็นช่วงๆ แต่พวกเธอก็ยังได้ติดตามความเป็นไปของบ้าน เมืองอย่างสม่ำเสมอผ่านทางโทรทัศน์ ซึ่งมีไว้เพื่อเสพข่าวสาร ในช่วงหัวค่ำเป็นหลัก ครูตั้มบอกว่า “พยายามหลีกเลี่ยงการดูละคร ช่วงกลาง คืนก็อาจจะเลือกฉายภาพยนตร์ดีๆ สักเรื่อง ให้ล้อมวงดูด้วย กัน แล้วช่วยกันแสดงความคิดเห็นหลังจากดูจบ” ...ละครไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยประเทืองปัญญา ดูไปก็เสีย เวลาเปล่า แถมยังอาจป้อนทัศนคติชีวิตที่ผิดๆ ให้เด็กๆ ต่าง กับการดูภาพยนตร์ที่ผ่านการคัดสรรจากครูแล้วว่า ชมแล้ว ต้องได้แง่คิดอะไรติดไปบ้าง แม้ห้องเรียนทางเลือกแห่งนี้จะรองรับนักเรียนได้คราวละ ไม่มาก แต่ศูนย์การเรียนรู้ม่อนแสงดาวก็ช่วยชี้เส้นทางชีวิตที่ดี ให้แก่เด็กหญิงชนเผ่า ทังยังสะท้อนให้เห็นพลังของคนกลุมเล็กๆ ้ ่ ที่ตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาสังคม มิใช่แค่คิด แต่ยังลงมือให้ เป็นรูปธรรม ...นี่จึงเป็นอีกหนึ่งต้นแบบที่น่าชื่นชม สิงหาคม - ตุลาคม 2553  เรื่องจากปก เรื่องและภาพ : อวยพร แตชูตระกูล และ ฐิตินันท ศรีสถิต “แมหลาย” จาก “สามชุก” ถึง พลัง (งาน)ชุมชน ขยะทวมทนเปนสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกชุมชน ทั้งในเมืองใหญเมืองเล็กไปจนถึงเขตชนบท ชาวบานใน ต.แมหลาย อ.เมือง จ.แพร และ ต.สามชุก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ก็ หนีไมพนปญหานี้เชนกัน ซึ่งแมจะจัดการ ดวยวิธงายๆ คือรณรงคคดแยกขยะตังแต ี ั ้ ตนทาง ทวามันกลับใหผลลัพธพเศษกวา ิ ชุมชนอื่น เมื่อ เบงบาน เพราะไมเพียงสามารถลดปริมาณขยะ กองโตไดสําเร็จ แตยังเปดประตูพาผูคนจาก ทั้งสองชุมชนไปสูการตอยอดเรียนรูเรื่อง พลังงาน ซึ่งสรางกําไรคืนมาอยางเหนือ ความคาดหมาย ...และทําใหพวกเขาไดสัมผัสกับความเบง บานของ “พลัง (งาน) ชุมชน” ที่นาภูมิใจ 10 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 บรรยากาศสีเขียวๆ ภายในศูนยเรียนรู การเกษตรพอเพียงของพอมนูญ “ปจจัยแรกที่ทําใหเราประสบความสําเร็จก็คือ การมีสวนรวมอยางมากๆ ของคนในชุมชน สองคือเปนเรื่องใหมที่ทาทายคนในชุมชน สามคือวิกฤตราคาพลังงานที่แพงขึ้น สี่คือ เรื่องภาวะโลกรอน” สุเทพ สุมณฑกุล จุดประกายจากกองขยะ ชื่อของ “แมหลาย” โดงดังขึ้นในแวดวงพลังงานเมื่อ ชวง 3-4 ปที่ผานมา งานนี้นอกจากชาวบานจะแข็งขัน เอาจริงเอาจังอยางตอเนื่อง ยังมีหนวยงานระดับทองถิ่น อยางสํานักงานเทศบาลตําบลแมหลายเปนกองหนุน ทํา หนาที่พี่เลี้ยงคอยคลุกวงในชี้แนะชองทางและขอมูลที่เปน ประโยชน ประสานความรวมมือระหวางชาวบานกับนัก วิชาการและในหมูชาวบานดวยกันเอง และใหการ สนับสนุนดานงบประมาณ สุเทพ สุมณฑกุล ในฐานะที่ปรึกษานายกเทศมนตรี ตําบลแมหลาย เปดฉากเลาถึงจุดเริ่มตนกอนที่ชุมชน แมหลายจะกลายเปนแหลงศึกษาดูงาน ของบุคคลและ หนวยงานจากทั่วประเทศเชนทุกวันนี้วา “เราเริ่มกันในป 2547 เพราะมีปญหาเรื่องขยะ จาก การที่คนในชุมชนใชชีวิตแบบคนเมืองมากขึ้น ขณะที่บอ ขยะของเทศบาลเมืองแพรที่ใชบริการอยูประจําถูกปดลง เนืองจากสงกลินเหม็นรบกวนจนถูกรองเรียน ชุมชนของเรา ่ ่ ก็เลยตองมารวมกันคิดแกปญหาวาทํายังไงใหขยะลดลง” ทั้งนี้ทีมผูบริหารเทศบาลตําบลแมหลายเห็นตรงกันที่ จะขอความชวยเหลือและคําปรึกษา จากนักวิชาการของ มหาวิทยาลัยแมโจ-แพร เฉลิมพระเกียรติ จึงเกิดเปน “โครงการจัดการขยะโดยชุมชนมีสวนรวม” ซึ่งเนนการ ใหความรูเรื่องการคัดแยกขยะแกชาวบานแมหลายทั้ง 8 หมูบาน และเปดโอกาสใหชุมชนมีสวนรวมจริงๆ มิใช เพียงถอยคําดูดีที่แปะไวทายชื่อโครงการ เพียงออกสตารทลงมือคัดแยกขยะ ชาวบานแมหลายก็ แสดงศักยภาพพลังชุมชนใหเปนที่ประจักษ ปริมาณขยะ ลดลงทันที 50 เปอรเซ็นต แนนอนวาเกินความคาดหมาย ของเทศบาลตําบลแมหลายซึ่งเปนผูริเริ่มโครงการยิ่งนัก ขยะอินทรีย ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย กลายเปน ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตําบลแมหลาย เรืองจัดการงายดายของชาวบานแมหลายไปเรียบรอย...แต ่ ความสําเร็จ ทีเกิดขึนอยางไมทนตังตัวกลับกลายเปนความ ่ ้ ั ้ ทาทายใหมของคนในชุมชนและนํามาซึงโครงการประกวด ่ หมูบานรักษาความสะอาดและสิ่งแวดลอมในป 2548 ระหวางทีการพบปะเพือแลกเปลียนขอมูลความรูในหมู ่ ่ ่  ชาวบาน เจาหนาทีจากสํานักงานเทศบาล และนักวิชาการ ่ กําลังเดินหนาอยางเขมขนและตอเนื่อง สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น ตามมาและปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ก็คือความตื่นตัวของผูคน ที่สะสมเพิ่มพูนวันละเล็กวันละนอยจนกลายเปนความ เขมแข็งของชุมชน สิงนีขยายผลเปนความภาคภูมใจในปถดมา เมือชุมชน ่ ้ ิ ั ่ แมหลายควารางวัลที่ 4 จากโครงการประกวดเมืองนาอยู ซึ่งมีเทศบาลทั่วประเทศเขารวม 201 แหง และใหคะแนน การตัดสินโดยเนนเรื่องธรรมาภิบาล ความโปรงใส และ ความรับผิดชอบเขามาสรางกระบวนการมีสวนรวมของชุมชน  นับจากนันเปนตนมา ความสําเร็จทีสมผัสไดจากทุกครัง ้ ่ั ้ ทีคนในชุมชนรวมแรงรวมใจกัน ก็นามาซึงการเปลียนแปลง ่ ํ ่ ่ ครั้งยิ่งใหญและนาจดจําของชาวบานแมหลาย... ตามหา...พลัง (งาน) ชุมชน เมื่อกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพลังงานรวมกัน ดําเนินโครงการจัดทําแผนพลังงาน 80 ชุมชนในป 2550 เพื่อสนับสนุนใหแตละชุมชนรูจักวางแผนพลังงานและหา ทางออกดานพลังงานที่เหมาะสมกับชุมชนของตนเอง เทศบาลตําบลแมหลายไมรอชาทีจะสมัครเขารวมโครงการ ่ ...นับจากนั้นการระดมสมองรวมกันเพื่อจัดทําแผน พลังงานชุมชนก็เริ่มขึ้นอยางเต็มรูปแบบ นันคือชาวบานทุกครัวเรือน เจาหนาทีเทศบาลทุกฝาย ่ ่ ...ในฐานะผูปฏิบัติ โดยมีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย แมโจ-แพร เฉลิมพระเกียรติ และจากมหาวิทยาลัยแมโจสิงหาคม - ตุลาคม 2553 11 ชาวบานหมู 3 ตําบลแมหลาย หนึ่งในคณะกรรมการ ใหคะแนนการประกวดหมูบานตัวอยาง ทรงพล รัตนเมืองสอง “ชุมชนแมหลายมีวันนี้ไดเพราะมหาวิทยาลัยแมโจ เทศบาล แลวก็พลังงานจังหวัดที่ใหโอกาสชาวบาน ไดไปดูของจริง จนเกิดแรงบันดาลใจเอามาทํา บาง...ตอนนี้เทศบาลจะทําอะไรก็ตาม ตองมีเรื่อง พลังงานเขาไปบรรจุอยูดวยทุกครั้ง เพราะแมหลาย ของเราใหความสําคัญเรื่องพลังงานเต็มรอย” แกลบที่ผานการเผาไหมเก็บไวอัดเปนถานแทง เตาแกสพลังแกลบ เชียงใหม สํานักงานพลังงานจังหวัดแพร และสํานักงาน พลังงานภูมิภาคที่ 9 จังหวัดพิษณุโลก...รวมเปนคณะที่ ปรึกษาคอยสนับสนุนดานวิชาการ เมื่อทีมงานพรอม แผนการก็เริ่มนับหนึ่งดวยการเริ่ม โหมโรงประโคมขาวดวยกลยุทธสารพัดรูปแบบ ทั้ง “อูกํา เมือง” ซ้ำแลวซ้ำเลาผานหอกระจายขาวประจําหมูบาน พรอมกับเชิญผูนําชุมชน ชาวบาน และหนวยงานตางๆ ทั้งวัด โรงเรียน มาประชุมรับทราบขาวสาร และรับฟง ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน จากนั้นก็คัดเลือกตัวแทนชุมชนขึ้นมารับตําแหนง นักวางแผนพลังงานชุมชนและผูชวยนักวางแผนพลังงาน ชุมชน รวมทังสงไปอบรมความรูเกียวการวางแผนพลังงาน ้  ่ ชุมชนที่ จ.พิษณุโลก แลวจึงกลับมาเก็บขอมูลเชิงลึกผาน แบบสอบถามเกี่ยวกับการใชพลังงาน 3 ประเด็นหลักคือ ไฟฟา เชื้อเพลิง และกาซหุงตม แตละหมูบานใชหลอดไฟประเภทใด จํานวนเทาไหร มีเครื่องใชไฟฟาอะไรบาง มีรถยนต มอเตอรไซด รถไถนา กีคน เครืองสูบน้ำกีเครือง ใชกาซหุงตมมากนอยเพียงใด... ่ ั ่ ่ ่  ขอมูลเหลานี้ถูกนํามาวิเคราะหและสะทอนผลกลับไปยัง ชาวบานเพือใหเกิดการเรียนรูและเปรียบเทียบซึงกันและกัน ่  ่ ขั้นตอนตอไปก็คัดเลือกตัวแทนของแตละหมูบานไป ศึกษาดูงานพลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทน โดยจะ ไดเห็นตัวอยางจากของจริงที่ จ.พิษณุโลก ซึงในขันตอนนีเอง ่ ้ ้ ที่ทําใหชุมชนแมหลาย “ตอยอด” จากการดูงานครั้งนี้ อยางเต็มเม็ดเต็มหนวย เมื่อกลับมาถึงบานแมหลาย แตละหมูบานก็ตองเปนผู พิจารณาเลือกเอาเองวา จะหยิบเอาเทคโนโลยีตัวไหนที่ได ไปดูไปเห็นมาใชในชุมชนของตนเอง ใหเหมาะกับวัตถุดิบ และภูมิปญญาที่มีอยูในทองถิ่น โดยมีทีมที่ปรึกษาเขามา ชวยใหคําแนะนํา และมีงบประมาณจากกระทรวงพลังงาน และเทศบาลตําบลแมหลายชวยสนับสนุนดวย ...ดูเหมือนวา เตาเผาถาน 200 ลิตร เตาแกสพลัง แกลบ และไบโอดีเซลเขยามือ จะเปนตัวเลือกที่ไดรับ ความนิยมจากหลายหมูบาน โหมไฟดวยงานรณงค ดวยขอจํากัดเรื่องงบประมาณที่ไมครอบคลุมคาใชจาย ทั้งหมด ทําใหชาวบานแตละหมูบานตองลงแรงกายใน การกอสรางและเจียดแรงเงินมาซื้อวัสดุกอสรางกันเอง ซึ่ง สอดรับกับเงื่อนไข “ใหชุมชนมีสวนรวม” ไปโดยปริยาย หากแตหนทางเพื่อไปสูความสําเร็จของการวางแผน พลังงานชุมชนของบานแมหลายยังมีมากกวานั้น นั่นคือ การรณรงคประหยัดพลังงานในระดับครัวเรือนที่เริ่มขึ้นใน หวงเวลาเดียวกัน โดยใชการกระตุนผานโครงการ ประกวดหมูบานตัวอยางการลดใชพลังงาน เพื่อสราง จิตสํานึกในการใชพลังงานใหเขาไปสูการใชชีวิตประจําวัน อยางแทจริง ตลอดระยะเวลา 6-7 เดือนของการจัดทําแผนพลังงาน ชุมชน ชาวแมหลายทั้ง 8 หมูบาน รวม 1,635 ครัวเรือน หรือ 4,566 คน ในอาณาบริเวณ 13.5 ตารางกิโลเมตร ไดรับขอมูลปาวรองไมเวนแตละวัน รวมทั้งแจกแผนพับ บอกวิธีการประหยัดพลังงานใหกับเด็กนักเรียนตาม โรงเรียนตางๆ ทายที่สุดก็กระตุนใหแตละครอบครัวทยอยเขารวม ขบวนการประกวดเพิ่มขึ้น โดยมีขอตกลงรวมกันทั้งกติกา การแขงขัน และของรางวัลเล็กๆ นอยๆ มอบใหพอชุมชื่น หัวใจ แตไดใชประโยชนแนนอน เชน หลอดไฟประหยัด พลังงาน เตาอั้งโลประสิทธิภาพสูง ฯลฯ บรรยากาศของตําบลแมหลายในหวงเวลานั้นอบอวล ดวยความคึกคักและสีสันของกิจกรรมประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะการทําตามกติกาที่วา แตละบานตองติด ขอความรณรงคไวหนาบานอยางนอย 1 ปาย และสมาชิก 12 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 “เพราะเรื่องพลังงานทดแทน โดยเฉพาะ เตาเผาถาน 200 ลิตร ชวยสรางรายไดเสริม ที่ดีมาก สามารถปลดหนี้ มีเงินเก็บเงินออมได” มนูญ วงศอรินทร ปราชญชาวบานแหงชุมชนแมหลาย พอมนูญกับจักรยานสูบน้ำที่สรางเอง ในบานจะตองบอกวิธีประหยัดพลังงานไดอยางนอย 3 วิธี คณะกรรมการซึ่งมาจากตัวแทนของแตละหมูบานจะเปนผู สุมตรวจและใหคะแนน สําคัญที่สุดคือแบบฟอรมบันทึกคาไฟฟาแตละเดือน ซึ่งเปนตัวชี้วัดที่ชัดเจนที่สุดวา แตละครัวเรือนใชไฟฟา มากขึ้นหรือนอยลง ถาเดือนนี้ยังทําไมสําเร็จ ก็พยายาม แกตัวใหมกันในเดือนหนา โดยมีการแลกเปลี่ยนกันวา แตละบานใชกลยุทธใดบางในการประหยัดพลังงานใหได ผลจริงๆ ปาสุคนธพันธุ ศศิภัทรกุล หนึ่งในคณะกรรมการให คะแนนการประกวดเลาใหฟงวา “วันที่เราไปสุมตรวจ ใหมๆ ชาวบานก็ตื่นเตน แตพอนานๆ ไปก็รูสึกธรรมดา แตรูสึกวาพอโครงการเขาไปในชุมชน ก็สามารถประหยัด คาไฟไปไดกันเยอะเลย โดยเฉพาะหมู 1 และหมู 8 ไดใช ไฟฟาฟรีกันเยอะ” สุเทพยืนยันวา “ถือวาการประกวดหมูบานตัวอยาง ของเราประสบผลสําเร็จมาก” แมแตอาจารยศิริพร พันธุลี หนึ่งในทีมที่ปรึกษา จาก มหาวิทยาลัยแมโจ-แพร เฉลิมพระเกียรติ ยังออกปาก “ชาวบานที่นี่ใหความรวมมือดีทั้ง 8 หมูบาน ตองชมเชย แกนนําชาวบานวาใหความสําคัญและดึงเอาชาวบานเขา มารวมดวยในทุกขั้นตอน” ...และความสําเร็จที่ยิ่งใหญกวามาเยือนชุมชนแหงนี้ เมื่อผลงานของพวกเขาเขาตากระทรวงพลังงาน กระทั่ง โครงการจัดทําแผนพลังงานชุมชนควารางวัลรองชนะ เลิศระดับประเทศ ประจําป 2550 มาครองไดสําเร็จ แมบาน พนักงานบัญชี และเลขาสวนตัวของพอมนูญ ธีรวรรณ วงศอรินทร “ชีวิตที่เปนอยางนี้ สบาย สนุก สุขภาพจิตดี อยูกับบานก็มีรายได ไมตองไปหาตลาด ขายสินคาที่ไหน ตื่นเชาขึ้นมาก็มีรายไดเขามาแลว” ของดีที่แมหลาย ถึงวันนี้พลังงานยังคงเปนสวนสําคัญในชีวิตชาว แมหลาย เพราะไมวาจะมีกิจกรรมใดเรื่อง “พลังงาน” ก็ จะถูกสอดแทรกเปนสวนหนึ่งเสมอ ไมเวนแมกระทั่งเรื่อง เกษตรและสุขภาพที่ถูกเชื่อมโยงถึงกัน อีกทั้งฟนเฟองสําคัญที่คอยผูกรอยเรื่องราวของคนที่นี่ เขาไวกับพลังงานชุมชนอยาง พีระพัฒน ธีระวรรธนะสิริ หัวหนากองสาธารณสุขและสิ่งแวดลอม เทศบาลตําบล แมหลาย ก็ควารางวัลผูนําวางแผนพลังงานชุมชนดีเดน ประจําจังหวัดแพร ประจําป 2552 ไมเพียงเทานั้น การจัดตั้งศูนยเรียนรู ขึ้นในแตละ หมูบานยังเปดทางใหเพชรงามไดฉายประกาย ที่โดดเดน คอนขางมากและมีผูคนตางถิ่นแวะเวียนมาตักตวงความรู อยางไมขาดสาย เห็นจะเปนศูนยเรียนรูการเกษตรพอเพียง  ประจําหมู 5 ของมนูญ วงศอรินทรนั่นเอง ปราชญชาวบานที่ใครๆ เรียกขานวา “พอมนูญ” พา เยี่ยมชมสถานที่ซึ่งเปนทั้งบานและศูนยเรียนรู พื้นที่เล็กๆ ขนาด 1 ไร 30 ตารางวาแหงนี้แนนขนัดไปดวยพืชอาหาร นานาชนิด ทั้งพริก มะเขือ กระเจี๊ยบ ตําลึง ผักหวาน กลวย มะละกอ และโรงเพาะเห็ดฟาง รวมถึงสัตวเลี้ยง สรางรายไดอยางปลาดุก กบ เปด ไก และหมู ที่ขาดไมไดก็คืออุปกรณเกี่ยวกับพลังงานทดแทนที่ใช งานไดจริง ไมวาจะเปนเตาเผาถาน จักรยานสูบน้ำ เตาแกส  พลังแกลบ เตาปงยาง...เจาพวกนี้แหละที่ทําใหครอบครัว วงศอรินทร ไมตองควักกระเปาซื้อกาซหุงตมเขาบานมา นานหลายป เดิมทีชายรางเล็กเปนเพียงผูทขยันปลูกผักและเลียงสัตว  ี่ ้ จนไดรับยกยองจาก เกษตรตําบลใหเปนแบบอยางแก สิงหาคม - ตุลาคม 2553 13 ใชงานจริง ไมตองพึ่งแกสหุงตม เตาเผาถาน 200 ลิตรที่มีหมุนเวียนใหใชงานไดทุกวัน เกษตรกรรายอื่น แตเมื่อไดเขารวมเปนหนึ่งในตัวแทน ชาวบานที่เดินทางไปเรียนรูเรื่องพลังงานทดแทนที่ จ.พิษณุโลก ชีวิตของพอมนูญก็พบกับความเปลี่ยนแปลง ครั้งใหญ “คือผมปลูกผัก แลวมีแมลงชนิดหนึ่งมารบกวน ธกส. ก็เอาน้ำสมควันไมมาใหลองใช พอไปเห็นเตาเผาถาน 200 ลิตรวาผลิตน้ำสมควันไมออกมาไดดวย ผมก็สนใจ มาก แอบหนีไปดูที่เตาเผาถานเปนพิเศษ” พอมนูญกลับจากการดูงานครั้งนั้นดวยความ กระตือรือรนอยางยิ่ง เขาไมไดรอเงินงบประมาณจากทาง เทศบาลฯ ซึ่งตองใชเวลาอีก 1-2 เดือนกวาจะรูคําตอบ แตเลือกที่จะใชทุนสวนตัวเพื่อลงมือสรางเตาเผาถาน 200 ลิตรขึ้นทันที “ผมกลัววาพอทิ้งไวนานๆ แลวจะลืม” เขาใหเหตุผล ผลงานชินแรกของพอมนูญใชงานไดดเยียม แนนอนวา ้ ี ่ ไมใชเรื่องเกินความคาดหมายในสายตาของ “ปาติ๋ว” ธีรวรรณ วงศอรินทร ผูที่เปนทั้งภรรยาและพนักงาน สารพัดตําแหนงในศูนยเรียนรูแหงนี้ “มั่นใจวาพี่มนูญตอง เอากลับมาทําเองได เพราะทีผานมาทําโนนทํานีเองตลอด” ่ ่ หลังใชงานเตาเผาถาน 200 ลิตรไปสักระยะ พอมนูญ ก็ดัดแปลงปลองระบายควันโดยตอใหสูงขึ้นกวาตนแบบที่ เห็นมาเพื่อลดการรบกวนเพื่อนบานขางเคียง ซึ่งให ผลพลอยไดอีกตอหนึ่งก็คือ เก็บน้ำสมควันไมเพิ่มขึ้นเปน 2 จุด โดยไดปริมาณน้ำสมควันไมจาก 3-4 ลิตร เปน 7 ลิตร ที่สําคัญก็คือ น้ำสมควันไมจากฝมือพอมนูญยังไดรับ การรับรองคุณภาพจากมหาวิทยาลัยแมโจ กอนจะนําไป วางจําหนายอีกตางหาก หนําซ้ำเศษผงถานชินเล็กชินนอย ้ ้ ก็อยาคิดวาจะถูกทิ้งลงถังขยะ...ไมมีทาง เพราะจะถูกนําไป อัดเปนแทงออกมาวางขายไดอีก ปจจุบันจํานวนเตาเผาถานที่นี่เพิ่มขึ้นเปน 4 เตา ใหสะดวกแกการหมุนเวียนใชงานไดทุกวัน จึงมีถาน คุณภาพดี น้ำสมควันไม และถานอัดแทง ออกจําหนาย อยางตอเนื่อง นอกจากผลผลิตดานพลังงานแลว ผลงาน จากฝมือการสรางของพอมนูญก็ขายดีไมแพกัน ทั้งเตาเผา ถาน 200 ลิตร เตาปงไก เตาแกสพลังแกลบ ...ที่กําลังมาแรงก็คือ จักรยานสูบน้ำที่ผลิตขึ้นจาก จักรยานเกาที่กองทิ้งไวในรานขายเศษเหล็กนั่นเอง ความสําเร็จของพอมนูญประกอบขึ้นจากหลายปจจัย ทั้งความขยัน บวกเขากับหลักคิดที่การใชชีวิตที่มุงลดราย จายในครัวเรือน เพิ่มพูนรายไดจากทรัพยากรที่มี พึ่งพา ตนเองใหมาก ไขวควาความรูเพิ่มเติม และลงมือทําอยาง จริงจังและเอาใจใส ลวนเปนเรื่องสําคัญไมแพกัน ดี-เดน-ดัง แบบสามชุก แมตลาดรอยปจะผลักดันใหชื่อของ “สามชุก” เปนที่ รูจักของคนทั่วไป แตสําหรับวงการพลังงาน ต.สามชุก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี มี “ดี-เดน-ดัง” อยูทโครงการ ี่ พัฒนาระบบผลิตกาซชีวภาพจากขยะในระดับชุมชน ซึ่งการันตีความเจงดวยการควารางวัลชมเชยจากการ ประกวด Thailand Energy Award ประจําป 2552 มาแลว โครงการดังกลาวเปนผลงานการผลักดันและวางแผน พงษวิน ชัยวิรัตน นายกเทศมนตรีตําบลสามชุก สมาน ทองชู ผูอํานวยการกองสาธารณสุข และสิ่งแวดลอม 14 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 ขั้นตอนแรก...เทเศษผักเศษอาหารใสสายพานลําเลียง ผานเครื่องบดแลวไหลลงบอสูบ บอหมักกาซชีวภาพจากขยะอินทรีย พลังงานชุมชน โดยมีหนวยงานทองถิ่นอยางสํานักงาน เทศบาลตําบลสามชุกเปนหัวเรี่ยวหัวแรงสําคัญ แถมยังเริ่มตนจากการแกปญหาขยะลนเมือง...