ข้ามสู่เนื้อหาหลัก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ Thaihealth.or.th

รวมลิงก์ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์

  • ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์
  • กล่องค้นหาในเว็บไซต์
  • ไปยังเนื้อหาหลัก
  • ไปยังเมนูหลัก
  • ไปยังด้านบนสุด
  • แผนผังเว็บไซต์ Sitemap

ส่วนของสมาชิก

  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
คลิกที่นี่เพื่อต้องการปิดส่วนของเข้าระบบ

บัญชีผู้ใช้

ช่องที่มีเครื่องหมาย * หมายถึงช่องที่จำเป็นต้องกรอกข้อมูล
ข้อมูลเข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • ลืมรหัสผ่าน
กด ESC หรือปุ่ม ปิด เพื่อปิดหน้าต่างนี้

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง

ขณะนี้คุณอยู่ที่:

  • หน้าแรก
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
  • บล็อก
  • มือปราบหน้าใสหัวใจไร้แอลกอฮอล์

มือปราบหน้าใสหัวใจไร้แอลกอฮอล์

โดย prachasangkom | วันที่ 30 มิถุนายน 2553

รวมพลังเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็ง เพื่อเฝ้าระวังภัยแอลกอฮอล์

 

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้กลายเป็นเสมือนหนึ่งในเครื่องดื่มแก้กระหายที่พบเห็นและหาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าทั่วไป  และมีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่พึงพอใจในรสชาดของมัน  แม้จะรู้ว่าเมื่อบริโภคเป็นจำนวนมากจะเกิดผลเสียต่อร่างกาย  ทั้งจากอาการมึนเมาจนควบคุมสติและร่างกายของตัวเองไม่ได้  หรืออาจเสียชีวิตหากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดมากเกินไป  และจะต้องเสียชีวิตจากโรคตับแข็งเมื่อดื่มสะสมเป็นระยะเวลานานหลายปี  แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้นักดื่มเกรงกลัวแต่อย่างใด 
 
รัฐบาลไทยโดยการผลักดันและกดดันจากคนหลายกลุ่ม   ที่เห็นว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์น่าจะจัดอยู่ในหมวดหมู่ของสิ่งเสพติดชนิดหนึ่ง  เพราะเมื่อเสพแล้วให้ผลคล้ายกัน  การจำหน่าย และการเสพน่าจะเป็นสิ่งผิดกฎหมายเหมือนยาเสพติดประเภทอื่นๆ  ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องออกพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551  มีข้อห้ามหลายอย่างเกี่ยวกับการจำหน่าย  และจำกัดสถานที่ดื่ม  และก็ได้ผลในระดับหนึ่ง  มาถึงวันนี้นับเป็นเวลากว่า 2 ปีที่ พรบ.มีผลบังคับใช้  ซึ่งหากพูดกันแบบตรงไปตรงมาเรียกได้ว่า  กฎหมายอาจสร้างความลำบากในการดื่มมากขึ้น  แต่ไม่ได้ลดจำนวนของนักดื่มลงเลย  นั่นแสดงให้เห็นว่าหยาดเหงื่อและความทุ่มเทของคนที่ทำงานผลักดันกฎหมายฉบับนี้  ยังไปไม่ถึงดวงดาวเพราะยังไม่บรรลุเจตนารมณ์ขั้นสูงสุดคือ การเลิกเหล้า
 
คนชนบทหลายคนได้ยึดถือการดื่มสุราให้เป็นวิถีหนึ่งในชีวิตของตัวเอง  ชาวบ้านบางคนขายแรงงานได้วันละไม่กี่สิบบาท  เพื่อนำมาเป็นค่าเหล้า  หลายครอบครัวต้องสูญเสียช้างเท้าหน้าและบุตรหลานของพวกเขาไป  จากการดื่มสุราจนนำไปสู่การเสียชีวิตในหลายๆสาเหตุ  นี่คือความจริงที่ยังเกิดขึ้นกับสังคมไทย
 
