ประกาศการเปิดรับการสนับสนุนทุนอุปถัมภ์ กิจกรรมรณรงค์ “รับน้อง ปลอดเหล้า” 2553

ประกาศการเปิดรับการสนับสนุนทุนอุปถัมภ์
กิจกรรมรณรงค์ “รับน้อง ปลอดเหล้า”

ความเป็นมา
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยแผนงานทุนอุปถัมภ์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานศึกษา เปิดรับโครงการรณรงค์สนับสนุนการดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการ “รับน้อง ปลอดเหล้า” เพื่อเป็นการรณรงค์ให้สถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา ร่วมรณรงค์จัดกิจกรรมรับน้อง ปลอดเหล้าใหม่อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งโครงการกิจกรรมที่ได้จัดขึ้น ต้องเป็นกิจกรรมรณรงค์เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงเรื่องการปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ รวมถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในกิจกรรมดังกล่าวและเป็นการรณรงค์ การสื่อสาร และการจัดกิจกรรมกับกลุ่มเป้าหมาย คือ นิสิตนักศึกษาของสถาบันการศึกษา อย่างเหมาะสม
ประเภทเปิดรับโครงการ
สสส. ได้เปิดรับสนับสนุนโครงการ “รับน้องปลอดเหล้า” ในกิจกรรม รับน้องปลอดเหล้าระดับสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นการขยายกลุ่มเป้าหมาย ไปสู่การเป็นแกนนำนิสิต นักศึกษา ในการดำเนินกิจกรรม รับน้องปลอดเหล้า ในรูปแบบสร้างสรรค์ที่ชัดเจน และตรงกลุ่มเป้าหมายให้มากยิ่งขึ้น สสส. จึงได้จัดกลุ่ม (Cluster) ดังนี้
กลุ่มเอ (Cluster A) เป็นกลุ่มสถาบันที่มีความสามารถในการพัฒนาแนวทางเนื้อหากิจกรรมรณรงค์ไปสู่การเป็นเครือข่ายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้าทั้งในระดับแกนนำนักศึกษา เจ้าหน้าที่และผู้บริหารสถาบัน รวมถึงการเป็นสถาบันต้นแบบให้คำแนะนำด้านการดำเนินงานกับสถาบันการศึกษาใหม่ในภูมิภาคเดียวกันได้
กลุ่มบี (Cluster B) เป็นกลุ่มสถาบันที่ควรมีการเพิ่มแนวทางเนื้อหาการจัดกิจกรรมที่มุ่งสู่กิจกรรมรณรงค์เพื่อให้เกิดเครือข่ายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้าให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
กลุ่มซี (Cluster C) เป็นกลุ่มสถาบันที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการ แต่ยังมีกิจกรรมที่ยังไม่ครอบคลุมแนวทางเนื้อหากิจกรรมรณรงค์ที่ควรได้รับการสนับสนุนทุนในระดับต้นๆ
กลุ่มดี (Cluster D) เป็นกลุ่มสถาบันใหม่ที่ยังไม่เคยจัดกิจกรรมรณรงค์รับน้องในสถาบันการศึกษา
แนวทางการสนับสนุนกิจกรรมรับน้อง ปลอดเหล้า ระดับสถาบันการศึกษา
สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา สามารถส่งรูปแบบกิจกรรม รับน้องปลอดเหล้าเชิงสร้างสรรค์ ใน เพื่อคัดเลือกรูปแบบกิจกรรมรับน้องปลอดเหล้าสร้างสรรค์ที่มีความโดดเด่น และสามารถประชาสัมพันธ์รณรงค์เกี่ยวกับ รับน้องปลอดเหล้า โดยปลอดการมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดเป็นนโยบายของทางสถาบันในการเป็นสถาบันการศึกษาปลอดเหล้าในที่สุดทาง สสส.จะพิจารณาโครงการของสถาบันที่มีรูปแบบกิจกรรม รับน้อง ปลอดเหล้าที่สามารถดำเนินการจัดกิจกรรมรณรงค์ โดยมีรูปแบบกิจกรรมที่ชัดเจนในการรณรงค์เกี่ยวกับ รับน้อง ปลอดเหล้า โดยปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่