เหมือน ที่เกิดขึ้นกับชุมชนแมหลาย พงษวน ชัยวิรตน นายกเทศมนตรีตาบลสามชุก เสริมทัพ ิ ั ํ ดวยฝายปฏิบตการขนานแทอยาง สมาน ทองชู ผูอานวยการ ั ิ ํ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดลอม และณิชกมล สิริภาพ หัวหนาฝายบริหารงานสาธารณสุขฯ ชวยกันบอกเลา ความเปนมาในฐานะเจาของโครงการ “ตัวจริง-เสียงจริง” “ปญหาขยะของสามชุกคือ ไมมีที่ทิ้ง ไมมีบอกําจัด ถา ตองขนสงไปกําจัดที่อื่น ก็สิ้นเปลืองคาใชจายมากถึงตันละ 750-800 บาท ไหนจะคาน้ำมันรถอีก” เมื่อคูณดวยจํานวนขยะที่มากถึงวันละกวา 10 ตัน ยิ่ง กลายเปนภาระหนักหนาสาหัสที่สํานักงานเทศบาลตําบล สามชุกตองแบกรับ ขอเสนอที่วา “รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ลงทุนไม มาก ไมตองจายแพง ไดกาซหุงตมใชฟรี แถมยังตอยอดถึง การผลิตไฟฟาขายดวย” จึงเปนทางออกที่นาสนใจและ บังคับเลือก...เพื่อผลประโยชนรวมกันของชาวสามชุกกวา 15,000 คน จาก 5,000 ครัวเรือน การตัดสินใจดังกลาวนํามาซึ่งความรวมมือระหวาง เทศบาลตําบลสามชุกกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและ อนุรักษพลังงานที่ออกเดินกาวแรกในป 2549 โดย เทศบาลฯ ควักกระเปาสมทบทุนไป 7 แสนบาท ขณะที่ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงานเปนผู สนับสนุนรายใหญ 6 ลานบาท ...การนําขยะอินทรียจากบานเรือนและรานอาหารมา เปนวัตถุดิบผลิตกาซชีวภาพและไฟฟา จึงคอยๆ เปนรูป เปนรางมากขึ้น “เราเริ่มจากเจาะคุยทําความเขาใจเปนบานๆ ไปเลย โดยเฉพาะรานอาหารซึงเปนกลุมเปาหมายของเราโดยตรง ่  ในฐานะที่เปนผูผลิตขยะอินทรียมากที่สุด เพื่อสอนใหเขา คัดแยกขยะออกมา รานอาหารนี่เขารวมโครงการเกือบ 100 เปอรเซ็นต” นายกฯ พงษวิน อธิบาย การอธิบายใหความรูเกี่ยวกับวิธีแยกขยะ เกิดขึ้น ควบคูไปกับการรณรงคประชาสัมพันธ การแจกแบบฟอรม  ใหเขารวมโครงการดวยความสมัครใจ รวมถึงการแยก ระบบการจัดการอยางชัดเจน ผูรวมโครงการจะไดรับแจกถังพลาสติกสีขาว สําหรับ ทิงขยะอินทรียจาพวกผักและเศษอาหารโดยเฉพาะ และใน ้ ํ ยามเชาของทุกวันรถเก็บขยะอินทรียของเทศบาลฯ ก็จะ ออกตระเวนเพื่อปฏิบัติภารกิจรวบรวมจากบานเรือนและ รานอาหาร ไมนาเชื่อ...เพียงแคเริ่มตนคัดแยกเฉพาะเศษอาหารที่ ตนทาง ปริมาณขยะในเขตเทศบาลก็ลดลงฮวบฮาบ เรียก ไดวาเห็นผลเปนที่นาพอใจเลยเชียว ปลายทางที่โรงผลิตกาซ ในตอนสายของทุกวัน เมื่อขยะอินทรียเดินทางถึงโรง ผลิตกาซก็ไดเวลาที่พนักงาน 4 คนจะปฏิบัติหนาที่และ เดินเครื่องควบคุมทั้งหมด เริ่มจากเทเศษผักเศษอาหารใส สายพานลําเลียง พรอมกับกวาดสายตาคนหาขยะไมยอย สลายที่อาจแปลกปลอมปะปนมา เพื่อหยิบออกดวยความ วองไวกอนที่มันจะไหลเขาสูเครื่องบด ...ขั้นตอนนี้เองที่โชยกลิ่นรบกวนถึงบานเรือนขางเคียง แตมันก็เปนความรําคาญจมูกเพียงชวงเวลาสั้นๆ เพราะเมื่อสงเศษผักเศษอาหารที่เริ่มเนาเขาเครื่องบด มัน จะเคลือนตอไปยังบอสูบในสภาพแหลกละเอียด ผสมกับน้ำ ่ สิงหาคม - ตุลาคม 2553 15 “แมจะไมไดใชกาซฟรี เพราะบานอยูไกลจากโรงผลิต กาซ แตก็รูสึกดี ที่ขยะของเรา ถูกนําไปใชประโยชนตอ” นันทพงศ กลับสงวน เจาของรานอาหาร “ครัวน้ำคาง” ผูเขารวมโครงการคัดแยกขยะอินทรีย กาซชีวภาพสงผานทอ เหมือนน้ำประปา จากบอหมักสุดทายซึ่งเปนน้ำที่ไหลวนอยูแลวในระบบปด ของการผลิตกาซชีวภาพ แลวกวนใหเขากัน จากนันเปดปม ้  สูบของเหลวทั้งหมดเขาสูคลองวนเวียนและบอหมัก ...กระบวนการทั้งหมดมักเสร็จสิ้นภายในเวลาไมเกิน 11.30 น. ที่เหลือก็ปลอยใหเปนหนาที่ของจุลินทรียในการยอย สลายเศษอาหารเหลานั้นอยางชาๆ ภายในบอหมักและ ใหผลตอบแทนเปนกาซที่สามารถใชทดแทนกาซหุงตม สังเกตไดจากผาใบสีดําที่ปดคลุมเหนือบอซึ่งจะคอยๆ ปูด โปงขึ้นเมื่อมีกาซสะสมอยูภายใน สวนน้ำที่ชวยพาเศษอาหารบดละเอียดใหไหลลื่นไป ตามบอตางๆ ตามลําดับของระบบการผลิตกาซ จะเออลน จากบอหมัก ผานเขาสูบอน้ำเสีย กระทังไปถึงบอน้ำสุดทาย   ่ เพือรอเวลาใหสบกลับมาใชผสมกับเศษอาหารบดในขันตอน ่ ู ้ แรกอีกครั้ง...หมุนเวียนเชนนี้ไปเรื่อยๆ โรงผลิตกาซชีวภาพจากขยะอินทรียแหงแรกของสามชุก  ออกแบบใหสามารถรองรับเศษผักเศษอาหารไดมากถึง วันละ 15 ตัน แมขณะนี้จะมีขยะอินทรียปอนเขาระบบ ประมาณวันละ 3 ตันก็ผลิตกาซไดในปริมาณทีเพียงพอแลว ่ สําหรับแจกจายครัวเรือนละแวกใกลเคียงจํานวน 23 หลัง ในอนาคตถาปริมาณขยะอินทรียเพิมจํานวนมากกวานี้  ่ ก็ยิ่งผลิตกาซได ในปริมาณที่เหลือเฟอและนาจะเอื้อถึงการ ตอยอดผลิตไฟฟาไดอยางไมตองกังวล แมในหวงที่ “พลัง+งาน” ยกทีมลงพื้นที่ โรงผลิตกาซ แหงนี้จะยุติการจายกาซชั่วคราว เนื่องจากระบบเกิดการ รั่วซึมของกาซที่ไดจากการหมักและอยูในระหวางการรอ ชางผูชํานาญมาดําเนินการซอมบํารุง ผอ.สมาน ก็ยืนยันวา “ระบบไมไดซับซอนอะไร เรายัง เดินเครื่องเพื่อยอยขยะปอนเขาบอหมักทุกวัน เพียงแต ไมมีกาซแจกจายผานทอใหชาวบานใชงานไดตามปกติ เทานั้น เพราะมันซึมออกไปตามรอยรั่วของระบบ” ทังนีหากความบกพรองไดรบการซอมแซมเสร็จเรียบรอย ้ ้ ั นันหมายถึง กาซหุงตมจะกลับมาแจกจายใหใชฟรีอกครัง... ่ ี ้ หลังจากหยุดพักไปนานเกินเดือน เสียงสะทอนจากชุมชน ขึ้นชื่อวา “ขยะ” ใครๆ ก็ไมอยากใหเอามาไวใกลบาน เชนเดียวกับชาวบานทีอยูรายรอบโรงผลิตกาซชีวภาพแหงนี้ ่  ทุกคนพูดตรงกันวา “ตอนแรกชาวบานก็คัดคาน ทํา ประชาคมหมูบานก็ไมผาน เพราะกลัววาจะมีกลิ่นเหม็น” แมทางสํานักงานเทศบาลสามชุกจะรับประกันวา “กลินไมมี แกสใหใชฟรี” รวมทังเดินหนาอธิบายชีแจงครัง ่ ้ ้ ้ แลวครั้งเลา ชาวบานก็ยังมิอาจมั่นใจไดรอยเปอรเซ็นตวา โรงผลิตกาซจากขยะอินทรียจะไมลากความเดือดรอนเขา มาสูชุมชน ถึงที่สุดก็เกิดเปนขอตกลงรวมกันระหวางเทศบาล ตําบลสามชุกและชาวบานวา “ถามีกลิ่นเหม็นเมื่อไหร ตองเลิกทันที” โครงการนี้จึงไดฤกษเดินหนากอสรางจน สําเร็จและแจกจายกาซใหชาวบานไดใชฟรีเปนครั้งแรก เมื่อ 5 ธันวาคม 2550 เมื่อไดพูดคุยสอบถามความเห็นจากชาวบานที่ผาน การใชงานกาซหมักขยะ ทังหมดตอบเปนเสียงเดียวกันวา ้ ...ดีเยี่ยมและชวยลดรายจายจากการซื้อกาซหุงตมไดจริง! แมจะมีเสียงบนเล็กๆ ถึงกลิ่นรบกวนที่สรางผลกระทบ ตามทิศทางการพัดพาของกระแสลมอยูบาง แตดูเหมือน จะเปนความรําคาญที่พวกเขายอมรับไดอยางงายดาย “ชวงแรกชาวบานอาจจะไมคอยชินกับการใชกาซที่สง มาใหผานทอเหมือนน้ำประปา แตเดี๋ยวนี้ พอไมมีกาซสง ใหใชก็ชักเอ็ดตะโรกันแลว เริ่มมีเสียงบนกันแลว” นายกฯ พงษวิน เลาพลางหัวเราะถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หากถามวาการตัดสินใจครั้งนี้ไดผลเกินคาดหรือไม นายกเทศมนตรีทานนี้ยอมรับตรงๆ วา... 16 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 “ดีมากๆ เลย กนหมอไมดํา ไฟก็แรง พวกในตลาดก็อิจฉา อยากไดบาง” เจาของรานกวยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง ซึ่งตั้งอยูใกลกับโรงผลิตกาซชีวภาพ ถังพลาสติก สีขาวสําหรับ แยกทิ้งขยะ อินทรีย สมชาติ โลมาแจม “ไมนาเชื่อวาจากความตั้งใจเดิมที่คิดวาตองการหา หนทางชวยเทศบาลกําจัดขยะไดแคนั้นก็พอแลว เพราะ ขยะหายไปวันละ 3 ตัน เทศบาลก็ประหยัดเงินไปไดวันละ 2,000 บาท เดือนหนึงก็ปาเขาไป 60,000-70,000 บาท ่ ยังไมนับรวมถึงคาน้ำมันรถอีก สรุปวาประหยัดไปได ประมาณเดือนละ 1 แสนบาท แตพอทําไปเรื่อย กลับขาย ไฟฟาไดอีกตอหนึ่ง ถือวาไดกําไร 2 เดงเลยทีนี้” ทันทีทโรงผลิตกาซทํางานเต็มศักยภาพ ไมเพียงการให ี่ บริการกาซฟรีจะดําเนินไปตามปกติวันละ 2 เวลา คือ ชวงเชา 05.30-07.30 น. และชวงเย็น 17.00-18.30 น. แตเครืองผลิตกระแสไฟฟาจากกาซชีวภาพสวนทีเหลือแจก ่ ่ ก็พรอมเดินหนาขายกระแสไฟฟาเขาสูระบบของการไฟฟา สวนภูมิภาค สรางรายไดเขาสูสํานักงานเทศบาลสามชุก ไดอีกตอหนึ่ง ...กําไร 2 เดงจึงเปนเชนนี้ ปจจุบันทั้งเทศบาลตําบลแมหลายและเทศบาลตําบล สามชุกยังคงเก็บเกี่ยวผลกําไรจากพลังงานที่มีอยูในชุมชน อยางไมหยุดยั้ง พวกเขาไมเพียงยินดีแบงปนประสบการณ หรือชวยชีแนะชองทางใหชมชนอืนไดเดินตามรอยโดยสะดวก ้ ุ ่ แตยังฝากสงกําลังใจถึงทองถิ่นอื่นๆ ใหคนพบเสนทางที่ นําไปสูความ “เบงบาน” ของพลัง (งาน) ชุมชนเชนกัน ...เมือนันชาวบานจะสามารถยืนบนขาของตัวเองและ ่ ้ ฉวยใชพลังงานทีมในทองถินไดอยางไมมวนหมดจริงๆ ่ ี ่ ีั อิ่มนี่ ้แมหลาย ที มาเยือนชุมชนแมหลาย อ.เมือง จ.แพร ทั้งที มีหรือที่ “เจาถิ่น” จะปลอยใหพลาดของอรอยเจาประจําทั้ง “ขาว ซอยไก” และ “ขนมครก” รานนกนอย ซึ่งตั้งอยูยานคึกคักของถนนยันตรกิจ โกศล ของตําบลแมหลาย กลายเปนสถานที่ฝากทองของ ทั้งขาประจําและขาจร เพราะบรรเลง “ขาวซอยไก” ได เขมขนจนเลืองชือลือชาในราคาสบายกระเปาแค 30 บาท... ่ ่ อิ่มของคาว ก็ตองตอดวยของหวานอยางขนมครก แมหลาย ทําจากกระทิสดๆ อยางนี้ กลองละ 20 บาท เทานั้น ไปชาระวังอดกิน เพราะขายหมดเร็วซะดวยสิ... สิงหาคม - ตุลาคม 2553 17 หองรับแขก เรื่องและภาพ : อวยพร แตชูตระกูล และฐิตินันท ศรีสถิต เปดใจ... เชาวรัช ทองแกว 18 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 นักวางแผนพลังงานชุมชนรุนบุกเบิก ไดชื่อวารวมเปนหนึ่งในทีมงานรุน “บุกเบิก” ดานการวางแผนพลังงาน ชุมชน ของกระทรวงพลังงาน ปจจุบัน...วิศวกรหนุมวัย 33 ปจากมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกลา พระนครเหนือ เชาวรัช ทองแกว ยังคงสานตอและ ผลักดันใหพลังงานชุมชน กาวเดินตอไปอยางเขมแข็งในฐานะผูเชี่ยวชาญพิเศษ ดานการวางแผนพลังงานระดับทั่วไป ทามกลางความเชื่อมั่นที่เจาตัวยืนยันวา “เรื่องพลังงานไมใชพระเอก ถายังเชื่อมโยงกับชีวิตประจําวันของชาวบานไมได” พลัง+งาน : ขอถามถึงลักษณะของงานที่ทําอยูวาเปน อยางไรบาง เชาวรัช : คือกระทรวงพลังงานเริ่มทําแผนพลังงาน ชุมชนอยางจริงจังในป 2546 ชวงนั้นกระทรวงฯ ก็ ติดตอกับสมาคมเทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งมีโครงการที่ ชื่อวาพลังงานยั่งยืนไทย-เดนมารก โดยทดลองทําใน พืนทีอสาน 5 ตําบล ทีนกระทรวงพลังงานโดย ดร.ทวารัฐ ้ ่ี ี้ สูตะบุตร ก็มาเห็นวานาสนใจก็เลยขอใหชวยฝกหัดเจา หนาทีของกระทรวงพลังงาน แลวก็พฒนาตัวโครงการตอ ่ ั โดยทําเปนการวางแผนพลังงานระดับภูมิภาครวมกับ เดนมารก และป 2549 เริ่มทําโครงการนํารองกับ 12 ชุมชน ถือเปนจุดเริ่มตน แลวขยายตอโดยใชเงินทุนของ กระทรวงเองเปน 80 ชุมชน 162 ชุมชน และ 300 ชุมชนทั่วประเทศไทย แตปปจจุบันลดจํานวนลงเหลือ 75 ชุมชน พลัง+งาน : จํานวนชุมชนที่ลดลงจาก 300 เหลือ 75 ชุมชน ดวยเหตุผลใด เชาวรัช : สวนหนึ่งเพราะมองเห็นวากําลังของ พลังงานจังหวัดมีนอย แตละจังหวัดจะมีเจาหนาที่ 5-10  คน เราก็จะเปนคนประสานงาน สวนเรื่องการวางแผน พลังงานชุมชน ก็จะเนนเรื่องการเปลี่ยนทัศนคติของ คนในชุมชนใหถือวาพลังงานเปนเรื่องใกลตัว เขา สามารถจัดการมันได ไมใชพอพูดถึงเรื่องพลังงานแลว มองเห็นแต ปตท. หรือวากระทรวงพลังงาน แตวาตัว เขาเองสามารถหยิบยกเอาสิ่งใกลตัวมาปรับใช เพื่อลด การใชพลังงานจากภายนอก แลวก็เนนใหเหมาะสมตาม ศักยภาพของพื้นที่จริงๆ ตรงกับความตองการของชุมชน จริงๆ แตละพืนทีเราจะเกาะติดอยู 4 ป เพราะเรามองเรือง ้ ่ ่ ความยั่งยืน ตอเนื่อง เพราะวาบทเรียนที่เกิดขึ้นก็คือ เวลาเราไปสงเสริมปเดียวแลวยายไปที่อื่น มันก็จะวูบ หายไป เลยคิดวา 4 ปก็นาจะพอทําใหเขาเดินเองไดแลว พลัง+งาน : ผานไป 4 ป คงมีหลายพื้นที่ตอยอดเติบโต ขึนเรือยๆ ขณะทีบางพืนทีกลมเหลวไป เปนเชนนันหรือไม ้ ่ ่ ้ ่็ ้ เชาวรัช : ก็มี บางพืนทีกคยกับพลังงานจังหวัดเหมือนกัน ้ ่็ ุ วาพอจะมีทางไปรือฟนขึนมาใหมไดหรือเปลา แตชวงหลัง ้  ้  ที่ทํางานมา ก็จะเห็นไดชัดวา เรื่องการเมืองทองถิ่นมีผล คอนขางเยอะมาก พอเปลี่ยนฐานอํานาจปุบ สิ่งตางๆ ที่ทําไวก็จะหายไปเลย นี่ก็เปนปญหาที่พบประมาณ 30-40 เปอรเซ็นต หรือบางพื้นที่ยังมีการทําตอเนื่อง แตวาไมไดมีการขยายไปในสเกลที่เราฝนไว ยังเปน เพียงกลุมคนไมกี่คนในชุมชน พลัง+งาน : ความคาดหวังของเราที่มีตอชุมชน ถึงขั้น ตองการใหทุกครัวเรือนผลิตพลังงานใชเอง หรือวารวม กลุมกันทําเปนสมบัติของกองกลาง เชาวรัช : มันแลวแตละพื้นที่เลยฮะ ไมสามารถไป กําหนดไดวาตองเปนกองกลางนะ หรือวาเปนของสวนตัว  ขึ้นอยูกับคณะทํางานดานพลังงานของชุมชนที่จะตกลง กันเองวาแบบไหนจะเหมาะสมสําหรับเขา พลัง+งาน : ถาจะใหยกตัวอยางวามีชุมชนไหนบางที่ เขาไปทํางานดวยแลวพบวา มีความกระตือรือรนมาก สามารถตอยอดเองได เชาวรัช : ถาชุมชนที่ยังไดยินเรื่องราวตลอด คือที่ แมหลาย จ.แพร เขายกระดับเรื่องพลังงานไปสูเรื่อง สิงหาคม - ตุลาคม 2553 19 “เรื่องพลังงานไมใชพระเอก ถา ยังเชื่อมโยงกับชีวิตประจําวัน ของชาวบานไมได” กลายเปนอนุสาวรียก็มี สวนมากแลวโครงการที่ชุมชน เลือกจะผานการวิเคราะหมาระดับหนึ่ง แตก็อาจจะมี บางที่วิเคราะหแลววาดี แตพอทําจริงๆ แลวไมเวิรก พลัง+งาน : มีพลังงานชนิดไหนบางที่เห็นวาชุมชนของ ไทยมีศักยภาพหมายเลข 1-2-3 เชาวรัช : ถาตอนนี้จะเปนพลังงานประเภทเชื้อเพลิง หุงตม ถาเขาไปจะเปนอันดับ 1 เลยที่ชาวบานสนใจ มาก อยางเรื่องเตาเผาถาน 200 ลิตร เตาหุงตม ประสิทธิภาพสูง เตาชีวมวล หรือแมกระทังเรืองของไบโอ ่ ่ แกสขนาดเล็ก เพราะวาพอเขาทําแลวสามารถลดการใช แกสแอลพีจีลงได คือตัวชาวบานเองจะประหยัดคาไฟ อยูแลว ไมใชก็ปด แตเขาไมรูวาจะมีวิธีที่สามารถ ประหยัดเพิ่มขึ้นไดอยางไร สวนเรื่องน้ำมันเนี่ย ชาวบานก็พยายามคิดวาทาง ใกลก็ปนจักรยาน แตมันก็ไมถึงกับเปนกิจวัตรประจําวัน ก็เปนเพียงกิจกรรมครั้งคราว พลัง+งาน : สามารถสรุปไดหรือไมวาเรื่องพลังงาน ชุมชนจะไดรับความนิยมมากนอยแคไหน ขึ้นอยูกับ ปจจัยสําคัญคือราคาน้ำมัน เชาวรัช : ใชฮะ ชวงป 2551 ชาวบานจะสนใจมาก ทุกคนเขามาอยากทําเรืองพลังงาน เพราะวาน้ำมันพุงขึน ่  ้ ไปลิตรละเกือบ 50 บาท แตพอป 2552 ราคาน้ำมัน ลดต่ำลงเยอะ เราก็พยายามคุยกับพลังงานจังหวัดวาให พูดคุยกับชาวบานวา เรื่องราคาน้ำมันอาจไมใชประเด็น หลัก แตมันเปนเรื่องสิ่งแวดลอม เรื่องโลกรอน เพราะ ผมเขาใจวาชาวบานแทบทุกคนรูจักเรื่องโลกรอนแลว ชวงปแรกที่ทํางานก็จะชูเรื่องราคาคาพลังงานวา เปนสัดสวนที่สูงมาก เมื่อเทียบกับรายไดของคนใน ชุมชน คิดเปน 30-40 เปอรเซ็นตของรายได สมมติวา วันหนึ่งเขาหารายไดมา 100 บาท ก็ตองเอาไปจายคา พลังงาน 30-40 บาท ซึ่งสูงมาก แลวก็โยงใหเห็นวา สุขภาวะแลว มีสาธารณสุขเปนกลไกขับเคลื่อนในชุมชน เรื่องพลังงานถูกนําไปผนวกกับเรื่องตางๆ แลวก็ไดรับ การสนับสนุนจาก อบต.ทุกป ปจจุบันก็ถึงขั้นขอแหลง ทุนจากที่อื่น เชน สสส. พลัง+งาน : เราเนนใหแตละชุมชนใชพลังงานชนิดเดียว หรือวาหลากหลาย เชาวรัช : ดูตามศักยภาพของพื้นที่เปนหลัก จะไมเนน วาเขาไป 1 ชุมชนแลวจะตองมีทุกอยาง แตแรกๆ เจา หนาที่ของเราก็ยังจับทางไมถูก ไปสงเสริมแบบเปนเปด มันก็มีโอกาสอยู ทีนี้ผานไป 1-2 ป ก็จะรูวาที่นี่นาจะ ทําเรื่องนี้เปนหลัก ชวงปแรกๆ ที่ทําชวงนั้นน้ำมันแพง ไบโอดีเซลก็เลยดังมาก หลายชุมชนก็อยากจะทํา แตเรา ก็พยายามเนนยําวาการวางแผนพลังงานจะตองอาศัย การเรียนรู คอยๆ วิเคราะหวาน้ำมันจะไปหาจากไหน ไดมาแลวจะขายยังไง เมื่อวิเคราะหไดก็จะชวยใหไม อยากได แลวซื้อทันที เพราะถาทําเชนนั้นโอกาสจะ 20 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 ชีวิตของเขานั้นไมไดมีรายไดเพิ่มขึ้น แตรายจายเพิ่มขึ้น โอกาสจะเก็บเงินไดก็นอยลง แตเปนหนี้มากขึ้น ก็จะพูด เรื่องนี้ หรือเรื่องเตาเผาถาน มันไมไดมองแคเรื่องการ ประหยัด แตเปนเรื่องของการจัดการปาไมของชุมชน เพราะเห็นวาแตกอนถาเปนเตาหลุมจะตองใชไมใหญ แลวก็มีควันสะเปะสะปะ แตพอใชเตา 200 ลิตรก็เห็น เลยวาใชแคไมเล็ก แลวควบคุมควันได ปาไมกจะคงอยูได ็  แตเรื่องแบบนี้ก็ไมใชทุกคนจะมองทะลุ ตองเปนคนที่คิด เชื่อมโยงได เราก็พยายามจะสรางคนเหลานี้ขึ้นมา “เรื่องราคาน้ำมัน อาจไมใชประเด็น หลัก แตมันเปน เรื่องสิ่งแวดลอม เรื่องโลกรอน” “พลังงานเปนเรื่องใกลตัว เขาสามารถ จัดการมันได ไมใชพอพูดถึงเรื่องพลังงาน แลวมองเห็นแต ปตท. หรือวากระทรวง พลังงาน” พลัง+งาน : ทํางานมาหลายป หากเทียบศักยภาพของ พลังงานชุมชนกับการนํามาใช สัดสวนเปนอยางไร เชาวรัช : มองแบบภาพรวมเลย ผมวาเขายังใชไมเต็มที่ ดูงายๆ เลยอยางเตาอั้งโลที่เคยเห็นตั้งแตโบราณ ก็ยัง ถูกใชอยูเยอะมาก เพราะวาหนึ่ง-ราคาถูก ชาวบานก็ไม ไดคิดวาถานมีมูลคามากมายสําหรับเขา ทั้งๆ ที่ราคา ถานแพงมากขึ้น แตวาเตาประสิทธิภาพสูงเนี่ยประหยัด ถานไดถึง 30 เปอรเซ็นต แคใชกันทุกครัวเรือนก็ สามารถประหยัดไปไดมหาศาลแลว โอเค ราคาเตาอาจ จะแพง ลูกละประมาณ 180 บาท แตวามันใชไดนาน บางคนก็มองวานาจะปนเองได ก็พยายามเชื่อมโยงให เห็นวานอกจากจะไดลดการใชพลังงานแลว ยังสราง อาชีพไดดวย ผมยังมองวาเมืองไทย ยังมีโอกาสที่จะพัฒนา ศักยภาพการใชพลังงานในครัวเรือนใหมีประสิทธิภาพ สูงขึ้นไดอีกคอนขางเยอะ เชน มูลสัตว บางบานเลี้ยงวัว 2-3 ตัว ก็นํามาทําไบโอแกสขนาดเล็กไดแลว ซึ่ง เทคโนโลยีก็จะคอยๆ พัฒนาเรื่อยๆ พลัง+งาน : งานที่ทําดูเหมือนจะเนนพลังงานชุมชนใน ตางจังหวัด แลวมีโครงการพลังงานกับชุมชนเมืองบาง หรือไม เชาวรัช : ชุมชนเมืองเนี่ย ถาเปนรอบๆ กทม. สวนมาก จะเปนเรืองของการจัดการขยะ และเรืองของการประหยัด ่ ่ พลังงาน การอนุรักษพลังงานที่จะแทรกอยูในโรงเรียน อยางทีคลอง 3 จ.