ข้ามสู่เนื้อหาหลัก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ Thaihealth.or.th

รวมลิงก์ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์

  • ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์
  • กล่องค้นหาในเว็บไซต์
  • ไปยังเนื้อหาหลัก
  • ไปยังเมนูหลัก
  • ไปยังด้านบนสุด
  • แผนผังเว็บไซต์ Sitemap

ส่วนของสมาชิก

  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
คลิกที่นี่เพื่อต้องการปิดส่วนของเข้าระบบ

บัญชีผู้ใช้

ช่องที่มีเครื่องหมาย * หมายถึงช่องที่จำเป็นต้องกรอกข้อมูล
ข้อมูลเข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • ลืมรหัสผ่าน
กด ESC หรือปุ่ม ปิด เพื่อปิดหน้าต่างนี้

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง

ขณะนี้คุณอยู่ที่:

  • หน้าแรก
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
  • แนะนำสื่อ
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 - เมษายน 2553

พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 - เมษายน 2553

โดย webmaster | วันที่ 11 มกราคม 2555
กลับมาสวัสดีกันอีกครั้ง นั่นหมายถึงครบรอบ 3 เดือน อีกแลวคะ หลังจากนิตยสาร พลัง+งาน นําเสนอ เรื่องราวของพลังงานทางเลือกที่นาสนใจ สําหรับชุมชนไลเรียงมาตั้งแต... ไบโอแกส : จากขี้หมูสูเตาแกส , ชีวมวล : ชีวมวลยุคใหม เผา (เศษ) ไม... ไดมากกวาถาน , ลม : “พลังงานลม” สายลมแหงความหวัง พลังแหงการ เปลี่ยนแปลง , น้ำ : กังหันน้ำจิ๋ว ไฟฟา ฟรี...ฝมือชาวบาน , ไบโอดีเซล : ไบโอ ดีเซลจากกนกระทะ และฉบับทีอยูในมือของทุกทาน ก็จะเปน ่  การปดทายขบวนดวย...พลังงานแสง อาทิตย ระหวางการวิ่งไลเก็บขอมูลเกี่ยวกับ พลังงานแสงอาทิตยจากที่โนนที่นี่ พวกเรา ชาว ‘พลัง+งาน’ ก็รูสึกตื่นตาตื่นใจอยูเปน ระยะ เมื่อไดรับรูขอมูลความเกงกาจของ คนไทยที่นําพลังงานจากดวงอาทิตยมาใช ประโยชนกันอยางมากมาย และหลาก หลาย ไมวาจะเปนไกยางพลังแสงอาทิตยที่ นุม หอม และอรอย...Solar Farm ของคน ไทยรอยเปอรเซ็นต...คนเกงจาก มหาวิทยาลัยนเรศวร...และ Solar Roof ที่ กําลังเยายวนบนหลังคาบาน ทุกอยางลวนใชแสงแดดเปนเชื้อเพลิง ทั้งนั้น ที่สําคัญคือ...สะอาด และฟรี ตามมาสนุกกับพวกเราไดเลย... สวนสมาชิกทานใดไมไดรับนิตยสาร พลัง+งาน แจงมาไดที่ 02-9209691-2 หรือสงอีเมลมาที่ energygreenhealth@yahoo.com ฉบับหนา เตรียมพบกับซีรีสใหม สวน จะเปนอยางไร ตองติดตามกันเชนเคยคะ อวยพร แตชูตระกูล email : energymag@hotmail.com ที่ปรึกษา : รศ. นพ. กําจร ตติยกวี, นพ. ชาตรี เจริญศิริ, งามจิตต จันทรสาธิต, วิฑูรย เพิ่มพงศาเจริญ, วีรพงษ เกรียงสินยศ, ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร, ดร. สราวุธ แกวตาทิพย กองบรรณาธิการ : ดร. เดชรัต สุขกําเนิด, อวยพร แตชูตระกูล, ฐิตินันท ศรีสถิต, รุงทิพย สุขกําเนิด, ศุภกิจ นันทะวรการ, นาวิน โสภาภูมิ, กัลยา นาคลังกา ผูประสานงาน/โฆษณา/สมาชิก : กัลยา นาคลังกา, ยวิษฐา พิทักษวัชระ โทร 02-920 9691-2 บรรณาธิการศิลปกรรม : ดวงกมล กุลฉันทรุจิกร hellonong_@hotmail.com ศิลปกรรม : สุกัญญา วชรเนตร จัดพิมพโดย : มูลนิธินโยบายสุขภาวะ เลขที่ 87/495 หมูบานภัสสรรัตนาธิเบศร ซ.31 ถ.บางกรวย-ไทรนอย ต.บางรักใหญ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110 โทร 02-920 9691-2 แฟกซ 02-920 8845 email : energygreenhealth@yahoo.com สนับสนุนโดย : ชุดโครงการสนับสนุน จัดการความรู และประเมินผล โครงการวิจัยและพัฒนา “พลังงานทางเลือกเพื่อสุขภาพในชุมชน” สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.) ผลิตโดย : ทีมงาน “เมล็ดพันธุสีเขียว” 211/2 ถ.งามวงศวาน ซอย 31 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทร 087-4978087 email : energymag@hotmail.com พิมพที่ : บริษัท ออฟเซ็ท ครีเอชั่น จํากัด โทร 02-882 5486-7 สําเนียงสอภาษา กริยาสอสมอง 42 “น้ำยา (ลางหองน้ำ) ที่ไมไรน้ำยา” สารบัญ ถามมา-ตอบไป : คนเมืองจะพัฒนาพลังงานทางเลือกไดอยางไร 26 โรงเรียนสา... เมื่อขยะมีคา เกินกวาจะทิ้ง 3 4 6 10 18 พลังงานจากตางแดน : สเปน...ผูนําพลังแสงอาทิตย ชุมชนตนแบบ : เรื่องจากปก : หองรับแขก : 6 30 33 36 38 40 42 44 46 47 48 โรงเรียนสา...เมื่อขยะมีคาเกินกวาจะทิ้ง พลังงานจากดวงอาทิตย โรงไฟฟาแสงอาทิตย ผลผลิตของคนไทย การลงทุนสีเขียว : ชีพจรลงเทา : ผศ.ดร.นิพนธ เกตุจอย ฟนธง...พระเอกคือแสงอาทิตย นางเอกคือชีวมวล ปนรถถีบ ละเลียดแอวเวียงสา ขุมพลังขางบาน : รูทัน...พลังงาน : จับเขาเลาเรื่อง : สัตวมหัศจรรย : พลังงานนารู : ฉลาดใช : ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของโรงไฟฟานิวเคลียร “น้ำยา (ลางหองน้ำ) ที่ไมไรน้ำยา” 22 อุดรูรั่วดานพลังงาน (ตอนที่2) รับมือหนารอน (ที่สุด) พลังงานหมุนเวียนอันนอยนิดของ กฟผ. พลังงานของชาวบานนรสิงห สําเนียงสอภาษา กริยาสอสมอง 26 27 โลกออนไลน : แตมสีเขียวใหชีวิตกับ www.green.in.th ขอมูลชวนคิด : ถูกหรือแพง แลวแตจะเลือกใชตัวเลข 28 30 โรงไฟฟา แสงอาทิตย ผลผลิตของคนไทย ประลองยุทธ : ตีฆองรองปาว : ตม-ยํา-ทํา-แกง : ขาวผัดรถไฟ สมุนไพรใกลรั้ว : ชบาแดง สีสวย ดับรอน : ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 6 กุมภาพันธ - เมษายน 2553 ตอบ : เดชรัต สุขกําเนิด email : tonklagroup@yahoo.com ถามมา -ตอบไป คนเมืองจะพัฒนาพลังงานทางเลือกไดอยางไร? “ ņņņ †† †††Å†Åņņ † †† †††ÅÅÅÅÅÅÅņ ņÅņ†† † : ÅÅÅ ÅÅ † ††ÅÅÅÅÅ ÅÅÅņ†††† ††† ņ †ÅŠņņņ † ņÅÅÅ ÅÅ ††Å† †Å† † ņŠŠņ ņ† ÅÅ † † †† † ÅÅÅņ††††Å††† † † ņ†††††††Å† † ŠŠņ ÅÅÅÅÅņņ ††ÅÅÅÅņÅÅÅÅņ ÅÅÅÅÅÅÅņņ ††ÅÅÅņ ņŠÅÅÅņ††† ††† ņ††Å†ÅÅņ†Å ņņ††† †ÅÅņ†Å† ††††Å†††Å† †† Åņ† Å ÅÅÅņ ÅÅņņ††Åņ†Å†ÅÅÅÅņņІÅÅÅÅÅņÅÅņņ ņŠņņ ņ Šņņņ Å † Å Å ††Å† ņ ņÅÅÅÅÅņņ††††Å+ÅÅņ ņÅÅņņÅņÅÅÅÅÅÅņ ņ ņ†††† † ÅÅÅÅÅÅņ† ††† ņ††ÅÅņ†Å†††† ††† ņ † ņŠกังหันลมบนดาดฟา ที่มา: http://www.weekendhobby. com/offroad/newenergy/question. asp?page=3&ID=283 ņņņ ņņņņņņņņņ [ แมวาตัวอยางสวนใหญที่เรานํา เสนอในนิตยสารพลัง+งาน จะเปน ตัวอยางในชนบท ซึ่งคงประยุกตใช ในเมืองไมได เชน การเผาถาน แต หลายตัวอยางก็เปนชุมชนในเมือง (เชน ไบโอดีเซล) หรือชุมชนเมือง สามารถนํามาปรับใชไดโดยงาย (เชน กาซชีวภาพ) เนื่องจากคนเมืองเปนผูใช พลังงานมากกวาชุมชนในชนบท หลายเทา ดังนั้น สิ่งสําคัญที่คนเมือง ควรชวยกันอยางเรงดวนคือ การจัดการ ดานการใชพลังงานของตนใหมี ประสิทธิภาพ พลัง+งาน ฉบับนี้ก็พูดถึงการ อนุรักษพลังงานในบานเรือน ซึ่ง สามารถนําไปปรับใชไดโดยตรง หลายวิธี โดยเฉพาะในการลดการใช ตอบ : ไดครับ ไฟฟาสําหรับเครื่องปรับอากาศ ลอง พลิกดูไดนะครับ นอกจากนั้น คุณคนกลางเมือง ยังสามารถนําเอาเทคนิคบางอยาง เชน กาซชีวภาพขนาดเล็ก ประมาณ 1 ลูกบาศกเมตรไปใชทดแทนกาซ หุงตมได โดยลงทุนเพียงประมาณ 5,000 บาท แตตองมีปริมาณขยะ อินทรีย เชน เศษอาหาร อยางพอ เพียงครับ เตาเชื้อเพลิงแกลบก็สามารถนํา มาใชในเมืองไดนะครับ เพราะไมมี ควัน และใชสะดวก ลงทุนประมาณ 4,000 บาท เพียงแตตองหาแกลบ ใหได อีกอยางหนึ่ง ซึ่งนาสงเสริมกันก็ คือ เครื่องทําน้ำอุนพลังแสงอาทิตย ซึ่งลดการใชไฟฟาลงไดมาก และมี หลายแบบใหเลือก ตั้งแตประมาณ หมื่นกวาบาทจนถึงหาหมื่นกวาบาท ที่เริ่มจะมีการติดกันมากขึ้น เรื่อยๆ คือ แผงโซลารเซลล ทั้งนี้ เพราะตนทุนถูกลงอยางรวดเร็ว และ มีรูปแบบการประยุกตใชที่นาสนใจ มากขึ้นเชน ใชในการสูบน้ำหรือ ทําน้ำพุแตงสวน สุดทายที่ผมนํารูปมาฝากกันคือ การนํากังหันลมขนาดเล็กไปติดตั้ง บนดาดฟา ซึ่งจะมีลมแรงกวาที่ระดับ พืนดิน โดยเฉพาะหากอยูใกลทางดวน ้  หรือทางยกระดับ รับรองกังหันวิ่งฉิว เลยครับ หวังวาคุณคนกลางเมืองคงจะ มองเห็นแนวทางที่เหมาะสมสําหรับ คุณนะครับ หากทดลองแลวก็สงมา เลาแลกเปลี่ยนกันไดนะครับ หากมีขอสงสัยที่คิดไมออก และหาคําตอบไมได ในทุกเรื่องเกี่ยวกับพลังงาน อยาปลอยความสงสัยใหคางคาใจ อีกตอไป เพียงแคสงคําถามมาที่ email : tonklagroup@yahoo.com ...รับรองวาเมื่อคุณกลาถาม...เราก็กลาตอบ กุมภาพันธ - เมษายน 2553 “ ] 3 พลังงานจากตางแดน เรื่อง : ดาวพลูโต สเปน...ผูนํา เมื่อตั้งเปาวาจะกาวไปสูการใชชีวิตที่ไมปลอย กาซเรือนกระจกใหเปนภาระของโลก...สเปนจึง ตั้งหนาตั้งตาพัฒนาพลังงานจากแสงอาทิตย จนขึ้นแทนผูนํา หมายเลข 1 ของโลก พลังแสงอาทิตย 1 2 ประเทศสเปน ไดชอวามีพฒนาการ ื่ ั ในการใชพลังงานแสงอาทิตยกาว กระโดดมากทีสดของโลก เขียประเทศ ุ่ ่ ญี่ปุนใหตองนั่งเกาอี้ “อดีต” ผูนํา ดานพลังงานแสงอาทิตยไปเรียบรอย วากันวาปจจัยสําคัญที่ผลักดันให สเปนกาวขึ้นมาเจิดจรัสเรื่องพลังงาน แสงอาทิตยในเวทีโลก ก็คือนโยบาย ดานพลังงานของประเทศนั่นเอง ทั้งนี้ประเทศสเปนตั้งอยูใน ตําแหนงที่รับแสงอาทิตยมากกวา ประเทศอืนๆ ในยุโรป ทังยังเชียวชาญ ่ ้ ่ ในเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตยถงขัน ึ ้ มีโรงงานผลิตเพื่อสงออกอยางเปนล่ำ เปนสัน โดยกวา 80 เปอรเซ็นตถูก สงออกไปขายใหประเทศเยอรมัน รัฐบาลสเปนจึงใชจุดแข็งที่มีอยู ประกาศเปนนโยบายระดับชาติวา ภายในป 2553 จะใชพลังงานสะอาด ในสัดสวน 12 เปอรเซ็นตของพลังงาน ที่ใชในประเทศ โดยตั้งเปาวาจะผลิต ไฟฟาจากพลังงานแสงอาทิตยจํานวน 3,000 เมกะวัตตใหไดในอนาคต เมื่อวางเปาหมายชัดเจน เดือน มีนาคม ป 2547 กําแพงแหงอุปสรรค นานับประการที่เคยขวางกั้นการ เติบโตของการนําพลังงานจากดวง อาทิตยมาใชก็ถูกทลายลง รัฐบาล สเปนประกาศใหเทคโนโลยีหลาก หลายรูปแบบของการใชพลังงานจาก ดวงอาทิตย เปนสิ่งที่รัฐบาลพรอม สนับสนุนอยางเต็มที่ 3 ปตอมา ทั่วทั้งโลกก็ไดรับรูถึง ความตั้งใจจริงของสเปน เมื่อหอคอย สูง 300 ฟุต รายรอบไปดวยแผงรับ แสงอาทิตย 624 แผน ทํามุมสะทอน 4 กุมภาพันธ - เมษายน 2553 3 4 กลับไปยังจุดรวมแสงบนหอคอย เพื่อ ผลิตไฟฟาจากแสงอาทิตยชื่อ PS10 กําลังการผลิต 11 เมกะวัตต ซึ่งตั้ง 4 อยูทางตอนใตของเมือง Seville ถูก เปดใชงานสําหรับ 1,800 ครัวเรือน ขณะเดียวกันหอคอยแหงนี้ก็ถูก บันทึกไววาเปนโรงไฟฟาพลังงานแสง อาทิตยแหงแรกของยุโรปที่มีการผลิต ในเชิงพาณิชยอีกดวย... อยางไรก็ตาม ไมไกลจากหอคอย PS10 เทาไรนัก หอคอยแหงใหมเพื่อ ผลิตไฟฟาจากแสงอาทิตยที่มีขนาด ใหญกวาใกลเปดใชงานเต็มที โดยโรง ไฟฟาแหงใหมชื่อ PS20 มีกําลังการ ผลิต 20 เมกะวัตต เพื่อปอนไฟฟาให กับผูคน 11,000 ครัวเรือน จะถูก บันทึกไวในสถิติโลกวาเปนหอคอย ผลิตไฟฟาพลังงานแสงอาทิตยที่ใหญ ที่สุดในโลก รัฐบาลสเปนตั้งเปาหมายวา ในอนาคตอันใกล ชาวบานกวา 700,000 คนที่อาศัยอยูในเมือง Seville ก็จะใชไฟฟาที่ผลิตขึ้นมาจาก แสงอาทิตยกันอยางถวนหนา ไมเพียงเทานัน สเปนก็มโรงไฟฟา ้ ี จากพลังงานแสงอาทิตยเกิดขึ้นแหง แลวแหงเลา ดวยเทคโนโลยีที่หลาก หลาย ทันสมัยและมีกําลังการผลิตที่ มากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลเดียวเทานั้น ที่ทําให ประเทศสเปนกาวขึ้นสูผูนําดาน การผลิตไฟฟาจากแสงอาทิตย อยางรวดเร็ว นั่นคือ ลดการ ปลอยกาซเรือนกระจกใหมีคา เทากับ...ศูนย ขอมูลจาก www.inhabitat.com/2007/05/21/ sevilles-solar-power-tower/ www.green-blog.org/2009/01/14/ spain-to-open-worlds-biggest-solarpower-tower/ http;//ecoworldly.com/2009/04/07/ spain-leads-the-world-in-new-solarenergy-development/ ภาพประกอบ 1 http://ecofuture.net/aliceinwonderland/wp-content/blogs.dir/3/files/ solar_power_plants/ps10.jpg 2-3 http://en.wikipedia.org/wiki/PS10_ solar_power_tower 4 http://www.flickr.com/photos/ 29010888@N02/3966366859/ กุมภาพันธ - เมษายน 2553 5 ชุมชนต้นแบบ เรื่องและภาพ : ฐิตินันท์ ศรีสถิต และ อวยพร แต้ชูตระกูล โรงเรียนสา... เมื่อขยะมีค่า เกิ น กว่ า จะทิ้ ง กระดาษใช้แล้ว ขวดพลาสติก เศษอาหาร ใบไม้ที่ร่วงเกลื่อนพื้น อาจเป็นสิ่งซึ่งใครหลายคนโยนทิ้งลงถังขยะเพื่อรอเวลากำจัด แต่ไม่ใช่สำหรับที่นี่...ที่โรงเรียนสา จุดเริ่มของวิสัยทัศน์สีเขียว “ก่อนหน้านีขยะจากการกินพวกถุงพลาสติกและกระดาษ ้ เป็นปัญหาใหญ่ ความจริงถังขยะก็มี แต่อาจจะอยู่ไกลมือ สักหน่อยเลยทิ้งกันเรี่ยราด ทำให้โรงเรียนมีสภาพไม่น่าดู จึงเรียกประชุมครู นักเรียน และตัวแทนผู้ปกครอง โดยตั้ง เป้าหมายว่า จะทำอย่างไรให้โรงเรียนมีสภาพสวยงาม” ณรงค์กร ดวงพิกุล ผู้อำนวยการ อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับ โรงเรียนสาเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว สุดท้ายได้ข้อสรุปร่วมกัน คือ แบ่งเขตพื้นที่ให้นักเรียน แต่ละห้องช่วยกันดูแลรับผิดชอบเรืองความสะอาด ขณะเดียวกัน ่ ครูก็ต้องพยายามแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการเก็บกวาดขยะ รีไซเคิลขยะ และจัดการขยะเข้าไปในหลักสูตรการเรียนการ สอนในทุกระดับชั้นเรียน กระทั่งเห็นความเปลี่ยนแปลง ชัดเจนว่า โรงเรียนสวยงามสะอาดตาและนักเรียนเองก็ใส่ใจ รักษาความสะอาดมากขึ้น เด็กๆ แยกเศษอาหาร ขณะเอาจาน ชามไปเก็บ โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ในอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เป็นเสมือนบ้านหลังที่สองของ นั ก เรี ย นตั้ ง แต่ ชั้ น ม.1 ถึง ม.6 ราวๆ 1,700 ชีวิต โดยมี คุ ณ ครู ป ระมาณหนึ่ ง ร้ อยคนช่วยกันรับผิดชอบงานสอน หนังสือและบริหารโรงเรียน ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตโรงเรียน สิ่งแรกที่ทีมงานนิตยสาร พลัง+งานสังเกตเห็นคือ ความสะอาดสอ้านของสถานที่และ บริเวณโดยรอบ แม้ใบไม้แห้งจำนวนมากที่ร่วงหล่นก็ยังถูก กวาดรวมเป็นกองๆ ไว้ที่โคนต้นอย่างเป็นระเบียบ  กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 เรื่องสิ่งแวดล้อม อย่าไปเร่ง ต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ ทำ ผลสำเร็จ จะเกิดเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่เมื่อเกิดแล้ว มันจะเกิดนาน ณรงค์กร ดวงพิกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนสา “พูดง่ายๆ ให้เด็กค่อยซึมซับจนรู้ว่า ขยะสามารถเปลี่ยน เป็นเงินได้ ถึงวันนี้เศษกระดาษกลายเป็นของมีค่าสำหรับ เด็กๆ ไปแล้ว” ครูณรงค์กร เล่าอย่างอารมณ์ดี จึงไม่นาแปลกใจทีทกห้องเรียนจะมีกล่องใส่เศษกระดาษ ่ ่ ุ เพื่อรวบรวมส่งขายธนาคารขยะอย่างสม่ำเสมอ ในส่วนของ ธนาคารขยะนั้น นักเรียนเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด ตั้งแต่ ชั่งน้ำหนัก จดบันทึกรายละเอียด และทำบัญชีระบบซื้อขาย ขยะ โดยรับซื้อขยะ 4 ประเภท คือ กระดาษขาว กระดาษสี กระดาษโรเนียว และพลาสติก เมื่อมีปริมาณมากพอก็จะขายต่อให้กับร้านรับซื้อขยะ รีไซเคิล ช่วงแรกที่เปิดดำเนินการสามารถรวบรวมขยะ รีไซเคิลได้เยอะมากจนต้องส่งขายเป็นประจำทุกเดือน แต่ ระยะหลังขยะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษหรือพลาสติกถูกนำ ไปต่อยอดใช้ประโยชน์มากขึ้นเรื่อยๆ จนความถี่ในการขาย ขยะรีไซเคิลลดลงเหลือเพียงเทอมละครั้งเท่านั้น พวงหรีดสุดเก๋ จากกระดาษหลากสี ต่อยอดประโยชน์จากขยะ เมื่อลงมือแยกประเภทอย่างเป็นระบบ นอกจากสิ่งที่เคย เป็นขยะจะอยูถกทีถกทางมากขึน มันยังถูกเติมแต่งด้วยไอเดีย ู่ ู่ ้ สร้างสรรค์ของครูและนักเรียน เพื่อต่อยอดการใช้ประโยชน์ จนคุ้มค่าและน่าทึ่ง กระดาษโรเนียว เนื้อหยาบ สีหม่น คือวัตถุดิบชั้นดี สำหรับการพับเพือแปลงร่างเป็นดอกไม้จนทน์สำหรับงานศพ ่ ั ซึ่งทดแทนการส่งเยื่อไม้มือหนึ่งเข้าไปมอดไหม้ในเปลวเพลิง ได้อย่างเยี่ยมยอด กระดาษหนังสือพิมพ์ รวมถึงกระดาษแผ่นขาวและเหลือง จากสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์ที่ล้วนโดดเด่นเรื่องความบาง ถูกนำมาม้วนพับเป็นแท่งกระดาษขนาดพอๆ กับบะหมี่เส้น แบน ไม่เพียงสานเป็นกระบุงกลมกระบุงเหลี่ยมสำหรับใส่ ของจุกจิก ยังสานเป็นกลีบแล้วมัดรวมกันเป็นดอกไม้ กระดาษ ก่อนจะประดับตกแต่งจนได้เป็นพวงหรีดอายุยืนที่ ดูสวยแปลกตา กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 เข่งแยกขยะในธนาคารประจำโรงเรียน  เด็กๆ สาธิตการผลิตกระดาษสา...ง่ายแค่พริบตา แก้วน้ำประจำตัว...วัฒนธรรมประจำโรงเรียน แม้เศษกระดาษสารพัดก็ยังถูกนำมาผลิตเป็นกระดาษ ทำมือ ด้วยวิธีเดียวกับการผลิตกระดาษสาอย่างง่ายๆ คือฉีก เป็นชิ้นเล็กๆ แช่น้ำข้ามคืนจนเปื่อย ปั่นผสมกับ “ไก” (สาหร่ายน้ำจืดที่ช่วยประสานให้เยื่อกระดาษเกาะกันเป็น แผ่น) ช้อนเยื่อกระดาษด้วยตะแกรงสี่เหลี่ยม แล้วตากแดด จนแห้งสนิท หลังจากนั้นตกแต่งลวดลายหรือพ่นสีได้ตาม อัธยาศัย ส่วนใบไม้ที่นักเรียนช่วยกันกวาดในยามเช้า จะมีคนงาน มาเก็บขึ้นรถเพื่อนำไปทำปุ๋ย ด้วยวิธีง่ายๆ แค่กองรวมกัน รดน้ำพอชุ่ม เติมปุ๋ยหมักเสียหน่อย แล้วรอ...มันจะย่อย สลายกลายเป็นปุ๋ยที่พร้อมใช้งาน ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งครูและนักเรียนยังพยายามทำน้ำหมัก ชีวภาพจากส่วนผสมเพียง 2 อย่าง คือ เศษอาหารและกาก น้ำตาล โดยไม่เติม พด. 1 ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการย่อย สลาย ครูณรงค์กรยืนยันถึงเรื่องนี้ว่า ประสบความสำเร็จ มากในการส่งต่อประโยชน์ถึงชุมชน เพราะนอกจากจะใช้ บำรุงต้นไม้ที่ปลูกอยู่ทั่วไปภายในโรงเรียนแล้ว ยังแบ่งใส่ ขวดแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่ต้องการด้วย แก้วน้ำสุดหรรษา...เด็กก็ชอบ แม่ค้าก็ขอบเหมือนกัน โรงอาหารปลูกวินัย “เป็นวัฒนธรรมของโรงเรียนสาที่นักเรียนจะพกแก้วน้ำ ส่วนตัวมาโรงเรียน อาจไม่ใช่ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ร้อยละ 90 นี่ถึงแน่นอน” ทรงบัญชา บัวจันทร์ ครูหัวหน้างาน สิ่งแวดล้อม สาระวิชาวิทยาศาสตร์ เริ่มต้นเล่าถึงโครงการ แก้วน้ำสุดหรรษา “แก้วน้ำสุดหรรษา” วางเป้าหมายไว้ที่เรื่องสุขอนามัย ป้องกันโรคติดต่อ ช่วยลดขยะแก้วพลาสติกประเภทที่ใช้ ครั้งเดียวทิ้ง ควบคู่กับการประหยัดน้ำและประหยัดพลังงาน ไฟฟ้าสำหรับการปั๊มน้ำ ซึ่งปรากฏผลตอบรับค่อนข้างดีจาก แม่ค้าในโรงอาหาร และเด็กนักเรียนเองก็พอใจ เพราะ สามารถกดน้ำดื่มจากตู้ได้ในทุกครั้งที่กระหาย ทั้งยังได้รับ เครื่องดื่มในปริมาณที่เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเมื่อนำแก้วส่วนตัว ไปซื้อจากร้านค้าในโรงอาหาร อีกสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือระบบการจัดการโรงอาหาร ที่ดีเยี่ยมของสถานศึกษาแห่งนี้ ซึ่งช่วยแยกเศษอาหารเพื่อ สะดวกต่อการผลิตน้ำหมักชีวภาพ ขณะเดียวกันก็ปลูกฝัง ระเบียบวินัยแก่นักเรียนด้วย น้องๆ กำลังช่วยกันประดิษฐ์ของชิ้นใหม่จากเศษวัสดุ  กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 เอาจาน ชามมาเก็บเมื่อไหร่ เอาชิพสีชมพูคืนไปได้เลย กลเม็ดเด็ดอยู่ที่การใช้เหรียญพลาสติกหรือ “ชิพ” แทน เงินสด โดยชิพสีฟ้าและชิพสีส้มใช้สำหรับซื้ออาหารและ เครื่องดื่ม แต่ในทุกครั้งที่ซื้อข้าวหรือก๋วยเตี๋ยวนักเรียนต้อง ยื่นชิพพิเศษให้แม่ค้าด้วย มันคือชิพสีชมพูที่โรงเรียนแจกให้ คนละ 2 เหรียญเพื่อใช้เป็นตัวประกันภาชนะ ซึ่งจะได้รับคืน ก็ต่อเมื่อนำจานชามที่รับประทานเสร็จแล้วไปเทเศษอาหาร ลงถังและวางในกะละมังที่จัดเตรียมไว้ นั่นหมายความว่า...