ระดมสมองทั้งจังหวัด ร่วมแก้ปัญหาโจ๋เมืองดอกบัว
1 มิถุนายน 2553 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี : สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุบลราชธานี จัดประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนปีแห่งการคุ้มครองเด็กจังหวัดอุบลราชธานี โดยเชิญนายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 243 แห่ง และสถานศึกษาจากทุก สพฐ.มาร่วมมือกันหาแนวทางการทำงานเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการคุ้มครองเด็กของจังหวัด ซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มโดยนายชวน ศิรินันทพร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ที่เห็นว่าปัจจุบันปัญหาเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนกำลังรุนแรงและลุกรามขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะปัญหาด้านยาเสพติด ปัญหาเด็กตีกัน และปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทางเพศ ปัญหาเหล่านี้ถูกยกขึ้นมาเป็นวาระของจังหวัดที่จะต้องเร่งแก้ไขเป็นอันดับต้นๆ
นายวิโรฒ มีแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และเป็นประธานการประชุม ได้หยิบยกปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานีให้ผู้เข้าร่วมประชุมรับทราบ โดยเฉพาะ 3 ปัญหาหลักที่เป็นประเด็นการขับเคลื่อนของโครงการนี้ และได้กำชับใช้ผู้นำในระดับท้องถิ่น ทั้งอำเภอ อปท.และสถานศึกษา ให้เริ่มทำงานด้านเด็กได้เลย ส่วนรูปแบบและวิธีการทำงานนั้นต้องร่วมกันคิดขึ้นมา ซึ่งในวันนี้จะมีการหารือในระดับห้องย่อย
หลังจากพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการแล้ว ได้แบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อไปหารือกันในระดับห้องย่อย ในห้องที่ 1 พูดคุยกันในเรื่อง อำเภอกับการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตามแนวทางปีแห่งการคุ้มครองเด็ก ห้องนี้เป็นการหารือร่วมระหว่างอำเภอกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อสรุปกันว่า การที่จะเดินหน้าแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนได้จะต้องแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบงานนี้โดยเฉพาะทั้งในระดับอำเภอหรือระดับท้องถิ่น และจะต้องมีการเชื่อมประสานงานกันในทุกระดับอย่างเข้มข้นขึ้น แต่จะใช้วิธีการไหนนั้น จะได้มีการหารือร่วมกันอีกครั้ง
ห้องที่ 2 ประเด็น บ้านหลังเลิกเรียน ห้องนี้ได้ข้อสรุปว่าโรงเรียนต่างๆควรทีพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กทำกิจกรรม เช่น มุมอ่านหนังสือ การเล่นโยคะ หรือนันทนาการต่างๆในช่วงหลังเลิกเรียน เพราะบางคนเอาเวลาช่วงนี้ไปรวมกลุ่มกันมั่วสุมและพากันไปในทางเสียหาย ฉะนั้นหากมีที่ให้เด็กทำกิจกรรมถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็เพียงพอที่จะหยุดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมบางอย่างได้ โดยไห้เอาโมเดลการทำงานจากก ก.ศ.น.จังหวัดศรีสะเกษ เป็นแนวทาง เพราะโครงการบ้านหลังเลิกเรียนของที่นี่ถือว่าประสบความสำเร็จมากพอสมควร ส่วนการทำงานนั้นหากสถานศึกษาใดสนใจให้ประสานงานกับโครงการต้นแบบในภายหลัง
ห้องที่ 3 ประเด็นโรงเรียนกับการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน ห้องนี้พบว่าสาเหตุที่ทำให้การเคลื่อนงานแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนในระดับโรงเรียนเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะตัวบุคคล บางคนใช้วิธีแก้ปัญหาเมื่อเหตุเกิดขึ้นมาก่อนค่อยแก้ บางคนใช้เวลาให้ปัญหาสลายไปเอง และบางคนไม่ยอมรับว่ามีปัญหา จะได้ไม่ต้องแก้ปัญหา ฉะนั้นสิ่งที่จะทำได้ในขณะนี้คือการส่งเสริมคนที่ทำงานอย่างจริงจังให้ได้รับความสะดวกเมื่อเขาทำงาน และที่ประชุมเสนอว่าควรจัดกิจกรรมนอกเวลาเรียน เพราะถ้าเป็นกิจกรรมระหว่างเรียนอาจเกิดปัญหาเวลาเรียนของวิชาปกติของเด็กไม่เพียงพอได้
ส่วนห้องที่ 4 ห้องสุดท้ายพูดคุยกันในหัวข้อ อปท.กับการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน ห้องนี้มีต้นแบบจาก อบต.ขี้เหล็กที่มากับสโลแกน สร้างถนนเรื่องเล็ก สร้างเด็กเรื่องใหญ่ ซึ่งนายประมวล พิมพ์หล่อ นายก อบต.ขี้เหล็ก เจ้าของสโลแกนอยากให้ อบต.ทุกแห่งนำเรื่องนี้บูรณาการให้เข้ากับงานของ อบต.เข้าเป็นนโยบายของท้องถิ่น หรือแม้แต่เป็นนโยบายสำหรับการหาเสียงทางการเมือง เพราะการพัฒนาเด็กเท่ากับเป็นการพัฒนาอนาคตของสังคมเราเอง
นอกจากนั้นในวันนี้ยังมีการลงนามบันทึกความร่วมมือ(MOU)ระหว่างจังหวัดอุบลราชธานี กับ 25 อำเภอ ในการทำงานขับเคลื่อนวาระจังหวัดปีแห่งการคุ้มครองเด็ก จะได้เดินหน้าทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
สำหรับบรรยากาศการประชุมโดยรวม ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะมีวิธีการทำงานที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้นได้อย่างไร หรืออะไรจะเกิดขึ้นบ้างหลังจากนี้ วันนี้น่าจะเป็นเพียงแค่การแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน และให้กลับไปคิดงานกันเองซึ่งอาจเกิดแรงบันดาลใจจากโครงการต้นแบบที่นำมาเป็น
ตัวอย่างในวันนี้ก็เป็นได้
ที่มา : http://guideubon.com/news/view.php?t=115&s_id=1464&d_id=1464
แบ่งปันให้กับเพื่อน
- บล็อกของ prachasangkom
- อ่าน 1204 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น