พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 - เมษายน 2553
โดย webmaster | วันที่ 11 มกราคม 2555
กลับมาสวัสดีกันอีกครั้ง นั่นหมายถึงครบรอบ 3 เดือน อีกแลวคะ
หลังจากนิตยสาร พลัง+งาน นําเสนอ เรื่องราวของพลังงานทางเลือกที่นาสนใจ สําหรับชุมชนไลเรียงมาตั้งแต... ไบโอแกส : จากขี้หมูสูเตาแกส , ชีวมวล : ชีวมวลยุคใหม เผา (เศษ) ไม... ไดมากกวาถาน , ลม : “พลังงานลม” สายลมแหงความหวัง พลังแหงการ เปลี่ยนแปลง , น้ำ : กังหันน้ำจิ๋ว ไฟฟา ฟรี...ฝมือชาวบาน , ไบโอดีเซล : ไบโอ ดีเซลจากกนกระทะ และฉบับทีอยูในมือของทุกทาน ก็จะเปน ่ การปดทายขบวนดวย...พลังงานแสง อาทิตย ระหวางการวิ่งไลเก็บขอมูลเกี่ยวกับ พลังงานแสงอาทิตยจากที่โนนที่นี่ พวกเรา ชาว ‘พลัง+งาน’ ก็รูสึกตื่นตาตื่นใจอยูเปน ระยะ เมื่อไดรับรูขอมูลความเกงกาจของ
คนไทยที่นําพลังงานจากดวงอาทิตยมาใช ประโยชนกันอยางมากมาย และหลาก หลาย ไมวาจะเปนไกยางพลังแสงอาทิตยที่ นุม หอม และอรอย...Solar Farm ของคน ไทยรอยเปอรเซ็นต...คนเกงจาก มหาวิทยาลัยนเรศวร...และ Solar Roof ที่ กําลังเยายวนบนหลังคาบาน ทุกอยางลวนใชแสงแดดเปนเชื้อเพลิง ทั้งนั้น ที่สําคัญคือ...สะอาด และฟรี ตามมาสนุกกับพวกเราไดเลย... สวนสมาชิกทานใดไมไดรับนิตยสาร พลัง+งาน แจงมาไดที่ 02-9209691-2 หรือสงอีเมลมาที่ energygreenhealth@yahoo.com ฉบับหนา เตรียมพบกับซีรีสใหม สวน จะเปนอยางไร ตองติดตามกันเชนเคยคะ อวยพร แตชูตระกูล email : energymag@hotmail.com
ที่ปรึกษา : รศ. นพ. กําจร ตติยกวี, นพ. ชาตรี เจริญศิริ, งามจิตต จันทรสาธิต,
วิฑูรย เพิ่มพงศาเจริญ, วีรพงษ เกรียงสินยศ, ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร, ดร. สราวุธ แกวตาทิพย กองบรรณาธิการ : ดร. เดชรัต สุขกําเนิด, อวยพร แตชูตระกูล, ฐิตินันท ศรีสถิต, รุงทิพย สุขกําเนิด, ศุภกิจ นันทะวรการ, นาวิน โสภาภูมิ, กัลยา นาคลังกา ผูประสานงาน/โฆษณา/สมาชิก : กัลยา นาคลังกา, ยวิษฐา พิทักษวัชระ โทร 02-920 9691-2 บรรณาธิการศิลปกรรม : ดวงกมล กุลฉันทรุจิกร hellonong_@hotmail.com ศิลปกรรม : สุกัญญา วชรเนตร จัดพิมพโดย : มูลนิธินโยบายสุขภาวะ เลขที่ 87/495 หมูบานภัสสรรัตนาธิเบศร ซ.31 ถ.บางกรวย-ไทรนอย ต.บางรักใหญ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110 โทร 02-920 9691-2 แฟกซ 02-920 8845 email : energygreenhealth@yahoo.com สนับสนุนโดย : ชุดโครงการสนับสนุน จัดการความรู และประเมินผล โครงการวิจัยและพัฒนา “พลังงานทางเลือกเพื่อสุขภาพในชุมชน” สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.) ผลิตโดย : ทีมงาน “เมล็ดพันธุสีเขียว” 211/2 ถ.งามวงศวาน ซอย 31 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทร 087-4978087 email : energymag@hotmail.com พิมพที่ : บริษัท ออฟเซ็ท ครีเอชั่น จํากัด โทร 02-882 5486-7
สําเนียงสอภาษา กริยาสอสมอง
42
“น้ำยา (ลางหองน้ำ) ที่ไมไรน้ำยา”
สารบัญ
ถามมา-ตอบไป :
คนเมืองจะพัฒนาพลังงานทางเลือกไดอยางไร
26
โรงเรียนสา... เมื่อขยะมีคา เกินกวาจะทิ้ง
3 4 6 10 18
พลังงานจากตางแดน :
สเปน...ผูนําพลังแสงอาทิตย
ชุมชนตนแบบ : เรื่องจากปก : หองรับแขก :
6
30 33 36 38 40 42 44 46 47 48
โรงเรียนสา...เมื่อขยะมีคาเกินกวาจะทิ้ง พลังงานจากดวงอาทิตย
โรงไฟฟาแสงอาทิตย ผลผลิตของคนไทย
การลงทุนสีเขียว :
ชีพจรลงเทา :
ผศ.ดร.นิพนธ เกตุจอย ฟนธง...พระเอกคือแสงอาทิตย นางเอกคือชีวมวล
ปนรถถีบ ละเลียดแอวเวียงสา
ขุมพลังขางบาน : รูทัน...พลังงาน : จับเขาเลาเรื่อง : สัตวมหัศจรรย :
พลังงานนารู : ฉลาดใช :
ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของโรงไฟฟานิวเคลียร “น้ำยา (ลางหองน้ำ) ที่ไมไรน้ำยา”
22
อุดรูรั่วดานพลังงาน (ตอนที่2) รับมือหนารอน (ที่สุด) พลังงานหมุนเวียนอันนอยนิดของ กฟผ. พลังงานของชาวบานนรสิงห สําเนียงสอภาษา กริยาสอสมอง
26 27
โลกออนไลน :
แตมสีเขียวใหชีวิตกับ www.green.in.th
ขอมูลชวนคิด :
ถูกหรือแพง แลวแตจะเลือกใชตัวเลข
28
30
โรงไฟฟา แสงอาทิตย ผลผลิตของคนไทย
ประลองยุทธ : ตีฆองรองปาว : ตม-ยํา-ทํา-แกง :
ขาวผัดรถไฟ
สมุนไพรใกลรั้ว :
ชบาแดง สีสวย ดับรอน
: ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 6 กุมภาพันธ - เมษายน 2553
ตอบ : เดชรัต สุขกําเนิด email : tonklagroup@yahoo.com
ถามมา -ตอบไป
คนเมืองจะพัฒนาพลังงานทางเลือกไดอยางไร?
“
ņņņ †† †††Å†Åņņ † †† †††ÅÅÅÅÅÅÅņ ņÅņ†† † : ÅÅÅ ÅÅ † ††ÅÅÅÅÅ ÅÅÅņ†††† ††† ņ †ÅŠņņņ † ņÅÅÅ ÅÅ ††Å† †Å† † ņŠŠņ ņ† ÅÅ
† † †† † ÅÅÅņ††††Å††† † † ņ†††††††Å† † ŠŠņ ÅÅÅÅÅņņ ††ÅÅÅÅņÅÅÅÅņ ÅÅÅÅÅÅÅņņ ††ÅÅÅņ ņŠÅÅÅņ††† ††† ņ††Å†ÅÅņ†Å ņņ††† †ÅÅņ†Å† ††††Å†††Å† †† Åņ† Å ÅÅÅņ ÅÅņņ††Åņ†Å†ÅÅÅÅņņІÅÅÅÅÅņÅÅņņ ņŠņņ ņ Šņņņ Å † Å Å ††Å† ņ ņÅÅÅÅÅņņ††††Å+ÅÅņ ņÅÅņņÅņÅÅÅÅÅÅņ ņ ņ†††† † ÅÅÅÅÅÅņ† ††† ņ††ÅÅņ†Å†††† ††† ņ † ņÅ
กังหันลมบนดาดฟา
ที่มา: http://www.weekendhobby. com/offroad/newenergy/question. asp?page=3&ID=283
ņņņ ņņņņņņņņņ
[
แมวาตัวอยางสวนใหญที่เรานํา เสนอในนิตยสารพลัง+งาน จะเปน ตัวอยางในชนบท ซึ่งคงประยุกตใช ในเมืองไมได เชน การเผาถาน แต หลายตัวอยางก็เปนชุมชนในเมือง (เชน ไบโอดีเซล) หรือชุมชนเมือง สามารถนํามาปรับใชไดโดยงาย (เชน กาซชีวภาพ) เนื่องจากคนเมืองเปนผูใช พลังงานมากกวาชุมชนในชนบท หลายเทา ดังนั้น สิ่งสําคัญที่คนเมือง ควรชวยกันอยางเรงดวนคือ การจัดการ ดานการใชพลังงานของตนใหมี ประสิทธิภาพ พลัง+งาน ฉบับนี้ก็พูดถึงการ อนุรักษพลังงานในบานเรือน ซึ่ง สามารถนําไปปรับใชไดโดยตรง หลายวิธี โดยเฉพาะในการลดการใช
ตอบ : ไดครับ
ไฟฟาสําหรับเครื่องปรับอากาศ ลอง พลิกดูไดนะครับ นอกจากนั้น คุณคนกลางเมือง ยังสามารถนําเอาเทคนิคบางอยาง เชน กาซชีวภาพขนาดเล็ก ประมาณ 1 ลูกบาศกเมตรไปใชทดแทนกาซ หุงตมได โดยลงทุนเพียงประมาณ 5,000 บาท แตตองมีปริมาณขยะ อินทรีย เชน เศษอาหาร อยางพอ เพียงครับ เตาเชื้อเพลิงแกลบก็สามารถนํา มาใชในเมืองไดนะครับ เพราะไมมี ควัน และใชสะดวก ลงทุนประมาณ 4,000 บาท เพียงแตตองหาแกลบ ใหได อีกอยางหนึ่ง ซึ่งนาสงเสริมกันก็ คือ เครื่องทําน้ำอุนพลังแสงอาทิตย ซึ่งลดการใชไฟฟาลงไดมาก และมี หลายแบบใหเลือก ตั้งแตประมาณ
หมื่นกวาบาทจนถึงหาหมื่นกวาบาท ที่เริ่มจะมีการติดกันมากขึ้น เรื่อยๆ คือ แผงโซลารเซลล ทั้งนี้ เพราะตนทุนถูกลงอยางรวดเร็ว และ มีรูปแบบการประยุกตใชที่นาสนใจ มากขึ้นเชน ใชในการสูบน้ำหรือ ทําน้ำพุแตงสวน สุดทายที่ผมนํารูปมาฝากกันคือ การนํากังหันลมขนาดเล็กไปติดตั้ง บนดาดฟา ซึ่งจะมีลมแรงกวาที่ระดับ พืนดิน โดยเฉพาะหากอยูใกลทางดวน ้ หรือทางยกระดับ รับรองกังหันวิ่งฉิว เลยครับ หวังวาคุณคนกลางเมืองคงจะ มองเห็นแนวทางที่เหมาะสมสําหรับ คุณนะครับ หากทดลองแลวก็สงมา เลาแลกเปลี่ยนกันไดนะครับ
หากมีขอสงสัยที่คิดไมออก และหาคําตอบไมได ในทุกเรื่องเกี่ยวกับพลังงาน อยาปลอยความสงสัยใหคางคาใจ อีกตอไป เพียงแคสงคําถามมาที่ email : tonklagroup@yahoo.com ...รับรองวาเมื่อคุณกลาถาม...เราก็กลาตอบ
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
“
]
3
พลังงานจากตางแดน
เรื่อง : ดาวพลูโต
สเปน...ผูนํา
เมื่อตั้งเปาวาจะกาวไปสูการใชชีวิตที่ไมปลอย กาซเรือนกระจกใหเปนภาระของโลก...สเปนจึง ตั้งหนาตั้งตาพัฒนาพลังงานจากแสงอาทิตย จนขึ้นแทนผูนํา หมายเลข 1 ของโลก
พลังแสงอาทิตย
1
2
ประเทศสเปน ไดชอวามีพฒนาการ ื่ ั ในการใชพลังงานแสงอาทิตยกาว กระโดดมากทีสดของโลก เขียประเทศ ุ่ ่ ญี่ปุนใหตองนั่งเกาอี้ “อดีต” ผูนํา ดานพลังงานแสงอาทิตยไปเรียบรอย วากันวาปจจัยสําคัญที่ผลักดันให สเปนกาวขึ้นมาเจิดจรัสเรื่องพลังงาน แสงอาทิตยในเวทีโลก ก็คือนโยบาย ดานพลังงานของประเทศนั่นเอง ทั้งนี้ประเทศสเปนตั้งอยูใน ตําแหนงที่รับแสงอาทิตยมากกวา ประเทศอืนๆ ในยุโรป ทังยังเชียวชาญ ่ ้ ่ ในเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตยถงขัน ึ ้ มีโรงงานผลิตเพื่อสงออกอยางเปนล่ำ เปนสัน โดยกวา 80 เปอรเซ็นตถูก สงออกไปขายใหประเทศเยอรมัน รัฐบาลสเปนจึงใชจุดแข็งที่มีอยู ประกาศเปนนโยบายระดับชาติวา ภายในป 2553 จะใชพลังงานสะอาด ในสัดสวน 12 เปอรเซ็นตของพลังงาน ที่ใชในประเทศ โดยตั้งเปาวาจะผลิต ไฟฟาจากพลังงานแสงอาทิตยจํานวน 3,000 เมกะวัตตใหไดในอนาคต เมื่อวางเปาหมายชัดเจน เดือน มีนาคม ป 2547 กําแพงแหงอุปสรรค นานับประการที่เคยขวางกั้นการ เติบโตของการนําพลังงานจากดวง อาทิตยมาใชก็ถูกทลายลง รัฐบาล สเปนประกาศใหเทคโนโลยีหลาก หลายรูปแบบของการใชพลังงานจาก ดวงอาทิตย เปนสิ่งที่รัฐบาลพรอม สนับสนุนอยางเต็มที่ 3 ปตอมา ทั่วทั้งโลกก็ไดรับรูถึง ความตั้งใจจริงของสเปน เมื่อหอคอย สูง 300 ฟุต รายรอบไปดวยแผงรับ แสงอาทิตย 624 แผน ทํามุมสะทอน
4
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
3
4
กลับไปยังจุดรวมแสงบนหอคอย เพื่อ ผลิตไฟฟาจากแสงอาทิตยชื่อ PS10 กําลังการผลิต 11 เมกะวัตต ซึ่งตั้ง 4 อยูทางตอนใตของเมือง Seville ถูก เปดใชงานสําหรับ 1,800 ครัวเรือน ขณะเดียวกันหอคอยแหงนี้ก็ถูก บันทึกไววาเปนโรงไฟฟาพลังงานแสง อาทิตยแหงแรกของยุโรปที่มีการผลิต ในเชิงพาณิชยอีกดวย... อยางไรก็ตาม ไมไกลจากหอคอย PS10 เทาไรนัก หอคอยแหงใหมเพื่อ ผลิตไฟฟาจากแสงอาทิตยที่มีขนาด ใหญกวาใกลเปดใชงานเต็มที โดยโรง ไฟฟาแหงใหมชื่อ PS20 มีกําลังการ ผลิต 20 เมกะวัตต เพื่อปอนไฟฟาให กับผูคน 11,000 ครัวเรือน จะถูก บันทึกไวในสถิติโลกวาเปนหอคอย ผลิตไฟฟาพลังงานแสงอาทิตยที่ใหญ ที่สุดในโลก
รัฐบาลสเปนตั้งเปาหมายวา ในอนาคตอันใกล ชาวบานกวา 700,000 คนที่อาศัยอยูในเมือง Seville ก็จะใชไฟฟาที่ผลิตขึ้นมาจาก แสงอาทิตยกันอยางถวนหนา ไมเพียงเทานัน สเปนก็มโรงไฟฟา ้ ี จากพลังงานแสงอาทิตยเกิดขึ้นแหง แลวแหงเลา ดวยเทคโนโลยีที่หลาก หลาย ทันสมัยและมีกําลังการผลิตที่ มากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลเดียวเทานั้น ที่ทําให ประเทศสเปนกาวขึ้นสูผูนําดาน การผลิตไฟฟาจากแสงอาทิตย อยางรวดเร็ว นั่นคือ ลดการ ปลอยกาซเรือนกระจกใหมีคา เทากับ...ศูนย
ขอมูลจาก www.inhabitat.com/2007/05/21/ sevilles-solar-power-tower/ www.green-blog.org/2009/01/14/ spain-to-open-worlds-biggest-solarpower-tower/ http;//ecoworldly.com/2009/04/07/ spain-leads-the-world-in-new-solarenergy-development/
ภาพประกอบ 1 http://ecofuture.net/aliceinwonderland/wp-content/blogs.dir/3/files/ solar_power_plants/ps10.jpg 2-3 http://en.wikipedia.org/wiki/PS10_ solar_power_tower 4 http://www.flickr.com/photos/ 29010888@N02/3966366859/
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
5
ชุมชนต้นแบบ
เรื่องและภาพ : ฐิตินันท์ ศรีสถิต และ อวยพร แต้ชูตระกูล
โรงเรียนสา...