ปทุมธานี เขาก็มองวาขยะคือปญหา ่ ใหญ เราก็ดูวาเรื่องขยะจะไปเชื่อมกับเรื่องพลังงาน อยางไร สวนหนึ่งเขาก็บอกวาหมูบานของเขาตองเปด เครื่องบําบัดน้ำเสีย แลวก็ตองจายคาไฟแพงมากเกือบ ลานบาท เพราะเปนหมูบานใหญ ก็มองวาถาเอาขยะ เปยกมาหมักใหไดจลนทรีย แลวเอามาเทใสในทอน้ำเสีย ุิ ปรากฏวาปนั้นเขาลดคาไฟไดเปนแสนบาท ก็จะเปน ลักษณะอยางนี้ พลัง+งาน : ปจจุบันทํางานงายขึ้นหรือไม เพราะดู เหมือนผูคนจะรับรูมากขึ้นวาเรื่องพลังงานเปนรายจาย แลวทําอยางไรจึงจะลดรายจายลงได เชาวรัช : สวนหนึ่งก็งายขึ้น เพราะตัวชาวบานหันมา สนใจ แตที่ผานมาอาจขาดโอกาส ไมรูวาจะเริ่มตน อยางไร เคยดูทีวีเห็นวาเอาขี้หมูมาผลิตพลังงานได แต เอะ...จะไปหาใคร แลวจะทําไดอยางไร ซึ่งพอเราเขาไปก็ ลงล็อคกับเขา เพราะเขาอยากไดอยูแลว สิงหาคม - ตุลาคม 2553 21 พลังงานน่ารู้ เรือง : เดชรัต สุขกำเนิด email : tonklagroup@yahoo.com ่ นิวเคลียร์ ยามอัสดง: ความจริงที่ คนไทยควรรู้ ปี พ.ศ.2553 เป็นปีที่กระทรวง พลังงานได้เคยกำหนดไว้ว่า จะเป็น ช่วงเวลาที่มีการตัดสินใจเกี่ยวกับ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์และสถานที่ตั้ง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แม้วา สังคมไทยเราจะได้รบทราบ ่ ั ข่าวการเตรียมความพร้อมในการ ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นอยมาก ้ แต่เรากลับได้รับทราบถึงการโหม กระแสโฆษณาข้อดีของโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์แทน www.justmeans.com/UK-Policy-Nucl...883.html พลังงานน่ารู้ฉบับนี้จึงได้นำรายงานสถานภาพของอุตสาหกรรม นิวเคลียร์โลก (The World Nuclear Industry Status Report) ซึ่งจัดทำ โดยนักวิชาการจากหลายประเทศ ทั้งจากฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เพือเสนอต่อกระทรวงสิงแวดล้อม อนุรกษ์ธรรมชาติ ่ ่ ั และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2552 มาเล่าสู่กันฟัง เพือให้สงคมไทยได้เห็นความจริงอีกด้านหนึง ทีมกจะถูกปิดบังจาก ่ ั ่ ่ ั หน่วยงานรัฐ นิวเคลียร์ในวันถดถอย ปัจจุบัน (ณ เดือนสิงหาคม พ.ศ.2552) ในโลกของเรามีโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์ทเดินเครืองผลิตไฟฟ้าอยูทงหมด 435 โรง น้อยลงกว่าปีกอน ี่ ่ ่ ั้ ่ ถึง 9 โรง ทั้งนี้ จำนวนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วโลกได้พุ่งถึงจุดสูงสุดที่ จำนวน 444 โรงเมื่อ 8 ปีก่อน (ปี พ.ศ.2545) คำโฆษณาที่สำคัญประการหนึ่งที่มักจะกล่าว กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ โดยภาพรวมแล้ว ในช่วงเวลานี้ แต่ละปีโลก อ้างกันก็คือ “ทั่วโลกกำลังมุ่งสู่โรงไฟฟ้า ของเรามีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เลิกใช้งาน มากกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ นิวเคลียร์” ใหม่เสียอีก อย่างไรก็ดี ข้อเท็จจริงที่พบจากข้อมูลที่เป็น ขณะนี้ การใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำกัดอยู่ใน 31 ประเทศ หรือ ทางการของหน่วยงานระหว่างประเทศกลับไม่เป็น เช่นนั้น เพราะสิ่งที่พบก็คือ อุตสาหกรรมโรงไฟฟ้า ประมาณร้อยละ 16 จาก 192 ประเทศทั่วโลก และจะว่าไปหากนับ นิวเคลียร์กำลังใกล้วันอัสดงในหลายภูมิภาคทั่วโลก เฉพาะ 6 ยักษ์ใหญ่ (สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมัน รัสเซีย และกำลังถดถอยเช่นกันเมื่อพิจารณาในภาพรวม และเกาหลีใต้) ก็จะมีการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถึง 2 ใน 3 ของการผลิตนิวเคลียร์ทั้งโลก ของทั้งโลก 22 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จงลดน้อยถอยลงเรือยๆ ึ ่ ในปี พ.ศ.2551 กำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์ทั่วโลกเท่ากับ 370,000 เมกะวัตต์ (ลดลงจากปี ก่อน 1,600 เมกะวัตต์) ผลิตกระแสไฟฟ้ารวมกัน 2.6 ล้าน ล้านหน่วย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 14 ของการผลิตพลังงานไฟฟ้า ทั่วโลก ทั้งนี้ สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ ลดลงอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 16 ในปี พ.ศ.2548 ดังนั้น ในภาพรวมของโลก ความสำคัญของการผลิต นิวเคลียร์ในวันที่ไม่มีน้องใหม่ ปีแรกในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ที่ ไม่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่เข้าสู่ระบบเลย ี ดังนั้น ในภาพรวมของโลก ความสำคัญของการผลิตไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จึงลดน้อย ถอยลงเรื่อยๆ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ไม่ work ในจำนวนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีอยู่ทั้งหมด 435 โรง ใน ปี พ.ศ.2551 มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่แจ้งต่อทบวงพลังงาน ปรมาณูนานาชาติหรือ IAEA ว่าปิดยาว (หรือ long-term shutdown) อยู่ทั้งสิ้น 5 โรง มีอยู่โรงหนึ่งในญี่ปุ่น (Monju fast breeder reactor) ปิดยาวตั้งแต่เกิดการรั่วไหลของ โซเดียมและไฟไหม้ในปี พ.ศ.2538 หรือปิดยาวตั้งแต่ 10 กว่าปีก่อนโน้น และในปีเดียวกันนั้น ทั่วโลกมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ไม่มี การเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเลยทั้งปี (แต่ยังไม่แจ้งกับ IAEA ว่า ปิดยาว) อยู่อีก 17 โรง โรงหนึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ใน ญีปนชือ Hamaoka เป็นโรงไฟฟ้าทีไม่มการผลิตไฟฟ้าต่อเนือง ่ ุ่ ่ ่ ี ่ ยาวนานที่สุด โดยไม่มีการผลิตไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 หรือ 7 ปีนับตั้งจนถึงปี พ.ศ.2551 การใช้พลังงานนิวเคลียร์จึงไม่ใช่แนวทางการสร้างความ มั่นคงในระบบไฟฟ้าโดยปราศจากความเสี่ยงตามที่ฝ่าย ราชการกล่าวอ้าง ทั่วโลกมุ่งสู่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จริงหรือ? สิ่งหนึ่งที่เป็นความหวังของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ และ มักจะนำมาใช้โฆษณาในประเทศไทย คือ ความตื่นตัวใน การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ และโดยเฉพาะความตื่นตัว ในประเทศใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาก่อน เราจำเป็นจะต้องเจาะลึกในข้อมูลข้อเท็จจริงให้ถ่องแท้ ก่อนที่คล้อยตามหรือโตแย้ง ซึ่งรายงานฉบับดังกล่าวได้ ประมวลให้เห็นว่า สิงหาคม - ตุลาคม 2553 ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ในปี พ.ศ.2551 ถือเป็น ในช่วงที่ตลาดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูมสุดๆ ในรอบแรก เมือปี พ.ศ.2517 ตอนนันโลกของเราจะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ่ ้ ใหม่จ่ายไฟเข้าสู่ระบบปีละ 26 โรง และในการบูมรอบที่สอง เมื่อปี พ.ศ.2527 และ 2528 ตอนนั้น มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ใหม่เข้าสู่ระบบปีละ 33 โรง หรือพูดง่ายๆ ตอนนั้นมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โรงใหม่เข้าสู่ ระบบทุกๆ 11 วัน แต่ตอนนี้ ทังปีกลับไม่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ้ ี ใหม่เข้าสู่ระบบเลยแม้แต่โรงเดียว หากเปรี ย บเที ยบกับพลังงานหมุนเวียน พบว่า ในปี เดียวกัน (พ.ศ.2551) โลกของเรามีพลังงานลมใหม่ผลิต ไฟฟ้าเข้าสู่ระบบถึง 27,000 เมกะวัตต์ มีพลังงานน้ำขนาด เล็กใหม่ผลิตไฟฟ้าเข้าสูระบบ 6,000 เมกะวัตต์ และมีพลังงาน ่ แสงอาทิตย์ใหม่ผลิตไฟฟ้าเข้าสูระบบ 5,400 เมกะวัตต์ ่ ดังนั้น หากเทียบกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 1,000 เมกะวัตต์ ในปี พ.ศ.2551 เรามีพลังงานหมุนเวียนใหม่ผลิต ไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเทียบเท่ากับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถึง 38 โรง (บูมยิงกว่าตอนนิวเคลียร์กำลังรุงเสียอีก) ในขณะทีโรงไฟฟ้า ่ ่ ่ นิวเคลียร์กลับไม่มีเข้าสู่ระบบเลย นี่คือ สัญญาณของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ยาม อาทิตย์อัสดงอย่างแท้จริง 23 เพราะฉะนั้น ที่บอกว่า ทั่วโลกมุ่งสู่นิวเคลียร์ก็คงเป็น เพียงคำโฆษณาเกินจริง จากข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม พ.ศ.2552 ทบวงพลังงาน ปรมาณูนานาชาติ รายงานว่า มีโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 52 โรงทีอยูในระหว่างการก่อสร้าง (หรือ under construction) ่ ่ ซึ่งเพิ่มขึ้น 18 โครงการจากปี พ.ศ.2550 ซึ่งหากดูตัวเลขนี้ ก็เห็นว่ามีความตื่นตัวในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพิ่มขึ้น แต่ถ้าเปรียบเทียบกับช่วงเวลาที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูม พบว่า ในปี พ.ศ. 2530 มีโครงการโรงไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง ถึง 120 โครงการ (มากกว่าปัจจุบัน 2 เท่า) และในปีช่วงปี พ.ศ.2522 ซึ่งเป็นช่วงที่การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูม สูงสุด มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์พร้อมกันถึง 233 โครงการ (หรือมากกว่าปัจจุบันถึง 4 เท่า) จากข้อเท็จจริงนีกนบว่า ความตืนตัวในปัจจุบนยังห่างไกล ้ ็ ั ่ ั กันมากกับภาวะนิวเคลียร์บูม หากเจาะลึกลงไป พบว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ๆ นั้น เกิดขึ้นในเอเชียและยุโรปตะวันออกเป็นส่วนใหญ่ โดย 47 จาก 52 โครงการ (หรือร้อยละ 90) ตั้งอยู่ในสองภูมิภาคนี้ เท่านั้น จะว่าไปแล้ว สองในสามของโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์ (หรือ 36 โครงการ) นั้นจำกัดอยู่ใน 4 ประเทศ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ เท่านั้น เพราะฉะนัน ทีบอกว่า ทัวโลกมุงสูนวเคลียร์กคง ้ ่ ่ ่ ่ ิ ็ เป็นเพียงคำโฆษณาเกินจริง โครงการนิวเคลียร์เจ็ดชั่วโคตร ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งจากรายงานดังกล่าวก็คือ ใน โครงการที่กำลังก่อสร้างจำนวนครึ่งหนึ่ง (26 โรง) กำลัง เผชิญกับความล่าช้าในการก่อสร้างเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่า นั้นคือ ในโครงการโรงไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างทั้งหมด 52 โรง http://media.englishrussia.com/atomic_station มีจำนวน 13 โครงการหรือประมาณหนึ่งในสี่ ของทั้งหมด ได้แจ้งว่าอยู่ระหว่างการก่อสร้าง มานับเป็นเวลา 20 ปีแล้ว!!! ในบรรดาโครงการเจ็ดชั่วโคตรนี้ มีโครงการโรงไฟฟ้า โรงหนึ่งในสหรัฐอเมริกา (ชื่อโครงการ Watt-Bar-2) ซึ่ง เริ่มต้นก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2515 หรือเกือบ 40 ปีมาแล้ว และปัจจุบันก็ยังสร้างไม่เสร็จ คำถามที่น่าสนใจก็คือ หากโอกาสทีจะเกิดความ ่ ล่าช้าในการก่อสร้างมีสงถึงขนาดนี้ โรงไฟฟ้า ู นิวเคลียร์จะสร้างความมันคงให้กบระบบพลังงาน ่ ั ของไทยได้อย่างไร น้องใหม่นิวเคลียร์ยังเป็นเพียงแค่ฝัน ความฝันที่สำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับวงการนิวเคลียร์ คือ การมีประเทศใหม่ๆ ทีไม่เคยมีประสบการณ์ดานโรงไฟฟ้า ่ ้ นิวเคลียร์มาก่อน เช่น ไทย เวียดนาม จะหันมาลงทุนใน โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มากขึ้น ตัวเลขที่เป็นทางการของทบวงพลังงานปรมาณูระหว่าง ประเทศบอกว่า ขณะนี้มี 12 ประเทศที่ไม่เคยมีโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์มาก่อน ได้ให้ความสนใจและเตรียมตัวอย่างจริงจัง ที่จะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และมีอีก 38 ประเทศที่แสดงถึง ความสนใจในการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อการผลิตกระแส ไฟฟ้า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2549-2551) มีประเทศ น้องใหม่นิวเคลียร์ได้ร้องขอความช่วยเหลือทางเทคนิคจาก ทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศถึง 43 ประเทศ ทำให้ทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศจึงคาดหมายว่า 24 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 ในปี พ.ศ.2573 น่าจะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศน้อง ใหม่อย่างต่ำ 5 ประเทศ และอย่างสูง 20 ประเทศ หากพิจารณาจากตัวเลขนี้ก็นับว่า น่าตื่นเต้นสำหรับ วงการนิวเคลียร์ แต่หากเจาะลึกลงไปในทั้ง 51 ประเทศ น้องใหม่ที่สนใจในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์พบว่า 30 จาก 51 ประเทศยังอยูในขันตอนการแนะนำและการพิจารณาเบืองต้น ่ ้ ้ เท่านั้น และมี 7 ประเทศมีแผนการเตรียมการแต่ยังไม่มี การตัดสินใจขั้นสุดท้าย (เช่น ประเทศไทย) ในแง่การตัดสินใจพบว่า มีเพียง 4 ประเทศจาก 51 ประเทศที่ได้ตัดสินใจและจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน แต่ก็ ยังไม่ได้เปิดประมูลการก่อสร้าง พอพิจารณาไปถึงขั้นตอน การเปิดประมูลพบว่า มีเพียงประเทศเดียวที่ไปถึงขั้นตอนนี้ และหากลึกลงไปถึงขั้นการก่อสร้าง ก็จะพบว่ามีประเทศ น้องใหม่ประเทศเดียวทีกำลังก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ่ อยู่ในขณะนี้ นั่นคือ ประเทศอิหร่าน www.slocounty.ca.gov/OES/NPPInfo...ning.htm แบบนี้ก็คงจะพอมองเห็นว่า จนกระทั่งวันนี้ ความหวัง ของวงการนิวเคลียร์เรื่องน้องใหม่นิวเคลียร์ จึงยังคงเป็น ความฝันมากกว่าความเป็นจริง ความซบเซาในวงการศึกษา ความซบเซาของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์มได้จำกัดอยูเฉพาะ ิ ่ ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เท่านั้น แม้แต่ในวงการศึกษา เรื่องนิวเคลียร์ในสถาบันอุดมศึกษาก็มีความซบเซาลงด้วย เช่นกัน ในช่วงปี พ.ศ.2523 มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกามีการ จัดหลักสูตรการศึกษาด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์รวมกัน 65 หลักสูตร แต่ปัจจุบัน (พ.ศ.2551) กลับเหลือเพียงแค่ 31 หลักสูตรเท่านัน โดยมีนกศึกษาเข้าเรียนทังหมด 1,300 คน ้ ั ้ และมีผู้จบการศึกษาด้านนิวเคลียร์ในปีดังกล่าวประมาณ 850 คน แต่ปญหาทีสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ั ่ ในสหรัฐอเมริกาในขณะนี้คือ ผู้จบการศึกษาด้านนิวเคลียร์ ส่วนใหญ่ไม่เลือกที่จะทำงานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยใน รายงานดังกล่าวพบว่า ในปี พ.ศ.2551 มีบัณฑิต (ทั้งตรี โท เอก) เข้าทำงานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพียง 169 คน หรือประมาณร้อยละ 25 ของบัณฑิตจบใหม่เท่านั้น ปัญหานี้กำลังส่งผลกระทบรุนแรงขึ้น เมื่อพบว่า ร้อยละ 40 ของพนักงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสหรัฐอเมริกากำลัง จะเกษียณอายุภายใน 5 ปีข้างหน้า เช่นเดียวกับ EDF (หรือ การไฟฟ้าฯของฝรั่งเศส) ก็กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ พนักงานประมาณร้อยละ 40 กำลังจะเกษียณอายุในปี พ.