หากใครกินอิ่มแต่ไม่เก็บภาชนะก็จะ ไม่มีชิพพิเศษสำหรับแลกซื้ออาหารในมื้อต่อไป ขยายผลสู่ชุมชน กิจกรรมสร้างสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมมิได้ถูกจำกัดอยู่ ภายในโรงเรียนสาเท่านั้น แต่กระโดดข้ามรั้วออกมาสู่โลก ภายนอกด้วย ดังเช่นในปี 50 มีการดำเนินโครงการ “ติ้วซ้า จ่ายกาด” หรือหิ้วตะกร้าไปจ่ายตลาด คือให้นักเรียนออกไป รณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกในตลาดสดในชุมชนใกล้เคียง 3 แห่งคือ ตลาดสดเทศบาลตำบลเวียงสา ตลาดบุญนาค และตลาดสดบ้านกลางเวียง เริ่ ม ต้ น จากการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านทางวิทยุ กระจายเสียงของชุมชนและแผ่นพับข้อมูล เพือทำความเข้าใจ ่ กับชาวบ้านถึงผลกระทบทางสิงแวดล้อมจากการใช้ถงพลาสติก ่ ุ อย่างฟุ่มเฟือย ตามมาด้วยการเดินรณรงค์ในตลาดและแจก ถุ ง ผ้ า พ่ อ ค้ า แม่ ค้ า ก็เข้าใจพอสมควร บางรายหันมาใช้ ใบตองห่อของ บางร้านช่วยติดป้ายสนับสนุนการหิ้วถุงผ้า และตะกร้า “เพราะเป็นคนหมู่มาก เราทำได้แค่ประชาสัมพันธ์ให้ ช่วยกันลดใช้ถุงพลาสติก แรกๆ ก็ดี แต่พอนานไปก็กลับ เหมือนเดิม” ครูณรงค์กรมองว่า การรณรงค์กับชุมชนนอกโรงเรียน ในโครงการนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จึงยังต้อง ย้ำเตือนอยู่เป็นระยะ หากประเมินในภาพรวม สิ่งที่ครูและนักเรียนช่วยกัน สร้างขึนภายในโรงเรียนสากำลังเดินหน้าไปด้วยดี โจทย์ใหญ่ ้ หลังจากนี้จึงมีเพียง...ทำอย่างไรให้มันดำเนินต่อเนื่องและ ยั่งยืน สิงหนึงทีพอจะเป็นคำตอบได้กคอ “หลักสูตรสิงแวดล้อม ่ ่ ่ ็ ื ่ ดีชีวีมีสุข” ซึ่งจัดทำโดยคณะครูโรงเรียนสาและใช้กับการ เรียนการสอนของที่นี่มาแล้วเป็นเวลาสองปีเต็ม โดยมีหัวใจ สำคัญอยูทการบูรณาการเรืองสิงแวดล้อมเข้ากับหลากหลาย ่ ี่ ่ ่ สาระวิชา ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย คณิตศาสตร์ สังคม วิทยาศาสตร์ ฯลฯ เด็กๆ จึงมีโอกาสซึมซับจิตสำนึกสีเขียว อยู่เป็นประจำ คงไม่จำเป็นต้องสาธยายถึงรางวัลต่างๆ ที่โรงเรียนสา เคยได้รับ เพราะทั้งหมดที่เล่ามาก็พอจะยืนยันได้แล้วว่า นี่เป็นอีกหนึ่งต้นแบบสีเขียวขนานแท้...ที่ควรค่าให้ชุมชน อื่นๆ ได้เดินตาม ไม่อายค่ะ เพื่อนๆ ก็พก กระติกน้ำกันทุกคน หนูว่าดีนะคะ เพราะเราจะ ไม่ติดเชื้อโรคจากคนอื่น แล้วคนอื่นก็ไม่ติดเชื้อโรค จากเราด้วย ด.ญ.ศุภิสรา แก้วมอยคำ นักเรียนชั้น ม. 3/1 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553  เรื่องจากปก เรื่องและภาพ : อวยพร แตชูตระกูล และ ฐิตินันท ศรีสถิต พลังงาน จาก ดวงอาทิตย แสงแดดที่สองสวางในเวลากลางวัน ถูกนํามาใชประโยชนในชีวิตประจําวัน มานานแสนนาน ทั้งตากเสื้อผา ตากอาหารเพื่อเก็บไวกินในวันขางหนา ยิ่งนานวัน แสงอาทิตยกลับมีอิทธิฤทธิ์มากกวานั้น เพราะถึงขั้นผลิตกระแสไฟฟาใชไดโดยไมตองจายคาเชื้อเพลิง 10 กุมภาพันธ - เมษายน 2553 กลวยตาก ปลาเค็ม หมึกแดดเดียว หรือตากเสือผา...กลาย ้ เปนเรื่องธรรมดา เมื่อลองไลเรียงดูวามนุษยเราใชประโยชน จากความรอนของพระอาทิตยดวงกลมโตอยางไรบาง แต “ลูกไฟ” ดวงใหญยักษที่แบงปนกันใชทั่วทั้งโลก ยัง ใหคุณคามากกวานั้น... ลุงศิลา สุทารัต ชาวบานหนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี คือผูหนึงทีควาเอาความรอนแรงจากดวงอาทิตยมาผลิตไกยาง  ่ ่  กลิ่นหอมกรุน จนโดงดังไปถึงประเทศญี่ปุน เกาหลี และ ออสเตรเลีย “เดิมผมมีอาชีพขายกระถางตนไม แตวันหนึ่งมีรถทัวร มาจอดอยูหนาบาน แลวแสงแดดที่สองมาโดนกระจกเงาของ รถ สะทอนกลับเขามาถึงผม ก็รสกรอนมาก จึงคิดวานาจะเอา ู ึ แสงสะทอนจากดวงอาทิตยมาใชได” นันคือจุดเริมตนของรานไกยางพลังแสงอาทิตยของลุงศิลา ่ ่  และปามาลี ซึงตังอยูรมทางรถไฟใกลกบโรงเรียนเซนตโยเซฟ ่ ้ ิ ั เพชรบุรี แผนกระจกเงาขนาด 5x7 นิ้ว คืออุปกรณสําคัญที่นํามา ใชเรียงตอกันเปนแผนโคงเพื่อรวมแสงอาทิตย กอนสะทอน กลับไปยังไกหมักเครื่องปรุงที่วางเรียงรายอยูฟากตรงขาม ลุงศิลาบอกวา “ตอนแรกลองใชแค 10 แผน ปรากฏวารอน มาก หนาชาเลย” ยางปลา คือบททดสอบแรกทีผานพนไปดวยดี กาวตอมา ่ คือไกยาง และพบวาความรอนไมเพียงพอสําหรับการยางไก ซึ่งตัวใหญกวาปลา จํานวนแผนกระจกจึงขยับเพิ่มขึ้นจนถึง 1,000 แผนเชนทุกวันนี้ โดยใชเงินลงทุน 4.8 หมื่นบาท ขณะที่การดูแลรักษาก็งายดาย เพียงแคคอยเช็ดถูทํา ความสะอาดแผนกระจก พรอมกับระมัดระวังไมใหนกเขา แอบเขามาทํารังเทานั้น ความรอนและแสงแรงจาทีจะสะทอนออกมาจากกระจกเงา ่ ซึ่งสามารถชักรอกเพื่อปรับระดับสูง-ต่ำ หรือซาย-ขวาให ทํามุมรับแสงอาทิตยไดเต็มที่ ทําใหลุงศิลาตองสวมอุปกรณ ปองกันขณะพลิกไกยางไป-มา โดยเฉพาะแวนตาดําและ ผาคลุมหนาอยางมิดชิด “เผลอไมได ไหมดําปเลย” ลุงศิลาบอกพลางขยับไกที่ ถูกความรอนจนน้ำมันจากหนังไกเริ่มไหลเยิ้ม ใหออกไปอยู ดานขาง แลวเลื่อนไกตัวใหมเขามาแทน แตละวัน...ลุงศิลาจะเริ่มลงมือยางไกตั้งแตเวลา 7.0010.00 น. เพราะแสงอาทิตย ในชวงนี้จะทํามุมพอดีกับ กระจกเงา ทําใหเมื่อไกสุกจะมีสีเหลืองสวย หอม...ดูนากิน ไกยางพลังแสงอาทิตย อุปกรณยางไกพลังแสงอาทิตย ลีลาการยางไกยางหมูของลุงศิลา ลุงศิลา สุทารัต ผลลัพธไกยางหอมฉุยรสเยี่ยม ซึ่งความจริงก็เปนเชนนั้น เพราะหลังจากคุยไปเรื่อยๆ ระหวางรอชมและชิมผลงาน ไกยางตัวแรกของวันก็สงกลิ่น หอมกรุน แมในยามถูกสับเปนชิ้น...ทั้งนุม...ทั้งหอม “ทั้งถาน แกส น้ำมัน ไมชาก็หมด ปาก็หมดดวย แตถา ใชแสงอาทิตยก็จะชวยอนุรักษปา ชวยลดตนทุนได เพราะใช ฟรีที่สุด สะอาด และไมมีวันหมด” ลุงศิลาวาไวเชนนั้น ทุกวันนี้ รานไกยางพลังแสงอาทิตยของลุงศิลา มีสินคา เพิ่มขึ้นอีก 1 อยาง นั่นคือ หมูยางพลังแสงอาทิตย และยัง คงมีคิวใหสัมภาษณรายการโทรทัศนจากประเทศญี่ปุนอยาง กุมภาพันธ - เมษายน 2553 11 (ขวา) อุปกรณรับรังสีดวงอาทิตยแบบแผนเรียบ (ลาง) อุปกรณรับรังสีดวงอาทิตย แบบหลอดแกวสูญญากาศ (ขวา) ตัวอยางการใชอุปกรณ รับรังสีดวงอาทิตย แบบแผนเรียบเพื่อผลิต น้ำอุนในรีสอรตแหงหนึ่ง ไมขาดสาย ขณะที่การเชื้อเชิญใหไปโชวการยางไกดวยพลัง แสงอาทิตยในประเทศไทยยังคงไมวางเวน ซึ่งลุงศิลาก็จะมี ชุดกระจกเงารับแสงอาทิตยขนาดเล็ก ติดลูกลอพรอม เคลื่อนที่ สําหรับออกงานโดยเฉพาะ ลุงศิลาหวังวาคนไทยและคนตางชาติที่แวะเวียนมาดูแผง กระจกเงารับแสงอาทิตยที่ใชยางไก ยางหมู จนสามารถ ประกอบอาชีพได จะนําสิ่งที่เห็นไปตอยอดเพื่อชวยคิดคนวา ทําอยางไรถึงจะนําแสงอาทิตยมาผลิตเปนพลังงานออกมา ใชไดเยอะๆ นอกจากจะใชประโยชนจากแสงแดดดวยวิธการงายๆ และ ี ไมซับซอนแบบที่ลุงศิลาลงมือยางไกอยางเปนล่ำเปนสันแลว พลังงานความรอนปริมาณมหาศาลซึงเดินทางไกลมาจาก ่ ศูนยกลางของระบบสุริยะจักรวาล ยังถูกใชเปนวัตถุดิบ ตนทางสําหรับการเปลี่ยนน้ำธรรมดาใหกลายเปนน้ำรอน เทานันยังไมพอ ยังมีทพเศษและนาทึงกวานัน...แสงแดด ้ ี่ ิ ่ ้ ที่พวกเราคุนเคยสามารถลดดีกรี ความรอนระอุภายในหอง หรือภายในอาคารใหเย็นฉ่ำขึ้นโดยไมตองงอกระแสไฟฟา ไดอีกดวย ซึงการผลิตน้ำอุนน้ำรอนจําเปนตองติดตังอุปกรณรบรังสี ่  ้ ั ดวงอาทิตย หรือ “โซลาร คอลเลกเตอร” (Solar Collector) โดยมันจะทําหนาทีเปลียนแสงอาทิตย ใหกลายเปนความรอน ่ ่ เมื่อปลอยใหน้ำหรืออากาศเคลื่อนที่ผาน ก็จะไดผลลัพธเปน น้ำรอนหรือไออากาศรอน อุปกรณรบรังสีดวงอาทิตยทนยมใชงานทัวไปมี 2 ประเภท ั ี่ ิ ่ ประเภทแรก...เปนแบบแผนเรียบ (Flat Plate Solar Collector) เหมาะกับการผลิตน้ำอุนอุณหภูมิประมาณ 40-90 องศาเซลเซียส เพื่อใชในระดับครัวเรือน แอรเย็นฉ่ำและน้ำรอนจากแสงแดด อีกประเภทคือ...หลอดแกวสูญญากาศ (Evaccuum Tube Solar Collector) สังเกตจากแทงแกวทรงกระบอกวาง เรียงตอกันหลายอัน แตละอันเปนหลอดแกวทีซอนกันสองชัน ่ ้ และใหชองวางระหวางหลอดแกวเปนสูญญากาศ ภายใน เคลือบดวยสารดูดกลืนรังสีประสิทธิภาพสูง จึงเหมาะสําหรับ การผลิตน้ำรอนอุณหภูมิสูงกวา 100 องศาเซลเซียสหรือ การผลิตไอน้ำ เพื่อใชในโรงแรม โรงพยาบาล โรงงาน อุตสาหกรรม หรือเพื่อผลิตกระแสไฟฟา ในบานเรามีการใชงานเครื่องผลิตน้ำรอนพลังงานแสง อาทิตยกันมานานกวา 25 ป และไดรับการพัฒนา ประสิทธิภาพการใชงานอยางตอเนื่อง แตดูจะแพรหลาย นอยกวาทีควร คงเปนเพราะราคาทีตองควักกระเปาจายแพง ่ ่  กวาเครื่องทําน้ำรอนจากไฟฟาหรือกาซหุงตมนั่นเอง ผศ.ดร.นิพนธ เกตุจอย หัวหนาสํานักวิจัยระบบเซลล แสงอาทิตย วิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยนเรศวร ใหความเห็นวา “กระทรวงพลังงานมีมาตรการสงเสริมการใช แสงแดดผลิตน้ำรอนอยูมากมาย ซึงหากเปนทีทตองใชนำอุน  ่ ่ ี่  ้  อยางตอเนื่อง มันคุมคาไวมาก แตถาติดตั้งในที่ที่ใชน้ำอุน เดือนละไมกี่ครั้ง อันนั้นไมคุมแลว” ขณะที่การประยุกต ใชแสงแดดขับเคลื่อนระบบ ทําความเย็น หรือ “โซลาร คูลลิ่ง” (Solar Cooling) นั้นมี กลไกการทํางานคอนขางซับซอนกวาการผลิตน้ำอุนน้ำรอน ทั้งยังแตกตางจากระบบปรับอากาศที่พวกเราคุนเคย เครื่องปรับอากาศที่ใชกันอยางแพรหลายในปจจุบันเปน ระบบอัดไอ (Vapor-Compression Cycle) คือเมื่อจาย กระแสไฟฟา คอมเพรสเซอรจะเริ่มตนการทํางานดวยการ ดูดและอัดเพือเพิมความดันและอุณหภูมของสารทําความเย็น ่ ่ ิ (น้ำยาแอร) จากนันจึงลดความดันและอุณหภูมลงจนต่ำมาก ้ ิ กอนจะสงมันเขามาดูดความรอนภายในหองออกไปปลอย ทิ้งขางนอก 12 กุมภาพันธ - เมษายน 2553 ผศ.ดร.นิพนธ และแผงโซลารเซลล “แตระบบปรับอากาศในยุคแรกๆ เปนเทคโนโลยีทเรียกวา ี่ ระบบปรับอากาศแบบดูดกลืนความรอน หรือแอพซอฟชั่น ชิลเลอร (Absorption Chiller) ทํางานดวยหลักเทอร โมไดนามิก ไมตองใชไฟฟา มีสารเคมีกบน้ำรอนทําหนาทีเหมือนน้ำยาแอร  ั ่ ในเครื่องปรับอากาศระบบอัดไอ” ผศ.ดร.นิพนธ ชวย อธิบายใหเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น สารเคมีที่วาก็คือลิเทียมโบรไมด และอุณหภูมิของน้ำที่ ตองการก็ประมาณ 70–100 องศาเซลเซียสเทานั้น ซึ่ง อุปกรณรับรังสีดวงอาทิตยสามารถผลิตน้ำรอนในระดับนี้ได อยางสบายๆ ผศ.ดร.นิพนธ สรุปพรอมกับยกตัวอยาง “นี่ไมใช เทคโนโลยีใหม แตเปนการผสมผสานระบบทําความเย็น แบบดั้งเดิมเขากับการใชพลังงานจากแสงอาทิตย อยางที่ โลตัส ศาลายา ก็ใชหลักการนี้ ไดน้ำรอนจากพลังงานแสง อาทิตยและเปนระบบที่ใหญที่สุดในโลก สวนที่สนามบิน สุวรรณภูมิก็เปนระบบปรับอากาศแบบแอพซอฟชั่นชิลเลอร เหมือนกัน แตใชน้ำรอนเหลือทิ้งจากโรงไฟฟาภายใน สนามบิน” ทั้งนี้วิทยาลัยพลังงานทดแทนเองก็กําลังศึกษาศักยภาพ การใชระบบปรับอากาศแบบแอพซอฟชั่นชิลเลอรดวย พลังงานความรอนจากแสงอาทิตยอยูเชนกัน โดยไดรับ งบประมาณสนับสนุนจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและ อนุรักษพลังงาน กระทรวงพลังงาน และดําเนินการทดลอง ติดตั้งระบบตนแบบที่ศูนย ฝกอบรมปฏิบัติการดานการ จัดการพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ พลังงาน จังหวัดปทุมธานี ...หากประสบความสําเร็จดวยดี ก็จะเปนอีกทางออกของ การลดใชพลังงานไฟฟาที่นาสนใจไมนอย... เหนือขั้นกวาการใชประโยชนเรื่องความรอน คือการ ผลิตพลังงานไฟฟา ซึ่งจําเปนตองใชสิ่งประดิษฐทาง อิเล็กทรอนิกสที่เรียกวา “เซลลแสงอาทิตย” หรือ “โซลารเซลล” (Solar Cell) หรือ “พีวี” (PV ซึ่งยอมาจาก คําวา Photovoltaic) โดยมีสารกึงตัวนําเปนสวนประกอบสําคัญ ่ ในการแปลงรางแสงอาทิตย ใหกลายเปนกระแสไฟฟา เซลลแสงอาทิตยที่ใชงานกันอยูในปจจุบันผลิตขึ้นจาก หลากหลายเทคโนโลยี แตที่ไดรับความนิยมอยางสูงสําหรับ การผลิตในเชิงพาณิชย ก็คือเซลลแสงอาทิตยที่ใชซิลิกอน เปนสารกึ่งตัวนํา เนื่องจากซิลิกอนเปนแรธาตุที่มีปริมาณมากที่สุดในโลก แผงโซลารเซลล...อะไร อยางไร และมีราคาถูกกวาวัตถุดิบตนทางประเภทอื่นๆ ซึ่งพอจะ จําแนกประเภทของเซลลแสงอาทิตยที่ผลิตจากซิลิกอนได 2 กลุมใหญๆ กลุมที่หนึ่ง...เซลลแสงอาทิตยแบบผลึก (Crystalline Silicon Solar Cell) ซึ่งแบงเปน แบบผลึกเดี่ยวและแบบผลึก ผสม และกลุมที่สอง...เซลลแสงอาทิตยแบบฟลมบาง (Thin-film Solar Cell) หรืออะมอรฟสซิลิกอน (Amorphous Silicon Solar Cell) “แบบผลึกเดี่ยว โครงสรางของผลึกเรียงตัวกันอยางเปน ระเบียบ สวนแบบผลึกผสมประสิทธิภาพดอยกวาแบบผลึก เดี่ยวเล็กนอย แตมีขอดีคือราคาถูกและผลิตงายกวา หาก เปรียบเทียบระหวางแบบผลึกกับแบบฟลมบาง อยางแรกเลย  ตางกันที่ความหนาของชั้นเซลล ซึ่งแบบผลึกจะหนากวา อยางที่สองคือเรื่องประสิทธิภาพ” ผศ.ดร.นิพนธ อธิบาย จุดเดนของเซลลแสงอาทิตยแบบผลึกอยูทประสิทธิภาพสูง  ี่ คือในกําลังผลิตที่เทากัน โซลารเซลลแบบฟลมบางจะใช พื้นที่สําหรับการติดตั้งมากกวาประมาณ 2 เทา เนื่องจากมี ประสิทธิภาพต่ำกวา แตการมีประสิทธิภาพสูงก็มไดการันตีวา ิ  สามารถผลิตพลังงานไฟฟาไดมากกวาเสมอไป “เพราะโซลารเซลลทั้งสองกลุมตอบสนองตอแสงในชวง สเปกตรัมที่แตกตางกัน แบบผลึกชอบแสงอาทิตยในชวงที่ อยูใกลยานอินฟราเรด ขณะที่แบบฟลมบางตอบสนองแสง ไดดีในชวงแสงสีขาว ซึ่งเปนชวงแสงที่ทําใหเรามองเห็น คือ ถาเอามาวางตากแดดในที่เดียวกัน เมื่อเริ่มมีแสงที่ตาคน มองเห็นได ประมาณ 8 โมง 9 โมง แบบฟลมบางเริ่มทํา งานแลว แตแบบผลึกจะตองรอจนมีแดดเปรี้ยงๆ ชวง 10 โมง จึงจะเริ่มทํางาน แลวก็เปนพวกมาสายกลับไวนะ บาย 3 โมงก็เลิกทํางานแลว ขณะที่แบบฟลมบางขยันกวา...ตื่น กอน นอนทีหลัง แตเราไมสนใจวาใครจะมีชั่วโมงทํางาน มากกวา เพราะตองดูวาทายที่สุดแลวใครใหพลังงานไฟฟา ไดมากกวากัน ซึ่งตองดูปจจัยอื่นประกอบ อยางเรื่อง กุมภาพันธ - เมษายน 2553 13 อุณหภูมิ ” ผศ.ดร.นิพนธ พยายามเปรียบเทียบใหเขาใจ งายๆ อุณหภูมิเปนอีกปจจัยสําคัญที่มีอิทธิพลอยางมากตอ ความสามารถในการผลิตพลังงานไฟฟาของเซลลแสงอาทิตย เชื่อวาหลายคนอาจยังไมรู...เซลลแสงอาทิตยที่ตองวางตาก แดดทั้งวันนั้น ไมชอบความรอนเอาเสียเลย ผศ.ดร.นิพนธ เลาตอไปวา “โซลารเซลลชอบแสง แต ไมชอบรอนจัด อยางตอนเที่ยงมันรอนกวาตอนเชาแนๆ ซึ่ง เมื่อรอนกวาก็ทําใหโซลารเซลลเก็บสะสมความรอนเอาไว มากเกินไปจนกําลังไฟฟาตก คือผลิตพลังงานไฟฟาไดนอย ลงเมื่ออุณหภูมิของตัวโซลารเซลลสูงขึ้น โดยกําลังไฟฟาของ โซลารเซลลแบบผลึกจะลดลงมากกวาแบบฟลมบาง ประมาณ 2 เทา” อาจารยหนุมซึ่งคลุกคลีกับพลังงานแสงอาทิตยมานาน ยังเปดเผยวามีขอมูลเพียงพอสําหรับขอสรุป... “ในสภาพ อากาศรอนชื้นของเมืองไทย โซลารเซลลแบบฟลมบางผลิต พลังงานไฟฟาไดมากกวาแบบผลึก เพราะไมคอยมีผลกระทบ  จากระดับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นมากเทาใดนัก” ทวาโซลารเซลลแบบผลึกก็ยงมีจดแข็งเรืองความนาเชือถือ ั ุ ่ ่ และการรับประกันอายุการใชงานไดยาวนานเพราะเปน เทคโนโลยีที่พัฒนามานานจนอยูตัว “เทคโนโลยีของโซลารเซลลแบบผลึกผานประสบการณ มาเยอะ ติดตังผานไป 20–25 ปกยงใชงานอยูได จริงๆ แลว ้ ็ั  ประสิทธิภาพของการผลิตไฟฟาก็ไมไดหายไปเกินกวาปละ ประมาณ 1 เปอรเซ็นตอยางที่เขาการันตี แตฟลมบางยังมี คําถามอยูพอสมควร” ผูเชี่ยวชาญในแวดวงโซลารเซลลจึงตองจับตาและตาม เก็บขอมูลของนองใหมอยางอะมอรฟสซิลิกอนไปอีกสักระยะ จนกวารูจักมันอยางทะลปรุโปรงและสามารถกําจัดขอสงสัย ตางๆ ไดหมดสิ้น แมจะเปนเรื่องใหมสําหรับสังคมไทย ที่เริ่มมีโครงการ ผลิตกระแสไฟฟาจากหลังคาบาน หรือที่เรียกวา โซลารรูฟ (Solar Roof) แตในหลายประเทศ หลังคาบานสามารถผลิตกระแสไฟฟา ใชไดอยางเปนล่ำเปนสันมานานมากแลว เพียงแคติดแผง โซลารเซลลเพือรับแสงแดดทีรอนระอุจากพลังของดวงอาทิตย ่ ่ เทานั้น บริษัท เอกรัฐโซลาร จํากัด คือหนึ่งในผูเชี่ยวชาญดาน การนําพลังงานจากดวงอาทิตยมาใชประโยชน โดยลงทุนทํา โครงการโซลารรูฟบนหลังคาบาน วรพหล แสงเทียน โครงการโซลารรูฟบนหลังคาโรงงาน จตุพร รัตนาชิราสุทธิ์ บริษัท เอกรัฐโซลาร จํากัด ธุรกิจเกี่ยวกับเซลลแสงอาทิตยในประเทศไทย ถึงขั้นตั้ง โรงงานผลิตเซลลแสงอาทิตยแบบคริสตัลไลนแหงแรกและ แหงเดียวของอาเซียนที่จังหวัดระยอง และกําลังเดินหนาโครงการใหมลาสุดสําหรับสังคมไทย นั่นคือใชแผงโซลารเซลลติดตั้งไวบนหลังคาบาน เพื่อเปลี่ยน ความรอนจากแสงแดดใหเปนกระแสไฟฟา แลวนํามาใช ภายในบาน หรือขายใหกับการไฟฟานครหลวงและการ ไฟฟาสวนภูมิภาค จตุพร รัตนาชิราสุทธิ์ ผูจัดการฝายการตลาดและขาย และวรพหล แสงเทียน ผูจัดการฝายการเงิน ชวยกันเลาถึง การรับสมัครบานเรือนที่สนใจเพื่อเขารวมทําโครงการผลิต ไฟฟา จากหลังคาบาน หรือ Solar Roof วา “ถือวาโครงการนี้จะชวยเพิ่มมูลคาใหเจาของบานในแง การลดคาไฟฟาของบาน และชวยรัฐบาลในการผลิต ไฟฟา...เปนการลงทุนที่ดีกวาฝากธนาคาร” เมื่อรัฐบาลสงเสริมการใชพลังงานทดแทนมากขึ้น ดวย การเพิ่มเงินอุดหนุนหรือ Adder นาน 10 ป ในการรับซื้อ ไฟฟาที่ผลิตไดในราคานาจูงใจ จึงทําใหโครงการ “เปลี่ยน ไฟฟาจากหลังคาบาน 14 กุมภาพันธ - เมษายน 2553 หลังคาบานใหเปนเงิน” ดวยการติดตั้งแผงโซลารเซลลเกิด ขึ้นตามมาเมื่อกลางป 2552 ดูเหมือนวา คนไทยจํานวนไมนอยสนใจและอยากเขารวม  โครงการนี้ เพราะทุกวันนี้หลังคาบานถูกปลอยใหตากแดด ตากฝนโดยเปลาประโยชน “เงื่อนไขของผูสนใจเขารวมโครงการ ก็ตองดูวาหลังคา บานมีเงาบังหรือไม หรือวาอยูใกลตึกสูงๆ หรือเปลา” เพราะทั้ง 2 เงื่อนไขลวนลดทอนศักยภาพในการผลิตกระแส ไฟฟาทั้งสิ้น ซึ่งผูบริหารจากเอกรัฐโซลารบอกตรงกันวา ความวิตก กังวลหมายเลข 1 ของผูที่สนใจก็คือ...กลัววาหลังคาบานของ ตัวเองจะรับน้ำหนักของแผงโซลารเซลล ไมไหว และจุดนี้เองที่เปน “จุดแข็ง” ของเอกรัฐโซลาร เพราะ เหตุวาเทคโนโลยีที่บริษัทเอกรัฐฯ เลือกใชเปนแบบคริสตัล ไลน มีน้ำหนักเบาแค 17 กิโลกรัม/ตารางเมตร เทานั้น อยางไรก็ตาม เงินลงทุนของผูสนใจเขารวมโครงการ ก็ ขึ้นอยูกับวาตองการผลิตกระแสไฟฟาปริมาณเทาไหร โดย ขนาดมาตรฐานสําหรับบานอยูอาศัย เริ่มตั้งแต 2 กิโลวัตต ใชพื้นที่หลังคาประมาณ 20 ตารางเมตร และใชเงินลงทุน ประมาณ 4-5 แสนบาท ทั้งนี้กระบวนการสํารวจ ออกแบบ และขออนุญาต บริษัทเอกรัฐฯ จะเปนผูดําเนินการทั้งหมด ขณะที่การดูแล รักษาก็งายดาย เพียงแคฉีดน้ำลางแผงโซลารเซลลเทานั้น แรงจูงใจทีสาคัญสําหรับโครงการนีกคอ ไฟฟาทีผลิตเองได ่ํ ้็ ื ่ สามารถขายคืนใหกับการไฟฟาในราคาแพง ขณะที่ไฟฟาที่ ซื้อมาใชในบานมีราคาถูกกวา นั่นหมายความวา...