เมื่อขยะมีค่า เกิ น กว่ า จะทิ้ ง
กระดาษใช้แล้ว ขวดพลาสติก เศษอาหาร ใบไม้ที่ร่วงเกลื่อนพื้น อาจเป็นสิ่งซึ่งใครหลายคนโยนทิ้งลงถังขยะเพื่อรอเวลากำจัด แต่ไม่ใช่สำหรับที่นี่...ที่โรงเรียนสา
จุดเริ่มของวิสัยทัศน์สีเขียว “ก่อนหน้านีขยะจากการกินพวกถุงพลาสติกและกระดาษ ้ เป็นปัญหาใหญ่ ความจริงถังขยะก็มี แต่อาจจะอยู่ไกลมือ สักหน่อยเลยทิ้งกันเรี่ยราด ทำให้โรงเรียนมีสภาพไม่น่าดู จึงเรียกประชุมครู นักเรียน และตัวแทนผู้ปกครอง โดยตั้ง เป้าหมายว่า จะทำอย่างไรให้โรงเรียนมีสภาพสวยงาม” ณรงค์กร ดวงพิกุล ผู้อำนวยการ อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับ โรงเรียนสาเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว สุดท้ายได้ข้อสรุปร่วมกัน คือ แบ่งเขตพื้นที่ให้นักเรียน แต่ละห้องช่วยกันดูแลรับผิดชอบเรืองความสะอาด ขณะเดียวกัน ่ ครูก็ต้องพยายามแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการเก็บกวาดขยะ รีไซเคิลขยะ และจัดการขยะเข้าไปในหลักสูตรการเรียนการ สอนในทุกระดับชั้นเรียน กระทั่งเห็นความเปลี่ยนแปลง ชัดเจนว่า โรงเรียนสวยงามสะอาดตาและนักเรียนเองก็ใส่ใจ รักษาความสะอาดมากขึ้น
เด็กๆ แยกเศษอาหาร ขณะเอาจาน ชามไปเก็บ
โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ในอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เป็นเสมือนบ้านหลังที่สองของ นั ก เรี ย นตั้ ง แต่ ชั้ น ม.1 ถึง ม.6 ราวๆ 1,700 ชีวิต โดยมี คุ ณ ครู ป ระมาณหนึ่ ง ร้ อยคนช่วยกันรับผิดชอบงานสอน หนังสือและบริหารโรงเรียน ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตโรงเรียน สิ่งแรกที่ทีมงานนิตยสาร พลัง+งานสังเกตเห็นคือ ความสะอาดสอ้านของสถานที่และ บริเวณโดยรอบ แม้ใบไม้แห้งจำนวนมากที่ร่วงหล่นก็ยังถูก กวาดรวมเป็นกองๆ ไว้ที่โคนต้นอย่างเป็นระเบียบ
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553
เรื่องสิ่งแวดล้อม อย่าไปเร่ง ต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ ทำ ผลสำเร็จ จะเกิดเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่เมื่อเกิดแล้ว มันจะเกิดนาน
ณรงค์กร ดวงพิกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนสา
“พูดง่ายๆ ให้เด็กค่อยซึมซับจนรู้ว่า ขยะสามารถเปลี่ยน เป็นเงินได้ ถึงวันนี้เศษกระดาษกลายเป็นของมีค่าสำหรับ เด็กๆ ไปแล้ว” ครูณรงค์กร เล่าอย่างอารมณ์ดี จึงไม่นาแปลกใจทีทกห้องเรียนจะมีกล่องใส่เศษกระดาษ ่ ่ ุ เพื่อรวบรวมส่งขายธนาคารขยะอย่างสม่ำเสมอ ในส่วนของ ธนาคารขยะนั้น นักเรียนเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด ตั้งแต่ ชั่งน้ำหนัก จดบันทึกรายละเอียด และทำบัญชีระบบซื้อขาย ขยะ โดยรับซื้อขยะ 4 ประเภท คือ กระดาษขาว กระดาษสี กระดาษโรเนียว และพลาสติก เมื่อมีปริมาณมากพอก็จะขายต่อให้กับร้านรับซื้อขยะ รีไซเคิล ช่วงแรกที่เปิดดำเนินการสามารถรวบรวมขยะ รีไซเคิลได้เยอะมากจนต้องส่งขายเป็นประจำทุกเดือน แต่ ระยะหลังขยะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษหรือพลาสติกถูกนำ ไปต่อยอดใช้ประโยชน์มากขึ้นเรื่อยๆ จนความถี่ในการขาย ขยะรีไซเคิลลดลงเหลือเพียงเทอมละครั้งเท่านั้น
พวงหรีดสุดเก๋ จากกระดาษหลากสี
ต่อยอดประโยชน์จากขยะ เมื่อลงมือแยกประเภทอย่างเป็นระบบ นอกจากสิ่งที่เคย เป็นขยะจะอยูถกทีถกทางมากขึน มันยังถูกเติมแต่งด้วยไอเดีย ู่ ู่ ้ สร้างสรรค์ของครูและนักเรียน เพื่อต่อยอดการใช้ประโยชน์ จนคุ้มค่าและน่าทึ่ง กระดาษโรเนียว เนื้อหยาบ สีหม่น คือวัตถุดิบชั้นดี สำหรับการพับเพือแปลงร่างเป็นดอกไม้จนทน์สำหรับงานศพ ่ ั ซึ่งทดแทนการส่งเยื่อไม้มือหนึ่งเข้าไปมอดไหม้ในเปลวเพลิง ได้อย่างเยี่ยมยอด กระดาษหนังสือพิมพ์ รวมถึงกระดาษแผ่นขาวและเหลือง จากสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์ที่ล้วนโดดเด่นเรื่องความบาง ถูกนำมาม้วนพับเป็นแท่งกระดาษขนาดพอๆ กับบะหมี่เส้น แบน ไม่เพียงสานเป็นกระบุงกลมกระบุงเหลี่ยมสำหรับใส่ ของจุกจิก ยังสานเป็นกลีบแล้วมัดรวมกันเป็นดอกไม้ กระดาษ ก่อนจะประดับตกแต่งจนได้เป็นพวงหรีดอายุยืนที่ ดูสวยแปลกตา
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553
เข่งแยกขยะในธนาคารประจำโรงเรียน
เด็กๆ สาธิตการผลิตกระดาษสา...ง่ายแค่พริบตา
แก้วน้ำประจำตัว...วัฒนธรรมประจำโรงเรียน
แม้เศษกระดาษสารพัดก็ยังถูกนำมาผลิตเป็นกระดาษ ทำมือ ด้วยวิธีเดียวกับการผลิตกระดาษสาอย่างง่ายๆ คือฉีก เป็นชิ้นเล็กๆ แช่น้ำข้ามคืนจนเปื่อย ปั่นผสมกับ “ไก” (สาหร่ายน้ำจืดที่ช่วยประสานให้เยื่อกระดาษเกาะกันเป็น แผ่น) ช้อนเยื่อกระดาษด้วยตะแกรงสี่เหลี่ยม แล้วตากแดด จนแห้งสนิท หลังจากนั้นตกแต่งลวดลายหรือพ่นสีได้ตาม อัธยาศัย ส่วนใบไม้ที่นักเรียนช่วยกันกวาดในยามเช้า จะมีคนงาน มาเก็บขึ้นรถเพื่อนำไปทำปุ๋ย ด้วยวิธีง่ายๆ แค่กองรวมกัน รดน้ำพอชุ่ม เติมปุ๋ยหมักเสียหน่อย แล้วรอ...มันจะย่อย สลายกลายเป็นปุ๋ยที่พร้อมใช้งาน ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งครูและนักเรียนยังพยายามทำน้ำหมัก ชีวภาพจากส่วนผสมเพียง 2 อย่าง คือ เศษอาหารและกาก น้ำตาล โดยไม่เติม พด. 1 ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการย่อย สลาย ครูณรงค์กรยืนยันถึงเรื่องนี้ว่า ประสบความสำเร็จ มากในการส่งต่อประโยชน์ถึงชุมชน เพราะนอกจากจะใช้ บำรุงต้นไม้ที่ปลูกอยู่ทั่วไปภายในโรงเรียนแล้ว ยังแบ่งใส่ ขวดแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่ต้องการด้วย
แก้วน้ำสุดหรรษา...เด็กก็ชอบ แม่ค้าก็ขอบเหมือนกัน
โรงอาหารปลูกวินัย “เป็นวัฒนธรรมของโรงเรียนสาที่นักเรียนจะพกแก้วน้ำ ส่วนตัวมาโรงเรียน อาจไม่ใช่ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ร้อยละ 90 นี่ถึงแน่นอน” ทรงบัญชา บัวจันทร์ ครูหัวหน้างาน สิ่งแวดล้อม สาระวิชาวิทยาศาสตร์ เริ่มต้นเล่าถึงโครงการ แก้วน้ำสุดหรรษา “แก้วน้ำสุดหรรษา” วางเป้าหมายไว้ที่เรื่องสุขอนามัย ป้องกันโรคติดต่อ ช่วยลดขยะแก้วพลาสติกประเภทที่ใช้ ครั้งเดียวทิ้ง ควบคู่กับการประหยัดน้ำและประหยัดพลังงาน ไฟฟ้าสำหรับการปั๊มน้ำ ซึ่งปรากฏผลตอบรับค่อนข้างดีจาก แม่ค้าในโรงอาหาร และเด็กนักเรียนเองก็พอใจ เพราะ สามารถกดน้ำดื่มจากตู้ได้ในทุกครั้งที่กระหาย ทั้งยังได้รับ เครื่องดื่มในปริมาณที่เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเมื่อนำแก้วส่วนตัว ไปซื้อจากร้านค้าในโรงอาหาร อีกสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือระบบการจัดการโรงอาหาร ที่ดีเยี่ยมของสถานศึกษาแห่งนี้ ซึ่งช่วยแยกเศษอาหารเพื่อ สะดวกต่อการผลิตน้ำหมักชีวภาพ ขณะเดียวกันก็ปลูกฝัง ระเบียบวินัยแก่นักเรียนด้วย
น้องๆ กำลังช่วยกันประดิษฐ์ของชิ้นใหม่จากเศษวัสดุ
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553
เอาจาน ชามมาเก็บเมื่อไหร่ เอาชิพสีชมพูคืนไปได้เลย
กลเม็ดเด็ดอยู่ที่การใช้เหรียญพลาสติกหรือ “ชิพ” แทน เงินสด โดยชิพสีฟ้าและชิพสีส้มใช้สำหรับซื้ออาหารและ เครื่องดื่ม แต่ในทุกครั้งที่ซื้อข้าวหรือก๋วยเตี๋ยวนักเรียนต้อง ยื่นชิพพิเศษให้แม่ค้าด้วย มันคือชิพสีชมพูที่โรงเรียนแจกให้ คนละ 2 เหรียญเพื่อใช้เป็นตัวประกันภาชนะ ซึ่งจะได้รับคืน ก็ต่อเมื่อนำจานชามที่รับประทานเสร็จแล้วไปเทเศษอาหาร ลงถังและวางในกะละมังที่จัดเตรียมไว้ นั่นหมายความว่า...หากใครกินอิ่มแต่ไม่เก็บภาชนะก็จะ ไม่มีชิพพิเศษสำหรับแลกซื้ออาหารในมื้อต่อไป ขยายผลสู่ชุมชน กิจกรรมสร้างสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมมิได้ถูกจำกัดอยู่ ภายในโรงเรียนสาเท่านั้น แต่กระโดดข้ามรั้วออกมาสู่โลก ภายนอกด้วย ดังเช่นในปี 50 มีการดำเนินโครงการ “ติ้วซ้า จ่ายกาด” หรือหิ้วตะกร้าไปจ่ายตลาด คือให้นักเรียนออกไป รณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกในตลาดสดในชุมชนใกล้เคียง 3 แห่งคือ ตลาดสดเทศบาลตำบลเวียงสา ตลาดบุญนาค และตลาดสดบ้านกลางเวียง เริ่ ม ต้ น จากการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านทางวิทยุ กระจายเสียงของชุมชนและแผ่นพับข้อมูล เพือทำความเข้าใจ ่ กับชาวบ้านถึงผลกระทบทางสิงแวดล้อมจากการใช้ถงพลาสติก ่ ุ อย่างฟุ่มเฟือย ตามมาด้วยการเดินรณรงค์ในตลาดและแจก ถุ ง ผ้ า พ่ อ ค้ า แม่ ค้ า ก็เข้าใจพอสมควร บางรายหันมาใช้ ใบตองห่อของ บางร้านช่วยติดป้ายสนับสนุนการหิ้วถุงผ้า และตะกร้า “เพราะเป็นคนหมู่มาก เราทำได้แค่ประชาสัมพันธ์ให้ ช่วยกันลดใช้ถุงพลาสติก แรกๆ ก็ดี แต่พอนานไปก็กลับ เหมือนเดิม”
ครูณรงค์กรมองว่า การรณรงค์กับชุมชนนอกโรงเรียน ในโครงการนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จึงยังต้อง ย้ำเตือนอยู่เป็นระยะ หากประเมินในภาพรวม สิ่งที่ครูและนักเรียนช่วยกัน สร้างขึนภายในโรงเรียนสากำลังเดินหน้าไปด้วยดี โจทย์ใหญ่ ้ หลังจากนี้จึงมีเพียง...ทำอย่างไรให้มันดำเนินต่อเนื่องและ ยั่งยืน สิงหนึงทีพอจะเป็นคำตอบได้กคอ “หลักสูตรสิงแวดล้อม ่ ่ ่ ็ ื ่ ดีชีวีมีสุข” ซึ่งจัดทำโดยคณะครูโรงเรียนสาและใช้กับการ เรียนการสอนของที่นี่มาแล้วเป็นเวลาสองปีเต็ม โดยมีหัวใจ สำคัญอยูทการบูรณาการเรืองสิงแวดล้อมเข้ากับหลากหลาย ่ ี่ ่ ่ สาระวิชา ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย คณิตศาสตร์ สังคม วิทยาศาสตร์ ฯลฯ เด็กๆ จึงมีโอกาสซึมซับจิตสำนึกสีเขียว อยู่เป็นประจำ คงไม่จำเป็นต้องสาธยายถึงรางวัลต่างๆ ที่โรงเรียนสา เคยได้รับ เพราะทั้งหมดที่เล่ามาก็พอจะยืนยันได้แล้วว่า นี่เป็นอีกหนึ่งต้นแบบสีเขียวขนานแท้...ที่ควรค่าให้ชุมชน อื่นๆ ได้เดินตาม
ไม่อายค่ะ เพื่อนๆ ก็พก กระติกน้ำกันทุกคน หนูว่าดีนะคะ เพราะเราจะ ไม่ติดเชื้อโรคจากคนอื่น แล้วคนอื่นก็ไม่ติดเชื้อโรค จากเราด้วย
ด.ญ.ศุภิสรา แก้วมอยคำ นักเรียนชั้น ม. 3/1
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553
เรื่องจากปก
เรื่องและภาพ : อวยพร แตชูตระกูล และ ฐิตินันท ศรีสถิต
พลังงาน จาก
ดวงอาทิตย
แสงแดดที่สองสวางในเวลากลางวัน ถูกนํามาใชประโยชนในชีวิตประจําวัน มานานแสนนาน ทั้งตากเสื้อผา ตากอาหารเพื่อเก็บไวกินในวันขางหนา ยิ่งนานวัน แสงอาทิตยกลับมีอิทธิฤทธิ์มากกวานั้น เพราะถึงขั้นผลิตกระแสไฟฟาใชไดโดยไมตองจายคาเชื้อเพลิง
10
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
กลวยตาก ปลาเค็ม หมึกแดดเดียว หรือตากเสือผา...กลาย ้ เปนเรื่องธรรมดา เมื่อลองไลเรียงดูวามนุษยเราใชประโยชน จากความรอนของพระอาทิตยดวงกลมโตอยางไรบาง แต “ลูกไฟ” ดวงใหญยักษที่แบงปนกันใชทั่วทั้งโลก ยัง ใหคุณคามากกวานั้น... ลุงศิลา สุทารัต ชาวบานหนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี คือผูหนึงทีควาเอาความรอนแรงจากดวงอาทิตยมาผลิตไกยาง ่ ่ กลิ่นหอมกรุน จนโดงดังไปถึงประเทศญี่ปุน เกาหลี และ ออสเตรเลีย “เดิมผมมีอาชีพขายกระถางตนไม แตวันหนึ่งมีรถทัวร มาจอดอยูหนาบาน แลวแสงแดดที่สองมาโดนกระจกเงาของ รถ สะทอนกลับเขามาถึงผม ก็รสกรอนมาก จึงคิดวานาจะเอา ู ึ แสงสะทอนจากดวงอาทิตยมาใชได” นันคือจุดเริมตนของรานไกยางพลังแสงอาทิตยของลุงศิลา ่ ่ และปามาลี ซึงตังอยูรมทางรถไฟใกลกบโรงเรียนเซนตโยเซฟ ่ ้ ิ ั เพชรบุรี แผนกระจกเงาขนาด 5x7 นิ้ว คืออุปกรณสําคัญที่นํามา ใชเรียงตอกันเปนแผนโคงเพื่อรวมแสงอาทิตย กอนสะทอน กลับไปยังไกหมักเครื่องปรุงที่วางเรียงรายอยูฟากตรงขาม ลุงศิลาบอกวา “ตอนแรกลองใชแค 10 แผน ปรากฏวารอน มาก หนาชาเลย” ยางปลา คือบททดสอบแรกทีผานพนไปดวยดี กาวตอมา ่ คือไกยาง และพบวาความรอนไมเพียงพอสําหรับการยางไก ซึ่งตัวใหญกวาปลา จํานวนแผนกระจกจึงขยับเพิ่มขึ้นจนถึง 1,000 แผนเชนทุกวันนี้ โดยใชเงินลงทุน 4.8 หมื่นบาท ขณะที่การดูแลรักษาก็งายดาย เพียงแคคอยเช็ดถูทํา ความสะอาดแผนกระจก พรอมกับระมัดระวังไมใหนกเขา แอบเขามาทํารังเทานั้น ความรอนและแสงแรงจาทีจะสะทอนออกมาจากกระจกเงา ่ ซึ่งสามารถชักรอกเพื่อปรับระดับสูง-ต่ำ หรือซาย-ขวาให ทํามุมรับแสงอาทิตยไดเต็มที่ ทําใหลุงศิลาตองสวมอุปกรณ ปองกันขณะพลิกไกยางไป-มา โดยเฉพาะแวนตาดําและ ผาคลุมหนาอยางมิดชิด “เผลอไมได ไหมดําปเลย” ลุงศิลาบอกพลางขยับไกที่ ถูกความรอนจนน้ำมันจากหนังไกเริ่มไหลเยิ้ม ใหออกไปอยู ดานขาง แลวเลื่อนไกตัวใหมเขามาแทน แตละวัน...ลุงศิลาจะเริ่มลงมือยางไกตั้งแตเวลา 7.0010.00 น. เพราะแสงอาทิตย ในชวงนี้จะทํามุมพอดีกับ กระจกเงา ทําใหเมื่อไกสุกจะมีสีเหลืองสวย หอม...ดูนากิน
ไกยางพลังแสงอาทิตย
อุปกรณยางไกพลังแสงอาทิตย
ลีลาการยางไกยางหมูของลุงศิลา ลุงศิลา สุทารัต
ผลลัพธไกยางหอมฉุยรสเยี่ยม
ซึ่งความจริงก็เปนเชนนั้น เพราะหลังจากคุยไปเรื่อยๆ ระหวางรอชมและชิมผลงาน ไกยางตัวแรกของวันก็สงกลิ่น หอมกรุน แมในยามถูกสับเปนชิ้น...ทั้งนุม...ทั้งหอม “ทั้งถาน แกส น้ำมัน ไมชาก็หมด ปาก็หมดดวย แตถา ใชแสงอาทิตยก็จะชวยอนุรักษปา ชวยลดตนทุนได เพราะใช ฟรีที่สุด สะอาด และไมมีวันหมด” ลุงศิลาวาไวเชนนั้น ทุกวันนี้ รานไกยางพลังแสงอาทิตยของลุงศิลา มีสินคา เพิ่มขึ้นอีก 1 อยาง นั่นคือ หมูยางพลังแสงอาทิตย และยัง คงมีคิวใหสัมภาษณรายการโทรทัศนจากประเทศญี่ปุนอยาง
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
11
(ขวา) อุปกรณรับรังสีดวงอาทิตยแบบแผนเรียบ (ลาง) อุปกรณรับรังสีดวงอาทิตย แบบหลอดแกวสูญญากาศ
(ขวา) ตัวอยางการใชอุปกรณ รับรังสีดวงอาทิตย แบบแผนเรียบเพื่อผลิต น้ำอุนในรีสอรตแหงหนึ่ง
ไมขาดสาย ขณะที่การเชื้อเชิญใหไปโชวการยางไกดวยพลัง แสงอาทิตยในประเทศไทยยังคงไมวางเวน ซึ่งลุงศิลาก็จะมี ชุดกระจกเงารับแสงอาทิตยขนาดเล็ก ติดลูกลอพรอม เคลื่อนที่ สําหรับออกงานโดยเฉพาะ ลุงศิลาหวังวาคนไทยและคนตางชาติที่แวะเวียนมาดูแผง กระจกเงารับแสงอาทิตยที่ใชยางไก ยางหมู จนสามารถ ประกอบอาชีพได จะนําสิ่งที่เห็นไปตอยอดเพื่อชวยคิดคนวา ทําอยางไรถึงจะนําแสงอาทิตยมาผลิตเปนพลังงานออกมา ใชไดเยอะๆ นอกจากจะใชประโยชนจากแสงแดดดวยวิธการงายๆ และ ี ไมซับซอนแบบที่ลุงศิลาลงมือยางไกอยางเปนล่ำเปนสันแลว พลังงานความรอนปริมาณมหาศาลซึงเดินทางไกลมาจาก ่ ศูนยกลางของระบบสุริยะจักรวาล ยังถูกใชเปนวัตถุดิบ ตนทางสําหรับการเปลี่ยนน้ำธรรมดาใหกลายเปนน้ำรอน เทานันยังไมพอ ยังมีทพเศษและนาทึงกวานัน...แสงแดด ้ ี่ ิ ่ ้ ที่พวกเราคุนเคยสามารถลดดีกรี ความรอนระอุภายในหอง หรือภายในอาคารใหเย็นฉ่ำขึ้นโดยไมตองงอกระแสไฟฟา ไดอีกดวย ซึงการผลิตน้ำอุนน้ำรอนจําเปนตองติดตังอุปกรณรบรังสี ่ ้ ั ดวงอาทิตย หรือ “โซลาร คอลเลกเตอร” (Solar Collector) โดยมันจะทําหนาทีเปลียนแสงอาทิตย ใหกลายเปนความรอน ่ ่ เมื่อปลอยใหน้ำหรืออากาศเคลื่อนที่ผาน ก็จะไดผลลัพธเปน น้ำรอนหรือไออากาศรอน อุปกรณรบรังสีดวงอาทิตยทนยมใชงานทัวไปมี 2 ประเภท ั ี่ ิ ่ ประเภทแรก...เปนแบบแผนเรียบ (Flat Plate Solar Collector) เหมาะกับการผลิตน้ำอุนอุณหภูมิประมาณ 40-90 องศาเซลเซียส เพื่อใชในระดับครัวเรือน
แอรเย็นฉ่ำและน้ำรอนจากแสงแดด
อีกประเภทคือ...หลอดแกวสูญญากาศ (Evaccuum Tube Solar Collector) สังเกตจากแทงแกวทรงกระบอกวาง เรียงตอกันหลายอัน แตละอันเปนหลอดแกวทีซอนกันสองชัน ่ ้ และใหชองวางระหวางหลอดแกวเปนสูญญากาศ ภายใน เคลือบดวยสารดูดกลืนรังสีประสิทธิภาพสูง จึงเหมาะสําหรับ การผลิตน้ำรอนอุณหภูมิสูงกวา 100 องศาเซลเซียสหรือ การผลิตไอน้ำ เพื่อใชในโรงแรม โรงพยาบาล โรงงาน อุตสาหกรรม หรือเพื่อผลิตกระแสไฟฟา ในบานเรามีการใชงานเครื่องผลิตน้ำรอนพลังงานแสง อาทิตยกันมานานกวา 25 ป และไดรับการพัฒนา ประสิทธิภาพการใชงานอยางตอเนื่อง แตดูจะแพรหลาย นอยกวาทีควร คงเปนเพราะราคาทีตองควักกระเปาจายแพง ่ ่ กวาเครื่องทําน้ำรอนจากไฟฟาหรือกาซหุงตมนั่นเอง ผศ.ดร.นิพนธ เกตุจอย หัวหนาสํานักวิจัยระบบเซลล แสงอาทิตย วิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยนเรศวร ใหความเห็นวา “กระทรวงพลังงานมีมาตรการสงเสริมการใช แสงแดดผลิตน้ำรอนอยูมากมาย ซึงหากเปนทีทตองใชนำอุน ่ ่ ี่ ้ อยางตอเนื่อง มันคุมคาไวมาก แตถาติดตั้งในที่ที่ใชน้ำอุน เดือนละไมกี่ครั้ง อันนั้นไมคุมแลว” ขณะที่การประยุกต ใชแสงแดดขับเคลื่อนระบบ ทําความเย็น หรือ “โซลาร คูลลิ่ง” (Solar Cooling) นั้นมี กลไกการทํางานคอนขางซับซอนกวาการผลิตน้ำอุนน้ำรอน ทั้งยังแตกตางจากระบบปรับอากาศที่พวกเราคุนเคย เครื่องปรับอากาศที่ใชกันอยางแพรหลายในปจจุบันเปน ระบบอัดไอ (Vapor-Compression Cycle) คือเมื่อจาย กระแสไฟฟา คอมเพรสเซอรจะเริ่มตนการทํางานดวยการ ดูดและอัดเพือเพิมความดันและอุณหภูมของสารทําความเย็น ่ ่ ิ (น้ำยาแอร) จากนันจึงลดความดันและอุณหภูมลงจนต่ำมาก ้ ิ กอนจะสงมันเขามาดูดความรอนภายในหองออกไปปลอย ทิ้งขางนอก
