"อย."คุมเข้มอาหารต้องปลอดเมลามีน
เร่งเก็บผลิตภัณฑ์ทุกชนิดส่งตรวจ

อย. คุมเข้มอาหารทุกชนิด เตรียม ออกประกาศ ห้ามปนเปื้อน “เมลามีน” หลังต่างประเทศ ตรวจพบในแป้ง-เส้นพาสต้า-ครีมเทียม ด้าน “วิชาญ” เสนอผู้ประกอบการ ลงขันสร้างแล็บ ไว้ตรวจผลิตภัณฑ์ ส่วน 2 บริษัทนำเข้านมผงจากนิวซีแลนด์-ออสเตรเลีย โดนหางเลขถูกอายัด 2,500 ตัน เหตุส่งวัตถุดิบให้นมข้นจืดชื่อดัง ที่ตรวจพบ “เมลามีน” ก่อนหน้านี้ ขณะที่เจ้าของจูลี่ส์ พร้อมให้ความร่วมมือ เก็บผลิตภัณฑ์ ทุกชนิดส่งตรวจ
เมื่อวันที่ 22 ต.ค. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เชิญผู้ผลิต นำเข้า และจำหน่ายอาหารที่มีนมเป็นส่วนประกอบ กว่า 100 คนจากหลายบริษัท มาประชุมชี้แจงและทำความเข้าใจเพื่อขอความร่วมมือเกี่ยวกับการควบคุมไม่ให้มีการปนเปื้อนสารเมลามีนในอาหารที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาด
นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ช่วงแรกบริษัทต้องยอมเจ็บตัว โดยเก็บผลิตภัณฑ์ของตัวเองออกมาจากท้องตลาดก่อน เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ หากไม่พบก็ค่อยนำไปวางจำหน่าย เพราะหาก อย.ตรวจ พบภายหลังจะทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น อย่างตนชอบรับประทานโยเกิร์ตพอมีข่าวเมลามีนออกมาช่วงนี้ก็ไม่รับประทานเลย เพราะไม่เชื่อมั่น จึงอยากฝากเตือนคนที่ทำธุรกิจกับประเทศจีนเพื่อหวังลดต้นทุนด้วยความหวังดีว่าน่าจะมีการทบทวน
ด้าน นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รมช. สาธารณสุข กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นทางผู้ประกอบการควรมีมาตรการในการดูแลกันเอง โดยควรจะมีการจัดตั้งกองทุนในการดูแลและเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ประกอบการมักอ้างว่า ขาดงบประมาณในการ ดำเนินการเฝ้าระวัง ขณะเดียวกันแม้ว่าทาง อย.จะเป็นหน่วยงานเฝ้าระวังและตรวจสอบ แต่ไม่สามารถดูแลตรวจสอบได้อย่างทั่วถึง เพราะผลิตภัณฑ์มีจำนวนมาก ดังนั้นกองทุนอาจมีการจัดตั้งห้องแล็บเพื่อตรวจหาการปนเปื้อน ไม่เพียงสารเมลามีนเท่านั้น เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ทำให้มั่นใจในผลิตภัณฑ์มากขึ้น
ส่วน นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการ อย. กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการอาหารและยาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เห็นชอบในการออกประกาศ กำหนดเงื่อนไขอาหารประเภทอื่น ๆ ที่ไม่มีนมเป็นส่วนประกอบจะต้องไม่มีการปนเปื้อนเมลามีนเกิน 2.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (พีพีเอ็ม) เนื่องจากที่ผ่านมามีข้อมูลจากหลายประเทศ มีการตรวจพบเมลามีนใน แป้ง เส้นพาสต้า ครีมเทียม แม้ว่าไม่มีนมเป็นส่วนผสม จึงจำเป็นต้องออกประกาศเพิ่มเพื่อให้ครอบคลุมในการดูแล และหากตรวจพบในอนาคต อย.จะได้ดำเนินการกับผลิตภัณฑ์เหล่านั้นได้ คาดว่าจะสามารถออกประกาศได้จริงภายใน 1 สัปดาห์หลังจากนี้