การทำให้คนเลิกเหล้าได้เองน่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด  หากคิดจะลดจำนวนนักดื่มลง  แนวคิดนี้มีคนหลายกลุ่มหลายองค์กร  พยายามที่จะทำให้เป็นจริง  แต่ก็ต้องยอมจำนนให้กับดีกรีที่อยู่ในขวด  ทำให้ วิทยา  บุญฉวี  ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดอุบลราชธานี  ต้องหาวิธีการใหม่ที่จะต่อสู้กับน้ำเพชฌฆาต  เขาต้องลงไปฝังตัวที่บ้านนาห้าง  ชุมชนเล็กๆเรียบลุ่มน้ำโขง  อำเภอโพธิ์ไทร  จ.อุบลฯ  นานแรมปี  เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย   หากแต่กลุ่มที่ว่ากลับไม่ใช่นักดื่มที่คนทำงานด้านนี้น่าจะต้องจู่โจมเป็นอันดับแรก  แต่กลุ่มเป้าหมายของเขาก็คือ  เด็กๆในชุมชน 
 
วิธีการของวิทยาไม่ได้ไปพูดเรื่องการงดเหล้าแม้แต่น้อย  เขาใช้วิธีการมีส่วนร่วมในชุมชน  เริ่มจากเด็กๆที่ต้องศึกษาเรียนรู้รากเหง้าของตัวเอง  รื้อฟื้นสื่อชุมชนอย่างการร้องสรภัญญะคืนกลับมา  หรืออะไรก็ตามที่จะทำให้พวกเด็กๆได้ค้นพบตัวตนของตัวเอง  ทำให้ไม่ยากเลยที่จะชักชวนผู้ใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมด้วย  หรือแม้กระทั่งผู้นำชุมชนเองก็ยังอยากที่จะเข้ามาดูว่าลูกหลานทำอะไรกัน  นั่นจะเข้าทางของวิทยาทันที  เขาใช้โอกาสนี้ค่อยๆเติมเรื่องพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านลูกหลานของชาวบ้านเอง  มันเป็นวิธีที่แสนคลาสสิก  ง่ายๆแต่ได้ผล  ผู้ใหญ่อายเด็ก  หลายคนเลิกเหล้าได้เอง  ทำให้ปัจจุบันชุมชนแห่งนี้กลายเป็นชุมชนปลอดเหล้าและได้รับการยกย่องจากองค์กรอื่นว่าเป็นโครงการที่ทำได้จริง
 
การรณรงค์งดเหล้าผ่านเด็กๆจึงเป็นยุทธวิธีที่วิทยา  บุญฉวี  ใช้มาจนถึงทุกวันนี้  ซึ่งเขาพยายามหาแนวทางใหม่ๆเข้ามาประยุกต์เพื่อขยายผลการทำงาน  เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา  เขาได้ร่วมกับ เครือข่ายละครรณรงค์งดเหล้า(ดีดี๊ดี) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)เปิดอบรมหลักสูตรทักษะการแสดงละครให้กับเยาวชนจากหลายพื้นที่ของจังหวัดอุบลฯประมาณ 50 คน ที่อิงนภารีสอร์ทแอนด์สปา  อำเภอเมืองอุบลราชธานี น้องๆทั้งหมดเป็นแกนนำกลุ่มกิจกรรมขับเคลื่อนงานด้านงดเหล้าในโรงเรียน  ซึ่งหลังจากผ่านการอบรมครั้งนี้แล้ว  เด็กๆกลุ่มนี้จะกลับไปที่โรงเรียนและชุมชน  แล้วจะนำทักษะด้านละครไปประยุกต์ใช้ในงานการรณรงค์งดเหล้าของพวกเขาต่อไป
 