12
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
ผศ.ดร.นิพนธ และแผงโซลารเซลล
“แตระบบปรับอากาศในยุคแรกๆ เปนเทคโนโลยีทเรียกวา ี่ ระบบปรับอากาศแบบดูดกลืนความรอน หรือแอพซอฟชั่น ชิลเลอร (Absorption Chiller) ทํางานดวยหลักเทอร โมไดนามิก ไมตองใชไฟฟา มีสารเคมีกบน้ำรอนทําหนาทีเหมือนน้ำยาแอร ั ่ ในเครื่องปรับอากาศระบบอัดไอ” ผศ.ดร.นิพนธ ชวย อธิบายใหเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น สารเคมีที่วาก็คือลิเทียมโบรไมด และอุณหภูมิของน้ำที่ ตองการก็ประมาณ 70–100 องศาเซลเซียสเทานั้น ซึ่ง อุปกรณรับรังสีดวงอาทิตยสามารถผลิตน้ำรอนในระดับนี้ได อยางสบายๆ ผศ.ดร.นิพนธ สรุปพรอมกับยกตัวอยาง “นี่ไมใช เทคโนโลยีใหม แตเปนการผสมผสานระบบทําความเย็น แบบดั้งเดิมเขากับการใชพลังงานจากแสงอาทิตย อยางที่ โลตัส ศาลายา ก็ใชหลักการนี้ ไดน้ำรอนจากพลังงานแสง อาทิตยและเปนระบบที่ใหญที่สุดในโลก สวนที่สนามบิน สุวรรณภูมิก็เปนระบบปรับอากาศแบบแอพซอฟชั่นชิลเลอร เหมือนกัน แตใชน้ำรอนเหลือทิ้งจากโรงไฟฟาภายใน สนามบิน” ทั้งนี้วิทยาลัยพลังงานทดแทนเองก็กําลังศึกษาศักยภาพ การใชระบบปรับอากาศแบบแอพซอฟชั่นชิลเลอรดวย พลังงานความรอนจากแสงอาทิตยอยูเชนกัน โดยไดรับ งบประมาณสนับสนุนจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและ อนุรักษพลังงาน กระทรวงพลังงาน และดําเนินการทดลอง ติดตั้งระบบตนแบบที่ศูนย ฝกอบรมปฏิบัติการดานการ จัดการพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ พลังงาน จังหวัดปทุมธานี ...หากประสบความสําเร็จดวยดี ก็จะเปนอีกทางออกของ การลดใชพลังงานไฟฟาที่นาสนใจไมนอย... เหนือขั้นกวาการใชประโยชนเรื่องความรอน คือการ ผลิตพลังงานไฟฟา ซึ่งจําเปนตองใชสิ่งประดิษฐทาง อิเล็กทรอนิกสที่เรียกวา “เซลลแสงอาทิตย” หรือ “โซลารเซลล” (Solar Cell) หรือ “พีวี” (PV ซึ่งยอมาจาก คําวา Photovoltaic) โดยมีสารกึงตัวนําเปนสวนประกอบสําคัญ ่ ในการแปลงรางแสงอาทิตย ใหกลายเปนกระแสไฟฟา เซลลแสงอาทิตยที่ใชงานกันอยูในปจจุบันผลิตขึ้นจาก หลากหลายเทคโนโลยี แตที่ไดรับความนิยมอยางสูงสําหรับ การผลิตในเชิงพาณิชย ก็คือเซลลแสงอาทิตยที่ใชซิลิกอน เปนสารกึ่งตัวนํา เนื่องจากซิลิกอนเปนแรธาตุที่มีปริมาณมากที่สุดในโลก
แผงโซลารเซลล...อะไร อยางไร
และมีราคาถูกกวาวัตถุดิบตนทางประเภทอื่นๆ ซึ่งพอจะ จําแนกประเภทของเซลลแสงอาทิตยที่ผลิตจากซิลิกอนได 2 กลุมใหญๆ กลุมที่หนึ่ง...เซลลแสงอาทิตยแบบผลึก (Crystalline Silicon Solar Cell) ซึ่งแบงเปน แบบผลึกเดี่ยวและแบบผลึก ผสม และกลุมที่สอง...เซลลแสงอาทิตยแบบฟลมบาง (Thin-film Solar Cell) หรืออะมอรฟสซิลิกอน (Amorphous Silicon Solar Cell) “แบบผลึกเดี่ยว โครงสรางของผลึกเรียงตัวกันอยางเปน ระเบียบ สวนแบบผลึกผสมประสิทธิภาพดอยกวาแบบผลึก เดี่ยวเล็กนอย แตมีขอดีคือราคาถูกและผลิตงายกวา หาก เปรียบเทียบระหวางแบบผลึกกับแบบฟลมบาง อยางแรกเลย ตางกันที่ความหนาของชั้นเซลล ซึ่งแบบผลึกจะหนากวา อยางที่สองคือเรื่องประสิทธิภาพ” ผศ.ดร.นิพนธ อธิบาย จุดเดนของเซลลแสงอาทิตยแบบผลึกอยูทประสิทธิภาพสูง ี่ คือในกําลังผลิตที่เทากัน โซลารเซลลแบบฟลมบางจะใช พื้นที่สําหรับการติดตั้งมากกวาประมาณ 2 เทา เนื่องจากมี ประสิทธิภาพต่ำกวา แตการมีประสิทธิภาพสูงก็มไดการันตีวา ิ สามารถผลิตพลังงานไฟฟาไดมากกวาเสมอไป “เพราะโซลารเซลลทั้งสองกลุมตอบสนองตอแสงในชวง สเปกตรัมที่แตกตางกัน แบบผลึกชอบแสงอาทิตยในชวงที่ อยูใกลยานอินฟราเรด ขณะที่แบบฟลมบางตอบสนองแสง ไดดีในชวงแสงสีขาว ซึ่งเปนชวงแสงที่ทําใหเรามองเห็น คือ ถาเอามาวางตากแดดในที่เดียวกัน เมื่อเริ่มมีแสงที่ตาคน มองเห็นได ประมาณ 8 โมง 9 โมง แบบฟลมบางเริ่มทํา งานแลว แตแบบผลึกจะตองรอจนมีแดดเปรี้ยงๆ ชวง 10 โมง จึงจะเริ่มทํางาน แลวก็เปนพวกมาสายกลับไวนะ บาย 3 โมงก็เลิกทํางานแลว ขณะที่แบบฟลมบางขยันกวา...ตื่น กอน นอนทีหลัง แตเราไมสนใจวาใครจะมีชั่วโมงทํางาน มากกวา เพราะตองดูวาทายที่สุดแลวใครใหพลังงานไฟฟา ไดมากกวากัน ซึ่งตองดูปจจัยอื่นประกอบ อยางเรื่อง
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
13
อุณหภูมิ ” ผศ.ดร.นิพนธ พยายามเปรียบเทียบใหเขาใจ งายๆ อุณหภูมิเปนอีกปจจัยสําคัญที่มีอิทธิพลอยางมากตอ ความสามารถในการผลิตพลังงานไฟฟาของเซลลแสงอาทิตย เชื่อวาหลายคนอาจยังไมรู...เซลลแสงอาทิตยที่ตองวางตาก แดดทั้งวันนั้น ไมชอบความรอนเอาเสียเลย ผศ.ดร.นิพนธ เลาตอไปวา “โซลารเซลลชอบแสง แต ไมชอบรอนจัด อยางตอนเที่ยงมันรอนกวาตอนเชาแนๆ ซึ่ง เมื่อรอนกวาก็ทําใหโซลารเซลลเก็บสะสมความรอนเอาไว มากเกินไปจนกําลังไฟฟาตก คือผลิตพลังงานไฟฟาไดนอย ลงเมื่ออุณหภูมิของตัวโซลารเซลลสูงขึ้น โดยกําลังไฟฟาของ โซลารเซลลแบบผลึกจะลดลงมากกวาแบบฟลมบาง ประมาณ 2 เทา” อาจารยหนุมซึ่งคลุกคลีกับพลังงานแสงอาทิตยมานาน ยังเปดเผยวามีขอมูลเพียงพอสําหรับขอสรุป... “ในสภาพ อากาศรอนชื้นของเมืองไทย โซลารเซลลแบบฟลมบางผลิต พลังงานไฟฟาไดมากกวาแบบผลึก เพราะไมคอยมีผลกระทบ จากระดับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นมากเทาใดนัก” ทวาโซลารเซลลแบบผลึกก็ยงมีจดแข็งเรืองความนาเชือถือ ั ุ ่ ่ และการรับประกันอายุการใชงานไดยาวนานเพราะเปน เทคโนโลยีที่พัฒนามานานจนอยูตัว “เทคโนโลยีของโซลารเซลลแบบผลึกผานประสบการณ มาเยอะ ติดตังผานไป 20–25 ปกยงใชงานอยูได จริงๆ แลว ้ ็ั ประสิทธิภาพของการผลิตไฟฟาก็ไมไดหายไปเกินกวาปละ ประมาณ 1 เปอรเซ็นตอยางที่เขาการันตี แตฟลมบางยังมี คําถามอยูพอสมควร” ผูเชี่ยวชาญในแวดวงโซลารเซลลจึงตองจับตาและตาม เก็บขอมูลของนองใหมอยางอะมอรฟสซิลิกอนไปอีกสักระยะ จนกวารูจักมันอยางทะลปรุโปรงและสามารถกําจัดขอสงสัย ตางๆ ไดหมดสิ้น แมจะเปนเรื่องใหมสําหรับสังคมไทย ที่เริ่มมีโครงการ ผลิตกระแสไฟฟาจากหลังคาบาน หรือที่เรียกวา โซลารรูฟ (Solar Roof) แตในหลายประเทศ หลังคาบานสามารถผลิตกระแสไฟฟา ใชไดอยางเปนล่ำเปนสันมานานมากแลว เพียงแคติดแผง โซลารเซลลเพือรับแสงแดดทีรอนระอุจากพลังของดวงอาทิตย ่ ่ เทานั้น บริษัท เอกรัฐโซลาร จํากัด คือหนึ่งในผูเชี่ยวชาญดาน การนําพลังงานจากดวงอาทิตยมาใชประโยชน โดยลงทุนทํา
โครงการโซลารรูฟบนหลังคาบาน
วรพหล แสงเทียน
โครงการโซลารรูฟบนหลังคาโรงงาน จตุพร รัตนาชิราสุทธิ์
บริษัท เอกรัฐโซลาร จํากัด
ธุรกิจเกี่ยวกับเซลลแสงอาทิตยในประเทศไทย ถึงขั้นตั้ง โรงงานผลิตเซลลแสงอาทิตยแบบคริสตัลไลนแหงแรกและ แหงเดียวของอาเซียนที่จังหวัดระยอง และกําลังเดินหนาโครงการใหมลาสุดสําหรับสังคมไทย นั่นคือใชแผงโซลารเซลลติดตั้งไวบนหลังคาบาน เพื่อเปลี่ยน ความรอนจากแสงแดดใหเปนกระแสไฟฟา แลวนํามาใช ภายในบาน หรือขายใหกับการไฟฟานครหลวงและการ ไฟฟาสวนภูมิภาค จตุพร รัตนาชิราสุทธิ์ ผูจัดการฝายการตลาดและขาย และวรพหล แสงเทียน ผูจัดการฝายการเงิน ชวยกันเลาถึง การรับสมัครบานเรือนที่สนใจเพื่อเขารวมทําโครงการผลิต ไฟฟา จากหลังคาบาน หรือ Solar Roof วา “ถือวาโครงการนี้จะชวยเพิ่มมูลคาใหเจาของบานในแง การลดคาไฟฟาของบาน และชวยรัฐบาลในการผลิต ไฟฟา...เปนการลงทุนที่ดีกวาฝากธนาคาร” เมื่อรัฐบาลสงเสริมการใชพลังงานทดแทนมากขึ้น ดวย การเพิ่มเงินอุดหนุนหรือ Adder นาน 10 ป ในการรับซื้อ ไฟฟาที่ผลิตไดในราคานาจูงใจ จึงทําใหโครงการ “เปลี่ยน
ไฟฟาจากหลังคาบาน
14
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
หลังคาบานใหเปนเงิน” ดวยการติดตั้งแผงโซลารเซลลเกิด ขึ้นตามมาเมื่อกลางป 2552 ดูเหมือนวา คนไทยจํานวนไมนอยสนใจและอยากเขารวม โครงการนี้ เพราะทุกวันนี้หลังคาบานถูกปลอยใหตากแดด ตากฝนโดยเปลาประโยชน “เงื่อนไขของผูสนใจเขารวมโครงการ ก็ตองดูวาหลังคา บานมีเงาบังหรือไม หรือวาอยูใกลตึกสูงๆ หรือเปลา” เพราะทั้ง 2 เงื่อนไขลวนลดทอนศักยภาพในการผลิตกระแส ไฟฟาทั้งสิ้น ซึ่งผูบริหารจากเอกรัฐโซลารบอกตรงกันวา ความวิตก กังวลหมายเลข 1 ของผูที่สนใจก็คือ...กลัววาหลังคาบานของ ตัวเองจะรับน้ำหนักของแผงโซลารเซลล ไมไหว และจุดนี้เองที่เปน “จุดแข็ง” ของเอกรัฐโซลาร เพราะ เหตุวาเทคโนโลยีที่บริษัทเอกรัฐฯ เลือกใชเปนแบบคริสตัล ไลน มีน้ำหนักเบาแค 17 กิโลกรัม/ตารางเมตร เทานั้น อยางไรก็ตาม เงินลงทุนของผูสนใจเขารวมโครงการ ก็ ขึ้นอยูกับวาตองการผลิตกระแสไฟฟาปริมาณเทาไหร โดย ขนาดมาตรฐานสําหรับบานอยูอาศัย เริ่มตั้งแต 2 กิโลวัตต ใชพื้นที่หลังคาประมาณ 20 ตารางเมตร และใชเงินลงทุน ประมาณ 4-5 แสนบาท ทั้งนี้กระบวนการสํารวจ ออกแบบ และขออนุญาต บริษัทเอกรัฐฯ จะเปนผูดําเนินการทั้งหมด ขณะที่การดูแล รักษาก็งายดาย เพียงแคฉีดน้ำลางแผงโซลารเซลลเทานั้น แรงจูงใจทีสาคัญสําหรับโครงการนีกคอ ไฟฟาทีผลิตเองได ่ํ ้็ ื ่ สามารถขายคืนใหกับการไฟฟาในราคาแพง ขณะที่ไฟฟาที่ ซื้อมาใชในบานมีราคาถูกกวา นั่นหมายความวา...เจาของบานจะไดเงินคาไฟฟาคืน หากใชไฟฟานอยกวาที่ผลิตเองได โครงการผลิตไฟฟาจากหลังคาบาน จึงกลายเปนอีกชอง ทางหนึ่งในการเขามามีสวนรวมผลิตกระแสไฟฟาที่ใกลชิด ภาคครัวเรือนมากที่สุดของสังคมไทย จากแผงโซลารเซลล ไมกี่แผนบนหลังคาบาน ก็ขยับขึ้น มาถึงระดับใหญขึ้นไปอีกหนอย... ขณะที่การกอสรางโรงไฟฟาใหมๆ กลายเปนประเด็น ขัดแยงระหวางเจาของโครงการกับชุมชนที่อยูใกล ไมเวนแม กระทั่งโรงไฟฟาชีวมวลที่ใชวัตถุดิบทางการเกษตรเปนเชื้อ เพลิง แตกลับมีโรงไฟฟาประเภทหนึงเดินหนาไปไดอยางราบรืน ่ ่ และเพิ่มจํานวนมากขึ้นอยางไรปญหา
นั่นคือโรงไฟฟาจากแสงอาทิตย หรือ โซลารฟารม (Solar Farm) แผงโซลารเซลลจานวนหลายรอยหลายพันชิน ตังเรียงราย ํ ้ ้ หันหนาไปทิศเดียวกันอยางเปนแถวเปนแนว เพือรับแสงจาก ่ ดวงอาทิตย แลวผานเขาสูเครื่องแปลงกระแสไฟฟา กอนตอ เขาสูระบบสายสงของการไฟฟา ทั้งนี้ตําแหนงการตั้งแผงโซลารเซลลที่รับแสงอาทิตย ไดดีที่สุดสําหรับประเทศไทยคือ ตองหันหนาไปทางทิศใต แนนอนวา โรงไฟฟาพลังงานแสงอาทิตยสรางความ สงสัยใหกับชุมชนที่อยูใกล ไมนอย เพราะแตกตางจากโรง ไฟฟาที่คนไทยคุนเคย ไมมีปลองระบายของเสีย ไมมีควัน ไมมีอาคารใหญโต ไมมีหอหลอเย็น ไมมีลานกองวัตถุดิบ ไม ปลอยของเสียลงลําน้ำสาธารณะ และไมมีเสียงดังรําคาญ ไมตองมีคนงานจากตางถิ่นจํานวนมากมาย เพราะอาศัย คนเฝาดูแลไมใหแผงโซลารเซลลเสียหาย 1-2 คนเทานั้น
โรงไฟฟาแสงอาทิตย
โซลารฟารมที่ (บน) จังหวัดฉะเชิงเทรา (ลาง) จังหวัดอางทอง
บริษัท บางกอกโซลาร พาวเวอร จํากัด
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
15
ที่สําคัญก็คือ โรงไฟฟาพลังงานแสงอาทิตย สรางเสร็จได ภายในระยะเวลาไมกี่เดือนเทานั้น เพราะขั้นตอนที่ใชเวลา นานทีสด ก็คอกระบวนการขออนุญาตเปนผูผลิตกระแสไฟฟา ุ่ ื จากภาครัฐ สวนการติดตังแผงโซลารเซลลเปนเรือง “งายๆ” ้ ่ ทุกวันนี้หากลองสังเกตดูในยามเดินทาง จะพบเห็นแผง โซลารเซลลวางเรียงรายอยูเต็มพื้นที่หลายแหง อาทิ เพชรบุรี อางทอง ลพบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี อุดรธานี ฯลฯ และมีแนวโนมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนวาเหตุผลสําคัญทีทาให Solar Farm เบงบานไป ่ ํ ทั่วประเทศ นั่นคือ ความเสี่ยงนอย เพราะไมมีขอขัดแยงกับ ชุมชน ไมมีผลกระทบทางสิ่งแวดลอม ที่สําคัญก็คือไมมี ตนทุนเรื่องเชื้อเพลิง และสอดคลองกับโลกสมัยใหมที่การ ปลอยกาซคารบอนไดออกไซดกลายเปนเรื่องสําคัญ แตการ ผลิตไฟฟาจากแสงอาทิตย ไมปลอยกาซที่กอผลกระทบเรื่อง โลกรอน เห็นชัดเจนจากการตัดสินใจลงทุนทําโรงไฟฟาพลังแสง อาทิตยแหงแรกของประเทศไทยของบริษัท บางกอกโซลาร พาวเวอร จํากัด (ดูคอลัมนการลงทุนสีเขียว หนา 30) ซึ่ง ผูบริหารของบริษัทแหงนี้ระบุชัดเจนวา “โรงไฟฟาพลังงาน แสงอาทิตยคุมคาและนาลงทุน”
กอนหนานี้ เสนทางของพลังงานแสงอาทิตยดูจะไมคอย สดใสเทาใดนัก นอกจากมีภาพลักษณของการเขาถึงยาก เขาใจยาก เพราะเปนเทคโนโลยีทมความซับซอน ยังถูกซ้ำเติม ี่ ี ดวยอุปสรรคใหญเรืองตนทุนราคาและความคุมคาทีตองอาศัย ่ ่ ระยะเวลาอันยาวนาน แถมบางครั้งก็มีคําพูดลอยเขาหูวา “ประเทศไทยไมมีศักยภาพเรื่องพลังงานแสงอาทิตย”...มัน เปนเชนนั้นจริงๆ หรือ พลังงานแสงอาทิตยจะมากหรือนอยเพียงใดขึ้นอยูกับ หลายปจจัย ทั้งลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศตามฤดูกาล โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งมีความชื้นสัมพัทธคอนขางมาก มี การกอตัวของกอนเมฆตลอดเวลา สงผลใหมีพลังงานแสง อาทิตยเฉลี่ยไมสูงนักเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ของโลก อาทิ ตอนกลางของทวีปออสเตรเลีย ภาคเหนือของทวีป อัฟริกา แตจาก “แผนที่ศักยภาพพลังงานแสงอาทิตยจากขอมูล ดาวเทียมสําหรับประเทศไทย” ฉบับลาสุด ซึ่งจัดทําโดย ความรวมมือระหวางคณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยศิลปากร กับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน
วันพรุงนี้ของพลังงานแสงอาทิตย
ขนมจีนทอดมัน
ปะทะ
ลอดชองน้ำตาลขน
16
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
กระทรวงพลังงาน และวิเคราะหขอมูลดาวเทียมตอเนื่องเปน เวลา 6 ป (พ.ศ. 2536–2541) ซึ่งเปนวิธีการที่มี ประสิทธิภาพสูง ทั้งยังครอบคลุมทุกพื้นดินแม ในบริเวณที่ ไมสามารถจัดตั้งสถานีวัดรังสีดวงอาทิตยภาคพื้นดิน มีการ สรุปผลเอาไววา... “พื้นที่ที่ไดรับพลังงานแสงอาทิตยสูงสุดในประเทศไทย แผเปนบริเวณกวางทางตอนลางของภาคตะวันออกเฉียง เหนือ ครอบคลุมพื้นที่บางสวนของจังหวัดนครราชสีมา บุรรมย ศรีสะเกษ รอยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี และตอนบน ีั ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดอุดรธานี รวมทั้ง บางสวนของภาคกลางที่จังหวัดสุพรรณบุรี ชัยนาท อยุธยา และลพบุรี คิดเปนพื้นที่ 14.3 เปอรเซ็นตของพื้นที่ประเทศ ไทย โดยไดรบพลังงานแสงอาทิตยรายวันเฉลียตอปอยูในชวง ั ่ 19–20 MJ/m2–day และอีก 50.2 เปอรเซ็นต ไดรับ พลังงานแสงอาทิตยในชวง 18–19 MJ/m2–day โดยคาเฉลีย ่ รังสีรวมรายวันเฉลี่ยตอปทั่วประเทศมีคาเทากับ 18.2 MJ/ m2–day ซึ่งถือไดวามีศักยภาพคอนขางสูง” ก็พอจะเห็นแนวโนมความเปนไปไดและศักยภาพของ พลังงานแสงอาทิตยมากขึ้น ยิ่งเมื่อโดนบีบคั้นจากวิกฤต น้ำมันโลกที่ราคาซื้อขายถีบตัวสูงขึ้นและรอยหรอลงทุกวัน
ประกอบกับแรงกดดันที่จะตองเรงลดการปลอย คารบอนไดออกไซดจากการเผาไหมเชื้อเพลิงฟอสซิล ยิ่งจะ เปนแรงผลักดันสําคัญที่ทําใหแสงอาทิตยเปนแหลงพลังงาน ที่นาสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ สวนประเทศไทยจะขยับตัวเพื่อกาวใหทันกับการ เปลี่ยนแปลงในระดับโลกได “เร็ว” หรือ “ชา” หรือ “กาว กระโดด” แคไหน คําตอบอยูที่วาทิศทางนโยบายของ ประเทศเปนเชนไร เพราะทุกวันนี้ มีบริษทเอกชนของคนไทย ั จํานวนไมนอยกาวเดินไปขางหนาบนเสนทางสายพลังงาน แสงอาทิตย ซึ่งหากไดรับแรงหนุนที่มากขึ้นจากภาครัฐ กระทั่งทําใหการใชพลังงานจากแสงอาทิตยเขามาเปน สวนหนึ่งของชีวิตประจําวันในระดับครัวเรือนได ทายทีสดคนไทยและประเทศไทยก็จะเปนผูรบผลกําไร ่ ุ ั จากพลังงานสะอาดที่ดวงอาทิตยมอบใหอยางสม่ำเสมอ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ลุงศิลา สุทารัตน 032-428250, 085-7043716 ผศ.ดร.นิพนธ เกตุจอย 055-963185 บริษัท เอกรัฐโซลาร 02-7198760
ไปเมืองเพชรบุรีทั้งที มีหรือจะพลาดของเด็ดเจาดังอยาง ขนมจีนทอดมัน... ใชแลว...ขนมจีนกินกับทอดมัน ฟงยังไงก็ไมผิด เพราะ รานเล็กๆ ที่รูจักกันดีในหมูเจาถิ่น ตั้งอยูที่มุมหนึ่งของราน ซอมมอเตอรไซด “สุริยายานยนต” เยื้องกับ 7-11 ของ ถ.พงษสุริยา ขายมา 13 ปแลว!! บอกดังๆ เลยวา อรอยจริงๆ แถมคาเสียหายก็แสนจะ ยอมเยาว จานละ 15 บาทเอง ไหนๆ ก็มาถึงดงน้ำตาลสด ก็ตองตบทายดวยของหวาน อยางลอดชองน้ำตาลขน และไอติมกระทิสด ถวยละ 10 บาท เทานั้น...รานเจมวย ขางธนาคารไทยพาณิชย ขายดีมานาน แลวจา!! แวะชิมของดีเมืองเพชรบุรีคราวนี้ อิ่มอรอยจนลืมวา รถถูกชนจนตูดบุบไปเลย...