รูปแบบสื่อกิจกรรมในเทศกาลรับน้องสถาบันที่ผ่านมา
1. กิจกรรมทางศาสนา
2. กิจกรรมกีฬา
3. กิจกรรมศิลปวัฒนธรรม
4. กิจกรรมประเพณีสถาบัน
5. กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ค่ายอาสาพัฒนา
6. กิจกรรมวิชาการ
7. กิจกรรมบันเทิง ดนตรี
8. กิจกรรมทางสังคม สิ่งแวดล้อม
9. กิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย
10. กิจกรรมสันทนาการ นันทนาการ กิจกรรมสัมพันธ์ ร้องเพลงสถาบัน
11. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ สิ่งเสพติด
12. กิจกรรมพัฒนาตนเอง วุฒิภาวะทางอารมณ์
แนวทางเนื้อหาและกิจกรรม ที่ควรได้รับทุนสนับสนุนลำดับต้น ๆ
1. มีบรรยากาศที่ดีงาม มีความอบอุ่น มิตรภาพระหว่างพี่-น้อง-คณาจารย์ โดยไม่มีแอลกอฮอล์ บุหรี่และความรุนแรง
2. มีความคิดสร้างสรรค์ มีภูมิปัญญาท้องถิ่น มีรากฐานศิลปวัฒนธรรมชุมชน
3. เน้นการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายหลัก-รอง ในเชิงปริมาณและคุณภาพ
4. มีการแทรกเนื้อหา กับ กิจกรรม อย่างแยบยล มีสีสัน มีชั้นเชิง
5. สามารถแสดงถึง พลัง ศักยภาพ และแนวโน้มของความยั่งยืน
6. เห็นทุนสมทบจากสถาบัน และชุมชน
รูปแบบเนื้อหาและกิจกรรม ที่ควรได้รับทุนสนับสนุนลำดับต้น ๆ
1. กิจกรรมค่ายผู้นำ วางแผนทีมงาน การจัดการ การประชุมร่วมกับชุมชน ร้านค้า ผู้บริหารสถานศึกษา และกลุ่มต่าง ๆ เน้นเนื้อหาสาระ วางบทบาทหน้าที่ในทีมงาน + การเฝ้าระวัง
2. กิจกรรมการประชาสัมพันธ์ : ความรู้ ความเข้าใจ การสร้างการมีส่วนร่วม ทั้งก่อนและระหว่างงาน โดยมีป้าย มีสื่อ เสื้อ มีเอกสาร มีโฆษก มีพิธีกร
3. กิจกรรมทางศาสนา การบายศรีสู่ขวัญ การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
4. กิจกรรม ขบวนแห่ เดิน-วิ่ง-ขบวน รณรงค์ ละครล้อเลียน
กิจกรรมการประกวด : (อบรม-คัดเลือก-สานต่อ) เฟรชชี่ ดาว เดือน ทูต ผู้นำเชียร์ กองเชียร์ เพลงเชียร์
5. กิจกรรมสันทนาการ : ดนตรี กีฬา เฟรชชี่เดย์/ไนท์
6. ซุ้มเนื้อหาสาระ : เกมส์ การละเล่น บูธ แรลลี่กิจกรรม+เนื้อหา
7. กิจกรรมย่อยต่าง ๆ สามารถบูรณาการเชื่อมโยงเป็นภาพรวมได้อย่างต่อเนื่อง
งบประมาณการสนับสนุน
พิจารณาจากความเหมาะสมของรูปแบบกิจกรรม โดยแบ่งกลุ่มสถาบันการศึกษา ดังต่อไปนี้
1. กลุ่มสถาบันอุดมศึกษา
2. กลุ่มสถาบันอาชีวศึกษา
3. กลุ่มสถาบันการพลศึกษา
4. กลุ่มโรงเรียนสี่เหล่าทัพ
5. กลุ่มวิทยาลัยพยาบาล
วิธีการขอรับทุนสนับสนุน
1. ผู้รับทุนคือ นายกองค์การนิสิตนักศึกษา หรือรองนายกองค์การนิสิต นักศึกษา
ของสถาบันการศึกษานั้นๆ โดยมีรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา หรืออธิการบดี