เจาของบานจะไดเงินคาไฟฟาคืน หากใชไฟฟานอยกวาที่ผลิตเองได โครงการผลิตไฟฟาจากหลังคาบาน จึงกลายเปนอีกชอง ทางหนึ่งในการเขามามีสวนรวมผลิตกระแสไฟฟาที่ใกลชิด ภาคครัวเรือนมากที่สุดของสังคมไทย จากแผงโซลารเซลล ไมกี่แผนบนหลังคาบาน ก็ขยับขึ้น มาถึงระดับใหญขึ้นไปอีกหนอย... ขณะที่การกอสรางโรงไฟฟาใหมๆ กลายเปนประเด็น ขัดแยงระหวางเจาของโครงการกับชุมชนที่อยูใกล ไมเวนแม กระทั่งโรงไฟฟาชีวมวลที่ใชวัตถุดิบทางการเกษตรเปนเชื้อ เพลิง แตกลับมีโรงไฟฟาประเภทหนึงเดินหนาไปไดอยางราบรืน ่ ่ และเพิ่มจํานวนมากขึ้นอยางไรปญหา นั่นคือโรงไฟฟาจากแสงอาทิตย หรือ โซลารฟารม (Solar Farm) แผงโซลารเซลลจานวนหลายรอยหลายพันชิน ตังเรียงราย ํ ้ ้ หันหนาไปทิศเดียวกันอยางเปนแถวเปนแนว เพือรับแสงจาก ่ ดวงอาทิตย แลวผานเขาสูเครื่องแปลงกระแสไฟฟา กอนตอ เขาสูระบบสายสงของการไฟฟา ทั้งนี้ตําแหนงการตั้งแผงโซลารเซลลที่รับแสงอาทิตย ไดดีที่สุดสําหรับประเทศไทยคือ ตองหันหนาไปทางทิศใต แนนอนวา โรงไฟฟาพลังงานแสงอาทิตยสรางความ สงสัยใหกับชุมชนที่อยูใกล ไมนอย เพราะแตกตางจากโรง ไฟฟาที่คนไทยคุนเคย ไมมีปลองระบายของเสีย ไมมีควัน ไมมีอาคารใหญโต ไมมีหอหลอเย็น ไมมีลานกองวัตถุดิบ ไม ปลอยของเสียลงลําน้ำสาธารณะ และไมมีเสียงดังรําคาญ ไมตองมีคนงานจากตางถิ่นจํานวนมากมาย เพราะอาศัย คนเฝาดูแลไมใหแผงโซลารเซลลเสียหาย 1-2 คนเทานั้น โรงไฟฟาแสงอาทิตย โซลารฟารมที่ (บน) จังหวัดฉะเชิงเทรา (ลาง) จังหวัดอางทอง บริษัท บางกอกโซลาร พาวเวอร จํากัด กุมภาพันธ - เมษายน 2553 15 ที่สําคัญก็คือ โรงไฟฟาพลังงานแสงอาทิตย สรางเสร็จได ภายในระยะเวลาไมกี่เดือนเทานั้น เพราะขั้นตอนที่ใชเวลา นานทีสด ก็คอกระบวนการขออนุญาตเปนผูผลิตกระแสไฟฟา ุ่ ื  จากภาครัฐ สวนการติดตังแผงโซลารเซลลเปนเรือง “งายๆ” ้ ่ ทุกวันนี้หากลองสังเกตดูในยามเดินทาง จะพบเห็นแผง โซลารเซลลวางเรียงรายอยูเต็มพื้นที่หลายแหง อาทิ เพชรบุรี อางทอง ลพบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี อุดรธานี ฯลฯ และมีแนวโนมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนวาเหตุผลสําคัญทีทาให Solar Farm เบงบานไป ่ ํ ทั่วประเทศ นั่นคือ ความเสี่ยงนอย เพราะไมมีขอขัดแยงกับ ชุมชน ไมมีผลกระทบทางสิ่งแวดลอม ที่สําคัญก็คือไมมี ตนทุนเรื่องเชื้อเพลิง และสอดคลองกับโลกสมัยใหมที่การ ปลอยกาซคารบอนไดออกไซดกลายเปนเรื่องสําคัญ แตการ ผลิตไฟฟาจากแสงอาทิตย ไมปลอยกาซที่กอผลกระทบเรื่อง โลกรอน เห็นชัดเจนจากการตัดสินใจลงทุนทําโรงไฟฟาพลังแสง อาทิตยแหงแรกของประเทศไทยของบริษัท บางกอกโซลาร พาวเวอร จํากัด (ดูคอลัมนการลงทุนสีเขียว หนา 30) ซึ่ง ผูบริหารของบริษัทแหงนี้ระบุชัดเจนวา “โรงไฟฟาพลังงาน แสงอาทิตยคุมคาและนาลงทุน” กอนหนานี้ เสนทางของพลังงานแสงอาทิตยดูจะไมคอย สดใสเทาใดนัก นอกจากมีภาพลักษณของการเขาถึงยาก เขาใจยาก เพราะเปนเทคโนโลยีทมความซับซอน ยังถูกซ้ำเติม ี่ ี ดวยอุปสรรคใหญเรืองตนทุนราคาและความคุมคาทีตองอาศัย ่  ่  ระยะเวลาอันยาวนาน แถมบางครั้งก็มีคําพูดลอยเขาหูวา “ประเทศไทยไมมีศักยภาพเรื่องพลังงานแสงอาทิตย”...มัน เปนเชนนั้นจริงๆ หรือ พลังงานแสงอาทิตยจะมากหรือนอยเพียงใดขึ้นอยูกับ หลายปจจัย ทั้งลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศตามฤดูกาล โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งมีความชื้นสัมพัทธคอนขางมาก มี การกอตัวของกอนเมฆตลอดเวลา สงผลใหมีพลังงานแสง อาทิตยเฉลี่ยไมสูงนักเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ของโลก อาทิ ตอนกลางของทวีปออสเตรเลีย ภาคเหนือของทวีป อัฟริกา แตจาก “แผนที่ศักยภาพพลังงานแสงอาทิตยจากขอมูล ดาวเทียมสําหรับประเทศไทย” ฉบับลาสุด ซึ่งจัดทําโดย ความรวมมือระหวางคณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยศิลปากร กับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน วันพรุงนี้ของพลังงานแสงอาทิตย ขนมจีนทอดมัน ปะทะ ลอดชองน้ำตาลขน 16 กุมภาพันธ - เมษายน 2553 กระทรวงพลังงาน และวิเคราะหขอมูลดาวเทียมตอเนื่องเปน เวลา 6 ป (พ.ศ. 2536–2541) ซึ่งเปนวิธีการที่มี ประสิทธิภาพสูง ทั้งยังครอบคลุมทุกพื้นดินแม ในบริเวณที่ ไมสามารถจัดตั้งสถานีวัดรังสีดวงอาทิตยภาคพื้นดิน มีการ สรุปผลเอาไววา... “พื้นที่ที่ไดรับพลังงานแสงอาทิตยสูงสุดในประเทศไทย แผเปนบริเวณกวางทางตอนลางของภาคตะวันออกเฉียง เหนือ ครอบคลุมพื้นที่บางสวนของจังหวัดนครราชสีมา บุรรมย ศรีสะเกษ รอยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี และตอนบน ีั ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดอุดรธานี รวมทั้ง บางสวนของภาคกลางที่จังหวัดสุพรรณบุรี ชัยนาท อยุธยา และลพบุรี คิดเปนพื้นที่ 14.3 เปอรเซ็นตของพื้นที่ประเทศ ไทย โดยไดรบพลังงานแสงอาทิตยรายวันเฉลียตอปอยูในชวง ั ่  19–20 MJ/m2–day และอีก 50.2 เปอรเซ็นต ไดรับ พลังงานแสงอาทิตยในชวง 18–19 MJ/m2–day โดยคาเฉลีย ่ รังสีรวมรายวันเฉลี่ยตอปทั่วประเทศมีคาเทากับ 18.2 MJ/ m2–day ซึ่งถือไดวามีศักยภาพคอนขางสูง” ก็พอจะเห็นแนวโนมความเปนไปไดและศักยภาพของ พลังงานแสงอาทิตยมากขึ้น ยิ่งเมื่อโดนบีบคั้นจากวิกฤต น้ำมันโลกที่ราคาซื้อขายถีบตัวสูงขึ้นและรอยหรอลงทุกวัน ประกอบกับแรงกดดันที่จะตองเรงลดการปลอย คารบอนไดออกไซดจากการเผาไหมเชื้อเพลิงฟอสซิล ยิ่งจะ เปนแรงผลักดันสําคัญที่ทําใหแสงอาทิตยเปนแหลงพลังงาน ที่นาสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ สวนประเทศไทยจะขยับตัวเพื่อกาวใหทันกับการ เปลี่ยนแปลงในระดับโลกได “เร็ว” หรือ “ชา” หรือ “กาว กระโดด” แคไหน คําตอบอยูที่วาทิศทางนโยบายของ ประเทศเปนเชนไร เพราะทุกวันนี้ มีบริษทเอกชนของคนไทย ั จํานวนไมนอยกาวเดินไปขางหนาบนเสนทางสายพลังงาน แสงอาทิตย ซึ่งหากไดรับแรงหนุนที่มากขึ้นจากภาครัฐ กระทั่งทําใหการใชพลังงานจากแสงอาทิตยเขามาเปน สวนหนึ่งของชีวิตประจําวันในระดับครัวเรือนได ทายทีสดคนไทยและประเทศไทยก็จะเปนผูรบผลกําไร ่ ุ ั จากพลังงานสะอาดที่ดวงอาทิตยมอบใหอยางสม่ำเสมอ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ลุงศิลา สุทารัตน 032-428250, 085-7043716 ผศ.ดร.นิพนธ เกตุจอย 055-963185 บริษัท เอกรัฐโซลาร 02-7198760 ไปเมืองเพชรบุรีทั้งที มีหรือจะพลาดของเด็ดเจาดังอยาง ขนมจีนทอดมัน... ใชแลว...ขนมจีนกินกับทอดมัน ฟงยังไงก็ไมผิด เพราะ รานเล็กๆ ที่รูจักกันดีในหมูเจาถิ่น ตั้งอยูที่มุมหนึ่งของราน ซอมมอเตอรไซด “สุริยายานยนต” เยื้องกับ 7-11 ของ ถ.พงษสุริยา ขายมา 13 ปแลว!! บอกดังๆ เลยวา อรอยจริงๆ แถมคาเสียหายก็แสนจะ ยอมเยาว จานละ 15 บาทเอง ไหนๆ ก็มาถึงดงน้ำตาลสด ก็ตองตบทายดวยของหวาน อยางลอดชองน้ำตาลขน และไอติมกระทิสด ถวยละ 10 บาท เทานั้น...รานเจมวย ขางธนาคารไทยพาณิชย ขายดีมานาน แลวจา!! แวะชิมของดีเมืองเพชรบุรีคราวนี้ อิ่มอรอยจนลืมวา รถถูกชนจนตูดบุบไปเลย... กุมภาพันธ - เมษายน 2553 17 หองรับแขก เรื่องและภาพ : อวยพร แตชูตระกูล และ ฐิตินันท ศรีสถิต ผศ.ดร.นิพนธ เกตุจอย ฟนธง...พระเอกคือแสงอาทิตย นางเอกคือชีวมวล 18 กุมภาพันธ - เมษายน 2553 เพราะความโดดเดนเรื่องพลังงานทดแทนโดยแท ผลักดันให มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก เลื่องชื่อและติดอันดับแถวหนา วา “รูจริง” โดยเฉพาะพลังงานจากแสงอาทิตย และมีศิษยเกาอยาง ผศ.ดร.นิพนธ เกตุจอย เปน หัวหอกคนสําคัญในฐานะหัวหนาสํานักวิจัยระบบเซลล แสงอาทิตย วิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัย นเรศวร โดยมี “สวนพลังงาน” เปนสนามแหงความรู ดานพลังงานทดแทนที่นาตื่นตาตื่นใจ แมเจาตัวจะยอมรับตรงไปตรงมาวา “ไมใชคนเรียน เกง” แตเพราะไดอาจารยดีคอยชี้แนะนั่นคือ รศ.ดร.วัฒนพงษ รักษวิเชียร อีกทั้งมีโอกาสไปศึกษาตอ ที่มหาวิทยาลัยคาสเซล ประเทศเยอรมัน จนกระทั่งกลับ มาทําหนาที่ “ครูทด” เพือสงตอความรูและประสบการณ ี่ ี ่  ที่ไดรับมาสูคนรุนตอไป ทั้งหมดนี้คือ มุมมองและความคิดของนักวิชาการ ดานพลังงานทดแทน วัยยาง 35 ป ที่ยืนยันชัดเจนวา “สําหรับเมืองไทยแลว พลังงานแสงอาทิตยก็คือ พระเอก ชีวมวลคือนางเอก” พลัง+งาน : อยากถามถึงที่มาของความสนใจเรื่อง พลังงานทดแทน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย รศ.ดร.นิพนธ : จริงๆ ผมเรียนทางดานพลังงานมาตังแต ้ ปริญญาตรี ผมจบภาควิชาฟสิกสพลังงาน คณะ วิทยาศาสตร ของมหาวิทยาลัยนเรศวรนี่แหละ เปน นิสิตรุนแรก คนที่ริเริ่มหลักสูตรนี้ก็คือ รศ.ดร.วัฒนพงษ รักษวเชียร ทานก็เปนอดีตผูอานวยการวิทยาลัยพลังงาน ิ ํ ทดแทนแหงนี้ดวย ตอนนั้นก็เรียนเพราะชื่อมันแปลกดี หลังจากนั้นก็มีโอกาสไดไปเรียนตอระดับปริญญาโทที่ มหาวิทยาลัยพระจอมเกลา ธนบุรี จบแลวกลับมาเปน อาจารยที่มหาวิทยาลัยนเรศวร กลับมาหาอาจารย วัฒนพงษ และไดรับมอบหมายใหทําโครงการประเมิน ระบบเซลลแสงอาทิตยในประเทศไทย ซึ่งเปนโครงการ รวมไทย-เยอรมัน นั่นคือจุดเริ่มตนที่ทําใหไดสัมผัส เทคโนโลยีทางดานพลังงานแสงอาทิตย โดยเฉพาะเรื่อง เซลลแสงอาทิตย จนกระทั่งไดไปเรียนที่เยอรมันในเวลา ตอมา และไดทํางานวิจัยเรื่องระบบเซลลแสงอาทิตย อยางจริงจัง จนถึงปจจุบันนี้ พลัง+งาน : แลวสวนพลังงาน ซึ่งโดงดังดานพลังงาน ทดแทนมีที่มาอยางไร รศ.ดร.นิพนธ : บังเอิญในชวงนั้น คณะวิทยาศาสตร ไดรับทุนจากสํานักงานนโยบายและแผนพลังงานใหทํา โครงการที่เรียกวา สวนพลังงาน เพื่อสาธิตเทคโนโลยี ทางดานพลังงานทดแทน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย ใหกับคนทั่วๆ ไปไดเห็น ไดรูจัก เพราะเรามีปญหาวา เวลาจะสงเสริมหรือถายทอดเทคโนโลยีพลังงาน คนจะ ไมรูจัก นึกภาพไมออก เราก็เลยคิดวานาจะสราง สวนพลังงานขึ้นมา โดยมีแนวคิดวาระบบที่ติดตั้งอยูที่นี่ ตองใชงานไดจริงๆ รองรับการวิจัยได และสามารถ สื่อสารกับผูที่มาเยี่ยมชมได ยกตัวอยางก็คือตึกที่เรา นั่งอยูนี้ใชพลังงานจากแสงอาทิตย 100 เปอรเซ็นต นี่คือแนวคิดของสวนพลังงาน ซึ่งผมก็โชคดีที่ไดรับ มอบหมายใหเปนผูจัดการโครงการ และเทคโนโลยี เกือบทั้งหมดที่ติดตั้งอยูในพื้นที่แหงนี้ ผมก็เปนคนทํา หนาทีออกแบบ ดูแลควบคุมการติดตังทุกอยาง ซึงยิงทํา ่ ้ ่ ่ ใหเรามีโอกาสไดเรียนรูในเรืองเทคโนโลยีพลังงานทดแทน  ่ โดยเฉพาะแสงอาทิตยมากขึ้น พลัง+งาน : การไดไปเห็นตัวอยางเทคโนโลยีเกี่ยวกับ พลังงานแสงอาทิตยระหวางเรียนที่เยอรมัน อาจารยนึก ยอนกลับมาที่เมืองไทยบางหรือไม วาอยากจะทําอะไร รศ.ดร.นิพนธ : ก็ถกตองเลยครับ ถามองในเชิงศักยภาพ ู ของพลังงานแสงอาทิตยแลวเยอรมันมีนอยกวาเรา เกือบครึงหนึงก็แลวกัน พอนึกถึงประเทศไทยก็ปรากฏวา ่ ่ เรามีศักยภาพเรื่องพลังงานแสงอาทิตยสูงมาก แตมีการ นํามาใชประโยชนที่คอนขางนอย ใชเต็มที่ก็ตากผา ก็มี ความคิดวาทําอยางไรที่เราจะมีสวนมาพัฒนาเพิ่ม สัดสวนการใชพลังงานแสงอาทิตย ก็มีความฝนไว ผมมองวาชองทางหนึ่งในการสงเสริมใหเกิดการใช พลังงานแสงอาทิตย ก็คือผานการศึกษา เพราะวาสิ่ง หนึ่งที่ผมพบจากการเรียนที่เยอรมันก็คือ เขาใชเวลา รวมๆ 10 ปเพือใหความรูความเขาใจประชาชนวาตองใช ่  พลังงานทดแทนแลว ไมใชเรื่องงายนะครับกวาจะทําให คนเขาใจวาทําไมตองจายแพงกวา เพราะฉะนั้นผมคิด วาการเปนอาจารยจะชวยได แลวนิสิตที่มาเรียนก็จะ เปนตัวขยายผล กุมภาพันธ - เมษายน 2553 19 พลัง+งาน : ขณะที่อาจารยพยายามทําใหการใช พลังงานแสงอาทิตยเพิมขึน แตคาพูดทีวาการลงทุนเรืองนี้ ่ ้ ํ ่ ่ ยังไมคุมคา คําพูดเชนนี้เปนอุปสรรคที่จะกาวขามไป อยางไร รศ.ดร.นิพนธ : ก็แนนอนครับ มันเปนอุปสรรค แลว มันก็เปนความจริง ทําไมมันไมกาวหนาเนี่ย สวนแรก เลยผมมองวาเปนเรื่องของนโยบาย ประเทศญี่ปุน เยอรมัน หรืออเมริกา ที่สงเสริมการใชพลังงานแสง อาทิตยมนก็ไมไดถกกวาบานเรา แพงกวาบานเราดวยซ้ำ ั ู แตเปนเรื่องของนโยบาย มันก็เหมือนกับเทคโนโลยี ใหมๆ ที่เพิ่งเขาสูตลาด มันตองแพงกวาแน มันตองใช เวลา ประเด็นหลักๆ ที่ถกเถียงกันอยูก็คือ เราไมไดเปน เจาของเทคโนโลยี ถาเราสงเสริมใหใชมันจะเกิดปญหา มัยวาทายทีสดเราตองนําเขา นีคอโจทย ซึงคงตองชวยกัน ้ ุ่ ่ ื ่ ทีนี้เรื่องนําเขาหรือไมนําเขานี้ ผมคิดวาตอไปเรามี หลายมาตรการ ทั้งดับบลิวทีโอ อาฟตา เอฟทีเอ อะไร ตางๆ เหลานี้ กําแพงภาษีมันก็จะหายไปเอง ผมมองวา เราตองมามองดูแลว ตอนนี้ก็มีเอกชนไทยบางราย พยายามที่จะตอสูดิ้นรนดวยตัวเอง สรางโรงงานขึ้นมา ซึ่งก็เหนื่อยเพราะยังไมมีตลาดภายในประเทศรองรับ เพราะฉะนั้นผมจึงมองวาเราควรจะตองมีนโยบายที่ ชัดเจน ไมอยากใหผูกติดกับการเมือง แลวก็อยากให มองเรื่องพลังงานทดแทนทั้งหมด ไมเฉพาะแสงอาทิตย อยางเดียว อยางไรก็ดีถึงแมในอนาคตเทคโนโลยีพลังงาน ทดแทนอาจจะถูกลง ผมมีความเชื่อวาไมมีทางเลยที่ ราคาของพลังงานทดแทน โดยเฉพาะแสงอาทิตยจะ ถูกลงมาเทาๆ กับพลังงานจากฟอสซิล แตพลังงานจาก ฟอสซิลจะมีราคาสูงขึน เพราะราคาของมันเอง และจะถูก ้ บวกดวยตนทุนทางสิ่งแวดลอม เมื่อนั้นพลังงานทดแทน และฟอสซิลจะวิ่งมาเจอกันเอง พลัง+งาน : อยากใหอาจารยเปรียบเทียบ “เรื่องใหม” ของสังคมไทย ทั้งพลังงานแสงอาทิตยและนิวเคลียร วา รัฐบาลใหน้ำหนักของการสงเสริมแตกตางกันหรือไม รศ.ดร.นิพนธ : ก็นี่ไงฮะ ในเชิงศักยภาพพลังงานของ บานเรา พระเอกก็คือแสงอาทิตย นางเอกก็คือชีวมวล ทีนี้ถามวาทําไมนิวเคลียรถึงทําได ผมก็ตอบไดยาก ก็ อยางทีบอกวาถานโยบายชัดเจนก็ทาได อยางทีผมเรียนวา ่ ํ ่ ไมไดตอตานพลังงานนิวเคลียร เพราะทายที่สุดถามัน ไมมีทางเลือกจริงๆ เราอาจจะตองมีบาง แตสิ่งที่อยาก จะฝากไวก็คือวา ถาเราจะเลือกทําอะไรสักอยาง ขอให บอกขอมูลกับประชาชนใหรอบดานจริงๆ อยาปกธงเอาไว วาจะทําแนๆ แลวคอยใหขอมูล เพราะเราตองยอมรับวา เรามีปญหาแบบนีมาตังไมรจะกีรอบแลว เห็นมัยวาทุกวันนี้  ้ ้ ู ่ ้ พออาปากเรื่องโรงไฟฟาปุบ แทบจะไมเหลือเทคโนโลยี อะไรที่จะเปนทางเลือกใหกับภาครัฐอีกแลว ไบโอแมส ยังถูกประทวงเลย เพราะเหตุผลก็คอเรืองของผลประโยชน ื ่ เรื่องของความบิดเบือนหลายๆ อยาง ทั้งสวนภาครัฐ และเอกชนบางรายที่ไดบิดเบือนหรือปกปด พอชาวบาน มารูทีหลังก็ลําบากมากในการอธิบายใหเขาเขาใจ นิวเคลียรก็เชนกัน สิ่งที่ผมเปนหวง ไมไดหวงวาจะมี หรือไมมี แตหวงวาถาจะมี เราใหขอมูลประชาชนคนที่มี สวนเกี่ยวของไดครบถวนแลวรึยัง ไปเลือกพื้นที่ตางๆ ใจเขาใจเรา ถามาตั้งอยูหนาบานคุณเนี่ย คุณจะยอมมั้ย ใชมั้ยฮะ ซึ่งในสภาพที่สังคมไทยแตกแยกอยางนี้ ผมก็ ยังนึกไมออกวามันจะเดินหนาอยางไร ทีนี้เรื่องพลังงานแสงอาทิตย ขอดีของมันก็คือหนึ่ง ไมเกิดปญหาลักษณะนี้แน ตอนนี้ผมยังนึกไมออกวาถา มีม็อบมาตอตานพลังงานแสงอาทิตยเนี่ย จะหยิบ ประเด็นไหน ควันก็ไมมี เสียงก็ไมมี ไมมีอะไรเลย แตก็ อยางที่บอก จะมีก็เรื่องราคา แตถามองในโครงสราง ใหญๆ ผมไมไดบอกวาจะเอามาทีเดียวตูมเพื่อมาแทน ฟอสซิลทีมอยูทงหมด แตเอามาใชในสัดสวนทีเหมาะสม ่ ี  ั้ ่ 20 กุมภาพันธ - เมษายน 2553 พลัง+งาน : ในตางประเทศ หากนโยบายของชาติ ตั้งเปาแลววาจะไปสูพลังงานทดแทน จะตองปลดล็อค เรื่องใดบาง รศ.ดร.นิพนธ : ในเรื่องการสงเสริมใหใชพลังงาน ทดแทน แตละประเทศก็จะมีที่มาที่ไป ผมยกตัวอยาง ประเทศเยอรมัน หนึ่งเขามองเรื่องความมั่นคงดาน พลังงาน ซึ่งประเทศเยอรมันก็คลายๆ กับบานเรา ตอง นําเขาหมดเลย เขาก็ตองมองดูวาตัวเองมีอะไรอยูบาง ก็พบวามีพลังงานทดแทน สองเรื่องที่เขากังวลมากก็คือ เรื่องของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศหรือ ภาวะโลกรอน สองเรื่องนี้นําไปสูการพัฒนานโยบาย สงเสริมพลังงานทดแทน พลัง+งาน : ในฐานะที่อาจารยดูแลสวนพลังงาน ซึ่ง เสมือนเปนตัวกลางระหวางภาครัฐและเอกชน ไดรับ เสียงสะทอนจากภาคเอกชนทีลงทุนผลิตแผงโซลารเซลล ่ เรื่องใดบางที่ตองการใหภาครัฐชวยเหลือ รศ.ดร.นิพนธ : ก็คือเขาก็คอมเพลนเรื่องนโยบายของ รัฐบาลนีแหละ คือไมสงเสริมเทาทีควร แตภาครัฐก็มองวา ่  ่ ฐานการผลิตได ผมมองวาถาจะสงเสริมพลังงานแสงอาทิตย ที่ที่ เหมาะสมยังมีอีกเยอะ ที่รกรางวางเปลาปลูกอะไรไมได แลง...ผมมีการคํานวณคราวๆ โดยหาขอมูลจากสํานักงาน สถิติแหงชาติ พบวาที่รกรางวางเปลาในประเทศไทยมี ประมาณ 3 ลานไร เอาแคแสงอาทิตยที่ตกกระทบอยู บนพื้นที่ตรงนี้สามารถผลิตไฟฟาใหประเทศไทยใชได มากกวาความตองการใชไฟฟาที่คนไทยใชกันอยูใน ปจจุบันเปนรอยเทา แลวเราก็ไมไดตองการเอาพื้นที่ เพาะปลูกทางการเกษตรไดไปใช เรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไวคือ การผลิตพลังงาน ของเราเปนเรื่องของการผูกขาดก็คือการไฟฟา หลังๆ “ผมมองวาชองทางหนึ่ง ในการสงเสริมใหเกิดการ ใชพลังงานแสงอาทิตย ก็คือผานการศึกษา” “ผมคิดวาพลังงานแสงอาทิตยแทบจะเปนเชื้อเพลิงชนิดเดียว เลยมั้งที่จะทําใหคนสวนใหญสามารถมีสวนรวมในการผลิต พลังงานได” เราเปนเจาของเทคโนโลยีนอยเกินไป ถาสงเสริมไปก็ อาจจะไมเกิดความคุมคา แตทางภาคเอกชนก็มองวา เขาทําได คือ ตอนนี้เรื่องเซลลแสงอาทิตยภาครัฐก็มอง วามีวัตถุดิบที่ใชในการผลิตจากในประเทศเทาไหร บังเอิญในปจจุบันก็ตองยอมรับวาสัดสวนมันยังต่ำ แต ถาเกิดมันทําไดถึง 50 เปอรเซ็นตจากในประเทศละ ผมวาตรงนี้มันไปได แตทีนี้พอดูวามันใชวัตถุดิบจากใน ประเทศเปนสัดสวนทีตำปุบ ก็มองวา ถาอยางนันอยาทํา ่ ่  ้ ดีกวา ไมไดดูวาพอจะอัดฉีดลงไปชวยอุดชองวางไดบาง ไหม ซึ่งถามวาแลวเทคโนโลยีพลังงานฟอสซิลเราไมได นําเขาหรือ มันก็นําเขาอีกนั่นแหละ ตองมองวานําเขา แลวมีสวนใดทีเราลดสัดสวนการนําเขาไดบาง ผมเชือวามี  ่  ่ เพราะคนไทยมีความสามารถ แลวเทาที่ผมสัมผัส ภาค เอกชนของเราก็มความสามารถสูงทีจะแขงขันในระดับโลก ี ่ จะเห็นวาในหลายเทคโนโลยี ประเทศไทยของเราก็เปน รัฐบาลเปดโอกาสใหเอกชนเขามา แตก็เปนรายใหญ แมกระทั่งวีเอสพีพีคือผูผลิตไฟฟาขนาดเล็ก แตถามวา แลวเราจะมีสวนรวมไดอยางไร หมดสิทธิ์ แมกระทั่ง โซลารเซลล 1 เมกะวัตต เราคุยกันวาตองมีเงิน ประมาณ 100 ลานบาทนะ เอาตังคที่ไหน เราไมมีสิทธิ์ เกี่ยวของเลย ซึ่งในประเทศญี่ปุนหรือเยอรมันมีการเปด โอกาสใหคนทั่วไปเขามามีสวนเกี่ยวของไดในระดับบาน เรือนเลย สงเสริมใหติดตามหลังคาบานเลย บานใคร บานมัน ตรงนี้จะทําใหประชาชนมีโอกาสที่จะมีสวนรวม ในการผลิตพลังงานใหกับประเทศได ...ผมคิดวาพลังงานแสงอาทิตยแทบจะเปนเชื้อ เพลิงชนิดเดียวเลยมั้งที่จะทําใหคนสวนใหญ สามารถมีสวนรวมในการผลิตพลังงานได... กุมภาพันธ - เมษายน 2553 21 พลังงานน่ารู้ เรื่อง : เดชรัต สุขกำเนิด email : tonklagroup@yahoo.com ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ของ ผู้สนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เห็นว่า นิวเคลียร์เป็น ทางออกของปัญหาโลกร้อน และยังเชื่อว่า ต้นทุนการผลิตนิวเคลียร์ นั้นถูกมาก และที่โฆษณากันมากในเมืองไทยก็คือ ทั่วโลกมุ่งสู่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ สุดท้ายก็คือ ประเทศไทยไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากนิวเคลียร์ อันจะเป็นคำกล่าวอ้างที่เราจะได้ยินได้ฟังกันมาก ขึ้นในปี พ.ศ. 2553 นี้ ผมไม่ปฏิเสธว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นทางเลือกหนึ่งในการ จัดหาพลังงานของประเทศไทย แต่ทางเลือกแต่ละทางเลือกย่อมมี ผลประโยชน์และความเสี่ยงในตัวของมันเอง ที่สำคัญคือ เราได้รับ ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องก่อนการตัดสินใจหรือไม่ พลัง+งาน ฉบับนี้จึงขอนำเสนอแง่มุมอีกด้านหนึ่ง ซึ่งกระทรวง พลังงานอาจไม่ได้นำเสนอเกี่ยวกับความเสี่ยงของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่ไม่ค่อยได้พูดถึงกันในเมืองไทย นั่นคือ ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ การถดถอยของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ โรงไฟฟ้า นิวเคลียร์ ตามที่ได้เล่าให้ฟังในฉบับที่แล้วว่า แต่ก่อนที่จะเจาะประเด็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของโรงไฟฟ้า ปี พ.