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
17
หองรับแขก
เรื่องและภาพ : อวยพร แตชูตระกูล และ ฐิตินันท ศรีสถิต
ผศ.ดร.นิพนธ เกตุจอย
ฟนธง...พระเอกคือแสงอาทิตย นางเอกคือชีวมวล
18
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
เพราะความโดดเดนเรื่องพลังงานทดแทนโดยแท ผลักดันให มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก เลื่องชื่อและติดอันดับแถวหนา วา “รูจริง” โดยเฉพาะพลังงานจากแสงอาทิตย
และมีศิษยเกาอยาง ผศ.ดร.นิพนธ เกตุจอย เปน หัวหอกคนสําคัญในฐานะหัวหนาสํานักวิจัยระบบเซลล แสงอาทิตย วิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัย นเรศวร โดยมี “สวนพลังงาน” เปนสนามแหงความรู ดานพลังงานทดแทนที่นาตื่นตาตื่นใจ แมเจาตัวจะยอมรับตรงไปตรงมาวา “ไมใชคนเรียน เกง” แตเพราะไดอาจารยดีคอยชี้แนะนั่นคือ รศ.ดร.วัฒนพงษ รักษวิเชียร อีกทั้งมีโอกาสไปศึกษาตอ ที่มหาวิทยาลัยคาสเซล ประเทศเยอรมัน จนกระทั่งกลับ มาทําหนาที่ “ครูทด” เพือสงตอความรูและประสบการณ ี่ ี ่ ที่ไดรับมาสูคนรุนตอไป ทั้งหมดนี้คือ มุมมองและความคิดของนักวิชาการ ดานพลังงานทดแทน วัยยาง 35 ป ที่ยืนยันชัดเจนวา “สําหรับเมืองไทยแลว พลังงานแสงอาทิตยก็คือ พระเอก ชีวมวลคือนางเอก” พลัง+งาน : อยากถามถึงที่มาของความสนใจเรื่อง พลังงานทดแทน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย รศ.ดร.นิพนธ : จริงๆ ผมเรียนทางดานพลังงานมาตังแต ้ ปริญญาตรี ผมจบภาควิชาฟสิกสพลังงาน คณะ วิทยาศาสตร ของมหาวิทยาลัยนเรศวรนี่แหละ เปน นิสิตรุนแรก คนที่ริเริ่มหลักสูตรนี้ก็คือ รศ.ดร.วัฒนพงษ รักษวเชียร ทานก็เปนอดีตผูอานวยการวิทยาลัยพลังงาน ิ ํ ทดแทนแหงนี้ดวย ตอนนั้นก็เรียนเพราะชื่อมันแปลกดี หลังจากนั้นก็มีโอกาสไดไปเรียนตอระดับปริญญาโทที่ มหาวิทยาลัยพระจอมเกลา ธนบุรี จบแลวกลับมาเปน อาจารยที่มหาวิทยาลัยนเรศวร กลับมาหาอาจารย วัฒนพงษ และไดรับมอบหมายใหทําโครงการประเมิน ระบบเซลลแสงอาทิตยในประเทศไทย ซึ่งเปนโครงการ รวมไทย-เยอรมัน นั่นคือจุดเริ่มตนที่ทําใหไดสัมผัส เทคโนโลยีทางดานพลังงานแสงอาทิตย โดยเฉพาะเรื่อง เซลลแสงอาทิตย จนกระทั่งไดไปเรียนที่เยอรมันในเวลา ตอมา และไดทํางานวิจัยเรื่องระบบเซลลแสงอาทิตย อยางจริงจัง จนถึงปจจุบันนี้ พลัง+งาน : แลวสวนพลังงาน ซึ่งโดงดังดานพลังงาน ทดแทนมีที่มาอยางไร รศ.ดร.นิพนธ : บังเอิญในชวงนั้น คณะวิทยาศาสตร ไดรับทุนจากสํานักงานนโยบายและแผนพลังงานใหทํา โครงการที่เรียกวา สวนพลังงาน เพื่อสาธิตเทคโนโลยี ทางดานพลังงานทดแทน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย ใหกับคนทั่วๆ ไปไดเห็น ไดรูจัก เพราะเรามีปญหาวา เวลาจะสงเสริมหรือถายทอดเทคโนโลยีพลังงาน คนจะ ไมรูจัก นึกภาพไมออก เราก็เลยคิดวานาจะสราง สวนพลังงานขึ้นมา โดยมีแนวคิดวาระบบที่ติดตั้งอยูที่นี่ ตองใชงานไดจริงๆ รองรับการวิจัยได และสามารถ สื่อสารกับผูที่มาเยี่ยมชมได ยกตัวอยางก็คือตึกที่เรา นั่งอยูนี้ใชพลังงานจากแสงอาทิตย 100 เปอรเซ็นต นี่คือแนวคิดของสวนพลังงาน ซึ่งผมก็โชคดีที่ไดรับ มอบหมายใหเปนผูจัดการโครงการ และเทคโนโลยี เกือบทั้งหมดที่ติดตั้งอยูในพื้นที่แหงนี้ ผมก็เปนคนทํา หนาทีออกแบบ ดูแลควบคุมการติดตังทุกอยาง ซึงยิงทํา ่ ้ ่ ่ ใหเรามีโอกาสไดเรียนรูในเรืองเทคโนโลยีพลังงานทดแทน ่ โดยเฉพาะแสงอาทิตยมากขึ้น พลัง+งาน : การไดไปเห็นตัวอยางเทคโนโลยีเกี่ยวกับ พลังงานแสงอาทิตยระหวางเรียนที่เยอรมัน อาจารยนึก ยอนกลับมาที่เมืองไทยบางหรือไม วาอยากจะทําอะไร รศ.ดร.นิพนธ : ก็ถกตองเลยครับ ถามองในเชิงศักยภาพ ู ของพลังงานแสงอาทิตยแลวเยอรมันมีนอยกวาเรา เกือบครึงหนึงก็แลวกัน พอนึกถึงประเทศไทยก็ปรากฏวา ่ ่ เรามีศักยภาพเรื่องพลังงานแสงอาทิตยสูงมาก แตมีการ นํามาใชประโยชนที่คอนขางนอย ใชเต็มที่ก็ตากผา ก็มี ความคิดวาทําอยางไรที่เราจะมีสวนมาพัฒนาเพิ่ม สัดสวนการใชพลังงานแสงอาทิตย ก็มีความฝนไว ผมมองวาชองทางหนึ่งในการสงเสริมใหเกิดการใช พลังงานแสงอาทิตย ก็คือผานการศึกษา เพราะวาสิ่ง หนึ่งที่ผมพบจากการเรียนที่เยอรมันก็คือ เขาใชเวลา รวมๆ 10 ปเพือใหความรูความเขาใจประชาชนวาตองใช ่ พลังงานทดแทนแลว ไมใชเรื่องงายนะครับกวาจะทําให คนเขาใจวาทําไมตองจายแพงกวา เพราะฉะนั้นผมคิด วาการเปนอาจารยจะชวยได แลวนิสิตที่มาเรียนก็จะ เปนตัวขยายผล
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
19
พลัง+งาน : ขณะที่อาจารยพยายามทําใหการใช พลังงานแสงอาทิตยเพิมขึน แตคาพูดทีวาการลงทุนเรืองนี้ ่ ้ ํ ่ ่ ยังไมคุมคา คําพูดเชนนี้เปนอุปสรรคที่จะกาวขามไป อยางไร รศ.ดร.นิพนธ : ก็แนนอนครับ มันเปนอุปสรรค แลว มันก็เปนความจริง ทําไมมันไมกาวหนาเนี่ย สวนแรก เลยผมมองวาเปนเรื่องของนโยบาย ประเทศญี่ปุน เยอรมัน หรืออเมริกา ที่สงเสริมการใชพลังงานแสง อาทิตยมนก็ไมไดถกกวาบานเรา แพงกวาบานเราดวยซ้ำ ั ู แตเปนเรื่องของนโยบาย มันก็เหมือนกับเทคโนโลยี ใหมๆ ที่เพิ่งเขาสูตลาด มันตองแพงกวาแน มันตองใช เวลา ประเด็นหลักๆ ที่ถกเถียงกันอยูก็คือ เราไมไดเปน เจาของเทคโนโลยี ถาเราสงเสริมใหใชมันจะเกิดปญหา มัยวาทายทีสดเราตองนําเขา นีคอโจทย ซึงคงตองชวยกัน ้ ุ่ ่ ื ่ ทีนี้เรื่องนําเขาหรือไมนําเขานี้ ผมคิดวาตอไปเรามี หลายมาตรการ ทั้งดับบลิวทีโอ อาฟตา เอฟทีเอ อะไร ตางๆ เหลานี้ กําแพงภาษีมันก็จะหายไปเอง ผมมองวา เราตองมามองดูแลว ตอนนี้ก็มีเอกชนไทยบางราย พยายามที่จะตอสูดิ้นรนดวยตัวเอง สรางโรงงานขึ้นมา ซึ่งก็เหนื่อยเพราะยังไมมีตลาดภายในประเทศรองรับ เพราะฉะนั้นผมจึงมองวาเราควรจะตองมีนโยบายที่ ชัดเจน ไมอยากใหผูกติดกับการเมือง แลวก็อยากให มองเรื่องพลังงานทดแทนทั้งหมด ไมเฉพาะแสงอาทิตย อยางเดียว
อยางไรก็ดีถึงแมในอนาคตเทคโนโลยีพลังงาน ทดแทนอาจจะถูกลง ผมมีความเชื่อวาไมมีทางเลยที่ ราคาของพลังงานทดแทน โดยเฉพาะแสงอาทิตยจะ ถูกลงมาเทาๆ กับพลังงานจากฟอสซิล แตพลังงานจาก ฟอสซิลจะมีราคาสูงขึน เพราะราคาของมันเอง และจะถูก ้ บวกดวยตนทุนทางสิ่งแวดลอม เมื่อนั้นพลังงานทดแทน และฟอสซิลจะวิ่งมาเจอกันเอง พลัง+งาน : อยากใหอาจารยเปรียบเทียบ “เรื่องใหม” ของสังคมไทย ทั้งพลังงานแสงอาทิตยและนิวเคลียร วา รัฐบาลใหน้ำหนักของการสงเสริมแตกตางกันหรือไม รศ.ดร.นิพนธ : ก็นี่ไงฮะ ในเชิงศักยภาพพลังงานของ บานเรา พระเอกก็คือแสงอาทิตย นางเอกก็คือชีวมวล ทีนี้ถามวาทําไมนิวเคลียรถึงทําได ผมก็ตอบไดยาก ก็ อยางทีบอกวาถานโยบายชัดเจนก็ทาได อยางทีผมเรียนวา ่ ํ ่ ไมไดตอตานพลังงานนิวเคลียร เพราะทายที่สุดถามัน ไมมีทางเลือกจริงๆ เราอาจจะตองมีบาง แตสิ่งที่อยาก จะฝากไวก็คือวา ถาเราจะเลือกทําอะไรสักอยาง ขอให บอกขอมูลกับประชาชนใหรอบดานจริงๆ อยาปกธงเอาไว วาจะทําแนๆ แลวคอยใหขอมูล เพราะเราตองยอมรับวา เรามีปญหาแบบนีมาตังไมรจะกีรอบแลว เห็นมัยวาทุกวันนี้ ้ ้ ู ่ ้ พออาปากเรื่องโรงไฟฟาปุบ แทบจะไมเหลือเทคโนโลยี อะไรที่จะเปนทางเลือกใหกับภาครัฐอีกแลว ไบโอแมส ยังถูกประทวงเลย เพราะเหตุผลก็คอเรืองของผลประโยชน ื ่ เรื่องของความบิดเบือนหลายๆ อยาง ทั้งสวนภาครัฐ และเอกชนบางรายที่ไดบิดเบือนหรือปกปด พอชาวบาน มารูทีหลังก็ลําบากมากในการอธิบายใหเขาเขาใจ นิวเคลียรก็เชนกัน สิ่งที่ผมเปนหวง ไมไดหวงวาจะมี หรือไมมี แตหวงวาถาจะมี เราใหขอมูลประชาชนคนที่มี สวนเกี่ยวของไดครบถวนแลวรึยัง ไปเลือกพื้นที่ตางๆ ใจเขาใจเรา ถามาตั้งอยูหนาบานคุณเนี่ย คุณจะยอมมั้ย ใชมั้ยฮะ ซึ่งในสภาพที่สังคมไทยแตกแยกอยางนี้ ผมก็ ยังนึกไมออกวามันจะเดินหนาอยางไร ทีนี้เรื่องพลังงานแสงอาทิตย ขอดีของมันก็คือหนึ่ง ไมเกิดปญหาลักษณะนี้แน ตอนนี้ผมยังนึกไมออกวาถา มีม็อบมาตอตานพลังงานแสงอาทิตยเนี่ย จะหยิบ ประเด็นไหน ควันก็ไมมี เสียงก็ไมมี ไมมีอะไรเลย แตก็ อยางที่บอก จะมีก็เรื่องราคา แตถามองในโครงสราง ใหญๆ ผมไมไดบอกวาจะเอามาทีเดียวตูมเพื่อมาแทน ฟอสซิลทีมอยูทงหมด แตเอามาใชในสัดสวนทีเหมาะสม ่ ี ั้ ่
20
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
พลัง+งาน : ในตางประเทศ หากนโยบายของชาติ ตั้งเปาแลววาจะไปสูพลังงานทดแทน จะตองปลดล็อค เรื่องใดบาง รศ.ดร.นิพนธ : ในเรื่องการสงเสริมใหใชพลังงาน ทดแทน แตละประเทศก็จะมีที่มาที่ไป ผมยกตัวอยาง ประเทศเยอรมัน หนึ่งเขามองเรื่องความมั่นคงดาน พลังงาน ซึ่งประเทศเยอรมันก็คลายๆ กับบานเรา ตอง นําเขาหมดเลย เขาก็ตองมองดูวาตัวเองมีอะไรอยูบาง ก็พบวามีพลังงานทดแทน สองเรื่องที่เขากังวลมากก็คือ เรื่องของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศหรือ ภาวะโลกรอน สองเรื่องนี้นําไปสูการพัฒนานโยบาย สงเสริมพลังงานทดแทน พลัง+งาน : ในฐานะที่อาจารยดูแลสวนพลังงาน ซึ่ง เสมือนเปนตัวกลางระหวางภาครัฐและเอกชน ไดรับ เสียงสะทอนจากภาคเอกชนทีลงทุนผลิตแผงโซลารเซลล ่ เรื่องใดบางที่ตองการใหภาครัฐชวยเหลือ รศ.ดร.นิพนธ : ก็คือเขาก็คอมเพลนเรื่องนโยบายของ รัฐบาลนีแหละ คือไมสงเสริมเทาทีควร แตภาครัฐก็มองวา ่ ่
ฐานการผลิตได ผมมองวาถาจะสงเสริมพลังงานแสงอาทิตย ที่ที่ เหมาะสมยังมีอีกเยอะ ที่รกรางวางเปลาปลูกอะไรไมได แลง...ผมมีการคํานวณคราวๆ โดยหาขอมูลจากสํานักงาน สถิติแหงชาติ พบวาที่รกรางวางเปลาในประเทศไทยมี ประมาณ 3 ลานไร เอาแคแสงอาทิตยที่ตกกระทบอยู บนพื้นที่ตรงนี้สามารถผลิตไฟฟาใหประเทศไทยใชได มากกวาความตองการใชไฟฟาที่คนไทยใชกันอยูใน ปจจุบันเปนรอยเทา แลวเราก็ไมไดตองการเอาพื้นที่ เพาะปลูกทางการเกษตรไดไปใช เรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไวคือ การผลิตพลังงาน ของเราเปนเรื่องของการผูกขาดก็คือการไฟฟา หลังๆ
“ผมมองวาชองทางหนึ่ง ในการสงเสริมใหเกิดการ ใชพลังงานแสงอาทิตย ก็คือผานการศึกษา”
“ผมคิดวาพลังงานแสงอาทิตยแทบจะเปนเชื้อเพลิงชนิดเดียว เลยมั้งที่จะทําใหคนสวนใหญสามารถมีสวนรวมในการผลิต พลังงานได”
เราเปนเจาของเทคโนโลยีนอยเกินไป ถาสงเสริมไปก็ อาจจะไมเกิดความคุมคา แตทางภาคเอกชนก็มองวา เขาทําได คือ ตอนนี้เรื่องเซลลแสงอาทิตยภาครัฐก็มอง วามีวัตถุดิบที่ใชในการผลิตจากในประเทศเทาไหร บังเอิญในปจจุบันก็ตองยอมรับวาสัดสวนมันยังต่ำ แต ถาเกิดมันทําไดถึง 50 เปอรเซ็นตจากในประเทศละ ผมวาตรงนี้มันไปได แตทีนี้พอดูวามันใชวัตถุดิบจากใน ประเทศเปนสัดสวนทีตำปุบ ก็มองวา ถาอยางนันอยาทํา ่ ่ ้ ดีกวา ไมไดดูวาพอจะอัดฉีดลงไปชวยอุดชองวางไดบาง ไหม ซึ่งถามวาแลวเทคโนโลยีพลังงานฟอสซิลเราไมได นําเขาหรือ มันก็นําเขาอีกนั่นแหละ ตองมองวานําเขา แลวมีสวนใดทีเราลดสัดสวนการนําเขาไดบาง ผมเชือวามี ่ ่ เพราะคนไทยมีความสามารถ แลวเทาที่ผมสัมผัส ภาค เอกชนของเราก็มความสามารถสูงทีจะแขงขันในระดับโลก ี ่ จะเห็นวาในหลายเทคโนโลยี ประเทศไทยของเราก็เปน รัฐบาลเปดโอกาสใหเอกชนเขามา แตก็เปนรายใหญ แมกระทั่งวีเอสพีพีคือผูผลิตไฟฟาขนาดเล็ก แตถามวา แลวเราจะมีสวนรวมไดอยางไร หมดสิทธิ์ แมกระทั่ง โซลารเซลล 1 เมกะวัตต เราคุยกันวาตองมีเงิน ประมาณ 100 ลานบาทนะ เอาตังคที่ไหน เราไมมีสิทธิ์ เกี่ยวของเลย ซึ่งในประเทศญี่ปุนหรือเยอรมันมีการเปด โอกาสใหคนทั่วไปเขามามีสวนเกี่ยวของไดในระดับบาน เรือนเลย สงเสริมใหติดตามหลังคาบานเลย บานใคร บานมัน ตรงนี้จะทําใหประชาชนมีโอกาสที่จะมีสวนรวม ในการผลิตพลังงานใหกับประเทศได ...ผมคิดวาพลังงานแสงอาทิตยแทบจะเปนเชื้อ เพลิงชนิดเดียวเลยมั้งที่จะทําใหคนสวนใหญ สามารถมีสวนรวมในการผลิตพลังงานได...
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
21
พลังงานน่ารู้
เรื่อง : เดชรัต สุขกำเนิด email : tonklagroup@yahoo.com
ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ
ของ
ผู้สนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เห็นว่า นิวเคลียร์เป็น ทางออกของปัญหาโลกร้อน และยังเชื่อว่า ต้นทุนการผลิตนิวเคลียร์ นั้นถูกมาก และที่โฆษณากันมากในเมืองไทยก็คือ ทั่วโลกมุ่งสู่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ สุดท้ายก็คือ ประเทศไทยไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากนิวเคลียร์ อันจะเป็นคำกล่าวอ้างที่เราจะได้ยินได้ฟังกันมาก ขึ้นในปี พ.ศ. 2553 นี้ ผมไม่ปฏิเสธว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นทางเลือกหนึ่งในการ จัดหาพลังงานของประเทศไทย แต่ทางเลือกแต่ละทางเลือกย่อมมี ผลประโยชน์และความเสี่ยงในตัวของมันเอง ที่สำคัญคือ เราได้รับ ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องก่อนการตัดสินใจหรือไม่ พลัง+งาน ฉบับนี้จึงขอนำเสนอแง่มุมอีกด้านหนึ่ง ซึ่งกระทรวง พลังงานอาจไม่ได้นำเสนอเกี่ยวกับความเสี่ยงของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่ไม่ค่อยได้พูดถึงกันในเมืองไทย นั่นคือ ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ การถดถอยของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์
โรงไฟฟ้า นิวเคลียร์
ตามที่ได้เล่าให้ฟังในฉบับที่แล้วว่า
แต่ก่อนที่จะเจาะประเด็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของโรงไฟฟ้า ปี
พ.ศ.
2553
จะเป็นปีสำคัญของ นิวเคลียร์ ผมขอวิเคราะห์ว่า “ทั่วโลกมุ่งสู่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จริงหรือ ไม่” ซึ่งข้อมูลพบว่า อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ได้ผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว การจัดทำแผนพัฒนากำลังการ ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 ในปัจจุบันการสร้างโรงไฟฟ้า ผลิตไฟฟ้าหรือแผนพีดีพี
ซึ่งหนึ่งใน นิวเคลียร์ที่เข้าสู่ระบบในแต่ละปีมีน้อยมาก โดยในปี 2006 มี โครงการที่กระทรวงพลังงาน โรงไฟฟ้าใหม่เข้ามาสู่ระบบ 2 โรง ปี 2007 มีเพียง 3 โรง ในปี ต้องการผลักดันให้เข้ามาบรรจุใน 2008 ไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เข้าสู่ระบบแม้แต่โรงเดียว หากเราเปรียบเทียบการเติบโตของพลังงานทางเลือก 3 ประเภท แผนพีดีพี
2010
ครั้งนี้คือ
โรงไฟฟ้า คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ เราจะ เห็นว่า จำนวนกำลังการผลิตติดตั้งของพลังงานลมและพลังงาน นิวเคลียร์
แสงอาทิตย์มีเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์กลับลดน้อย
22
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2553
แนวโน้มพลังงานของโลก
กำลังการผลิตติดตั้ง
(กิกะวัตต์) 16 14 12 10 8 6 4 2 0 2004 2005 2006 กำลังการผลิตติดตั้งใหม่ในแต่ละปี
ของโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์
พลังงานลม
และแสงอาทิตย์ทั่วโลก พลังงานลมโตเร็วกว่า นิวเคลียร์ถึง
เท่า
3.4
ถอยลง โดยจะเห็นว่าพลังงานลมเข้าสูระบบมากกว่าพลังงาน ่ จากโรงไฟฟ้ า นิ ว เคลียร์ และในปี 2006 ยิ่งชัดเจนว่า แม้กระทั่งพลังงานแสงอาทิตย์ที่ถือกันว่าแพงมาก ก็ยังเข้า สู่ระบบแซงหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เสียอีก (ดูกราฟที่ 1) ดังนั้น อุตสาหกรรมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จึงกลายเป็น อุตสาหกรรมที่ตะวันตกดิน (Sunset Industry) เพราะ ฉะนั้น แนวโน้มพลังงานของโลกไม่ได้มุ่งไปสู่พลังโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์อย่างที่กล่าวอ้าง การโฆษณาว่า ทั่วโลกมุ่งสู่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จึงเป็นการโฆษณาที่เกินจริง งบบานปลายของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
อะไรคือสาเหตุททำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่ได้รบความนิยม ี่ ั และประเด็นสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งซึ่งไม่ค่อยได้ถูกพูดถึง ในเมืองไทยก็คือ ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ ฝ่ า ยของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์บอกว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ราคาถูกมาก แต่ข้อเท็จจริงจากหลาย ประเทศกลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม ล่าสุด US Congressional Budget Office หรือสำนัก งบประมาณของรัฐสภาอเมริกัน เสนอรายงานเมื่อเดือน พฤษภาคม 2551 ว่า ต้นทุนของโรงไฟฟ้า 75 แห่งของ สหรัฐ มีต้นทุนสูงกว่าที่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์อ้างถึง กว่า 3 เท่า โดยต้นทุนเฉลี่ยในการก่อสร้างเพิ่มขึ้นจาก 0.94 ล้านเหรียญ/เมกะวัตต์ (หรือประมาณ 33 ล้าน บาท/เมกะวัตต์) ตามที่กล่าวอ้าง กลายเป็น 3.0 ล้าน เหรียญ/เมกะวัตต์ (105 ล้านบาท/เมกะวัตต์) เมื่อทำการ ก่อสร้างจริง (อ้างโดย Scititizen, 2008)
ขณะเดียวกันผลการศึกษาของ Keystone Center Nuclear Report เมื่อปี ค.ศ. 2007 พบว่า ต้นทุนของการ ผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์มิได้อยู่ในระดับ 8.3–11.1 เซ็นต์/ หน่วย (หรือประมาณ 2.9-3.9 บาท/หน่วย) ตามที่กล่าว อ้าง แต่ควรจะต้องปรับขึ้นตามต้นทุนจริง ที่ระดับราคา 12-17 เซนต์/หน่วย (4.2-6.0 บาท/หน่วย) ทั้งนี้ โดยยังไม่รวมต้นทุนนี้ยังไม่รวมต้นทุนในการเก็บรักษา กากนิวเคลียร์ ในส่วนของต้นทุนในการเก็บรักษากากนิวเคลียร์ พบว่า โครงการเก็บรักษากากนิวเคลียร์ถาวรที่ภูเขายัคคาต้นทุน ในการดำเนินการสูงถึง 96.2 พันล้านเหรียญ (3.4 ล้าน ล้านบาท) โดยต้นทุนเพิ่มขึ้นจากที่คาดไว้เดิมถึงร้อยละ 38 ที่สำคัญ โครงการนี้ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจาก การไม่ยอมรับของนักวิชาการและประชาชน ปัญหาทีสำคัญในแง่เศรษฐกิจของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ ่ คือ การออกแบบก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องออกแบบ เฉพาะสำหรับแต่ละโรง แทนที่จะมีแบบแปลนมาตรฐาน ซึง ่ ทำให้ตนทุนในการออกแบบ และต้นทุนในการก่อสร้างสูงขึ้น ้ และยังกลายเป็นความยุ่งยากในการกำกับดูแลเรื่องความ ปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แต่ละโรง อันเป็นต้นเหตุ สำคัญของความล่าช้าในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อกด้วย ี ดังนั้น สตีฟ คิดด์ ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์และ การวิจัยจากองค์การนิวเคลียร์โลก ได้เคยเขียนไว้ใน วารสารวิศวกรรมนิวเคลียร์นานาชาติ ในปี 2008 ว่า “สิ่งที่ชัดเจนคือ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยในการประเมิน ราคาที่แน่นอนสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ในขณะนี้ (ข้อมูลจากหนังสือ Our Choice ของอัล กอร์)