ศ.2558 นี้ เมื่อรวมสองปัญหาเข้าด้วยกัน กระทรวงพลังงานแห่ง สหรัฐอเมริกาจึงสรุปว่า ขณะนี้วิศวกรสำหรับโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ กำลังอยู่ ในภาวะขาดแคลน และกำลังจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับ อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ในอีก 5 ปีข้างหน้า ยังมีความจริงที่ซ่อนเร้น สิ่งที่นำเสนอในฉบับนี้เป็นเพียงความจริงที่ถูกซ่อนเร้น ส่ ว นหนึ่ ง เท่ า นั้ น ที่ ชี้ ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง ภาวะความซบเซาของ อุตสาหกรรมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในปัจจุบัน แต่ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อีกมาก ไม่ว่าปัญหาเรื่องความมั่นคงของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ความล่าช้าและคอขวดในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ปัญหาที่ตามมาจากภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้า เป็นต้น ฉบับหน้าเราจะมาเจาะลึกถึง “ทุกขลาภ” ของการสร้าง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยเฉพาะกรณีตัวอย่างในฟินแลนด์ เพื่อเปิดอีกหนึ่งด้านของความจริงที่ถูกซ่อนเร้นในสังคมไทย สิงหาคม - ตุลาคม 2553 25 เรื่อง : รุ่งทิพย์ สุขกำเนิด email : tiffunnies@hotmail.com แยกขยะ “แลก” กับโลกทีนาอยู ่ ่ ่ วันจันทร์ที่ผ่านมา อยู่ๆ ก็มีถังขยะลึกลับมาตั้งหน้าบ้าน แถมยังมีขยะล้น ออกมาทั้งเศษอาหารและบรรจุภัณฑ์อีกลังใหญ่ เจอแบบนี้แล้ว...ใครจะ ไหวคะ “ขยะ” เป็นสิ่งที่ทุกคนสร้างกัน แต่ กลับยกหน้าที่ไปให้คนอื่นดูแล “ยิ่งส่งไป ให้ไกลตัวเท่าไรยิ่งดี” แต่ในที่สุดปัญหา “ขยะ” ก็กลับมาพันพัวกับเราอีกจนได้ ไม่ว่าจะเป็นเศษขวดแก้วตามชายหาด น้ำเสียจากแหล่งทิงขยะทีปนลงสูนำใต้ดน ้ ่ ่ ้ ิ และแหล่งน้ำสาธารณะ เป็นต้น หลายครั้งขยะก็ก่อให้เกิดสงคราม ย่อยๆ ไปแล้ว… ภายใต้สิ่งที่เลวร้ายก็ยังมีสิ่งที่ดีๆ อยู่ เพราะประเทศต่างๆ ในโลกล้วนตระหนัก เรื่องปัญหาจากขยะอยู่มาก จึงคิดหาวิธี การต่างๆ ทีจะกำจัดขยะแต่ได้ผลประโยชน์ ่ อื่นๆ กลับคืนมาด้วย ตัวอย่างเช่น บริษัทไนกี้ผลิตชุดแข่ง ฟุตบอลโลก 9 ประเทศในปี 2553 ด้วย โพลีเอสเตอร์ที่ได้จากขวดน้ำพลาสติกที่ นำมาหลอมผลิตเป็นเส้นด้ายใหม่เพียง 8 ขวด ใส่แล้วแห้งและเย็นสบาย แถม ยังลดการใช้พลังงานได้ถง 30 เปอร์เซ็นต์ ึ ทีอนเดียเริมคิดทำถนนจากส่วนผสม ่ิ ่ ของขยะพลาสติกกับยางมะตอยมาตั้งแต่ ปี 2539 และเป็นที่มาของถนน Rajpur ถนนพลาสติกแห่งแรกในเดลี ซึ่งถนน ดังกล่าวสามารถป้องกันน้ำในฤดูฝนได้ดี กว่าถนนยางมะตอยธรรมดาซึ่งจะหลุด ร่อนเป็นหลุมบ่อเมื่อถูกฝน บริษท SCG paper ค้นคว้าเทคโนโลยี ั นำเศษวัสดุการเกษตร เช่น กากอ้อย และกระดาษใช้แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ มาผลิตเยื่อกระดาษที่มีคุณภาพที่เรียก ว่า EcoFiber ทำให้ไม่ต้องตัดต้นไม้ใหม่ ดร.พระสถาปนา พุ ท ธิ วั ง โส วั ด สุวรรณารามราชวรวิหาร นำเศษวัสดุ รีไซเคิลมาผสมปูนซีเมนต์ แล้วสร้าง ปฏิมากรรมสัตว์ป่า น้ำตก ทางเดิน เพื่อ ตกแต่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้ อย่างงดงาม วิ ธี ก ำจั ด ขยะแบบง่ า ยๆ และได้ ผ ล คุ้ ม ค่ า ก็ มี น ะคะ เริ่ ม จากการแยกขยะ คำแสดรีสอร์ตซึงมีชอเสียงด้านสิงแวดล้อม ่ ื่ ่ และพลังงาน แนะนำให้แยกฝาพลาสติก ออกจากขวด เพราะขวดขายได้กิโลกรัม ละ 7 บาท ในขณะที่ฝาขวดขายได้ถึง กิโลกรัมละ 40 บาท ข้อมูลในหนังสือ “โลกนี้ไม่มีขยะ?” บอกเราว่า ขยะที่สร้างกันนั้น จริงๆ แล้ว มีส่วนผสมมาจากขยะอินทรีย์ถึง 46 เปอร์เซ็นต์, ขยะที่นำมารียูส/รีไซเคิลได้ มี 42 เปอร์ เ ซ็ น ต์ , ขยะทั่ ว ไป ซึ่ ง ย่ อ ย ยากไม่คอยมีใครรับซือ ต้องส่งให้เทศบาล ่ ้ ไปกำจัดหรือเผาเป็นพลังงาน มีอยู่ 9 เปอร์เซ็นต์ และที่เหลือเป็นขยะพิษ/ขยะ อันตรายอีก 3 เปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่าหากเราเริ่มเอาจริงกับการ แยกขยะ จะมี ข ยะที่ ส ามารถสร้ า งเงิ น หรื อ สร้ า งบุ ญ คุ ณ (หากใช้ วิ ธี บ ริ จ าค) ให้ เ ราได้ ถึ ง 88 เปอร์ เ ซ็ น ต์ ข องที่ เ รา ผลิ ต ออกมา และเหลื อ ทิ้ ง เพี ย ง 12 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ ง 9 จาก 12 เปอร์ เ ซ็ น ต์ นั้ น ก็ สามารถนำไปแปรรูปเป็นพลังงานได้อีก แม้เงินนั้นจะไม่ได้เข้ากระเป๋าเรา แต่ก็ คุ้มมากเมื่อเทียบกับ “การแลกโลกที่ น่าอยู่ให้กลับคืนมา” ที่มา • www.baanmaha.com • www.gotoknow.org/blog/poldejw/353731 • www.stapana.net/ • โลกนี้ไม่มีขยะ?,2552. สารคดี สิงหาคม - ตุลาคม 2553 เรื่องและภาพ : คู่หูสี่ขา การลงทุนสีเขียว เบื้องหลัง ธ.กรุงไทย คว้ารางวัล อนุรักษ์พลังงาน แม้จะเริ่มต้นประหยัดพลังงานแบบไม่ตั้งใจ แต่ผลลัพท์ที่ได้กลับเกินร้อย ถึงขั้นคว้ารางวัลระดับอาเซียน มาครองครั้งแล้วครั้งเล่า ธนาคารกรุงไทยในวันนี้จึงวางเป้าหมายว่าจะเป็นสถาบันทางการเงิน ที่มีการประหยัดพลังงาน...คือวัฒนธรรมขององค์กร ทัศพร กลิ่นเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายอาคารและจัดการ ทรัพย์สิน ธนาคารกรุงไทย คือหัวเรือใหญ่ที่ผลักดันให้ สถาบันทางการเงินแห่งนี้ ก้าวเดินไปบนเส้นทางอนุรักษ์ พลังงาน แม้เจ้าตัวจะยอมรับตรงๆ ว่า “เริมต้นจากความไม่ร” ่ ู้ นันเพราะอาคารหลายแห่งของธนาคารกรุงไทย ใช้มเตอร์ ่ ิ ไฟฟ้าขนาด 1,000 กิโลวัตต์ขนไป เข้าข่ายต้องอยูภายใต้การ ึ้ ่ บั ง คั บ ใช้ ข องกฎหมายที่ชื่อว่า พ.ร.บ.อาคารควบคุมการ อนุรักษ์พลังงาน ปี 2535 ซึ่งมีขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการ มากมาย มีกฎระเบียบค่อนข้างเคร่งครัด และหากฝ่าฝืนก็มี บทลงโทษทั้งอาญาและแพ่ง จากความไม่รวาจะต้องดำเนินการอย่างไร ทำให้ธนาคาร ู้ ่ กรุงไทยเข้าไปร่วมหารืออย่างใกล้ชิดกับกระทรวงพลังงาน จนกลายเป็นทีมาของการเข้าประกวดอาคารประหยัดพลังงาน ่ ในเวลาต่อมา ศูนย์ฝกอบรมเขาใหญ่ คืออาคารแห่งแรกทีสงเข้าประกวด ึ ่่ และสร้างแรงกระตุ้นชั้นดีเมื่อสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ระดับประเทศไทย ประเภทอาคารในภูมิภาคร้อนชื้น (Tropical Building) เมือปี 2547 ทังยังคว้ารางวัลรองชนะเลิศ ่ ้ อันดับ 1 ในระดับอาเซียนอีกด้วย ผอ.ทัศพรเล่าว่า “ตอนที่ส่งอาคารศูนย์ฝึกอบรมเขาใหญ่ เขาประกวด เราไม่ได้ดัดแปลงใดๆ เลย แค่หยิบสิ่งที่เรามี อยู่แล้วขึ้นมาเท่านั้น เพราะคนออกแบบอาคารนี้มีวิสัยทัศน์ ที่ดี จัดวางตัวอาคารให้รับทิศทางของแดดและลมได้ดี มีสระน้ำอยู่ด้านหน้า เวลาลมพัดมาก็ช่วยให้มีความเย็น เข้าสู่ตัวอาคาร การใช้แมกไม้เยอะๆ และการจัดวางภูมิทัศน์ ต่างๆ ช่วยลดความร้อนได้ แม้แต่การออกแบบให้ตัวอาคาร บังเงาซึงกันและกัน ก็ชวยลดการใช้พลังงานภายในอาคารได้” ่ ่ ข้อมูลทีตองกรอกลงไปในใบสมัครกว่า 30 หน้า ล้วนนำมา ่ ้ ซึ่งความรู้มากยิ่งขึ้นว่าสิ่งใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับการประหยัด พลังงาน ทั้งอุปกรณ์ต่างๆ และสภาพแวดล้อม แม้เจ้าตัวจะบอกว่า “ฟลุก” ที่ได้รางวัลที่ 1 ของประเทศ ไทยและที่ 2 ของอาเซียน จากการเข้าประกวดครังแรก แต่การ ้ ไต่ระดับความรู้หลังจากนั้นก็ทำให้ผู้รับผิดชอบดูแลด้าน อาคารของธนาคารกรุงไทยเข้ามาคลุกวงใน เพื่อทำให้การ ประหยัดพลังงานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติหน้าที่ ตามสายงานอย่างเข้มข้นมากขึ้น สิงหาคม - ตุลาคม 2553 27 แรงจูงใจแรกคือ คุณทำได้เท่าไหร่ ก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายของสาขาคุณ ได้เท่านั้น กำไรก็มีมากขึ้น หนำซ้ำเอากลับไปทำที่บ้าน ก็ช่วยประหยัดค่าไฟให้ที่บ้าน ได้เช่นกัน และเมื่อถึงเวลาที่ธนาคารกรุงไทยต้องปรับปรุงอาคาร สำนักงานใหญ่ทั้งอาคารนานาเหนือ และอาคารสุขุมวิท ก็ไม่พลาดทีจะทำให้การประหยัดพลังงานเป็นโจทย์ขอสำคัญ ่ ้ แม้ต้องควักกระเป๋าก้อนใหญ่ในการลงทุนครั้งแรก แต่เพื่อ การประหยัดค่าไฟในระยะยาวที่ได้ผลคุ้มค่ากว่า ทังการใช้อะลูมเนียมมาทำกรอบของอาคาร การใช้กระจก ้ ิ ทีมราคาแพงกว่าปกติถง 2 เท่าตัว แต่สามารถถ่ายเทความร้อน ่ ี ึ ให้เข้าสู่ตัวอาคารได้น้อย การใช้ระบบไฟฟ้าที่ช่วยประหยัด พลังงานทังการใช้หลอดไฟและโคมไฟ รวมทังใช้แสงธรรมชาติ ้ ้ เข้ามาช่วย ทั้งยังเปลี่ยนระบบทำความเย็นให้ทันสมัยยิ่งขึ้น นั่นคือใช้กำลังไฟน้อยลง แต่ได้ความเย็นมากขึ้น แน่นอนว่า ทันทีที่เปิดใช้งานอาคารภายใต้การปรับปรุง ใหม่ ค่าไฟก็ลดลงทันตาเห็น ผอ.ทัศพรบอกว่า “จากเดิมเรา ใช้ไฟเดือนละ 7 แสนกว่าหน่วย เหลือประมาณ 5 แสนกว่า หน่วยๆ ละเกือบ 2 บาท ก็ลดลงไปเดือนละ 2-3 แสนบาท” และการลงทุนปรับปรุงอาคารทั้ง 2 แห่งก็สร้างชื่อเสียง ให้ธนาคารกรุงไทยอีกครั้ง เมื่อคว้ารางวัลชนะเลิศประเทศ ไทย และรองชนะเลิศระดับอาเซียน ในประเภทอาคารที่ใช้ แล้วปรับปรุงให้ประหยัดพลังงาน และประเภทอาคารใหม่ ใช้งานได้เลย เมื่อผลการทำงาน นำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้องค์กร หลายครังหลายครา แต่สำหรับผูรบผิดชอบอย่างผูอำนวยการ ้ ้ั ้ ฝ่ายอาคารฯ กลับมีเป้าหมายไกลกว่านัน เพราะเจ้าตัวยอมรับ ้ ว่ า การปรั บ เปลี่ ย นหรื อลงทุนเฉพาะเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ทันสมัยเพื่อให้ประหยัดพลังงาน “ยังไม่ค่อยภูมิใจ เท่าไหร่” แต่การประหยัดพลังงานที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้เงิน กลับ “ท้าทาย” กว่า ปี 2551 โครงการนำร่องประหยัดพลังงานโดยไม่ต้องใช้ เงินก้อนโต ก็เริมต้นขึนทีธนาคารกรุงไทยในพืนที่ จ.เชียงใหม่ ่ ้ ่ ้ รวม 19 สาขา 11 หน่วยงาน โดยมีกติการ่วมกันคือลดใช้ พลังงาน โดยพยายามทีจะไม่ตองใช้เงินไปปรับปรุงเปลียนแปลง ่ ้ ่ อะไรมากมายนัก ทีสำคัญก็คอ “ทำแล้วลูกค้าต้องไม่เดือดร้อน ่ ื การให้บริการยังเป็นปกติ” การเริ่มต้นเดินสายบรรยายเพื่อทำความเข้าใจและ แสวงหาความร่วมมือจากพนักงานในพื้นที่นำร่องจึงเริ่มต้น ขึ้นด้วยวิธีการง่ายๆ นั่นคือ การยกตัวอย่างให้เห็นว่า เพียง แค่ปรับเปลียนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ เท่านัน ก็ชวยประหยัด ่ ้ ่ ค่าไฟฟ้าได้แล้ว เช่นจากเดิมเคยเปิดแอร์ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ก็ขยับออกไป เปิดตอน 7 โมงเช้าแทนก็ได้ ช่วงเย็นก็ปิดแอร์เร็วขึ้นสักครึ่ง ชั่วโมง ความเย็นก็ยังคงอยู่ ไม่มีใครเดือดร้อนจากการเปิด ช้านิด...ปิดเร็วขึ้นหน่อย แต่การกระทำมีผลมาก เพราะแอร์ คือตัวที่ใช้ไฟฟ้ามากถึง 40-50 เปอร์เซ็นต์ของค่าไฟฟ้าทั้ง ระบบ หรือแม่บ้านมาทำงานตั้งแต่ตีห้าครึ่งแล้วเปิดไฟสว่าง หมดทั้งแบ้งก์ ก็ไม่ต้องทำอย่างนั้น เปิดเฉพาะโซนที่จะ ทำความสะอาด ไล่ไปเรื่อยๆ บางจุดเปิดไฟสว่างจ้าเกินไปก็ไม่มีประโยชน์ หลอดไฟ 28 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 จาก 4 หลอด ถอดเหลือ 3 หลอดก็ยังสว่างพอ หรือใช้การ ทำความสะอาดโคมเข้ามาช่วย ไฟก็สว่างขึ้นได้ ห้องน้ำที่มีบานเกล็ด ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟก็ได้ ประตูทางเดินที่เปิดทิ้งไว้ แอร์ก็ต้องทำงานหนักขึ้น ฯลฯ รวมถึงต้องมีกลยุทธ์ที่ทำให้พนักงานทุกคนเข้ามามีส่วน ร่วมลงมือทำด้วยกัน เช่นจากเดิมค่าไฟฟ้าของแต่ละสาขา จะมีผู้รับรู้เพียงแค่ผู้จัดการกับสมุห์บัญชีเท่านั้น ก็เปลี่ยนมา เป็นการติดประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ว่าค่าไฟแต่ละเดือน เป็นเท่าไหร่ แล้วต่อไปจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไรก็ขึ้นอยู่ กับพฤติกรรมของทุกคน เพียงแค่โครงการนำร่องในพื้นที่เขตเดียวคือเชียงใหม่ ก็พบว่าความสำเร็จของการประหยัดพลังงานคือสามารถ ประหยัดค่าไฟไปได้ปีละ 7 แสนกว่าบาท โดยมีหัวใจสำคัญ อยู่ที่ผู้บริหารสูงสุดต้องเอาจริงเอาจัง ต้องมีการติดตาม ประเมินผลเป็นระยะ และมีมาตรการที่ชัดเจน...เพียงแค่นี้ ก็ลดค่าไฟฟ้าลงได้แล้ว เมือความสำเร็จจากโครงการนำร่อง กลายเป็นความท้าทาย ่ ครังใหม่ เมือ ผอ.ทัศพรวางเป้าหมายในปี 2553 ว่า ธนาคาร ้ ่ กรุงไทยกระจายอยู่ทั่วประเทศถึงกว่า 60 เขต มีภาระค่าไฟ ปีละ 300-400 ล้านบาท ถ้าลงมือประหยัดพลังงานพร้อมๆ กัน ผลที่ได้จะมหาศาลขนาดไหน การเดินสายเพื่อบรรยายถึงการประหยัดพลังงาน โดย เชื่อมโยงกับผลกระทบเรื่องภาวะโลกร้อน จึงเริ่มต้นอีกครั้ง ซึ่ง ผอ.ทัศพรบอกว่า “แรงจูงใจแรกคือ คุณทำได้เท่าไหร่ก็ช่วยลดค่าใช้จ่าย ของสาขาคุณได้เท่านั้น กำไรก็มีมากขึ้น หนำซ้ำเอากลับไป ทำทีบาน ก็ชวยประหยัดค่าไฟให้ทบานได้เช่นกัน แต่ประเด็น ่ ้ ่ ี่ ้ สำคัญยิงกว่านันก็คอ ได้ชวยเหลือสังคมโดยรวม ช่วยลูกหลาน ่ ้ ื ่ ของเราในเรื่องโลกร้อนได้ด้วย เพราะการประหยัดพลังงาน จะช่วยลดใช้ทรัพยากร ลดการใช้น้ำมันลงได้ทันที ก๊าซเรือน กระจกก็ลดลงตามไปด้วย” แม้ปฏิบัติการประหยัดพลังงานในทุกสาขาของธนาคาร กรุงไทยครั้งนี้ ปราศจากเงื่อนไขและไร้ข้อบังคับ แต่ทัศพร กลิ่นเจริญ กลับเป็นผู้หนึ่งที่เฝ้ามองว่า หากทำให้ทุกคน ร่วมใจประหยัดพลังงานได้ ก็จะถือว่าเป็นความภูมิใจสูงสุด ทังยังฝันว่าจะทำให้การประหยัดพลังงาน กลายเป็นวัฒนธรรม ้ ประจำองค์กร โดยมีพนักงานกว่า 10,000 คนกระจายกัน อยู่เกือบ 1,000 สาขา เป็นพลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ที่จะเกิดขึ้น ธนาคารกรุงไทย ซึ่งคว้ารางวัลอนุรักษ์พลังงานทั้งระดับ ประเทศและระดับนานาชาติมาหลายครั้งหลายหน กำลัง ก้าวเดินไปบนความท้าทายครังใหม่ทนาสนใจและเฝ้าติดตาม ้ ี่ ่ ต่อไปว่า พลังของคนเล็กๆ จะสร้างวัฒนธรรมประจำองค์กร ได้สำเร็จหรือไม่ สิงหาคม - ตุลาคม 2553 29 ขอมูลชวนคิด เรื่อง : ยวิษฐา พิทักษวัชระ email : car_acar@yahoo.com ประหยัดไฟ... “อากาศรอนจัด” ทําคน ไทยใชไฟฟาสูงลิ่ว ทุบสถิติ สูงสุดเปนครั้งที่ 10 ในรอบป อยูที่ 24,009.9 เมกะวัตต (10 พ.ค. 53) สูงกวาปที่ แลวถึง 8.9% แถมสูงกวา ประมาณการที่คาดไวใน แผนพีดีพี 2010 อีกดวย ขอความขางตนเปนขาวที่สราง ความตื่นตระหนกใหกับใครหลายๆ คนในชวงเดือนพฤษภาคมที่ผานมา รัฐบาลก็เปนหวงเรื่องการ ขาดแคลนไฟฟาใชในอนาคต หาก การใชไฟฟายังขยายตัวอยางตอเนื่อง และคงจะหลีกเลี่ยงไมไดที่จะเริ่ม โครงการกอสรางโรงไฟฟาแหงใหม แตหากเราลองมองในอีกแงมุมที่ แตกตางออกไปวา แทนที่เราจะ กอสรางโรงไฟฟาเพิม ซึงเปนการผลิต ่ ่ เพื่อสนองความตองการใชพลังงานที่ เพิมขึนทุกป เพียงทางเดียว ยอมกอให ่ ้ เกิดปญหาหลายประการตามมา เชน ทรัพยากรพลังงานที่นับวันจะหมดไป ปญหาสิ่งแวดลอมจากมลภาวะที่เกิด จากการเผาผลาญพลังงาน เปนตน ทําไมเราจึงไมหันมาชวยกันประหยัด พลังงาน เพือลดความตองการใชไฟฟา ่ กันดูบาง หากพูดถึงการประหยัดพลังงาน หลายๆ ทานอาจจะคิดถึง “การบังคับ สบายกระเปา ช ว ย ช า ติ ตนเอง เพื่อใชพลังงานใหนอยลง” ซึ่ง แนนอนวาความจริงแลวไมใชอยางนัน ้ เสมอไป เชน รถยนตทั่วไปใชน้ำมัน โดยเฉลีย 14.5 ก.ม./ลิตร แตรถยนต ่ ไฮบริด สามารถวิ่งไดมากกวา 30 ก.ม./ลิตร ดังนั้นหากใชรถยนตไฮบริดแมจะ ขับรถตามปกติก็สามารถประหยัด พลังงานได นั่นแสดงใหเห็นวา ถาจะใหได ผลลัพธที่เหมือนกัน สิ่งสําคัญของ การประหยัดพลังงานจะอยูที่การ เลือกใชอุปกรณที่มีประสิทธิภาพสูง สําหรับการจัดการดานการใช ไฟฟา (Demand-Side Management: DSM) หรือ การสงเสริมการใชไฟฟา อยางมีประสิทธิภาพ (Promotion of Electricity Energy Efficiency) การ ไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย (กฟผ.) ไดเริ่มดําเนินโครงการอยาง เปนทางการเมื่อป พ.ศ. 2536 และ ไดดําเนินโครงการตอเนื่องจนถึง ปดแอร 12.00-13.00 น. ปดไฟ 1 ชม. ทุกวัน ขับรถไมเกิน 90 กม./ชม. ปจจุบัน เชน โครงการฉลากเบอร 5 หองเรียน สีเขียว การเปลียนหลอดไฟ ่ เปนตน ซึ่งสามารถลดการใชพลังงาน ไฟฟาไดประมาณ 8,369 ลานหนวย/ ป หรือลดการใชไฟฟาสะสมประมาณ 1,471 เมกะวัตต (Tira Foran และ คณะ, 2010) แตจริงๆ แลวคุณรูหรือไมวา... ภาคครัวเรือนอยางพวกเรามีศกยภาพ ั ในการลดการใชไฟฟาไดมากกวานี้ อีกนะ ผลการศึกษาลาสุดของ ดร.ธีระ ฟอแรน และคณะ เกียวกับเรืองการใช ่ ่ พลังงานอยางมีประสิทธิภาพของ เครื่องใชไฟฟาสําหรับครัวเรือนใน ประเทศไทย โดยทําการวิเคราะห การใชพลังงานของเครื่องใชไฟฟา 5 ชนิด ไดแก ตูเย็น, เครื่องปรับอากาศ พัดลม หลอดไฟ และหมอหุงขาว ใน ชวงระยะเวลาทีมการดําเนินโครงการ ่ ี จัดการดานการใชไฟฟาของ กฟผ. 30 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 กิกะวัตต ช.ม./ป 15,000 กราฟที่ 1 29% 10,000 18% 5,000 12% 5% 0 2554 2559 2564 2569 ป พ.