ศ. 2553 จะเป็นปีสำคัญของ นิวเคลียร์ ผมขอวิเคราะห์ว่า “ทั่วโลกมุ่งสู่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จริงหรือ ไม่” ซึ่งข้อมูลพบว่า อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ได้ผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว การจัดทำแผนพัฒนากำลังการ ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 ในปัจจุบันการสร้างโรงไฟฟ้า ผลิตไฟฟ้าหรือแผนพีดีพี ซึ่งหนึ่งใน นิวเคลียร์ที่เข้าสู่ระบบในแต่ละปีมีน้อยมาก โดยในปี 2006 มี โครงการที่กระทรวงพลังงาน โรงไฟฟ้าใหม่เข้ามาสู่ระบบ 2 โรง ปี 2007 มีเพียง 3 โรง ในปี ต้องการผลักดันให้เข้ามาบรรจุใน 2008 ไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เข้าสู่ระบบแม้แต่โรงเดียว หากเราเปรียบเทียบการเติบโตของพลังงานทางเลือก 3 ประเภท แผนพีดีพี 2010 ครั้งนี้คือ โรงไฟฟ้า คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ เราจะ เห็นว่า จำนวนกำลังการผลิตติดตั้งของพลังงานลมและพลังงาน นิวเคลียร์ แสงอาทิตย์มีเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์กลับลดน้อย 22 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 แนวโน้มพลังงานของโลก กำลังการผลิตติดตั้ง (กิกะวัตต์) 16 14 12 10 8 6 4 2 0 2004 2005 2006 กำลังการผลิตติดตั้งใหม่ในแต่ละปี ของโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์ พลังงานลม และแสงอาทิตย์ทั่วโลก พลังงานลมโตเร็วกว่า นิวเคลียร์ถึง เท่า 3.4 ถอยลง โดยจะเห็นว่าพลังงานลมเข้าสูระบบมากกว่าพลังงาน ่ จากโรงไฟฟ้ า นิ ว เคลียร์ และในปี 2006 ยิ่งชัดเจนว่า แม้กระทั่งพลังงานแสงอาทิตย์ที่ถือกันว่าแพงมาก ก็ยังเข้า สู่ระบบแซงหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เสียอีก (ดูกราฟที่ 1) ดังนั้น อุตสาหกรรมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จึงกลายเป็น อุตสาหกรรมที่ตะวันตกดิน (Sunset Industry) เพราะ ฉะนั้น แนวโน้มพลังงานของโลกไม่ได้มุ่งไปสู่พลังโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์อย่างที่กล่าวอ้าง การโฆษณาว่า ทั่วโลกมุ่งสู่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จึงเป็นการโฆษณาที่เกินจริง งบบานปลายของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อะไรคือสาเหตุททำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่ได้รบความนิยม ี่ ั และประเด็นสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งซึ่งไม่ค่อยได้ถูกพูดถึง ในเมืองไทยก็คือ ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ ฝ่ า ยของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์บอกว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ราคาถูกมาก แต่ข้อเท็จจริงจากหลาย ประเทศกลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม ล่าสุด US Congressional Budget Office หรือสำนัก งบประมาณของรัฐสภาอเมริกัน เสนอรายงานเมื่อเดือน พฤษภาคม 2551 ว่า ต้นทุนของโรงไฟฟ้า 75 แห่งของ สหรัฐ มีต้นทุนสูงกว่าที่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์อ้างถึง กว่า 3 เท่า โดยต้นทุนเฉลี่ยในการก่อสร้างเพิ่มขึ้นจาก 0.94 ล้านเหรียญ/เมกะวัตต์ (หรือประมาณ 33 ล้าน บาท/เมกะวัตต์) ตามที่กล่าวอ้าง กลายเป็น 3.0 ล้าน เหรียญ/เมกะวัตต์ (105 ล้านบาท/เมกะวัตต์) เมื่อทำการ ก่อสร้างจริง (อ้างโดย Scititizen, 2008) ขณะเดียวกันผลการศึกษาของ Keystone Center Nuclear Report เมื่อปี ค.ศ. 2007 พบว่า ต้นทุนของการ ผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์มิได้อยู่ในระดับ 8.3–11.1 เซ็นต์/ หน่วย (หรือประมาณ 2.9-3.9 บาท/หน่วย) ตามที่กล่าว อ้าง แต่ควรจะต้องปรับขึ้นตามต้นทุนจริง ที่ระดับราคา 12-17 เซนต์/หน่วย (4.2-6.0 บาท/หน่วย) ทั้งนี้ โดยยังไม่รวมต้นทุนนี้ยังไม่รวมต้นทุนในการเก็บรักษา กากนิวเคลียร์ ในส่วนของต้นทุนในการเก็บรักษากากนิวเคลียร์ พบว่า โครงการเก็บรักษากากนิวเคลียร์ถาวรที่ภูเขายัคคาต้นทุน ในการดำเนินการสูงถึง 96.2 พันล้านเหรียญ (3.4 ล้าน ล้านบาท) โดยต้นทุนเพิ่มขึ้นจากที่คาดไว้เดิมถึงร้อยละ 38 ที่สำคัญ โครงการนี้ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจาก การไม่ยอมรับของนักวิชาการและประชาชน ปัญหาทีสำคัญในแง่เศรษฐกิจของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ ่ คือ การออกแบบก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องออกแบบ เฉพาะสำหรับแต่ละโรง แทนที่จะมีแบบแปลนมาตรฐาน ซึง ่ ทำให้ตนทุนในการออกแบบ และต้นทุนในการก่อสร้างสูงขึ้น ้ และยังกลายเป็นความยุ่งยากในการกำกับดูแลเรื่องความ ปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แต่ละโรง อันเป็นต้นเหตุ สำคัญของความล่าช้าในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อกด้วย ี ดังนั้น สตีฟ คิดด์ ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์และ การวิจัยจากองค์การนิวเคลียร์โลก ได้เคยเขียนไว้ใน วารสารวิศวกรรมนิวเคลียร์นานาชาติ ในปี 2008 ว่า “สิ่งที่ชัดเจนคือ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยในการประเมิน ราคาที่แน่นอนสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ในขณะนี้ (ข้อมูลจากหนังสือ Our Choice ของอัล กอร์) กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 23 ศาสตราจารย์ Stephen Thomas จึงสรุปว่า “Olikiluoto3 กลายเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ทุกสิ่งเกี่ยวกับการ สร้างเตาปฏิกรณ์นวเคลียร์ใหม่สามารถกลายเป็นข้อผิดพลาด ิ ทางเศรษฐกิจได้ทั้งสิ้น” (ข้อมูลจาก http://en.wikipedia. org/wiki/Olkiluoto_Nuclear_Power_Plant) นิวเคลียร์กับเงินอุดหนุนของสาธารณะ ภาพโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Olkiluoto-3 ฟินแลนด์ ที่มา: http://en.wikipedia.org/wiki/File:EPR_OLK3_TVO_fotomont_2_ Vogelperspektive.jpg ความ (ผิด) หวังใหม่ที่ฟินแลนด์ ล่าสุด อุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ตั้งความหวังว่า เทคโนโลยีรนทีสามจะเป็นคำตอบสำหรับเรืองความปลอดภัย ุ่ ่ ่ และลดปัญหาต้นทุนบานปลาย โดยโรงไฟฟ้าทีชาวนิวเคลียร์ ่ มุ่งหวังและตื่นเต้นกันมากคือ Olikiluoto-3 ที่ฟินแลนด์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โรงแรกในยุโรปตะวันตก จน เรียกว่าเป็นยุคฟื้นฟูของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ โรงไฟฟ้า โรงนี้จึงถือเป็นเรือธงของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ โดยคาดว่า จะเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2009 ที่ผ่านมา แต่สถานการณ์การก่อสร้างจริงกลับตรงกันข้าม หลังการ ก่อสร้างมาแล้ว 4 ปี (เริ่มจากปี 2005 มาจนถึงปี 2009) พบว่า การก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 3 ปีครึ่ง ขณะที่งบประมาณการก่อสร้างก็เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 3 พันล้านยูโร กลายเป็น 4.5 พันล้านยูโร หรือเพิ่มขึ้น ประมาณร้อยละ 50 และกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันใน ฟินแลนด์วา ใครจะเป็นผูรบผิดชอบต้นทุนทีบานปลายขึนมา ่ ้ั ่ ้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น หน่วยงานที่ดูแลเรื่องความปลอดภัย ของประเทศฟินแลนด์ที่เรียกว่า Finnish Radiation and Nuclear Safety Authority (หรือ STUK) ก็พบปัญหาเรื่อง ความปลอดภัยในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าโรงนี้อีก ซึ่งพบว่ามี ตำหนิเกิดขึ้นในกระบวนการก่อสร้างประมาณ 1,500 จุด เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีโรงแรกที่แปลงจากกระดาษมาเป็น ความจริง จึงเกิดปัญหาความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ เมื่อปฏิบัติจริง ในแง่มุมของเศรษฐศาสตร์ การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จะต้องได้รับเงินทุนอุดหนุนจากสาธารณะหรือ Subsidy อย่างมโหฬาร จากตัวเลขในกรอบที่ 1 จะเห็นว่า สหรัฐอเมริกามีการอัดฉีดอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ประมาณ 13 พันล้านเหรียญในยุครัฐบาลของประธานาธิบดีบุช โดย แยกเป็น การค้ำประกันเงินกู้ ข้อมูลดังกล่าวน่าสนใจมากเพราะว่า ในด้านหนึ่งผู้ที่ อยากให้สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่บอกว่า พลังงานนิวเคลียร์ มีราคาถูกมากๆ แต่กลับจำเป็นต้องให้รัฐบาลไปค้ำประกัน เงินกู้ให้แทน นอกจากนั้น ก็ยังมีการค้ำประกัน หากเกิดความเสี่ยง เนื่องมาจากความล่าช้าในการก่อสร้าง แถมรวมถึงดอก เบี้ยที่เกิดขึ้นจากความล่าช้า ทั้งยังมีการให้การสนับสนุน การผลิตประมาณ 1.8 เซ็นต์ต่อหน่วย และที่สำคัญสุดก็คือ แม้กระทั่งในขั้นตอนการปิดโรงไฟฟ้า ก็ยังต้องจ่ายเงิน อุดหนุนอีก เพราะมิฉะนั้นจะเกิดความไม่ปลอดภัย รัฐบาลจึงต้องอัดฉีดเงินเข้าไปอีก การขอรับเงินอุดหนุนของอุตสาหกรรม นิวเคลียร์ในสหรัฐอเมริกา • วิจัยและพัฒนา 2.90 พันล้านเหรียญ • การก่อสร้าง 3.25 พันล้านเหรียญ - การค้ำประกันเงินกู้ (จนถึงร้อยละ 80 ของมูลค่า โครงการ) - การประกันความเสี่ยงจากความล่าช้าในการก่อสร้าง รวมถึงดอกเบี้ย • การปฏิบัติการ 5.7 พันล้านเหรียญ - ส่วนลดภาษีผลิตไฟฟ้า (1.8 เซ็นต์/หน่วย) การปิด โรงไฟฟ้า 1.3 พันล้านเหรียญ รวมทังหมด 13 พันล้านเหรียญ (หรือ 555,000 ล้านบาท) ้ 24 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 ภาพจาก http://climateprogress.org/2008/06/13/ nuclear-power-part-2-the-price-is-not-right/ ความอ่อนแอของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ ผู้อ่านหลายท่านอาจสงสัยว่า ประเด็นเหล่านี้ พวกเรา ห่วงกังวลกันไปเองหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่” เพราะเมื่อเรา ลองมาฟั ง มุ ม มองความคิดของผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรม ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เราจะพบว่า เขาจะพูดคล้ายๆ กันหมดทั่วโลก จนแทบจะเป็นเสมือนหลักสูตรหนึ่งของ การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เช่นในอเมริกา นาย John W. Rowe ประธานสถาบัน พลังงานนิวเคลียร์เขาพูดว่า “ประเทศเรา (หมายถึง สหรัฐอเมริกา ผู้เขียน) ต้องการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นอย่างมาก แต่เป็นโครงการที่แพงและเสี่ยงมาก” ทั้งยังบอกว่า “บรรดา ผู้ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่เต็มใจที่จะผูกมัดตนเองไว้ กับราคาที่ตั้งไว้คงที่ (หมายถึง ราคาที่ตกลงและโฆษณา กันไว้นั้น ผู้เขียน) รวมถึงไม่อยากผูกมัดกับกำหนดเวลาที่ ตายตัว” (ซึ่งแปลว่า ไม่อยากผูกมัดว่าจะก่อสร้างเสร็จใน เวลาเท่าไร ผู้เขียน) นาย John W. Rowe ย้ำว่า “...บริษัทส่วนใหญ่ต้องการ รับค่าตอบแทนตามต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งรวมถึงต้นทุน ส่วนเกิน พร้อมทั้งผลกำไรตอบแทนที่เหมาะสมด้วย...” (ข้อมูลจากไทยแลนด์ BusinessWeek, สิงหาคม 2551) ขณะเดียวกัน นาย Adrian Heymer กรรมการของ Nuclear Energy Institute ก็เห็นพ้องต้องกันว่า “...ถ้ามีปัญหา เกี่ยวกับการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตรงตามเวลา และตามงบ ประมาณเกิดขึ้น โอกาสที่จะดำเนินการโรงไฟฟ้าโรงถัดจาก โรงไฟฟ้า 8 ถึง 10 แห่งแรก ก็คงเป็นไปได้ยาก” (ข้อมูล จากไทยแลนด์ BusinessWeek, สิงหาคม 2551) สรุปว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นเป็นอุตสาหกรรมขายฝัน ที่เต็มไปด้วยคำกล่าวอ้างเกินจริง เป็นโครงการโรงไฟฟ้าที่ มีราคาแพง มีความเสี่ยงมาก ทั้งในแง่ความปลอดภัย ระยะเวลาก่อสร้าง และในแง่งบประมาณ ซึ่งถ้าเป็นระบบ ตลาดเสรี โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะเกิดขึ้นไม่ได้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะเกิดขึนได้กตอเมือ ตลาดเป็นตลาด ้ ็ ่ ่ แบบผูกขาดรวมศูนย์ ที่สามารถผลักภาระความเสี่ยงจาก ผู้ลงทุน ผ่านรัฐบาลไปยังสาธารณะได้ แน่นอนที่สุดจะต้อง ผลักไปให้กับสาธารณะได้ ก็ต้องมีสิ่งที่เราเรียกว่า นโยบาย ของรัฐบาลมาเป็นตัวค้ำประกันว่า จะสามารถผลักภาระไป สู่สาธารณะได้ เช่นผ่านทางการค้ำประกันเงินกู้และต้นทุน ที่เพิ่มขึ้นในการจัดการกากนิวเคลียร์ รวมถึงการปิด โรงงาน สิ่งเหล่านี้ ความเสี่ยงของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ สาธารณชนคนไทยต้องแบกรับ กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 25 เรื่อง : รุ่งทิพย์ สุขกำเนิด email : tiffunnies@hotmail.com น้ำยา (ล้างห้องน้ำ) ที่ไม่ไร้น้ำยา ฉลาดใช้ ฉบั บ นี้ ก็ ยั ง คงวนเวี ย นอยู่ ใ น “ห้องน้ำ” กันต่ออีกสักนิดนะคะ ยุคสมัยที่ทีวีเข้าถึงทุกซอกหลืบของประเทศ คงทำให้แทบไม่มใครทีไม่รจก “ผลิตภัณฑ์ลางห้องน้ำ” ี ่ ู้ ั ้ ยี่ห้อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เป็ด วิกซอ เมจิกคลีน ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ ของความสะอาด ทันสมัย สะดวก และ รวดเร็วทันใจ ชนิดที่หนูแหม่มและคุณ แจ๋วก็ “ฟันธง” แต่เราๆ ท่านๆ กลับหารูไม่วา “น้ำยา ้ ่ ล้างห้องน้ำ” ยิ่งมีฤทธิ์ทันใจเท่าไรหรือ “แค่เททิงไว้สกครู่ ไม่ตองเสียเวลาขัด ก็ ้ ั ้ จะขจัดคราบสกปรกได้แล้ว” นั้น ยิ่งน่า หวาดเสียว เพราะเรามักพบ “กรดเกลือ หรือ hydrochloric acid” ในอัตราทีสง ู่ มากเป็นส่วนผสม (บางสูตรสูงถึง 15%) หากเราลองหยดกรดเกลือลงบนปูน หรือกระเบื้อง จะเห็นฟองฟู่ซึ่งเกิดจาก ปฏิกิริยาระหว่างกรดกับปูน เกิดเป็น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงทำให้คราบ ฝังแน่นหลุดออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อม กับยาแนวกระเบื้องก็จะหลุดกร่อนตาม มาเช่นกัน Hydrochloric acid นอกจากจะเป็น สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนแล้ว หากถูก ผิวหนังจะเกิดการระคายเคือง เป็นแผล เข้าตาก็อาจตาบอดได้ หากหายใจเข้าไป จะทำให้เกิดอาการแพ้ของระบบทางเดิน หายใจและจะเป็นมากขึ้นเมื่อได้รับซ้ำ นอกจากนี้ยังเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ทางน้ำ และเมื่อใช้กับ “ส้วม” ก็จะไป ทำลายจุลินทรีย์ที่มีหน้าที่ย่อยของเสีย ในถังบำบัด ผลก็คือน้ำล้นจากถังบำบัด ที่ลงสู่ระบบระบายน้ำ ยังคงเป็นน้ำที่ สกปรกเกินค่ามาตรฐานอีกด้วย นอกจากนี้ด้านข้างขวดผลิตภัณฑ์นี้ ยังเขียนข้อแนะนำในการใช้ว่า “ขณะใช้ ให้สวมถุงมือยาง รองเท้ายาง และควร ล้างด้วยน้ำและสบูหลังใช้ทกครัง” ซึงแสดง ่ ุ ้ ่ ให้เห็นถึงอันตรายขนาดที่ว่า “เราเตือน คุณแล้ว”!! เมื่อรู้ดังนี้จะช้าอยู่ไย ฉลาดใช้ฉบับนี้ จึงมี “น้ำยาล้างห้องน้ำสูตรธรรมชาติ” มาฝากค่ะ สูตรที่ 1 ใช้นำมะนาว มะกรูดพร้อม ้ เปลือกที่คั้นน้ำแล้ว มาแช่หรือต้มเคี่ยว ในน้ำอุ่นแบบค่อนข้างร้อน (หรือจะใช้ น้ำจากการนึ่งข้าวเหนียวก็ไม่ว่ากัน) นำมาราดในห้องน้ำและขัดพื้นตามปกติ สูตรนี้ทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ...ห้องน้ำ หอมสะอาด และไม่กัดกร่อนกระเบื้อง ต่ำกว่า 50 องศา ทิ้งไว้ 7 วัน เท่านี้ก็ได้ น้ำยาล้างห้องน้ำ ซึงยังใช้ถพน เช็ดกระจก ่ ู ื้ และบำบัดน้ำเสียได้อีกด้วย สูตรที่ 3 ผสมแอมโมเนี ย และ น้ำส้มสายชูอย่างละ ½ ถ้วย กับผงฟู ¼ ถ้ ว ย และบอแรกซ์ 1 ชช. เขย่ า ให้ เข้ากัน บรรจุในขวดพลาสติกที่มีฝาหัว ฉีด แค่นี้เป็นอันเสร็จ เขย่าขวดก่อนใช้ พ่นลงบนกระเบื้องหรืออ่างอาบน้ำ/ล้าง หน้า ใช้แปรงถูคราบสกปรก แล้วล้าง ออก สามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน 6 เดือน สูตรที่ 4 เป็นยาแก้พิษผิวหนังที่ ถูกน้ำยาล้างห้องน้ำกัด เริมจาก ล้างด้วย ่ น้ำมาก ๆ และใช้ผงฟูละลายน้ำประมาณ 1 ช้อนต่อน้ำ 1 แก้ว ราดบนผิวหนังที่ ถูกกรด ก็จะช่วยลดฤทธิ์ของมันได้จ้า ที่มา สูตรที่ 2 ใช้นำแช่ขาวเหนียว 1 ลิตร 1. รศ.สุชาตา ชินะจิตร คอลัมน์ฐานความรู้เรื่อง ้ ้ ความปลอดภัยด้านสารเคมี (แช่ประมาณ 8 ชม.) เติมกากน้ำตาล 1 ชต. www.chemtrack.org และ EM 1 ชต. จากนั้นเขย่าให้เข้ากัน 2. สูตรแม่ปราณี ภูมิปัญญาชาวบ้าน จ.แพร่ ปิดฝาทิ้งไว้ในที่ไม่ถูกแดดและมีอุณหภูมิ 3. เกษตรกรรมธรรมชาติ ฉบับที่ 1 ปี 2552 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 เรื่อง : เต่าทองคะนองเว็บ โลกออนไลน์ แต้มสีเขียว ให้ชีวิต บ กั หลังจาก “โลกร้อน” กลายเป็นประเด็นฮอตฮิตทัวโลก ่ รวมทังในประเทศไทย พืนทีสำหรับการสือสารความรู้ ้ ้ ่ ่ ความเข้าใจเกียวกับปัญหาสิงแวดล้อมก็ถอกำเนิดขึนมา ่ ่ ื ้ มากมาย และหนึงในนันก็คอเว็บไซต์ชอสัน green.in.th ่ ้ ื ื่ ้ ที่ นี่ มี เ รื่ อ งราวเขี ย วๆ ย่ อ ยง่ า ย ซึ่ ง แบ่ ง ออกเป็ น หมวดใหญ่ ๆ คื อ Design ว่าด้วยเรื่องผลิตภัณฑ์ การ ออกแบบผลิตภัณฑ์และการตกแต่ง บ้านที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม Politics ว่า ด้วยนโยบาย กฎหมาย ข้อตกลงเพื่อ เยียวยาภาวะโลกร้อน ทั้งในประเทศ ไทยและระดับสากล Discovery ว่า ด้วยการค้นพบใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับปัญหา สิ่ ง แวดล้ อ มและโลกร้ อ น Lifestyle ว่ า ด้ ว ยการใช้ ชี วิ ต ในยุ ค ปั จ จุ บั น โดย ไม่ ลื ม ที่ จ ะสนใจโลก Business ว่ า ด้ ว ยตั ว อย่ า งองค์ ก รธุ ร กิ จ ที่ หั น มา ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และอื่นๆ เรี ย กได้ ว่ า อั ด แน่ น ด้ ว ยสารพั ด บทความ ตังแต่เก้าอีทพบแล้วกลายเป็น ้ ้ ี่ ั ไม้อัดแผ่นบางเพียงแผ่นเดียว เสื้อผ้า ที่มีส่วนผสมของเส้นใยจากพลาสติก ใช้แล้ว กระถางต้นไม้ย่อยสลายได้ คู่ มื อ สำหรั บ นั ก ท่ อ งเที่ ย วสี เ ขี ย ว รถยนต์ไฮบริด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ปลอดสารพิษ เคล็ดลับการใช้กระดาษ ให้ คุ้ ม ค่ า ไปจนถึ ง เทคนิ ค การสร้ า ง ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ต่างๆ แต่ที่น่าจะถูกใจเด็กๆ มากที่สุด คงหนี ไ ม่ พ้ น การ์ ตู น สั้ น สี สั น สดใสที่ สอดแทรกประเด็ น ทางสิ่ ง แวดล้ อ ม เช่ น พกกระติ ก น้ ำ คู่ ใ จ ปลู ก ต้ น ไม้ ไม่ง้อแอร์ กินอาหารท้องถิ่น ลดการ ใช้รถ เป็นต้น ใครไม่สะดวกเข้ามาอ่านตามวาระ การอัพเดท สามารถลงทะเบียนด้วย อีเมลแอดเดรสไว้ได้เลย เมื่อใดที่เว็บ มีความเคลื่อนไหวใหม่ๆ รับรองว่า ทีมงานจะแจ้งข่าวถึงกล่องข้อความ ของคุณแน่นอน นอกจากนี้ เค้ า ยั ง ใจดี ยั ง เปิ ด โอกาสให้นักท่องเว็บได้อ่านหนังสือ “โลกร้อนมันจีด” แบบออนไลน์ดวยนะ ๊ ้ ลองแวะไปเยี่ ย มชมกั น หน่ อ ย แล้ ว จะรู้ว่า...