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2553
23
ศาสตราจารย์ Stephen Thomas จึงสรุปว่า “Olikiluoto3 กลายเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ทุกสิ่งเกี่ยวกับการ สร้างเตาปฏิกรณ์นวเคลียร์ใหม่สามารถกลายเป็นข้อผิดพลาด ิ ทางเศรษฐกิจได้ทั้งสิ้น” (ข้อมูลจาก http://en.wikipedia. org/wiki/Olkiluoto_Nuclear_Power_Plant) นิวเคลียร์กับเงินอุดหนุนของสาธารณะ
ภาพโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Olkiluoto-3 ฟินแลนด์ ที่มา: http://en.wikipedia.org/wiki/File:EPR_OLK3_TVO_fotomont_2_ Vogelperspektive.jpg
ความ
(ผิด)
หวังใหม่ที่ฟินแลนด์
ล่าสุด อุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ตั้งความหวังว่า เทคโนโลยีรนทีสามจะเป็นคำตอบสำหรับเรืองความปลอดภัย ุ่ ่ ่ และลดปัญหาต้นทุนบานปลาย โดยโรงไฟฟ้าทีชาวนิวเคลียร์ ่ มุ่งหวังและตื่นเต้นกันมากคือ Olikiluoto-3 ที่ฟินแลนด์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โรงแรกในยุโรปตะวันตก จน เรียกว่าเป็นยุคฟื้นฟูของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ โรงไฟฟ้า โรงนี้จึงถือเป็นเรือธงของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ โดยคาดว่า จะเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2009 ที่ผ่านมา แต่สถานการณ์การก่อสร้างจริงกลับตรงกันข้าม หลังการ ก่อสร้างมาแล้ว 4 ปี (เริ่มจากปี 2005 มาจนถึงปี 2009) พบว่า การก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 3 ปีครึ่ง ขณะที่งบประมาณการก่อสร้างก็เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 3 พันล้านยูโร กลายเป็น 4.5 พันล้านยูโร หรือเพิ่มขึ้น ประมาณร้อยละ 50 และกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันใน ฟินแลนด์วา ใครจะเป็นผูรบผิดชอบต้นทุนทีบานปลายขึนมา ่ ้ั ่ ้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น หน่วยงานที่ดูแลเรื่องความปลอดภัย ของประเทศฟินแลนด์ที่เรียกว่า Finnish Radiation and Nuclear Safety Authority (หรือ STUK) ก็พบปัญหาเรื่อง ความปลอดภัยในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าโรงนี้อีก ซึ่งพบว่ามี ตำหนิเกิดขึ้นในกระบวนการก่อสร้างประมาณ 1,500 จุด เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีโรงแรกที่แปลงจากกระดาษมาเป็น ความจริง จึงเกิดปัญหาความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ เมื่อปฏิบัติจริง
ในแง่มุมของเศรษฐศาสตร์ การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จะต้องได้รับเงินทุนอุดหนุนจากสาธารณะหรือ Subsidy อย่างมโหฬาร จากตัวเลขในกรอบที่ 1 จะเห็นว่า สหรัฐอเมริกามีการอัดฉีดอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ประมาณ 13 พันล้านเหรียญในยุครัฐบาลของประธานาธิบดีบุช โดย แยกเป็น การค้ำประกันเงินกู้ ข้อมูลดังกล่าวน่าสนใจมากเพราะว่า ในด้านหนึ่งผู้ที่ อยากให้สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่บอกว่า พลังงานนิวเคลียร์ มีราคาถูกมากๆ แต่กลับจำเป็นต้องให้รัฐบาลไปค้ำประกัน เงินกู้ให้แทน นอกจากนั้น ก็ยังมีการค้ำประกัน หากเกิดความเสี่ยง เนื่องมาจากความล่าช้าในการก่อสร้าง แถมรวมถึงดอก เบี้ยที่เกิดขึ้นจากความล่าช้า ทั้งยังมีการให้การสนับสนุน การผลิตประมาณ 1.8 เซ็นต์ต่อหน่วย และที่สำคัญสุดก็คือ แม้กระทั่งในขั้นตอนการปิดโรงไฟฟ้า ก็ยังต้องจ่ายเงิน อุดหนุนอีก เพราะมิฉะนั้นจะเกิดความไม่ปลอดภัย รัฐบาลจึงต้องอัดฉีดเงินเข้าไปอีก การขอรับเงินอุดหนุนของอุตสาหกรรม นิวเคลียร์ในสหรัฐอเมริกา
• วิจัยและพัฒนา 2.90 พันล้านเหรียญ • การก่อสร้าง 3.25 พันล้านเหรียญ - การค้ำประกันเงินกู้ (จนถึงร้อยละ 80 ของมูลค่า โครงการ) - การประกันความเสี่ยงจากความล่าช้าในการก่อสร้าง รวมถึงดอกเบี้ย • การปฏิบัติการ 5.7 พันล้านเหรียญ - ส่วนลดภาษีผลิตไฟฟ้า (1.8 เซ็นต์/หน่วย) การปิด โรงไฟฟ้า 1.3 พันล้านเหรียญ รวมทังหมด 13 พันล้านเหรียญ (หรือ 555,000 ล้านบาท) ้
24
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2553
ภาพจาก http://climateprogress.org/2008/06/13/ nuclear-power-part-2-the-price-is-not-right/
ความอ่อนแอของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์
ผู้อ่านหลายท่านอาจสงสัยว่า ประเด็นเหล่านี้ พวกเรา ห่วงกังวลกันไปเองหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่” เพราะเมื่อเรา ลองมาฟั ง มุ ม มองความคิดของผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรม ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เราจะพบว่า เขาจะพูดคล้ายๆ กันหมดทั่วโลก จนแทบจะเป็นเสมือนหลักสูตรหนึ่งของ การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เช่นในอเมริกา นาย John W. Rowe ประธานสถาบัน พลังงานนิวเคลียร์เขาพูดว่า “ประเทศเรา (หมายถึง สหรัฐอเมริกา ผู้เขียน) ต้องการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นอย่างมาก แต่เป็นโครงการที่แพงและเสี่ยงมาก” ทั้งยังบอกว่า “บรรดา ผู้ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่เต็มใจที่จะผูกมัดตนเองไว้ กับราคาที่ตั้งไว้คงที่ (หมายถึง ราคาที่ตกลงและโฆษณา กันไว้นั้น ผู้เขียน) รวมถึงไม่อยากผูกมัดกับกำหนดเวลาที่ ตายตัว” (ซึ่งแปลว่า ไม่อยากผูกมัดว่าจะก่อสร้างเสร็จใน เวลาเท่าไร ผู้เขียน) นาย John W. Rowe ย้ำว่า “...บริษัทส่วนใหญ่ต้องการ รับค่าตอบแทนตามต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งรวมถึงต้นทุน ส่วนเกิน พร้อมทั้งผลกำไรตอบแทนที่เหมาะสมด้วย...” (ข้อมูลจากไทยแลนด์ BusinessWeek, สิงหาคม 2551) ขณะเดียวกัน นาย Adrian Heymer กรรมการของ Nuclear Energy Institute ก็เห็นพ้องต้องกันว่า “...ถ้ามีปัญหา เกี่ยวกับการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตรงตามเวลา และตามงบ ประมาณเกิดขึ้น โอกาสที่จะดำเนินการโรงไฟฟ้าโรงถัดจาก โรงไฟฟ้า 8 ถึง 10 แห่งแรก ก็คงเป็นไปได้ยาก” (ข้อมูล จากไทยแลนด์ BusinessWeek, สิงหาคม 2551) สรุปว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นเป็นอุตสาหกรรมขายฝัน ที่เต็มไปด้วยคำกล่าวอ้างเกินจริง เป็นโครงการโรงไฟฟ้าที่ มีราคาแพง มีความเสี่ยงมาก ทั้งในแง่ความปลอดภัย ระยะเวลาก่อสร้าง และในแง่งบประมาณ ซึ่งถ้าเป็นระบบ ตลาดเสรี โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะเกิดขึ้นไม่ได้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะเกิดขึนได้กตอเมือ ตลาดเป็นตลาด ้ ็ ่ ่ แบบผูกขาดรวมศูนย์ ที่สามารถผลักภาระความเสี่ยงจาก ผู้ลงทุน ผ่านรัฐบาลไปยังสาธารณะได้ แน่นอนที่สุดจะต้อง ผลักไปให้กับสาธารณะได้ ก็ต้องมีสิ่งที่เราเรียกว่า นโยบาย ของรัฐบาลมาเป็นตัวค้ำประกันว่า จะสามารถผลักภาระไป สู่สาธารณะได้ เช่นผ่านทางการค้ำประกันเงินกู้และต้นทุน ที่เพิ่มขึ้นในการจัดการกากนิวเคลียร์ รวมถึงการปิด โรงงาน สิ่งเหล่านี้ ความเสี่ยงของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ สาธารณชนคนไทยต้องแบกรับ
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2553
25
เรื่อง : รุ่งทิพย์ สุขกำเนิด email : tiffunnies@hotmail.com
น้ำยา (ล้างห้องน้ำ) ที่ไม่ไร้น้ำยา
ฉลาดใช้ ฉบั บ นี้ ก็ ยั ง คงวนเวี ย นอยู่ ใ น “ห้องน้ำ” กันต่ออีกสักนิดนะคะ ยุคสมัยที่ทีวีเข้าถึงทุกซอกหลืบของประเทศ คงทำให้แทบไม่มใครทีไม่รจก “ผลิตภัณฑ์ลางห้องน้ำ” ี ่ ู้ ั ้ ยี่ห้อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เป็ด วิกซอ เมจิกคลีน ฯลฯ
ซึ่งล้วนแต่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ ของความสะอาด ทันสมัย สะดวก และ รวดเร็วทันใจ ชนิดที่หนูแหม่มและคุณ แจ๋วก็ “ฟันธง” แต่เราๆ ท่านๆ กลับหารูไม่วา “น้ำยา ้ ่ ล้างห้องน้ำ” ยิ่งมีฤทธิ์ทันใจเท่าไรหรือ “แค่เททิงไว้สกครู่ ไม่ตองเสียเวลาขัด ก็ ้ ั ้ จะขจัดคราบสกปรกได้แล้ว” นั้น ยิ่งน่า หวาดเสียว เพราะเรามักพบ “กรดเกลือ หรือ hydrochloric acid” ในอัตราทีสง ู่ มากเป็นส่วนผสม (บางสูตรสูงถึง 15%)
หากเราลองหยดกรดเกลือลงบนปูน หรือกระเบื้อง จะเห็นฟองฟู่ซึ่งเกิดจาก ปฏิกิริยาระหว่างกรดกับปูน เกิดเป็น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงทำให้คราบ ฝังแน่นหลุดออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อม กับยาแนวกระเบื้องก็จะหลุดกร่อนตาม มาเช่นกัน Hydrochloric acid นอกจากจะเป็น สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนแล้ว หากถูก ผิวหนังจะเกิดการระคายเคือง เป็นแผล เข้าตาก็อาจตาบอดได้ หากหายใจเข้าไป จะทำให้เกิดอาการแพ้ของระบบทางเดิน หายใจและจะเป็นมากขึ้นเมื่อได้รับซ้ำ นอกจากนี้ยังเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ทางน้ำ และเมื่อใช้กับ “ส้วม” ก็จะไป ทำลายจุลินทรีย์ที่มีหน้าที่ย่อยของเสีย ในถังบำบัด ผลก็คือน้ำล้นจากถังบำบัด
ที่ลงสู่ระบบระบายน้ำ ยังคงเป็นน้ำที่ สกปรกเกินค่ามาตรฐานอีกด้วย นอกจากนี้ด้านข้างขวดผลิตภัณฑ์นี้ ยังเขียนข้อแนะนำในการใช้ว่า “ขณะใช้ ให้สวมถุงมือยาง รองเท้ายาง และควร ล้างด้วยน้ำและสบูหลังใช้ทกครัง” ซึงแสดง ่ ุ ้ ่ ให้เห็นถึงอันตรายขนาดที่ว่า “เราเตือน คุณแล้ว”!! เมื่อรู้ดังนี้จะช้าอยู่ไย ฉลาดใช้ฉบับนี้ จึงมี “น้ำยาล้างห้องน้ำสูตรธรรมชาติ” มาฝากค่ะ
สูตรที่ 1 ใช้นำมะนาว มะกรูดพร้อม ้ เปลือกที่คั้นน้ำแล้ว มาแช่หรือต้มเคี่ยว ในน้ำอุ่นแบบค่อนข้างร้อน (หรือจะใช้ น้ำจากการนึ่งข้าวเหนียวก็ไม่ว่ากัน)
นำมาราดในห้องน้ำและขัดพื้นตามปกติ สูตรนี้ทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ...ห้องน้ำ หอมสะอาด และไม่กัดกร่อนกระเบื้อง
ต่ำกว่า 50 องศา ทิ้งไว้ 7 วัน เท่านี้ก็ได้ น้ำยาล้างห้องน้ำ ซึงยังใช้ถพน เช็ดกระจก
่ ู ื้ และบำบัดน้ำเสียได้อีกด้วย
สูตรที่ 3 ผสมแอมโมเนี ย และ น้ำส้มสายชูอย่างละ ½ ถ้วย กับผงฟู ¼
ถ้ ว ย และบอแรกซ์ 1 ชช. เขย่ า ให้
เข้ากัน บรรจุในขวดพลาสติกที่มีฝาหัว ฉีด แค่นี้เป็นอันเสร็จ เขย่าขวดก่อนใช้ พ่นลงบนกระเบื้องหรืออ่างอาบน้ำ/ล้าง หน้า ใช้แปรงถูคราบสกปรก แล้วล้าง ออก สามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน 6 เดือน
สูตรที่ 4 เป็นยาแก้พิษผิวหนังที่ ถูกน้ำยาล้างห้องน้ำกัด เริมจาก ล้างด้วย ่ น้ำมาก ๆ และใช้ผงฟูละลายน้ำประมาณ
1 ช้อนต่อน้ำ 1 แก้ว ราดบนผิวหนังที่ ถูกกรด ก็จะช่วยลดฤทธิ์ของมันได้จ้า
ที่มา
สูตรที่ 2 ใช้นำแช่ขาวเหนียว 1 ลิตร
1. รศ.สุชาตา ชินะจิตร คอลัมน์ฐานความรู้เรื่อง ้ ้ ความปลอดภัยด้านสารเคมี (แช่ประมาณ 8 ชม.) เติมกากน้ำตาล 1 ชต.
www.chemtrack.org และ EM 1 ชต. จากนั้นเขย่าให้เข้ากัน 2. สูตรแม่ปราณี ภูมิปัญญาชาวบ้าน จ.แพร่ ปิดฝาทิ้งไว้ในที่ไม่ถูกแดดและมีอุณหภูมิ 3. เกษตรกรรมธรรมชาติ ฉบับที่ 1 ปี 2552
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553
เรื่อง : เต่าทองคะนองเว็บ
โลกออนไลน์
แต้มสีเขียว
ให้ชีวิต
บ
กั
หลังจาก
“โลกร้อน”
กลายเป็นประเด็นฮอตฮิตทัวโลก
่ รวมทังในประเทศไทย
พืนทีสำหรับการสือสารความรู้ ้ ้ ่ ่ ความเข้าใจเกียวกับปัญหาสิงแวดล้อมก็ถอกำเนิดขึนมา ่ ่ ื ้ มากมาย
และหนึงในนันก็คอเว็บไซต์ชอสัน
green.in.th
่ ้ ื ื่ ้
ที่ นี่ มี เ รื่ อ งราวเขี ย วๆ ย่ อ ยง่ า ย ซึ่ ง แบ่ ง ออกเป็ น หมวดใหญ่ ๆ คื อ Design ว่าด้วยเรื่องผลิตภัณฑ์ การ ออกแบบผลิตภัณฑ์และการตกแต่ง บ้านที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม Politics ว่า ด้วยนโยบาย กฎหมาย ข้อตกลงเพื่อ เยียวยาภาวะโลกร้อน ทั้งในประเทศ ไทยและระดับสากล Discovery ว่า ด้วยการค้นพบใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับปัญหา สิ่ ง แวดล้ อ มและโลกร้ อ น Lifestyle ว่ า ด้ ว ยการใช้ ชี วิ ต ในยุ ค ปั จ จุ บั น โดย ไม่ ลื ม ที่ จ ะสนใจโลก Business ว่ า ด้ ว ยตั ว อย่ า งองค์ ก รธุ ร กิ จ ที่ หั น มา ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และอื่นๆ เรี ย กได้ ว่ า อั ด แน่ น ด้ ว ยสารพั ด บทความ ตังแต่เก้าอีทพบแล้วกลายเป็น ้ ้ ี่ ั ไม้อัดแผ่นบางเพียงแผ่นเดียว เสื้อผ้า ที่มีส่วนผสมของเส้นใยจากพลาสติก ใช้แล้ว กระถางต้นไม้ย่อยสลายได้ คู่ มื อ สำหรั บ นั ก ท่ อ งเที่ ย วสี เ ขี ย ว รถยนต์ไฮบริด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ปลอดสารพิษ เคล็ดลับการใช้กระดาษ ให้ คุ้ ม ค่ า ไปจนถึ ง เทคนิ ค การสร้ า ง ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ต่างๆ แต่ที่น่าจะถูกใจเด็กๆ มากที่สุด คงหนี ไ ม่ พ้ น การ์ ตู น สั้ น สี สั น สดใสที่ สอดแทรกประเด็ น ทางสิ่ ง แวดล้ อ ม เช่ น พกกระติ ก น้ ำ คู่ ใ จ ปลู ก ต้ น ไม้ ไม่ง้อแอร์ กินอาหารท้องถิ่น ลดการ ใช้รถ เป็นต้น ใครไม่สะดวกเข้ามาอ่านตามวาระ การอัพเดท สามารถลงทะเบียนด้วย อีเมลแอดเดรสไว้ได้เลย เมื่อใดที่เว็บ มีความเคลื่อนไหวใหม่ๆ รับรองว่า ทีมงานจะแจ้งข่าวถึงกล่องข้อความ ของคุณแน่นอน นอกจากนี้ เค้ า ยั ง ใจดี ยั ง เปิ ด โอกาสให้นักท่องเว็บได้อ่านหนังสือ “โลกร้อนมันจีด” แบบออนไลน์ดวยนะ ๊ ้ ลองแวะไปเยี่ ย มชมกั น หน่ อ ย แล้ ว จะรู้ว่า...สิ่งแวดล้อมไม่น่าเบื่ออย่าง ที่คิด เผลอๆ จะน่าสนใจว่าการเมือง เรื่องน้ำเน่าไม่รู้กี่กระบุงโกย
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2553
27
ขอมูลชวนคิด
เรื่อง : ศุภกิจ นันทะวรการ email : suphakijn@yahoo.com
ถูก หรือ แพง
11 60 6 14
แลวแตจะเลือกใช ตัวเลข
27
3
32
หลังจากนําเสนอขอมูลเกี่ยวกับ ราคาน้ำมันไปในฉบับที่แลว ขอ ขอบคุณทานผูอานที่ไดสอบถามเขา มาและใหนําเสนอประเด็นตอเนื่อง อีก แตเมื่อไปพิจารณาเอกสารตางๆ แลว ก็เห็นวาประเด็นอื่นๆ ของเรื่อง น้ำมัน จําเปนจะตองนําเสนอลงไปใน รายละเอียดของแตละประเด็นยอย ซึ่งอาจจะไมเหมาะกับพื้นที่คอลัมน เล็กๆ นี้ จึงขอเชิญชวนทุกทานใหไป ติดตามจากเอกสารขอมูลที่ไดอางอิง ไวแลว ทั้งทางกรรมาธิการตรวจสอบ ทุจริตฯ ของวุฒิสภา และทาง ปตท. ซึงเผยแพรอยูในสาธารณะ เพือรวมกัน ่ ่ เรียนรูและตรวจสอบตอไป แตหากมี
ข อ มู ล อ า ง อิ ง
5
10
-9
การเลือกใชตนทุนของ การผลิตไฟฟาในการจัดทํา แผนพีดีพี 2007 ที่รัฐบาล อนุมัติในป 2550 และ ปรับปรุงลาสุดเมื่อป 2552 นี้ มีหลายฝายตั้งขอสงสัยหรือ คัดคานตัวเลขตนทุนที่ ไมสมเหตุสมผล วางแผน จึงเปนปจจัยที่สําคัญมาก ในการตัดสินใจเลือกโรงไฟฟา ทั้งนี้ ตนทุนการผลิตไฟฟามีหลายตัวเลข ใหเลือกใช ขึ้นอยูกับวามาจากแหลง ขอมูลใดและใชขอสมมติอะไรบาง การเลือกใชตนทุนของการผลิต ไฟฟาในการจัดทําแผนพีดีพี 2007 ที่รัฐบาลอนุมัติในป 2550 และ ปรับปรุงลาสุดเมื่อป 2552 นี้ เอง มีหลายฝายตั้งขอสงสัยหรือคัดคาน ตัวเลขตนทุนที่ไมสมเหตุสมผล ตัวอยางเชน การผลิตไฟฟาจาก นิวเคลียรเลือกใชตัวเลขตนทุนต่ำ เกินไป หรือตนทุนไฟฟาจากพลัง แสงอาทิตยสูงเกินไป เปนตน
ประเด็นขอมูลที่นาสนใจ ก็จะนํามา ชวนกันคิดในฉบับตอๆ ไป รวมทั้ง เรื่องแกสแอลพีจี หรือกาซหุงตมดวย สําหรับฉบับนี้ ขอตอนรับการวาง แผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟา หรือแผน พีดีพีฉบับใหมที่กระทรวงพลังงาน กําลังดําเนินการอยู ดวยการชวนคิด ขอมูลเรื่องตนทุนการผลิตไฟฟา อัน เปนหัวใจสําคัญเรื่องหนึ่งของการ วางแผนแมบทไฟฟามูลคานับลาน ลานบาทนี้ เนื่องจากแผนพีดีพี เปนแผนที่ กําหนดวา ในชวง 15 ป ขางหนาจะ กอสรางโรงไฟฟาอะไรบาง จํานวนกี่ โรง ดังนั้นตัวเลขตนทุนของโรงไฟฟา แตละประเภท ที่นํามาใช ในการ
1) International Energy Agency, 2009, World Energy Outlook 2009, P.266-270, IEA 2) กระทรวงพลังงาน, 2550, การนําเสนอ รางแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟา พ.ศ. 2550-2564 (PDP2007), เวทีรับฟงความคิดเห็นวันที่ 3 เมษายน 2550 ณ สโมสรกองทัพบก กรุงเทพฯ 3 ) กระทรวงพลังงาน, 2552, การนําเสนอ รางแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟา พ.ศ. 2550-2564 (PDP2007) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2, เวทีรับฟงความคิดเห็น กุมภาพันธ 2552 ณ สโมสรกองทัพบก กรุงเทพฯ
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
28
นิวเคลียร
พลังน้ำ
แผนพีดีพี ในป 2550 ขอมูลจากองคการ พลังงานระหวาง ประเทศ ป 2551 หมายเหตุ ใชอัตราแลกเปลี่ยน 34 บาท/1 ดอลลารสหรัฐ
2.08
ชีวมวล
บาท/หนวย
1.87 2.72
ไมถูก พิจารณา ในแผน
บาท/หนวย
1.53 3.57
กังหันลม บนบก
กังหันลม ในทะเล
2.63
เซลลแสงอาทิตย
บาท/หนวย
1.70 4.76
5.98
บาท/หนวย
