มะเร็งไฝ-มะเร็งผิวหนัง ของติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด
ส่วนมากจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
![]()
ลาโรช-โพเซย์ เวชสำอางชั้นนำจากประเทศฝรั่งเศส จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป "BE-SUN SMART LOWER YOUR RISK FOR SKIN CANCER" โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง มาให้ความรู้พร้อมแนะนำวิธีการสังเกตตัวเองอย่างไรให้ไม่ต้องเสี่ยงกับโรคมะเร็งผิวหนัง
เริ่มจาก รศ.นพ.นภดล นพคุณ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งผิวหนังว่า "มะเร็งผิวหนังคือเนื้อร้ายที่เกิดบนผิวหนังและเยื่อบุ เนื่องจากความผิดปกติของการเจริญเติบโตและการแบ่งเซลล์ของผิวหนังและเยื่อบุ ส่วนมากจะพบในผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี และจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง มะเร็งผิวหนังมักพบบนผิวบริเวณนอกร่มผ้ามากกว่าในร่มผ้า เนื่องจากแสงแดดมีรังสี Ultraviolet (UV) ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง สำหรับปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้แก่ การได้รับสารเคมีที่ก่อมะเร็งบางชนิด เช่น การบริโภคสารหนูอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ การสูบบุหรี่ การเคี้ยวหมาก
การมีแผลระคายเคืองที่เรื้อรัง เช่น แผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก ตลอดจนปัจจัยด้านพันธุกรรม รวมถึงการติดเชื้อหูดที่ผิวหนังอาจมีส่วนทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ทั้งสิ้น" ชนิดของมะเร็งผิวหนัง แบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลักๆ ได้แก่ 1.Non-melanoma skin cancer คือ มะเร็งผิวหนังทั่วไปที่ไม่ได้เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีเป็นมะเร็งที่เปิดจากชั้นหนังกำพร้าของผิวหนังและเยื่อบุ 2.Melanoma คือ มะเร็งของเซลล์สร้างเม็ดสี (มะเร็งไฝ) ปัจจัยเสี่ยงเกิดจากกรรมพันธุ์, สีผิว, เชื้อชาติ, พฤติกรรมตากแดดเป็นเวลานาน ตากแดดครั้งคราวแต่มาก, เคยรับสารก่อมะเร็ง อาทิ สารเคมี, สารหนู, สูบบุหรี่,เคี้ยวหมาก, มีภูมิต้านทานผิดปกติ, เป็นแผลไฟไหม้, แผลอักเสบเรื้อรัง, เคยรับการฉายรังสี เป็นต้น
ซึ่งในคนที่มีไฝเป็นจำนวนมาก หรือมีไฝขนาดใหญ่ จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งไฝได้สูงกว่าคนที่ไม่มี โดยปกติแล้วอาการจะดูออกยากเพราะจะเหมือนเป็นไฝทั่วไป แต่เราสามารถวินิจฉัยด้วยตัวเอง โดยการสังเกตความเปลี่ยนแปลงง่ายๆ ดังนี้ ดูบริเวณไฝที่เป็นว่ามีผื่นหรือก้อนที่โตเร็วกว่าปกติหรือไม่ มีสีเปลี่ยน, มีแผลเรื้อรังที่ไม่หายและขยายออกหรือไม่,พบผื่นที่ใช้ยาทาแล้วไม่หายหรือไม่, ตรวจสอบตนเองว่าเคยมีประวัติการใช้ยาหม้อ กินหมากหรือสูบบุหรี่หรือไม่ และมีสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งดังกล่าวหรือไม่" นพ.นภดล กล่าวเสริม
