คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนกรกฎาคม 2553)

สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขภาวะ...

 

 

 

 

          เกือบสองเดือนแล้ว นับจากเหตุการณ์ความไม่สงบกลางกรุงเมื่อเดือนพฤษภาคม หากเราจะลองมองหาแง่มุมดีๆ ที่ซ่อนอยู่ในเรื่องร้ายๆ...การปฏิรูปประเทศไทยก็นับเป็นหนึ่งใน โอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจาก วิกฤตครั้งนี้

  

          เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนไทยต้องเริ่มหันมาทบทวนถึงสาเหตุและต้นตอของปัญหาอย่างจริงจัง เราคงไม่สามารถปล่อยให้ปัญหาคงอยู่อีกต่อไป การปฏิรูปประเทศไทย จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นระดับชาติ กำลังอยู่ในความสนใจของสังคม และเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมาเกิดเวทีระดมความเห็นเพื่อหาแนวทางปฏิรูปประเทศไทยขึ้นเป็นครั้งแรก โดย 3 องค์กร คือ มูลนิธิพัฒนาไท โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

 

          กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน นักวิชาการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐกว่า 500 คนเข้ามาร่วมระดมความเห็นครั้งใหญ่ นำมาสู่การเสนอกลไกการทำงาน มีการเสนอชื่อผู้ใหญ่ในบ้านเมืองอย่าง ศ.นพ.ประเวศ วะสี และท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน เพื่อทำหน้าที่ในคณะกรรมการขับเคลื่อน ซึ่งรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มาร่วมรับฟังและรับข้อเสนอด้วยตัวเอง

 

          ความหวังครั้งใหม่ของคนไทยเกิดขึ้นแล้ว...แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องผูกติดกับกลไกดังกล่าว หรือรอคอยองค์กรปฏิรูปประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นเป็นผู้เริ่มต้นทำงาน ทุกภาคส่วนในสังคมมีอิสระในการขับเคลื่อนด้วยวิธีการของตัวเอง การปฏิรูปต้องเกิดจากทุกภาคส่วนในสังคม ทุกคนสามารถลงมือทำได้ด้วยตนเอง ภายใต้จุดร่วมเดียวกัน ซึ่งก็คือ...การทำให้ประเทศไทยดีกว่านี้

 

          ถ้าหากจะหยิบยกสักตัวอย่าง น่าจะเป็นการเกิดขึ้นของ "เครือข่ายพลังบวก" ที่เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ประกอบอาชีพสื่อ นักโฆษณา เครือข่ายสังคมออนไลน์ สื่อมวลชน และเครือข่ายประชาชนที่มีแนวคิดน่าสนใจ คือการชักชวนทุกคนในสังคมมา คิดบวกและเริ่มทำในสิ่งที่เป็น พลังบวกแก่ชาติโดยเริ่มจากตัวเอง และไม่เกี่ยวกับแนวคิดทางการเมือง ใครสนใจจะมีส่วนร่วมก็สามารถคลิกเข้าไปดูกิจกรรมของเขาได้ที่ www.ignite.in.th และ http://facebook.com/Positivenetwork

 

          เชื่อว่าอีกไม่นาน เราคงเห็นการขยับแบบนี้อีกมากจากส่วนต่างๆ น่าจะได้เห็นความคึกคักของพลังคนไทยที่จะร่วมสร้างประเทศไทยขึ้นใหม่ด้วยกัน

 

          สิ่งสำคัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้ในเดือนกรกฎาคม ก็คือเทศกาลเข้าพรรษา ซึ่ง สสส.ยังคงดำเนินโครงการ งดเหล้าเข้าพรรษา ต่อไปเป็นปีที่ 8 ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากคนที่เข้ามาร่วมงดเหล้าตลอด 3 เดือนในวงกว้าง มีนักดื่มถึง 30% หรือกว่า 5 ล้านคนเข้าร่วมลดละเลิกเหล้าในแต่ละปี นับเป็นความสำเร็จที่ไม่ใช่แค่ในประเทศ แต่ยังเป็นจุดแข็งที่ระดับนานาชาติให้ความสนใจหยิบยกไปเป็นต้นแบบ ว่าเราสามารถนำเรื่องวัฒนธรรมและศาสนาเข้ามาทำให้อบายมุขลดหายไปเป็นเวลาถึง 3 เดือน ซึ่งในปีนี้ ทาง สสส. และองค์กรเครือข่ายมุ่งจะเพิ่มตัวเลขคนที่มาร่วมลดละเลิกเหล้า ด้วยการดึงครอบครัวและคนรอบข้างเข้ามามีส่วนร่วมชักชวนนักดื่มให้งดเหล้าในช่วงเข้าพรรษา

 

          สำหรับท่านใดที่มีประเด็นอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุมมองเรื่องต่างๆ ยังสามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ผ่านช่องทางหลากหลายเช่นเดิม ทั้งเฟซบุ้ค www.facebook.com/kunkrisทวิตเตอร์ www.twitter.com/kunkris หรือที่อีเมล ceo@thaihealth.or.th

 

          หวังว่าเราจะได้มีส่วนร่วมแสดงพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทยด้วยกันนะครับ  

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

 

Update:01-07-53

อัพเดทเนื้อหาโดย : นพรัตน์ นริสรานนท์