3.06 3.57
ไมถูก พิจารณา ในแผน
บาท/หนวย
3.40 4.08 พลังกระแสน้ำ และคลื่น
พลังความรอน แสงอาทิตย
พลังความรอน ใตพิภพ
20.20 25.67
บาท/หนวย
12.24
ไมถูก พิจารณา ในแผน
บาท/หนวย
4.59 12.58
ไมถูก พิจารณา ในแผน
บาท/หนวย
2.21 2.72
ไมถูก พิจารณา ในแผน
บาท/หนวย
6.63 7.48
เปรียบเทียบตนทุนการผลิตไฟฟาตามเทคโนโลยีในการผลิต
สําหรับตัวเลขตนทุนในการ วางแผนพีดพฉบับใหม ก็มหลายแหลง ี ี ี ขอมูลใหเลือกใช จึงขอนําเสนอขอมูล จากองคการพลังงานระหวางประเทศ เพื่อชวนกันคิด ซึ่งขอมูลลาสุดของ ตนทุนการผลิตไฟฟาแตละประเภท เนนขอมูลตนทุนของพลังงาน หมุนเวียนและนิวเคลียร เนื่องจาก นําเสนออยูบนฐานของการแกไข ปญหา ‘โลกรอน’ โดยเฉพาะตัวเลขตนทุนการผลิต ไฟฟาจากพลังงานหมุนเวียนทั้ง 8 ประเภท มีตัวเลขตนทุนในป 2573
ทีลดลงทุกประเภทประมาณรอยละ 7 ่ ถึงรอยละ 60 ตัวอยางเชน ตนทุนการ ผลิตไฟฟาจากชีวมวล จะลดลงเหลือ 1.19-4.08 บาทตอหนวย หรือจาก เซลลแสงอาทิตย จะเหลือ 4.7610.37 บาทตอหนวย เมื่อพิจารณาจากขอมูลแลว ตัวเลข ตนทุนการผลิตไฟฟาจากนิวเคลียรที่ ใชอยูเดิมนั้นคอนขางต่ำ ในขณะที่ ตัวเลขตนทุนจากกังหันลมและเซลล แสงอาทิตย ก็เลือกใชตวเลขทีคอนขาง ั ่ สูง สวนไฟฟาพลังน้ำ ก็ควรนําตัวเลข เขามาใชในการวางแผนพีดีพีฉบับใหม
ดวย เนื่องจากมีตนทุนที่ไมสูงมาก นัก นอกจากขอมูลตัวเลขตนทุนแลว ยังมีขอมูลที่สําคัญอีกหลายเรื่อง เกี่ยวกับแผนพีดพี ทีขอเชิญชวนทาน ี ่ ผูสนใจชวยกันเรียนรู เพือความ ่ พรอมในการเขารวมเวทีรับฟงความ คิดเห็นหรือการมีสวนรวมในชอง ทางอื่นๆ ซึ่งทางกระทรวงพลังงาน กําหนดไววา จะจัดใหมีขึ้นเร็วๆ นี้
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
29
การลงทุนสีเขียว
เรื่องและภาพ : คู่หูสี่ขา
ผลผลิตของคนไทย
โรงไฟฟ้า
แสงอาทิตย์
หลายคนเชื่อคำบอกเล่าว่า...การลงทุนเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ยังไงก็ไม่คุ้มค่า เพราะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ แต่ก็มีบางคนไม่เชื่อเช่นนั้น และพร้อมลงมือทำเพื่อ พิ สู จ น์ ใ ห้ เ ห็ น ...จนกลายเป็น Solar Farm แห่งแรกของ ประเทศไทย ด้วยฝีมือและสมองของคนไทยเต็มร้อย “เป็นความเชื่อเก่าๆ” คือคำตอบที่ดังขึ้นจากมนตรี ชื่นภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายโครงการ บริษัท บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น คำอธิบายพร้อมกับนำชม ลาน Solar Farm เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า 1.6 เมกะวัตต์ ที่ตั้ง เรียงรายสะดุดสายตาผู้ผ่านไป-มาอยู่ด้านหน้าของบริษัท บางกอกโซลาร์ฯ บริเวณริมถนนสายบางประกง-ฉะเชิงเทรา อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา...นำมาซึ่งข้อเท็จจริงที่หลายคน อาจไม่รู้ นั่นคือ คนไทยผลิตแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อส่งออกไปขาย ถึงยุโรปและอเมริกา...และแผงโซลาร์เซลล์ที่คนไทยผลิตได้ ถูกนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า หรือที่เรียกว่าโรงไฟฟ้าพลังงาน แสงอาทิตย์ เพื่อขายเข้าสู่ระบบการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ไทยไปเรียบร้อยแล้ว...โดยใช้เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าที่ผลิต ขึ้นโดยบริษัท ลีโอนิคส์ จำกัด ซึ่งเป็นของคนไทยอีกต่างหาก ...ที่สำคัญก็คือ มีบริษัทเอกชนสนใจและลงทุนเรื่อง พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย มากขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดก็คือ ลำพังการลงทุนของบริษัท บางกอกโซลาร์ฯ ก็ลงมือก่อสร้าง Solar Farm เพื่อผลิต ไฟฟ้าขายเข้าระบบในพื้นที่ต่างๆ รวมแล้ว 6 แห่ง และอยู่ ระหว่างการก่อสร้างอีก 1 แห่ง กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ ทั้งเพชรบุรี อ่างทอง ลพบุรี ฉะเชิงเทรา และอุดรธานี โดย แต่ละแห่งมีกำลังการผลิตไม่เท่ากัน ขึนอยูกบพืนทีและขนาด ้ ่ ั ้ ่ ของสายส่งที่ว่างอยู่ หน้าตาของ Solar Farm เป็นเช่นไร...สังเกตได้หากผ่าน
30
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2553
การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
ได้มากกว่าที่เราลงทุนไป
นั่นคือได้ทั้ง
เรื่องสิ่งแวดล้อม
ไม่มีปัญหาเรื่องมลพิษ
ไม่มีปัญหาเรื่องมวลชน
ทุกไซต์ของเรา
ไม่มีการต่อต้านเลย
มนตรี ชื่นภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายโครงการ บริษัท บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด
ไปริมถนนบายพาสสายชะอำ จ.เพชรบุรี เพราะนั่นคือที่ตั้ง ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่สุด คือ 2.1 เมกะวัตต์ หรือด้านซ้ายมือของถนนสายเอเชีย ขณะเข้าสู่จังหวัด อ่างทอง ก็จะเห็นแผงโซลาร์เซลล์สีดำตั้งเรียงรายอยู่บนพื้น ในอาณาบริเวณหลายไร่ เพือผลิตไฟฟ้าขนาด 1.1 เมกะวัตต์ ่ มนตรีบอกว่า “เราเริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตเซลล์แสง อาทิตย์แห่งแรกของประเทศไทยเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว โดยผลิต ตังแต่ตนน้ำ นันคือทำตังแต่เป็นวัตถุดบจนเป็นแผงโซลาร์เซลล์ ้ ้ ่ ้ ิ ไม่ใช่แค่นำเข้ามาประกอบ โดยส่งออกไปขายถึงยุโรปและ อเมริกา แต่เมื่อเศรษฐกิจโลกเริ่มมีปัญหา บริษัทฯ จึงหันมา ลงทุน Solar Farm ในประเทศไทย เพราะถือว่ามีศักยภาพ ทั้งในแง่ของทีมงาน ทั้งทีมวิศวกร และวัตถุดิบที่ผลิตได้เอง นั่นคือแผงโซลาร์เซลล์และสายไฟฟ้า” ทั้งนี้ แผงโซลาร์เซลล์ที่บริษัท บางกอกโซลาร์ฯ ผลิตได้ เป็นชนิดทีเรียกว่า อะมอร์ฟสซิลกอนแบบฟิลมบาง (Amor่ ั ิ ์ phous Silicon Thin-Film Photovoltaic Module) จากข้อได้เปรียบที่ส่งผลโดยตรงต่อเม็ดเงินที่ต้องใช้ใน การลงทุนดังกล่าว บวกกับประสบการณ์ความเชี่ยวชาญจาก การทำโครงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้กับชาวบ้านและ
หน่วยงานทีอยูในพืนทีหางไกล ไม่มไฟฟ้าใช้ ทังสถานีอนามัย ่ ่ ้ ่ ่ ี ้ โรงเรียน บ้านเรือน ฯลฯ ทำให้ผู้บริหารของบริษัท บางกอกโซลาร์ฯ ตัดสินใจต่อ ยอดธุรกิจครั้งสำคัญด้วยการเดินหน้าพิสูจน์ให้เห็นชัดๆ ว่าการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใน ประเทศไทย “คุ้มค่า” และ “น่าลงทุน” เพราะถึงอย่างไร เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ก็เป็นกระแสของโลก ต้องเกิดขึ้น แน่ในประเทศไทย จะช้าหรือเร็วเท่านั้น ผลจากการลงมือทำให้ดู เพราะพูดไปแต่ไม่ทำก็ไม่มีใคร เชือ ทำให้ Solar Farm เพือผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ่ ่ แห่งแรกเริ่มต้นขึ้นที่ลานกว้างหน้าบริษัท บางกอกโซลาร์ฯ โดยมีแผนที่แสงแดดของประเทศไทยเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ สำคัญ เพื่อดูว่าพื้นที่ใดมีแสงแดดดี เหมาะสมกับการนำมา ผลิตกระแสไฟฟ้าบ้าง นับจากนั้นมา โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตในเชิง พาณิชย์แห่งแรกของประเทศไทย โดยฝีมือคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ก็เริ่มขายไฟฟ้าเมื่อปี 2550 และกลายเป็น สนามแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง ไม่เฉพาะแต่ทีมวิศวกรจะได้ลองผิดลองถูกเพื่อหาทาง เพิ่มประสิทธิภาพให้ผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้น ยัง
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2553
31
โฉมหน้าโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จ.เพชรบุรี
กลายเป็นสนามแห่งการเรียนรูจาก “ของจริง” สำหรับผูสนใจ ้ ้ ที่แวะเวียนเข้ามาชมอย่างต่อเนื่อง “มีคนสนใจเยอะมาก ทั้งภาครัฐและเอกชน เข้ามา กันหมด สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง สถาบันดังๆ ก็ขอมาดูงาน ทั้งเรื่องกระบวนการผลิต เรื่องโรงไฟฟ้า โดยโรงที่อยู่หน้า บริษัทฯ รับแขกเยอะที่สุด” ผู้จัดการฝ่ายโครงการกล่าวถึง ภารกิจที่ตามมานอกเหนือจากงานหลัก แม้จะมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อยู่ในการดูแล หลายแห่ง และกระจายอยู่ห่างไกลในหลายพื้นที่ แต่การ ควบคุมดูแล ก็ใช้ระบบออนไลน์ผ่านจอคอมพิวเตอร์ที่ สามารถเรียกดูข้อมูลได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นกำลังไฟฟ้า ทีผลิตได้จริงจากโรงไฟฟ้าแต่ละแห่ง แถมตรวจสอบคาร์บอน ่ เครดิตได้อีกด้วย “ง่าย...ยิ่งทำยิ่งง่าย” ไม่ใช่แค่คำยืนยันด้านเทคนิคที่ดัง ขึ้นจากวิศวกรผู้ควบคุมโครงการเท่านั้น เพราะยังพบข้อเท็จ จริ ง อี ก ว่ า การลงทุ น เรื่ อง Solar Farm ในแต่ละพื้นที่ไม่ ปรากฏแรงต่อต้านจากชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงเลย จนพูด ได้เต็มปากว่า “การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้มากกว่าที่เรา ลงทุ น ไป นั่ น คื อ ได้ ทั้ ง เรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่มีปัญหาเรื่อง มลพิษ ไม่มีปัญหาเรื่องมวลชน ทุกไซต์ของเราไม่มีการ
ต่อต้านเลย” ขณะเดียวกัน เจ้าของที่ดินก็จะได้ค่าเช่าพร้อมกับทำ หน้าที่ดูแลไม่ให้หญ้าขึ้นมาบังแผงโซลาร์เซลล์ มียามคอย เฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง เพราะมูลค่าของแผงโซลาร์เซลล์ ค่อนข้างสูง เมื่อถึงเวลาต้องทำความสะอาดแผง ก็จะมีทีม เจ้าหน้าที่ลงไปจัดการ ดูเหมือนว่าตลอดระยะเวลาหลายชั่วโมงของการพูดคุย กับตัวแทนของบริษัท บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด คำยืนยันที่ดังขึ้นบ่อยครั้งก็คือ...โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์คนไทย ทำได้เองแล้ว ไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่การขออนุญาตยุ่งยาก กว่า เพราะไม่มอะไรแตกต่างจากการขอสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ี เลย แม้จะเป็นพลังงานสะอาดก็ตาม ปัจจุบัน มีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่า ขณะที่การก่อสร้าง โรงไฟฟ้าทำได้ยากลำบากมากขึ้น แต่มีโรงไฟฟ้าประเภท หนึ่งกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะได้พิสูจน์แล้วว่า เชื้อเพลิงจาก แสงอาทิตย์ คือทางออกที่สดใสและน่าสนใจสำหรับประเทศ ไทยที่มีแสงแดดแผดจ้าได้มาฟรี...ฟรี ขอบคุณ บริษัท บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด www.bangkoksolar.com
32
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2553
เรื่องและภาพ : สองขาสามัคคี
(ขวาลาง) วัดบุญยืนกับศิลปะแบบลานชาง
ชีพจรลงเทา
ป น รถถี บ
ละเลียดแอวเวียงสา
เวียงสาเปนอําเภอเล็กๆ ของจังหวัดนาน ซึ่งยังไมเปน ทีรจกมากนักในฐานะเมืองทองเทียว แตหากไดลองแวะ ่ ู ั ่ มาปนจักรยาน สัมผัสวิถชวตและมิตรภาพของผูคนทีนี่ ี ี ิ ่ สักครั้ง เชื่อวาจะตองพกรอยยิ้มแหงความสนุกสนาน และความอิ่มเอมใจกลับไปเปนกระบุงโกย
พระพุทธรูปในพระอุโบสถของวัดบุญยืน
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
33
ขาวซอยแสนอรอย ขางบานพอครูระดม
ขบวนจักรยานของเราเริมตนแตเชาตรู โดยออกสตารทกัน ่ ที่บานไมหลังใหญริมแมน้ำนานของพอครูระดม อินแสง ซึงนอกจากจะเปนหองเรียนใหเยาวชนหัดอานเขียนภาษา ่ ลานนาจากผูเฒาผูแก อยางนอยสัปดาหละครั้งแลว ยังเปน แหลงอนุรักษพันธุปลาตามธรรมชาติ ซึ่งพิเศษกวาที่ใดๆ เพราะสามารถเรียกปลามารวมกันไดดวยเสียงตีกะหลก* “กะหลกเรียกปลาที่นานใต” เปนโครงงานเชิงอนุรักษ จากไอเดียของพอครูระดมและความสนใจของกลุมนักเรียน ม.ปลายจากโรงเรียนสา ที่ประยุกตใชทฤษฎีการเรียนรูแบบ วางเงื่อนไขคลาสสิคกับปลาในแมน้ำนาน โดยตีกะหลกสง สัญญาณเสียงใหปลามารวมกันกอนจะใหอาหารในชวงเชา และเย็น ทั้งยังมีการขึงแนวธงเหนือลําน้ำในละแวกนั้นเพื่อ แสดงเขตหามจับปลาระยะทาง ประมาณ 200 เมตร เสร็จจากใหอาหารปลา พี่นายและนองปุกกี้ สองสมาชิก ของกลุมฮักเมืองเวียงสาก็นําผูมาเยือนอีก 5 ชีวิตปนสองลอ เลียบฝงแมนำนาน ลัดเลาะถนนสายเล็กๆ ผานสีแยกไฟแดง ้ ่ แหงเดียวของเมืองนี้ กระทั่งมาถึงสํานักงานเทศบาลตําบล เวียงสา อาคารไมสองชั้นเกาแกซึ่งเดิมใชเปนที่วาการอําเภอ ถือ เปนสถานที่ที่มีคุณคาทางจิตใจของชาวเวียงสามากทีเดียว เพราะพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวและสมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ เคยประทับ ณ มุขหนาชั้น 2 ของอาคาร และโปรดเกลาฯ ใหพสกนิกรเขาเฝาฯ เมื่อทั้งสองพระองค เสด็จมาจังหวัดนานเปนครั้งแรก ในป พ.ศ. 2501 ที่อยูอีกฟากถนนคือวัดบุญยืน พระอารามหลวงคูบาน คูเมืองเวียงสาที่มีอายุมากกวาสองรอยป โดดเดนดวย พระอุโบสถซึ่งเปนสถาปตยกรรมแบบลานชาง บานประตู คูกลางใชไมขนาดใหญแผนเดียวแกะสลักเปนรูปเทวดา ลวดลายโดยรอบลดหลั่นกันถึง 3 ระดับ
1.
พระพุทธรูปปางยืนที่แกะสลัก จากไมตะเคียนทอง
ภายในพระอุโบสถเปนที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ปางประทับยืน วากันวา...เมื่อกาวเขาไปในโบสถใหยืน ตรงกลางประตูและมองไปยังใบหนาของพระประธาน หลังจากนั้นคอยๆ เดินใกลเขาไปโดยไมละสายตาจาก จุดที่มอง เมื่อถึงระยะหนึ่ง (ซึ่งเปนระยะเฉพาะของ แตละคน) จะเห็นพระประธานกําลังยิ้มให!! จากถนนลาดยางมะตอยที่ขนาบสองฝงดวยตึกปูน สองชั้นสลับกับบานไมแบบดั้งเดิม ซึ่งปรากฏภาพชีวิต ของชาวบานที่ไมตองใชชีวิตเรงรีบอยางคนเมืองหลวง พี่นายและนองปุกกี้นําทีมปนจักรยานมาเจอกับอีกโลก ที่ซอนอยูหลังสิ่งกอสรางเหลานั้น นั่นคือ “ทุงนาสันติสุข” ที่ชาวบานเรียกตามชื่อ ของหมูบาน เสียดายทีผานชวงเก็บเกียวไปแลว ไมเชนนัน ่ ่ ้ คงไดเห็นทองทุงสีทองของรวงขาวเปนแนแท เราปนจักรยานผานทองนาและออกแรงขาปนขึนเนิน ้ พอเหงื่อซึม ในที่สุดก็มาถึงศูนยวิปสสนากัมมัฏฐาน สมเด็จสุญญตวิโมกข อันเปนที่ประดิษฐานพระพุทธ รูปไมตะเคียนทองปางประทานพรความสูง 8.22 เมตร ตามประวัติเลาวา ไมตะเคียนทองตนนี้ถูกคนพบ ริมตลิ่งแมน้ำนานบริเวณบานดอนไชยใต จึงนําขึ้นมา และใชเวลาแกะสลักอยู 3 เดือน กอนจะยายมา
*กะหลก คือ เครื่องเคาะที่ทํา จากไม ในสมัย โบราณใชตีเพื่อ เรียกประชุมชาว บานหรือรวมพล เมื่อเกิดเหตุสําคัญ
“พี่นาย” จามรี เต็งไตรรัตน เลา เรื่องราวตางๆ ของเวียงสาได อยางนาฟง
2.
“นองปุกกี้” กีรติกรณ การินทร นําปน จักรยานดวยความ สนุกสนาน เปนกันเอง
ครูระดมและ นักเรียนเคาะ กะหลกเรียก ปลาในแมน้ำ นาน
34
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
ลุงสุพจน เต็งไตรรัตน กับเจา “เพนนีฟารธิง”
ประดิษฐาน ณ ศูนยวิปสสนาฯ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมป ทีแลว โดยชางผูแกะสลักนันไมเคยแกะสลักพระพุทธรูปมา ่ ้ กอน แตสามารถสรางงานพุทธศิลปชนนีสําเร็จไดดวยแรง ิ้ ้ ศรัทธา เคลื่อนขบวนจากศูนยวิปสสนาฯ ผานวัดบุญนาคออกมา สูถนนใหญ แตก็ยังปนจักรยานบนไหลทางไดสบายๆ แถม รถราก็ไมเยอะจนวุนวาย จึงไมนาแปลกใจทีจะเห็นนักเรียน ่ รุนเด็กจนถึงผูสงวัยรุนเดอะออกแรงปนรถถีบกันอยูทั่ว ู เมือง...เจาสองลอไมงอน้ำมันยังไดรับความนิยมจากชาว เวียงสาอยูพอสมควร แดดยามสายไลตามหลังมาติดๆ ขบวนจักรยานจึงเขา หลบรอน ณ โรงบมใบยาสูบเกาแกของทีนี่ เพียงเลียวมาก็พบ ่ ้ ตนกามปูสูงใหญ ซึ่งไมเพียงกระจายความรมรื่นสูบริเวณ โดยรอบ แตยังชวยเพิ่มเสนห ใหเตาบมใบยาสูบแบบโบราณ ที่เลิกใชงานแลวไดอยางลงตัว เปนโชคดีของพวกเราที่แวะมาในวันอบใบยาสูบรอบใหม จึงไดเห็นบรรยากาศการทํางานทุกขันตอน ตังแตการลําเลียง ้ ้ ใบยาสูบสด การชั่งน้ำหนักกอนสงเขาเตาอบ รวมถึงการคัด เกรดใบยาสูบที่ผานการอบและอัดเปนกอนรอเวลาสงขาย
“กลุมฮักเมืองเวียงสา” เปนการรวม ตัวกันดวยจิตอาสาของชาวเวียงสา หลากวัยหลายอาชีพ ซึ่งคิดเห็นตรงกัน ที่จะอนุรักษวัฒนธรรมดั้งเดิม ควบคู กับสงเสริมการทองเที่ยวในรูปแบบที่ ยั่งยืนและสอดคลองกับวิถีของ ชุมชน สอบถามรายละเอียดเรื่องปนรถถีบ แอวเวียงสา โทร 085-8648920 (แมอุยลิขิต), 089-0202309 (พี่ นาย), 088-4014491 (นองปุกกี้)
ปนรถถีบที่เวียงสา สนุกและประทับใจสุดๆ ...พูดจริง ไมไดโม : )
จุดแวะสุดทายที่เปนไฮไลทของการแอวเวียงสาก็คือ “เฮือนรถถีบ” ของ ลุงสุพจน เต็งไตรรัตน ซึ่งรวบรวม รถจักรยานรุนเกาและเกาทีหาดูไดยากจํานวน 138 คัน ่ ทุกคันไดรับการซอมแซมดูแลใหอยูในสภาพดีและยัง สามารถใชงานไดจริง ...ไมเวนแมเจา “เพนนีฟารธิง” จักรยานรุนแรก ที่ลอหนาใหญถึง 64 นิ้ว และลอหลังขนาดเล็ก ซึ่ง มีอายุมากถึง 130 ป! ลุงสุพจนผูกพันกับจักรยานมาตั้งแตเด็ก เพราะ ครอบครัวเปดรานซอมจักรยาน กอนจะขยับขยายเปน ตัวแทนจําหนายจักรยานนําเขาจากยุโรปหลายยี่หอ อาทิ ราเลย กาเซีย โรบินฮูด แมภายหลังจะหันไปเปดรานขายมอเตอรไซค กระทั่งเปลี่ยนมาดําเนินธุรกิจปมน้ำมันในปจจุบัน แต ความชื่นชอบในจักรยานมิเคยจางไป ลุงสุพจนจึงนํา จักรยานที่สะสมมาทั้งชีวิต พรอมทั้งหาซื้อจักรยานเกา มาเพิ่มเติม เพื่อจัดแสดงในลักษณะของพิพิธภัณฑ จักรยานโบราณที่เปดใหคนที่สนใจไดชื่นชม จักรยานทุกคันมีเรืองราวและความพิเศษแตกตางกัน ่ เชน พับครึงไดและมีนำหนักเบา ใชแสงสวางจากเทียนไข ่ ้ เปนไฟหนา แฮนดจบทําจากหวาย และอืนๆ ซึงไมวาจะ ั ่ ่ ถามไถถึงคันไหน ลุงสุพจนสามารถเลาไดอยางไมมีเบื่อ ยิ่งเปนเรื่องฟงเพลินที่แฝงดวยน้ำเสียงของความรัก ในจักรยานดวยแลว ยิงรูสกวา...เปนการปดทริปการปน ่ ึ ที่อิ่มใจจริงๆ ทั้งหมดเปนเพียงครึ่งของเวียงสาที่เราไดสัมผัส เมืองนี้มีของดีของเด็ดมากเสียจนไมใชแคทางผานจาก จังหวัดแพรไปสูตัวเมืองนานอยางที่หลายคนคิด หากสนใจปนรถถีบแอวเวียงสา มีสองขอแนะนําที่ ควรจําขึ้นใจ หนึ่ง...ติดตอนัดหมายกับ “กลุมฮักเมืองเวียงสา” ลวงหนาเพื่อจัดเตรียมจักรยาน สอง...อยารีบรอน ผอนจังหวะชีวตใหชาลงอีกนิด ิ แลวคุณจะเห็นรอยยิ้มของเวียงสาไดอยางชัดเจน
3.