สิ่งแวดล้อมไม่น่าเบื่ออย่าง ที่คิด เผลอๆ จะน่าสนใจว่าการเมือง เรื่องน้ำเน่าไม่รู้กี่กระบุงโกย กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 27 ขอมูลชวนคิด เรื่อง : ศุภกิจ นันทะวรการ email : suphakijn@yahoo.com ถูก หรือ แพง 11 60 6 14 แลวแตจะเลือกใช ตัวเลข 27 3 32 หลังจากนําเสนอขอมูลเกี่ยวกับ ราคาน้ำมันไปในฉบับที่แลว ขอ ขอบคุณทานผูอานที่ไดสอบถามเขา มาและใหนําเสนอประเด็นตอเนื่อง อีก แตเมื่อไปพิจารณาเอกสารตางๆ แลว ก็เห็นวาประเด็นอื่นๆ ของเรื่อง น้ำมัน จําเปนจะตองนําเสนอลงไปใน รายละเอียดของแตละประเด็นยอย ซึ่งอาจจะไมเหมาะกับพื้นที่คอลัมน เล็กๆ นี้ จึงขอเชิญชวนทุกทานใหไป ติดตามจากเอกสารขอมูลที่ไดอางอิง ไวแลว ทั้งทางกรรมาธิการตรวจสอบ ทุจริตฯ ของวุฒิสภา และทาง ปตท. ซึงเผยแพรอยูในสาธารณะ เพือรวมกัน ่  ่ เรียนรูและตรวจสอบตอไป แตหากมี ข อ มู ล อ า ง อิ ง 5 10 -9 การเลือกใชตนทุนของ การผลิตไฟฟาในการจัดทํา แผนพีดีพี 2007 ที่รัฐบาล อนุมัติในป 2550 และ ปรับปรุงลาสุดเมื่อป 2552 นี้ มีหลายฝายตั้งขอสงสัยหรือ คัดคานตัวเลขตนทุนที่ ไมสมเหตุสมผล วางแผน จึงเปนปจจัยที่สําคัญมาก ในการตัดสินใจเลือกโรงไฟฟา ทั้งนี้ ตนทุนการผลิตไฟฟามีหลายตัวเลข ใหเลือกใช ขึ้นอยูกับวามาจากแหลง ขอมูลใดและใชขอสมมติอะไรบาง การเลือกใชตนทุนของการผลิต ไฟฟาในการจัดทําแผนพีดีพี 2007 ที่รัฐบาลอนุมัติในป 2550 และ ปรับปรุงลาสุดเมื่อป 2552 นี้ เอง มีหลายฝายตั้งขอสงสัยหรือคัดคาน ตัวเลขตนทุนที่ไมสมเหตุสมผล ตัวอยางเชน การผลิตไฟฟาจาก นิวเคลียรเลือกใชตัวเลขตนทุนต่ำ เกินไป หรือตนทุนไฟฟาจากพลัง แสงอาทิตยสูงเกินไป เปนตน ประเด็นขอมูลที่นาสนใจ ก็จะนํามา ชวนกันคิดในฉบับตอๆ ไป รวมทั้ง เรื่องแกสแอลพีจี หรือกาซหุงตมดวย สําหรับฉบับนี้ ขอตอนรับการวาง แผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟา หรือแผน พีดีพีฉบับใหมที่กระทรวงพลังงาน กําลังดําเนินการอยู ดวยการชวนคิด ขอมูลเรื่องตนทุนการผลิตไฟฟา อัน เปนหัวใจสําคัญเรื่องหนึ่งของการ วางแผนแมบทไฟฟามูลคานับลาน ลานบาทนี้ เนื่องจากแผนพีดีพี เปนแผนที่ กําหนดวา ในชวง 15 ป ขางหนาจะ กอสรางโรงไฟฟาอะไรบาง จํานวนกี่ โรง ดังนั้นตัวเลขตนทุนของโรงไฟฟา แตละประเภท ที่นํามาใช ในการ 1) International Energy Agency, 2009, World Energy Outlook 2009, P.266-270, IEA 2) กระทรวงพลังงาน, 2550, การนําเสนอ รางแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟา พ.ศ. 2550-2564 (PDP2007), เวทีรับฟงความคิดเห็นวันที่ 3 เมษายน 2550 ณ สโมสรกองทัพบก กรุงเทพฯ 3 ) กระทรวงพลังงาน, 2552, การนําเสนอ รางแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟา พ.ศ. 2550-2564 (PDP2007) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2, เวทีรับฟงความคิดเห็น กุมภาพันธ 2552 ณ สโมสรกองทัพบก กรุงเทพฯ กุมภาพันธ - เมษายน 2553 28 นิวเคลียร พลังน้ำ แผนพีดีพี ในป 2550 ขอมูลจากองคการ พลังงานระหวาง ประเทศ ป 2551 หมายเหตุ ใชอัตราแลกเปลี่ยน 34 บาท/1 ดอลลารสหรัฐ 2.08 ชีวมวล บาท/หนวย 1.87 2.72 ไมถูก พิจารณา ในแผน บาท/หนวย 1.53 3.57 กังหันลม บนบก กังหันลม ในทะเล 2.63 เซลลแสงอาทิตย บาท/หนวย 1.70 4.76 5.98 บาท/หนวย 3.06 3.57 ไมถูก พิจารณา ในแผน บาท/หนวย 3.40 4.08 พลังกระแสน้ำ และคลื่น พลังความรอน แสงอาทิตย พลังความรอน ใตพิภพ 20.20 25.67 บาท/หนวย 12.24 ไมถูก พิจารณา ในแผน บาท/หนวย 4.59 12.58 ไมถูก พิจารณา ในแผน บาท/หนวย 2.21 2.72 ไมถูก พิจารณา ในแผน บาท/หนวย 6.63 7.48 เปรียบเทียบตนทุนการผลิตไฟฟาตามเทคโนโลยีในการผลิต สําหรับตัวเลขตนทุนในการ วางแผนพีดพฉบับใหม ก็มหลายแหลง ี ี ี ขอมูลใหเลือกใช จึงขอนําเสนอขอมูล จากองคการพลังงานระหวางประเทศ เพื่อชวนกันคิด ซึ่งขอมูลลาสุดของ ตนทุนการผลิตไฟฟาแตละประเภท เนนขอมูลตนทุนของพลังงาน หมุนเวียนและนิวเคลียร เนื่องจาก นําเสนออยูบนฐานของการแกไข ปญหา ‘โลกรอน’ โดยเฉพาะตัวเลขตนทุนการผลิต ไฟฟาจากพลังงานหมุนเวียนทั้ง 8 ประเภท มีตัวเลขตนทุนในป 2573 ทีลดลงทุกประเภทประมาณรอยละ 7 ่ ถึงรอยละ 60 ตัวอยางเชน ตนทุนการ ผลิตไฟฟาจากชีวมวล จะลดลงเหลือ 1.19-4.08 บาทตอหนวย หรือจาก เซลลแสงอาทิตย จะเหลือ 4.7610.37 บาทตอหนวย เมื่อพิจารณาจากขอมูลแลว ตัวเลข ตนทุนการผลิตไฟฟาจากนิวเคลียรที่ ใชอยูเดิมนั้นคอนขางต่ำ ในขณะที่ ตัวเลขตนทุนจากกังหันลมและเซลล แสงอาทิตย ก็เลือกใชตวเลขทีคอนขาง ั ่  สูง สวนไฟฟาพลังน้ำ ก็ควรนําตัวเลข เขามาใชในการวางแผนพีดีพีฉบับใหม ดวย เนื่องจากมีตนทุนที่ไมสูงมาก นัก นอกจากขอมูลตัวเลขตนทุนแลว ยังมีขอมูลที่สําคัญอีกหลายเรื่อง เกี่ยวกับแผนพีดพี ทีขอเชิญชวนทาน ี ่ ผูสนใจชวยกันเรียนรู เพือความ  ่ พรอมในการเขารวมเวทีรับฟงความ คิดเห็นหรือการมีสวนรวมในชอง ทางอื่นๆ ซึ่งทางกระทรวงพลังงาน กําหนดไววา จะจัดใหมีขึ้นเร็วๆ นี้ กุมภาพันธ - เมษายน 2553 29 การลงทุนสีเขียว เรื่องและภาพ : คู่หูสี่ขา ผลผลิตของคนไทย โรงไฟฟ้า แสงอาทิตย์ หลายคนเชื่อคำบอกเล่าว่า...การลงทุนเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ยังไงก็ไม่คุ้มค่า เพราะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ แต่ก็มีบางคนไม่เชื่อเช่นนั้น และพร้อมลงมือทำเพื่อ พิ สู จ น์ ใ ห้ เ ห็ น ...จนกลายเป็น Solar Farm แห่งแรกของ ประเทศไทย ด้วยฝีมือและสมองของคนไทยเต็มร้อย “เป็นความเชื่อเก่าๆ” คือคำตอบที่ดังขึ้นจากมนตรี ชื่นภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายโครงการ บริษัท บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น คำอธิบายพร้อมกับนำชม ลาน Solar Farm เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า 1.6 เมกะวัตต์ ที่ตั้ง เรียงรายสะดุดสายตาผู้ผ่านไป-มาอยู่ด้านหน้าของบริษัท บางกอกโซลาร์ฯ บริเวณริมถนนสายบางประกง-ฉะเชิงเทรา อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา...นำมาซึ่งข้อเท็จจริงที่หลายคน อาจไม่รู้ นั่นคือ คนไทยผลิตแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อส่งออกไปขาย ถึงยุโรปและอเมริกา...และแผงโซลาร์เซลล์ที่คนไทยผลิตได้ ถูกนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า หรือที่เรียกว่าโรงไฟฟ้าพลังงาน แสงอาทิตย์ เพื่อขายเข้าสู่ระบบการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ไทยไปเรียบร้อยแล้ว...โดยใช้เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าที่ผลิต ขึ้นโดยบริษัท ลีโอนิคส์ จำกัด ซึ่งเป็นของคนไทยอีกต่างหาก ...ที่สำคัญก็คือ มีบริษัทเอกชนสนใจและลงทุนเรื่อง พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย มากขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดก็คือ ลำพังการลงทุนของบริษัท บางกอกโซลาร์ฯ ก็ลงมือก่อสร้าง Solar Farm เพื่อผลิต ไฟฟ้าขายเข้าระบบในพื้นที่ต่างๆ รวมแล้ว 6 แห่ง และอยู่ ระหว่างการก่อสร้างอีก 1 แห่ง กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ ทั้งเพชรบุรี อ่างทอง ลพบุรี ฉะเชิงเทรา และอุดรธานี โดย แต่ละแห่งมีกำลังการผลิตไม่เท่ากัน ขึนอยูกบพืนทีและขนาด ้ ่ ั ้ ่ ของสายส่งที่ว่างอยู่ หน้าตาของ Solar Farm เป็นเช่นไร...สังเกตได้หากผ่าน 30 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ได้มากกว่าที่เราลงทุนไป นั่นคือได้ทั้ง เรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่มีปัญหาเรื่องมลพิษ ไม่มีปัญหาเรื่องมวลชน ทุกไซต์ของเรา ไม่มีการต่อต้านเลย มนตรี ชื่นภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายโครงการ บริษัท บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด ไปริมถนนบายพาสสายชะอำ จ.เพชรบุรี เพราะนั่นคือที่ตั้ง ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่สุด คือ 2.1 เมกะวัตต์ หรือด้านซ้ายมือของถนนสายเอเชีย ขณะเข้าสู่จังหวัด อ่างทอง ก็จะเห็นแผงโซลาร์เซลล์สีดำตั้งเรียงรายอยู่บนพื้น ในอาณาบริเวณหลายไร่ เพือผลิตไฟฟ้าขนาด 1.1 เมกะวัตต์ ่ มนตรีบอกว่า “เราเริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตเซลล์แสง อาทิตย์แห่งแรกของประเทศไทยเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว โดยผลิต ตังแต่ตนน้ำ นันคือทำตังแต่เป็นวัตถุดบจนเป็นแผงโซลาร์เซลล์ ้ ้ ่ ้ ิ ไม่ใช่แค่นำเข้ามาประกอบ โดยส่งออกไปขายถึงยุโรปและ อเมริกา แต่เมื่อเศรษฐกิจโลกเริ่มมีปัญหา บริษัทฯ จึงหันมา ลงทุน Solar Farm ในประเทศไทย เพราะถือว่ามีศักยภาพ ทั้งในแง่ของทีมงาน ทั้งทีมวิศวกร และวัตถุดิบที่ผลิตได้เอง นั่นคือแผงโซลาร์เซลล์และสายไฟฟ้า” ทั้งนี้ แผงโซลาร์เซลล์ที่บริษัท บางกอกโซลาร์ฯ ผลิตได้ เป็นชนิดทีเรียกว่า อะมอร์ฟสซิลกอนแบบฟิลมบาง (Amor่ ั ิ ์ phous Silicon Thin-Film Photovoltaic Module) จากข้อได้เปรียบที่ส่งผลโดยตรงต่อเม็ดเงินที่ต้องใช้ใน การลงทุนดังกล่าว บวกกับประสบการณ์ความเชี่ยวชาญจาก การทำโครงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้กับชาวบ้านและ หน่วยงานทีอยูในพืนทีหางไกล ไม่มไฟฟ้าใช้ ทังสถานีอนามัย ่ ่ ้ ่ ่ ี ้ โรงเรียน บ้านเรือน ฯลฯ ทำให้ผู้บริหารของบริษัท บางกอกโซลาร์ฯ ตัดสินใจต่อ ยอดธุรกิจครั้งสำคัญด้วยการเดินหน้าพิสูจน์ให้เห็นชัดๆ ว่าการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใน ประเทศไทย “คุ้มค่า” และ “น่าลงทุน” เพราะถึงอย่างไร เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ก็เป็นกระแสของโลก ต้องเกิดขึ้น แน่ในประเทศไทย จะช้าหรือเร็วเท่านั้น ผลจากการลงมือทำให้ดู เพราะพูดไปแต่ไม่ทำก็ไม่มีใคร เชือ ทำให้ Solar Farm เพือผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ่ ่ แห่งแรกเริ่มต้นขึ้นที่ลานกว้างหน้าบริษัท บางกอกโซลาร์ฯ โดยมีแผนที่แสงแดดของประเทศไทยเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ สำคัญ เพื่อดูว่าพื้นที่ใดมีแสงแดดดี เหมาะสมกับการนำมา ผลิตกระแสไฟฟ้าบ้าง นับจากนั้นมา โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตในเชิง พาณิชย์แห่งแรกของประเทศไทย โดยฝีมือคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ก็เริ่มขายไฟฟ้าเมื่อปี 2550 และกลายเป็น สนามแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง ไม่เฉพาะแต่ทีมวิศวกรจะได้ลองผิดลองถูกเพื่อหาทาง เพิ่มประสิทธิภาพให้ผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้น ยัง กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 31 โฉมหน้าโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จ.เพชรบุรี กลายเป็นสนามแห่งการเรียนรูจาก “ของจริง” สำหรับผูสนใจ ้ ้ ที่แวะเวียนเข้ามาชมอย่างต่อเนื่อง “มีคนสนใจเยอะมาก ทั้งภาครัฐและเอกชน เข้ามา กันหมด สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง สถาบันดังๆ ก็ขอมาดูงาน ทั้งเรื่องกระบวนการผลิต เรื่องโรงไฟฟ้า โดยโรงที่อยู่หน้า บริษัทฯ รับแขกเยอะที่สุด” ผู้จัดการฝ่ายโครงการกล่าวถึง ภารกิจที่ตามมานอกเหนือจากงานหลัก แม้จะมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อยู่ในการดูแล หลายแห่ง และกระจายอยู่ห่างไกลในหลายพื้นที่ แต่การ ควบคุมดูแล ก็ใช้ระบบออนไลน์ผ่านจอคอมพิวเตอร์ที่ สามารถเรียกดูข้อมูลได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นกำลังไฟฟ้า ทีผลิตได้จริงจากโรงไฟฟ้าแต่ละแห่ง แถมตรวจสอบคาร์บอน ่ เครดิตได้อีกด้วย “ง่าย...ยิ่งทำยิ่งง่าย” ไม่ใช่แค่คำยืนยันด้านเทคนิคที่ดัง ขึ้นจากวิศวกรผู้ควบคุมโครงการเท่านั้น เพราะยังพบข้อเท็จ จริ ง อี ก ว่ า การลงทุ น เรื่ อง Solar Farm ในแต่ละพื้นที่ไม่ ปรากฏแรงต่อต้านจากชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงเลย จนพูด ได้เต็มปากว่า “การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้มากกว่าที่เรา ลงทุ น ไป นั่ น คื อ ได้ ทั้ ง เรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่มีปัญหาเรื่อง มลพิษ ไม่มีปัญหาเรื่องมวลชน ทุกไซต์ของเราไม่มีการ ต่อต้านเลย” ขณะเดียวกัน เจ้าของที่ดินก็จะได้ค่าเช่าพร้อมกับทำ หน้าที่ดูแลไม่ให้หญ้าขึ้นมาบังแผงโซลาร์เซลล์ มียามคอย เฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง เพราะมูลค่าของแผงโซลาร์เซลล์ ค่อนข้างสูง เมื่อถึงเวลาต้องทำความสะอาดแผง ก็จะมีทีม เจ้าหน้าที่ลงไปจัดการ ดูเหมือนว่าตลอดระยะเวลาหลายชั่วโมงของการพูดคุย กับตัวแทนของบริษัท บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด คำยืนยันที่ดังขึ้นบ่อยครั้งก็คือ...โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์คนไทย ทำได้เองแล้ว ไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่การขออนุญาตยุ่งยาก กว่า เพราะไม่มอะไรแตกต่างจากการขอสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ี เลย แม้จะเป็นพลังงานสะอาดก็ตาม ปัจจุบัน มีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่า ขณะที่การก่อสร้าง โรงไฟฟ้าทำได้ยากลำบากมากขึ้น แต่มีโรงไฟฟ้าประเภท หนึ่งกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะได้พิสูจน์แล้วว่า เชื้อเพลิงจาก แสงอาทิตย์ คือทางออกที่สดใสและน่าสนใจสำหรับประเทศ ไทยที่มีแสงแดดแผดจ้าได้มาฟรี...ฟรี ขอบคุณ บริษัท บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด www.bangkoksolar.com 32 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 เรื่องและภาพ : สองขาสามัคคี (ขวาลาง) วัดบุญยืนกับศิลปะแบบลานชาง ชีพจรลงเทา ป น รถถี บ ละเลียดแอวเวียงสา เวียงสาเปนอําเภอเล็กๆ ของจังหวัดนาน ซึ่งยังไมเปน ทีรจกมากนักในฐานะเมืองทองเทียว แตหากไดลองแวะ ่ ู ั ่ มาปนจักรยาน สัมผัสวิถชวตและมิตรภาพของผูคนทีนี่  ี ี ิ  ่ สักครั้ง เชื่อวาจะตองพกรอยยิ้มแหงความสนุกสนาน และความอิ่มเอมใจกลับไปเปนกระบุงโกย พระพุทธรูปในพระอุโบสถของวัดบุญยืน กุมภาพันธ - เมษายน 2553 33 ขาวซอยแสนอรอย ขางบานพอครูระดม ขบวนจักรยานของเราเริมตนแตเชาตรู โดยออกสตารทกัน ่ ที่บานไมหลังใหญริมแมน้ำนานของพอครูระดม อินแสง ซึงนอกจากจะเปนหองเรียนใหเยาวชนหัดอานเขียนภาษา ่ ลานนาจากผูเฒาผูแก อยางนอยสัปดาหละครั้งแลว ยังเปน แหลงอนุรักษพันธุปลาตามธรรมชาติ ซึ่งพิเศษกวาที่ใดๆ เพราะสามารถเรียกปลามารวมกันไดดวยเสียงตีกะหลก* “กะหลกเรียกปลาที่นานใต” เปนโครงงานเชิงอนุรักษ จากไอเดียของพอครูระดมและความสนใจของกลุมนักเรียน ม.ปลายจากโรงเรียนสา ที่ประยุกตใชทฤษฎีการเรียนรูแบบ วางเงื่อนไขคลาสสิคกับปลาในแมน้ำนาน โดยตีกะหลกสง สัญญาณเสียงใหปลามารวมกันกอนจะใหอาหารในชวงเชา และเย็น ทั้งยังมีการขึงแนวธงเหนือลําน้ำในละแวกนั้นเพื่อ แสดงเขตหามจับปลาระยะทาง ประมาณ 200 เมตร เสร็จจากใหอาหารปลา พี่นายและนองปุกกี้ สองสมาชิก ของกลุมฮักเมืองเวียงสาก็นําผูมาเยือนอีก 5 ชีวิตปนสองลอ เลียบฝงแมนำนาน ลัดเลาะถนนสายเล็กๆ ผานสีแยกไฟแดง  ้ ่ แหงเดียวของเมืองนี้ กระทั่งมาถึงสํานักงานเทศบาลตําบล เวียงสา อาคารไมสองชั้นเกาแกซึ่งเดิมใชเปนที่วาการอําเภอ ถือ เปนสถานที่ที่มีคุณคาทางจิตใจของชาวเวียงสามากทีเดียว เพราะพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวและสมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ เคยประทับ ณ มุขหนาชั้น 2 ของอาคาร และโปรดเกลาฯ ใหพสกนิกรเขาเฝาฯ เมื่อทั้งสองพระองค เสด็จมาจังหวัดนานเปนครั้งแรก ในป พ.ศ. 2501 ที่อยูอีกฟากถนนคือวัดบุญยืน พระอารามหลวงคูบาน คูเมืองเวียงสาที่มีอายุมากกวาสองรอยป โดดเดนดวย พระอุโบสถซึ่งเปนสถาปตยกรรมแบบลานชาง บานประตู คูกลางใชไมขนาดใหญแผนเดียวแกะสลักเปนรูปเทวดา ลวดลายโดยรอบลดหลั่นกันถึง 3 ระดับ 1. พระพุทธรูปปางยืนที่แกะสลัก จากไมตะเคียนทอง ภายในพระอุโบสถเปนที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ปางประทับยืน วากันวา...เมื่อกาวเขาไปในโบสถใหยืน ตรงกลางประตูและมองไปยังใบหนาของพระประธาน หลังจากนั้นคอยๆ เดินใกลเขาไปโดยไมละสายตาจาก จุดที่มอง เมื่อถึงระยะหนึ่ง (ซึ่งเปนระยะเฉพาะของ แตละคน) จะเห็นพระประธานกําลังยิ้มให!! จากถนนลาดยางมะตอยที่ขนาบสองฝงดวยตึกปูน สองชั้นสลับกับบานไมแบบดั้งเดิม ซึ่งปรากฏภาพชีวิต ของชาวบานที่ไมตองใชชีวิตเรงรีบอยางคนเมืองหลวง พี่นายและนองปุกกี้นําทีมปนจักรยานมาเจอกับอีกโลก ที่ซอนอยูหลังสิ่งกอสรางเหลานั้น นั่นคือ “ทุงนาสันติสุข” ที่ชาวบานเรียกตามชื่อ ของหมูบาน เสียดายทีผานชวงเก็บเกียวไปแลว ไมเชนนัน   ่ ่ ้ คงไดเห็นทองทุงสีทองของรวงขาวเปนแนแท เราปนจักรยานผานทองนาและออกแรงขาปนขึนเนิน   ้ พอเหงื่อซึม ในที่สุดก็มาถึงศูนยวิปสสนากัมมัฏฐาน สมเด็จสุญญตวิโมกข อันเปนที่ประดิษฐานพระพุทธ รูปไมตะเคียนทองปางประทานพรความสูง 8.22 เมตร ตามประวัติเลาวา ไมตะเคียนทองตนนี้ถูกคนพบ ริมตลิ่งแมน้ำนานบริเวณบานดอนไชยใต จึงนําขึ้นมา และใชเวลาแกะสลักอยู 3 เดือน กอนจะยายมา *กะหลก คือ เครื่องเคาะที่ทํา จากไม ในสมัย โบราณใชตีเพื่อ เรียกประชุมชาว บานหรือรวมพล เมื่อเกิดเหตุสําคัญ “พี่นาย” จามรี เต็งไตรรัตน เลา เรื่องราวตางๆ ของเวียงสาได อยางนาฟง 2. “นองปุกกี้” กีรติกรณ การินทร นําปน จักรยานดวยความ สนุกสนาน เปนกันเอง ครูระดมและ นักเรียนเคาะ กะหลกเรียก ปลาในแมน้ำ นาน 34 กุมภาพันธ - เมษายน 2553 ลุงสุพจน เต็งไตรรัตน กับเจา “เพนนีฟารธิง” ประดิษฐาน ณ ศูนยวิปสสนาฯ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมป ทีแลว โดยชางผูแกะสลักนันไมเคยแกะสลักพระพุทธรูปมา ่  ้ กอน แตสามารถสรางงานพุทธศิลปชนนีสําเร็จไดดวยแรง ิ้ ้ ศรัทธา เคลื่อนขบวนจากศูนยวิปสสนาฯ ผานวัดบุญนาคออกมา สูถนนใหญ แตก็ยังปนจักรยานบนไหลทางไดสบายๆ แถม รถราก็ไมเยอะจนวุนวาย จึงไมนาแปลกใจทีจะเห็นนักเรียน ่ รุนเด็กจนถึงผูสงวัยรุนเดอะออกแรงปนรถถีบกันอยูทั่ว  ู   เมือง...เจาสองลอไมงอน้ำมันยังไดรับความนิยมจากชาว เวียงสาอยูพอสมควร แดดยามสายไลตามหลังมาติดๆ ขบวนจักรยานจึงเขา หลบรอน ณ โรงบมใบยาสูบเกาแกของทีนี่ เพียงเลียวมาก็พบ ่ ้ ตนกามปูสูงใหญ ซึ่งไมเพียงกระจายความรมรื่นสูบริเวณ โดยรอบ แตยังชวยเพิ่มเสนห ใหเตาบมใบยาสูบแบบโบราณ ที่เลิกใชงานแลวไดอยางลงตัว เปนโชคดีของพวกเราที่แวะมาในวันอบใบยาสูบรอบใหม จึงไดเห็นบรรยากาศการทํางานทุกขันตอน ตังแตการลําเลียง ้ ้ ใบยาสูบสด การชั่งน้ำหนักกอนสงเขาเตาอบ รวมถึงการคัด เกรดใบยาสูบที่ผานการอบและอัดเปนกอนรอเวลาสงขาย “กลุมฮักเมืองเวียงสา” เปนการรวม ตัวกันดวยจิตอาสาของชาวเวียงสา หลากวัยหลายอาชีพ ซึ่งคิดเห็นตรงกัน ที่จะอนุรักษวัฒนธรรมดั้งเดิม ควบคู กับสงเสริมการทองเที่ยวในรูปแบบที่ ยั่งยืนและสอดคลองกับวิถีของ ชุมชน สอบถามรายละเอียดเรื่องปนรถถีบ แอวเวียงสา โทร 085-8648920 (แมอุยลิขิต), 089-0202309 (พี่ นาย), 088-4014491 (นองปุกกี้) ปนรถถีบที่เวียงสา สนุกและประทับใจสุดๆ ...