ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

ไทยจัดใหญ่ "มหกรรมดนตรีคนพิการแห่งเอเชีย-แปซิฟิก"

ไทยจัดใหญ่ "มหกรรมดนตรีคนพิการแห่งเอเชีย-แปซิฟิก"


29 กุมภาพันธ์ 2555 นี้ เพื่อถ่ายทอดความสามารถพิเศษด้านดนตรีของผู้พิการจากกว่า 10 ประเทศสมาชิก หวังสร้างความสุข ความบันเทิง และแรงบันดาลใจให้ผู้ชม


พญ.วัชรา ริ้วไพบูลย์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ได้มีการแถลงข่าวการจัดงาน "มหกรรมดนตรีวาตาโบชิแห่งเอเชีย-แปซิฟิก" ครั้งที่ 11 โดย พญ.วัชรา ริ้วไพบูลย์ ผู้อำนวยการสถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ (สสพ.) กล่าวว่า สสพ. ซึ่งเป็นสถาบันความร่วมมือระหว่าง สสส.กับ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และภาคีเครือข่ายทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน ขับเคลื่อนส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในสังคมไทยอย่างต่อเนื่องซึ่งในโอกาสที่ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพการจัดงาน


โดย มหกรรมดนตรีคนพิการแห่งเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 11 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "ยิ้มสู้เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน" ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้ที่โรงละครแห่งชาติ จะเป็นการเปิดเวทีให้คนพิการได้มีโอกาสแสดงศักยภาพและความสามารถด้านดนตรีออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ อีกทั้งยังได้สร้างการเรียนรู้ถึงการมีส่วนร่วมของคนพิการในการสร้างสรรค์งานศิลปวัฒนธรรม ทั้งในสังคมไทย และสังคมเอเชีย-แปซิฟิกอีกด้วย


ไทยจัดใหญ่ "มหกรรมดนตรีคนพิการแห่งเอเชีย-แปซิฟิก"


"กิจกรรมครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเตรียมตัวสู่การเป็น Inclusive world ที่เริ่มต้นและขับเคลื่อนโดยคนพิการซึ่ง สสพ. และ สสส. มีความภูมิใจที่จะได้นำเสนอผลงานของเครือข่ายศิลปะดนตรีคนพิการ ในงานมหกรรมฯ ครั้งนี้ เพื่อสร้างความสุขควบคู่ไปกับการเรียนรู้ถึงคุณค่าของทั้งดนตรี และคุณค่ามนุษย์ทุกคน" ผู้อำนวยการ สสพ. กล่าว


ดร.ชัยณรงค์ มณเฑียรวิเชียรฉาย ด้าน ดร.ชัยณรงค์ มณเฑียรวิเชียรฉาย ประธานคณะกรรมการจัดงานฯ กล่าวถึงความเป็นมาของเครือข่ายวาตาโบชิว่า ก่อตั้งขึ้นโดย คุณฮาริมะ ยาสุโอะอดีตนักข่าวที่ต้องการช่วยเหลือคนพิการในประเทศญี่ปุ่นที่มีเป็นจำนวนมาก โดยได้เปรียบคนพิการเหมือนปุยเกสรของดอก Dandelion (หรือ "ทันโปโป"ในภาษาญี่ปุ่น) ซึ่งเรียกว่า "วาตาโบชิ" เมื่อปลิวไปตกที่ใดก็จะเติบโต งอกงาม สร้างความงดงามแก่ผืนแผ่นดินได้ ต่อมาในปี 2534 สิงคโปร์ ได้จัดงาน มหกรรมดนตรีวาตาโบชิเอเชีย (Asia Wataboshi Music Festival) ขึ้นเป็นครั้งแรก จากนั้น ก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนประเทศอื่นๆเป็นเจ้าภาพทุกๆ 2 ปีและขยายกว้างออกไปจนเกิดเป็น "มหกรรมดนตรีวาตาโบชิแห่งเอเชีย-แปซิฟิก"


ไทยจัดใหญ่ "มหกรรมดนตรีคนพิการแห่งเอเชีย-แปซิฟิก"


"สำหรับประเทศไทย ได้ส่งตัวแทนคนพิการเข้าร่วมตั้งแต่ครั้งแรกโดยมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ (มพก.) และเคยเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งที่4 ปี 2540 จนกระทั่งได้สนับสนุนให้เกิด"เครือข่ายศิลปะดนตรีคนพิการ" ขึ้นในปี 2549 เพื่อเป็นตัวแทนขับเคลื่อนและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้แก่คนพิการที่รักในงานศิลปะและดนตรีในประเทศไทย สำหรับปีนี้มีเมืองสมาชิกวาตาโบชิต่างๆ ในเอเชีย-แปซิฟิกเข้าร่วมงานกว่า 10 เมือง ได้แก่ Brisbane, Ho Chi Minh, Hong Kong, Jakarta, Johor Bahru, Kaohsiung, Manila,Nara, Seoul, Shanghai, Singapore และกรุงเทพมหานคร รวมทั้งยังมีแขกรับเชิญพิเศษจากสหรัฐอเมริกาด้วย" ดร.ชัยณรงค์ กล่าว


