สกว. จัดสัมมนาเครือข่ายความร่วมมือแก้จนในพื้นที่ 17 จังหวัด
กรุงเทพฯ : 6 ก.ย. 53 สกว. จัดสัมมนาเครือข่ายความร่วมมือแก้จนในพื้นที่ 17 จังหวัด
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดสัมมนานำเสนอผลการดำเนินงานโครงการความร่วมมือเพื่อการแก้ปัญหาความยากจน การพัฒนาสังคม และสุขภาวะ ในพื้นที่ 17 จังหวัด ระยะที่ 2 ระหว่างวันที่ 6-7 กันยายน 2553 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพมหานคร
ทรรศิน สุขโต หัวหน้าโครงการและผู้ประสานงานเครือข่ายพื้นที่เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่บทเรียนจากการปฏิบัติจริงของพื้นที่ 17 จังหวัด ในเรื่องขบวนการและกระบวนการ การเปลี่ยนแปลงจากฐานล่างด้วยการจัดการข้อมูล และการจัดการความสัมพันธ์เพื่อการเปลี่ยนแปลงแบบ “ระเบิดจากด้านใน” ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยมีภาคีพัฒนางานพื้นที่และภาคีสนับสนุนเข้าร่วมจำนวนกว่า 300 คน นอกจากนี้เครือข่ายพื้นที่ยังได้ร่วมประเมินผลเพื่อกำหนดทิศทางในระยะต่อไปอีก 18 เดือน
การสัมมนาครั้งนี้มีครัวเรือนตัวอย่างจากพื้นที่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตโดยเกิดจากการลงมือบันทึกบัญชีรับจ่ายครัวเรือนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความสำเร็จจำนวนมาก แต่ที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมมากที่สุดคือ “น้องโบลิ่ง” ด.ญ.อรจิรา ศรีมันตะ อายุ 11 ปี จากจังหวัดอุบลราชธานี ที่มาพร้อมกับพี่สาวและคุณแม่ น้องโบลิ่ง ได้นำเสนอประสบการณ์ของตนว่า “ได้รู้จักบัญชีครัวเรือนผ่านเสียงประกาศทางหอกระจายข่าวจากผู้ใหญ่บ้านเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา จึงได้ลงมือบันทึกรายรับค่าใช้จ่ายประจำวันที่ได้รับไปโรงเรียนเพื่อเป็นค่าอาหารและค่าขนม โดยเงินที่เหลือก็นำมาหยอดกระปุกออมสินไว้ เมื่อเห็นตัวเลขของแต่ละเดือนจึงคิดหาวิธีให้มีรายได้เพิ่ม จึงขอคุณแม่ให้ช่วยซื้อขนมและผลไม้เพื่อนำไปแบ่งขายให้เพื่อนที่โรงเรียน ส่งผลให้ปัจจุบันมีเงินออมจำนวน 5,000 บาท” ด้านนางราตรี ศรีมันตะ ได้กล่าวเสริมว่า “ผลดีจากการทำบัญชีครัวเรือนอีกอย่างคือ เมื่อเห็นตัวเลขเรื่องค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เช่น ค่าเหล้า ค่าบุหรี่ ได้นำมาพูดคุยกันภายในครอบครัวโดยเปรียบเทียบกับค่าอาหาร ทำให้พ่อบ้านตัดสินใจที่จะลดละสุราลงได้ ครอบครัวก็มีความสุขเพิ่มขึ้น”
นอกจากกรณีน้องโบลิ่ง จากอุบลราชธานี ยังมีนวัตกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้จากข้อมูลรับจ่ายครัวเรือนอีกหหลายกรณี เช่น ธนาคารแรงงาน จากจังหวัดชัยภูมิ เกิดจากที่เห็นตัวเลขเรื่องค่าจ้างแรงงานภาคการเกษตร จึงได้ก่อตั้งกลุ่มคนที่มีจิตใจดีงามในการช่วยเหลือคนอื่นและสังคม เพื่อออกทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ เช่นการลงแรงดำนา เกี่ยวข้าว หรือแม้แต่ช่วยงานต่างๆ ที่มีขึ้นในชุมชน
ด้าน ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้ให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่า “โครงการนี้ดำเนินงานต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2548 ได้ก่อให้เกิดพลังริเริ่มสร้างสรรค์จากกระบวนการเรียนรู้ โดยมีการนำข้อมูลเช่นการทำบัญชีรับ-จ่ายครัวเรือน นำสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับครัวเรือนและสามารถปรับลดปลดหนี้ได้ ในระดับชุมชนเกิดกิจกรรมร่วมกันที่เป็นรูปธรรม ในระดับอำเภอและระดับจังหวัดเป็นจุดเชื่อมประสานและขยายผลความสำเร็จให้มากยิ่งขึ้น และยังมีโจทย์ที่ต้องหาวิธีการเพื่อการขยายผลให้มากที่สุดโดยที่คุณภาพไม่ลดลง”
การสัมมนาครั้งนี้ผู้จัดมุ่งหวังให้เห็นบทเรียนจากการปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อผู้สนใจได้นำบทเรียนไปปรับใช้อย่างสอดคล้องกับบริบทและศักยภาพ อีกทั้งคาดหวังที่จะเห็นความร่วมมือในการสนับสนุนการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่เสริมพลังแต่ไม่เพิ่มภาระ และเพื่อให้ขยายการพัฒนาทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ตามทิศทาง “ระเบิดจากด้านในด้วยข้อมูลและความรู้” ได้อย่างมีกำลังใจและเห็นผลการปฏิบัติได้ดียิ่งขึ้น
แบ่งปันให้กับเพื่อน
- บล็อกของ prachasangkom
- อ่าน 1189 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น