การท่องเที่ยวครบวงจร
ความสำคัญและที่มาของปัญหา
การนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินธุรกิจได้กลายเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ โดยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตามลักษณะของธุรกิจแต่ละประเภท ซึ่งไม่ขัดกับหลักของการแสวงหากำไร หรือแสวงหาผลกำไรจนเกินควรจากการเบียดเบียนประโยชน์ของสังคมโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะก่อให้เกิดวิกฤตตามมา ตลอดจนให้คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรในธุรกิจอย่างประหยัด และอย่างมีคุณภาพและเน้นการบริหารความเสี่ยงต่ำจากการศึกษาการใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของ กัญญามน อินหว่าง และวัลลภา ศรีทองพิมพ์(2551) พบว่า ความพอเพียงตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงจะต้องประกอบด้วยคุณลักษณะ 3 ประการ คือ ความพอประมาณ หมายถึง ความเหมาะสมของการดำเนินกิจการ ทั้งในแง่ของขนาดของธุรกิจที่ไม่เล็กเกินไป หรือไม่ใหญ่จนเกินตัว แต่เป็นไปตามอัตภาพและสภาพแวดล้อม รู้จักทำเป็นขั้นตอนเพื่อให้การดำเนินงานมีความก้าวหน้า ความมีเหตุผล คือ การพิจารณาที่จะดำเนินงาน ด้วยความถี่ถ้วนรอบคอบ คำนึงถึงเหตุและปัจจัยแวดล้อมทั้งหมด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง เกิดประสิทธิผล เกิดประโยชน์และความสุข ความมีเหตุผลในหน่วยการผลิตหรือภายในตัวกิจการเอง กับความมีเหตุผลระหว่างตัวกิจการกับหน่วยอื่นๆ ในสังคม
การส่งเสริมอุตสาหกรรมมีกระบวนการพัฒนา จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้น พบว่า แนวทางของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Tourism Industry) ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจหลายประเภททั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรง และธุรกิจที่เกี่ยวข้องทางอ้อมหรือธุรกิจสนับสนุนต่าง ๆ การซื้อบริการของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ถือได้ว่าเป็นการส่งออกที่มองไม่เห็นด้วยสายตา (Invisible Export) เพราะเป็นการซื้อด้วยเงินตราต่างประเทศ การผลิตสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ที่นักท่องเที่ยวซื้อ ถือว่าเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งผลประโยชน์จะตกอยู่ในประเทศ และจะช่วยให้เกิดงาน หรืออาชีพอีกหลายแขนง นอกจากนี้ทางด้านสังคมการท่องเที่ยวเป็นการพักผ่อนคลายความตึงเครียดพร้อมๆกับการได้รับความรู้ ความเข้าใจในวัฒนธรรมที่ผิดแผกแตกต่างออกไป อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจึงเป็นแหล่งที่มาของรายได้ในรูปเงินตราต่างประเทศซึ่งจะมีส่วนช่วยเสถียรภาพให้กับดุลการชำระเงินได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้การท่องเที่ยวยังมีบทบาทช่วยกระตุ้นให้มีการนำเอาทรัพยากรของประเทศมาใช้ประโยชน์กันอย่างกว้างขวาง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีผลอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกันก็เป็นอุตสาหกรรมที่มีการบริโภคสูง และเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม การที่ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะหันมาให้ความสำคัญต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมและการมีความเอื้ออาทรต่อธุรกิจประเภทเดียวกัน ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาการท่องเที่ยวเป็นไปในทิศทางยั่งยืน จากการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พบว่ามีการกำหนดจัดโครงการ Thailand TOURISM AWARDS หรือ รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันในเชิงคุณภาพของการบริหาร และการบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสาขาต่างๆ เพื่อประโยชน์ทางด้านธุรกิจและด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศ ทั้งด้านธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมให้ยั่งยืน รวมทั้งเป็นการยกย่องและให้กำลังใจแก่ผู้ประกอบการที่สร้างคุณประโยชน์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม นอกจากนั้นหลักเกณฑ์ในการพิจารณารางวัลได้เน้นถึงแนวทางการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการบริหารจัดการธุรกิจต่างๆด้วยการใช้หลักธรรมาภิบาล การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมให้ยั่งยืน ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางที่สำคัญต่อวิถีการดำเนินธุรกิจด้วยการประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ระดับกลุ่มและระดับองค์กรได้ ธุรกิจการท่องเที่ยวด้านการบริการประเภทที่พักแรมนั้น มีการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปในทางบวกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นในด้านของความเป็นอยู่ ด้านการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่ที่ดีขึ้น รวมไปถึงด้านเศรษฐกิจที่มีการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจในจังหวัดให้เกิดการตื่นตัวขึ้น จึงทำให้เกิดการพัฒนาและเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลดีต่อคน ชุมชน สังคมและเศรษฐกิจในจังหวัดที่ดีขึ้น โดยเริ่มจากด้านการเพิ่มรายได้ ด้วยสภาพของภูมิอากาศและสภาพของภูมิประเทศที่เหมาะต่อการทำเกษตรกรรม รวมถึงลักษณะของดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีผลผลิตที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นที่ต้องการของตลาด จึงส่งผลให้เกิดการนำผลผลิตออกขายสู่ตลาดทำให้แต่ละครัวเรือนมีรายได้หลักจากการทำเกษตรกรรมและการประกอบธุรกิจที่พักแรมทั้งของชุมชนและเชิงพาณิชย์
ธุรกิจประเภทบริการด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สามารถเติบโต และสร้างรายได้ให้กับประเทศมาโดยตลอด และถือว่าเป็นธุรกิจที่ควรให้การสนับสนุนให้ยั่งยืนต่อไป ซึ่งการบริหารจัดการให้ธุรกิจการท่องเที่ยวอยู่รอดได้จึงต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถของผู้ประกอบการในการบริหารด้านต่างๆ และที่สำคัญ คือ ความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเป็นกลไกจำเป็นที่เอื้อต่อการสร้างความเข้มแข็งของกิจการในระยะยาว ปัจจัยหนึ่งในปัจจัยหลายประการที่ทำให้การประกอบธุรกิจนำเที่ยวประสบความสำเร็จในการสร้างความสามารถในการแข่งขันแก่กิจการ คือ การร่วมมือกับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะธุรกิจนำเที่ยวเป็นธุรกิจที่อาศัยและต้องผสมผสานสินค้าและบริการท่องเที่ยวประเภทต่างๆเข้าด้วยกัน จึงต้องมีการพึ่งพาเกี่ยวพันกับธุรกิจอื่นๆในเชิงร่วมมือทางธุรกิจในระดับต่างๆ โดยการบูรณาการที่ดึงความร่วมมือทุกส่วนผนวกไว้รวมกันอย่างครบวงจร หลักการที่สำคัญ คือ การสร้างความร่วมมือ ในลักษณะการรวมกลุ่มวิสาหกิจ (Cluster) เพื่อเสริมสร้างจุดเด่นและแก้ไขจุดอ่อนของกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เข้มแข็งมากขึ้น โดยการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อความอยู่รอด สร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความสามารถในการปรับตัวตามสถานการณ์ และเพิ่มทักษะของบุคลากรและกิจการจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์
อย่างไรก็ตาม การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ (Business to business networking) เป็นวิธีการร่วมมือระหว่างธุรกิจและมีรูปแบบต่างๆ ตลอดจนวิธีการสร้างความสัมพันธ์ และการทำธุรกิจร่วมกัน เพื่อให้ธุรกิจในเครือข่ายนั้นสามารถทำงานที่แต่ละคนทำตามลำพังไม่ได้ โดยที่ธุรกิจเครือข่ายทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน เสมือนเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ เพราะดำเนินการร่วมกัน เพื่อประโยชน์ร่วมกัน จึงมีความสามารถสูงกว่า ประสิทธิภาพสูงกว่า ความคล่องตัวสูงกว่า และความคิดริเริ่มดีกว่า ที่ธุรกิจแต่ละแห่งจะทำตามลำพัง ธุรกิจเครือข่าย จะทำให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถอยู่รอด และ แข่งขันกับธุรกิจระดับโลกได้ ดังนั้น การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เป็น “เทคโนโลยี” ทางการจัดองค์กร เพื่อให้ วิสาหกิจขนาดเล็กหลาย ๆ แห่ง รวมตัวเพื่อให้ได้ประโยชน์เท่ากับ วิสาหกิจขนาดใหญ่ ในด้านที่รวมตัวกัน ในขณะที่ยังคงรักษาจุดเด่นของธุรกิจขนาดเล็กไว้ ในด้านที่ได้ได้รวมตัวกันด้วย การจัดองค์กรเช่นนี้ จะต้องออกแบบให้เหมาะกับสภาพในท้องที่ คือ สภาพของภาคอุตสาหกรรม (economic