ศ. การพัฒนาความสามารถในการประหยัดไฟฟาของเครื่องใชไฟฟา 5 ชนิด โดยเฉพาะการติดฉลากเบอร 5 พบวาหากมีการวางยุทธศาสตร ดานการจัดการพลังงาน เชน การ สรางสรรคนวัตกรรมใหมๆ การสราง แรงจูงใจในการผลิตเครื่องใชไฟฟาที่ มีประสิทธิภาพ และการจัดการกับ การผลิตเครื่องใชไฟฟาที่ไมได มาตรฐาน เปนตน ภายในป พ.ศ. 2559 เราจะสามารถลดการใช พลังงานได 12 เปอรเซ็นต และเพิ่ม ขึ้นเปน 29 เปอรเซ็นต ในป พ.ศ. 2569 (กราฟที่ 1) หากเราลองตั้งเปาลดการใช พลังงานลงครึ่งหนึ่งของผลการศึกษา หรือประมาณ 15 เปอรเซ็นต ในป พ.ศ. 2569 ที่มีการพยากรณความ ตองการไฟฟาสูงสุดที่ 45,621 เมกะวัตต เราจะสามารถลดการใช ไฟฟาสูงสุดไดประมาณ 6,800 เมกะวัตต หรือเทากับการกอสราง โรงไฟฟาถานหิน 800 เมกะวัตต ประมาณ 8 โรง หรือลดการลงทุน ในการกอสรางโรงไฟฟาใหม ประมาณ 204 พันลานบาทเลยที เดียว นอกจากภาคครัวเรือนที่มีความ สามารถในการลดการใชพลังงาน แลว ในภาคอุตสาหกรรม เชน อุตสาหกรรมโรงงานน้ำตาล และ การผลิตกระดาษ (กราฟที่ 2) ก็ แสดงใหเห็นถึงศักยภาพในการเพิ่ม ประสิทธิภาพการใชพลังงานไดเปน อยางดี ดังนั้นหากทุกภาคสวนของ สังคมไทยรวมกันใช พลังงานอยางมี ประสิทธิภาพแลว นอกจากจะทําให เราสบายกระเปาตัวเอง ยังชวยชาติ ประหยัดตนทุนมหาศาลอันเกิดจาก การลงทุนกอสรางโรงไฟฟาใหม ตบ ทายดวยการชวยลดโลกรอนไดเปน อยางดีอีกดวย เอกสารอางอิง 1) Tira Foran, Peter T. du Pont, Panom Parinya, Napaporn Phumaraphand, 2010, Securing energy efficiency as a high priority : scenarios for common appliance electricity consumption in Thailand. 2 ) การ ไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย, เม.ย. 53, สรุปแผนพัฒนากําลังผลิต ไฟฟาของประเทศไทย พ.ศ. 25532573 3) http://thaiinsider.info/2009news/ the-news/economy/7089--104) http://www2.egat.co.th/dsm กราฟที่ 2 กิกะวัตต ช.ม./ป 15,000 10,000 5,000 2542 2543 2544 2545 2546 ป พ.ศ. การใชพลังงานของอุตสาหกรรมโรงงานน้ำตาลและการผลิตกระดาษ สิงหาคม - ตุลาคม 2553 31 มลพิษติดปลายนวม เรื่อง : เสมอชน ธนพัธ email : flickandfilm@gmail.com ยางรถยนต เขมาดําและควันไฟที่ลอย ตลบอบอวล ทั่วฟากรุงเทพฯ เมื่อไมนานมานี้ ยังคงเปนภาพ หลอนในจิตใจคนไทยสวนใหญ ทั้งประเทศ สาเหตุเกิดจากผูชุมนุมเรียกรอง ประชาธิปไตยบางสวนที่นิยมความ รุนแรงไดนํายางรถยนตจํานวนมาก มาจุดไฟเผา เพื่อขัดขวางการปฏิบัติ งานของเจาหนาที่ทหารในการเขา สลายการชุมนุม รวมทั้งบางคนมีจุดประสงคราย ที่ตองการเผาอาคารรานคาเพื่อใหเกิด ความวุนวาย ชวงเวลาเดียวกันนั้น สื่อมวลชน หลายสํานักก็ตางนําเสนอขอมูลพิษภัย ของสารเคมีทเกิดจากการเผายางรถยนต ี่ วาไมไดมีเพียงเปลวเพลิง เขมาควัน และฝุนละอองอยางที่ตาเห็น หากแตยังเต็มไปดวยสารพิษ มากมาย ทั้งกาซคารบอนไดออกไซด กาซคารบอนมอนอกไซด กาซที่มี กํามะถันเปนองคประกอบ กาซ ไฮโดรเจนซัลไฟด สารไฮโดรคารบอนตางๆ เชน เบนซิน โทลูอีน สไตรรีน ไซลีน ฯลฯ โลหะหนักตางๆ เชน สารหนู แคดเมียม นิกเกิล สังกะสี ปรอท โครเมียม วาเนเดียม ฯลฯ รวมถึงไดออกซินและฟวแรน ซึ่ง เปนสารพิษตกคางยาวนานที่มี อันตรายรายแรง สารเหลานี้นอกจากจะสงผล กระทบตอระบบทางเดินหายใจและ ระบบทางเดินอาหารแลว หลายชนิด ยังเปนสารกอมะเร็งอีกดวย ในขณะทีประเทศไทยเกิดเหตุการณ ่ ความไมสงบ อีกซีกหนึ่งของโลก ที่รัฐ อิลลินอยส ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็มี ขาวความพยายามผลักดันกฎหมาย ผานสภาของรัฐ ใหการนํายางรถยนต มาเผาเพื่อผลิตพลังงานเปนหนึ่งใน พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานสีเขียว ทั้งนี้ฝายสนับสนุนใหความเห็นวา ขอบัญญัติดังกลาวจะชวยแกปญหาขยะ จากยางรถยนตที่ในแตละปมีจํานวน มหาศาล อีกทั้งยังเกิดผลพลอยไดเปน พลังงานตอบแทนกลับมา หากการผลักดันสัมฤทธิ์ผล อุตสาหกรรมประเภทนี้จะไดรับสิทธิ ประโยชนดานเงินกูดอกเบี้ยต่ำ และ คาดวาจะเติบโตอยางรวดเร็ว เนืองจากกอนหนานีรฐบาลทองถิน ่ ้ั ่ ไดกําหนดใหบริษัทผลิตพลังงานทั้ง หลายตองใชพลังงานหมุนเวียนผลิต กระแสไฟฟาอยางนอย 10 เปอรเซ็นต ในป พ.ศ.2558 และไมต่ำกวา 25 เปอรเซ็นต ในป พ.ศ. 2568 สวน ผูประกอบการทีผลิตไฟฟาจากพลังงาน  ่ แสงอาทิตยและพลังงานลม ก็อาจหันมา เผายางรถยนตเพื่อผลิตพลังงานกัน มากขึ้น งานนีไมเพียงแตขอครหาวานายทุน ้  มีเอี่ยวในการผลักดันขอกฎหมาย แนนอนวาหลายองคกรก็สงเสียงคัดคาน  เซ็งแซวาการเผายางรถยนตมนจะสีเขียว  ั ไดอยางไร ขอมูลในป พ.ศ. 2546 ระบุวา แตละปสหรัฐอเมริกามีการทิ้งยาง รถยนตประมาณ 290 ลานเสน เกือบ 45 เปอรเซ็นต หรือประมาณ 130 ลานเสน ถูกนําไปเผาเปนเชื้อเพลิง รวมกับถานหินและน้ำมันเพื่อผลิต พลังงาน โดยจะใชยางรถยนตเปน สัดสวนในราว 10-25 เปอรเซ็นต อยางไรก็ดี ที่ผานมามีรายงานการ ศึกษาจํานวนมากทีบงชีถงปญหามลพิษ ่  ้ึ จากการผลิตพลังงานในรูปแบบนี้ องคการพิทักษสิ่งแวดลอมของรัฐ แคลิฟอรเนียเปดเผยวา ยางรถยนตมี สารคลอรีนเปนสวนประกอบมากกวา ถานหิน 2-5 เทา ตอกย้ำดวยผลการศึกษาเปรียบ เทียบระหวางโรงงานที่ใชยางรถยนต เมื่อ 32 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 ขอบคุณภาพประกอบจาก www.flickr.com search - burning tire in Thailand เปนเชื้อเพลิงรวมกับถานหิน กับ โรงงานที่ใชถานหินเปนเชื้อเพลิงเพียง อยางเดียว พบวาหากมีการเผายาง รถยนตรวมดวย ก็จะมีการปลอย ไดออกซินและฟวแรนออกมามากกวา อยางเห็นไดชัด เพราะคลอรีนเปนองค ประกอบสําคัญของไดออกซินและฟวแรน นอกจากนี้ยังพบดวยวาโลหะหนัก ในยางรถยนต ไมวาทองแดง เหล็ก แมงกานีส นิกเกิล สังกะสี รวมไปถึง โซเดียม เปนตัวเรงปฏิกริยาชั้นดีที่ทํา ใหเกิดไดออกซินหลังจากที่มีการเผา ไหม ในสวนของโลหะหนัก พบวายาง รถยนตมีโลหะหนักเปนองคประกอบ ราวๆ 20 ชนิด แตทวาไมมีชนิดใดเลย ที่สามารถถูกทําลายไดดวยการเผา กรณีการทดสอบเตาเผาซีเมนตแหงหนึง ่ ในรัฐโคโลราโดเมื่อป พ.ศ. 2545 ปรากฏในทํานองเดียวกันวา การใช ยางรถยนตเปนเชื้อเพลิงดวยนั้น กอให เกิดสารปรอทเพิ่มขึ้น 8 เปอรเซ็นต สําหรับทางออกของปญหาขยะจาก ยางรถยนต เอาเขาจริงก็ไมแตกตาง จากการจัดการขยะประเภทอื่น นั่นคือ ลดการบริโภค ใชซ้ำ และนํากลับมา ใชใหมหรือรีไซเคิล ซึ่งสามารถนํามา ผลิตขาวของเครื่องใชไดสารพัดสารพัน เชน รองเทาบูต เสื้อกันฝน ปูพื้นสนาม กีฬา เปนตน ขอมูลจากเว็บไซตของเครือขาย ความเปนธรรมดานพลังงาน (Energy Justice Network) ระบุวา โดยปกติแลว  ยางรถยนตทวไปทีมคณภาพดี สามารถ ั่ ่ ี ุ นํากลับมาใชซ้ำได 3 ครั้งดวยการหลอ ดอกใหม ขณะที่ยางรถยนตขนาดใหญ เชน ยางรถบรรทุก สามารถนํากลับมาใช ซ้ำไดถง 12 ครัง แตเปนเรืองนาเสียดาย ึ ้ ่ ที่แมแตในสหรัฐอเมริกาเอง ก็มีการ นํายางรถยนตเกากลับมาใชซ้ำเพียง 10 เปอรเซ็นตเทานั้น ยอนกลับมาพิจารณาประเทศไทย ครั้งหนึ่งสภาอุตสาหกรรมไดเคย ประมาณการณวา มีปริมาณขยะยาง รถยนตเกิดขึนประมาณ 3 ลานตันตอป ้ แตเมื่อลงไปสํารวจตามอูรถยนต กลับ แทบไมพบยางรถยนตเกา ในขณะทีฝง ่ ผูประกอบการโรงปูนที่ใชยางรถยนต มาเผาเปนเชื้อเพลิงก็ชี้แจงวา วัตถุดิบ สวนใหญเปนเศษยางที่ไดรับปอนมา จากโรงงานผูผลิตยางรถยนตโดยตรง ประเด็นที่เปนขอนาสงสัยก็คือ แลวยางรถยนตเกาจํานวนมากมายนั้น หายไปไหน เชื่อวาสวนหนึ่งนาที่จะถูก นํากลับไปรีไซเคิล แตอีกสวนหนึ่งก็คง สําหรับทางออกของ ปญหาขยะจากยาง รถยนต เอาเขาจริง ก็ไมแตกตางจากการ จัดการขยะประเภทอืน ่ นั่นคือลดการบริโภค ใชซ้ำและนํากลับมาใช ใหมหรือรีไซเคิล กระจัดกระจายปะปนไปกับขยะทั่วไป ซึ่งเมื่อผุพังเสื่อมสภาพ สารเคมีหลาย ชนิดทีเปนองคประกอบของยางรถยนต ่ ก็สามารถแพรกระจายสูสิ่งแวดลอม เปนอันตรายกับมนุษย สวนในเรื่องมลพิษจากโรงปูน แมวาลักษณะการเผาจะแตกตางจาก การเผายางรถยนต ในที่โลงแจงทั่วไป เพราะใชอุณหภูมิในการเผาที่สูง แตก็ เปนธรรมดาของสังคมไทย หากไม ประทวง หากไมเรียกรอง การเฝาระวัง การตรวจสอบ และการเปดเผยขอมูล อยางชัดแจง ก็มักไมเกิดขึ้น นับจากนี้ ยางรถยนตเปนสิ่งที่ สังคมไทยไมควรมองขามอีกตอไป แหลงขอมูลประกอบการเขียน : www.energyjustice.net, www.chicagotribune.com สิงหาคม - ตุลาคม 2553 33 ขุมพลังข้างบ้าน เรื่อง : เดชรัต สุขกำเนิด email : tonklagroup@yahoo.com กังหัน ที่นนทบุรี ภาพที่ 1 กังหันลมที่ร้านขวัญนนท์ ถนนราชพฤกษ์ ขุมพลังข้างบ้านฉบับนี้เป็นขุมพลังข้างบ้านของผู้เขียน แบบตัวจริงเสียงจริง เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รอบบ้านของผู้เขียนที่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี มีการติดตั้งกังหันลม กันหลายพื้นที่ จนคิดว่า สักวันจะต้องนำมาเล่าสู่กันฟัง บ้าง... กังหันลมตัวแรกที่อยากเล่าให้ฟังเป็นกังหันลมเห็น เด่นชัด หากขับรถเข้ามาสู่ตลาดบางบัวทอง และมอง ทางซ้ายมือ พอถึงแยกถนนจันทร์ทองเอี่ยม ซึ่งเป็นถนน เลียบคลอง ก็จะพบโครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้าเพื่อ บำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นโครงการที่จังหวัดนนทบุรีร่วมกับ เทศบาลเมืองบางบัวทอง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี นำพลังงานลมมาใช้ร่วมกับพลังงาน แสงอาทิตย์ในลักษณะพลังงานร่วม (Hybird) ด้วยการ ติดตั้งกังหันลม ขนาด 1,000 วัตต์ จำนวน 5 ตัว พร้อม โซลาร์เซลล์ ระบบปั๊มน้ำ และน้ำพุเพื่อใช้ในการบำบัด น้ำเสีย กังหันลมตัวที่สอง ต้องขับรถจากบางบัวทองมาตาม ถนนราชพฤกษ์ขาเข้า พอข้ามคลองอ้อมนนท์ เข้าสู่เขต อบต.บางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี มองทางซ้ายเมือง จะพบกับป้ายร้านขวัญนนท์สูงเด่นเห็นแต่ไกล และเนื่องจากป้ายร้านที่สูงอยู่แล้ว อย่างกระนั้นเลย 34 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 ภาพที่ 2 กังหันลม ริมน้ำเจ้าพระยา ที่โรงเรียนศรีบุญญานนท์ ภาพที่ 3 กังหันลม ที่วัดสังฆทาน จ. นนทบุรี ภาพที่ 4 อาจารย์และนักเรียน ที่มาร่วมอบรมการทำกังหันลม รุ่นที่ 3 เพื่อนำไปทดลองติดตั้ง ที่โรงเรียนศรีบุณยานนท์ จังหวัดนนทบุรี ทางร้านขวัญนนท์ก็เลยติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าเข้าไป ด้วย เนื่องจากจุดที่ติดตั้งอยู่สูงและริมถนนใหญ่ทำให้ลม ดีมาก เวลาผมผ่านไปผ่านมาก็มักจะเห็นกังหันลมตัวนี้ พัดฉิวอยู่เสมอ เพิ่มสง่าราศีให้กับร้านอีกด้วย หากใคร ต้องการทบทวนภาพความหลังของเมืองนนท์ ก็แวะไป อุดหนุนร้านขวัญนนท์กันได้ กังหันลมตัวสุดท้ายที่อยากจะเล่าให้ฟังเป็นกังหันลม ทำโดยฝีมือของนักเรียนจากโรงเรียนศรีบุญญานนท์ ทำเลที่ตั้งดีมาก เพราะตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ลมจึง พัดโชยทั้งวันสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง แถมยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์สำหรับ นักเรียนได้เป็นอย่างดี ภาพกังหันลมทั้งสามตัวคือ ตัวอย่างของการปรับใช้ พลังงานหมุนเวียนสำหรับคนเมือง (นนท์) ได้อย่าง เหมาะสมกับสภาพที่ตั้ง จุดเด่น (เช่น ริมน้ำ หรือป้าย สูง) และปัญหา (เช่น น้ำเสีย) ของตนเอง เพราะฉะนั้น ใครที่เคยที่คิดว่า คนเมืองคงเป็นผู้ใช้พลังงานเพียง อย่างเดียว ก็คงต้องปรับความคิดกันเสียใหม่ได้แล้วครับ หากผู้อ่านท่านใด รู้สึกสนใจอยากจะทำกังหันลม ผลิตไฟฟ้าขึ้นมาบ้าง ผมขอแนะนำให้เยี่ยมชมบล็อคลม สยามของคุณนที ศรีทอง ปราชญ์ชาวบ้านด้านพลังงาน ลม ที่ http://natee2007.thaiza.com/ และ http:// lomsiam.thaiza.com/ ในบล็อคดังกล่าวมีรูปแบบกังหัน ลมหลายชนิดให้เลือกปรับใช้พร้อมนำไปทำเองที่บ้านได้ ด้วยครับ สิงหาคม - ตุลาคม 2553 35 รู้ทัน...พลังงาน เรื่อง : นาวิน โสภาภูมิ email : navinpang@yahoo.com ด้านพลังงาน ในโครงการ ไทยเข้มแข็ง 1 หลังการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 1 ภายใต้ ชื่อ “โครงการไทยเข้มแข็ง” ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ สิ้นสุดลงในราว ปี 2552 คณะรัฐบาลซึ่งมองตัวเองเป็นเครื่องยนต์หลักในการ ขับเคลือนเศรษฐกิจ ได้จดทำ “แผนปฏิบตการไทยเข้มแข็ง 2555” ่ ั ั ิ ซึ่งเป็นโครงการลงทุนภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 (ปี 2553-2555) เพื่อสร้างงานและสร้างรายได้ โดยเน้นการลงทุน ในโครงการของภาครัฐที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศในอนาคต พร้อมกับสร้างโอกาสของภาคเอกชนใน การลงทุน ในที่นี้จะเรียกชื่ อ สั้ น ๆ ว่ า โครงการไทยเข้ ม แข็ ง 2555 โครงการไทยเข้มแข็ง 2555 กำหนดงบประมาณทั้งโครงการ ไว้ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท สำหรับกรอบงบประมาณสำหรับ การลงทุนเพือสร้างความมันคงด้านพลังงานและพลังงานทางเลือก ่ ่ คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 2 แสนกว่ า ล้ า นบาท แบ่ ง เป็ น งบประมาณ สำหรับปี 2553 ประมาณ 8 หมื่นกว่าล้านบาท งบประมาณปี 2554 จำนวน 5 หมื่นกว่าล้านบาท และงบประมาณปี 2555 ประมาณ 7 หมื่นกว่าล้านบาท งบประมาณเหล่านี้ถูกวางแผนไว้ว่าจะใช้ไปในการก่อสร้าง โรงไฟฟ้าใหม่ (ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าโรงไฟฟ้าประเภทใด) และ พัฒนากังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า รวมทั้งพัฒนาพลังงานทางเลือก 2 อื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงด้านการจัดหา ความผันผวนทางด้าน ราคา ลดต้นทุนการผลิต รวมทังเพือสร้างความมันคงด้านพลังงาน ้ ่ ่ และอุตสาหกรรมต่อเนื่องของประเทศ เห็นตัวเลขงบประมาณที่รัฐบาลจะนำมาใช้ในการลงทุนด้าน พลังงานแล้ว หลายคนคงดีใจว่าด้วยวงเงินลงทุนขนาดนี้ ถ้าใช้ เงินเป็นและเลือกการลงทุนด้านพลังงานที่เหมาะสม ประเทศ ไทยคงลดการพึ่ ง พาพลั ง งานจากต่ า งชาติ ล งได้ ม ากและอาจ พึ่งตนเองด้านพลังงานได้อย่างแท้จริง แต่เมือพิจารณา โครงการลงทุนด้านพลังงาน ทีเกิดขึนภายใต้ ่ ่ ้ ชุดโครงการไทยเข้มแข็ง พบว่า ตั้งแต่ดำเนินโครงการมาจนถึง ปัจจุบัน มีโครงการด้านพลังงานเพียงโครงการเดียวที่ได้รับงบ ประมาณ คือ โครงการ 1 ชุมชน 1 สวนป่า 1 โรงไฟฟ้าชีวมวล ที่ดำเนินการโดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ได้รับงบประมาณ 174 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.20 ของงบประมาณทั้งหมดที่ ตั้งไว้ในปี 2553 สำหรับการลงทุนด้านพลังงาน (ดูรายละเอียด ในเว็ปไซด์ www.tkk2555.com) น่าตกใจนะครับ นี่ก็กลางปี 2553 แล้ว แต่การลงทุนด้าน พลังงานเพื่อหนุนให้ “ไทยเข้มแข็ง” ยังถือว่าทำได้ไม่ดีนัก และ หวังว่าช่วงปลายปีหรือช่วงสุดท้ายของโครงการ คงไม่มีโครงการ ก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่แบบที่ใช้เชื้อเพลิงที่สังคมต่อต้าน (เช่น ถ่านหิน นิวเคลียร์) ใช้เงินลงทุนหลายหมื่นหลายพันล้าน มาแซงทางโค้ง ฉกเอางบประมาณไปใช้ แล้วถูกจัดเข้าเป็นโครงการ ภายใต้โครงการไทยเข้มแข็งหน้าตาเฉย อย่าทำอย่างนั้นเลยนะครับ ผิดวัตถุประสงค์ของโครงการ ชัดๆ ปัญหาความขัดแย้งที่ทำให้ “ไทยไม่เข้มแข็ง” จะตามมาอีก หลายประการ การลงทุน 36 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 3 2 1 www.rakbankerd.com/agriculture/w...