มะเร็งไฝ สามารถตรวจสอบได้ด้วยทฤษฎี THE ABCDE METHOD ซึ่งไฝที่อาจเข้าข่ายน่าสงสัยว่าจะเป็นมะเร็งผิวหนัง สามารถประเมินได้ด้วยการสังเกตดังต่อไปนี้ A-asymmetry (การสมมาตร) ไฝปกติจะมีรูปร่างกลม แต่มะเร็งไฝจะแตกตัวออกไปไม่เป็นรูปกลม,B-border (ขอบเขตชัดเจน) ไฝปกติจะมีขอบเขตที่ชัดเจน แต่มะเร็งไฝจะขอบไม่เรียบและไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน, C-color (สี) ไฝปกติจะมีสีเดียว แต่มะเร็งไฝโดยมากจะมีสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำไล่กันไป, D-diameter (เส้นผ่าศูนย์กลาง) ไฝปกติจะมีขนาดเล็ก แต่มะเร็งไฝจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่เกิน 6 มม., E-elevution (การขยายขนาด)ไฝปกติจะมีขนาดคงที่ แต่มะเร็งไฝจะมีการเติบโตทั้งขนาดและความหนา นอกจากนี้ หากพบว่าไฝอันใดก็ตามที่มีอาการแตกเป็นแผล รู้สึกเจ็บหรือคัน เป็นข้อบ่งชี้ว่าอาจจะเกิดโรคมะเร็งไฝได้ด้วยเช่นกัน
นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันโรคผิวหนัง ให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็งผิวหนังว่า "มะเร็งผิวหนังเป็นมะเร็งที่สามารถตรวจวินิจฉัยได้เร็วกว่ามะเร็งชนิดอื่นๆ เนื่องจากสามารถสังเกตเห็นได้จากภายนอก สำหรับมะเร็งผิวหนังที่เกิดมาจากไฝ หรือหูดที่เป็นมาแต่เดิมแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงภายหลัง สามารถรักษาด้วยวิธีที่หลากหลาย แต่ต้องขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็งผิวหนัง รวมถึงระยะลุกลามที่เกิดขึ้น ตลอดจนสภาพความพร้อมร่างกายของผู้ป่วย แต่วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การผ่าตัด
โดยการตัดให้เป็นบริเวณกว้างกว่ารอยโรคเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถกำจัดได้หมด ในบางครั้งเซลล์มะเร็งอาจเริ่มมีการกระจายออกไปรอบๆ รอยโรค และเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จึงเป็นสาเหตุทำให้ตัดเซลล์มะเร็งออกไปได้ไม่หมดและทำให้มะเร็งผิวหนังกลับมาเป็นใหม่ได้อีก เมื่อตัดเซลล์มะเร็งออกไปจนหมด ก็ทำการเย็บปิดแผล วิธีนี้ได้ผลดีมาก โอกาสหายขาดมีสูง แต่เป็นวิธีการรักษาที่ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน และผู้ทำการรักษาต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกอบรมมาโดยเฉพาะ
ปิดท้ายด้วย มั้ง-ชัยลดล โชควัฒนา อีกหนึ่งหนุ่มที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังอันเนื่องมาจากกีฬาโปรดประจำตัวอย่าง กอล์ฟ ซึ่งโปรมั้งได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ว่า "ด้วยอาชีพของผมที่เป็นโปรกอล์ฟจึงต้องตากแดดกลางแจ้งเป็นระยะเวลานานและเกือบจะทุกวัน ซึ่งผมรู้จักกีฬากอล์ฟมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยม ตอนนั้นถือว่ายังเด็กมากและไม่ได้ใส่ใจตัวเองเลย ไม่เคยใช้ครีมกันแดด เพราะผู้ชายส่วนใหญ่มักจะไม่ชอบทาครีมอะไรอยู่แล้ว
ยิ่งคนที่ตีกอล์ฟจะรู้กันดีว่าครีมกันแดดที่มีเอสพีเอฟสูงๆ จะมีความเหนียวเหนอะหนะและล้างออกยากมาก จึงปล่อยเอาไว้นาน มาสังเกตอีกทีก็เห็นได้ว่าใบหน้าเริ่มมีรอยจุดกระดำกระด่างสีผิวไม่เท่ากัน ถึงขั้นเครียดเลยไปหาหมอและพยายามสรรหาครีมกันแดดดีๆ พอรู้ว่ามีผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เราสามารถออกแดดได้ใช้แล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ มีที่ไหนก็ซื้อใช้หมดเพราะผมเชื่อว่ามันก็ช่วยให้เราไม่ต้องเครียดกับเรื่องผิวพรรณที่ต้องเสี่ยงกับโรคมะเร็งผิวหนังอีกต่อไปครับ
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
Update 22-04-52

แสดงความคิดเห็น