ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

กทม. จับมือ สสส.แก้ไขปัญหาแรงงานนอกระบบ

หวังพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ได้มาตรฐาน

 

           สสส. จับมือ กทม. จัดงาน เวทีสมัชชาแรงงานนอกระบบ หวังแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มแรงงานนอกระบบให้ได้มาตรฐาน พร้อมเปิดรับสมัครงานกว่า 6,000 ตำแหน่ง

          

           เมื่อวันที่ 27 เมษายน เวลา 11.00 น. กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานแถลงข่าว เรื่อง เวทีสมัชชาแรงงานนอกระบบ ขึ้นเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 52 เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มแรงงานนอกระบบให้ได้มาตรฐาน โดยมีแรงงานนอกระบบ อาทิ พ่อค้า แม่ค้า คนขับแท็กซี่ ฯลฯ เข้าร่วมงาน ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

 

           พญ.มาลินี สุขเวชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า แรงงานนอกระบบ ถือเป็นกลุ่มคนขนาดใหญ่ของสังคมไทย ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจในระดับรากฐานของประเทศ  เพราะจากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ.2551 พบว่า แรงงานนอกระบบในประเทศไทย มีจำนวนถึง 24.1 ล้านคน ขณะที่แรงงานในระบบ มีจำนวนเพียง 13.7 ล้านคนเท่านั้น และ จากผลสำรวจแรงงานนอกระบบใน กทม. ในปี 2552 พบว่า มีแรงงานนอกระบบถึง 1.3 ล้านคน

 

           รายได้เฉลี่ยของแรงงานนอกระบบใน กทม. โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 14,000 บาทต่อครัวเรือน แต่จากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลให้รายได้ของแรงงานนอกระบบ ลดลงถึง 84% หรือ ลดลงประมาณเดือนละ 3,000 - 5,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งมีสาเหตุจากยอดขายสินค้าหรือสิ่งของลดลง 60% จำนวนงานที่เคยทำลดลง 31% และต้องเปลี่ยนอาชีพใหม่ 3% พญ.มาลินี กล่าว

 

           พญ.มาลินี กล่าวต่อว่า ภายในงานวันที่ 30 เมษายน 2552 จะมีเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มแรงงานนอกระบบ นอกจากนี้สำนักจัดหางานกรุงเทพ เขตพื้นที่ 1 กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน จะเข้ามามีส่วนร่วมในการเปิดรับสมัครงานของแรงงานนอกระบบ ประเภทงานบริการ และภาคอุตสาหกรรม จำนวนถึง 6,000 ตำแหน่งอีกด้วย

 

           ด้าน ดร. สุปรีดา อดุลยานนท์ รองผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า จากการศึกษาปัญหาที่แรงงานนอกระบบต้องเผชิญ 10 อันดับแรก ประกอบด้วย 1.ค่าตอบแทนน้อย 2.ความเมื่อยจากกิริยาบทในการทำงาน 3.ได้รับสารเคมีที่เป็นพิษ 4.งานไม่ต่อเนื่อง 5.งานหนัก 6.ฝุ่น ควัน กลิ่น 7.แสงสว่างไม่เพียงพอ 8.เครื่องจักร เครื่องมือที่เป็นอันตราย 9.ที่ทำงานไม่สะอาด 10.ได้รับอันตรายต่อระบบหู/ตา สาเหตุมาจากการสัมผัสสารเคมีที่ขาดการป้องกันและปัญหาสภาพแวดล้อมการทำงาน รวมถึงขาดความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องสุขภาพความปลอดภัยในการทำงานของตน

 

           จากการศึกษาสุขภาพเชิงลึกของตัวอย่างแรงงานนอกระบบมี เกษตรกร ช่างเสริมสวย ผู้ผลิตตุ๊กตา พบโรคสำคัญอันดับ 1 คือความดันโลหิตสูง ขณะที่ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ โรคอันดับ 1 ที่ต้องเจอคือ ปวดเกร็งกล้ามเนื้อจากการทำงาน และความเครียด

 

           สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายจากกลุ่มการศึกษากลุ่มแรงงานนอกระบบใน กทม. ประกอบด้วย 1.ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างงานและรายได้ที่มั่นคงแก่แรงงานในชุมชน เช่น ผลิตเสื้อผ้านักเรียน ชุดพนักงาน ซึ่งเป็นการผลิตที่มีความต้องการต่อเนื่อง 2.ส่งเสริมพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานผ่านศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน 3.สนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อพัฒนาระบบสวัสดิการในรูปแบบกองทุนอาชีพ 4.จัดบริการอาชีวะอนามัยทั้งเชิงรุกและเชิงรับในหน่วยบริการสาธารณะสุขระดันพื้นที่ 5.มีองค์กรรับผิดชอบอย่างชัดเจน ดร.สุปรีดา กล่าว

 

 

 

 

 

เรื่องโดย : นางสาวอัมรินทร์ แก้วบุดดา Team content www.thaihealth.or.th

 

 

  Update 07-04-52

แสดงความคิดเห็น