เป็นผู้รับรองการดำเนินกิจกรรม
2. เสนอโครงการฯ มายัง
ตู้ ปณ.2023 ปณฝ.จุฬาลงกรณ์ 10332
โทรศัพท์ / โทรสาร 02-218-1006 E-mail : rubnong@gmail.com และแบบเสนอโครงการให้ใช้แบบเสนอโครงการของ สสส. สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.thaihealth.or.th และ www.rubnong.com
3. จำนวนโครงการฯ ที่เสนอนั้นให้มี จำนวน 10 สำเนา พร้อม ซีดีรอมที่มีข้อมูลครบถ้วน
4. จะต้องเสนอโครงการในช่วงเวลาที่ สสส. กำหนด
หลักเกณฑ์การพิจารณาให้การสนับสนุน
1. ผู้รับทุนต้องส่งตัวแทนสถาบันเข้าร่วมกิจกรรมที่ สสส. จัด
2. เป็นโครงการระดับสถาบัน ที่ได้รับความเห็นชอบจากสถาบันอย่างเป็นทางการ
3. บริเวณจัดกิจกรรมปลอดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และบุหรี่และมีแนวทางแสดงให้เห็นถึงการขยายผลต่อกิจกรรมอื่น ๆของสถาบันที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่
4. มีกิจกรรมรณรงค์ที่เกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพ
5. มีกิจกรรมที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่สังคมสุขภาพและชุมชน
6. ลักษณะกิจกรรมเน้นการมีส่วนร่วมของประชาคมนิสิต นักศึกษา ในเชิงร่วมคิด ร่วมทำ อย่างเป็นระบบและการมีส่วนร่วมของชุมชน
7. กิจกรรมมีผลกระทบต่อสังคม ชุมชนทั้งในสถาบันและปริมณฑล
8. มีระบบการประเมินผลตนเอง และเผยแพร่สู่สาธารณะ
9. มีการถอดบทเรียน-แลกเปลี่ยนเรียนรู้ของการดำเนินโครงการ
10. ไม่รับการสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อมจากบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ / ผลิตภัณฑ์ที่มีผลต่อสุขภาพ
11. ไม่มีกิจกรรมที่ขัดต่อศีลธรรม ประเพณีและวัฒนธรรมอันดี
12. จัดสถานที่ติดป้ายถาวร ประกาศรณรงค์สถานศึกษาปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ตามกฎหมาย
13. มีกิจกรรมด้านการเผยแผ่สื่อสารสื่อรณรงค์ทางเคเบิลทีวีหรือวิทยุเสียงตามสายของสถาบัน
14. มีการประกาศนโยบายของผู้บริหารสถานศึกษา
ระยะเวลาส่งโครงการ
รอบที่ 1
ส่งโครงการภายใน เมษายน
ทราบผลภายใน พฤษภาคม
ระยะเวลาการดำเนินกิจกรรม ภาคเรียนที่ 1
รอบที่ 2
ส่งโครงการภายใน พฤษภาคม
ทราบผลภายใน มิถุนายน
ระยะเวลาการดำเนินกิจกรรม ภาคเรียนที่ 1
รอบที่ 3
ส่งโครงการภายใน มิถุนายน
ทราบผลภายใน กรกฎาคม
ระยะเวลาการดำเนินกิจกรรม ภาคเรียนที่ 1
สื่อสนับสนุน
ทุกสถาบันการศึกษา ที่ส่งโครงการขอสนับสนุนกิจกรรม จะได้รับสื่อการรณรงค์และการประชาสัมพันธ์ กิจกรรม ตามที่ สสส. เห็นสมควร ทั้งนี้สื่อรณรงค์ดังกล่าวเป็นเพียงสื่อเสริม สถาบันที่รับทุนต้องผลิตสื่อเพิ่มเติมตามประเพณีรูปแบบของสถาบัน และโปรดกลั่นกรองเนื้อหาและการนำเสนอสื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยเฉพาะขอให้ระมัดระวังสื่อที่อาจส่งผลกระทบเสียหายต่อความเชื่อทางศาสนาหรือสิ่งที่ประชาชนบางหมู่เหล่าให้ความเคารพในระดับสูง ทั้งนี้หากไม่มั่นใจในกรณีใดก็ขอให้สอบถามไปยัง สสส.