%3D12360 2 www.vcharkarn/vcafe/138086/2 3 www.gotoknow.org/blog/trainingcenter...i/331012 4 www.vcharkarn/vcafe/138086/2 4 ประเทศไทยต้องการการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดการความมั่นคงทางพลังงานอย่างมหาศาล โดยเฉพาะการจัดการพลังงานทางเลือกในกลุ่มพลังงานหมุนเวียนจำพวกแสงแดด ลม ชีวมวล ขยะ และไบโอดีเซล ฯ ให้นำมาใช้งานเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานได้จริงๆ ประเทศไทยต้องการการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดการความ มั่นคงทางพลังงานอย่างมหาศาล โดยเฉพาะการจัดการพลังงาน ทางเลือกในกลุ่มพลังงานหมุนเวียนจำพวกแสงแดด ลม ชีวมวล ขยะ และไบโอดีเซล ฯ ให้นำมาใช้งานเพื่อสร้างความมั่นคงด้าน พลังงานได้จริงๆ ให้รกนไปว่าด้วยเงินลงทุนนับหมืนนับแสนล้านบาท ประเทศ ู้ ั ่ ไทยและคนไทยจะนำมาใช้ในการจัดการพลังงานหมุนเวียนให้ เป็นแหล่งพลังงานที่สร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติไม่ได้ ถ้าตอนนี้รัฐบาลยังคิดไม่ออกว่าจะเอาเงินสองแสนล้านไป ลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานได้อย่างไร ผมขอเป็นคน ไทยคนหนึ่งที่อยากเสนอความคิดเห็นตามโครงการ “6 วัน 63 ล้านความคิด” ก็แล้วกัน ขอเสนอให้มีโครงการเพื่อสร้างความ เปลี่ยนแปลงด้านพลังงานในประเทศไทย ดังนี้ หนึง การศึกษาวิจยเกียวกับการกระจายอำนาจด้านพลังงาน ่ ั ่ ไปสู่ท้องถิ่น ชุมชนและครัวเรือน โดยมุ่งเน้นให้ท้องถิ่น ชุมชน และครัวเรือนสามารถจัดการผลิต ใช้และจำหน่ายไฟฟ้าหรือ เชื้อเพลิงต่างๆ ได้ตามความเหมาะสมกับท้องถิ่น และสามารถ ขายให้กับระบบพลังงานของประเทศได้ สอง การส่งเสริมให้มีการศึกษาและวิจัยเกี่ยวเทคโนโลยี ด้านพลังงานหมุนเวียนอย่างเต็มที่ โดยเปิดให้สถาบันการศึกษา บริษัทเอกชนและหน่วยงานรัฐดำเนินการร่วมกัน โดยมุ่งหวังว่า จะเกิดความรู้ นักวิชาการ และเทคโนโลยีด้านพลังงานหมุนเวียน ที่เอาไปใช้งานได้จริง สาม การเปิดให้มการร่วมทุนกับต่างชาติในการสร้างเศรษฐกิจ ี เชิ ง สร้ า งสรรค์ จ ากพลั ง งานหมุ น เวี ย นกลุ่ ม ที่ มี ผ ลกระทบต่ อ สิ่งแวดล้อมน้อย เช่น ลม และขยะ เป็นต้น โดยการเปิดให้บริษัท ต่างชาติเข้ามาลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนร่วมกับหน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชนไทย หรือหน่วยงานระดับท้องถิ่น ด้วยการถือหุ้น ร่วมกันและมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกัน ข้อเสนอของผม คงไม่ยากเท่า “แผนปรองดองและการปฏิรูป ประเทศ” ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ และหากทำได้ ตามทีผมเสนอ ผมมันใจว่าจะช่วยก่อให้เกิดการปฏิรปด้านพลังงาน ่ ่ ู ของประเทศขนานใหญ่ และกลุ่มประชาชนที่บาดหมางกับรัฐบาล อันเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ก็น่าจะ หันมาปรองดองและหนุนรัฐบาลมากขึ้น ขณะที่ผู้คนในสังคมก็มีทางเลือกในการประกอบอาชีพและ สร้างรายได้มากขึ้น จากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่กระจายไป ทัวประเทศ เรียกได้วา “รัฐบาล” คงได้คะแนนนิยมพุงขึนแน่นอน ่ ่ ่ ้ แต่อาจจะขัดใจผู้มีอำนาจในระบบพลังงานไทยได้ แต่คงไม่เป็นไร ก็เราเป็นสังคมประชาธิปไตย ถ้าประชาชน สนับสนุนนโยบาย รัฐบาลภายใต้การนำของคุณอภิสิทธิ์ก็น่าจะ ได้เป็นรัฐบาลต่อไปมิใช่หรือ เลือกชนะใจประชาชนด้วยนโยบาย ดีกว่านะครับ โดยเฉพาะนโยบายการปฏิรูประบบพลังงานของ ประเทศให้ประชาชนทุกระดับได้มีส่วนร่วมอย่างแต้...แต้ สิงหาคม - ตุลาคม 2553 37 พลังคน-พลังคลื่น เรือง : สุกรานต์ โรจนไพรวงศ์ สถาบันคุมครองผูบริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) ่ ้ ้ email : sukranbor@yahoo.com เปลี่ยน เครือข่าย ดังนั้นแทนที่จะเปลี่ยนเบอร์ หลายคนจึงเลือกที่จะซื้อซิม (sim) ใหม่และใช้สองเบอร์ โดยอาจพกมือถือสองเครื่องบ้าง หรือหากใช้เครืองรุนทีรองรับสองซิมก็ไม่จำเป็นต้องพกพาหลาย ่ ่ ่ เครื่อง แต่ ท างออกแบบที่ เ ป็ น อยู่ ไ ม่ ใ ช่ ก ารแก้ ปั ญ หาที่ ต รงจุ ด ความจริงแล้วมีวิธีแก้ปัญหาในเรื่องนี้ นั่นคือการให้บริการที่ เรียกว่า การคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ Mobile Number Portability (MNP) บริการนี้ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถขอให้ ผู้ให้บริการโอนย้ายเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนไปใช้ บริการของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่นได้ คือเบอร์จะ ติดตามเราไป ไม่ว่าจะย้ายเจ้าหรือย้ายเครือข่ายกี่ครั้งก็ตาม หลายคนจึงพากันเรียกว่าเป็นบริการ “เปลียนเครือข่าย-ไม่ตอง ่ ้ เปลี่ยนเบอร์” ความสำคัญของบริการนี้ก็คือการเอื้อให้ผู้บริโภคไม่ต้อง ยอมทนอยู่กับผู้ให้บริการรายที่เลือกไปในครั้งแรก ซึ่งเมื่อใช้ บริการแล้วอาจพบว่าเลือกผิด หรือเคยมีบริการที่ดี แต่ต่อมามี การเปลี่ยนแปลงที่ลดคุณภาพบริการลง บริการนีจงเป็นทังการเอืออำนวยความสะดวกให้แก่ผบริโภค ้ึ ้ ้ ู้ ส่ ง เสริ ม การแข่ ง ขั น ด้ า นคุ ณ ภาพในหมู่ ผู้ ใ ห้ บ ริ ก าร อี ก ทั้ ง เป็นการใช้ทรัพยากรเลขหมายโทรศัพท์อย่างมีประสิทธิภาพ บริการเปลี่ยนเครือข่ายไม่เปลี่ยนเบอร์มีการเริ่มต้นใช้ที่ ไม่ต้อง เปลี่ยนเบอร์ เคยไหมที่เบื่อเหลือเกินกับค่ายมือถือที่ใช้บริการอยู่ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะถ้าจะเปลี่ยนเจ้าย้ายค่าย เลขหมายโทรศัพท์ประจำตัวของเราก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย การต้องเปลี่ยนเลขหมายหรือเบอร์โทรศัพท์เป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดภาระและความยุ่งยากตามมา โดยเฉพาะสำหรับ เบอร์ที่ใช้นานและคนต้องติดต่อผู้คนจำนวนมาก การเปลี่ยนเบอร์ยังอาจทำให้เกิดความเสียหายหรือต้องสูญเสีย โอกาสอีกด้วย จากการพลาดการติดต่อ ประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 นอกจากนี้ยังใช้แล้วใน หลายประเทศทัวโลก เช่น ประเทศอังกฤษ ฝรังเศส สหรัฐอเมริกา ่ ่ ออสเตรเลีย และอินเดีย ซึ่งรายหลังเพิ่งเริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ. 2552 สำหรับประเทศไทย คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ หรือ กทช. ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม ของประเทศ มีการเตรียมการจัดทำเรื่องนี้หลายปีมาแล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการประกอบ กิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 12 ที่ว่า ในการ คุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ให้คณะกรรมการกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ กำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์ให้ผู้ใช้ บริการมีสิทธิใช้เลขหมายโทรคมนาคมเดิม เมื่อผู้ใช้บริการ ต้องการเปลี่ยนผู้ให้บริการ หลั ง จากการศึ ก ษา จั ด ทำแนวทาง ตลอดจนรั บ ฟั ง ความคิ ด เห็ น ผู้ เ กี่ ย วข้ อ งแล้ ว กทช. ก็ ไ ด้ จั ด ทำประกาศเรื่ อ ง หลักเกณฑ์การคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2552 เพื่อให้มีผล บังคับใช้ในวันถัดมา ตามประกาศนี้ ผู้ให้บริการต้องจัดให้มีบริการการคงสิทธิ เลขหมายโทรศั พ ท์ เ คลื่ อ นที่ ภ ายใน 3 เดื อ นนั บ แต่ วั น ที่ ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับ นั่นคือ นับตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2552 ดังนั้นแท้จริงแล้วผู้บริโภคในเมืองไทยควรต้องย้าย 38 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 โฆษณาเรืองคงสิทธิ ่ เลขหมายที่ สบท. ลงในหนังสือพิมพ์ ฉบับต่างๆ ในช่วง ปลายเดือน กรกฎาคมทีผานมา ่่ ความสำคัญของบริการนี้ก็คือ การเอื้อให้ผู้บริโภคไม่ต้องยอมทน อยู่กับผู้ให้บริการรายที่เลือกไป ในครั้งแรก ซึ่งเมื่อใช้บริการแล้ว อาจพบว่าเลือกผิด หรือเคยมี บริการที่ดี แต่ต่อมามีการ เปลี่ยนแปลงที่ลดคุณภาพ บริการลง เครือข่ายผู้ให้บริการมือถือโดยยังคงใช้เลขหมายเดิมได้ตั้งแต่ เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2552 แล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตามประกาศมีการเปิดช่องไว้ว่า กำหนดเวลาดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้หากคณะกรรมการ เห็นว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้บริการ เมื่อทางผู้ให้บริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือผู้ประกอบการทั้งหลายขอขยายกำหนด เวลาออกไปเป็น 9 เดือน โดยให้เหตุผลว่าเป็นการดำเนินการ ที่ไม่เคยมีมาก่อน และสอดคล้องกับประเทศต่างๆ ที่ล้วนใช้ เวลาดำเนินการมากกว่า 3 เดือน กทช. จึงเห็นชอบให้มีการ ขยายระยะเวลาดำเนินการตามที่ร้องขอมา กาลเวลาผันผ่านไป จนบัดนี้ยาวนานเกิน 12 เดือนแล้ว แต่คงสิทธิเลขหมายของโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ยังไม่เกิดขึ้นใน ประเทศไทย ในช่วงตั้งแต่กลางปี 2553 มีกระแสข่าวจากทางฝั่ง กทช. ว่า กำหนดเริ่มใช้จะเป็นเดือนกันยายน แต่ยังไม่ทันพ้นเดือน กรกฎาคม ผู้ประกอบการก็ขอเลื่อนระยะเวลาออกไปอีก ตามข่าวที่ปรากฏในสื่อมวลชนคือ ขอเพิ่มอีกประมาณ 50 วัน นั่นหมายถึง กำหนดสิ้นสุดของการเลื่อนคราวนี้จะอยู่ที่ ปลายเดือนตุลาคม 2553 ถ้าไม่มีการเลื่อนอีกก็ถือว่า คนไทย จะได้ใช้สิทธินี้ล่าช้ากว่าที่กฎหมายกำหนดเกือบ 1 ปี แต่นั่นก็ยังไม่ใช่เรื่องที่จะยืนยันได้ เพราะการเลื่อนอาจจะ ยังไม่สิ้นสุดลงแน่แท้ ดังนั้นโอกาสที่เมืองไทยจะมีบริการ คงสิทธิเลขหมายอาจจะพ้นจากปี 2553 ก็เป็นได้ แน่นอนว่า เรื่องที่เป็นไปได้นี้คือเรื่องที่ไม่ควรจะเป็น แต่ตราบเท่าที่ผู้บริโภคทั้งหลายยังไม่ได้เข้ามามีส่วน กำหนดอนาคตเรื่องนี้ ความเป็นไปได้ของเรื่องที่ไม่ควรจะเป็น ก็จะยังคงดำรงอยู่และดำเนินต่อไป ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา สถาบันคุ้มครอง ผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ สบท. จึงเริ่มการรณรงค์ เพื่อให้ผู้บริโภควงกว้างขึ้นรับรู้ต่อเรื่องนี้ และร่วมกันจับตา ว่าผู้เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการ แทนที่จะมุ่งหน้าชะลอบริการ ต่อไป และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องเท่านั้น ในแง่ของการใช้ บริการคงสิทธิเลขหมายยังมีเงื่อนไขที่ผู้บริโภคควรต้องร่วม กำหนดด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกำหนดเวลาการดำเนิน การโอนย้ายสิทธิว่าควรจะต้องทำเสร็จในกี่วัน การย้ายแต่ละ ครั้งมีการค่าใช้จ่ายเท่าไร และระยะห่างระหว่างการย้ายแต่ละ ครั้งนานเพียงใด หากเกิดปัญหาจะมีกระบวนการแก้ไขกัน อย่างไร ฯลฯ เหล่านี้คือเงื่อนไขที่มีการกำหนดไว้แล้ว โดยที่ผู้บริโภค ส่วนใหญ่ซึ่งคือผู้ที่จะได้รับผลบวกหรือลบจากเงื่อนไขเหล่านี้ ยังไม่ทราบข้อมูลเลย สัญญาว่า คอลัมน์นี้ในครั้งหน้าจะพูดถึงค่ะ สิงหาคม - ตุลาคม 2553 39 เรื่อง : กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล email : sk.kritsada@gmail.com ‘ทรนง ณ ธรณี’ หลังการจากไปของ เจริญ วัดอักษร สุดท้าย ก็เข้าสู่โครงเรื่องเก่าแก่ซ้ำซาก ที่รัฐกับทุนจับมือกันดูดกลืนทรัพยากร จากท้องถิ่นประเคนให้ภาคอุตสาหกรรม มีสุภาษิตคมๆ ของทิเบตบอกว่า ‘เราทุกคนล้วนต้องตาย แต่ทว่า...ไม่ เคยมีใครจากไป’ อันเป็นถ้อยความที่ ถูกใช้ในเชิงจิตวิญญาณ แต่ในเชิงความทรงจำ ผมคิดว่ามัน ก็ใช้ได้ดีไม่แพ้กัน 6 ปีแล้วกับการจากไปก่อนเวลา อันควรของ เจริญ วัดอักษร หัวขบวน คนบ่อนอกที่ลุกขึ้นมาคัดค้านโรงไฟฟ้า ถ่านหินขนาด 700 เมกะวัตต์ เคียงคู่ ไปกับ จินตนา แก้วขาว แห่งบ้านกรูด ทีถกรุกรานด้วยโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด ู่ 1,400 เมกะวัตต์ แต่การจากไปของ เจริญ ถ้าพูดแบบซ้ายเก่าก็คงต้องบอก ว่า เป็นการแตกดับที่ก่อเกิดเจริญอีก นับไม่ถ้วน 1 ณ ปัจจุบัน ผมคิดว่าคนบ่อนอกบ้านกรูดแข็งแกร่งเพียงพอจะต้านทาน นโยบายพลังงานที่ไม่โปร่งใสของภาค รั ฐ ได้ ใ นระดั บ หนึ่ ง ที่ ส ำคั ญ พวกเขา ยังกลายเป็นกระดูกสันหลังให้ชาวบ้าน หลายพื้นที่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รับมือกับแผนนโยบายพัฒนาพื้นที่ ชายฝังทะเลภาคตะวันตกหรือเวสต์เทิรน ่ ์ ซีบอร์ด ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ พี่กระรอก...กรอุมา พงษ์น้อย ภรรยาของคุณเจริญ บอกผมว่า โรงไฟฟ้า บ่อนอก-บ้านกรูดที่ถูกยกเลิกไป ก็แค่ ตั ว ต่ อ ตั ว เล็ ก ๆ ของแผนเวสต์ เ ทิ ร์ น ซีบอร์ด แรงตบตีที่ใหญ่โตกว่าไม่ได้ลด ราวาศอกลง เพียงแต่เคลื่อนตัวไปยัง พื้นที่อื่นของประจวบฯ “มีแผนสร้างโรงไฟฟ้าที่ทับสะแก โดยมีกำลังการผลิต 2,100 เมกะวัตต์ ชัดเจนว่ากำลังการผลิตที่ถูกยกเลิก จากบ่อนอก-บ้านกรูด ถูกเอาไปบวก รวมอยู่ที่ทับสะแก กฟผ. (การไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) ซื้อพื้นที่ไว้ เยอะ 4 พันกว่าไร่ ยุคที่เราต่อสู้ ปปช. (คณะกรรมการปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ) ก็ชี้มูลความผิดว่ามีการ ทุจริตไปกว่า 600 ล้านบาท นั่นแค่ ซื้อขายที่ดิน” ผูกโยงตัวละครและเรื่องราวเข้า ด้วยกัน อย่างที่เคยบอก ไม่มีคนสติดี คนไหนเอาโรงไฟฟ้าไปตั้งนิ่งๆ อยู่ กลางดงมะพร้าว โรงไฟฟ้าทับสะแก อันที่จริงก็คือแหล่งป้อนพลังงานให้กับ อุตสาหกรรมเหล็ก 5 แสนตันที่ชาว บางสะพานกำลังยื้อยุด สุดท้าย ก็เข้าสู่โครงเรื่องเก่าแก่ ซ้ำซาก ที่รัฐกับทุนจับมือกันดูดกลืน ทรัพยากรจากท้องถิ่นประเคนให้ภาค อุตสาหกรรม 2 ขณะที่ชาวบ้านแข็งแรงขึ้นจากการ เรียนรูตอสู้ อีกฟากฝังหนึงก็ดจะพัฒนา ้ ่ ่ ่ ู 40 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 ลูกล่อลูกชนและเหลี่ยมคูทางกฎหมาย ไม่แพ้กัน ว่ากันว่าตอนนี้มีโรงไฟฟ้าชีวมวล ผุดขึ้นในประจวบฯ ในหลายพื้นที่ เช่น ในพื้นที่ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก สร้างเสร็จไปถึง 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว ถ้ามองแบบแตะๆ ไม่ดูรายละเอียดก็ คงต้องหมั่นไส้พอควร เพราะค้านไป หมด ขนาดเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลซึ่งเป็น พลังงานสะอาดก็ยังค้าน ใช่...ถ้าอะไรๆ ก็ค้านดะไปหมด แบบไม่ฟังอีร้าค่าอีรม ท่าจะแย่ทีเดียว แต่ ปั ญ หาของประเทศสาระขัณฑ์ที่ เป็นมา เป็นอยู่ และถ้าไม่ทำอะไรก็จะ เป็ น ไปอย่ า งนี้ คื อ ความโปร่ ง ใสและ ความพยายามหมกเม็ด “ทางโรงไฟฟ้าเขาอ้างว่าโรงงานนี้ เกิดก่อนรัฐธรรมนูญปี 50 แต่ผมไปดู ในรัฐธรรมนูญปี 40 มาตรา 56 กับ 59 ก็ระบุชดเจนว่าต้องศึกษาผลกระทบ ั และต้องมีความคิดเห็นประกอบจาก องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมหรือสถาบัน อุดมศึกษาที่จัดการเรียนการสอนเกี่ยว กับสิงแวดล้อม แต่นไม่ผานกระบวนการ ่ ี่ ่ ตรงนี้เลย ไม่ผ่านสภา เพียงแต่นายกฯ เซ็น และก็ผดขันตอนเยอะ” ครูสมเกียรติ ิ ้ ทอดสนิ ท จากโรงเรียนบ้านทุ่งยาว ตำบลห้วยยาง บอกอย่างนั้น “พอชาวบ้านเราขอให้ตรวจสอบ ก็พบว่าทางโรงไฟฟ้าขอให้ติดตั้งเครื่อง ผลิ ต ไฟฟ้ า ที่ อบต.ห้ ว ยยาง แค่ 4 เมกะวัตต์เท่านั้น แต่ใบอนุญาตที่ออก มาเป็นใบอนุญาต 5 เมกะวัตต์ เราเลย ทำหนังสือถึงจังหวัดเพื่อขอตรวจสอบ เขาก็สงเอกสารกลับมาให้เราดู ปรากฏ ่ ว่าเอกสารที่บอกว่า 5 เมกะวัตต์ ทาง บริษัททำขึ้นเอง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอน ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย” ที่ ส นุ ก กว่ า นั้ น ...กำลังการผลิต 1 2 จริงๆ ของโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งนี้กลับ สูงถึง 9.4 เมกะวัตต์ ซึ่งขาดไปแค่ 0.6 เมกะวัตต์ ก็จะเข้าเกณฑ์ทตองทำรายงาน ี่ ้ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ โรงไฟฟ้ายังบอกอีกว่าจะใช้ขุยและทาง มะพร้าวเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิต ไฟฟ้าที่สูงถึง 250 ตันต่อวัน...ฟังดูดี ครับ ติดอยู่นิดเดียวตรงที่ชาวบ้านเขา คำนวณออกมาแล้วว่า ต่อให้ใช้มะพร้าว หมดทั้งอำเภอทับสะแกก็คงไม่พอ เมื่อ ไม่พอ แล้วจะเอาเชื้อเพลิงที่ไหน เป็นความบังเอิญที่น่าสนใจว่า ใน ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานข้อที่ 1.4 ระบุไว้ว่า ถ้าผู้ประกอบการร้องขอ เปลียนเชือเพลิงก็ให้พจารณาตามเหตุผล ่ ้ ิ ซึ่งเป็นช่องว่างที่เปิดไว้ และชาวบ้าน คิดว่าเป็นช่องว่างที่รอถมด้วยถ่านหิน 3 ประจวบฯ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ ใหญ่ของแผนเวสต์เทิร์นซีบอร์ด ซึ่งก็ ปะเหมาะพอดี ที่ ป ระจวบฯ มี ภ าค ประชาชนถักทอเครือข่ายอย่างเข้มแข็ง ตังแต่ตอนกลางจนถึงใต้สดของจังหวัด... ้ ุ กุยบุรี บ่อนอก อ่าวน้อย ทับสะแก บ้านกรูดและบางสะพาน จินตนา แก้วขาว หรือพี่หน่อยบอก ว่า ทั้ง 6 กลุ่มจะมีการประชุมหารือ บอกเล่าสถานการณ์ และวางแผนขับ เคลื่อนทุกเดือน “การเรียนรู้มันเกิดจากพื้นฐาน เดิมของคนประจวบฯ พอมีเรืองโรงไฟฟ้า ่ ทับสะแกเกิดขึ้น มันก็มีฐานเดิมในการ ให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยน เราก็ใช้ฐาน เดิมก่อน โดยมีแนวร่วมในพืนทีทบสะแก ้ ่ ั ที่เคยสู้ร่วมกับเราคอยประสานงาน เราจั บ กลุ่ ม กั น ขยายพื้ น ที่ โ ดยใช้ มวลชนฐานเดิ ม จนได้ ก ลุ่ ม ใหม่ ที่ ทับสะแก ตอนหลังมีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ ทับสะแกอีก ก็ไปจากฐานเดิมอีก” ถ้าวันนี้คุณเจริญยังมีชีวิตอยู่ เขา คงดีใจที่เห็นคนตัวเล็กตัวน้อยไม่ยอม หลบอยู่ในเงามืดแบบไร้ปากเสียงอีก ต่อไป แต่เรื่องจริงคือเขาจากไปแล้ว... อย่างไรก็ตาม ความตายของเขา แปรสภาพเป็นปุ๋ยชั้นดีบำรุงรากหญ้า หยัดยืนเป็นความ ‘ทรนง ณ ธรณี’ เป็นหลังพิงทางใจให้คนประจวบฯ และ เป็นขวากหนามชิ้นโตที่รัฐกับทุนไม่ อาจจะผ่านไปได้ง่ายดาย ภาพ 1 tnews.teenee.com/etc/8361.html 2 http://www.flickr.com/search/ สิงหาคม - ตุลาคม 2553 41 สัตว์มหัศจรรย์ เรื่อง : น.