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
35
ขุมพลังข้างบ้าน
เรื่อง
:
เดชรัต
สุขกำเนิด
email
:
tonklagroup@yahoo.com
อุดรูรั่ว
ด้านพลังงาน
สวัสดีปีใหม่ครับ
พ้นปีใหม่มาก็แปลว่าหน้าหนาวนี้กำลัง
จะผ่านไป
และกำลังจะก้าวเข้าสู่หน้าร้อน
ซึ่งมักจะพูดกันเสมอ ว่าเป็น
“ฤดูร้อนที่สุด”
ของเมืองไทย
ผู้อ่านหลายท่านที่ได้อ่าน
พลัง+งาน
ฉบับที่แล้ว
อยากให้ ผมช่ ว ยรวบรวมแนวทางในการรั บ มื อ หน้ า ร้ อ นมาแบบ
ให้หมดจดทุกช่องทาง
ผมก็รู้สึกฟังดูคิดว่าน่าสนใจดี
ก็เลย
จัดให้ครับ
ผมแบ่งแนวทางในการรับมือกับความร้อนเป็น
5
หลักการ
ดังนี้ครับ
หนึ่ง คือสร้างร่มเงา
แดดที่แผดเผาเป็นปัจจัยสำคัญที่ ทำให้เรารู้สึกร้อนจนทนไม่ไหว
แนวทางรับมือที่สำคัญคือ
กางร่มให้บ้าน
ซึ่งวิธีกางร่มให้บ้านที่ดีที่สุดคือ
การปลูกต้นไม้
แต่หากพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยก็อาจใช้แผงบังแดดแทนได้ครับ
ปัจจุบันมีการออกแบบแผงบังแดดหลากหลายรูปแบบดู สวยงามทีเดียว
ทั้งนี้
จุดสำคัญที่จะต้องกางร่มคือ
ทิศตะวันตก
และแผง ลานคอนกรีตทังหลาย
(รวมถึงดาดฟ้า)
เพราะเป็นทิศทีรบแดด ้ ่ั ในช่ ว งบ่ า ย
และสะสมความร้ อ นไว้ ก่ อ นที่ ร ะบายความร้ อ น
ออกมาเมื่อเรากลับถึงบ้านในตอนเย็น
สำหรับท่านที่ชอบทำสวน
การทำสวนดาดฟ้า
และสวน แนวตั้งก็จะช่วยเป็นร่มเงาให้กับบ้านได้เป็นอย่างดี
แถมยังช่วย ให้มีอาหารที่ปลอดภัยในการบริโภคอีกด้วย
สอง คือระบายความร้อนที่สะสมในตัวบ้านให้ออกไป ภายนอกบ้าน
โดยธรรมชาติแล้ว
อากาศร้อนย่อมลอยตัวสูงขึน
้ และอากาศเย็นก็จะไหลมาแทนที่
ดังนั้น
แนวทางรับมือคือ
การเปิดให้ลมไหลผ่านตัวบ้าน
และระบายอากาศร้อนผ่านออก ไปนอกบ้าน
โดยเฉพาะในพื้นที่ใต้หลังคา
และพื้นที่ชั้นสอง
(ตอนที่
2)
รับมือหน้าร้อน (ที่สุด)
การวางระบบการแลกเปลี่ยนพลังงานร้อนกับพื้นพิภพในสหรัฐอเมริกา
ภาพจาก
deanadventures.com/htms/geothermal.html
ซึ่งหากเราไม่หาทางระบายของอากาศไว้
อากาศร้อนก็จะถูก เก็บกักไว้ในบ้านแทน
นอกจากนี้
ยังสามารถใช้น้ำระบายความร้อนได้ด้วย
โดย การพ่นละอองน้ำที่หลังคา
(หรือลานคอนกรีต)
ที่ต้องการให้ ระบายความร้อน
น้ำจะดูดเอาความร้อนที่สะสมในวัสดุเพื่อใช้ ในการระเหยให้ ก ลายเป็ น ไอ
ทำให้ บ้ า นเย็ น ลง
ยิ่ ง การพ่ น ละอองน้ ำ มี ข นาดเล็ ก เท่ า ไร
ยิ่ ง ทำให้ ป ระหยั ด น้ ำ และเพิ่ ม ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนมากขึ้น
ปัจจุบันในบ้าน เรามีการทำเครื่องพ่นละอองน้ำแบบใช้โซลาร์เซลล์ออกมาขาย แล้วด้วยครับ
ล่าสุด
บริษัทบางแห่งผลิตบล็อคปูถนนที่สามารถดูดน้ำไว้ ในตัว
เพื่อให้ดูดความร้อนที่สะสมในคอนกรีตมาใช้ในการ
36
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2553
สวนเกษตรดาดฟ้า
แนวทางใหม่เพื่อลดโลกร้อน
ภาพจาก
http://www.penbunemag.com/
upload_file/sug_151108131845.jpg
ระบบการแลกเปลี่ยนพลังงานกับพื้นพิภพ
ภาพจาก
www.geotecspain.com/heating-system-spain.aspx
ดินหรือแหล่งน้ำ
(ตามภาพ)
ซึ่งในกรณีของประเทศไทย
ดินหรือแหล่งน้ำก็จะกลายเป็น แหล่งดูดซับความร้อนและปล่อยความเย็นมาให้แก่บ้านเรือน
สาม คือกันความร้อนไม่ให้เข้ามาสู่ตัวบ้าน
แนวทางนี้คือ
ปัจจุบัน
ระบบการแลกเปลี่ยนความร้อนกับพื้นพิภพ
ยังไม่เป็น การใช้ฉนวนในการกันความร้อน
ซึ่งปัจจุบัน
มีการพัฒนา ทีรจกมากนักในเมืองไทย
เท่าทีทราบมีการนำมาใช้ทบานชีวา่ ู้ ั ่ ี่ ้ ฉนวนกันความร้อนหลากหลายชนิด
โดยใช้วัสดุที่ต่างกัน
ทิตย์
ของ
ศ.สุนทร
บุญญาธิการ
แต่ในสหรัฐอเมริกามีการนำ (เช่ น
ใยแก้ ว
โฟม
ยิ ป ซั่ ม )
และการใช้ ง านก็ ต่ า งกั น ด้ ว ย
มาใช้ กั น อย่ า งแพร่ ห ลาย
เรี ย กว่ า
สามารถสั่ ง ซื้ อ กั น ได้ ท าง
บางชนิดใช้ภายในอาคาร
(เช่น
ติดตั้งเหนือฝ้า
หรือใต้หลังคา)
อินเตอร์เน็ตเลยทีเดียว
(ลองค้นคำว่า
Geothermal
energy
for
บางชนิดใช้ภายในนอกอาคาร
บางชนิดใช้กับผนัง
(เช่น
อิฐ home
ดูก็ได้ครับ)
มวลเบา)
และบางชนิดใช้กับหลังคา
ทั้งนี้
การเลือกใช้วัสดุใดควรพิจารณาจากประสิทธิภาพใน สุดท้าย คือการนำความร้อนมาใช้ประโยชน์
ในเมือ ่ การกันความร้อน
ลักษณะการใช้งาน
ความปลอดภัยในการ
อากาศมันร้อนนัก
เราก็น่าจะนำเอาความร้อนมาใช้ประโยชน์
ใช้งาน
(โดยเฉพาะการลามไฟ
และการเกิดควันพิษในกรณี กันบ้างนะครับ
อย่างน้อยที่สุด
ก็ใช้การตากผ้า
หรือถนอม อั ค คี ภั ย )
และงบประมาณที่ มี ใ นกระเป๋ า
ท่ า นที่ ส นใจใน
อาหาร
(เช่นหมูแดดเดียว)
ซึ่งถือเป็นการประหยัดพลังงานไป
รายละเอียดขอให้ไปดาวน์โหลดคำแนะนำของกรมพัฒนา ได้ส่วนหนึ่งก็ยังดีนะ
หรือ
หากจะลงทุนติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น พลังงานทดแทนและอนุรกษ์พลังงานได้ท
http://2.dede.go.th/ พลังงานแสงอาทิตย์
ก็จะยิ่งดีครับ
เพราะจะลดการใช้พลังงาน ั ี่ new-homesafe/webban/actionplan1.htm
ได้มากยิ่งขึ้น
บ้านของผมติดตั้งแล้วน้ำอุ่นถึงใจดีจริงๆ
เลยครับ
ล่าสุด
มีการนำเอาความร้อนจากเครื่องปรับอากาศ
มาใช้ สี่ คือแลกเปลี่ยนความร้อน ซึ่งเป็นการนำความร้อนที่ ในการทำน้ำอุ่นด้วยครับ
ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความร้อนที่ มีอยู่ในตัวบ้านไปแลกเปลี่ยนกับสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำ ชาญฉลาดมาก
เพราะเป็ น การนำความร้ อ นเหลื อ ทิ้ ง มา กว่าอากาศเช่น
ดินหรือแหล่งน้ำ
ดังนั้น
จึงถือเป็นการใช้ ทดแทนพลังงานไฟฟ้า
ท่านที่ใช้เครื่องปรับอากาศและสนใจ พลังงานจากพื้นพิภพ
หรือ
Geothermal
energy
รูปแบบหนึ่ง
เครื่องทำน้ำอุ่นแบบนี้ก็สามารถหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตได้ ความน่าสนใจก็คือ
การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของดินจะ เช่นกัน
ค่อนข้างคงที่หรือเปลี่ยนแปลงน้อยกว่าอากาศ
เพราะฉะนั้น
ผมหวังว่า
ท่านผู้อ่านคงสามารถหาแนวทางที่เหมาะสม ในช่ ว งที่ อ ากาศร้ อ นดิ น ก็ จ ะเย็ น
ในขณะที่ อ ากาศหนาว
สำหรับบ้านของท่าน
และสามารถเขียนมาเล่าหรือแลกเปลี่ยน ดิ น ก็ จ ะมี อุ ณ หภู มิ สู ง กว่ า อากาศ
ดิ น และแหล่ ง น้ ำ จึ ง กลาย ประสบการณ์กันได้ครับ
ที่สำคัญที่สุดที่จะต้องรักษากันไว้ไม่ให้ เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความร้อนสำหรับบ้านเรือน
โดยการ
ร้อนตามอากาศ
ก็คือ
“ใจ”
ของเราครับ
นำอากาศในบ้านเรือนไปผ่านท่อแลกเปลี่ยนความร้อนใน
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2553
ระเหยน้ำที่สะสมในตัวมัน
ปรากฏว่า
สามารถลดอุณหภูมิ
ที่พื้นลานคอนกรีตได้เกือบ
10
องศาเซลเซียสเลยทีเดียว
37
รู้ทัน...พลังงาน
เรื่อง : นาวิน โสภาภูมิ email : navinpang@yahoo.com
พลังงาน หมุนเวียน
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2512 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย (กฟผ.) หน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานเจ้าใหญ่ ได้ถอกำเนิดขึนมาบนแผ่นดินไทย มีภารกิจหลักเพือดำเนินการ ื ้ ่ จัดหาพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของคนไทย และรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในประเทศไทยให้มีความ มั่นคง นับถึงวันนี้ อายุขัยของ กฟผ. ก็คือ 40 ปี ถ้าเป็นชายอายุ 40 ปี ก็นับว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวผ่านการเรียนรู้โลกมามาก รู้ดีรู้ชั่ว และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวและคนรอบข้างสูง ถือว่าเป็นหัวหน้าหรือผู้นำครอบครัวเลยก็ว่าได้ การตัดสินใจ ของชายคนนี้ ว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร ล้วนย่อมส่งผลกระทบ ต่อคนในครอบครัว
อันน้อยนิด
ของ กฟผ.
คงไม่ปฏิเสธว่า 40 ปีที่ผ่านมา กฟผ. มีบทบาทสำคัญเป็น อย่างมากในการช่วยหนุนให้ประเทศไทยพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมอย่างก้าวหน้า พลังงานไฟฟ้ากลายเป็นสิ่งจำเป็นในแทบ ทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันของคนไทย แม้แต่ชาวไทยภูเขาที่ อยู่ห่างไกลยังมีไฟฟ้าใช้สำหรับดูทีวี ได้รับข้อมูลข่าวสารและ ความบันเทิงเทียบเท่าคนในเมืองหลวง ตลอดระยะเวลา 40 ที่ผ่านมา กฟผ. ให้ความสำคัญกับ การสร้างแหล่งพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่มาโดยตลอด ทั้งเขื่อน ผลิตไฟฟ้า และโรงไฟฟ้าจากน้ำมันเชื้อเพลิง ถ่านหิน และก๊าซ ธรรมชาติ รวมถึงเสนอให้สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอนาคต ทำให้ในปัจจุบันคนไทยมีพลังงานไฟฟ้าใช้กันอย่างเหลือเฝือ อย่างไรก็ตาม การได้มาของพลังงานไฟฟ้าเหล่านี้ก็ย่อมมี ต้นทุนทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและสุขภาพของ ผู้คนในสังคมไทยที่ต้องสูญเสียไป เห็นได้จาก ค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายทุกเดือน สภาวะโลกร้อน และปรากฏการณ์ความขัดแย้งและการต่อต้านการสร้างเขื่อน และโรงไฟฟ้า ในหลายพืนทีของประเทศ เช่น กรณีเขือนปากมูน ้ ่ ่ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ โรงไฟฟ้าบ่อนอก-หินกรูด โรงไฟฟ้าจะนะ รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่จะสร้างในอนาคต ที่ผ่านมา กฟผ. ให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานน้ำ ลม แสงแดด ขยะและชีวมวล น้อยมาก แม้ว่า พลังงานเหล่านี้จะมีอยู่เป็นจำนวนมหาศาลในประเทศไทย และหลายฝ่ายก็เสนอว่าพลังงานเหล่านี้จะเป็นพลังงานทาง เลือกที่จะช่วยลดความขัดแย้งในสังคม ทั้งยังเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม กฟผ. และกระทรวงพลังงานเองก็มขอมูลยืนยันถึงศักยภาพ ี้
1
2
1 http://www.thaicontractors.com/uploads/gallery/GL11936713039f.jpg 2 http://kumaxaloneza.net78.net/lmg/wind_energy.jpg
38
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553
3
4
3 http://www.greenpeace.org/ raw/image_full/seasia/th/ photosvideos/photos/laserclimatevictims.jpg 4 http://www.marinerthai.com/ pic_news/2007-04-19002.jpg
ของแหล่งพลังงานเหล่านี้ แต่ติดปัญหาอยู่ที่รัฐบาลและ กฟผ. ไม่ลงทุนหรือสร้างระบบส่งเสริมที่เอื้ออำนวยให้แหล่งพลังงาน เหล่านี้ถูกนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นได้จากตลอด 40 ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน กฟผ. ไม่มี แผนงานหรืองบประมาณที่เพียงพอต่อการวิจัยและพัฒนาเพื่อ ทำให้ระบบพลังงานหมุนเวียนมีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการ ตอบสนองความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ แต่กลับไปเน้นการชือเทคโนโลยีและความรูจากต่างประเทศ ้ ้ เป็ น สำคั ญ ตั ว อย่ า งเช่ น กฟผ. มี ค วามพยายามจะหนุ น ให้ นิวเคลียร์เป็นแหล่งพลังงานของประเทศ และใช้เงินกว่า 174 ล้านบาทในการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาจากต่างประเทศให้ ทำการศึกษาความพร้อมของการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ในประเทศไทย เพื่อเตรียมการจะสร้างโรงฟ้านิวเคลียร์ขนาด 1,000 เมกะวัตต์ จำนวน 2 โรง ในอนาคตอันใกล้นี้ ขณะที่มีแผนจะลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนมีเพียง 81.7 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก 78.7 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ 1 เมกะวัตต์ และจากพลังงานลม 2 เมกะวัตต์ (ดูรายละเอียดได้ใน แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ของประเทศไทย พ.ศ.2551-2564 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ของ กฟผ.) หากถามว่า ทำไม กฟผ. จึงไม่ลงทุนพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ให้มากกว่านี้ คำตอบก็คอ กฟผ. ไม่เชือมันว่าพลังงานหมุนเวียน ื ่ ่ จะสามารถตอบสนองความมั่นคงและเสถียรภาพด้านพลังงาน ของประเทศได้ โดยเฉพาะไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการ ใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศซึ่งจะเกิดขึ้นทุกปีในช่วงหน้าร้อนได้ สองประเด็นนี้ ถือว่าเป็นกฎเหล็กที่ กฟผ. ใช้พิจารณาและ ตอบต่อสังคมว่าทำไม กฟผ. จึงให้ความสำคัญกับพลังงาน หมุนเวียนน้อยมาก และกลายเป็น “คำตอบ” ที่เราไม่กล้าคิด ไม่กล้าถามต่อ เพราะผู้ตอบคือหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบดูแล เรื่องพลังงานไฟฟ้าของประเทศ และเป็นผู้กำหนดความเป็นไป ได้ของการพัฒนาพลังงานต่างๆ ในสังคมไทย
ถ้าเรายอมรับคำตอบในเรื่องนี้จาก กฟผ. เราก็จะยอมรับ และสรุปโดยตัวเราเองว่า สำหรับประเทศไทยแล้ว ถ้าจะมี พลังงานไฟฟ้าใช้อย่างมั่นคงก็ต้องไม่พึ่งพาพลังงานหมุนเวียน แต่ถ้าเราลองมาขุดค้น แง่มุมต่างๆ จากคำตอบของ กฟผ. เกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนอย่างถกเถียงแล้ว จะพบว่ามีเรื่อง ให้คิดต่อและประเทืองปัญญามากกว่าการยอมรับคำตอบเฉยๆ อยู่หลายประการ อาทิ เป็นไปได้หรือไม่ที่ การจัดการพลังงานหมุนเวียน อาจไม่ จำเป็นต้องคิดในระดับประเทศ แต่เน้นในระดับท้องถิ่น เพื่อ ตอบสนองความต้องการไฟฟ้าของแต่ละท้องถิ่น เช่น ในพื้นที่ ที่มีศักยภาพด้านพลังงานลมก็ลงทุนสร้างกังหันลมให้เพียงพอ กับความต้องการไฟฟ้าของจังหวัด อำเภอหรือตำบล นั้นๆ เป็นไปได้หรือไม่ที่ กฟผ. จะกระจายอำนาจด้านการผลิต พลังงานหมุนเวียนลงไปสู่ท้องถิ่น ตั้งองค์กรผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียนในระดับท้องถิ่น และให้องค์กรเหล่านั้นทำ หน้าที่จัดหาพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอกับท้องถิ่น ถ้าผลิตไฟฟ้า เหลือก็ขายเข้าสู่ระบบของประเทศ เป็นไปได้หรือไม่ว่า คำตอบของ กฟผ. อาจจะยังใช้ความรู้ ไม่รอบด้าน ยึดติดกับความคิดในการจัดการพลังงานแบบเดิม ไม่อยากเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตที่ดีกว่าทั้งในด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ความเป็นไปได้ของคำตอบเรื่องพลังงานหมุนเวียน ยังเป็น ไปได้อีกหลายทาง เพียงแต่เราต้องช่วยกันหาคำตอบ อย่าให้ กฟผ. เป็นผู้ตอบเพียงลำพัง เพราะบางครั้ง คนอายุ 40 ปี มักจะคิดว่าตนเองรู้ดีทุกอย่าง และเสียงดังกว่าคนอื่นๆ มาช่วยกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียนกับ กฟผ. ดูนะครับ จะได้รู้ว่า หัวหน้าครอบครัวด้านพลังงานของ เราใจกว้างมากน้อยแค่ไหน มีความเป็นธรรมาภิบาลหรือไม่ จะได้มีพลังงานทางเลือกมาช่วยลด “ความร้อน” ในสังคมไทย ลงบ้าง
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553
39
จับเข่าเล่าเรื่อง
เรื่องและภาพ : อังคณา ว่องประสพสุข
พลังงาน
ของ
เราเหล่าลูกหลานของชุมชน ต.นรสิงห์ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เดิม คนพืนบ้านมีอาชีพเกษตรกรรม นันคือ ้ ่ ทำนา ทำสวน และเลี้ยงสัตว์ เหมือน ชาวอ่างทองโดยทั่วไป แต่ เ มื่ อ เวลาผ่ า นไปก็ เ กิ ด การ เปลี่ยนแปลงเหมือนกับชุมชนอื่นตาม ต่างจังหวัดทั่วไปของไทย ที่ใช้ชีวิต ฟุมเฟือย ใช้เงินเกินตัว ขาดความพอดี ่ ในตนเอง ขาดความพอประมาณใน การใช้ชีวิต รวมถึงขาดความพอเพียง ในวิถีแห่งชุมชนแบบที่เคยเป็นมา เดิมทีบรรพบุรุษของเราเคยใช้ฟืน ใช้ถ่าน ใช้กะลามะพร้าว และอาศัย เศษไม้ เป็นเชื้อเพลิงในการหุงหา อาหาร ก็หันมาใช้แก๊สหุงต้มอาหาร ในแต่ละมื้อ ปลายปี 2551 ก็มีโครงการจัด ทำแผนพลังงานชุมชน 300 ชุมชน ของกระทรวงพลังงาน ทีทางสำนักงาน ่
ชาวบ้านนรสิงห์
ทำแล้วสามารถลดรายจ่าย
เพิ่มรายได้
ชีวีมีสุข
จริงหรือไม่นั้น
ขึ้นอยู่กับทุกคนในชุมชนนรสิงห์
พลังงาน จ.อ่างทอง เข้ามาทำโครงการ นี้ร่วมกับ อบต.นรสิงห์ ทำให้คนใน ชุมชนนรสิงห์เริ่มรู้จักเรื่องราวของ พลังงานในหลายๆ ด้านมากขึ้น แรกทีเดียวนัน สำนักงานพลังงาน ้ จ.อ่างทอง ได้สงเจ้าหน้าทีเข้ามาชีแจง ่ ่ ้ ความเป็นมาของโครงการให้ชาวบ้าน รูวา ชาวบ้านทำแล้วจะได้อะไร ทำแล้ว ้่ ดีอย่างไร ทำแล้วประหยัดค่าใช้จ่าย ด้านพลังงานได้มากน้อยเพียงไหน สำคัญที่สุดก็คือ ทำแล้วสามารถ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ชีวีมีสุข จริง หรือไม่นั้น ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นจริง ได้ ต้ อ งขึ้ น อยู่ กั บ ทุ ก คนในชุ ม ชน นรสิงห์ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการ จัดทำแผนพลังงานชุมชนของเราเอง หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็เข้ามา แนะนำให้นำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการ เกษตร เช่น กิ่งไม้ กะลามะพร้าว ผลไม้ที่ไม่สวย เป็นต้น นำมาเผาเป็น ถ่านด้วยเตาเผาถ่าน ทีทำจากถังน้ำมัน ่ 200 ลิตร เริ่มจากบ้านของนายดำรงค์ศักดิ์ ทองหยอด กำนั น ต.นรสิ ง ห์ ซึ่ ง เจ้าหน้าที่มาสาธิตให้ความรู้ตั้งแต่ เรื่องของการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ การเตรียมไม้สำหรับเผาถ่าน วิธีการ ติดตั้งเตาเผาถ่าน วิธีการเผาถ่าน วิธีการเก็บน้ำส้มควันไม้ วิธีการปิด เตาเผาถ่าน และวิธีการเก็บถ่านออก จากเตา เจ้าหน้าทีได้ให้ความรูกบเรา 1 วัน ่ ้ั เต็มๆ เพื่อให้นำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติ จริงได้เอง รวมถึงนำไปประกอบเป็น อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้อีกทางหนึ่ง ด้วย ต่อมา ได้มีการขยายฐานความรู้ เรื่องเตาเผาถ่านถัง 200 ลิตร ไปยัง บ้านใกล้เรือนเคียง โดยเริ่มจาก 1 เป็น 2 และจาก 2 เป็น 4 ไปเรื่อยๆ
40
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2553
คอลัมน์นี้เปิดกว้างสำหรับทุกชุมชน ที่ต้องการเล่าเรื่องราวจากบ้านของตนเอง ในทุกแง่มุมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงาน เพื่อบอกกล่าวถึง ความทุกข์-ความสุข จากประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานโดยตรง สนใจส่งเรื่องเล่าจากบ้านของท่านมาได้ที่ energymag@hotmail.com เรื่องที่ได้รับการตีพิมพ์ จะมีรางวัลเล็กๆ น้อยๆ จาก สสส. มอบให้เป็นกำลังใจด้วยค่ะ
