'เมลามีน'อย่าให้เป็นแค่กระต่ายตื่นตูม

คอยติดตามข่าวสารให้ทันท่วงที

 

          สตรอเบอรี่สติ๊กตราฮาจูกุ ขนมปังกรอบรูปหมีโคอาล่า สอดไส้ครีมรสช็อกโกแลต หรือจูลี่ส์ พีนัทแครกเกอร์ไส้ครีม เป็นขนม 3 รายการล่าสุด ที่คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจพบเมลามีนผสมอยู่

 

          การตรวจพบสารเมลามีนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศไทยแม้จะไม่รุนแรงมากนัก แต่ก็ทำให้ผู้บริโภคเริ่มหวั่นวิตกถึงอาหารที่ต้องรับประทานเข้าไปในแต่ละวัน เพราะแม้แต่เนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ ก็เริ่มอยู่ในภาวะเสี่ยงด้วย โดยมีสาเหตุมาจากอาหารสัตว์จากจีนที่เคยมีปัญหาเรื่องการมีเมลามีนผสมอยู่ !!??

 

          เพราะไม่มีใครรู้ว่าอาหารหมูที่เลี้ยงเพื่อนำมาบริโภคกินอาหารชนิดใด และหากมีเมลามีนผสมอยู่จะมีการตกค้างอยู่ในเนื้อจนส่งผลต่อเนื่องมาถึงผู้บริโภคหรือไม่

 

          นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ อย. ต้องปรับเปลี่ยนมาตรการในการตรวจสอบอาหารที่นำเข้ามาจำหน่ายตั้งแต่ ต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบหรืออาหารสำเร็จรูปซึ่งเข้าข่ายมี แหล่งผลิตหรืออาจใช้วัตถุดิบที่มาจากประเทศจีน

 

          หลังเกิดเหตุตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา อย. ได้มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด มีการระดมสมองของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเลือกที่จะให้ฝ่ายด่านตรวจสอบอาหารอายัดไว้ก่อน เพื่อ ตัดปัญหาตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะนมผง ก่อนจะมาสุ่มตรวจอาหารที่วางจำหน่ายอยู่ชนิดอื่น ๆดารณี หมู่ขจรพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของอาหาร อย. ระบุระหว่างการเสวนาวิชาการ บทเรียนเมลามีนกับกลไกเฝ้าระวังความปลอดภัยทางอาหาร

 

          แม้จะมีการเฝ้าระวังตั้งแต่ก่อนที่จะนำวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูปจะกระจายออกสู่ตลาด แต่ผู้ร่วมเสวนาคนอื่นก็ยังกังวลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารที่มีวางจำหน่ายอยู่ เพราะไม่มีใครรับรองได้ว่าอาหารที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบซึ่งวางจำหน่ายอยู่จะปลอดเมลามีน

 

          การมีเมลามีนอยู่ในนมผงนั้นเป็นความตั้งใจในการปลอมปนของผู้ผลิตอย่างไร้จรรยาบรรณ เพราะในโปรตีนมีไนโตรเจนเพียงแค่ 1-2 ตัว ขณะที่เมลามีนจะมีถึง 6-7 ตัว เมื่อนำเมลามีนมาผสมจึงทำให้การตรวจค่าไนโตรเจนในอาหารมีค่าสูงขึ้น ทำให้สินค้าเพิ่มมูลค่ามากขึ้นตามไปด้วยรศ.ดร.วิสิฐ จะวะสิต ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุ

 

          อย. ระบุว่ามีการเก็บตัวอย่างอาหารที่มีนมเป็นส่วนประกอบมากว่า 900 ตัวอย่าง โดยพบว่ามีเมลามีนผสมอยู่เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้ว 7-8 รายการ และยังเหลืออีก 200 รายการที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

 

          ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศห้ามนำเข้า ผลิต และจำหน่ายอาหารที่มีเมลามีนปนเปื้อน โดยนมและอาหารสำหรับทารกจะต้องมีปริมาณไม่เกิน 1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ขณะที่อาหารประเภทอื่น ๆ ต้องมีไม่เกิน 2.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

 

          ขณะที่กลุ่มประเทศในแถวยุโรปมีการกำหนดกฎเกณฑ์ในการนำเข้าที่เข้มงวดกว่า โดยจะต้องมีปริมาณเมลามีนไม่เกิน 0.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ส่วนสหรัฐอเมริกาจะต้องไม่เกิน 0.63 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

 

          แม้สัดส่วนในการปนเปื้อนของไทยจะไม่เข้มงวดเท่าเพราะข้อจำกัดในเรื่องเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจสอบ แต่ สารี อ๋องสมหวัง บรรณาธิการบริหาร วารสารฉลาดซื้อ ก็เห็นว่า การสร้างเครือข่ายโดยเฉพาะสำนักงานสาธารณสุขที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศทำหน้าที่แจ้งข่าวการตรวจสอบ เพื่อความรวดเร็วในการเก็บผลิตภัณฑ์อันตรายออกจากตลาดได้ทันท่วงทีน่าจะเป็นสิ่งที่ทำได้ก่อนเป็นอันดับแรก

 

          อย่างในยุโรปจะมีเครือข่ายด้านการตรวจสอบอาหารและผลิตภัณฑ์ ที่นำมาจำหน่ายอยู่เสมอ หากมีการตรวจพบในประเทศใดประเทศหนึ่ง ข่าวจะถูกแพร่กระจายไปยังประเทศสมาชิกทันทีภายในเวลา 24 ชั่วโมง และอาหารหรือผลิตภัณฑ์นั้น ๆ จะถูกเก็บทันที เพราะความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อนเศรษฐกิจ

 

          วันนี้ไม่ใช่มีเพียงผลิตภัณฑ์ที่มีนมเป็นส่วนประกอบจากจีนเท่านั้นที่กลายเป็นอาหารอันตราย อาหารจากประเทศอื่น ๆ เองก็อยู่ในข่ายที่ต้องตรวจสอบเช่นกัน เพราะราคาที่ต่างกันหลายเท่าตัวของผลิตภัณฑ์นมจากจีนกับประเทศอื่น ๆ ทั้งยุโรปหรือแม้แต่ไทยเอง

          อะไรก็ตามที่มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบจะเป็นตัวกำหนดราคา จึงทำให้มีเรื่องของเมลามีนเข้ามาเกี่ยวข้องหมด ทั้งครีมเทียม มะพร้าวผง ฯลฯ ดังนั้นการแก้ปัญหาจึงไม่ใช่แค่การตรวจสอบสินค้าที่จะผ่านไปยังผู้บริโภค เท่านั้น แต่ควรจะขึ้นบัญชีดำประเทศนั้น ๆ ไปเลยผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุ

 

          สิ่งที่ผู้บริโภคทำได้ในวันนี้ก็คือคอยติดตามข่าวสารให้ทันท่วงที และไม่ควรตื่นตูมอยู่แค่เพียงชั่วครั้งชั่วคราว เพราะเมื่อคุณเผลอเมื่อไหร่อาจจะกลายเป็นผู้ป่วยจากการสะสมของเมลามีนไปโดยไม่รู้ตัว. อธิชา ชื่นใจ

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

Update:27-10-51