สถาบันการศึกษาที่สนใจสามารถขอรับการสนับสนุนสื่อประชาสัมพันธ์โครงการโดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ www.thaihealth.or.th หรือ www.rubnong.com ซึ่งสามารถขอรับการสนับสนุนทุนพร้อมสื่อประชาสัมพันธ์ หรือขอรับการสนับสนุนเฉพาะสื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์
เอกสารประกอบการพิจารณาโครงการ
เอกสารโครงการ ซึ่งประกอบด้วย
( ) เอกสารโครงการ 10 ชุด พร้อมไฟล์ซีดีรอม
( ) หนังสือรับรองการดำเนินกิจกรรม ลงนามรับรองโดยผู้ช่วยอธิการบดี/รองอธิการบดี
ฝ่ายกิจการนิสิต นักศึกษา หรือ อธิการบดี เท่านั้น
( ) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ขอทุน) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
( ) สำเนาบัตรประจำตัวนิสิต นักศึกษา (ผู้ขอทุน) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
( ) สำเนาบัญชีธนาคารกรุงไทยขององค์การ/หน่วยงาน ที่รับทุน (2ชุด)
ติดต่อประสานงานโครงการ
กิจกรรมรณรงค์ “รับน้อง ปลอดเหล้า”
ที่อยู่เพื่อส่งไปรษณีย์ : ตู้ ปณ.2023 ปณฝ.จุฬาลงกรณ์ 10332
ที่ตั้ง สำนักงานแผนงานทุนอุปถัมภ์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานศึกษา
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารจุฬาพัฒน์ 10 ชั้น 2
ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ 02-218-1006 , 0277-6065-384 (PCT)
โทรสาร 02-218-1006
E-Mail : rubnong@gmail.com
เว็บไซต์ : www.thaihealth.or.th หรือ www.rubnong.com
เงื่อนไขหากได้รับการสนับสนุนทุน
กิจกรรมรณรงค์ “รับน้อง ปลอดเหล้า”
หน่วยงาน/บุคคลที่ได้รับทุนจาก สสส. จะมีหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะคู่สัญญากับ สสส. และจะปฎิบัติตามเงื่อนไขที่สำคัญ ดังนี้
1. คู่สัญญาที่รับทุนควรเป็นนิติบุคคล กรณีเป็น ชมรม กลุ่ม เครือข่าย จะต้องมีหน่วยงานที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลรับรอง
2. ผู้ได้รับทุนยืนยันว่ามิได้เป็นผู้ผลิตสุราหรือยาสูบ หรือเคยได้รับทุนอุดหนุนเพื่อดำเนินกิจกรรมใดๆ จากบริษัทผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์หรือยาสูบในหนึ่งปีที่ผ่านมา
3. หากมีผู้ร่วมสนับสนุนโครงการจากแหล่งทุนอื่น ผู้ได้รับทุนจาก สสส. จะไม่รับทุนอุดหนุนจากผู้ผลิต จำหน่าย หรือนำเข้าสินค้าหรือบริการที่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้ (1) มีข้อมูลอันพอเชื่อได้ว่าสิ่งนั้นก่อผลเสียต่อสุขภาพ และ/หรือ (2) มีการโฆษณาให้เชื่อถือหรือแสดงภาพลักษณ์ด้านสุขภาพของสิ่งนั้นเกินกว่าสรรพคุณจริง
4. ผู้ได้รับทุนจะต้องประกาศหรือระบุเป็นลายลักษณ์อักษร ว่า “ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)” พร้อมแสดงตราสัญลักษณ์ของ สสส. ในบริเวณจัดกิจกรรม สำนักงาน วัสดุและเอกสารเผยแพร่ของโครงการ
5. จัดพื้นที่บริเวณภายในอาคารสำนักงานขององค์กรเป็นเขตปลอดบุหรี่อย่างถาวร รวมทั้งจัดพื้นที่ที่จัดกิจกรรมเป็นเขตปลอดบุหรี่และสุรา โดยมีการติดป้ายอย่างชัดเจน
6. ส่งแผนปฏิบัติงานที่ระบุระยะเวลาดำเนินกิจกรรมล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้ สสส. พิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม
7. เชิญผู้แทน สสส. เข้าร่วมในกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนทุกครั้ง
8. ใช้เงินในกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนเท่านั้น โดยแสดงหลักฐานการใช้จ่ายครบถ้วน และเตรียมหลักฐานให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบได้ตลอดเวลา และจัดส่งคืนเงินที่เหลือหลังจากเสร็จสิ้นโครงการให้ สสส. ภายใน 4 สัปดาห์
9. ขออนุมัติจาก สสส. เมื่อโครงการมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงด้านงบประมาณ
10. ส่งผลงานและรายงานความก้าวหน้าตามที่ สสส. กำหนดในสัญญา และส่งเอกสารต่อไปนี้ ภายใน 4 สัปดาห์หลังจากจัดกิจกรรมเสร็จสิ้นลงเรียบร้อยแล้ว หรือภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา
10.1 สรุปผลโครงการตามแบบที่กำหนด พร้อมรายงานการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์
(พร้อมรายงานที่เป็นไฟล์ในดิสก์เก็ต)
10.2 รายงานการเงินทั้งรับและจ่าย แสดงให้เห็นว่าเงินถูกใช้ไปอย่างไร
โดยหัวหน้าองค์กร/หน่วยงานต้องลงนามรับรอง พร้อมทั้งต้องจัดเตรียมหลักฐานการใช้จ่ายสำหรับการตรวจสอบ
1. ผู้ได้รับทุนจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขต่างๆ
ที่ระบุไว้ในสัญญาที่จะจัดทำขึ้น และให้ความร่วมมือกับ สสส. เมื่อ สสส.แจ้งให้ทราบ
2. สสส. มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาให้ทุนได้ หากไม่เป็นตามเงื่อนไขของ สสส.
