'สสส.' ถอดบทเรียนสู้ภัยน้ำท่วมรวมพลังตำบลสร้างชุมชนเข้มแข็ง

เมื่อวันที่ 10 ก.ค.55 ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ที่ปรึกษา รมช.พาณิชย์ และคณะสื่อมวลชน ร่วมลงพื้นที่ "เรียนรู้สู้อุทกภัย พึ่งตนเองได้ไม่รอถุงยังชีพ" โครงการศูนย์แก้ไขปัญหาภัยพิบัติภาคประชาชนตำบลธรรมามูล จังหวัดชัยนาท ซึ่งมีการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น
ท.พ.กฤษดา กล่าวว่า โครงการศูนย์แก้ไขปัญหาภัยพิบัติภาคประชาชนตำบลธรรมามูล จังหวัดชัยนาท เป็นต้นแบบสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ตามโครงการฟื้นฟูสุขภาวะชุมชนที่ประสบอุทกภัยของ สสส. ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน มี.ค.55 เน้นสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของชุมชน ทั้งบ้าน วัด โรงเรียน ใน 33 พื้นที่ทุกภูมิภาค ครอบคลุมการจัดการภัยพิบัติทั้ง 3 ระยะ คือ 1.ระยะก่อนเกิดภัย เน้นระบบการเรียนรู้ ป้องกันความเสี่ยง และเตือนภัย 2.เมื่อเกิดภัย เน้นระบบปฏิบัติการพิเศษในภาวะฉุกเฉินเพื่อระงับภัย การช่วยชีวิต การอพยพ ปฏิบัติการทางการแพทย์ และศูนย์พักพิง และ 3.ระยะหลังเกิดภัย เน้นระบบช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูชีวิต สิ่งแวดล้อม อาชีพ และสังคมวัฒนธรรม
ซึ่งสามารถรับมือกับสถานการณ์พิเศษต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟไหม้ ดินถล่ม และแผ่นดินทรุดตัว โดยเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนชุมชนธรรมามูล ว่า เป็นเรื่องดีที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง เตรียมความพร้อมรับภัยพิบัติ ทำให้ประชาชนใช้ชีวิตอยู่กับน้ำได้อย่างมีความสุข ซึ่ง สสส.จะน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์มาเป็นแนวทางสำคัญในการดำเนินงานต่อไป
"นอกจากโครงการนี้ สสส.ยังร่วมกับ 1,234 ตำบลเครือข่าย และแกนนำหน้าใหม่ 30,000 คนต่อตำบล สร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่นผ่านโครงการต่างๆ และจะเดินหน้าสนับสนุนชุมชนให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะที่มีศักยภาพแต่ขาดช่องทางการทำงาน โดยเชื่อมั่นว่า แม้ต้องเผชิญกับภัยพิบัติ ชุมชนที่เข้มแข็งจะเป็นหลักที่มั่นคงให้ประเทศชาติฝ่าฟันและก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืน" ท.พ.กฤษดา กล่าว
ด้านนายธวัชชัย เอี่ยมจิตร์ กำนัน ต.ธรรมามูล อ.เมือง จ.ชัยนาท กล่าวว่า วิกฤติน้ำท่วมที่ผ่านมาสร้างความเสียหายรุนแรงอย่างไม่เคยเกิดขึ้น พื้นที่การเกษตรกว่า 2 หมื่นไร่ได้รับผลกระทบ ชาวบ้านไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องรอถุงยังชีพจากภายนอก ซึ่งบางครั้งไม่ทันการ ปีนี้จึงร่วมกับ สสส. ระดมความเห็นชาวบ้าน ถอดบทเรียน เพื่อให้ทราบปัญหาและแนวทางแก้ไข ต่อยอด เป็น 2 โครงการ คือ 1.โครงการคลังอาหาร เปลี่ยนวิถีชีวิตการเกษตร เช่น คัดเลือกสายพันธุ์ที่ปลูกให้ทนทานต่อน้ำท่วมขัง หรือเก็บเกี่ยวได้ก่อนถึงฤดูน้ำหลาก แปรรูปถนอมอาหารไว้รับประทานนานๆ ปลูกผักสวนครัวในกระถางเพื่อสามารถย้ายขึ้นแพหากเกิดน้ำท่วม เป็นต้น และ 2.โครงการศูนย์แก้ไขปัญหาภัยพิบัติภาคประชาชน จ.ชัยนาท อบรมแกนนำชุมชนในตำบลทั้ง 10 หมู่บ้าน ให้เข้าใจพื้นที่ว่า พื้นที่ใดเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่ใดปลอดภัย รวมถึงจัดทีมช่วยเหลือแบบบูรณาการทั้งคนขับเรือ ทีมสาธารณสุข ทีมประสานงาน ฯลฯ ป้องกันความสับสน ซ้ำซ้อน ถือเป็นการพลิกวิกฤติความสูญเสียเป็นโอกาสในการปรับตัวให้สามารถรับมือภัยพิบัติได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งปลายเดือนนี้คณะจากสำนักงบประมาณจำนวน 50 คน จะเดินทางลงพื้นที่เพื่อดูงานที่ศูนย์ฯ ด้วย
ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

แสดงความคิดเห็น