จากปกติค่าไฟฟ้าของชุมชนจะจ่ายเดือนละ
ประมาณแสนกว่าบาท
แต่หลังจากเข้าร่วมในโครงการนี้
ทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงเหลือ
เดือนละประมาณแปดหมื่นกว่าบาท
จนชาวบ้านเริ่มรู้จักและหันมาสนใจ เรื่องของพลังงานมากขึ้น หลังจากนั้น ชาวบ้านนรสิงห์ก็ได้ ไปศึ ก ษาดู ง านพลั ง งานชุ ม ชนที่ จ.กาญจนบุ รี ได้ เ ห็ น เทคโนโลยี ประหยัดพลังงานในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเตาเผาถ่านถัง 200 ลิตร แบบตั้งและแบบนอน เตาแก๊สชีวมวล เตาซุปเปอร์อั้งโล่ เตาเผาข้าวหลาม ประหยั ด พลั ง งาน ฯลฯ จนกระทั่ ง บ้านนรสิงห์สามารถร่างแผนพลังงาน ชุมชนที่เหมาะสมกับท้องถิ่นได้สำเร็จ จากนั้น ก็ได้คัดเลือกโครงการ นำร่องของแผนพลังงานชุมชน เป็น เทคโนโลยีประหยัดพลังงานเตาเผา ถ่านถัง 200 ลิตรแบบนอน และถัง หมักแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ นำมา แจกชาวบ้านที่มีความสนใจและมี ความพร้อมในเรื่องของเศษไม้และ มูลสัตว์ เพื่อพึ่งพาตนเองได้ในการ ดำรงชีวิตแบบพอเพียง ไม่ว่าจะเป็น การนำเศษไม้ที่ไร้ประโยชน์มาเผา เป็นถ่านไว้ใช้ หรือจะนำไปขายเพื่อ เป็นรายได้เสริม รวมถึงการนำมูล ของสัตว์ที่เลี้ยงไว้ในบ้าน มาหมักเป็น แก๊สชีวภาพไว้ใช้ประโยชน์ในการหุง ต้มอาหารในแต่ละมื้อ โดยไม่ต้อง พึ่งพาหาซื้อแก๊สมาใช้ให้สิ้นเปลือง เงินทองในกระเป๋าอีกด้วย ต่อจากนัน เจ้าหน้าทีกคอยเข้ามา ้ ่ ็ ติดตาม สอบถาม ให้คำแนะนำ และ ให้ความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีประหยัด พลังงานอยู่เป็นระยะ อีกทั้งยังมา อบรมให้ความรู้ในเรื่องของวิธีการ ประหยัดอย่างง่าย และการอนุรักษ์ พลังงานในท้องถิ่น จนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และเริมมีจตสำนึกในการ ่ ิ ประหยัดพลังงานไฟฟ้าในบ้าน หันมา ใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุในท้องถิ่น ให้นำมาใช้เป็นพลังงานทดแทน ผลจากการเข้าร่วมในโครงการจัด ทำแผนพลังงานชุมชน 300 ชุมชน กับทางกระทรวงพลังงาน ทำให้ชาว ชุมชนนรสิงห์ลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าใน ชุมชนที่เห็นผลชัดเจนคือ จากปกติ ค่าไฟฟ้าของชุมชนจะจ่ายเดือนละ ประมาณแสนกว่าบาท แต่หลังจาก เข้าร่วมในโครงการนี้ ทำให้ค่าไฟฟ้า ลดลงเหลื อ เดื อ นละประมาณ แปดหมื่นกว่าบาท ส่งผลให้คนใน ชุมชนหันมาใส่ใจในเรื่องของการ ประหยัดพลังงานมากขึน หันมาสนใจ ้ เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มา แปรสภาพให้เป็นพลังงานทดแทนที่ ยังประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน รวมถึง สามารถนำความรูทได้ไปประกอบเป็น ้ ี่ อาชีพเสริมรายได้ให้ครัวเรือนอีกด้วย ดังคำที่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็น จริงได้ต้องขึ้นอยู่กับทุกคนในชุมชน ต.นรสิงห์ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการ จัดทำแผนพลังงานชุมชนของเราเอง ถ้าทุกคนร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ สมัครสมานสามัคคีกัน ทุกสิ่งจะเป็น ไปได้ด้วยมือเรา
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2553
41
สัตว์มหัศจรรย์
เรื่อง : น.สพ. รัฐพันธ์ พัฒนรังสรรค์ email : tomrattapan@yahoo.com
สำเนียงส่อ
กริยาส่อ
สมอง
ภาพที่ 1
ครับ กลับมาพบกันใหม่...ตอนที่แล้วว่าด้วยความฉลาด ของสัตว์ของการนับจำนวน บางท่านไม่เชื่อว่า ลิงชิมแปนซี จะชนะคนเราได้จริงๆ ลอง search ดู ใน youtube ด้วยคำว่า < Chimpanzee memory test > ได้นะครับ นอกจากจะรู้ตัว เลข รู้การไล่เรียงลำดับแล้ว ยังสามารถจำได้ด้วยว่า เลขไหน อยู่ที่ตำแหน่งไหนอีก...เตือนไว้ก่อนนะครับ ดูแล้วอาจจะ อายลิงได้ วันนี้ จะว่าด้วยพฤติกรรมที่บ่งบอกถึงความฉลาดของ สัตว์อย่างอื่นอีก หัวข้อแรก ได้แก่ ภาษาจากทางเสียง ลองมามองดู ที่ ค นเราก่อนนะครับ ไม่ว่าคนชาติไหน ภาษาไหน เสี ย ใจก็ ร้ อ งไห้ ดีใจขำขันก็หัวเราะ อันนี้เป็น ภาษาสากลของชนิดพันธุ์ ซึ่งมีในสัตว์เกือบทุกชนิดที่ส่งเสียง ได้ เช่น สุนัขร้องเอ๋งๆ สุนัขหรือคนทั่วไปก็เข้าใจได้ว่า สุนัข ตัวที่ร้องกำลังเจ็บปวด หรือช้างที่ร้องแปร๋นๆ เหมือนเสียง แตร นี่ก็เป็นเสียงแสดงความตื่นเต้น ในทำนองเตือนภัย หรือพร้อมจะลุย ถ้าได้ยินในป่าที่เป็นดงช้าง ก็ตัวใครตัวมัน ตัวฉันขอลา...นะครับ แต่นักวิทยาศาสตร์พบว่า ปลาโลมา มีการส่งภาษาที่ ต่างไป แม้จะเป็นชนิดพันธุ์ (species) เดียวกัน หากมาจาก ต่างกลุ่ม ต่างทวีป จะส่งเสียงต่างกัน แม้จะเพื่อกรณีเดียวกัน เช่น การเตือนภัย ปลาโลมาทางเอเซีย จะส่งเสียงที่มีคลื่น
เสียงรูปแบบหนึ่ง แต่ปลาโลมาชนิดเดียวกัน ที่อาศัยอยู่ใน ทวีปอัฟริกา จะส่งเสียงอีกแบบหนึ่ง เพื่อเตือนภัย และเมื่อเอามาเลี้ยงรวมกัน ก็จะสื่อสารไม่เข้าใจว่า นี่คือ การเตือนภัย นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปเบื้องต้นว่า ปลาโลมา มีภาษาของตนเอง และภาษามีความต่างไปตามพื้นที่ ผมก็ยังคิดว่า ถ้าเราผลิตเครื่องแปลภาษาได้ เราอาจจะ คุยกับปลาโลมารู้เรื่องกว่านี้นะครับ ดูอย่างโชว์ปลาโลมา ตามสวนสัตว์ ทีครูฝกเป่านกหวีดปรีดๆ พวกปลาโลมาอาจจะ ่ ึ ๊ นึกในใจก็ได้วา พวกมนุษย์นี่ ด้อยการศึกษานะ พูดจาไม่เป็น ่ ร้องปรี๊ดๆ อยู่ได้ เอ้า…เอากะมันหน่อย เดี๋ยวมันก็หาปลามา ให้เรากิน ไม่ต้องเหนื่อย แต่เรืองนีกมความยากในการแบ่งแยกว่า สัตว์นนรูภาษา ่ ้ ็ ี ั้ ้ เป็ น คำๆ จริ ง หรื อ ไม่ เพราะบางที สั ต ว์ ก็ ส ามารถแปล ความหมายจากน้ำเสียงเท่านั้น เช่น เวลาที่เราดุสุนัขที่เลี้ยง สุ นั ข จะรู้ ว่ า เสี ย งแบบนี้ มากั บ การลงโทษ โดยไม่ ต้ อ งรู้ ความหมายเป็นคำๆ จะว่าไปแล้ว ภาษาแต่ละคำ ก็มีความหมายต่อผู้ฟังไม่ เท่ากัน ไม่เชื่อลองไปพูดคำว่า “ไอ้สันขวาน !” (หรือคำอื่นที่ แรงกว่านี้) กับคนสักสิบคนที่ไม่รู้จัก ผมเชื่อว่า ท่านจะโดน ผลกระทบกลับมา หนัก-เบาต่างกันนะครับ แต่ขอเตือนว่า ถ้าคนนั้นๆ ถือของแข็งอยู่ในมือ ก็อย่าเลยนะครับ เพราะ
42
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2553
ภาพที่ 2
ภาพที่ 3
ของแข็งเป็นตัวแปรทำให้ความหนักเบาของการตีความผิด เพี้ยนได้นะครับ บางคนรู้สึกมาก แต่ของในมือเบาหน่อย การตอบกลับอาจไม่รุนแรงเท่ากับคนรู้สึกไม่มาก แต่ของ ในมือแข็งมาก ก็ได้ ...อันนี้พูดเล่นเพื่อให้เห็นภาพนะครับ อย่าไปลองจริง เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนกันก่อน ^_^ ความฉลาดของสัตว์ประเด็นถัดไป คือ เรื่องการสำนึก รู้จักตนเอง ในเรืองนี้ การทดลองมาตรฐาน คือการให้สตว์สองกระจก ่ ั ่ แล้วดูว่าจะรู้ไหมว่า สัตว์ที่เห็นในกระจกนั้น คือตัวเราหรือ สัตว์อีกตัว ลองเอากระจกให้สุนัขและแมวที่บ้านส่องดูก็ได้ นะครับ เท่าที่นักวิทยาศาสตร์ และคนทั่วไปทำกันมา พบว่า สุนัขและแมวนั้น ไม่รู้จักว่าในกระจกนั้นคือตัวเอง มีการทดลองในขั้นต่อเนื่อง เพื่อทำให้ชัดเจนขึ้น เพราะ สัตว์บางตัว อาจจะรู้ว่าเป็นตัวเอง แต่มีปฏิกิริยาตอบสนองที่ คล้ายกับไม่รู้ตัวเองได้ (เช่น คนเราหลายคน ส่องกระจก แล้วชอบคิดว่า เป็นพระเอกหนังอยูขางในกระจกนัน มากกว่า ่้ ่ เป็ น อาตี๋ ป ากซอยธรรมดาๆ อย่ า งนี้ ถื อ ว่ า ไม่ รู้ จั ก ตนเอง นะครับ... ^_^) จึงมีการเอาสีไปป้ายหน้า โดยไม่ให้รู้สึกตัว แล้วก็ดูพฤติกรรมว่า เมื่อให้ส่องกระจก จะมีปฏิกิริยา อย่างไรกับสิ่งแปลกปลอมที่เกิดกับตัวเอง นี่คือขั้นที่ต้องจำ ตัวเองได้ และจำแนกได้ว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงกับตัวเอง จึงจะผ่านขั้นนี้ได้ ผลการทดลองนะครับ โดยทั่วไปสัตว์ตระกูลลิง ไม่ว่าจะ มาจากทวีปไหนๆ เห็นตัวเองในกระจกก็รองจ๊าก (... หรือร้อง ้ เจี๊ยก ก็แล้วแต่...) แล้วก็แยกเขี้ยวเข้าใส่ เพราะตกใจว่าตัว อะไรเนี่ย หน้าตาแปลกๆ ไม่เหมือนพี่ไม่เหมือนน้องเรา แต่พวกลิงในกลุ่มเอป (Ape) หรือลิงที่มีวิวัฒนาการทาง สมองขันสูงขึน จึงจะสามารถเรียนรูและเข้าใจว่านีคอตัวเราเอง ้ ้ ้ ่ ื
อาจจะตามมาด้วยการทำสีหน้าต่างๆ หรือเอามือจับลูบคลำ ใบหน้า (ถ้าอยากดูภาพเคลือนไหว ลอง search ใน youtube ่ ด้วยคำว่า “self-awareness, apes” ได้นะครับ) การทดลองที่เรียกว่า Mirror test นี้ พบว่าสัตว์ที่มี ความสามารถรู้จักตนเองจากการส่องกระจก ได้แก่ กลุ่ม Ape ขนาดใหญ่ เช่น ลิงชิมแปนซี, ลิงกอริลล่า, ลิงอุรังอุตัง (ชะนียังไม่ผ่าน เห็นไหมครับ ชะนีส่องกระจกแล้วไม่รู้จัก ตัวเอง...^_^) สัตว์นอกเหนือจากกลุ่มนี้ ได้แก่ พวกปลาวาฬ ปลาโลมา บางชนิด ช้าง และที่ทำให้แปลกใจคือ นกพวก Magpie หรือ นกกางเขนขนาดใหญ่ ก็ผานการทดสอบ มีการเอาสติกเกอร์ ่ ติดที่หน้าอก แล้วให้ส่องกระจก ถ้าเป็นสีอื่น นกจะพยายาม แกะออก แต่ถ้าเป็นสีดำเหมือนสีขน นกจะไม่สนใจ แต่อย่างไรก็ตาม การทดลองนี้ก็ถูกวิจารณ์ว่า ทำได้ใน สัตว์ที่การมองเห็นเป็นระบบประสาทที่เด่น สัตว์บางอย่าง ตาไม่ดี หรือแยกสีได้ไม่ชัดก็มี ก็ฟังเอาไว้นะครับ
แหล่งข้อมูล www.wikipedia.org/animalmal cognition www.youtube.com ภาพที่ 1 ลิงชิมแปนซี กำลังทดสอบความจำ เรื่องตัวเลข และ ตำแหน่ง ภาพที่ 2 ปลาโลมาปากขวด ฉลาดและอารมณ์ดี สร้างฟองอากาศ จากรูหายใจ แล้วดัดแปลงเป็นรูปเป็นร่างเล่นอย่างสวยงาม ภาพที่ 3 ช้างกำลังวาดภาพระบายสี สมัยแรกควาญต้องจับงวงช่วย ต่อมา จับปลายหูและใช้คำสั่งด้วยคำพูด ให้ปาดพู่กันไปทิศทางต่างๆ หลังๆ เริ่มสั่งแค่คำพูด ที่ฮือฮามาก คือ ให้ช้างวาดรูปช้าง ถ้าวาดได้เอง โดยไม่ต้องบอก นั่นคือ การรู้จักตนเอง ยิ่งกว่าการส่องกระจกอีก
กุมภาพันธ์
-
เมษายน
2553
43
เจอตัวอักษรกันเป็นครั้งแรกของปี 2553 ก็ต้องกล่าว “สวัสดีปีใหม่” และขออวยพร ให้ทุกท่านมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงกันถ้วนหน้า...สาธุ คาดว่าช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา มิตรรักนักอ่านจำนวนไม่น้อยคงมีโอกาสตะลอนเที่ยวในหลายสถานที่ ประลองยุทธ์ฉบับนี้ จึงขอถามว่า “สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้อยู่ในจังหวัดใดบ้าง”
__1. ตลาดโก้งโค้ง __2. น้ำตกพลิ้ว __3. ดอยภูคา __4. สามพันโบก __5. ตลาดน้ำบางคล้า __6. เขื่อนเชี่ยวหลาน __7. เขาค้อ __8. เกาะหมาก __9. อ่าวมาหยา __10. ภูผาเทิบ
A.
อุบลราชธานี
B.
เพชรบูรณ์
C.
สุราษฎร์ธานี
D.
สมุทรสงคราม
E.
มุกดาหาร
F.
ตราด
G.
พระนครศรีอยุธยา
H.
นครปฐม
I.
พังงา
J.
ฉะเชิงเทรา
K.
น่าน
L.
กระบี่
M.
กรุงเทพฯ
N.
จันทบุรี
O.
หนองคาย
ชื่อ-นามสกุล
ที่อยู่
เลือกจับคูให้ถกต้อง
เขียนคำตอบพร้อม
ชือ-นามสกุล
่ ู ่ และที่ อ ยู่
ส่ ง ถึ ง
นิ ต ยสารพลั ง +งาน
211/2
ซ.งามวงศ์วาน
31
ต.บางเขน
อ.เมือง
จ.นนทบุร
11000
ี ภายในวั น ที่
9
เมษายน
2553
รางวั ล สำหรั บ ครั้ ง นี้ คื อ ...สมุ ด บั น ทึ กลวดลายน่ารักจากสถาบันคุมครอง
้
ผูบริโภคในกิจการโทรคมนาคม
(สบท.)
จำนวน
5
เล่ม
้
และผู้ที่ได้รับหนังสือ “มือถือ... ในมือเด็ก” จำนวน 5 ท่าน ได้แก่ 1. แจ่มศิริ เกษรสมบุญ 2. ปิยะนุช โซวเจริญสุข 3. รมิตา ลี้ตระกูล 4. อรรถวัฒน์ ต่อศรีเจริญ 5. ปราณี ทัพพวิบูล
44
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553
ร้องป่าว
มหกรรมการประหยัดพลังงาน ครั้งที่ 10
เชิ ญ ร่ ว มงาน...มหกรรมการประหยั ด พลั ง งาน
ครังใหญ่ทสด Energy Saving ’10 และการจัดประชุมวิชาการ ้ ี่ ุ พลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ “วิกฤตพลังงานและ ทางรอดของประเทศไทย” พบกับ…
• การประชุมวิชาการวิศวกรรมนับ 100 หัวข้อ กว่า 5,000 คน • สัมผัสนวัตกรรมการประหยัดพลังงานทุกด้าน อาทิ อุตสาหกรรม การขนส่ง อาคารบ้านเรือน ผลิตภัณฑ์ สีเขียว • พรั่งพร้อมด้วยวิศวกรรมพลังงานทางเลือกและการ รักษาสิ่งแวดล้อม
ตีฆ้อง
สำหรับผู้ที่ต้องการสนับสนุน หรือสนใจลงโฆษณา และเผยแพร่ ข่าวประชาสัมพันธ์ ใน นิตยสารพลัง+งาน...อย่ารอช้า ติดต่อได้ที่ ยวิษฐา พิทักษ์วัชระ 02-920 9691-2 หรือ email : energygreenhealth@yahoo.com
ขอเชิญลงโฆษณา
• และกิจกรรมที่เป็นประโยชน์อีกมากมาย
ระหว่างวันที่ 18 – 20 กุมภาพันธ์ 2553
ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่ www.energygreenhealth.com
ทางเลือกและการลงทุนพลังงานหมุนเวียน
นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาพลังงานบ้านเราที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกันศึกษาวิจัย และพัฒนา เรื่อง “การวิเคราะห์ทางเลือกและแนวทางการลงทุนในแผนพัฒนา พลังงานหมุนเวียนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย”
เพื่ อ ประเมิ น ศั ก ยภาพและความเป็ น ไปได้ ใ นการลงทุ น ของเทคโนโลยี
พลังงานหมุนเวียนต่างๆ รวมไปถึงการศึกษาเป้าหมาย รูปแบบ และสัดส่วน การลงทุนที่เหมาะสมในแผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียนของ กฟผ. ตลอดจน ทำการประเมินผลกระทบของแผนฯ ดังกล่าว ต่อระบบไฟฟ้าในภาพรวม ผู้สนใจสามารถสอบถามหรือติดตามรายละเอียดได้ที่ 02-920 9691-2 และ www.energygreenhealth.com
46
กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553
email : romsuan@hotmail.com เรื่อง : แมนอย
ตม-ยำ-ทำ-แกง
ขาวผัด
รถไฟ
เดินทางขามภาคครั้งใด รถไฟเปนตัวเลือกอันดับแรก เสมอ แนนอนวา ทั้งประหยัด พลังงานในการขนสงและคน เดินทางเองก็ไดพักผอนเต็มที่ แมจะเดินทางแรมคืนแรมวัน ไมนานมานี้ การประทวงของ สหภาพแรงงานการรถไฟจะถูก หลายๆ ฝายออกมาตําหนิวาไมแจง ใหผูใชบริการรูลวงหนาจะไดหาทาง หลีกเลี่ยง แตบางฝายก็สนับสนุนเปนแนว รวมการประทวงครังนี้ เพราะขอเสนอ ้ ของการประทวงที่เราไมอาจมองขาม ไปไดคอ การขอใหผบริหารอยาไดโยน ื ู ความผิดตอผูปฏิบัติการ ปรับปรุง สวัสดิการคนงาน และการพัฒนาระบบ การบริการขนสงมวลชนใหดียิ่งขึ้น ...พรอมๆ กับการประทวงของ ชาวรถไฟไทย...ขาวผัดรถไฟ จึงนาจะ เขายุคสมัย ขาวผัดรถไฟเที่ยวนี้ มีสวนผสม ดัดแปลงมาจากวงน้ำพริกตอนเที่ยง นั่นคือ ขาวกลองสุก กุงสดแกะ เปลือกแลวผาหลัง ไขไก เห็ดหอม 2 ดอก แชน้ำจนนิ่ม บีบน้ำออกแลว หั่นเปนชิ้นเล็ก ฟกทองหั่นเปนเสน ตนหอม และน้ำพริกกะปกนถวย ใสน้ำมันลงกระทะ ตั้งไฟใหรอน เอาเห็ดหอมผัดกับน้ำมันจนหอม กรอบ แลวใสน้ำพริกลงไปผัด ตาม ดวยกุง ฟกทองและไข แลวใสขาวสวย ลงไปผัดคลุกเคลา กอนยกลงใหใสตนหอมลงไป โรย พริกไทยใหหอมกรุน แลวปดเตา ตัดใบกลวยหลังบานมาหอขาวผัด จัดแจงเตรียมไว 3 หอ สําหรับ 2 คน ที่จะโดยสารรถไฟลงไปพัทลุง และนี่คือมื้อเย็นของอีก วันหนึ่งที่โดยสารรถไฟ...
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
47
สมุนไพรใกลรั้ว
เรื่อง : กระรอกบาน
ชบาแดง
ระยะหลังนี้คนไทยนิยม ปลูกตนชบานอยลง หันไป ชื่นชมไมดอกไมประดับ ประจําบานที่ไดรับการ เปลี่ยนชื่อสกุลใหเพราะ พริ้ง จากลั่นทมสูลีลาวดี ทั้งๆ ที่ยังคงเปนตนที่ ชาวบานอีสานและเหนือ เรียกวา จําปาลาวหรือ จําปาขอม (เขมร) นั่นเอง
สีสวย ดับรอน
คนไทยไมคอยรูจักนําชบาดอกแดง มาใชประโยชนทางยาสมุนไพรมากนัก อาจเปนเพราะเปนพืชพันธุตางถิ่นที่มี ตนกําเนิดในอินเดีย จีน และเกาะฮาวาย คงเห็นดอกสีแดงรูปทรงสวยงามจึงนํา มาขยายพันธุ ไวเชยชม ถาจํากันไดใครที่เรียนวรรณคดีเรื่อง เงาะปา ภาพที่ติดตาคือสาวผมหยิกมี ดอกชบาทัดหู สาวๆ ยุคกอนเวลามีงาน รื่นเริงในหมูบานก็ยังเห็นการทัดดอก ชบาแดงแตงหนาผองกันอยูเสมอๆ แต ในปจจุบันหันไปเด็ดดอกลั่นทมลอยน้ำ เพื่อตกแตงสถานที่ เพิ่งไดมีโอกาสเดินทางไปดูงานที่ ประเทศอินเดียพบวา ชาวฮินดูผูกพัน กับตนชบามาก ถือวาเปนไมศักดิ์สิทธิ์ เปนตัวแทนของพระกฤษณะ พอถึงวัน สําคัญทางศาสนาพราหมณ ชาวฮินดูจะ
นําดอกชบาแดงสดไปบูชาพระกฤษณะ ซึ่งถือเปนเทพเจาแหงเสียงเพลงและการ รองรํา นอกจากชาวอินเดียนําดอกชบามา บูชาแลว ยังมีการนําเอาชบามาใช ประโยชน ในการดูแลสุขภาพในชีวิต ประจําวันดวย เชน ดอกชบาสดหรือแหงใชกับผูหญิงที่ มีประจําเดือนมาไมปกติหรือเปนตกขาว ได โดยนําดอกสด 10-12 ดอก แตเลือก ดอกตูม บดผสมกับนมดื่มวันละ 2 ครั้ง ้ ระหวางมืออาหารหรือในชวงเวลาทองวาง กินตอเนื่องสัก 7 วัน สวนใบสามารถนํามาเปนเครื่อง สําอางใหกับสาวหรือหนุมได ใหนําใบ ชบามาประมาณหนึ่งกํามือ ผสมน้ำเล็ก ้ ้ นอย ขยีใหแหลก คันเอาเฉพาะสวนของน้ำ ่ ั ซึงมีลกษณะเปนเมือกๆ นําไปชโลมเสนผม ชวยใหผมดกดําเปนเงางาม เมืองไทยใกลฤดูรอนอีกครั้ง รอนนี้ ถาลองนําเอาภูมิปญญาแขกมาปรับใช ขอแนะนํา น้ำดอกชบาลดความรอน แกรอนใน และลดไข
วิธีทํางายมากๆ หลังชมความงาม ของชบาดอกแดงแลวใหเด็ดดอกมาสัก 3-4 ดอก ลางสะอาดแลวแชในน้ำ ้ ้ ้ ่ ครึงลิตร ทิงไว 1 คืน รุงขึนแบงกิน 3 มือ ตอเนื่อง 3 วัน ที่ใหกินตอเนื่องใชกับผูที่ มีไข แตถาวันไหนตองตากแดดทํางาน กลับมาชวงบายแกๆ สามารถปรุงน้ำชบา ้ ี แบบเรงรัด ใหรบแชดอกชบาในน้ำ ทิงไว ่ ่ สัก 1 ชัวโมง นํามาดืมก็ชวยลดความรอน ในรางกายอยางดี แตเมื่อกลับมาไทยพบวาหมอยา พื้นบานที่จังหวัดนครพนม ใชดอกชบา ขยี้โปะที่กระหมอมของเด็กชวยลดไขได เปนอยางดี ิ ดอกไมงามๆ และภูมปญญาแมจะ ตางถิ่นกัน แตเมื่อสืบคนและมุงหวัง ใหเกิดประโยชนแกคนสวนใหญ เรา จะพบวาตรงกับแนวคิดของมหาบุรุษ ของโลกชาวอินเดีย มหาตมะ คานธี “โลกทั้งผองพี่นองกัน”
ภาพประกอบ www.flickr.com-
คนหา red hibiscus
48
กุมภาพันธ - เมษายน 2553
เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
- พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 5 พฤศจิกายน 2552 - มกราคม 2553
- พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 4 สิงหาคม 2552 - ตุลาคม 2552
- พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 3 พฤษภาคม 2552 - กรกฎาคม 2552
- พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 - เมษายน 2552
- พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 1 พฤศจิกายน 2551 - มกราคม 2552
เนื้อหานี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย โดยแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

แสดงความคิดเห็น