การเริ่มต้นที่ดี กับการสร้างสุข และการให้อภัย
สำหรับสิ่งที่ดีๆในช่วงเข้าพรรษา
วันเวลาได้หมุนเวียนมาครบอีกวาระ สำหรับช่วงเวลาดีๆ ของพวกเราที่จะเริ่มต้นสิ่งที่ดีๆในกลางปีอีกวาระหนึ่ง หลังจากได้เริ่มต้นจากวันปีใหม่ มาสู่วันสงกรานต์ และช่วงเวลาเข้าพรรษา 3 เดือน
สำหรับผู้ที่คิดว่าจะดำเนินชีวิตแบบเรียบง่าย
สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นสิ่งดีๆ ลด ละ เลิก อบายมุข หรือถือศีล 5
สำหรับผู้ที่ต้องการสงบ กับช่วงเวลาและบรรยากาศที่พาไปของสถานที่ต่างๆ
การเริ่มต้นที่ดี ต้องเริ่มจากภายใน กับการลดความโกรธ ความหลง ความโมโห บางครั้งชีวิตประจำวันของมนุษย์เรามีเรื่องราวให้เข้ามาทำลายสมาธิและจิตวิญญาณที่ดีของแต่ละคนเสมอ บางครั้งการดำเนินชีวิตแต่ละวัน หลายคนอาจไปสร้างความทุกข์ให้ผู้อื่นอย่างไม่รู้ตัว อาจจะด้วยเรื่องงาน เรื่องคำพูด หรือความเข้าใจผิด หรือแม้แต่บุคคลอื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้องไม่ได้ผลประโยชน์ตามที่ต้องการ และเขาได้โกรธเรียบร้อยแล้ว แถมโมโห โกรธา ด่าทออย่างชนิดเอาเป็นเอาตาย ลืมทุกสิ่งที่สร้างภาพไว้ ลืมว่าตนเป็นใคร หลงลืมแม้สถานที่ที่ตนเองได้แสดงอิทธิฤทธิ์ บ่อยครั้งหลายคน อาจพบเจอกับความไม่คาดฝันของสรรพสิ่งที่เรียกตนเองว่า ผู้มีอารยธรรม แสดงอำนาจหลงตนลืมตัว ยกตนข่มผู้อื่น และผู้อื่น เป็นเพียงหญ้าที่สามารถเหยียบย่ำได้
ในช่วงเวลาดีๆของชีวิต หรือช่วงเวลาร้ายๆของชีวิต ทุกคนย่อมพบเจอ ทุกคนย่อมต้องหาทางออก กับเรื่องราว หลายคนอาจมีวิธีที่แตกต่างกันไป บางคนใช้หลัก เกลือจิ้มเกลือ มาดีก็ไปดี มาร้ายก็ร้ายตอบ บางคนใช้วิธีอภัย บางคนกลับมาเครียดเอง ไม่สามารถค้นหาวิธีใดๆได้ จึงมาลงที่สุขภาพของตนเอง
หากจะใช้วิธีใดดีที่สุด คำตอบของแต่ละคนไม่เหมือนกันแน่นอน แต่ลองคิดดูว่า ถ้าใช้วิธีอภัย ไม่โต้ตอบ เพราะผู้ที่โมโห โทโส ด่าทอ พวกเราเหล่านั้นก็อยู่ในไฟแล้ว สีหน้า ดวงตา ชั่งน่าสลดหดหู่ใจ หากการโต้กลับอาจทำให้อีกฝ่ายหยุดได้ แต่เราต่างอะไรกับเขาเล่า ถ้าเราถือคติว่า โกรธ คือ โง่ โมโห คือบ้า จะดีกว่าหรือไม่ ที่สำคัญ หากใครมากล่าวโทษ กล่าวหา หรือดูหมิ่นเหยียดหยาม หาความ หรือพูดจาว่าอีกฝ่ายต้องเป็นเช่นนั้น เช่นนี้ จงรู้เถิดว่า ฝ่ายที่พูดอยู่เคยกระทำมาแล้ว หรือเป็นเช่นนั้น เพราะสามารถพูดได้อย่างเมามัน รู้มากเหลือเกิน
บางครั้งเราอาจทำไม่ได้เต็มร้อย แต่ หากการให้อภัยในตัวเอง และผู้อื่น ไม่หลงคิดตามเขา หรือกระทำเฉกเช่นเขาที่กำลังแสดงฤทธิ์เดชเฉกเช่นยักษ์มาร เราใช่หรือไม่ ที่จะไม่เป็นคนบ้า ลองดูว่า การให้อภัยในตนเองที่กระทำสิ่งใดๆไว้ และบอกตนเองว่าจะไม่ทำเช่นนั้นอีก ไม่นำไฟมาเผาตัวเรา จะดีกว่าไหม ลองพิสูจน์ว่า หากเราให้อภัยผู้อื่นด้วยการไม่เพ้อตามเขา และเห็นว่า เขาทุกข์มากพอแล้ว ที่สามารถเสียเวลามาด่าทอผู้อื่นได้ ทั้งๆที่รู้ว่า จะไม่ก่อประโยชน์ใด แต่ก็ทำ และที่สำคัญ เมื่อเราด่าทออะไรไป สิ่งแรกที่จะได้ยินคือ ตนเอง นอกจากสิ่งที่เป็นพฤติกรรมต่างๆที่ยิ่งรุนแรงเล่า ไม่ว่าจะเป็นการฆ่ากัน ทำร้ายด้วยกำลังกัน จะยิ่งเพิ่มผลลบมากกว่าหลายเท่านัก
วิธีคิดของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกันไปตามสิ่งแวดล้อมที่อยู่ เพราะการขัดเกลาต่างกัน แต่ในช่วงเวลาดีของชีวิตอีก 3 เดือนนี้ เราอยากจะลองมาสร้างสุขด้วยการให้อภัยต่อตนเองและผู้อื่นดูไหม
| เอกสารแนบ | ขนาด |
|---|---|
| img_1468.jpg | 381.18 KB |
| img_1430.jpg | 324.74 KB |
ป้ายคำ
แบ่งปันให้กับเพื่อน
- บล็อกของ รองศาสตราจารย์ ดร.กัญญามน อินหว่าง
- อ่าน 33 ครั้ง




แสดงความคิดเห็น