พูดจริง ไมไดโม : ) จุดแวะสุดทายที่เปนไฮไลทของการแอวเวียงสาก็คือ “เฮือนรถถีบ” ของ ลุงสุพจน เต็งไตรรัตน ซึ่งรวบรวม รถจักรยานรุนเกาและเกาทีหาดูไดยากจํานวน 138 คัน  ่ ทุกคันไดรับการซอมแซมดูแลใหอยูในสภาพดีและยัง สามารถใชงานไดจริง ...ไมเวนแมเจา “เพนนีฟารธิง” จักรยานรุนแรก ที่ลอหนาใหญถึง 64 นิ้ว และลอหลังขนาดเล็ก ซึ่ง มีอายุมากถึง 130 ป! ลุงสุพจนผูกพันกับจักรยานมาตั้งแตเด็ก เพราะ ครอบครัวเปดรานซอมจักรยาน กอนจะขยับขยายเปน ตัวแทนจําหนายจักรยานนําเขาจากยุโรปหลายยี่หอ อาทิ ราเลย กาเซีย โรบินฮูด แมภายหลังจะหันไปเปดรานขายมอเตอรไซค กระทั่งเปลี่ยนมาดําเนินธุรกิจปมน้ำมันในปจจุบัน แต ความชื่นชอบในจักรยานมิเคยจางไป ลุงสุพจนจึงนํา จักรยานที่สะสมมาทั้งชีวิต พรอมทั้งหาซื้อจักรยานเกา มาเพิ่มเติม เพื่อจัดแสดงในลักษณะของพิพิธภัณฑ จักรยานโบราณที่เปดใหคนที่สนใจไดชื่นชม จักรยานทุกคันมีเรืองราวและความพิเศษแตกตางกัน ่ เชน พับครึงไดและมีนำหนักเบา ใชแสงสวางจากเทียนไข ่ ้ เปนไฟหนา แฮนดจบทําจากหวาย และอืนๆ ซึงไมวาจะ ั ่ ่  ถามไถถึงคันไหน ลุงสุพจนสามารถเลาไดอยางไมมีเบื่อ ยิ่งเปนเรื่องฟงเพลินที่แฝงดวยน้ำเสียงของความรัก ในจักรยานดวยแลว ยิงรูสกวา...เปนการปดทริปการปน ่ ึ  ที่อิ่มใจจริงๆ ทั้งหมดเปนเพียงครึ่งของเวียงสาที่เราไดสัมผัส เมืองนี้มีของดีของเด็ดมากเสียจนไมใชแคทางผานจาก จังหวัดแพรไปสูตัวเมืองนานอยางที่หลายคนคิด หากสนใจปนรถถีบแอวเวียงสา มีสองขอแนะนําที่ ควรจําขึ้นใจ หนึ่ง...ติดตอนัดหมายกับ “กลุมฮักเมืองเวียงสา” ลวงหนาเพื่อจัดเตรียมจักรยาน สอง...อยารีบรอน ผอนจังหวะชีวตใหชาลงอีกนิด ิ  แลวคุณจะเห็นรอยยิ้มของเวียงสาไดอยางชัดเจน 3. กุมภาพันธ - เมษายน 2553 35 ขุมพลังข้างบ้าน เรื่อง : เดชรัต สุขกำเนิด email : tonklagroup@yahoo.com อุดรูรั่ว ด้านพลังงาน สวัสดีปีใหม่ครับ พ้นปีใหม่มาก็แปลว่าหน้าหนาวนี้กำลัง จะผ่านไป และกำลังจะก้าวเข้าสู่หน้าร้อน ซึ่งมักจะพูดกันเสมอ ว่าเป็น “ฤดูร้อนที่สุด” ของเมืองไทย ผู้อ่านหลายท่านที่ได้อ่าน พลัง+งาน ฉบับที่แล้ว อยากให้ ผมช่ ว ยรวบรวมแนวทางในการรั บ มื อ หน้ า ร้ อ นมาแบบ ให้หมดจดทุกช่องทาง ผมก็รู้สึกฟังดูคิดว่าน่าสนใจดี ก็เลย จัดให้ครับ ผมแบ่งแนวทางในการรับมือกับความร้อนเป็น 5 หลักการ ดังนี้ครับ หนึ่ง คือสร้างร่มเงา แดดที่แผดเผาเป็นปัจจัยสำคัญที่ ทำให้เรารู้สึกร้อนจนทนไม่ไหว แนวทางรับมือที่สำคัญคือ กางร่มให้บ้าน ซึ่งวิธีกางร่มให้บ้านที่ดีที่สุดคือ การปลูกต้นไม้ แต่หากพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยก็อาจใช้แผงบังแดดแทนได้ครับ ปัจจุบันมีการออกแบบแผงบังแดดหลากหลายรูปแบบดู สวยงามทีเดียว ทั้งนี้ จุดสำคัญที่จะต้องกางร่มคือ ทิศตะวันตก และแผง ลานคอนกรีตทังหลาย (รวมถึงดาดฟ้า) เพราะเป็นทิศทีรบแดด ้ ่ั ในช่ ว งบ่ า ย และสะสมความร้ อ นไว้ ก่ อ นที่ ร ะบายความร้ อ น ออกมาเมื่อเรากลับถึงบ้านในตอนเย็น สำหรับท่านที่ชอบทำสวน การทำสวนดาดฟ้า และสวน แนวตั้งก็จะช่วยเป็นร่มเงาให้กับบ้านได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วย ให้มีอาหารที่ปลอดภัยในการบริโภคอีกด้วย สอง คือระบายความร้อนที่สะสมในตัวบ้านให้ออกไป ภายนอกบ้าน โดยธรรมชาติแล้ว อากาศร้อนย่อมลอยตัวสูงขึน ้ และอากาศเย็นก็จะไหลมาแทนที่ ดังนั้น แนวทางรับมือคือ การเปิดให้ลมไหลผ่านตัวบ้าน และระบายอากาศร้อนผ่านออก ไปนอกบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่ใต้หลังคา และพื้นที่ชั้นสอง (ตอนที่ 2) รับมือหน้าร้อน (ที่สุด) การวางระบบการแลกเปลี่ยนพลังงานร้อนกับพื้นพิภพในสหรัฐอเมริกา ภาพจาก deanadventures.com/htms/geothermal.html ซึ่งหากเราไม่หาทางระบายของอากาศไว้ อากาศร้อนก็จะถูก เก็บกักไว้ในบ้านแทน นอกจากนี้ ยังสามารถใช้น้ำระบายความร้อนได้ด้วย โดย การพ่นละอองน้ำที่หลังคา (หรือลานคอนกรีต) ที่ต้องการให้ ระบายความร้อน น้ำจะดูดเอาความร้อนที่สะสมในวัสดุเพื่อใช้ ในการระเหยให้ ก ลายเป็ น ไอ ทำให้ บ้ า นเย็ น ลง ยิ่ ง การพ่ น ละอองน้ ำ มี ข นาดเล็ ก เท่ า ไร ยิ่ ง ทำให้ ป ระหยั ด น้ ำ และเพิ่ ม ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนมากขึ้น ปัจจุบันในบ้าน เรามีการทำเครื่องพ่นละอองน้ำแบบใช้โซลาร์เซลล์ออกมาขาย แล้วด้วยครับ ล่าสุด บริษัทบางแห่งผลิตบล็อคปูถนนที่สามารถดูดน้ำไว้ ในตัว เพื่อให้ดูดความร้อนที่สะสมในคอนกรีตมาใช้ในการ 36 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 สวนเกษตรดาดฟ้า แนวทางใหม่เพื่อลดโลกร้อน ภาพจาก http://www.penbunemag.com/ upload_file/sug_151108131845.jpg ระบบการแลกเปลี่ยนพลังงานกับพื้นพิภพ ภาพจาก www.geotecspain.com/heating-system-spain.aspx ดินหรือแหล่งน้ำ (ตามภาพ) ซึ่งในกรณีของประเทศไทย ดินหรือแหล่งน้ำก็จะกลายเป็น แหล่งดูดซับความร้อนและปล่อยความเย็นมาให้แก่บ้านเรือน สาม คือกันความร้อนไม่ให้เข้ามาสู่ตัวบ้าน แนวทางนี้คือ ปัจจุบัน ระบบการแลกเปลี่ยนความร้อนกับพื้นพิภพ ยังไม่เป็น การใช้ฉนวนในการกันความร้อน ซึ่งปัจจุบัน มีการพัฒนา ทีรจกมากนักในเมืองไทย เท่าทีทราบมีการนำมาใช้ทบานชีวา่ ู้ ั ่ ี่ ้ ฉนวนกันความร้อนหลากหลายชนิด โดยใช้วัสดุที่ต่างกัน ทิตย์ ของ ศ.สุนทร บุญญาธิการ แต่ในสหรัฐอเมริกามีการนำ (เช่ น ใยแก้ ว โฟม ยิ ป ซั่ ม ) และการใช้ ง านก็ ต่ า งกั น ด้ ว ย มาใช้ กั น อย่ า งแพร่ ห ลาย เรี ย กว่ า สามารถสั่ ง ซื้ อ กั น ได้ ท าง บางชนิดใช้ภายในอาคาร (เช่น ติดตั้งเหนือฝ้า หรือใต้หลังคา) อินเตอร์เน็ตเลยทีเดียว (ลองค้นคำว่า Geothermal energy for บางชนิดใช้ภายในนอกอาคาร บางชนิดใช้กับผนัง (เช่น อิฐ home ดูก็ได้ครับ) มวลเบา) และบางชนิดใช้กับหลังคา ทั้งนี้ การเลือกใช้วัสดุใดควรพิจารณาจากประสิทธิภาพใน สุดท้าย คือการนำความร้อนมาใช้ประโยชน์ ในเมือ ่ การกันความร้อน ลักษณะการใช้งาน ความปลอดภัยในการ อากาศมันร้อนนัก เราก็น่าจะนำเอาความร้อนมาใช้ประโยชน์ ใช้งาน (โดยเฉพาะการลามไฟ และการเกิดควันพิษในกรณี กันบ้างนะครับ อย่างน้อยที่สุด ก็ใช้การตากผ้า หรือถนอม อั ค คี ภั ย ) และงบประมาณที่ มี ใ นกระเป๋ า ท่ า นที่ ส นใจใน อาหาร (เช่นหมูแดดเดียว) ซึ่งถือเป็นการประหยัดพลังงานไป รายละเอียดขอให้ไปดาวน์โหลดคำแนะนำของกรมพัฒนา ได้ส่วนหนึ่งก็ยังดีนะ หรือ หากจะลงทุนติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น พลังงานทดแทนและอนุรกษ์พลังงานได้ท http://2.dede.go.th/ พลังงานแสงอาทิตย์ ก็จะยิ่งดีครับ เพราะจะลดการใช้พลังงาน ั ี่ new-homesafe/webban/actionplan1.htm ได้มากยิ่งขึ้น บ้านของผมติดตั้งแล้วน้ำอุ่นถึงใจดีจริงๆ เลยครับ ล่าสุด มีการนำเอาความร้อนจากเครื่องปรับอากาศ มาใช้ สี่ คือแลกเปลี่ยนความร้อน ซึ่งเป็นการนำความร้อนที่ ในการทำน้ำอุ่นด้วยครับ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความร้อนที่ มีอยู่ในตัวบ้านไปแลกเปลี่ยนกับสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำ ชาญฉลาดมาก เพราะเป็ น การนำความร้ อ นเหลื อ ทิ้ ง มา กว่าอากาศเช่น ดินหรือแหล่งน้ำ ดังนั้น จึงถือเป็นการใช้ ทดแทนพลังงานไฟฟ้า ท่านที่ใช้เครื่องปรับอากาศและสนใจ พลังงานจากพื้นพิภพ หรือ Geothermal energy รูปแบบหนึ่ง เครื่องทำน้ำอุ่นแบบนี้ก็สามารถหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตได้ ความน่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของดินจะ เช่นกัน ค่อนข้างคงที่หรือเปลี่ยนแปลงน้อยกว่าอากาศ เพราะฉะนั้น ผมหวังว่า ท่านผู้อ่านคงสามารถหาแนวทางที่เหมาะสม ในช่ ว งที่ อ ากาศร้ อ นดิ น ก็ จ ะเย็ น ในขณะที่ อ ากาศหนาว สำหรับบ้านของท่าน และสามารถเขียนมาเล่าหรือแลกเปลี่ยน ดิ น ก็ จ ะมี อุ ณ หภู มิ สู ง กว่ า อากาศ ดิ น และแหล่ ง น้ ำ จึ ง กลาย ประสบการณ์กันได้ครับ ที่สำคัญที่สุดที่จะต้องรักษากันไว้ไม่ให้ เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความร้อนสำหรับบ้านเรือน โดยการ ร้อนตามอากาศ ก็คือ “ใจ” ของเราครับ นำอากาศในบ้านเรือนไปผ่านท่อแลกเปลี่ยนความร้อนใน กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 ระเหยน้ำที่สะสมในตัวมัน ปรากฏว่า สามารถลดอุณหภูมิ ที่พื้นลานคอนกรีตได้เกือบ 10 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว 37 รู้ทัน...พลังงาน เรื่อง : นาวิน โสภาภูมิ email : navinpang@yahoo.com พลังงาน หมุนเวียน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2512 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย (กฟผ.) หน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานเจ้าใหญ่ ได้ถอกำเนิดขึนมาบนแผ่นดินไทย มีภารกิจหลักเพือดำเนินการ ื ้ ่ จัดหาพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของคนไทย และรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในประเทศไทยให้มีความ มั่นคง นับถึงวันนี้ อายุขัยของ กฟผ. ก็คือ 40 ปี ถ้าเป็นชายอายุ 40 ปี ก็นับว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวผ่านการเรียนรู้โลกมามาก รู้ดีรู้ชั่ว และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวและคนรอบข้างสูง ถือว่าเป็นหัวหน้าหรือผู้นำครอบครัวเลยก็ว่าได้ การตัดสินใจ ของชายคนนี้ ว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร ล้วนย่อมส่งผลกระทบ ต่อคนในครอบครัว อันน้อยนิด ของ กฟผ. คงไม่ปฏิเสธว่า 40 ปีที่ผ่านมา กฟผ. มีบทบาทสำคัญเป็น อย่างมากในการช่วยหนุนให้ประเทศไทยพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมอย่างก้าวหน้า พลังงานไฟฟ้ากลายเป็นสิ่งจำเป็นในแทบ ทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันของคนไทย แม้แต่ชาวไทยภูเขาที่ อยู่ห่างไกลยังมีไฟฟ้าใช้สำหรับดูทีวี ได้รับข้อมูลข่าวสารและ ความบันเทิงเทียบเท่าคนในเมืองหลวง ตลอดระยะเวลา 40 ที่ผ่านมา กฟผ. ให้ความสำคัญกับ การสร้างแหล่งพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่มาโดยตลอด ทั้งเขื่อน ผลิตไฟฟ้า และโรงไฟฟ้าจากน้ำมันเชื้อเพลิง ถ่านหิน และก๊าซ ธรรมชาติ รวมถึงเสนอให้สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอนาคต ทำให้ในปัจจุบันคนไทยมีพลังงานไฟฟ้าใช้กันอย่างเหลือเฝือ อย่างไรก็ตาม การได้มาของพลังงานไฟฟ้าเหล่านี้ก็ย่อมมี ต้นทุนทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและสุขภาพของ ผู้คนในสังคมไทยที่ต้องสูญเสียไป เห็นได้จาก ค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายทุกเดือน สภาวะโลกร้อน และปรากฏการณ์ความขัดแย้งและการต่อต้านการสร้างเขื่อน และโรงไฟฟ้า ในหลายพืนทีของประเทศ เช่น กรณีเขือนปากมูน ้ ่ ่ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ โรงไฟฟ้าบ่อนอก-หินกรูด โรงไฟฟ้าจะนะ รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่จะสร้างในอนาคต ที่ผ่านมา กฟผ. ให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานน้ำ ลม แสงแดด ขยะและชีวมวล น้อยมาก แม้ว่า พลังงานเหล่านี้จะมีอยู่เป็นจำนวนมหาศาลในประเทศไทย และหลายฝ่ายก็เสนอว่าพลังงานเหล่านี้จะเป็นพลังงานทาง เลือกที่จะช่วยลดความขัดแย้งในสังคม ทั้งยังเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม กฟผ. และกระทรวงพลังงานเองก็มขอมูลยืนยันถึงศักยภาพ ี้ 1 2 1 http://www.thaicontractors.com/uploads/gallery/GL11936713039f.jpg 2 http://kumaxaloneza.net78.net/lmg/wind_energy.jpg 38 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 3 4 3 http://www.greenpeace.org/ raw/image_full/seasia/th/ photosvideos/photos/laserclimatevictims.jpg 4 http://www.marinerthai.com/ pic_news/2007-04-19002.jpg ของแหล่งพลังงานเหล่านี้ แต่ติดปัญหาอยู่ที่รัฐบาลและ กฟผ. ไม่ลงทุนหรือสร้างระบบส่งเสริมที่เอื้ออำนวยให้แหล่งพลังงาน เหล่านี้ถูกนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นได้จากตลอด 40 ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน กฟผ. ไม่มี แผนงานหรืองบประมาณที่เพียงพอต่อการวิจัยและพัฒนาเพื่อ ทำให้ระบบพลังงานหมุนเวียนมีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการ ตอบสนองความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ แต่กลับไปเน้นการชือเทคโนโลยีและความรูจากต่างประเทศ ้ ้ เป็ น สำคั ญ ตั ว อย่ า งเช่ น กฟผ. มี ค วามพยายามจะหนุ น ให้ นิวเคลียร์เป็นแหล่งพลังงานของประเทศ และใช้เงินกว่า 174 ล้านบาทในการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาจากต่างประเทศให้ ทำการศึกษาความพร้อมของการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ในประเทศไทย เพื่อเตรียมการจะสร้างโรงฟ้านิวเคลียร์ขนาด 1,000 เมกะวัตต์ จำนวน 2 โรง ในอนาคตอันใกล้นี้ ขณะที่มีแผนจะลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนมีเพียง 81.7 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก 78.7 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ 1 เมกะวัตต์ และจากพลังงานลม 2 เมกะวัตต์ (ดูรายละเอียดได้ใน แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ของประเทศไทย พ.ศ.2551-2564 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ของ กฟผ.) หากถามว่า ทำไม กฟผ. จึงไม่ลงทุนพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ให้มากกว่านี้ คำตอบก็คอ กฟผ. ไม่เชือมันว่าพลังงานหมุนเวียน ื ่ ่ จะสามารถตอบสนองความมั่นคงและเสถียรภาพด้านพลังงาน ของประเทศได้ โดยเฉพาะไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการ ใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศซึ่งจะเกิดขึ้นทุกปีในช่วงหน้าร้อนได้ สองประเด็นนี้ ถือว่าเป็นกฎเหล็กที่ กฟผ. ใช้พิจารณาและ ตอบต่อสังคมว่าทำไม กฟผ. จึงให้ความสำคัญกับพลังงาน หมุนเวียนน้อยมาก และกลายเป็น “คำตอบ” ที่เราไม่กล้าคิด ไม่กล้าถามต่อ เพราะผู้ตอบคือหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบดูแล เรื่องพลังงานไฟฟ้าของประเทศ และเป็นผู้กำหนดความเป็นไป ได้ของการพัฒนาพลังงานต่างๆ ในสังคมไทย ถ้าเรายอมรับคำตอบในเรื่องนี้จาก กฟผ. เราก็จะยอมรับ และสรุปโดยตัวเราเองว่า สำหรับประเทศไทยแล้ว ถ้าจะมี พลังงานไฟฟ้าใช้อย่างมั่นคงก็ต้องไม่พึ่งพาพลังงานหมุนเวียน แต่ถ้าเราลองมาขุดค้น แง่มุมต่างๆ จากคำตอบของ กฟผ. เกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนอย่างถกเถียงแล้ว จะพบว่ามีเรื่อง ให้คิดต่อและประเทืองปัญญามากกว่าการยอมรับคำตอบเฉยๆ อยู่หลายประการ อาทิ เป็นไปได้หรือไม่ที่ การจัดการพลังงานหมุนเวียน อาจไม่ จำเป็นต้องคิดในระดับประเทศ แต่เน้นในระดับท้องถิ่น เพื่อ ตอบสนองความต้องการไฟฟ้าของแต่ละท้องถิ่น เช่น ในพื้นที่ ที่มีศักยภาพด้านพลังงานลมก็ลงทุนสร้างกังหันลมให้เพียงพอ กับความต้องการไฟฟ้าของจังหวัด อำเภอหรือตำบล นั้นๆ เป็นไปได้หรือไม่ที่ กฟผ. จะกระจายอำนาจด้านการผลิต พลังงานหมุนเวียนลงไปสู่ท้องถิ่น ตั้งองค์กรผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียนในระดับท้องถิ่น และให้องค์กรเหล่านั้นทำ หน้าที่จัดหาพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอกับท้องถิ่น ถ้าผลิตไฟฟ้า เหลือก็ขายเข้าสู่ระบบของประเทศ เป็นไปได้หรือไม่ว่า คำตอบของ กฟผ. อาจจะยังใช้ความรู้ ไม่รอบด้าน ยึดติดกับความคิดในการจัดการพลังงานแบบเดิม ไม่อยากเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตที่ดีกว่าทั้งในด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ความเป็นไปได้ของคำตอบเรื่องพลังงานหมุนเวียน ยังเป็น ไปได้อีกหลายทาง เพียงแต่เราต้องช่วยกันหาคำตอบ อย่าให้ กฟผ. เป็นผู้ตอบเพียงลำพัง เพราะบางครั้ง คนอายุ 40 ปี มักจะคิดว่าตนเองรู้ดีทุกอย่าง และเสียงดังกว่าคนอื่นๆ มาช่วยกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียนกับ กฟผ. ดูนะครับ จะได้รู้ว่า หัวหน้าครอบครัวด้านพลังงานของ เราใจกว้างมากน้อยแค่ไหน มีความเป็นธรรมาภิบาลหรือไม่ จะได้มีพลังงานทางเลือกมาช่วยลด “ความร้อน” ในสังคมไทย ลงบ้าง กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 39 จับเข่าเล่าเรื่อง เรื่องและภาพ : อังคณา ว่องประสพสุข พลังงาน ของ เราเหล่าลูกหลานของชุมชน ต.นรสิงห์ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เดิม คนพืนบ้านมีอาชีพเกษตรกรรม นันคือ ้ ่ ทำนา ทำสวน และเลี้ยงสัตว์ เหมือน ชาวอ่างทองโดยทั่วไป แต่ เ มื่ อ เวลาผ่ า นไปก็ เ กิ ด การ เปลี่ยนแปลงเหมือนกับชุมชนอื่นตาม ต่างจังหวัดทั่วไปของไทย ที่ใช้ชีวิต ฟุมเฟือย ใช้เงินเกินตัว ขาดความพอดี ่ ในตนเอง ขาดความพอประมาณใน การใช้ชีวิต รวมถึงขาดความพอเพียง ในวิถีแห่งชุมชนแบบที่เคยเป็นมา เดิมทีบรรพบุรุษของเราเคยใช้ฟืน ใช้ถ่าน ใช้กะลามะพร้าว และอาศัย เศษไม้ เป็นเชื้อเพลิงในการหุงหา อาหาร ก็หันมาใช้แก๊สหุงต้มอาหาร ในแต่ละมื้อ ปลายปี 2551 ก็มีโครงการจัด ทำแผนพลังงานชุมชน 300 ชุมชน ของกระทรวงพลังงาน ทีทางสำนักงาน ่ ชาวบ้านนรสิงห์ ทำแล้วสามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ชีวีมีสุข จริงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับทุกคนในชุมชนนรสิงห์ พลังงาน จ.อ่างทอง เข้ามาทำโครงการ นี้ร่วมกับ อบต.นรสิงห์ ทำให้คนใน ชุมชนนรสิงห์เริ่มรู้จักเรื่องราวของ พลังงานในหลายๆ ด้านมากขึ้น แรกทีเดียวนัน สำนักงานพลังงาน ้ จ.อ่างทอง ได้สงเจ้าหน้าทีเข้ามาชีแจง ่ ่ ้ ความเป็นมาของโครงการให้ชาวบ้าน รูวา ชาวบ้านทำแล้วจะได้อะไร ทำแล้ว ้่ ดีอย่างไร ทำแล้วประหยัดค่าใช้จ่าย ด้านพลังงานได้มากน้อยเพียงไหน สำคัญที่สุดก็คือ ทำแล้วสามารถ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ชีวีมีสุข จริง หรือไม่นั้น ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นจริง ได้ ต้ อ งขึ้ น อยู่ กั บ ทุ ก คนในชุ ม ชน นรสิงห์ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการ จัดทำแผนพลังงานชุมชนของเราเอง หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็เข้ามา แนะนำให้นำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการ เกษตร เช่น กิ่งไม้ กะลามะพร้าว ผลไม้ที่ไม่สวย เป็นต้น นำมาเผาเป็น ถ่านด้วยเตาเผาถ่าน ทีทำจากถังน้ำมัน ่ 200 ลิตร เริ่มจากบ้านของนายดำรงค์ศักดิ์ ทองหยอด กำนั น ต.