วันอนุรักษ์และรักษาคูคลองแห่งชาติ

เมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อน พ.ศ. ๒๕๓๗
ภาพคลองแสนแสบในจินตนาการของผู้คน โดยเฉพาะคนเมืองหลวงคงไม่พ้นภาพคลองน้ำครำสายใหญ่
สายยาวที่สุดของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะนับจากต้นคลองที่สะพานผ่านฟ้า
ผ่านย่านราชเทวี ประตูน้ำ คลองตัน จนถึงบางกะปิ
ขณะที่คลองส่วนนอกก็รกเรื้อเต็มไปด้วยวัชพืช เช่น หญ้าคา ผักตบชวา
ประชาชนไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดๆ จากคลองสายนี้อีกแล้ว ลบภาพคลองแสนแสบที่มีน้ำใส
และสองฟากฝั่งคลองที่สะท้อนภาพในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เป็นเพียงภาพฝัน
กลายเป็นอดีตอันขมขื่นของผู้เกิดและเติบโตมากับคลองสายนี้
แม้ว่าชาวบ้านจะพยายามกันแล้ว แต่ก็เสมือนว่าเกินกำลัง
เพราะปัญหาของคลองแสนแสบมิได้เกิดขึ้นเพียงวันสองวัน และไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ
แต่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ผู้มักง่ายและไม่รู้คุณค่า
กลางปี พ.ศ.
๒๕๓๗ มีกลุ่มบุคคลผู้รักน้ำ และอับอายที่เห็นคู คลอง ทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
กลายเป็นท่อน้ำครำขนาดใหญ่ ประจานความดูดายและมักง่ายของคนไทย กลุ่มบุคคลที่ว่านี้
ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกรุงเทพมหานคร
ร่วมด้วยกองทัพบก ซึ่งในขณะนั้น คือ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร พล.ท.สำเภา ชูศรี
ยังมี นายธรรมนูญ หวั่งหลี นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ นายขรรค์ชัย บุนปาน
ตลอดถึงอธิบดีกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือสถาบันการศึกษา
ตั้งแต่สถาบันราชภัฏจันทรเกษม สถาบันราชภัฏฉะเชิงเทรา หรือราชนครินทร์ในปัจจุบัน
สถาบันราชภัฏเพชรบุรี ลงมาถึงโรงเรียนมัธยมและประถมศึกษา
ในสังกัดกรมสามัญศึกษาและสังกัดกรุงเทพมหานคร รวมทั้งแกนนำประชาชนริมคลองแสนแสบ
อย่างนายวินัย สะมะอุน เป็นต้น ได้รวมตัวกันขึ้นในรูปของคณะกรรมการ
และตั้งชื่อโครงการว่า "โครงการรวมใจภักดิ์
รักษ์คลองแสนแสบ"
คณะกรรมการชุดนี้ถือกำเนิดขึ้นดุจเดียวกับคณะกรรมการทอดผ้าป่าสามัคคี
คือใครสนใจเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการได้ทุกคน ช่วยกันคนละไม้คนละมือ
โดยมุ่งหวังอย่างเดียว
คือร่วมกันดูแลและพัฒนาคลองแสนแสบที่มีความสำคัญในอดีตให้มีสภาพดีขึ้น
ทุกฝ่ายได้ช่วยกันจัดกิจกรรมตามวาระเพื่อหาทางฟื้นฟูลำคลองสายนี้เรื่อยมา
โดยเฉพาะเมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๓๗
ได้รวมพลังครั้งใหญ่รณรงค์ทำความสะอาดคลองแสนแสบตลอดสาย ทั้งทหาร ตำรวจ นักเรียน
นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และประชาชนทั่วไป
ได้ร่วมใจกันพัฒนาคลองแสนแสบ เก็บขยะ กำจัดผักตบชวา พงอ้อพงแขม
จนลำคลองสะอาดโล่งเตียน และเรือสามารถผ่านได้ตลอดลำคลอง
กระทั่งวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๓๗ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จประพาสทางเรือ จากท่าน้ำสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
ไปจนถึงประตูน้ำท่าไข่ จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมระยะทางทั้งสิ้น ๗๒ กิโลเมตร ใช้เวลา ๕
- ๖ ชั่วโมง
การเสด็จประพาสทางเรือครั้งนี้สร้างความปลื้มปีติแก่พสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้
และเป็นที่มาของความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่จะสืบสานปณิธาน
และพระดำรัสของพระองค์ที่ว่า "คลองแสนแสบเป็นคลองสำคัญในประวัติศาสตร์
ที่สมควรได้รับการดูแลรักษาต่อไป"
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.vcharkarn.com/varticle/41502
แบ่งปันให้กับเพื่อน
- บล็อกของ devil
- อ่าน 22 ครั้ง


แสดงความคิดเห็น