รศ.จารุณี หงส์จารุ รศ.จารุณี หงส์จารุ คณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่าสำหรับงานวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ผู้เข้าร่วมงานจะอิ่มเอมกับการถ่ายทอดบทเพลงที่คนพิการประเทศต่างๆ กว่า10 ประเทศแต่งขึ้น โดยมีไฮไลท์อยู่ในช่วงพิธีเปิด ซึ่งคนพิการจากทั่วเอเชีย-แปซิฟิก และคนพิการไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฉลองวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 7 รอบ โดยการขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ "ยิ้มสู้" หรือ "Smile" นอกจากนี้ยังมีการแสดงพิเศษที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างศิลปินที่พิการและไม่พิการ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาชมได้ไม่ง่ายนัก เช่น การประชันแซ็กโซโฟนระหว่างคนพิการไทย และสหรัฐอเมริกาการเล่นพิณแก้ว การแสดงดนตรีอีสานจากคนพิการจ. ขอนแก่น การแสดงของศิลปินรับเชิญพิเศษโดยคุณกุ้งสุทธิราชและแคต รัตตกาล ซึ่งเป็นพรีเซนเตอร์ของงานครั้งนี้และที่สำคัญ การแสดงของคุณพรภควา กำเนิดคำ ซึ่งเป็นตัวแทนของคนพิการไทยของเราที่จะร่วมแสดงและถ่ายทอดบทเพลงร่วมกับประเทศต่างๆ ในครั้งนี้ด้วย


คุณแหม่ม พัชริดา วัฒนา ด้านคุณแหม่ม พัชริดา วัฒนา คณะกรรมการตัดสินการประกวดบทเพลงของคนพิการ กล่าวถึงการคัดเลือกตัวแทนคนพิการไทยที่เข้าร่วมมหกรรมดนตรีวาตาโบชิแห่งเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 11 ว่า เกณฑ์การตัดสินในครั้งนี้มีความท้าทาย เพราะจะต้องแต่งเพลงให้เข้ากับหัวข้อการจัดงาน คือ "ยิ้มสู้เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน" และไม่ตอกย้ำความพิการ ซึ่งเพลง"สัมพันธภาพแห่งรอยยิ้ม" ของคุณพรภควา กำเนิดคำจาก จ.ชัยภูมิ ที่ชนะเลิศการประกวดนั้น รู้สึกประทับใจตั้งแต่ฟังครั้งแรก อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้ประเทศไทยต้องเผชิญกับความแตกแยกทางความคิดและไม่พยายามที่จะหันหน้าเข้าหากัน ซึ่งเพลงนี้ได้พูดถึงรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ของคนไทย จุดเริ่มต้นง่ายๆ ที่จะช่วยเชื่อมประสานความแตกร้าวทางความคิดจิตใจต่างๆเป็นด่านแรกที่จะเชื้อเชิญทุกคนให้มาอยู่ร่วมกัน รับฟังและเข้าใจกัน บวกกับสำเนียงแบบไทยๆ ทำให้คณะกรรมการมีความเห็นตรงกันว่า เพลงนี้นอกจากจะมีความสละสลวยในด้านภาษา และมีเนื้อหาตรงกับโจทย์แล้ว ยังนำเสนอความเป็นไทยต่อแขกบ้านแขกเมืองได้เป็นอย่างดี


ขอเชิญชวนทุกท่าน เข้าร่วมชมมหกรรมดนตรีวาตาโบชิแห่งเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 11 ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ณ โรงละครแห่งชาติ เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรราคา 500, 300 และ 100 บาท ได้ที่เครือข่ายศิลปะดนตรีคนพิการ/มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ546 ลาดพร้าว 47 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลางกทม. 10310 หรือสอบถามโทร.08-5337-9660 และเว็บไซต์: www.nmad2006.org


ทั้งนี้ สสส.เชิญชวนทุกคนมาร่วมสร้างสังคมให้น่าอยู่ ด้วยการเสนอแนะวิธีการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนและเท่าเทียมกับผู้มีความบกพร่องทางร่างกาย 10 ความเห็นแรก จะได้รับบัตรชมคอนเสิร์ตมหกรรมดนตรีวาตาโบชิ รางวัลละ 2 ใบ มูลค่า 600 บาท


อาสาสมัคร งานมหกรรมดนตรีคนพิการแห่งเอเชีย – แปซิฟิก 11


    นอกจากนี้ ศูนย์อาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ เปิดรับ อาสาสมัคร ในงานมหกรรมดนตรีคนพิการแห่งเอเชีย – แปซิฟิก ครั้งนี้อีกด้วย (27 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2555) โดยมีตำแหน่งให้น้องๆ ที่มีจิตอาสาได้เลือกมากมาย ผู้สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ ค่ะ 



ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
 

แสดงความคิดเห็น