นรสิ ง ห์ ซึ่ ง เจ้าหน้าที่มาสาธิตให้ความรู้ตั้งแต่ เรื่องของการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ การเตรียมไม้สำหรับเผาถ่าน วิธีการ ติดตั้งเตาเผาถ่าน วิธีการเผาถ่าน วิธีการเก็บน้ำส้มควันไม้ วิธีการปิด เตาเผาถ่าน และวิธีการเก็บถ่านออก จากเตา เจ้าหน้าทีได้ให้ความรูกบเรา 1 วัน ่ ้ั เต็มๆ เพื่อให้นำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติ จริงได้เอง รวมถึงนำไปประกอบเป็น อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้อีกทางหนึ่ง ด้วย ต่อมา ได้มีการขยายฐานความรู้ เรื่องเตาเผาถ่านถัง 200 ลิตร ไปยัง บ้านใกล้เรือนเคียง โดยเริ่มจาก 1 เป็น 2 และจาก 2 เป็น 4 ไปเรื่อยๆ 40 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 คอลัมน์นี้เปิดกว้างสำหรับทุกชุมชน ที่ต้องการเล่าเรื่องราวจากบ้านของตนเอง ในทุกแง่มุมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงาน เพื่อบอกกล่าวถึง ความทุกข์-ความสุข จากประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานโดยตรง สนใจส่งเรื่องเล่าจากบ้านของท่านมาได้ที่ energymag@hotmail.com เรื่องที่ได้รับการตีพิมพ์ จะมีรางวัลเล็กๆ น้อยๆ จาก สสส. มอบให้เป็นกำลังใจด้วยค่ะ จากปกติค่าไฟฟ้าของชุมชนจะจ่ายเดือนละ ประมาณแสนกว่าบาท แต่หลังจากเข้าร่วมในโครงการนี้ ทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงเหลือ เดือนละประมาณแปดหมื่นกว่าบาท จนชาวบ้านเริ่มรู้จักและหันมาสนใจ เรื่องของพลังงานมากขึ้น หลังจากนั้น ชาวบ้านนรสิงห์ก็ได้ ไปศึ ก ษาดู ง านพลั ง งานชุ ม ชนที่ จ.กาญจนบุ รี ได้ เ ห็ น เทคโนโลยี ประหยัดพลังงานในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเตาเผาถ่านถัง 200 ลิตร แบบตั้งและแบบนอน เตาแก๊สชีวมวล เตาซุปเปอร์อั้งโล่ เตาเผาข้าวหลาม ประหยั ด พลั ง งาน ฯลฯ จนกระทั่ ง บ้านนรสิงห์สามารถร่างแผนพลังงาน ชุมชนที่เหมาะสมกับท้องถิ่นได้สำเร็จ จากนั้น ก็ได้คัดเลือกโครงการ นำร่องของแผนพลังงานชุมชน เป็น เทคโนโลยีประหยัดพลังงานเตาเผา ถ่านถัง 200 ลิตรแบบนอน และถัง หมักแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ นำมา แจกชาวบ้านที่มีความสนใจและมี ความพร้อมในเรื่องของเศษไม้และ มูลสัตว์ เพื่อพึ่งพาตนเองได้ในการ ดำรงชีวิตแบบพอเพียง ไม่ว่าจะเป็น การนำเศษไม้ที่ไร้ประโยชน์มาเผา เป็นถ่านไว้ใช้ หรือจะนำไปขายเพื่อ เป็นรายได้เสริม รวมถึงการนำมูล ของสัตว์ที่เลี้ยงไว้ในบ้าน มาหมักเป็น แก๊สชีวภาพไว้ใช้ประโยชน์ในการหุง ต้มอาหารในแต่ละมื้อ โดยไม่ต้อง พึ่งพาหาซื้อแก๊สมาใช้ให้สิ้นเปลือง เงินทองในกระเป๋าอีกด้วย ต่อจากนัน เจ้าหน้าทีกคอยเข้ามา ้ ่ ็ ติดตาม สอบถาม ให้คำแนะนำ และ ให้ความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีประหยัด พลังงานอยู่เป็นระยะ อีกทั้งยังมา อบรมให้ความรู้ในเรื่องของวิธีการ ประหยัดอย่างง่าย และการอนุรักษ์ พลังงานในท้องถิ่น จนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และเริมมีจตสำนึกในการ ่ ิ ประหยัดพลังงานไฟฟ้าในบ้าน หันมา ใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุในท้องถิ่น ให้นำมาใช้เป็นพลังงานทดแทน ผลจากการเข้าร่วมในโครงการจัด ทำแผนพลังงานชุมชน 300 ชุมชน กับทางกระทรวงพลังงาน ทำให้ชาว ชุมชนนรสิงห์ลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าใน ชุมชนที่เห็นผลชัดเจนคือ จากปกติ ค่าไฟฟ้าของชุมชนจะจ่ายเดือนละ ประมาณแสนกว่าบาท แต่หลังจาก เข้าร่วมในโครงการนี้ ทำให้ค่าไฟฟ้า ลดลงเหลื อ เดื อ นละประมาณ แปดหมื่นกว่าบาท ส่งผลให้คนใน ชุมชนหันมาใส่ใจในเรื่องของการ ประหยัดพลังงานมากขึน หันมาสนใจ ้ เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มา แปรสภาพให้เป็นพลังงานทดแทนที่ ยังประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน รวมถึง สามารถนำความรูทได้ไปประกอบเป็น ้ ี่ อาชีพเสริมรายได้ให้ครัวเรือนอีกด้วย ดังคำที่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็น จริงได้ต้องขึ้นอยู่กับทุกคนในชุมชน ต.นรสิงห์ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการ จัดทำแผนพลังงานชุมชนของเราเอง ถ้าทุกคนร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ สมัครสมานสามัคคีกัน ทุกสิ่งจะเป็น ไปได้ด้วยมือเรา กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 41 สัตว์มหัศจรรย์ เรื่อง : น.สพ. รัฐพันธ์ พัฒนรังสรรค์ email : tomrattapan@yahoo.com สำเนียงส่อ กริยาส่อ สมอง ภาพที่ 1 ครับ กลับมาพบกันใหม่...ตอนที่แล้วว่าด้วยความฉลาด ของสัตว์ของการนับจำนวน บางท่านไม่เชื่อว่า ลิงชิมแปนซี จะชนะคนเราได้จริงๆ ลอง search ดู ใน youtube ด้วยคำว่า < Chimpanzee memory test > ได้นะครับ นอกจากจะรู้ตัว เลข รู้การไล่เรียงลำดับแล้ว ยังสามารถจำได้ด้วยว่า เลขไหน อยู่ที่ตำแหน่งไหนอีก...เตือนไว้ก่อนนะครับ ดูแล้วอาจจะ อายลิงได้ วันนี้ จะว่าด้วยพฤติกรรมที่บ่งบอกถึงความฉลาดของ สัตว์อย่างอื่นอีก หัวข้อแรก ได้แก่ ภาษาจากทางเสียง ลองมามองดู ที่ ค นเราก่อนนะครับ ไม่ว่าคนชาติไหน ภาษาไหน เสี ย ใจก็ ร้ อ งไห้ ดีใจขำขันก็หัวเราะ อันนี้เป็น ภาษาสากลของชนิดพันธุ์ ซึ่งมีในสัตว์เกือบทุกชนิดที่ส่งเสียง ได้ เช่น สุนัขร้องเอ๋งๆ สุนัขหรือคนทั่วไปก็เข้าใจได้ว่า สุนัข ตัวที่ร้องกำลังเจ็บปวด หรือช้างที่ร้องแปร๋นๆ เหมือนเสียง แตร นี่ก็เป็นเสียงแสดงความตื่นเต้น ในทำนองเตือนภัย หรือพร้อมจะลุย ถ้าได้ยินในป่าที่เป็นดงช้าง ก็ตัวใครตัวมัน ตัวฉันขอลา...นะครับ แต่นักวิทยาศาสตร์พบว่า ปลาโลมา มีการส่งภาษาที่ ต่างไป แม้จะเป็นชนิดพันธุ์ (species) เดียวกัน หากมาจาก ต่างกลุ่ม ต่างทวีป จะส่งเสียงต่างกัน แม้จะเพื่อกรณีเดียวกัน เช่น การเตือนภัย ปลาโลมาทางเอเซีย จะส่งเสียงที่มีคลื่น เสียงรูปแบบหนึ่ง แต่ปลาโลมาชนิดเดียวกัน ที่อาศัยอยู่ใน ทวีปอัฟริกา จะส่งเสียงอีกแบบหนึ่ง เพื่อเตือนภัย และเมื่อเอามาเลี้ยงรวมกัน ก็จะสื่อสารไม่เข้าใจว่า นี่คือ การเตือนภัย นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปเบื้องต้นว่า ปลาโลมา มีภาษาของตนเอง และภาษามีความต่างไปตามพื้นที่ ผมก็ยังคิดว่า ถ้าเราผลิตเครื่องแปลภาษาได้ เราอาจจะ คุยกับปลาโลมารู้เรื่องกว่านี้นะครับ ดูอย่างโชว์ปลาโลมา ตามสวนสัตว์ ทีครูฝกเป่านกหวีดปรีดๆ พวกปลาโลมาอาจจะ ่ ึ ๊ นึกในใจก็ได้วา พวกมนุษย์นี่ ด้อยการศึกษานะ พูดจาไม่เป็น ่ ร้องปรี๊ดๆ อยู่ได้ เอ้า…เอากะมันหน่อย เดี๋ยวมันก็หาปลามา ให้เรากิน ไม่ต้องเหนื่อย แต่เรืองนีกมความยากในการแบ่งแยกว่า สัตว์นนรูภาษา ่ ้ ็ ี ั้ ้ เป็ น คำๆ จริ ง หรื อ ไม่ เพราะบางที สั ต ว์ ก็ ส ามารถแปล ความหมายจากน้ำเสียงเท่านั้น เช่น เวลาที่เราดุสุนัขที่เลี้ยง สุ นั ข จะรู้ ว่ า เสี ย งแบบนี้ มากั บ การลงโทษ โดยไม่ ต้ อ งรู้ ความหมายเป็นคำๆ จะว่าไปแล้ว ภาษาแต่ละคำ ก็มีความหมายต่อผู้ฟังไม่ เท่ากัน ไม่เชื่อลองไปพูดคำว่า “ไอ้สันขวาน !” (หรือคำอื่นที่ แรงกว่านี้) กับคนสักสิบคนที่ไม่รู้จัก ผมเชื่อว่า ท่านจะโดน ผลกระทบกลับมา หนัก-เบาต่างกันนะครับ แต่ขอเตือนว่า ถ้าคนนั้นๆ ถือของแข็งอยู่ในมือ ก็อย่าเลยนะครับ เพราะ 42 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 ภาพที่ 2 ภาพที่ 3 ของแข็งเป็นตัวแปรทำให้ความหนักเบาของการตีความผิด เพี้ยนได้นะครับ บางคนรู้สึกมาก แต่ของในมือเบาหน่อย การตอบกลับอาจไม่รุนแรงเท่ากับคนรู้สึกไม่มาก แต่ของ ในมือแข็งมาก ก็ได้ ...อันนี้พูดเล่นเพื่อให้เห็นภาพนะครับ อย่าไปลองจริง เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนกันก่อน ^_^ ความฉลาดของสัตว์ประเด็นถัดไป คือ เรื่องการสำนึก รู้จักตนเอง ในเรืองนี้ การทดลองมาตรฐาน คือการให้สตว์สองกระจก ่ ั ่ แล้วดูว่าจะรู้ไหมว่า สัตว์ที่เห็นในกระจกนั้น คือตัวเราหรือ สัตว์อีกตัว ลองเอากระจกให้สุนัขและแมวที่บ้านส่องดูก็ได้ นะครับ เท่าที่นักวิทยาศาสตร์ และคนทั่วไปทำกันมา พบว่า สุนัขและแมวนั้น ไม่รู้จักว่าในกระจกนั้นคือตัวเอง มีการทดลองในขั้นต่อเนื่อง เพื่อทำให้ชัดเจนขึ้น เพราะ สัตว์บางตัว อาจจะรู้ว่าเป็นตัวเอง แต่มีปฏิกิริยาตอบสนองที่ คล้ายกับไม่รู้ตัวเองได้ (เช่น คนเราหลายคน ส่องกระจก แล้วชอบคิดว่า เป็นพระเอกหนังอยูขางในกระจกนัน มากกว่า ่้ ่ เป็ น อาตี๋ ป ากซอยธรรมดาๆ อย่ า งนี้ ถื อ ว่ า ไม่ รู้ จั ก ตนเอง นะครับ... ^_^) จึงมีการเอาสีไปป้ายหน้า โดยไม่ให้รู้สึกตัว แล้วก็ดูพฤติกรรมว่า เมื่อให้ส่องกระจก จะมีปฏิกิริยา อย่างไรกับสิ่งแปลกปลอมที่เกิดกับตัวเอง นี่คือขั้นที่ต้องจำ ตัวเองได้ และจำแนกได้ว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงกับตัวเอง จึงจะผ่านขั้นนี้ได้ ผลการทดลองนะครับ โดยทั่วไปสัตว์ตระกูลลิง ไม่ว่าจะ มาจากทวีปไหนๆ เห็นตัวเองในกระจกก็รองจ๊าก (... หรือร้อง ้ เจี๊ยก ก็แล้วแต่...) แล้วก็แยกเขี้ยวเข้าใส่ เพราะตกใจว่าตัว อะไรเนี่ย หน้าตาแปลกๆ ไม่เหมือนพี่ไม่เหมือนน้องเรา แต่พวกลิงในกลุ่มเอป (Ape) หรือลิงที่มีวิวัฒนาการทาง สมองขันสูงขึน จึงจะสามารถเรียนรูและเข้าใจว่านีคอตัวเราเอง ้ ้ ้ ่ ื อาจจะตามมาด้วยการทำสีหน้าต่างๆ หรือเอามือจับลูบคลำ ใบหน้า (ถ้าอยากดูภาพเคลือนไหว ลอง search ใน youtube ่ ด้วยคำว่า “self-awareness, apes” ได้นะครับ) การทดลองที่เรียกว่า Mirror test นี้ พบว่าสัตว์ที่มี ความสามารถรู้จักตนเองจากการส่องกระจก ได้แก่ กลุ่ม Ape ขนาดใหญ่ เช่น ลิงชิมแปนซี, ลิงกอริลล่า, ลิงอุรังอุตัง (ชะนียังไม่ผ่าน เห็นไหมครับ ชะนีส่องกระจกแล้วไม่รู้จัก ตัวเอง...^_^) สัตว์นอกเหนือจากกลุ่มนี้ ได้แก่ พวกปลาวาฬ ปลาโลมา บางชนิด ช้าง และที่ทำให้แปลกใจคือ นกพวก Magpie หรือ นกกางเขนขนาดใหญ่ ก็ผานการทดสอบ มีการเอาสติกเกอร์ ่ ติดที่หน้าอก แล้วให้ส่องกระจก ถ้าเป็นสีอื่น นกจะพยายาม แกะออก แต่ถ้าเป็นสีดำเหมือนสีขน นกจะไม่สนใจ แต่อย่างไรก็ตาม การทดลองนี้ก็ถูกวิจารณ์ว่า ทำได้ใน สัตว์ที่การมองเห็นเป็นระบบประสาทที่เด่น สัตว์บางอย่าง ตาไม่ดี หรือแยกสีได้ไม่ชัดก็มี ก็ฟังเอาไว้นะครับ แหล่งข้อมูล www.wikipedia.org/animalmal cognition www.youtube.com ภาพที่ 1 ลิงชิมแปนซี กำลังทดสอบความจำ เรื่องตัวเลข และ ตำแหน่ง ภาพที่ 2 ปลาโลมาปากขวด ฉลาดและอารมณ์ดี สร้างฟองอากาศ จากรูหายใจ แล้วดัดแปลงเป็นรูปเป็นร่างเล่นอย่างสวยงาม ภาพที่ 3 ช้างกำลังวาดภาพระบายสี สมัยแรกควาญต้องจับงวงช่วย ต่อมา จับปลายหูและใช้คำสั่งด้วยคำพูด ให้ปาดพู่กันไปทิศทางต่างๆ หลังๆ เริ่มสั่งแค่คำพูด ที่ฮือฮามาก คือ ให้ช้างวาดรูปช้าง ถ้าวาดได้เอง โดยไม่ต้องบอก นั่นคือ การรู้จักตนเอง ยิ่งกว่าการส่องกระจกอีก กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 43 เจอตัวอักษรกันเป็นครั้งแรกของปี 2553 ก็ต้องกล่าว “สวัสดีปีใหม่” และขออวยพร ให้ทุกท่านมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงกันถ้วนหน้า...สาธุ คาดว่าช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา มิตรรักนักอ่านจำนวนไม่น้อยคงมีโอกาสตะลอนเที่ยวในหลายสถานที่ ประลองยุทธ์ฉบับนี้ จึงขอถามว่า “สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้อยู่ในจังหวัดใดบ้าง” __1. ตลาดโก้งโค้ง __2. น้ำตกพลิ้ว __3. ดอยภูคา __4. สามพันโบก __5. ตลาดน้ำบางคล้า __6. เขื่อนเชี่ยวหลาน __7. เขาค้อ __8. เกาะหมาก __9. อ่าวมาหยา __10. ภูผาเทิบ A. อุบลราชธานี B. เพชรบูรณ์ C. สุราษฎร์ธานี D. สมุทรสงคราม E. มุกดาหาร F. ตราด G. พระนครศรีอยุธยา H. นครปฐม I. พังงา J. ฉะเชิงเทรา K. น่าน L. กระบี่ M. กรุงเทพฯ N. จันทบุรี O. หนองคาย ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เลือกจับคูให้ถกต้อง เขียนคำตอบพร้อม ชือ-นามสกุล ่ ู ่ และที่ อ ยู่ ส่ ง ถึ ง นิ ต ยสารพลั ง +งาน 211/2 ซ.งามวงศ์วาน 31 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุร 11000 ี ภายในวั น ที่ 9 เมษายน 2553 รางวั ล สำหรั บ ครั้ ง นี้ คื อ ...สมุ ด บั น ทึ กลวดลายน่ารักจากสถาบันคุมครอง ้ ผูบริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) จำนวน 5 เล่ม ้ และผู้ที่ได้รับหนังสือ “มือถือ... ในมือเด็ก” จำนวน 5 ท่าน ได้แก่ 1. แจ่มศิริ เกษรสมบุญ 2. ปิยะนุช โซวเจริญสุข 3. รมิตา ลี้ตระกูล 4. อรรถวัฒน์ ต่อศรีเจริญ 5. ปราณี ทัพพวิบูล 44 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 ร้องป่าว มหกรรมการประหยัดพลังงาน ครั้งที่ 10 เชิ ญ ร่ ว มงาน...มหกรรมการประหยั ด พลั ง งาน ครังใหญ่ทสด Energy Saving ’10 และการจัดประชุมวิชาการ ้ ี่ ุ พลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ “วิกฤตพลังงานและ ทางรอดของประเทศไทย” พบกับ… • การประชุมวิชาการวิศวกรรมนับ 100 หัวข้อ กว่า 5,000 คน • สัมผัสนวัตกรรมการประหยัดพลังงานทุกด้าน อาทิ อุตสาหกรรม การขนส่ง อาคารบ้านเรือน ผลิตภัณฑ์ สีเขียว • พรั่งพร้อมด้วยวิศวกรรมพลังงานทางเลือกและการ รักษาสิ่งแวดล้อม ตีฆ้อง สำหรับผู้ที่ต้องการสนับสนุน หรือสนใจลงโฆษณา และเผยแพร่ ข่าวประชาสัมพันธ์ ใน นิตยสารพลัง+งาน...อย่ารอช้า ติดต่อได้ที่ ยวิษฐา พิทักษ์วัชระ 02-920 9691-2 หรือ email : energygreenhealth@yahoo.com ขอเชิญลงโฆษณา • และกิจกรรมที่เป็นประโยชน์อีกมากมาย ระหว่างวันที่ 18 – 20 กุมภาพันธ์ 2553 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่ www.energygreenhealth.com ทางเลือกและการลงทุนพลังงานหมุนเวียน นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาพลังงานบ้านเราที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกันศึกษาวิจัย และพัฒนา เรื่อง “การวิเคราะห์ทางเลือกและแนวทางการลงทุนในแผนพัฒนา พลังงานหมุนเวียนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย” เพื่ อ ประเมิ น ศั ก ยภาพและความเป็ น ไปได้ ใ นการลงทุ น ของเทคโนโลยี พลังงานหมุนเวียนต่างๆ รวมไปถึงการศึกษาเป้าหมาย รูปแบบ และสัดส่วน การลงทุนที่เหมาะสมในแผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียนของ กฟผ. ตลอดจน ทำการประเมินผลกระทบของแผนฯ ดังกล่าว ต่อระบบไฟฟ้าในภาพรวม ผู้สนใจสามารถสอบถามหรือติดตามรายละเอียดได้ที่ 02-920 9691-2 และ www.energygreenhealth.com 46 กุมภาพันธ์ - เมษายน 2553 email : romsuan@hotmail.com เรื่อง : แมนอย ตม-ยำ-ทำ-แกง ขาวผัด รถไฟ เดินทางขามภาคครั้งใด รถไฟเปนตัวเลือกอันดับแรก เสมอ แนนอนวา ทั้งประหยัด พลังงานในการขนสงและคน เดินทางเองก็ไดพักผอนเต็มที่ แมจะเดินทางแรมคืนแรมวัน ไมนานมานี้ การประทวงของ สหภาพแรงงานการรถไฟจะถูก หลายๆ ฝายออกมาตําหนิวาไมแจง ใหผูใชบริการรูลวงหนาจะไดหาทาง หลีกเลี่ยง แตบางฝายก็สนับสนุนเปนแนว รวมการประทวงครังนี้ เพราะขอเสนอ ้ ของการประทวงที่เราไมอาจมองขาม ไปไดคอ การขอใหผบริหารอยาไดโยน ื ู ความผิดตอผูปฏิบัติการ ปรับปรุง สวัสดิการคนงาน และการพัฒนาระบบ การบริการขนสงมวลชนใหดียิ่งขึ้น ...พรอมๆ กับการประทวงของ ชาวรถไฟไทย...ขาวผัดรถไฟ จึงนาจะ เขายุคสมัย ขาวผัดรถไฟเที่ยวนี้ มีสวนผสม ดัดแปลงมาจากวงน้ำพริกตอนเที่ยง นั่นคือ ขาวกลองสุก กุงสดแกะ เปลือกแลวผาหลัง ไขไก เห็ดหอม 2 ดอก แชน้ำจนนิ่ม บีบน้ำออกแลว หั่นเปนชิ้นเล็ก ฟกทองหั่นเปนเสน ตนหอม และน้ำพริกกะปกนถวย ใสน้ำมันลงกระทะ ตั้งไฟใหรอน เอาเห็ดหอมผัดกับน้ำมันจนหอม กรอบ แลวใสน้ำพริกลงไปผัด ตาม ดวยกุง ฟกทองและไข แลวใสขาวสวย   ลงไปผัดคลุกเคลา กอนยกลงใหใสตนหอมลงไป โรย พริกไทยใหหอมกรุน แลวปดเตา ตัดใบกลวยหลังบานมาหอขาวผัด จัดแจงเตรียมไว 3 หอ สําหรับ 2 คน ที่จะโดยสารรถไฟลงไปพัทลุง และนี่คือมื้อเย็นของอีก วันหนึ่งที่โดยสารรถไฟ... กุมภาพันธ - เมษายน 2553 47 สมุนไพรใกลรั้ว เรื่อง : กระรอกบาน ชบาแดง ระยะหลังนี้คนไทยนิยม ปลูกตนชบานอยลง หันไป ชื่นชมไมดอกไมประดับ ประจําบานที่ไดรับการ เปลี่ยนชื่อสกุลใหเพราะ พริ้ง จากลั่นทมสูลีลาวดี ทั้งๆ ที่ยังคงเปนตนที่ ชาวบานอีสานและเหนือ เรียกวา จําปาลาวหรือ จําปาขอม (เขมร) นั่นเอง สีสวย ดับรอน คนไทยไมคอยรูจักนําชบาดอกแดง มาใชประโยชนทางยาสมุนไพรมากนัก อาจเปนเพราะเปนพืชพันธุตางถิ่นที่มี ตนกําเนิดในอินเดีย จีน และเกาะฮาวาย คงเห็นดอกสีแดงรูปทรงสวยงามจึงนํา มาขยายพันธุ ไวเชยชม ถาจํากันไดใครที่เรียนวรรณคดีเรื่อง เงาะปา ภาพที่ติดตาคือสาวผมหยิกมี ดอกชบาทัดหู สาวๆ ยุคกอนเวลามีงาน รื่นเริงในหมูบานก็ยังเห็นการทัดดอก ชบาแดงแตงหนาผองกันอยูเสมอๆ แต ในปจจุบันหันไปเด็ดดอกลั่นทมลอยน้ำ เพื่อตกแตงสถานที่ เพิ่งไดมีโอกาสเดินทางไปดูงานที่ ประเทศอินเดียพบวา ชาวฮินดูผูกพัน กับตนชบามาก ถือวาเปนไมศักดิ์สิทธิ์ เปนตัวแทนของพระกฤษณะ พอถึงวัน สําคัญทางศาสนาพราหมณ ชาวฮินดูจะ นําดอกชบาแดงสดไปบูชาพระกฤษณะ ซึ่งถือเปนเทพเจาแหงเสียงเพลงและการ รองรํา นอกจากชาวอินเดียนําดอกชบามา บูชาแลว ยังมีการนําเอาชบามาใช ประโยชน ในการดูแลสุขภาพในชีวิต ประจําวันดวย เชน ดอกชบาสดหรือแหงใชกับผูหญิงที่ มีประจําเดือนมาไมปกติหรือเปนตกขาว ได โดยนําดอกสด 10-12 ดอก แตเลือก ดอกตูม บดผสมกับนมดื่มวันละ 2 ครั้ง ้ ระหวางมืออาหารหรือในชวงเวลาทองวาง กินตอเนื่องสัก 7 วัน สวนใบสามารถนํามาเปนเครื่อง สําอางใหกับสาวหรือหนุมได ใหนําใบ ชบามาประมาณหนึ่งกํามือ ผสมน้ำเล็ก ้ ้ นอย ขยีใหแหลก คันเอาเฉพาะสวนของน้ำ ่ ั ซึงมีลกษณะเปนเมือกๆ นําไปชโลมเสนผม ชวยใหผมดกดําเปนเงางาม เมืองไทยใกลฤดูรอนอีกครั้ง รอนนี้ ถาลองนําเอาภูมิปญญาแขกมาปรับใช ขอแนะนํา น้ำดอกชบาลดความรอน แกรอนใน และลดไข วิธีทํางายมากๆ หลังชมความงาม ของชบาดอกแดงแลวใหเด็ดดอกมาสัก 3-4 ดอก ลางสะอาดแลวแชในน้ำ ้  ้ ้ ่ ครึงลิตร ทิงไว 1 คืน รุงขึนแบงกิน 3 มือ ตอเนื่อง 3 วัน ที่ใหกินตอเนื่องใชกับผูที่ มีไข แตถาวันไหนตองตากแดดทํางาน กลับมาชวงบายแกๆ สามารถปรุงน้ำชบา ้ ี แบบเรงรัด ใหรบแชดอกชบาในน้ำ ทิงไว ่  ่ สัก 1 ชัวโมง นํามาดืมก็ชวยลดความรอน ในรางกายอยางดี แตเมื่อกลับมาไทยพบวาหมอยา พื้นบานที่จังหวัดนครพนม ใชดอกชบา ขยี้โปะที่กระหมอมของเด็กชวยลดไขได เปนอยางดี ิ  ดอกไมงามๆ และภูมปญญาแมจะ ตางถิ่นกัน แตเมื่อสืบคนและมุงหวัง ใหเกิดประโยชนแกคนสวนใหญ เรา จะพบวาตรงกับแนวคิดของมหาบุรุษ ของโลกชาวอินเดีย มหาตมะ คานธี “โลกทั้งผองพี่นองกัน” ภาพประกอบ www.flickr.com- คนหา red hibiscus 48 กุมภาพันธ - เมษายน 2553
ดาวน์โหลดเอกสารแบบ PDF