นพ.พิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ตามที่มี 2 บริษัทนำเข้านมผงจากออสเตรเลีย และนิวซี แลนด์ ได้สอบถามเรื่องที่ อย.ยังอายัดนมของ ทั้ง 2 บริษัท รวมประมาณ 2,500 ตันนั้น เป็นเพราะทางบริษัทผู้ผลิตนมข้นจืดที่ตรวจพบเมลามีนก่อนหน้านี้ ได้แจ้งว่าสินค้าลอตที่มีการปนเปื้อนนั้นเป็นการสั่งวัตถุดิบจากทั้ง 2 บริษัท ดังนั้นจึงต้องรอผลการตรวจวิเคราะห์ก่อน หากตรวจไม่พบการปนเปื้อนจะมีการถอนอายัดแน่นอน ส่วนการตรวจพบเมลามีนในผลิตภัณฑ์ 6 ชนิดแต่ไม่เกินมาตรฐานที่ อย.กำหนดนั้นใน สัปดาห์หน้าจะเรียกทั้ง 6 บริษัทมาพูดคุยเพื่อขอความร่วมมือในการคุมเข้มวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิต เพราะแม้ผลวิเคราะห์จะพบว่าปริมาณเมลามีนไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด แต่ก็ไม่ควรจะมีเลย เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
เลขาธิการ อย. กล่าวต่อว่า มีผู้ประกอบการบางรายร้องเรียนต่อ อย.ว่า มีมือดีส่งใบปลิว และโพสต์ทางอินเทอร์เน็ตว่า ผลิตภัณฑ์ของหลาย ๆ บริษัทมีการปนเปื้อนเมลามีน ทั้ง ๆ ที่ อย.ยืนยันว่า การตรวจพบเมลามีนในผลิตภัณฑ์เพียงไม่กี่รายการเท่านั้น กรณีใบปลิวคงจับตัวการลำบาก แต่หากมีการโพสต์ข้อความทางอินเทอร์ เน็ตที่ไม่เป็นความจริงทางบริษัทควรไปแจ้งความดำเนินคดีเอาไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้บริษัทบางแห่งยังบ่นกรณีการเก็บผลิตภัณฑ์ส่งตรวจ วิเคราะห์ทุกรายการซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนั้น เชื่อว่าหากส่งตรวจในปริมาณมาก ๆ ราคาคงจะถูกลง ซึ่งจะได้ไปหารือกับกรมวิทยาศาสตร์การ แพทย์ว่าจะลดราคาได้หรือไม่
เลขาธิการ อย. กล่าวอีกว่า ตามที่ตรวจพบขนมปังสอดไส้ครีม ชีสแซนด์วิช ยี่ห้อ จูลี่ส์ ซึ่งนำเข้าจากมาเลเซียนั้น อย.จะเก็บตัว อย่างผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งมาเลเซีย มาตรวจสอบทั้งหมดแต่จะไม่อายัดการนำเข้า โดยผู้ประกอบการต้องมีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ด้วย เพราะหาก อย.สุ่มตรวจพบภายหลังก็ต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน
ด้านนายสรพล บุญภากร ผู้จัดการ ฝ่ายขาย บริษัทมาร์คกิ้นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำเข้าขนมปังสอดไส้ครีม ชีส แซนด์วิช ยี่ห้อจูลี่ส์ กล่าวว่า หลังทราบผลตรวจ อย. ทางบริษัทได้ให้ความร่วมมือในการเก็บผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในท้องตลาดทั้งหมดส่งตรวจวิเคราะห์ โดยบริษัทนำเข้าสินค้าประมาณ 30 รายการ ส่วนผลกระทบคงมีเยอะ เพราะผู้บริโภค จะจดจำตราสินค้า ทำให้สินค้าของบริษัทตัวอื่นได้รับผลกระทบไปด้วย.
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
Update 24-10-51
- อ่าน 1144 ครั้ง

send to friend