สพ. รัฐพันธ์ พัฒนรังสรรค์ email : tomrattapan@yahoo.com ไก่อู ไก่โต้ง รวมมิตรเรื่องไก่ (เอาใจแม่ยก เสธฯไก่อู) ไก่ตะเภา ฯลฯ สวัสดีครับ ขอจับกระแสไก่อูฟีเวอร์ เอาเรื่องไก่มาเขียน ให้อ่านกันเล่นสนุกๆ นะครับ ขอเขียนเป็นปกิณกคดี (อ่านว่า ปะ-กิน-นะ-กะ-คะดี แปลว่า เรื่องเบ็ดเตล็ด) แต่แทรกแซมเกร็ดความรู้ไปด้วย นะครับ บางท่านอาจจะงงว่า “ไก่” เป็นสัตว์มหัศจรรย์หรือ ก็ เห็นเป็นไก่ธรรมดาๆ ลองติดตามอ่านไปจนจบ จะพบว่า ไม่ธรรมดาจริงๆ ครับ #ไก่อู ไก่ตะเภา ไก่แจ้ ไก่โต้ง ต่างกันอย่างไรบ้าง เริมจากคำว่า “ไก่อ” ก่อนเลยก็แล้วกันนะครับ “ไก่อ” นัน ่ ู ู ้ เป็นคำไทยค่อนข้างจะโบราณ เป็นคำรวมที่หมายถึงไก่ พื้นบ้านที่มีลักษณะตัวใหญ่ แข็งแรง ขนส่วนใหญ่เป็นสีดำ (สันนิษฐานว่า คำว่า อู มาจาก คำว่า โอว ในภาษาจีน ที่แปลว่า มีสีดำ) หงอนเป็นหงอนสั้นๆ ไม่ใช่ไก่ชน แต่รูป ทรงตัวเป็นแบบไก่ชน เป็นต้นตระกูลที่ใช้คัดไปเป็นไก่ชน ต่อๆ มา ส่วนคำว่า “ไก่ตะเภา” นั้น เป็นพันธุ์ไก่ที่นำมาจาก เมืองจีน มีลกษณะพิเศษทีเห็นได้ คือ ขายาว ขนตัวสีเหลืองๆ ั ่ เมื่อนำมาทำอาหาร เนื้อจะมีรสชาติอร่อยกว่าไก่ทั่วไป บางทีเรียกว่า ไก่ซาอึ้ง (แปลว่า สามเหลือง) เวลาที่เขา ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตของคนจีน ตัวไก่ททำมาแล้ว ลวกน้ำร้อน ี่ ถอนขนเอาเครื่องในออกตามปกติ แต่ตัวไก่ที่ใส่ถาดโฟม มา เขาจะเอาขนใส่มาด้วยสามเส้นเพื่อเป็นการยืนยันว่า ไก่ตัวนี้เป็นไก่พันธุ์ขนเหลือง ข้าวมันไก่ไหหลำแท้ๆ จะใช้ ไก่พันธุ์นี้ “ไก่แจ้” เป็นไก่ไทยพื้นบ้าน พันธุ์ที่ตัวเล็ก ออกลูก เก่ง เลี้ยงลูกเก่ง ตัวผู้จะขยันป้อ (อากัปกิริยาต้อนหน้า ต้อนหลัง ตบปีก กระดกหาง เพื่อให้ตัวเมียสนใจ) ทำให้ คนไทยโบราณ เปรียบว่า เจ้าชู้ไก่แจ้ นิยมเลี้ยงเป็นไก่ สวยงาม เพราะตัวเล็ก ไข่เล็ก กินก็ไม่ค่อยได้เนื้อได้หนัง “ไก่โต้ง” ไม่ใช่พันธุ์ไก่แต่เป็นคำเรียกไก่ตัวผู้ ผม พยายามนึกถึงคำสำหรับไก่เพศเมีย หรือตัวเมีย ก็นึก ไม่ออก สงสัยว่าจะไม่มี อาจจะมีไก่สาว หรือแม่ไก่ แต่ ไม่ใช่ศัพท์เฉพาะแบบไก่โต้ง แถมพิเศษ สำหรับนักกิน “ไก่เบตง” คือพันธุ์ไก่ที่ นิยมเลี้ยงที่ อ.เบตง จ.ยะลา นำต้นพันธุ์มาจากมณฑล กวางสีของประเทศจีน จะมีลักษณะพิเศษคือ ขนตัวสีเหลือง แต่ขนปีก และขนหางไม่มี หนังจะหนา กรอบ เนื้อจะนุ่ม วิธีการทำไก่เบตง คือต้มไก่ในน้ำร้อนที่ไม่เดือด แล้วเอา ขึ้นแช่น้ำเย็นทันที จะทำให้หนังไก่กรอบ “ไก่เก้าชั่ง” เป็นไก่พันธุ์หนัก หนึ่งชั่งคือ หกร้อยกรัม เก้าชั่ง ก็ห้ากิโลกว่า ซึ่งก็น่าจะถึง เพราะตัวใหญ่มาก 46 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 1 ภาพที่ 1 Mike the headless chicken ลงหน้าปกนิตยสาร LIFE จากภาพเหมือนโดนตัดที่ฐานคอ แต่จริงๆ โดนตัดระดับคาง แต่ไก่งอคอ จึงเหมือนโดนตัดที่ฐานคอชิดอก ภาพที่ 2 ภาพไก่อู ที่เป็นไก่นะครับ 2 นำสายพันธุ์เข้ามาจากมาเลเซีย ตัวใหญ่ผสมพันธุ์ยาก คนเลี้ยงไว้โชว์ มากกว่าจะเลี้ยงไว้กิน “ไก่ดำ” เป็นพันธุ์ไก่ที่นำมาจากมองโกเลีย มีลักษณะ พิเศษคือ เนื้อดำ หนังดำ กระดูกดำ เครื่องในดำ เชื่อกันว่า มีสรรพคุณทางการเป็นยาบำรุง แต่ตัวเล็กและเนื้อน้อย จึงนำมาต้มซุปเป็นส่วนใหญ่ #ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน คนทั่วไปจะคิดว่านี่ เป็นปัญหาโลกแตก แต่เราลองมาคิดกันดูไหมครับ เผื่อ จะมีคำตอบ ถ้านับว่าไข่นั้นเป็นไข่อะไรก็ได้ ก็ตอบได้ง่ายๆ เลยว่าไข่เกิดก่อน เพราะไดโนเสาร์ทุกชนิด เกิดก่อนไก่ และไดโนเสาร์ทุกชนิด ออกลูกเป็นไข่ แต่ถ้าจะถามว่า ไข่ไก่กับไก่ อะไรเกิดก่อน ก็แล้วแต่ นิยามแหละครับว่า ไข่ไก่นั้นคือไข่ที่ออกมาจากช่องทวาร ของไก่ หรือจะให้นิยามว่า คือสิ่งที่แตกออกมาแล้วเป็นไก่ ถ้านิยามแบบแรก ไก่ก็เกิดก่อน เพราะสัตว์เลื้อยคลานที่ วิวัฒนาการมาเป็นสัตว์ปีก มันไม่ได้มีเส้นขีดที่ชัดเจน แบบพ่อแม่หน้าไม่เหมือนไก่ แล้วจะออกลูกมาหน้าตา เป็นไก่ได้ในชั่วรุ่นเดียว แต่ใช้เวลาเป็นล้านปี #ไก่หัวขาด มีชีวิตต่อได้อีกปีครึ่ง เจอข้อนี้ มหัศจรรย์หรือยังครับ เรื่องเกิดเมื่อวันที่ 4 กันยายน ปี พ.ศ.2488 ที่เมือง Fruita รัฐ Colorado ประเทศ สหรัฐอเมริกา ชาวนาชื่อ Lloyd Olsen ใช้ขวานสับคอไก่ อายุห้าเดือนครึ่ง หัวขาดกระเด็น ทุกทีเขาจะตัดกลางๆ คอ แต่คราวนี้ แม่ยายมาเยี่ยม และแม่ยายชอบกินคอไก่ เขาจึงเอาใจแม่ยาย ตัดใกล้ๆ หัว เพื่อให้มีเหลือเนื้อที่คอ เยอะๆ ปกติไก่ที่โดนตัดหัว ก็อาจมีอาการกระตุก หรือวิ่ง มั่วๆ สักพักก็แน่นิ่ง แล้วก็สิ้นใจ แต่เจ้าไก่ตัวนี้ดิ้นหลุดไป แต่กลับมายืนได้เหมือนไก่ปกติ นายลอยด์จึงตัดสินใจ ไว้ชีวิตไก่ตัวนี้ ให้น้ำและอาหารด้วยการหยอดลงไปใน หลอดอาหาร ตลอดเวลา 18 เดือนจากน้ำหนักสองปอนด์ ครึ่ง จนหนักแปดปอนด์ นายลอยด์ ตั้งชื่อไก่ไร้หัวตัวนี้ว่า Mike และฉายาตามมา คือ the headless ได้รับการตรวจสอบจากนักวิชาการ พบว่า สมองบางส่วนยังอยู่กับตัว จึงยังทำหน้าที่ในการ หายใจและทรงตัวยืนอยู่ได้ นายลอยด์กับไก่ เดินสายโชว์ตัวทั่วอเมริกา ปัจจุบันนี้ ชาวเมือง Fruita ก็ยังจัดงานระลึกถึงเจ้า Mike และเจ้า Mike ก็ทันสมัยไม่หยอก เพราะมี website ของตัวเอง [www.miketheheadlesschicken.org ] แถมมี facebook อีกต่างหาก [http://www.facebook.com/pages/MikeThe-Headless-Chicken/74858598372?ref=ts] ตอนนี้ยังไม่มี twitter แต่เดี๋ยวคงจะมี สนใจ search หาอ่านต่อ ดูภาพได้ แล้วไก่ไร้หัวตัวนี้ ตายอย่ า งไร ติ ด ตามได้ ใ นฉบั บ หน้ า พร้ อ มกั บ เกร็ ด ความมหัศจรรย์อื่นๆ ของไก่กันต่อครับ สิงหาคม - ตุลาคม 2553 47 กลับมาเจอกันอีกครั้งสำหรับอักษรไขว้ วายร้ายส่งมาให้คิดและเติมคำตอบ กันแบบสบายๆ เหมือนเดิม ไม่ต้องเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงอะไรมากมาย หยิบดินสอปากกาพร้อมแล้ว...ลุยกันเลย ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ 1 1 3 3 2 6 7 4 4 5 6 7 5 ตอบปริศนาในช่องว่างให้ครบถ้วน กรอกชือ-นามสกุลและทีอยู ่ ส่งถึง ่ ่ นิตยสารพลัง+งาน 211/2 ซ.งามวงศ์วาน 31 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุร ี 11000 ภายในวันที ่ 8 ตุลาคม 2553 รางวัลสำหรับครังนีคอหนังสือ ้ ้ื เล่มเล็ก... “พลัง+งาน : ฉบับคิดเป็นทำ เป็น” ว่าด้วยเรืองก๊าซชีวภาพและ ่ เทคโนโลยีชวมวล จำนวน 5 รางวัล ี เฉลยคำตอบในฉบับทีแล้ว เป็นดังนี้ ่ แนวนอน 1. ธรรม 4 ข้อแห่งความสำเร็จ 2. พืชที่เป็นอาหารของพะยูน 3. ทะเลสาบน้ำจืดใหญ่ที่สุดใน ประเทศไทย 4. คนรุ่นใหม่ที่จะเป็นอนาคตของชาติ 5. เหล้า ่ 6. ของเหลวทีได้จากการเผาถ่านชีวมวล 7. พรุ่งนี้ของศุกร์ เมื่อวานของอาทิตย์ แนวตั้ง 1. สัตว์ปีกกินซาก 2. อุทยานแห่งชาติที่ขึ้นชื่อเรื่อง ความงามของแหล่งดำน้ำตื้น 3. นึกถึงปลาสลิด นึกถึงที่นี่ 4. แปรรูปจากถั่วเขียว นิยมต้มจืดหรือ อบกับกุ้ง 5. ไม้ดอกกลีบบาง 6. ไม่แพ้ 7. สัตว์เลื้อยคลาน อาศัยในทะเล มีกระดองเป็นหนังหนา แผ่นดินไหว, อะลูมิเนียม, คางคก, ห้องสมุด, ชลประทาน, หน่อไม้, ทุเรียน, มันสำปะหลัง, นกพิราบ, ข้าวกล้อง และผูโชคดี 5 ท่านทีได้รบ “สมุด ้ ่ ั บันทึกประหยัดพลังงาน” เอือเฟือ ้ ้ โดยสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ได้แก่ 1. รัมภา รัตนภานพ จ.นนทบุร ี 2. ชญานิษฐ์ ฮุนตระกูล จ.ชุมพร ่ 3. พัชราพร มูลกะเยาว์ จ.ลำพูน 4. นทิกานต์ ทองใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช 5. วิจตรา หิรตพรม จ.กาฬสินธุ ์ ิ ั 48 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 โลกออนไลน์ เรื่อง : เต่าทองคะนองเว็บ รื้อความทรงจำ วัยเด็กด้วย www.milliontoymuseum.com “ของเล่น” เป็นความสนุกสนานทีผกพันกับทุกคน มันไม่เพียงทำให้เด็กในวันนี้ ่ ู หัวใจพองโต ยังช่วยฟืนความทรงจำสดใสวัยเยาว์ของเด็กในวันวานด้วย ้ ...จะดีแค่ไหน ถ้ามีใครสักคนรวบรวมของเล่นนับล้านชินมาไว้ในทีเดียวกัน ้ ่ ใครคนนั้นคือ รศ.เกริก ยุ้นพันธ์ ผู้ได้แรงบันดาลใจจากการเข้าชม พิพธภัณฑ์ของเล่นคีตาฮารา (Kitahara ิ Tin Toy Museum) เมื่อครั้งเดินทางไป ประเทศญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2525 เพื่อรับ รางวัลนอมา (NOMA) ทันทีที่กลับถึงเมืองไทย อาจารย์ เกริกจึงเริ่มลงมือสะสมของเล่นอย่าง จริงจังและต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 20 ปี กระทังมีโอกาสเหมาะถึงได้ซอทีดน ่ ื้ ่ ิ ริมแม่น้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อก่อร่างสร้างอาคารสองชั้นให้เป็น “พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์” และเปิดให้คนทั่วไปได้เข้าเยี่ยมชมใน ราคาจ่ายสบายกระเป๋า ...ผู้ใหญ่ 50 บาท และเด็ก 20 บาท พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงของเล่น หลากหลายประเภทเรียงรายอยูในตูโชว์ ่ ้ ตั้งแต่โบราณสุดๆ อายุนับร้อยปีจนถึง ของเล่นยุคปัจจุบัน ทั้งของเล่นไทยๆ สมัยสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ รวมถึงของเล่นเก่าจากต่างประเทศ อาทิ ตุกตาเซลลูลอยด์ สารพัดของเล่น ๊ สังกะสี ของเล่นไขลาน ของเล่นที่ ขับเคลื่อนด้วยพลังจากถ่านไฟฉาย ของเล่นไม้ ของเล่นพลาสติก และอีก มากมายบรรยายไม่หมด นอกจากของเล่นแล้ว ทางพิพธภัณฑ์ ิ ยังจัดกิจกรรมดีๆ เช่น ชัวโมงเล่านิทาน ่ ศิลปะสำหรับเด็ก ค่ายนิทาน ให้คณพ่อ ุ คุณแม่จูงคุณลูกไปเข้าร่วมได้อีก ซึ่ง กิจกรรมเหล่านีไม่ได้จดทังปี แต่สามารถ ้ ั ้ ติดตามความเคลือนไหวผ่านทางเว็บไซต์ ่ ได้โดยง่าย เพียงช่วงเวลาสันๆ ทีคลิกดูภาพถ่าย ้ ่ ของเล่นในเว็บไซต์ หัวใจเด็กๆ ที่ซ่อน อยู่ก็กระโดดโลดเต้น หลายชิ้นไม่เคย เห็นไม่เคยเล่นดูช่างน่าตื่นตา บางชิ้น ทีเคยผ่านเข้ามาในชีวตวันวานก็ดงภาพ ่ ิ ึ ความทรงจำส่วนตัวเกี่ยวกับของเล่น ชิ้นนั้นให้โผล่ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว รำลึกวัยเด็กผ่านหน้าจอพอหอม ปากหอมคอแล้ว ถ้ามีโอกาสก็ลองแวะ ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น เกริกยุ้นพันธ์กันบ้าง เขาเปิดให้เข้าชม ตั้งแต่เก้าโมงเช้าไปถึงสี่โมงเย็นและ ต้องจำไว้วาหยุดเฉพาะวันจันทร์นะจ๊ะ... ่ เดี๋ยวไปเก้อใจเหี่ยวกลับมาไม่รู้ด้วย 50 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 email : romsuan@hotmail.com เรื่อง : แมนอย แหนมหมู แหนมกระดูกหมู ไสกรอกอีสาน และ ทดลองทําแหนมหมูกนเอง ิ โดยอาศัยจากความทรงจำสมัย เรียนอยู ม.ปลาย เมื่อหลาย สิบปกอน เนือหมูปนมันสับใหเขากัน สมัยนี้ ้ หาไดงายเพราะมีหมูสับพรอมขายอยู แลว สวนประกอบอืนทีสาคัญก็มขาวสุก ่ ่ํ ี และกระเทียม เทานั้นที่ตองทําเพิ่ม วิธีทํา เริ่มจากปอกกระเทียม 1-2 กลีบ ตําพอแหลก สําหรับหมูสับ 2 ขีด ขาวกลองหุงสุก 1/3 ถวย เกลือนิดหนอย คลุกเคลาสวนผสมทั้งหมดเขากัน จากนันเอาสวนผสมทีคลุกเคลาดีแลว ้ ่ ใสถงพลาสติก อัดใหแนน มวนแลวใช ุ ยางรัด ใสในกลองเพื่อรองรับเอาน้ำ ที่ไหลออกมาจากกระบวนการหมัก ไมใหเลอะเทอะ วางกลองไวในตูไมกันแสงแดด ทิ้งไว 2 วันก็ไดแหนมหมูแบบปลอด สารปรุงแตงรสที่เราไมพึงประสงค ทั้งผงชูรสและดินประสิว ลดความ เสี่ยงจากแหนมฉายรังสี ความรูจากวิธทาแหนมนี้ สามารถ  ี ํ ดัดแปลงสูตรเพื่อทําแหนมกระดูกหมู ไดเชนกัน เพียงแตเลือกซีโครงกระดูก ่ หมูตรงชายโครงซึ่งเปนกระดูกออน แทนหมูสับเทานั้น หากเปนไสกรอกอีสาน ก็เพิ่มรส สัมผัสใหนุมอรอยขึ้นโดยใชวุนเสน ซึ่งมีสวนผสมคือ หมูสับ 1 ก.ก. ตม-ยำ-ทำ-แกง วุนเสนที่แชน้ำแลวหั่นเปนทอนๆ ได 1⁄2 ถวย ขาวกลองหอมมะลิแดงหุงสุก (ขาวสุกอยางอื่นก็ได) 2/3 ถวย เกลือ 1 ชอนโตะ กระเทียม 10-20 กลีบ ตําพอแหลก คลุกสวนผสมใหเขากันแลวอัดใส ลงในไสหมูที่ปลิ้นดานในออกมาลาง กับเกลือหลายๆ รอบจนสะอาด กรอกสวนผสมแลวมัดเปนปลอง ตามขนาดที่ชอบ เพื่อใหสะดวกใน การนํามาทอดหรือยางกิน ทิงไว 2 วัน ้ เพื่อใหมีรสเปรี้ยว แตถาชอบเปรี้ยว มากก็ปลอยทิ้งไวใหนานยิ่งขึ้น แตไม ควรนานเกินกวา 4 วัน หลังจากนั้น ควรถนอมมันไวในตูเย็นคะ สิงหาคม - ตุลาคม 2553 51 สมุนไพรใกลรั้ว เรื่อง : กระรอกบาน ไม ห อม มาปลูกใหเต็มโรงเรียน ดวยเหตุผลงายๆ สั้นๆ วา เด็กและคนที่นี่ผานเหตุการณ โหดราย จิตใจของเขาหยาบกระดางและ แหงแลง โรงเรียนหลังใหมสอนอะไรเขา ไมไดหรอก แตดอกไมสีสวยกลิ่นหอมจะ ขัดเกลาจิตใจเด็กๆ ใหออนโยน ่ ุ  ้ ชาวญีปนกลุมนีกลับไปพรอมกับการ เรียนรู ผูอานเรียนรูตรงกันหรือไม ? คนเราที่จิตดีงามอยากชวยผูอื่น ก็ มักวนเวียนกับเรื่องวัตถุและเงินๆ ทองๆ แตดานจิตใจเรามักคิดไมถึงเสมอ เชน ความงามและกลิ่นหอมของดอกไม หรือ ่  ั ธรรมชาติอนออนโยนตางหากทีชวยฟนฟู ่ ุ บูรณะไดอยางดี ชาวญีปนจึงกลับไปรวบรวม เมล็ดพันธุสงมาใหโรงเรียนแหงนั้น เหตุรายของเพื่อนบานนาจะทําให คนไทยไดคิดบาง แทนที่จะสรางวัตถุ หวานโปรยเงินทอง ลองสงเสริมใหปลูก พรรณไมหอมในบาน โรงเรียน ที่ทํางาน หรือที่ศาลาวาการทุกจังหวัดดีไหม? อันที่จริงแนวปฏิบัติเชนนี้อยูใน วัฒนธรรมไทยแตโบราณแลว เชน การ แนะนําใหปลูกไมหอมในบาน แตขาด ่ การสงเสริมและศึกษาพัฒนากันตอเนือง ทั้งๆ ที่กลิ่นหอมของพรรณไมตางๆ ที่  ปลูกอยูในบานมีประโยชนหลายมากมาย โดยเฉพาะกลิ่นหอมเย็นที่ชวยทําให กลามเนื้อคลายตัว ทําใหรางกายได พักผอนอยางเต็มที่เวลานอนหลับ ่ ิ ขอแนะนําพรรณไมหอมทีนยมปลูกไว ในบานของชาวไทยในอดีตสักตน คือ ตนเขี้ยวกระแตหรือพุทธชาด (บางที่ เขียนวา พุทธชาติ) (Jasminum auriculatum Vahl) หรือบางทองถิ่นก็ ยอมใจใฝสันติ คติเตือนใจนี้มาจากการ สนทนาธรรมกับพระไพศาล วิสาโล พระผูทํางานดาน ศาสนธรรมกับการพัฒนาตน และสังคม เลาใหคิดวา เมื่อ ครั้งประเทศกัมพูชาตองเผชิญ ศึกสงครามโหดราย คนในชาติ รบราฆาฟน บานเมืองยอยยับ ทุกอยางเลวรายไปหมด เด็กๆ กลายเปนเหยื่อสงคราม ไมมี โรงเรียนใหไปเรียนหนังสือ มี แตโครงเสากับหลังคารั่วพอบัง แดดฝนบางเทานั้น ้ ่ ุ  ่ มีชาวญีปนกลุมหนึงจิตใจดีงาม ตังใจ แนวแนจะนําเงินทองมาสรางอาคาร หรือ ซื้อขาวของใหแกเด็กๆ หรือครู เพื่อใชใน การสอนหนังสือ แตเมื่อเขาฝาฟนเดินมาถึง กลับงง และแปลกใจวา ความตองการของครูใน โรงเรียนหลังสมรภูมิรบ ไมไดตองการ เงินทองที่จะนํามาสรางอาคารหลังใหม หรือโตะเกาอี้ตัวใหมแตอยางใด ครูชาวเขมรเขาตองการอะไร ลอง ทายดู ? เขาเพียงตองการ “เมล็ดพันธุไมดอก ไมประดับนานาชนิด” เทานั้น เพื่อนํา เรียกวา บุหงาประหงัน ตนไมนี้ถาดูจากประวัติศาสตรไมใช ไมไทยแท เปนพรรณไมที่มีถิ่นกําเนิด จากประเทศจีนและประเทศอินเดีย แต เปนไมที่นิยมปลูกตามบานและมีความ ผูกพันในสังคมไทยในอดีตมาก ั  เด็กๆ ทุกคนโดยเฉพาะผูหญิงจะรูจก ไมชนิดนี้เปนอยางดี เพราะตองผานการ ้ ื ฝกฝมอใชดอกเขียวกระแต มารอยมาลัย อุบะ และงานดอกไมอื่นๆ ความสัมพันธของไมนี้ ปรากฏชัดเจน ในพระนิพนธกาพยเหเรือของเจาฟา ธรรมาธิเบศ วา “สายหยุดพุทธชาด บานเกลื่อนกลาดดาษดาไป นึกนองกรองมาไลย วางใหพี่ขางที่นอน” หรือจะดูวาคนสมัยตนรัตนโกสินทร ตางนิยมปลูกไมชนิดใดมากขนาดไหน ดูไดจากพระราชนิพนธ เรื่อง อิเหนา ของรัชกาลที่ 2 ไดกลาวไววา “พื้นเตียนเลี่ยนลาดศิลาลาย พฤกษารายรอบพลับพลาสะตาหนัน สายหยุดพุทธชาดมะลิวัลย เลื้อยพันกําแพงแกวเปนแถวทิว” ่ ่ ทานทีเคยดมกลินพุทธชาด จะสัมผัส กลิ่นหอมออน เย็นชื่นใจ คลายเครียด และชวยทําใหนอนหลับสบาย ในอดีตจึง นิยมทําเปนมาลัย หรือทําเปนชอไวใน หองนอน เปนยากลางบานที่ไมตองปรุง เพียงแคบํารุงดิน ชวยปลูกใหทั่วไทย นาจะทําให จิตใจสงบเย็น เห็นสันติเกิดไดในใจคน 52 สิงหาคม - ตุลาคม 2553 ภาพประกอบ www.google.com / www.flickr.com-คนหา ดอกพุทธชาด
ดาวน์โหลดเอกสารแบบ PDF