sectors) สภาพของนักธุรกิจ (entrepreneurs) และ วัฒนธรรมของกลุ่ม (business cultures) อย่างไรก็ตาม การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ จะสร้างความเปลี่ยนแปลง ทำให้ธุรกิจก้าวไปสู่การบริหารสมัยใหม่ได้ จากการเป็นธุรกิจลอกเลียนแบบ ไปสู่ธุรกิจที่มีความชำนาญพิเศษ และมีความคิดริเริ่ม จากการเป็นธุรกิจที่จ่ายค่าจ้างแรงงานต่ำ ไปสู่ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูง และคุณภาพสูงจากการเป็นธุรกิจที่เน้นเฉพาะการผลิต ไปสู่ธุรกิจที่เน้นการบริการ จากการเป็นธุรกิจในครอบครัว ไปสู่ธุรกิจที่บริหารอย่างมืออาชีพ จากการเป็นธุรกิจที่ห่างแต่เรื่องรักษาความลับของตน ไปสู่การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ที่กว้างขวาง จากการเป็นธุรกิจที่อยู่โดดเดี่ยว ไปสู่การร่วมเครือข่ายธุรกิจในเชิงกลยุทธ์ (strategic business alliances )
จากการศึกษาธุรกิจด้านการท่องเที่ยว พบว่า มีธุรกิจที่เชื่อมโยงธุรกิจการบริการประเภทท่องเที่ยวมากมายที่สามารถสร้างรายได้และสามารถทำให้ธุรกิจครบวงจรได้ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกทางการท่องเที่ยว (Tourism Facilities) ได้แก่ ธุรกิจทางด้านที่พัก ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจการนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ธุรกิจการขนส่ง รวมไปถึงธุรกิจจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึก ดังนั้น การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันของผู้ประกอบการและการพัฒนาเครือข่ายทางธุรกิจ จำเป็นต้องสร้างเครือข่ายให้ครบวงจร
จากการศึกษากระบวนการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ทางธุรกิจตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พบว่า ผู้ประกอบการและ/ หรือ ผู้บริหารที่พักแรม จำนวน 63 ราย ได้ให้ข้อมูลด้านกระบวนการดำเนินการในการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ จากผลการวิจัย พบว่า ในด้านภูมิคุ้มกันที่ดี ผู้ประกอบการมีการเรียนรู้ระบบธุรกิจการบริการกับเครือข่ายประเภทเดียวกันมีการเรียนรู้ระบบธุรกิจการบริการกับเครือข่ายประเภทเดียวกันมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 4.90 รองลงมาคือ มีการตรวจสอบการใช้จ่ายด้านการจัดกิจกรรมของเครือข่ายธุรกิจร่วมกันทุกปี(การทำเอกสารแผ่นพับ/ การทำ Website) มีค่าเฉลี่ยที่ 4.80 <?xml:namespace prefix = o />
วิธีการดำเนินการด้านการสร้างเครือข่ายเรียนรู้กับธุรกิจอื่นในด้านการจัดการทรัพยากรด้วยวิถีทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
มีการร่วมจัดกิจกรรม อบรม ร่วมแสดงความคิดเห็นด้านธุรกิจกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องภายในชุมชน เช่น ธุรกิจโรงแรมในจังหวัดเดียวกัน และร่วมประชุมกับกลุ่มธุรกิจของประเทศ โดยเฉพาะการออกร้านค้ามี การรวบรวมและจัดทำเอกสารเพื่อการเผยแพร่ความรู้ มีส่วนสนับสนุนภูมิปัญญาชาวบ้านของท้องถิ่นร่วมกัน
จากการศึกษาเส้นทางเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยว พบว่า เครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยวมีความสัมพันธ์กันในด้านการส่งเสริมธุรกิจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะในด้านการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ จากการศึกษา พบว่า มีความสอดคล้องกับแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในด้านความพอประมาณในการสร้างเครือข่ายระหว่างธุรกิจในพื้นที่เดียวกัน นอกจากนั้น ยังพบว่า ความมีภูมิคุ้มกันที่ดีในด้านการลงทุนแบบค่อยเป็นค่อยไป มีการเกื้อกูลกันระหว่างธุรกิจประเภทเดียวกัน และธุรกิจท่องเที่ยวอื่น เช่น ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจสปา ธุรกิจบริษัททัวร์ จากการศึกษาพบว่า ธุรกิจท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีการสร้างเครือข่ายร่วมกันกับธุรกิจประเภทเดียวกัน ก่อนที่จะสร้างเครือข่ายกับธุรกิจอื่น โดยมีการจัดตั้งสมาคม การรวมกลุ่มธุรกิจในจังหวัดและในภูมิภาคเดียวกัน รวมทั้ง และธุรกิจท่องเที่ยวที่อยู่ต่างจังหวัด เพื่อเป็นการสร้างธุรกิจให้ครบวงจร ที่พักแรมส่วนใหญ่มีการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันกับธุรกิจการบริการอื่น ๆ มีการร่วมจัดตั้งสมาคมที่พักแรม การเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเชื่อมสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการฝึกอาชีพ การมีกิจกรรมกีฬาเชื่อมสัมพันธ์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญต่อการสร้างเครือข่ายและเป็นการสร้างกลยุทธ์ด้านการสร้างห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่ดีด้านกิจกรรมภายนอก