วิทยา  บอกว่าตอนนี้มองเด็กและครูในโรงเรียนเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการเคลื่อนงานงดเหล้า  เพราะจากการวิเคราะห์ที่ผ่านมาพบว่าครอบครัวของเด็กไม่สามารถบอกหรือสอนลูกหลานได้แล้ว  เพราะส่วนใหญ่มัวยุ่งอยู่กับการทำมาหากิน  จึงไม่มีเวลาให้เด็กได้อย่างเต็มที่  จึงเกิดปัญหาขึ้นมากมาย  โดยเฉพาะการดื่มสุราในเด็กและเยาวชนที่เป็นนักดื่มหน้าใหม่นั้นมีเพิ่มขึ้น  ฉะนั้นโรงเรียนจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยดูแลเด็กได้  แต่หากไปบอกแบบบีบบังคับมากเกินไปเด็กก็ไม่ทำตาม  เราจึงต้องหากิจกรรมที่เหมาะสมกับเขามาเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม  และต้องเป็นเชิงบวกด้วย  กิจกรรมละครก็เป็นเครื่องมือเหมือนกัน  วันนี้เรานำเด็กมาจาก 2 กลุ่มหลักๆ คือจากพื้นที่ ต.สำโรงซึ่งเป็นพื้นที่เดิมที่เราทำงานอยู่แต่เรื่องละครเป็นเรื่องใหม่สำหรับพวกเขา  และอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มเยาวชนจาก ต.กาบิน  อ.กุดข้าวปุ้นและกลุ่มที่อยู่ในเมืองอันนี้เป็นกลุ่มใหม่ที่เราทำงานด้วย  คือเราอยากให้เด็กมีความหลากหลายมากขึ้น  ที่มาทั้งหมดนี้เป็นแกนนำทั้งนั้นพอกลับไปพื้นที่พวกเขาก็จะได้เอาตรงนี้ไปประยุกต์ใช้ต่อได้  ซึ่งนอกจากพวกเขาจะได้ในเรื่องของทักษะการเล่นละครแล้วสิ่งที่ได้โดยไม่รู้ตัวคือการฝึกใช้ความคิดสร้างสรรค์  สิ่งนี้สามารถนำไปใช้ทั้งในการดำเนินชีวิตและการเรียนได้

 

การขยายผลการทำงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้ายังไม่หยุดอยู่แค่นี้  วิทยา  บอกว่าหากจะให้ได้ผลดีต้องทำให้ยั่งยืนด้วย  เขาจึงสร้างทายาทในการทำงานขึ้นมาอีกในนาม เครือข่ายพลังเยาวชนรณรงค์เฝ้าระวังภัยแอลกอฮอล์ จ.อุบลราชธานี  ด้วยเหตุผลที่ว่าเยาวชนคือวัยสร้างสรรค์สังคม เปี่ยมด้วยจินตนาการ และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  ซึ่งได้ศุกวสันต์  วงศ์ธนู  หรือบอม  เยาวชนผู้เคยร่วมอุดมการณ์ต่อต้านการดื่มสุราจากอำเภอพิบูลมังสาหาร มาเป็นผู้ประสานงานเครือข่าย ซึ่งเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมาพวกเขาชักชวนเพื่อนๆ  น้องๆเยาวชนจากหลายๆที่มาได้กว่า 100 คน  จนแน่นห้องประชุมเล็กๆของวัดทุ่งศรีเมือง  พวกเขาคือสมาชิกของเครือข่ายที่จะกลับไปเฝ้าระวังภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ของตน  วันนี้พวกเด็กๆได้รับการติดอาวุธทางปัญญาโดยให้ความรู้ทั้งพิษภัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยังได้ฝึกฝนวิธีการทำสื่อหลายอย่าง  เช่น  การเขียนข่าว  การอ่านข่าว  การเป็นผู้ประกาศ  สิ่งเหล่านี้พวกเขาจะต้องใช้ในการทำงานเฝ้าระวัง
 
กิจกรรมทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในวิถีแห่งการต่อสู้กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชนที่เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างและได้ผลงานเป็นรูปธรรมมากขึ้น  และมากกว่างานของผู้ใหญ่  ที่จัดขึ้นในวันเดียวกัน  โดยได้ออกมาประกาศเจตนารมณ์เรื่องการงดเหล้าบนเวทีใหญ่ยักษ์กลางทุ่งศรีเมือง  ท่ามกลางผู้เข้าร่วมจำนวนมากกว่าเด็กๆในห้องเล็กๆนี้หลายสิบเท่า  แต่หลังจากนี้ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
การผลักดันนโยบายสาธารณะในการบังคับใช้ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 กรณีสถานศึกษาเป็นเขตปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสร้างกระแสในพื้นที่ให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนคติเกี่ยวกับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นภารกิจหลักที่เด็กๆจะต้องกลับไปทำงานหลังจากวันนี้ 
 