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: 

  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 7 พฤษภาคม 2553 - กรกฎาคม 2553
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 - เมษายน 2553
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 5 พฤศจิกายน 2552 - มกราคม 2553
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 4 สิงหาคม 2552 - ตุลาคม 2552
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 3 พฤษภาคม 2552 - กรกฎาคม 2552
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 - เมษายน 2552
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 1 พฤศจิกายน 2551 - มกราคม 2552
ภาพประกอบลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์
เนื้อหานี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย โดยแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

แบ่งปันให้กับเพื่อน

  • email
  • print
  • อ่าน 23 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น

เมนูเพื่อนสร้างสุขภาวะ

  • ภาคีบอกข่าว
  • เรื่องเล่าจากภาคี
  • แนะนำภาคี
  • รอบรู้เรื่องโครงการ
  • มัลติมีเดีย
  • แนะนำสื่อ
  • แกลลอรี่
  • บล็อก
  • รอบรู้สุขภาพโลก

ยอดนิยม

ภาพประกอบ ควันมรณะเต็มสุวรรณภูมิ เร่งรัฐประกาศกระทรวงด่วน
ควันมรณะเต็มสุวรรณภูมิ เร่งรัฐประกาศกระทรวงด่วน
อ่าน: 565

งานวิจัยพบว่า ควันบุหรี่มือสองมีเต็มสนามบิน สูงกว่าอเมริกา 4 เท่า สำรวจพบว่านักท่องเที่ยวหนุนสนามบินปลอดบุหรี่ แนะรัฐแก้ไขประกาศกระทรวง และ บังคับใช้กฎหมายด่วน

  • ห่วงผู้สูงอายุไทย ขาดคนดูแลยามแก่เฒ่า
  • วิจัยพบสัมผัสแร่ใยหินร่วมสูบบุหรี่ ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งปอด
  • ชวนชมหนังสั้น “เล่าเรื่องผู้บริโภค 6+1 เรื่อง” ฟรี!

ป้ายคำ

  • ชุมชนสร้างสุข
  • ปวดศีรษะ
  • พิษร้ายของแมลง
  • พื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า
  • ยาต้านไวรัส
  • ร็อกเกอะเฟลเลอร์
  • สสส.สปอร์ต ลีดเดอร์ฯ
  • สุขภาพหญิงไทย
  • อัตราการจ่ายเงินชดเชย
  • เด็กชาย
  • เท้า
  • แนะนำภาคี
  • แหล่งท่องเที่ยว
  • โรคมะเร็งเต้านม
  • Dorter Me Sex
ดูป้ายคำทั้งหมด
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก

ขนาดตัวอักษร

  • ตัวหนังสือขนาดปกติ
  • ตัวหนังสือขนาดปานกลาง
  • ตัวหนังสือขนาดใหญ่

ปรับรูปแบบการแสดงผล

  • ปรับการแสดงผลให้แสดงในรูปแบบปกติ
  • ปรับการแสดงผลให้แสดงสำหรับคนสายตาเลือนราง

ติดต่อเรา

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8
ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ
เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

โทรศัพท์ 02-343-1500
โทรสาร 02-343-1551

แผนที่บน Google Maps

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง
แผนผังเว็บไซต์   ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์   Mobile Site
สัญญาอนุญาต cc by-nc-saแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย

Valid XHTML + RDFa Level Double-A conformance icon, W3C-WAI Web Content Accessibility Guidelines 1.0

รวมลิงก์ภายในของสสส.

  • เว็บหลัก สสส.
  • เว็บองค์กร สสส.
  • ผลงาน สสส.
  • ศูนย์ข้อมูล สสส.
  • ค้นหาโครงการ สสส.
  • เว็บคอมมูนิตี้
  • English Site