สำหรับการสร้างเครือข่ายกับธุรกิจร้านค้า ธุรกิจนำเที่ยว ส่วนใหญ่ยังคงเน้นทุกภาค เพราะเป็นเครือข่ายทางธุรกิจที่จะสามารถสร้างช่องทางการตลาดได้อย่างดี โดยเฉพาะบริษัททัวร์ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการร่วมเครือข่ายกับที่พักแรมทุกประเภท ซึ่งมีการร่วมเรียนรู้กันในด้านการตลาด และการสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าของแต่ละกลุ่ม ด้วยการที่บริษัททัวร์จะมีการประชุมกับที่พักแรมด้านคุณภาพการบริการ และสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด รวมทั้งที่พักแรมจะต้องทำความเข้าใจถึงแนวทางการให้บริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก การร่วมดำเนินการจัดทำ Website ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวทั้งของภาคเอกชนและภาครัฐ การบริการรถขนส่งระหว่างที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมีการสร้างเครือข่ายระหว่างธุรกิจ การหาแนวทางการวางแผนกลยุทธ์ในด้านจุดเด่นของจังหวัดร่วมกัน และมีความร่วมมือกับภาครัฐ เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล และสถานีตำรวจพื้นที่ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมทั้งร่วมเป็นอนุกรรมการสมาพันธ์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ยังพบว่า ธุรกิจมีวิธีการดำเนินการด้านการสร้างเครือข่ายกับธุรกิจอื่นในด้านการจัดการทรัพยากรด้วยวิถีทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีการร่วมจัดกิจกรรม อบรม ร่วมแสดงความคิดเห็นด้านธุรกิจกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องภายในชุมชน เช่น กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวมีการรวมกลุ่มจัดงานการออกร้านค้า การจัดสินค้าจำหน่าย การจัดงานท่องเที่ยวทั่วไทย มีการรวบรวมและจัดทำเอกสารเพื่อการเผยแพร่ความรู้ มีส่วนสนับสนุนภูมิปัญญาชาวบ้านของท้องถิ่น สำหรับในด้านแนวคิดของผลประโยชน์ของการสร้างเครือข่ายมีความสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทั้งในด้านการมีภูมิคุ้มกันที่ดีและการมีคุณธรรม ในด้านการเกื้อกูลต่อกันทั้งในด้านความรู้ทางธุรกิจแบบแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน การทำให้เครือข่ายแข็งแรงจะต้องอาศัยการพัฒนาสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ผ่านระบบการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งในรูปแบบของการฝึกอบรม การศึกษาดูงาน การสัมมนา และที่สำคัญที่สุด คือ การเรียนรู้จากการปฏิบัติร่วมกัน การเรียนรู้ต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้เกิดองค์ความรู้ในการพัฒนา และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่อยู่บนพื้นฐานของประสบการณ์จริง ดังนั้น การจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างและสะสมองค์ความรู้ที่สามารถนำไปปรับใช้และเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา นอกจากนั้นยังพบว่า การสร้างเครือข่ายธุรกิจของการท่องเที่ยว ยังมีความสัมพันธ์กับการสร้างเครือข่ายทางสังคม โดยมีความสัมพันธ์หรือความเชื่อมโยง (linkage) ต่าง ๆ ของผู้กระทำทางสังคมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นบุคคล กลุ่ม หรือองค์กร ศึกษากระบวนการ (process) ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและระหว่างกลุ่ม เน้นถึงกระบวนการปรับตัวและความสามารถในการปรับตัวและแปรเปลี่ยนไปตามสถานภาพ บทบาทของบุคคลและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป (ดังภาพประกอบใน File attachments)
| เอกสารแนบ | ขนาด |
|---|---|
| ruupphaaph1.png | 86.61 KB |
ป้ายคำ
แบ่งปันให้กับเพื่อน
- บล็อกของ รศ.กัญญามน อินหว่าง
- อ่าน 76 ครั้ง



แสดงความคิดเห็น