ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

รวมพลังเยาวชนรุ่นใหม่ขับเคลื่อน "สงกรานต์ปลอดเหล้า"

เทศกาลสงกรานต์ถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย เป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่งดงามและเป็นประเพณีที่คนไทยให้ความสำคัญอันดับต้นๆ แต่ดูเหมือนเทศกาลสงกรานต์ในปัจจุบันจะต่างไปจากเดิมมาก โดยเฉพาะการเล่นสาดน้ำที่เกินเหตุ ซึ่งนอกจากจะเต็มไปด้วยพฤติกรรมที่เสี่ยงอันตราย ทั้งการใช้น้ำแข็งขว้างปา การใช้อุปกรณ์ฉีดน้ำที่มีแรงดันสูง จนก่อให้เกิดอันตราย การลวนลามทางเพศ และที่สำคัญมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความสูญเสียต่างๆ ตามมา ด้วยเหตุนี้เยาวชนรุ่นใหม่ที่มีจิตสาธารณะได้ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ จึงได้ออกมารณรงค์ เพื่อให้สงกรานต์ปลอดเหล้า


รวมพลังเยาวชนรุ่นใหม่ขับเคลื่อน "สงกรานต์ปลอดเหล้า"


ทางสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย 40 จังหวัด จัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ เยาวชนนักรณรงค์งดเหล้า ปี 2554 ภายใต้แนวคิด "เลิกเหล้า รู้คิด มีจิตสาธารณะ" เมื่อวันที่ 19-20 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนที่เป็นนักรณรงค์งดเหล้าในพื้นที่ต่างๆ ได้นำเอาแนวคิดการรณรงค์งดเหล้า (Stopdrink Innovation) โดยมุ่งหวังที่จะร่วมกันลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการเล่นน้ำ ลดการดื่มการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาทและการสูญเสียชีวิต โดยจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการสร้างสีสันในพื้นที่เล่นน้ำให้ปลอดเหล้าและปลอดภัย


รศ.ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ รศ.ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ รองผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ความเห็นว่า เป็นประเด็นที่สำคัญที่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ต่างๆ กว่า 40 พื้นที่ทั่วประเทศได้มาร่วมประชุมเพื่อกำหนดแนวทางและยกระดับการทำงาน และเป็นการสร้างค่านิยมให้กับคนรุ่นใหม่ๆ ได้ตระหนักถึงโทษและพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งพลังของเยาวชนมีความสำคัญและมีความหมายมาก ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เข้ามาร่วมบริหาร สสส. และสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายงดเหล้าจึงคิดว่า น่าจะถึงเวลาที่เราจะต้องหันมาร่วมดูแลผนึกกำลัง และปกป้องเด็กเยาวชน ไม่ปล่อยให้อบายมุข บุหรี่ และธุรกิจแอลกอฮอล์เข้ามาทำร้ายเด็กและเยาวชนของเรา


ด้าน นายรักพงศ์ คำซาว หัวหน้าเครือข่ายเยาวชนเฝ้าระวังภัยแอลกอฮอล์ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมาก โดยมีการจำหน่ายและดื่มกินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กัน จนเกิดพฤติกรรมการเล่นน้ำที่ไม่เหมาะสม จึงได้มีการรณรงค์และขับเคลื่อนการประกาศพื้นที่จุดเล่นน้ำต่างๆ ตามคูเมืองให้เป็นพื้นที่ปลอดเหล้า และกระตุ้นองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐที่มีบทบาทในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะการตรวจจับ และปรับจริง


รวมพลังเยาวชนรุ่นใหม่ขับเคลื่อน "สงกรานต์ปลอดเหล้า""ส่วนในปีนี้เราจะมีการจัดพื้นที่โซนนิ่งสีขาว จะมีการตกแต่งภายในซุ้มเล่นน้ำก็มีกิจกรรมของแต่ละสถาบัน ในการแสดงออกถึงการรณรงค์เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัย ปลอดเหล้า มีการร่วมมือกับทาง สสจ.ในเรื่องของเชียงใหม่ไร้แอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจุดนี้จะเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ต้องออกมาเป็นเจ้าภาพร่วมในการทำงาน เพราะเป็นพื้นที่ที่ทุกคนต้องเข้ามาช่วยดูแลและสร้างวัฒนธรรมที่ดี และคาดว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันประเพณีอันดีงามอย่างวันสงกรานต์ น่าจะอยู่คู่กับสังคมไทยไปอีกนาน" นายรักพงศ์ กล่าว


ขณะที่นายศุกวสันต์ วงศ์ธนู ประธานเครือข่ายพลังเยาวชนเฝ้าระวังภัยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ปีนี้เราจะมีการรณรงค์สงกรานต์ปลอดเหล้าอย่างจริงจังมากขึ้น ภายใต้แนวคิด "คนอุบลฯม่วนใจ เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์" เพื่อพัฒนาให้เด็กและเยาวชนได้ปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องโทษและพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยจะมีการจัดเป็นการประกวดซุ้มเล่นน้ำปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์ เป็นซุ้มเฝ้าระวัง และซุ้มร่วมรณรงค์ เพื่อประชาสัมพันธ์เรื่องโทษและพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้เด็กเยาวชนและประชาชนทั่วไปได้รับรู้


รวมพลังเยาวชนรุ่นใหม่ขับเคลื่อน "สงกรานต์ปลอดเหล้า"


พลังของเด็กและเยาวชนที่ได้ร่วมมือกันรณรงค์และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นและนิมิตหมายที่ดี ที่คนรุ่นใหม่เห็นถึงความสำคัญ พร้อมกับตระหนักถึงโทษและพิษภัย ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่บ่อนทำลายทั้งสุขภาพ ชีวิตและทรัพย์สิน อนาคตเชื่อว่าเด็กเยาวชนเหล่านี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศชาติให้มีความเจริญและมั่นคงต่อไป





ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

แสดงความคิดเห็น