หรือผู้รับผิดชอบโครงการมีประวัติที่เคยก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น
ลักษณะโครงการ และประเภทรายจ่ายที่ สสส. ไม่สนับสนุน
กิจกรรมรณรงค์ “รับน้อง ปลอดเหล้า”
- โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตสุราหรือยาสูบ หรือสินค้าทำลายสุขภาพอื่นๆ
- โครงการที่มีจุดมุ่งหมายหรือเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างแจ้งชัด
- โครงการที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการหาทุน ให้รางวัล หรือจัดซื้อรางวัล
- โครงการที่มีลักษณะธุรกิจหากำไรหรือเป็นการลงทุนเพื่อแสวงหากำไร
- โครงการด้านการรักษาพยาบาล
- โครงการให้บริการในลักษณะสงเคราะห์ เช่น การจัดซื้อยา อุปกรณ์การแพทย์ ตรวจร่างกาย การแจกอาหาร หรือให้สวัสดิการช่วยเหลือต่างๆ
- โครงการที่มีค่าใช้จ่ายเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรืออุปกรณ์ขนาดใหญ่ เช่น รถยนต์ อุปกรณ์ออกกำลังกายราคาแพง การก่อสร้างอาคาร ลานกีฬา การสร้างห้องฟิตเนส เป็นต้น
- โครงการจัดตั้งสำนักงาน หรือโครงการที่มีเจตนาหารายได้เข้าหน่วยงานเป็นหลัก
- การตั้งกองทุนไม่ว่าด้วยวัตถุประสงค์ใดๆ ในลักษณะต่างๆ เช่น กองทุนหมุนเวียน กองทุนสงเคราะห์ กองทุนกู้ยืม กองทุนอาชีพ ฯลฯ
- การเดินทางไปต่างประเทศ หรือไปประชุมต่างประเทศ ที่มิใช่ส่วนจำเป็น
- โครงการที่มีวัตถุประสงค์ไม่ชัดเจน หรือกระบวนการในการดำเนินงานไม่ชัดเจน
- โครงการที่ไม่พยายามสร้างการมีส่วนร่วมกับบุคคล หรือหน่วยงาน นอกเหนือจากผู้ที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรง
- กรณีเป็นหน่วยงานของรัฐ สสส.ไม่สนับสนุนทุนแก่โครงการที่ถือเป็นงานประจำของหน่วยงานของรัฐอยู่แล้ว
- หน่วยงานหรือบุคคลที่เคยได้รับทุนจาก สสส. มาก่อน และมีประวัติด่างพร้อยในการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามข้อตกลง หรือได้สร้างความเสื่อมเสียแก่ สสส. หรือแก่บุคคลอื่นๆ ในสังคม
สสส.เน้นสนับสนุนให้มีการพัฒนาเชิงระบบมากกว่าการปฏิบัติการในโครงการขนาดใหญ่ซึ่งมีลักษณะงานเป็นงานประจำของหน่วยราชการ
สสส. จะเปรียบเทียบโครงการต่างๆที่มีผู้เสนอ เพื่อคัดเลือกสนับสนุนทุนแก่โครงการที่มีลักษณะดีที่สุดในแต่ละรอบ
( สสส.ไม่สนับสนุนทุนย้อนหลังสำหรับกิจกรรมที่ดำเนินการไปแล้ว ก่อนที่จะทราบผลการพิจารณาและสัญญารับทุน )
ข้อควรปฏิบัติ และหลีกเลี่ยงในการขอรับทุนจาก สสส.
ในกรณีที่การดำเนินการจัดกิจกรรม ซึ่งมีผู้ร่วมการสนับสนุน
นอกเหนือจากทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ให้หลีกเลี่ยงการรับการสนับสนุนของบริษัท/หน่วยงานผู้ผลิตสุรา และยาสูบ หรือสินค้าทำลายสุขภาพอื่นๆ
รวมถึงผลิตภัณฑ์และสินค้า ที่ผลิตจากบริษัท/หน่วยงานผู้ผลิตสุราหรือยาสูบ
ทั้งนี้ครอบคลุมถึงการแสดงตราสัญลักษณ์ ตรายี่ห้อ หรือโลโก้ บริเวณสถานที่จัดงาน
และในสื่อประชาสัมพันธ์งานทุกชนิด
ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
Update 27-04-53
อัพเดทเนื้อหาโดย : ฤทัยรัตน์ ไกรรอด
- อ่าน 4422 ครั้ง


send to friend