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: 

  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 5 พฤศจิกายน 2552 - มกราคม 2553
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 4 สิงหาคม 2552 - ตุลาคม 2552
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 3 พฤษภาคม 2552 - กรกฎาคม 2552
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 - เมษายน 2552
  • พลัง+งาน ปฏิบัติการพลังงานเพื่อชุมชน ฉบับที่ 1 พฤศจิกายน 2551 - มกราคม 2552
ภาพประกอบลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์
เนื้อหานี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟ คอมมอนส์ 3.0 ประเทศไทย โดยแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

แบ่งปันให้กับเพื่อน

  • email
  • print
  • อ่าน 28 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น

เมนูเพื่อนสร้างสุขภาวะ

  • ภาคีบอกข่าว
  • เรื่องเล่าจากภาคี
  • แนะนำภาคี
  • รอบรู้เรื่องโครงการ
  • มัลติมีเดีย
  • แนะนำสื่อ
  • แกลลอรี่
  • บล็อก
  • รอบรู้สุขภาพโลก

ยอดนิยม

ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เปิดรับสมัคร ครอบครัวหัวใจสีเขียว "สานสุขครอบครัวหัวใจรักษ์โลก"
อ่าน: 1,187

  • กิจกรรม "ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ" ประจำเดือนมิถุนายน 2556

ป้ายคำ

  • การบริหารจัดการแผนงาน
  • กินร้อน ช้อนกลาง
  • ตะขาบปีนกล้วย
  • ธรรมชาติ
  • นักวิ่ง
  • ภาวะข้อเสื่อมหรืออักเสบ
  • หมดอนาคต
  • หมวกกันน็อกเด็ก
  • อิสลาม
  • เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
  • เซลล์
  • เภสัชอาสาพาเลิกบุหรี่
  • เม็ดพลาสติก
  • เรื่องส่วนตัว
  • โภชนาการเหมาะสม
ดูป้ายคำทั้งหมด
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก

ขนาดตัวอักษร

  • ตัวหนังสือขนาดปกติ
  • ตัวหนังสือขนาดปานกลาง
  • ตัวหนังสือขนาดใหญ่

ปรับรูปแบบการแสดงผล

  • ปรับการแสดงผลให้แสดงในรูปแบบปกติ
  • ปรับการแสดงผลให้แสดงสำหรับคนสายตาเลือนราง

ติดต่อเรา

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8
ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ
เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

โทรศัพท์ 02-343-1500
โทรสาร 02-343-1551

แผนที่บน Google Maps

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • เสนอโครงการออนไลน์
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง
แผนผังเว็บไซต์   ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์   Mobile Site
สัญญาอนุญาต cc by-nc-saแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย

Valid XHTML + RDFa Level Double-A conformance icon, W3C-WAI Web Content Accessibility Guidelines 1.0

รวมลิงก์ภายในของสสส.

  • เว็บหลัก สสส.
  • เว็บองค์กร สสส.
  • ผลงาน สสส.
  • ศูนย์ข้อมูล สสส.
  • ค้นหาโครงการ สสส.
  • เว็บคอมมูนิตี้
  • English Site