ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

สกัด 'มือเท้าปาก' แนะศูนย์เด็กเล็กเคร่งครัด 6 ข้อป้องกัน

สกัด 'มือเท้าปาก' แนะศูนย์เด็กเล็กเคร่งครัด 6 ข้อป้องกัน

ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยในเด็ก คณะแพทย์ศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ร่วมกับสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส. จัดอบรม“ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รวมพลังสู้ภัย มือ เท้า ปาก”ให้แก่ผู้ดูแลเด็กในศูนย์ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กรุงเทพมหานคร กว่า 30 แห่ง


นพ.ฉัตรชัย อิ่มอารมย์ นพ.ฉัตรชัย อิ่มอารมย์ อาจารย์ประจำภาควิชากุมารแพทยศาสตร์ ร.พ.รามาธิบดี เปิดเผยว่า ในการจัดอบรมผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กทม. ในหัวข้อ "ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รวมพลังสู้ภัย มือ เท้า ปาก" โดยศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ ร.พ.รามาธิบดี ร่วมกับสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส.ว่า โรค มือ เท้า ปาก สามารถหายขาดและหยุดการแพร่เชื้อได้ โดยผู้อยู่ใกล้ชิดเด็ก ทั้งพ่อ แม่ ครู พี่เลี้ยงเด็ก ต้องถือปฏิบัติด้วยวิธีการป้องกันการแพร่ระบาด โดยสามารถวางแผนเพื่อป้องกันโรคได้โดย 1.จัดตั้งจุดคัดกรอง บริเวณใกล้ทางเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหรือทางเข้าห้องเรียน และต้องทำตั้งแต่เช้าเมื่อเด็กมาโรงเรียน 2.คัดกรองเด็กทีละคนๆ ตามลำดับอย่างเป็นระเบียบ อย่าปล่อยให้เด็กสัมผัสกัน หรืออยู่รวมกันอย่างไม่เป็นระเบียบ


สกัด 'มือเท้าปาก' แนะศูนย์เด็กเล็กเคร่งครัด 6 ข้อป้องกันนพ.ฉัตรชัยกล่าวต่อว่า ขั้นตอนที่ 3 ต้องไม่ลืมล้างมือด้วยน้ำและสบู่ ทั้งก่อนและหลังตรวจคัดกรองเด็กแต่ละคน โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับตัวเด็ก อาจใช้น้ำยาล้างมือได้กรณีไม่มีอ่างล้างมือใกล้ๆ 4.ห้ามใช้พลาสติกสวมปรอทวัดไข้ซ้ำ โดยใช้ 1 คน 1 ครั้ง เท่านั้น 5.ให้ผู้ปกครองช่วยตรวจคัดกรอง หากสงสัยว่าจะเป็นโรคมือเท้าปาก ให้แจ้งผู้ปกครองทันที 6.ล้างมือด้วยน้ำที่ไหลออกจากก๊อกน้ำพร้อมกับสบู่ ก็ป้องกันได้ ถ้าพบเด็กที่สงสัยว่าจะป่วยจากโรคมือเท้าปาก ต้องแยกเด็ก อาจให้อยู่ในห้องเด็กป่วย ติดต่อผู้ปกครองให้นำเด็กไปพบคุณหมอ เพื่อยืนยันการวินิจฉัย และทำความสะอาดบริเวณที่เด็กใช้


นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยในเด็กฯ กล่าวว่า โรคมือ เท้า ปาก บ้านเราก็ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤตแล้ว แม้จะยังไม่รุนแรงแต่ทุกคนต้องช่วยกันเฝ้าระวัง ดูแล และระมัดระวัง เนื่องจากมีโอกาสรุนแรงได้ ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์เด็กเล็กจึงต้องเข้าใจ 6 ภารกิจสำคัญ หากพบว่ามีเด็กป่วย แต่ไม่มีพ่อแม่หรือผู้ดูแลเด็ก อยากให้ในชุมชนหาบ้านอาสา หรืออาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐาน (อสม.) ที่พร้อมทำหน้าที่ดูแลเด็กที่ป่วย แต่ต้องไม่มีเด็กที่อายุน้อยกว่า 10 ขวบอยู่ และมีพี่เลี้ยง ครู ศูนย์เด็กเล็กที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลเด็ก และสามารถให้ความรู้กับชุมชนได้


 


 



ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

แสดงความคิดเห็น