ทีมข่าว ศสอ./รายงาน

 

แบ่งปันให้กับเพื่อน

  • บล็อกของ prachasangkom
  • email
  • print
  • อ่าน 957 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น

เมนูเพื่อนสร้างสุขภาวะ

  • ภาคีบอกข่าว
  • เรื่องเล่าจากภาคี
  • แนะนำภาคี
  • รอบรู้เรื่องโครงการ
  • มัลติมีเดีย
  • แนะนำสื่อ
  • แกลลอรี่
  • บล็อก
  • รอบรู้สุขภาพโลก

ยอดนิยม

ยังไม่มีเนื้อหาใดๆ ในส่วนนี้

ป้ายคำ

  • ก้าวทันกระแส
  • ครอบครัว
  • คอลัมน์พิเศษประจำวันศุกร์
  • จดหมายข่าว สสส.
  • ธรรมชาติ
  • บอร์ดสนทนา
  • บุหรี่
  • พระราชกรณียกิจ
  • สถานการณ์น้ำท่วม
  • สุพจน์ อินหว่าง
  • ส่งสุข...สู่ปีที่ 10
  • อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรม จัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้จัดโครงการชวนประชาชนทำ ความดี ถวายเป็น ของขวัญ แด่พ่อหลวง ภายใต้ชื่อ ทำดีเพื่อพ่อ ซึ่งในโครงก
  • เรื่องใหม่สุขภาพโลก
  • แอโรบิกสู่ชุมชนโรงเรียนประถมชุมชนประทาย อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมาโดย ครูจิน จินตนา หาญมนัสเวทย์
  • football training bangkok
ดูป้ายคำทั้งหมด
^ กลับสู่เนื้อหาหลัก

ขนาดตัวอักษร

  • ตัวหนังสือขนาดปกติ
  • ตัวหนังสือขนาดปานกลาง
  • ตัวหนังสือขนาดใหญ่

ปรับรูปแบบการแสดงผล

  • ปรับการแสดงผลให้แสดงในรูปแบบปกติ
  • ปรับการแสดงผลให้แสดงสำหรับคนสายตาเลือนราง

ติดต่อเรา

979 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น 34
ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน
เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

โทรศัพท์ 022980500
โทรสาร 022980501 ,022980499

แผนที่บน Google Maps

เมนูหลัก

  • สาระสุขภาพ
    • เกาะติดสถานการณ์
    • ก้าวทันกระแส
    • สำนักข่าวสร้างสุข
    • สร้างสุขกับ สสส.
    • ข่าวสุขภาพ
    • บทความ
    • เคล็ดลับคนดังสุขภาพดี
    • เกร็ดความรู้
    • โพลสุขภาพ
    • เว็บบอร์ดสร้างสุข
  • เพื่อนสร้างสุขภาวะ
    • ภาคีบอกข่าว
    • เรื่องเล่าจากภาคี
    • แนะนำภาคี
    • รอบรู้เรื่องโครงการ
    • มัลติมีเดีย
    • แนะนำสื่อ
    • แกลลอรี่
    • บล็อก
    • รอบรู้สุขภาพโลก
  • เกี่ยวกับเรา
    • รู้จัก สสส.
    • คุยกับผู้จัดการ
    • ประกาศทั่วไป
    • ประกาศเรื่องทุน
    • ปฏิทินกิจกรรม
    • ติดต่อสำนักงาน
    • แบบฟอร์มสมัครงาน
    • ระเบียบคำสั่ง
แผนผังเว็บไซต์   ตัวช่วยเหลือการเข้าถึงเว็บไซต์   Mobile Site
สัญญาอนุญาต cc by-nc-saแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย

Valid XHTML + RDFa Level Double-A conformance icon, W3C-WAI Web Content Accessibility Guidelines 1.0

รวมลิงก์ภายในของสสส.

  • เว็บหลัก สสส.
  • เว็บองค์กร สสส.
  • ผลงาน สสส.
  • ศูนย์ข้อมูล สสส.
  • ค้นหาโครงการ สสส.
  • เว็บคอมมูนิตี้
  • English Site